ทำไมคนดีถึงน่ากลัว: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
แนะนำวิดีโอ: วิดีโออธิบายว่าเหตุใดความใจดีจึงทำให้ผู้ที่ไม่เชื่อว่าตนควรได้รับความรักรู้สึกกลัว โทรศัพท์ที่ติดขัดแสดงการรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันตนเอง และตอนจบเตือนว่าอย่ามองความตื่นตระหนกนั้นเป็นการปฏิเสธส่วนตัว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. go out for a drink - วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ใช้คำชวนไปสังสรรค์ที่เป็นธรรมชาตินี้ โดยอาจสื่อถึงการนัดเดตแต่ไม่ยืนยันเจตนาเชิงความรัก 2. Yeah, no. - วัจนปฏิบัติศาสตร์และท่าที: ฟังให้ออกว่าเริ่มจากการรับรู้แล้วเปลี่ยนไปสู่การปฏิเสธหรือถอยห่าง คำตอบจริงคือ no 3. hold it against - สำนวนและการเปรียบเปรย: เข้าใจว่า hold something against someone หมายถึงการโทษหรือขุ่นเคืองใครเพราะเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่การถือสิ่งของจริง ๆ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
be with someone: มีความสัมพันธ์แบบคู่รัก
ในประโยคนี้ be with someone หมายถึงคบหาหรือมีความสัมพันธ์แบบคู่รักกับคนนั้น บริบทที่พูดถึงคู่ในอุดมคติทำให้ความหมายด้านความสัมพันธ์ชัดเจน ไม่ได้หมายถึงแค่อยู่ในสถานที่เดียวกัน โครงสร้าง be with + บุคคล สามารถใช้บอกความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ต่อเนื่องได้ บริบทเป็นตัวกำหนดความหมาย จึงควรมองหาคำบอกใบ้ เช่น การออกเดต คู่รัก ความรัก หรือการเลือกอนาคตร่วมกัน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “After dating for a year, Lina wants to be with Sam.” คำว่า be with Sam มีความหมายใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- เห็นด้วยกับทุกอย่างที่แซมพูด
- มีความสัมพันธ์แบบคู่รักกับแซม
- ยืนอยู่ข้างแซมในตอนนั้น
ดูคำตอบ
มีความสัมพันธ์แบบคู่รักกับแซม
sounds so plausible: sound + คำคุณศัพท์
ในที่นี้ sound ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม โครงสร้าง sound + คำคุณศัพท์ หมายถึงดูเหมือนหรือให้ความรู้สึกแบบหนึ่งเมื่อได้ยินหรือพิจารณา ไม่ได้หมายถึงส่งเสียง Plausible หมายถึงดูมีเหตุผลหรือน่าเชื่อ แม้อาจไม่จริงก็ตาม ส่วน so ช่วยเพิ่มระดับของคำคุณศัพท์ ดังนั้น it sounds so plausible จึงหมายถึงฟังครั้งแรกแล้วดูน่าเชื่อมาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าคำอธิบายฟังดูน่าเชื่อ โดยไม่ได้ยืนยันว่าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง
- The explanation sounds plausible.
- The explanation sounds possible.
- The explanation sounds probable.
ดูคำตอบ
The explanation sounds plausible.
I mean, ใช้เริ่มพูดใหม่และเน้นการประเมินให้แรงขึ้น
I mean ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อบอกความหมายตามตัวอักษร ผู้พูดเริ่มเรียบเรียงคำประเมินของตนใหม่ แล้วเปลี่ยนเป็นคำที่แรงกว่า คือสถานการณ์ไม่ได้แค่แย่ แต่แย่ที่สุด ในการสนทนา I mean ใช้ส่งสัญญาณว่า “ขอพูดให้แม่นยำหรือหนักแน่นขึ้น” แล้วจึงตามด้วยถ้อยคำที่แก้ใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ I mean อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเริ่มพูดใหม่และเน้นการประเมินให้แรงขึ้น
- I mean the room beside the stairs.
- The room was small—I mean, tiny.
- I think the room will be ready soon.
ดูคำตอบ
The room was small—I mean, tiny.
get any worse: แย่ลงไปอีกไม่ว่าจะมากน้อยเพียงใด
Get + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า หมายถึงเปลี่ยนไปมีคุณสมบัตินั้นมากขึ้น ดังนั้น get worse หมายถึง “แย่ลง” และ get any worse หมายถึง “แย่ลงไปอีกไม่ว่าจะมากน้อยเพียงใด” ในประโยคปฏิเสธ not going to get any worse คำว่า any เน้นขีดจำกัดว่าผู้พูดคาดว่าจะไม่แย่ลงอีกเลย แต่ But then they do พลิกความคาดหมายนั้น โดย do ใช้แทน get worse
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบที่ไฮไลต์ซึ่งหมายถึง “แย่ลงไปอีกไม่ว่าจะมากน้อยเพียงใด”: We hoped the leak could not ____, but the ceiling started to collapse.
ดูคำตอบ
get any worse
but then they do: ใช้ do แทน get any worse
ใน but then they do คำว่า do ใช้แทนวลีกริยาทั้งหมด get any worse จากอนุประโยคแรก ผู้ฟังนำความหมายก่อนหน้านั้นกลับมาเติม จึงไม่ต้องพูด they get worse ซ้ำ But then แสดงการพลิกความคาดหมาย เดิมคาดว่าสถานการณ์จะไม่แย่ลง แต่อนุประโยคถัดไปบอกว่าสถานการณ์กลับแย่ลงอย่างไม่คาดคิด do ตรงนี้เป็นกริยาช่วยที่อ้างกลับไปยังวลีกริยาก่อนหน้า ไม่ใช่กริยาหลัก do ที่หมายถึง “ลงมือทำบางอย่าง”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอนุประโยคสี่คำที่นำเข้าสู่ผลที่ไม่คาดคิดและใช้ does แทน crash again: You think the app won't crash again, ____.
ดูคำตอบ
but then it does
doesn't make sense: ตัดสินว่าบางสิ่งไม่มีเหตุผล
Make sense เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “มีเหตุผล สอดคล้องกัน หรือเข้าใจได้” ใน It just doesn't make sense ประธาน it หมายถึงความคิด พฤติกรรม กฎ หรือสถานการณ์ที่กำลังพูดถึง ไม่ได้แปล make และ sense แยกกันตามตัวอักษร Just ทำให้คำตัดสินเชิงลบรุนแรงขึ้น โดยแสดงว่าผู้พูดสงสัยอย่างมากและหาเหตุผลที่สมเหตุสมผลไม่ได้ ไม่ใช่เพียงขอให้ชี้แจงเพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ถูกต้องด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ดูมีเหตุผล”? The new rule doesn't ____.
- do sense
- make sense
- make a sense
ดูคำตอบ
make sense
the right man: right ในความหมายว่า “เหมาะสม”
ในที่นี้ the right man หมายถึงผู้ชายที่เหมาะจะเป็นคู่รักของคนที่ถูกถาม คำว่า right หมายถึงเหมาะสมกับคนหรือสถานการณ์หนึ่ง ๆ ไม่ได้หมายถึงทิศทางด้านขวาหรือคำตอบที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง การใช้แบบนี้ยังพบได้ใน the right person, the right job และ the right time โดย right จะบอกว่าสิ่งนั้นเหมาะกับความต้องการหรือสถานการณ์ วลีนี้ไม่ได้บอกว่ามีคนที่ “ถูกต้อง” เพียงคนเดียวอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ใน “She hopes to meet the right man” คำว่า “the right man” หมายถึงอะไร?
- คู่รักชายที่เหมาะกับเธอ
- ผู้ชายที่ยืนอยู่ทางขวา
- ผู้ชายเพียงคนเดียวที่ถูกต้องอย่างเป็นกลาง
ดูคำตอบ
คู่รักชายที่เหมาะกับเธอ
looking for: กำลังค้นหาหรือหวังว่าจะพบ
looking for ในที่นี้หมายถึงกำลังพยายามหาหรือหวังว่าจะพบ โดยเฉพาะคนรักแบบที่กำลังจะอธิบายต่อไป เป็นรูป -ing ของ look for โครงสร้าง all I'm looking for is + คน สิ่งของ หรือคุณสมบัติ ใช้เกริ่นถึงสิ่งเดียวที่ผู้พูดต้องการ โดยจะระบุคนหรือสิ่งที่ต้องการไว้หลัง is
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาสองคำที่หมายถึง “พยายามหา”: Leo is ____ a summer job.
ดูคำตอบ
looking for
too much to ask: ตัดสินว่าคำขอมากเกินไปหรือไม่
Too much to ask หมายถึงคำขอนั้นเกินกว่าสิ่งที่ยุติธรรมหรือสมเหตุสมผลที่จะขอ โดย much วัดภาระ ความพยายาม หรือระดับความคาดหวังที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่จำนวนที่นับได้ ใน I don't think it's too much to ask การปฏิเสธจะกลับทิศของการประเมิน กล่าวคือ ผู้พูดเชื่อว่าคำขอนั้นสมเหตุสมผล วลีนี้ช่วยยืนยันว่าความคาดหวังนั้นเหมาะสมได้ทั้งก่อนและหลังบอกว่าคาดหวังเรื่องอะไร
แบบฝึกหัด
คุณต้องการบอกว่าการขอให้เพื่อนร่วมห้องล้างจานของตัวเองเป็นเรื่องสมเหตุสมผล ประโยคใดเหมาะที่สุด?
- I don't think it's too much to ask.
- I think it's too much to ask.
- I know it's a lot to ask, so I won't ask.
ดูคำตอบ
I don't think it's too much to ask.
all I'm looking for ... is: การเน้นคำขอเพียงอย่างเดียว
โครงสร้างหลักคือ all + อนุประโยค + be + คำตอบ: all I'm looking for is someone.... อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย all ทำหน้าที่เป็นประธานและหมายถึง “สิ่งเดียวที่...” ส่วนข้อความหลัง is ระบุว่าสิ่งเดียวนี้คืออะไร I don't think it's too much to ask เป็นความคิดเห็นที่แทรกเข้ามา เมื่อตัดส่วนนี้ออก โครงหลักของประโยคคือ All I'm looking for is someone who's kind, funny, nice, and normal. ความคิดเห็นนี้เพิ่มการประเมินของผู้พูด แต่ไม่ได้เปลี่ยนว่าส่วนใดเชื่อมกันด้วย is
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเน้นข้อมูล All I'm looking for ... is ให้ตรงตามรูปแบบ: “____, even on busy days, ____ ten quiet minutes.”
ดูคำตอบ
All I'm looking for · is
you know ในฐานะคำกำกับบทสนทนาภาษาพูด
ตรงนี้ you know เป็นคำกำกับบทสนทนาในภาษาพูด ไม่ใช่คำถามว่าผู้ฟังรู้อะไรหรือไม่ แทบไม่มีความหมายตามตัวอักษร และไม่ได้เปลี่ยนคำบรรยายลักษณะของคนนั้น เมื่อวางไว้ก่อนรายการคำคุณศัพท์ คำนี้ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาสั้น ๆ เพื่อเรียบเรียงคุณลักษณะที่จะพูด และชวนให้ผู้ฟังมองว่าคุณลักษณะเหล่านั้นเป็นแนวคิดที่คุ้นเคยและสมเหตุสมผล
แบบฝึกหัด
you know ทำหน้าที่อะไรในประโยค "She wants someone who's, you know, patient and honest"?
- ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาคิดคำพูดและนำเสนอคุณลักษณะเหล่านั้นว่าเป็นสิ่งที่คุ้นเคย
- ถามว่าผู้ฟังรู้หรือไม่ว่าคนนั้นคือใคร
- หมายความว่าผู้พูดลืมคุณลักษณะเหล่านั้น
ดูคำตอบ
ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาคิดคำพูดและนำเสนอคุณลักษณะเหล่านั้นว่าเป็นสิ่งที่คุ้นเคย
it's pretty hard to deal with niceness when it does come along. โน้ต
0:27มันยากมากที่จะรับมือกับความใจดีเมื่อมันเกิดขึ้นจริงๆ
But in practice: เปลี่ยนจากอุดมคติสู่ความเป็นจริง
But แสดงการเปรียบต่างกับอุดมคติหรือความคาดหวังที่กล่าวไว้ก่อนหน้า จากนั้น in practice จะเปลี่ยนประเด็นไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสถานการณ์จริง เมื่อใช้ร่วมกัน But in practice, จะจัดลำดับเหตุผลเป็น “แนวคิดที่คาดหวังหรือพึงปรารถนา → ผลลัพธ์ในโลกจริงที่แตกต่างออกไป” ตรงนี้ practice หมายถึงความเป็นจริงหรือการทำงานจริง ไม่ใช่ช่วงฝึกซ้อม
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดเติมการเปรียบต่างนี้ได้เหมาะสมที่สุด? "The new schedule looks efficient on paper. ____, it creates longer waits."
- During practice
- But in practice
- For practice
ดูคำตอบ
But in practice
deal with: จัดการหรือรับมือกับบางสิ่ง
ในประโยคนี้ deal with หมายถึง “เผชิญและจัดการ” ประสบการณ์บางอย่าง ผู้พูดรู้สึกว่าตนตอบสนองต่อความใจดีได้ยากเมื่อมันปรากฏขึ้น โครงสร้างคือ deal with + คำนาม/คำสรรพนาม มักใช้พูดถึงการจัดการปัญหา ความรู้สึก บุคคล หรืองาน
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดในความหมายว่า “จัดการหรือตอบสนองต่อ” When a customer complains, I try to ___ the problem calmly.
- deal in
- deal out
- deal with
ดูคำตอบ
deal with
does come along: does ที่ใช้เน้นก่อนกริยารูปพื้นฐาน
ในที่นี้ does เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า โดยเพิ่มความหมายว่า “จริง ๆ” และโต้แย้งความคิดที่ว่าความใจดีอาจไม่ปรากฏเลย หลัง does กริยาหลักต้องอยู่ในรูปพื้นฐาน จึงใช้ does come ไม่ใช่ does comes ในบริบทนี้ come along หมายถึงปรากฏหรือมาถึง ไม่ใช่การชวนใครให้ไปด้วยกัน
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน สังเกตว่ามี does ที่ลงเสียงหนักอยู่ก่อน come หรือไม่
- A kind offer comes along sometimes.
- A kind offer does come along sometimes.
ดูคำตอบ
A kind offer does come along sometimes.
ความหมายที่ไม่ตรงตัวของ run: การหลีกเลี่ยงความใกล้ชิดหรือความยากลำบาก
run ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วด้วยเท้า แต่หมายถึงการจากไป ถอยห่าง หรือเลิกมีส่วนร่วม เพราะความใจดี ความใกล้ชิด หรือสถานการณ์ที่ยากนั้นรับมือได้ลำบาก ความหมายที่ไม่ตรงตัวนี้ยังใช้บรรยายการหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ ความรับผิดชอบ หรือปัญหา แทนที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งนั้นได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ใน “Maya always runs when a relationship starts to feel serious,” คำว่า runs น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- เธอวิ่งเร็วเพื่อออกกำลังกาย
- เธอถอยห่างเพื่อหลีกเลี่ยงความใกล้ชิดทางอารมณ์
- เธอทำให้ความสัมพันธ์ดำเนินไปได้ดี
ดูคำตอบ
เธอถอยห่างเพื่อหลีกเลี่ยงความใกล้ชิดทางอารมณ์
Very embarrassing. ในฐานะวลีประเมินแบบสั้นในภาษาพูด
Very embarrassing. เป็นวลีไม่เต็มประโยคที่เป็นธรรมชาติในภาษาพูด ใช้ประเมินเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ผู้ฟังจะเติมประธานและกริยาเชื่อมที่ละไว้จากบริบท เช่น That was very embarrassing. คำคุณศัพท์ลงท้ายด้วย -ing อย่าง embarrassing บรรยายว่าเหตุการณ์นั้นทำให้เกิดความอับอาย ไม่ได้ระบุโดยตรงว่าใครรู้สึก embarrassed
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งเล่าว่าลืมชื่อทุกคนในการประชุม ตัวเลือกใดเป็นการประเมินเหตุการณ์นั้นแบบสั้นและเป็นธรรมชาติในภาษาพูด?
- I very embarrassing.
- Very embarrassed.
- Very embarrassing.
ดูคำตอบ
Very embarrassing.
การใช้ Would you like to ...? เพื่อเชิญอย่างสุภาพ
Would you like to + คำกริยารูปพื้นฐาน...? ใช้ถามอย่างสุภาพว่าอีกฝ่ายอยากทำสิ่งใดหรือไม่ ในประโยคนี้เป็นการเริ่มชวนให้ออกไปพบกันและดื่มอะไรสักอย่าง Would ทำให้คำถามนุ่มนวลและตรงน้อยกว่า Do you want to...? ในโครงสร้างนี้ like ไม่ได้หมายถึงการชอบทำกิจกรรมนั้นโดยทั่วไป แต่ทั้งวลีถามถึงความเต็มใจหรือความสนใจต่อสิ่งที่เสนอ
แบบฝึกหัด
ข้อใดตรงกับความหมายของ 'Would you like to sit with us?' มากที่สุด
- คำถามว่าโดยทั่วไปอีกฝ่ายชอบการนั่งหรือไม่
- คำเชิญอย่างสุภาพที่ถามว่าอีกฝ่ายอยากนั่งกับกลุ่มหรือไม่
- คำสั่งที่บอกให้อีกฝ่ายนั่งตรงไหน
ดูคำตอบ
คำเชิญอย่างสุภาพที่ถามว่าอีกฝ่ายอยากนั่งกับกลุ่มหรือไม่
go out for a drink ในฐานะคำชวนไปพบปะ
Go out for a drink หมายถึงการออกจากบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานที่อื่นเพื่อไปพบกันที่ใดสักแห่งและดื่มเครื่องดื่มด้วยกัน วลีนี้บอกถึงการออกไปพบปะกัน ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนตัวออกไปข้างนอก เมื่อใช้เป็นคำเชิญ วลีนี้อาจสื่อถึงการใช้เวลาร่วมกันและทำความรู้จักกันมากขึ้น ในบางบริบทของผู้ใหญ่ drink อาจหมายถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ตัววลีไม่ได้กำหนดว่าต้องมีแอลกอฮอล์และไม่ได้หมายถึงการออกเดตเชิงโรแมนติกโดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
ใน 'Let's go out for a drink after the game,' ผู้พูดกำลังเสนออะไร
- ออกไปข้างนอกชั่วครู่โดยไม่มีแผนพบปะใด ๆ
- เริ่มต้นความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกอย่างเป็นทางการ
- พบกันที่ใดสักแห่งเพื่อดื่มเครื่องดื่มและใช้เวลาร่วมกัน
ดูคำตอบ
พบกันที่ใดสักแห่งเพื่อดื่มเครื่องดื่มและใช้เวลาร่วมกัน
sometime ในคำชวนเกี่ยวกับอนาคตแบบไม่กดดัน
ในที่นี้ sometime หมายถึง “เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคตที่ยังไม่ได้ระบุ” โดยสามารถตกลงวันหรือเวลาที่แน่นอนได้หลังจากอีกฝ่ายตอบรับคำชวน เมื่อวางไว้ท้ายคำชวน จะทำให้ข้อเสนอฟังดูสบาย ๆ และไม่กดดัน ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “บางครั้ง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นคำชวนแบบสบาย ๆ สำหรับโอกาสหนึ่งครั้งในอนาคตที่ยังไม่ได้ระบุเวลา
- Would you like to get coffee sometime?
- Would you like to get coffee sometimes?
- Would you like to spend some time at the café?
ดูคำตอบ
Would you like to get coffee sometime?
“I could call you about 9:00” ในฐานะข้อเสนอที่ยังไม่ตายตัว
ประโยคนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า—I could call you...—แต่เครื่องหมายคำถามทำให้กลายเป็นการขอให้อีกฝ่ายยืนยัน ไม่ใช่การประกาศแผนที่แน่นอน could ทำให้แผนฟังดูเป็นข้อเสนอที่ยังไม่ตายตัวและสุภาพ ส่วน about แสดงว่าสามทุ่มเป็นเวลาโดยประมาณ ในที่นี้ could ไม่ได้บอกความสามารถในอดีต ผู้พูดกำลังเสนอการนัดหมายที่เป็นไปได้ และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายยืนยันหรือเสนอเวลาอื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอเวลาสามทุ่มเป็นแผนที่ยังไม่ตายตัวอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด และขอให้อีกฝ่ายยืนยัน
- Could I call you about 9:00?
- I can call you at exactly 9:00.
- I could call you about 9:00?
ดูคำตอบ
I could call you about 9:00?
Brilliant. ในฐานะคำตอบเชิงบวกที่ใช้เดี่ยว ๆ
Brilliant. ในที่นี้เป็นคำตอบเชิงบวกที่ใช้เดี่ยว ๆ หมายถึง “เยี่ยมเลย” หรือ “ยอดเยี่ยม” และแสดงว่าผู้พูดยินดีกับแผนที่จะติดต่อกันภายหลัง การใช้เป็นคำตอบแบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติช ไม่ได้หมายถึงการชมว่าใครฉลาดหรือมีพรสวรรค์ แต่บริบทการสนทนาและการที่คำนี้อยู่เดี่ยว ๆ ชี้ว่าเป็นความหมายเชิงตอบรับ
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนานี้ คำตอบ “Brilliant.” หมายความว่าอะไร? “I'll message you tonight.” — “Brilliant.”
- คุณฉลาดมาก
- เยี่ยม แบบนั้นฉันโอเค
- แสงสว่างมาก
ดูคำตอบ
เยี่ยม แบบนั้นฉันโอเค
A tiny part of us สำหรับความรู้สึกร่วมที่มีเพียงเล็กน้อย
ใน A tiny part of us might think, คำว่า part ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยนำเสนอความคิดภายในใจที่มีเพียงเล็กน้อยราวกับว่าเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของจิตใจร่วมกันของกลุ่ม คำว่า tiny ลดน้ำหนักของความคิดนั้น แต่ยังยอมรับว่ามันมีอยู่จริง วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดเกริ่นถึงความสงสัยหรือความรู้สึกที่กลุ่มไม่ได้ยอมรับอย่างเต็มที่ A tiny part of us เป็นประธานทางไวยากรณ์ของ might think ส่วน us ระบุผู้คนที่ถูกมองว่ามีความสงสัยเล็ก ๆ นี้ร่วมกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีห้าคำที่ตรงกันและหมายถึง “ความรู้สึกเล็กน้อยภายในใจของพวกเราทุกคน”: ____ hopes the outdoor concert gets canceled, even though we bought tickets.
ดูคำตอบ
A tiny part of us
any good: ถามถึงคุณภาพหรือความสามารถโดยรวม
ใน be any good คำว่า any ช่วยเน้นคำถามหรือเงื่อนไขว่าคนหรือสิ่งของนั้นได้มาตรฐานที่สมเหตุสมผลหรือไม่ ในที่นี้ if they're any good หมายถึง “ถ้าพวกเขาดีหรือมีคุณค่าน่าประทับใจจริง” ไม่ได้หมายถึง “ถ้าคนใดคนหนึ่งในกลุ่มนั้นเป็นคนดี” ผู้พูดสงสัยว่าคนที่น่าประทับใจจะมาสนใจพวกตนจริงหรือไม่ ประโยคนี้จึงเป็นการประเมินแบบไม่มั่นใจและลดคุณค่าตัวเอง มากกว่าจะเป็นคำชมธรรมดา
แบบฝึกหัด
เพื่อนนำแอปเรียนตัวใหม่มาให้ดู คำถามใดใช้ any good เพื่อถามว่าโดยรวมแล้วแอปนี้ดี คุ้มค่า หรือมีประสิทธิภาพหรือไม่
- What is it good at?
- Is it any good?
- Does it look good?
ดูคำตอบ
Is it any good?
interested in: ต้องใช้คำบุพบท in
Interested เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกของคน เมื่อต้องการระบุคน สิ่งของ หรือกิจกรรมที่ดึงดูดความสนใจ ต้องตามด้วย in เช่น interested in us, interested in science, interested in learning ในประโยคนี้ interested in us หมายถึงความสนใจที่พวกเขาแสดงต่อฝ่ายผู้พูด และในบริบทนี้สื่อถึงความสนใจเชิงโรแมนติก แต่โครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึงความรักเสมอไป ความหมายขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ต้องใช้หลัง interested: Maya is interested ____ learning Italian.
ดูคำตอบ
in
had the most amazing time: สนุกมากเป็นพิเศษ
ใน had the most amazing time คำว่า had เป็นรูปอดีตของ have และ have an amazing time หมายถึง “สนุกกับประสบการณ์นั้นมาก” ในที่นี้ time หมายถึงช่วงเวลาหรือประสบการณ์ที่ได้ใช้ไป ไม่ใช่เวลาว่าง the most ทำให้คำชมในภาษาพูดมีน้ำหนักมากเป็นพิเศษ อาจเป็นเพียงการเน้นความรู้สึกอย่างกระตือรือร้น ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเปรียบเทียบหลายประสบการณ์แล้วตัดสินว่านี่ดีที่สุดจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ใน “I had the most amazing time last night,” ผู้พูดกำลังสื่ออะไร?
- ผู้พูดมีเวลาว่างเกือบตลอดเมื่อคืนก่อน
- ผู้พูดจัดอันดับทุกคืนที่ผ่านมาอย่างเป็นกลางแล้ว
- ผู้พูดสนุกกับเมื่อคืนก่อนมาก
ดูคำตอบ
ผู้พูดสนุกกับเมื่อคืนก่อนมาก
If we aren't totally convinced of our own lovability, โน้ต
1:04ถ้าเรายังไม่เชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่าตัวเองคู่ควรกับความรัก
Be convinced of: มั่นใจเกี่ยวกับบางสิ่ง
Be convinced of + วลีนามหรือรูป -ing หมายถึงรู้สึกมั่นใจว่าบางสิ่งเป็นความจริงหรือมีคุณสมบัติบางอย่างอยู่ ในที่นี้ our own lovability คือคุณสมบัติที่ผู้พูดยังไม่มั่นใจ นั่นคือการที่ตนเองคู่ควรกับการถูกรัก เมื่อ aren't ใช้ร่วมกับ totally วลี aren't totally convinced จึงหมายความว่ายังมีความสงสัยเหลืออยู่บ้าง ไม่ได้หมายความว่าต้องเชื่อในสิ่งตรงกันข้ามเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่หมายถึง “มั่นใจเกี่ยวกับบางสิ่ง” โดยใช้ convinced กับคำบุพบทที่ถูกต้อง: After reviewing the test results, Maya was fully ____ the device's safety.
ดูคำตอบ
convinced of
another person's affections can be a bit unnerving. โน้ต
1:07ความรักจากคนอื่นอาจทำให้เรารู้สึกประหม่าได้นิดหน่อย
If ..., ... can be a bit unnerving: เงื่อนไขและผลที่อาจเกิดขึ้น
อนุประโยค if กำหนดเงื่อนไขว่า เราไม่แน่ใจอย่างเต็มที่ว่าตนเองคู่ควรกับการได้รับความรัก ส่วนประโยคหลักบอกผลที่อาจเกิดขึ้นว่า ความรักจากคนอื่นอาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง can แสดงความเป็นไปได้โดยทั่วไป ไม่ได้บอกว่าผลนี้ต้องเกิดกับทุกคน ส่วน a bit ช่วยลดความแรงของ unnerving ดังนั้นประโยคนี้จึงเสนอแนวโน้ม ไม่ใช่กฎตายตัว
แบบฝึกหัด
ข้อความที่ถอดความข้อใดรักษาความหมายและระดับความแน่นอนของประโยคได้ดีที่สุด?
- เมื่อผู้คนสงสัยว่าตนเองคู่ควรกับความรักหรือไม่ ความรักจากคนอื่นอาจทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
- เมื่อผู้คนสงสัยว่าตนเองคู่ควรกับความรักหรือไม่ ความรักจากคนอื่นจะทำให้พวกเขาหวาดกลัวเสมอ
- ความรักจากคนอื่นพิสูจน์ว่าผู้คนไม่คู่ควรกับความรัก
ดูคำตอบ
เมื่อผู้คนสงสัยว่าตนเองคู่ควรกับความรักหรือไม่ ความรักจากคนอื่นอาจทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
Affections: ความรักและความรู้สึกเชิงโรแมนติก
Affections เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงความรักหรือความชื่นชอบอย่างลึกซึ้งที่คนหนึ่งมีต่ออีกคน ในประโยคนี้ another person's affections หมายถึงความรักหรือความสนใจเชิงโรแมนติกที่คนนั้นมอบให้ใครบางคน รูปพหูพจน์นี้มักนำเสนอความรู้สึกเหล่านี้เป็นความผูกพันทางอารมณ์ของบุคคล โดยเฉพาะในภาษาที่ใช้ใคร่ครวญ เป็นทางการ หรือเป็นเชิงวรรณกรรมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ คำนี้ไม่ใช่รูปหนึ่งของคำกริยา affect
แบบฝึกหัด
ใน “another person's affections can be a bit unnerving” คำว่า affections หมายถึงอะไร
- พฤติกรรมสุภาพของคนนั้นต่อคนแปลกหน้า
- ความรู้สึกรักหรือความรู้สึกเชิงโรแมนติกของคนนั้น
- อิทธิพลของคนนั้นต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
ดูคำตอบ
ความรู้สึกรักหรือความรู้สึกเชิงโรแมนติกของคนนั้น
a bit unnerving: การทำให้ปฏิกิริยาเชิงลบฟังดูเบาลง
ใน a bit unnerving คำว่า a bit ทำหน้าที่ลดระดับความแรงของคำคุณศัพท์เชิงลบ unnerving ทำให้ปฏิกิริยาฟังดูสุขุม ยับยั้งชั่งใจ หรือมีความเกรงใจ แทนที่จะตรงและรุนแรง ถ้อยคำนี้ไม่ได้รับประกันว่าความรู้สึกนั้นเบาเพียงเล็กน้อยจริง ๆ ผู้พูดมักใช้ a bit เพื่อลดทอนสิ่งที่รู้สึก ดังนั้นบริบทอาจบอกได้ว่าความไม่สบายใจจริง ๆ รุนแรงกว่าความหมายตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a bit เพื่อให้ปฏิกิริยาเชิงลบฟังดูยับยั้งชั่งใจมากขึ้น
- The change is not unsettling at all.
- The change is a bit unsettling.
- The change is extremely unsettling.
ดูคำตอบ
The change is a bit unsettling.
Wouldn't they rather be ...?: การถามถึงความชอบด้วย would rather
Would rather + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกความชอบระหว่างตัวเลือกต่าง ๆ ใน Wouldn't they rather be ... คำว่า be ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน และไม่ใส่ to หลัง rather การขึ้นต้นด้วย Wouldn't they ทำให้เป็นคำถามเชิงปฏิเสธ ในที่นี้รูปประโยคสื่อว่าผู้พูดคาดหรือสงสัยว่าพวกเขาน่าจะชอบอีกตัวเลือกหนึ่งมากกว่า ไม่ใช่ถามอย่างเป็นกลางโดยไม่มีข้อคาดหมาย
แบบฝึกหัด
เติมคำถามให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง would rather: Wouldn't they ____ with a different team?
ดูคำตอบ
rather be
Wouldn't they rather...?: ความคาดหมายในคำถามปฏิเสธ
คำถามปฏิเสธ Wouldn't they rather...? ไม่ใช่คำถามที่เป็นกลาง แต่แสดงว่าผู้พูดคาดอยู่แล้วว่าคำตอบน่าจะเป็นใช่ กล่าวคือ พวกเขาน่าจะอยากอยู่กับคนอื่นมากกว่า การถามแบบนี้ทำให้ความคาดหมายของผู้พูดกลายเป็นคำถามเพื่อขอการยืนยัน ในบริบทนี้จึงสื่อถึงความสงสัยและความไม่มั่นใจ ไม่ใช่เพียงความอยากรู้
แบบฝึกหัด
ผู้พูดน่าจะสื่ออะไรด้วยประโยค “Wouldn't they rather be with someone else?”
- ผู้พูดรู้ว่าพวกเขาได้จากไปกับคนอื่นแล้ว
- ผู้พูดไม่มีความคาดหมายใด ๆ และกำลังถามอย่างเป็นกลางโดยสมบูรณ์
- ผู้พูดน่าจะคาดว่าพวกเขาจะเลือกคนอื่นมากกว่าและกำลังขอการยืนยัน
ดูคำตอบ
ผู้พูดน่าจะคาดว่าพวกเขาจะเลือกคนอื่นมากกว่าและกำลังขอการยืนยัน
something wrong with: การสงสัยว่ามีปัญหา
ใน Is something wrong with them? รูป something wrong with + คน หมายถึงผู้พูดสงสัยว่าคนนั้นมีปัญหา ข้อบกพร่อง หรือลักษณะที่ผิดปกติ ในที่นี้คำถามอาจสื่อว่าตัวคนเหล่านั้นเองดูมีข้อบกพร่องหรือแปลก ไม่ใช่แค่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับพวกเขา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be + something wrong with + คำนามหรือคำสรรพนาม เมื่อใช้กับสิ่งของหรือระบบ มักหมายถึงสิ่งนั้นทำงานไม่ถูกต้องหรือมีปัญหาที่ยังไม่ทราบสาเหตุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงมีความขัดข้องที่ยังไม่ทราบสาเหตุ: There is ____ the printer.
ดูคำตอบ
something wrong with
a trick or two: จำนวนเล็กน้อยที่ไม่แน่นอน
ในโครงสร้าง “a + คำนามนับได้เอกพจน์ + or two” คำว่า “or two” ทำให้จำนวนคลุมเครือโดยตั้งใจ “A trick or two” หมายถึงลูกเล่นจำนวนเล็กน้อย คือประมาณหนึ่ง สอง หรืออาจจะสองสามอย่าง ไม่ใช่จำนวนที่แน่นอน ในที่นี้ “trick” หมายถึงกลยุทธ์อันชาญฉลาดหรือเทคนิคเล็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นมายากล สำนวนนี้ฟังดูเบาและลดน้ำหนักของการกระทำ ราวกับว่าเป็นเรื่องเล็กหรือทำได้ไม่ยาก
แบบฝึกหัด
ในประโยค “She knows a trick or two for fixing old bikes,” คำว่า “a trick or two” หมายความว่าอย่างไร
- มายากลสองอย่างพอดี
- วิธีที่เป็นประโยชน์จำนวนเล็กน้อยโดยไม่ระบุจำนวนแน่นอน
- แผนที่ไม่ซื่อสัตย์เพียงแผนเดียวเท่านั้น
ดูคำตอบ
วิธีที่เป็นประโยชน์จำนวนเล็กน้อยโดยไม่ระบุจำนวนแน่นอน
It’s me: การบอกตัวตนของตนเอง
“It’s me” เป็นวิธีพูดตามธรรมชาติในการบอกว่าตนเป็นใคร เมื่ออีกฝ่ายสามารถเข้าใจจากสถานการณ์ได้ว่า “me” หมายถึงใคร เช่น ตอนคุยโทรศัพท์ อยู่หน้าประตู หรือพูดผ่านอินเตอร์คอม ในโครงสร้างนี้ “it” ชี้ไปยังผู้โทรหรือผู้มาเยือนที่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ประโยคที่ตามมาว่า “It’s Hannah” บอกชื่อเพิ่มเติมหากอีกฝ่ายยังจำไม่ได้ทันที แม้ “It is I” จะเป็นไปตามกฎทางการแบบเก่า แต่ในการสนทนาทั่วไปมักฟังดูแข็งหรือเหมือนการแสดง ภาษาอังกฤษพูดมาตรฐานใช้สรรพนามรูปกรรม “me”
แบบฝึกหัด
เพื่อนสนิทเปิดประตูและถามว่า “Who is it?” คำตอบใดเป็นวิธีบอกตัวตนในชีวิตประจำวันที่เป็นธรรมชาติที่สุด
- It is I.
- I am me.
- It's me.
ดูคำตอบ
It's me.
“treat us like shit”: ปฏิบัติต่อเราอย่างเลวร้ายด้วยถ้อยคำหยาบ
Treat someone like shit หมายถึงปฏิบัติต่อใครบางคนอย่างเลวร้ายมาก โดยไม่ให้เกียรติ ดูถูก หรือโหดร้าย like shit ในที่นี้ไม่ใช่การเปรียบเทียบตามตัวอักษร แต่ใช้เน้นว่าบุคคลนั้นถูกปฏิบัติราวกับไม่มีคุณค่า หรือถูกทำให้รู้สึกแย่มาก
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวโดยใช้คำว่า shit: After joining the team, they treated him ____, mocking him and excluding him.
ดูคำตอบ
like shit
“can seem like they understand something profound” ในฐานะข้อกล่าวอ้างที่คาดไม่ถึง
ประโยคนี้เชื่อมโยงสองสิ่งเข้าด้วยกันอย่างคาดไม่ถึง คือคนที่ปฏิบัติต่อเราไม่ดีอาจดูเหมือนเข้าใจเราอย่างลึกซึ้งและเป็นการส่วนตัว วลี can seem like บอกว่านี่เป็นเพียงความรู้สึกหรือภาพที่เห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว ในลำดับการให้เหตุผล ความย้อนแย้งนี้ตั้งคำถามให้แนวคิดถัดไปอธิบายว่า เหตุใดการปฏิบัติที่ทำร้ายเราจึงอาจรู้สึกว่าแม่นยำหรือมีความหมายมาก ผู้พูดกำลังวิเคราะห์ความรู้สึกทางจิตใจนี้ ไม่ได้ยกย่องความโหดร้าย
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในการให้เหตุผลของผู้พูด
- พิสูจน์ว่าคนโหดร้ายเข้าใจเราดีที่สุดจริง ๆ
- ให้คำแนะนำทีละขั้นว่าควรปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไร
- นำเสนอความรู้สึกที่คาดไม่ถึงเพื่อให้ส่วนถัดไปอธิบายต่อ
ดูคำตอบ
นำเสนอความรู้สึกที่คาดไม่ถึงเพื่อให้ส่วนถัดไปอธิบายต่อ
seem like they understand: เป็นความรู้สึกที่เห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง
seem like they understand ใช้บอกความรู้สึกหรือภาพที่เห็นจากพฤติกรรมหรือหลักฐานอื่นว่า “พวกเขาน่าจะเข้าใจ” แต่ไม่ได้ยืนยันว่าพวกเขาเข้าใจจริง หลัง seem like ส่วน they understand เป็นอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธาน they และกริยา understand ของตัวเอง โครงสร้างนี้ช่วยให้บอกอย่างระมัดระวังว่าสิ่งหนึ่งดูเหมือนจะแสดงอะไร ใน can seem like... คำว่า can เพิ่มความเป็นไปได้อีกชั้นหนึ่ง คือความรู้สึกเช่นนั้นอาจเกิดขึ้นได้ แต่ก็ยังไม่ใช่การยืนยันข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยคสมบูรณ์หลัง seem like ได้ถูกต้องเพื่อบอกความรู้สึกที่ยังไม่แน่นอน
- They seem like they understand the instructions.
- They understand the instructions.
- They seem like understand the instructions.
ดูคำตอบ
They seem like they understand the instructions.
Yeah, no: รับรู้ก่อนให้คำตอบปฏิเสธ
ในการสนทนาแบบกันเอง Yeah สามารถใช้รับรู้สั้น ๆ ว่าได้ยินหรือเข้าใจสิ่งที่เพิ่งพูด ส่วน no เป็นคำที่ให้คำตอบจริง วลีนี้ไม่ได้ตอบทั้งใช่และไม่ใช่พร้อมกัน แต่ no ที่อยู่ท้ายเป็นตัวกำหนดว่าคำตอบเป็นการปฏิเสธ ในที่นี้ผู้พูดฟังดูเว้นระยะห่างและถอยออกมาหรือปฏิเสธ ไม่ได้เห็นด้วย ระดับความแรงอาจมีตั้งแต่ไม่ค่อยเต็มใจไปจนถึงปฏิเสธอย่างหนักแน่น ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่า "Do you want to volunteer for another six-hour shift?" คุณตอบว่า "Yeah, no." คำตอบจริงของคุณคืออะไร
- ไม่ ฉันกำลังปฏิเสธ
- ฉันไม่เข้าใจคำถาม
- ใช่ ฉันอาสาทำ
ดูคำตอบ
ไม่ ฉันกำลังปฏิเสธ
I'm just at the office at the moment: สัญญาณว่าตอนนี้อาจไม่ค่อยสะดวก
at the office บอกสถานที่ที่ผู้พูดอยู่ ส่วน at the moment จำกัดความหมายให้เป็นสถานการณ์ชั่วคราวในตอนนี้ และ just ช่วยลดน้ำหนักและทำให้ประโยคฟังนุ่มนวลขึ้น เมื่อนำมาใช้ร่วมกัน ผู้พูดจึงนำเสนอสถานที่นั้นว่าเป็นข้อจำกัดในขณะนี้ ไม่ใช่สภาพถาวร ในการคุยโทรศัพท์ ถ้อยคำนี้ช่วยจัดการความคาดหวังเรื่องความสะดวกของผู้พูดได้อย่างอ้อม ๆ อาจสื่อว่าผู้พูดกำลังยุ่งหรือต้องการเลื่อนบางอย่างออกไป แต่ตัวประโยคเองไม่ใช่การปฏิเสธอย่างชัดเจน ต้องพิจารณาน้ำเสียงและคำพูดที่ตามมาด้วย
แบบฝึกหัด
ข้อใดเป็นการตีความ “I'm just at the office at the moment.” ในการคุยโทรศัพท์ที่ปลอดภัยที่สุด
- ปฏิเสธคำเชิญทุกอย่างโดยตรงและชัดเจน
- บอกว่าการอยู่ที่ออฟฟิศเป็นสถานการณ์ในขณะนี้ และอาจสื่ออย่างนุ่มนวลว่าผู้พูดไม่ค่อยสะดวก
- บอกว่าการไปออฟฟิศสิ้นสุดลงก่อนการโทรครั้งนี้
ดูคำตอบ
บอกว่าการอยู่ที่ออฟฟิศเป็นสถานการณ์ในขณะนี้ และอาจสื่ออย่างนุ่มนวลว่าผู้พูดไม่ค่อยสะดวก
Thought I'd call: การละ I และ I'd ที่หมายถึง I would
Thought I'd call เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการในบทสนทนาของ I thought I would call โดยละประธาน I ที่ต้นประโยค เพราะผู้พูดกำลังบอกเหตุผลของตนเองที่โทรมาและเห็นได้ชัดว่าประธานคือใคร would ในที่นี้รายงานความตั้งใจที่มีอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจาก call เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน I'd จึงหมายถึง I would ไม่ใช่ I had
แบบฝึกหัด
เขียน “I thought I would call to check in” ใหม่ให้เป็นคำเกริ่นในการโทรแบบเป็นกันเอง: ____ to check in.
ดูคำตอบ
Thought I'd call
ใช้ see what you were doing เพื่อถามอย่างนุ่มนวล
ในบริบทนี้ see หมายถึง “ถามดู” หรือ “เช็กดู” ไม่ใช่ “มองด้วยตา” ผู้พูดกำลังอธิบายจุดประสงค์ที่โทรมา คืออยากรู้แบบสบาย ๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่ การใช้ were doing ทำให้คำถามตรงน้อยกว่าการถามว่า What are you doing? แม้จะอยู่ในรูปอดีต แต่ในที่นี้สามารถใช้ถามถึงสถานการณ์หรือแผนในปัจจุบันอย่างนุ่มนวล และปูทางไปสู่คำชวนได้
แบบฝึกหัด
คนหนึ่งโทรหาเพื่อนก่อนจะชวนไปดูหนัง ประโยคใดใช้ถามถึงสถานการณ์ของอีกฝ่ายอย่างอ้อม ๆ ก่อน
- I called to tell you what you were doing tonight.
- I called to see what you were doing tonight.
- I called because I watched what you were doing tonight.
ดูคำตอบ
I called to see what you were doing tonight.
ใช้ if you wanted to เพื่อชวนแบบไม่กดดัน
ใน if you wanted to รูปอดีต wanted ทำให้คำชวนฟังดูเป็นการหยั่งเชิงและเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเลือกได้ง่าย มักหมายถึงความเป็นไปได้ในปัจจุบันหรืออนาคต ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายอยากทำสิ่งนั้นเฉพาะในอดีต วลีนี้มักตามหลังเหตุผลที่ติดต่อใครบางคน แล้วจึงบอกกิจกรรม เช่น if you wanted to hang out ในบทสนทนาสบาย ๆ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำชวนที่ไม่กดดัน ไม่ใช่คำถามตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความต้องการในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมคำชวนแบบไม่กดดันด้วยวลีสามคำที่กำหนด: You could join our study group ____.
ดูคำตอบ
if you wanted to
hang out: ใช้เวลาร่วมกันแบบสบาย ๆ
ในที่นี้ hang out หมายถึงการใช้เวลาร่วมกันแบบสบาย ๆ และไม่เป็นทางการ ไม่ได้ระบุกิจกรรมเฉพาะ การพูดคุย กินอาหาร เดินเล่น หรือแค่อยู่ด้วยกันก็ถือว่าได้ทั้งหมด เมื่อใช้ชวนใคร วลีนี้ทำให้แผนฟังดูสบาย ๆ และไม่กดดัน คำว่า out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี จึงไม่ได้หมายถึงการแขวนสิ่งของไว้ข้างนอกตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ลีนาพูดว่า “We do not need a plan; we can relax and talk at my place.” สำนวนใดตรงกับความคิดของเธอมากที่สุด
- meet up
- go out
- hang out
ดูคำตอบ
hang out
sort of: คำลดความหนักแน่นที่ทำให้เวลาเป็นเพียงโดยประมาณ
ในที่นี้ sort of ทำให้การอ้างถึงเวลาจงใจไม่เจาะจง โดย next week sort of time หมายถึงประมาณสัปดาห์หน้า ไม่ใช่วันหรือเวลาที่กำหนดแน่นอน วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำลดความหนักแน่นในการสนทนา เมื่อใช้ร่วมกับ Uh และช่วงเวลาที่กว้าง คำตอบจึงฟังดูลังเลและไม่ผูกมัด มากกว่าจะเป็นการนัดหมายที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
ใน “Friday is sort of okay for me,” คำว่า sort of สื่ออะไร
- ผู้พูดยืนยันวันศุกร์ด้วยความแน่นอนอย่างเต็มที่
- ผู้พูดสะดวกในวันศุกร์เพียงแบบยังไม่แน่นอน
- Friday เป็นชื่อของชนิดหรือหมวดหมู่หนึ่ง
ดูคำตอบ
ผู้พูดสะดวกในวันศุกร์เพียงแบบยังไม่แน่นอน
figure it out: หาทางแก้
Figure it out หมายถึง หาทางแก้ เข้าใจว่าควรทำอย่างไร หรือตกลงรายละเอียดให้เรียบร้อย ในประโยคนี้ผู้พูดยังไม่มีแผนที่ชัดเจน แต่คาดว่าจะจัดการสถานการณ์ได้ภายหลัง Figure out เป็นกริยาวลี เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง จึงใช้ figure it out ไม่ใช่ figure out it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย figure out และคำสรรพนาม it ตามลำดับคำที่เป็นธรรมชาติ: We do not have a plan yet, but we will ____.
ดูคำตอบ
figure it out
Their assessment of us is more in line with our assessment of ourselves. สำนวน
2:03การที่พวกเขาประเมินเรามันตรงกับสิ่งที่เราประเมินตัวเองมากกว่า
more in line with: สอดคล้องกับมากกว่า
In line with หมายถึง สอดคล้องหรือตรงกับมุมมอง มาตรฐาน หรือการประเมิน ในที่นี้ การประเมินของพวกเขาใกล้เคียงกับการประเมินของเราเองมากกว่าตัวเลือกเปรียบเทียบที่ละไว้ More ใช้บอกระดับความสอดคล้อง ส่วนที่ตามหลัง than ไม่ได้กล่าวออกมาเพราะเข้าใจได้จากบริบท วลีนี้ไม่ได้หมายถึงเส้นจริง ๆ หรือการต่อคิว
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เหมาะที่สุดเพื่อแสดงว่าใกล้เคียงกันมากขึ้น แต่ไม่ได้เหมือนกันทุกประการ: After the revision, the estimate is ___ the final total.
- out of line with
- the same as
- more in line with
ดูคำตอบ
more in line with
Hold It Against Someone: ถือโทษใครเพราะเรื่องหนึ่ง
To hold something against someone หมายถึงการยังคงตำหนิหรือมองใครในแง่ลบเพราะเรื่องบางอย่าง ในประโยคนี้ it หมายถึงการที่คนดี ๆ ชอบเรา ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าเรื่องนี้ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการมองพวกเขาในแง่ลบ โครงสร้างทั่วไปคือ hold + เรื่องบางอย่าง + against + บุคคล เรื่องนั้นอาจเป็นความผิดพลาด การเลือก หรือเหตุการณ์ในอดีต ส่วนบุคคลที่อยู่ท้ายโครงสร้างคือผู้ที่ถูกตำหนิหรือถูกประเมินในแง่ลบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ hold it against ตามรูปนี้ทุกคำ: Maya made one mistake years ago, but please don't ____ her.
ดูคำตอบ
hold it against
Maybe they see something in us we've overlooked. โน้ต
2:14บางทีพวกเขาอาจเห็นบางสิ่งในตัวเราที่เรามองข้ามไป
See Something in Someone: มองเห็นศักยภาพหรือคุณค่าในตัวใคร
To see something in someone หมายถึงการมองเห็นคุณลักษณะที่น่าชื่นชม ความสามารถ หรือศักยภาพในตัวใครสักคน ซึ่งคนอื่นอาจมองไม่เห็น ในประโยคนี้ something มีความหมายในทางบวกแต่จงใจไม่ได้ระบุว่าเป็นอะไร ส่วน we've overlooked แสดงว่าผู้พูดอาจไม่เคยตระหนักถึงคุณค่านั้นในตัวเอง โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ see + something + in + บุคคล โดย something มักหมายถึงแวว ความสามารถ ความดี หรือเหตุผลที่ทำให้น่าสนใจ ไม่ได้หมายถึงวัตถุที่อยู่ในร่างกายของคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ see something in ตามรูปนี้ทุกคำ: The coach keeps inviting Nia back because he can ____ her that others have missed.
ดูคำตอบ
see something in
something in us we've overlooked: การละสรรพนามเชื่อมความ
ใน something in us we've overlooked อนุประโยค we've overlooked ขยาย something in us รูปเต็มคือ something in us that we've overlooked โดย that ทำหน้าที่เป็นกรรมของ overlooked เนื่องจากสรรพนามเชื่อมความที่เป็นกรรมสามารถละได้ วลีนามจึงอาจตามด้วยประธานและกริยาได้ทันที ให้เข้าใจ we've overlooked ว่าเป็นส่วนที่ขยาย something ไม่ใช่อนุประโยคใหม่ที่ขนานกับ see
แบบฝึกหัด
ในประโยค "They showed us a route we'd forgotten," ส่วน "we'd forgotten" ทำหน้าที่อะไร?
- ระบุว่าพวกเขาให้เราดูเส้นทางใด
- เริ่มข้อความใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเส้นทางเกี่ยวกับสิ่งที่เราลืม
- อธิบายว่าพวกเขาทำกริยา “ให้ดู” อย่างไร
ดูคำตอบ
ระบุว่าพวกเขาให้เราดูเส้นทางใด
But you, the nice ones: การเปลี่ยนไปพูดกับผู้ฟังกลุ่มใหม่
But แสดงความขัดแย้งและบอกว่าผู้พูดเปลี่ยนกลุ่มคนที่กำลังพูดด้วย หลังจากพูดถึง we/us ผู้พูดหันมาใช้ you เรียกอีกกลุ่มหนึ่งโดยตรง ดังนั้นคำขึ้นต้นนี้จึงเปิดคำแนะนำช่วงใหม่สำหรับคนอีกกลุ่ม the nice ones เป็นวลีเสริมที่ระบุว่าคนที่เรียกว่า you คือใคร ไม่ได้เพิ่มประธานอีกตัว เพราะประธานของ shouldn't be ยังคงเป็น you
แบบฝึกหัด
หลังจากพูดถึงสิ่งที่ "we" มักทำ ผู้พูดกล่าวว่า "But you, the careful planners, should check the deadline too." คำขึ้นต้นนี้ทำหน้าที่อะไร?
- ยังคงพูดกับกลุ่ม we เดิมเท่านั้น
- บอกว่า you และ the careful planners เป็นประธานสองตัวที่แยกจากกัน
- เปลี่ยนไปพูดกับกลุ่มที่เรียกว่า the careful planners
ดูคำตอบ
เปลี่ยนไปพูดกับกลุ่มที่เรียกว่า the careful planners
Shouldn't ... either: การเสริมใจความปฏิเสธอีกข้อ
ในประโยคนี้ shouldn't be naive either หมายความว่าคนที่ใจดีก็ไม่ควรไร้เดียงสาเช่นกัน either ใช้เพิ่มคำเตือนเชิงปฏิเสธนี้ต่อจากคำเตือนอีกข้อที่พูดถึงไปแล้ว เมื่ออยู่ท้ายอนุประโยคปฏิเสธ either หมายถึง “ก็ไม่...เช่นกัน” ในที่นี้ไม่ได้ใช้เสนอทางเลือกสองอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หมายถึง “ก็ไม่...เช่นกัน” ให้สมบูรณ์: Nina won't ignore the warning, and Omar won't ignore it ____.
ดูคำตอบ
either
Freak some of us out: กริยาวลีที่แยกคำได้
Freak some of us out หมายถึง “ทำให้พวกเราบางคนรู้สึกกังวล กลัว หรือไม่สบายใจอย่างมากขึ้นมาทันที” ประธานคือสาเหตุที่ทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงนั้น Freak someone out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ กรรมที่เป็นคำนามวางไว้ตรงกลางหรือหลัง out ก็ได้: freak some people out / freak out some people แต่กรรมที่เป็นคำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง: freak them out ไม่ใช่ freak out them
แบบฝึกหัด
ประโยคใดวางคำสรรพนามที่เป็นกรรมของ freak ... out ได้ถูกต้อง
- That sudden bang freaked me out.
- That sudden bang freaked out me.
- That sudden bang made me freaked out.
ดูคำตอบ
That sudden bang freaked me out.
be ready for us to panic: โครงสร้าง be ready for someone to do something
ในที่นี้ be ready หมายถึงเตรียมตัวรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เหตุการณ์นั้นคือพวกเราอาจตื่นตระหนก ผู้พูดจึงขอให้ผู้ฟังคาดไว้และรับมือกับปฏิกิริยานั้น โครงสร้างคือ be ready for + คำนามหรือคำสรรพนามรูปกรรม + to-infinitive บุคคลที่อยู่หลัง for เป็นผู้ทำกริยาใน infinitive และไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกับผู้ที่ถูกบอกให้เตรียมตัว
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง be ready for someone to do something โดยใช้ us และ panic: Be ready ____.
ดูคำตอบ
for us to panic
hang on in there: การให้กำลังใจให้พยายามต่อ
ในประโยคนี้ hang on in there เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้บอกให้เดินหน้าต่อและอย่ายอมแพ้ในช่วงที่ลำบาก ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ฟังอดทนในช่วงที่คาดว่าจะเกิดความตื่นตระหนก แม้ hang จะเกี่ยวข้องกับการจับสิ่งของตามความหมายตรงได้ แต่ทั้งวลีในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยมองช่วงเวลาที่ยากลำบากว่าเป็นสิ่งที่อดทนผ่านไปได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนรู้สึกท้อใกล้จะทำงานยากเสร็จแล้ว คำตอบใดให้กำลังใจเพื่อนให้พยายามต่อ?
- Hang on; I'll check the schedule.
- Hold on to the rail with both hands.
- Hang on in there; you're nearly finished.
ดูคำตอบ
Hang on in there; you're nearly finished.