ตัวอักษร 't' ไม่ออกเสียงในภาษาอังกฤษเมื่อใด? / คำและกฎสำหรับการไม่ออกเสียงตัว T: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Pronunciation with Emma
ภาพรวมวิดีโอ: Emma อธิบายว่าเหตุใดตัว T ที่ปรากฏในการสะกดคำภาษาอังกฤษจึงอาจไม่ออกเสียง พร้อมจัดกลุ่มรูปแบบการสะกดที่พบซ้ำ และชี้ให้เห็นว่าเราไม่สามารถคาดเดาเสียงจริงจากตัวอักษรได้เสมอไป ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the silent T. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจคำศัพท์มาตรฐานที่ใช้เรียก T ซึ่งมีอยู่ในรูปเขียนแต่ไม่ออกเสียง และนำไปใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการสะกดกับการออกเสียงภาษาอังกฤษได้อย่างแม่นยำ 2. you can say often or often. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: รับรู้ว่า often มีการออกเสียงที่ยอมรับได้สองแบบ คือแบบออกเสียง T และไม่ออกเสียง T จึงสามารถฟังเข้าใจทั้งสองแบบและเลือกใช้แบบใดก็ได้โดยไม่มองว่าอีกแบบผิด 3. mortgage. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในชีวิตจริง: เรียนรู้คำที่ใช้บ่อยและมีที่มาจากภาษาฝรั่งเศสคำนี้ในฐานะข้อยกเว้นสำคัญ ซึ่ง T ไม่ออกเสียงแม้ไม่ได้อยู่ท้ายคำ จึงควรจดจำแยกไว้แทนการฝืนจัดเข้ากฎคำลงท้ายแบบง่าย ๆ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
welcome back to pronunciation with Emma. วลี
0:04ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่การฝึกออกเสียงกับ Emma นะคะ.
welcome back to + รายการหรือกิจกรรมที่ดำเนินต่อเนื่อง
welcome back to + ชื่อ สถานที่ หรือกิจกรรม ใช้ต้อนรับคนที่กลับมายังสิ่งที่เคยเข้าร่วมมาก่อน ในที่นี้ back หมายถึงการกลับมา ผู้พูดจึงกำลังเปิดบทเรียนใหม่ของชุด Pronunciation with Emma ที่ดำเนินต่อเนื่อง ใช้ทั้งกลุ่มคำเป็นคำกล่าวเปิดว่า welcome + back + to + สถานที่หรือกิจกรรมที่กลับมาเข้าร่วม กลุ่มคำนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำทักทาย แต่ยังบอกด้วยว่าผู้ฟังกำลังกลับมาอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนจากบทเรียนสำหรับต้อนรับผู้ฟังที่กลับมาเพื่อเติมคำกล่าวเปิดให้สมบูรณ์: ____ our English club.
ดูคำตอบ
Welcome back to
we're going to have a look at words that contain the silent T. โน้ต
0:07เราจะมาดูคำที่มีตัว T ไม่ออกเสียงกันค่ะ.
we're going to have a look at + หัวข้อถัดไป
we're going to have a look at + กลุ่มคำนาม ใช้บอกว่าผู้พูดจะตรวจดูหรืออธิบายอะไรต่อไป we're going to แสดงแผน ส่วน have a look at เป็นวลีตายตัวหนึ่งชุดที่หมายถึง “ดูหรือพิจารณาสั้น ๆ” ในบทเรียนหรือวิดีโอ กลุ่มคำนี้ช่วยนำผู้ฟังเข้าสู่หัวข้อถัดไปอย่างเป็นธรรมชาติ และฟังดูเบากับเป็นภาษาพูดมากกว่า we will examine
แบบฝึกหัด
ใช้วลีจากบทเรียนเติมบทนำของวิดีโอให้สมบูรณ์: First, we're going to ____ the parts of a bicycle.
ดูคำตอบ
have a look at
the silent T: T ที่เขียนไว้แต่ไม่มีเสียง /t/
The silent T เป็นคำศัพท์ด้านการออกเสียง หมายถึงตัวอักษร t ที่ปรากฏอยู่ในการสะกดคำ แต่ไม่ออกเสียงเป็น /t/ ในคำนั้น ในที่นี้ silent หมายถึง “ไม่ออกเสียง” ไม่ใช่ “เงียบ” คำศัพท์นี้ช่วยแยกการสะกดออกจากเสียง การเห็น t ในคำไม่ได้แปลว่าจะต้องได้ยินเสียง /t/ เสมอไป รูปแบบ silent + ชื่อตัวอักษร ยังใช้บอกตัวอักษรอื่นที่ไม่ออกเสียงได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เมื่อใช้ silent T อธิบายคำหนึ่งคำ หมายความว่าอย่างไร?
- สะกดคำนั้นโดยไม่มีตัวอักษร t
- ออกเสียงตัวอักษร t เบากว่าปกติ
- มีตัวอักษร t เขียนอยู่ในคำ แต่ไม่ออกเสียงเป็น /t/
ดูคำตอบ
มีตัวอักษร t เขียนอยู่ในคำ แต่ไม่ออกเสียงเป็น /t/
that does talk about when we can remove the letter T,
0:12ที่พูดถึงว่าเมื่อไหร่เราถึงสามารถละตัว T ได้,
I do have ... that does talk: do และ does สำหรับการเน้น
ในประโยคบอกเล่า สามารถวาง do หรือ does ไว้หน้าคำกริยารูปพื้นฐานเพื่อเน้นความหมายได้ I do have หมายความว่าผู้พูด “มีจริง ๆ” และ that does talk หมายความว่าวิดีโอนั้น “พูดถึงเรื่องนี้จริง ๆ” ใช้ do กับ I และใช้ does กับประธานเอกพจน์ that ซึ่งหมายถึงวิดีโอ เนื่องจาก do หรือ does แสดงความสอดคล้องกับประธานแล้ว คำกริยาที่ตามมาจึงคงรูปพื้นฐานไว้ คือ have และ talk ไม่ใช่ has หรือ talks
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาช่วยที่ถูกต้องเพื่อทำให้ประโยคบอกเล่ามีน้ำเสียงเน้นย้ำ: I ____ want to help, and Mia ____ know the answer.
ดูคำตอบ
do · does
in very specific cases: จำกัดว่ากฎใช้ได้เมื่อใด
วลี in very specific cases บอกว่าข้อความหนึ่งเป็นจริงในกรณีใด วลีนี้จำกัดสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึงให้อยู่ในเงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน จึงไม่ใช่กฎที่ใช้ได้ทั่วไป specific หมายถึง “ระบุไว้อย่างชัดเจน” หรือ “กำหนดขอบเขตไว้อย่างแน่นอน” ไม่ได้หมายความว่าประหลาดหรือพบได้น้อยมากเสมอไป ส่วน very ทำให้การจำกัดขอบเขตชัดขึ้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “This rule changes in very specific cases.” วลี in very specific cases หมายความว่าอย่างไร
- กฎนี้เปลี่ยนเฉพาะภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
- กฎนี้เปลี่ยนเฉพาะเมื่อสถานการณ์แปลกหรือน่าประหลาดใจ
- กฎนี้เปลี่ยนในทุกสถานการณ์
ดูคำตอบ
กฎนี้เปลี่ยนเฉพาะภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
link that video down in the description: บอกผู้ชมว่าแหล่งข้อมูลอยู่ที่ไหน
ในที่นี้ link เป็นคำกริยา โดย link that video หมายถึงการให้ลิงก์ที่คลิกเพื่อไปยังวิดีโอนั้นได้ ส่วน in the description หมายถึงช่องคำอธิบายในหน้าวิดีโอ ซึ่งผู้สร้างมักใช้ใส่แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม down บอกว่าช่องนี้อยู่ด้านล่างวิดีโอในหน้าเว็บ เป็นเพียงคำบอกตำแหน่ง ไม่ใช่ส่วนที่จำเป็นของคำกริยา link ดังนั้น link that video in the description ก็เป็นธรรมชาติเช่นกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่ใช้บนแพลตฟอร์มวิดีโอด้วยคำกริยาที่หมายถึง “ให้ลิงก์ที่คลิกได้”: I'll ____ the worksheet in the description.
ดูคำตอบ
link
I also talk about when we remove the D sound as well in words.
0:22ฉันยังได้พูดถึงเมื่อเราละเสียง D ในคำต่างๆ ด้วย.
I'm just going to focus on words that always have a silent T. วลี
0:27ฉันจะโฟกัสเฉพาะคำที่มีตัว T ไม่ออกเสียงเสมอค่ะ.
focus on: มุ่งความสนใจไปที่หัวข้อหนึ่ง
ในประโยคนี้ focus on หมายถึงการให้ความสนใจกับหัวข้อหลักเรื่องหนึ่ง วลีนี้ใช้จำกัดขอบเขตของคำอธิบาย โดยผู้พูดจะพูดถึงเฉพาะคำที่ตัว T ไม่ออกเสียงเสมอ ใช้ focus on นำหน้าหัวข้อหรืองานที่ต้องการให้ความสนใจ หลังวลีนี้สามารถตามด้วยนามวลี คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น focus on pronunciation, focus on this หรือ focus on improving
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตายตัว focus on: During the meeting, let's focus ____ the budget.
ดูคำตอบ
on
a number of different + คำนามนับได้รูปพหูพจน์
ในที่นี้ a number of different หมายถึงสิ่งหลายอย่างที่ไม่ได้เป็นชนิดเดียวกันทั้งหมด a number of บอกว่ามีมากกว่าหนึ่งแต่ไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน ส่วน different เน้นความหลากหลายของกฎ หลังวลีนี้ต้องตามด้วยคำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น a number of different rules เมื่อทั้งวลีเป็นประธาน ให้ใช้กริยาพหูพจน์ เช่น A number of different rules apply.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a number of different ได้ถูกต้องเพื่อกล่าวถึงวิธีที่แตกต่างกันหลายวิธี
- The team tested a number different methods.
- The team tested a number of different methods.
- The team tested a number of different method.
ดูคำตอบ
The team tested a number of different methods.
give you plenty of examples: ให้ตัวอย่างจำนวนมากอย่างเพียงพอ
ใน “give you plenty of examples” คำว่า give ใช้โครงสร้าง give + คน + สิ่งของ โดย you คือผู้รับ และ plenty of examples คือสิ่งที่มอบให้ “Plenty of” หมายถึงมีจำนวนมาก พร้อมให้ความรู้สึกมั่นใจว่ามีเพียงพอสำหรับจุดประสงค์นั้น ในที่นี้ผู้พูดสัญญาว่าจะให้ตัวอย่างมากพอสำหรับการฝึกที่เป็นประโยชน์
แบบฝึกหัด
เติมวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “มีจำนวนมากและเพียงพอสำหรับจุดประสงค์” ลงในประโยค: The workbook gives you ____ examples to practise with.
ดูคำตอบ
plenty of
I will include a word that doesn't fit any of these rules วลี
0:44ฉันจะรวมคำหนึ่งที่ไม่ตรงกับกฎข้อไหนเลย
at the end of the video: วลีบอกโครงสร้างของเนื้อหา
“At the end of the video” เป็นวลีบอกทางที่ระบุตำแหน่งช่วงหลังที่ชัดเจนในโครงสร้างของวิดีโอ ก่อนที่ผู้พูดจะบอกว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นตรงนั้น การวางวลีนี้ไว้ต้นประโยคช่วยให้ผู้ฟังเห็นลำดับเนื้อหาอย่างง่ายและสนใจประเด็นเพิ่มเติมตอนท้าย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ at the end of + กิจกรรมหรือเนื้อหา ซึ่งหมายถึง “ในส่วนท้ายของสิ่งนั้น”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคใหม่ด้วยโครงสร้างบอกตำแหน่งภาษาอังกฤษสี่คำจากวลีที่เน้นไว้: We will do a short quiz ____ the lesson.
ดูคำตอบ
at the end of
doesn't fit any of these rules: อยู่นอกการจัดหมวดหมู่ปัจจุบัน
ในที่นี้ fit หมายถึง “ตรงกับ” หรือ “อยู่ในขอบเขตของ” ไม่ใช่ “มีขนาดพอดี” คำดังกล่าวไม่ตรงกับกฎข้อใดในชุดนี้เลย เมื่อใช้ doesn't กับ any วลีนี้หมายความว่าไม่มีกฎแม้แต่ข้อเดียวที่ใช้ได้ จึงแสดงว่าคำนั้นเป็นข้อยกเว้นหรือเป็นสิ่งที่อยู่นอกกลุ่มที่กำลังใช้แบ่งประเภท
แบบฝึกหัด
doesn't fit any of these rules ในตัวอย่างหมายความว่าอะไร
- คำนี้เปลี่ยนกฎทั้งหมด
- คำนี้มีขนาดจริงพอดีกับกฎ
- ไม่มีกฎข้อใดใช้กับคำนี้ได้
ดูคำตอบ
ไม่มีกฎข้อใดใช้กับคำนี้ได้
So, the first rule: เริ่มคำอธิบายที่เรียงตามลำดับ
So พาผู้ฟังจากบทนำเข้าสู่รายการหลัก ส่วน the first rule ใช้ทำเครื่องหมายหัวข้อแรกและบอกเป็นนัยว่าอาจมีกฎข้ออื่นตามมา ผู้พูดสามารถหยุดหลังวลีนี้แล้วจึงบอกเนื้อหาของกฎ เครื่องหมายอย่าง the next rule และ the final rule ช่วยให้ผู้ฟังติดตามลำดับได้
แบบฝึกหัด
So, the first rule มีหน้าที่หลักอย่างไรในคำอธิบาย
- เป็นการเปิดหัวข้อแรกของรายการที่เรียงลำดับ
- เป็นการบอกว่ามีกฎหมายใหม่ผ่านการอนุมัติแล้ว
- เป็นการประกาศว่าคำอธิบายทั้งหมดจบแล้ว
ดูคำตอบ
เป็นการเปิดหัวข้อแรกของรายการที่เรียงลำดับ
the ending s-t-e-n: การบอกลำดับตัวอักษรท้ายคำ
ในที่นี้ the ending หมายถึงส่วนท้ายของคำ ส่วน s-t-e-n คือการบอกตัวอักษรที่เขียนเรียงกันเป็น s, t, e, n ตามลำดับ เครื่องหมายขีดกลางบอกว่าผู้พูดกำลังอ่านชื่อตัวอักษรทีละตัว ไม่ได้อ่าน sten เป็นคำหนึ่งคำ โครงสร้าง the ending + ตัวอักษรที่สะกดทีละตัวใช้บอกได้ว่าคำหนึ่งเขียนอย่างไร
แบบฝึกหัด
the ending s-t-e-n ใช้อธิบายอะไร
- เสียงสี่เสียงที่ต้องได้ยินครบทุกเสียง
- คำหนึ่งคำที่ออกเสียงว่า sten
- ตัวอักษรสี่ตัวสุดท้ายของคำ ได้แก่ s, t, e, n
ดูคำตอบ
ตัวอักษรสี่ตัวสุดท้ายของคำ ได้แก่ s, t, e, n
normally don't pronounce the T: การบอกว่า T มักไม่ออกเสียง
normally don't pronounce the T หมายความว่าในการสะกดมีตัวอักษร t อยู่ แต่โดยทั่วไปผู้พูดจะไม่ออกเสียง /t/ ที่ตำแหน่งนั้น normally แสดงว่านี่เป็นรูปแบบที่มักเกิดขึ้น และคำหรือสำเนียงอื่นอาจแตกต่างได้ โครงสร้าง don't pronounce + ตัวอักษร สามารถนำไปใช้บอกว่าตัวอักษรที่เขียนอยู่นั้นไม่ออกเสียง
แบบฝึกหัด
ใช้วลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนเติมประโยคเกี่ยวกับ K ที่ไม่ออกเสียงให้สมบูรณ์: We normally ____ the K in the word knife.
ดูคำตอบ
don't pronounce
The next rule is when we have the spelling s-t-l-e. การใช้คำ
1:17กฎข้อต่อไปคือเมื่อเรามีการสะกดด้วย s-t-l-e.
the spelling s-t-l-e: การระบุลำดับตัวอักษรที่เขียน
ใน the spelling s-t-l-e คำว่า spelling หมายถึงตัวอักษรตามรูปที่เขียน ลำดับที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ระบุ S, T, L และ E ตามลำดับ แต่ไม่ได้บอกว่าตัวอักษรทั้งหมดออกเสียงอย่างไรเมื่ออยู่ในคำ ใช้โครงสร้าง the spelling + ลำดับตัวอักษรเมื่อต้องการชี้รูปเขียนก่อนอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในการออกเสียง
แบบฝึกหัด
วลี "the spelling s-t-l-e" ระบุอะไร
- การรับประกันว่า S, T, L และ E ต้องออกเสียงแยกกันทั้งหมด
- ตัวอักษร S, T, L, E ที่เขียนตามลำดับนี้
- คำพูดหนึ่งคำที่สร้างจากชื่อของตัวอักษรทั้งสี่
ดูคำตอบ
ตัวอักษร S, T, L, E ที่เขียนตามลำดับนี้
the ending f-t-e-n: การระบุตัวอักษรที่ท้ายคำ
ใน the ending f-t-e-n คำว่า ending หมายถึงส่วนสุดท้ายของคำ ส่วน f-t-e-n ระบุตัวอักษร F, T, E และ N ที่เขียนตามลำดับนี้ สำนวนนี้จึงบอกทั้งตัวอักษรและตำแหน่งที่อยู่ท้ายคำ นี่เป็นป้ายบอกการสะกด ไม่ใช่คู่มือการออกเสียง เพราะตัวอักษรตัวหนึ่งในส่วนท้ายอาจไม่ออกเสียงเมื่ออยู่ในคำจริง
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย "the ending f-t-e-n" ได้ถูกต้อง
- บอกว่า F, T, E และ N ต้องมีเสียงแยกกันทุกตัว
- ระบุตัวอักษร F, T, E, N ที่เขียนอยู่ท้ายคำ
- หมายความว่าประโยคสุดท้ายในข้อความมีตัวอักษรเหล่านี้
ดูคำตอบ
ระบุตัวอักษร F, T, E, N ที่เขียนอยู่ท้ายคำ
normally just pronounce this as /fən/: โครงสร้าง pronounce X as Y
pronounce X as Y หมายถึง “ออกเสียง X เป็นเสียง Y” ในที่นี้ this หมายถึงรูปแบบคำลงท้าย f-t-e-n ที่กล่าวถึงก่อนหน้า และ /fən/ หลัง as คือการออกเสียงที่ระบุไว้ normally just ทำให้คำอธิบายฟังเป็นธรรมชาติและสื่อว่านี่คือวิธีอ่านตามปกติแบบตรงไปตรงมา โครงสร้างนี้ใช้เชื่อมรูปสะกด คำ หรือตัวอักษรกับเสียงที่ออกจริงได้
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง pronounce X as Y ให้สมบูรณ์: We pronounce this ____ /fən/.
ดูคำตอบ
as
Now, this one is quite a controversial one. การใช้คำ
1:52เอาล่ะ, คำนี้เป็นที่ถกเถียงกันค่อนข้างมากค่ะ.
quite a controversial one: มีความเห็นต่าง ไม่ได้แปลว่าผิด
ใน quite a controversial one คำว่า one ใช้แทนสิ่งหนึ่งที่รู้ได้ชัดเจนจากบริบท คำนามที่ละไว้ต้องเป็นคำนามนับได้เอกพจน์ ในที่นี้ one หมายถึงประเด็นเรื่องการออกเสียง often จึงไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ controversial หมายถึงผู้คนมีความเห็นไม่ตรงกันหรือถกเถียงเรื่องนั้น ไม่ได้หมายความว่าการออกเสียงแบบหนึ่งผิดแน่นอน เพราะอาจมีมากกว่าหนึ่งรูปแบบที่ใช้อยู่จริง
แบบฝึกหัด
quite a controversial one ในที่นี้หมายถึงอะไร
- สิ่งที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
- สิ่งที่ผิดอย่างแน่นอน
- สิ่งที่ผู้คนมีความเห็นไม่ตรงกัน
ดูคำตอบ
สิ่งที่ผู้คนมีความเห็นไม่ตรงกัน
in fact: เน้นย้ำคำกล่าวและเชื่อมไปสู่หลักฐาน
ในที่นี้ in fact เน้นย้ำคำกล่าวที่ว่าหัวข้อนี้เป็นที่ถกเถียงกันมาก และส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเพิ่มข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่เจาะจงขึ้นเพื่อสนับสนุนคำกล่าวนั้น คำนี้เชื่อมคำกล่าวกับข้อมูลที่จะตามมา จึงช่วยจัดลำดับข้อมูล ไม่ได้ใช้เพื่อเปลี่ยนไปยังหัวข้ออื่น
แบบฝึกหัด
in fact ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เน้นย้ำคำกล่าวและเตรียมนำไปสู่รายละเอียดสนับสนุน
- เปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ทำให้คำกล่าวอ่อนลงและไม่แน่นอนมากขึ้น
ดูคำตอบ
เน้นย้ำคำกล่าวและเตรียมนำไปสู่รายละเอียดสนับสนุน
I made a full video about it about a year or two ago.
1:56จนฉันเคยทำวิดีโอเต็มๆ เกี่ยวกับมันเมื่อปีหรือสองปีก่อนเลย.
you can say often or often: การออกเสียงสองแบบที่ยอมรับได้
ในโครงสร้าง you can say X or Y คำว่า can หมายถึง “สามารถใช้แบบนี้ได้” ไม่ได้หมายถึง “มีความสามารถที่จะพูดออกมา” โครงสร้างนี้บอกว่าทั้งสองตัวเลือกเป็นที่ยอมรับ คำว่า often ทั้งสองคำในตัวเขียนสะกดเหมือนกัน แต่แทนการออกเสียงสองแบบ ได้แก่ /ˈɒfən/ ที่ไม่มีเสียง /t/ และ /ˈɒftən/ ที่มีเสียง /t/ ทั้งสองแบบใช้ในภาษาอังกฤษแบบบริติช
แบบฝึกหัด
ประโยค you can say often or often หมายความว่าอย่างไรในที่นี้?
- ยอมรับเฉพาะการออกเสียงที่มี /t/ เท่านั้น
- การออกเสียง often ทั้งสองแบบเป็นที่ยอมรับในที่นี้
- ผู้พูดมีความสามารถเพียงพอที่จะออกเสียง often
ดูคำตอบ
การออกเสียง often ทั้งสองแบบเป็นที่ยอมรับในที่นี้
really doesn't matter which one you use: จะใช้อันไหนก็ได้จริง ๆ
Really doesn't matter ใช้ทำให้ผู้ฟังสบายใจว่าเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ในประโยคนี้ really ช่วยเน้นการปลอบใจว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกอันไหน คนอื่นก็ยังเข้าใจคุณได้ Which one you use ระบุสิ่งที่เลือกซึ่งไม่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป ประโยคนี้ไม่ได้แปลว่า “ไม่ต้องสนใจเรื่องนี้” แต่หมายถึงตัวเลือกทั้งสองใช้ได้สำหรับจุดประสงค์นี้
แบบฝึกหัด
ปากกามาร์กเกอร์สองด้ามเขียนเป็นสีเดียวกัน ประโยคใดทำให้อีกฝ่ายสบายใจอย่างเป็นธรรมชาติว่าใช้ด้ามไหนก็ได้
- It really doesn't matter which one you use.
- It really matters which one you use.
- It really doesn't matter because you cannot use either one.
ดูคำตอบ
It really doesn't matter which one you use.
whether you use one or the other: ไม่ว่าจะใช้อันหนึ่งหรืออีกอัน
Whether ใช้เปิดตัวเลือกสองทางทั้งหมด และ one or the other หมายถึงตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่งจากสองตัวเลือก ประโยคหลักบอกว่าทั้งสองทางให้ผลเหมือนกัน คือคนอื่นจะเข้าใจคุณไม่ว่าคุณจะเลือกอันไหน ในที่นี้ whether ไม่ได้ใช้เริ่มคำถาม แต่สร้างอนุประโยคแสดงตัวเลือกที่หมายถึง “ไม่ว่าจะใช้ตัวไหนจากสองตัวเลือก” รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อทางเลือกทั้งสองให้ผลเหมือนกัน
แบบฝึกหัด
ปากกาสไตลัสสองด้ามใช้กับแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งได้ ประโยคใดบอกชัดที่สุดว่าแท็บเล็ตจะทำงานได้ไม่ว่าจะใช้ด้ามไหน
- Use the first stylus because the second one does not work with the tablet.
- Both styluses are compatible, so the tablet will work whether you use one or the other.
- The tablet will work if you use the first stylus, but the other one is incompatible.
ดูคำตอบ
Both styluses are compatible, so the tablet will work whether you use one or the other.
One is not more correct or incorrect than the other: ไม่ตัดสินว่าตัวเลือกใดถูกต้องกว่า
ในประโยคนี้ not ปฏิเสธการเปรียบเทียบที่สร้างด้วย more ... than ผู้พูดไม่ได้เลือกการออกเสียงแบบหนึ่งว่าถูกต้องกว่าหรือผิดกว่าอีกแบบหนึ่ง One และ the other หมายถึงตัวเลือกสองอย่าง คุณใช้โครง one is not more + adjective + than the other เพื่อปฏิเสธคำกล่าวว่าสิ่งแรกในสองสิ่งมีคุณสมบัตินั้นในระดับสูงกว่าได้ โครงนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าทั้งสองสิ่งไม่มีคุณสมบัตินั้น
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย One is not more correct or incorrect than the other. ได้ดีที่สุด
- ตัวเลือกแรกถูกต้องกว่าตัวเลือกที่สอง
- ไม่มีตัวเลือกใดถูกตัดสินว่าถูกต้องกว่าหรือผิดกว่าอีกตัวเลือกหนึ่ง
- ทั้งสองตัวเลือกผิด
ดูคำตอบ
ไม่มีตัวเลือกใดถูกตัดสินว่าถูกต้องกว่าหรือผิดกว่าอีกตัวเลือกหนึ่ง
in the dictionary: มีบันทึกอยู่ในพจนานุกรม
ในที่นี้ be in the dictionary หมายถึงคำ การออกเสียง การสะกด หรือการใช้รูปแบบหนึ่งได้รับการบันทึกไว้ในพจนานุกรม They're both หมายถึงการออกเสียงทั้งสองแบบที่กำลังพูดถึงมีรายชื่ออยู่ รายการในพจนานุกรมช่วยยืนยันว่ารูปแบบหนึ่งได้รับการบันทึกไว้ แต่ข้อมูลนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้แสดงว่ารูปแบบนั้นใช้บ่อยที่สุด ใช้บ่อยเท่ากันทุกที่ หรือเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องเพียงแบบเดียว
แบบฝึกหัด
ตัดสินว่าถูกหรือผิด หากการออกเสียงสองแบบถูกบอกว่า in the dictionary นั่นหมายความว่าทั้งสองแบบได้รับการบันทึกไว้ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกคนใช้ทั้งสองแบบบ่อยเท่ากัน
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ถูก
Let me know in the comments: บอกฉันในช่องความคิดเห็น
“Let me know” เป็นคำขอแบบเป็นกันเอง หมายถึง “บอกฉันหน่อย” หรือ “แจ้งข้อมูลให้ฉันรู้” ส่วน “in the comments” บอกว่าผู้ชมควรตอบที่ไหน นั่นคือช่องความคิดเห็นใต้คลิป “let” ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายปกติว่า “อนุญาต” ให้จำ “let me know” เป็นวลีที่ใช้ขอคำตอบ ตัวเลือก ข่าวอัปเดต หรือความคิดเห็นจากผู้อื่น
แบบฝึกหัด
เติมคำเชิญทางออนไลน์ด้วยวลีสามคำจากบทเรียน: ____ in the comments.
ดูคำตอบ
Let me know
team T ... not team T: ฝ่ายออกเสียง T หรือฝ่ายไม่ออกเสียง T
“team” + ตัวเลือกหรือป้ายชื่อ สามารถใช้แบบขำ ๆ เพื่อหมายถึง “คนที่สนับสนุนหรือชอบตัวเลือกนั้น” ในประโยคนี้ “team T” หมายถึงคนที่ออกเสียง t ในคำว่า “often” ส่วน “not team T” หมายถึงคนที่ไม่ออกเสียง คำเหล่านี้ไม่ใช่ชื่อทีมอย่างเป็นทางการ คำถามนี้เปลี่ยนตัวเลือกการออกเสียงให้เป็นชื่อกลุ่มสนุก ๆ และชวนผู้ชมเลือกว่าตนอยู่ฝ่ายไหน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “team” + ตัวเลือกเป็นป้ายบอกความชอบแบบขำ ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- I'm team tea—I drink it every morning.
- I'm a team tea—I drink it every morning.
- I joined the tea sports team because I drink it every morning.
ดูคำตอบ
I'm team tea—I drink it every morning.
French words that we have taken and we use in English: คำภาษาฝรั่งเศสที่ภาษาอังกฤษรับมาใช้
วลีนี้หมายถึงคำภาษาฝรั่งเศสที่ภาษาอังกฤษรับมาและใช้ในปัจจุบัน taken ไม่ได้หมายถึงการ “เอาไป” จริง ๆ แต่หมายถึงผู้พูดภาษาอังกฤษเริ่มใช้คำเหล่านั้น โดยไม่ได้หยิบหรือนำสิ่งใดออกไป คำเหล่านี้เรียกว่าคำยืมจากภาษาฝรั่งเศส การรู้ว่าคำมีที่มาจากภาษาฝรั่งเศสช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดการสะกดหรือการออกเสียงจึงต่างจากรูปแบบภาษาอังกฤษที่คุ้นเคย อย่างไรก็ตาม คำยืมอาจเปลี่ยนไปหลังเข้าสู่ภาษาอังกฤษ จึงไม่จำเป็นต้องออกเสียงเหมือนในภาษาฝรั่งเศสทุกประการ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ French words that we have taken หมายถึงอะไร
- คำภาษาฝรั่งเศสที่ภาษาอังกฤษยืมมาและใช้ในปัจจุบัน
- คำภาษาฝรั่งเศสที่ผู้พูดภาษาอังกฤษไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยน
- คำภาษาฝรั่งเศสที่ถูกนำออกจากประเทศฝรั่งเศสจริง ๆ
ดูคำตอบ
คำภาษาฝรั่งเศสที่ภาษาอังกฤษยืมมาและใช้ในปัจจุบัน
end with a T ... don't pronounce it: ลงท้ายด้วย T แต่ไม่ออกเสียงตัวนั้น
ใน if they end with a T โครงสร้าง end with + ตัวอักษร ใช้บอกตัวอักษรสุดท้ายในการสะกดคำ they หมายถึงคำที่มาจากภาษาฝรั่งเศสซึ่งกำลังพูดถึง และ it หมายถึง T ท้ายคำ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ระบุเงื่อนไขด้านการสะกด ส่วนประโยคหลักบอกผลด้านการออกเสียง: สำหรับคำกลุ่มนี้ T ที่เขียนไว้ท้ายคำมักไม่ออกเสียง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายคำที่เขียนลงท้ายด้วย T แต่ไม่ออกเสียง T ได้ถูกต้อง
- The word ends with the letter T, but it does not end with a /t/ sound.
- The whole word is not pronounced because it ends with T.
- The word ends with a /t/ sound, so the final T is silent.
ดูคำตอบ
The word ends with the letter T, but it does not end with a /t/ sound.
Ballet ... ricochet: การออกเสียงคำยืมจากภาษาฝรั่งเศส
คำอังกฤษเหล่านี้ยืมมาจากภาษาฝรั่งเศส หรือยังคงได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการสะกดและการออกเสียงแบบฝรั่งเศส ในการออกเสียงทั่วไปที่ยกมานี้ T ท้ายคำใน ballet, gourmet, rapport และ ricochet ไม่ออกเสียง และตัวอักษรก่อนหน้า T ก็ไม่ได้อ่านตามรูปแบบเสียงที่พบบ่อยที่สุดของภาษาอังกฤษเสมอไป คำว่า buffet ต้องดูความหมายด้วย คำนามที่หมายถึงอาหารแบบบริการตนเอง ในภาษาอังกฤษแบบบริติชมักออกเสียง /ˈbʊfeɪ/ โดยไม่ออกเสียง T ส่วนคำกริยาที่หมายถึง “กระแทกซ้ำ ๆ” ออกเสียง /ˈbʌfɪt/ โดยออกเสียง T ให้มองนี่เป็นรูปแบบที่มีประโยชน์ของคำยืม ไม่ใช่กฎสำหรับคำที่มาจากภาษาฝรั่งเศสหรือคำที่ลงท้ายด้วย T ทุกคำ
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยิน โดยสังเกตว่าคำสำคัญลงท้ายด้วย /eɪ/ หรือ /ət/
- We talked about the ballet after lunch.
- We talked about the ballot after lunch.
ดูคำตอบ
We talked about the ballet after lunch.
Mortgage: ตัว T ที่ไม่ออกเสียงกลางคำ
mortgage เป็นคำนามที่ใช้ทั่วไป หมายถึงเงินกู้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน โดยเฉพาะสินเชื่อบ้าน คำนี้เข้าสู่ภาษาอังกฤษผ่านภาษาฝรั่งเศส ที่ยกคำนี้ขึ้นมาเพราะ T ที่เขียนไว้ไม่ออกเสียง แม้จะอยู่กลางคำแทนที่จะอยู่ท้ายคำ ประวัติของคำช่วยอธิบายการสะกดที่ไม่ปกตินี้ แต่การอ่านเป็นลักษณะเฉพาะของคำนี้ ให้จำ mortgage เป็นคำเดียวทั้งคำ ไม่ใช่แยกเป็น mort กับ gage การมาจากภาษาฝรั่งเศสไม่ได้ทำให้ T ที่อยู่กลางคำทุกตัวไม่ออกเสียง
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายการออกเสียง mortgage แบบบริติชมาตรฐานได้ถูกต้อง
- T ออกเสียงชัดเจนระหว่างพยางค์แรกกับพยางค์ที่สอง
- T ไม่ออกเสียง และ mortgage มีสองพยางค์
- mortgage ปกติออกเสียงเป็นสามพยางค์
ดูคำตอบ
T ไม่ออกเสียง และ mortgage มีสองพยางค์
doesn't quite fit in with any of the other rules: ไม่ค่อยสอดคล้องกับกฎอื่น ๆ
Fit in with หมายถึงเข้ากันหรือสอดคล้องกับกฎ แผน ระบบ หรือกลุ่ม ในประโยคนี้หมายความว่าตัวอย่างดังกล่าวไม่สามารถอธิบายได้อย่างลงตัวด้วยกฎอื่น ๆ ไม่ได้หมายถึงการใส่สิ่งของลงในพื้นที่จริง Doesn't quite ช่วยทำให้น้ำเสียงนุ่มลง โดยหมายถึงไม่ทั้งหมดหรือไม่ค่อย จึงเป็นการบอกว่าไม่สอดคล้องกันอย่างไม่ตรงหรือแข็งเกินไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย fit in with: This exception doesn't quite ____ the usual rule.
ดูคำตอบ
fit in with
squeeze it in: แทรกบางสิ่งเข้าไปในเวลาหรือพื้นที่จำกัด
Squeeze it in หมายถึงหาช่องเวลาหรือพื้นที่เล็กน้อยเพื่อเพิ่มบางสิ่งเข้าไป แม้ว่าแผนเดิมจะเต็มแล้วก็ตาม ในที่นี้หมายถึงการเพิ่มอีกหนึ่งประเด็นลงในวิดีโอ ไม่ได้หมายถึงการบีบวัตถุจริง ๆ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ระหว่าง squeeze กับ in: squeeze it in วลีนี้มักสื่อว่าการเพิ่มสิ่งนั้นต้องใช้ความพยายามหรือปรับแผนเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย squeeze it in: The game is short, and we have a few minutes before lunch, so we can ____.
ดูคำตอบ
squeeze it in
Christmas: ตัว T ที่ไม่ออกเสียง
คำว่า Christmas สะกดด้วยตัว t แต่ไม่ออกเสียง t กล่าวคือ ในรูปเขียนมี t แต่ในการออกเสียงปกติจะไม่ได้ยิน จึงอาจฟังดูสั้นกว่าการอ่านตามตัวอักษรทีละตัว ให้จำรูปสะกดเต็ม Christmas คู่กับเสียงอ่านทั่วไป /ˈkrɪsməs/ และอย่าเติมเสียง /t/ ชัด ๆ ตรงกลาง
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกข้อความที่ได้ยิน โดยสังเกตความแตกต่างระหว่าง Christmas กับ Chris must
- Christmas arrives early in this story.
- Chris must arrive early in this story.
ดูคำตอบ
Christmas arrives early in this story.
that's it for this video: การปิดเนื้อหาช่วงหนึ่ง
That's it for this video เป็นวลีปิดท้ายที่บอกว่าเนื้อหาหลักของวิดีโอจบแล้ว ในที่นี้ that's it ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของ แต่เป็นการสรุปและปิดสิ่งที่ผู้พูดเพิ่งนำเสนอ โครงสร้าง That's it for + เนื้อหาหรือกิจกรรม ช่วยจัดช่วงปิดท้ายด้วยการบอกว่าสิ่งใดจบลง เช่น today's lesson หรือ the demo
แบบฝึกหัด
เติมประโยคปิดท้ายที่เป็นธรรมชาตินี้ด้วยหนึ่งคำ: That's it ____ today's lesson.
ดูคำตอบ
for
If you've enjoyed this video and learned something new,
3:38ถ้าคุณสนุกกับวิดีโอนี้และได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ,
hit the like button: hit หมายถึง “คลิก”
ใน hit the like button คำว่า hit หมายถึงการคลิกหรือกดส่วนควบคุมบนหน้าจอ ไม่ได้หมายถึงการตีปุ่ม นี่เป็นคำชวนที่กระตือรือร้นให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับวิดีโอ รูปแบบ hit + button หรือ key ยังใช้พูดถึงการเปิดใช้ส่วนควบคุมอื่นได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ในวิดีโอ hit the like button หมายความว่าอะไร?
- หมายถึงใช้มือตีหน้าจอ
- หมายถึงคลิกปุ่มถูกใจ
- หมายถึงค้นหาปุ่มถูกใจ
ดูคำตอบ
หมายถึงคลิกปุ่มถูกใจ
help me out: การช่วยเหลือที่ใช้ได้จริง
help someone out หมายถึงการให้ความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนที่ใช้ได้จริงเมื่ออีกฝ่ายต้องการ ในประโยคนี้ help me out หมายถึงการกระทำที่ผู้ชมทำได้ฟรีช่วยสนับสนุนผู้พูด out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี help out ไม่ได้แปลว่า “ออกไปข้างนอก” ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ระหว่าง help กับ out เช่น help me out หรือ help her out
แบบฝึกหัด
เติมสำนวน help someone out ในคำขอนี้ให้สมบูรณ์: Could you help me ____ with these boxes?
ดูคำตอบ
out
if you haven't already: การละการกระทำที่เข้าใจได้จากบริบท
ใน if you haven't already จะไม่พูดการกระทำที่ตามหลัง haven't ในทางไวยากรณ์คือมีการละกริยารูป past participle การกระทำที่หายไปต้องเติมจากบริบท ในที่นี้หมายถึง “ถ้าคุณยังไม่ได้กดติดตาม” ดังนั้นวลีนี้จึงเป็นเงื่อนไขแบบย่อ already ใช้ถามว่าการกระทำนั้นเสร็จก่อนตอนนี้หรือยัง ไม่ได้แปลว่า “สาย” วลีนี้ช่วยไม่ให้พูดการกระทำซ้ำ และไม่รวมคนที่ทำไปแล้วไว้ในคำขอ
แบบฝึกหัด
ในวลี if you haven't already มีอะไรที่ไม่ได้พูดไว้หลัง haven't?
- เวลาที่เริ่มสาย
- การกระทำที่บริบททำให้เข้าใจได้ชัดเจน
- สถานที่ใกล้ผู้พูด
ดูคำตอบ
การกระทำที่บริบททำให้เข้าใจได้ชัดเจน
you're new around here: เพิ่งเข้ามาในสถานที่หรือกลุ่ม
You're new around here หมายความว่าคุณเพิ่งมาถึงหรือเพิ่งเข้าร่วมสถานที่ ที่ทำงาน ช่อง หรือชุมชนที่กำลังพูดถึง จึงอาจยังไม่คุ้นเคยกับที่นั่น Around here ใช้ได้อย่างยืดหยุ่น โดยอาจหมายถึงพื้นที่จริง หรือพื้นที่ทางสังคมและออนไลน์ก็ได้ เมื่อเทียบกับ you're new here รูปนี้มักฟังเป็นภาษาสนทนามากกว่า และเน้นว่าคุณยังไม่คุ้นกับสภาพแวดล้อมหรือกลุ่มโดยรวม
แบบฝึกหัด
ใช้วลีจากบทเรียนให้ตรงทุกคำเพื่อเติมประโยค: Don't worry if ____; we'll show you how things work.
ดูคำตอบ
you're new around here
press the subscribe button: กดปุ่มติดตาม
Press the subscribe button เป็นคำสั่งให้ผู้ฟังเปิดใช้ปุ่มบนหน้าจอที่เขียนว่า Subscribe ในที่นี้ press หมายถึงเลือกหรือกดส่วนควบคุม และ subscribe หมายถึงเริ่มติดตามช่องเพื่อให้หาคอนเทนต์ใหม่ของช่องได้ง่ายขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ press + a/the + ชื่อปุ่ม ซึ่งพบได้บ่อยในคำแนะนำแบบพูดสำหรับเว็บไซต์ แอป เกม และอุปกรณ์ต่าง ๆ
แบบฝึกหัด
คำสั่งใดบอกผู้ชมให้เปิดใช้ปุ่ม Subscribe ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- Press to the subscribe button.
- Subscribe the button.
- Press the subscribe button.
ดูคำตอบ
Press the subscribe button.
the little bell icon next to it: ไอคอนรูประฆังเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างปุ่มนั้น
The little bell icon หมายถึงสัญลักษณ์รูประฆังขนาดเล็กในหน้าจอใช้งาน บนแพลตฟอร์มวิดีโอ สัญลักษณ์นี้มักใช้สำหรับการตั้งค่าการแจ้งเตือน ไม่ใช่ระฆังจริง Next to it บอกตำแหน่งว่าไอคอนอยู่ข้างปุ่ม Subscribe ที่เพิ่งกล่าวถึง คำสรรพนาม it ย้อนกลับไปหมายถึงปุ่มนั้น จึงช่วยให้ผู้ฟังหาไอคอนที่ถูกต้องบนหน้าจอได้
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: Press the subscribe button and the little bell icon next to it. ใน next to it คำว่า it หมายถึงอะไร?
- the subscribe button
- the whole video
- a real bell
ดูคำตอบ
the subscribe button
every single time: ใช้ single เพื่อเน้นว่าทุกครั้งไม่มีข้อยกเว้น
every single time หมายถึง “ทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น” คำว่า single ในที่นี้ใช้เน้น every ไม่ได้หมายถึง “โสด” และไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เมื่อเทียบกับ every time รูปนี้ให้การเน้นที่ชัดกว่า ผู้พูดกำลังย้ำว่าจะมีการแจ้งเตือนทุกครั้ง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The gate opens every single time the bus arrives.” every single time เน้นความหมายใด?
- ประตูอาจเปิดในภายหลัง
- ประตูเปิดเพียงครั้งเดียว
- ประตูเปิดทุกครั้งที่รถบัสมาถึงโดยไม่มีข้อยกเว้น
ดูคำตอบ
ประตูเปิดทุกครั้งที่รถบัสมาถึงโดยไม่มีข้อยกเว้น
go live: เริ่มถ่ายทอดสด
ในบริบทของแพลตฟอร์มวิดีโอและโซเชียลมีเดีย go live หมายถึง “เริ่มถ่ายทอดสด” คำว่า go ในที่นี้แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สถานะใหม่ ดังนั้นสำนวนนี้จึงเน้นช่วงเวลาที่การถ่ายทอดสดเริ่มขึ้น live ใช้อธิบายสิ่งที่กำลังออกอากาศแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่คำกริยา live ที่หมายถึง “อาศัยอยู่”
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่ใช้บนแพลตฟอร์มและหมายถึง “เริ่มถ่ายทอดสด”:The host is ready to ____ at six.
ดูคำตอบ
go live
If you'd like to learn more about silent letters, การใช้คำ
3:55ถ้าคุณอยากเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวอักษรที่ไม่ออกเสียง,
silent letters: ตัวอักษรที่เขียนแต่ไม่ออกเสียง
silent letters คือตัวอักษรที่ปรากฏอยู่ในการสะกดคำ แต่ไม่มีเสียงแยกของตัวเองในการออกเสียงคำนั้นตามปกติ ตัวอย่างเช่น k ในคำว่า knife เขียนอยู่ในคำ แต่ไม่ออกเสียง วลีนี้เป็นชื่อเรียกปรากฏการณ์ด้านการสะกดและการออกเสียง ในที่นี้ letters หมายถึงตัวอักษร ไม่ใช่จดหมาย ดังนั้น silent letters จึงไม่ได้หมายถึง “จดหมายที่เงียบ”
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์ที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึงตัวอักษรที่เขียนแต่ไม่ออกเสียง: Some English words contain ____.
ดูคำตอบ
silent letters
in a playlist: จัดรวมในรายการสื่อที่บันทึกไว้
in a playlist แสดงว่าวิดีโอถูกจัดรวมไว้ในคอลเลกชันหนึ่งที่บันทึกอยู่บนแพลตฟอร์มสื่อ playlist สามารถมีทั้งวิดีโอและเพลง โดยมักจัดตามหัวข้อเดียวกันหรือตามลำดับที่เลือกไว้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายว่าชุดวิดีโอถูกจัดไว้อย่างไร เพื่อให้ผู้ชมค้นหาหรือดูวิดีโอที่เกี่ยวข้องต่อกันได้ ไม่ได้หมายความว่าวิดีโอถูกเปลี่ยนให้เป็นเพลง
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่เน้นไว้: To keep the tutorial videos together, I put them ____.
ดูคำตอบ
in a playlist
will link ... down below for you: จะแปะลิงก์ไว้ด้านล่างให้คุณ
ในที่นี้ link เป็นคำกริยา หมายถึงการเพิ่มหรือให้ลิงก์ออนไลน์ไปยังแหล่งข้อมูล คำว่า that ที่อยู่ก่อนส่วนที่เน้นหมายถึงแหล่งข้อมูลนั้น และทำหน้าที่เป็นกรรมของ link down below ชี้ไปยังบริเวณด้านล่างของหน้าวิดีโอ โดยทั่วไปคือช่องคำอธิบายหรือส่วนข้อมูลอื่น ๆ ส่วน for you บอกว่าผู้สร้างวางลิงก์ไว้ตรงนั้นเพื่อให้ผู้ชมสะดวก
แบบฝึกหัด
ผู้สร้างเนื้อหาพูดว่า “I'll link the guide down below for you.” เขากำลังสัญญาว่าจะทำอะไร?
- ขอให้ผู้ชมสร้างลิงก์เอง
- นำคู่มือลงไปชั้นล่าง
- วางลิงก์คู่มือไว้ในส่วนล่างของหน้าเว็บ
ดูคำตอบ
วางลิงก์คู่มือไว้ในส่วนล่างของหน้าเว็บ
check those out: ลองไปดูสิ่งเหล่านั้น
ในคำแนะนำนี้ check those out หมายถึงการไปดูหรือสำรวจสิ่งเหล่านั้นเพื่อรู้จักให้มากขึ้น those หมายถึงแหล่งข้อมูลที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ เช่น วิดีโอหรือเพลย์ลิสต์ บริบทแสดงให้เห็นว่า check out ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมหรือจ่ายเงินที่ร้านค้า check out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ในประโยคนี้ สรรพนามชี้เฉพาะ those อยู่ระหว่าง check กับ out สรรพนามบุรุษก็ใช้รูปแบบเดียวกัน คือ check it out และ check them out ไม่ใช่ check out it หรือ check out them
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วย check out และสรรพนาม them: I found two fun science videos. Go and ____.
ดูคำตอบ
check them out
Have a fantastic week: คำอวยพรที่เป็นมิตรเมื่อกล่าวลา
Have a fantastic week เป็นคำอวยพรที่เป็นมิตร ผู้พูดหวังว่าอีกฝ่ายจะมีความสุขตลอดสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง ในที่นี้ have หมายถึง “ได้ใช้เวลา” หรือ “ได้ประสบ” ไม่ใช่ “เป็นเจ้าของ” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Have a/an + คำคุณศัพท์ + ช่วงเวลาหรือประสบการณ์ โครงสร้างนี้ทำให้วลีอย่าง a fantastic week กลายเป็นคำอวยพรที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะตอนกล่าวลา
แบบฝึกหัด
วันนี้เป็นวันจันทร์และครูกำลังจบชั้นเรียน เติมคำอวยพรที่เป็นมิตรสำหรับทั้งสัปดาห์โดยใช้ fantastic: ____.
ดูคำตอบ
Have a fantastic week
see you next lesson: คำกล่าวลาในชั้นเรียน
See you next lesson เป็นคำกล่าวลาที่เป็นมิตรในชั้นเรียน หมายความว่าผู้พูดคาดว่าจะพบผู้ฟังอีกครั้งในบทเรียนถัดไป See you เป็นสำนวนกล่าวลาตายตัวที่ใช้ได้ทั้งกับชั้นเรียนออนไลน์ ชุดบทเรียนที่บันทึกไว้ และการพบกันต่อหน้า ใช้โครงสร้าง See you + เวลาหรือกิจกรรม เพื่อบอกเวลาหรือโอกาสที่จะพบกันครั้งต่อไป เช่น See you tomorrow, See you next time หรือ See you next class ในสำนวนบอกเวลานี้ next lesson วางต่อจาก see you โดยตรงโดยไม่ใช้คำบุพบท
แบบฝึกหัด
ครูกำลังจบบทเรียนออนไลน์และบอกว่าทุกคนจะพบกันอีกเมื่อใด เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่เน้นไว้: I will see you ____.
ดูคำตอบ
next lesson