ทำไมเยื่อหุ้มสมองอักเสบถึงอันตรายนัก? - เมลวิน ซานิคาส: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
670 คำ 153 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรียแพร่เชื้อ ผ่านแนวกั้นที่ทำหน้าที่ปกป้องร่างกาย ทำให้เนื้อเยื่อรอบสมองอักเสบ และก่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้อย่างรวดเร็วอย่างไร พร้อมชี้ให้เห็นว่าเหตุใดการรักษาทันทีและการฉีดวัคซีนจึงสำคัญ โดยเฉพาะต่อผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. with which — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การแยกโครงสร้างทางการที่นำคำบุพบทมารวมกับสรรพนามเชื่อมความ เพื่อระบุความเร็วหรือวิธีที่การกระทำเกิดขึ้น ทักษะนี้ช่วยให้ติดตามประโยควิทยาศาสตร์ที่มีข้อมูลหนาแน่น และเห็นว่ารายละเอียดเชื่อมกลับไปยังกลุ่มคำนามก่อนหน้าอย่างแม่นยำอย่างไร 2. kicks into overdrive, — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่านี่คือภาพเปรียบเทียบว่าระบบหนึ่งทำงานหนักเกินปกติ ไม่ได้กล่าวถึงเครื่องจักรตามตัวอักษร สามารถนำไปใช้บรรยายการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ภาระงาน การผลิต หรือกิจกรรมอื่นที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน 3. though cases do happen all over the world. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า though ใช้เพิ่มข้อจำกัดให้ข้อมูลก่อนหน้า ส่วน do แบบเน้นย้ำยืนยันว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง รูปแบบนี้ช่วยแก้ความเข้าใจผิดว่าโรคที่พบมากในภูมิภาคหนึ่งจะเกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่นั้นเท่านั้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In 1987, tens of thousands of people gathered in Saudi Arabia วลี

0:06

ในปี 1987 ผู้คนหลายหมื่นคนมารวมตัวกันที่ซาอุดีอาระเบีย

วลี

tens of thousands of: จำนวนโดยประมาณในระดับหลายหมื่น

tens of thousands of หมายถึงจำนวนมากโดยประมาณในระดับหลายหมื่น ไม่ได้ระบุตัวเลขที่แน่นอน และในประโยคนี้ใช้แสดงว่าฝูงชนมีขนาดใหญ่มาก วลีบอกจำนวนทั้งหมดวางไว้หน้าคำนามพหูพจน์ เช่น tens of thousands of people อย่าดูเพียงคำว่า tens แล้วเข้าใจว่าเป็นแค่หลายสิบ เพราะส่วน of thousands ทำให้จำนวนเพิ่มเป็นระดับหลายหมื่น

แบบฝึกหัด

เติมรายงานด้วยวลีที่หมายถึงจำนวนโดยประมาณในระดับหลายหมื่น: ____ people joined the march.

ดูคำตอบ

Tens of thousands of

for the annual Hajj pilgrimage. วัฒนธรรม

0:11

เพื่อเข้าร่วมพิธีฮัจญ์ประจำปี

วัฒนธรรม

annual Hajj pilgrimage: การแสวงบุญประจำปีของชาวมุสลิมไปยังนครเมกกะ

Hajj คือการแสวงบุญครั้งสำคัญในศาสนาอิสลามไปยังนครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย พิธีนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาที่กำหนดของทุกปีและทำให้ผู้แสวงบุญชาวมุสลิมมารวมตัวกัน Hajj เป็นชื่อของการแสวงบุญ ไม่ใช่ชื่อสถานที่ ใน annual Hajj pilgrimage คำว่า annual หมายถึงเกิดขึ้นทุกปี ส่วน pilgrimage สื่อถึงการเดินทางเพื่อจุดประสงค์ทางศาสนา ภูมิหลังนี้อธิบายได้ว่าทำไมผู้คนจำนวนมากจึงมารวมตัวกันในซาอุดีอาระเบีย

แบบฝึกหัด

annual Hajj pilgrimage ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. การแสวงบุญประจำปีของชาวมุสลิมไปยังนครเมกกะ
  2. การประชุมทางการแพทย์ประจำปี
  3. เมืองธรรมดาแห่งหนึ่งในซาอุดีอาระเบีย
ดูคำตอบ

การแสวงบุญประจำปีของชาวมุสลิมไปยังนครเมกกะ

But what started out as a celebration led to a health crisis. โน้ต

0:14

แต่สิ่งที่เริ่มต้นจากการเฉลิมฉลองกลับนำไปสู่วิกฤตด้านสุขภาพ

กริยาวลี

what started out as a celebration: สภาพแรกเริ่มก่อนการเปลี่ยนแปลง

ในโครงสร้าง start out as + นามวลี คำว่า start out as หมายถึง “เริ่มต้นด้วยสถานะ รูปแบบ หรือจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง” มักใช้เพื่อปูไปสู่การเปลี่ยนแปลงหรือผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงในภายหลัง ในที่นี้ what started out as a celebration หมายถึง “เหตุการณ์ที่ตอนแรกเป็นการเฉลิมฉลอง” อนุประโยค what ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ led to จึงนำรูปแบบแรกเริ่มของเหตุการณ์มาเป็นจุดตั้งต้นของความขัดแย้งในประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “เริ่มต้นด้วยสถานะอย่างหนึ่ง”: The community garden ____ an empty lot but later became a neighborhood meeting place.

ดูคำตอบ

started out as

วลี

led to: เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์

Led to เป็นรูปอดีตของ lead to ในที่นี้หมายถึง “ทำให้เกิดหรือก่อให้เกิด” ไม่ใช่ “นำทางใครบางคนไปยังสถานที่หนึ่ง” เหตุการณ์ที่อยู่หน้า led to ถูกนำเสนอเป็นสาเหตุ และ a health crisis เป็นผลลัพธ์ ในการใช้บอกเหตุและผลเช่นนี้ lead to ตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing เช่น lead to a delay และ lead to people leaving โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในข่าว คำอธิบาย และการให้เหตุผล

แบบฝึกหัด

เติมวลีรูปอดีตที่แสดงว่าสายเคเบิลที่ชำรุดเป็นสาเหตุ: The damaged cable ____ a power outage.

ดูคำตอบ

led to

Just a few days after the pilgrimage,

0:18

เพียงไม่กี่วันหลังจากการแสวงบุญ

more than 2,000 cases of meningitis broke out, กริยาวลี

0:20

ก็เกิดผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบมากกว่า 2,000 ราย

กริยาวลี

broke out: การเริ่มขึ้นอย่างฉับพลันและควบคุมไม่ได้

Broke out เป็นรูปอดีตของ break out ใช้เมื่อโรค ไฟไหม้ สงคราม หรือเหตุการณ์คล้ายกันที่ควบคุมได้ยากเริ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ความหมายนี้ไม่ใช่การนำความหมายตรงตัวของ break และ out มารวมกัน ในประโยคนี้ more than 2,000 cases of meningitis เป็นประธานทางไวยากรณ์ ใจความคือผู้ป่วยเหล่านี้ปรากฏขึ้นระหว่างการระบาดของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ break out: A new disease ____ in the coastal town.

ดูคำตอบ

broke out

spreading across Saudi Arabia and the rest of the world. วลี

0:24

แพร่ระบาดไปทั่วซาอุดีอาระเบียและภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก

วลี

spreading across: แพร่กระจายไปทั่วพื้นที่

spreading across เป็นการใช้ spread ร่วมกับ across เพื่อแสดงการเคลื่อนหรือการขยายไปทั่วสถานที่ กลุ่ม หรือพื้นที่กว้าง across ในที่นี้เน้นการครอบคลุมพื้นที่ ไม่ได้หมายถึงเพียงการข้ามจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง รูป -ing เชื่อมต่อคำบรรยายจากอนุประโยคก่อนหน้า โดยหมายถึงโรคกำลังไปถึงพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วซาอุดีอาระเบียและบริเวณที่ไกลออกไป

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ 'The rumor spread across the school.' มากที่สุด

  1. ข่าวลือนั้นเคลื่อนข้ามอาคารเป็นเส้นตรงจริง ๆ
  2. ข่าวลือนั้นเป็นที่รู้กันทั่วทั้งโรงเรียน
  3. ข่าวลือนั้นไปถึงโรงเรียน แต่อาจไม่ได้แพร่ต่อไป
ดูคำตอบ

ข่าวลือนั้นเป็นที่รู้กันทั่วทั้งโรงเรียน

The outbreak was so fierce ไวยากรณ์

0:28

การระบาดนั้นรุนแรงมาก

that it was believed to have sparked a wave of deadly meningitis epidemics โน้ต

0:30

จนเชื่อกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นการระบาดของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบร้ายแรง

ไวยากรณ์

so fierce that: เชื่อมระดับความรุนแรงกับผลลัพธ์

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์/คำกริยาวิเศษณ์ + that + อนุประโยค หมายถึงระดับของสิ่งหนึ่งสูงมากจนก่อให้เกิดผลที่ระบุไว้ในอนุประโยคหลัง that ในประโยคนี้ so fierce บอกว่าการระบาดรุนแรงอย่างยิ่ง ส่วนอนุประโยคหลัง that บอกข้อสรุปที่เกิดตามมา คือเชื่อกันว่าการระบาดนี้ได้กระตุ้นให้เกิดการระบาดของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในภายหลัง ควรเข้าใจ so และ that เป็นโครงสร้างคู่กัน ไม่ใช่มอง so เป็นเพียงคำเน้นระดับเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกผล so ... that ให้สมบูรณ์: The lake was ____ cold ____ nobody went swimming.

ดูคำตอบ

so · that

ไวยากรณ์

was believed to have sparked: รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน

โครงสร้างรายงานแบบกรรมวาจก be believed to + คำกริยา ใช้บอกสิ่งที่ผู้คน ผู้เชี่ยวชาญ หรือแหล่งข้อมูลที่ไม่ได้ระบุชื่อเชื่อ แทนที่จะยืนยันโดยตรง ในประโยคนี้ it คือสิ่งที่ถูกประเมิน To have sparked เป็น perfect infinitive ซึ่งประกอบด้วย have + past participle รูปนี้วางเหตุการณ์ sparked ไว้ก่อนจุดเวลาในอดีตของ was believed รูปประโยคกรรตุวาจกที่มีความหมายใกล้เคียงคือ People believed that it had sparked ... ดังนั้นจึงหมายถึงเชื่อกันว่าสิ่งนั้นได้กระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์ไปแล้ว ไม่ใช่คาดว่าจะกระตุ้นให้เกิดในภายหลัง

แบบฝึกหัด

"The vaccine was believed to have prevented many infections." หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้คนคิดว่าวัคซีนจะป้องกันการติดเชื้อจำนวนมากในภายหลัง
  2. ผู้คนคิดว่าวัคซีนได้ป้องกันการติดเชื้อจำนวนมากไปแล้ว
  3. วัคซีนถูกบังคับให้เชื่อว่าการติดเชื้อสิ้นสุดลงแล้ว
ดูคำตอบ

ผู้คนคิดว่าวัคซีนได้ป้องกันการติดเชื้อจำนวนมากไปแล้ว

สำนวน

a wave of deadly meningitis epidemics ในฐานะคำเปรียบเทียบในข่าว

ในวลีนี้ a wave of เป็นคำเปรียบเทียบถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกันจำนวนมากซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้กันหรือต่อเนื่องกัน สื่อถึงการเพิ่มขึ้นหรือเหตุการณ์เป็นชุดอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้หมายถึงคลื่นน้ำในทะเลจริง ๆ คำว่า epidemics เป็นรูปพหูพจน์ จึงแสดงว่าวลีนี้กล่าวถึงการระบาดของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่ร้ายแรงถึงชีวิตหลายครั้ง ภาพของคลื่นช่วยให้งานเขียนด้านข่าวและสาธารณสุขนำเสนอเหตุการณ์เหล่านี้เป็นรูปแบบขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกัน แทนที่จะเป็นเหตุการณ์ที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

a wave of complaints หมายถึงอะไรในประโยคนี้: After the price increase, the company received a wave of complaints?

  1. มีการพูดถึงคำร้องเรียนเพียงเรื่องเดียวซ้ำ ๆ
  2. มีคำร้องเรียนจำนวนมากเข้ามาในช่วงเวลาสั้น ๆ
  3. น้ำทะเลพาคำร้องเรียนมา
ดูคำตอบ

มีคำร้องเรียนจำนวนมากเข้ามาในช่วงเวลาสั้น ๆ

that ultimately infected tens of thousands of people worldwide.

0:34

ซึ่งท้ายที่สุดทำให้มีผู้ติดเชื้อหลายหมื่นคนทั่วโลก

Meningitis is the inflammation of the meninges, การใช้คำ

0:40

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบคือการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง

การใช้คำ

Inflammation of the meninges ในคำนิยามทางการแพทย์

inflammation หมายถึงปฏิกิริยาการอักเสบที่เกิดขึ้นจริงในเนื้อเยื่อของร่างกาย ไม่ใช่เพียงปัญหาทั่วไป โครงสร้าง inflammation of X ใช้ X เพื่อระบุส่วนของร่างกายหรือเนื้อเยื่อที่ได้รับผลกระทบ ในที่นี้ X คือ meninges meninges คือชั้นเนื้อเยื่อที่หุ้มและปกป้องสมองกับไขสันหลัง ดังนั้น inflammation of the meninges จึงระบุภาวะสำคัญที่ใช้ให้นิยามโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่ไม่ได้ระบุสาเหตุที่แน่ชัด

แบบฝึกหัด

inflammation of the meninges ระบุอะไรได้แม่นยำที่สุด

  1. เยื่อหุ้มสมองเกิดการอักเสบ
  2. เยื่อหุ้มสมองกำลังเคลื่อนไหว
  3. เยื่อหุ้มสมองต้องติดเชื้อแบคทีเรียแน่นอน
ดูคำตอบ

เยื่อหุ้มสมองเกิดการอักเสบ

three tissue layers responsible for protecting the brain and spinal cord. วลี

0:43

เนื้อเยื่อสามชั้นที่ทำหน้าที่ปกป้องสมองและไขสันหลัง

วลี

responsible for protecting: responsible for + รูป -ing

responsible for protecting หมายถึง “มีหน้าที่หรือบทบาทในการปกป้อง” ในที่นี้ วลีนี้อธิบายหน้าที่ของเนื้อเยื่อทั้งสามชั้น โครงสร้างคือ responsible for + คำนามหรือคำกริยารูป -ing เพราะ for เป็นคำบุพบท ในวลีนามนี้ responsible for protecting วางตามหลัง layers เพื่อขยายคำนั้น และเข้าใจได้ว่าเป็นรูปย่อของ that are responsible for protecting

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ต้องใช้หน้าคำกริยารูป -ing ให้สมบูรณ์: The safety team is responsible ____ checking every exit.

ดูคำตอบ

for

What makes meningitis so dangerous compared to other diseases ไวยากรณ์

0:48

สิ่งที่ทำให้โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบอันตรายมากเมื่อเทียบกับโรคอื่น

is the sheer speed with which it invades a person's body. โน้ต

0:52

คือความเร็วอันมหาศาลที่มันบุกรุกเข้าสู่ร่างกายคน

ไวยากรณ์

What makes X so + คำคุณศัพท์ is Y: ระบุเหตุผลสำคัญ

โครงสร้าง What makes X so + คำคุณศัพท์ is Y หมายถึง “สิ่งสำคัญที่ทำให้ X มีคุณสมบัตินั้นคือ Y” โดย What makes meningitis so dangerous เป็นอนุประโยคคำนามทั้งชุดที่ทำหน้าที่เป็นประธาน ไม่ใช่คำถามโดยตรง is ใช้เพื่อนำเข้าสู่เหตุผลสำคัญคือ the sheer speed ส่วน sheer เน้น speed เพื่อชี้ว่าความเร็วนั้นอยู่ในระดับที่น่าทึ่ง ดังนั้นประโยคนี้จึงเสนอว่าความเร็วในการลุกลามเป็นสาเหตุหลักของอันตราย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อเน้นเหตุผลสำคัญ: ____ this app so useful ____ its simple design.

ดูคำตอบ

What makes · is

ไวยากรณ์

with which: การเชื่อมความเร็วเข้ากับการกระทำ

ในนามวลี the speed with which it invades a person's body คำว่า which ย้อนกลับไปแทน speed บุพบท with เชื่อมความเร็วนั้นเข้ากับการกระทำ invades ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ความเร็วที่มันใช้ในการบุกรุก” หรือพูดง่าย ๆ ว่า “มันบุกรุกได้เร็วเพียงใด” นี่เป็นรูปอนุประโยคขยายคำนามแบบเป็นทางการ: คำนาม + บุพบท + which + อนุประโยค รูปนี้ช่วยให้ผู้เขียนเสนอคุณลักษณะอย่าง speed ก่อน แล้วจึงบอกว่าคุณลักษณะนั้นใช้วัดการกระทำใด

แบบฝึกหัด

“the speed with which the infection spreads” หมายความว่าอย่างไร

  1. เชื้อแพร่กระจายเร็วเพียงใด
  2. ความเร็วที่เชื้อทำให้เกิดขึ้น
  3. เชื้อกับความเร็วแพร่กระจายไปด้วยกัน
ดูคำตอบ

เชื้อแพร่กระจายเร็วเพียงใด

การใช้คำ

invades a person's body: การบุกรุกที่เป็นอันตรายในบริบททางการแพทย์

ในงานเขียนทางการแพทย์หรือชีววิทยา invade ใช้บรรยายเชื้อก่อโรคหรือเซลล์ผิดปกติที่เข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกาย แล้วแพร่กระจายหรือก่ออันตราย คำนี้ยืมภาพของการบุกโจมตีทางทหารที่เป็นศัตรูมาใช้ ดังนั้น invades a person's body จึงฟังดูคุกคามและรุนแรงกว่าเพียงแค่ enters a person's body ในที่นี้ it หมายถึงโรค ตัวก่อโรค หรือกระบวนการที่กล่าวถึงก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงคนที่กำลังโจมตีร่างกายตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางการแพทย์ “The bacteria invade healthy tissue” สื่อความหมายใดชัดเจนที่สุด

  1. แบคทีเรียรออยู่นอกเนื้อเยื่อโดยไม่ก่ออันตราย
  2. เนื้อเยื่อตั้งใจเชิญแบคทีเรียให้เข้ามา
  3. แบคทีเรียเข้าสู่เนื้อเยื่อและอาจทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อ
ดูคำตอบ

แบคทีเรียเข้าสู่เนื้อเยื่อและอาจทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อ

In the worst cases, วลี

0:56

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด

วลี

In the worst cases: สถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด

In the worst cases หมายถึง “ในสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด” ในที่นี้ cases หมายถึงสถานการณ์หรือกรณีเฉพาะ ไม่ใช่คดีทางกฎหมาย วลีเปิดประโยคนี้บอกขอบเขตด้านที่ร้ายแรงที่สุด ก่อนที่ผู้พูดจะกล่าวถึงผลลัพธ์สุดขั้วที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นเป็นปกติ

แบบฝึกหัด

ใน “In the worst cases, a small leak can cause a fire,” วลีเปิดประโยคบอกอะไร?

  1. คดีทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรั่วไหล
  2. สถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดซึ่งอาจเกิดขึ้น
  3. สถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุด
ดูคำตอบ

สถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดซึ่งอาจเกิดขึ้น

it causes death within a day. วลี

0:57

อาจทำให้เสียชีวิตได้ภายในหนึ่งวัน

วลี

within a day: ภายในไม่เกินหนึ่งวัน

Within a day หมายถึงก่อนที่เวลาหนึ่งวันเต็มจะผ่านไปนับจากจุดเริ่มต้นที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นการกำหนดกรอบเวลาสูงสุด เหตุการณ์อาจเกิดเร็วกว่านั้นได้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นว่าการเสียชีวิตอาจเกิดขึ้นได้รวดเร็วเพียงใด ไม่ได้หมายถึงวันที่เจาะจงในปฏิทิน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผลจะมาถึงไม่ช้ากว่าหนึ่งวันหลังจากส่งคำขอ?

  1. The lab will begin the test in a day.
  2. The lab will monitor the sample for a day.
  3. The lab will send the results within a day.
ดูคำตอบ

The lab will send the results within a day.

Fortunately, that's rare for patients who receive early medical treatment. วลี

0:59

โชคดีที่นั่นเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาทางการแพทย์แต่เนิ่น ๆ

วลี

receive early medical treatment: ได้รับการรักษาทางการแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ

receive medical treatment เป็นกลุ่มคำที่เป็นธรรมชาติในภาษาทางการหรือภาษากลาง หมายถึง “ได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์” โดย receive ตามด้วย treatment ซึ่งเป็นกรรมได้โดยตรง early ในที่นี้บอกว่าการรักษาเริ่มขึ้นเมื่อใดเมื่อเทียบกับระยะของโรค คือในระยะแรกหรือไม่นานหลังจากเริ่มมีอาการ ไม่ได้หมายถึงการรักษาในช่วงเช้าตรู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นทางการว่าผู้ป่วยได้รับการดูแลทางการแพทย์ในระยะแรกของโรค

  1. Patients make early medical treatment.
  2. Patients receive medical treatment early in the morning.
  3. Patients receive early medical treatment.
ดูคำตอบ

Patients receive early medical treatment.

The disease primarily comes in three forms: วลี

1:05

โรคนี้มักมีสามรูปแบบหลัก:

วลี

primarily comes in three forms: มีอยู่หลัก ๆ สามรูปแบบ

ในโครงสร้าง come in + จำนวน + คำนามหมวดหมู่พหูพจน์ คำว่า come in หมายถึง “มีอยู่หรือมีให้เลือกในรูปแบบต่าง ๆ” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ comes in three forms จึงหมายความว่าโรคนี้มีสามประเภทหลัก primarily หมายถึง “เป็นหลัก” ดังนั้นประโยคจึงเน้นการจำแนกประเภทหลักและยังอาจมีรูปแบบอื่นที่พบน้อยกว่า เครื่องหมายทวิภาคบอกว่าจะมีรายการของสามรูปแบบหลักตามมา

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง comes in ... forms และจำนวนที่แสดงในรายการ: The medication ____: tablets, capsules, and liquid.

ดูคำตอบ

comes in three forms

fungal, viral, and bacterial,

1:08

จากเชื้อรา ไวรัส และแบคทีเรีย

the last being the most deadly by far and what we'll focus on. โน้ต

1:10

ซึ่งอย่างหลังร้ายแรงที่สุดและเป็นสิ่งที่เราจะให้ความสำคัญ

ไวยากรณ์

the last being ...: โครงสร้างเสริมแบบกระชับสำหรับรายการสุดท้าย

ในที่นี้ the last หมายถึงรายการสุดท้ายในรายชื่อที่กล่าวมาก่อนหน้า ซึ่งในบริบทนี้คือชนิด bacterial ไม่ได้หมายถึง “ครั้งก่อน” ในรูปแบบ นามวลี + being + ส่วนเติมเต็ม คำว่า being นำอนุประโยคเสริมที่ไม่ผันตามกาล รูป the last being the most deadly เป็นวิธีสั้น ๆ ในการเพิ่มความหมายว่า “and the last one is the most deadly” ขณะที่ประโยคหลักยังดำเนินต่อไป ประธานของ being คือ the last

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้โครงสร้างเสริมแบบกระชับเพื่ออธิบายรายการสุดท้ายในรายชื่อ? The lab tested three materials, ___ the strongest.

  1. being the last
  2. the last being
  3. the last was
ดูคำตอบ

the last being

วลี

การใช้ by far กับขั้นสูงสุด

By far ใช้เน้นการตัดสินเชิงเปรียบเทียบ เมื่อใช้กับขั้นสูงสุด the most deadly จะหมายความว่าชนิดสุดท้ายร้ายแรงกว่าชนิดอื่นทั้งหมดอย่างชัดเจนหรือมาก ไม่ใช่ร้ายแรงกว่าเพียงเล็กน้อย วลีนี้ขยายความสัมพันธ์เชิงเปรียบเทียบ โดย far ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงระยะทางจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “อย่างชัดเจนโดยมีความแตกต่างมาก”: Of all five routes, this one is ____ the safest.

ดูคำตอบ

by far

ลำดับความ

what we'll focus on: บอกหัวข้อสำคัญที่จะกล่าวต่อไป

อนุประโยค what we'll focus on หมายถึง “สิ่งหรือหัวข้อที่เราจะให้ความสนใจ” โครงสร้าง what + ประธาน + วลีกริยา ทำหน้าที่เป็นอนุประโยคคำนาม ดังนั้นทั้งกลุ่มจึงทำหน้าที่เป็นหน่วยเนื้อหาหนึ่งหน่วย ในที่นี้ อนุประโยคนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วยการจำกัดขอบเขตให้แคบลงว่า เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรียคือหัวข้อที่จะกล่าวถึงต่อไป ตัวอนุประโยคเองไม่ได้บอกข้อเท็จจริงทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

what we'll focus on ในที่นี้ทำหน้าที่จัดลำดับเนื้อหาอย่างไร

  1. บอกว่าหัวข้อนั้นได้รับการอธิบายครบถ้วนแล้ว
  2. บอกหัวข้อที่คำอธิบายจะกล่าวถึงต่อไป
  3. นำเสนอข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้น
ดูคำตอบ

บอกหัวข้อที่คำอธิบายจะกล่าวถึงต่อไป

People usually contract bacterial meningitis การใช้คำ

1:15

โดยปกติแล้วคนเราจะติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรีย

การใช้คำ

contract bacterial meningitis: คำกริยาทางการที่หมายถึงการติดโรค

ใน contract bacterial meningitis คำว่า contract เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ติดเชื้อหรือเป็นโรค” โครงสร้างคือ contract + ชื่อโรค ความหมายนี้พบได้บ่อยในภาษาทางการด้านการแพทย์ สาธารณสุข และข่าว โดยไม่เกี่ยวข้องกับ contract ที่เป็นคำนามซึ่งหมายถึง “สัญญาทางกฎหมาย”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคสุขภาพแบบเป็นทางการด้วยคำกริยาจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ติดเชื้อ”: After close exposure, a person can ____ measles.

ดูคำตอบ

contract

by breathing in tiny particles of mucus and saliva โน้ต

1:17

ด้วยการสูดดมละอองน้ำมูกและน้ำลายเล็ก ๆ

ไวยากรณ์

by breathing in: by + gerund สำหรับบอกวิธี

ใน by breathing in คำว่า by ใช้บอกวิธีหรือช่องทางที่ทำให้ติดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรีย หมายถึงผ่านการสูดเข้าไป ไม่ได้หมายถึงอยู่ข้าง ๆ เมื่อมีการกระทำตามหลัง by มักใช้คำกริยารูป -ing หรือโครงสร้าง by + gerund ในที่นี้ breathing in คือการกระทำ ส่วนวลี tiny particles of mucus and saliva บอกว่าสิ่งที่ถูกสูดเข้าไปคืออะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ by และรูป -ing ของ listen: You can learn more ____ carefully.

ดูคำตอบ

by listening

การใช้คำ

tiny particles of mucus and saliva: ความแตกต่างระหว่าง mucus กับ saliva

tiny particles หมายถึงชิ้นส่วนหรือหยดที่มีขนาดเล็กมาก วลีที่ขึ้นต้นด้วย of บอกว่าอนุภาคเหล่านั้นประกอบด้วยอะไร ซึ่งในที่นี้คือ mucus และ saliva mucus คือของเหลวเหนียวที่สร้างขึ้นในบริเวณอย่างจมูกและลำคอ ส่วน saliva คือของเหลวที่สร้างขึ้นในปาก วลีนี้กล่าวถึงของเหลวในร่างกายสองชนิดที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจอยู่ในอนุภาคที่เล็กพอจะสูดเข้าไปได้

แบบฝึกหัด

ข้อความใดแยกความแตกต่างระหว่าง mucus และ saliva ได้ถูกต้อง

  1. mucus หมายถึงวัตถุแข็งขนาดเล็กทุกชนิดที่ลอยอยู่ในอากาศ
  2. mucus และ saliva เป็นชื่อสองชื่อของของเหลวในร่างกายชนิดเดียวกันทุกประการ
  3. saliva คือของเหลวในปาก ส่วน mucus คือของเหลวเหนียวจากบริเวณอย่างจมูกและลำคอ
ดูคำตอบ

saliva คือของเหลวในปาก ส่วน mucus คือของเหลวเหนียวจากบริเวณอย่างจมูกและลำคอ

that spray into the air วลี

1:21

ที่พ่นออกมาในอากาศ

วลี

spray into the air: พุ่งกระจายออกไปในอากาศ

ตรงนี้ spray เป็นคำกริยา หมายถึงอนุภาคหรือหยดเล็ก ๆ ถูกพ่นออกไปด้านนอกและกระจายตัว ส่วน into the air บอกทิศทางการเคลื่อนที่และตำแหน่งปลายทาง คือเข้าไปในอากาศ รูปแบบ spray into + สถานที่ ใช้บรรยายว่าสสารพุ่งออกไปสู่พื้นที่หนึ่ง ในประโยคนี้ spray ไม่ได้เป็นคำนามที่หมายถึง “ละอองสเปรย์” หรืออุปกรณ์พ่น

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'Fine powder sprayed into the air when the bag burst,' คำว่า 'sprayed into the air' หมายถึงอะไร

  1. ผงค่อย ๆ ตกลงบนพื้น
  2. มีคนใช้สเปรย์เคลือบอากาศ
  3. ผงกระจายออกไปด้านนอกและเข้าไปในอากาศ
ดูคำตอบ

ผงกระจายออกไปด้านนอกและเข้าไปในอากาศ

when an infected person sneezes or coughs.

1:22

เมื่อผู้ติดเชื้อจามหรือไอ

It can also be transmitted through kissing or sharing cigarettes, การใช้คำ

1:26

นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ทางการจูบหรือการใช้บุหรี่

toothbrushes, or utensils.

1:30

แปรงสีฟัน หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ ร่วมกัน

การใช้คำ

be transmitted through: ระบุเส้นทางหรือช่องทางการส่งต่อ

Be transmitted เป็นรูปถูกกระทำของ transmit โดยประธานคือโรค สัญญาณ หรือข้อมูลที่ส่งต่อจากแหล่งหนึ่งไปยังอีกแหล่งหนึ่ง ส่วน through ใช้นำหน้าวิธี เส้นทาง หรือช่องทางของการส่งต่อ ในประโยคนี้ through kissing or sharing... อธิบายว่าการติดเชื้อแพร่ได้อย่างไร through ในที่นี้หมายถึง “โดยผ่าน” ไม่ได้หมายถึงเพียงการเคลื่อนที่ทางกายภาพจากด้านหนึ่งของวัตถุไปยังอีกด้านหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำแบบเป็นทางการของ transmit และคำบุพบทที่ใช้บอกช่องทาง: The data can ____ a secure connection.

ดูคำตอบ

be transmitted through

Some people can be infected and carry the disease การใช้คำ

1:32

บางคนอาจติดเชื้อและเป็นพาหะของโรค

การใช้คำ

carry the disease: มีเชื้อก่อโรคอยู่ในร่างกาย

ในประโยคนี้ carry the disease หมายถึงมีเชื้อก่อโรคอยู่ในร่างกาย ไม่ได้หมายถึงถือโรคไว้ในมือ คำว่า carry ในที่นี้ขยายความหมายเป็นการมีสิ่งที่อาจแพร่ไปสู่ผู้อื่นอยู่ในร่างกาย เมื่อใช้ร่วมกับ can be infected วลีนี้ชี้ว่าบุคคลนั้นอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อได้ แต่คำว่า carry เองไม่ได้บอกว่าเจ้าตัวป่วยมากเพียงใด

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ถ้าคนหนึ่ง can carry the disease คนนั้นต้องมีอาการที่เห็นได้ชัดแล้วเสมอ

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

without showing symptoms or getting sick, วลี

1:35

โดยไม่แสดงอาการหรือป่วย

วลี

without showing symptoms or getting sick: โดยไม่แสดงอาการหรือป่วย

ใน without showing symptoms or getting sick คำว่า without นำหน้าสถานการณ์ที่ไม่ได้เกิดร่วมกับการกระทำก่อนหน้า เนื่องจาก without เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงมักใช้รูป -ing ซึ่งในที่นี้คือ showing และ getting วลี -ing สองส่วนเชื่อมด้วย or โดย show symptoms หมายถึงอาการเริ่มปรากฏให้เห็น ไม่ใช่จงใจแสดงอาการให้คนอื่นดู ส่วน get sick หมายถึงป่วย ภายใต้ขอบเขตของ without วลีทั้งหมดจึงหมายความว่าทั้งสองเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ without และรูปที่ถูกต้องของ show กับ get: A person may carry an infection ____ symptoms or ____ sick.

ดูคำตอบ

without showing · getting

which helps the disease spread quickly to others. ไวยากรณ์

1:38

ซึ่งช่วยให้โรคแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้อย่างรวดเร็ว

ไวยากรณ์

which helps...: which ที่อ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดก่อนหน้า

which ในตัวอย่างย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดก่อนเครื่องหมายจุลภาค นั่นคือ ผู้ติดเชื้อบางคนเป็นพาหะของโรคโดยไม่แสดงอาการหรือไม่ป่วย ไม่ได้อ้างถึงเฉพาะคำนาม disease ที่อยู่ใกล้ ๆ เท่านั้น เครื่องหมายจุลภาคเริ่มอนุประโยคสัมพันธ์แบบให้ข้อมูลเสริม ซึ่งบอกผลของสถานการณ์ทั้งหมดนั้น โครงสร้างข้อความสมบูรณ์, which + คำกริยา ใช้เพิ่มผลลัพธ์หรือความเห็นเกี่ยวกับข้อความก่อนหน้าทั้งหมดได้

แบบฝึกหัด

which ในตัวอย่างอ้างถึงอะไร?

  1. เฉพาะคำนาม disease
  2. สถานการณ์ทั้งหมดที่ผู้ติดเชื้อเป็นพาหะของโรคโดยไม่มีอาการหรือไม่ป่วย
  3. ผู้คนที่คำว่า others กล่าวถึง
ดูคำตอบ

สถานการณ์ทั้งหมดที่ผู้ติดเชื้อเป็นพาหะของโรคโดยไม่มีอาการหรือไม่ป่วย

Once the bacteria enter the nose, mouth, and throat, ไวยากรณ์

1:41

เมื่อแบคทีเรียเข้าสู่จมูก ปาก และลำคอ

they cross the surrounding membranes and enter the bloodstream. การใช้คำ

1:45

พวกมันจะทะลุผ่านเยื่อบุโดยรอบและเข้าสู่กระแสเลือด

ไวยากรณ์

Once the bacteria enter: once ที่ระบุเงื่อนไขเริ่มต้นด้านเวลา

ใน Once the bacteria enter... คำว่า once เป็นคำสันธานที่หมายถึงทันทีที่หรือหลังจากสิ่งนี้เกิดขึ้น ใช้นำเงื่อนไขด้านเวลาที่ทำให้ขั้นตอนถัดไปเริ่มขึ้น นั่นคือ แบคทีเรียจะผ่านเยื่อหุ้มและเข้าสู่กระแสเลือด ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงหนึ่งครั้ง อนุประโยค once มีประธานและคำกริยาของตัวเอง คือ the bacteria enter ในการอธิบายกระบวนการทั่วไป อนุประโยคนี้มักใช้ simple present ส่วนอนุประโยคหลักจะบอกว่าสิ่งใดเกิดขึ้นต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ once ในความหมายของจุดเริ่มด้านเวลาเหมือนกับตัวอย่าง?

  1. Check the file once before sending it.
  2. I downloaded the file once last year.
  3. Once the file finishes downloading, open it.
ดูคำตอบ

Once the file finishes downloading, open it.

การใช้คำ

cross the surrounding membranes: ผ่านแนวกั้นทางชีวภาพ

ใน cross the surrounding membranes คำว่า cross หมายถึงเคลื่อนจากเยื่อหุ้มด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งโดยผ่านเยื่อหุ้มนั้น ประโยคนี้อธิบายว่าแบคทีเรียผ่านแนวกั้นทางชีวภาพ ไม่ได้หมายถึงเพียงการข้ามถนนในชีวิตประจำวัน ในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์ cross ใช้อธิบายเซลล์ จุลชีพ โมเลกุล หรือยาที่ผ่านเยื่อหุ้มหรือขอบเขตอื่นได้ กรรมตรงที่ตามหลังจะระบุแนวกั้น เช่น cross a membrane, cross a barrier หรือ cross a boundary

แบบฝึกหัด

cross ใน They cross the surrounding membranes หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกมันเคลื่อนจากเยื่อหุ้มด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง
  2. พวกมันอยู่ข้างเยื่อหุ้มต่อไป
  3. พวกมันทำให้เยื่อหุ้มมีรูปร่างเป็นกากบาท
ดูคำตอบ

พวกมันเคลื่อนจากเยื่อหุ้มด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง

การใช้คำ

enter the bloodstream: เข้าสู่เลือดที่กำลังไหลเวียน

ใน enter the bloodstream คำว่า enter หมายถึงเข้าไป ส่วน bloodstream หมายถึงเลือดที่ไหลเวียนทั่วร่างกาย วลีนี้อธิบายว่าแบคทีเรียไปถึงเลือดที่กำลังไหลเวียน ซึ่งอาจพาพวกมันออกไปไกลจากตำแหน่งเดิม The bloodstream ไม่ได้หมายถึงหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดงเส้นใดเส้นหนึ่ง แต่กล่าวถึงเลือดที่ไหลเวียนในฐานะเส้นทางขนส่งทั่วร่างกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ใช้ enter และ bloodstream: Harmful bacteria can ____ through a deep wound.

ดูคำตอบ

enter the bloodstream

From there, bacteria have rapid access to the body's tissues, วลี

1:49

จากจุดนั้น แบคทีเรียสามารถเข้าถึงเนื้อเยื่อของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว

วลี

have rapid access to: สามารถไปถึงหรือใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

ใน have rapid access to คำว่า access เป็นคำนาม หมายถึงความสามารถหรือช่องทางในการไปถึง เข้าไป ใช้ หรือได้รับบางสิ่ง ในที่นี้ เมื่อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว ก็สามารถไปถึงเนื้อเยื่อของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว rapid ขยาย access และเน้นเรื่องความเร็ว ในโครงสร้าง have access to + นามหรือนามวลี คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงมีกรรมตามหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “สามารถไปถึงได้อย่างรวดเร็ว”: Emergency vehicles ____ the highway from this station.

ดูคำตอบ

have rapid access to

including a membrane called the blood-brain barrier. การใช้คำ

1:53

รวมถึงเยื่อหุ้มที่เรียกว่าแนวกั้นเลือดและสมอง

การใช้คำ

blood-brain barrier: ขอบเขตป้องกันทางชีวภาพ

แนวกั้นเลือด-สมองเป็นขอบเขตป้องกันแบบเลือกผ่านระหว่างกระแสเลือดกับเนื้อเยื่อสมอง โดยส่วนใหญ่เกิดจากเซลล์ที่เชื่อมติดกันอย่างแน่นหนาในหลอดเลือดสมอง สารบางชนิดผ่านได้ แต่สารอื่นอีกหลายชนิดถูกจำกัดไม่ให้ผ่าน barrier ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกำแพงที่มองเห็นได้ ในประโยคนี้ คำศัพท์ดังกล่าวเรียกส่วนต่อประสานทางสรีรวิทยาที่ช่วยอธิบายว่าแบคทีเรียหรือสารอื่นอาจไปถึงสมองได้หรือไม่

แบบฝึกหัด

blood-brain barrier หมายถึงอะไร?

  1. กำแพงที่มองเห็นได้ซึ่งล้อมรอบด้านนอกของกะโหลกศีรษะ
  2. ขอบเขตป้องกันทางชีวภาพระหว่างเลือดกับเนื้อเยื่อสมอง
  3. แบคทีเรียชนิดหนึ่งที่พบเฉพาะในสมอง
ดูคำตอบ

ขอบเขตป้องกันทางชีวภาพระหว่างเลือดกับเนื้อเยื่อสมอง

This is made of a tight mesh of cells, การใช้คำ

1:56

ซึ่งประกอบขึ้นจากตาข่ายเซลล์ที่เรียงตัวแน่น

การใช้คำ

a tight mesh of cells: ชั้นเซลล์ที่เชื่อมต่อแน่นหนาเป็นโครงข่าย

ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ a tight mesh of cells เปรียบแนวกั้นเลือด-สมองกับชั้นคล้ายตาข่ายที่เกิดจากเซลล์จำนวนมากเชื่อมต่อกันอย่างแน่นหนา tight บอกว่าช่องว่างมีขนาดเล็กมาก จึงช่วยอธิบายว่าชั้นนี้ทำหน้าที่เป็นแนวกั้นได้อย่างไร mesh เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ไม่ได้หมายถึงตาข่ายโลหะจริง ๆ รูปแบบ a mesh of + คำนามพหูพจน์ ใช้บรรยายส่วนประกอบจำนวนมากที่เชื่อมต่อกันจนเกิดเป็นโครงข่ายได้

แบบฝึกหัด

a tight mesh of cells ในประโยคนี้ทำให้เห็นภาพแบบใด?

  1. เซลล์เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วผ่านช่องเปิดกว้าง
  2. เซลล์ถูกห่อหุ้มด้วยตาข่ายโลหะจริง ๆ
  3. เซลล์เชื่อมต่อกันอย่างแน่นหนาเป็นชั้นคล้ายตาข่าย
ดูคำตอบ

เซลล์เชื่อมต่อกันอย่างแน่นหนาเป็นชั้นคล้ายตาข่าย

which separate blood vessels from the brain

1:59

ที่แยกหลอดเลือดออกจากสมอง

and block everything except for a specific set of particles, ไวยากรณ์

2:02

และปิดกั้นทุกสิ่งยกเว้นอนุภาคเฉพาะบางกลุ่ม

ไวยากรณ์

block everything except for: ระบุข้อยกเว้นที่ได้รับอนุญาต

block everything วางกฎหลักก่อนว่าทุกสิ่งถูกกั้นไว้ จากนั้น except for จะนำส่วนหนึ่งออกจากกฎนั้น ในประโยคนี้ a specific set of particles คือข้อยกเว้น อนุภาคเหล่านั้นจึงไม่ถูกกั้น ในรูปแบบ คำกริยา + everything except for + คำนาม ให้เข้าใจว่าสิ่งที่ตามหลัง except for คือกรณีที่ถูกยกเว้น ไม่ใช่อีกสิ่งหนึ่งที่ถูกรวมไว้ในการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่เน้นไว้และใช้บอกข้อยกเว้นให้สมบูรณ์: The scanner blocks everything ____ registered ID cards.

ดูคำตอบ

except for

including water molecules and some gases.

2:05

รวมถึงโมเลกุลของน้ำและก๊าซบางชนิด

But in ways that scientists are still trying to understand, ลำดับความ

2:09

แต่ด้วยวิธีที่นักวิทยาศาสตร์ยังคงพยายามทำความเข้าใจ

meningitis bacteria can trick the barrier into letting them through. ไวยากรณ์

2:12

แบคทีเรียเยื่อหุ้มสมองอักเสบสามารถหลอกแนวกั้นให้ปล่อยพวกมันผ่านไปได้

ลำดับความ

in ways that scientists are still trying to understand: ในแบบที่นักวิทยาศาสตร์ยังคงพยายามทำความเข้าใจ

วลี in ways that scientists are still trying to understand ที่วางไว้ต้นประโยคอธิบายว่าแบคทีเรียหลอกด่านกั้นได้อย่างไร วลีนี้กำหนดกรอบให้ข้อความถัดไปเป็นผลที่สังเกตพบแล้ว แต่กลไกที่แน่นอนยังไม่ได้รับการอธิบายอย่างสมบูรณ์ still trying to understand ไม่ได้หมายความว่านักวิทยาศาสตร์ไม่รู้อะไรเลย แต่แยกสิ่งที่รู้ว่าเกิดขึ้นออกจากรายละเอียดว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งเป็นวิธีทั่วไปในการทำให้ข้อความทางวิทยาศาสตร์มีความแม่นยำ

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้บอกอะไรแก่ผู้ฟังเกี่ยวกับข้อความที่ตามมา

  1. นักวิทยาศาสตร์อธิบายทุกขั้นตอนของผลนี้ได้ครบถ้วนแล้ว
  2. ทราบแล้วว่าผลนี้เกิดขึ้น แต่กลไกที่แน่นอนยังอยู่ระหว่างการศึกษา
  3. นักวิทยาศาสตร์ไม่มีหลักฐานว่าผลนี้เกิดขึ้น
ดูคำตอบ

ทราบแล้วว่าผลนี้เกิดขึ้น แต่กลไกที่แน่นอนยังอยู่ระหว่างการศึกษา

ไวยากรณ์

trick the barrier into letting them through: โครงสร้าง trick X into doing

trick X into doing หมายถึงการหลอกหรือชักจูง X ให้ทำการกระทำหนึ่ง ในที่นี้ X คือ the barrier และการกระทำคือ letting them through ส่วน them หมายถึง meningitis bacteria ประโยคนี้ทำให้ด่านกั้นดูเหมือนมนุษย์ ด่านกั้นไม่ได้ตัดสินใจอย่างมีสติ แต่ถ้อยคำนี้นำเสนอว่าแบคทีเรียหลบเลี่ยงระบบป้องกันเพื่อให้พวกมันผ่านไปได้

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่โครงสร้าง trick X into doing ต้องใช้ให้ประโยคสมบูรณ์: The fake alert tricked users ____ sharing their passwords.

ดูคำตอบ

into

Inside the brain, the bacteria swiftly infect the meninges.

2:17

เมื่อเข้าสู่สมอง แบคทีเรียจะแพร่เชื้อเข้าสู่เยื่อหุ้มสมองอย่างรวดเร็ว

This triggers inflammation as the body's immune response kicks into overdrive, โน้ต

2:21

สิ่งนี้กระตุ้นให้เกิดการอักเสบเมื่อการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานหนักเกินไป

การใช้คำ

triggers inflammation: เริ่มการตอบสนองแบบอักเสบ

ใน triggers inflammation คำว่า trigger เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้กระบวนการหรือปฏิกิริยาเริ่มขึ้น” ส่วนกรรม inflammation คือการตอบสนองของร่างกายที่ถูกกระตุ้นให้เริ่มขึ้น ในที่นี้ This หมายถึงการติดเชื้อแบคทีเรียที่กระทบต่อเยื่อหุ้มสมอง วลีนี้จึงบอกว่าการติดเชื้อเป็นเหตุการณ์ที่เริ่มการอักเสบ โดย trigger ไม่ได้หมายถึง “ไกปืน” ที่เป็นคำนาม

แบบฝึกหัด

ใช้กลุ่มคำเป้าหมายในรูปปัจจุบันเพื่อเติมประโยค: In sensitive skin, this chemical ____.

ดูคำตอบ

triggers inflammation

สำนวน

kicks into overdrive: จู่ ๆ ก็เข้าสู่การทำงานอย่างเข้มข้น

kicks into overdrive เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึง “จู่ ๆ ก็เริ่มทำงานด้วยความเข้มข้นสูงมาก” kick into สื่อถึงการเปลี่ยนเข้าสู่โหมดใหม่อย่างรวดเร็ว ส่วน overdrive สื่อถึงกิจกรรมที่เกินระดับปกติ ในที่นี้ประธานคือการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกาย วลีนี้จึงหมายความว่าการตอบสนองนั้นทำงานอย่างรุนแรงมาก และอาจมากเกินไป ไม่มีการเตะหรือเปลี่ยนเกียร์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายในรูปอดีต: With only two days left before launch, the team ____.

ดูคำตอบ

kicked into overdrive

bringing on fever and intense headaches. กริยาวลี

2:26

ทำให้เกิดไข้และปวดศีรษะอย่างรุนแรง

กริยาวลี

“bring on fever and intense headaches”: ทำให้เกิดอาการ

ในที่นี้ bringing on หมายถึง “ทำให้เริ่มเกิดขึ้น” หรือ “กระตุ้นให้เกิด” กรรมคือ fever and intense headaches ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่ากระบวนการที่กล่าวถึงก่อนหน้าทำให้อาการเหล่านี้ปรากฏขึ้น ในการใช้นี้ bring on เป็นกริยาวลีที่ต้องมีกรรม โดยใช้โครงสร้าง bring on + อาการ ภาวะ หรือปฏิกิริยา รูป -ing คือ bringing on นำเสนอสิ่งนี้ว่าเป็นผลจากกระบวนการที่อธิบายไว้ก่อนหน้าส่วนนี้ทันที

แบบฝึกหัด

ใน "The reaction is bringing on fever and intense headaches," bringing on หมายถึงอะไร

  1. นำอาการเหล่านั้นขึ้นไปข้างบน
  2. ทำให้อาการเหล่านั้นรุนแรงน้อยลง
  3. ทำให้อาการเหล่านั้นปรากฏขึ้น
ดูคำตอบ

ทำให้อาการเหล่านั้นปรากฏขึ้น

As swelling in the meninges worsens, ไวยากรณ์

2:29

เมื่ออาการบวมในเยื่อหุ้มสมองแย่ลง

ไวยากรณ์

“As swelling in the meninges worsens”: การเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไปพร้อมกัน

ในที่นี้ as หมายถึง “ขณะที่การเปลี่ยนแปลงกำลังดำเนินไป” หรือ “ไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนั้น” อาการบวมกำลังรุนแรงขึ้น และอนุประโยคหลักอธิบายอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการทรุดลงนี้ as ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ในบทบาทของ” โครงสร้าง As + ประธาน + กริยาแสดงการเปลี่ยนแปลง, อนุประโยคหลัก ใช้เชื่อมกระบวนการสองอย่างที่พัฒนาไปตามเวลา โดยเน้นความสัมพันธ์ด้านเวลาและการดำเนินไปพร้อมกัน บริบทโดยรวมอาจสื่อถึงเหตุและผล แต่ as เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกสาเหตุโดยตรงเท่ากับ because

แบบฝึกหัด

ใน "As swelling in the meninges worsens," as แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. อาการบวมกำลังรุนแรงขึ้น และอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นระหว่างการเปลี่ยนแปลงนั้น
  2. อาการบวมทำหน้าที่เป็นสิ่งอื่น
  3. อาการบวมหยุดลงก่อนที่อีกเหตุการณ์หนึ่งจะเริ่มขึ้น
ดูคำตอบ

อาการบวมกำลังรุนแรงขึ้น และอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นระหว่างการเปลี่ยนแปลงนั้น

the neck begins to stiffen. วลี

2:31

คอก็จะเริ่มแข็ง

วลี

begins to stiffen: เริ่มแข็งเกร็ง

begin to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้น ในที่นี้ begins สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ the neck และหลัง to ใช้กริยารูปพื้นฐาน stiffen stiffen หมายถึง “แข็งเกร็งขึ้นหรือยืดหยุ่นน้อยลง” วลีนี้บอกว่าอาการทางร่างกายเริ่มเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าคอแข็งแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาเป้าหมายที่หมายถึง “แข็งเกร็งขึ้น”: After sitting at the desk for hours, my back began to ____.

ดูคำตอบ

stiffen

Swelling in the brain disrupts its normal function, วลี

2:33

อาการบวมในสมองรบกวนการทำงานตามปกติ

วลี

disrupts its normal function: รบกวนการทำงานตามปกติ

disrupt หมายถึงรบกวนกระบวนการหรือระบบจนไม่สามารถทำงานตามปกติต่อไปได้ กรรม its normal function ระบุว่าสิ่งที่ถูกรบกวนคือ “การทำงานตามปกติของมัน” ในที่นี้ its หมายถึง the brain ไม่ใช่ swelling กล่าวคือ อาการบวมในสมองรบกวนการทำงานตามปกติของสมอง การใช้แบบนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และเทคนิค และมีความหมายกว้างกว่าการขัดจังหวะบทสนทนา

แบบฝึกหัด

เลือกคำในวงเล็บที่เหมาะสมที่สุด: A blocked air filter can (disrupt / interrupt / describe) the engine's normal function.

  1. disrupt
  2. interrupt
  3. describe
ดูคำตอบ

disrupt

causing symptoms like hearing loss and extreme light sensitivity. การใช้คำ

2:35

ทำให้เกิดอาการเช่น สูญเสียการได้ยิน และไวต่อแสงมากเกินไป

การใช้คำ

ความไวต่อแสงอย่างรุนแรง

Extreme light sensitivity หมายถึงภาวะที่ร่างกายทนต่อแสงได้น้อยผิดปกติอย่างรุนแรง ในบริบททางการแพทย์ แสงอาจทำให้รู้สึกไม่สบายมากหรือเจ็บปวดได้ คำว่า extreme แสดงว่าอาการรุนแรงมาก ในที่นี้ light ระบุชนิดของสิ่งกระตุ้น ส่วน sensitivity หมายถึงการตอบสนองอย่างรุนแรงของร่างกายต่อสิ่งนั้น ในวลีนี้ sensitivity ไม่ได้หมายถึงความอ่อนไหวทางอารมณ์

แบบฝึกหัด

ในรายงานทางการแพทย์ extreme light sensitivity หมายถึงอะไร

  1. ความไวทางร่างกายต่อแสงที่รุนแรงผิดปกติ
  2. โคมไฟที่ตอบสนองอย่างรวดเร็วมาก
  3. ปฏิกิริยาทางอารมณ์ต่อคำวิจารณ์ที่รุนแรงผิดปกติ
ดูคำตอบ

ความไวทางร่างกายต่อแสงที่รุนแรงผิดปกติ

As pressure increases in the cranium, ไวยากรณ์

2:40

เมื่อแรงดันในกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้น

it may also make the person confused, ไวยากรณ์

2:42

ยังอาจทำให้บุคคลนั้นมีอาการสับสน

ไวยากรณ์

เมื่อความดันเพิ่มขึ้น

ใน As pressure increases คำว่า as แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงหนึ่งดำเนินไปพร้อมกับอีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่ง กล่าวคือ ความดันเพิ่มขึ้นตามเวลา และอนุประโยคหลักบอกพัฒนาการหรือผลที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเพิ่มนั้น โครงสร้าง As + ตัวแปร + คำกริยาที่แสดงการเปลี่ยนแปลง ใช้จัดความสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการสองอย่าง โดยเน้นว่าผลเปลี่ยนไปพร้อมกับตัวแปรแรกอย่างไร บริบทอาจสื่อถึงเหตุและผลได้ แต่ as เองไม่ได้มีความหมายเท่ากับ because เสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงปริมาณสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกันได้ดีที่สุด

  1. As demand increases, prices tend to rise.
  2. Because demand increased, the store ordered more stock.
  3. When demand reaches 100 units, send an alert.
ดูคำตอบ

As demand increases, prices tend to rise.

ไวยากรณ์

make the person confused: make + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน make the person confused คำว่า make ตามด้วยกรรม the person และคำคุณศัพท์ confused โดยคำคุณศัพท์นี้ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มกรรม เพื่อบอกสภาพที่เกิดขึ้นกับบุคคลนั้น โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งใดอยู่ในสภาพหรือมีความรู้สึกบางอย่าง ในที่นี้ การเพิ่มขึ้นของความดันอาจทำให้บุคคลนั้นอยู่ในภาวะสับสนได้ และหลัง make ไม่จำเป็นต้องเป็นคำกริยารูปพื้นฐานเสมอไป

แบบฝึกหัด

เรียงคำที่ให้มาให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: make / the baby / restless. The loud music may ____.

ดูคำตอบ

make the baby restless

one of the hallmarks of the disease. การใช้คำ

2:45

ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณบ่งชี้ของโรคนี้

การใช้คำ

one of the hallmarks of the disease: หนึ่งในลักษณะเด่นของโรค

ในที่นี้ hallmark หมายถึงลักษณะเด่นที่ช่วยให้ระบุหรืออธิบายสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ดังนั้น one of the hallmarks of the disease จึงหมายถึง “หนึ่งในลักษณะเด่นของโรค” ไม่ได้หมายถึงแบรนด์ Hallmark หรือรอยประทับจริงบนวัตถุ โครงสร้าง one of the + คำนามพหูพจน์ ใช้เลือกสมาชิกหนึ่งอย่างจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า จึงต้องใช้ hallmarks เป็นพหูพจน์ ส่วน of the disease ตอนท้ายระบุว่าลักษณะเด่นเหล่านั้นเป็นของอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ลักษณะเด่นหนึ่งอย่างจากหลายอย่าง”: Careful sourcing is ____ this newspaper.

ดูคำตอบ

one of the hallmarks of

A few hours in, วลี

2:47

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

วลี

A few hours in: ขั้นหนึ่งของกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่

A few hours in หมายถึง “ณ จุดที่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงหลังจากกระบวนการที่เข้าใจได้จากบริบทเริ่มขึ้น” ในที่นี้ กระบวนการนั้นคือการดำเนินของโรค ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งแบบไม่เจาะจงภายในเวลาหลายชั่วโมง เมื่อวางไว้ต้นอนุประโยค โครงสร้าง “ระยะเวลา + in” จะกำหนดกรอบเวลาให้สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป เช่น A few hours in, something changed. โดยปกติกระบวนการนั้นจะถูกกล่าวถึงมาก่อนหรืออนุมานได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

ในการบรรยายโรค A few hours in หมายถึงอะไร?

  1. ตลอดช่วงเวลาที่กินเวลาหลายชั่วโมง
  2. ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโรคเริ่มขึ้น
  3. อีกไม่กี่ชั่วโมงนับจากตอนนี้
ดูคำตอบ

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโรคเริ่มขึ้น

the rapidly multiplying bacteria start to release toxins, การใช้คำ

2:49

แบคทีเรียที่ทวีคูณอย่างรวดเร็วจะเริ่มปล่อยสารพิษออกมา

การใช้คำ

release toxins: ปล่อยสารที่เป็นอันตรายออกมา

release toxins หมายถึง “ปล่อยสารที่เป็นพิษออกจากแหล่งกำเนิดไปสู่ร่างกายหรือสภาพแวดล้อมรอบข้าง” ในประโยคนี้ rapidly multiplying bacteria คือแหล่งกำเนิด release เป็นคำกริยา และ toxins เป็นกรรมของกริยา ในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์ release มักใช้อธิบายสารหรือพลังงานที่ออกจากแหล่งกำเนิด เช่น release gas, release chemicals หรือ release heat ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเผยแพร่ข่าวหรือการปล่อยนักโทษให้เป็นอิสระ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ release ในความหมายเชิงวิทยาศาสตร์เดียวกับ release toxins?

  1. The agency will release its report on Friday.
  2. Damaged cells release chemicals into the blood.
  3. The court may release the prisoner tomorrow.
ดูคำตอบ

Damaged cells release chemicals into the blood.

leading to septicemia, ไวยากรณ์

2:53

นำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

ไวยากรณ์

leading to septicemia: การบอกผลลัพธ์

อนุประโยค -ing leading to septicemia แสดงว่า septicemia เป็นผลจากเหตุการณ์หรือกระบวนการที่กล่าวถึงก่อนหน้านั้น โดยย่อความสัมพันธ์ของเหตุและผลไว้ด้วยกัน คือสถานการณ์ก่อนหน้าเกิดขึ้น แล้วภาวะเชื้อในกระแสเลือดตามมาเป็นผลลัพธ์ ในที่นี้ lead to หมายถึงทำให้เกิดหรือนำไปสู่ผลบางอย่าง ไม่ได้หมายถึงการพาใครไปยังสถานที่จริง ๆ รูป -ing ช่วยเชื่อมอนุประโยคที่บอกผลเข้ากับข้อความก่อนหน้าอย่างลื่นไหล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย leading to เพื่อแสดงผลลัพธ์: Heavy rain flooded the tracks, ____ long delays.

ดูคำตอบ

leading to

also known as blood poisoning. วลี

2:54

หรือที่เรียกว่าภาวะเลือดเป็นพิษ

วลี

also known as blood poisoning: การบอกอีกชื่อหนึ่ง

Also known as ใช้แนะนำอีกชื่อหนึ่งของบุคคล สถานที่ สิ่งของ หรือแนวคิดเดียวกัน ในประโยคนี้ blood poisoning ถูกนำเสนอเป็นชื่อที่คุ้นเคยกว่าของ septicemia ไม่ใช่อีกโรคหนึ่ง ในทางไวยากรณ์ also known as blood poisoning เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อมาจาก septicemia, which is also known as blood poisoning โครงสร้างนี้ใช้เพิ่มนามแฝง คำย่อ หรือชื่อสามัญได้โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่ใช้แนะนำอีกชื่อหนึ่งของสิ่งเดียวกัน: Sodium bicarbonate is ____ baking soda.

ดูคำตอบ

also known as

This breaks down blood vessels, กริยาวลี

2:57

สิ่งนี้จะทำลายหลอดเลือด

กริยาวลี

breaks down blood vessels: ทำลายโครงสร้างของหลอดเลือด

ในที่นี้ This ย้อนกลับไปหมายถึงภาวะโลหิตเป็นพิษหรือสารพิษที่กล่าวถึงก่อนหน้า breaks down เป็นกริยาวลีที่มีกรรม โดย blood vessels เป็นกรรมของกริยา หมายความว่ากระบวนการนี้ทำลายหรือย่อยโครงสร้างของหลอดเลือดจนไม่สามารถคงสภาพสมบูรณ์ไว้ได้ เมื่อ break down มีสาร วัสดุ หรือเนื้อเยื่อร่างกายเป็นกรรม มักหมายถึง “ย่อยสลาย” หรือ “ทำลายโครงสร้างของ” ไม่ใช่ “หยุดทำงานเหมือนเครื่องจักร”

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ breaks down blood vessels หมายความว่าอย่างไร?

  1. มันทำลายและย่อยโครงสร้างของหลอดเลือด
  2. มันทำให้หลอดเลือดเคลื่อนลงด้านล่าง
  3. มันจัดหลอดเลือดเป็นรายการแยกตามกลุ่ม
ดูคำตอบ

มันทำลายและย่อยโครงสร้างของหลอดเลือด

letting blood seep out and form what starts out looking like a rash โน้ต

2:59

ทำให้เลือดซึมออกมาและเกิดเป็นสิ่งที่ตอนแรกดูเหมือนผื่น

กริยาวลี

seep out: ค่อย ๆ ซึมจากด้านในออกสู่ด้านนอก

ใน letting blood seep out สิ่งที่เคลื่อนที่คือ blood คำว่า seep out หมายถึงของเหลวค่อย ๆ ไหลซึมออกมาอย่างช้า ๆ โดยมักผ่านช่องเปิดเล็ก ๆ หรือเนื้อเยื่อที่เสียหาย คำว่า out เพิ่มทิศทางจากด้านในสู่ด้านนอก วลีนี้สร้างภาพของการรั่วซึมอย่างช้า ๆ ไม่ใช่การไหลออกอย่างฉับพลันหรือปริมาณมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย seep และคำที่แสดงการเคลื่อนจากด้านในสู่ด้านนอก: After the storm, water began to ____ through a crack in the basement wall.

ดูคำตอบ

seep out

and evolves into big discolored blots beneath the skin. การใช้คำ

3:03

และพัฒนาเป็นรอยจ้ำสีคล้ำขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง

ลำดับความ

what starts out looking like ... and evolves into ...: การจัดลำดับการเปลี่ยนแปลงตามเวลา

โครงสร้าง what starts out looking like X and evolves into Y จัดข้อมูลของสิ่งเดียวกันออกเป็นสองช่วง โดย what นำเข้าสิ่งที่กำลังกล่าวถึง starts out looking like X บอกลักษณะที่เห็นในตอนแรก ส่วน and evolves into Y บอกรูปแบบภายหลังจากที่เกิดการเปลี่ยนแปลง looking like บอกลักษณะภายนอกหรือความรู้สึกที่เห็น ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นเป็น X จริง ๆ ให้อ่าน starts out และ evolves เป็นลำดับเวลาเดียวกันที่มีประธานเดียวกัน ไม่ใช่การกระทำสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ start out looking like และ evolve into: The prototype ____ a toy and ____ a useful medical device.

ดูคำตอบ

started out looking like · evolved into

การใช้คำ

big discolored blots beneath the skin: การบรรยายปื้นใต้พื้นผิว

big discolored blots หมายถึงบริเวณขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างไม่สม่ำเสมอและมีสีแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากผิวหนังปกติรอบ ๆ ส่วน beneath the skin ระบุว่าบริเวณเหล่านี้อยู่ใต้พื้นผิว ซึ่งเลือดที่รั่วออกมาสามารถทำให้เกิดปื้นที่มองเห็นได้ ในคำอธิบายทางการแพทย์นี้ blots หมายถึงรอยที่มีลักษณะเป็นปื้น ไม่ใช่คราบหมึกหรือสิ่งสกปรกทั่วไปบนกระดาษหรือผ้า

แบบฝึกหัด

big discolored blots beneath the skin ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ของตกแต่งสีสดหลายชิ้นบนพื้นผิวหนัง
  2. บริเวณขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างไม่สม่ำเสมอและสีผิดปกติใต้ผิวหนัง
  3. คราบหมึกขนาดใหญ่บนผ้าชิ้นหนึ่ง
ดูคำตอบ

บริเวณขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างไม่สม่ำเสมอและสีผิดปกติใต้ผิวหนัง

At the same time, those toxins burn through oxygen in the blood, สำนวน

3:08

ในขณะเดียวกัน สารพิษเหล่านั้นจะเผาผลาญออกซิเจนในเลือด

สำนวน

burn through oxygen: ใช้ออกซิเจนไปอย่างรวดเร็ว

ในประโยคนี้ burn through oxygen เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ สารพิษทำให้ออกซิเจนในเลือดถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มีไฟเผาไหม้จริง โครงสร้าง burn through + ทรัพยากรที่มีจำกัด หมายถึงใช้ทรัพยากรนั้นไปมากอย่างรวดเร็ว และมักสื่อว่าปริมาณที่เหลืออาจใกล้หมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ burn through ซึ่งหมายถึง “ใช้จนหมดอย่างรวดเร็ว”: During the heat wave, the building ____ its emergency fuel.

ดูคำตอบ

burned through

reducing the amount that gets to major organs ไวยากรณ์

3:12

ลดปริมาณที่ไปยังอวัยวะสำคัญ

like the lungs and kidneys.

3:15

เช่น ปอดและไต

ไวยากรณ์

reducing the amount that gets to major organs: ใช้ -ing เพื่อบอกผล

Reducing ... เป็นอนุประโยคกริยารูปปัจจุบันที่เชื่อมกับอนุประโยคก่อนหน้า โครงสร้างนี้ย่อผลลัพธ์ให้อยู่ในประโยคเดียวกัน กล่าวคือ สารพิษใช้ออกซิเจนไป และส่งผลให้ออกซิเจนไปถึงอวัยวะสำคัญน้อยลง The amount หมายถึงปริมาณออกซิเจน ส่วน that gets to major organs เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย the amount จึงระบุว่าปริมาณใดลดลง ไม่ได้เริ่มต้นประโยคใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing เพื่อบอกผล และใช้อนุประโยค that เพื่อขยาย the amount ได้ถูกต้อง

  1. The new filter traps fine dust, and less of it enters the room.
  2. The new filter traps fine dust so that less of it enters the room.
  3. The new filter traps fine dust, reducing the amount that enters the room.
ดูคำตอบ

The new filter traps fine dust, reducing the amount that enters the room.

That increases the chance of organ shutdown โน้ต

3:17

นั่นเพิ่มโอกาสที่อวัยวะจะล้มเหลว

วลี

increases the chance of: ทำให้ผลลัพธ์มีแนวโน้มเกิดขึ้นมากขึ้น

ในประโยคนี้ increases the chance of หมายถึง “ทำให้ผลลัพธ์ที่ตามมามีแนวโน้มเกิดขึ้นมากขึ้น” คำว่า chance ในที่นี้หมายถึง “ความเป็นไปได้” ไม่ใช่ “โอกาสดี” ความหมายเชิงลบมาจากผลลัพธ์ organ shutdown ใช้ increase หรือ increases the chance of หน้ากลุ่มคำนามหรือรูป -ing เช่น increase the chance of infection และ increase the chance of recovering วลีนี้บอกว่าความน่าจะเป็นสูงขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้เหตุการณ์นี้มีแนวโน้มเกิดขึ้นมากขึ้น”: Good lighting can ____ pedestrians being seen at night.

ดูคำตอบ

increase the chance of

การใช้คำ

organ shutdown: การสูญเสียการทำงานของอวัยวะอย่างรุนแรง

Organ shutdown หมายถึงอวัยวะหนึ่งส่วนหรือหลายส่วนหยุดทำงานตามปกติ ในที่นี้ shutdown นำแนวคิดเรื่องเครื่องจักรหรือระบบที่หยุดทำงานมาใช้กับร่างกาย ไม่ได้หมายถึงเพียงการปิดคอมพิวเตอร์ วลีนี้เป็นคำอธิบายกว้าง ๆ ที่ให้ภาพชัดเจน ไม่ใช่การวินิจฉัยที่แม่นยำ วลีนี้ชี้ถึงการสูญเสียการทำงานของอวัยวะอย่างรุนแรง แต่ต้องดูบริบทรอบข้างเพื่อทราบภาวะทางการแพทย์ที่แน่ชัด

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายสำหรับบุคคลทั่วไป organ shutdown หมายถึงอะไร?

  1. อวัยวะหนึ่งส่วนหรือหลายส่วนหยุดทำงานตามปกติ
  2. คอมพิวเตอร์ใช้สวิตช์ปิดอวัยวะ
  3. อวัยวะพักชั่วครู่โดยไม่มีอันตราย
ดูคำตอบ

อวัยวะหนึ่งส่วนหรือหลายส่วนหยุดทำงานตามปกติ

and alongside spreading septicemia, threatens death. วลี

3:20

และเมื่อเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย ก็อาจอันตรายถึงชีวิต

วลี

alongside spreading septicemia: เพิ่มความเสี่ยงที่เกิดควบคู่กัน

ในวลีนี้ alongside เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “ร่วมกับ” หรือ “นอกเหนือจาก” ไม่ใช่ “อยู่ข้าง ๆ” ในเชิงตำแหน่ง วลีนี้วาง spreading septicemia ควบคู่กับภาวะอวัยวะล้มเหลวที่กล่าวถึงก่อนหน้า และนำเสนอว่าทั้งสองอย่างเป็นอันตรายที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ โครงสร้างคือ alongside + นามวลี ในที่นี้ spreading ขยาย septicemia และสื่อว่าภาวะนั้นกำลังลุกลาม โดยทั่วไป alongside ใช้เพิ่มปัจจัย ความเสี่ยง มาตรการ หรือพัฒนาการที่เกิดควบคู่กันได้

แบบฝึกหัด

alongside spreading septicemia ในตัวอย่างแสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. ภาวะเชื้อในกระแสเลือดที่กำลังลุกลามเป็นอันตรายเพิ่มเติมที่เกิดร่วมกับภัยคุกคามอีกอย่าง
  2. ภาวะเชื้อในกระแสเลือดที่กำลังลุกลามตั้งอยู่ข้างอันตรายอย่างหนึ่งในเชิงกายภาพ
  3. ภาวะเชื้อในกระแสเลือดเริ่มลุกลามหลังจากอันตรายอีกอย่างสิ้นสุดลงเท่านั้น
ดูคำตอบ

ภาวะเชื้อในกระแสเลือดที่กำลังลุกลามเป็นอันตรายเพิ่มเติมที่เกิดร่วมกับภัยคุกคามอีกอย่าง

That all sounds scary, ลำดับความ

3:24

ทั้งหมดที่กล่าวมาฟังดูน่ากลัว

but doctors are so good at treating meningitis ไวยากรณ์

3:26

แต่แพทย์เก่งมากในการรักษาโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

that a visit to the hospital

3:29

จนแค่การไปโรงพยาบาล

can drastically reduce an adult's risk of dying from it. วลี

3:30

ก็สามารถลดความเสี่ยงของผู้ใหญ่ที่จะเสียชีวิตจากโรคนี้ลงได้อย่างมาก

ลำดับความ

That all sounds scary, but: ยอมรับความกังวลก่อนให้ความมั่นใจ

That all ย้อนกลับไปกล่าวถึงรายละเอียดทางการแพทย์ที่น่ากลัวทั้งหมดซึ่งเพิ่งนำเสนอไป sounds scary ยอมรับว่าข้อมูลนั้นอาจทำให้ผู้ฟังรู้สึกอย่างไร แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่าความเสี่ยงเหล่านั้นมีอยู่จริง จากนั้นคำเชื่อม but จะเปลี่ยนความสนใจไปยังข้อเท็จจริงที่ทำให้สบายใจเกี่ยวกับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ รูปแบบ That sounds ..., but ... ที่นำไปใช้ต่อได้จะยอมรับความกังวลก่อน แล้วจึงนำเสนอข้อเท็จจริงที่ช่วยสร้างสมดุล วิธีแก้ หรือผลลัพธ์เชิงบวก

แบบฝึกหัด

That all sounds scary, but ในตัวอย่างมีหน้าที่หลักในการเรียบเรียงข้อความอย่างไร

  1. ยอมรับว่าข้อมูลนั้นน่ากลัว แล้วเปลี่ยนไปสู่ข้อมูลที่ช่วยสร้างความมั่นใจ
  2. แสดงให้เห็นว่าแพทย์เองก็รู้สึกกลัว
  3. อ้างว่าความเสี่ยงทางการแพทย์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ไม่มีอยู่จริง
ดูคำตอบ

ยอมรับว่าข้อมูลนั้นน่ากลัว แล้วเปลี่ยนไปสู่ข้อมูลที่ช่วยสร้างความมั่นใจ

ไวยากรณ์

so good at treating meningitis that: ความสามารถที่นำไปสู่ผลลัพธ์

be good at + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงเก่งในการทำกิจกรรมนั้น ในที่นี้ at เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วย treating ไม่ใช่ treat เมื่อเติม so หน้า good และตามด้วย that + อนุประโยคผลลัพธ์ จะได้โครงสร้าง be + so good at + -ing + that + อนุประโยค โครงสร้างนี้บอกว่าความสามารถสูงมากจนก่อให้เกิดผลที่กล่าวไว้ โดย that เป็นตัวนำผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายให้สมบูรณ์: The technician is so good ____ finding tiny cracks ____ the team asks her to check every part.

ดูคำตอบ

at · that

วลี

drastically reduce an adult's risk of dying from it: โครงสร้างการลดความเสี่ยง

Drastically reduce หมายถึงทำให้บางสิ่งลดลงอย่างมาก ในที่นี้ drastically บอกขนาดของการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้หมายถึงการลดด้วยวิธีรุนแรง วลี an adult's risk of dying from it ใช้ risk of + -ing เพื่อระบุผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ รูปแสดงความเป็นเจ้าของ an adult's บอกว่าเป็นความเสี่ยงของใคร ส่วน die from ระบุสาเหตุการเสียชีวิต โดย it ในที่นี้หมายถึง meningitis

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย drastically reduce someone's risk of + -ing: Better ventilation can ____ workers' risk ____ inhaling harmful fumes.

ดูคำตอบ

drastically reduce · of

The longer it's left untreated, though, ไวยากรณ์

3:34

แต่ยิ่งปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษานานเท่าไหร่

ไวยากรณ์

left untreated: โครงสร้างถูกกระทำ be left + สภาพ

left untreated เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างถูกกระทำ be left + สภาพ ในรูปประธานเป็นผู้กระทำสามารถพูดว่า leave a condition untreated ส่วนรูปถูกกระทำคือ a condition is left untreated ในที่นี้ left ไม่ได้หมายถึง “จากไป” แต่หมายถึง “ถูกปล่อยให้คงอยู่” และ untreated บอกสภาพที่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ it หมายถึงโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ วลีนี้บอกว่าโรคยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการรักษา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีรูปถูกกระทำ leave + สภาพ ซึ่งหมายถึง “ถูกปล่อยให้คงอยู่โดยไม่ได้รับการรักษา”: If a cut is ____, it may become infected.

ดูคำตอบ

left untreated

the more likely it will lead to lasting damage. การใช้คำ

3:36

ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่ความเสียหายที่ถาวร

ไวยากรณ์

The longer ..., the more likely ...: โครงสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน

The longer ..., the more likely ... ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ the + comparative ..., the + comparative .... โครงสร้างนี้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเข้าด้วยกัน คือเมื่อระยะเวลาที่ไม่ได้รับการรักษานานขึ้น ความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสียหายระยะยาวก็สูงขึ้นด้วย The ที่อยู่ต้นประโยคเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านามที่ขยาย longer though ถูกแทรกระหว่างสองส่วนเพื่อแสดงความขัดแย้งเล็กน้อย ไม่ได้ทำให้โครงสร้างขาดออกจากกัน โดยส่วนแรกบอกเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลง และส่วนที่สองบอกการเปลี่ยนแปลงของความเป็นไปได้ที่สัมพันธ์กัน

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำในแต่ละช่องเพื่อทำให้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์สมบูรณ์: ____ longer you wait, ____ more likely you are to miss the train.

ดูคำตอบ

The · the

การใช้คำ

lasting damage: ความเสียหายที่ส่งผลยาวนาน

lasting damage หมายถึงความเสียหายที่ยังส่งผลต่อเนื่องเป็นเวลานานหลังจากเหตุการณ์ตรงหน้าสิ้นสุดลงแล้ว lasting เป็นคำคุณศัพท์ที่มาจากคำกริยา last ซึ่งในที่นี้หมายถึง “ดำเนินต่อไป” ในวลีนี้ lasting อธิบายผลกระทบที่ยังคงอยู่ตามกาลเวลา ไม่ได้หมายถึงเพียงเหตุการณ์ที่กินเวลานาน และไม่ได้แปลว่า “สุดท้าย” หรือ “ความเสียหายครั้งสุดท้ายในลำดับ”

แบบฝึกหัด

lasting damage ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ความเสียหายที่หายไปทันที
  2. ความเสียหายที่ส่งผลต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  3. ความเสียหายครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้น
ดูคำตอบ

ความเสียหายที่ส่งผลต่อเนื่องเป็นเวลานาน

If declining oxygen levels cause cell death โน้ต

3:39

หากระดับออกซิเจนที่ลดลงทำให้เซลล์ตาย

การใช้คำ

ระดับออกซิเจนที่ลดลง

ใน declining oxygen levels คำว่า declining เป็นรูป -ing ของ decline และใช้ขยาย levels โดยวางไว้ข้างหน้า ในที่นี้ decline หมายถึง “ลดต่ำลง” ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงระดับออกซิเจนที่กำลังลดลง วลีนี้บอกทิศทางของการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าระดับต่ำเพียงใดหรือการลดลงนั้นเป็นอันตรายหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The monitor shows declining oxygen levels,” declining oxygen levels หมายถึงอะไร?

  1. ระดับออกซิเจนที่กำลังลดลง
  2. ระดับออกซิเจนที่คงเดิม
  3. การปฏิเสธรับออกซิเจนอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

ระดับออกซิเจนที่กำลังลดลง

การใช้คำ

การตายของเซลล์

Cell death เป็นคำนามประสมที่ใช้ในชีววิทยาและการแพทย์ คำว่า cell ระบุว่าสิ่งใดตาย ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงกระบวนการหรือผลของการตายของเซลล์ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้เรียกความเสียหายทางชีวภาพที่อาจเกิดจากออกซิเจนลดลง ไม่ได้ทำให้เซลล์ใดเซลล์หนึ่งมีลักษณะเหมือนบุคคล

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคชีววิทยานี้ได้เหมาะสมที่สุด? “The report examines the process of ___ after blood flow is reduced.”

  1. cell death
  2. dead cells
  3. a dead cell
ดูคำตอบ

cell death

in extreme parts of the body

3:42

ในส่วนปลายสุดของร่างกาย

like fingers, toes, arms, and legs,

3:44

เช่น นิ้วมือ นิ้วเท้า แขน และขา

the risk of amputation goes up. วลี

3:47

ความเสี่ยงในการถูกตัดอวัยวะก็จะสูงขึ้น

ไวยากรณ์

If declining oxygen levels cause cell death: กำหนดเงื่อนไขของผลลัพธ์

อนุประโยค if ที่ต้นประโยคกำหนดเงื่อนไขของผลลัพธ์ในประโยคหลัก ภายในอนุประโยค declining oxygen levels เป็นประธาน cause เป็นคำกริยา และ cell death เป็นผลที่เกิดขึ้น จากนั้นประโยคหลักจึงบอกผลตามมา คือความเสี่ยงในการตัดอวัยวะสูงขึ้น ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ if สามารถเชื่อมกลไกที่อาจเกิดขึ้นกับผลของมันได้ การใช้แบบนี้ไม่ได้ทำให้ข้อความเป็นเพียงข่าวลือหรือการคาดเดาที่ไม่มีหลักฐาน แต่แสดงว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุ

แบบฝึกหัด

อนุประโยค if ที่ต้นประโยคทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าได้มีการตัดอวัยวะเกิดขึ้นแล้ว
  2. แสดงรายการวิธีรักษาภาวะออกซิเจนต่ำ
  3. ระบุเงื่อนไขที่ทำให้ความเสี่ยงในการตัดอวัยวะสูงขึ้น
ดูคำตอบ

ระบุเงื่อนไขที่ทำให้ความเสี่ยงในการตัดอวัยวะสูงขึ้น

วลี

the risk of amputation goes up: ความน่าจะเป็นที่เพิ่มขึ้น

ใน the risk of amputation ส่วน of amputation ระบุผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งกำลังประเมินความน่าจะเป็นอยู่ Goes up หมายถึง “เพิ่มขึ้น” ดังนั้นโอกาสที่จะต้องตัดอวัยวะจึงมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ the risk of + คำนามหรือรูป -ing + goes up โครงสร้างนี้บอกว่าความน่าจะเป็นเพิ่มขึ้น ไม่ได้เพียงบอกว่าความเสี่ยงนั้นสูงอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าอากาศร้อนจัดทำให้มีโอกาสขาดน้ำมากขึ้น

  1. In very hot weather, the risk of dehydration goes away.
  2. In very hot weather, the risk of dehydration goes up.
  3. In very hot weather, the risk of dehydration stays the same.
ดูคำตอบ

In very hot weather, the risk of dehydration goes up.

And if bacterial toxins accumulate in the brain การใช้คำ

3:49

และหากสารพิษของแบคทีเรียสะสมอยู่ในสมอง

การใช้คำ

accumulate in the brain: การสะสมทีละน้อยในสถานที่หนึ่ง

ในที่นี้ bacterial toxins คือสารที่ค่อย ๆ สะสม ส่วน in the brain ระบุสถานที่ที่เกิดการสะสมนั้น Accumulate หมายถึงปริมาณเพิ่มขึ้นทีละน้อยเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ใช่มาถึงทั้งหมดในครั้งเดียว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ สารหรือปัญหา + accumulate in + สถานที่หรือภาชนะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย accumulate และคำบุพบทที่ระบุสถานที่: Without proper ventilation, moisture can ____ the room over time.

ดูคำตอบ

accumulate in

and trigger cell death, การใช้คำ

3:52

และกระตุ้นให้เซลล์ตาย

การใช้คำ

trigger cell death: กระตุ้นให้เกิดการตายของเซลล์

ใน trigger cell death คำว่า trigger เป็นคำกริยา หมายถึง “ทำให้กระบวนการทางชีวภาพเริ่มขึ้น” วลีนี้บอกว่าบางสิ่งเริ่มกระบวนการที่ทำให้เซลล์ตาย โดย trigger ในที่นี้ไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “ไกปืน” ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ trigger มักเชื่อมปัจจัยหนึ่งเข้ากับปฏิกิริยาหรือผลลัพธ์ที่ปัจจัยนั้นทำให้เกิดขึ้น คำนี้เน้นการเริ่มต้นของกระบวนการ แต่ไม่ได้หมายความว่าปัจจัยนั้นเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียวเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางการแพทย์ trigger cell death หมายถึงอะไร?

  1. ทำให้กระบวนการที่เซลล์ตายเริ่มขึ้น
  2. ป้องกันไม่ให้เซลล์ตาย
  3. ใช้ไกที่เป็นชิ้นส่วนจริงของอุปกรณ์
ดูคำตอบ

ทำให้กระบวนการที่เซลล์ตายเริ่มขึ้น

meningitis could also cause long-term brain damage and memory loss. การใช้คำ

3:54

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบก็อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อสมองระยะยาวและสูญเสียความทรงจำได้

การใช้คำ

long-term brain damage and memory loss: ความเสียหายของสมองและการสูญเสียความทรงจำในระยะยาว

วลีนี้กล่าวถึงผลกระทบร้ายแรงสองอย่าง คือ ความเสียหายต่อสมองและการสูญเสียความทรงจำ long-term บอกว่าความเสียหายนั้นคงอยู่นาน ไม่ใช่อาการชั่วครู่ และเป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ซึ่งใช้วางหน้าคำนาม memory loss ในบริบททางการแพทย์นี้หมายถึงความสามารถในการจดจำที่บกพร่องหรือสูญเสียไปจริง ๆ ไม่ใช่การหลงลืมเป็นครั้งคราวในชีวิตประจำวัน ส่วน could also cause บอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นผลกระทบเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ผลที่เกิดในทุกกรณี

แบบฝึกหัด

ข้อความใดตรงกับความหมายของประโยคมากที่สุด?

  1. เยื่อหุ้มสมองอักเสบทำให้หลงลืมชั่วครู่เสมอ
  2. เยื่อหุ้มสมองอักเสบป้องกันปัญหาระยะยาวเกี่ยวกับสมองและความจำ
  3. เยื่อหุ้มสมองอักเสบอาจทำให้สมองบาดเจ็บในระยะยาวและความจำบกพร่อง
ดูคำตอบ

เยื่อหุ้มสมองอักเสบอาจทำให้สมองบาดเจ็บในระยะยาวและความจำบกพร่อง

So fast treatment, or better yet prevention, is critical. วลี

3:58

ดังนั้นการรักษาอย่างรวดเร็ว หรือการป้องกันที่ดียิ่งกว่า จึงเป็นสิ่งสำคัญ

วลี

or better yet: ยกระดับเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

or better yet ใช้เสนอทางเลือกที่สองซึ่งผู้พูดเห็นว่าดีกว่าทางเลือกแรก ในประโยคนี้ การรักษาอย่างรวดเร็วมีความสำคัญ แต่การป้องกันถูกเสนอว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่า วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดปรับหรือยกระดับข้อเสนอได้โดยไม่ต้องยกเลิกข้อเสนอแรกทั้งหมด ในสำนวนตายตัวนี้ yet ใช้เน้น better ไม่ได้หมายถึง “จนถึงตอนนี้” หรือ “ยังไม่”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสามคำที่ใช้ยกระดับข้อเสนอ โดยขึ้นต้นด้วย or และลงท้ายด้วย yet: Back up your files every week, ____, set up an automatic daily backup.

ดูคำตอบ

or better yet

That's why most countries have vaccines ลำดับความ

4:03

นั่นเป็นสาเหตุที่ประเทศส่วนใหญ่มีวัคซีน

that defend against the disease in its deadliest forms. วลี

4:05

ที่ป้องกันโรคในรูปแบบที่ร้ายแรงที่สุด

ลำดับความ

That's why: นำเสนอผลจากเหตุผลที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

That's why ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลที่เพิ่งกล่าวไป แล้วนำเสนอผลลัพธ์ ผลกระทบ หรือการดำเนินการที่เกิดจากเหตุผลนั้น ในประโยคนี้ ข้อมูลก่อนหน้าที่ว่าการป้องกันสำคัญอย่างยิ่ง นำไปสู่มาตรการที่กล่าวต่อมาว่าประเทศส่วนใหญ่มีวัคซีน ในฐานะคำเชื่อมสำหรับจัดระเบียบข้อมูล That's why บอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปไม่ใช่หัวข้อใหม่ แต่เป็นข้อสรุปที่เกิดจากข้อมูลก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

The roads are flooded after heavy rain. ประโยคใดใช้ That's why ได้ถูกต้องเพื่อนำเสนอผลจากสถานการณ์นี้

  1. That's why heavy rain fell last night.
  2. That's why the school is closed today.
  3. That's because the school is closed today.
ดูคำตอบ

That's why the school is closed today.

วลี

defend against + ภัยคุกคาม

defend against หมายถึง “ป้องกันหรือต่อต้านสิ่งที่เป็นอันตราย” ในที่นี้ that ย้อนกลับไปหมายถึง vaccines ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าวัคซีนช่วยป้องกันโรคในรูปแบบที่ร้ายแรงที่สุด โครงสร้างคือ defend against + ภัยคุกคาม โดย against ชี้ว่าสิ่งที่ตามหลังคือสิ่งที่อาจก่ออันตราย เช่น โรค การโจมตี ข้อกล่าวหา หรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย การป้องกันนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นการต่อสู้ทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไป: The company used new evidence to defend ____ the false accusation.

ดูคำตอบ

against

Those are usually given to the people who are most at risk, วลี

4:09

มักจะให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง

วลี

are most at risk: มีความเสี่ยงมากที่สุด

are most at risk หมายถึง “มีโอกาสได้รับอันตรายสูงที่สุด” ภายในกลุ่มที่กำลังพูดถึง be at risk ใช้อธิบายว่าบุคคลนั้นเสี่ยงต่อโรค การบาดเจ็บ ความสูญเสีย หรือผลเสียอื่น ๆ ส่วน most ทำให้ระดับความเสี่ยงสูงที่สุด ใน people who are most at risk อนุประโยคสัมพันธ์ใช้ระบุผู้ที่ได้รับวัคซีน วลีนี้อธิบายสถานการณ์ที่คนเหล่านั้นเผชิญ ไม่ได้บอกว่าตัวคนเหล่านั้นเป็นอันตราย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้สูงอายุมีโอกาสได้รับอันตรายสูงที่สุดในช่วงอากาศร้อนจัด?

  1. Older adults are most at risk during extreme heat.
  2. Older adults are the riskiest during extreme heat.
  3. Older adults are most at danger during extreme heat.
ดูคำตอบ

Older adults are most at risk during extreme heat.

like young children, people with weak immune systems, การใช้คำ

4:12

เช่น เด็กเล็ก ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

การใช้คำ

weak immune systems: ระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ

ใน weak immune systems คำว่า weak บอกว่าการทำงานของภูมิคุ้มกันลดลง กล่าวคือระบบป้องกันของร่างกายมีความสามารถในการต่อสู้กับการติดเชื้อน้อยลง ไม่ได้บอกลักษณะนิสัยของคน people with weak immune systems หมายถึงกลุ่มคนที่ในด้านสุขภาพอาจติดเชื้อได้ง่ายกว่าหรือมีอาการรุนแรงกว่า เมื่อใช้กับ people ซึ่งเป็นพหูพจน์ systems ก็มักเป็นพหูพจน์ด้วย เพราะแต่ละคนมีระบบภูมิคุ้มกันของตนเอง

แบบฝึกหัด

ใน people with weak immune systems คำว่า weak บอกถึงอะไร?

  1. โรคที่ไม่มีวันรุนแรงขึ้น
  2. บุคลิกขี้อายหรือขี้กลัว
  3. ความสามารถของระบบป้องกันร่างกายในการต่อสู้กับการติดเชื้อลดลง
ดูคำตอบ

ความสามารถของระบบป้องกันร่างกายในการต่อสู้กับการติดเชื้อลดลง

or people who gather in large groups วลี

4:15

หรือผู้ที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่

where an outbreak of meningitis could potentially happen. ไวยากรณ์

4:17

ที่ซึ่งอาจเกิดการระบาดของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบขึ้นได้

วลี

gather in large groups: รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่

gather in large groups หมายถึงคนจำนวนมากมารวมตัวกันในสถานที่เดียวกัน gather บอกการกระทำ ส่วน in large groups บอกขนาดและรูปแบบของฝูงชน ในที่นี้ groups หมายถึงฝูงชนที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน ในบริบทด้านสาธารณสุขนี้ วลีดังกล่าวชี้ถึงสถานที่แออัดซึ่งอาจเกิดการระบาดได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “มารวมตัวกันเป็นฝูงชน”: During the festival, visitors often ____ near the main stage.

ดูคำตอบ

gather in large groups

ไวยากรณ์

where an outbreak of meningitis could potentially happen: สิ่งที่อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์หนึ่ง

ในที่นี้ where นำอนุประโยคขยายคำนาม และมีความหมายใกล้เคียงกับ in which โดยย้อนกลับไปยังสถานการณ์ที่ผู้คนรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ แล้วบอกว่าอาจเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์นั้น where ใช้อธิบายสถานที่ สภาพแวดล้อม หรือสถานการณ์ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคำถามถึงสถานที่ที่มีชื่อเฉพาะ อนุประโยคนี้อธิบายว่าเหตุใดการรวมตัวแบบนี้จึงอาจมีความเสี่ยง

แบบฝึกหัด

ในวลี “large groups where an outbreak could happen” อนุประโยค where ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่ากลุ่มนั้นก่อตั้งขึ้นเมื่อใด
  2. อธิบายว่าอาจเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์ที่มีคนรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่
  3. ถามตำแหน่งที่แน่นอนของกลุ่ม
ดูคำตอบ

อธิบายว่าอาจเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์ที่มีคนรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่

In addition to those gatherings, ลำดับความ

4:21

นอกจากการรวมตัวกันเหล่านั้นแล้ว

ลำดับความ

In addition to: เพิ่มอีกรายการหนึ่ง

In addition to หมายถึง “นอกเหนือจาก” หรือ “รวมทั้ง” โดยกล่าวถึงสิ่งที่กำลังพูดถึงอยู่ก่อน แล้วส่งสัญญาณว่าจะเพิ่มรายการหรือประเภทอื่นเข้ามา ในส่วนประโยคนี้ those gatherings ย้อนกลับไปถึงการรวมตัวครั้งใหญ่ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า โครงสร้างคือ in addition to + นามวลี คำสรรพนาม หรือรูป -ing ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงต้องมีส่วนเติมเต็มตามหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “นอกเหนือจาก”: ____ the written test, applicants must complete an interview.

ดูคำตอบ

In addition to

meningitis is most common in a region called the meningitis belt วัฒนธรรม

4:23

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบยังพบได้บ่อยที่สุดในภูมิภาคที่เรียกว่าแถบเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

that stretches across Africa,

4:27

ที่ทอดยาวข้ามทวีปแอฟริกา

วัฒนธรรม

the meningitis belt: ภูมิภาคที่มีความเสี่ยงสูงกว่า

the meningitis belt เป็นชื่อที่ใช้เรียกพื้นที่กว้างในแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ซึ่งเกิดการระบาดของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบบ่อยกว่าหลายพื้นที่ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวระบุภูมิภาคที่พบโรคนี้บ่อยที่สุด belt ในที่นี้หมายถึงเขตภูมิศาสตร์ที่ทอดยาวและมีลักษณะบางอย่างร่วมกัน ไม่ใช่เข็มขัดที่สวมรอบเอว ชื่อนี้บอกว่าความเสี่ยงกระจุกตัวตามภูมิศาสตร์ แต่ไม่ได้หมายถึงเขตแดนที่ตายตัวหรือสถานที่เพียงแห่งเดียวที่เกิดโรคนี้

แบบฝึกหัด

the meningitis belt ในตัวอย่างหมายถึงอะไร?

  1. ภูมิภาคในแอฟริกาที่พบโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบบ่อยเป็นพิเศษ
  2. เครื่องแต่งกายชิ้นหนึ่งที่แพทย์ใช้
  3. อุปกรณ์ที่ใช้รักษาโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
ดูคำตอบ

ภูมิภาคในแอฟริกาที่พบโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบบ่อยเป็นพิเศษ

though cases do happen all over the world. ไวยากรณ์

4:29

แม้ว่าจะมีผู้ป่วยเกิดขึ้นทั่วโลกก็ตาม

ไวยากรณ์

though ... do happen: ยอมรับข้อยกเว้นและเน้นข้อเท็จจริง

Though ใช้แสดงการยอมรับข้อยกเว้น กล่าวคือ โรคนี้อาจพบได้บ่อยที่สุดในภูมิภาคหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีผู้ป่วยอยู่เฉพาะในภูมิภาคนั้น ใน cases do happen คำว่า do เป็นกริยาช่วยเพื่อเน้นที่วางหน้ากริยารูปพื้นฐาน happen ทำให้ข้อความบอกเล่าหนักแน่นขึ้นว่า “เกิดขึ้นจริง” และแก้ความเข้าใจที่อาจคิดว่าไม่มีผู้ป่วยในที่อื่น หากตัด do ออก cases happen ก็ยังถูกไวยากรณ์ แต่มีน้ำเสียงเป็นกลางกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ though และกริยาช่วยเพื่อเน้น: The trail is quiet on weekdays, ____ crowds ____ gather there on weekends.

ดูคำตอบ

though · do

If you're concerned that you or someone you know may have meningitis, น้ำเสียง/เจตนา

4:32

หากคุณกังวลว่าตัวคุณเองหรือคนรู้จักอาจเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

get to the doctor as soon as possible. น้ำเสียง/เจตนา

4:36

ให้ไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

น้ำเสียง/เจตนา

If you're concerned that ...: ตั้งเงื่อนไขเรื่องความกังวลก่อนให้คำแนะนำ

If you're concerned that ... หมายถึง “ถ้าคุณกังวลว่าปัญหาบางอย่างอาจเป็นจริง” ในที่นี้ concerned แสดงความกังวลต่อความเสี่ยงด้านสุขภาพ ไม่ได้หมายถึงเพียงการใส่ใจใครบางคน อนุประโยค if กำหนดเงื่อนไขที่คำแนะนำต่อจากนั้นใช้ได้ จึงทำให้คำแนะนำตอบสนองต่อความกังวลของผู้ฟัง แทนที่จะฟังเหมือนคำสั่งที่ไม่มีเหตุผลรองรับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเริ่มให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่บอกว่าความเสี่ยงนั้นแน่นอนแล้ว

  1. If you're interested in the message, do not click the link.
  2. If you're concerned that the message may be a scam, do not click the link.
  3. Because the message is definitely a scam, do not click the link.
ดูคำตอบ

If you're concerned that the message may be a scam, do not click the link.

น้ำเสียง/เจตนา

Get to the doctor as soon as possible: คำสั่งให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน

ในคำเตือนด้านสุขภาพนี้ get to the doctor หมายถึงไปหาแพทย์หรือไปถึงสถานที่ที่สามารถรับการรักษาได้ โดยเน้นการไปให้ถึงความช่วยเหลือ ส่วน as soon as possible หมายถึงไม่ล่าช้าโดยไม่จำเป็น ประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่งโดยตรง โดยละประธาน you ไว้ รูปแบบที่ตรงเช่นนี้เป็นธรรมชาติเพราะสถานการณ์อาจเร่งด่วน

แบบฝึกหัด

คำสั่งใดบอกให้ใครบางคนไปถึงสถานที่หนึ่งโดยไม่ล่าช้า

  1. Get to the nearest exit as soon as possible.
  2. Stay near the exit until the meeting ends.
  3. Check where the nearest exit is when you have time.
ดูคำตอบ

Get to the nearest exit as soon as possible.

Quick action could save your life. ลำดับความ

4:38

การดำเนินการที่รวดเร็วอาจช่วยชีวิตคุณได้

ลำดับความ

Quick action could save your life: ใช้ could บอกผลที่อาจเกิดขึ้น

Quick action หมายถึงการลงมือโดยไม่รอช้า ในที่นี้หมายถึงการไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ประโยคนี้เปลี่ยนคำแนะนำก่อนหน้าให้เป็นเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมต้องลงมือทันที could นำเสนอการรอดชีวิตว่าเป็นผลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ใช่ความสามารถในอดีตหรือคำรับประกัน แม้จะบอกความเป็นไปได้อย่างระมัดระวัง แต่ก็ยังทำให้คำเตือนปิดท้ายมีน้ำหนัก เพราะการลงมืออย่างรวดเร็วอาจสร้างความแตกต่างระหว่างความเป็นกับความตาย

แบบฝึกหัด

could ทำหน้าที่อะไรใน “Quick action could save your life”?

  1. แสดงผลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและเน้นเหตุผลที่ต้องลงมืออย่างรวดเร็ว
  2. อธิบายความสามารถที่คนคนหนึ่งเคยมีเฉพาะในอดีต
  3. รับประกันว่าการลงมืออย่างรวดเร็วจะช่วยทุกคนได้อย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

แสดงผลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและเน้นเหตุผลที่ต้องลงมืออย่างรวดเร็ว

Find out more about how vaccines save lives

4:40

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่วัคซีนช่วยชีวิตคน

by watching this video.

4:44

ด้วยการชมวิดีโอนี้