โปเกมอนในชีวิตจริง?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอวิทยาศาสตร์นี้เชื่อม Pokémon Go เข้ากับสัตว์จริงที่น่าทึ่ง แล้วชวนผู้ชมสังเกต อธิบายลักษณะ และแบ่งปันสิ่งที่ค้นพบในธรรมชาติ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. not to mention — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงที่เด่นกว่า เช่น การรับรู้กระแสไฟฟ้าหลังจากบอกว่าตุ่นปากเป็ดวางไข่และมีพิษ เพื่อเสริมคำอธิบายอย่างเป็นธรรมชาติ 2. many of which — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เปิดอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับเพียงบางส่วนของกลุ่มที่กล่าวถึงแล้ว 3. break down — กริยาวลี: วิเคราะห์พลังและลักษณะของสัตว์โดยแบ่งเป็นส่วนที่เข้าใจง่าย ไม่ได้หมายถึงทำให้สิ่งของแตกหรือเสียหายจริง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Dear fellow curious minds and world explorers, ลำดับความ
0:00ถึงเพื่อน ๆ ผู้ใฝ่รู้และนักสำรวจโลกที่รักทุกคน
การใช้ Dear fellow curious minds and world explorers เรียกผู้ชมโดยตรง
ทั้งบรรทัดนี้เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง ใช้เป็นคำเปิดเพื่อกล่าวกับผู้ชม ไม่ใช่ประโยคบอกเล่าที่ขาดคำกริยา Dear แสดงการทักทาย ส่วน curious minds และ world explorers เป็นคำที่ใช้เรียกคนที่ผู้พูดกำลังพูดด้วย Fellow แสดงว่าผู้พูดกับผู้ชมเป็นสมาชิกของกลุ่มเดียวกัน การวางคำเรียกผู้ฟังสองแบบที่มีโครงสร้างขนานกันไว้ก่อนข้อความหลักช่วยสร้างความรู้สึกเป็นชุมชนที่เปิดกว้างและกระตือรือร้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Dear fellow + คำนามพหูพจน์ที่เรียกผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
คำเปิด 'Dear fellow curious minds and world explorers,' ทำหน้าที่อะไร
- บรรยายถึงคนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้ชม
- กล่าวกับผู้ชมโดยตรงในฐานะสมาชิกของกลุ่มเดียวกันที่มีความใฝ่รู้และชอบสำรวจ
- บอกว่าผู้พูดได้รับจดหมายจากนักสำรวจหลายคน
ดูคำตอบ
กล่าวกับผู้ชมโดยตรงในฐานะสมาชิกของกลุ่มเดียวกันที่มีความใฝ่รู้และชอบสำรวจ
have been enjoying the excitement that is Pokémon Go. ไวยากรณ์
0:06กำลังสนุกกับความตื่นเต้นของ Pokémon Go
การใช้ it's come to our attention that เพื่อเสนอข้อเท็จจริงที่เพิ่งรับรู้
ใน it's come to our attention that คำว่า it's หมายถึง it has และ come เป็นรูป past participle ใน present perfect รูปแบบ it has come to someone's attention that + อนุประโยค หมายความว่าบุคคลหรือกลุ่มนั้นได้รับรู้หรือตระหนักถึงข้อเท็จจริงในอนุประโยค it แบบไม่ระบุบุคคลชี้ไปยังอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ด้านหลัง รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดนำเสนอสิ่งที่สังเกตพบโดยไม่ต้องบอกชัดเจนว่าใครพบหรือพบได้อย่างไร จึงทำให้ข้อความมีน้ำเสียงสุขุมและค่อนข้างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประกาศอย่างเป็นทางการด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เราได้รับทราบว่า”: ____ several customers received duplicate invoices.
ดูคำตอบ
It's come to our attention that
have been enjoying: กิจกรรมที่ดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน
Have been enjoying เป็น present perfect continuous มีโครงสร้าง have + been + enjoying ซึ่งเป็นรูป -ing ของ enjoy เมื่อใช้กับประธานพหูพจน์ many folks รูปนี้แสดงว่าการเพลิดเพลินเริ่มก่อนเวลาที่พูดและดำเนินต่อมาในช่วงที่ผ่านมาไม่นานหรือช่วงปัจจุบัน รูปนี้เน้นระยะเวลาและประสบการณ์ที่ดำเนินอยู่ มากกว่าผลลัพธ์ที่เสร็จสิ้นแล้ว เป็นรูปประธานกระทำ ไม่ใช่รูปถูกกระทำ โดย many folks คือผู้ที่กำลังเพลิดเพลิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ enjoy: We ____ the new game every evening since Monday.
ดูคำตอบ
have been enjoying
“get out” ในความหมายว่าออกจากข้างในไปข้างนอก
ในที่นี้ get out หมายถึงการออกจากสถานที่ในร่มหรือสถานที่ที่คุ้นเคย แล้วเริ่มทำบางอย่างข้างนอก วลี explore the world ที่ตามมาทำให้คำนี้มีความหมายเชิงลงมือทำและผจญภัย ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนออกจากวัตถุชิ้นหนึ่ง การใช้แบบนี้มักนำเสนอการออกจากบ้านหรือกิจวัตรว่าเป็นก้าวแรกของกิจกรรม เช่น ออกไปสูดอากาศ เดินเล่น เดินทาง หรือสำรวจ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “After working inside all morning, Maya wants to get out and visit the park,” คำว่า get out หมายถึงอะไร?
- ออกมาจากภาชนะขนาดเล็ก
- สั่งให้อีกคนออกไปด้วยความโกรธ
- ออกจากสถานที่ในร่มแล้วไปที่อื่น
ดูคำตอบ
ออกจากสถานที่ในร่มแล้วไปที่อื่น
a great sense of adventure: ความรู้สึกอยากสำรวจและผจญภัยอย่างมาก
A great sense of adventure เป็นนามวลีที่หมายถึงความรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากต่อการสำรวจ การลองสิ่งใหม่ หรือการเผชิญประสบการณ์ที่ไม่แน่นอน Great ช่วยเพิ่มระดับความรู้สึกนี้ ในรูปแบบ a sense of + คำนามนามธรรม คำว่า sense หมายถึงความรู้สึก การรับรู้ หรือบรรยากาศ ไม่ใช่ประสาทสัมผัสทางกายอย่างการมองเห็นหรือการได้ยิน รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดระบุคุณลักษณะหรือความรู้สึกที่ประสบการณ์หนึ่งสร้างขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี a sense of + คำนามนามธรรม ที่หมายถึง 'ความรู้สึกตื่นเต้นต่อการสำรวจ': The trip gave the children ____.
ดูคำตอบ
a sense of adventure
“catch them all” ในฐานะคำอ้างอิงถึงคำขวัญโปเกมอน
ในประโยคนี้ catch them all ชวนให้นึกถึงคำขวัญโปเกมอนที่มีชื่อเสียงว่า Gotta catch 'em all! Them หมายถึงโปเกมอนชนิดต่าง ๆ ส่วน all แสดงว่าการได้โปเกมอนทุกชนิดคือเป้าหมายของการเล่นเกมให้สำเร็จ การอ้างอิงนี้ทำให้การสำรวจกลายเป็นความท้าทายในการสะสมที่สนุกสนาน เมื่อนำแนวคิดนี้ไปเปรียบกับการตามหาสัตว์จริง สิ่งที่ควรนำไปใช้คือการค้นหา สังเกต ถ่ายภาพ หรือบันทึกชนิดพันธุ์ ไม่ใช่การจับสัตว์ป่า
แบบฝึกหัด
ในประโยคจากวิดีโอ catch them all มีความหมายเพิ่มเติมอย่างไร?
- เป็นการสื่อถึงเป้าหมายของโปเกมอนในการสะสมโปเกมอนทุกชนิด
- มีความหมายเพียงว่าออกจากบ้านไปเดินทาง
- เป็นการบอกผู้ชมให้จับสัตว์ป่าทุกตัวที่พบเห็น
ดูคำตอบ
เป็นการสื่อถึงเป้าหมายของโปเกมอนในการสะสมโปเกมอนทุกชนิด
please don't forget about + คำนาม: คำเตือนอย่างเป็นมิตร
please ช่วยทำให้ประโยคคำสั่งปฏิเสธ don't forget about ฟังนุ่มนวลขึ้น จึงกลายเป็นคำเตือนอย่างเป็นมิตรแทนที่จะเป็นคำสั่งแข็ง ๆ ส่วน forget about คนหรือสิ่งใด หมายถึงเลิกนึกถึงหรือมองข้ามคนนั้นหรือสิ่งนั้น ในที่นี้ ผู้พูดไม่ได้กล่าวว่าผู้ฟังลืมข้อเท็จจริงไปแล้ว แต่กำลังขอว่าเมื่อคิดถึงเกมก็อย่ามองข้ามสัตว์ในโลกจริง โครงสร้าง please don't forget about + คำนาม ยังนำไปใช้เตือนให้นึกถึงคนหรือสิ่งที่อาจถูกมองข้ามได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนด้วยวลีจากบทเรียน: The new students need help too, so ____ them.
ดูคำตอบ
please don't forget about
in real life: ในชีวิตจริง
In real life เป็นวลีวิเศษณ์แบบตายตัว หมายถึงในโลกจริง ซึ่งตรงข้ามกับสภาพแวดล้อมออนไลน์ โลกสมมติ เกม หรือการจำลอง ในประโยคนี้ Pokémon in real life เป็นการเปรียบเทียบสัตว์จริงที่แปลกตากับโปเกมอนอย่างขบขัน ไม่ได้หมายความว่าโปเกมอนในเรื่องแต่งมีอยู่จริง วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังเปลี่ยนกรอบความคิดจากโลกจินตนาการหรือโลกดิจิทัลกลับมาสู่ความจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปรียบต่างด้วยวลีจากบทเรียน: The castle looks enormous in the game, but it is tiny ____.
ดูคำตอบ
in real life
It's one of the only egg-laying and venomous mammals,
0:23มันเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงไม่กี่ชนิดที่วางไข่และมีพิษ
not to mention they use electroreception to locate their prey. โน้ต
0:26แถมยังใช้ประสาทสัมผัสไฟฟ้าเพื่อค้นหาเหยื่อด้วย
not to mention: เพิ่มข้อเท็จจริงที่ช่วยเน้นประเด็น
not to mention ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงอีกอย่างหลังจากพูดประเด็นหนึ่งไปแล้ว ในประโยคนี้ วลีนี้เพิ่มความสามารถในการรับรู้สนามไฟฟ้าเข้าไปในรายการลักษณะพิเศษของตุ่นปากเป็ด แม้คำแต่ละคำจะดูเหมือนบอกว่าไม่ต้องพูดถึงเรื่องถัดไป แต่วลีนี้กลับกล่าวถึงเรื่องนั้นอย่างชัดเจนและเน้นให้เด่นขึ้น โดยมักเป็นข้อมูลที่น่าประหลาดใจหรือช่วยเพิ่มน้ำหนักให้คำพูด
แบบฝึกหัด
not to mention ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?
- นำเสนอข้อเท็จจริงที่ขัดกับคำอธิบายแรก
- เพิ่มข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งอีกอย่างเพื่อทำให้คำอธิบายมีน้ำหนักขึ้น
- บอกให้ผู้พูดปิดบังข้อเท็จจริงถัดไป
ดูคำตอบ
เพิ่มข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งอีกอย่างเพื่อทำให้คำอธิบายมีน้ำหนักขึ้น
electroreception: ความสามารถในการรับรู้สนามไฟฟ้า
Electroreception คือความสามารถของสัตว์ในการตรวจจับสนามไฟฟ้าหรือสัญญาณไฟฟ้ารอบตัว ในประโยคนี้ ตุ่นปากเป็ดใช้ประสาทสัมผัสนี้เพื่อหาตำแหน่งของเหยื่อ คำนี้ประกอบจาก electro- ซึ่งเกี่ยวข้องกับไฟฟ้า และ reception ซึ่งในที่นี้หมายถึงการรับรู้หรือรับข้อมูล
แบบฝึกหัด
เติมคำนามทางวิทยาศาสตร์ที่หมายถึงความสามารถในการตรวจจับสนามไฟฟ้า: A shark can find hidden prey by using ____.
ดูคำตอบ
electroreception
to remember solutions to tasks for up to three years. วลี
0:37จดจำวิธีแก้โจทย์ต่าง ๆ ได้นานถึงสามปี
ใช้ Or what about ...? เพื่อแนะนำอีกตัวอย่างหนึ่ง
ในที่นี้ Or what about ไม่ได้ขอให้ผู้ชมเป็นคนตอบ แต่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้เปลี่ยนเข้าสู่เรื่องถัดไป โดยผู้บรรยายนำแร็กคูนมาเป็นตัวอย่างต่อไปทันที หลังจากกล่าวถึงแนวคิดหนึ่งอย่างหรือมากกว่าแล้ว สามารถใช้ Or what about + คำนามหรือหัวข้อ? เพื่อชวนผู้ฟังให้พิจารณาอีกกรณี ตัวเลือก หรือตัวอย่างแย้งหนึ่งอย่าง วิธีนี้ทำให้การไล่รายการฟังดูมีปฏิสัมพันธ์มากกว่าการเติมอีกข้อด้วย and เท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมด้วยวลีที่ถูกต้องซึ่งใช้แนะนำอีกตัวอย่างหนึ่ง: We have discussed dolphins and crows. ____ octopuses?
ดูคำตอบ
Or what about
for up to + ระยะเวลา: บอกขีดจำกัดสูงสุด
ใน for up to three years คำว่า for ใช้นำหน้าระยะเวลา ส่วน up to กำหนดให้สามปีเป็นระยะเวลาสูงสุด ระยะเวลาจริงอาจสั้นกว่านั้น วลีนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะจดจำวิธีแก้ทุกอย่างได้ครบสามปีเต็ม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ for up to + ระยะเวลา ซึ่งมักตามหลังคำกริยาอย่าง last, wait, stay, keep หรือ remember
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “เป็นเวลาสูงสุด”: The museum stores lost items ____ 30 days.
ดูคำตอบ
for up to
Of course, there are many rare Pokémon to find around planet Earth, too.
0:40แน่นอนว่าทั่วโลกของเราก็มีโปเกมอนหายากให้ค้นหาอีกมากมาย
star-nosed mole with its 22 pink fleshy appendages on its snout,
0:46อย่างตุ่นจมูกดาวที่มีส่วนยื่นเนื้อสีชมพู 22 เส้นอยู่บนจมูก
Try looking for: การใช้ try + -ing เพื่อแนะนำวิธีให้ลอง
ใน “Try looking for” คำว่า try ตามด้วย looking ซึ่งเป็นรูป -ing ผู้พูดกำลังแนะนำให้ลองทำกิจกรรมค้นหาตัวตุ่นดู ไม่ได้เน้นความพยายามที่จะต้องค้นหาให้สำเร็จ โครงสร้าง try + -ing ที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ หมายถึง “ลองวิธีนี้แล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ในที่นี้ looking for หมายถึง “ค้นหา”
แบบฝึกหัด
ใช้คำกริยา add ในโครงสร้าง try + -ing เพื่อเติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: When the soup tastes bland, ____ a little lemon juice.
ดูคำตอบ
try adding
hosting 25,000 minute sensory receptors, การใช้คำ
0:50ซึ่งเต็มไปด้วยตัวรับความรู้สึกจิ๋วถึง 25,000 จุด
minute sensory receptors: minute ที่หมายถึง “เล็กมาก”
ในที่นี้ minute เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “เล็กมาก” โดยขยาย sensory receptors ดังนั้นวลีนี้จึงบรรยายโครงสร้างขนาดเล็กมากที่ใช้รับความรู้สึก ความหมายนี้ไม่ใช่คำนาม minute ที่เป็นหน่วยเวลา จำนวนและคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์รอบวลีทำให้ความหมายแบบคำคุณศัพท์เป็นการตีความที่สมเหตุสมผลเพียงแบบเดียว
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษเต็มประโยคแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยิน โดยสังเกตว่าคำคุณศัพท์หน้า changes คือ minute, minor หรือ major
- The sensor detected minor changes in pressure.
- The sensor detected minute changes in pressure.
- The sensor detected major changes in pressure.
ดูคำตอบ
The sensor detected minute changes in pressure.
upside down (กลับหัวกลับด้าน)
upside down หมายถึงด้านบนไปอยู่ในตำแหน่งที่ตามปกติควรเป็นด้านล่าง หรืออยู่ในสภาพกลับหัวกลับด้าน ในที่นี้ใช้บอกทิศทางของทากทะเลมังกรสีน้ำเงินขณะลอย โดยด้านท้องหันขึ้นที่ผิวน้ำ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นส่วนเติมเต็มเชิงกริยาวิเศษณ์หลัง floats เพื่อบอกว่ามันลอยอย่างไร โดยทั่วไปยังใช้บรรยายสิ่งของ รูปภาพ หรือหน้าจอที่หมุนไป 180 องศาจากแนวตั้งตามปกติได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่บอกว่าทิศทางบน-ล่างกลับกัน: The map is ____, so rotate it 180 degrees.
ดูคำตอบ
upside down
surface tension (แรงตึงผิว)
surface tension คือปรากฏการณ์ทางกายภาพที่ทำให้ผิวของของเหลวมีลักษณะคล้ายแผ่นบาง ๆ ที่ถูกขึงตึง เกิดจากแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลของของเหลว ในประโยคนี้ using surface tension บอกวิธีที่ทากทะเลมังกรสีน้ำเงินใช้เพื่ออยู่ที่ผิวน้ำ คำศัพท์นี้ยังพบบ่อยในคำอธิบายเกี่ยวกับหยดน้ำ แมลงหรือวัตถุขนาดเล็กที่วางอยู่บนผิวน้ำ และผลของสบู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยศัพท์วิทยาศาสตร์ที่เรียกปรากฏการณ์บนผิวของเหลว: A water strider can stand on the water because of ____.
ดูคำตอบ
surface tension
This treehopper is a rare Grass and Bug Pokémon
1:01เพลี้ยจักจั่นต้นไม้ตัวนี้เป็นโปเกมอนประเภทหญ้าและแมลงที่หายาก
with a unique horn-like extension or helmet. การใช้คำ
1:05มีส่วนยื่นคล้ายเขาหรือหมวกเกราะที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
horn-like extension: การสร้างคำคุณศัพท์ด้วย -like
ใน horn-like extension คำว่า horn-like ขยายคำว่า extension โดยนำคำนาม horn มาเติม -like จึงหมายถึง “คล้ายเขา” ส่วนยื่นนี้จึงมีรูปร่างหรือลักษณะเหมือนเขา แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเขาจริง ๆ เราสามารถเติม -like หลังคำนามหลายคำเพื่อสร้างคำคุณศัพท์ได้ เช่น leaf-like, shell-like และ claw-like เป็นวิธีสั้น ๆ ในการบอกความคล้ายกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย “คำนาม + -like” เพื่อให้หมายถึง “คล้ายใบไม้”: The insect has a ____ body.
ดูคำตอบ
leaf-like
Who's that Pokémon?: ประโยคเฉลยแบบสนุก ๆ
Who's เป็นรูปย่อของ who is ดังนั้นความหมายตรงตัวของประโยคคือการถามว่าโปเกมอนตัวนั้นเป็นใคร ในที่นี้ Who's that Pokémon? ทำให้นึกถึงช่วงทายภาพเงาที่ปรากฏซ้ำ ๆ ในการ์ตูนโปเกมอน การใช้ประโยคนี้ก่อนเฉลยว่าเป็นปลาจริงทำให้การเฉลยกลายเป็นมุกสนุก ๆ และอาจทำให้ผู้ชมที่ติดตามมานานรู้สึกคิดถึงอดีต นี่เป็นการอ้างถึงประโยคดัง ไม่ได้บอกว่าปลาตัวนั้นเป็นโปเกมอนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
คุณกำลังจะเฉลยคำตอบในเกมทายภาพเงาสนุก ๆ ประโยคใดสร้างบรรยากาศแบบโปเกมอนที่คุ้นเคย?
- Who's that Pokémon?
- What is the animal's scientific name?
- Where is the Pokémon Center?
ดูคำตอบ
Who's that Pokémon?
Why, ในฐานะคำบ่งชี้การเฉลยแบบขี้เล่น
ในประโยคนี้ Why ไม่ได้ใช้ถามหาเหตุผล แต่เป็นคำบ่งชี้ทางวาทกรรมเชิงอุทานที่นำเข้าสู่คำตอบของคำถามก่อนหน้า คือ “it’s the red-lipped batfish” เมื่อวางไว้ก่อนการเฉลย จะทำให้คำตอบฟังดูเป็นละคร ขี้เล่น และออกแนวโบราณเล็กน้อย ข้อสังเกตที่ใช้ได้ทั่วไปคือ หาก why ตามด้วยคำตอบทันทีแทนที่จะเป็นคำถามเกี่ยวกับสาเหตุ ก็ให้เข้าใจว่าทำหน้าที่เน้นแบบ “เอาละ” หรือ “ที่แท้”
แบบฝึกหัด
Why ทำหน้าที่อะไรใน “Why, it’s the red-lipped batfish”?
- ถามเหตุผลว่าทำไมปลาจึงเป็นสีแดง
- แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจในคำตอบ
- เพิ่มน้ำเสียงขี้เล่นและเป็นละครให้กับการเฉลย
ดูคำตอบ
เพิ่มน้ำเสียงขี้เล่นและเป็นละครให้กับการเฉลย
much like the lures in Pokémon Go attract you. ลำดับความ
1:17คล้ายกับที่ไอเทมล่อใน Pokémon Go ดึงดูดคุณ
much like สำหรับการเปรียบเทียบหน้าที่ที่คล้ายกันมาก
much like นำเข้าสู่และจัดระเบียบการเปรียบเทียบในช่วงท้ายประโยค โดยเชื่อมวิธีที่โครงสร้างบนหัวของปลาดึงดูดเหยื่อเข้ากับวิธีที่ลัวร์ใน Pokémon Go ดึงดูดผู้เล่น ในที่นี้ much ขยายระดับความคล้ายที่ like สื่อ จึงหมายถึง “ด้วยวิธีที่คล้ายกับ...มาก” ไม่ได้หมายถึง “ปริมาณมาก” การเปรียบเทียบจำกัดอยู่ที่หน้าที่ร่วมกัน คือการดึงดูดเป้าหมาย และไม่ได้บอกว่าสองสิ่งนี้คล้ายกันในด้านอื่นด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำแสดงการเปรียบเทียบสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “in a very similar way to”: The filter traps dust, ____ a net catching fish.
ดูคำตอบ
much like
may not want to: คำเตือนอย่างนุ่มนวล
ในประโยคนี้ may not want to เป็นคำเตือนทางอ้อม ผู้พูดกำลังบอกอย่างนุ่มนวลว่าการไปท้าสู้กับด้วงนั้นไม่ใช่ความคิดที่ดี จึงเปิดโอกาสให้ผู้ฟังตัดสินใจเองแทนที่จะออกคำสั่งตรง ๆ โครงสร้าง you may not want to + คำกริยา มักหมายถึง “ไม่ทำสิ่งนี้น่าจะฉลาดกว่า” ต้องดูจากบริบทว่าเป็นคำแนะนำหรือไม่ ในที่นี้ไม่ได้เน้นการคาดเดาว่าผู้ฟังอยากทำอะไรจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเตือนอย่างนุ่มนวลจากบทเรียน: The ladder is damaged, so you ____ climb it.
ดูคำตอบ
may not want to
take on: ท้าทายคู่ต่อสู้หรือรับหน้าที่
ในที่นี้ take on หมายถึงการเผชิญหน้าหรือท้าทายคู่ต่อสู้ เนื่องจากกรรมคือด้วงแรดและบริบทมองว่ามันเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง วลีนี้จึงสื่อถึงการเข้าแข่งขันหรือต่อสู้กับมัน กรรมช่วยบอกความหมายได้: take on + คน ทีม หรือคู่ต่อสู้ มักหมายถึงแข่งขันหรือเผชิญหน้า ส่วน take on + งาน หน้าที่ หรือความรับผิดชอบ หมายถึงตกลงรับมาทำหรือจัดการ ไม่ได้หมายถึงเอากรรมนั้นมาวางไว้บนร่างกายจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Maya agreed to take on the regional champion,” take on หมายถึงอะไร?
- เข้าแทนที่แชมป์และเข้าควบคุม
- แข่งขันกับแชมป์
- พาแชมป์ไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ
แข่งขันกับแชมป์
though ที่ท้ายประโยค
เมื่ออยู่ท้ายประโยค though จะเพิ่มความขัดแย้งในลักษณะของความคิดที่เสริมตามหลัง ผู้พูดเริ่มจากยังคงแนวคิดทั่วไปเรื่องการออกตามหาหรือรับมือกับสิ่งมีชีวิตแปลก ๆ แล้วจึงจำกัดแนวคิดนั้นด้วยการเตือนว่าด้วงแรดอาจไม่ใช่ตัวที่ควรไปท้าทาย ในที่นี้ though ย้อนกลับไปแสดงความเห็นต่ออนุประโยคทั้งหมดที่อยู่ข้างหน้า ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคใหม่ รูปแบบที่อยู่ท้ายประโยคนี้เป็นวิธีแบบภาษาสนทนาในการเพิ่มการแก้ไข ข้อยกเว้น หรือข้อสงวนเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้ though ที่ท้ายประโยคอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเพิ่มประเด็นขัดแย้งเล็กน้อย
- The hike is easy. The last mile is though steep.
- The hike is easy. The last mile is steep, though.
- The hike is easy. Though the last mile is steep.
ดูคำตอบ
The hike is easy. The last mile is steep, though.
This fighter can lift 850 times its own weight. ไวยากรณ์
1:23นักสู้ตัวนี้ยกของที่หนักกว่าน้ำหนักตัวเองถึง 850 เท่าได้
850 times its own weight: 850 เท่าของน้ำหนักตัวเอง
รูปแบบ number + times + นามวลีที่เป็นฐานเปรียบเทียบ ใช้บอกอัตราส่วนแบบการคูณ 850 times its own weight หมายความว่าน้ำหนักสูงสุดที่ยกได้เท่ากับน้ำหนักตัวของด้วงคูณด้วย 850 its own weight เป็นฐานของการเปรียบเทียบ และ own เน้นว่าน้ำหนักนั้นเป็นของสิ่งมีชีวิตตัวเดียวกัน ในที่นี้ times หมายถึง “คูณด้วย” ไม่ได้หมายถึงการยกแยกกัน 850 ครั้ง
แบบฝึกหัด
หุ่นยนต์ตัวหนึ่งยกของที่มีน้ำหนักเท่ากับยี่สิบเท่าของน้ำหนักตัวเองได้ ใช้ตัวเลขและวลี its own weight เติมประโยคให้สมบูรณ์: This robot can lift ____.
ดูคำตอบ
20 times its own weight
If you had ..., you could ... สำหรับเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน
ในที่นี้ If you had ใช้รูปอดีตเพื่อจินตนาการถึงเงื่อนไขในปัจจุบันที่ไม่เป็นจริงหรือแทบเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการมีพละกำลังอันมหาศาลนั้น รูปนี้ไม่ได้หมายความว่าเงื่อนไขเกิดขึ้นในอดีต อนุประโยคหลัก you could lift แสดงความสามารถหรือผลลัพธ์ที่อาจเป็นไปได้ภายในสถานการณ์สมมตินั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + ประธาน + รูปอดีต, ประธาน + could + กริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดจินตนาการถึงเงื่อนไขในปัจจุบันที่ไม่เป็นจริงหรือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย
- If I had more time, I could learn another language.
- I had more time last summer, so I could learn another language.
- If I have more time, I can learn another language.
ดูคำตอบ
If I had more time, I could learn another language.
why not look for ... เพื่อเสนอคำแนะนำอย่างเป็นมิตร
Why not + กริยารูปพื้นฐาน เป็นวิธีเสนอคำแนะนำในรูปแบบคำถาม ในที่นี้ why not look for หมายถึง “ลองพิจารณาหาสิ่งนั้นด้วย” ไม่ได้หมายถึง “อธิบายว่าทำไมถึงปฏิเสธที่จะหา” โครงสร้างนี้มักใช้เสนอแนวคิดง่าย ๆ ที่ผู้ฟังเลือกได้ และฟังตรงน้อยกว่าประโยคคำสั่งอย่าง Look for caterpillars
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำที่เป็นมิตรด้วยรูปแบบสองคำจากบทเรียน: “We have ten minutes before the bus comes. ____ play a quick game?”
ดูคำตอบ
Why not
Literally evolves: การเปลี่ยนแปลงจริงที่ไม่ใช่คำเปรียบเทียบ
ใน literally evolves คำว่า literally ขยาย evolves และบอกว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงตามความหมายตรงตัว ไม่ใช่เชิงเปรียบเทียบ สิ่งมีชีวิตนั้นเปลี่ยนเป็นรูปร่างทางกายภาพอีกแบบจริง ๆ ดังนั้นคำวิเศษณ์นี้จึงมีข้อเท็จจริงที่สังเกตได้รองรับ เนื่องจาก evolve เป็นคำที่คุ้นเคยในฐานะกลไกหนึ่งของเกมด้วย ความหมายตรงตัวในโลกจริงจึงซ้อนทับกับภาษาเกมอย่างขบขัน กล่าวคือ สิ่งมีชีวิตนี้ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพจริง ขณะเดียวกันถ้อยคำก็ฟังเหมือนภาษาในเกม โดยทั่วไป literally ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังเข้าใจถ้อยคำว่าเป็นจริงตรงตามนั้น ไม่ใช่เพียงคำบรรยายที่ทำให้เห็นภาพชัดขึ้น
แบบฝึกหัด
เหตุใด literally จึงใช้ได้ถูกต้องในตัวอย่างนี้?
- หมายความว่าสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก
- หมายความว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
- รูปร่างทางกายภาพของสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนจริง ดังนั้น evolves จึงไม่ใช่เพียงคำเปรียบเทียบ
ดูคำตอบ
รูปร่างทางกายภาพของสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนจริง ดังนั้น evolves จึงไม่ใช่เพียงคำเปรียบเทียบ
Evolves from one form to another: ระบุทั้งสองช่วงของการเปลี่ยนแปลง
โครงสร้าง evolve from A to B วางสภาพเริ่มต้นไว้หลัง from และวางสภาพผลลัพธ์ไว้หลัง to ในที่นี้ one form และ another เป็นคำแทนแบบกว้าง ๆ สำหรับสองช่วงของพัฒนาการทางกายภาพของสิ่งมีชีวิต โครงสร้างเต็มช่วยจัดระเบียบกระบวนการโดยระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดให้ชัดเจน สามารถใช้บรรยายพัฒนาการด้านชีววิทยา เทคโนโลยี องค์กร หรือแนวคิด เมื่อการเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง evolve from A to B ให้สมบูรณ์: Over many years, the neighborhood evolved ____ a quiet village ____ a busy commercial center.
ดูคำตอบ
from · to
ใช้ “many of which” เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกจำนวนมากในกลุ่ม
many of which ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความเพื่อเพิ่มคำอธิบาย which ย้อนกลับไปหมายถึงกลุ่มสิ่งที่กล่าวถึงแล้ว ซึ่งในประโยคนี้คือ caterpillars ส่วน many หมายถึงสมาชิกจำนวนมากในกลุ่มนั้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมด โครงสร้าง quantity + of which ใช้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับบางส่วนของกลุ่มโดยไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำ: นามวลี, many/some/most of which + คำกริยา เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าข้อมูลต่อมาเป็นคำอธิบายเพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่มีโครงสร้างบอกจำนวน + คำสรรพนามสัมพันธ์ และหมายถึง ‘สิ่งเหล่านั้นจำนวนมาก’: The art room has twenty paintbrushes, ____ are new.
ดูคำตอบ
many of which
“in the process” ในความหมายว่าขณะที่บางสิ่งกำลังเกิดขึ้น
in the process หมายถึงในขณะที่การกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้น และมักใช้บอกเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ในประโยคนี้ the process คือการเปลี่ยนแปลงของหนอนผีเสื้อ และการสร้างดักแด้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนั้น วลีนี้มักย้อนกลับไปหมายถึงกิจกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ฟังระบุได้จากบริบท และมักวางหลังเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ที่เพิ่มเข้ามา เช่น ทำบางอย่างแล้วเรียนรู้ พบ ทำหาย หรือสร้างบางสิ่งขึ้นมาในระหว่างกระบวนการนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง ‘ขณะทำสิ่งนั้น’: Leo organized the closet and found his missing hat ____.
ดูคำตอบ
in the process
“Found a Pidgey?” ในฐานะคำถามแบบละคำ
Found a Pidgey? เป็นคำถามแบบตอบรับหรือปฏิเสธที่ย่อให้สั้นลงในการสนทนา ในที่นี้เข้าใจได้ว่าเป็น Have you found a Pidgey? โดยละประธาน you และกริยาช่วย have ไว้ เครื่องหมายคำถามและทำนองเสียงสนทนาแสดงว่าผู้พูดกำลังถามถึงประสบการณ์ของผู้ฟัง ไม่ได้กำลังบอกข้อเท็จจริงในอดีต การละคำแบบนี้ช่วยให้ถามต่อได้อย่างรวดเร็วเมื่อคำที่หายไปเข้าใจได้ชัดเจนจากบริบท
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Found a Pidgey?” คำถามรูปเต็มที่เป็นไปได้มากที่สุดคือข้อใด?
- Have you found a Pidgey?
- You found a Pidgey.
- A Pidgey found you.
- Where did a Pidgey go?
ดูคำตอบ
Have you found a Pidgey?
“find their way home”: หาทางกลับบ้านได้สำเร็จ
ใน find their way home วลี find one's way หมายถึงการหาทิศทางได้สำเร็จหรือพยายามไปถึงสถานที่หนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเส้นทางยากหรือไม่คุ้นเคย ในที่นี้ their สอดคล้องกับนก และ home ทำหน้าที่เป็นจุดหมาย ดังนั้นภาษาอังกฤษมาตรฐานจึงไม่ใช้ to ข้างหน้า วลีนี้เน้นการหาทิศทางด้วยตนเองและกลับถึงบ้านได้สำเร็จจากระยะทางไกลมาก ไม่ได้หมายถึงการพบถนนเส้นหนึ่งตามตัวอักษร และมีความหมายมากกว่าเพียงเคลื่อนที่ไปทางบ้าน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ find ในรูปอดีต วลีแสดงความเป็นเจ้าของที่ถูกต้อง และไม่ใช้คำบุพบทหน้า home: Even without a map, the children ____ before sunset.
ดูคำตอบ
found their way home
magnetoreception: การรับรู้สนามแม่เหล็กโลก
Magnetoreception คือความสามารถของสัตว์ในการตรวจจับสนามแม่เหล็กโลกและใช้ข้อมูลนั้นเพื่อกำหนดทิศทาง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวหมายถึงกลไกการรับสัมผัสที่ช่วยให้นกพิราบหาทิศทางกลับบ้านได้จากระยะไกลมาก คำภาษาอังกฤษนี้ประกอบจาก magneto- ซึ่งเกี่ยวกับแม่เหล็ก และ reception ซึ่งหมายถึงการรับหรือการสัมผัสข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าตัวสัตว์เองเป็นแม่เหล็ก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยศัพท์วิทยาศาสตร์ที่หมายถึงการรับรู้สนามแม่เหล็กโลก: Some migrating animals may use ____ to help them navigate.
ดูคำตอบ
magnetoreception
it never hurts to stop and check out the local rocks, โน้ต
1:59การหยุดดูหินในบริเวณนั้นก็ไม่เสียหาย
come across: พบหรือเจอโดยบังเอิญ
Come across หมายถึงพบใครบางคนหรือพบสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยบังเอิญโดยไม่ได้วางแผนไว้ ในที่นี้ come across a Geodude หมายถึงพบ Geodude ตัวหนึ่งอย่างไม่คาดคิด กรรมจะอยู่หลัง phrasal verb ทั้งชุด โดยมีโครงสร้าง come across + คน สิ่งของ หรือข้อมูล ความหมายนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ข้ามพื้นผิวจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ come across ในความหมายว่า “พบหรือเจอโดยบังเอิญ”?
- While cleaning the attic, I came across an old map.
- His email came across as impatient.
- After dinner, Maya came over to visit us.
ดูคำตอบ
While cleaning the attic, I came across an old map.
ใช้ it never hurts to + กริยารูปพื้นฐานเพื่อเสนอแนะอย่างนุ่มนวล
it never hurts to ใช้เกริ่นคำแนะนำที่นุ่มนวลและไม่กดดัน ในที่นี้หมายถึงการหยุดดูหินน่าจะคุ้มค่าที่จะลองและไม่น่าจะก่อปัญหา ส่วน hurts ไม่ได้หมายถึงความเจ็บปวดทางร่างกาย โครงสร้างคือ it never hurts to + กริยารูปพื้นฐาน เป็นการแนะนำให้ทำบางอย่างโดยไม่ออกคำสั่ง และไม่ได้รับประกันว่าการกระทำนั้นจะช่วยได้แน่นอนหรือไม่มีความเสี่ยงเลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวสำหรับคำแนะนำที่นุ่มนวลและมีความเสี่ยงต่ำ: Before we leave, ____ check the weather.
ดูคำตอบ
it never hurts to
check out + สถานที่หรือสิ่งของ: ไปดู
ในที่นี้ check out หมายถึงไปดูหรือสำรวจ กรรม the local rocks ทำให้ประโยคนี้เป็นการชวนแบบไม่เป็นทางการให้สนใจสิ่งที่น่าสนใจ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ check out + สถานที่หรือสิ่งของ ความหมายจะถูกกำหนดด้วยบริบทและโครงสร้างไวยากรณ์ ดังนั้นในประโยคนี้จึงไม่ได้หมายถึงการออกจากโรงแรมหรือการชำระเงิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึงไปดู: After lunch, let's ____ the new art exhibit.
ดูคำตอบ
check out
pretty dang neat: คำชมไม่เป็นทางการที่ฟังขี้เล่น
ในประโยคนี้ neat หมายถึง “เจ๋ง น่าสนใจ หรือดึงดูดใจ” ไม่ได้หมายถึง “เรียบร้อย” pretty หมายถึง “ค่อนข้าง” ส่วน dang เพิ่มน้ำหนักแบบภาษาพูด ดังนั้น pretty dang neat จึงเป็นคำชมที่กระตือรือร้นแต่ยังฟังสบายและขี้เล่น คำเพิ่มระดับวางต่อกันหน้าคำคุณศัพท์เป็น pretty + dang + neat รูปแบบนี้ทำให้การประเมินเชิงบวกฟังมีชีวิตชีวาและขี้เล่นมากขึ้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “That little exhibit is pretty dang neat,” วลี pretty dang neat หมายความว่าอย่างไร
- มันสะอาดและจัดไว้อย่างเป็นระเบียบสมบูรณ์
- มันค่อนข้างเจ๋งหรือน่าสนใจ
- มันค่อนข้างอันตราย
ดูคำตอบ
มันค่อนข้างเจ๋งหรือน่าสนใจ
which is why: เชื่อมจากเหตุผลไปสู่ผลลัพธ์
which is why ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำนามหรือคำสรรพนามที่อยู่ใกล้ที่สุด ในที่นี้ ข้อเท็จจริงที่ว่าโปเกมอนเหล่านี้อยู่รอบตัวเรามาโดยตลอดถูกนำเสนอเป็นเหตุผล จากนั้นคำเชื่อมนี้นำเข้าสู่ผลลัพธ์หรือการตอบสนอง ซึ่งก็คือผู้พูดเสนอภารกิจหนึ่งขึ้นมา รูปแบบข้อมูลคือ “เหตุผล, which is why + ผลลัพธ์” จึงช่วยเปลี่ยนข้อเท็จจริงที่กล่าวไว้แล้วให้กลายเป็นข้อสรุป การตัดสินใจ หรือการกระทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมจากบทเรียนที่นำจากเหตุผลไปสู่ผลลัพธ์: The roads were icy, ____ school started two hours late.
ดูคำตอบ
which is why
Simply find or pick an animal that inspires you,
2:14เพียงค้นหาหรือเลือกสัตว์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณ
break down: แบ่งเป็นส่วนย่อยเพื่อวิเคราะห์
ในประโยคนี้ break down หมายถึงการแยกพลังและลักษณะเฉพาะของสัตว์ออกเป็นส่วนเล็ก ๆ เพื่อให้ตรวจสอบและอธิบายแต่ละส่วนได้ เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่การทำลายทางกายภาพ กริยาวลีนี้มีประโยชน์เมื่อหัวข้อ ปัญหา กระบวนการ งาน หรือชุดข้อมูลดูซับซ้อน เพราะการแยกออกเป็นส่วนย่อยจะช่วยให้เข้าใจหรือจัดการแต่ละส่วนได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “วิเคราะห์โดยแบ่งเป็นส่วนย่อย” ให้สมบูรณ์: To understand the survey, ____ the results by age group.
ดูคำตอบ
break down
Extra points if ...: เงื่อนไขคะแนนเพิ่มแบบย่อ
Extra points if เป็นวลีบอกกติกาแบบกระชับที่มีความหมายเท่ากับ “You get extra points if ...” หรือ “Extra points are awarded if ...” โดยละประธานและคำกริยาไว้ เพราะคำแนะนำในเกมและกิจกรรมท้าทายมักใช้ป้ายข้อความสั้น ๆ แทนประโยคเต็ม อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ระบุเงื่อนไขสำหรับคะแนนเพิ่ม ในที่นี้ took นำเสนอการถ่ายภาพด้วยตนเองว่าเป็นเงื่อนไขที่ทำเสร็จแล้ว ไม่ได้ชี้ถึงเหตุการณ์ในอดีตเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่ผู้พูดและผู้ฟังรู้อยู่ก่อน
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำแบบกระชับที่บอกคะแนนเพิ่มลงในกติกากิจกรรมท้าทายแบบไม่เป็นทางการ: ____ you bring a reusable bottle.
ดูคำตอบ
Extra points if
Found a creature during your adventures you aren't sure about? ไวยากรณ์
2:25เจอสิ่งมีชีวิตที่ไม่แน่ใจว่าเป็นตัวอะไรระหว่างผจญภัยหรือ
a creature ... you aren't sure about: การละสรรพนามเชื่อมความที่เป็นกรรม
ใน a creature during your adventures you aren't sure about ส่วน you aren't sure about เป็นอนุประโยคขยายคำนามแบบจำกัดความที่ขยาย creature รูปเต็มเข้าใจได้ว่าเป็น a creature that you aren't sure about โดยละสรรพนามเชื่อมความที่ทำหน้าที่เป็นกรรมอย่าง that และคง about ไว้ท้ายประโยค เพราะกรรมที่เข้าใจกันของ about คือ creature during your adventures บอกช่วงเวลาที่พบสิ่งมีชีวิตและแทรกอยู่ระหว่างคำนามกับอนุประโยคขยายคำนาม ส่วน you aren't sure about ไม่ได้ขยาย adventures โครงสร้าง คำนาม + ประธาน + กริยา + บุพบท แบบนี้พบได้บ่อยในการพูดอย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อสื่อว่าผู้พูดไม่แน่ใจเกี่ยวกับเกม ใช้ I am not sure และวางบุพบทที่จำเป็นไว้ท้ายประโยค: That is a game ____.
ดูคำตอบ
I am not sure about
to have others help you figure out what it is. โน้ต
2:31เพื่อให้คนอื่นช่วยคุณหาคำตอบว่ามันคือตัวอะไร
have others help you: have + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน have others help you คำว่า have ใช้ในโครงสร้างบอกให้เกิดการกระทำ have + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย others คือผู้ที่ทำการกระทำ และ help เป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to วลีนี้หมายถึงการจัดให้หรือทำให้คนอื่นมาช่วยคุณ ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของคนเหล่านั้น ในโครงสร้างที่ยาวขึ้น you เป็นกรรมของ help และ figure out สามารถตามหลัง help โดยไม่ใช้ to ได้: help you figure out what it is ใช้ have + คน + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อคนหนึ่งจัดการ สั่งการ หรือทำให้อีกคนสามารถทำบางอย่างได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย have, Mia และ check เพื่อแสดงว่าเราจะจัดให้ Mia ตรวจสอบแผนที่: We can ____ the map before we leave.
ดูคำตอบ
have Mia check
figure out: ค้นหาคำตอบ
ในที่นี้ figure out หมายถึง “ค้นพบหรือระบุคำตอบด้วยการคิด ตรวจสอบ หรือใช้เบาะแส” คนอื่นจะใช้ภาพถ่ายเพื่อช่วยระบุว่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักนั้นคืออะไร figure out เป็นกริยาวลี โดย figure + out ทำงานเป็นหน่วยเดียว และ what it is เป็นกรรมของกริยานี้ ควรจำทั้งวลี ไม่ควรตีความ figure แยกเป็น “ตัวเลข” “บุคคล” หรือ “รูปร่าง”
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง figure out what it is หมายความว่าอย่างไร
- ถ่ายรูปมัน
- ระบุว่ามันคืออะไรด้วยการพิจารณาภาพถ่ายและเบาะแสอื่น ๆ
- วัดขนาดและรูปร่างของมัน
ดูคำตอบ
ระบุว่ามันคืออะไรด้วยการพิจารณาภาพถ่ายและเบาะแสอื่น ๆ
what it is: ลำดับคำแบบบอกเล่าในคำถามซ้อน
what it is เป็นคำถามซ้อนที่ถามถึงตัวตนของ it ภายในประโยคที่ใหญ่กว่า โดยอนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ figure out คำถาม wh- แบบซ้อนใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ดังนั้นประธาน it จึงอยู่ก่อนกริยา is คำถามตรงคือ What is it? แต่หลัง figure out, know, tell me หรือ wonder ต้องใช้ what it is ไม่ใช่ what is it
แบบฝึกหัด
เปลี่ยนคำถามตรง “What is it?” ให้เป็นคำถามซ้อน: I can't tell ____.
ดูคำตอบ
what it is
We'll be sharing our favorites on Twitter and Instagram,
2:36เราจะแชร์สิ่งที่เราชื่นชอบบน Twitter และ Instagram
so follow and tag us in your discoveries.
2:39เพราะฉะนั้นอย่าลืมติดตามและแท็กเราในโพสต์การค้นพบของคุณ
And subscribe for more weekly science videos.
2:41และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์