สังคมวิทยา - แม็กซ์ เวเบอร์: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
แนะนำวิดีโอ: แมกซ์ เวเบอร์เชื่อมโยงความคิดทางศาสนากับทุนนิยม และอธิบายการเปลี่ยนผ่านของอำนาจจากประเพณีและบารมีส่วนบุคคลไปสู่ระบบราชการ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "what actually made capitalism possible was a set of ideas," — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจการใช้อนุประโยค what กับ was เพื่อแก้คำอธิบายเดิมและเน้นสาเหตุจริงไว้ท้ายประโยค 2. "the disenchantment of the world." — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: รู้จักคำของเวเบอร์ที่หมายถึงการแทนปาฏิหาริย์ด้วยคำอธิบายเชิงเหตุผลและวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ความผิดหวังส่วนตัว 3. "the powers that be." — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นคำเรียกผู้มีอำนาจหรือผู้ปกครองที่มักมีน้ำเสียงวิจารณ์ ไม่ใช่พลังตามตัวอักษรหรือพลังเหนือธรรมชาติ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Max Weber is one of the philosophers best able to explain to us the peculiar economic system we live within called capitalism. ไวยากรณ์
0:07มักซ์ เวเบอร์ เป็นหนึ่งในนักปรัชญาที่สามารถอธิบายระบบเศรษฐกิจอันแปลกประหลาดที่เราอาศัยอยู่ซึ่งเรียกว่าทุนนิยมได้ดีที่สุด
one of the philosophers best able to explain: หนึ่งในนักปรัชญาที่อธิบายได้ดีที่สุด
one of the + คำนามพหูพจน์ ใช้ระบุว่าคนหนึ่งคนเป็นสมาชิกของกลุ่มที่ใหญ่กว่า ในที่นี้เวเบอร์เป็นนักปรัชญาหนึ่งคนจากหลายคน best able to explain ขยายคำว่า philosophers และเป็นรูปย่อที่ใกล้เคียงกับ philosophers who are best able to explain โครงสร้างนี้จัดให้เวเบอร์อยู่ในกลุ่มคนที่มีความสามารถสูงสุดในการอธิบายระบบดังกล่าว แต่ไม่ได้บอกว่าเขาเป็นนักปรัชญาที่ดีที่สุดเพียงคนเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง "one of the + plural noun + best able to": Among all our volunteers, Maya is ____ handle an emergency calmly.
ดูคำตอบ
one of the volunteers best able to
Weber grew up to see his country convulsed by the dramatic changes of the Industrial Revolution. โน้ต
0:17เวเบอร์เติบโตขึ้นมาพร้อมกับเห็นประเทศของเขาสั่นสะเทือนจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
grew up to see: ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงภายหลังเมื่อเติบโตขึ้น
ใน grew up to see คำว่า to see ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของการเติบโต แต่ระบุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่เวเบอร์มีอายุมากขึ้น หรือเกิดขึ้นแล้วเมื่อเขาเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ see ในที่นี้หมายถึงการประสบหรือเป็นพยานเห็นเหตุการณ์ ไม่ใช่เพียงมองดู วลีนี้นำเสนอความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เวเบอร์เผชิญจริงระหว่างการเติบโต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่า Lena ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเมืองในที่สุดเมื่อเธอเติบโตขึ้น
- Lena grew up seeing the town as a city.
- Lena grew up to see the town become a city.
- Lena grew to see the town as a city.
ดูคำตอบ
Lena grew up to see the town become a city.
convulsed by the dramatic changes ในฐานะอุปมาทางสังคม
ในที่นี้ convulsed by the dramatic changes เปรียบประเทศเหมือนร่างกายที่กำลังกระตุกอย่างรุนแรง หมายความว่าความเปลี่ยนแปลงจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมสั่นสะเทือนสังคมทั้งหมดอย่างหนัก ไม่ได้หมายความว่าประเทศเกิดอาการชักในความหมายทางการแพทย์จริง ๆ อุปมานี้แสดงให้เห็นว่าความปั่นป่วนนั้นเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง ไร้ระเบียบ และสร้างความเจ็บปวด เมื่อประเทศ สังคม หรือสถาบัน is convulsed by บางสิ่ง สิ่งนั้นคือสาเหตุของความวุ่นวายภายในอย่างรุนแรง
แบบฝึกหัด
เมื่อกล่าวว่าประเทศหนึ่ง is convulsed by dramatic changes หมายความว่าอย่างไร
- ประเทศผ่านการปรับตัวเล็กน้อยอย่างเป็นระเบียบ
- ประเทศเกิดอาการชักทางการแพทย์
- ประเทศถูกสั่นคลอนจากความวุ่นวายทางสังคมอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ
ประเทศถูกสั่นคลอนจากความวุ่นวายทางสังคมอย่างรุนแรง
a new managerial elite was replacing the old aristocracy. การใช้คำ
0:26ชนชั้นสูงด้านการจัดการกลุ่มใหม่กำลังเข้ามาแทนที่ชนชั้นสูงแบบเก่า
managerial elite ในฐานะกลุ่มผู้ถืออำนาจ
Managerial elite หมายถึงกลุ่มคนจำนวนน้อยที่มีสถานะสูงและมีอำนาจจากการบริหารธุรกิจหรือองค์กรขนาดใหญ่ Managerial บอกที่มาของอำนาจ ส่วน elite บอกว่าคนเหล่านี้เป็นชนกลุ่มน้อยที่มีอภิสิทธิ์และอิทธิพล ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงกลุ่มอำนาจทางสังคมใหม่ที่กำลังเข้ามาแทนที่ชนชั้นขุนนางโดยสายเลือด ไม่ได้หมายถึงผู้จัดการทั่วไปหรือเพียงผู้ที่บริหารงานเก่ง
แบบฝึกหัด
กลุ่มใดเหมาะจะเรียกว่า managerial elite มากที่สุด
- พนักงานทุกคนที่จัดการงานอย่างน้อยหนึ่งอย่าง
- กลุ่มผู้บริหารระดับสูงวงเล็กที่มีอิทธิพลต่อสังคมอย่างกว้างขวางจากการควบคุมองค์กรขนาดใหญ่
- ชนชั้นขุนนางสืบสายเลือดซึ่งมีสถานะจากบรรดาศักดิ์ของครอบครัวเท่านั้น
ดูคำตอบ
กลุ่มผู้บริหารระดับสูงวงเล็กที่มีอิทธิพลต่อสังคมอย่างกว้างขวางจากการควบคุมองค์กรขนาดใหญ่
Weber spent his life analyzing these changes,
0:30เวเบอร์ใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
with which we can better understand the workings and future of capitalism. ไวยากรณ์
0:35ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจการทำงานและอนาคตของทุนนิยมได้ดียิ่งขึ้น
with which we can better understand: โครงสร้างทางการแบบคำบุพบท + สรรพนามสัมพันธ์
with which เป็นโครงสร้างทางการแบบคำบุพบท + สรรพนามสัมพันธ์ โดย which ย้อนกลับไปหา key ideas ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และ with แสดงว่าแนวคิดเหล่านั้นเป็นเครื่องมือหรือวิธีที่ใช้ทำความเข้าใจบางสิ่ง รูปแบบ คำนาม + with which + อนุประโยค หมายถึง “ใช้สิ่งที่คำนามนั้นอ้างถึงเพื่อทำสิ่งที่ตามมา” ในที่นี้ สิ่งที่เป็นเครื่องมือช่วยให้เข้าใจคือแนวคิดเหล่านั้น ไม่ใช่ capitalism ส่วนสิ่งที่ต้องการทำความเข้าใจคือการทำงานและอนาคตของระบบทุนนิยม
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดแสดงอย่างเป็นทางการว่าวิธีทั้งสามเป็นเครื่องมือที่ใช้ทดสอบทฤษฎี? “The paper presents three methods ___ we can test the theory.”
- with which
- with that
- which
ดูคำตอบ
with which
The standard view is that ... But Weber proposed: การนำเสนอมุมมองทางเลือก
The standard view is that นำเสนอคำอธิบายที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายก่อน เพื่อให้ผู้ฟังมีจุดตั้งต้นที่ชัดเจน ในที่นี้คือแนวคิดที่ว่าระบบทุนนิยมพัฒนาขึ้นเพราะเทคโนโลยี จากนั้น But แสดงการเปลี่ยนทิศทาง และ Weber proposed นำเสนอข้อเสนออีกแบบหนึ่ง จึงเกิดโครงสร้างที่เริ่มจากมุมมองกระแสหลักแล้วเปลี่ยนไปสู่ข้อเสนอที่แตกต่าง ส่วน more interesting เป็นการประเมินของผู้บรรยายต่อข้อเสนอของเวเบอร์ ไม่ใช่หลักฐานว่าข้อเสนอนั้นถูกต้องกว่า
แบบฝึกหัด
ข้อความใดรักษาโครงสร้าง “มุมมองกระแสหลักแล้วตามด้วยข้อเสนอทางเลือก” ได้ดีที่สุด? “The standard view is that the town grew because of the railway. ___”
- Dr. Lee drew the railway on a map.
- But Dr. Lee proposed that river trade was the main cause.
- Therefore, every historian proved the standard view.
ดูคำตอบ
But Dr. Lee proposed that river trade was the main cause.
that what actually made capitalism possible was a set of ideas, ไวยากรณ์
0:52นั่นคือสิ่งที่ทำให้ทุนนิยมเป็นไปได้จริงๆ แล้วคือชุดของแนวคิด
What actually made capitalism possible was a set of ideas: การเน้นคำตอบที่แท้จริง
ในประโยคนี้ อนุประโยค what actually made capitalism possible ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน ตรงนี้ what หมายถึง “สิ่งที่” ไม่ใช่คำแสดงคำถาม โครงสร้าง what-cleft แบบ What + อนุประโยค + be + จุดเน้น จะวางคำตอบสำคัญไว้หลัง be ซึ่งในที่นี้คือ a set of ideas ส่วน actually ส่งสัญญาณถึงการแก้ความเข้าใจ โดยผู้พูดเสนอว่านี่คือคำอธิบายที่แท้จริง ไม่ใช่คำอธิบายที่ผู้ฟังอาจคาดไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค what เพื่อนำเสนอสาเหตุที่แท้จริงเป็นคำตอบที่ได้รับการเน้น?
- Community support may have helped the event.
- What did community support make possible?
- What made the event possible was community support.
ดูคำตอบ
What made the event possible was community support.
Not just any: ไม่ใช่สิ่งธรรมดาหรือสิ่งที่เลือกมาแบบสุ่ม
Not just any + คำนาม หมายถึง “ไม่ใช่คนหรือสิ่งธรรมดา และไม่ได้เลือกมาแบบสุ่ม” วลีนี้บอกผู้ฟังว่าคน สิ่งของ หรือประเภทนั้นมีความพิเศษ เหมาะสมเป็นพิเศษ หรือถูกจำกัดความให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ในที่นี้ not just any religious ideas เตรียมผู้ฟังไปสู่คำตอบที่แคบลง นั่นคือแนวคิดทางศาสนาประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ วลีนี้เพิ่มน้ำหนักและมักสร้างความคาดหวังต่อรายละเอียดที่จะตามมาว่าพิเศษอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่แสดงว่าโค้ชคนนี้พิเศษ ไม่ใช่โค้ชธรรมดา: She is ____ coach—she trained three Olympic champions.
ดูคำตอบ
not just any
The Protestant Ethic and the Spirit of Capitalism,
1:07The Protestant Ethic and the Spirit of Capitalism (จริยธรรมโปรเตสแตนต์และจิตวิญญาณแห่งทุนนิยม)
why he believed Protestant Christianity had been so crucial to capitalism.
1:13ที่อธิบายว่าทำไมเขาจึงเชื่อว่าคริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนต์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทุนนิยม
laid out: แจกแจงเหตุผลอย่างชัดเจน
ในที่นี้ laid out หมายถึง “นำเสนออย่างชัดเจนและเป็นระบบ” เวเบอร์ไม่ได้ปูหรือแผ่สิ่งของจริง ๆ แต่เขาเรียบเรียงเหตุผลหลายข้ออย่างมีโครงสร้างเพื่อให้ผู้ฟังติดตามข้อโต้แย้งได้ Lay out เป็นกริยาวลีที่รับกรรมอย่าง reasons, evidence, a plan หรือ steps ได้ รูปอดีตคือ laid out และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย why ด้านหลังระบุว่าเหตุผลเหล่านั้นอธิบายเรื่องใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lay out: The presenter ____ the evidence in three clear steps.
ดูคำตอบ
laid out
have it relatively easy: อยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากน้อยกว่าโดยเปรียบเทียบ
ใน have it relatively easy คำว่า it ไม่ได้หมายถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ Have it easy เป็นสำนวนที่หมายถึง “อยู่ในสถานการณ์ที่มีความยากลำบากหรือข้อเรียกร้องน้อยกว่า” Relatively เปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับอีกสถานการณ์หนึ่งและช่วยลดความเด็ดขาดของคำกล่าว กล่าวคือ สถานการณ์นั้นง่ายกว่าโดยเปรียบเทียบ แต่ไม่ได้หมายความว่าง่ายอย่างแท้จริงเสมอไป ในที่นี้ประโยคกำลังถ่ายทอดการประเมินของเวเบอร์ ไม่ได้นำเสนอแนวคิดนี้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีข้อโต้แย้ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่า Mia พบความยากลำบากน้อยกว่าคนอื่น โดยไม่ได้กล่าวว่าสถานการณ์ของเธอง่ายอย่างสมบูรณ์?
- Mia goes easy on the night team.
- Mia takes it easy compared with the night team.
- Mia has it relatively easy compared with the night team.
ดูคำตอบ
Mia has it relatively easy compared with the night team.
They're able to confess their transgressions at regular intervals
1:22พวกเขาสามารถสารภาพบาปได้เป็นระยะๆ
But no such purifications are available to Protestants
1:27แต่ไม่มีการชำระล้างในรูปแบบนี้สำหรับชาวโปรเตสแตนต์
who believe that only God is able to forgive anyone,
1:31ผู้ซึ่งเชื่อว่ามีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถให้อภัยใครได้
and he won't make his intentions known until the day of judgment. วลี
1:34และพระองค์จะไม่เปิดเผยเจตนารมณ์จนกว่าจะถึงวันพิพากษา
make his intentions known: โครงสร้าง make + กรรม + known
โครงสร้าง make + กรรม + known หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเป็นที่รับรู้” หรือการเปิดเผยและสื่อสารแผน เป้าหมาย หรือจุดยืนอย่างชัดเจน ใน make his intentions known คำว่า his intentions เป็นกรรม ส่วน known เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกผลว่าเจตนานั้นกลายเป็นที่รับรู้ known ไม่ใช่กริยาหลักของโครงสร้างกรรมวาจก ในประโยคนี้ เขาจะไม่เปิดเผยว่าตนตั้งใจทำอะไรจนกว่าจะถึงวันพิพากษา โครงสร้างนี้นำไปใช้เป็น make my/your/their intentions known ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ make + กรรม + known ได้ถูกต้องเพื่อสื่อว่า Leo บอกแผนของตนอย่างชัดเจน
- Leo made his intentions know before the meeting.
- Leo told his intentions before the meeting.
- Leo made his intentions known before the meeting.
ดูคำตอบ
Leo made his intentions known before the meeting.
Protestants are left with heightened feelings of anxiety, กริยาวลี
1:39ชาวโปรเตสแตนต์ต้องถูกทิ้งให้อยู่กับความรู้สึกวิตกกังวลที่เพิ่มสูงขึ้น
are left with: ผลที่ยังคงอยู่
โครงสร้าง be left with + นามวลี นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นผลที่ยังคงอยู่หลังจากเหตุการณ์หรือกระบวนการก่อนหน้า ใน are left with heightened feelings of anxiety ชาวโปรเตสแตนต์ยังคงรู้สึกวิตกกังวลมากขึ้นในฐานะผลที่เกิดตามมา โครงสร้างกรรมวาจกนี้ไม่ได้หมายถึงการถูกทิ้งไว้ข้างสิ่งใดในเชิงสถานที่ แต่เน้นผลที่ตามมาหรือสิ่งที่เหลืออยู่ ผลนั้นมักไม่พึงประสงค์ แต่ก็อาจเป็นตัวเลือกหรือทรัพยากรที่เหลืออยู่แบบเป็นกลางได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกในอดีตของ be left with: After the storm, the town ____ only one working bridge.
ดูคำตอบ
was left with
Protestant feelings of guilt were diverted into an obsession with hard work. วลี
1:54ความรู้สึกผิดของชาวโปรเตสแตนต์ถูกเบี่ยงเบนไปสู่ความหมกมุ่นในการทำงานหนัก
an obsession with hard work: ความหมกมุ่นกับการทำงานหนัก
An obsession with something หมายถึงการจดจ่อกับบางสิ่งอย่างรุนแรงและต่อเนื่องมาก ในประโยคนี้ an obsession with hard work สื่อว่าการทำงานหนักเป็นมากกว่าค่านิยมหรือนิสัยทั่วไป แต่กลายเป็นความหมกมุ่นที่ครอบงำจิตใจ หลังคำนาม obsession โดยทั่วไปใช้ with เพื่อนำเข้าสิ่งหรือกิจกรรมที่อยู่ในใจตลอด เช่น obsession with success, cleanliness, or exercise
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบคำนามกับคำบุพบทที่ใช้ตามปกติให้สมบูรณ์: Her obsession ____ perfect grades left her exhausted.
ดูคำตอบ
with
This was what he called the Protestant work ethic. วัฒนธรรม
1:58นี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่า จริยธรรมการทำงานแบบโปรเตสแตนต์
the Protestant work ethic: จริยธรรมการทำงานแบบโปรเตสแตนต์
วลีนี้เป็นชื่อแนวคิดทางสังคมวิทยาเชิงประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงเป็นพิเศษกับแม็กซ์ เวเบอร์ แนวคิดนี้เชื่อมโยงการทำงานหนักอย่างมีวินัย การควบคุมตนเอง และการถือว่าอาชีพของตนเป็นหน้าที่ทางศีลธรรม เข้ากับความหมายทางศาสนาในธรรมเนียมโปรเตสแตนต์บางกลุ่ม ในประโยคนี้ This ย้อนกลับไปถึงรูปแบบก่อนหน้า ซึ่งความรู้สึกผิดถูกเปลี่ยนทิศทางไปสู่การทำงานหนักอย่างเข้มข้น ชื่อนี้สรุปคำอธิบายของเวเบอร์ ไม่ได้กล่าวว่าโปรเตสแตนต์ทุกคนประพฤติเช่นนี้
แบบฝึกหัด
ในการอภิปรายเกี่ยวกับเวเบอร์ the Protestant work ethic หมายถึงอะไร?
- แนวคิดทางสังคมวิทยาเชิงประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงการทำงานอย่างมีวินัยเข้ากับความหมายทางศาสนาและศีลธรรม
- ความเต็มใจทั่วไปของบุคคลใดก็ตามที่จะทำงานหนัก
- กฎที่โปรเตสแตนต์ทุกคนต้องปฏิบัติตามในแบบเดียวกันทุกประการ
ดูคำตอบ
แนวคิดทางสังคมวิทยาเชิงประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงการทำงานอย่างมีวินัยเข้ากับความหมายทางศาสนาและศีลธรรม
The sins of Adam could only be expunged through constant toil. วัฒนธรรม
2:02บาปของอดัมจะถูกลบล้างได้ด้วยการตรากตรำทำงานอย่างต่อเนื่องเท่านั้น
The sins of Adam ในฐานะการอ้างถึงพระคัมภีร์
ในประโยคนี้ The sins of Adam อ้างถึงเรื่องราวในพระคัมภีร์ที่อาดัมไม่เชื่อฟังพระเจ้า Adam ในที่นี้ไม่ใช่คนธรรมดาที่มีชื่อนี้ แต่เป็นการสื่อถึงการตกในบาปของมนุษย์ รูปพหูพจน์ sins ขยายความหมายจากความผิดทั่วไปเพียงครั้งเดียวไปสู่ความรู้สึกผิดทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการไม่เชื่อฟังของอาดัมและผลที่ตามมา วลีนี้แสดงความเชื่อที่อยู่เบื้องหลังข้อโต้แย้งว่า การทำงานอย่างต่อเนื่องถูกมองว่าเป็นวิธีลบล้างความรู้สึกผิดดังกล่าว นี่เป็นการสรุปความเชื่อที่กำลังถูกกล่าวถึง ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อยืนยันทางเทววิทยาของผู้พูดเอง
แบบฝึกหัด
The sins of Adam มีบทบาทอย่างไรในประโยคนี้
- บรรยายความผิดทั่วไปหลายอย่างของชายสมัยใหม่ที่ชื่อ Adam
- สื่อถึงการตกในบาปตามพระคัมภีร์และความรู้สึกผิดทางศาสนาที่เกี่ยวข้อง
- ระบุว่า Adam เป็นผู้สร้างวันหยุดพัก
ดูคำตอบ
สื่อถึงการตกในบาปตามพระคัมภีร์และความรู้สึกผิดทางศาสนาที่เกี่ยวข้อง
there were far fewer festivals and days of rest in Protestantism.
2:07ที่มีเทศกาลและวันหยุดพักผ่อนในศาสนาโปรเตสแตนต์น้อยกว่ามาก
การใช้ Not coincidentally เชื่อมโยงข้อเท็จจริง
Not coincidentally เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยายทั้งประโยคและบอกผู้อ่านว่าควรเชื่อมโยงข้อเท็จจริงใหม่กับประเด็นก่อนหน้าอย่างไร หมายความว่าผู้เขียนเห็นว่าจำนวนเทศกาลและวันหยุดพักที่น้อยลงมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับจริยธรรมในการทำงานที่เพิ่งกล่าวถึง ไม่ใช่เหตุบังเอิญที่ไม่เกี่ยวข้องกัน วลีนี้ช่วยชี้ทิศทางของข้อโต้แย้ง แต่ไม่ได้พิสูจน์ความเป็นเหตุเป็นผลด้วยตัวมันเอง ยังต้องมีหลักฐานเพื่อระบุว่าความสัมพันธ์นั้นเป็นเหตุเป็นผลหรือเป็นเพียงความสัมพันธ์ที่มีนัยสำคัญ
แบบฝึกหัด
The library extended its evening hours. More students then began studying there after dinner. ควรใช้คำขึ้นต้นใดก่อน more students เพื่อแสดงว่าผู้เขียนเห็นว่าข้อเท็จจริงทั้งสองเชื่อมโยงกันอย่างมีความหมาย
- By coincidence,
- Not coincidentally,
- In contrast,
ดูคำตอบ
Not coincidentally,
limit A to B ใน limited their conception of holy work to
โครงสร้าง limit A to B หมายถึงการกำหนดให้ B เป็นขอบเขตของ A ในประโยคนี้ A คือ their conception of holy work และ B คือ the activities of priests, monks, and nuns ประโยคจึงหมายความว่าพวกเขามองว่าเฉพาะกิจกรรมทางศาสนาเหล่านั้นเท่านั้นที่นับเป็นงานศักดิ์สิทธิ์ ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบทที่นำหน้าขอบเขตที่กำหนด ไม่ใช่เครื่องหมาย infinitive ดังนั้น B จึงเป็นวลีนามหรือรูป -ing ได้ เช่น limit access to members และ limit spending to buying essentials
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่หายไปเพื่อทำให้โครงสร้าง limit A to B สมบูรณ์: The school limits club membership ____ students aged 13 and over.
ดูคำตอบ
to
in the name of God ในความหมายของการอุทิศตนทางศาสนา
ในประโยคนี้ in the name of God นำเสนองานทั่วไปว่าเป็นสิ่งที่ทำเพื่อรับใช้พระเจ้าหรือทำด้วยจุดประสงค์ทางศาสนา วลีนี้ทำให้อาชีพอย่างคนทำขนมปังและนักบัญชีมีความหมายทางจิตวิญญาณ ไม่ได้หมายความว่าคนทำงานต้องกล่าวพระนามของพระเจ้าจริง ๆ โดยทั่วไป in the name of สามารถเชื่อมการกระทำเข้ากับบุคคล อำนาจ อุดมการณ์ หรือหลักการได้ ความหมายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท โดยอาจหมายถึงการทำภายใต้อำนาจ การทำในฐานะตัวแทน หรือการทำเพื่ออุดมการณ์ ในที่นี้ความหมายเรื่องการอุทิศตนหรือการรับใช้เหมาะสมที่สุด
แบบฝึกหัด
in the name of God ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- คนทำงานต้องกล่าวคำว่าพระเจ้าขณะทำงาน
- มีเพียงบาทหลวง นักบวชชาย และแม่ชีเท่านั้นที่ทำงานซึ่งมีความหมายทางศาสนาได้
- งานทั่วไปสามารถทำในฐานะการรับใช้ที่อุทิศแด่พระเจ้าได้
ดูคำตอบ
งานทั่วไปสามารถทำในฐานะการรับใช้ที่อุทิศแด่พระเจ้าได้
This lent new moral energy and earnestness to all branches of professional life. วลี
2:29สิ่งนี้ให้พลังงานทางศีลธรรมและความจริงจังแบบใหม่แก่ทุกสาขาอาชีพ
lent new moral energy and earnestness to: เพิ่มคุณสมบัติใหม่ให้บางสิ่ง
ในประโยคนี้ lent หมายถึง “มอบให้หรือเพิ่มให้” ไม่ใช่ “ให้ยืมชั่วคราวแล้วต้องคืน” โครงสร้าง lend + คุณสมบัติหรือผลลัพธ์ + to + บุคคลหรือสิ่งหนึ่ง ใช้บอกว่าปัจจัยหนึ่งทำให้อีกสิ่งมีลักษณะหรือพลังบางอย่าง ในที่นี้ new moral energy and earnestness คือคุณสมบัติที่ถูกเพิ่มให้กับทุกสาขาของชีวิตการทำงาน โครงสร้างที่ค่อนข้างเป็นทางการนี้ยังใช้บอกได้ว่าแนวคิด เหตุการณ์ หรือลักษณะบางอย่างเปลี่ยนธรรมชาติหรือผลกระทบของสิ่งหนึ่งอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lend และคำบุพบทที่โครงสร้างนี้ต้องใช้: “The soft lighting ____ warmth ____ the room.”
ดูคำตอบ
lent · to
But Protestants took a less benevolent view of family. วลี
2:42แต่ชาวโปรเตสแตนต์มีมุมมองต่อครอบครัวที่ผ่อนปรนน้อยกว่า
took a less benevolent view of: แสดงการประเมินอย่างมีน้ำหนักและไม่รุนแรงเกินไป
รูปแบบ take a ... view of หมายถึง “สร้างหรือมีความคิดเห็นแบบใดแบบหนึ่งต่อบางสิ่ง” คำคุณศัพท์ที่อยู่หน้า view บอกลักษณะของการประเมินนั้น A less benevolent view คือการประเมินที่มีความเมตตา เห็นอกเห็นใจ หรือเป็นบวกน้อยลง คำว่า less ทำให้คำวิจารณ์เป็นการเปรียบเทียบเชิงสัมพัทธ์ หมายถึงไม่ benevolent เท่าเดิม แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูอย่างเต็มที่
แบบฝึกหัด
ใน “The reviewers took a less benevolent view of the plan,” วลีนี้หมายถึงอะไร
- พวกเขาปฏิเสธแผนนั้นด้วยท่าทีที่เป็นศัตรูอย่างเต็มที่
- พวกเขามองดูภาพทิวทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับแผนนั้น
- พวกเขาประเมินแผนนั้นอย่างมีเมตตาหรือเป็นบวกน้อยลง
ดูคำตอบ
พวกเขาประเมินแผนนั้นอย่างมีเมตตาหรือเป็นบวกน้อยลง
The family could be a haven for selfish and egoistic motives. สำนวน
2:45ครอบครัวอาจเป็นที่หลบภัยสำหรับแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัวและถือตนเป็นใหญ่
a haven for: สภาพแวดล้อมที่บางสิ่งได้รับการปกป้องหรือเติบโตได้
Haven ตามความหมายตรงตัวคือสถานที่ปลอดภัย ในรูป a haven for X คำนี้ใช้เป็นอุปมาเพื่อหมายถึงสภาพแวดล้อมที่ X ได้รับการปกป้อง การต้อนรับ หรือโอกาสให้เติบโต ในที่นี้ X คือ selfish and egoistic motives ภาพที่ปกติเป็นบวกจึงกลายเป็นการวิจารณ์และมีนัยประชดเล็กน้อย ประโยคนี้เตือนว่าชีวิตครอบครัวอาจช่วยซ่อนแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัว ไม่ได้ชื่นชมแรงจูงใจเหล่านั้นหรือบอกว่าครอบครัวเป็นที่หลบภัยจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นซึ่งหมายถึง “สถานที่ที่กิจกรรมอันไม่พึงประสงค์สามารถเติบโตได้”: With no security checks, the website became ____ identity thieves.
ดูคำตอบ
a haven for
one was meant to direct one's selfless energies to the community as a whole, วลี
2:50เราควรจะทุ่มเทพลังงานที่ไม่เห็นแก่ตัวของเราให้กับชุมชนโดยรวม
direct one's selfless energies to: ทุ่มเทความพยายามที่ไม่เห็นแก่ตัวไปยังเป้าหมาย
To direct one's energies to something หมายถึงการตั้งใจทุ่มเทแรงกายแรงใจและความสนใจไปยังเป้าหมายหนึ่ง Selfless เสริมว่าความพยายามนั้นมีไว้เพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อตนเอง One และ one's เป็นคู่คำแบบเป็นทางการที่สอดคล้องกัน one ใช้กล่าวถึงคนทั่วไป ส่วน one's แสดงว่า energies เป็นของคนนั้น เมื่อมีประธานเฉพาะ ให้เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกัน เช่น I direct my energies, she directs her energies และ they direct their energies หลัง to ใช้ได้ทั้งคำนามและรูป -ing
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้อย่างเป็นธรรมชาติและใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของตรงกับประธาน
- She directed her selfless energies for helping the local community.
- She directed her selfless energies to helping the local community.
- She directed one's selfless energies to helping the local community.
ดูคำตอบ
She directed her selfless energies to helping the local community.
The public realm: ขอบเขตชีวิตพลเมืองที่มีร่วมกัน
ในประโยคนี้ the public realm หมายถึงส่วนของชีวิตทางสังคมที่อยู่นอกชีวิตส่วนตัวในครอบครัว และเกี่ยวข้องกับผู้คนในฐานะสมาชิกของสังคม ในที่นี้ realm เป็นนามธรรม หมายถึงขอบเขตหรือแวดวง ไม่ใช่อาณาจักร วลีนี้วางความเป็นธรรมและศักดิ์ศรีไว้เป็นมาตรฐานของชีวิตพลเมืองที่มีร่วมกัน ไม่ใช่เฉพาะความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยอาจครอบคลุมการถกเถียงสาธารณะ สถาบัน พื้นที่ส่วนรวม และพฤติกรรมที่ส่งผลต่อผู้อื่น
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'A healthy democracy needs trust in the public realm,' คำว่า the public realm หมายถึงอะไร
- สำนักงานรัฐบาลที่ออกเอกสารทางการ
- ขอบเขตร่วมของชีวิตทางพลเมืองและสังคมนอกชีวิตส่วนตัวในครอบครัว
- กลุ่มเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกัน
ดูคำตอบ
ขอบเขตร่วมของชีวิตทางพลเมืองและสังคมนอกชีวิตส่วนตัวในครอบครัว
Turned its back on: การจงใจปฏิเสธ
ในประโยคนี้ turned its back on เป็นสำนวนที่หมายถึงจงใจปฏิเสธหรือเลิกพึ่งพาปาฏิหาริย์ โดยอธิบายการเปลี่ยนมุมมอง ไม่ใช่การหันตัวจริง ๆ สำนวนนี้มักสื่อถึงการตัดขาดอย่างชัดเจนจากสิ่งที่เคยยอมรับ สนับสนุน หรือปฏิบัติ จึงมีความหมายแรงกว่าการบอกเพียงว่าไม่ได้ใช้อีกต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึงจงใจปฏิเสธจุดยืนที่เคยสนับสนุน: After years of defending the policy, the organization ____ it and demanded its repeal.
ดูคำตอบ
turned its back on
Weber called this the disenchantment of the world. วัฒนธรรม
3:06เวเบอร์เรียกสิ่งนี้ว่า การคลายมนต์ขลังของโลก
แนวคิด “การคลายมนตร์ขลังของโลก” ของเวเบอร์
ในความหมายที่เวเบอร์ใช้ “การคลายมนตร์ขลังของโลก” หมายถึงกระบวนการทางประวัติศาสตร์ในวงกว้าง ผู้คนอธิบายและจัดระเบียบชีวิตด้วยเหตุผล วิทยาศาสตร์ การคำนวณ และกฎเกณฑ์มากขึ้น แทนที่จะอาศัยปาฏิหาริย์หรือพลังลึกลับ คำว่า disenchantment ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าโลกรู้สึกผิดหวัง และไม่ได้เน้นถึงการที่คนคนหนึ่งหมดความกระตือรือร้น วลีนี้อธิบายการเปลี่ยนแปลงระดับสังคมในวิธีที่ผู้คนเข้าใจความเป็นจริง
แบบฝึกหัด
ในวลีของเวเบอร์ “การคลายมนตร์ขลังของโลก” หมายถึงอะไร
- ความรู้สึกที่ว่าโลกเองผิดหวังในตัวมนุษย์
- คำสัญญาทางศาสนาว่าความมั่งคั่งจะเกิดขึ้นผ่านปาฏิหาริย์
- การเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ไปสู่การอธิบายโลกด้วยเหตุผล วิทยาศาสตร์ และกฎเกณฑ์ แทนพลังลึกลับ
ดูคำตอบ
การเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ไปสู่การอธิบายโลกด้วยเหตุผล วิทยาศาสตร์ และกฎเกณฑ์ แทนพลังลึกลับ
So prosperity wasn't to be thought of as something mysteriously ordained by God, ไวยากรณ์
3:09ดังนั้นความเจริญรุ่งเรืองจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นสิ่งที่พระเจ้ากำหนดไว้อย่างลึกลับ
wasn't to be thought of as: รูปแบบทางการสำหรับกำหนดการตีความ
Wasn't to be thought of as หมายถึง “ไม่ควรถูกมองหรือตีความว่าเป็น...” โครงสร้างกรรมวาจก be + to + be + past participle แสดงกฎอย่างเป็นทางการหรือแนวการตีความที่คาดหวัง ส่วนรูปปฏิเสธใช้ตัดความเข้าใจแบบหนึ่งเกี่ยวกับประธานออกไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + was/were not + to be thought of as + ประเภทหรือคำอธิบาย ในที่นี้ to ไม่ได้บอกว่ามีแผนในอดีตที่จะคิดอะไรบางอย่าง แต่บอกผู้ฟังว่าไม่ควรเข้าใจความมั่งคั่งอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างกรรมวาจกอย่างเป็นทางการได้ชัดเจนที่สุด เพื่อบอกว่าไม่ควรตีความนโยบายนั้นว่าเป็นทางออกถาวร
- The policy wasn't to be thought of as a permanent solution.
- The policy wasn't going to be thought of as a permanent solution.
- The policy wasn't thought of as a permanent solution.
ดูคำตอบ
The policy wasn't to be thought of as a permanent solution.
it could only be the result of thinking methodically,
3:13มันเป็นได้เพียงผลลัพธ์ของการคิดอย่างเป็นระบบ
and working industriously and sensibly over many years.
3:17และการทำงานอย่างขยันขันแข็งและมีเหตุผลเป็นเวลาหลายปี
people turned to science for explanations and changes,
3:22ผู้คนจึงหันไปหาวิทยาศาสตร์เพื่อคำอธิบายและการเปลี่ยนแปลง
which encouraged scientific investigation and discovery,
3:25ซึ่งส่งเสริมการตรวจสอบและค้นพบทางวิทยาศาสตร์
the crucial catalytic ingredients for capitalism to take hold. โน้ต
3:34องค์ประกอบสำคัญที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อให้ทุนนิยมหยั่งรากลึก
Taken together ในฐานะสัญญาณสรุป
Taken together เป็นสัญญาณสรุปที่ใช้ตอนต้นประโยค โดยบอกผู้ฟังให้พิจารณาปัจจัยทั้งห้าเป็นกลุ่มเดียว แทนที่จะประเมินแต่ละปัจจัยแยกกัน ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวเชื่อมรายการที่กล่าวมาก่อนหน้ากับข้อสรุปโดยรวมว่า ปัจจัยเหล่านั้นร่วมกันช่วยให้สิ่งใดเกิดขึ้นได้ มีความหมายว่า “เมื่อพิจารณาโดยรวม” ไม่ได้หมายถึงมีสิ่งใดถูกหยิบไปด้วยกันจริง ๆ
แบบฝึกหัด
คำขึ้นต้นใดสื่อได้ดีที่สุดว่าควรพิจารณาหลักฐานหลายข้อรวมเป็นหนึ่งเดียว?
- On the other hand,
- Taken separately,
- For example,
- Taken together,
ดูคำตอบ
Taken together,
crucial catalytic ingredients ในฐานะอุปลักษณ์เชิงเหตุผล
วลีนี้เป็นอุปลักษณ์เชิงเหตุผลแบบกระชับ หมายถึงเงื่อนไขสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนกระบวนการที่ใหญ่กว่า คำว่า ingredients นำเสนอปัจจัยทางวัฒนธรรมทั้งห้าเหมือนเป็นส่วนประกอบในสูตร ขณะที่ catalytic สื่อว่าปัจจัยเหล่านั้นช่วยกระตุ้นหรือเร่งการเปลี่ยนแปลง ส่วน crucial เน้นว่าปัจจัยเหล่านั้นสำคัญมาก วลีนี้ไม่ได้บอกว่าปัจจัยเหล่านั้นเป็นวัตถุจริง หรือปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ ในประโยคนี้ ปัจจัยทั้งหมดทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้ระบบทุนนิยมตั้งมั่น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ crucial catalytic ingredients หมายถึงอะไร?
- รายละเอียดเล็กน้อยที่ทำให้กระบวนการช้าลง
- ปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่า
- ทรัพยากรที่รับประกันการพัฒนาของระบบทุนนิยมได้ด้วยตัวเอง
- สารจริงที่ใช้ในปฏิกิริยาเคมีทางอุตสาหกรรม
ดูคำตอบ
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่า
take hold: ตั้งมั่นและเริ่มมีอิทธิพล
ในประโยคนี้ take hold หมายถึง “ตั้งมั่นและเริ่มมีอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง” สิ่งที่ตั้งมั่นในเชิงความหมายคือ capitalism ส่วน ingredients สร้างเงื่อนไขให้กระบวนการนี้เกิดขึ้น การใช้แบบนี้เป็นอกรรมกริยา ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับสิ่งของจริง ๆ และไม่มีกรรมตรงตามหลัง สำนวนเดียวกันนี้ใช้บรรยายแนวคิด ระบบ นิสัย ความกลัว หรือโรคที่เริ่มแพร่กระจายหรือหยั่งรากอย่างมั่นคงได้
แบบฝึกหัด
สำนวนใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด? “The new safety routine seemed strange at first, but within a month it began to ____.”
- take effect on it
- take hold
- take hold of it
ดูคำตอบ
take hold
a drug that induced passive acceptance of the horrors of capitalism.
3:42เป็นยาเสพติดที่ชักนำให้เกิดการยอมรับความน่าสะพรึงกลัวของทุนนิยมอย่างจำนน
religion was the opium of the masses: ศาสนาเป็นฝิ่นของมวลชน
ถ้อยคำของมาร์กซ์เปรียบศาสนากับฝิ่น ซึ่งในที่นี้เชื่อมโยงกับการทำให้ความเจ็บปวดด้านชาและลดแรงต่อต้าน ข้อเสนอคือศาสนาอาจปลอบประโลมคนทั่วไปในลักษณะที่ทำให้พวกเขาอดทนต่อความทุกข์ภายใต้ระบบทุนนิยมอย่างเฉื่อยชา The masses หมายถึงประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะแรงงานทั่วไป ไม่ได้หมายถึงมวลในทางฟิสิกส์ นี่คืออุปมาทางการเมืองและการวิจารณ์เชิงทฤษฎี ไม่ใช่คำกล่าวตามตัวอักษรว่าผู้คนเสพฝิ่นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในอุปมา “religion was the opium of the masses” ศาสนาถูกกล่าวว่ามีบทบาทอย่างไร?
- ศาสนาปลอบประโลมผู้คนในลักษณะที่ทำให้พวกเขายอมรับความทุกข์อย่างเฉื่อยชา
- ศาสนาทำให้ผู้คนต่อต้านระบบทุนนิยมอย่างแข็งขันยิ่งขึ้น
- ศาสนาจัดหายาเสพติดให้ประชาชนจริง ๆ
ดูคำตอบ
ศาสนาปลอบประโลมผู้คนในลักษณะที่ทำให้พวกเขายอมรับความทุกข์อย่างเฉื่อยชา
But Weber turned this dictum on its head. สำนวน
3:46แต่เวเบอร์ได้พลิกคำกล่าวนี้จากหน้ามือเป็นหลังมือ
turn this dictum on its head: พลิกข้อเสนอนี้ให้ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
ในที่นี้ turn this dictum on its head หมายถึงการกลับแนวคิดหลักของข้อความก่อนหน้าให้เป็นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการจับวัตถุมาพลิกจริง ๆ กรรมที่อยู่ระหว่าง turn กับ on its head คือ this dictum โดย dictum เป็นคำค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงหลักการหรือข้อยืนยันที่มีผู้กล่าวไว้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ turn + แนวคิด ทฤษฎี หรือข้อสันนิษฐาน + on its head เมื่อเหตุผลใหม่ทำให้เกิดมุมมองที่ตรงกันข้าม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย turn ... on its head ในรูปอดีต: The discovery ____ the old assumption ____.
ดูคำตอบ
turned · on its head
they only became capitalists as a result of their religion.
3:52พวกเขาเพียงแค่กลายมาเป็นนายทุนอันเป็นผลมาจากศาสนาของพวกเขา
didn't ... because of ..., ... as a result of ...: ปฏิเสธแล้วแทนที่คำอธิบายเชิงเหตุและผล
อนุประโยคแรกปฏิเสธคำอธิบายเชิงเหตุและผลแบบหนึ่ง คือศาสนาไม่ได้เพียงทำให้ผู้คนยอมทนต่อทุนนิยม ส่วนอนุประโยคที่สองเสนอคำอธิบายใหม่ที่หนักแน่นกว่าทันที กล่าวคือ ในการสรุปมุมมองของเวเบอร์ตรงนี้ ศาสนามีส่วนทำให้ผู้คนกลายเป็นนายทุน นี่คือรูปแบบการจัดข้อมูลที่ปฏิเสธคำอธิบายหนึ่งก่อน แล้วจึงแทนที่ด้วยอีกคำอธิบายหนึ่ง ให้วางคำอธิบายที่ต้องการปฏิเสธไว้ก่อน แล้วตามด้วยคำอธิบายที่ต้องการให้ผู้ฟังยอมรับ ในที่นี้ because of และ as a result of ช่วยให้เปรียบเทียบความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลสองแบบที่แข่งขันกันได้ง่าย
แบบฝึกหัด
โครงสร้างสองอนุประโยคในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?
- ประโยคนี้ยกตัวอย่างแยกกันสองตัวอย่างเพื่อสนับสนุนคำอธิบายเชิงเหตุและผลแบบเดียวกัน
- ประโยคนี้บอกว่าศาสนาไม่เกี่ยวข้องกับทุนนิยมในอนุประโยคทั้งสอง
- ประโยคนี้ปฏิเสธคำอธิบายเชิงเหตุและผลหนึ่งแบบ แล้วแทนที่ด้วยคำอธิบายที่กลับความสัมพันธ์นั้น
ดูคำตอบ
ประโยคนี้ปฏิเสธคำอธิบายเชิงเหตุและผลหนึ่งแบบ แล้วแทนที่ด้วยคำอธิบายที่กลับความสัมพันธ์นั้น
There are about 35 countries where capitalism is now well developed.
4:01มีประมาณ 35 ประเทศที่ทุนนิยมพัฒนาไปได้ดีในขณะนี้
This is a source of much puzzlement and distress.
4:14นี่คือที่มาของความสับสนงุนงงและความทุกข์ใจอย่างมาก
Billions of dollars in aid are transferred every year from the rich to the poor parts of the world.
4:17ความช่วยเหลือมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ถูกโอนจากส่วนที่ร่ำรวยไปสู่ส่วนที่ยากจนของโลกทุกปี
because the problem isn't really a material one to begin with.
4:26เพราะตั้งแต่แรกแล้วปัญหาไม่ได้เป็นเรื่องของวัตถุอย่างแท้จริง
Weberian analysis: การวิเคราะห์ที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดของเวเบอร์
ในที่นี้ Weberian หมายถึง “มีพื้นฐานมาจาก ได้รับอิทธิพลจาก หรือมีลักษณะตามทฤษฎีของมักซ์ เวเบอร์” ดังนั้น Weberian analysis จึงเป็นการอธิบายปัญหาผ่านกรอบที่เชื่อมโยงกับเวเบอร์ โดยเฉพาะการมองบทบาทของแนวคิดและวัฒนธรรม แทนที่จะมองเฉพาะทรัพยากรทางวัตถุ คำเติมท้าย -ian สามารถเปลี่ยนชื่อบุคคลให้เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกถึงแนวคิดทางปัญญาได้ คำนี้สื่อถึงการยึดโยงทางทฤษฎี ไม่ได้หมายความว่าเวเบอร์เป็นผู้ทำการวิเคราะห์นี้ด้วยตนเอง และไม่ได้บอกสัญชาติ
แบบฝึกหัด
ในบทความทางวิชาการ “a Weberian analysis” มีความหมายตามธรรมชาติมากที่สุดว่าอะไร
- การวิเคราะห์ที่มักซ์ เวเบอร์ทำด้วยตนเอง
- การวิเคราะห์เกี่ยวกับสัญชาติของเวเบอร์
- การวิเคราะห์ที่ได้รับอิทธิพลจากแนวทางทฤษฎีของมักซ์ เวเบอร์
ดูคำตอบ
การวิเคราะห์ที่ได้รับอิทธิพลจากแนวทางทฤษฎีของมักซ์ เวเบอร์
these materialist interventions: นโยบายที่เน้นเงื่อนไขทางวัตถุ
ในที่นี้ these ย้อนกลับไปถึงการโอนความช่วยเหลือจากพื้นที่ที่ร่ำรวยกว่าไปยังพื้นที่ที่ยากจนกว่าซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ Materialist interventions หมายถึงมาตรการเชิงนโยบายที่พยายามปรับปรุงสถานการณ์ด้วยการเปลี่ยนเงื่อนไขทางวัตถุ เช่น การให้เงิน เทคโนโลยี หรือทรัพยากรอื่น ๆ ส่วน materialist บอกถึงคำอธิบายที่อยู่เบื้องหลังมาตรการเหล่านั้น โดยถือว่าเงื่อนไขทางวัตถุเป็นทั้งสาเหตุหลักและเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง ประโยคนี้นำเสนอคำวิจารณ์แบบเวเบอร์ต่อแนวทางดังกล่าว กล่าวคือ หากปัญหาที่ลึกกว่านั้นมีรากอยู่ในแนวคิดหรือวัฒนธรรม การให้ทรัพยากรทางวัตถุเพียงอย่างเดียวก็แก้ไม่ได้ นี่เป็นข้ออ้างทางทฤษฎีที่ผู้พูดกำลังนำเสนอ ไม่ใช่หลักฐานทั่วไปว่าความช่วยเหลือหรือนโยบายที่เน้นทรัพยากรจะไม่ได้ผลเสมอไป
แบบฝึกหัด
“these materialist interventions” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- มาตรการเชิงนโยบายที่เน้นเงิน เทคโนโลยี และเงื่อนไขทางวัตถุอื่น ๆ
- การถกเถียงทางปรัชญาที่ไม่ได้เสนอให้ลงมือทำอะไร
- การกระทำของผู้ที่ชอบซื้อสิ่งของราคาแพง
ดูคำตอบ
มาตรการเชิงนโยบายที่เน้นเงิน เทคโนโลยี และเงื่อนไขทางวัตถุอื่น ๆ
certain countries for Weber fail to succeed at capitalism
4:31บางประเทศสำหรับเวเบอร์ที่ไม่ประสบความสำเร็จในทุนนิยม
because they don't feel anxious and guilty enough.
4:34เพราะพวกเขาไม่รู้สึกวิตกกังวลและรู้สึกผิดมากพอ
They like to celebrate now rather than invest in tomorrow,
4:38พวกเขาชอบที่จะเฉลิมฉลองในวันนี้มากกว่าที่จะลงทุนในวันพรุ่งนี้
and their members feel it's acceptable to steal from the community
4:41และสมาชิกของพวกเขารู้สึกว่าการขโมยจากชุมชนเป็นเรื่องที่ยอมรับได้
Weber would counsel those who wish to spread capitalism
4:49เวเบอร์จะให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ต้องการเผยแพร่ทุนนิยม
that produces an economy that either flourishes or flounders. ลำดับความ
4:59นั่นคือสิ่งที่สร้างเศรษฐกิจที่เจริญรุ่งเรืองหรือล้มลุกคลุกคลาน
ความขัดแย้งแบบสองด้านใน either flourishes or flounders
Either ... or จัดอนาคตของเศรษฐกิจออกเป็นผลลัพธ์สองด้านที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจน คือเศรษฐกิจอาจ flourish ซึ่งหมายถึงเจริญรุ่งเรือง หรือ flounder ซึ่งหมายถึงประสบความยากลำบากและไม่สามารถก้าวหน้าได้ดี คำว่า flourishes และ flounders เริ่มด้วย fl- เหมือนกัน จึงเกิดสัมผัสอักษร การซ้ำเสียงร่วมกับความขัดแย้งสองด้านทำให้ข้อสรุปมีจังหวะหนักแน่นและจดจำง่ายขึ้น นี่เป็นกรอบการนำเสนอเพื่อโน้มน้าว ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผลลัพธ์ตรงกลางเลย
แบบฝึกหัด
either flourishes or flounders ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- วลีนี้นำเสนอผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจสองด้านที่ตรงข้ามกันอย่างมาก และเน้นความต่างด้วยการซ้ำเสียง fl- ในภาษาอังกฤษ
- วลีนี้ใช้ flounders เป็นคำนามที่หมายถึงปลาชนิดหนึ่ง
- วลีนี้อธิบายสองขั้นตอนที่เศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จทุกแห่งต้องผ่าน
ดูคำตอบ
วลีนี้นำเสนอผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจสองด้านที่ตรงข้ามกันอย่างมาก และเน้นความต่างด้วยการซ้ำเสียง fl- ในภาษาอังกฤษ
start at the level of ideas: การเลือกระดับที่จะเริ่มจัดการ
Start at the level of X หมายถึงเริ่มด้วยการตรวจสอบหรือเปลี่ยนแปลง X ในฐานะระดับที่เกี่ยวข้องของปัญหา ในที่นี้ ideas เป็นระดับเริ่มต้น ผู้พูดจึงหมายความว่าต้องจัดการกับความเชื่อและวิธีคิดที่อยู่เบื้องลึกก่อน Level ในที่นี้เป็นแนวคิดเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงความสูงทางกายภาพหรือลำดับตำแหน่ง แต่หมายถึงขอบเขตของการวิเคราะห์หรือการลงมือทำ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดต้องการสื่อว่าการปฏิรูปที่ยั่งยืนต้องเริ่มด้วยการจัดการความเชื่อในฐานะระดับที่เกี่ยวข้องของปัญหา ประโยคใดสื่อความหมายนี้?
- We have to start with one idea.
- We have to start at the level of ideas.
- We have to discuss the ideas at a higher level.
ดูคำตอบ
We have to start at the level of ideas.
ธนาคารโลกและ IMF ... แอฟริกาตอนใต้ของซาฮารา: สถาบันและภูมิภาค
ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เป็นสถาบันระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาเงินทุนเพื่อการพัฒนาและนโยบายเศรษฐกิจ ในประโยคนี้ ทั้งสองถูกกล่าวถึงในฐานะองค์กรภายนอกที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ แต่ข้อเสนอนี้เป็นข้อโต้แย้งของผู้พูด ไม่ใช่แถลงการณ์นโยบายอย่างเป็นทางการของสถาบันใดสถาบันหนึ่ง Sub-Saharan Africa หมายถึงพื้นที่ของทวีปแอฟริกาที่อยู่ทางใต้ของทะเลทรายซาฮารา เป็นภูมิภาคกว้างที่ประกอบด้วยหลายประเทศ ไม่ใช่ประเทศเดียวหรือรัฐบาลเดียว
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดอธิบายชื่อที่เน้นไว้ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด
- the World Bank and the IMF เป็นสถาบันระหว่างประเทศ และ sub-Saharan Africa เป็นภูมิภาคทางใต้ของทะเลทรายซาฮารา
- the World Bank and the IMF เป็นเทคโนโลยี และ sub-Saharan Africa เป็นสกุลเงินชนิดหนึ่ง
- the World Bank and the IMF เป็นประเทศในแอฟริกา และ sub-Saharan Africa เป็นหนึ่งในรัฐบาลของประเทศเหล่านั้น
ดูคำตอบ
the World Bank and the IMF เป็นสถาบันระหว่างประเทศ และ sub-Saharan Africa เป็นภูมิภาคทางใต้ของทะเลทรายซาฮารา
should not be X, but Y: เปลี่ยนจุดสนใจหลัก
โครงสร้าง should not be X, but Y นำ X ออกจากตำแหน่งจุดสนใจหลัก แล้ววาง Y ไว้แทน ในประโยคนี้ X คืออัตราเงินเฟ้อซึ่งเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจทั่วไป ส่วน Y คือสิ่งที่ผู้คนดูทางโทรทัศน์ การวางเบาะแสทางวัฒนธรรมในชีวิตประจำวันไว้ตรงจุดที่คาดว่าจะพบสถิติทางเศรษฐกิจทำให้เกิดความประหลาดใจ ผู้พูดไม่ได้หมายความว่าเงินเฟ้อไม่สำคัญเลย แต่ใช้ความขัดแย้งนี้เพื่อเสนอว่า ในการวิเคราะห์แบบนี้ รสนิยมและค่านิยมของผู้คนควรได้รับความสำคัญก่อน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบต่าง should not be X, but Y ให้ถูกต้อง: The main question ____ how fast we finish, ____ whether the result is accurate.
ดูคำตอบ
should not be · but
work out how political power operated: หาคำตอบว่าอำนาจทางการเมืองทำงานอย่างไร
ในที่นี้ work out หมายถึง “ค้นหาคำตอบหรือทำความเข้าใจด้วยการคิดหรือวิเคราะห์” กรรมของวลีนี้คือประโยคคำถามทางอ้อม how political power operated จึงสื่อถึงการทำความเข้าใจว่าอำนาจทำงานอย่างไร เมื่อต้องวิเคราะห์ปัญหา สามารถใช้โครงสร้าง work out + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถาม เช่น work out how, why หรือ what ภายในอนุประโยคให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how political power operated ไม่ใช่ how did political power operate
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ work out ในความหมายว่า “หาคำตอบหรือทำความเข้าใจด้วยการคิด”
- Do not worry; everything will work out.
- I work out at the gym every morning.
- We need to work out how much food to order.
ดูคำตอบ
We need to work out how much food to order.
Weber believed that humanity had gone through three distinct types of power.
5:36เวเบอร์เชื่อว่ามนุษยชาติได้ผ่านพ้นอำนาจมาแล้วสามประเภทที่แตกต่างกัน
where kings relied on folklore and divinity to justify their power. วลี
5:44ซึ่งกษัตริย์อาศัยนิทานพื้นบ้านและความศักดิ์สิทธิ์เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับอำนาจของตน
traditional authority: อำนาจที่ได้ความชอบธรรมจากจารีตประเพณี
Traditional authority หรืออำนาจแบบจารีตประเพณี เป็นศัพท์ทางสังคมศาสตร์ที่หมายถึงการปกครองซึ่งได้รับการยอมรับว่าชอบธรรม เพราะตั้งอยู่บนขนบที่มีมายาวนานและความเชื่อที่สืบทอดกันมา ผู้คนเชื่อฟังเพราะมองว่าระเบียบนี้ถูกต้องและปฏิบัติกันมาช้านาน ในประโยคนี้ กษัตริย์สร้างความชอบธรรมให้แก่อำนาจผ่านคติชนและความศักดิ์สิทธิ์ แสดงให้เห็นว่าจารีตและความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ทำให้การปกครองที่สืบทอดมาดูมีสิทธิอันชอบธรรมได้อย่างไร คำว่า traditional ในที่นี้ระบุแหล่งที่มาของความชอบธรรม ไม่ได้หมายถึงเพียง “ล้าสมัย”
แบบฝึกหัด
ชุมชนหนึ่งยอมรับผู้ปกครองเพราะตำแหน่งนี้สืบทอดกันมาหลายศตวรรษและได้รับการสนับสนุนจากจารีตศักดิ์สิทธิ์ นี่คืออำนาจประเภทใด
- traditional authority
- legal-rational authority
- charismatic authority
ดูคำตอบ
traditional authority
โครงสร้าง rely on A to do B
วลี relied on folklore and divinity to justify their power ใช้โครงสร้าง rely on A to do B โดยประธานพึ่งพา A เป็นสิ่งสนับสนุนหรือพื้นฐานเพื่อทำให้ B สำเร็จ ในที่นี้ folklore and divinity คือพื้นฐาน ส่วนการสร้างความชอบธรรมให้อำนาจคือเป้าหมาย ในบริบทการเมืองนี้ justify their power หมายถึงทำให้การปกครองของตนดูชอบธรรมหรือมีความ正当 ไม่ได้หมายถึงเพียงอธิบายว่าเหตุใดจึงมีอำนาจ ส่วน divinity หมายถึงความศักดิ์สิทธิ์หรือความเชื่อว่าอำนาจได้รับมอบจากพระเจ้า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง rely on A to do B ได้ถูกต้อง
- The committee relied on independent evidence to justify its decision.
- The committee relied independent evidence to justify its decision.
- The committee relied on independent evidence for justify its decision.
ดูคำตอบ
The committee relied on independent evidence to justify its decision.
could rise to power with a magnetic personality โน้ต
5:54สามารถก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยบุคลิกภาพที่มีเสน่ห์ดึงดูด
rise to power: ก้าวขึ้นสู่อำนาจ
Rise to power หมายถึงการเปลี่ยนจากการมีอำนาจน้อยกว่าไปสู่ตำแหน่งผู้นำหรือผู้ปกครองที่มีอำนาจมาก มักพบในเรื่องเล่าทางการเมืองและประวัติศาสตร์เกี่ยวกับผู้ปกครอง พรรค และขบวนการต่าง ๆ ในที่นี้ rise เป็นอกรรมกริยา ผู้นำหรือกลุ่มเป็นฝ่ายก้าวขึ้นมาเอง และกริยานี้ไม่รับกรรมตรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ค่อย ๆ ได้ตำแหน่งควบคุมทางการเมือง”: After years of building support, the movement began to ____.
ดูคำตอบ
rise to power
a magnetic personality: บุคลิกที่ดึงดูดใจ
A magnetic personality หมายถึงลักษณะนิสัยที่มีเสน่ห์อย่างมาก จนดึงดูดให้ผู้คนเข้าหาและอยากฟังหรือทำตาม Magnetic ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ บุคคลนั้นดึงดูดผู้คนเหมือนแม่เหล็กดึงดูดโลหะ สำนวนนี้หมายถึงพลังในการวางตัว เช่น ความมั่นใจ ความอบอุ่น ความกระตือรือร้น หรือเสน่ห์ ไม่ได้หมายถึงความสวยงามทางกายเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่เปรียบเสน่ห์ของบุคคลกับแรงของแม่เหล็ก: Even before he became famous, he had ____ that made people stop and listen.
ดูคำตอบ
a magnetic personality
อำนาจบารมีในทฤษฎีของเวเบอร์
charismatic authority เป็นคำศัพท์ในการจำแนกอำนาจที่ชอบธรรมของแม็กซ์ เวเบอร์ อำนาจชนิดนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้ติดตามยอมรับสิทธิในการนำของบุคคลหนึ่ง เพราะมองว่าบุคคลนั้นโดดเด่น เป็นวีรบุรุษ สร้างแรงบันดาลใจ หรือมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัว การกล่าวถึงนโปเลียน บุคลิกที่ดึงดูดใจ ความหลงใหล และเจตจำนงในที่นี้ แสดงให้เห็นแหล่งที่มาของความชอบธรรมซึ่งอยู่ที่ตัวบุคคล คำนี้อธิบายว่าเหตุใดผู้ติดตามจึงมอบอำนาจให้ ไม่ได้หมายความเพียงว่าผู้นำมีบุคลิกน่าชอบ
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงถึง charismatic authority ได้ดีที่สุด
- ผู้คนยอมรับผู้ปกครองเพราะจารีตที่สืบทอดมาระบุว่าราชวงศ์นั้นควรปกครอง
- ขบวนการหนึ่งติดตามผู้นำเพราะผู้สนับสนุนเชื่อว่าผู้นำมีคุณสมบัติส่วนตัวที่โดดเด่นเป็นพิเศษ
- เจ้าหน้าที่เชื่อฟังตำแหน่งหนึ่งเพราะกฎหมายลายลักษณ์อักษรกำหนดอำนาจของตำแหน่งนั้น
ดูคำตอบ
ขบวนการหนึ่งติดตามผู้นำเพราะผู้สนับสนุนเชื่อว่าผู้นำมีคุณสมบัติส่วนตัวที่โดดเด่นเป็นพิเศษ
Weber explained that we had now entered a third age of bureaucratic authority. วัฒนธรรม
6:00เวเบอร์อธิบายว่าตอนนี้เราได้เข้าสู่ยุคที่สามของอำนาจระบบราชการแล้ว
Bureaucratic authority: อำนาจเชิงสถาบันที่ตั้งอยู่บนกฎ
ในกรอบแนวคิดของเวเบอร์ bureaucratic authority คือรูปแบบหลักลำดับที่สามของอำนาจ ต่อจากอำนาจแบบจารีตและอำนาจจากบารมีส่วนบุคคล เป็นอำนาจที่ผูกอยู่กับตำแหน่งทางการและระบบบริหาร ผู้คนเชื่อฟังเพราะกฎ ขั้นตอน และขอบเขตความรับผิดชอบได้รับการยอมรับว่าชอบธรรม ไม่ใช่เพียงเพราะชาติกำเนิดหรือบุคลิกของผู้ปกครอง bureaucratic ในที่นี้เป็นศัพท์สำหรับการวิเคราะห์ โดยชี้ถึงเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรม ความรู้เฉพาะทาง กฎที่เป็นลายลักษณ์อักษร และความต่อเนื่องแม้ผู้นำเปลี่ยนไป ไม่ได้หมายถึงงานเอกสารที่ไร้ประโยชน์หรือความไร้ประสิทธิภาพเสมอไป
แบบฝึกหัด
ตามการใช้ของเวเบอร์ bureaucratic authority มีพื้นฐานหลักจากอะไร?
- เสน่ห์ส่วนบุคคลอันโดดเด่นของผู้นำ
- ตำแหน่งทางการ กฎที่เป็นลายลักษณ์อักษร และความรู้เฉพาะทาง
- ขนบธรรมเนียมที่สืบทอดมาจากอดีต
ดูคำตอบ
ตำแหน่งทางการ กฎที่เป็นลายลักษณ์อักษร และความรู้เฉพาะทาง
and it will take an outsider years to work it out. ไวยากรณ์
6:10และคนนอกต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะคิดออก
การประมาณเวลาด้วย it will take someone + time + to do something
โครงสร้าง it takes someone + a length of time + to do something ใช้บอกว่าคนหนึ่งต้องใช้เวลานานเท่าใดในการทำงานอย่างหนึ่ง ในประโยคนี้ it ตัวแรกเป็นประธานสมมติ ส่วนการกระทำจริงคือ to work it out คำว่า an outsider หมายถึงคนที่อยู่นอกระบบและเป็นผู้ที่ต้องใช้เวลานั้น ส่วน years คือระยะเวลาที่คาดไว้ Will แสดงว่าระยะเวลาดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ Work it out หมายถึงเข้าใจว่าระบบทำงานอย่างไรหรือค้นหาคำตอบ ดังนั้น it ตัวสุดท้ายจึงย้อนกลับไปหมายถึงวิธีการทำงานของระบบ
แบบฝึกหัด
เติมการประมาณเวลาโดยใช้ it will take + บุคคล + ระยะเวลา: ____ to understand the new filing system. ใช้ Leah และ three weeks
ดูคำตอบ
It will take Leah three weeks
the powers that be: ผู้ที่มีอำนาจอยู่ในปัจจุบัน
the powers that be เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงบุคคลหรือสถาบันที่ควบคุมการตัดสินใจอยู่ในปัจจุบัน สามารถใช้กล่าวรวม ๆ ถึงรัฐบาล ผู้บริหารระดับสูง หรือผู้มีอำนาจที่ตั้งมั่นอยู่แล้วโดยไม่ต้องระบุชื่อ สำนวนนี้ยังคงโครงสร้างภาษาแบบเก่าไว้ โดย be หมายถึงดำรงอยู่ ในประโยคนี้ การยอมแพ้ถูกกล่าวอย่างประชดว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีอำนาจอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the powers that be หมายถึงอะไร?
- เหตุผลที่ระบบหนึ่งทำงานได้
- บุคคลหรือสถาบันที่มีอำนาจอยู่ในปัจจุบัน
- ความสามารถเหนือธรรมชาติที่มีอยู่จริง
ดูคำตอบ
บุคคลหรือสถาบันที่มีอำนาจอยู่ในปัจจุบัน
The dominance of bureaucracy has major implications for anyone trying to change a nation. วลี
6:17ความครอบงำของระบบราชการมีผลกระทบสำคัญต่อใครก็ตามที่พยายามเปลี่ยนแปลงประเทศ
has major implications for: ส่งผลสำคัญต่อ
has major implications for หมายถึงมีผลลัพธ์สำคัญต่อบางคน หรือมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบอย่างมาก ผลลัพธ์นั้นอาจครอบคลุมกว้าง ยาวนาน หรือยังไม่เห็นในทันที โครงสร้างคือ have/has + major implications + for + บุคคล กลุ่ม สาขา หรือกิจกรรมที่ได้รับผลกระทบ ในที่นี้ การที่ระบบราชการมีอำนาจเหนือกว่าเป็นสาเหตุ ส่วนผู้ที่พยายามเปลี่ยนแปลงประเทศคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสี่คำจากบทเรียนให้ตรงตามเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The new policy ____ families with young children.
ดูคำตอบ
has major implications for
There is often an understandable but misguided desire to think that one just has to change the leader, ลำดับความ
6:22มักมีความปรารถนาที่เข้าใจได้แต่ผิดพลาดในการคิดว่าเราแค่ต้องเปลี่ยนผู้นำ
understandable but misguided desire: ยอมรับความรู้สึกก่อนวิจารณ์
understandable ยอมรับก่อนว่าเหตุใดความปรารถนานั้นจึงอาจดูสมเหตุสมผลหรือน่าดึงดูด แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเห็นด้วย จากนั้น but เปลี่ยนไปสู่การตัดสินของผู้พูด โดย misguided บอกว่าความปรารถนานั้นตั้งอยู่บนมุมมองที่ผิดว่าสิ่งใดจะแก้ปัญหาได้ รูปแบบ understandable but misguided จึงแสดงความเข้าใจก่อน แล้วจึงวิจารณ์ความคิดโดยไม่กล่าวหาว่าคนเหล่านั้นโง่หรือไม่มีศีลธรรม
แบบฝึกหัด
ใน “The proposal is understandable but misguided,” ผู้พูดแสดงจุดยืนอย่างไร?
- ข้อเสนอนี้มีความน่าสนใจที่เข้าใจได้ แต่ผู้พูดเชื่อว่าทิศทางของข้อเสนอนั้นผิด
- ผู้พูดคิดว่าข้อเสนอนี้จงใจไม่ซื่อสัตย์
- ผู้พูดสนับสนุนข้อเสนอนี้อย่างเต็มที่เพราะเห็นว่าสมเหตุสมผล
ดูคำตอบ
ข้อเสนอนี้มีความน่าสนใจที่เข้าใจได้ แต่ผู้พูดเชื่อว่าทิศทางของข้อเสนอนั้นผิด
but in fact removing a leader almost never has the degree of impact that is hoped for.
6:27แต่ในความเป็นจริงการปลดผู้นำแทบจะไม่เคยส่งผลกระทบในระดับที่คาดหวังไว้เลย
If we're to get...: นำเสนอเงื่อนไขที่จำเป็น
ใน If we're to get things to go better โครงสร้าง if + ประธาน + be + to-infinitive นำเสนอเป้าหมายและชี้ไปยังเงื่อนไขหรือการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ในที่นี้ we're to get หมายถึง “หากเราจะทำให้สำเร็จ” ไม่ได้หมายความเพียงว่ามีการกำหนดการกระทำในอนาคตไว้แล้ว ประโยคเงื่อนไขที่เน้นเป้าหมายแบบนี้มักปูทางไปสู่สิ่งจำเป็นในประโยคหลัก: If we're to achieve X, we need to do Y.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อของ if + we + be + to: “____ reduce waiting times, we need to add another check-in desk.”
ดูคำตอบ
If we're to
come through: เกิดขึ้นผ่านกระบวนการหนึ่ง
ในประโยคนี้ come through หมายถึง “เกิดขึ้นหรือบรรลุผลโดยอาศัยบางสิ่ง” ประธาน much of it หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่คาดไว้ ส่วน through ... processes ระบุช่องทางที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้น ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ตามตัวอักษร เมื่อผลลัพธ์ comes through a process กระบวนการนั้นก็คือหนทางหรือกลไกที่ทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Most reform will come through ordinary administrative procedures.” คำว่า come through หมายถึงอะไร
- การปฏิรูปจะเกิดขึ้นผ่านขั้นตอนการบริหารงานตามปกติ
- การปฏิรูปจะผ่านพ้นประสบการณ์ที่ยากลำบาก
- ขั้นตอนเหล่านั้นจะมาจากสถานที่อื่น
- เจ้าหน้าที่จะรักษาสัญญา
ดูคำตอบ
การปฏิรูปจะเกิดขึ้นผ่านขั้นตอนการบริหารงานตามปกติ
It will come through the marshalling of statistical evidence, การใช้คำ
6:39มันจะเกิดขึ้นจากการรวบรวมหลักฐานทางสถิติ
marshalling of statistical evidence: จัดข้อมูลเพื่อจุดประสงค์หนึ่ง
ในที่นี้ marshalling หมายถึงการรวบรวม จัดระเบียบ และนำเสนอหลักฐานทางสถิติอย่างตั้งใจ เพื่อให้หลักฐานนั้นสนับสนุนข้อโต้แย้งหรือการตัดสินใจได้ วลีที่มี of ระบุว่าสิ่งใดกำลังถูกจัดระเบียบ คำนี้มาจากความหมายของ marshal ที่เป็นคำกริยา ซึ่งหมายถึง “จัดทรัพยากรเพื่อจุดประสงค์หนึ่ง” ในงานเขียนด้านนโยบาย กฎหมาย และวิชาการ ทรัพยากรเหล่านั้นอาจเป็นข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้ง หรือข้อมูล ไม่ใช่เพียงทหาร
แบบฝึกหัด
ในรายงานนโยบาย ผู้เขียนรวบรวม จัดระเบียบ และนำเสนอข้อมูลอย่างมีกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนข้อเสนอของตน the marshalling of statistical evidence อธิบายสิ่งใด
- การนำข้อมูลเชิงตัวเลขออกจากรายงาน
- การแต่งตัวเลขขึ้นโดยไม่มีข้อมูลสนับสนุน
- การจัดและใช้ข้อมูลอย่างตั้งใจเพื่อสร้างข้อโต้แย้ง
- การกล่าวถึงสถิติหนึ่งอย่างไม่เป็นทางการโดยไม่มีแผนที่ใหญ่กว่า
ดูคำตอบ
การจัดและใช้ข้อมูลอย่างตั้งใจเพื่อสร้างข้อโต้แย้ง
patient briefings to ministers: การชี้แจงต่อรัฐมนตรีอย่างอดทน
ในที่นี้ patient เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึงการสงบ มั่นคง และพร้อมอธิบายต่อไปโดยไม่เร่งรีบ คำนี้บอกลักษณะการเตรียมหรือการนำเสนอ briefings ไม่ได้หมายถึง “ของผู้ป่วย” briefing คือการนำเสนอข้อมูลสำคัญแบบสั้นและตรงประเด็น ในบริบทของรัฐบาลนี้ ministers คือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการอธิบายนโยบายแก่บุคคลเหล่านั้นอย่างรอบคอบและต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ patient briefings to ministers หมายความว่าอะไร?
- เจ้าหน้าที่รัฐบาลรอการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณะอย่างใจเย็น
- การอธิบายนโยบายแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาลอย่างรอบคอบและไม่เร่งรีบ
- การแจ้งข้อมูลทางการแพทย์ของผู้ป่วยแก่ผู้นำทางศาสนา
ดูคำตอบ
การอธิบายนโยบายแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาลอย่างรอบคอบและไม่เร่งรีบ
committee hearings: การไต่สวนของคณะกรรมาธิการ
Committee hearing คือการประชุมอย่างเป็นทางการที่คณะกรรมาธิการฝ่ายนิติบัญญัติหรือของรัฐบาลตรวจสอบประเด็น ตั้งคำถาม และรับคำให้การหรือหลักฐานอื่น Committee เป็นกลุ่มทางการที่มีขนาดเล็กกว่า ไม่ใช่ฝ่ายนิติบัญญัติทั้งหมด ในตัวอย่าง testimonies คือคำแถลงอย่างเป็นทางการที่ใช้เป็นหลักฐานในกระบวนการนี้ ส่วน hearing ไม่ได้หมายถึงความสามารถในการได้ยิน
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ committee hearing คืออะไร?
- การประชุมอย่างเป็นทางการที่คณะกรรมาธิการตรวจสอบประเด็นและรับหลักฐาน
- การประชุมตามปกติที่สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติทุกคนเข้าร่วม
- การทดสอบว่าสมาชิกคณะกรรมาธิการได้ยินเสียงชัดเจนหรือไม่
ดูคำตอบ
การประชุมอย่างเป็นทางการที่คณะกรรมาธิการตรวจสอบประเด็นและรับหลักฐาน
minute ใน a minute study ที่หมายถึง “ละเอียดอย่างยิ่ง”
minute ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง “ละเอียดมาก แม่นยำ และรอบคอบ” a minute study of budgets คือการตรวจสอบรายละเอียดเล็ก ๆ จำนวนมากของงบประมาณอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่การศึกษาที่ใช้เวลาหกสิบวินาที คำคุณศัพท์นี้มักอยู่หน้าคำนาม เช่น examination, analysis, differences หรือ details ให้ดูทั้งโครงสร้างและความหมายของประโยคเพื่อตัดสินว่า minute ใช้ในความหมายใด
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยค แล้วเลือกประโยคที่ใช้ minute เป็นคำคุณศัพท์ในความหมายว่า “ละเอียดอย่างยิ่ง” โดยเน้นฟังตำแหน่งการลงเสียงหนักและเสียงสระใน minute
- The scientist made a minute analysis of every mark on the sample.
- The scientist made a one-minute analysis of the sample.
ดูคำตอบ
The scientist made a minute analysis of every mark on the sample.
may be far more important than: การเปรียบเทียบที่ระมัดระวังแต่หนักแน่น
ใน may be far more important than ส่วน more important than ทำหน้าที่เปรียบเทียบ และ far เน้นรูปขั้นกว่า จึงแสดงว่าความแตกต่างมีมาก คือ “สำคัญกว่ามาก” ไม่ใช่เพียงสำคัญกว่าเล็กน้อย may ทำให้ข้อกล่าวอ้างมีความระมัดระวังแทนที่จะเป็นการยืนยันแบบเด็ดขาด เมื่อใช้ร่วมกัน วลีนี้จึงเปรียบเทียบอย่างหนักแน่นแต่ยังเปิดพื้นที่ให้ความไม่แน่นอน กล่าวคือ แนวคิดอาจสำคัญกว่ามาก แต่ผู้พูดไม่ได้บอกว่าจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายทั้งหมดเพื่อสร้างการเปรียบเทียบที่ระมัดระวังแต่หนักแน่น: For a new employee, clear instructions ____ expensive software.
ดูคำตอบ
may be far more important than
ความตรงข้ามระหว่าง vast, impersonal, external forces กับ the thoughts in our own heads
ประโยคนี้สร้างข้อสรุปด้วยการวางคำบรรยายสองแบบไว้คนละขั้วของมาตราส่วน: “vast, impersonal, external forces” ให้ความรู้สึกใหญ่โต ห่างไกล และอยู่นอกเหนือการควบคุมของบุคคล ส่วน “something utterly intimate, and perhaps more malleable, the thoughts in our own heads” ให้ความรู้สึกใกล้ตัว เป็นเรื่องส่วนบุคคล และอาจเปลี่ยนแปลงได้ ความตรงข้ามนี้ทำให้ข้อเสนอเชิงนามธรรมกลายเป็นการเคลื่อนความคิดที่ชัดเจนจากโลกภายนอกสู่จิตใจภายใน “dependent upon” ทำหน้าที่เชื่อมทั้งสองด้านในเชิงเหตุผล: หลายสิ่งที่เรามองว่าเกิดจากพลังเหล่านั้นก็ยังอาจขึ้นอยู่กับแนวคิดที่มนุษย์มีร่วมกัน “Perhaps more malleable” ทำให้ข้อสรุปยังคงระมัดระวัง โดยสื่อว่าแนวคิดอาจเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ได้หมายความว่าความคิดชั่วครู่ของคนเพียงคนเดียวจะปรับเปลี่ยนระบบขนาดใหญ่ได้ทันที
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ ความตรงข้ามระหว่าง “vast, impersonal, external forces” กับ “the thoughts in our own heads” ทำหน้าที่หลักอย่างไร
- นำเสนอระบบที่ดูห่างไกลเสียใหม่ว่าเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับแนวคิดของมนุษย์บางส่วน
- อ้างว่าความคิดของคนคนเดียวสามารถควบคุมระบบขนาดใหญ่ทุกระบบได้ทันที
- พิสูจน์ว่าพลังภายนอกมีอยู่เพียงในจินตนาการของคนคนหนึ่ง
ดูคำตอบ
นำเสนอระบบที่ดูห่างไกลเสียใหม่ว่าเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับแนวคิดของมนุษย์บางส่วน