วิธีการใช้ยาและสารเสพติดอย่างถูกต้อง: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
คำอธิบายวิดีโอ: บทความนี้ขยาย “drug” ให้รวมอาหาร ศิลปะ ดนตรี และพิธีกรรมชาหรือไวน์ที่เปลี่ยนอารมณ์ พร้อมเสนอให้ชี้นำผลเหล่านั้นสู่ความงอกงามของมนุษย์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "move away from"——กริยาวลี: ใช้บอกการละทิ้งแนวคิด ไม่ใช่การเคลื่อนที่จริง และชี้การเปลี่ยนมุมมอง 2. "What might be a crucial corrective for one person could be deeply unhelpful for another."——ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้อนุประโยค what กับ could เพื่ออธิบายผลที่ต่างกันในแต่ละคน 3. "Dionysian Mysteries,"——วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจพิธีกรรมกรีกและเหตุผลที่การดื่มไวน์ร่วมกันอย่างมีแบบแผนสนับสนุนข้อโต้แย้ง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
It's easy to have a pretty negative view of drugs. วลี
0:00เป็นเรื่องง่ายที่จะมีมุมมองเชิงลบต่อยาต่างๆ (หรือยาเสพติด)
have a pretty negative view of: มีมุมมองค่อนข้างลบต่อบางสิ่ง
Have a ... view of หมายถึง “มีความคิดเห็นแบบใดแบบหนึ่งเกี่ยวกับบางสิ่ง” คำคุณศัพท์ระหว่าง a กับ view ใช้อธิบายความคิดเห็นนั้น ส่วน of ใช้นำหน้าบุคคล สิ่งของ หรือประเด็นที่ถูกประเมิน ในที่นี้ pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “พอสมควร” ดังนั้น pretty negative จึงทำให้การประเมินเชิงลบหนักแน่นขึ้น ไม่ได้แปลว่า “สวย”
แบบฝึกหัด
คุณต้องการบอกว่าคุณคิดว่าข้อเสนอนั้นค่อนข้างแย่ ประโยคใดเป็นธรรมชาติ?
- I have a pretty negative view of the proposal.
- I have a pretty negative view the proposal.
- I have a view of the proposal pretty.
ดูคำตอบ
I have a pretty negative view of the proposal.
The news is always going on about police raids on drug dealers, กริยาวลี
0:03ข่าวสารมักจะมีแต่เรื่องตำรวจบุกจับผู้ค้ายาเสพติดอยู่เสมอ
go on about: พูดถึงหัวข้อหนึ่งซ้ำ ๆ นานเกินไป
Go on about + หัวข้อ หมายถึงพูดถึงหัวข้อนั้นต่อไปเรื่อย ๆ โดยปกติมีนัยว่าพูดนานเกินไป และมักแสดงการวิจารณ์หรือความรำคาญ ในประโยคนี้ is always going on about ทำให้เห็นว่าข่าววนกลับมารายงานเรื่องการบุกจับของตำรวจซ้ำ ๆ About ใช้นำหน้าหัวข้อที่ถูกพูดถึงซ้ำ ๆ ส่วน the news ในที่นี้ใช้เรียกรวมถึงการรายงานข่าวหรือสื่อ และ go on about ไม่ได้มีความหมายตรงตัวว่าเดินหน้าต่อ “บน” บางสิ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปที่ถูกต้องของ go on about: At every meeting, Ben ____ the same parking complaint until everyone gets tired of it.
ดูคำตอบ
goes on about
kids tripping dangerously at raves, การใช้คำ
0:07เด็กๆ ที่เกิดอาการประสาทหลอนอย่างอันตรายในงานปาร์ตี้เรฟ
tripping ในความหมายสแลงว่าอยู่ใต้อิทธิพลของยาหลอนประสาท
ในที่นี้ tripping เป็นสแลงไม่เป็นทางการเกี่ยวกับยา หมายถึงกำลังได้รับฤทธิ์ของยาหลอนประสาทหรือยาไซเคเดลิก บริบทของงานเรฟทำให้เข้าใจเป็นความหมายนี้ ดังนั้นวลีนี้จึงบรรยายภาวะจิตที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่การเสียหลักหรือสะดุดล้ม รูป -ing แสดงว่านี่คือสิ่งที่เด็ก ๆ กำลังทำหรือประสบอยู่ในงาน ในบริบทอื่น trip หรือ tripping ยังหมายถึง “สะดุด” ได้ จึงต้องดูบริบทเพื่อตัดสินความหมาย
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: "Some guests were tripping after taking hallucinogens." คำว่า "tripping" หมายความว่าอะไร?
- กำลังได้รับฤทธิ์ของยาหลอนประสาท
- สะดุดและเกือบล้ม
- ออกจากงานก่อนเวลา
ดูคำตอบ
กำลังได้รับฤทธิ์ของยาหลอนประสาท
things can go horrifically wrong around drugs. วลี
0:12เรื่องราวต่างๆ อาจเลวร้ายลงได้อย่างน่ากลัวเมื่อเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
It goes without saying สำหรับเกริ่นประเด็นที่ชัดเจน
It goes without saying บอกผู้ฟังว่าผู้พูดมองข้อความถัดไปว่าเป็นเรื่องที่ชัดเจนหรือเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับอยู่แล้ว ในประโยคนี้ ผู้พูดวางกรอบให้อันตรายเกี่ยวกับยาเป็นความเข้าใจร่วมกันก่อนจะอธิบายเหตุผลต่อไป รูปแบบที่พบบ่อยคือ It goes without saying that + อนุประโยค ในภาษาพูด วลีนี้ยังใช้เป็นคำนำแบบแยกเดี่ยวได้ โดยหยุดเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวข้อความต่อ ดังเช่นในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ชัดเจน: ____ that backups are essential.
ดูคำตอบ
It goes without saying
go horrifically wrong: เกิดผลที่เลวร้ายอย่างยิ่ง
ใน go horrifically wrong คำว่า go เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “กลายเป็น” หรือ “ลงเอยในสภาพหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ ส่วน wrong บอกสภาพที่เกิดขึ้น และ horrifically เน้นว่าผลนั้นเลวร้ายมากเพียงใด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ go + คำคุณศัพท์ ซึ่งบอกการเปลี่ยนเข้าสู่สภาพหนึ่ง โดยเฉพาะสภาพที่ไม่ต้องการ เช่น go wrong, go bad, go silent และสามารถใช้คำกริยาวิเศษณ์ขยายคำคุณศัพท์ได้ เช่น go terribly wrong
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ไฮไลต์ไว้ตามเดิม ซึ่งหมายถึง “ดำเนินไปในทางที่เลวร้ายอย่างยิ่ง”: Without strict safety checks, the experiment could ____.
ดูคำตอบ
go horrifically wrong
is in danger of creating a misleadingly narrow view of the subject. ไวยากรณ์
0:19อาจสร้างมุมมองที่คับแคบและชวนให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
in danger of creating: การเตือนถึงผลที่อาจเกิดขึ้น
Be in danger of creating หมายถึง “มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดหรือสร้างบางสิ่ง” โดย danger ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นอันตรายทางกาย การให้ความสนใจด้านลบอย่างมากอาจสร้างมุมมองที่แคบจนทำให้เข้าใจผิดได้ โครงสร้างคือ be in danger of + คำนามหรือรูป -ing เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท creating จึงเป็น gerund ต้องใช้ in danger of creating ไม่ใช่ in danger of create
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่ไฮไลต์ไว้ตามเดิม ซึ่งหมายถึง “มีความเสี่ยงที่จะ”: This shortcut is ____ creating more work later.
ดูคำตอบ
in danger of
at best ในฐานะขอบเขตสูงสุดของการประเมิน
at best กำหนดขอบเขตสูงสุดของการประเมิน กล่าวคือ แม้จะตีความในแง่ที่ดีที่สุดแล้ว คำบรรยายที่ตามมาก็เป็นคำกล่าวเชิงบวกที่สุดที่ผู้พูดยอมรับได้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้รายการคำเชิงบวกมีเงื่อนไข ไม่ใช่คำชมตรง ๆ วลีนี้ไม่ได้แปลว่า “ด้วยวิธีที่ดีที่สุด” แต่สื่อถึงการตัดสินแบบสงวนท่าที และอาจเพิ่มน้ำเสียงประชดในคำกล่าวที่จงใจยั่วยุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่ระบุผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้: “Even if everything goes perfectly, the repair will be temporary ____.”
ดูคำตอบ
at best
and what the drugs might be that we in particular truly need.
0:35และยาอะไรบ้างที่เราจำเป็นต้องใช้จริงๆ
The real issue is ในฐานะเครื่องหมายชี้ประเด็นหลัก
วลี The real issue is ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายกำกับการสนทนา โดยบอกผู้ฟังว่าการอภิปรายกำลังเปลี่ยนจากคำถามผิวเผินไปยังประเด็นที่ผู้พูดเห็นว่าเป็นแก่นสำคัญ ในประโยคนี้ เนื้อหาทั้งหมดหลังวลีดังกล่าวคือข้อเสนอหลัก ปัญหาคือความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องว่ายาเสพติดคืออะไรและเราต้องการยาเสพติดชนิดใดจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ The real issue is that + อนุประโยค และ The real issue is whether/how/what + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่เปลี่ยนความสนใจไปยังปัญหาหลัก: “____ that the deadline leaves no time for testing.”
ดูคำตอบ
The real issue is
ลำดับคำของคำถามแบบฝังใน "what a drug is" และ "what the drugs might be"
ส่วนที่เน้นทั้งสองส่วนเป็นอนุประโยคคำถามแบบฝัง ซึ่งอยู่ภายในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่าหลัง sense of ไม่ได้เป็นการถามผู้ฟังโดยตรง แต่ระบุว่าข้อมูลใดที่ยังไม่เข้าใจอย่างชัดเจน คำถามแบบฝังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า โดยวางประธานไว้หน้าคำกริยา จึงเป็น what a drug is และ what the drugs might be ไม่ใช่ what is a drug หรือ what might the drugs be ในอนุประโยคที่สอง that we in particular truly need ขยายความ the drugs เพิ่มเติม แต่ไม่ได้เปลี่ยนลำดับคำของคำถามแบบฝัง
แบบฝึกหัด
ใช้ what, the problem และ is เติมคำถามแบบฝังให้สมบูรณ์: We need to understand ____ before we act.
ดูคำตอบ
what the problem is
ตัวเลือกแบบขนานด้วย "either the body or the senses"
Either ... or ... เป็นคู่คำเชื่อมสัมพันธ์ที่เชื่อมตัวเลือกสองอย่าง ในที่นี้ the body และ the senses ถูกนำเสนอเป็นสองเส้นทางที่เป็นไปได้ซึ่งยาหรือสารสามารถใช้ในการออกฤทธิ์ ส่วนที่ตามหลัง either และ or ควรมีโครงสร้างไวยากรณ์ขนานกัน ในวลีนี้ทั้งสองด้านเป็นนามวลี: the body / the senses วาง either ไว้หน้าหน่วยแรกที่นำมาเปรียบต่างโดยตรง และวาง or ไว้หน้าหน่วยที่สอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคู่คำที่นำเสนอสองวิธีทางเลือกในการรับข้อมูลอัปเดต: You can get the update ____ by email ____ by text message.
ดูคำตอบ
either · or
make an impact upon the mind: ส่งผลต่อจิตใจ
Make an impact upon something หมายถึง “ส่งผลอย่างเห็นได้ชัดต่อบางสิ่ง” ในประโยคนี้ การออกฤทธิ์ผ่านร่างกายหรือประสาทสัมผัสส่งผลต่อจิตใจในท้ายที่สุด โครงสร้างตายตัวคือ make an impact on/upon + คำนาม ในที่นี้ upon มีความหมายพื้นฐานเหมือน on แต่ฟังดูเป็นทางการกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่เป็นทางการกว่าของ make an impact on: The findings may ____ public understanding.
ดูคำตอบ
make an impact upon
with a heightening of a particular band of emotional states,
0:52เข้ากับการยกระดับของสภาวะทางอารมณ์ในช่วงใดช่วงหนึ่งโดยเฉพาะ
the hyperactive, and the ecstatically relaxed.
0:57ความกระปรี้กระเปร่าเกินเหตุ และความผ่อนคลายอย่างเคลิบเคลิ้ม
come to associate A with B: ค่อย ๆ เชื่อมโยง A กับ B
Come to + คำกริยา แสดงการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา กล่าวคือ ในที่สุดคนหนึ่งเริ่มทำ รู้สึก หรือเข้าใจบางอย่าง ดังนั้น we've come to associate จึงหมายถึงความเชื่อมโยงทางความคิดนี้ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น โดย come ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ในที่นี้ Associate A with B หมายถึงเชื่อมโยง A กับ B ในความคิด ในประโยคนี้ A คือผลกระทบของยา และ B คือกลุ่มสภาวะทางอารมณ์ที่กล่าวต่อจากนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have/has come to associate A with B
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ค่อย ๆ เริ่มเชื่อมโยงกันในความคิด”: After repeated visits, tourists may ____ the town with its winter festival.
ดูคำตอบ
come to associate
there are far more interesting, fruitful and positive directions
1:02ยังมีทิศทางที่น่าสนใจ เกิดผลดี และเป็นบวกอีกมากมาย
in which we should want our minds to be altered.
1:06ที่เราควรต้องการให้จิตใจของเราถูกเปลี่ยนแปลงไปในทางนั้น
only at the start of understanding: เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของความเข้าใจ
only จำกัดขอบเขตของข้อความ กล่าวคือ ผู้พูดบอกว่าความเข้าใจได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ยังคืบหน้าไปไม่ไกล วลีนี้เน้นว่ายังมีอีกมากที่ไม่รู้ ไม่ได้หมายความว่าเข้าใจอย่างสมบูรณ์แล้ว โครงสร้าง be at the start of + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกว่ากิจกรรมหรือกระบวนการอยู่ในช่วงเริ่มต้นที่สุด ในที่นี้ of understanding ทำให้การทำความเข้าใจถูกมองว่าเป็นกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่
แบบฝึกหัด
ในประโยคต้นฉบับ only at the start of understanding สื่อความหมายว่าอย่างไร?
- ขณะนี้เข้าใจหัวข้อนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว
- มีความเข้าใจอยู่บ้างแล้ว แต่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นมาก
- ยังไม่มีใครเริ่มพยายามทำความเข้าใจหัวข้อนี้
ดูคำตอบ
มีความเข้าใจอยู่บ้างแล้ว แต่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นมาก
compatible with fulfilling one's highest ambitions. วลี
1:19ที่สอดคล้องกับการบรรลุความทะเยอทะยานสูงสุดของบุคคล
compatible with fulfilling one's highest ambitions: สอดคล้องกับการทำให้ความทะเยอทะยานสูงสุดเป็นจริง
ในประโยคนี้ compatible with หมายถึงสามารถอยู่ร่วมกับอีกสิ่งหนึ่งได้โดยไม่ขัดแย้งกัน การเปลี่ยนแปลงอารมณ์ในทางบวกจะเข้าเงื่อนไขก็ต่อเมื่อไม่ขัดขวางบุคคลจากการไล่ตามเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของตน with เป็นคำบุพบท ดังนั้น fulfilling จึงเป็นรูป -ing ที่ทำหน้าที่คล้ายคำนามในโครงสร้าง compatible with + -ing ส่วน one's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของแบบเป็นทางการและกล่าวโดยทั่วไป หมายถึงของบุคคลหนึ่งหรือของใครก็ตาม ไม่ได้เจาะจงถึงผู้พูด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสองคำที่หมายถึงเป้าหมายสองอย่างสามารถอยู่ร่วมกันได้: Our growth plan must be ____ protecting the environment.
ดูคำตอบ
compatible with
So, we need drugs to help us to be more self-analytical,
1:22ดังนั้น เราจึงต้องการยาเพื่อช่วยให้เราวิเคราะห์ตัวเองได้ดีขึ้น
less prone to irritability: มีแนวโน้มหงุดหงิดน้อยลง
ในประโยคนี้ less prone to irritability หมายถึงมีโอกาสน้อยลงที่จะหงุดหงิดหรือรำคาญได้ง่าย คำว่า less ขยาย prone จึงหมายถึงแนวโน้มนั้นลดลง ไม่ได้หายไปทั้งหมด โครงสร้างคือ be prone to + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท และ irritability เป็นคำนามที่เรียกแนวโน้มนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “มีโอกาสหงุดหงิดน้อยลง”: With enough sleep, Jordan is ____ during stressful meetings.
ดูคำตอบ
less prone to irritability
better at listening to other people: รับฟังผู้อื่นได้ดีขึ้น
Better at listening to other people หมายถึงมีทักษะหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการใส่ใจสิ่งที่คนอื่นพูด better เป็นรูปเปรียบเทียบ จึงสื่อถึงการพัฒนาขึ้นหรือการเปรียบเทียบกับความสามารถอีกระดับหนึ่ง ใช้ be better at + คำนามหรือรูป -ing เพื่อเปรียบเทียบทักษะในกิจกรรมหนึ่ง at เป็นคำบุพบท จึงต้องใช้ listening ไม่ใช่ listen และ listen ต้องมี to ก่อนบุคคลหรือสิ่งที่รับฟัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ be better at + -ing ได้ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบทักษะการรับฟังของบุคคล?
- After practice, Priya is better at listening to other people.
- After practice, Priya is better at listen to other people.
- After practice, it is better to listening to other people.
ดูคำตอบ
After practice, Priya is better at listening to other people.
there are a lot more things that are drugs than we ordinarily suppose.
1:38มีสิ่งของอีกมากมายที่เป็นยามากกว่าที่เรามักจะคาดคิด
We need to move away from the idea of drugs as pills กริยาวลี
1:42เราจำเป็นต้องก้าวออกจากความคิดที่ว่ายาคือยาเม็ด
move away from an idea: เลิกยึดติดกับแนวคิด
ในที่นี้ move away from ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนตัวออกห่างทางกายภาพ แต่หมายถึงการเลิกพึ่งพาหรือยอมรับกรอบความคิดเดิม ซึ่งก็คือแนวคิดที่ว่ายาเสพติดเป็นเพียงยาเม็ด โครงสร้าง move away from + นามวลี ใช้อธิบายการเปลี่ยนแปลงแนวคิด นโยบาย นิสัย หรือวิธีการ โดยสื่อถึงการทิ้งแนวทางหนึ่งไว้เบื้องหลังแล้วเปลี่ยนไปสู่อีกแนวทาง แม้จะไม่ได้ระบุแนวทางใหม่ไว้อย่างชัดเจนก็ตาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ move away from เพื่อกล่าวถึงการเปลี่ยนแนวทางแทนการเปลี่ยนตำแหน่งทางกายภาพ
- We need to move away from one-size-fits-all policies.
- Please move away from the edge of the platform.
- She moved away from her hometown last year.
ดูคำตอบ
We need to move away from one-size-fits-all policies.
and make you look cool and shock your parents.
1:50และทำให้คุณดูเท่พร้อมกับทำให้พ่อแม่ของคุณตกใจช็อก
feel high ในบริบทของยาเสพติด
ในบริบทที่เกี่ยวกับยาเสพติดนี้ feel high หมายถึงการได้รับฤทธิ์มึนเมาจากยา เช่น ความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม การรับรู้ที่เปลี่ยนไป หรือสติที่ลดลง high ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการที่บรรยายภาวะมึนเมา ไม่ได้หมายถึงความสูงทางกายภาพ กริยาเชื่อม feel ใช้นำเข้าสู่สภาวะชั่วคราว โดยมีโครงสร้าง feel + คำคุณศัพท์ บริบทมีความสำคัญ เพราะบางครั้ง feel high อาจหมายถึงรู้สึกอารมณ์ดีมาก แต่การกล่าวถึงยาและอาการไม่สบายในบริเวณใกล้เคียงทำให้ที่นี่หมายถึงภาวะมึนเมาจากยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ high ในความหมายว่าได้รับผลจากยาเสพติด
- After taking the unknown pill, he felt high and disoriented.
- Her test score was unusually high.
- The shelf was too high for her to reach.
ดูคำตอบ
After taking the unknown pill, he felt high and disoriented.
happens to be เพื่อสื่อความบังเอิญและการกล่าวให้ดูเบาลง
ใน happens to be โครงสร้าง happen to + infinitive หมายความว่าบางสิ่งเป็นจริงโดยบังเอิญหรือเป็นเพียงข้อเท็จจริงประกอบ วลีนี้เป็นโครงสร้างเดียว ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์หนึ่ง “เกิดขึ้น” แล้วประธานจึง “กลายเป็น” บางสิ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดกล่าวถึงตำแหน่งของคำอย่างเกือบไม่ใส่ใจ ทั้งที่แนวคิดซึ่งกล่าวต่อมาถูกอธิบายว่าสำคัญอย่างยิ่ง ความไม่สอดคล้องนี้ทำให้เกิดการกล่าวให้ดูเบาลงเชิงวาทศิลป์ และเน้นความสำคัญโดยอ้อม
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสามคำที่นำเสนอข้อเท็จจริงว่าเป็นความบังเอิญประกอบ: The only person with a spare key ____ my neighbor.
ดูคำตอบ
happens to be
อุปลักษณ์ใน sitting on a crucially important and large idea
เนื่องจากประธานคือ The word drug คำว่า sitting on จึงไม่ได้หมายถึงการกระทำตามตัวอักษร ประโยคนี้วาดภาพให้คำเรียกที่คุ้นเคยวางอยู่เหนือแนวคิดเชิงนามธรรมที่ใหญ่กว่ามาก ภาพนี้สื่อว่าคำสั้น ๆ วางอยู่เหนือแนวคิดที่ลึกซึ้งและอาจบดบังแนวคิดนั้นบางส่วน ซึ่งผู้พูดกำลังจะขยายความต่อไป จึงเป็นการจัดคำอธิบายออกเป็นพื้นผิวที่มองเห็นได้คือคำ และชั้นแนวคิดที่สำคัญกว่าซึ่งอยู่ข้างใต้
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The word home is sitting on a much bigger idea about safety and belonging,” คำว่า sitting on สื่อถึงอะไร?
- คำที่พิมพ์ถูกวางอยู่บนวัตถุจริง ๆ
- คำนั้นวางอยู่เหนือแนวคิดที่ลึกกว่าในเชิงอุปลักษณ์
- ใครบางคนปฏิเสธที่จะแบ่งปันความคิด
ดูคำตอบ
คำนั้นวางอยู่เหนือแนวคิดที่ลึกกว่าในเชิงอุปลักษณ์
The generation of benign and positive states of mind
1:58นั่นคือการสร้างสภาวะทางจิตใจที่อ่อนโยนและเป็นบวก
Any properly accurate list of drugs we have available
2:05รายการยาที่ถูกต้องเหมาะสมใดๆ ก็ตามที่เรามีให้ใช้
in the right dosage: ในขนาดที่เหมาะสม
ในที่นี้ in the right dosage หมายถึง “เมื่อรับในปริมาณที่เหมาะสม” วลีบุพบทนี้กำหนดเงื่อนไขให้กับข้อความ กล่าวคือ เครื่องดื่มนี้จะช่วยได้ก็ต่อเมื่อบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น Dosage มักหมายถึงปริมาณที่วัดไว้ และบางครั้งรวมถึงตารางการใช้ยา อาหารเสริม หรือสารอื่นที่รับเข้าไปเพื่อให้เกิดผล การใช้คำนี้กับน้ำส้มจงใจสร้างกรอบการพูดแบบคลินิก ราวกับกำลังพูดถึงยา
แบบฝึกหัด
เติมวลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “เมื่อรับในปริมาณที่เหมาะสม”: This medicine is effective only ____.
ดูคำตอบ
in the right dosage
with a touch of lemon: เติมมะนาวเล็กน้อย
ในที่นี้ with a touch of lemon หมายถึงมีการเติมมะนาวในปริมาณเล็กน้อยแต่ยังสังเกตได้ คำว่า touch ในวลีนี้ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสทางกาย ส่วน a touch of เป็นสำนวนบอกปริมาณโดยประมาณ รูปแบบ with a touch of + คำนาม นำเสนอส่วนผสม รสชาติ สี หรือคุณลักษณะเป็นเพียงสิ่งแต่งเติมเล็กน้อย ไม่ใช่ลักษณะหลัก
แบบฝึกหัด
เติมวลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “ปริมาณเล็กน้อยของ”: Add ____ lemon to the sauce for brightness.
ดูคำตอบ
a touch of
which helps one be less prickly around perceived insults and slights. การใช้คำ
2:26ซึ่งช่วยให้เราไม่แสดงอาการฉุนเฉียวเมื่อรู้สึกว่าถูกดูหมิ่นหรือถูกละเลย
have a soothing, calming effect: มีผลช่วยปลอบประโลมและทำให้สงบ
โครงสร้าง have a(n) + adjective + effect หมายความว่าสิ่งหนึ่งก่อให้เกิดอิทธิพลหรือผลลัพธ์ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ในประโยคนี้ has สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ pomegranate juice ส่วน soothing และ calming ต่างก็ขยายคำนาม effect ในโครงสร้างนี้ effect เป็นคำนามนับได้ หากต้องการระบุผู้หรือสิ่งที่ได้รับอิทธิพล ให้เติม on เช่น have a calming effect on someone or something
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำนาม effect ในโครงสร้างเป้าหมายได้ถูกต้อง
- Warm light has a calming effect on the room.
- Warm light has calming effect on the room.
- Warm light has a calming affect on the room.
ดูคำตอบ
Warm light has a calming effect on the room.
prickly เมื่อเผชิญกับคำดูหมิ่นและการไม่ให้เกียรติที่ตนรับรู้
prickly ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ใช้บรรยายคนที่รู้สึกตึงเครียด ตั้งท่าป้องกันตัว หรือหงุดหงิดง่ายเมื่อรู้สึกว่าถูกวิจารณ์ ส่วน around หมายถึง “ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ” ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ perceived บอกว่าคำดูหมิ่นเหล่านั้นอาจเป็นเพียงสิ่งที่ถูกตีความว่าเป็นคำดูหมิ่น ส่วน slights เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึงการแสดงความไม่ให้เกียรติเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนั้นวลีนี้จึงพูดถึงความอ่อนไหวต่อสิ่งที่อาจเป็นการล่วงเกิน ไม่ใช่ความแหลมคมตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
"less prickly around perceived insults and slights" ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
- สังเกตความแตกต่างทางกายภาพเล็ก ๆ ได้น้อยลง
- มีแนวโน้มน้อยลงที่จะสัมผัสวัตถุที่มีปลายแหลม
- มีแนวโน้มน้อยลงที่จะตั้งท่าป้องกันตัวต่อสิ่งที่มองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ
ดูคำตอบ
มีแนวโน้มน้อยลงที่จะตั้งท่าป้องกันตัวต่อสิ่งที่มองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ
This physical object titled Morning Riesengebirge
2:34วัตถุทางกายภาพชิ้นนี้ที่มีชื่อว่า Morning Riesengebirge
German 19th century Romantic artist Caspar David Friedrich: Romantic ในฐานะขบวนการศิลปะ
วลีนี้ค่อย ๆ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของฟรีดริชก่อนบอกชื่อ โดย German ระบุสัญชาติ 19th century ระบุยุคสมัย และ Romantic ระบุขบวนการศิลปะที่เขาสังกัด Romantic ที่ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ในที่นี้เป็นคำเรียกทางประวัติศาสตร์ศิลป์ ไม่ใช่การบอกว่าเขาสนใจเรื่องความรัก ฟรีดริชมีชื่อเสียงจากภาพทิวทัศน์ที่กระตุ้นความรู้สึกน่าเกรงขาม ความโดดเดี่ยว และความกว้างใหญ่ของธรรมชาติ ซึ่งเป็นบริบทที่จำเป็นต่อการเข้าใจผลทางอารมณ์ที่ประโยคนี้กล่าวถึง
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง Romantic ระบุว่าคัสพาร์ เดวิด ฟรีดริชเป็นศิลปินประเภทใด
- ศิลปินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการจินตนิยมในศตวรรษที่ 19
- ศิลปินที่ได้รับการบรรยายว่าใจดีและอ่อนโยน
- ศิลปินที่มีความรักแบบคู่รักเป็นหัวข้อหลัก
ดูคำตอบ
ศิลปินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการจินตนิยมในศตวรรษที่ 19
an expanded state of consciousness: จิตสำนึกที่กว้างขึ้น
An expanded state of consciousness คือภาวะที่จิตสำนึก การรับรู้ หรือมุมมองรู้สึกกว้างขึ้นกว่าประสบการณ์ปกติ expanded ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าจิตใจมีขนาดใหญ่ขึ้นจริง ๆ ในประโยคนี้ การมองภาพวาดถูกกล่าวว่าสร้างผลทางความรู้สึกดังกล่าว ทำให้ปัญหาตรงหน้าดูเล็กลงเมื่อเทียบกับธรรมชาติและจักรวาล วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการหมดสติ และไม่ได้บ่งชี้ด้วยตัวมันเองว่าเกิดภาพหลอนจากยา
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับ an expanded state of consciousness ในตัวอย่างมากที่สุด
- ความรู้สึกว่าจิตสำนึกหรือมุมมองกว้างขึ้นกว่าปกติ
- การสูญเสียสติและความสามารถในการตอบสนองโดยสิ้นเชิง
- หลักฐานว่าบุคคลกำลังเห็นภาพหลอนที่เกิดจากยา
ดูคำตอบ
ความรู้สึกว่าจิตสำนึกหรือมุมมองกว้างขึ้นกว่าปกติ
Its mild, savory taste and yielding but not crumbly texture การใช้คำ
2:58รสชาติที่กลมกล่อม อร่อย และเนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ไม่ร่วน
yielding but not crumbly texture: เนื้อสัมผัสนุ่มยุบตัวได้แต่ไม่ร่วน
ในการบรรยายอาหาร yielding หมายถึงอาหารยุบหรือเปลี่ยนรูปได้ง่ายเมื่อกดหรือกัด คำนี้บรรยายเนื้อสัมผัสที่นุ่มและยืดหยุ่น ไม่ได้หมายถึงคนที่ “ยอมแพ้” but not crumbly กำหนดขอบเขตของเนื้อสัมผัสว่า อาหารนุ่มพอที่จะยุบเมื่อกด แต่ยังเกาะตัวกันอยู่แทนที่จะแตกเป็นเศษแห้งชิ้นเล็ก ๆ
แบบฝึกหัด
ข้อใดบรรยายอาหารที่มี yielding but not crumbly texture ได้ดีที่สุด
- ยุบเมื่อกดหรือกัด แต่ยังเกาะตัวกันอยู่
- แข็งจนกัดยากและไม่โค้งหรือยุบตัว
- แตกเป็นเศษแห้งชิ้นเล็ก ๆ จำนวนมากทันทีที่สัมผัส
ดูคำตอบ
ยุบเมื่อกดหรือกัด แต่ยังเกาะตัวกันอยู่
bring on + ความรู้สึก ภาวะ หรือเหตุการณ์
ในที่นี้ bring on เป็นกริยาวลีชนิดมีกรรม หมายถึงทำให้บางสิ่งเริ่มต้นหรือปรากฏขึ้น กรรมของวลีคือ a feeling of repleteness ดังนั้นข้อความนี้จึงหมายความว่าบางสิ่งทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มอย่างรวดเร็ว รูปแบบนี้นำไปใช้ต่อได้เป็น bring on + ภาวะ ความรู้สึก หรือเหตุการณ์ โดย on เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปยังสถานที่หนึ่งจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ทำให้อาการเริ่มเกิดขึ้น” ลงในประโยค: For some people, bright flashing lights can ____ a migraine.
ดูคำตอบ
bring on
บทอาเรีย Soave sia il vento ของโมซาร์ท
ในที่นี้ ผู้พูดใช้ aria เพื่อหมายถึงบทขับร้องเด่นในอุปรากร โดยปกติ aria เป็นบทเพลงที่จบในตัวและเขียนให้ผู้ร้องเดี่ยว Soave sia il vento เป็นชื่อภาษาอิตาลี มีความหมายโดยประมาณว่า “ขอให้สายลมอ่อนโยน” จึงควรมองว่าเป็นชื่อผลงาน ไม่ใช่ภาษาอังกฤษทั่วไป การระบุบทเพลงของโมซาร์ทชิ้นนี้ทำให้รู้ว่าดนตรีใดถูกกล่าวถึงในภายหลังอย่างติดตลกว่าเป็น “ยาในรูปของดนตรี”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The soprano performed an aria from the opera,” คำว่า aria หมายถึงอะไร
- ฉากสนทนาระหว่างนักแสดง
- เพลงยอดนิยมชนิดใดก็ได้
- บทขับร้องเดี่ยวที่โดดเด่นในอุปรากร
ดูคำตอบ
บทขับร้องเดี่ยวที่โดดเด่นในอุปรากร
and a mood of generosity towards one's own and others' stupidity
3:23และอารมณ์แห่งความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อความโง่เขลาของตนเองและผู้อื่น
induce a heightened state of tenderness: กระตุ้นให้เกิดความอ่อนโยนที่เข้มข้นขึ้น
ใน induce a heightened state of tenderness คำว่า induce หมายถึง “ทำให้สภาวะหรือความรู้สึกหนึ่งเริ่มเกิดขึ้น” โครงสร้างคือ induce + นามวลี เช่น induce a state of X Heightened หมายถึง “รุนแรงกว่าปกติ” ดังนั้นดนตรีจึงทำให้เกิดความอ่อนโยนต่อคนแปลกหน้าอย่างมากผิดปกติเป็นการชั่วคราว Induce บรรยายสาเหตุ และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “โน้มน้าว”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ induce: “The treatment ____ a state of deep relaxation within minutes.”
ดูคำตอบ
induces
เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์
when it comes to relationships หมายถึงความสัมพันธ์เป็นหัวข้อที่กำลังพูดถึง คล้ายกับความหมายว่าในเรื่องความสัมพันธ์ ไม่ได้หมายถึงสิ่งใดเคลื่อนมาหาความสัมพันธ์จริง ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดคำกล่าวเรื่องพฤติกรรมที่โง่เขลาของผู้คนให้ใช้เฉพาะกับสิ่งที่พวกเขาทำในความสัมพันธ์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ when it comes to + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ใช้กำหนดให้ความสัมพันธ์เป็นหัวข้อ: ____, patience and honesty matter.
ดูคำตอบ
When it comes to relationships
แตกต่างกันไปในแต่ละคน
Vary from one person to the next หมายถึงแตกต่างกันไปในแต่ละคน จึงไม่คาดว่าผลที่แน่นอนจะเหมือนกันสำหรับทุกคน โครงสร้าง vary from A to B แสดงช่วงของความแตกต่าง ใน one person to the next คำว่า the next หมายถึงอีกคนหนึ่งในกลุ่มโดยทั่วไป ไม่ใช่คนถัดไปที่ระบุชัดในแถวหรือช่วงเวลาถัดมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าผลข้างเคียงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน
- Side effects may vary one person to the next.
- Side effects may vary from one person and the next.
- Side effects may vary from one person to the next.
ดูคำตอบ
Side effects may vary from one person to the next.
get good at + -ing: ค่อย ๆ พัฒนาจนชำนาญ
get good at + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงค่อย ๆ เก่งหรือชำนาญในบางสิ่ง get แสดงการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป ส่วน good at ระบุว่าเก่งในด้านใด ในประโยคนี้ at ตามด้วย working out ซึ่งเป็นรูป -ing โครงสร้างนี้เชื่อมการพัฒนาความสามารถเข้ากับกิจกรรมหนึ่ง ๆ: get good at doing something
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นได้ดีที่สุดว่าทักษะหนึ่งพัฒนาขึ้นจากการฝึกฝน
- With regular practice, Maya got good at explaining complex ideas clearly.
- Maya is good at explaining complex ideas clearly.
ดูคำตอบ
With regular practice, Maya got good at explaining complex ideas clearly.
work out what...: หาคำตอบด้วยการคิด
ในที่นี้ working out หมายถึงการได้คำตอบด้วยการคิด เปรียบเทียบหลักฐาน หรือพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยมีคำถามแทรก what we really need เป็นกรรม หลัง work out คำถามแทรกใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what we really need ไม่ใช่ what do we really need บริบททำให้ work out มีความหมายว่าแก้ปัญหาหรือหาคำตอบ ไม่ใช่ออกกำลังกาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ work out ในความหมายว่า “หาคำตอบด้วยการคิด” และใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามแทรก
- We need to work out why the alarm keeps ringing.
- I work out at the gym before breakfast.
- We need to work out why does the alarm keep ringing.
ดูคำตอบ
We need to work out why the alarm keeps ringing.
โครงสร้างเปรียบเทียบแบบสมดุล What might be ... for one person could be ... for another
ในที่นี้ What might be a crucial corrective for one person เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นประธานทั้งส่วน โดย What หมายถึง "สิ่งที่" ไม่ใช่คำถาม จึงเข้าใจได้ว่าเป็น "The thing that might be a crucial corrective for one person..." ประโยคหลัก could be deeply unhelpful for another เปรียบเทียบประโยชน์ที่อาจเกิดกับคนหนึ่งกับผลเสียที่อาจเกิดกับอีกคนอย่างสมดุล คำว่า might และ could ทำให้น้ำเสียงระมัดระวัง ไม่ได้ยืนยันว่าผลเช่นนี้จะเกิดขึ้นเสมอ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ What might be X for one person could be Y for another
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบสมดุลได้ถูกต้อง เพื่อแสดงว่าสิ่งเดียวกันอาจส่งผลต่อแต่ละคนแตกต่างกัน
- What might relaxing for one person could be stressful for another.
- What might be relaxing for one person could be stressful for another.
- What might be relaxing for one person could stressful for another.
- What might be relaxing for one person, what could be stressful for another.
ดูคำตอบ
What might be relaxing for one person could be stressful for another.
People who would do a full audit of our natures สำนวน
3:53บุคคลที่จะทำการตรวจสอบธรรมชาติของเราอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ do a full audit of our natures
ในที่นี้ do a full audit เป็นการเปรียบเปรยถึงการตรวจสอบบางสิ่งอย่างละเอียดและเป็นระบบ ไม่ได้หมายถึงการตรวจบัญชีการเงิน Our natures หมายถึงอุปนิสัย ความเคยชิน ความต้องการ และแนวโน้มทางจิตใจของแต่ละคน เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้สื่อถึงการประเมินอย่างรอบคอบและครบถ้วนว่าแต่ละคนเป็นคนอย่างไร
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ do a full audit of our natures หมายความว่าอะไร
- ตรวจสอบบุคลิกและความต้องการของเราอย่างละเอียดและเป็นระบบ
- ตรวจสอบว่าบันทึกทางการเงินของเรามีข้อผิดพลาดหรือไม่
- ศึกษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติรอบตัวเรา
- คาดเดาอารมณ์ของเราอย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ
ตรวจสอบบุคลิกและความต้องการของเราอย่างละเอียดและเป็นระบบ
come up with: คิดและพัฒนาบางสิ่งขึ้นมา
ในประโยคนี้ come up with หมายถึงคิดและพัฒนาชุดคำแนะนำโดยละเอียด เป็นการสร้างแนวคิด คำตอบ แผน หรือข้อเสนอที่มีประโยชน์ผ่านการคิดหรือการพูดคุย ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนจริง ๆ Come up with เป็นกริยาวลีสามคำ โดยตามด้วยสิ่งที่คิดหรือสร้างขึ้นมา: come up with + an idea/a solution/a plan
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come up with: After a long meeting, the team finally ____ a practical solution.
ดูคำตอบ
came up with
คำถามโดยอ้อมแบบขนาน: what sort ... in what doses ... at what times
ส่วนที่เน้นไว้ทั้งสามส่วนทำงานแบบขนานกันเพื่อจัดระเบียบคำแนะนำตามคำถามสามข้อ ได้แก่ ใช้ยาชนิดใด ใช้ขนาดเท่าใด และใช้เวลาใด ทั้งสามส่วนร่วมกันระบุเนื้อหาที่รายการแบบละเอียดต้องครอบคลุม เนื่องจากเป็นองค์ประกอบของคำถามแฝงหรือคำถามโดยอ้อม จึงไม่ใช้การสลับตำแหน่งแบบคำถามโดยตรง ใน at what times of day we should take them ประธานอยู่หน้ากริยาช่วย จึงเป็น we should ไม่ใช่ should we ใน what sort of drugs might be most suitable วลีคำถาม what sort of drugs เป็นประธาน ส่วน in what doses เป็นองค์ประกอบคู่ขนานแบบละคำ โดยเข้าใจคำที่หายไปได้จาก we should take them
แบบฝึกหัด
เลือกส่วนเติมที่เป็นธรรมชาติสำหรับคำถามโดยอ้อม: The care guide explains at what times of day ____.
- should we take the tablets
- we take should the tablets
- we should take the tablets
ดูคำตอบ
we should take the tablets
ambitious societies have looked very seriously at drugs
4:06สังคมที่มีความทะเยอทะยานได้พิจารณาเรื่องยาอย่างจริงจัง
the thing they did was to + คำกริยา: เน้นการกระทำสำคัญ
“The thing they did was to + คำกริยา” ทำให้การกระทำหนึ่งเป็นจุดเน้น โดยในทางไวยากรณ์เป็นโครงสร้างเน้นจุดสำคัญแบบ pseudo-cleft เริ่มจากใช้ “the thing they did” ชี้ไปยังการกระทำที่ยังไม่ได้ระบุ แล้วจึงบอกหลัง “was” ว่าการกระทำนั้นคืออะไร ซึ่งในที่นี้คือการจัดการใช้สารให้อยู่ในรูปแบบพิธีกรรม คำว่า “thing” ในที่นี้หมายถึงการกระทำสำคัญ ไม่ใช่สิ่งของ ส่วน “was to organize” ใช้ระบุว่าการกระทำนั้นคืออะไร ไม่ได้หมายความว่าเป็นเพียงแผนที่จะทำ โครงสร้างนี้ช่วยเน้นวิธีตอบสนองหรือทางแก้หนึ่งอย่างหลังจากให้ข้อมูลพื้นหลังแล้ว
แบบฝึกหัด
ใน “The thing the school did was to add evening classes” โครงสร้างเน้นจุดสำคัญนี้เน้นอะไร
- การเพิ่มชั้นเรียนภาคค่ำเป็นการกระทำหลักของโรงเรียน
- ชั้นเรียนภาคค่ำเป็นสิ่งของที่โรงเรียนเป็นเจ้าของ
- โรงเรียนวางแผนจะเพิ่มชั้นเรียนแต่ไม่ได้ทำ
ดูคำตอบ
การเพิ่มชั้นเรียนภาคค่ำเป็นการกระทำหลักของโรงเรียน
ชาถูกใช้ในพิธีกรรมทางพุทธศาสนาในญี่ปุ่น
ในที่นี้ “tea was employed in Buddhist ceremonies in Japan” หมายความว่าชาถูกนำมาใช้โดยตั้งใจให้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมเหล่านั้น “Was employed” เป็นรูปถูกกระทำที่ค่อนข้างเป็นทางการ โดยชาเป็นสิ่งที่ถูกใช้ ส่วนผู้ที่ใช้ชาไม่ได้ถูกระบุ การกล่าวถึงญี่ปุ่นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมาแสดงให้เห็นว่าการดื่มชาสามารถจัดเป็นกิจกรรมเชิงพิธีกรรมได้ ในการอภิปรายนี้ “drug” ใช้ในความหมายกว้างว่าคือสารที่มีผลต่อจิตใจหรือร่างกาย ไม่ได้หมายความว่าชาเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย
แบบฝึกหัด
ในประโยค “A bell was employed in the ceremony” คำว่า “was employed” หมายถึงอะไร
- ระฆังถูกจ้างมาเป็นคนทำงาน
- ระฆังถูกใช้เพื่อจุดประสงค์หนึ่ง
- ระฆังถูกค้นพบโดยบังเอิญ
ดูคำตอบ
ระฆังถูกใช้เพื่อจุดประสงค์หนึ่ง
from the 13th century onwards: ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา
From the 13th century onwards หมายถึง “เริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 และดำเนินต่อไปหลังจากนั้น” ประโยคนี้ระบุช่วงเวลาเริ่มต้น แต่ไม่ได้ระบุช่วงเวลาสิ้นสุด ใช้โครงสร้าง from + คำบอกเวลา + onwards เพื่อจัดลำดับเวลาโดยมีจุดเริ่มต้นเป็นหลัก onwards ครอบคลุมเวลาทั้งหมดหลังจากนั้นที่เกี่ยวข้องกับบริบท ไม่ได้หมายถึงเพียงศตวรรษถัดไปเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง from ... onwards เพื่อให้หมายถึง “เริ่มในเดือนมิถุนายนและดำเนินต่อไปหลังจากนั้น”: The new bus route will run every day ____.
ดูคำตอบ
from June onwards
and a feeling of strong connection to other human beings.
4:22และความรู้สึกเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับมนุษย์คนอื่นๆ
while contemplating the branch of a pine tree in the wind. ไวยากรณ์
4:32ในขณะที่พิจารณากิ่งสนที่พลิ้วไหวในสายลม
might have to: ความจำเป็นที่ไม่แน่นอน
ในที่นี้ might have to หมายถึง “อาจถูกกำหนดให้ต้องทำบางสิ่ง” might ทำให้ข้อกำหนดนั้นไม่แน่นอนหรือเป็นเพียงสถานการณ์สมมติ ส่วน have to ให้ความหมายว่าจำเป็นต้องทำ โครงสร้างคือ might + have to + กริยารูปพื้นฐาน เนื่องจาก have to เป็นวลีแสดงหน้าที่ที่ตามหลัง might จึงไม่ใช่โครงสร้าง might have + กริยาช่อง 3 และไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตที่อาจเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงข้อกำหนดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แทนที่จะเป็นข้อกำหนดที่แน่นอนหรือข้อกำหนดที่อาจมีอยู่ในอดีต
- We have to cancel the picnic because the park is closed.
- We might have to cancel the picnic if it rains.
- We might have had to cancel the picnic if the storm had not moved away.
ดูคำตอบ
We might have to cancel the picnic if it rains.
while contemplating: อนุประโยค while แบบย่อสำหรับการกระทำที่เกิดพร้อมกัน
ในประโยคนี้ while contemplating เป็นรูปย่อของ while you are contemplating โดยบอกว่าการเพ่งพินิจกิ่งสนเกิดขึ้นพร้อมกับการดื่มชา ประธานที่ละไว้เข้าใจว่าเป็นคนเดียวกับผู้ที่ดื่มชา โครงสร้าง while + คำกริยา -ing เป็นวิธีเพิ่มการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างกระชับ เมื่อทั้งสองการกระทำมีประธานเดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอนุประโยค while แบบย่อโดยใช้ contemplate: Nina slowly drank her coffee ____ the job offer.
ดูคำตอบ
while contemplating
The ancient Greeks were also very interested in drugs.
4:36ชาวกรีกโบราณก็มีความสนใจในเรื่องยาเป็นอย่างมากเช่นกัน
was built around the highly structured use of red wine
4:42ถูกสร้างขึ้นรอบๆ การใช้ไวน์แดงอย่างมีแบบแผนขั้นสูง
Dionysian Mysteries: พิธีกรรมลับเพื่อบูชาไดอะไนซัส
Dionysian Mysteries คือพิธีกรรมทางศาสนาของกรีกโบราณที่เกี่ยวข้องกับการบูชาไดอะไนซัส เทพที่เชื่อมโยงกับไวน์และการเฉลิมฉลองอย่างเปี่ยมล้น ในที่นี้ Mysteries หมายถึงพิธีกรรมลับหรือพิธีรับเข้าเป็นสมาชิก ไม่ใช่ปริศนาที่ต้องไข ในข้อความนี้ ชื่อดังกล่าวระบุถึงพิธีกรรมที่มีแบบแผน ซึ่งทำให้การดื่มและการเต้นรำมีจุดประสงค์ทางศาสนาและช่วยให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ภูมิหลังนี้อธิบายว่าทำไมกิจกรรมจึงถูกนำเสนอเป็นธรรมเนียมร่วมกันที่มีการควบคุม ไม่ใช่การดื่มทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในข้อความนี้ Dionysian Mysteries หมายถึงอะไร?
- พิธีกรรมทางศาสนาแบบลับที่เกี่ยวข้องกับการบูชาไดอะไนซัส
- กฎหมายสาธารณะที่บังคับให้ทุกคนดื่มและเต้นรำ
- ชุดเรื่องเล่าเกี่ยวกับการคิดค้นไวน์แดง
ดูคำตอบ
พิธีกรรมทางศาสนาแบบลับที่เกี่ยวข้องกับการบูชาไดอะไนซัส
in search of a sense of collective belonging: แสวงหาความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มร่วมกัน
in search of ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำ ผู้เข้าร่วมดื่มและเต้นรำเพราะพวกเขากำลังพยายามค้นหาหรือได้รับบางสิ่ง ในที่นี้ search ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการตามหาสิ่งของจริง ๆ a sense of collective belonging คือความรู้สึกว่าตนได้รับการยอมรับให้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเดียวกัน คำว่า collective เพิ่มความหมายว่าความผูกพันนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนมีร่วมกันและสร้างขึ้นด้วยกัน
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่างนี้ in search of a sense of collective belonging หมายถึงอะไร
- พวกเขากำลังตามหาสิ่งของจริง ๆ ที่เป็นของกลุ่ม
- พวกเขารู้สึกว่าได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่แล้วและกำลังฉลองเรื่องนั้น
- พวกเขาเข้าร่วมกิจกรรมโดยหวังว่าจะรู้สึกว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มร่วมกัน
ดูคำตอบ
พวกเขาเข้าร่วมกิจกรรมโดยหวังว่าจะรู้สึกว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มร่วมกัน
as decreed by the god Dionysus: ตามที่เทพไดโอนีซัสทรงบัญชาไว้
as decreed by the god Dionysus หมายถึง “ตามที่เทพไดโอนีซัสทรงมีพระบัญชาไว้อย่างเป็นทางการ” ในที่นี้ as หมายถึง “ตาม” หรือ “ด้วยวิธีที่กำหนดไว้” ไม่ได้หมายถึง “ขณะที่” หรือ “เพราะว่า” decreed เป็นกริยาช่องสามในอนุประโยคแบบถูกกระทำที่ย่อมาจาก as [it was] decreed by... วลีที่ขึ้นต้นด้วย by ระบุผู้มีอำนาจที่ออกคำสั่ง จึงทำให้การดื่มและเต้นรำถูกนำเสนอว่าเป็นการปฏิบัติตามกฎของผู้มีอำนาจ
แบบฝึกหัด
ข้อใดถ่ายทอดความหมายของ as decreed by the god Dionysus ได้ตรงที่สุด
- ตามที่เทพไดโอนีซัสทรงมีพระบัญชาไว้อย่างเป็นทางการ
- เพราะเทพไดโอนีซัสทรงค้นหาสิ่งนั้น
- ขณะที่เทพไดโอนีซัสกล่าวถึงเรื่องนี้อย่างไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ
ตามที่เทพไดโอนีซัสทรงมีพระบัญชาไว้อย่างเป็นทางการ
By making A into B: การบอกวิธีการผ่านการเปลี่ยนแปลง
By + รูป -ing บอกว่าผลลัพธ์ในประโยคหลักเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีใด ในที่นี้ By making ... เชื่อมวิธีของชาวกรีกเข้ากับ directed กล่าวคือ พวกเขาชี้นำพลังของแอลกอฮอล์ด้วยการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่อธิบายไว้ในวลีต้นประโยค ในโครงสร้าง make A into B นั้น A ถูกเปลี่ยนหรือปรับรูปจนกลายเป็น B โดย A ส่วนยาวในที่นี้คือ what might otherwise descend into binge drinking และ B คือ a religious festival เมื่อรวมกันแล้ว By making A into B หมายถึง “ด้วยการเปลี่ยน A ให้เป็น B” ไม่ได้ใช้ by เพื่อระบุผู้กระทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง By making A into B ให้ถูกต้อง: ____ the empty office ____ a study room, the club created a quiet place to work.
ดูคำตอบ
By making · into
descend into binge drinking: อุปมาแสดงการเสื่อมลงที่เป็นอันตราย
descend into ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ กิจกรรมหนึ่งอาจค่อย ๆ สูญเสียการควบคุมและพัฒนาไปเป็นสภาวะที่แย่ลง ราวกับเคลื่อนต่ำลง วลีนี้มีนัยประเมินในทางลบ ดังนั้น descend into binge drinking จึงหมายถึง “เสื่อมลงจนกลายเป็นการดื่มหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่างขาดการควบคุม” Binge drinking คือการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งมักเกิดขึ้นในการดื่มครั้งเดียว ไม่ได้หมายถึงการดื่มทุกชนิด ใน what might otherwise descend into... คำว่า otherwise แสดงว่าผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายนี้อาจเกิดขึ้นได้ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อจัดระเบียบตามที่อธิบายในประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ descend into ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงว่าสถานการณ์แย่ลงและควบคุมได้น้อยลง
- The calm meeting descended into angry shouting.
- The chef descended into a new recipe.
- The elevator descended into the basement.
ดูคำตอบ
The calm meeting descended into angry shouting.
direct A towards B: ชี้นำพลังไปสู่เป้าหมาย
ในที่นี้ directed ... towards หมายถึงการทำให้ฤทธิ์อันทรงพลังของแอลกอฮอล์รับใช้เป้าหมายหนึ่งโดยเฉพาะ A คือ the immense power of alcohol และ B คือ the most beneficial states of mind คำว่า direct ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการบอกทางให้ใคร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ direct A toward(s) B ซึ่งหมายถึงการมุ่ง รวม หรือใช้ A เพื่อให้ส่งผลต่อหรือสนับสนุน B โดย A อาจเป็นความสนใจ ความพยายาม เงิน พลังงาน หรืออิทธิพล ส่วน B ระบุเป้าหมายหรือจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสองส่วนของรูปแบบ direct A towards B: The council ____ more funding ____ road safety programs.
ดูคำตอบ
directed · towards
Getting into an argument with someone: เริ่มมีปากเสียงกับใครสักคน
Get into an argument หมายถึงเริ่มมีความขัดแย้งด้วยคำพูดหรือเข้าไปพัวพันกับการโต้เถียง เน้นการเปลี่ยนเข้าสู่ภาวะที่กำลังโต้เถียง ไม่ได้หมายถึงการเดินเข้าไปในสถานที่จริง ๆ รูปแบบที่พบบ่อยคือ get into an argument with someone โดยหลัง with ระบุคนที่โต้เถียงด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นการเปลี่ยนจากการพูดคุยอย่างสงบไปสู่ความขัดแย้งทางคำพูด: They tried to stay calm, but they ended up ____ with the landlord.
ดูคำตอบ
getting into an argument
Messing up: ทำบางอย่างพังหรือทำได้ไม่ดี
Mess up หมายถึงทำบางอย่างพังหรือทำได้ไม่ดี ใน messing up a wedding speech หมายถึงทำผิดพลาดจนสุนทรพจน์ออกมาไม่ดี ไม่ได้หมายถึงทำให้ตัวสุนทรพจน์ยุ่งเหยิงในทางกายภาพ เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ จึงใช้ได้ทั้ง mess up the speech และ mess the speech up แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง: mess it up
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของกริยาวลีเป้าหมาย: I was nervous, but I didn't ____ my presentation.
ดูคำตอบ
mess up
wine became an occasion for fostering trust and loyalty
5:10ไวน์กลับกลายเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความไว้วางใจและความจงรักภักดี
Instead of being ... X became an occasion for ...: เปลี่ยนจากบทบาทเดิมเป็นโอกาสใหม่
Instead of being ... เปิดด้วยบทบาทหรือผลลัพธ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้น เนื่องจากอนุประโยค -ing ที่ขึ้นต้นนี้ไม่ได้ระบุประธาน ประธานที่เข้าใจโดยนัยจึงต้องเป็นประธานของประโยคหลัก ซึ่งก็คือ wine ประโยคหลัก wine became an occasion for fostering ... ให้ผลลัพธ์ที่เข้ามาแทน กรอบเต็ม Instead of being A, X became B ปรับบทบาทของ X จากบทบาท A ที่ไม่ต้องการไปเป็นบทบาทใหม่ B ส่วน for + -ing ระบุกิจกรรมที่โอกาสนั้นทำให้เกิดขึ้นได้
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบต่างด้วยรูปแบบ Instead of being A, X became an occasion for + -ing: Instead of ____ a burden, the training session ____ an occasion for building confidence.
ดูคำตอบ
being · became
play an immense role in: มีอิทธิพลที่สำคัญอย่างยิ่งต่อบางสิ่ง
ในประโยคนี้ play an immense role in หมายถึง “มีอิทธิพลที่สำคัญอย่างยิ่งต่อ...” ประโยคนี้บอกว่าอารมณ์ส่งผลอย่างมากต่อชีวิตของเรา คำว่า play เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนทั้งชุดและไม่ได้หมายถึง “เล่นเพื่อความสนุก” โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ X + play(s) + a/an + คำคุณศัพท์ + role in Y คำคุณศัพท์บอกขนาดหรือประเภทของบทบาท ดังนั้นจึงเปลี่ยน immense เป็น major, important หรือ limited ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง play a role in และคำคุณศัพท์ important: Regular sleep can ____ emotional health.
ดูคำตอบ
play an important role in
tend to be: แสดงแนวโน้มทั่วไปที่อาจมีข้อยกเว้น
Tend to be แสดงว่าสิ่งหนึ่งโดยทั่วไปหรือบ่อยครั้งอยู่ในสภาพใดสภาพหนึ่ง แต่ยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น ในประโยคนี้ การทำสิ่งต่าง ๆ อย่างไม่เป็นระบบถูกนำเสนอว่าเป็นแบบแผนทั่วไปของมนุษย์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โครงสร้างคือ ประธาน + tend(s) to be + ส่วนเติมเต็ม ซึ่งมักเป็นคำคุณศัพท์หรือนามวลี เช่น Plans tend to be flexible หากใช้กริยาหลักตัวอื่น ให้ใช้ tend to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น People tend to worry
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอความคิดนี้เป็นแบบแผนทั่วไปที่อาจมีข้อยกเว้นได้ดีที่สุด
- Online meetings tend to be shorter than in-person meetings.
- One online meeting was shorter than one in-person meeting.
- Online meetings are always shorter than in-person meetings.
ดูคำตอบ
Online meetings tend to be shorter than in-person meetings.
and that can have a devastating impact on our well-being. วลี
5:30และสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความอยู่ดีมีสุขของเราได้
play around with: ทดลองแบบไม่จริงจังหรือเสี่ยงอันตราย
ในที่นี้ play around with หมายถึงการลองเปลี่ยนหรือใช้บางสิ่งแบบไม่เป็นทางการและไม่ได้ควบคุมอย่างเต็มที่ ไม่ได้หมายถึงการเล่นอยู่ใกล้สิ่งนั้นจริง ๆ เมื่อกรรมคือ moods และวิธีที่ใช้คือยาอันตราย วลีนี้จึงมีน้ำเสียงวิจารณ์ว่า ผู้คนกำลังปรับอารมณ์โดยขาดทั้งความแม่นยำและความเข้าใจที่เพียงพอ ในบริบทอื่น วลีนี้อาจฟังเบาลงและหมายถึงการสำรวจความเป็นไปได้โดยไม่มีแผนตายตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ไฮไลต์ซึ่งหมายถึง “ทดลองแบบไม่จริงจังและอาจไม่ระมัดระวังเพียงพอ”: The technicians were warned not to ____ the emergency controls just to see what happened.
ดูคำตอบ
play around with
clumsy and dangerous instruments: อุปมาถึงวิธีการที่หยาบและไม่แม่นยำ
instruments ในที่นี้หมายถึงเครื่องมือหรือวิธีการที่ใช้เพื่อให้เกิดผลบางอย่าง ไม่ได้หมายถึงเครื่องดนตรี ยาถูกเปรียบในเชิงอุปมาว่าเป็นเครื่องมือสำหรับเปลี่ยนอารมณ์ clumsy ในที่นี้ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนไหวที่งุ่มง่ามของคน แต่หมายถึงวิธีการที่หยาบและไม่แม่นยำ จึงควบคุมได้ยาก เมื่อใช้คู่กับ dangerous วลีนี้จึงสื่อว่าวิธีเหล่านี้ทั้งไม่เหมาะกับการปรับอย่างละเอียดและอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Threats are clumsy and dangerous instruments for building trust,” วลี “clumsy and dangerous instruments” หมายถึงอะไร?
- เทคนิคที่ชำนาญและทำงานได้อย่างแม่นยำมาก
- วิธีการที่ไม่แม่นยำและมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดอันตราย
- เครื่องดนตรีที่ถืออย่างปลอดภัยได้ยาก
ดูคำตอบ
วิธีการที่ไม่แม่นยำและมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดอันตราย
have a devastating impact on our well-being: ส่งผลกระทบร้ายแรงอย่างยิ่งต่อสุขภาวะ
Have an impact on หมายถึง “ส่งผลต่อ” โครงสร้างคือ have + an impact + on + คนหรือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ ในที่นี้ devastating เพิ่มระดับความรุนแรงของ impact โดยสื่อว่าผลนั้นอาจก่ออันตรายที่ร้ายแรงมากหรือยาวนาน ในประโยคนี้ drugs เป็นสิ่งที่ก่อผลกระทบ ส่วน our well-being คือสิ่งที่อาจเสียหาย Well-being หมายถึงสุขภาวะโดยรวมทั้งทางกาย จิตใจ และอารมณ์ ไม่ใช่เพียงอารมณ์ชั่วขณะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ก่ออันตรายอย่างร้ายแรงมากต่อ”: Unregulated pollution can ____ public health.
ดูคำตอบ
have a devastating impact on
with their flourishing being the end goal. ไวยากรณ์
5:43โดยมีความเจริญงอกงามของพวกเขาเป็นเป้าหมายสูงสุด
into the mix: นำอีกปัจจัยหนึ่งเข้ามาพิจารณา
Into the mix เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “เข้าสู่กลุ่มของสิ่งที่กำลังนำมารวมกัน พูดคุย หรือพิจารณา” ไม่ได้หมายถึงใส่ลงในของผสมจริง ๆ ในที่นี้ Mozart และ Emmental cheese ได้รับการยอมรับเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมภายใต้แนวคิดที่กว้างขึ้นว่าอะไรสามารถส่งผลต่ออารมณ์ได้ รูปแบบที่พบบ่อยคือ bring, introduce หรือ allow something into the mix
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “นำสิ่งนั้นเข้ามาเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง”: We should bring delivery time ____ before choosing a supplier.
ดูคำตอบ
into the mix
with their flourishing being the end goal: รูปแบบ with + นามวลี + being + ส่วนเติมเต็ม
วลี with ที่ท้ายประโยคช่วยวางกรอบให้ข้อเสนอทั้งหมดด้วยการเพิ่มเป้าหมายที่ใช้ชี้นำ รูปแบบคือ with + นามวลี + being + ส่วนเติมเต็ม โดย their flourishing เป็นนามวลี being เชื่อมวลีนี้กับ the end goal และ the end goal ระบุจุดมุ่งหมายสูงสุดของระบบ ในที่นี้ their หมายถึงผู้คนที่ระบบคอยชี้นำ ส่วน flourishing หมายถึงการมีชีวิตที่ดีและพัฒนาอย่างเต็มที่ ไม่ใช่การออกดอกของพืช วลีนี้จึงบอกเกณฑ์ที่ควรใช้ประเมินระบบ นั่นคือสวัสดิภาวะของมนุษย์เป็นเป้าหมายสุดท้าย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบ with + นามวลี + being + ส่วนเติมเต็ม ได้ถูกต้องเพื่อวางกรอบให้ข้อความหลัก
- The clinic changed its schedule, with patient safety be the main concern.
- The clinic changed its schedule, with being patient safety the main concern.
- The clinic changed its schedule, with patient safety being the main concern.
ดูคำตอบ
The clinic changed its schedule, with patient safety being the main concern.
at the dawn of: ระยะแรกเริ่มที่สุดของพัฒนาการ
At the dawn of เป็นอุปมาที่หมายถึงช่วงแรกเริ่มที่สุดของยุคสมัย สาขา หรือพัฒนาการครั้งสำคัญ Dawn คือแสงแรกของวัน วลีนี้จึงสื่อว่าสิ่งหนึ่งเพิ่งเริ่มก่อตัวและยังไม่พัฒนาเต็มที่ ในประโยคนี้ still only ยิ่งเน้นความหมายดังกล่าวว่า แม้ในตอนนี้ ความรู้ของเราเกี่ยวกับวิธีใช้ยาอย่างถูกต้องก็ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น วลีนี้ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาจริงของวัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ at the dawn of ได้เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อสื่อถึงระยะแรกเริ่มของพัฒนาการครั้งสำคัญ
- At the dawn of the five-minute coffee break, Mia checked her phone.
- At the dawn of my grocery list, I wrote down milk.
- At the dawn of quantum computing, many practical uses were still unknown.
ดูคำตอบ
At the dawn of quantum computing, many practical uses were still unknown.
We're sure to learn: การคาดการณ์อย่างมั่นใจ
ใน We're sure to learn โครงสร้าง ประธาน + be + sure to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้คาดการณ์อย่างมั่นใจ หมายถึง “เราแทบจะแน่นอนว่าจะได้เรียนรู้” ไม่ได้หมายถึง “เราต้องไม่ลืมที่จะเรียนรู้” be จะเปลี่ยนตามประธานและกาล เช่น I am sure to..., she is sure to..., they were sure to.... เหตุการณ์หลัง to ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหรือมีโอกาสเกิดขึ้นสูงมาก
แบบฝึกหัด
ใน The new bus route is sure to save commuters time. ส่วน is sure to save สื่อความหมายอะไร
- เป็นคำสั่งที่ส่งถึงเส้นทางรถประจำทางสายใหม่
- เป็นการคาดการณ์อย่างมั่นใจ
- เป็นการบรรยายนิสัยในอดีต
ดูคำตอบ
เป็นการคาดการณ์อย่างมั่นใจ