ทำไมคนที่เข้าสังคมเก่งจริงๆ ถึงเกลียดงานปาร์ตี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
ภาพรวมวิดีโอ: บทความนี้ปฏิเสธความเชื่อที่ว่าการชอบปาร์ตี้คนแน่นพิสูจน์ว่าเข้าสังคมเก่ง ความสัมพันธ์แท้จริงต้องมีความเปราะบาง ความปลอดภัย และการจัดสภาพแวดล้อมอย่างตั้งใจ ส่วนการเลี่ยงปาร์ตี้อาจแสดงถึงมาตรฐานสูงต่อการติดต่อกับผู้อื่น ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “replete with” — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: เข้าใจว่าเป็นทางเลือกที่เป็นทางการและมีเชิงวาทศิลป์กว่า “full of” เมื่อสิ่งหนึ่งมีอยู่อย่างมากมาย 2. “leave the rest to nature.” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจ nature ว่าเป็นกระบวนการไร้ผู้กำกับ และใช้เมื่อเตรียมขั้นต่ำแล้วปล่อยให้เหตุการณ์พัฒนาเอง 3. “too ambitious a conception” — ไวยากรณ์และรูปประโยค: เรียนลำดับ “too + คำคุณศัพท์ + a + คำนามเอกพจน์” ในโครงสร้างอย่าง “too difficult a task”
คำอธิบายในบทเรียนนี้
is nowadays heavily associated with finding enjoyment วลี
0:02ในทุกวันนี้ มักจะเชื่อมโยงอย่างมากกับการแสวงหาความสุข
heavily associated with: เชื่อมโยงอย่างมาก แต่ไม่ได้หมายถึงเป็นสาเหตุ
ในที่นี้ heavily associated with หมายถึงผู้คนเชื่อมโยงสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่งอย่างมากในด้านความคิด นิสัย หรือวัฒนธรรมที่มีร่วมกัน คำว่า heavily เน้นความเชื่อมโยงให้หนักแน่นขึ้น โดยแสดงว่าความสัมพันธ์นั้นเด่นชัด ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย วลีนี้บรรยายความเชื่อมโยงที่ผู้คนรับรู้หรือสังเกตเห็น แต่ตัววลีเองไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งโดยไม่ได้อ้างว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดอีกสิ่งหนึ่ง
- Late-night screen use is heavily associated with poor sleep.
- Poor sleep is caused by late-night screen use.
- Late-night screen use prevents poor sleep.
ดูคำตอบ
Late-night screen use is heavily associated with poor sleep.
in going to and in all likelihood also in giving parties. วลี
0:06ในการไปงานปาร์ตี้ และอาจรวมถึงการจัดงานปาร์ตี้ด้วยเช่นกัน
in all likelihood: วิธีพูดว่า “เป็นไปได้มาก” แบบเป็นทางการ
in all likelihood เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวที่หมายถึง “เป็นไปได้มาก” หรือ “ตามที่หลักฐานที่มีอยู่ชี้ให้เห็น” วลีนี้นำเสนอข้อสรุปว่ามีความเป็นไปได้สูง แต่ไม่แน่นอนเต็มร้อย ในที่นี้ likelihood หมายถึงความเป็นไปได้ ไม่ได้หมายถึงความชอบ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยายเนื้อหาเรื่อง “การจัดงานเลี้ยงด้วย” กล่าวคือผู้พูดเห็นว่าสิ่งนี้ก็น่าจะเป็นอีกทางหนึ่งในการพบความเพลิดเพลิน วลีนี้วางได้ทั้งต้นอนุประโยคและภายในอนุประโยค
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีแบบเป็นทางการที่หมายถึง “เป็นไปได้มาก”: The roads are already icy. ____, school will open late.
ดูคำตอบ
In all likelihood
To be sociable means welcoming the idea of being in a room ไวยากรณ์
0:11การเป็นคนชอบเข้าสังคม หมายถึงการยินดีที่ได้อยู่ในห้อง
To be sociable means welcoming: นิยามว่าคุณลักษณะหนึ่งประกอบด้วยอะไร
โครงสร้าง To be X means doing Y ใช้นิยามว่าคุณลักษณะ บทบาท หรือการกระทำหนึ่ง ๆ ประกอบด้วยอะไร วลี infinitive To be sociable เป็นหัวข้อ means ใช้นำเข้าสู่คำนิยาม และ welcoming เป็นรูป -ing ที่บอกทัศนคติหรือพฤติกรรมโดยทั่วไป ในที่นี้ welcoming the idea หมายถึงการเปิดใจหรือเต็มใจยอมรับสถานการณ์ ไม่ได้หมายถึงการต้อนรับแนวคิดเหมือนต้อนรับแขก
แบบฝึกหัด
เติมคำนิยามให้สมบูรณ์ด้วย means และรูป -ing ของ support: To be a good teammate ____ others when they need help.
ดูคำตอบ
means supporting
replete with an above-average number of other guests, การใช้คำ
0:14ที่เต็มไปด้วยแขกคนอื่น ๆ ในจำนวนที่มากกว่าปกติ
replete with: วิธีพูดว่า “เต็มไปด้วย” แบบเป็นทางการ
Replete with หมายถึงเต็มไปด้วยหรือมีบางสิ่งในปริมาณหรือจำนวนมาก โดยตามด้วยสิ่งที่มีอยู่ในนั้น ตามโครงสร้าง replete with + นามวลี ในข้อความส่วนนี้ an above-average number of other guests ใช้บรรยายห้องที่มีแขกมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด Replete ไม่ได้แปลว่า complete
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ replete with ได้อย่างเป็นธรรมชาติในบริบทที่เป็นทางการอย่างเหมาะสม
- The historical archive is replete with letters from the period.
- The form is replete with one signature.
- Please make my sandwich replete with cheese.
ดูคำตอบ
The historical archive is replete with letters from the period.
many of whom ในอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ
many of whom ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับคนที่กล่าวถึงไปแล้ว ในที่นี้ whom หมายถึงแขกคนอื่น ๆ และทั้งวลีหมายถึง “แขกเหล่านั้นหลายคน” รูปแบบคือ คำบอกปริมาณ + of whom + อนุประโยค: many of whom will be unknown โครงสร้างนี้รวมข้อเท็จจริงอีกอย่างไว้ในประโยคเดียว แทนที่จะเริ่มอนุประโยคอิสระใหม่
แบบฝึกหัด
เลือกส่วนเติมเต็มที่ทำให้ข้อมูลอยู่ในประโยคเดียวอย่างถูกต้อง: “The hospital hired twenty new nurses, ____.”
- many of which work night shifts
- many of them work night shifts
- many of whom work night shifts
ดูคำตอบ
many of whom work night shifts
การละคำใน lower than they normally would be ... higher than required
สองวลีที่เน้นไว้เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบที่วางขนานกัน lights lower than they normally would be หมายถึงไฟถูกปรับให้ต่ำลงหรือสลัวกว่าระดับปกติ ส่วน music somewhat higher than required หมายถึงเสียงเพลงดังกว่าที่จำเป็นเล็กน้อย โดย higher ในที่นี้หมายถึงระดับเสียง ไม่ใช่ระดับเสียงสูงต่ำของโน้ต โครงสร้างเปรียบเทียบเหล่านี้ละคำที่ผู้ฟังสามารถเข้าใจได้จากบริบท would be ในที่นี้ชี้ถึงการตั้งค่าปกติที่คาดไว้ ไม่ได้ใช้เพื่อบอกเงื่อนไข และ than required เป็นรูปย่อของ than is required การวางการเปรียบเทียบทั้งสองแบบขนานกันช่วยบรรยายบรรยากาศได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ข้อความใดถ่ายทอดการเปรียบเทียบทั้งสองส่วนที่เน้นไว้ได้ถูกต้องที่สุด
- แสงไฟสลัวเกินความจำเป็น และเสียงเพลงดังกว่าปกติเล็กน้อย
- ทั้งแสงไฟและเสียงเพลงอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ
- แสงไฟสลัวกว่าปกติ และเสียงเพลงดังกว่าที่จำเป็นเล็กน้อย
ดูคำตอบ
แสงไฟสลัวกว่าปกติ และเสียงเพลงดังกว่าที่จำเป็นเล็กน้อย
in order faithfully to catch the details of another's voice.
0:27เพื่อที่จะต้องตั้งใจฟังรายละเอียดในเสียงของผู้อื่นให้ชัดเจน
Parties have become synonymous with sociability วลี
0:31ปาร์ตี้ได้กลายมาเป็นคำพ้องความหมายของการเข้าสังคม
Become synonymous with: กลายเป็นสิ่งที่แทบมีความหมายเท่ากับ...
Become synonymous with หมายถึงการที่สิ่งหนึ่งค่อย ๆ ถูกเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับอีกสิ่งหนึ่งในความคิดของผู้คน ในประโยคนี้ งานปาร์ตี้ถูกมองว่าแทบจะเป็นสิ่งเดียวกับการเข้าสังคม ความสัมพันธ์นี้เป็นความเท่าเทียมในเชิงแนวคิด ไม่ได้หมายความว่า party กับ sociability เป็นคำพ้องความหมายกันตามพจนานุกรม โครงสร้างคือ become + synonymous with + คำนามหรือกลุ่มคำนาม และมักใช้บรรยายการเปลี่ยนแปลงในการรับรู้ของสาธารณชน
แบบฝึกหัด
ใช้ become synonymous with ในรูป present perfect เพื่อเติมประโยค: Over the years, the festival ____ the city's creative spirit.
ดูคำตอบ
has become synonymous with
about what true social connection might require and entail.
0:36เกี่ยวกับสิ่งที่การเชื่อมโยงทางสังคมที่แท้จริงอาจต้องการและเป็นไป
Springs up: ปรากฏหรือเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
Springs up เป็นรูปปัจจุบันสำหรับประธานเอกพจน์บุรุษที่สามของ phrasal verb spring up หมายถึงบางสิ่งปรากฏ เริ่มต้น หรือพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมักไม่ได้เกิดจากการวางแผนโดยตั้งใจ ในประโยคนี้ ความสามารถในการเข้าสังคมถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อผู้คนมารวมตัวกัน วลีนี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่มีสิ่งใดกระโดดขึ้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค "New online communities sprang up during the event," คำว่า sprang up หมายถึงอะไร
- ถูกวางแผนไว้อย่างรอบคอบนานล่วงหน้า
- กระโดดขึ้นไปในอากาศจริง ๆ
- ปรากฏหรือพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ
ปรากฏหรือพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
put together: จัดผู้คนให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน
ในที่นี้ put people together หมายถึงจัดให้ผู้คนอยู่ในห้องหรือกลุ่มเดียวกัน ในโครงสร้างกรรมวาจก people are put together จุดเน้นอยู่ที่ผู้คนและสถานการณ์ร่วมที่ถูกสร้างขึ้นให้พวกเขา ไม่ใช่ผู้ที่เป็นคนจัด ความหมายเกิดจากกริยาวลีทั้งชุด โดย put สื่อถึงการจัดวาง ส่วน together สื่อถึงการให้มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันหรืออยู่ในกลุ่มเดียวกัน ลักษณะการจัดกลุ่มที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท ตัววลีนี้ไม่ได้หมายถึงการทำให้ความสัมพันธ์กลับมาดีหรือการประกอบสิ่งของโดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีในบทเรียนที่หมายถึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน: For the team challenge, six people who have never met are ____ in one room.
ดูคำตอบ
put together
that it means speaking a lot and notably cheerfully
0:47ซึ่งหมายถึงการพูดคุยกันอย่างมากมายและร่าเริงเป็นพิเศษ
about things that have been happening in our lives,
0:50เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา
and ideally on the possession of a few entertaining anecdotes,
0:55และในอุดมคติก็คือการมีเรื่องเล่าขำขันสองสามเรื่อง
But such assumptions sidestep two sizable objections. วลี
1:02แต่ข้อสันนิษฐานเหล่านี้กลับหลีกเลี่ยงข้อโต้แย้งสำคัญสองประการ
sidestep two sizable objections: เลี่ยงข้อคัดค้านสำคัญสองข้อ
ในงานเขียนเชิงโต้แย้ง sidestep two sizable objections หมายถึงหลีกเลี่ยงการจัดการกับข้อโต้แย้งสำคัญสองข้อ ในที่นี้ sidestep เป็นสกรรมกริยา และ objections คือสิ่งที่ข้อสมมติเหล่านั้นไม่ยอมเผชิญโดยตรง วลีนี้มีน้ำเสียงวิจารณ์ ไม่ใช่ชื่นชม โดยบอกว่าประเด็นถูกเลี่ยงไป ไม่ได้ถูกตอบหรือหักล้าง ส่วน sizable เน้นว่าประเด็นเหล่านั้นสำคัญมากพอที่จะต้องคำนึงถึง
แบบฝึกหัด
sidestep two sizable objections ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- หลีกเลี่ยงการตอบข้อคัดค้านสำคัญสองข้อ
- พิสูจน์ว่าข้อคัดค้านสองข้อนั้นผิด
- เสนอข้อคัดค้านเล็กน้อยสองข้อ
ดูคำตอบ
หลีกเลี่ยงการตอบข้อคัดค้านสำคัญสองข้อ
that is a real connection between two people, ลำดับความ
1:08ซึ่งก็คือความเชื่อมโยงที่แท้จริงระหว่างคนสองคน
that is สำหรับการกล่าวซ้ำอย่างเจาะจง
ในประโยคนี้ that is นำเข้าสู่คำอธิบาย true sociability ที่ชัดเจนและเจาะจงกว่า กล่าวคือ ความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างคนสองคน เมื่อวางคั่นด้วยจุลภาค วลีนี้ทำหน้าที่เป็นตัวบอกการเรียบเรียงความ เพื่อกล่าวซ้ำหรือจำกัดความคิดที่เพิ่งกล่าวถึงให้ชัดเจนขึ้น ให้เข้าใจ that is เป็นวลีเดียว มีหน้าที่ใกล้เคียงกับ that is to say หรือ i.e. ไม่ใช่ that ที่ใช้เชื่อมอนุประโยคอย่างใน I think that he is right.
แบบฝึกหัด
เลือกตัวบอกการเรียบเรียงความที่แสดงว่าข้อความหลังเป็นคำนิยามที่ตรงความหมายของแนวคิดก่อนหน้า: The fee is nonrefundable; ___, it cannot be returned.
- however
- for example
- that is
ดูคำตอบ
that is
is almost never built up via anything cheerful. กริยาวลี
1:11แทบไม่เคยถูกสร้างขึ้นผ่านสิ่งที่ร่าเริงเลย
built up ที่สื่อถึงการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ในที่นี้ built up เป็นรูปถูกกระทำของ build up สิ่งที่ค่อย ๆ พัฒนาคือ real connection ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงความสัมพันธ์นั้นถูกสร้างและทำให้แน่นแฟ้นขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป build up นำเสนอการพัฒนาว่าเป็นกระบวนการสะสมตามเวลา ซึ่งมักเกิดจากการกระทำหรือประสบการณ์ที่เกิดซ้ำ ๆ ในที่นี้ up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่เน้นการสะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไป: Years of honest communication helped them ____ trust.
ดูคำตอบ
build up
It is the result of making ourselves vulnerable before another person วลี
1:15มันเป็นผลมาจากการทำให้ตัวเราเองอ่อนแอต่อหน้าคนอื่น
ความหมายของ making ourselves vulnerable before another person
ในที่นี้ make + สรรพนามสะท้อนกลับ + vulnerable หมายถึงการจงใจเปิดเผยตนเองทางอารมณ์ เพื่อให้อีกคนเห็นความรู้สึกหรือจุดอ่อนที่อาจทำให้เราเจ็บปวดหรือถูกตัดสินได้ ourselves ชี้กลับไปยังผู้ที่เลือกทำเช่นนั้น ซึ่งก็คือตัวเราเอง before another person หมายถึง “ต่อหน้าคนนั้น” หรือ “เปิดให้คนนั้นมองเห็น” ไม่ได้ใช้ before ในความหมายด้านเวลาว่า “ก่อน” วลีทั้งหมดมองว่าความไว้วางใจคือการเลือกยอมรับความเสี่ยงทางอารมณ์
แบบฝึกหัด
ใช้ make สรรพนามสะท้อนกลับที่สอดคล้องกับ we และ vulnerable เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: To build trust, we sometimes need to ____ to people we know well.
ดูคำตอบ
make ourselves vulnerable
what is broken ในฐานะอุปลักษณ์ของบาดแผลภายใน
what มีความหมายว่า “ส่วนหนึ่งในตัวเราที่...” หรือ “สิ่งต่าง ๆ ภายในตัวเราที่...” ในทางไวยากรณ์ what is broken เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม และในประโยคนี้ใช้เรียกสิ่งที่ถูกเปิดเผย broken เป็นอุปลักษณ์ที่สื่อถึงบาดแผลภายใน ปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ หรือส่วนหนึ่งของชีวิตหรือความรู้สึกต่อตนเองที่ไม่รู้สึกว่าสมบูรณ์ คำที่อยู่ใกล้กันอย่าง lost, confused, lonely และ in pain ยืนยันว่าประโยคนี้พูดถึงประสบการณ์ทางอารมณ์ ไม่ใช่สิ่งของที่เสียหาย
แบบฝึกหัด
ในประโยค “He is learning to face what is broken inside him,” what is broken น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด?
- สิ่งของที่เสียหายซึ่งเขาเป็นเจ้าของ
- ช่วงเวลาที่แน่นอนซึ่งบางอย่างหยุดทำงาน
- บาดแผลภายในและปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ของเขา
ดูคำตอบ
บาดแผลภายในและปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ของเขา
that might leave us open to humiliation and judgment. วลี
1:30ที่อาจเปิดช่องให้เราถูกล่วงละเมิดและถูกตัดสิน
dare to: ลงมือทำแม้มีความเสี่ยง
dare to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีความกล้าพอที่จะทำบางสิ่ง แม้อาจต้องเผชิญความเสี่ยง ความอับอาย หรือการไม่เห็นด้วย ในที่นี้ dare to exchange แสดงว่าการแบ่งปันความคิดอย่างตรงไปตรงมานั้นให้ความรู้สึกว่าเสี่ยงในทางสังคม ในประโยคนี้ dare เป็นคำกริยาหลักทั่วไปที่ตามด้วยรูป infinitive ที่มี to: dare to exchange และเปลี่ยนรูปตามกาลหรือประธานได้ เช่น dared to speak และ she dares to ask
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ dare to: Although everyone else stayed silent, Omar ____ question the unfair rule.
ดูคำตอบ
dared to
leave us open to humiliation and judgment: ทำให้เสี่ยงต่ออันตราย
leave + คน + open to + คำนาม หมายถึงทำให้คนนั้นอยู่ในภาวะเปราะบางต่อผลที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งมักเป็นผลเสีย ในที่นี้ might leave us open to humiliation and judgment หมายความว่าการแลกเปลี่ยนความคิดที่มีความเสี่ยงอาจทำให้เราถูกทำให้อับอายหรือถูกตัดสินได้ open เป็นส่วนเติมเต็มของกรรมที่บอกสภาพซึ่งกรรม us ถูกทำให้ตกอยู่ ในโครงสร้างนี้ open to ไม่ได้หมายถึงเต็มใจพิจารณาบางสิ่ง คำนามที่สื่อถึงผลเสียแสดงว่าหมายถึงการเผชิญความเสี่ยง
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนโดยใช้ leave someone open to: A weak password can ____ identity theft.
ดูคำตอบ
leave you open to
a little of the agony and confusion of being alive.
1:38ถึงความทุกข์ทรมานและความสับสนของการมีชีวิตอยู่เพียงเล็กน้อย
ด้วยการแบ่งปันอย่างไม่ปิดบังและตรงไปตรงมา
Through + รูปกริยา -ing นำเสนอการกระทำว่าเป็นวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ through sharing ตอบคำถามว่า “เราสร้างมิตรแท้ได้อย่างไร” In an uncensored and frank way ขยาย sharing และหมายถึงการแบ่งปันอย่างเปิดเผยโดยแทบไม่ปิดบังอะไรเลย คำว่า in เป็นจุดเริ่มต้นของวลีบอกลักษณะ in ... way ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ share in ซึ่งหมายถึง “มีส่วนร่วมในบางสิ่ง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ through + รูปกริยา -ing เพื่อแสดงวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์
- They built trust through sharing their concerns openly.
- They built trust although they did not share their concerns.
- They built trust before sharing their concerns openly.
ดูคำตอบ
They built trust through sharing their concerns openly.
อยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมากที่จะต้องดู...
Be under pressure to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงความคาดหวัง ข้อเรียกร้อง หรือสถานการณ์ผลักดันให้ใครบางคนทำบางอย่างหรือดูเป็นแบบใดแบบหนึ่ง pressure ในที่นี้เป็นแรงกดดันเชิงนามธรรม ไม่ใช่แรงทางกายภาพ Such เน้นระดับของคำนามนับไม่ได้ pressure โดย under such pressure หมายถึงการเผชิญแรงกดดันในระดับสูงเช่นนั้น ในที่นี้ appear + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ดูเป็นหรือแสดงตนว่าเป็นคนปกติ ควบคุมตัวเองได้ และมั่นคง” ส่วน appear ไม่ได้หมายถึงการปรากฏเข้ามาในสายตา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปสามคำของ be under pressure ที่วางหน้ากริยารูปพื้นฐาน: Mia is ____ reply to work messages late at night.
ดูคำตอบ
under pressure to
self-possessed: สุขุมและควบคุมตนเองได้
self-possessed หมายถึงสงบ มั่นใจ และควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่อาจทำให้รู้สึกประหม่า ในที่นี้คำนี้ใช้ร่วมกับ solid เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่มั่นคงและสุขุม คำคุณศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์นี้มีความหมายเฉพาะที่ใช้กันอยู่แล้ว ในสำนวนนี้ possessed ไม่ได้หมายถึง “ถูกตนเองเป็นเจ้าของ” หรือ “ถูกวิญญาณควบคุม”
แบบฝึกหัด
self-possessed ในประโยคนี้มีความหมายตรงกับข้อใด
- ถูกตนเองเป็นเจ้าของ
- ถูกวิญญาณควบคุม
- สงบและควบคุมอารมณ์ได้
ดูคำตอบ
สงบและควบคุมอารมณ์ได้
We are understandably uninclined spontaneously to disclose our true selves. การใช้คำ
1:52เป็นที่เข้าใจได้ว่า เราไม่ค่อยอยากจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเราออกมาเอง
uninclined ... to disclose: การแสดงความไม่เต็มใจอย่างเป็นทางการ
ในโครงสร้าง be uninclined to do something คำว่า uninclined หมายถึงไม่เต็มใจหรือไม่มีแนวโน้มตามธรรมชาติที่จะทำสิ่งนั้น เป็นเรื่องของความเต็มใจต่ำ ไม่ใช่การขาดความสามารถ ในที่นี้ disclose หมายถึงเปิดเผยความคิด ความรู้สึก หรือลักษณะนิสัยที่แท้จริงซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว คำวิเศษณ์ spontaneously อยู่ระหว่าง uninclined กับกริยารูป to-infinitive มีความหมายว่าทำอย่างอิสระโดยไม่มีใครกระตุ้น ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าคนเรามักไม่อยากเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาเองตามธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: "The reviewer is uninclined to approve the proposal." uninclined หมายความว่าอะไร
- ผู้ตรวจสอบกระตือรือร้นที่จะอนุมัติ
- ผู้ตรวจสอบไม่มีความสามารถในการอนุมัติ
- ผู้ตรวจสอบไม่ค่อยเต็มใจอนุมัติ
ดูคำตอบ
ผู้ตรวจสอบไม่ค่อยเต็มใจอนุมัติ
without anything sinister being meant by this, น้ำเสียง/เจตนา
2:00โดยที่ไม่ได้มีความหมายในแง่ร้ายอะไร
การชี้แจงล่วงหน้าด้วย 'without anything sinister being meant by this'
ข้อความแทรกนี้บอกผู้ฟังว่าควรตีความคำกล่าวที่ค่อนข้างแรงหลังจากนั้นอย่างไร การเรียกพฤติกรรมทางสังคมทั่วไปว่าเป็น 'การโกหก' ไม่ได้มีเจตนาจะสื่อว่าผู้คนมีแรงจูงใจที่ชั่วร้าย ในที่นี้ this หมายถึงการเลือกใช้คำนั้น ส่วน sinister หมายถึงมีเจตนาร้ายหรือคุกคามอย่างรุนแรง ไม่ได้หมายถึงอาชญากรรมจริง ๆ ผู้พูดปฏิเสธนัยที่รุนแรงไว้ก่อน จึงทำให้คำตัดสินนุ่มนวลลงและคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ฟัง โดยยังคงข้อโต้แย้งหลักไว้
แบบฝึกหัด
ข้อความแทรก 'without anything sinister being meant by this' ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- ทำให้คำกล่าวนุ่มนวลลงด้วยการปฏิเสธนัยที่เป็นเจตนาร้าย
- เปลี่ยนหัวข้อจากพฤติกรรมทางสังคมไปเป็นอาชญากรรม
- พิสูจน์ว่ากำลังมีแผนสมคบคิดที่อันตราย
ดูคำตอบ
ทำให้คำกล่าวนุ่มนวลลงด้วยการปฏิเสธนัยที่เป็นเจตนาร้าย
'What's really going on' เพื่อถามถึงสถานการณ์ที่แท้จริง
ในอนุประโยคนี้ what's really going on หมายถึง 'จริง ๆ แล้วกำลังเกิดอะไรขึ้น' หรือ 'สถานการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร' ตรงนี้ go on เป็นกริยาวลีที่หมายถึงเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ really ทำให้เห็นความต่างระหว่างสิ่งที่ปรากฏกับความเป็นจริง ผู้พูดสนใจข้อเท็จจริงที่ผู้คนอาจกำลังปกปิดอยู่
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมทีมของคุณดูเป็นกังวล แต่พวกเขาบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี คำถามใดถามถึงสถานการณ์ที่แท้จริง
- What are you going on about?
- What's really going on?
- What will go on next?
ดูคำตอบ
What's really going on?
might be rather different from what we typically envisage.
2:10อาจแตกต่างไปจากสิ่งที่เรามักจะจินตนาการไว้ค่อนข้างมาก
การใช้ This suggests that เพื่อนำเข้าสู่ข้ออนุมานอย่างระมัดระวัง
วลี This suggests that ย้อนอ้างถึงหลักฐานที่กล่าวมาก่อนหน้าและนำเข้าสู่ข้อสรุปที่ได้จากหลักฐานนั้น ในที่นี้ suggests หมายถึง “ชี้ให้เห็น” หรือ “ทำให้มีเหตุผลที่จะคิดว่า” ไม่ได้หมายถึง “แนะนำ” วลีนี้ทำให้ข้อสรุปมีความระมัดระวัง กล่าวคือ หลักฐานสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวแต่ยังไม่ได้พิสูจน์อย่างแน่นอน จึงเป็นวิธีที่มีประโยชน์ในการเชื่อมจากข้อสังเกตไปสู่การตีความในข้อโต้แย้ง
แบบฝึกหัด
เติมข้ออนุมานด้วยวลีสามคำจากบทเรียนให้ถูกต้อง: The roads are wet, but it has not rained here. ____ a street cleaner has just passed.
ดูคำตอบ
This suggests that
at a pinch: พอใช้ได้เฉพาะเมื่อจำเป็น
At a pinch หมายถึง “เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า” หรือ “หากจำเป็นจริง ๆ” สำนวนนี้บอกว่าสิ่งหนึ่งพอใช้ได้ในสถานการณ์นั้น แต่ไม่ใช่ตัวเลือกที่ต้องการ ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวจงใจลดระดับคำชมและมีน้ำเสียงล้อเล็กน้อยว่า อย่างมากที่สุดเจ้าบ้านธรรมดา ๆ ก็คงทำได้เพียงเท่านี้ Pinch ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการหยิกหรือบีบจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึง “หากจำเป็นจริง ๆ”: The car is small, but ____ all five of us can fit.
ดูคำตอบ
at a pinch
think of A as B: มอง A ว่าเป็น B
think of A as B หมายถึงการมอง ถือว่า หรือจัด A ให้อยู่ในฐานะ B ในประโยคนี้ A คือ a good host และ B คือ someone who makes sure... โครงสร้างนี้จึงนำเสนอภาพทั่วไปที่ผู้คนมีต่อเจ้าภาพที่ดี ข้อความระหว่าง think of กับ as อาจยาวได้ ให้หา as เพื่อดูว่าคำอธิบายหรือประเภทที่กำหนดให้ A เริ่มต้นตรงไหน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง think of A as B: Many readers ____ the novel ____ a modern classic.
ดูคำตอบ
think of · as
in the profound sense: การเปลี่ยนไปสู่ความหมายที่ลึกขึ้น
In the profound sense เป็นกรอบในการเรียบเรียงความคิดที่บอกผู้ฟังว่าควรใช้ความหมายระดับใดในการเข้าใจเนื้อหาที่ตามมา ผู้เขียนกำลังเปลี่ยนจากนิยามทั่วไปที่ผิวเผินไปสู่ความเข้าใจที่ลึกและเป็นพื้นฐานมากขึ้น เมื่อวางไว้หลัง But สำนวนนี้ยังช่วยสร้างความแตกต่างกับเกณฑ์ก่อนหน้าอีกด้วย Sense ในที่นี้หมายถึง “ความหมาย” หรือ “วิธีทำความเข้าใจ” ไม่ใช่ประสาทสัมผัสทางร่างกาย
แบบฝึกหัด
วลีเปิดทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? “In the profound sense, education changes how a person understands freedom.”
- สำนวนนี้จำกัดข้อความไว้ที่ความหมายทั่วไปในชีวิตประจำวัน
- สำนวนนี้วางกรอบข้อความด้วยความหมายที่ลึกและเป็นพื้นฐานมากกว่า
- สำนวนนี้บอกว่าประโยคกล่าวถึงประสาทสัมผัสทางร่างกาย
ดูคำตอบ
สำนวนนี้วางกรอบข้อความด้วยความหมายที่ลึกและเป็นพื้นฐานมากกว่า
creates the conditions ... in which: สร้างเงื่อนไขที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้
ในประโยคนี้ creates the conditions หมายถึงการลงมือสร้างสภาวะที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้ เจ้าภาพไม่ได้ทำให้คนแปลกหน้ารู้สึกปลอดภัยโดยตรง แต่จัดสภาพแวดล้อมเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัยค่อย ๆ เกิดขึ้น อนุประโยค in which ที่ตามมาอธิบายว่าสิ่งใดสามารถเกิดขึ้นได้ภายใต้สภาวะเหล่านั้น ในที่นี้ conditions หมายถึงสภาพหรือปัจจัยที่เอื้อให้เกิดบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึงกฎ ข้อกำหนดในสัญญา หรืออาการเจ็บป่วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ลงมือทำให้สถานการณ์นั้นเป็นไปได้”: A thoughtful teacher ____ in which shy students can participate.
ดูคำตอบ
creates the conditions
the modern world seems particularly resistant to anything that seems artificial around parties, วลี
2:34โลกยุคดูเหมือนจะต่อต้านสิ่งใดก็ตามที่ดูไม่เป็นธรรมชาติเกี่ยวกับปาร์ตี้เป็นพิเศษ
resistant to: ต่อต้านหรือไม่เต็มใจยอมรับบางสิ่ง
ในที่นี้ resistant to หมายถึงไม่เต็มใจยอมรับหรือทำตามบางสิ่ง ประโยคนี้ทำให้ the modern world มีลักษณะเหมือนมนุษย์ โดยหมายถึงทัศนคติของสังคมโดยรวมที่ต่อต้านธรรมเนียมในงานปาร์ตี้ซึ่งดูเหมือนถูกวางแผนหรือปรุงแต่ง ไม่ได้หมายถึงแรงต้านทางกายภาพ รูปแบบคือ be resistant to + คำนามหรือรูป -ing ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงใช้ resistant to the change หรือ resistant to changing the plan และไม่ตามด้วยกริยารูปพื้นฐานในฐานะ infinitive
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ resistant to ได้ถูกต้องเพื่อบรรยายความไม่เต็มใจยอมรับการเปลี่ยนแปลง
- The committee is resistant to adopt the new policy.
- The committee is resistant for adopting the new policy.
- The committee is resistant to adopting the new policy.
ดูคำตอบ
The committee is resistant to adopting the new policy.
which threatens to evoke that most dreaded of all social genres,
2:39ซึ่งขู่ว่าจะปลุกรูปแบบทางสังคมที่น่ากลัวที่สุดขึ้นมา
ปล่อยส่วนที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของธรรมชาติ
ในประโยคนี้ leave the rest to nature หมายถึงจัดการขั้นพื้นฐานก่อน แล้วปล่อยให้กระบวนการตามธรรมชาติหรือที่เกิดขึ้นเองเป็นตัวกำหนดว่าจะเกิดอะไรต่อไป คำว่า nature ในที่นี้หมายถึงกระบวนการที่ไม่ได้วางแผนไว้ ไม่ใช่สถานที่กลางแจ้ง สำนวนนี้ทำให้ธรรมชาติดูเหมือนผู้ที่สามารถรับช่วงงานที่เหลือได้ อาจสื่อถึงความไว้วางใจในการพัฒนาที่เกิดขึ้นเอง แต่ในบริบทเชิงวิจารณ์ก็อาจบอกเป็นนัยว่ามีการวางแผนหรือการชี้นำน้อยเกินไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าขั้นตอนแรกเสร็จแล้ว และกระบวนการตามธรรมชาติจะจัดการส่วนที่เหลือ?
- Now we'll ask the rest of the team.
- Now we'll protect the plants from nature.
- Now we'll leave the rest to nature.
ดูคำตอบ
Now we'll leave the rest to nature.
But a commitment to deep sociability might lead us to recognize
2:49แต่ความมุ่งมั่นต่อการเข้าสังคมอย่างลึกซึ้งอาจนำเราไปสู่การตระหนักรู้
that we do depend on a little artful choreography โน้ต
2:53ว่าเราจำเป็นต้องพึ่งพาการออกแบบท่าเต้นที่มีศิลปะสักหน่อย
Do ที่ใช้เน้นใน do depend on
ในประโยคบอกเล่านี้ do ใช้เน้น depend on ผู้พูดไม่ได้กำลังถามคำถาม แต่ do บอกว่าการพึ่งพานั้นมีอยู่จริง โดยเฉพาะเมื่อโต้แย้งแนวคิดที่ว่าปฏิสัมพันธ์ทางสังคมสามารถปล่อยให้พัฒนาไปเองได้ โครงสร้างคือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ do depend on หมายถึงพึ่งพาจริง ๆ หรือต้องการอย่างแท้จริง และ on ใช้นำสิ่งที่ต้องการ ซึ่งก็คือ a little artful choreography
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแก้ความเข้าใจด้วย do depend on: “Some people say good teams need no rules, but we ____ clear roles.”
ดูคำตอบ
do depend on
ความหมายเชิงอุปมาของ artful choreography
ในประโยคนี้ artful choreography เป็นอุปมาถึงการจัดวางผู้คน สัญญาณ และขั้นตอนอย่างมีทักษะ โดยปกติ choreography หมายถึงการจัดท่าทางในการเต้น แต่ในที่นี้หมายถึงการประสานงานอย่างรอบคอบที่ช่วยให้แขกเข้าสู่สภาพจิตใจที่เหมาะสมและสร้างความสัมพันธ์ได้ ในบริบทนี้ artful หมายถึงวางแผนอย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ ไม่ได้หมายถึงการหลอกลวงโดยอัตโนมัติ วลีนี้เน้นการออกแบบอย่างมีจุดมุ่งหมาย ไม่ใช่การเต้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ artful choreography หมายถึงอะไร
- การเต้นจริง ๆ ที่แขกเป็นผู้แสดง
- การจัดวางที่ออกแบบอย่างมีทักษะเพื่อช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ทางสังคม
- ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญและไม่มีการวางแผน
ดูคำตอบ
การจัดวางที่ออกแบบอย่างมีทักษะเพื่อช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ทางสังคม
We might need encouragement and even a helpful lanyard
3:01เราอาจต้องการการสนับสนุน หรือแม้แต่ป้ายชื่อที่มีประโยชน์
networking ที่นอกเหนือจากโอกาสทางอาชีพ
โดยปกติ networking หมายถึงการสร้างและรักษาความสัมพันธ์อย่างตั้งใจ โดยเฉพาะเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอาชีพ การสนับสนุน หรือโอกาส ในประโยคนี้คำดังกล่าวมีความหมายที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ไม่ใช่ความหมายเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ โครงสร้าง not ... but ... ยังคงกิจกรรมที่คุ้นเคยไว้ แต่เปลี่ยนเป้าหมายที่มักคาดหวัง แทนที่จะมองหาการลงทุน ผู้พูดเสนอให้ใช้ networking เพื่อค้นหาความเสียใจและความสิ้นหวังที่มีร่วมกัน จึงเปลี่ยนภาษาธุรกิจให้มุ่งไปสู่ความซื่อตรงทางอารมณ์และความเปราะบาง
แบบฝึกหัด
networking สร้างผลอย่างไรในประโยคนี้
- คำนี้บอกว่า networking มีประโยชน์เฉพาะสำหรับการหานักลงทุนเท่านั้น
- คำนี้เปลี่ยนกิจกรรมที่มุ่งเน้นอาชีพให้มุ่งไปสู่การค้นหาความเปราะบางที่มีร่วมกัน
- คำนี้เปลี่ยนหัวข้อจากความสัมพันธ์ของมนุษย์ไปเป็นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
ดูคำตอบ
คำนี้เปลี่ยนกิจกรรมที่มุ่งเน้นอาชีพให้มุ่งไปสู่การค้นหาความเปราะบางที่มีร่วมกัน
not in order to ... but so as to: การเปรียบต่างจุดประสงค์
โครงสร้างคู่ not in order to X, but so as to Y ใช้ปฏิเสธจุดประสงค์หนึ่งแล้วแทนที่ด้วยจุดประสงค์ที่แท้จริง ในประโยคนี้ การสร้างเครือข่ายไม่ได้มีไว้เพื่อหาโอกาสลงทุน แต่เพื่อค้นหาประสบการณ์เจ็บปวดที่ผู้คนมีร่วมกัน ทั้ง in order to และ so as to ใช้นำหน้าจุดประสงค์และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งในประโยคนี้คือ find และ identify โครงสร้างขนานที่ปฏิเสธก่อนแล้วจึงยืนยันช่วยแก้ความเข้าใจผิดเรื่องแรงจูงใจได้อย่างชัดเจนและหนักแน่น ส่วน so as to ในที่นี้ไม่ได้แสดงผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่เปรียบต่างจุดประสงค์อย่างเป็นทางการด้วยคำเชื่อมเป้าหมายสองชุด: We joined the meeting ____ ask for money, ____ understand the team's concerns.
ดูคำตอบ
not in order to · but so as to
constitute a clever ruse by a sharp minority, การใช้คำ
3:21ถือเป็นกลอุบายอันชาญฉลาดของชนกลุ่มน้อยที่หลักแหลม
as they are currently structured: จำกัดข้อความไว้ที่รูปแบบปัจจุบัน
As they are currently structured หมายถึง “ตามวิธีที่งานปาร์ตี้ถูกจัดอยู่ในขณะนี้” คำว่า they หมายถึง parties ส่วน structured อธิบายว่างานเหล่านั้นถูกจัดไว้อย่างไร อนุประโยคที่คั่นด้วยจุลภาคจำกัดขอบเขตของคำวิจารณ์หลัก กล่าวคือ ข้อความนี้พูดถึงงานปาร์ตี้ในรูปแบบปัจจุบัน ไม่ใช่งานปาร์ตี้ทุกรูปแบบที่อาจออกแบบได้ อนุประโยค as แบบแทรกเช่นนี้ช่วยให้การประเมินเจาะจงแทนที่จะเป็นข้อสรุปแบบเหมารวม
แบบฝึกหัด
อนุประโยคใดจำกัดคำวิจารณ์ให้อยู่ที่การออกแบบปัจจุบันของหลักสูตรได้ดีที่สุด? The course, ___, gives beginners too little support.
- although its structure is popular
- as it is currently structured
- because its structure was changed
ดูคำตอบ
as it is currently structured
constitute a clever ruse: ถือเป็นวิธีการหลอกลวงที่แยบยล
ในประโยคนี้ constitute หมายถึง “เท่ากับ” หรือ “ถือเป็น” ไม่ได้หมายถึง “เขียนหรือสถาปนารัฐธรรมนูญ” ผู้พูดกำลังจัดให้สิ่งที่ประธานกล่าวถึงเป็น clever ruse Ruse คือกลอุบายที่ออกแบบมาเพื่อทำให้คนเชื่อสิ่งที่ไม่จริงทั้งหมด คำว่า clever ชื่นชมความแยบยลของวิธีการ แต่ ruse ยังสื่อการตัดสินเชิงลบว่าเป็นการหลอกลวง
แบบฝึกหัด
constitute a clever ruse ใน “The arrangement may constitute a clever ruse” หมายความว่าอย่างไร?
- การจัดการนั้นอาจเท่ากับเป็นวิธีการที่แยบยลแต่หลอกลวง
- ใครบางคนอาจเขียนรัฐธรรมนูญให้กับการจัดการนั้น
- การจัดการนั้นอาจเป็นแผนธรรมดาที่ไม่มีเจตนาทำให้ใครเข้าใจผิด
ดูคำตอบ
การจัดการนั้นอาจเท่ากับเป็นวิธีการที่แยบยลแต่หลอกลวง
that we have been provided with the social contact we crave.
3:29ว่าเราได้รับการติดต่อทางสังคมที่เราโหยหาแล้ว
really counts as anything like the requisite encounter วลี
3:40มีความหมายเหมือนกับการพบปะที่จำเป็นจริง ๆ
really counts as: ตัดสินว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในหมวดหมู่นั้นจริงหรือไม่
Count as หมายถึง “ถูกมองหรือยอมรับว่าอยู่ในหมวดหมู่หนึ่ง” ตรงนี้ really เพิ่มน้ำหนักให้การตัดสิน ผู้พูดสงสัยว่าสิ่งนั้นถึงเกณฑ์ของการพบปะที่แท้จริงหรือไม่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + count as + หมวดหมู่หรือบทบาท เมื่อประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม count จะเปลี่ยนเป็น counts เหมือนในคำบรรยายนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกมองว่าเป็นจริง ๆ”: The judges must decide whether this entry ____ original work.
ดูคำตอบ
really counts as
it takes ... person to feel that: ตัดสินว่าคนแบบใดจะมีมุมมองหนึ่ง
ในที่นี้ it เป็นประธานสมมติ โครงสร้างคือ it takes + นามวลี + to-infinitive โดย a sharply insular and misanthropic person คือบุคคลที่เข้าใจว่าเป็นผู้รู้สึกว่างานปาร์ตี้นับเป็นการติดต่อกับมนุษย์อย่างแท้จริง Takes หมายถึง “ต้องอาศัย” หรือ “จำเป็นต้องมี” ไม่ใช่ “ใช้เวลา” การบอกว่าต้องเป็นคนประเภทนั้นจึงจะมีมุมมองนี้ สื่อว่ามีเพียงคนที่มีลักษณะเชิงลบรุนแรงดังกล่าวเท่านั้นที่จะคิดเช่นนี้ โครงสร้างนี้จึงมีทั้งการบรรยายและการตัดสิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง it takes ... to ความหมายคือ มีเพียงคนที่อดทนมากเท่านั้นที่จะสงบสติอารมณ์ได้ระหว่างการโต้เถียงอย่างดุเดือด ____ a very patient person ____ remain calm during a heated argument.
ดูคำตอบ
It takes · to
lingering horror of: ความรู้สึกรุนแรงที่ยังคงอยู่
ใน a lingering horror of คำว่า lingering หมายถึงความรู้สึกที่ยังไม่จางหาย ส่วน horror หมายถึงความกลัวหรือความรังเกียจที่รุนแรงมาก เมื่อรวมกัน วลีนี้บรรยายปฏิกิริยาเชิงลบที่เข้มข้นและคงอยู่นาน Horror ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงอาการตื่นตระหนกตามตัวอักษร แต่อาจใช้เน้นความไม่ชอบงานปาร์ตี้อย่างลึกซึ้งและยาวนาน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a lingering horror of + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ความกลัวหรือความรังเกียจอย่างรุนแรงที่ยังไม่จางหาย”: Even months after the frightening flight, Maya still had a ____ flying.
ดูคำตอบ
lingering horror of
be generous towards our hunches: เปิดใจรับฟังลางสังหรณ์ของตน
ในประโยคเชิงใคร่ครวญนี้ be generous towards our hunches หมายถึงการปฏิบัติต่อลางสังหรณ์ของตนอย่างมีเมตตาและเป็นธรรม โดยรับฟังก่อนแทนที่จะรีบปฏิเสธ คำว่า generous จึงมีความหมายกว้างกว่าการให้เงินหรือช่วยเหลือผู้คน ไม่ได้หมายถึงการมอบสิ่งของให้ลางสังหรณ์หรือทำตามทุกลางสังหรณ์ แนวคิดที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ ควรให้โอกาสความรู้สึกภายในที่ยังไม่แน่นอนได้รับการพิจารณาก่อนตัดสินว่ามีประโยชน์หรือไม่
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ be generous towards our hunches ในประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด
- ทำตามทุกลางสังหรณ์โดยไม่ตั้งคำถาม
- ให้ความช่วยเหลือด้านวัตถุแก่ผู้ที่มีลางสังหรณ์
- พิจารณาลางสังหรณ์ของเราอย่างเป็นธรรมก่อนปฏิเสธ
ดูคำตอบ
พิจารณาลางสังหรณ์ของเราอย่างเป็นธรรมก่อนปฏิเสธ
rather that we have too ambitious a conception of social contact ไวยากรณ์
3:54แต่เป็นเพราะเรามีแนวคิดเกี่ยวกับการติดต่อทางสังคมที่ทะเยอทะยานเกินไป
It doesn't mean that X, rather that Y: ปฏิเสธการตีความหนึ่งแล้วเสนอคำอธิบายที่แม่นยำกว่า
โครงสร้าง It doesn't mean that X, rather that Y จัดลำดับการตีความสองแบบ โดยเริ่มจากปฏิเสธ X ซึ่งเป็นข้อสรุปที่เกิดขึ้นได้ง่ายแต่ไม่ถูกต้อง แล้วจึงเสนอ Y เป็นคำอธิบายที่แม่นยำกว่า ในตัวอย่าง that แต่ละคำจะนำอนุประโยคที่บอกเนื้อหา และอนุประโยคทั้งสองวางขนานกัน หลัง rather มีการละคำว่า it means ไว้โดยเข้าใจกัน ความหมายเต็มจึงเท่ากับ “rather, it means that Y” rather ในที่นี้แสดงการแก้ความเข้าใจ ไม่ได้บอกระดับ
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสองคำจากตัวอย่างเพื่อให้ข้อความชี้แจงสมบูรณ์: The delay doesn't mean that the event is canceled, ____ the organizers need more time.
ดูคำตอบ
rather that
to put up with what is on offer at most parties. โน้ต
3:58ที่จะทนกับสิ่งที่นำเสนอในปาร์ตี้ส่วนใหญ่ได้
too ambitious a conception: too + คำคุณศัพท์ + a + คำนามเอกพจน์
ใน too ambitious a conception คำว่า too แสดงว่าระดับของ ambitious มากเกินไป วลีนี้หมายถึงแนวคิดที่ทะเยอทะยานเกินกว่าสถานการณ์จะรองรับได้ ไม่ได้หมายถึงเพียงแนวคิดที่ทะเยอทะยานมากเท่านั้น รูปแบบที่เป็นทางการคือ too + คำคุณศัพท์ + a/an + คำนามนับได้เอกพจน์: too ambitious a conception ในกลุ่มคำนามทั่วไปจะวางคำนำหน้านามไว้หน้าคำคุณศัพท์เป็น an ambitious conception แต่ในรูปแบบนี้คำนำหน้านามจะอยู่หลังคำคุณศัพท์ ส่วน to put up with... ที่ตามมาแสดงผลที่เกิดขึ้น คือความคาดหวังนั้นสูงจนยอมรับสิ่งที่งานปาร์ตี้ส่วนใหญ่มีให้ไม่ได้
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบทางการ too + คำคุณศัพท์ + a + คำนามเอกพจน์ และเติมประโยคด้วย difficult กับ task: For a beginner, this was ____ to finish alone.
ดูคำตอบ
too difficult a task
put up with: ทนต่อสิ่งที่ไม่น่าพอใจ
Put up with หมายถึงการทนต่อคนหรือสิ่งที่ไม่น่าพอใจ โดยยังคงยอมรับการมีอยู่หรือพฤติกรรมของสิ่งนั้น ในประโยคนี้ กรรมของวลีคืออนุประโยค what is on offer at most parties วลีนี้เป็น phrasal verb สามคำ: put up with + คำนาม คำสรรพนาม หรืออนุประโยค ทั้งสามคำทำงานเป็นหน่วยเดียวกัน ดังนั้น with จึงเป็นส่วนหนึ่งของวลีและใช้เชื่อมไปยังกรรม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb สามคำที่หมายถึง “ทน”: I can't ____ the constant interruptions any longer.
ดูคำตอบ
put up with
what is on offer: ถามว่ามีอะไรให้เลือกบ้าง
ใน what is on offer คำว่า on offer หมายถึง “มีให้เลือก รับ หรือสัมผัสได้” คำว่า what ใช้ถามถึงสิ่งที่มีอยู่โดยรวม วลีนี้จึงครอบคลุมสินค้า บริการ โอกาส หรือกิจกรรมได้โดยไม่ต้องไล่บอกทีละอย่าง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงสิ่งที่งานปาร์ตี้ส่วนใหญ่มอบให้ได้โดยกว้าง ๆ ไม่ได้หมายถึงราคาลดพิเศษ
แบบฝึกหัด
ใช้ what is on offer ในความหมายว่า “สิ่งที่มีอยู่”: Before choosing a course, compare ____.
ดูคำตอบ
what is on offer
The mark of X might simply be Y: โครงสร้างสรุปอย่างระมัดระวัง
The mark of X หมายถึงสัญญาณหรือลักษณะที่แสดงว่าคนหรือสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติ X โครงสร้างนี้บอกคุณสมบัติก่อน แล้วเก็บสัญญาณที่เสนอคือ Y ไว้ท้ายประโยค จึงทำให้ Y เป็นจุดเน้นของข้อสรุป might ทำให้ข้อความเป็นการพิจารณาอย่างระมัดระวังแทนการยืนยันแบบเด็ดขาด ส่วน simply นำเสนอข้อสรุปว่าเป็นสัญญาณพื้นฐานหนึ่งอย่างที่อาจคาดไม่ถึง ในที่นี้ โครงสร้างทำให้ความคิดเรื่องการอยากอยู่บ้านเป็นการพลิกความเชื่อทั่วไปเกี่ยวกับการเข้าสังคมอย่างตั้งใจ
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง The mark of X might simply be Y: ____ a thoughtful leader ____ a willingness to listen before speaking.
ดูคำตอบ
The mark of · might simply be
If you're interested in coming to San Francisco to meet us at the end of March,
4:17หากคุณสนใจที่จะมาพบพวกเราที่ซานฟรานซิสโกในปลายเดือนมีนาคม
please click on the link on the screen now to find out more.
4:22โปรดคลิกที่ลิงก์บนหน้าจอตอนนี้เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม