สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกที่คุณไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน - Addison Anderson: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: การศึกษาเชิงประจักษ์ด้านกายวิภาคและฟันฉลามทำให้นิโคลัส สเตโนบุกเบิกวิชาลำดับชั้นหิน วางรากฐานให้ธรณีวิทยาอธิบายประวัติศาสตร์อันยาวนานของโลก และส่งอิทธิพลทางอ้อมต่อแนวคิดเรื่องวิวัฒนาการในเวลาต่อมา ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. had him dissect — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจโครงสร้าง have + กรรม + กริยารูปพื้นฐานว่าเป็นโครงสร้างบอกเหตุ ซึ่งหมายถึงผู้หนึ่งสั่ง จัดการ หรือมอบหมายให้อีกคนทำบางสิ่ง ความเข้าใจนี้ช่วยไม่ให้ตีความ had ว่าแปลว่า “มี” เท่านั้น และช่วยให้บรรยายงานที่ได้รับมอบหมายได้ชัดเจน 2. stratigraphy — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่าคำนี้หมายถึงวิชาที่ศึกษาชั้นหินและความสัมพันธ์ตามลำดับเวลาของชั้นหิน การรู้คำนี้ทำให้เห็นว่าเหตุผลของสเตโนเกี่ยวกับการทับถมในแนวราบและการเปลี่ยนรูปภายหลังสำคัญต่อการสร้างประวัติศาสตร์โลกขึ้นใหม่อย่างไร 3. helped evolve evolution, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการเล่นคำระหว่าง evolve กับ evolution ซึ่งสรุปอิทธิพลทางอ้อมของสเตโนต่อภูมิหลังทางความคิดของดาร์วินได้อย่างน่าจดจำ คุณจะมองเห็นว่าการใช้รากศัพท์ซ้ำกันช่วยเน้นความคิดและเชื่อมการค้นพบก่อนหน้าเข้ากับทฤษฎีที่เกิดขึ้นภายหลังอย่างไร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Nicolas Steno is rarely heard of outside intro to geology, กริยาวลี
0:07นีกอเลาส์ สเตโน แทบไม่เป็นที่รู้จักนอกจากการเรียนการสอนธรณีวิทยาเบื้องต้น
rarely heard of: แทบไม่มีใครเคยได้ยินชื่อ
hear of เป็นคำกริยาที่ใช้ร่วมกับบุพบทแบบตายตัว หมายถึง “รู้ว่าบุคคลหรือสิ่งหนึ่งมีอยู่” หรือ “เคยได้ยินชื่อนั้น” ในรูปถูกกระทำ is rarely heard of จุดสนใจอยู่ที่ Steno คือมีคนเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเขาเป็นใคร ไม่ได้หมายความว่าผู้คนแทบไม่ได้ยินเสียงของเขา outside intro to geology จำกัดขอบเขตของข้อความนี้ ในที่นี้ outside หมายถึง “นอกบริบทของธรณีวิทยาเบื้องต้น” ไม่ได้หมายถึง “กลางแจ้ง”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ hear of: Most people have never ____ this little-known inventor.
ดูคำตอบ
heard of
should see how Steno expanded and connected those very concepts, ลำดับความ
0:14ควรจะได้เห็นว่าสเตโนขยายความและเชื่อมโยงแนวคิดเหล่านั้นอย่างไร
anyone hoping to understand life on Earth: ใครก็ตามที่หวังจะเข้าใจชีวิตบนโลก
ใน anyone hoping to understand life on Earth วลี -ing คือ hoping to understand life on Earth วางอยู่หลัง anyone เพื่อบอกว่าหมายถึงคนกลุ่มใด ซึ่งเท่ากับ anyone who hopes to understand life on Earth ส่วน hoping ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค ใจความหลักมีโครงสร้าง anyone ... should see ... รูปแบบกระชับ anyone + วลี -ing + กริยาหลัก ช่วยให้บรรยายกลุ่มคนได้โดยไม่ต้องใช้อนุประโยคสัมพันธ์แบบเต็ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง anyone + วลี -ing + should + กริยารูปพื้นฐาน?
- Anyone hoping to play the guitar learns a few basic chords.
- Anyone who hopes to play the guitar should learn a few basic chords.
- Anyone hoping to play the guitar should learn a few basic chords.
ดูคำตอบ
Anyone hoping to play the guitar should learn a few basic chords.
should see how: ชี้ความสนใจไปที่กระบวนการ
should see how ชี้นำผู้ชมให้มองหัวข้อจากมุมหนึ่งเพื่อทำความเข้าใจ should แสดงคำแนะนำ ไม่ใช่คำสั่ง ส่วน see ในที่นี้หมายถึงสังเกตหรือเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงมองด้วยตา how นำอนุประโยคเต็ม Steno expanded and connected... เข้ามา จึงช่วยวางกรอบให้เห็นกระบวนการที่จะอธิบายต่อไป โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อต้องการให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังสนใจว่าสิ่งหนึ่งทำงานหรือพัฒนาอย่างไร
แบบฝึกหัด
should see how ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- แนะนำมุมมองหนึ่งเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการ
- ออกคำสั่งอย่างเข้มงวดให้ไปดูสเตโนด้วยตนเอง
- บอกว่าสเตโนคือคนที่ควรเป็นฝ่ายดู
ดูคำตอบ
แนะนำมุมมองหนึ่งเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการ
son of a goldsmith, he was a sickly kid whose school chums died of plague. ไวยากรณ์
0:25เป็นลูกชายช่างทอง เขาเป็นเด็กขี้โรคที่เพื่อนร่วมโรงเรียนตายด้วยกาฬโรค
Born Niels Stensen in 1638, Denmark: การเปิดชีวประวัติแบบย่อ
Born Niels Stensen in 1638, Denmark, เป็นวลีบอกภูมิหลังแบบย่อที่ขยาย he ส่วน Born Niels Stensen หมายความว่าชื่อแรกเกิดของเขาคือ Niels Stensen และวลีนี้ยังบอกปีและสถานที่ด้วย รูปแบบเต็มคือ He was born Niels Stensen in Denmark in 1638. ประโยคหลักที่มีกริยาบอกกาลเริ่มที่ he was a sickly kid การเปิดเรื่องแบบนี้ช่วยให้งานเขียนชีวประวัติวางข้อมูลเรื่องตัวตน เวลา และสถานที่ไว้ก่อนเหตุการณ์หลัก โดยไม่ต้องแยกเป็นหลายประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลีเปิด Born... แบบย่อได้ถูกต้องเพื่อบอกภูมิหลังของคนคนเดียวกัน?
- Born Lina Park in Seoul in 1992, her brother later became an architect.
- Born Lina Park in Seoul in 1992, she later became an architect.
- Born Lina Park in Seoul in 1992 was later became an architect.
ดูคำตอบ
Born Lina Park in Seoul in 1992, she later became an architect.
son of a goldsmith ในฐานะนามวลีเสริม
son of a goldsmith เป็นนามวลีเสริมที่บอกว่า Niels Stensen เป็นใครผ่านภูมิหลังทางครอบครัว วลีนี้หมายถึง Niels Stensen ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ต่อมาใช้ he กล่าวถึง ไม่ได้เพิ่มบุคคลหรือการกระทำใหม่ ในงานเขียนชีวประวัติแบบกระชับ นามวลีเช่นนี้อาจคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคและวางไว้ข้างชื่อหรือประธาน ให้อ่านเป็นข้อมูลภูมิหลังแบบย่อจาก Niels Stensen, who was the son of a goldsmith, ...
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง son of a goldsmith อธิบายถึงใคร?
- ช่างทองคนนั้น
- เพื่อนร่วมโรงเรียน
- Niels Stensen
ดูคำตอบ
Niels Stensen
whose school chums died of plague: อนุประโยคสัมพันธ์ที่แสดงความเป็นเจ้าของ
อนุประโยคสัมพันธ์ whose school chums died of plague ขยาย a sickly kid โดย whose ย้อนกลับไปหมายถึง kid และแสดงความสัมพันธ์ว่าเพื่อนร่วมโรงเรียนเหล่านั้นเป็นเพื่อนของเด็กคนนั้น whose อยู่หน้ากลุ่มคำนามโดยตรง เช่น whose school chums โครงสร้างนี้ช่วยเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลด้วยการกล่าวถึงคนหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำที่แสดงความเป็นเจ้าของให้ประโยคสมบูรณ์: She is the scientist ____ research won the award.
ดูคำตอบ
whose
survived to + คำกริยา: ผลที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ใช่จุดประสงค์
survived to + คำกริยา หมายถึงรอดชีวิตอยู่ต่อมา แล้วภายหลังได้ทำหรือประสบสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ เขารอดพ้นจากอันตรายก่อนหน้านั้นและต่อมาได้ทำงานเป็นนักกายวิภาคศาสตร์ กริยารูป infinitive to cut up แสดงผลที่เกิดขึ้นในช่วงต่อมาของชีวิต ไม่ได้หมายความว่าการผ่าศพคือจุดประสงค์ที่เขารอดชีวิต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย survived to: After the shipwreck, Mara ____ tell her family what happened.
ดูคำตอบ
survived to
studying ... shared across species: ส่วนเสริมด้วยอนุประโยค -ing
ส่วนหลังเครื่องหมายจุลภาคที่ขึ้นต้นด้วย studying เป็นอนุประโยค -ing ที่ไม่ผันตามกาล ใช้เสริมว่าเขาทำอะไรขณะทำงานเป็นนักกายวิภาคศาสตร์ ประธานที่เข้าใจโดยนัยคือ He ดังนั้น studying จึงไม่ได้เริ่มประโยคหลักใหม่ ภายในส่วนนี้ shared across species เป็นวลีคำกริยาช่องสามที่ขยาย organs หมายถึงอวัยวะที่สิ่งมีชีวิตหลายสปีชีส์มีร่วมกัน
แบบฝึกหัด
studying organs shared across species ในประโยคตัวอย่างทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อย่างไร
- อธิบายจุดประสงค์ของอวัยวะ
- เสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องซึ่งประธาน He เป็นผู้ทำ
- เป็นประโยคหลักใหม่ที่มี species เป็นประธาน
ดูคำตอบ
เสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องซึ่งประธาน He เป็นผู้ทำ
He found a duct in animal skulls that sends saliva to the mouth.
0:36เขาพบท่อในกะโหลกศีรษะสัตว์ที่ส่งน้ำลายไปยังปาก
He refuted Descartes' idea that only humans had a pineal gland, การใช้คำ
0:40เขาหักล้างแนวคิดของเดการ์ตที่ว่ามนุษย์เท่านั้นที่มีต่อมไพเนียล
refuted Descartes' idea: พิสูจน์ว่าแนวคิดหนึ่งผิด
ในวลี refuted Descartes' idea คำว่า refuted หมายถึงแสดงให้เห็นด้วยหลักฐานหรือเหตุผลที่หนักแน่นว่าแนวคิดนั้นผิด ความหมายนี้แรงกว่าการบอกเพียงว่าบางคนไม่เห็นด้วยกับเดส์การ์ต รูปแบบที่พบบ่อยคือ refute + idea, claim, argument หรือ theory โดยเน้นการพิสูจน์ว่าข้อความนั้นผิด ไม่ใช่การโจมตีผู้ที่เสนอข้อความนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าหลักฐานใหม่แสดงให้เห็นว่าข้อกล่าวอ้างเดิมผิด?
- The researchers disagreed with the old claim.
- The researchers repeated the old claim.
- The researchers refuted the old claim with new evidence.
ดูคำตอบ
The researchers refuted the old claim with new evidence.
seat of the soul: seat ที่หมายถึงที่ตั้งหรือศูนย์กลาง
ใน seat of the soul คำว่า seat ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสถานที่ที่เชื่อว่าบางสิ่งตั้งอยู่หรือมีศูนย์กลาง ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “สถานที่ที่เชื่อว่าเป็นที่อยู่หรือศูนย์กลางของจิตวิญญาณ” ถ้อยคำนี้เป็นทางการและมาจากข้ออ้างเก่าเกี่ยวกับต่อมไพเนียล การบอกว่า it wasn't the seat of the soul เป็นการปฏิเสธบทบาทที่เคยถูกกล่าวอ้าง ไม่ได้หมายถึงเก้าอี้จริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ seat of the soul หมายถึงอะไร?
- สถานที่ที่เชื่อว่าเป็นที่อยู่หรือศูนย์กลางของจิตวิญญาณ
- ตำแหน่งที่กำหนดให้บุคคลหนึ่งในห้อง
- เก้าอี้ที่เตรียมไว้สำหรับจิตวิญญาณ
ดูคำตอบ
สถานที่ที่เชื่อว่าเป็นที่อยู่หรือศูนย์กลางของจิตวิญญาณ
Arguably, the debut of neuroscience. ลำดับความ
0:46ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประสาทวิทยาศาสตร์
Arguably, the debut of neuroscience: การให้ความหมายทางประวัติศาสตร์แบบไม่ฟันธง
Arguably บอกว่าการเรียกสิ่งที่ตามมานั้นเป็นการตีความที่มีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ทุกคนต้องยอมรับ ในที่นี้หมายถึง “มีเหตุผลที่ดีพอจะโต้แย้งได้ว่า...” และยังเปิดพื้นที่ให้มุมมองอื่น “The debut of neuroscience” เป็นวลีนาม ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ ในการเล่าเรื่อง วลีนี้สรุปเหตุการณ์ก่อนหน้าด้วยการให้ความหมายทางประวัติศาสตร์ว่าอาจมองเหตุการณ์นั้นเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของประสาทวิทยา การใช้ส่วนของประโยคเช่นนี้ทำให้บทสรุปสั้นและเน้นชัด
แบบฝึกหัด
“Arguably, the debut of neuroscience.” ทำหน้าที่อะไรในการเล่าเรื่อง?
- ประโยคนี้อธิบายว่าประสาทวิทยาปรากฏขึ้นโดยไม่มีเหตุการณ์ก่อนหน้าเลย
- ประโยคนี้รายงานวันที่แน่นอนซึ่งนักประวัติศาสตร์ทุกคนยอมรับว่าเป็นวันกำเนิดประสาทวิทยา
- ประโยคนี้ให้ป้ายความหมายทางประวัติศาสตร์แก่เหตุการณ์ พร้อมแสดงว่าป้ายดังกล่าวยังเปิดให้โต้แย้งอย่างมีเหตุผล
ดูคำตอบ
ประโยคนี้ให้ป้ายความหมายทางประวัติศาสตร์แก่เหตุการณ์ พร้อมแสดงว่าป้ายดังกล่าวยังเปิดให้โต้แย้งอย่างมีเหตุผล
for the time: การประเมินตามมาตรฐานของยุคก่อน
ในประโยคนี้ “for the time” หมายถึง “เมื่อประเมินตามมาตรฐานและเงื่อนไขของช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์นั้น” วลีนี้จำกัดขอบเขตของ “remarkable” โดยบอกว่าวิธีการดังกล่าวโดดเด่นในยุคของมันเอง วลีนี้ไม่ได้บอกจุดประสงค์หรือระบุว่าวิธีการนั้นดำเนินอยู่นานเท่าใด แต่ให้กรอบเปรียบเทียบทางประวัติศาสตร์สำหรับการประเมิน
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด หากต้องการสื่อว่า “ประเมินตามมาตรฐานของยุคนั้น”? The camera looks basic today, but it was sophisticated ____.
- for the time
- at the time
- for a time
ดูคำตอบ
for the time
or Cartesian deductions overrule empirical experimental evidence. การใช้คำ
0:55หรือการอนุมานแบบคาร์ทีเซียน มีอิทธิพลเหนือหลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดลอง
never let A overrule B: ไม่ยอมให้ A อยู่เหนือ B
โครงหลักของประโยคนี้คือ never let A overrule B หมายถึงไม่ยอมให้ A มีความสำคัญเหนือ B โดย Steno เป็นประธานของประโยคหลัก วลีนามสามชุดที่เชื่อมกัน ได้แก่ ancient texts, Aristotelian metaphysics และ Cartesian deductions อยู่ในตำแหน่ง A หลัง let ส่วน empirical experimental evidence อยู่ในตำแหน่ง B หลัง overrule ในที่นี้ overrule ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือให้น้ำหนักหรืออำนาจแก่บางสิ่งมากกว่าหลักฐาน หลัง let ใช้กรรมตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to: let + object + base-form verb ดังนั้น overrule จึงไม่มี to นำหน้าและไม่เปลี่ยนเป็น overrules โครงสร้างนี้ช่วยให้เห็นรูปประโยคได้ แม้ว่ากรรมจะเป็นรายการยาวก็ตาม
แบบฝึกหัด
ใช้คำสองคำในวงเล็บในรูปที่ถูกต้อง: A careful doctor never ____ a first impression ____ clear test results. (let, overrule)
ดูคำตอบ
lets · overrule
Aristotelian metaphysics ... Cartesian deductions: อภิปรัชญาแบบอริสโตเติลและการอนุมานแบบคาร์ทีเซียน
Aristotelian หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดของอริสโตเติล ส่วน metaphysics ศึกษาคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับความเป็นจริง เหตุปัจจัย และธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ Cartesian หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรอเน เดการ์ต ส่วน deductions คือข้อสรุปที่ได้จากการใช้เหตุผลโดยเริ่มจากข้อสมมติ ในประโยคนี้ สองวลีดังกล่าวแทนระบบปรัชญาที่สืบทอดกันมาและการให้เหตุผลแบบนิรนัย เมื่อรวมกับ ancient texts สิ่งเหล่านี้ถูกนำมาเปรียบต่างกับหลักฐานจากการสังเกตและการทดลอง ประเด็นไม่ได้หมายความว่าปรัชญาทั้งหมดไร้ค่า แต่หมายความว่าสเตโนไม่ยอมให้อำนาจที่สืบทอดมาหรือการใช้เหตุผลเพียงอย่างเดียวมีน้ำหนักเหนือหลักฐานเชิงประจักษ์
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Aristotelian metaphysics และ Cartesian deductions สื่อถึงอะไรเป็นหลัก?
- อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการสองชนิด
- ลูกศิษย์สองคนของสเตโน
- ขนบปรัชญาที่สืบทอดกันมาและการให้เหตุผลแบบนิรนัย
ดูคำตอบ
ขนบปรัชญาที่สืบทอดกันมาและการให้เหตุผลแบบนิรนัย
empirical experimental evidence: หลักฐานสนับสนุนจากการสังเกตและการทดลอง
ในที่นี้ empirical และ experimental ต่างก็ขยายคำว่า evidence โดย empirical หมายถึงว่าหลักฐานสนับสนุนมาจากการสังเกต การวัด หรือประสบการณ์ ส่วน experimental เจาะจงกว่าว่าหลักฐานนั้นได้มาจากการทดลอง คำคุณศัพท์ทั้งสองคำใช้ร่วมกันเพื่อเน้นข้อเท็จจริงที่ผ่านการสังเกตและทดสอบ ไม่ใช่แนวคิดที่อาศัยเพียงอำนาจความน่าเชื่อถือหรือการให้เหตุผลเชิงนามธรรม empirical มีความหมายกว้างกว่า experimental จึงเกี่ยวข้องกันแต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด
แบบฝึกหัด
แหล่งข้อมูลใดตรงกับวลี empirical experimental evidence มากที่สุด
- การสังเกตซ้ำและการทดสอบที่มีการควบคุม
- การคาดเดาที่ไม่มีการวัดหรือการทดสอบ
- ข้อกล่าวอ้างที่ยอมรับเพราะนักเขียนสมัยโบราณเป็นผู้เขียนไว้
ดูคำตอบ
การสังเกตซ้ำและการทดสอบที่มีการควบคุม
uncluttered by speculation or rationalization: ความคิดที่ชัดเจนโดยไม่ถูกรบกวนจากการคาดเดาหรือการหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง
วลี uncluttered by speculation or rationalization ขยาย his vision ซึ่งหมายถึงความเข้าใจลึกซึ้งหรือวิธีมองของเขา คำว่า uncluttered ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ เช่นเดียวกับพื้นที่ที่เป็นระเบียบและไม่มีสิ่งของรบกวน ความคิดของเขาก็ไม่มีการคาดเดาที่ไร้หลักฐานหรือคำอธิบายที่สะดวกมาขวางกั้น วลีที่คั่นด้วยจุลภาคนี้เพิ่มคำอธิบายในเชิงชื่นชมว่าเหตุใดวิสัยทัศน์ของเขาจึงมองได้ลึก speculation เติมช่องว่างด้วยการคาดเดาโดยไม่มีหลักฐานเพียงพอ ส่วน rationalization ทำให้ข้อสรุปหรือการกระทำที่ตนชอบดูสมเหตุสมผลในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่ถูกรบกวนจนสับสนโดย”: The analysis stayed focused on the data and was ____ wild speculation.
ดูคำตอบ
uncluttered by
went deep ในฐานะอุปลักษณ์ของความเข้าใจที่ลึกซึ้ง
ประธานของ went deep คือ His vision โดย vision ในที่นี้หมายถึงวิธีที่เขามองและเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่ความสามารถในการมองเห็นทางกายภาพ went deep เป็นอุปลักษณ์เชิงพื้นที่ หมายความว่าความเข้าใจของเขาทะลุผ่านสิ่งที่เห็นเพียงผิวเผินไปถึงความจริงที่อยู่เบื้องล่าง วลีนี้เปลี่ยนความลึกทางกายภาพให้เป็นความลึกทางความคิด เมื่อประธานเป็นแนวคิดนามธรรม เช่น analysis, understanding หรือ insight คำว่า go deep อาจหมายถึงการตรวจสอบหรือเข้าใจบางสิ่งอย่างลึกซึ้ง
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง His vision ... went deep หมายความว่าอย่างไร
- สายตาทางกายภาพของเขาแข็งแรงขึ้น
- ความเข้าใจของเขาเข้าถึงความจริงที่อยู่เบื้องล่าง
- เขาเดินทางลงไปใต้ดินลึกมาก
ดูคำตอบ
ความเข้าใจของเขาเข้าถึงความจริงที่อยู่เบื้องล่าง
Steno had seen how gallstones form in wet organs by accretion. การใช้คำ
1:06สเตโนเคยเห็นวิธีที่นิ่วในถุงน้ำดีก่อตัวในอวัยวะที่เปียกชื้นจากการสะสมพอกพูน
by accretion: การก่อตัวด้วยการพอกสะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ใน by accretion คำว่า by ใช้แนะนำกระบวนการที่ทำให้เกิดการก่อตัว Accretion คือการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อสสารเกาะ รวมตัว หรือตกตะกอนบนมวลที่มีอยู่แล้ว นิ่วในถุงน้ำดีจึงก่อตัวทีละน้อย ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันในครั้งเดียว คำนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเติบโตของวัตถุหรือชั้นต่าง ๆ เช่น ก้อนหิน ตะกอน และวัตถุทางดาราศาสตร์ แนวคิดสำคัญไม่ใช่เพียงมีสสารมากขึ้น แต่เป็นการเติบโตผ่านการพอกสะสมอย่างต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับการก่อตัว by accretion มากที่สุด
- อนุภาคเล็ก ๆ ค่อย ๆ เกาะติดกันและสร้างวัตถุที่ใหญ่ขึ้น
- วัตถุที่สมบูรณ์ปรากฏขึ้นจากเหตุการณ์ฉับพลันเพียงครั้งเดียว
- ชิ้นส่วนสำเร็จชิ้นหนึ่งถูกแทนที่ด้วยอีกชิ้นที่มีขนาดเท่ากัน
ดูคำตอบ
อนุภาคเล็ก ๆ ค่อย ๆ เกาะติดกันและสร้างวัตถุที่ใหญ่ขึ้น
They obeyed molding principles he knew from the goldsmith trade, การใช้คำ
1:10มันเป็นไปตามหลักการหล่อขึ้นรูปที่เขารู้จากอาชีพช่างทอง
obeyed molding principles กับประธานที่ไม่ใช่มนุษย์
ใน obeyed molding principles ประธาน They หมายถึงสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ในที่นี้ obeyed หมายถึง “ทำงานตาม” หรือ “เป็นไปตาม” ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านั้นรับคำสั่งอย่างมีสติ Molding principles คือหลักการเกี่ยวกับการเกิดรูปร่างหรือรูปทรงของของแข็ง โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ โดยวัสดุ ระบบ หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติสามารถ obey กฎ ข้อกำหนด หรือหลักการได้
แบบฝึกหัด
obeys หมายถึงอะไรในประโยคนี้: "The cooling metal obeys the same physical principles."
- มันเปลี่ยนหลักการเหล่านั้น
- มันทำงานตามหลักการเหล่านั้น
- มันรับคำสั่งอย่างมีสติ
ดูคำตอบ
มันทำงานตามหลักการเหล่านั้น
rules useful across disciplines for understanding solids by their structural relationships. วลี
1:13ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่ใช้ได้ข้ามสาขาวิชาเพื่อเข้าใจของแข็งจากความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของมัน
across disciplines: มีประโยชน์ในหลายสาขา
Across disciplines หมายถึง “ในหลายสาขาวิชาที่แตกต่างกัน” ใน rules useful across disciplines วลีนี้บอกขอบเขตของสาขาที่กฎเหล่านี้ใช้ประโยชน์ได้ Across ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ข้ามสถานที่ แต่แสดงว่าความรู้หรือวิธีการหนึ่งสามารถนำไปใช้กับสาขาอื่นนอกเหนือจากสาขาที่เกิดขึ้นครั้งแรกได้
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ในหลายสาขา” เติมประโยคให้สมบูรณ์: The ability to analyze evidence is useful ____, from biology to history.
ดูคำตอบ
across disciplines
Later, the Grand Duke of Tuscany had him dissect a shark. โน้ต
1:18ต่อมา แกรนด์ดยุกแห่งทัสคานีให้เขาชำแหละฉลาม
Grand Duke of Tuscany: ตำแหน่งผู้ปกครองในประวัติศาสตร์
Grand Duke เป็นตำแหน่งในประวัติศาสตร์ยุโรปสำหรับผู้ปกครองดินแดนที่เรียกว่าแกรนด์ดัชชี ใน Grand Duke of Tuscany ส่วน of Tuscany ระบุแคว้นในอิตาลีที่เกี่ยวข้องกับผู้ปกครองคนนั้น วลีทั้งหมดเป็นตำแหน่ง ไม่ใช่ชื่อบุคคลทั่วไป ในที่นี้ ตำแหน่งดังกล่าวแสดงว่าผู้ปกครองในราชสำนักที่มีอำนาจเป็นผู้จัดให้มีการผ่าชำแหละ จึงช่วยให้เข้าใจว่างานนี้ได้รับการสนับสนุนหรือมอบหมายในสภาพแวดล้อมของราชสำนักและชนชั้นสูง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Grand Duke of Tuscany หมายถึงใคร
- ผู้ปกครองชนชั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับแคว้นทัสกานี
- เครื่องมือที่ใช้ผ่าชำแหละฉลาม
- ฉลามชนิดหนึ่งที่พบใกล้แคว้นทัสกานี
ดูคำตอบ
ผู้ปกครองชนชั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับแคว้นทัสกานี
had him dissect: have + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน had him dissect คำว่า had เป็นรูปอดีตของ have ที่ใช้ในโครงสร้างบอกให้หรือจัดให้ทำ รูปแบบคือ have + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย him คือผู้ลงมือทำ และ dissect คงรูปพื้นฐานโดยไม่เติม to โครงสร้างนี้หมายความว่าประธานทำให้ สั่ง หรือจัดให้ใครบางคนทำสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ แกรนด์ดยุกเป็นผู้จัดงานดังกล่าว ส่วน had ไม่ได้หมายถึง “เป็นเจ้าของ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคบอกให้ทำด้วยรูปที่ถูกต้องของ repeat: The coach had the players ____ the drill twice.
ดูคำตอบ
repeat
odd rocks seen inside other rocks in Malta, and the mountains near Florence.
1:24ซึ่งเป็นหินแปลกๆ ที่พบในหินก้อนอื่นที่มอลตา และตามภูเขาใกล้เมืองฟลอเรนซ์
tongue stones ในฐานะชื่อเรียกทางประวัติศาสตร์
tongue stones เป็นชื่อที่ใช้ในอดีตเรียกวัตถุรูปลิ้นซึ่งพบฝังอยู่ในหิน ในประโยคนี้ ฟันของฉลามมีรูปร่างคล้ายวัตถุเหล่านั้น ความเหมือนนี้ชี้ไปสู่ความเข้าใจในเวลาต่อมาว่าวัตถุเหล่านั้นคือฟันฉลามที่กลายเป็นฟอสซิล วลีนี้เป็นชื่อเก่าในประวัติศาสตร์แนวคิดทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ชื่อหมวดหมู่มาตรฐานในธรณีวิทยาสมัยใหม่
แบบฝึกหัด
จริงหรือเท็จ: ในประโยคนี้ tongue stones เป็นศัพท์วิชาการสมัยใหม่สำหรับหินทั่วไป
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
Pliny the Elder, old Roman naturalist, said these fell from the sky. วัฒนธรรม
1:29พลินีผู้พี่ นักธรรมชาติวิทยาชาวโรมันโบราณ กล่าวว่าสิ่งเหล่านี้ตกลงมาจากท้องฟ้า
Pliny the Elder, old Roman naturalist: การระบุตัวบุคคลด้วยส่วนขยายแบบนามซ้อน
พลินีผู้อาวุโสเป็นนักเขียนและนักธรรมชาติวิทยาชาวโรมันในคริสต์ศตวรรษที่ 1 คำว่า old Roman naturalist ถูกคั่นด้วยจุลภาคและทำหน้าที่เป็นส่วนขยายแบบนามซ้อน โดยระบุว่าบุคคลที่เพิ่งเอ่ยชื่อคือใคร ไม่ได้แนะนำบุคคลอีกคนหนึ่ง การกล่าวถึงผู้มีอำนาจทางความรู้ในสมัยโบราณคนนี้แสดงให้เห็นว่าคำอธิบายต่อไปเป็นของใคร แนวคิดที่ว่าวัตถุเหล่านี้ตกลงมาจากท้องฟ้าเป็นทัศนะในประวัติศาสตร์ของพลินี ไม่ใช่ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่ผู้เล่าเรื่องรับรอง
แบบฝึกหัด
old Roman naturalist ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- แนะนำชาวโรมันอีกคนหนึ่งที่ได้พูดด้วย
- ระบุว่าพลินีผู้อาวุโสคือใครและมีบทบาทอะไร
- นำเสนอคำกล่าวเรื่องการตกจากท้องฟ้าว่าเป็นวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
ดูคำตอบ
ระบุว่าพลินีผู้อาวุโสคือใครและมีบทบาทอะไร
In the Dark Ages ในฐานะชื่อเรียกยุคทางประวัติศาสตร์
In the Dark Ages เป็นชื่อเรียกช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์แบบดั้งเดิม ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงยุคกลางตอนต้นของยุโรป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าววางความเชื่อพื้นบ้านไว้ในอดีตที่ผู้คนอธิบายหินแปลก ๆ ด้วยตำนานทางศาสนา Dark ไม่ได้บอกว่ามีแสงมากหรือน้อย คำนี้แฝงการประเมินยุคนั้นในเชิงลบแบบเก่า จึงควรเข้าใจทั้งวลีว่าเป็นการกำหนดกรอบทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
In the Dark Ages ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- วลีนี้เป็นชื่อสถานที่ที่เรียกว่า the Dark Ages
- วลีนี้บอกว่าผู้คนมองไม่เห็นหินเพราะไม่มีแสง
- วลีนี้วางความเชื่อไว้ในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ยุโรปที่มีชื่อเรียกตามแบบดั้งเดิม
ดูคำตอบ
วลีนี้วางความเชื่อไว้ในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ยุโรปที่มีชื่อเรียกตามแบบดั้งเดิม
petrified by Saint Paul: ถูกนักบุญเปาโลทำให้กลายเป็นหิน
ในประโยคนี้ petrified by Saint Paul หมายถึง “ถูกนักบุญเปาโลทำให้กลายเป็นหิน” รูปประโยคกรรมวาจกคือ petrified + by + ผู้ที่เชื่อว่าเป็นผู้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้พูดกำลังเล่าตำนานทางศาสนา ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริง วลีนี้นำเสนอตำนานดังกล่าวเป็นคำอธิบายของวัตถุที่เป็นหิน โดย petrified ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “หวาดกลัวอย่างมาก”
แบบฝึกหัด
petrified ในประโยคใดหมายถึง “ถูกทำให้กลายเป็นหิน”?
- In the fairy tale, the curse petrified the wooden birds overnight.
- The remains fossilized over millions of years.
- Leo was petrified of speaking onstage.
ดูคำตอบ
In the fairy tale, the curse petrified the wooden birds overnight.
and vice versa: การกลับทิศความสัมพันธ์สองทาง
and vice versa หมายถึง “ความสัมพันธ์ในทิศทางกลับกันก็เป็นจริงด้วย” ในประโยคนี้ ข้อความแรกระบุว่าหินลิ้นคือฟันฉลาม แล้ววลีนี้ก็เพิ่มความสัมพันธ์แบบกลับทิศโดยไม่ต้องพูดข้อความทั้งหมดซ้ำ ใช้วลีนี้เมื่อสลับบทบาท สิ่งของ หรือทิศทางแล้วความสัมพันธ์ยังคงเป็นจริง วลีนี้สรุปความสัมพันธ์สองทาง ไม่ใช่ชื่อสิ่งของหรือสถานที่
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “ความสัมพันธ์ในทิศทางกลับกันก็เป็นจริงด้วย” ให้สมบูรณ์: Ava teaches Ben chess, and ____.
ดูคำตอบ
vice versa
in waters that formed rock around the teeth and became mountains.
1:51ในน้ำที่ก่อตัวเป็นหินล้อมรอบฟันและกลายมาเป็นภูเขา
Figuring similar things are made in similar ways: ให้เหตุผลก่อนข้อสรุปหลัก
วลี Figuring ... ที่ต้นประโยคบอกความคิดซึ่งอยู่เบื้องหลังข้อสรุปหลัก เขาให้เหตุผลก่อนว่าสิ่งที่คล้ายกันเกิดขึ้นด้วยวิธีที่คล้ายกัน แล้วจึงใช้ความคิดนี้เป็นพื้นฐานในการอธิบายฟันโบราณ figuring ในที่นี้หมายถึง “คิด” หรือ “ใช้เหตุผล” ไม่ใช่คำนวณตัวเลข โครงสร้าง Figuring + clause, subject + main verb วางเหตุผลของบุคคลไว้ก่อนการกระทำหรือข้อสรุป โดยผู้ที่คิดในประโยคนี้คือ he
แบบฝึกหัด
วลีต้นประโยคทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? Figuring the rain would continue, Sam moved the game indoors.
- บอกว่า Sam คำนวณปริมาณฝน
- อธิบายการกระทำที่การแข่งขันเป็นผู้ทำ
- บอกเหตุผลที่ Sam ย้ายการแข่งขันไปไว้ในร่ม
ดูคำตอบ
บอกเหตุผลที่ Sam ย้ายการแข่งขันไปไว้ในร่ม
argued (that)...: เสนอข้อสรุปที่มีเหตุผลรองรับ
ใน he argued the ancient teeth came... คำว่า argued หมายถึง “เสนอข้อสรุปโดยมีเหตุผลรองรับ” ประโยคนี้กำลังรายงานคำอธิบายของเขา ไม่ได้หมายความว่าเขาทะเลาะกับใคร หลังคำกริยามีอนุประโยคบอกเนื้อหาของข้อสรุป: he argued (that) the ancient teeth came from ancient sharks ในที่นี้ละ that ได้ โครงสร้างนี้มักใช้เมื่อรายงานข้อสรุปที่มีเหตุผลรองรับ
แบบฝึกหัด
ใน The scientist argued that the new evidence changed the timeline. คำว่า argued หมายถึงอะไร
- กล่าวถึงความคิดนั้นโดยบังเอิญ
- ทะเลาะกันอย่างรุนแรง
- เสนอเหตุผลสนับสนุนข้อสรุป
ดูคำตอบ
เสนอเหตุผลสนับสนุนข้อสรุป
were once...: บอกสภาพที่เคยเป็นในอดีต
ใน Rock layers were once layers of watery sediment คำว่า once หมายถึง “ในช่วงหนึ่งของอดีต” หรือ “เคย” ประโยคนี้เชื่อมสภาพของชั้นหินในปัจจุบันกับสภาพที่เคยเป็นมาก่อน โครงสร้าง be + once + คำนามหรือคำคุณศัพท์มักใช้บอกสถานะหรือสภาพในอดีต เช่น The building was once a school. ในที่นี้ once ไม่ได้ใช้บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นกี่ครั้ง
แบบฝึกหัด
once ใน This island was once part of the mainland. หมายถึงอะไร
- เพียงครั้งเดียว
- ในช่วงหนึ่งของอดีต
- ทันที
ดูคำตอบ
ในช่วงหนึ่งของอดีต
would lay out horizontally, one atop another: กระบวนการที่เกิดเป็นปกติในอดีต
ในที่นี้ would lay out horizontally บอกลักษณะที่ตะกอนมักเป็นภายใต้เงื่อนไขในอดีตนั้น คือแผ่ตัวในแนวนอน คำกริยาช่วย would ไม่ได้ใช้เพื่อขอร้องอย่างสุภาพหรือแสดงความเต็มใจ one atop another หมายถึงชั้นใหม่แต่ละชั้นก่อตัวอยู่เหนือชั้นที่เก่ากว่า เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้อธิบายว่าการแผ่ออกในแนวนอนและการทับซ้อนกันซ้ำ ๆ เป็นรูปแบบปกติของกระบวนการ
แบบฝึกหัด
would ทำหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้
- ขอร้องอย่างสุภาพให้ใครสักคนย้ายตะกอน
- อธิบายลักษณะปกติของตะกอนในกระบวนการนั้นในอดีต
- บอกว่าตะกอนเต็มใจจะเปลี่ยนเป็นแนวนอน
ดูคำตอบ
อธิบายลักษณะปกติของตะกอนในกระบวนการนั้นในอดีต
oldest up to newest: ทิศทางของลำดับ
oldest up to newest บอกทิศทางของลำดับ คือเริ่มจากชั้นที่เก่าที่สุดแล้วดำเนินต่อไปยังชั้นที่ใหม่ที่สุด ในที่นี้ up to แสดงการไล่ไปตามช่วงที่มีลำดับจนถึงจุดสิ้นสุด ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่สูงกว่าในทางกายภาพ แนวคิดเดียวกันนี้ใช้จัดเรียงเหตุการณ์ ไฟล์ หรือเวอร์ชันตามอายุหรือวันที่ได้ จุดปลายทั้งสองบอกว่ารายการใดมาก่อนและรายการใดมาหลังสุด
แบบฝึกหัด
คำสั่งใดเรียงลำดับแบบเดียวกับ oldest up to newest
- Arrange the records from oldest to newest.
- Arrange the records with the newest one first.
- Arrange only the oldest records and stop.
ดูคำตอบ
Arrange the records from oldest to newest.
If layers were deformed, tilted, cut by a fault or a canyon, โน้ต
2:03หากชั้นหินบิดเบี้ยว เอียง หรือถูกตัดด้วยรอยเลื่อนหรือหุบเขา
cut by a fault: fault ในทางธรณีวิทยา
ในวลี cut by a fault คำว่า fault เป็นศัพท์ธรณีวิทยา หมายถึงรอยแตกหรือแนวรอยแตกในหินที่มวลหินทั้งสองด้านเคลื่อนที่สัมพันธ์กัน วลีนี้หมายความว่ารอยเลื่อนพาดผ่านและรบกวนชั้นหิน ที่นี่ fault ไม่ได้หมายถึง “ความผิด” “ความรับผิด” หรือ “ข้อบกพร่องส่วนบุคคล”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ fault ในความหมายว่ารอยเลื่อนทางธรณีวิทยา
- Missing the bus was my fault.
- The road crosses a major fault near the mountains.
- The technician found an electrical fault.
ดูคำตอบ
The road crosses a major fault near the mountains.
that change came after the layer formed.
2:07การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ชั้นหินก่อตัวขึ้นแล้ว
If layers were ... that change came after ...: การอนุมานแบบมีเงื่อนไขจากหลักฐาน
If นำเสนอเงื่อนไขที่อิงจากหลักฐานที่สังเกตได้ นั่นคือชั้นหินได้เปลี่ยนรูป เอียง หรือถูกตัดผ่านไปแล้ว จากนั้นประโยคหลักจึงสรุปลำดับเวลาก่อนหลังว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นต้องเกิดหลังจากชั้นหินมีอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่การคาดการณ์อนาคต แต่เป็นรูปแบบการให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ว่า “ถ้าสังเกตเห็น A ก็อนุมาน B ได้” คำว่า that change หมายถึงการเปลี่ยนรูป การเอียง หรือการถูกตัดผ่านที่กล่าวไว้ในอนุประโยค if
แบบฝึกหัด
If ในประโยคนี้นำไปสู่การให้เหตุผลแบบใด
- ใช้ความเป็นไปได้ในอนาคตเพื่อคาดการณ์ว่าชั้นหินจะก่อตัวอย่างไร
- ออกคำสั่งโดยตรงให้ชั้นหินเปลี่ยนรูป
- ใช้เงื่อนไขที่สังเกตพบเพื่ออนุมานว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทีหลัง
ดูคำตอบ
ใช้เงื่อนไขที่สังเกตพบเพื่ออนุมานว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทีหลัง
Sounds simple today, back then, revolutionary. ลำดับความ
2:09ฟังดูเรียบง่ายในปัจจุบัน แต่ในตอนนั้นถือเป็นการปฏิวัติ
Sounds simple today, back then, revolutionary: การเปรียบต่างอดีตกับปัจจุบันแบบกระชับ
ประโยคนี้นำการประเมินแนวคิดเดียวกันในสองช่วงเวลามาวางคู่กัน: ทุกวันนี้ฟังดูเรียบง่าย แต่ในสมัยนั้นกลับเป็นสิ่งที่พลิกวงการ โดยละประธาน กริยาที่ซ้ำ และคำเชื่อม but ไว้ การย่อเช่นนี้ทำให้ today และ back then จัดข้อมูลเป็นความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างอดีตกับปัจจุบัน back then หมายถึงช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่กำลังกล่าวถึง ไม่ใช่ช่วงก่อนเริ่มวิดีโอไม่นาน
แบบฝึกหัด
ประโยคเต็มข้อใดรักษาความเปรียบต่างเดิมไว้ได้ดีที่สุด
- It sounds simple today, and people judged it exactly the same way back then.
- It sounds simple today, but back then it was revolutionary.
- It was revolutionary today because it sounded simple back then.
ดูคำตอบ
It sounds simple today, but back then it was revolutionary.
He'd invented stratigraphy and laid geology's groundwork. โน้ต
2:13เขาคิดค้นวิชาการลำดับชั้นหินและวางรากฐานให้กับธรณีวิทยา
stratigraphy: วิชาที่ศึกษาชั้นหิน
stratigraphy หมายถึงวิชาลำดับชั้นหิน ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของธรณีวิทยาที่ศึกษาชั้นหิน โดยเฉพาะลำดับ ความสัมพันธ์ และอายุเปรียบเทียบของชั้นหิน ในประโยคนี้ invented stratigraphy นำเสนอว่า Steno เป็นผู้วางหลักการพื้นฐานสำหรับการศึกษาชั้นหินเหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเขาคิดค้นหินหรือธรณีวิทยาทั้งหมด คำนี้มีขอบเขตแคบกว่า geology และไม่ใช่ geography ซึ่งเป็นการศึกษาสถานที่ สิ่งแวดล้อม และความสัมพันธ์เชิงพื้นที่โดยทั่วไป
แบบฝึกหัด
คำจำกัดความใดตรงกับ stratigraphy มากที่สุด
- การศึกษาสภาพอากาศรายวันและการพยากรณ์ระยะสั้น
- การศึกษาชั้นหิน รวมถึงลำดับและความสัมพันธ์ของชั้นหิน
- การศึกษาสถานที่และรูปแบบเชิงพื้นที่บนผิวโลกในขอบเขตกว้าง
ดูคำตอบ
การศึกษาชั้นหิน รวมถึงลำดับและความสัมพันธ์ของชั้นหิน
laid geology's groundwork: วางรากฐานให้ธรณีวิทยา
ในที่นี้ laid geology's groundwork เป็นอุปลักษณ์ หมายความว่างานของเขาได้สร้างพื้นฐานในระยะแรกเพื่อให้ธรณีวิทยายุคต่อมาพัฒนาต่อได้ Groundwork หมายถึงแนวคิด วิธีการ หรือการเตรียมการพื้นฐานที่จำเป็นก่อนจะก้าวหน้าต่อไป รูปแสดงความเป็นเจ้าของ geology's บอกว่าพื้นฐานนี้เป็นของสาขาใด ประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการทำงานบนพื้นดินจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “สร้างพื้นฐานสำหรับความก้าวหน้าในภายหลัง” ให้ประโยคสมบูรณ์: Her early tests ____ a safer design.
ดูคำตอบ
laid the groundwork for
by stating natural laws ruling the present also ruled the past, วัฒนธรรม
2:22ด้วยการกล่าวว่ากฎธรรมชาติที่ควบคุมปัจจุบันก็ควบคุมอดีตเช่นกัน
By finding ... by stating: ระบุวิธีแบบขนานกัน
By finding ... และ by stating ... เป็นวลีแบบขนานที่มีโครงสร้าง by + gerund แต่ละวลีบอกวิธีหนึ่งอย่าง โดยการกระทำแรกคือ finding และอีกการกระทำคือ stating เนื่องจากวลีเหล่านี้อยู่ก่อนผลลัพธ์หลัก จึงตอบคำถามว่า “ทำสำเร็จด้วยวิธีใด” ทั้งสองไม่ใช่เหตุการณ์หลักที่แยกจากกัน การใช้ by ซ้ำช่วยให้ติดตามวิธีทั้งสองในประโยคยาวนี้ได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างแบบขนานด้วยรูปที่ถูกต้องของคำกริยาในวงเล็บ: By ____ the instructions and by ____ one example, Leo learned the method. (read, try)
ดูคำตอบ
reading · trying
the idea that the past was shaped by processes observable today. วัฒนธรรม
2:30ซึ่งเป็นแนวคิดที่ว่าอดีตถูกก่อร่างขึ้นด้วยกระบวนการที่สามารถสังเกตได้ในปัจจุบัน
natural laws ruling the present also ruled the past: กฎธรรมชาติเดียวกันตลอดช่วงเวลา
ในที่นี้ natural laws หมายถึงหลักการที่คงที่ซึ่งควบคุมโลกทางกายภาพ ไม่ใช่กฎหมายที่รัฐบาลกำหนด ส่วน ruling หมายถึง “ควบคุม” หรือ “ทำงานอยู่” ข้อความส่วนนี้บอกว่ากฎที่ทำงานอยู่ในธรรมชาติปัจจุบันก็ทำงานอยู่ในอดีตเช่นกัน แนวคิดนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ใช้กระบวนการที่สังเกตได้ในวันนี้เพื่ออนุมานเกี่ยวกับโลกยุคก่อน ไม่ได้หมายความว่าภูมิประเทศหรืออัตราการเปลี่ยนแปลงในอดีตเหมือนกับปัจจุบันทุกประการ สิ่งที่ต่อเนื่องกันคือกฎและกระบวนการธรรมชาติที่อยู่เบื้องหลัง
แบบฝึกหัด
natural laws ruling the present also ruled the past ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
- โลกธรรมชาติในอดีตไม่มีรูปแบบที่เป็นระเบียบเลย
- กระบวนการธรรมชาติเป็นไปตามกฎที่สม่ำเสมอทั้งในอดีตและปัจจุบัน
- รัฐบาลสมัยใหม่ใช้กฎหมายชุดเดียวกับรัฐบาลในสมัยโบราณ
ดูคำตอบ
กระบวนการธรรมชาติเป็นไปตามกฎที่สม่ำเสมอทั้งในอดีตและปัจจุบัน
planted seeds for uniformitarianism: รากฐานระยะแรกของทฤษฎีในเวลาต่อมา
planted seeds for เป็นอุปมาเกี่ยวกับการเติบโต หมายความว่าสเตโนเสนอแนวคิดในระยะแรกซึ่งภายหลังช่วยให้แนวคิดเอกภาพนิยมพัฒนาขึ้น เขาไม่ได้หว่านเมล็ดพืชจริง ๆ ภาพเปรียบเทียบนี้สื่อถึงจุดเริ่มต้นที่มีศักยภาพจะเติบโตในอนาคต ไม่ใช่ทฤษฎีที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยทั่วไป plant seeds for something หมายถึงการช่วยสร้างเงื่อนไขให้แนวคิด การเปลี่ยนแปลง โครงการ หรือผลลัพธ์เกิดการพัฒนาในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอุปมาที่เน้นไว้: The workshop ____ a community project that began the following year.
ดูคำตอบ
planted seeds for
the idea that... สำหรับให้นิยามคำศัพท์ทันที
ในที่นี้ the idea that... อยู่ต่อจากคำว่า uniformitarianism ทันที และบอกว่าคำศัพท์นี้หมายถึงอะไร อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ให้เนื้อหาของ idea นั่นคือ กระบวนการที่สังเกตได้ในปัจจุบันก็เป็นกระบวนการที่หล่อหลอมอดีตด้วย รูปแบบ คำศัพท์ + the idea that + อนุประโยค เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปในการนิยามศัพท์เทคนิคทันที ส่วนนี้ยังคงอธิบาย uniformitarianism ไม่ได้เริ่มแนวคิดใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- วลีนี้แสดงว่าผู้พูดปฏิเสธ uniformitarianism
- วลีนี้เริ่มข้อเสนอใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
- วลีนี้อธิบายคำศัพท์ uniformitarianism
ดูคำตอบ
วลีนี้อธิบายคำศัพท์ uniformitarianism
English uniformitarian geologists James Hutton and Charles Lyell
2:37นักธรณีวิทยาทฤษฎีเอกรูปนิยมชาวอังกฤษ เจมส์ ฮัตตัน และ ชาร์ลส์ ไลเอล
studied current, very slow, rates of erosion and sedimentation, การใช้คำ
2:41ได้ศึกษาอัตราการกัดเซาะและการทับถมของตะกอนในปัจจุบันที่เชื่องช้ามากๆ
rates of erosion and sedimentation: ความเร็วของกระบวนการ
ใน rates of erosion and sedimentation คำว่า rates หมายถึงความเร็วที่กระบวนการทางธรณีวิทยาทั้งสองเกิดขึ้น erosion ทำให้วัสดุสึกกร่อนและถูกพาออกไป ส่วน sedimentation ทำให้วัสดุตกสะสม วลีนี้จึงบอกว่าแต่ละกระบวนการดำเนินไปเร็วเพียงใด ไม่ได้บอกว่ามีวัสดุมากเท่าไรหรือสิ่งใดมีราคาเท่าไร รูปแบบ rate of + คำนามที่เป็นกระบวนการ พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์ เช่น the rate of melting, the rate of growth และ the rate of evaporation ในที่นี้ current และ very slow ขยาย rates ที่ถูกวัด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ rate ในความหมายว่าความเร็วของกระบวนการ?
- The team measured the rate of glacier melting over ten years.
- The team paid the shipping rate for the equipment.
- The team measured the amount of ice left in the valley.
ดูคำตอบ
The team measured the rate of glacier melting over ten years.
had to be way older than: ข้อสรุปที่หนักแน่นจากหลักฐาน
ใน Earth had to be way older than... คำว่า had to be แสดงข้อสรุปเชิงเหตุผลที่หนักแน่นภายในกรอบการเล่าอดีตที่ realized สร้างขึ้น หลักฐานทำให้แนวคิดที่ว่าโลกมีอายุน้อยกว่านี้มากดูเป็นไปไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าโลกมีหน้าที่หรือข้อผูกมัดใด ๆ way ใช้เน้นคำเปรียบเทียบขั้นกว่า older โครงสร้าง had to be way + คำเปรียบเทียบขั้นกว่า + than ทั้งหมดจึงแสดงข้อสรุปจากหลักฐานและเน้นว่าความแตกต่างมีมาก
แบบฝึกหัด
ใช้ big และโครงสร้างที่เน้นไว้เติมประโยคให้เป็นข้อสรุปที่หนักแน่นจากหลักฐาน: The footprints were enormous, so the animal ____ a fox.
ดูคำตอบ
had to be way bigger than
biblical guestimate: ตัวเลขประมาณคร่าว ๆ ที่มีน้ำเสียงกังขา
biblical guestimate หมายถึงตัวเลขประมาณคร่าว ๆ ที่ว่า 6,000 ปี ซึ่งมาจากลำดับเหตุการณ์ตามคัมภีร์ไบเบิล ในที่นี้ biblical ระบุที่มาของกรอบการกำหนดอายุ ไม่ได้หมายเพียงว่าเก่าแก่มาก guestimate เป็นรูปสะกดที่พบน้อยกว่าของ guesstimate ซึ่งเป็นคำไม่เป็นทางการที่ผสมระหว่าง guess กับ estimate การเรียกตัวเลขนี้ว่า guestimate เพิ่มน้ำเสียงล้อเล็กน้อยหรือกังขา และสื่อว่าไม่ใช่ผลจากการวัดทางวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัด
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ biblical guestimate ในประโยคนี้มากที่สุด
- คำเรียกแบบไม่เป็นทางการและค่อนข้างกังขาสำหรับตัวเลขประมาณคร่าว ๆ ที่อิงลำดับเหตุการณ์ในคัมภีร์ไบเบิล
- ผลทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำจากการวัด
- คำเป็นกลางที่หมายถึงเหตุการณ์ซึ่งบรรยายไว้ในคัมภีร์ไบเบิล
ดูคำตอบ
คำเรียกแบบไม่เป็นทางการและค่อนข้างกังขาสำหรับตัวเลขประมาณคร่าว ๆ ที่อิงลำดับเหตุการณ์ในคัมภีร์ไบเบิล
to give us the great molten, crusting, quaking all-encircling theory of the Earth. ไวยากรณ์
2:56ทำให้เราได้ทฤษฎีครอบคลุมเกี่ยวกับโลกที่หลอมเหลว มีเปลือก และสั่นสะเทือนที่ยิ่งใหญ่
Out of their work came the rock cycle: โครงสร้างกลับคำที่วางแหล่งที่มาไว้ก่อน
ใน Out of their work came the rock cycle ประธานคือ the rock cycle วลีที่บอกแหล่งที่มา Out of their work ถูกวางไว้ก่อน และคำกริยา came อยู่หน้าประธาน หากใช้ลำดับคำปกติ ใจความจะเป็น The rock cycle came out of their work ลำดับคำที่วางแหล่งที่มาไว้ก่อนนี้เชื่อมงานก่อนหน้าเข้ากับผลลัพธ์ใหม่ โดยพาผู้ฟังจากแหล่งที่มาไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้น และทำให้การเปิดเผยผลลัพธ์เด่นขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come เพื่อใช้รูปแบบจากแหล่งที่มาไปสู่ผลลัพธ์: Out of the class discussion ____ a new plan.
ดูคำตอบ
came
combined with plate tectonics: การรวมสองแนวคิดที่มีส่วนช่วยกัน
ในที่นี้ combined with plate tectonics หมายถึงวัฏจักรหินกับทฤษฎีธรณีแปรสัณฐานของแผ่นเปลือกโลกถูกนำมารวมกันในคำอธิบายเดียว วลีหลัง with ระบุแนวคิดอีกส่วนที่เข้าร่วมในการผสาน ไม่ใช่เพียงสิ่งที่อยู่ใกล้กัน โครงสร้าง combine with ใช้เชื่อมทฤษฎี วิธีการ วัสดุ หรือปัจจัยที่ทำงานร่วมกันหรือรวมเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่าได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปสองคำของ combine ที่หมายถึง “นำมารวมกับ”: The map was ____ satellite images to create a clearer guide.
ดูคำตอบ
combined with
to give us ในฐานะ infinitive ที่บอกผลลัพธ์
ในที่นี้ to give us นำเสนอผลที่เกิดจากพัฒนาการซึ่งกล่าวมาก่อนหน้า กล่าวคือ พัฒนาการเหล่านั้นก่อให้เกิดทฤษฎีที่ครอบคลุมเกี่ยวกับโลก Give us ไม่ได้หมายถึงการยื่นสิ่งของให้จริง ๆ แต่หมายถึง “มอบให้ผู้คน” หรือ “นำไปสู่” to-infinitive ใช้บอกได้ทั้งผลลัพธ์และจุดประสงค์ ในบริบทนี้ ทฤษฎีคือสิ่งที่เกิดขึ้นจากกระบวนการก่อนหน้า ไม่ใช่เป้าหมายที่ใครบางคนวางแผนจะทำให้สำเร็จโดยตั้งใจ
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: Several discoveries came together to give us a clearer picture of the ocean. to give us แสดงความหมายใด?
- บอกว่าการค้นพบเหล่านั้นตั้งใจวางแผนจะช่วยผู้คน
- ระบุว่าการค้นพบเหล่านั้นเกิดขึ้นที่ไหน
- แสดงว่าความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้นเป็นผลจากการที่การค้นพบหลายอย่างมารวมกัน
ดูคำตอบ
แสดงว่าความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้นเป็นผลจากการที่การค้นพบหลายอย่างมารวมกัน
From a gallstone to a 4.5 billion-year-old planet. ลำดับความ
3:01ตั้งแต่นิ่วในถุงน้ำดีไปจนถึงดาวเคราะห์อายุ 4.5 พันล้านปี
From a gallstone to a 4.5 billion-year-old planet: การวางกรอบช่วงที่กว้างมาก
นี่เป็นส่วนของประโยคที่สร้างขึ้นด้วยโครงสร้าง from ... to ... โดยวางจุดปลายสองจุดไว้คู่กันเพื่อจัดระเบียบบทสรุป ด้านหนึ่งคือนิ่วในถุงน้ำดีชิ้นเล็ก ส่วนอีกด้านคือดาวเคราะห์เก่าแก่ วลีนี้ไม่ได้บรรยายการเดินทางหรือการที่วัตถุหนึ่งเปลี่ยนเป็นอีกวัตถุหนึ่งจริง ๆ แต่ย่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้านขนาดและหัวข้อไว้ระหว่างจุดปลายสองจุด ทำให้ขอบเขตของเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ก่อนหน้าดูน่าทึ่ง
แบบฝึกหัด
ในส่วนของประโยคนี้ from ... to ... มีหน้าที่หลักอะไร?
- สรุปช่วงที่น่าทึ่งจากวัตถุขนาดเล็กมากไปสู่หัวข้อระดับดาวเคราะห์
- บอกว่านิ่วในถุงน้ำดีค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพทางกายภาพเป็นโลก
- บอกเส้นทางตามตัวอักษรสำหรับเดินทางจากนิ่วในถุงน้ำดีไปยังดาวเคราะห์
ดูคำตอบ
สรุปช่วงที่น่าทึ่งจากวัตถุขนาดเล็กมากไปสู่หัวข้อระดับดาวเคราะห์
Now think bigger, take it to biology. ลำดับความ
3:05ตอนนี้คิดให้ใหญ่ขึ้น นำมันมาประยุกต์ใช้กับชีววิทยา
take it to biology: นำแนวทางการใช้เหตุผลเดิมไปสู่สาขาใหม่
ใน take it to biology คำว่า it หมายถึงแนวทางการใช้เหตุผลที่เพิ่งพูดถึง ไม่ใช่สิ่งของจริง ๆ โครงสร้าง take it to + สาขา หมายถึงนำแนวคิด วิธีการ หรือประเด็นเดิมไปสู่สาขานั้น เพื่อดูว่าสามารถใช้ได้อย่างไร ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนหัวข้อในการพูด ผู้พูดจบการอภิปรายในขอบเขตหนึ่งแล้วพาผู้ฟังไปสู่เรื่องชีววิทยา โดยยังใช้วิธีคิดเดิม
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกล่าวว่า “We used this reasoning in geology. Now let’s take it to biology.” ประโยคที่สองหมายความว่าอย่างไร
- หยุดใช้แนวทางการคิดเดิมและเปลี่ยนเรื่องโดยสิ้นเชิง
- นำแนวทางการใช้เหตุผลแบบเดิมไปใช้ในสาขาชีววิทยา
- นำสิ่งของจริงไปยังห้องเรียนชีววิทยา
ดูคำตอบ
นำแนวทางการใช้เหตุผลแบบเดิมไปใช้ในสาขาชีววิทยา
Say you see shark teeth in one layer and a fossil of an organism you've never seen under that. ลำดับความ
3:08สมมติว่าคุณเห็นฟันฉลามในชั้นหินชั้นหนึ่ง และฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนอยู่ใต้ชั้นนั้น
Say you see...: การยกตัวอย่างสมมติ
เมื่ออยู่ต้นตัวอย่าง say สามารถหมายถึง “สมมติว่า” หรือ “ลองนึกภาพว่า” ได้ Say you see... เป็นการชวนผู้ฟังให้นึกภาพสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่การสั่งให้ผู้ฟังพูด คำขึ้นต้นนี้กำหนดข้อเท็จจริงสมมติไว้สำหรับขั้นต่อไปของคำอธิบายหรือการให้เหตุผล โครงสร้างคือ Say + ประธาน + กริยา เช่น Say you find...
แบบฝึกหัด
ใน “Say you find a wallet on the street,” ผู้พูดกำลังทำอะไร
- การรายงานว่าผู้ฟังอ้างว่าเห็นบางสิ่ง
- การสั่งให้พูดคำเหล่านั้นออกเสียงดัง
- การชวนให้นึกภาพสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
ดูคำตอบ
การชวนให้นึกภาพสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
older, yes?: ใช้ yes? ท้ายประโยคเพื่อขอการยืนยัน
ใน older, yes? คำว่า yes? เป็นคำถามยืนยันสั้น ๆ ที่ต่อท้ายข้อความว่าฟอสซิลที่อยู่ลึกกว่ามีอายุมากกว่า ผู้พูดไม่ได้เริ่มคำถามใหม่ แต่กำลังขอให้ผู้ฟังยืนยันหรือตามขั้นตอนการให้เหตุผลนี้ให้ทัน คำถามยืนยันสั้น ๆ นี้ทำให้คำอธิบายมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น ความหมายใกล้กับ right? หรือ Do you follow? แต่ yes? อาจฟังเหมือนครูกำลังชี้นำหรือฟังตรงกว่า
แบบฝึกหัด
ผู้พูดใช้ yes? ใน “The first result supports the second, yes?” เพื่อทำอะไรเป็นหลัก
- ขอให้ผู้ฟังเลือกระหว่างผลลัพธ์สองอย่าง
- ตรวจว่าผู้ฟังตามหรือยอมรับประเด็นนั้นหรือไม่
- ให้ yes เป็นผลลัพธ์สุดท้าย
ดูคำตอบ
ตรวจว่าผู้ฟังตามหรือยอมรับประเด็นนั้นหรือไม่
You now have evidence of the origin and extinction of species over time. การใช้คำ
3:15ตอนนี้คุณมีหลักฐานเกี่ยวกับจุดกำเนิดและการสูญพันธุ์ของสายพันธุ์ตามกาลเวลาแล้ว
evidence of the origin and extinction of species over time: หลักฐานการกำเนิดและการสูญพันธุ์ของสปีชีส์ตามกาลเวลา
Evidence of X หมายถึงข้อเท็จจริงหรือร่องรอยที่แสดงว่า X มีอยู่หรือเคยเกิดขึ้น ในที่นี้ X คือกลุ่มคำนามที่เชื่อมด้วย and คือ the origin and extinction of species หลักฐานจึงชี้ให้เห็นว่าสปีชีส์เกิดขึ้นและสูญพันธุ์ ส่วน Over time ระบุว่ากระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน Origin and extinction อธิบายการเปลี่ยนแปลงในระดับสปีชีส์ ไม่ใช่การเกิดและตายของสิ่งมีชีวิตแต่ละตัว กลุ่มคำนามแบบเป็นทางการนี้ย่อข้อความที่สมบูรณ์กว่าไว้ในวลีเดียว นั่นคือ หลักฐานแสดงว่าสปีชีส์เกิดขึ้นและสูญพันธุ์ตามกาลเวลา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำ โดยใช้ evidence ร่วมกับคำบุพบทที่นำเข้าสิ่งที่ร่องรอยเผยให้เห็น: The rock layers provide ____ major environmental change over time.
ดูคำตอบ
evidence of
Get uniformitarian: ใช้มุมมองแบบเอกภาพนิยม
Get uniformitarian เป็นประโยคคำสั่งที่มีน้ำเสียงสนุกและเป็นกันเอง หมายถึง “ใช้วิธีคิดแบบเอกภาพนิยม” ในที่นี้ get หมายถึงการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะหรือจุดยืนหนึ่ง ส่วน uniformitarian ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ ไม่ใช่สิ่งของที่จะไปเอามา คำสั่งสั้น ๆ นี้ชวนให้ผู้ฟังเปลี่ยนมุมมองและใช้แนวคิดที่ว่า กระบวนการซึ่งยังเกิดขึ้นในปัจจุบันอาจช่วยอธิบายการเปลี่ยนแปลงในอดีตได้
แบบฝึกหัด
Get uniformitarian ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ได้รับสิ่งของที่เรียกว่า uniformitarian
- ใช้วิธีคิดแบบเอกภาพนิยม
- หยุดใช้แนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการในปัจจุบัน
ดูคำตอบ
ใช้วิธีคิดแบบเอกภาพนิยม
not just in ... but in ...: ขยายขอบเขตของข้อกล่าว
โครงสร้างคู่ not just in A, but in B บอกว่าข้อความนั้นเป็นจริงในทั้งสองขอบเขต และขยายขอบเขตจาก A ไปยัง B ในที่นี้ ผู้พูดเสนอว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั้งในหินและในสิ่งมีชีวิต ส่วนหลังเพิ่ม life เข้ามา ไม่ได้ปฏิเสธ rocks การใช้ in ซ้ำหน้าคำนามทั้งสองสร้างโครงสร้างขนานกัน คือ in rocks ... in life การใช้รูปไวยากรณ์ที่ตรงกันทำให้ติดตามการขยายขอบเขตได้ง่าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ not just in ... but in ...: The policy caused changes ____ the office, ____ the whole company.
ดูคำตอบ
not just in · but in
Might also explain: การละประธาน
วลีนี้สานต่อแนวคิดก่อนหน้าโดยละประธาน it ไว้ รูปเต็มคือ It might also explain ... โดย it อ้างกลับไปถึงกระบวนการหรือแนวคิดที่กล่าวมาก่อนแล้ว might เป็นกริยาช่วยบอกภาวะ และ explain ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน might แสดงว่านี่เป็นเพียงคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่พิสูจน์แล้ว ส่วน also เพิ่มผลที่เป็นไปได้อีกอย่างจากเหตุผลเดิม การละประธานที่เข้าใจได้ชัดจากบริบทช่วยให้คำบรรยายภาษาพูดกระชับและดำเนินต่อได้เร็วขึ้น
แบบฝึกหัด
ใน “Might also explain why the alarm keeps beeping,” มีคำใดถูกละไว้ก่อน might?
- กริยารูปพื้นฐาน explain
- ประธาน it ซึ่งเข้าใจได้จากประโยคก่อนหน้า
- กริยาช่วย might
ดูคำตอบ
ประธาน it ซึ่งเข้าใจได้จากประโยคก่อนหน้า
It's a lot to ponder: การไตร่ตรองอย่างรอบคอบ
วลี It's a lot to ponder หมายความว่าแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึงมีประเด็นสำคัญหลายอย่างให้คิดอย่างรอบคอบ it อ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมด ส่วน a lot to ponder หมายถึงเนื้อหาจำนวนมากที่ควรนำไปไตร่ตรองอย่างจริงจัง ponder สื่อถึงการคิดใคร่ครวญมากกว่าและเป็นทางการกว่า think about เล็กน้อย หลังคำอธิบายที่ซับซ้อน ประโยคนี้ช่วยยอมรับว่ามีข้อมูลให้ทำความเข้าใจมาก และสร้างช่วงหยุดสั้น ๆ ก่อนผู้พูดจะพูดต่อ
แบบฝึกหัด
หลังจากฟังแนวคิดที่ซับซ้อนหลายข้อ คนหนึ่งพูดว่า “It's a lot to ponder.” เขาหมายความว่าอย่างไร?
- แนวคิดเหล่านี้เข้าใจหมดแล้วและไม่ต้องคิดอีก
- แนวคิดเหล่านี้ควรนำไปคิดอย่างรอบคอบ
- ควรลืมแนวคิดเหล่านี้ทันที
ดูคำตอบ
แนวคิดเหล่านี้ควรนำไปคิดอย่างรอบคอบ
reading a copy of his friend Charles Lyell's Principles of Geology, วัฒนธรรม
3:38เพื่ออ่านสำเนาหนังสือ Principles of Geology ของเพื่อนของเขา ชาร์ลส์ ไลเอล
had the time: มีเวลาที่ใช้ทำบางสิ่งได้
had the time หมายความว่าดาร์วินมีเวลาที่ใช้ในการอ่านได้อย่างเพียงพอ ในที่นี้ the time ไม่ได้หมายถึงเวลาใดเวลาหนึ่งบนนาฬิกา แต่หมายถึงเวลาที่นำไปใช้ทำกิจกรรมได้ ภาษาอังกฤษมักระบุกิจกรรมด้วยโครงสร้าง have the time to + คำกริยา เช่น have the time to read ส่วนรูปอดีตคือ had the time to + คำกริยา
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของสำนวนที่เน้นไว้เติมประโยคให้สมบูรณ์: On the train, Leo ____ to read three chapters.
ดูคำตอบ
had the time
Charles Lyell's Principles of Geology: ชื่อหนังสือเล่มหนึ่ง
Charles Lyell's Principles of Geology เป็นชื่อหนังสือเล่มหนึ่งโดยเฉพาะ คือ Principles of Geology ซึ่งเขียนโดยนักธรณีวิทยาชาลส์ ไลเอลล์ การขึ้นต้นคำสำคัญด้วยตัวพิมพ์ใหญ่และวลี reading a copy แสดงว่านี่คือชื่อหนังสือ ไม่ใช่วลีทั่วไปที่หมายถึง “กฎทางธรณีวิทยา” ไลเอลล์อธิบายว่าโลกอาจถูกหล่อหลอมโดยกระบวนการทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ตลอดช่วงเวลาที่ยาวนานมาก แนวคิดนี้เป็นพื้นฐานสำคัญให้ดาร์วินคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Principles of Geology หมายถึงอะไร
- ชุดกฎทางธรณีวิทยาทั่วไปที่ไม่มีชื่อเฉพาะ
- ชื่อที่ดาร์วินตั้งให้หมู่เกาะกาลาปากอส
- หนังสือที่เขียนโดยชาลส์ ไลเอลล์
ดูคำตอบ
หนังสือที่เขียนโดยชาลส์ ไลเอลล์
sort of ที่ช่วยลดความหนักแน่นของ founded
ในประโยคนี้ sort of เป็นคำช่วยลดความหนักแน่นที่ใช้ในการสนทนา มีความหมายว่า “อาจกล่าวได้ว่า” หรือ “ในระดับหนึ่ง” โดยทำให้คำกล่าวว่าสเตโนเป็นผู้ก่อตั้งสิ่งที่กำลังพูดถึงไม่เด็ดขาดเกินไป ผู้พูดยอมรับผลงานสำคัญของเขา แต่ไม่ได้บอกว่าเขาสร้างทุกอย่างขึ้นอย่างเป็นทางการด้วยตัวคนเดียว ตรงนี้ sort of ขยายใจความที่แสดงด้วย founded ทั้งหมด ไม่ได้หมายถึง “ประเภทหนึ่ง” แบบในวลีนาม a sort of tool
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำช่วยลดความหนักแน่นสองคำจากบทเรียน: The repair ____ worked, but the leak came back.
ดูคำตอบ
sort of
Sometimes giants stand on the shoulders of curious little people. สำนวน
3:44บางครั้งยักษ์ใหญ่ก็ยืนอยู่บนไหล่ของคนตัวเล็กๆ ที่อยากรู้อยากเห็น
giants stand on the shoulders of curious little people: การกลับความหมายของสำนวนอ้างอิง
ประโยคนี้กลับความหมายของคำกล่าวที่คุ้นเคยว่า stand on the shoulders of giants ซึ่งหมายถึงความสำเร็จในยุคหลังสร้างขึ้นจากความรู้และผลงานของผู้บุกเบิกคนสำคัญ การให้ giants ยืนบนบ่าของ curious little people ทำให้ผู้พูดหันความสนใจไปยังผู้มีส่วนร่วมที่ถูกมองข้ามและไม่ค่อยมีชื่อเสียง Giants หมายถึงนักคิดหรือผู้ประสบความสำเร็จคนสำคัญ ส่วน curious little people หมายถึงคนช่างสงสัยที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ทั้งสองคำไม่ได้กล่าวถึงส่วนสูงจริง
แบบฝึกหัด
การกลับสำนวนที่คุ้นเคยในประโยคนี้มีผลสำคัญอย่างไร
- ประโยคนี้บอกเป็นนัยว่าความสำเร็จที่มีชื่อเสียงอาจอาศัยผลงานของผู้มีส่วนร่วมรุ่นก่อนที่ถูกมองข้าม
- ประโยคนี้อธิบายส่วนสูงจริงของคนที่เกี่ยวข้อง
- ประโยคนี้บอกว่าความอยากรู้อยากเห็นทำให้คนไม่สามารถเป็นบุคคลสำคัญได้
ดูคำตอบ
ประโยคนี้บอกเป็นนัยว่าความสำเร็จที่มีชื่อเสียงอาจอาศัยผลงานของผู้มีส่วนร่วมรุ่นก่อนที่ถูกมองข้าม
helped evolve evolution: การซ้ำรากศัพท์และการมีส่วนช่วยทางอ้อม
ใน helped evolve evolution คำว่า helped evolve แสดงว่าการมีส่วนช่วยของสเตโนเป็นไปในทางอ้อม กล่าวคือ แนวคิดของเขาช่วยให้ความคิดเรื่องวิวัฒนาการพัฒนาขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเขาทำให้สิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการด้วยตนเอง การซ้ำรากศัพท์ evolv- ใน evolve และ evolution เชื่อมการกระทำเข้ากับแนวคิดที่ได้รับผลจากการกระทำนั้น การเล่นคำสั้น ๆ นี้จัดข้อมูลรอบผู้มีส่วนช่วย กระบวนการพัฒนา และสาขาความคิด พร้อมทำให้ความเชื่อมโยงจำได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
helped evolve evolution ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- สเตโนทำให้สิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการโดยตรง
- สเตโนทำการทดลองที่ชื่อว่าวิวัฒนาการซ้ำ
- แนวคิดของสเตโนช่วยให้ความคิดเรื่องวิวัฒนาการพัฒนาขึ้น
ดูคำตอบ
แนวคิดของสเตโนช่วยให้ความคิดเรื่องวิวัฒนาการพัฒนาขึ้น
broke ground for geology: อุปมาเรื่องการบุกเบิกและการเล่นคำเกี่ยวกับพื้นดิน
ใน broke ground for geology คำว่า broke ground ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงผลงานของสเตโนเปิดเส้นทางใหม่และช่วยให้ธรณีวิทยาก่อตัวเป็นสาขาวิชา ไม่ได้หมายถึงการขุดดินหรือการเริ่มก่อสร้าง ถ้อยคำนี้ยังเป็นการเล่นคำ เพราะ ground เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสิ่งที่ธรณีวิทยาศึกษา ประโยคนี้รวมแนวคิดเรื่องงานบุกเบิกและการวางรากฐานไว้ในวลีเดียวที่น่าจดจำ
แบบฝึกหัด
ในประโยคของผู้บรรยาย broke ground for geology หมายความว่าอย่างไร
- เขาเริ่มก่อสร้างอาคารธรณีวิทยา
- ผลงานของเขาช่วยเปิดทางให้ธรณีวิทยาก่อตัวเป็นสาขาวิชา
- เขาทำลายที่ดินที่นักธรณีวิทยาใช้
ดูคำตอบ
ผลงานของเขาช่วยเปิดทางให้ธรณีวิทยาก่อตัวเป็นสาขาวิชา
cut across intellectual borders: ก้าวข้ามพรมแดนทางความคิด
ในที่นี้ unbiased empirical observation หมายถึงการสังเกตที่ยึดหลักฐานเป็นแนวทาง ไม่ใช่ความเชื่อที่ตนเองอยากให้เป็น วลีนี้เป็นประธานของ can cut across Cut across ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการแผ่ขยายหรือทำงานข้ามเส้นแบ่งต่าง ๆ เมื่อใช้กับ intellectual borders จึงสื่อว่าการสังเกตที่อาศัยหลักฐานสามารถก้าวข้ามขอบเขตระหว่างสาขาวิชาหรือสำนักความคิดได้ ไม่ได้หมายถึงการตัดจริง ๆ
แบบฝึกหัด
can cut across intellectual borders ในตัวอย่างหมายถึงอะไร?
- มันสามารถแผ่ขยายข้ามพื้นที่ความคิดที่แยกจากกันได้
- มันสามารถตัดเป็นเส้นผ่านสถานที่หนึ่งจริง ๆ ได้
- มันสามารถแยกพื้นที่ความคิดหนึ่งออกจากอีกพื้นที่หนึ่งได้
ดูคำตอบ
มันสามารถแผ่ขยายข้ามพื้นที่ความคิดที่แยกจากกันได้
to deepen our perspective: ทำให้มุมมองของเราลึกซึ้งขึ้น
ในประโยคนี้ to deepen our perspective บอกผลที่ต้องการจากการก้าวข้ามพรมแดนทางความคิด นั่นคือทำให้วิธีที่เราเข้าใจเรื่องหนึ่งมีความสมบูรณ์ มีข้อมูลรองรับ และละเอียดลึกซึ้งยิ่งขึ้น Perspective ในที่นี้หมายถึงวิธีโดยรวมที่เราใช้มองหรือตีความสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่มุมมองทางกายภาพ คำกริยา deepen สามารถใช้กับคำนามเชิงนามธรรมได้ โดยสื่อว่าความลึกหรือคุณภาพเพิ่มขึ้น ไม่จำเป็นต้องหมายถึงขอบเขตกว้างขึ้นเสมอไป รูปแบบเดียวกันพบได้ใน deepen our understanding และ deepen our knowledge
แบบฝึกหัด
วลีใดหมายถึงการทำให้วิธีที่เรามองประเด็นหนึ่งมีความเข้าใจลึกซึ้งและละเอียดมากขึ้น แทนที่จะเพียงเพิ่มจำนวนมุมมอง?
- deepen our perspective
- broaden our perspective
- deepen our understanding
ดูคำตอบ
deepen our perspective
His finest accomplishment, though, may be his maxim,
3:59แต่ความสำเร็จสูงสุดของเขา อาจเป็นคติพจน์ของเขา
as the pursuit of the beauty of the as yet unknown. วลี
4:05ว่าเป็นการแสวงหาความงดงามของสิ่งที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก
cast A as B: นำเสนอ A ว่าเป็น B
รูปแบบ cast A as B หมายถึงการนำเสนอหรือวางกรอบ A ว่าเป็น B เพื่อทำให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านมอง A ในแบบหนึ่งโดยเฉพาะ ในที่นี้ A คือ the search for truth beyond our senses and our current understanding และ B คือ the pursuit of the beauty of the as yet unknown อนุประโยค -ing ที่ขึ้นต้นด้วย casting อธิบายว่าคติพจน์นี้ทำอะไร คำว่า cast ในที่นี้มีความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงการโยนสิ่งของหรือคัดเลือกนักแสดงให้รับบท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันของ cast A as B: The article ____ failure ____ a chance to learn.
ดูคำตอบ
casts · as
as yet unknown: ยังคงไม่เป็นที่รู้จักจนถึงตอนนี้
as yet เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัว หมายถึง “จนถึงตอนนี้” ใน as yet unknown วลีนี้ขยาย unknown ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึง “ยังคงไม่เป็นที่รู้จักในปัจจุบัน” และบอกเป็นนัยว่าอาจพบคำตอบได้ในภายหลัง ในวลีที่ใหญ่กว่าอย่าง the as yet unknown คำคุณศัพท์ unknown ใช้หลัง the เพื่อหมายถึงสิ่งที่ยังไม่มีใครรู้ ดังนั้นประโยคนี้จึงกล่าวถึงความงามของสิ่งหรือขอบเขตที่ยังอยู่นอกเหนือความรู้ในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ยังคงไม่เป็นที่รู้จักจนถึงตอนนี้”: The cause of the signal is ____.
ดูคำตอบ
as yet unknown
Beautiful ... More beautiful ... Most beautiful กับการไล่ระดับแบบขนาน
ทั้งสามประโยคใช้รูปแบบเดียวกัน คือวางวลีคุณศัพท์ไว้ก่อน แล้วตามด้วย is what we... จาก Beautiful พัฒนาเป็น More beautiful และ Most beautiful ส่วนเนื้อหาก็เคลื่อนจาก see ไปยัง know และสุดท้ายไปสู่สิ่งที่ไม่รู้จัก การไล่ระดับแบบขนานนี้จัดลำดับความคิดและทำให้ข้อความจบอย่างทรงพลัง ใน what we don't มีการละกริยา know เพราะผู้อ่านเติมได้จาก what we know ในประโยคก่อนหน้า ตอนจบที่สั้นลงจึงสะท้อนรูปแบบเดิมและเน้นสิ่งที่ยังไม่รู้
แบบฝึกหัด
ทั้งสามประโยคจัดลำดับความคิดและสร้างตอนจบที่ทรงพลังอย่างไร
- นำเสนอความงามสามแบบที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยไม่มีการจัดลำดับ
- ตั้งคำถามสามข้อว่าเราสามารถเข้าใจความงามได้หรือไม่
- เนื้อหาเคลื่อนผ่าน what we see, what we know และ what we don't เป็นสามขั้นที่ขนานกัน โดยละ know ไว้ตอนท้าย
ดูคำตอบ
เนื้อหาเคลื่อนผ่าน what we see, what we know และ what we don't เป็นสามขั้นที่ขนานกัน โดยละ know ไว้ตอนท้าย
Most beautiful, by far: การเน้นคำขั้นสูงสุด
by far ใช้เน้นคำขั้นสูงสุด most beautiful โดยบอกว่าความแตกต่างมีมาก สิ่งที่กล่าวถึงไม่ได้สวยที่สุดเพียงเล็กน้อย แต่เหนือกว่าสิ่งอื่นทั้งหมดอย่างชัดเจน far ในที่นี้บอกระดับ ไม่ใช่ระยะทางจริง เครื่องหมายจุลภาคแยก by far ให้เป็นคำเน้นที่แทรกเข้ามา ในวลีนามทั่วไป ตำแหน่งที่พบบ่อยคือ by far the most beautiful และ the most beautiful by far
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่แสดงว่าคำขั้นสูงสุดนำหน้าตัวเลือกอื่นอยู่มาก: This is ____ the clearest explanation.
ดูคำตอบ
by far