ทำไมคนที่เข้าสังคมเก่งจริงๆ ถึงเกลียดงานปาร์ตี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
638 คำ 155 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทความนี้ปฏิเสธความเชื่อที่ว่าการชอบปาร์ตี้คนแน่นพิสูจน์ว่าเข้าสังคมเก่ง ความสัมพันธ์แท้จริงต้องมีความเปราะบาง ความปลอดภัย และการจัดสภาพแวดล้อมอย่างตั้งใจ ส่วนการเลี่ยงปาร์ตี้อาจแสดงถึงมาตรฐานสูงต่อการติดต่อกับผู้อื่น ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “replete with” — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: เข้าใจว่าเป็นทางเลือกที่เป็นทางการและมีเชิงวาทศิลป์กว่า “full of” เมื่อสิ่งหนึ่งมีอยู่อย่างมากมาย 2. “leave the rest to nature.” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจ nature ว่าเป็นกระบวนการไร้ผู้กำกับ และใช้เมื่อเตรียมขั้นต่ำแล้วปล่อยให้เหตุการณ์พัฒนาเอง 3. “too ambitious a conception” — ไวยากรณ์และรูปประโยค: เรียนลำดับ “too + คำคุณศัพท์ + a + คำนามเอกพจน์” ในโครงสร้างอย่าง “too difficult a task”

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The idea of being a sociable person

0:00

แนวคิดของการเป็นคนชอบเข้าสังคม

is nowadays heavily associated with finding enjoyment วลี

0:02

ในทุกวันนี้ มักจะเชื่อมโยงอย่างมากกับการแสวงหาความสุข

วลี

heavily associated with: เชื่อมโยงอย่างมาก แต่ไม่ได้หมายถึงเป็นสาเหตุ

ในที่นี้ heavily associated with หมายถึงผู้คนเชื่อมโยงสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่งอย่างมากในด้านความคิด นิสัย หรือวัฒนธรรมที่มีร่วมกัน คำว่า heavily เน้นความเชื่อมโยงให้หนักแน่นขึ้น โดยแสดงว่าความสัมพันธ์นั้นเด่นชัด ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย วลีนี้บรรยายความเชื่อมโยงที่ผู้คนรับรู้หรือสังเกตเห็น แต่ตัววลีเองไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งโดยไม่ได้อ้างว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดอีกสิ่งหนึ่ง

  1. Late-night screen use is heavily associated with poor sleep.
  2. Poor sleep is caused by late-night screen use.
  3. Late-night screen use prevents poor sleep.
ดูคำตอบ

Late-night screen use is heavily associated with poor sleep.

in going to and in all likelihood also in giving parties. วลี

0:06

ในการไปงานปาร์ตี้ และอาจรวมถึงการจัดงานปาร์ตี้ด้วยเช่นกัน

วลี

in all likelihood: วิธีพูดว่า “เป็นไปได้มาก” แบบเป็นทางการ

in all likelihood เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวที่หมายถึง “เป็นไปได้มาก” หรือ “ตามที่หลักฐานที่มีอยู่ชี้ให้เห็น” วลีนี้นำเสนอข้อสรุปว่ามีความเป็นไปได้สูง แต่ไม่แน่นอนเต็มร้อย ในที่นี้ likelihood หมายถึงความเป็นไปได้ ไม่ได้หมายถึงความชอบ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยายเนื้อหาเรื่อง “การจัดงานเลี้ยงด้วย” กล่าวคือผู้พูดเห็นว่าสิ่งนี้ก็น่าจะเป็นอีกทางหนึ่งในการพบความเพลิดเพลิน วลีนี้วางได้ทั้งต้นอนุประโยคและภายในอนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแบบเป็นทางการที่หมายถึง “เป็นไปได้มาก”: The roads are already icy. ____, school will open late.

ดูคำตอบ

In all likelihood

To be sociable means welcoming the idea of being in a room ไวยากรณ์

0:11

การเป็นคนชอบเข้าสังคม หมายถึงการยินดีที่ได้อยู่ในห้อง

ไวยากรณ์

To be sociable means welcoming: นิยามว่าคุณลักษณะหนึ่งประกอบด้วยอะไร

โครงสร้าง To be X means doing Y ใช้นิยามว่าคุณลักษณะ บทบาท หรือการกระทำหนึ่ง ๆ ประกอบด้วยอะไร วลี infinitive To be sociable เป็นหัวข้อ means ใช้นำเข้าสู่คำนิยาม และ welcoming เป็นรูป -ing ที่บอกทัศนคติหรือพฤติกรรมโดยทั่วไป ในที่นี้ welcoming the idea หมายถึงการเปิดใจหรือเต็มใจยอมรับสถานการณ์ ไม่ได้หมายถึงการต้อนรับแนวคิดเหมือนต้อนรับแขก

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามให้สมบูรณ์ด้วย means และรูป -ing ของ support: To be a good teammate ____ others when they need help.

ดูคำตอบ

means supporting

replete with an above-average number of other guests, การใช้คำ

0:14

ที่เต็มไปด้วยแขกคนอื่น ๆ ในจำนวนที่มากกว่าปกติ

การใช้คำ

replete with: วิธีพูดว่า “เต็มไปด้วย” แบบเป็นทางการ

Replete with หมายถึงเต็มไปด้วยหรือมีบางสิ่งในปริมาณหรือจำนวนมาก โดยตามด้วยสิ่งที่มีอยู่ในนั้น ตามโครงสร้าง replete with + นามวลี ในข้อความส่วนนี้ an above-average number of other guests ใช้บรรยายห้องที่มีแขกมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด Replete ไม่ได้แปลว่า complete

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ replete with ได้อย่างเป็นธรรมชาติในบริบทที่เป็นทางการอย่างเหมาะสม

  1. The historical archive is replete with letters from the period.
  2. The form is replete with one signature.
  3. Please make my sandwich replete with cheese.
ดูคำตอบ

The historical archive is replete with letters from the period.

many of whom will be unknown, ไวยากรณ์

0:17

ซึ่งหลายคนคุณจะไม่รู้จัก

ไวยากรณ์

many of whom ในอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ

many of whom ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับคนที่กล่าวถึงไปแล้ว ในที่นี้ whom หมายถึงแขกคนอื่น ๆ และทั้งวลีหมายถึง “แขกเหล่านั้นหลายคน” รูปแบบคือ คำบอกปริมาณ + of whom + อนุประโยค: many of whom will be unknown โครงสร้างนี้รวมข้อเท็จจริงอีกอย่างไว้ในประโยคเดียว แทนที่จะเริ่มอนุประโยคอิสระใหม่

แบบฝึกหัด

เลือกส่วนเติมเต็มที่ทำให้ข้อมูลอยู่ในประโยคเดียวอย่างถูกต้อง: “The hospital hired twenty new nurses, ____.”

  1. many of which work night shifts
  2. many of them work night shifts
  3. many of whom work night shifts
ดูคำตอบ

many of whom work night shifts

most of whom will be holding a glass of alcohol,

0:19

ส่วนใหญ่มักจะถือแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในมือ

bantering with lights lower than they normally would be, ไวยากรณ์

0:21

พูดคุยหยอกล้อกันท่ามกลางแสงไฟที่สลัวกว่าปกติ

and music somewhat higher than required

0:25

และเสียงดนตรีที่ดังกว่าที่จำเป็นสักเล็กน้อย

ไวยากรณ์

การละคำใน lower than they normally would be ... higher than required

สองวลีที่เน้นไว้เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบที่วางขนานกัน lights lower than they normally would be หมายถึงไฟถูกปรับให้ต่ำลงหรือสลัวกว่าระดับปกติ ส่วน music somewhat higher than required หมายถึงเสียงเพลงดังกว่าที่จำเป็นเล็กน้อย โดย higher ในที่นี้หมายถึงระดับเสียง ไม่ใช่ระดับเสียงสูงต่ำของโน้ต โครงสร้างเปรียบเทียบเหล่านี้ละคำที่ผู้ฟังสามารถเข้าใจได้จากบริบท would be ในที่นี้ชี้ถึงการตั้งค่าปกติที่คาดไว้ ไม่ได้ใช้เพื่อบอกเงื่อนไข และ than required เป็นรูปย่อของ than is required การวางการเปรียบเทียบทั้งสองแบบขนานกันช่วยบรรยายบรรยากาศได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดถ่ายทอดการเปรียบเทียบทั้งสองส่วนที่เน้นไว้ได้ถูกต้องที่สุด

  1. แสงไฟสลัวเกินความจำเป็น และเสียงเพลงดังกว่าปกติเล็กน้อย
  2. ทั้งแสงไฟและเสียงเพลงอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ
  3. แสงไฟสลัวกว่าปกติ และเสียงเพลงดังกว่าที่จำเป็นเล็กน้อย
ดูคำตอบ

แสงไฟสลัวกว่าปกติ และเสียงเพลงดังกว่าที่จำเป็นเล็กน้อย

in order faithfully to catch the details of another's voice.

0:27

เพื่อที่จะต้องตั้งใจฟังรายละเอียดในเสียงของผู้อื่นให้ชัดเจน

Parties have become synonymous with sociability วลี

0:31

ปาร์ตี้ได้กลายมาเป็นคำพ้องความหมายของการเข้าสังคม

วลี

Become synonymous with: กลายเป็นสิ่งที่แทบมีความหมายเท่ากับ...

Become synonymous with หมายถึงการที่สิ่งหนึ่งค่อย ๆ ถูกเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับอีกสิ่งหนึ่งในความคิดของผู้คน ในประโยคนี้ งานปาร์ตี้ถูกมองว่าแทบจะเป็นสิ่งเดียวกับการเข้าสังคม ความสัมพันธ์นี้เป็นความเท่าเทียมในเชิงแนวคิด ไม่ได้หมายความว่า party กับ sociability เป็นคำพ้องความหมายกันตามพจนานุกรม โครงสร้างคือ become + synonymous with + คำนามหรือกลุ่มคำนาม และมักใช้บรรยายการเปลี่ยนแปลงในการรับรู้ของสาธารณชน

แบบฝึกหัด

ใช้ become synonymous with ในรูป present perfect เพื่อเติมประโยค: Over the years, the festival ____ the city's creative spirit.

ดูคำตอบ

has become synonymous with

because of certain underlying ideas

0:34

เนื่องจากแนวคิดพื้นฐานบางอย่าง

about what true social connection might require and entail.

0:36

เกี่ยวกับสิ่งที่การเชื่อมโยงทางสังคมที่แท้จริงอาจต้องการและเป็นไป

We assume that sociability naturally springs up กริยาวลี

0:41

เราทึกทักเอาว่า การเข้าสังคมจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

when lots of people are put together in a room, กริยาวลี

0:44

เมื่อคนจำนวนมากถูกจับมารวมกันในห้อง

กริยาวลี

Springs up: ปรากฏหรือเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

Springs up เป็นรูปปัจจุบันสำหรับประธานเอกพจน์บุรุษที่สามของ phrasal verb spring up หมายถึงบางสิ่งปรากฏ เริ่มต้น หรือพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมักไม่ได้เกิดจากการวางแผนโดยตั้งใจ ในประโยคนี้ ความสามารถในการเข้าสังคมถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อผู้คนมารวมตัวกัน วลีนี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่มีสิ่งใดกระโดดขึ้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "New online communities sprang up during the event," คำว่า sprang up หมายถึงอะไร

  1. ถูกวางแผนไว้อย่างรอบคอบนานล่วงหน้า
  2. กระโดดขึ้นไปในอากาศจริง ๆ
  3. ปรากฏหรือพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ

ปรากฏหรือพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

กริยาวลี

put together: จัดผู้คนให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

ในที่นี้ put people together หมายถึงจัดให้ผู้คนอยู่ในห้องหรือกลุ่มเดียวกัน ในโครงสร้างกรรมวาจก people are put together จุดเน้นอยู่ที่ผู้คนและสถานการณ์ร่วมที่ถูกสร้างขึ้นให้พวกเขา ไม่ใช่ผู้ที่เป็นคนจัด ความหมายเกิดจากกริยาวลีทั้งชุด โดย put สื่อถึงการจัดวาง ส่วน together สื่อถึงการให้มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันหรืออยู่ในกลุ่มเดียวกัน ลักษณะการจัดกลุ่มที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท ตัววลีนี้ไม่ได้หมายถึงการทำให้ความสัมพันธ์กลับมาดีหรือการประกอบสิ่งของโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีในบทเรียนที่หมายถึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน: For the team challenge, six people who have never met are ____ in one room.

ดูคำตอบ

put together

that it means speaking a lot and notably cheerfully

0:47

ซึ่งหมายถึงการพูดคุยกันอย่างมากมายและร่าเริงเป็นพิเศษ

about things that have been happening in our lives,

0:50

เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา

that it depends on a jokey manner

0:53

ซึ่งขึ้นอยู่กับท่าทีที่มีอารมณ์ขัน

and ideally on the possession of a few entertaining anecdotes,

0:55

และในอุดมคติก็คือการมีเรื่องเล่าขำขันสองสามเรื่อง

often involving striking coincidences.

0:59

ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับความบังเอิญที่น่าประหลาดใจ

But such assumptions sidestep two sizable objections. วลี

1:02

แต่ข้อสันนิษฐานเหล่านี้กลับหลีกเลี่ยงข้อโต้แย้งสำคัญสองประการ

วลี

sidestep two sizable objections: เลี่ยงข้อคัดค้านสำคัญสองข้อ

ในงานเขียนเชิงโต้แย้ง sidestep two sizable objections หมายถึงหลีกเลี่ยงการจัดการกับข้อโต้แย้งสำคัญสองข้อ ในที่นี้ sidestep เป็นสกรรมกริยา และ objections คือสิ่งที่ข้อสมมติเหล่านั้นไม่ยอมเผชิญโดยตรง วลีนี้มีน้ำเสียงวิจารณ์ ไม่ใช่ชื่นชม โดยบอกว่าประเด็นถูกเลี่ยงไป ไม่ได้ถูกตอบหรือหักล้าง ส่วน sizable เน้นว่าประเด็นเหล่านั้นสำคัญมากพอที่จะต้องคำนึงถึง

แบบฝึกหัด

sidestep two sizable objections ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. หลีกเลี่ยงการตอบข้อคัดค้านสำคัญสองข้อ
  2. พิสูจน์ว่าข้อคัดค้านสองข้อนั้นผิด
  3. เสนอข้อคัดค้านเล็กน้อยสองข้อ
ดูคำตอบ

หลีกเลี่ยงการตอบข้อคัดค้านสำคัญสองข้อ

Firstly, true sociability,

1:06

ประการแรก การเข้าสังคมที่แท้จริง

that is a real connection between two people, ลำดับความ

1:08

ซึ่งก็คือความเชื่อมโยงที่แท้จริงระหว่างคนสองคน

ลำดับความ

that is สำหรับการกล่าวซ้ำอย่างเจาะจง

ในประโยคนี้ that is นำเข้าสู่คำอธิบาย true sociability ที่ชัดเจนและเจาะจงกว่า กล่าวคือ ความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างคนสองคน เมื่อวางคั่นด้วยจุลภาค วลีนี้ทำหน้าที่เป็นตัวบอกการเรียบเรียงความ เพื่อกล่าวซ้ำหรือจำกัดความคิดที่เพิ่งกล่าวถึงให้ชัดเจนขึ้น ให้เข้าใจ that is เป็นวลีเดียว มีหน้าที่ใกล้เคียงกับ that is to say หรือ i.e. ไม่ใช่ that ที่ใช้เชื่อมอนุประโยคอย่างใน I think that he is right.

แบบฝึกหัด

เลือกตัวบอกการเรียบเรียงความที่แสดงว่าข้อความหลังเป็นคำนิยามที่ตรงความหมายของแนวคิดก่อนหน้า: The fee is nonrefundable; ___, it cannot be returned.

  1. however
  2. for example
  3. that is
ดูคำตอบ

that is

is almost never built up via anything cheerful. กริยาวลี

1:11

แทบไม่เคยถูกสร้างขึ้นผ่านสิ่งที่ร่าเริงเลย

กริยาวลี

built up ที่สื่อถึงการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ในที่นี้ built up เป็นรูปถูกกระทำของ build up สิ่งที่ค่อย ๆ พัฒนาคือ real connection ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงความสัมพันธ์นั้นถูกสร้างและทำให้แน่นแฟ้นขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป build up นำเสนอการพัฒนาว่าเป็นกระบวนการสะสมตามเวลา ซึ่งมักเกิดจากการกระทำหรือประสบการณ์ที่เกิดซ้ำ ๆ ในที่นี้ up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่เน้นการสะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไป: Years of honest communication helped them ____ trust.

ดูคำตอบ

build up

It is the result of making ourselves vulnerable before another person วลี

1:15

มันเป็นผลมาจากการทำให้ตัวเราเองอ่อนแอต่อหน้าคนอื่น

วลี

ความหมายของ making ourselves vulnerable before another person

ในที่นี้ make + สรรพนามสะท้อนกลับ + vulnerable หมายถึงการจงใจเปิดเผยตนเองทางอารมณ์ เพื่อให้อีกคนเห็นความรู้สึกหรือจุดอ่อนที่อาจทำให้เราเจ็บปวดหรือถูกตัดสินได้ ourselves ชี้กลับไปยังผู้ที่เลือกทำเช่นนั้น ซึ่งก็คือตัวเราเอง before another person หมายถึง “ต่อหน้าคนนั้น” หรือ “เปิดให้คนนั้นมองเห็น” ไม่ได้ใช้ before ในความหมายด้านเวลาว่า “ก่อน” วลีทั้งหมดมองว่าความไว้วางใจคือการเลือกยอมรับความเสี่ยงทางอารมณ์

แบบฝึกหัด

ใช้ make สรรพนามสะท้อนกลับที่สอดคล้องกับ we และ vulnerable เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: To build trust, we sometimes need to ____ to people we know well.

ดูคำตอบ

make ourselves vulnerable

by revealing some of what is broken, สำนวน

1:19

ด้วยการเปิดเผยบางสิ่งที่แตกสลาย

lost, confused, lonely, and in pain within us.

1:22

สูญเสีย สับสน โดดเดี่ยว และเจ็บปวดภายในใจของเรา

สำนวน

what is broken ในฐานะอุปลักษณ์ของบาดแผลภายใน

what มีความหมายว่า “ส่วนหนึ่งในตัวเราที่...” หรือ “สิ่งต่าง ๆ ภายในตัวเราที่...” ในทางไวยากรณ์ what is broken เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม และในประโยคนี้ใช้เรียกสิ่งที่ถูกเปิดเผย broken เป็นอุปลักษณ์ที่สื่อถึงบาดแผลภายใน ปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ หรือส่วนหนึ่งของชีวิตหรือความรู้สึกต่อตนเองที่ไม่รู้สึกว่าสมบูรณ์ คำที่อยู่ใกล้กันอย่าง lost, confused, lonely และ in pain ยืนยันว่าประโยคนี้พูดถึงประสบการณ์ทางอารมณ์ ไม่ใช่สิ่งของที่เสียหาย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “He is learning to face what is broken inside him,” what is broken น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด?

  1. สิ่งของที่เสียหายซึ่งเขาเป็นเจ้าของ
  2. ช่วงเวลาที่แน่นอนซึ่งบางอย่างหยุดทำงาน
  3. บาดแผลภายในและปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ของเขา
ดูคำตอบ

บาดแผลภายในและปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ของเขา

We build genuine connections

1:26

เราสร้างการเชื่อมโยงที่แท้จริง

when we dare to exchange thoughts ไวยากรณ์

1:28

เมื่อเรากล้าที่จะแลกเปลี่ยนความคิด

that might leave us open to humiliation and judgment. วลี

1:30

ที่อาจเปิดช่องให้เราถูกล่วงละเมิดและถูกตัดสิน

ไวยากรณ์

dare to: ลงมือทำแม้มีความเสี่ยง

dare to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีความกล้าพอที่จะทำบางสิ่ง แม้อาจต้องเผชิญความเสี่ยง ความอับอาย หรือการไม่เห็นด้วย ในที่นี้ dare to exchange แสดงว่าการแบ่งปันความคิดอย่างตรงไปตรงมานั้นให้ความรู้สึกว่าเสี่ยงในทางสังคม ในประโยคนี้ dare เป็นคำกริยาหลักทั่วไปที่ตามด้วยรูป infinitive ที่มี to: dare to exchange และเปลี่ยนรูปตามกาลหรือประธานได้ เช่น dared to speak และ she dares to ask

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ dare to: Although everyone else stayed silent, Omar ____ question the unfair rule.

ดูคำตอบ

dared to

วลี

leave us open to humiliation and judgment: ทำให้เสี่ยงต่ออันตราย

leave + คน + open to + คำนาม หมายถึงทำให้คนนั้นอยู่ในภาวะเปราะบางต่อผลที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งมักเป็นผลเสีย ในที่นี้ might leave us open to humiliation and judgment หมายความว่าการแลกเปลี่ยนความคิดที่มีความเสี่ยงอาจทำให้เราถูกทำให้อับอายหรือถูกตัดสินได้ open เป็นส่วนเติมเต็มของกรรมที่บอกสภาพซึ่งกรรม us ถูกทำให้ตกอยู่ ในโครงสร้างนี้ open to ไม่ได้หมายถึงเต็มใจพิจารณาบางสิ่ง คำนามที่สื่อถึงผลเสียแสดงว่าหมายถึงการเผชิญความเสี่ยง

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนโดยใช้ leave someone open to: A weak password can ____ identity theft.

ดูคำตอบ

leave you open to

We make real friends

1:33

เราสร้างเพื่อนแท้

through sharing in an uncensored and frank way ไวยากรณ์

1:35

ผ่านการแบ่งปันอย่างตรงไปตรงมาและไม่มีการปิดบัง

a little of the agony and confusion of being alive.

1:38

ถึงความทุกข์ทรมานและความสับสนของการมีชีวิตอยู่เพียงเล็กน้อย

ไวยากรณ์

ด้วยการแบ่งปันอย่างไม่ปิดบังและตรงไปตรงมา

Through + รูปกริยา -ing นำเสนอการกระทำว่าเป็นวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ through sharing ตอบคำถามว่า “เราสร้างมิตรแท้ได้อย่างไร” In an uncensored and frank way ขยาย sharing และหมายถึงการแบ่งปันอย่างเปิดเผยโดยแทบไม่ปิดบังอะไรเลย คำว่า in เป็นจุดเริ่มต้นของวลีบอกลักษณะ in ... way ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ share in ซึ่งหมายถึง “มีส่วนร่วมในบางสิ่ง”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ through + รูปกริยา -ing เพื่อแสดงวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์

  1. They built trust through sharing their concerns openly.
  2. They built trust although they did not share their concerns.
  3. They built trust before sharing their concerns openly.
ดูคำตอบ

They built trust through sharing their concerns openly.

Secondly, true sociability requires a context.

1:43

ประการที่สอง การเข้าสังคมที่แท้จริงต้องการบริบท

We are generally under such pressure to appear normal, วลี

1:47

โดยทั่วไปแล้ว เรามักตกอยู่ภายใต้ความกดดันที่จะต้องดูปกติ

self-possessed, and solid. การใช้คำ

1:50

ควบคุมตัวเองได้ และมั่นคง

วลี

อยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมากที่จะต้องดู...

Be under pressure to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงความคาดหวัง ข้อเรียกร้อง หรือสถานการณ์ผลักดันให้ใครบางคนทำบางอย่างหรือดูเป็นแบบใดแบบหนึ่ง pressure ในที่นี้เป็นแรงกดดันเชิงนามธรรม ไม่ใช่แรงทางกายภาพ Such เน้นระดับของคำนามนับไม่ได้ pressure โดย under such pressure หมายถึงการเผชิญแรงกดดันในระดับสูงเช่นนั้น ในที่นี้ appear + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ดูเป็นหรือแสดงตนว่าเป็นคนปกติ ควบคุมตัวเองได้ และมั่นคง” ส่วน appear ไม่ได้หมายถึงการปรากฏเข้ามาในสายตา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปสามคำของ be under pressure ที่วางหน้ากริยารูปพื้นฐาน: Mia is ____ reply to work messages late at night.

ดูคำตอบ

under pressure to

การใช้คำ

self-possessed: สุขุมและควบคุมตนเองได้

self-possessed หมายถึงสงบ มั่นใจ และควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่อาจทำให้รู้สึกประหม่า ในที่นี้คำนี้ใช้ร่วมกับ solid เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่มั่นคงและสุขุม คำคุณศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์นี้มีความหมายเฉพาะที่ใช้กันอยู่แล้ว ในสำนวนนี้ possessed ไม่ได้หมายถึง “ถูกตนเองเป็นเจ้าของ” หรือ “ถูกวิญญาณควบคุม”

แบบฝึกหัด

self-possessed ในประโยคนี้มีความหมายตรงกับข้อใด

  1. ถูกตนเองเป็นเจ้าของ
  2. ถูกวิญญาณควบคุม
  3. สงบและควบคุมอารมณ์ได้
ดูคำตอบ

สงบและควบคุมอารมณ์ได้

We are understandably uninclined spontaneously to disclose our true selves. การใช้คำ

1:52

เป็นที่เข้าใจได้ว่า เราไม่ค่อยอยากจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเราออกมาเอง

การใช้คำ

uninclined ... to disclose: การแสดงความไม่เต็มใจอย่างเป็นทางการ

ในโครงสร้าง be uninclined to do something คำว่า uninclined หมายถึงไม่เต็มใจหรือไม่มีแนวโน้มตามธรรมชาติที่จะทำสิ่งนั้น เป็นเรื่องของความเต็มใจต่ำ ไม่ใช่การขาดความสามารถ ในที่นี้ disclose หมายถึงเปิดเผยความคิด ความรู้สึก หรือลักษณะนิสัยที่แท้จริงซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว คำวิเศษณ์ spontaneously อยู่ระหว่าง uninclined กับกริยารูป to-infinitive มีความหมายว่าทำอย่างอิสระโดยไม่มีใครกระตุ้น ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าคนเรามักไม่อยากเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาเองตามธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: "The reviewer is uninclined to approve the proposal." uninclined หมายความว่าอะไร

  1. ผู้ตรวจสอบกระตือรือร้นที่จะอนุมัติ
  2. ผู้ตรวจสอบไม่มีความสามารถในการอนุมัติ
  3. ผู้ตรวจสอบไม่ค่อยเต็มใจอนุมัติ
ดูคำตอบ

ผู้ตรวจสอบไม่ค่อยเต็มใจอนุมัติ

Our default mode is,

1:58

โหมดเริ่มต้นของเราก็คือ

without anything sinister being meant by this, น้ำเสียง/เจตนา

2:00

โดยที่ไม่ได้มีความหมายในแง่ร้ายอะไร

to lie about who we are

2:02

การโกหกเกี่ยวกับตัวตนของเรา

and what's really going on in our lives. กริยาวลี

2:04

และสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของเรา

น้ำเสียง/เจตนา

การชี้แจงล่วงหน้าด้วย 'without anything sinister being meant by this'

ข้อความแทรกนี้บอกผู้ฟังว่าควรตีความคำกล่าวที่ค่อนข้างแรงหลังจากนั้นอย่างไร การเรียกพฤติกรรมทางสังคมทั่วไปว่าเป็น 'การโกหก' ไม่ได้มีเจตนาจะสื่อว่าผู้คนมีแรงจูงใจที่ชั่วร้าย ในที่นี้ this หมายถึงการเลือกใช้คำนั้น ส่วน sinister หมายถึงมีเจตนาร้ายหรือคุกคามอย่างรุนแรง ไม่ได้หมายถึงอาชญากรรมจริง ๆ ผู้พูดปฏิเสธนัยที่รุนแรงไว้ก่อน จึงทำให้คำตัดสินนุ่มนวลลงและคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ฟัง โดยยังคงข้อโต้แย้งหลักไว้

แบบฝึกหัด

ข้อความแทรก 'without anything sinister being meant by this' ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ทำให้คำกล่าวนุ่มนวลลงด้วยการปฏิเสธนัยที่เป็นเจตนาร้าย
  2. เปลี่ยนหัวข้อจากพฤติกรรมทางสังคมไปเป็นอาชญากรรม
  3. พิสูจน์ว่ากำลังมีแผนสมคบคิดที่อันตราย
ดูคำตอบ

ทำให้คำกล่าวนุ่มนวลลงด้วยการปฏิเสธนัยที่เป็นเจตนาร้าย

กริยาวลี

'What's really going on' เพื่อถามถึงสถานการณ์ที่แท้จริง

ในอนุประโยคนี้ what's really going on หมายถึง 'จริง ๆ แล้วกำลังเกิดอะไรขึ้น' หรือ 'สถานการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร' ตรงนี้ go on เป็นกริยาวลีที่หมายถึงเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ really ทำให้เห็นความต่างระหว่างสิ่งที่ปรากฏกับความเป็นจริง ผู้พูดสนใจข้อเท็จจริงที่ผู้คนอาจกำลังปกปิดอยู่

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมทีมของคุณดูเป็นกังวล แต่พวกเขาบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี คำถามใดถามถึงสถานการณ์ที่แท้จริง

  1. What are you going on about?
  2. What's really going on?
  3. What will go on next?
ดูคำตอบ

What's really going on?

This suggests that a genuinely social occasion ลำดับความ

2:07

สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า โอกาสทางสังคมที่แท้จริง

might be rather different from what we typically envisage.

2:10

อาจแตกต่างไปจากสิ่งที่เรามักจะจินตนาการไว้ค่อนข้างมาก

ลำดับความ

การใช้ This suggests that เพื่อนำเข้าสู่ข้ออนุมานอย่างระมัดระวัง

วลี This suggests that ย้อนอ้างถึงหลักฐานที่กล่าวมาก่อนหน้าและนำเข้าสู่ข้อสรุปที่ได้จากหลักฐานนั้น ในที่นี้ suggests หมายถึง “ชี้ให้เห็น” หรือ “ทำให้มีเหตุผลที่จะคิดว่า” ไม่ได้หมายถึง “แนะนำ” วลีนี้ทำให้ข้อสรุปมีความระมัดระวัง กล่าวคือ หลักฐานสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวแต่ยังไม่ได้พิสูจน์อย่างแน่นอน จึงเป็นวิธีที่มีประโยชน์ในการเชื่อมจากข้อสังเกตไปสู่การตีความในข้อโต้แย้ง

แบบฝึกหัด

เติมข้ออนุมานด้วยวลีสามคำจากบทเรียนให้ถูกต้อง: The roads are wet, but it has not rained here. ____ a street cleaner has just passed.

ดูคำตอบ

This suggests that

We think of a good host ไวยากรณ์

2:14

เรามองว่าเจ้าบ้านที่ดี

as someone who makes sure there's enough wine

2:15

คือคนที่คอยดูแลให้แน่ใจว่ามีไวน์เพียงพอ

and, at a pinch, สำนวน

2:18

และในยามจำเป็น

สำนวน

at a pinch: พอใช้ได้เฉพาะเมื่อจำเป็น

At a pinch หมายถึง “เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า” หรือ “หากจำเป็นจริง ๆ” สำนวนนี้บอกว่าสิ่งหนึ่งพอใช้ได้ในสถานการณ์นั้น แต่ไม่ใช่ตัวเลือกที่ต้องการ ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวจงใจลดระดับคำชมและมีน้ำเสียงล้อเล็กน้อยว่า อย่างมากที่สุดเจ้าบ้านธรรมดา ๆ ก็คงทำได้เพียงเท่านี้ Pinch ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการหยิกหรือบีบจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึง “หากจำเป็นจริง ๆ”: The car is small, but ____ all five of us can fit.

ดูคำตอบ

at a pinch

ensures people know each other's names.

2:19

ก็คอยดูแลให้ผู้คนรู้จักชื่อของกันและกัน

ไวยากรณ์

think of A as B: มอง A ว่าเป็น B

think of A as B หมายถึงการมอง ถือว่า หรือจัด A ให้อยู่ในฐานะ B ในประโยคนี้ A คือ a good host และ B คือ someone who makes sure... โครงสร้างนี้จึงนำเสนอภาพทั่วไปที่ผู้คนมีต่อเจ้าภาพที่ดี ข้อความระหว่าง think of กับ as อาจยาวได้ ให้หา as เพื่อดูว่าคำอธิบายหรือประเภทที่กำหนดให้ A เริ่มต้นตรงไหน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง think of A as B: Many readers ____ the novel ____ a modern classic.

ดูคำตอบ

think of · as

But in the profound sense, ลำดับความ

2:21

แต่ในแง่มุมที่ลึกซึ้งนั้น

ลำดับความ

in the profound sense: การเปลี่ยนไปสู่ความหมายที่ลึกขึ้น

In the profound sense เป็นกรอบในการเรียบเรียงความคิดที่บอกผู้ฟังว่าควรใช้ความหมายระดับใดในการเข้าใจเนื้อหาที่ตามมา ผู้เขียนกำลังเปลี่ยนจากนิยามทั่วไปที่ผิวเผินไปสู่ความเข้าใจที่ลึกและเป็นพื้นฐานมากขึ้น เมื่อวางไว้หลัง But สำนวนนี้ยังช่วยสร้างความแตกต่างกับเกณฑ์ก่อนหน้าอีกด้วย Sense ในที่นี้หมายถึง “ความหมาย” หรือ “วิธีทำความเข้าใจ” ไม่ใช่ประสาทสัมผัสทางร่างกาย

แบบฝึกหัด

วลีเปิดทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? “In the profound sense, education changes how a person understands freedom.”

  1. สำนวนนี้จำกัดข้อความไว้ที่ความหมายทั่วไปในชีวิตประจำวัน
  2. สำนวนนี้วางกรอบข้อความด้วยความหมายที่ลึกและเป็นพื้นฐานมากกว่า
  3. สำนวนนี้บอกว่าประโยคกล่าวถึงประสาทสัมผัสทางร่างกาย
ดูคำตอบ

สำนวนนี้วางกรอบข้อความด้วยความหมายที่ลึกและเป็นพื้นฐานมากกว่า

a good host is someone who creates the conditions วลี

2:22

เจ้าบ้านที่ดีคือผู้ที่สร้างเงื่อนไข

in which strangers can start to feel safe

2:26

ที่ทำให้คนแปลกหน้าสามารถเริ่มรู้สึกปลอดภัย

about being sad and desperate together.

2:29

ที่จะแบ่งปันความเศร้าและความสิ้นหวังร่วมกันได้

วลี

creates the conditions ... in which: สร้างเงื่อนไขที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้

ในประโยคนี้ creates the conditions หมายถึงการลงมือสร้างสภาวะที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้ เจ้าภาพไม่ได้ทำให้คนแปลกหน้ารู้สึกปลอดภัยโดยตรง แต่จัดสภาพแวดล้อมเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัยค่อย ๆ เกิดขึ้น อนุประโยค in which ที่ตามมาอธิบายว่าสิ่งใดสามารถเกิดขึ้นได้ภายใต้สภาวะเหล่านั้น ในที่นี้ conditions หมายถึงสภาพหรือปัจจัยที่เอื้อให้เกิดบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึงกฎ ข้อกำหนดในสัญญา หรืออาการเจ็บป่วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ลงมือทำให้สถานการณ์นั้นเป็นไปได้”: A thoughtful teacher ____ in which shy students can participate.

ดูคำตอบ

creates the conditions

Unfortunately,

2:33

น่าเสียดายที่

the modern world seems particularly resistant to anything that seems artificial around parties, วลี

2:34

โลกยุคดูเหมือนจะต่อต้านสิ่งใดก็ตามที่ดูไม่เป็นธรรมชาติเกี่ยวกับปาร์ตี้เป็นพิเศษ

วลี

resistant to: ต่อต้านหรือไม่เต็มใจยอมรับบางสิ่ง

ในที่นี้ resistant to หมายถึงไม่เต็มใจยอมรับหรือทำตามบางสิ่ง ประโยคนี้ทำให้ the modern world มีลักษณะเหมือนมนุษย์ โดยหมายถึงทัศนคติของสังคมโดยรวมที่ต่อต้านธรรมเนียมในงานปาร์ตี้ซึ่งดูเหมือนถูกวางแผนหรือปรุงแต่ง ไม่ได้หมายถึงแรงต้านทางกายภาพ รูปแบบคือ be resistant to + คำนามหรือรูป -ing ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงใช้ resistant to the change หรือ resistant to changing the plan และไม่ตามด้วยกริยารูปพื้นฐานในฐานะ infinitive

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ resistant to ได้ถูกต้องเพื่อบรรยายความไม่เต็มใจยอมรับการเปลี่ยนแปลง

  1. The committee is resistant to adopt the new policy.
  2. The committee is resistant for adopting the new policy.
  3. The committee is resistant to adopting the new policy.
ดูคำตอบ

The committee is resistant to adopting the new policy.

which threatens to evoke that most dreaded of all social genres,

2:39

ซึ่งขู่ว่าจะปลุกรูปแบบทางสังคมที่น่ากลัวที่สุดขึ้นมา

the corporate get-together.

2:43

นั่นคือการรวมตัวกันของบริษัท

The thought is simply to pack a room

2:45

ความคิดนี้เป็นเพียงการจับคนมายัดรวมกันในห้อง

and leave the rest to nature. สำนวน

2:47

แล้วปล่อยให้ส่วนที่เหลือเป็นไปตามธรรมชาติ

สำนวน

ปล่อยส่วนที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของธรรมชาติ

ในประโยคนี้ leave the rest to nature หมายถึงจัดการขั้นพื้นฐานก่อน แล้วปล่อยให้กระบวนการตามธรรมชาติหรือที่เกิดขึ้นเองเป็นตัวกำหนดว่าจะเกิดอะไรต่อไป คำว่า nature ในที่นี้หมายถึงกระบวนการที่ไม่ได้วางแผนไว้ ไม่ใช่สถานที่กลางแจ้ง สำนวนนี้ทำให้ธรรมชาติดูเหมือนผู้ที่สามารถรับช่วงงานที่เหลือได้ อาจสื่อถึงความไว้วางใจในการพัฒนาที่เกิดขึ้นเอง แต่ในบริบทเชิงวิจารณ์ก็อาจบอกเป็นนัยว่ามีการวางแผนหรือการชี้นำน้อยเกินไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าขั้นตอนแรกเสร็จแล้ว และกระบวนการตามธรรมชาติจะจัดการส่วนที่เหลือ?

  1. Now we'll ask the rest of the team.
  2. Now we'll protect the plants from nature.
  3. Now we'll leave the rest to nature.
ดูคำตอบ

Now we'll leave the rest to nature.

But a commitment to deep sociability might lead us to recognize

2:49

แต่ความมุ่งมั่นต่อการเข้าสังคมอย่างลึกซึ้งอาจนำเราไปสู่การตระหนักรู้

that we do depend on a little artful choreography โน้ต

2:53

ว่าเราจำเป็นต้องพึ่งพาการออกแบบท่าเต้นที่มีศิลปะสักหน่อย

ไวยากรณ์

Do ที่ใช้เน้นใน do depend on

ในประโยคบอกเล่านี้ do ใช้เน้น depend on ผู้พูดไม่ได้กำลังถามคำถาม แต่ do บอกว่าการพึ่งพานั้นมีอยู่จริง โดยเฉพาะเมื่อโต้แย้งแนวคิดที่ว่าปฏิสัมพันธ์ทางสังคมสามารถปล่อยให้พัฒนาไปเองได้ โครงสร้างคือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ do depend on หมายถึงพึ่งพาจริง ๆ หรือต้องการอย่างแท้จริง และ on ใช้นำสิ่งที่ต้องการ ซึ่งก็คือ a little artful choreography

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้ความเข้าใจด้วย do depend on: “Some people say good teams need no rules, but we ____ clear roles.”

ดูคำตอบ

do depend on

to get us into the psychological zone

2:56

เพื่อพาเราเข้าไปสู่โซนทางจิตวิทยา

in which connections can unfold.

2:59

ที่ซึ่งความเชื่อมโยงสามารถเผยออกมาได้

สำนวน

ความหมายเชิงอุปมาของ artful choreography

ในประโยคนี้ artful choreography เป็นอุปมาถึงการจัดวางผู้คน สัญญาณ และขั้นตอนอย่างมีทักษะ โดยปกติ choreography หมายถึงการจัดท่าทางในการเต้น แต่ในที่นี้หมายถึงการประสานงานอย่างรอบคอบที่ช่วยให้แขกเข้าสู่สภาพจิตใจที่เหมาะสมและสร้างความสัมพันธ์ได้ ในบริบทนี้ artful หมายถึงวางแผนอย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ ไม่ได้หมายถึงการหลอกลวงโดยอัตโนมัติ วลีนี้เน้นการออกแบบอย่างมีจุดมุ่งหมาย ไม่ใช่การเต้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ artful choreography หมายถึงอะไร

  1. การเต้นจริง ๆ ที่แขกเป็นผู้แสดง
  2. การจัดวางที่ออกแบบอย่างมีทักษะเพื่อช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ทางสังคม
  3. ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญและไม่มีการวางแผน
ดูคำตอบ

การจัดวางที่ออกแบบอย่างมีทักษะเพื่อช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ทางสังคม

We might need encouragement and even a helpful lanyard

3:01

เราอาจต้องการการสนับสนุน หรือแม้แต่ป้ายชื่อที่มีประโยชน์

to share a little of what is sad within us.

3:04

เพื่อแบ่งปันบางสิ่งที่น่าเศร้าภายในตัวเรา

We need help in networking, การใช้คำ

3:08

เราต้องการความช่วยเหลือในการสร้างเครือข่าย

not in order to find new investment opportunities, ไวยากรณ์

3:10

ไม่ใช่เพื่อหาโอกาสใหม่ ๆ ในการลงทุน

but so as to identify shared regrets,

3:13

แต่เพื่อค้นหาความเสียใจที่มีร่วมกัน

humiliations, and feelings of despair.

3:16

ความอัปยศ และความรู้สึกสิ้นหวัง

การใช้คำ

networking ที่นอกเหนือจากโอกาสทางอาชีพ

โดยปกติ networking หมายถึงการสร้างและรักษาความสัมพันธ์อย่างตั้งใจ โดยเฉพาะเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอาชีพ การสนับสนุน หรือโอกาส ในประโยคนี้คำดังกล่าวมีความหมายที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ไม่ใช่ความหมายเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ โครงสร้าง not ... but ... ยังคงกิจกรรมที่คุ้นเคยไว้ แต่เปลี่ยนเป้าหมายที่มักคาดหวัง แทนที่จะมองหาการลงทุน ผู้พูดเสนอให้ใช้ networking เพื่อค้นหาความเสียใจและความสิ้นหวังที่มีร่วมกัน จึงเปลี่ยนภาษาธุรกิจให้มุ่งไปสู่ความซื่อตรงทางอารมณ์และความเปราะบาง

แบบฝึกหัด

networking สร้างผลอย่างไรในประโยคนี้

  1. คำนี้บอกว่า networking มีประโยชน์เฉพาะสำหรับการหานักลงทุนเท่านั้น
  2. คำนี้เปลี่ยนกิจกรรมที่มุ่งเน้นอาชีพให้มุ่งไปสู่การค้นหาความเปราะบางที่มีร่วมกัน
  3. คำนี้เปลี่ยนหัวข้อจากความสัมพันธ์ของมนุษย์ไปเป็นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
ดูคำตอบ

คำนี้เปลี่ยนกิจกรรมที่มุ่งเน้นอาชีพให้มุ่งไปสู่การค้นหาความเปราะบางที่มีร่วมกัน

ไวยากรณ์

not in order to ... but so as to: การเปรียบต่างจุดประสงค์

โครงสร้างคู่ not in order to X, but so as to Y ใช้ปฏิเสธจุดประสงค์หนึ่งแล้วแทนที่ด้วยจุดประสงค์ที่แท้จริง ในประโยคนี้ การสร้างเครือข่ายไม่ได้มีไว้เพื่อหาโอกาสลงทุน แต่เพื่อค้นหาประสบการณ์เจ็บปวดที่ผู้คนมีร่วมกัน ทั้ง in order to และ so as to ใช้นำหน้าจุดประสงค์และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งในประโยคนี้คือ find และ identify โครงสร้างขนานที่ปฏิเสธก่อนแล้วจึงยืนยันช่วยแก้ความเข้าใจผิดเรื่องแรงจูงใจได้อย่างชัดเจนและหนักแน่น ส่วน so as to ในที่นี้ไม่ได้แสดงผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่เปรียบต่างจุดประสงค์อย่างเป็นทางการด้วยคำเชื่อมเป้าหมายสองชุด: We joined the meeting ____ ask for money, ____ understand the team's concerns.

ดูคำตอบ

not in order to · but so as to

Parties, as they are currently structured, ไวยากรณ์

3:19

ปาร์ตี้ตามโครงสร้างในปัจจุบันนั้น

constitute a clever ruse by a sharp minority, การใช้คำ

3:21

ถือเป็นกลอุบายอันชาญฉลาดของชนกลุ่มน้อยที่หลักแหลม

ไวยากรณ์

as they are currently structured: จำกัดข้อความไว้ที่รูปแบบปัจจุบัน

As they are currently structured หมายถึง “ตามวิธีที่งานปาร์ตี้ถูกจัดอยู่ในขณะนี้” คำว่า they หมายถึง parties ส่วน structured อธิบายว่างานเหล่านั้นถูกจัดไว้อย่างไร อนุประโยคที่คั่นด้วยจุลภาคจำกัดขอบเขตของคำวิจารณ์หลัก กล่าวคือ ข้อความนี้พูดถึงงานปาร์ตี้ในรูปแบบปัจจุบัน ไม่ใช่งานปาร์ตี้ทุกรูปแบบที่อาจออกแบบได้ อนุประโยค as แบบแทรกเช่นนี้ช่วยให้การประเมินเจาะจงแทนที่จะเป็นข้อสรุปแบบเหมารวม

แบบฝึกหัด

อนุประโยคใดจำกัดคำวิจารณ์ให้อยู่ที่การออกแบบปัจจุบันของหลักสูตรได้ดีที่สุด? The course, ___, gives beginners too little support.

  1. although its structure is popular
  2. as it is currently structured
  3. because its structure was changed
ดูคำตอบ

as it is currently structured

การใช้คำ

constitute a clever ruse: ถือเป็นวิธีการหลอกลวงที่แยบยล

ในประโยคนี้ constitute หมายถึง “เท่ากับ” หรือ “ถือเป็น” ไม่ได้หมายถึง “เขียนหรือสถาปนารัฐธรรมนูญ” ผู้พูดกำลังจัดให้สิ่งที่ประธานกล่าวถึงเป็น clever ruse Ruse คือกลอุบายที่ออกแบบมาเพื่อทำให้คนเชื่อสิ่งที่ไม่จริงทั้งหมด คำว่า clever ชื่นชมความแยบยลของวิธีการ แต่ ruse ยังสื่อการตัดสินเชิงลบว่าเป็นการหลอกลวง

แบบฝึกหัด

constitute a clever ruse ใน “The arrangement may constitute a clever ruse” หมายความว่าอย่างไร?

  1. การจัดการนั้นอาจเท่ากับเป็นวิธีการที่แยบยลแต่หลอกลวง
  2. ใครบางคนอาจเขียนรัฐธรรมนูญให้กับการจัดการนั้น
  3. การจัดการนั้นอาจเป็นแผนธรรมดาที่ไม่มีเจตนาทำให้ใครเข้าใจผิด
ดูคำตอบ

การจัดการนั้นอาจเท่ากับเป็นวิธีการที่แยบยลแต่หลอกลวง

perhaps only 10% of humanity,

3:25

ซึ่งอาจจะมีเพียง 10% ของมนุษยชาติเท่านั้น

to persuade the rest of us

3:27

เพื่อโน้มน้าวพวกเราที่เหลือ

that we have been provided with the social contact we crave.

3:29

ว่าเราได้รับการติดต่อทางสังคมที่เราโหยหาแล้ว

But in truth, it takes a sharply insular and misanthropic person ไวยากรณ์

3:33

แต่ในความเป็นจริง ต้องเป็นคนที่ปิดกั้นตัวเองอย่างหนักและเกลียดชังมนุษย์เท่านั้น

to feel that what goes on in an average party

3:37

ถึงจะรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในปาร์ตี้ทั่วไปนั้น

really counts as anything like the requisite encounter วลี

3:40

มีความหมายเหมือนกับการพบปะที่จำเป็นจริง ๆ

วลี

really counts as: ตัดสินว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในหมวดหมู่นั้นจริงหรือไม่

Count as หมายถึง “ถูกมองหรือยอมรับว่าอยู่ในหมวดหมู่หนึ่ง” ตรงนี้ really เพิ่มน้ำหนักให้การตัดสิน ผู้พูดสงสัยว่าสิ่งนั้นถึงเกณฑ์ของการพบปะที่แท้จริงหรือไม่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + count as + หมวดหมู่หรือบทบาท เมื่อประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม count จะเปลี่ยนเป็น counts เหมือนในคำบรรยายนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกมองว่าเป็นจริง ๆ”: The judges must decide whether this entry ____ original work.

ดูคำตอบ

really counts as

with one's fellow human animal.

3:43

กับเพื่อนร่วมสายพันธุ์มนุษย์ของเรา

ไวยากรณ์

it takes ... person to feel that: ตัดสินว่าคนแบบใดจะมีมุมมองหนึ่ง

ในที่นี้ it เป็นประธานสมมติ โครงสร้างคือ it takes + นามวลี + to-infinitive โดย a sharply insular and misanthropic person คือบุคคลที่เข้าใจว่าเป็นผู้รู้สึกว่างานปาร์ตี้นับเป็นการติดต่อกับมนุษย์อย่างแท้จริง Takes หมายถึง “ต้องอาศัย” หรือ “จำเป็นต้องมี” ไม่ใช่ “ใช้เวลา” การบอกว่าต้องเป็นคนประเภทนั้นจึงจะมีมุมมองนี้ สื่อว่ามีเพียงคนที่มีลักษณะเชิงลบรุนแรงดังกล่าวเท่านั้นที่จะคิดเช่นนี้ โครงสร้างนี้จึงมีทั้งการบรรยายและการตัดสิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง it takes ... to ความหมายคือ มีเพียงคนที่อดทนมากเท่านั้นที่จะสงบสติอารมณ์ได้ระหว่างการโต้เถียงอย่างดุเดือด ____ a very patient person ____ remain calm during a heated argument.

ดูคำตอบ

It takes · to

If we have a lingering horror of parties, วลี

3:46

หากเรายังคงมีความรู้สึกหวาดกลัวปาร์ตี้หลงเหลืออยู่

we should be generous towards our hunches. สำนวน

3:48

เราก็ควรจะใจดีกับลางสังหรณ์ของเราเอง

วลี

lingering horror of: ความรู้สึกรุนแรงที่ยังคงอยู่

ใน a lingering horror of คำว่า lingering หมายถึงความรู้สึกที่ยังไม่จางหาย ส่วน horror หมายถึงความกลัวหรือความรังเกียจที่รุนแรงมาก เมื่อรวมกัน วลีนี้บรรยายปฏิกิริยาเชิงลบที่เข้มข้นและคงอยู่นาน Horror ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงอาการตื่นตระหนกตามตัวอักษร แต่อาจใช้เน้นความไม่ชอบงานปาร์ตี้อย่างลึกซึ้งและยาวนาน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a lingering horror of + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ความกลัวหรือความรังเกียจอย่างรุนแรงที่ยังไม่จางหาย”: Even months after the frightening flight, Maya still had a ____ flying.

ดูคำตอบ

lingering horror of

สำนวน

be generous towards our hunches: เปิดใจรับฟังลางสังหรณ์ของตน

ในประโยคเชิงใคร่ครวญนี้ be generous towards our hunches หมายถึงการปฏิบัติต่อลางสังหรณ์ของตนอย่างมีเมตตาและเป็นธรรม โดยรับฟังก่อนแทนที่จะรีบปฏิเสธ คำว่า generous จึงมีความหมายกว้างกว่าการให้เงินหรือช่วยเหลือผู้คน ไม่ได้หมายถึงการมอบสิ่งของให้ลางสังหรณ์หรือทำตามทุกลางสังหรณ์ แนวคิดที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ ควรให้โอกาสความรู้สึกภายในที่ยังไม่แน่นอนได้รับการพิจารณาก่อนตัดสินว่ามีประโยชน์หรือไม่

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ be generous towards our hunches ในประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. ทำตามทุกลางสังหรณ์โดยไม่ตั้งคำถาม
  2. ให้ความช่วยเหลือด้านวัตถุแก่ผู้ที่มีลางสังหรณ์
  3. พิจารณาลางสังหรณ์ของเราอย่างเป็นธรรมก่อนปฏิเสธ
ดูคำตอบ

พิจารณาลางสังหรณ์ของเราอย่างเป็นธรรมก่อนปฏิเสธ

It doesn't mean that we don't like other people, ลำดับความ

3:51

มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่ชอบคนอื่น

rather that we have too ambitious a conception of social contact ไวยากรณ์

3:54

แต่เป็นเพราะเรามีแนวคิดเกี่ยวกับการติดต่อทางสังคมที่ทะเยอทะยานเกินไป

ลำดับความ

It doesn't mean that X, rather that Y: ปฏิเสธการตีความหนึ่งแล้วเสนอคำอธิบายที่แม่นยำกว่า

โครงสร้าง It doesn't mean that X, rather that Y จัดลำดับการตีความสองแบบ โดยเริ่มจากปฏิเสธ X ซึ่งเป็นข้อสรุปที่เกิดขึ้นได้ง่ายแต่ไม่ถูกต้อง แล้วจึงเสนอ Y เป็นคำอธิบายที่แม่นยำกว่า ในตัวอย่าง that แต่ละคำจะนำอนุประโยคที่บอกเนื้อหา และอนุประโยคทั้งสองวางขนานกัน หลัง rather มีการละคำว่า it means ไว้โดยเข้าใจกัน ความหมายเต็มจึงเท่ากับ “rather, it means that Y” rather ในที่นี้แสดงการแก้ความเข้าใจ ไม่ได้บอกระดับ

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำจากตัวอย่างเพื่อให้ข้อความชี้แจงสมบูรณ์: The delay doesn't mean that the event is canceled, ____ the organizers need more time.

ดูคำตอบ

rather that

to put up with what is on offer at most parties. โน้ต

3:58

ที่จะทนกับสิ่งที่นำเสนอในปาร์ตี้ส่วนใหญ่ได้

ไวยากรณ์

too ambitious a conception: too + คำคุณศัพท์ + a + คำนามเอกพจน์

ใน too ambitious a conception คำว่า too แสดงว่าระดับของ ambitious มากเกินไป วลีนี้หมายถึงแนวคิดที่ทะเยอทะยานเกินกว่าสถานการณ์จะรองรับได้ ไม่ได้หมายถึงเพียงแนวคิดที่ทะเยอทะยานมากเท่านั้น รูปแบบที่เป็นทางการคือ too + คำคุณศัพท์ + a/an + คำนามนับได้เอกพจน์: too ambitious a conception ในกลุ่มคำนามทั่วไปจะวางคำนำหน้านามไว้หน้าคำคุณศัพท์เป็น an ambitious conception แต่ในรูปแบบนี้คำนำหน้านามจะอยู่หลังคำคุณศัพท์ ส่วน to put up with... ที่ตามมาแสดงผลที่เกิดขึ้น คือความคาดหวังนั้นสูงจนยอมรับสิ่งที่งานปาร์ตี้ส่วนใหญ่มีให้ไม่ได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบทางการ too + คำคุณศัพท์ + a + คำนามเอกพจน์ และเติมประโยคด้วย difficult กับ task: For a beginner, this was ____ to finish alone.

ดูคำตอบ

too difficult a task

กริยาวลี

put up with: ทนต่อสิ่งที่ไม่น่าพอใจ

Put up with หมายถึงการทนต่อคนหรือสิ่งที่ไม่น่าพอใจ โดยยังคงยอมรับการมีอยู่หรือพฤติกรรมของสิ่งนั้น ในประโยคนี้ กรรมของวลีคืออนุประโยค what is on offer at most parties วลีนี้เป็น phrasal verb สามคำ: put up with + คำนาม คำสรรพนาม หรืออนุประโยค ทั้งสามคำทำงานเป็นหน่วยเดียวกัน ดังนั้น with จึงเป็นส่วนหนึ่งของวลีและใช้เชื่อมไปยังกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb สามคำที่หมายถึง “ทน”: I can't ____ the constant interruptions any longer.

ดูคำตอบ

put up with

วลี

what is on offer: ถามว่ามีอะไรให้เลือกบ้าง

ใน what is on offer คำว่า on offer หมายถึง “มีให้เลือก รับ หรือสัมผัสได้” คำว่า what ใช้ถามถึงสิ่งที่มีอยู่โดยรวม วลีนี้จึงครอบคลุมสินค้า บริการ โอกาส หรือกิจกรรมได้โดยไม่ต้องไล่บอกทีละอย่าง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงสิ่งที่งานปาร์ตี้ส่วนใหญ่มอบให้ได้โดยกว้าง ๆ ไม่ได้หมายถึงราคาลดพิเศษ

แบบฝึกหัด

ใช้ what is on offer ในความหมายว่า “สิ่งที่มีอยู่”: Before choosing a course, compare ____.

ดูคำตอบ

what is on offer

The mark of a truly sociable person might, in many situations, ลำดับความ

4:02

ในหลาย ๆ สถานการณ์ สัญลักษณ์ของคนชอบเข้าสังคมที่แท้จริง

simply be a strong desire to stay at home.

4:07

อาจเป็นเพียงแค่ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะอยู่บ้าน

ลำดับความ

The mark of X might simply be Y: โครงสร้างสรุปอย่างระมัดระวัง

The mark of X หมายถึงสัญญาณหรือลักษณะที่แสดงว่าคนหรือสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติ X โครงสร้างนี้บอกคุณสมบัติก่อน แล้วเก็บสัญญาณที่เสนอคือ Y ไว้ท้ายประโยค จึงทำให้ Y เป็นจุดเน้นของข้อสรุป might ทำให้ข้อความเป็นการพิจารณาอย่างระมัดระวังแทนการยืนยันแบบเด็ดขาด ส่วน simply นำเสนอข้อสรุปว่าเป็นสัญญาณพื้นฐานหนึ่งอย่างที่อาจคาดไม่ถึง ในที่นี้ โครงสร้างทำให้ความคิดเรื่องการอยากอยู่บ้านเป็นการพลิกความเชื่อทั่วไปเกี่ยวกับการเข้าสังคมอย่างตั้งใจ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง The mark of X might simply be Y: ____ a thoughtful leader ____ a willingness to listen before speaking.

ดูคำตอบ

The mark of · might simply be

If you're interested in coming to San Francisco to meet us at the end of March,

4:17

หากคุณสนใจที่จะมาพบพวกเราที่ซานฟรานซิสโกในปลายเดือนมีนาคม

please click on the link on the screen now to find out more.

4:22

โปรดคลิกที่ลิงก์บนหน้าจอตอนนี้เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

We hope to see you there.

4:26

เราหวังว่าจะได้พบคุณที่นั่น