8 ข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Vsauce

ความยากในการเรียน
442 คำ 161 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: Michael ใช้การเล่นคำเชื่อมข้อเท็จจริงเรื่องความดึงดูดใจกับอเมริกันฟุตบอล ราคาน้ำมันกับอุบัติเหตุ Halo คำศัพท์อาชญากรรม และการกะพริบตา ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. put together — กริยาวลี: ใช้บอกว่ารวบรวมส่วนต่าง ๆ เป็นเพลย์ลิสต์ รายงาน ทีม แผนงาน หรืองานนำเสนอ 2. for every 10% increase / goes down by 2.3%. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองค่า แยกปริมาณที่ลดจากค่าปลายทาง และไม่สรุปว่าสหสัมพันธ์คือเหตุและผล 3. keep your eyes open — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจทั้ง “ไม่หลับตา” และ “คอยระวัง” ความหมายสองชั้นนี้ย้อนถึงข้อมูลการกะพริบตาและทำให้มุกตอนจบสมบูรณ์

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey, Vsauce. Michael here

0:00

สวัสดี Vsauce ไมเคิลเองครับ

coming to you from the Barbican in London. วลี

0:01

ผมกำลังพูดกับคุณจาก Barbican ในลอนดอน

วลี

coming to you from: วลีที่ผู้ดำเนินรายการใช้บอกสถานที่

ในการเกริ่นแบบรายการออกอากาศ coming to you from ใช้บอกสถานที่ที่ผู้ดำเนินรายการกำลังพูดหรือบันทึกรายการ ขณะสื่อสารกับผู้ชมที่อยู่ที่อื่น วลีนี้สื่อว่าเนื้อหาถูกส่งจากสถานที่นั้นไปถึงผู้ชม โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าผู้ดำเนินรายการกำลังเคลื่อนตัวไปหาผู้ฟังจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำเกริ่นของผู้ดำเนินรายการด้วยวลีสี่คำที่หมายถึงรายการถูกส่งมาจากสถานที่หนึ่ง: This is Maya, ____ the science museum in Chicago.

ดูคำตอบ

coming to you from

It's beautiful.

0:06

ที่นี่สวยมาก

It's like living inside the Regenstein Library.

0:06

เหมือนได้ใช้ชีวิตอยู่ในหอสมุด Regenstein เลย

That's a concrete joke. สำนวน

0:09

นั่นเป็นมุกเกี่ยวกับคอนกรีตครับ

สำนวน

concrete joke: การเล่นคำที่ต้องอาศัยบริบท

ในที่นี้ concrete ทำงานสองความหมายพร้อมกัน สถาปัตยกรรมคอนกรีตที่อยู่ในบริบทกระตุ้นความหมายตรงตัวที่เป็นวัสดุก่อสร้าง ขณะเดียวกัน concrete ยังหมายถึงเฉพาะเจาะจง ชัดเจน หรือไม่เป็นนามธรรมได้ด้วย การเรียกว่า concrete joke จงใจให้ฟังแปลก เพราะมุกนี้พูดถึงคอนกรีต และคำเดียวกันก็ดูเหมือนกำลังบรรยายตัวมุกอย่างขบขันด้วย นี่เป็นการเล่นคำที่ต้องอาศัยบริบท ไม่ใช่สำนวนตายตัว

แบบฝึกหัด

หลังจากพูดถึงอาคารคอนกรีต อะไรทำให้ That’s a concrete joke เป็นการเล่นคำ?

  1. Concrete หมายความว่ามุกนี้เข้าใจยาก
  2. Concrete เป็นคำคุณศัพท์ตายตัวสำหรับมุกเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมทุกมุก
  3. Concrete หมายถึงทั้งวัสดุก่อสร้างและสิ่งที่เฉพาะเจาะจงหรือไม่เป็นนามธรรม
ดูคำตอบ

Concrete หมายถึงทั้งวัสดุก่อสร้างและสิ่งที่เฉพาะเจาะจงหรือไม่เป็นนามธรรม

But I have put together a leanback of videos all around YouTube that I really like โน้ต

0:11

แต่ผมได้รวบรวมวิดีโอจากทั่ว YouTube ที่ผมชอบมาก ๆ มาเป็น leanback

กริยาวลี

put together: สร้างและจัดสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นชุด

ในประโยคนี้ put together หมายถึง “สร้างชุดวิดีโอโดยคัดเลือก จัดระเบียบ และนำวิดีโอที่แยกกันมารวมกัน” จุดเน้นอยู่ที่การวางแผนและจัดลำดับ ไม่ใช่การนำวิดีโอไปวางติดกันจริง ๆ โครงสร้างใช้ได้ทั้ง put together + กรรม และ put + กรรม + together เช่น put together a playlist หรือ put a playlist together หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น put it together

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “สร้างโดยคัดเลือกและจัดระเบียบ”: Yesterday, Leo ____ a welcome pack for the new students.

ดูคำตอบ

put together

that I host as a playlist.

0:15

แล้วจัดไว้เป็นเพลย์ลิสต์

วัฒนธรรม

leanback ในฐานะประสบการณ์การชมที่ผ่านการคัดเลือก

ในที่นี้ leanback เป็นคำนามนับได้ที่สร้างขึ้นเพื่อเรียกชุดวิดีโอที่ผ่านการคัดเลือกและจัดลำดับให้เล่นต่อเนื่อง โดยผู้ชมแทบไม่ต้องเลือกหรือไม่ต้องเลือกเลย คำว่า as a playlist ที่ตามมายืนยันว่าคำนี้เรียกชุดหรือรูปแบบการชม ไม่ใช่วิดีโอเพียงรายการเดียว คำนี้มาจากแนวคิดที่ว่าผู้ชมสามารถเอนหลังแล้วดูได้ เพราะมีคนอื่นเลือกและจัดลำดับเนื้อหาไว้แล้ว ในประโยคนี้คำดังกล่าวเป็นชื่อของประสบการณ์การชมแบบไม่ต้องมีส่วนร่วมมาก ไม่ใช่คำสั่งให้ขยับร่างกาย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a leanback หมายถึงอะไร

  1. สตรีมหรือเพลย์ลิสต์ที่คัดเลือกไว้สำหรับการชมต่อเนื่องโดยโต้ตอบน้อย
  2. คำสั่งให้ขยับร่างกายออกห่างจากหน้าจอ
  3. เครื่องมือสำหรับอัปโหลดวิดีโอครั้งละหนึ่งรายการ
ดูคำตอบ

สตรีมหรือเพลย์ลิสต์ที่คัดเลือกไว้สำหรับการชมต่อเนื่องโดยโต้ตอบน้อย

You can start it by clicking the link ไวยากรณ์

0:17

คุณเริ่มเล่นได้ด้วยการคลิกลิงก์

at the top of this video's description.

0:18

ที่อยู่บนสุดของคำอธิบายวิดีโอนี้

ไวยากรณ์

by clicking: by + กริยาเติม -ing เพื่อบอกวิธี

ในประโยคนี้ by clicking ตอบคำถามว่า “จะเริ่มมันได้อย่างไร” คำบุพบท by บอกวิธีที่ใช้ และ clicking คือรูป -ing ที่ใช้หลังคำบุพบท รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “การกระทำหลัก + by + คำกริยาเติม -ing” หมายถึงทำสิ่งที่ตามมาเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ การคลิกลิงก์คือวิธีเริ่มเพลย์ลิสต์ โดย by ไม่ได้แปลว่า “ข้าง ๆ” หรือ “ก่อนถึงกำหนดเวลา”

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์โดยใช้ by และรูป -ing ของ click: You can open the menu ____ the three-dot icon.

ดูคำตอบ

by clicking

It's best if you're on a computer ไวยากรณ์

0:20

จะดีที่สุดถ้าคุณดูบนคอมพิวเตอร์

or a laptop,

0:22

หรือแล็ปท็อป

something like that. วลี

0:23

อุปกรณ์อะไรทำนองนั้น

ไวยากรณ์

It's best if + อนุประโยค เพื่อแนะนำเงื่อนไขที่เหมาะกว่า

It's best if ใช้เกริ่นเงื่อนไขที่ผู้พูดแนะนำว่าเหมาะสมที่สุด ในที่นี้ การใช้คอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปถูกนำเสนอว่าเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกว่าสำหรับการทำสิ่งนั้น รูปแบบ It's best if + อนุประโยค ใช้ให้คำแนะนำโดยไม่ได้ทำให้เงื่อนไขนั้นเป็นข้อบังคับเด็ดขาด โดยทั่วไปหมายถึง “สิ่งนี้จะทำงานได้ดีกว่าถ้า...” ไม่ใช่ “คุณต้อง...”

แบบฝึกหัด

“It's best if you're on a computer or a laptop” สื่อความหมายอย่างไร?

  1. อุปกรณ์ทุกชนิดทำงานได้ดีเท่ากัน จึงไม่สำคัญว่าจะเลือกอะไร
  2. แนะนำให้ใช้คอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อป แต่ไม่ใช่ข้อบังคับเด็ดขาด
  3. จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปเท่านั้น
ดูคำตอบ

แนะนำให้ใช้คอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อป แต่ไม่ใช่ข้อบังคับเด็ดขาด

วลี

something like that สำหรับการยกตัวอย่างแบบไม่จำกัด

ในประโยคนี้ something like that ตามหลัง computer และ laptop เพื่อแสดงว่าสองอย่างนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่ตัวเลือกเดียวที่ใช้ได้ วลีนี้จึงรวมอุปกรณ์อื่นที่คล้ายกันไว้ด้วยโดยไม่ต้องบอกชื่อทีละอย่าง วลีนี้จงใจทำให้ขอบเขตของประเภทยืดหยุ่น ที่นี่ something ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งที่ไม่ได้บอกชื่อ แต่วลีทั้งหมดหมายถึงสิ่งของหรือตัวเลือกที่คล้ายกับสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสนทนาที่ทำให้รายการตัวอย่างไม่จำกัดอยู่เพียงเท่านี้: You can use a tablet, a laptop, or ____.

ดูคำตอบ

something like that

But to make it worth your time in this video, วลี

0:24

แต่เพื่อให้วิดีโอนี้คุ้มกับเวลาของคุณ

I'm going to share some facts I learned this week

0:26

ผมจะมาเล่าข้อเท็จจริงบางอย่างที่ได้รู้ในสัปดาห์นี้

that were quite surprising and cool.

0:29

ซึ่งทั้งน่าประหลาดใจและเจ๋งทีเดียว

วลี

make it worth your time: ทำให้เวลาที่ใช้ไปคุ้มค่า

To make it worth your time หมายถึงทำให้วิดีโอมีคุณค่ามากพอจนเวลาที่ใช้ดูไม่รู้สึกว่าสูญเปล่า ผู้พูดกำลังสัญญาว่าผู้ชมจะได้รับสิ่งที่มีประโยชน์หรือน่าเพลิดเพลินเป็นการตอบแทนความสนใจ โครงสร้างคือ make + object + worth + noun phrase: make it worth your time โดย worth ตามด้วย your time โดยตรง และไม่มี of

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่าให้คุณค่ามากพอจนเวลาของผู้ฟังคุ้มค่า: The workshop includes a practical guide to ____.

ดูคำตอบ

make it worth your time

For instance, ลำดับความ

0:30

ตัวอย่างเช่น

being attractive might actually mean ไวยากรณ์

0:31

การมีหน้าตาดีอาจหมายความจริง ๆ ว่า

that you are better

0:35

คุณเล่นได้เก่งกว่า

if you play American football.

0:37

ถ้าคุณเล่นอเมริกันฟุตบอล

ลำดับความ

ใช้ For instance, เพื่อนำเสนอตัวอย่างเฉพาะ

For instance เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่พาจากข้อความทั่วไปไปสู่ตัวอย่างเฉพาะ และบอกผู้ฟังว่าข้อมูลต่อไปสัมพันธ์กับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้าอย่างไร ในประโยคนี้ คำดังกล่าวนำเสนอข้อความเกี่ยวกับอเมริกันฟุตบอลในฐานะตัวอย่างหนึ่งของกลุ่มข้อค้นพบที่น่าประหลาดใจ ไม่ได้นำเข้าสาเหตุหรือข้อสรุป

แบบฝึกหัด

คุณต้องการให้ประโยคที่สองเป็นตัวอย่างเฉพาะของประโยคแรก ควรเริ่มด้วยคำเชื่อมใด? Many small habits can save energy. Turning off unused lights reduces electricity use.

  1. For instance
  2. However
  3. Therefore
ดูคำตอบ

For instance

ไวยากรณ์

might actually mean that: การตีความอย่างระมัดระวังและไม่คาดคิด

ใน might actually mean that คำว่า might ทำให้การตีความเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ส่วน actually บอกว่าการตีความนั้นอาจน่าประหลาดใจหรือแตกต่างจากที่คาดไว้ และ mean that นำเข้าส่วนของประโยคที่บอกเนื้อหาของการตีความนั้น เมื่อใช้ร่วมกัน วลีนี้เสนอความหมายที่อาจเป็นไปได้และไม่คาดคิดอย่างระมัดระวัง ในบริบทนี้ วลีบอกเพียงว่าความสัมพันธ์ที่สังเกตพบอาจชี้ให้เห็นอะไร ไม่ได้ยืนยันว่าความน่าดึงดูดเป็นสาเหตุของผลงานที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

นักวิจัยพบความสัมพันธ์แต่ยังไม่ได้แสดงเหตุและผล และผลที่ได้ก็น่าประหลาดใจ ประโยคใดเหมาะสมที่สุด?

  1. The result might actually mean that the two patterns are connected.
  2. The result means that the conclusion is certain.
  3. The result proves that one pattern causes the other.
ดูคำตอบ

The result might actually mean that the two patterns are connected.

When females were asked to rank ไวยากรณ์

0:39

เมื่อมีการขอให้ผู้หญิงจัดอันดับ

the hotness of male American football players, การใช้คำ

0:41

ความดึงดูดใจของนักอเมริกันฟุตบอลชาย

ไวยากรณ์

were asked to rank: รูปถูกกระทำของ ask someone to do something

were asked to rank เป็นรูปถูกกระทำของ asked someone to rank ผู้หญิงเป็นฝ่ายได้รับมอบหมายงาน ไม่ใช่ฝ่ายที่เป็นผู้ขอ ในที่นี้ rank เป็นคำกริยา หมายถึงการเรียงคนตามลำดับโดยใช้คุณสมบัติที่กำหนด รูปถูกกระทำทำให้ความสนใจอยู่ที่ผู้เข้าร่วมและงาน เหมาะเมื่อไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ให้คำสั่ง หรือเมื่อผู้ให้คำสั่งไม่สำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมรายงานให้สมบูรณ์ด้วยรูปถูกกระทำของ ask และคำกริยา rank: In the survey, participants ____ the three designs from favorite to least favorite.

ดูคำตอบ

were asked to rank

การใช้คำ

hotness: คำนามไม่เป็นทางการที่หมายถึงความดึงดูดใจทางรูปลักษณ์

ในที่นี้ hotness หมายถึงการที่คนคนหนึ่งดูดีหรือมีเสน่ห์ทางรูปลักษณ์มากเพียงใด เป็นคำนามที่สร้างจาก hot และไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิ คำนี้นำเสนอรูปลักษณ์ในรูปแบบของการให้คะแนนส่วนบุคคล ในประโยคนี้ คำนี้เป็นชื่อของคุณสมบัติที่ถูกนำมาจัดอันดับ แต่ฟังเป็นกันเองกว่า attractiveness และอาจทำให้รู้สึกว่าเป็นการมองคนเหมือนสิ่งของมากกว่า

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยายนี้ hotness หมายถึงอะไร?

  1. ผู้เล่นมีอันดับอย่างเป็นทางการอะไร
  2. ร่างกายของผู้เล่นอุ่นเพียงใด
  3. ผู้เล่นดูมีเสน่ห์ทางรูปลักษณ์มากเพียงใด
ดูคำตอบ

ผู้เล่นดูมีเสน่ห์ทางรูปลักษณ์มากเพียงใด

there was a quite surprising correlation.

0:44

ก็พบความสัมพันธ์ที่น่าประหลาดใจทีเดียว

The players that the females ranked as being hotter

0:47

ผู้เล่นที่ผู้หญิงจัดอันดับว่าหล่อกว่า

also tended to be the players ไวยากรณ์

0:50

ก็มักจะเป็นผู้เล่น

with the highest passing ratings.

0:52

ที่มีคะแนนการส่งบอลสูงที่สุด

ไวยากรณ์

Tended to be: แนวโน้ม ไม่ใช่กฎตายตัว

tended to be บอกว่าลักษณะสองอย่างมักปรากฏร่วมกัน ผู้เล่นที่ถูกจัดอันดับว่าดูดีกว่ามักอยู่ในกลุ่มผู้เล่นที่มีคะแนนการส่งลูกสูงที่สุด แต่ประโยคนี้บอกเพียงแนวโน้ม ไม่ใช่กฎ จึงอาจมีผู้เล่นบางคนที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบนี้ โครงสร้างคือ tend to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ tended เป็นรูปอดีต และ be เชื่อมผู้เล่นเข้ากับคำอธิบายว่าเป็น “ผู้เล่นที่มีคะแนนการส่งลูกสูงที่สุด”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำจากบทเรียนที่แสดงแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัว: In our survey, children who ate breakfast ____ more focused in the morning.

ดูคำตอบ

tended to be

Passing, การใช้คำ

0:55

หมายถึงการส่งบอลนะครับ

not like passing in a car

0:56

ไม่ใช่การขับรถแซง

with a football.

0:58

พร้อมกับลูกอเมริกันฟุตบอล

การใช้คำ

Passing ... passing in a car: รูปเดียว สองความหมาย

Passing คำแรกในที่นี้หมายถึงการขว้างลูกให้ผู้เล่นอีกคนในกีฬาอเมริกันฟุตบอล ส่วน passing ใน passing in a car หมายถึงการขับรถแซงหรือขับผ่านรถคันอื่นหรือผู้ใช้ถนนคนอื่น มีการใช้รูป -ing เดิมซ้ำ แต่สถานการณ์เปลี่ยนไป passing ratings และ football ชี้ไปที่ความหมายทางกีฬา ส่วน car ชี้ไปที่ความหมายเกี่ยวกับการขับรถ ตอนท้ายที่ว่า with a football จงใจนำสองสถานการณ์มาปนกัน จึงทำให้เกิดมุกตลก

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ passing ทั้งสองความหมายมากที่สุด

  1. คำแรกหมายถึงผู้เล่นออกจากสนาม ส่วนคำที่สองหมายถึงการมอบรถให้ใครบางคน
  2. ทั้งสองคำหมายถึงการขว้างลูกอเมริกันฟุตบอลจากในรถ
  3. คำแรกหมายถึงการขว้างลูกให้ผู้เล่นอีกคน ส่วนคำที่สองหมายถึงการขับรถผ่านหรือแซงบางสิ่ง
ดูคำตอบ

คำแรกหมายถึงการขว้างลูกให้ผู้เล่นอีกคน ส่วนคำที่สองหมายถึงการขับรถผ่านหรือแซงบางสิ่ง

But passing in a car brings up the question วลี

0:59

แต่การขับรถแซงก็ชวนให้ตั้งคำถาม

of gas prices.

1:01

เรื่องราคาน้ำมัน

วลี

brings up the question of: ทำให้เกิดประเด็นที่เกี่ยวข้อง

ในประโยคนี้ brings up the question of หมายถึง “ทำให้เริ่มพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้อง” การกล่าวถึงการเดินทางด้วยรถยนต์ทำให้หัวข้อเปลี่ยนไปสู่เรื่องราคาน้ำมันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้หมายถึงการยกสิ่งใดขึ้นจริง ๆ โครงสร้างคือ “ประธาน + bring(s) up the question of + คำนามหรืออนุประโยคคำถาม” ใช้เพื่อเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงหรือหัวข้อหนึ่งไปสู่คำถามที่ตามมาอย่างมีเหตุผล

แบบฝึกหัด

ใช้ bring up the question of ในรูปที่ถูกต้อง: The broken window ____ who was in the room last night.

ดูคำตอบ

brings up the question of

When gas prices go up, ไวยากรณ์

1:03

เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น

fewer people drive.

1:05

คนก็ขับรถน้อยลง

ไวยากรณ์

When A, B สำหรับบอกความสัมพันธ์ทั่วไป

ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง When + present simple, present simple เพื่อบอกความสัมพันธ์ทั่วไป กล่าวคือ ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น ผลที่มักเกิดคือมีคนขับรถน้อยลง ไม่ได้หมายถึงการขึ้นราคาเพียงครั้งใดครั้งหนึ่ง ในโครงสร้างนี้ อนุประโยค when บอกสถานการณ์ที่เกิดซ้ำ ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์ที่มักเกิดขึ้น การใช้ present simple ในทั้งสองส่วนทำให้ความสัมพันธ์นี้เป็นแนวโน้มหรือกฎทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกความสัมพันธ์ทั่วไปที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ

  1. When the temperature falls below zero, water freezes.
  2. If the temperature falls below zero tomorrow, the pond may freeze.
  3. When the temperature fell below zero last night, the pond froze.
ดูคำตอบ

When the temperature falls below zero, water freezes.

And when fewer people are driving,

1:06

และเมื่อคนขับรถน้อยลง

there are fewer accidents.

1:08

อุบัติเหตุก็ลดลง

It's actually quite mathematical.

1:10

จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ค่อนข้างเป็นคณิตศาสตร์

It has been shown that ลำดับความ

1:12

มีการพิสูจน์แล้วว่า

for every 10% increase ไวยากรณ์

1:13

ทุกการเพิ่มขึ้น 10%

in the cost of gas,

1:15

ของราคาน้ำมัน

the number of car accidents

1:17

จำนวนอุบัติเหตุทางรถยนต์

goes down by 2.3%.

1:18

จะลดลง 2.3%

ลำดับความ

It has been shown that: การเน้นข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับ

It has been shown that ใช้นำอนุประโยคที่ตามหลัง that มาเสนอเป็นข้อสรุปที่มีหลักฐานก่อนหน้านี้รองรับ ประธานสมมติ It ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ โครงสร้างกรรมวาจกนี้ทำให้ผลการค้นพบเด่นขึ้น และทำให้ผู้ที่สร้างหลักฐานอยู่เบื้องหลัง รูป present perfect ใน has been shown นำเสนอว่าการสนับสนุนนั้นเกิดขึ้นก่อนหน้านี้และยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ตัวกรอบนี้ไม่ได้ระบุงานวิจัย วิธีการ หรือแหล่งที่มา และไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าการเปลี่ยนแปลงหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่ง

แบบฝึกหัด

It has been shown that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ระบุนักวิจัยและวิธีการที่ใช้อย่างชัดเจน
  2. พิสูจน์ว่าค่าน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้อุบัติเหตุลดลงโดยตรง
  3. เสนอข้อความถัดไปเป็นข้อสรุปที่มีหลักฐานก่อนหน้านี้รองรับโดยไม่ระบุชื่อนักวิจัย
ดูคำตอบ

เสนอข้อความถัดไปเป็นข้อสรุปที่มีหลักฐานก่อนหน้านี้รองรับโดยไม่ระบุชื่อนักวิจัย

ไวยากรณ์

for every ... goes down by ...: การจับคู่การเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณ

For every 10% increase กำหนดหน่วยที่เกิดซ้ำให้กับตัวแปรหนึ่ง กล่าวคือ ทุกครั้งที่ค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 10% จะจับคู่กับการเปลี่ยนแปลงที่ระบุไว้ของอีกตัวแปรหนึ่ง ประโยคหลักระบุตัวแปรที่สองนั้น ซึ่งก็คือจำนวนอุบัติเหตุทางรถยนต์ Goes down by 2.3% บอกขนาดของการลดลง ไม่ใช่ระดับสุดท้าย รูปแบบ for every X increase in A, B goes down by Z เชื่อมการเปลี่ยนแปลงที่มีตัวเลขกำกับสองอย่างได้อย่างแม่นยำ แต่ตัวรูปแบบเองรายงานเพียงความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่า A เป็นสาเหตุของ B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำสำคัญสองคำจากรูปแบบ for every X increase, Y goes down by Z: For ____ $5 increase in the fee, participation goes down ____ 2%.

ดูคำตอบ

every · by

Fewer accidents means fewer deaths.

1:23

อุบัติเหตุน้อยลงหมายถึงคนเสียชีวิตน้อยลง

And here's a fact about death.

1:25

และนี่คือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความตาย

More people have died ไวยากรณ์

1:27

มีคนเสียชีวิตมากกว่า

inside the Halo games วัฒนธรรม

1:29

ในเกม Halo น่ะครับ

than have ever died

1:31

เมื่อเทียบกับทุกคนที่เคยเสียชีวิต

in real life on Earth

1:32

ในชีวิตจริงบนโลก

throughout the entire history

1:35

ตลอดประวัติศาสตร์ทั้งหมด

of humans being around.

1:36

ที่มนุษย์ดำรงอยู่

ไวยากรณ์

More people have died ... than have ever died: การเปรียบเทียบยอดสะสม

โครงสร้าง More + คำนามพหูพจน์ + present perfect ... than + present perfect ใช้เปรียบเทียบปริมาณสะสมสองจำนวน More people have died ระบุยอดที่มากกว่า ส่วน than have ever died นำยอดอีกด้านที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบเข้ามา ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย than คำนาม people ที่กำลังเปรียบเทียบจะถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท ทั้งสองด้านใช้ have died เพราะมองว่ายอดเหล่านี้สะสมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ever ขยายขอบเขตของด้านที่สองให้ครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องจนถึงตอนนี้ จึงทำให้คำกล่าวหนักแน่นขึ้น ในบริบทนี้ ยอดแรกนับการตายเสมือนในเกม ไม่ใช่การเสียชีวิตของคนจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมการเปรียบเทียบและกริยาช่วย present perfect สำหรับประธานพหูพจน์ให้ประโยคเปรียบเทียบสถิติสมบูรณ์: More volunteers have signed up this month ____ ever signed up in any one month before.

ดูคำตอบ

than have

วัฒนธรรม

the Halo games: การตายเสมือนในชุดเกมแนววิทยาศาสตร์

Halo เป็นชื่อของชุดวิดีโอเกมแนววิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักเป็นพิเศษจากการต่อสู้และการแข่งขันแบบหลายผู้เล่น ตัว H ที่เป็นตัวพิมพ์ใหญ่และวลี the Halo games แสดงว่า Halo เป็นชื่อผลงานในที่นี้ ตัวละครที่ผู้เล่นควบคุมสามารถถูกปราบแล้วกลับมาได้หลายครั้ง และเกมสามารถบันทึกแต่ละเหตุการณ์เป็นการตายหนึ่งครั้ง ดังนั้น died inside the Halo games จึงหมายถึงการตายเสมือนในเกม ไม่ใช่การเสียชีวิตของคนจริง การเกิดซ้ำในหลายการแข่งขันทำให้มียอดมหาศาลและสร้างความแตกต่างที่เด่นชัดกับประวัติศาสตร์มนุษย์จริง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ dying inside the Halo games หมายถึงอะไร

  1. การตายถาวรเพียงหนึ่งครั้งต่อผู้ที่เป็นเจ้าของเกมหนึ่งคน
  2. การเสียชีวิตจริงของผู้ที่เล่นหรือสร้างเกม
  3. การตายเสมือนของตัวละครที่เกิดซ้ำระหว่างการเล่นเกม
ดูคำตอบ

การตายเสมือนของตัวละครที่เกิดซ้ำระหว่างการเล่นเกม

Killing somebody in real life

1:42

การฆ่าใครสักคนในชีวิตจริง

makes you a murderer. ไวยากรณ์

1:45

ทำให้คุณเป็นฆาตกร

ไวยากรณ์

โครงสร้าง make + กรรม + คำนาม ใน makes you a murderer

ในประโยคนี้ makes ใช้โครงสร้าง make + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำนาม: makes + you + a murderer วลีคำนาม a murderer ระบุบทบาทหรือประเภทที่ you กลายเป็นในผลลัพธ์ ไม่ใช่กรรมอีกตัวหนึ่ง make ในที่นี้หมายถึง “ทำให้ใครบางคนกลายเป็นหรือถูกจัดว่าเป็น” ไม่ได้หมายถึง “ผลิต” โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกได้ว่าการกระทำ การตัดสินใจ หรือคุณสมบัติทำให้คนหนึ่งได้รับบทบาทหรือสถานะใหม่อย่างไร

แบบฝึกหัด

ใช้ make ในรูปอดีตและใส่กรรม Leo เพื่อเติมโครงสร้างที่แสดงบทบาทใหม่ให้สมบูรณ์: The class vote ____ team captain.

ดูคำตอบ

made Leo

But the definitions of terms like that

1:47

แต่คำจำกัดความของคำศัพท์แบบนี้

are very specific.

1:49

มีความเฉพาะเจาะจงมาก

For instance,

1:50

ตัวอย่างเช่น

if you kill four or more people

1:50

ถ้าคุณฆ่าคนตั้งแต่สี่คนขึ้นไป

at one time,

1:55

ในคราวเดียว

you are technically considered by the FBI

1:56

ในทางเทคนิค FBI จะถือว่าคุณเป็น

a mass murderer. วัฒนธรรม

1:59

ฆาตกรหมู่

วัฒนธรรม

a mass murderer ในฐานะการจัดประเภทอาชญากรรมของสถาบัน

ในประโยคนี้ a mass murderer เป็นคำจัดประเภทที่ใช้ในการอภิปรายด้านอาชญาวิทยาและการบังคับใช้กฎหมาย หมายถึงผู้ที่ฆ่าคนหลายคนในเหตุการณ์เดียวหรือเหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องในช่วงเวลาสั้น ๆ mass ในที่นี้เกี่ยวข้องกับจำนวนเหยื่อ ไม่ได้บรรยายขนาดร่างกาย คำบรรยายนำเสนอ “four or more” ในฐานะการสรุปเกณฑ์จัดประเภทของ FBI โดยผู้พูด ถ้อยคำและเกณฑ์ตัวเลขที่แน่นอนอาจแตกต่างกันตามหน่วยงาน ระบบกฎหมาย และช่วงเวลา จึงไม่ควรถือว่าตัวเลขนี้เป็นกฎถาวรที่ใช้ได้ทั่วโลก

แบบฝึกหัด

ในบริบทของคำบรรยายนี้ การตีความ a mass murderer แบบใดปลอดภัยที่สุด

  1. การจัดประเภทการฆ่าหลายคนในเหตุการณ์เดียว โดยเกณฑ์ตัวเลขที่แน่นอนขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูล
  2. คำศัพท์ทางกฎหมายถาวรที่ใช้ทั่วโลกและกำหนดว่าต้องมีเหยื่อสี่คนพอดีเสมอ
  3. วลีที่หมายถึงฆาตกรที่มีร่างกายใหญ่
ดูคำตอบ

การจัดประเภทการฆ่าหลายคนในเหตุการณ์เดียว โดยเกณฑ์ตัวเลขที่แน่นอนขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูล

And if you kill two or more people,

2:01

และถ้าคุณฆ่าคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป

sometimes three or more people

2:03

บางครั้งเกณฑ์คือสามคนขึ้นไป

with a time gap

2:04

โดยมีช่วงเวลาเว้นห่าง

in between those events,

2:06

ระหว่างเหตุการณ์เหล่านั้น

a cooling down period, วัฒนธรรม

2:07

หรือก็คือช่วงสงบอารมณ์

you are technically

2:09

ในทางเทคนิค คุณก็คือ

a serial killer.

2:11

ฆาตกรต่อเนื่อง

วัฒนธรรม

a cooling down period ... a serial killer: เหตุการณ์แยกกันที่รวมเป็นชุด

ในบริบททางอาชญาวิทยานี้ a cooling down period หมายถึงช่วงเวลาที่คั่นระหว่างเหตุฆาตกรรมแต่ละครั้งซึ่งเกิดแยกจากกัน ไม่ได้หมายถึงการพักตามปกติหรืออุณหภูมิที่ลดลง ช่วงเวลานี้ช่วยอธิบายคำว่า serial เพราะการฆาตกรรมเกิดเป็นชุดของเหตุการณ์ที่แยกจากกัน บุคคลนั้นจึงถูกเรียกว่า a serial killer ในประโยคนี้ จำนวนขั้นต่ำและคำนิยามอย่างเป็นทางการอาจต่างกันตามแหล่งข้อมูลและยุคสมัย ดังนั้นประโยคนี้จึงอธิบายการจัดประเภทแบบหนึ่ง ไม่ใช่กฎที่ใช้เหมือนกันทุกแห่ง

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ a cooling down period และ a serial killer ในประโยคนี้ได้ตรงที่สุด

  1. การฆาตกรรมทั้งหมดเกิดในเหตุการณ์เดียว และ cooling down หมายถึงอุณหภูมิ
  2. บุคคลนั้นพักตามปกติหลังจากทำกิจกรรมที่ไม่ใช้ความรุนแรง
  3. เหตุฆาตกรรมที่เกิดแยกจากกันมีช่วงเวลาคั่นกลาง ซึ่งสนับสนุนการจัดประเภทว่า serial killer
ดูคำตอบ

เหตุฆาตกรรมที่เกิดแยกจากกันมีช่วงเวลาคั่นกลาง ซึ่งสนับสนุนการจัดประเภทว่า serial killer

Based on the number of unsolved murders, ลำดับความ

2:13

เมื่อพิจารณาจากจำนวนคดีฆาตกรรมที่ยังไขไม่ตก

criminologists estimate that

2:15

นักอาชญาวิทยาประเมินว่า

in the United States

2:17

ในสหรัฐอเมริกา

at any given time, วลี

2:18

ในช่วงเวลาใดก็ตาม

there are about 100 serial killers

2:20

มีฆาตกรต่อเนื่องอยู่ประมาณ 100 คน

ลำดับความ

Based on: นำเสนอหลักฐานที่รองรับข้อกล่าวอ้าง

Based on + นามวลี บอกว่าข้อกล่าวอ้างหรือการตัดสินใจที่ตามมาอาศัยข้อมูลใด ในต้นประโยคนี้ Based on the number of unsolved murders วางข้อมูลหลักฐานไว้ก่อน แล้ว criminologists estimate ... จึงบอกข้อสรุปที่ได้จากข้อมูลนั้น โครงสร้างนี้แสดงพื้นฐานของการอนุมาน ไม่ได้บอกว่าค่าประเมินนั้นถูกต้องแน่นอน และตัวโครงสร้างเองไม่ได้พิสูจน์ว่าหลักฐานนั้นเป็นสาเหตุของสิ่งใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าโรงเรียนใช้ผลสำรวจเป็นหลักฐานในการตัดสินใจ

  1. According to the principal, the school added an extra bus.
  2. Based on the survey results, the school added an extra bus.
  3. Because of heavy traffic, the school added an extra bus.
ดูคำตอบ

Based on the survey results, the school added an extra bus.

วลี

at any given time ในฐานะภาพสถิติ ณ ขณะหนึ่ง

“at any given time” หมายถึง “ไม่ว่าจะเลือกพิจารณา ณ ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง” วลีนี้แสดงภาพชั่วขณะของสถานการณ์ที่ดำเนินต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยบุคคลหรือสิ่งของที่อยู่ในภาพนั้นอาจเปลี่ยนไปตามเวลา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ตัวเลขประมาณ 100 เป็นค่าประเมินจำนวนที่มีอยู่หรือกำลังเคลื่อนไหวในแต่ละขณะ ไม่ใช่จำนวนที่นับเฉพาะตอนที่กำลังพูด “Given” เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว ไม่ได้หมายถึง “ถูกมอบให้”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ณ เวลาใดเวลาหนึ่งที่เลือกตรวจดู”: “The support center can handle up to 500 calls ____.”

ดูคำตอบ

at any given time

who have yet to be caught ไวยากรณ์

2:22

ที่ยังไม่ถูกจับกุม

walking amongst us.

2:24

และเดินปะปนอยู่ในหมู่พวกเรา

ไวยากรณ์

have yet to be caught สำหรับผลที่ยังไม่สำเร็จ

“have yet to be caught” ใช้โครงสร้าง have yet to ตามด้วยกริยารูป infinitive แบบถูกกระทำ หมายความว่าจนถึงตอนนี้ การถูกจับยังไม่เกิดขึ้น กริยาช่วยรูป perfect อย่าง have เชื่อมผลที่ยังไม่สำเร็จกับปัจจุบัน ส่วน yet บอกเป็นนัยว่ายังคาดหวังหรือยังเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นภายหลัง รูปถูกกระทำ be caught ทำให้จุดสนใจอยู่ที่คนที่ยังไม่ถูกจับ แทนที่จะอยู่ที่ผู้ที่พยายามจับพวกเขา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ “has yet to” และกริยา “announce”: “The committee ____ its final decision.”

ดูคำตอบ

has yet to announce

So keep your eyes peeled สำนวน

2:26

เพราะฉะนั้นจับตาดูให้ดี

or blink if you want to.

2:28

หรือจะกะพริบตาก็ได้ถ้าคุณต้องการ

สำนวน

keep your eyes peeled: ตื่นตัวและคอยสังเกตอย่างละเอียด

keep your eyes peeled เป็นสำนวนที่หมายถึง “ตื่นตัวและคอยสังเกตคน สิ่งของ หรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างละเอียด” คำว่า peeled ไม่ได้หมายถึงการทำอะไรกับดวงตาจริง ๆ ในประโยคนี้ keep อยู่ในรูปคำสั่งและขอให้ผู้ฟังคอยระวังต่อไป การกล่าวถึง blink หลังจากนั้นกลับไปเล่นกับการกระทำของดวงตาตามความหมายตรงชั่วครู่เพื่อสร้างมุกคำศัพท์ แต่ไม่ได้เปลี่ยนความหมายของสำนวน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ตื่นตัวและคอยสังเกตอย่างละเอียด”: As we search for the missing kitten, ____ near the bushes.

ดูคำตอบ

keep your eyes peeled

I mean, น้ำเสียง/เจตนา

2:30

ผมหมายถึง

the average person blinks

2:30

คนทั่วไปกะพริบตา

15 times a minute.

2:31

15 ครั้งต่อนาที

น้ำเสียง/เจตนา

I mean: เพิ่มหรือชี้แจงคำอธิบาย

ในประโยคนี้ I mean เป็นคำเชื่อมทางบทสนทนา ใช้นำเข้าสู่คำอธิบายที่เป็นข้อเท็จจริงซึ่งช่วยสนับสนุนและขยายมุกก่อนหน้าเรื่องการกะพริบตา ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกความหมายของคำพูดของผู้พูด ผู้พูดใช้ I mean เพื่อปรับสิ่งที่ต้องการให้ผู้ฟังเข้าใจ โดยอาจชี้แจง แก้ไข หรือเพิ่มรายละเอียด ในที่นี้เป็นการเพิ่มข้อมูลและทำให้ชัดเจน ไม่ใช่การถอนประโยคก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ใน “The trip isn’t impossible. I mean, we can take the early train,” คำว่า I mean ทำหน้าที่อะไร?

  1. เพิ่มคำอธิบายที่ช่วยสนับสนุนข้อความก่อนหน้า
  2. นำเข้าสู่คำพูดตรงของบุคคลอื่น
  3. บอกว่าข้อความก่อนหน้าผิดทั้งหมด
ดูคำตอบ

เพิ่มคำอธิบายที่ช่วยสนับสนุนข้อความก่อนหน้า

But when you watch television

2:34

แต่ตอนที่คุณดูโทรทัศน์

or YouTube videos,

2:36

หรือวิดีโอ YouTube

you blink even less frequently, ไวยากรณ์

2:38

คุณจะกะพริบตาน้อยลงไปอีก

only about 7 and a half

2:40

เหลือเพียงประมาณ 7 ครั้งครึ่ง

times a minute.

2:42

ต่อนาที

ไวยากรณ์

even less frequently: ใช้ even เน้นการเปรียบเทียบ

ใน even less frequently คำว่า less frequently หมายถึง “ถี่น้อยลง” ส่วน even ใช้เน้นการเปรียบเทียบนี้ว่าความถี่ต่ำกว่าระดับที่กล่าวถึงหรือคาดไว้ไปอีกขั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ even + ขั้นกว่า เช่น even faster, even more carefully และ even less often ในที่นี้ even หมายถึง “เพิ่มขึ้นอีกระดับ ซึ่งอาจเกินคาด” ไม่ได้หมายถึง “หารด้วยสองลงตัว” หรือ “เรียบเสมอกัน”

แบบฝึกหัด

รถประจำทางเที่ยวแรกมาทุก 20 นาที แต่ช่วงดึกมาชั่วโมงละครั้ง ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าความถี่ช่วงดึกต่ำกว่าความถี่แรก

  1. Late at night, the buses come even less frequently.
  2. Late at night, the buses come even more frequently.
  3. Late at night, the buses come very frequently.
ดูคำตอบ

Late at night, the buses come even less frequently.

So why blink น้ำเสียง/เจตนา

2:44

แล้วจะกะพริบตาทำไม

more often than you have to?

2:45

บ่อยเกินกว่าที่จำเป็น

น้ำเสียง/เจตนา

Why blink more often than you have to? ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์

นี่คือคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้ why รูปประโยคดูเหมือนถามหาเหตุผล แต่ความหมายหลักคือ “ไม่มีเหตุผลที่ดีที่จะกะพริบตาบ่อยเกินความจำเป็น” ผู้พูดท้าทายผู้ฟังเล็กน้อยแทนที่จะรอคำตอบจริง ๆ ในภาษาอังกฤษแบบสนทนา why สามารถตามด้วยกริยารูปพื้นฐานได้ทันที: Why blink...? รูปแบบสั้นนี้ถามว่าจำเป็นต้องทำการกระทำนั้นหรือไม่ ใน than you have to คำว่า blink ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท รูปเต็มคือ than you have to blink ส่วน have to หมายถึง “จำเป็นต้อง” จึงกำหนดระดับต่ำสุดที่จำเป็น ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า “The free app does everything we need, so why pay more than we have to?” คำถามนี้มีความหมายหลักว่าอะไร

  1. ผู้พูดอยากรู้ว่าเงินเป็นของใคร
  2. ไม่มีเหตุผลที่ดีที่จะจ่ายมากเกินกว่าที่จำเป็น
  3. ผู้พูดกำลังถามว่าจะทำให้ราคาสูงขึ้นได้อย่างไร
ดูคำตอบ

ไม่มีเหตุผลที่ดีที่จะจ่ายมากเกินกว่าที่จำเป็น

Go ahead and click the link น้ำเสียง/เจตนา

2:47

คลิกลิงก์ได้เลย

at the top of the description

2:48

ที่อยู่บนสุดของคำอธิบาย

to play the Vsauce leanback.

2:49

เพื่อเปิด leanback ของ Vsauce

น้ำเสียง/เจตนา

Go ahead and + การกระทำ

ในประโยคนี้ Go ahead and นำหน้าการกระทำที่ผู้พูดอยากให้ผู้ชมเริ่มทำ คือ click the link วลีนี้ใช้ให้กำลังใจหรืออนุญาตอย่างเป็นมิตร ไม่ได้หมายถึงให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ go ahead and + คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งอาจใช้เพื่ออนุญาต กระตุ้นให้ใครเริ่มลงมือ หรือแสดงว่าสนับสนุนการตัดสินใจของเขา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย Go: You may start now. ____ open the box.

ดูคำตอบ

Go ahead and

It's sure to keep your eyes open โน้ต

2:51

รับรองว่าจะทำให้คุณลืมตาดูต่อไปแน่นอน

because it's full of videos

2:52

เพราะในนั้นเต็มไปด้วยวิดีโอ

around the topic of surprise.

2:54

ที่มีธีมเกี่ยวกับความประหลาดใจ

ไวยากรณ์

It's sure to + คำกริยารูปพื้นฐาน

ในที่นี้ It's sure to หมายความว่าสิ่งนั้นแทบจะแน่นอนว่าจะทำให้เกิดผลที่กล่าวไว้ It หมายถึง Vsauce leanback ส่วน keep your eyes open คือผลที่คาดการณ์ และ because นำเข้าสู่เหตุผลของการคาดการณ์อย่างมั่นใจนี้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be sure to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เมื่อคาดอย่างมากว่าประธานจะทำบางสิ่งหรือผลลัพธ์หนึ่งแทบจะแน่นอน ประธานที่อยู่หน้า be จึงสำคัญ เพราะ It's sure to เป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่คำสั่งที่บอกผู้ฟังให้ทำอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be sure to เพื่อคาดการณ์อย่างมั่นใจ แทนที่จะใช้เตือนให้ทำบางสิ่ง

  1. The new game is sure to be popular.
  2. Are you sure about the answer?
  3. Be sure to charge the tablet.
ดูคำตอบ

The new game is sure to be popular.

สำนวน

ความหมายสองชั้นของ keep your eyes open

ในประโยคนี้ keep your eyes open มีความหมายได้สองชั้น ความหมายตรงตัวคือไม่หลับตา ซึ่งเชื่อมโยงกับการพูดก่อนหน้านี้เรื่องการกะพริบตาขณะดูวิดีโอ ส่วนความหมายเชิงเปรียบเทียบคือการตื่นตัวและตั้งใจสังเกต ซึ่งเข้ากับหัวข้อความประหลาดใจ โดยปกติบริบทจะบอกความหมายที่ต้องการ หากพูดถึงความเหนื่อย มักหมายถึงการฝืนไม่ให้หลับจริง ๆ แต่ถ้าเป็นคำเตือนหรือมีสิ่งที่ต้องสังเกต ก็หมายถึงการระวังตัว ในที่นี้ถ้อยคำทำให้ทั้งสองความหมายใช้ได้พร้อมกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคใหม่นี้ keep your eyes open หมายความว่าอย่างไร During the museum tour, keep your eyes open for hidden animal shapes in the paintings.

  1. ฝืนตัวเองไม่ให้หลับ
  2. ไม่กะพริบตาเลย
  3. ตื่นตัวและมองอย่างตั้งใจ
ดูคำตอบ

ตื่นตัวและมองอย่างตั้งใจ

I'll see you over there.

2:56

แล้วเจอกันที่นั่นครับ

Be sure to subscribe to Vsauce

2:57

อย่าลืมกดติดตาม Vsauce

for more videos.

2:59

เพื่อดูวิดีโอเพิ่มเติม

And as always,

2:59

และเช่นเคย

thanks for watching.

3:00

ขอบคุณที่รับชมครับ