ทำไมข้อต่อนิ้วของคุณถึงมีเสียงดังกรอบแกรบ - Eleanor Nelsen: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
562 คำ 148 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงของความดันในน้ำไขข้อทำให้เกิดฟองซึ่งเป็นที่มาของเสียงลั่นในข้อต่อได้อย่างไร เหตุใดจึงต้องรอก่อนทำให้ข้อต่อเดิมดังอีกครั้ง และหลักฐานปัจจุบันบอกอะไรเกี่ยวกับโรคข้ออักเสบกับความเสี่ยงอื่นที่อาจเกิดขึ้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the most common explanation for why your stretched-out joints sound like bubbles popping is that, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้กรอบประโยคบอกเหตุผลแบบยาวสำหรับนำเสนอคำอธิบายหลักของปรากฏการณ์ที่สังเกตได้ โครงสร้างนี้ช่วยเชื่อมอนุประโยค why เข้ากับคำตอบทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน โดยยังทำให้ลำดับความคิดในประโยคซับซ้อนติดตามได้ง่าย 2. which is why it can take a while — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า which ย้อนอ้างถึงกลไกทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า แล้วเชื่อมไปยังผลที่มองเห็นได้ คุณสามารถใช้รูปแบบนี้อธิบายว่าเหตุใดกระบวนการหนึ่ง เช่น การที่ก๊าซละลายกลับเข้าไปในของเหลว จึงทำให้ต้องรอหรือก่อผลลัพธ์อื่น 3. The jury's still out on that one. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงหลักฐานยังไม่ทำให้ได้ข้อสรุปที่แน่นอน ไม่ได้กล่าวถึงคณะลูกขุนในศาลตามตัวอักษร ใช้ในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการได้เมื่อข้อกล่าวอ้างยังไม่แน่ชัด ยังเปิดให้ถกเถียง หรืออยู่ระหว่างการศึกษา

คำอธิบายในบทเรียนนี้

What's that sound? ลำดับความ

0:08

เสียงอะไรน่ะ?

ลำดับความ

What's that sound? ในฐานะคำถามเปิดเรื่องเพื่อดึงความสนใจ

ในที่นี้ What's that sound? ไม่ได้เป็นเพียงคำถามเพื่อให้ระบุว่าเป็นเสียงอะไร แต่ยังทำหน้าที่เป็นคำถามเปิดเรื่องเพื่อดึงความสนใจด้วย คำถามนี้ทำให้ผู้ชมสนใจเสียงก่อน และสร้างความสงสัยก่อนเริ่มคำอธิบาย โครงสร้างนี้จัดลำดับข้อมูลโดยให้เบาะแสทางการได้ยินก่อน แล้วจึงตามด้วยคำอธิบาย ในการนำเสนอหรือวิดีโอ คำถามง่าย ๆ สามารถกำหนดหัวข้อได้ แม้ผู้พูดจะไม่ได้คาดหวังคำตอบทันที

แบบฝึกหัด

What's that sound? มีหน้าที่หลักอะไรในตอนต้นของวิดีโออธิบายนี้

  1. เกริ่นถึงเสียงที่วิดีโอกำลังจะอธิบาย
  2. สั่งให้ผู้ชมตอบทันที
  3. บอกว่าผู้พูดไม่ได้ยินอะไรเลย
ดูคำตอบ

เกริ่นถึงเสียงที่วิดีโอกำลังจะอธิบาย

Depending on whom you ask, วลี

0:10

ขึ้นอยู่กับว่าคุณไปถามใคร

วลี

Depending on whom you ask: คำตอบเปลี่ยนไปตามคนที่คุณถาม

Depending on whom you ask หมายความว่าคำตอบ ความคิดเห็น หรือคำบรรยายอาจเปลี่ยนไปตามคนที่ถูกถาม โดยปกติวลีนี้จะอยู่หน้าประโยคหลักที่ให้คำตอบหรือแสดงมุมมองที่แตกต่างกัน whom เป็นกรรมของ ask ซึ่งเห็นได้จาก you ask whom อนุประโยค whom you ask เติมความหมายให้ depending on จึงต้องมี on

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “คำตอบเปลี่ยนไปตามคนที่คุณถาม”: ____, this restaurant is either a hidden gem or overrated.

ดูคำตอบ

Depending on whom you ask

the crackle of popping joints is either the sound of sweet relief โน้ต

0:12

เสียงกรอบแกรบจากการหักข้อต่ออาจเป็นทั้งเสียงแห่งความโล่งสบาย

วลี

sweet relief: ความโล่งใจอันน่ายินดีเมื่อความไม่สบายหมดไป

sweet relief หมายถึงความรู้สึกสบายใจอย่างมากเมื่อความกังวล ความเจ็บปวด ความกดดัน หรือความไม่สบายลดลง sweet ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยบอกว่าความโล่งใจนั้นน่ายินดีและน่าพอใจเพียงใด ไม่ได้หมายถึงรสหวาน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอการหักข้อต่อว่าเป็นการปลดปล่อยที่สบายสำหรับคนที่ชอบทำ ในสถานการณ์อื่น ใช้เมื่อสภาวะที่ไม่สบายเพิ่งสิ้นสุดลงหรือเบาบางลง

แบบฝึกหัด

ในประโยค“When the missing dog came home, the family felt sweet relief,” sweet relief หมายถึงอะไร

  1. รสหวานของยาบางชนิด
  2. ความรู้สึกโล่งใจที่น่ายินดีเมื่อความกังวลหรือความไม่สบายสิ้นสุดลง
  3. รางวัลเล็ก ๆ จากการรอคอยอย่างอดทน
ดูคำตอบ

ความรู้สึกโล่งใจที่น่ายินดีเมื่อความกังวลหรือความไม่สบายสิ้นสุดลง

or the noxious tones of a stomach-turning habit. การใช้คำ

0:16

หรือเสียงอันน่ารังเกียจจากนิสัยที่ชวนปวดพุง

ไวยากรณ์

either ... or ... สำหรับจัดวางสองมุมมองที่ตรงกันข้าม

either A or B เป็นโครงสร้างแบบคู่ที่เสนอทางเลือกสองอย่าง ในประโยคนี้ เสียงข้อต่อแบบเดียวกันถูกมองในสองทางที่ตรงกันข้าม คือเป็นความโล่งใจที่น่าพอใจสำหรับคนหนึ่ง หรือเป็นนิสัยที่น่ารังเกียจสำหรับอีกคนหนึ่ง ต้องเข้าใจ either คู่กับ or โดย either นำทางเลือกแรก และ or นำทางเลือกที่สอง โครงสร้างนี้ช่วยจัดระเบียบความคิดเห็นที่แตกต่างกันมากเกี่ยวกับสิ่งเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแบบคู่ที่เสนอทางเลือกสองอย่าง: Depending on the reader, the story is ____ exciting ____ boring.

ดูคำตอบ

either · or

การใช้คำ

stomach-turning habit: คำขยายประสมที่สื่ออารมณ์รุนแรง

stomach-turning หมายถึง “ทำให้คลื่นไส้หรือรู้สึกรังเกียจอย่างมาก” ไม่ได้หมายความว่ากระเพาะกำลังหมุนจริง ๆ ใน stomach-turning habit เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม stomach กับ turning ให้เป็นคำคุณศัพท์ประสมคำเดียวที่วางหน้า habit ทั้งวลีจึงเป็นการตัดสินนิสัยนั้นอย่างรุนแรงว่าน่าขยะแขยง

แบบฝึกหัด

stomach-turning ในวลี stomach-turning habit หมายความว่าอย่างไร

  1. หมุนเป็นวงกลมซ้ำ ๆ
  2. ทำให้คลื่นไส้หรือรู้สึกรังเกียจอย่างมาก
  3. ทำให้กระเพาะหมุนระหว่างออกกำลังกาย
ดูคำตอบ

ทำให้คลื่นไส้หรือรู้สึกรังเกียจอย่างมาก

Really, though,

0:19

แต่เอาจริงๆ นะ

what's that sound?

0:20

มันคือเสียงอะไรกันแน่?

I mean,

0:22

ฉันหมายถึง

why does bending your joints in a certain way

0:22

ทำไมการงอข้อต่อในบางทิศทาง

make them pop like that? ไวยากรณ์

0:25

ถึงทำให้เกิดเสียงดังก๊อบแบบนั้นได้?

ไวยากรณ์

make them pop: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

make them pop ใช้โครงสร้างบอกเหตุ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดยหลัง make จะเป็นสิ่งที่ได้รับผล แล้วตามด้วยกริยาที่ไม่มี to ในที่นี้ them หมายถึง joints ส่วน pop หมายถึง “เกิดเสียงสั้นและคม” การงอทำให้ข้อต่อเกิดเสียงนั้น ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้หมายถึง “สร้างมันขึ้นมา”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกริยาที่ถูกต้องในวงเล็บ: The funny video made us ____. (laugh)

ดูคำตอบ

laugh

Scientists have offered several explanations, วลี

0:27

นักวิทยาศาสตร์ได้เสนอคำอธิบายหลายอย่าง

วลี

offer explanations: เสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้

Offer an explanation หมายถึงเสนอคำอธิบายให้ผู้อื่นพิจารณา ในที่นี้ offer ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงการส่งมอบสิ่งของ และไม่ได้บอกว่าคำอธิบายนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว Present perfect ใน have offered เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน คือมีการเสนอคำอธิบายไว้หลายแบบแล้ว และคำอธิบายเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของการอภิปรายในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำที่เน้นไว้ในรูป present perfect: Experts have ____ for the sudden decline.

ดูคำตอบ

offered several explanations

including rapidly stretching ligaments

0:29

รวมถึงการยืดตัวของเอ็นอย่างรวดเร็ว

and in severe cases, วลี

0:32

และในกรณีที่รุนแรง

actual bones grinding against each other. วลี

0:34

ก็คือเสียงกระดูกเสียดสีกันจริงๆ

วลี

in severe cases: จำกัดข้อความให้ใช้กับสถานการณ์รุนแรง

In severe cases หมายถึงเฉพาะในสถานการณ์ที่อาการหรือปัญหารุนแรง วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อความที่ตามมา โดยบอกว่ากระดูกเสียดสีกันเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในกลุ่มกรณีรุนแรง ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในทุกกรณี cases ในที่นี้หมายถึงกรณีหรือสถานการณ์ของผู้ป่วย ไม่ใช่คดีทางกฎหมาย วลีนี้จัดลำดับข้อมูลด้วยการระบุขอบเขตก่อนกล่าวถึงผลที่รุนแรง

แบบฝึกหัด

ใช้วลีที่เน้นไว้เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, the infection may require hospital treatment.

ดูคำตอบ

In severe cases

วลี

grinding against each other: บดเสียดสีกันอย่างแรง

grind against หมายถึงพื้นผิวแข็งสองด้านกดสัมผัสกันและเสียดสีกันแรง ๆ ส่วน each other ทำให้การกระทำเป็นแบบต่างฝ่ายต่างทำต่อกัน คือกระดูกแต่ละชิ้นเสียดสีกับอีกชิ้นหนึ่ง against ในที่นี้บอกการสัมผัสทางกายภาพและทิศทางที่ปะทะกัน ไม่ได้หมายถึงการไม่เห็นด้วยหรือการต่อต้าน

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมาย grinding against each other ให้สมบูรณ์: The machine made a harsh noise because its two metal gears were grinding ____.

ดูคำตอบ

against each other

But the most common explanation for why your stretched-out joints sound like bubbles popping โน้ต

0:37

แต่คำอธิบายที่พบบ่อยที่สุดว่าทำไมข้อต่อที่ถูกยืดถึงมีเสียงเหมือนฟองสบู่แตก

การใช้คำ

stretched-out joints: คำคุณศัพท์ประสมที่บอกสภาพผลลัพธ์

stretched-out เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่สร้างจากกริยาวลี stretch out เมื่อวางหน้า joints จะบอกว่าข้อต่ออยู่ในสภาพที่เกิดจากการยืด out ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ stretch out และช่วยสื่อถึงการยืดออก ไม่ได้หมายความว่าข้อต่ออยู่ “ข้างนอก”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ประสมที่ใช้ past participle และสร้างจาก stretch out: The ____ elastic band no longer returned to its original shape.

ดูคำตอบ

stretched-out

ไวยากรณ์

sound like bubbles popping: การเปรียบเทียบเสียง

sound like หมายถึง “มีเสียงคล้ายกับ” ในประโยคนี้ใช้เปรียบเทียบเสียงจากข้อต่อกับเสียงฟองอากาศแตก โดย like แสดงความคล้ายกัน ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ” bubbles popping เป็นอนุประโยค -ing โดย bubbles คือสิ่งที่ทำกริยา pop หลัง sound like สามารถใช้คำนามหรือภาพเหตุการณ์สั้น ๆ ที่บอกเสียงซึ่งนำมาเปรียบเทียบได้: It sounds like rain; It sounds like someone knocking.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่ใช้เปรียบเทียบทางการได้ยิน: The old fan ____ a helicopter taking off.

ดูคำตอบ

sounds like

is that,

0:42

ก็คือ

ไวยากรณ์

the most common explanation for why ... is that: โครงสร้างสำหรับนำเสนอคำอธิบาย

โครงสร้าง the most common explanation for why X is that Y ใช้จัดลำดับเหตุหรือคำอธิบาย อนุประโยคที่มี why ระบุปรากฏการณ์ที่ต้องการคำอธิบาย ส่วนอนุประโยคหลัง is that ให้คำอธิบายนั้น most common บอกว่านี่คือคำอธิบายที่ถูกเสนอหรือยอมรับบ่อยที่สุด แต่ไม่ได้ยืนยันว่าคำอธิบายนั้นถูกต้องแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมาย the most common explanation for why X is that Y ด้วยคำสองคำ: The most common explanation for why the lake is shrinking ____ less rain is falling.

ดูคำตอบ

is that

well,

0:42

อืม

there are bubbles in there.

0:43

มันมีฟองอากาศอยู่ข้างในนั้นจริงๆ

The joints in your fingers are the easiest ones to crack, ไวยากรณ์

0:45

ข้อต่อที่นิ้วของคุณเป็นส่วนที่หักให้เกิดเสียงได้ง่ายที่สุด

ไวยากรณ์

the easiest ones to crack: ขั้นสูงสุด + ones + to-infinitive

ใน the easiest ones to crack คำว่า easiest เป็นรูปขั้นสูงสุด และ ones ใช้แทนคำนามพหูพจน์ joints วลีนี้ชี้ว่าข้อต่อนิ้วเป็นข้อต่อในกลุ่มที่ทำให้เกิดเสียงได้ง่ายที่สุด to-infinitive คือ to crack ระบุการกระทำที่นำมาตัดสินว่าง่าย เป็นการบอกว่าคนเราทำอะไรกับข้อต่อเหล่านี้ได้ง่าย ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของข้อต่อหรือหมายความว่าข้อต่อเป็นผู้ทำการกระทำนั้นเอง

แบบฝึกหัด

เติมหนึ่งคำเพื่อทำโครงสร้างขั้นสูงสุด + ones + to-infinitive ให้สมบูรณ์: Of all the bags, these are the easiest ones ____ carry.

ดูคำตอบ

to

but many people also crack the joints between vertebrae in their neck and back, วลี

0:48

แต่หลายคนก็หักข้อต่อระหว่างกระดูกสันหลังที่คอและหลังด้วยเช่นกัน

วลี

crack the joints: ทำให้ข้อต่อมีเสียงดังกร๊อบ

ในที่นี้ crack the joints หมายถึงการงอหรือยืดข้อต่อจนเกิดเสียงดังกร๊อบสั้น ๆ Crack บอกการทำให้เกิดเสียง ไม่ได้หมายถึงการทำให้ข้อต่อร้าวหรือหัก คนเป็นผู้ทำการกระทำ ส่วนข้อต่อเป็นส่วนที่เกิดเสียง สำนวนที่เกี่ยวข้องและใช้บ่อยมากคือ crack your knuckles ซึ่งหมายถึงการทำให้ข้อนิ้วเกิดเสียง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Maya cracks her knuckles when she is nervous,” คำว่า cracks her knuckles หมายถึงอะไร

  1. เธอทำกระดูกในนิ้วหัก
  2. เธอพันผ้าพันแผลที่นิ้ว
  3. เธอทำให้ข้อนิ้วเกิดเสียงดังกร๊อบ
ดูคำตอบ

เธอทำให้ข้อนิ้วเกิดเสียงดังกร๊อบ

and even their hips, wrists, shoulders, and so on. วลี

0:53

และแม้กระทั่งที่สะโพก ข้อมือ ไหล่ และอื่นๆ

วลี

and so on ที่ท้ายรายการ

ในประโยคนี้ and so on ใช้ปิดท้ายรายการอวัยวะที่เป็นประเภทเดียวกัน โดยสื่อว่าสะโพก ข้อมือ และไหล่เป็นเพียงตัวอย่าง และยังสามารถกล่าวถึงสิ่งอื่นในประเภทเดียวกันได้อีก วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดไม่ต้องบอกรายการทั้งหมด มีหน้าที่จัดระเบียบข้อมูลด้วยการบอกว่ารูปแบบเดิมยังดำเนินต่อไป ไม่ได้หมายความว่าจะมีการกระทำอีกอย่างเกิดขึ้นเป็นลำดับถัดไป

แบบฝึกหัด

and so on ที่ตามหลัง hips, wrists, and shoulders สื่อถึงอะไร

  1. ยังสามารถเพิ่มสิ่งอื่นที่คล้ายกันลงในรายการได้
  2. มีเพียงสามสิ่งนั้นเท่านั้นที่รวมอยู่
  3. การกระทำถัดไปเกิดขึ้นทันที
ดูคำตอบ

ยังสามารถเพิ่มสิ่งอื่นที่คล้ายกันลงในรายการได้

All these joints are synovial joints, การใช้คำ

0:58

ข้อต่อเหล่านี้ทั้งหมดคือข้อต่อชนิดซินโนเวียล

การใช้คำ

synovial joints: การจำแนกข้อต่อทางกายวิภาค

Synovial joints เป็นรูปพหูพจน์ของ synovial joint ซึ่งเป็นข้อต่อประเภทหนึ่งโดยเฉพาะในทางกายวิภาค ข้อต่อซิโนเวียลมีช่องข้อต่อที่บรรจุน้ำไขข้อ โครงสร้างนี้โดยทั่วไปช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้มาก ในประโยคนี้ ข้อต่อที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ทั้งหมดถูกจัดอยู่ในประเภทดังกล่าว การเข้าใจคำนี้จะช่วยให้ตามคำอธิบายต่อไปเกี่ยวกับของเหลวและก๊าซภายในช่องข้อต่อได้

แบบฝึกหัด

ข้อใดเป็นคำจำกัดความที่ตรงกับ synovial joint ในทางกายวิภาคมากที่สุด

  1. ข้อต่อที่มีช่องบรรจุน้ำไขข้อ
  2. รอยต่อที่ไม่เคลื่อนไหวระหว่างกระดูกกะโหลกศีรษะ
  3. ตำแหน่งใด ๆ ที่วัตถุสองชิ้นสัมผัสกัน
ดูคำตอบ

ข้อต่อที่มีช่องบรรจุน้ำไขข้อ

and they're the most flexible ones in your body.

1:00

และเป็นข้อต่อที่ยืดหยุ่นที่สุดในร่างกายของคุณ

The space between the two bones is filled with a viscous liquid, โน้ต

1:03

ช่องว่างระหว่างกระดูกสองชิ้นจะเต็มไปด้วยของเหลวหนืดๆ

ไวยากรณ์

is filled with: บอกว่าข้างในมีอะไรอยู่

ในที่นี้ is filled with เป็นรูปประโยคแบบถูกกระทำที่บอกสภาพของช่องว่างว่า มีของเหลวหนืดอยู่ภายในและกินพื้นที่นั้น ประธาน The space between the two bones คือสิ่งที่ถูกบรรยาย ไม่ได้เป็นผู้ไปเติมสิ่งอื่น โครงสร้างคือ ประธาน + be + filled with + สิ่งที่อยู่ข้างใน เปลี่ยน be ให้สอดคล้องกับประธานและกาลของประโยค เช่น is filled with, are filled with หรือ was filled with

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be filled with: The jar ____ rice.

ดูคำตอบ

is filled with

การใช้คำ

viscous liquid: ของเหลวข้นหนืดที่ไหลช้า

Viscous หมายถึงข้นหนืดและต้านการไหล ใน viscous liquid คำคุณศัพท์ viscous ขยายคำว่า liquid และบรรยายลักษณะทางกายภาพของของเหลวระหว่างกระดูก ของเหลวหนืดไหลช้ากว่าของเหลวที่ไม่ข้น Viscous เป็นคำคุณศัพท์เชิงเทคนิคที่แม่นยำ และมักใช้กับของเหลวอย่างน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อม

แบบฝึกหัด

viscous liquid หมายถึงอะไร?

  1. ก๊าซที่กระจายอย่างรวดเร็ว
  2. ของเหลวที่โหดร้ายหรือก้าวร้าว
  3. ของเหลวข้นที่ไหลช้า
ดูคำตอบ

ของเหลวข้นที่ไหลช้า

synovial fluid, การใช้คำ

1:07

ที่เรียกว่า น้ำไขข้อ

which contains long lubricating molecules like hyaluronic acid and lubricin. วัฒนธรรม

1:08

ซึ่งมีโมเลกุลหล่อลื่นสายยาวอย่างกรดไฮยาลูโรนิกและลูบริซิน

การใช้คำ

synovial fluid: ของเหลวหล่อลื่นในข้อต่อ

Synovial fluid หมายถึงน้ำไขข้อ ซึ่งเป็นของเหลวเฉพาะที่อยู่ภายในข้อต่อแบบซิโนเวียล ในประโยคนี้ คำนี้ใช้เรียกของเหลวหนืดที่กล่าวถึงก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงของเหลวทั่วไป คำอธิบายส่วนต่อไปกล่าวถึงสารและก๊าซในของเหลวนี้ ดังนั้นการเข้าใจคำศัพท์นี้อย่างถูกต้องจะช่วยให้ติดตามได้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในข้อต่อ

แบบฝึกหัด

synovial fluid ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ของเหลวที่ช่วยหล่อลื่นภายในข้อต่อแบบซิโนเวียล
  2. ชั้นแข็งด้านนอกของกระดูก
  3. ก๊าซที่ติดอยู่ในฟองอากาศ
ดูคำตอบ

ของเหลวที่ช่วยหล่อลื่นภายในข้อต่อแบบซิโนเวียล

วัฒนธรรม

hyaluronic acid and lubricin: โมเลกุลที่ยกมาเป็นตัวอย่าง

Hyaluronic acid และ lubricin เป็นชื่อของโมเลกุลสองชนิดในน้ำไขข้อที่ช่วยในการหล่อลื่น ชนิดแรกเป็นหนึ่งในโมเลกุลสายยาวที่กล่าวถึง ส่วนชนิดที่สองเป็นโปรตีน ในโครงสร้าง molecules like X and Y คำว่า like ใช้ยกตัวอย่าง ชื่อทั้งสองทำให้วลีทั่วไป long lubricating molecules มีความเฉพาะเจาะจงขึ้น ประโยคนี้ไม่ได้ใช้ชื่อเหล่านี้เป็นคำบรรยายทั่วไป

แบบฝึกหัด

hyaluronic acid and lubricin มีหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกว่าของเหลวข้นเพียงใด
  2. เป็นตัวอย่างของโมเลกุลช่วยหล่อลื่นในน้ำไขข้อ
  3. เป็นชื่อของเสียงสองชนิดที่เกิดจากข้อต่อ
ดูคำตอบ

เป็นตัวอย่างของโมเลกุลช่วยหล่อลื่นในน้ำไขข้อ

Synovial fluid is more or less the texture of egg yolk, โน้ต

1:15

น้ำไขข้อมีเนื้อสัมผัสคล้ายกับไข่แดง

วลี

more or less: การบอกค่าโดยประมาณ

more or less เป็นวลีเดียวที่หมายถึง “ประมาณ” หรือ “คร่าว ๆ” ในประโยคนี้ วลีนี้บอกว่าน้ำไขข้อมีเนื้อสัมผัสใกล้เคียงกับไข่แดง ไม่ได้หมายความว่าเหมือนกันทุกอย่าง วลีนี้ทำให้คำกล่าวไม่ตายตัวเกินไปด้วยการลดระดับความแม่นยำ ให้เข้าใจความหมายนี้เมื่อผู้พูดให้ค่าประมาณหรือเปรียบเทียบแบบกว้าง ๆ แทนการวัดที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ประมาณ” ลงในประโยค: The model is ____ the same size as the real object.

ดูคำตอบ

more or less

ลำดับความ

the texture of egg yolk: อธิบายด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคย

วลี the texture of egg yolk ใช้สิ่งที่คุ้นเคยเป็นจุดอ้างอิงเพื่อช่วยให้เข้าใจสารที่ไม่คุ้นเคย คำว่า texture อธิบายว่าสิ่งหนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไร หรือดูข้นและเรียบลื่นเพียงใด ในที่นี้ไข่แดงช่วยให้ผู้ฟังนึกภาพเนื้อสัมผัสของน้ำไขข้อ นี่เป็นการเปรียบเทียบเฉพาะลักษณะหนึ่งเท่านั้น และเป็นการจัดคำอธิบายโดยเชื่อมคำศัพท์วิทยาศาสตร์เข้ากับประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน ไม่ได้หมายความว่าน้ำไขข้อคือไข่แดงหรือมีไข่แดงเป็นส่วนประกอบ

แบบฝึกหัด

วลี the texture of egg yolk ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ใช้สิ่งที่คุ้นเคยมาเปรียบเทียบเพื่อช่วยให้นึกภาพน้ำไขข้อ
  2. บอกว่าน้ำไขข้อทำมาจากไข่แดง
  3. ให้ค่าการวัดทางเคมีที่แน่นอนของน้ำไขข้อ
ดูคำตอบ

ใช้สิ่งที่คุ้นเคยมาเปรียบเทียบเพื่อช่วยให้นึกภาพน้ำไขข้อ

and its primary purpose is to cushion the bones วลี

1:18

และหน้าที่หลักของมันคือเป็นเบาะรองกระดูก

วลี

its primary purpose is to: บอกหน้าที่หลัก

“Its” อ้างถึงสิ่งที่พูดถึงอยู่ก่อนหน้า ซึ่งในที่นี้คือของเหลวไขข้อ โครงสร้าง “its primary purpose is to + คำกริยารูปพื้นฐาน” ใช้บอกหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของสิ่งนั้น โดยในประโยคนี้ “to cushion the bones” คือส่วนที่บอกหน้าที่ดังกล่าว “Primary” ในที่นี้หมายถึง “หลัก” หรือ “สำคัญที่สุด” ไม่ได้หมายถึง “ระดับเริ่มต้น” การเรียกจุดประสงค์หนึ่งว่า primary มักเปิดโอกาสว่ายังมีจุดประสงค์อื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ใช้บอกหน้าที่หลัก: A seat belt's ____ keep passengers safe.

ดูคำตอบ

primary purpose is to

and help them glide past each other. วลี

1:21

และช่วยให้กระดูกลื่นไหลผ่านกันได้

วลี

glide past each other: การเคลื่อนที่สัมพันธ์กันอย่างราบรื่น

ใน “glide past each other” คำว่า “glide” บรรยายการเคลื่อนไหวที่ราบรื่นและง่าย “past” แสดงการเคลื่อนผ่านข้าง ๆ หรือไปตามวัตถุอีกชิ้น และ “each other” แสดงความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่างสองสิ่ง ในที่นี้ วลีดังกล่าวเน้นว่ากระดูกเคลื่อนที่สัมพันธ์กันได้อย่างราบรื่นและมีแรงเสียดทานน้อย “Past” บอกเส้นทางของการเคลื่อนไหว ไม่ได้หมายถึงเวลาในอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคงความหมายของ “glide past each other” ได้ดีที่สุด?

  1. The two panels remain still beside one another.
  2. The two panels pass one another smoothly.
  3. The two panels crash into one another.
ดูคำตอบ

The two panels pass one another smoothly.

It also contains phagocytic cells การใช้คำ

1:24

นอกจากนี้ยังมีเซลล์ฟาโกไซต์

การใช้คำ

phagocytic cells: เซลล์ที่กลืนกินและกำจัดเศษวัสดุ

phagocytic cells คือเซลล์ที่ทำกระบวนการฟาโกไซโทซิสได้ โดยล้อม กลืนเข้าไป และย่อยอนุภาค เช่น วัสดุที่เสียหายหรือจุลชีพ คำคุณศัพท์ phagocytic ขยายคำว่า cells และไม่ได้เป็นชื่อของเซลล์ชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ ในประโยคนี้ คำศัพท์ดังกล่าวปูไปสู่แนวคิดถัดไปว่าเซลล์เหล่านี้ช่วยกำจัดเศษกระดูกหรือกระดูกอ่อน เมื่อพบคำว่า phagocytic ในบริบททางวิทยาศาสตร์ ให้เชื่อมโยงกับการกลืนกินและกำจัดวัสดุ

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายนี้ phagocytic cells หมายถึงอะไร

  1. เซลล์ที่กลืนกินและกำจัดเศษวัสดุ
  2. เซลล์ที่สร้างกระดูก
  3. เซลล์ที่หล่อลื่นข้อต่อ
ดูคำตอบ

เซลล์ที่กลืนกินและกำจัดเศษวัสดุ

that help clean up any bone or cartilage debris กริยาวลี

1:26

ที่ช่วยทำความสะอาดเศษกระดูกหรือกระดูกอ่อน

กริยาวลี

clean up: กำจัดวัสดุที่ไม่ต้องการ

ใน clean up คำว่า up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นไปยังที่สูงกว่า ในที่นี้ clean up หมายถึงการเอาวัสดุที่ไม่ต้องการออกและจัดการให้เรียบร้อย โดยเฉพาะเศษกระดูกหรือกระดูกอ่อน ใช้ความหมายนี้เมื่อเน้นการกำจัดของที่กระจัดกระจาย เศษชิ้นส่วน ขยะ หรือสิ่งตกค้าง สำนวนนี้มักสื่อถึงการทำให้สถานที่หรือระบบเป็นระเบียบและปลอดจากสิ่งที่ไม่ควรเหลืออยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่เน้นไว้: After the art project, we had to ____ the paper scraps.

ดูคำตอบ

clean up

that ends up in the joint. กริยาวลี

1:30

ที่หลุดรอดเข้าไปในข้อต่อ

กริยาวลี

ends up in the joint: ตำแหน่งสุดท้าย

ในประโยคนี้ ends up in the joint หมายถึง ในที่สุดก็เข้าไปหรือคงอยู่ในข้อต่อ end up ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากผ่านกระบวนการหนึ่ง ซึ่งมักเป็นผลที่ไม่ได้วางแผนหรือตั้งใจโดยตรง ที่นี่ that ย้อนกลับไปหมายถึงเศษกระดูกหรือกระดูกอ่อนที่กล่าวถึงก่อนหน้า ให้มอง end up เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด โดย up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง end up in เติมประโยคให้สมบูรณ์: Without a lid, dust can ____ the container.

ดูคำตอบ

end up in

But the reason it's important for knuckle cracking ไวยากรณ์

1:32

แต่เหตุผลที่มันสำคัญต่อการหักข้อนิ้วก็คือ

is that, like other fluids in your body,

1:34

เช่นเดียวกับของเหลวอื่นๆ ในร่างกายของคุณ

ไวยากรณ์

the reason ... is that: การนำเข้าสู่เหตุผลที่แท้จริง

the reason ... is that เป็นโครงสร้างประโยคที่ใช้บอกเหตุผลอย่างชัดเจน อนุประโยคหลัง the reason ระบุสถานการณ์ที่ต้องอธิบาย ส่วน is that เป็นสัญญาณว่าเหตุผลที่แท้จริงจะตามมาในอนุประโยคที่สมบูรณ์ ในที่นี้ it's important for knuckle cracking ไม่ใช่เหตุผล แต่เป็นส่วนที่ระบุว่าต้องอธิบายเรื่องอะไร But ดึงการอธิบายกลับมาที่การหักข้อนิ้วให้เกิดเสียง และเมื่อได้ยิน is that ให้ฟังต่อเพื่อจับคำอธิบายสำคัญที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง the reason ... is that ให้สมบูรณ์: The reason this rule matters ____ it keeps everyone safe.

ดูคำตอบ

is that

it contains lots of dissolved gas molecules. การใช้คำ

1:37

มันมีโมเลกุลก๊าซที่ละลายอยู่เป็นจำนวนมาก

การใช้คำ

dissolved gas molecules: โมเลกุลแก๊สที่อยู่ในของเหลว

ในประโยคนี้ dissolved gas molecules หมายถึงโมเลกุลแก๊สที่กระจายอยู่ในของเหลวในระดับโมเลกุล dissolved เป็นคำกริยาช่องสามที่ใช้เหมือนคำคุณศัพท์เพื่อขยาย gas molecules Dissolved ไม่ได้แปลว่าโมเลกุลหายไป โมเลกุลยังอยู่ในของเหลว แม้ว่าจะยังไม่รวมตัวเป็นฟองที่มองเห็นได้ การเปลี่ยนแปลงของความดันอาจทำให้แก๊สที่ละลายอยู่บางส่วนออกจากของเหลวและก่อตัวเป็นฟอง

แบบฝึกหัด

dissolved gas molecules ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. โมเลกุลแก๊สที่หายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
  2. โมเลกุลแก๊สที่กระจายอยู่ในของเหลวและยังคงอยู่ที่นั่น
  3. ชิ้นส่วนของแข็งที่มองเห็นได้ซึ่งลอยอยู่ในของเหลว
ดูคำตอบ

โมเลกุลแก๊สที่กระจายอยู่ในของเหลวและยังคงอยู่ที่นั่น

Knuckle crackers know that to get that satisfying pop, โน้ต

1:40

คนที่ชอบหักข้อนิ้วจะรู้ดีว่าเพื่อให้ได้เสียงก๊อบที่น่าพอใจนั้น

การใช้คำ

Knuckle crackers: คนที่หักข้อนิ้วให้ดัง

Knuckle crackers หมายถึงคนที่หักข้อนิ้วให้ดัง กล่าวคือทำให้ข้อต่อของนิ้วเกิดเสียงป๊อก ในที่นี้ cracker เป็นคำนามที่หมายถึงผู้ทำกริยา โดย crack + -er ใช้เรียกคนที่ทำกริยานั้น และ -s รูปพหูพจน์หมายถึงคนกลุ่มนี้ ความหมายขึ้นอยู่กับคำประสมทั้งคำ crackers เมื่ออยู่เดี่ยว ๆ มักหมายถึงอาหารชนิดหนึ่ง แต่เมื่ออยู่หลัง knuckle จะหมายถึงคนที่หักข้อนิ้วให้ดัง

แบบฝึกหัด

knuckle crackers คือคนแบบใด?

  1. คนที่อบแครกเกอร์ชิ้นเล็กกรอบ
  2. คนที่ซ่อมแซมข้อต่อนิ้วที่เสียหาย
  3. คนที่ทำให้ข้อต่อนิ้วเกิดเสียงป๊อก
ดูคำตอบ

คนที่ทำให้ข้อต่อนิ้วเกิดเสียงป๊อก

ไวยากรณ์

to get that satisfying ...: บอกจุดประสงค์และผลลัพธ์ที่ต้องการ

ในวลี to get that satisfying pop รูปกริยาไม่ผันที่มี to บอกจุดประสงค์ของการกระทำที่ตามมา คือยืดข้อต่อเพื่อให้เกิดเสียงป๊อบ ตรงนี้ get หมายถึง “ได้มาหรือได้รับประสบการณ์ของผลลัพธ์” ไม่ใช่ “ซื้อ” โครงสร้าง to get + ผลลัพธ์ที่ต้องการ ใช้บอกว่าทำบางอย่างไปเพื่ออะไร ส่วน that satisfying ชี้ถึงผลลัพธ์เฉพาะที่คาดไว้และให้ความรู้สึกพอใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์ที่เรียนในข้อนี้: Turn the dial slowly ____ a clearer signal.

ดูคำตอบ

to get

you stretch the joint farther than it normally goes, ไวยากรณ์

1:44

คุณต้องยืดข้อต่อให้ไกลกว่าปกติ

ไวยากรณ์

farther than it normally goes: เลยช่วงการเคลื่อนไหวตามปกติ

ใน farther than it normally goes คำว่า farther than เปรียบเทียบตำแหน่งหลังการยืดกับขีดจำกัดตามปกติของข้อต่อ หมายความว่าการเคลื่อนไหวนั้นเลยช่วงการเคลื่อนไหวทางกายภาพตามปกติของข้อต่อ ตรงนี้ go ไม่ได้แปลว่า “เดิน” แต่หมายถึง “ไปถึงหรือเคลื่อนไปยังจุดหนึ่ง” โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บรรยายลิ้นชัก บานพับ ประตู หรือส่วนของร่างกายที่เคลื่อนไปเกินช่วงปกติได้

แบบฝึกหัด

ประโยค “The gate swung farther than it normally goes” หมายความว่าอย่างไร

  1. มันเคลื่อนไปไม่ไกลเท่าปกติ
  2. มันเคลื่อนไปเลยช่วงตามปกติ
  3. มันเคลื่อนไปยังตำแหน่งปกติช้าลง
ดูคำตอบ

มันเคลื่อนไปเลยช่วงตามปกติ

by bending your fingers backwards, for example.

1:47

ตัวอย่างเช่น การดัดนิ้วไปข้างหลัง

When you do that,

1:50

เมื่อคุณทำเช่นนั้น

the bones move away from each other. วลี

1:51

กระดูกจะแยกออกจากกัน

วลี

move away from each other: ระยะห่างระหว่างแต่ละฝ่ายเพิ่มขึ้น

move away from each other หมายถึงระยะห่างระหว่างสิ่งตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปเพิ่มขึ้น move away from แสดงการแยกห่าง ส่วน each other แสดงว่าความสัมพันธ์นี้เป็นแบบซึ่งกันและกัน โดยแต่ละฝ่ายเคลื่อนห่างจากฝ่ายอื่น ในที่นี้ฝ่ายที่เคลื่อนที่คือกระดูก วลีนี้อธิบายว่าช่องว่างระหว่างกระดูกกว้างขึ้น ไม่ได้หมายความว่ากระดูกเคลื่อนไปยังที่อื่นพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงระยะห่างระหว่างวัตถุสองชิ้นเพิ่มขึ้นเพราะทั้งคู่แยกออกจากกัน

  1. The two robots move away from each other.
  2. The two robots move toward each other.
  3. The two robots move together in the same direction.
ดูคำตอบ

The two robots move away from each other.

The space between bones gets bigger,

1:53

ช่องว่างระหว่างกระดูกจะใหญ่ขึ้น

but the amount of synovial fluid stays constant. วลี

1:56

แต่ปริมาณของน้ำไขข้อจะยังคงเท่าเดิม

วลี

stays constant: คงที่โดยไม่เปลี่ยนแปลง

stays constant หมายถึงบางสิ่งยังคงมีค่าเดิมหรืออยู่ในสภาพเดิม stay ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อมในที่นี้ และคำคุณศัพท์ constant ระบุสภาพที่ยังคงดำเนินต่อไป ประธานคือ the amount จึงใช้กริยารูปเอกพจน์ stays วลีนี้เน้นว่าปริมาณดังกล่าวไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าสิ่งอื่นจะเปลี่ยนไปก็ตาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าค่าหนึ่งไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป

  1. The temperature stays constant during the test.
  2. The temperature rises steadily during the test.
  3. The temperature changes constantly during the test.
ดูคำตอบ

The temperature stays constant during the test.

That creates a low-pressure zone that pulls dissolved gases out of the synovial fluid, โน้ต

1:59

สิ่งนี้ทำให้เกิดบริเวณที่มีความดันต่ำซึ่งจะดึงก๊าซที่ละลายอยู่ออกจากน้ำไขข้อ

การใช้คำ

low-pressure zone: บริเวณทางกายภาพที่มีความดันต่ำกว่า

low-pressure zone คือบริเวณทางกายภาพที่มีความดันต่ำกว่าบริเวณโดยรอบ ในที่นี้ zone หมายถึงบริเวณที่มีสภาวะบางอย่าง ไม่ใช่เขตการปกครอง ในคำอธิบายกลไกนี้ พื้นที่ภายในข้อต่อที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความดันที่ต่ำลง จากนั้นบริเวณดังกล่าวจะช่วยให้ก๊าซที่ละลายอยู่ออกจากของเหลวไขข้อ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ low-pressure zone หมายถึงอะไร

  1. เขตการปกครองอย่างเป็นทางการที่อยู่ในพื้นที่ต่ำ
  2. ภาชนะที่แทบไม่มีของเหลว
  3. บริเวณทางกายภาพที่มีความดันค่อนข้างต่ำ
ดูคำตอบ

บริเวณทางกายภาพที่มีความดันค่อนข้างต่ำ

วลี

pulls ... out of ...: ทำให้สิ่งหนึ่งออกจากแหล่งเดิม

รูปแบบ pull A out of B หมายถึงทำให้ A เคลื่อนจากข้างใน B ออกมาข้างนอก ในประโยคนี้ A คือ dissolved gases และ B คือ the synovial fluid ดังนั้น out of จึงระบุว่าของเหลวนั้นเป็นแหล่งที่ก๊าซออกมา pull ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนใช้มือดึง แต่ใช้อธิบายผลของความดันต่ำ กล่าวคือก๊าซแยกตัวจากของเหลวและออกจากของเหลวนั้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ pull A out of B ให้สมบูรณ์: The exhaust fan pulls smoke ____ the kitchen.

ดูคำตอบ

out of

just like the carbon dioxide that fizzes out of soda ลำดับความ

2:06

เหมือนกับคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดฟองฟู่ฟ่อออกมาจากน้ำอัดลม

ลำดับความ

just like ...: สัญญาณบอกการเปรียบเทียบ

just like เป็นสัญญาณว่ากำลังมีการเปรียบเทียบ โดยช่วยให้เข้าใจกระบวนการก่อนหน้า—ก๊าซที่ละลายอยู่เคลื่อนออกจากของเหลวในข้อต่อ—ผ่านภาพที่คุ้นเคยของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ผุดเป็นฟองออกจากน้ำอัดลม คำหลัง like บอกปรากฏการณ์ที่นำมาใช้เปรียบเทียบ จุดที่เหมือนกันคือก๊าซออกจากของเหลว ไม่ได้หมายความว่ามีน้ำอัดลมอยู่ในข้อต่อ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ just like บอกให้ผู้ฟังทำอะไร

  1. เปรียบเทียบกระบวนการที่ก๊าซออกมากับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ออกจากน้ำอัดลม
  2. สรุปว่ามีน้ำอัดลมอยู่ภายในข้อต่อ
  3. มองตัวอย่างน้ำอัดลมเป็นหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

เปรียบเทียบกระบวนการที่ก๊าซออกมากับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ออกจากน้ำอัดลม

when you twist open the cap. วลี

2:09

เวลาที่คุณบิดเปิดฝา

วลี

twist open the cap: การกระทำและผลลัพธ์

ใน twist open the cap คำว่า twist บอกวิธีทำกริยา ส่วน open บอกผลลัพธ์ คือหมุนฝาจนฝาอยู่ในสภาพเปิด นี่คือโครงสร้างกริยา + คำคุณศัพท์บอกผลลัพธ์ Open ไม่ใช่การกระทำอีกอย่างที่แยกออกมา แต่บอกสภาพที่เกิดจากการบิด โครงสร้างบอกผลลัพธ์ที่คล้ายกันพบได้ใน push open และ tear open

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย twist + open: To open the bottle, ____ the cap gently.

ดูคำตอบ

twist open

Inside the joint,

2:11

ภายในข้อต่อ

the escaping gases form a bubble with a pop. วลี

2:12

ก๊าซที่หลบหนีออกมาจะก่อตัวเป็นฟองอากาศพร้อมกับเสียงก๊อบ

วลี

form a bubble with a pop: ก่อตัวเป็นฟองพร้อมเสียงป๊อบ

ในประโยคนี้ form a bubble หมายถึง “ทำให้เกิดหรือสร้างฟอง” ก๊าซที่หลุดออกมาเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดฟอง with a pop เพิ่มข้อมูลเรื่องเสียงที่เกิดขึ้นพร้อมกัน กล่าวคือ ฟองก่อตัวพร้อมกับเสียง “ป๊อบ” ที่สั้นและคม ในที่นี้ with หมายถึง “พร้อมกับ” ไม่ใช่ “ใช้” และ pop หมายถึงเสียง ไม่ใช่ความนิยม

แบบฝึกหัด

with a pop ในที่นี้บอกอะไร?

  1. ก๊าซใช้สิ่งของยอดนิยมเพื่อสร้างฟอง
  2. ฟองหายไปอย่างเงียบ ๆ ก่อนที่จะก่อตัว
  3. ฟองก่อตัวขึ้นพร้อมกับมีเสียงป๊อบสั้น ๆ
ดูคำตอบ

ฟองก่อตัวขึ้นพร้อมกับมีเสียงป๊อบสั้น ๆ

But the bubble doesn't last long.

2:17

แต่ฟองอากาศนั้นอยู่ได้ไม่นาน

The surrounding fluid presses on it until it finally collapses. ไวยากรณ์

2:19

ของเหลวรอบๆ จะกดทับมันจนกระทั่งมันยุบตัวลงในที่สุด

ไวยากรณ์

until it finally collapses: จนกระทั่งในที่สุดมันยุบตัว

until นำหน้าเหตุการณ์ที่เป็นจุดสิ้นสุดของการกระทำก่อนหน้าซึ่งดำเนินต่อเนื่อง ของไหลรอบ ๆ ยังคงกดฟองต่อไปจนถึงช่วงเวลาที่ฟองยุบตัว it หมายถึงฟอง และ finally เน้นว่าฟองยุบตัวหลังจากถูกกดมาระยะหนึ่ง การยุบตัวคือจุดสิ้นสุด ไม่ใช่การกระทำที่เกิดควบคู่กับการกดตั้งแต่ต้นจนจบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำจากวลีที่เน้นไว้ เพื่อแสดงว่าการกระทำดำเนินต่อไปจนถึงจุดสิ้นสุด: Keep pressing the switch ____ the indicator turns green.

ดูคำตอบ

until

The bubble's gases scatter throughout the synovial cavity การใช้คำ

2:23

ก๊าซของฟองอากาศจะกระจายไปทั่วโพรงน้ำไขข้อ

การใช้คำ

scatter throughout the synovial cavity: กระจายไปทั่วโพรงไขข้อ

ในที่นี้ scatter หมายถึง “แยกออกจากกันแล้วกระจายตัว” ส่วน throughout บอกขอบเขตพื้นที่ทั้งหมด กล่าวคือ ก๊าซกระจายอยู่ทั่วโพรงไขข้อ แทนที่จะคงอยู่ในฟองเดียวหรือเพียงเคลื่อนผ่านจุดหนึ่ง โพรงไขข้อคือช่องที่มีของเหลวอยู่ภายในข้อต่อแบบซิโนเวียล รูปแบบ scatter throughout + สถานที่ ใช้อธิบายสิ่งที่กระจายไปตามหลายส่วนของพื้นที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใน “The bubble's gases scatter throughout the synovial cavity” คำว่า throughout บอกอะไร

  1. ก๊าซกระจายอยู่ทั่วทั้งโพรง
  2. ก๊าซออกจากโพรงไปทั้งหมด
  3. ก๊าซผ่านเพียงจุดเดียวภายในโพรง
ดูคำตอบ

ก๊าซกระจายอยู่ทั่วทั้งโพรง

and slowly dissolve back into the fluid over the course of about 20 minutes, โน้ต

2:27

และค่อยๆ ละลายกลับเข้าไปในของเหลวในช่วงเวลาประมาณ 20 นาที

กริยาวลี

slowly dissolve back into the fluid: ค่อย ๆ ละลายกลับเข้าไปในของเหลว

ในที่นี้ dissolve หมายถึงก๊าซกลับไปผสมอยู่ในของเหลวและไม่คงอยู่เป็นฟองที่แยกต่างหากอีกต่อไป ส่วน slowly แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นทีละน้อย back into เพิ่มความหมายของการกลับไป ก๊าซออกจากของเหลวเพื่อสร้างฟอง แล้วจึงกลับเข้าไปในตัวกลางเดิม ในรูปแบบ กริยา + back into + สถานที่หรือสาร คำว่า back หมายถึง “กลับไป” ไม่ใช่ส่วนหลังของร่างกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ “dissolve back into”: After the bubbles disappeared, the gas slowly ____ the liquid.

ดูคำตอบ

dissolved back into

วลี

over the course of about 20 minutes: ตลอดช่วงเวลาประมาณ 20 นาที

over the course of about 20 minutes มองช่วงเวลาประมาณ 20 นาทีเป็นช่วงที่กระบวนการละลายเกิดขึ้น คำว่า slowly ทำให้ชัดว่าการเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ ดำเนินไปตลอดช่วงนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นในทันที ในที่นี้ course หมายถึงการดำเนินผ่านไปของเวลา ไม่ใช่วิชาที่เรียนในโรงเรียน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ over the course of + ช่วงเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นได้ดีที่สุดว่าการเปลี่ยนแปลงดำเนินไปตลอดช่วงเวลาหนึ่ง

  1. The paint dried over the course of two hours.
  2. The paint dried after two hours.
  3. The paint dried two hours ago.
ดูคำตอบ

The paint dried over the course of two hours.

which is why it can take a while ไวยากรณ์

2:32

ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมอาจต้องใช้เวลาสักพัก

before you can pop the same joint again.

2:34

กว่าที่คุณจะสามารถหักข้อต่อเดิมให้มีเสียงได้อีกครั้ง

ไวยากรณ์

which is why it can take a while: นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าอาจต้องใช้เวลาสักพัก

which ย้อนกลับไปกล่าวถึงความคิดทั้งหมดในอนุประโยคก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงคำนามคำเดียวอย่าง fluid หรือ minutes รูปแบบ เหตุ, which is why ผล ทำให้ความคิดก่อนหน้าเป็นเหตุของผลที่ตามมา ใน it can take a while คำว่า it เป็นประธานที่ใช้เติมโครงสร้างประโยค และ take a while หมายถึงต้องใช้เวลาสักพัก อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย before บอกสิ่งที่ยังเกิดขึ้นทันทีไม่ได้ นั่นคือการทำให้ข้อต่อเดิมมีเสียงดังอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เชื่อมเหตุไปยังผลได้ถูกต้อง: The roads were icy, ___ the school opened late.

  1. even though
  2. which is because
  3. which is why
ดูคำตอบ

which is why

Some scientists think there may actually be two pops, ไวยากรณ์

2:36

นักวิทยาศาสตร์บางคนคิดว่าอาจมีเสียงก๊อบสองครั้งจริงๆ

ไวยากรณ์

there may actually be two pops: แสดงความเป็นไปได้อย่างระมัดระวัง

“There may ...” ใช้โครงสร้างบอกการมีอยู่ there + กริยาช่วย may + be เพื่อบอกว่าบางสิ่งอาจมีอยู่ ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดเสียงดังเป๊าะสองครั้งอย่างแน่นอน Actually เน้นว่าความเป็นไปได้นั้นอาจน่าประหลาดใจหรือแตกต่างจากที่ผู้คนคาดไว้ คำนี้เพิ่มน้ำหนักให้ข้อความ แต่ไม่ได้ลบความไม่แน่นอนที่ may แสดงอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย there + may + actually + be เพื่อแสดงความเป็นไปได้ที่น่าประหลาดใจ: ____ a simpler explanation.

ดูคำตอบ

There may actually be

one when the bubble forms,

2:40

ครั้งหนึ่งตอนที่ฟองอากาศก่อตัวขึ้น

and another when it bursts.

2:42

และอีกครั้งตอนที่มันแตก

Popping a joint temporarily enlarges it, ไวยากรณ์

2:44

การหักข้อต่อจะทำให้ข้อต่อขยายใหญ่ขึ้นชั่วคราว

ไวยากรณ์

Popping a joint ในฐานะประธานของประโยค

“Popping a joint” เป็นวลี gerund ที่ลงท้ายด้วย -ing วลีนี้ใช้เรียกการกระทำที่ทำให้ข้อต่อดังเป๊าะ และทำหน้าที่เป็นประธานของ enlarges เนื่องจากวลี -ing ทั้งวลีถูกมองว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งอย่าง จึงมักใช้กับกริยาเอกพจน์ คือ enlarges ไม่ใช่ enlarge ตรงนี้ไม่ใช่ present progressive เพราะโครงสร้างนั้นต้องมีรูปของ be ที่ผันแล้ว เช่น is popping

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ stretch เพื่อให้กิจกรรมเป็นประธาน: ____ every morning keeps my body flexible.

ดูคำตอบ

Stretching

which may be why dedicated knuckle, neck, and back crackers โน้ต

2:47

ซึ่งอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่ชอบหักข้อนิ้ว คอ และหลัง

การใช้คำ

dedicated knuckle, neck, and back crackers: คำเรียกแบบขำ ๆ สำหรับคนที่ชอบทำให้ส่วนเหล่านี้ดังกร๊อบเป็นประจำ

คำหลัก crackers เป็นคำนามไม่เป็นทางการที่หมายถึงคนที่ทำกริยานั้น ในที่นี้คือคนที่ตั้งใจทำให้ข้อนิ้ว คอ และหลังดังกร๊อบ คำว่า knuckle, neck, and back วางขนานกันเพื่อบอกว่าพวกเขาทำให้ส่วนใดของร่างกายดัง คำว่า dedicated ขยายคนทั้งกลุ่ม ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาทำเป็นอาชีพ แต่สื่อแบบเบา ๆ และค่อนข้างขำว่าพวกเขาทำบ่อยและติดนิสัยนี้มาก

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ dedicated knuckle, neck, and back crackers หมายถึงใคร

  1. คนที่ทำแครกเกอร์หลายชนิด
  2. แพทย์ที่รักษาส่วนต่าง ๆ เหล่านั้นของร่างกาย
  3. คนที่ทำให้ส่วนต่าง ๆ เหล่านั้นของร่างกายดังกร๊อบเป็นประจำ
ดูคำตอบ

คนที่ทำให้ส่วนต่าง ๆ เหล่านั้นของร่างกายดังกร๊อบเป็นประจำ

say the habit makes their joints feel looser and more flexible. ไวยากรณ์

2:51

ถึงบอกว่านิสัยนี้ทำให้ข้อต่อของพวกเขารู้สึกหลวมและยืดหยุ่นมากขึ้น

ไวยากรณ์

which may be why: เสนอคำอธิบายอย่างระมัดระวัง

ในประโยคนี้ which อ้างกลับไปถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า โครงสร้าง which may be why + อนุประโยคเชื่อมสถานการณ์นั้นกับผลที่ต้องการคำอธิบาย ซึ่งในที่นี้คือคนเหล่านั้นบอกว่าข้อต่อรู้สึกคลายและยืดหยุ่นขึ้น may แสดงว่านี่เป็นเพียงคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้ว จึงเข้าใจได้ว่า “สิ่งนั้นอาจอธิบายได้ว่าทำไม...” และต้องรักษาความไม่แน่นอนนี้ไว้เมื่อตีความประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวว่าแบตเตอรี่ต่ำเป็นเพียงคำอธิบายที่เป็นไปได้ของการที่หน้าจอมืดลงเรื่อย ๆ

  1. The battery is low, which is why the screen keeps dimming.
  2. The screen keeps dimming, which may be why the battery is low.
  3. The battery is low, which may be why the screen keeps dimming.
ดูคำตอบ

The battery is low, which may be why the screen keeps dimming.

ไวยากรณ์

ทำให้รู้สึกว่าข้อต่อคลายและยืดหยุ่นมากขึ้น

ในที่นี้ makes their joints feel... ใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดยแยกได้เป็น makes + their joints + feel หมายถึงนิสัยนี้ทำให้ข้อต่อให้ความรู้สึกบางอย่าง looser and more flexible เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลัง feel และบอกว่าข้อต่อรู้สึกอย่างไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ make + กรรม + feel + คำคุณศัพท์ โดยไม่เติม to หรือ to be โครงสร้างนี้บอกความรู้สึก และไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงที่วัดได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง make + กรรม + feel + คำคุณศัพท์ได้ถูกต้อง

  1. The warm-up makes my legs feeling more flexible.
  2. The warm-up makes my legs to feel more flexible.
  3. The warm-up makes my legs feel more flexible.
ดูคำตอบ

The warm-up makes my legs feel more flexible.

But you may have heard from a concerned relative or annoyed officemate

2:56

แต่คุณอาจเคยได้ยินญาติที่เป็นห่วงหรือเพื่อนร่วมงานที่รำคาญพูดว่า

that cracking your joints will give you arthritis. วลี

3:00

การหักข้อต่อจะทำให้คุณเป็นโรคข้ออักเสบ

วลี

จะทำให้คุณเป็นโรคข้ออักเสบ

ใน give you arthritis คำว่า give หมายถึงทำให้ใครสักคนเกิดภาวะหรือโรค ไม่ได้หมายถึงยื่นสิ่งของให้ใคร โครงสร้างคือ give + คน + โรคหรือปัญหาสุขภาพ will นำเสนอโรคข้ออักเสบว่าเป็นผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในที่นี้อนุประโยคดังกล่าวเป็นการถ่ายทอดคำเตือนที่ผู้คนพูดกัน ถ้อยคำนี้ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าคำเตือนนั้นถูกต้องทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'That infection could give him arthritis,' คำว่า give him arthritis หมายถึงอะไร

  1. ยื่นยารักษาโรคข้ออักเสบให้เขา
  2. ทำให้เขาเป็นโรคข้ออักเสบ
  3. สอนเขาเกี่ยวกับโรคข้ออักเสบ
ดูคำตอบ

ทำให้เขาเป็นโรคข้ออักเสบ

A doctor named Donald Unger heard this, too.

3:04

หมอที่ชื่อ โดนัลด์ อังเกอร์ ก็เคยได้ยินเรื่องนี้เช่นกัน

So, determined to disprove his mother's warnings, ไวยากรณ์

3:08

ดังนั้น ด้วยความตั้งใจที่จะหักล้างคำเตือนของแม่

ไวยากรณ์

determined to disprove...: วลีขึ้นต้นที่บอกแรงจูงใจและจุดมุ่งหมาย

หลังคำเชื่อมแสดงผล So กลุ่มคำ determined to disprove his mother's warnings เป็นวลีคุณศัพท์ที่วางไว้หน้าประโยค วลีนี้ขยายประธาน he ของอนุประโยคหลักที่ตามมา และบอกสภาพจิตใจกับจุดมุ่งหมายก่อนที่เขาจะลงมือทำ Determined ในที่นี้หมายถึง “ตั้งใจแน่วแน่” ไม่ใช่ความหมายเชิงถูกกระทำว่า “ถูกตัดสิน” ส่วน to-infinitive บอกเป้าหมาย และ disprove หมายถึงแสดงด้วยหลักฐานว่าคำเตือนนั้นผิด So เชื่อมการกระทำที่วางแผนไว้นี้กับข้อความก่อนหน้าในฐานะผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ determined to + disprove + the claim: ____, Leo checked every source.

ดูคำตอบ

Determined to disprove the claim

he cracked the knuckles of his left hand repeatedly

3:11

เขาจึงหักข้อนิ้วมือซ้ายของตัวเองซ้ำๆ

for 50 years.

3:15

เป็นเวลาถึง 50 ปี

While the right hand knuckles went unpopped. ไวยากรณ์

3:17

ในขณะที่ข้อนิ้วมือขวาไม่เคยถูกหักเลย

ไวยากรณ์

While...went unpopped: การเปรียบต่างและสภาพที่ยังคงอยู่

While ในที่นี้ใช้แสดงความเปรียบต่าง มีความหมายใกล้กับ whereas โดยนำสภาพของข้อนิ้วมือขวามาเทียบกับข้อเท็จจริงก่อนหน้าที่ว่าข้อนิ้วมือซ้ายถูกหักให้ดังซ้ำ ๆ while-clause ที่ปรากฏในคำบรรยายนี้ต้องอาศัยอนุประโยคหลักก่อนหน้าเพื่อให้การเปรียบเทียบสมบูรณ์ ใน went unpopped คำว่า went ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ รูปแบบ go + คำคุณศัพท์ อาจหมายถึง “ยังคงอยู่หรือสุดท้ายอยู่ในสภาพหนึ่ง” และ unpopped หมายถึง “ไม่ได้ถูกทำให้เกิดเสียง” ดังนั้นมือขวาจึงไม่ได้รับการกระทำนั้นและทำหน้าที่เป็นด้านที่ใช้เปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ While the right hand knuckles went unpopped. หมายความว่าอย่างไร

  1. ข้อนิ้วมือทั้งสองข้างถูกหักให้ดังพร้อมกัน
  2. ข้อนิ้วมือขวาเคลื่อนไปที่อื่นแล้วจึงเกิดเสียงดัง
  3. ข้อนิ้วมือขวายังคงไม่ถูกหักให้ดัง ต่างจากข้อนิ้วมือซ้าย
ดูคำตอบ

ข้อนิ้วมือขวายังคงไม่ถูกหักให้ดัง ต่างจากข้อนิ้วมือซ้าย

36,500 cracks later, วลี

3:20

หลังจากหักไป 36,500 ครั้ง

วลี

36,500 cracks later: จำนวน + คำนามที่เป็นเหตุการณ์ + later

โครงสร้าง จำนวน + คำนามที่เป็นเหตุการณ์ + later หมายถึง “หลังจากเกิดเหตุการณ์หรือทำสิ่งเดิมซ้ำตามจำนวนนั้นแล้ว” ใน 36,500 cracks later คำว่า cracks หมายถึงการหักข้อนิ้วให้เกิดเสียงแต่ละครั้ง ดังนั้นวลีนี้จึงพาเรื่องไปยังจุดหลังจากทำครบทั้ง 36,500 ครั้งแล้ว วลีบอกเวลาสั้น ๆ นี้มักวางไว้ก่อนผลลัพธ์หรือสถานการณ์ถัดไป ไม่ได้หมายเพียงว่า “ในเวลาที่ช้ากว่า” แต่เป็นการสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางและข้ามเวลาในเรื่องอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง จำนวน + คำนามที่เป็นเหตุการณ์ + later โดยใช้ fifty และ attempts: ____, the experiment finally worked.

ดูคำตอบ

Fifty attempts later

both hands were arthritis-free. การใช้คำ

3:24

มือทั้งสองข้างก็ยังไร้ซึ่งโรคข้ออักเสบ

การใช้คำ

arthritis-free: คำนาม + -free ในความหมายว่า “ไม่มี”

Arthritis-free เป็นคำคุณศัพท์ที่สร้างจากคำนาม arthritis กับส่วนเติมท้าย -free หมายถึง “ไม่มีโรคข้ออักเสบ” หรือ “ไม่พบโรคข้ออักเสบ” ในประโยคนี้ มือทั้งสองข้างไม่มีโรคข้ออักเสบ โครงสร้าง คำนาม + -free สร้างคำคุณศัพท์ที่หมายถึงไม่มีสิ่งที่คำนามนั้นระบุ ซึ่งมักเป็นสาร ปัญหา หรือภาระ เช่น sugar-free, smoke-free, stress-free ในที่นี้ free ไม่ได้หมายถึง “ฟรีหรือไม่เสียเงิน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ประสมที่สร้างจาก sugar + -free: This drink is ____.

ดูคำตอบ

sugar-free

For this selfless act of devotion to science, ลำดับความ

3:27

สำหรับการอุทิศตนเพื่อวิทยาศาสตร์อย่างไม่เห็นแก่ตัวนี้

ลำดับความ

For this selfless act of devotion to science: ถ้อยคำขึงขังที่สร้างอารมณ์ขัน

วลีเปิดประโยค For this ... บอกเหตุผลของสิ่งที่จะตามมา นั่นคือ ดร. อังเกอร์ได้รับรางวัลเพราะการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง วลีนี้เชื่อมการทดลองก่อนหน้าเข้ากับผลลัพธ์และช่วยจัดลำดับเรื่องราว selfless act of devotion to science ฟังเหมือนคำยกย่องอย่างขึงขังต่อการเสียสละครั้งใหญ่ แต่ในที่นี้กลับใช้บรรยายการทดลองส่วนตัวที่แปลกและทำมาเป็นเวลานาน การจงใจใช้ถ้อยคำขึงขังจึงสร้างการพูดเกินจริงแบบขบขัน ไม่ใช่การยกย่องอย่างจริงจังทั้งหมด

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้วลีที่เน้นไว้นี้มีอารมณ์ขัน

  1. ใช้คำยกย่องอย่างยิ่งใหญ่กับการทดลองเล็ก ๆ ที่แปลก
  2. บอกว่าการทดลองทำให้เกิดการบาดเจ็บร้ายแรง
  3. ให้รายการอุปกรณ์วิทยาศาสตร์อย่างเป็นกลาง
ดูคำตอบ

ใช้คำยกย่องอย่างยิ่งใหญ่กับการทดลองเล็ก ๆ ที่แปลก

Dr. Unger received an Ig Nobel Prize, วัฒนธรรม

3:30

ดร.อังเกอร์ ได้รับรางวัลอิกโนเบล

วัฒนธรรม

ความแตกต่างระหว่าง Ig Nobel Prize กับ Nobel Prize

Ig Nobel Prize เป็นชื่อของรางวัลแนวขบขันที่มีอยู่จริง ชื่อนี้เลียนแบบ Nobel Prize แต่รางวัลนี้มอบให้ผลงานที่ทำให้ผู้คนหัวเราะก่อน แล้วจึงทำให้คิดตาม ในประโยคนี้ ชื่อรางวัลช่วยอธิบายว่าเหตุใดการทดลองกับตนเองที่แปลกจึงได้รับความสนใจ ไม่ได้หมายความว่า ดร. อังเกอร์ได้รับรางวัลโนเบลอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ Ig Nobel Prize

  1. สาขาอย่างเป็นทางการของรางวัลโนเบล
  2. รางวัลที่มอบให้เฉพาะเรื่องราววิทยาศาสตร์ที่แต่งขึ้น
  3. รางวัลแนวขบขันสำหรับงานวิจัยที่ทำให้ผู้คนหัวเราะก่อน แล้วจึงคิดตาม
ดูคำตอบ

รางวัลแนวขบขันสำหรับงานวิจัยที่ทำให้ผู้คนหัวเราะก่อน แล้วจึงคิดตาม

a parody of the Nobel Prize that recognizes wacky, โน้ต

3:34

ซึ่งเป็นรางวัลล้อเลียนรางวัลโนเบลที่ยกย่องความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ที่พิลึกพิลั่น

but weirdly fascinating scientific accomplishments.

3:37

แต่น่าหลงใหลอย่างประหลาด

วัฒนธรรม

a parody of the Nobel Prize: การเลียนแบบเชิงขำขัน

Parody หมายถึงการจงใจเลียนแบบสิ่งที่ผู้คนคุ้นเคย โดยปกติทำเพื่อสร้างอารมณ์ขันหรือแสดงความคิดเห็น ใน a parody of the Nobel Prize คำว่า of นำหน้าสิ่งที่เป็นต้นแบบซึ่งผู้คนรู้จักดี ในที่นี้ วลีดังกล่าวอธิบายว่ารางวัลอิกโนเบลยืมชื่อและรูปแบบการมอบรางวัลของรางวัลโนเบลมาใช้เพื่อสร้างอารมณ์ขัน ไม่ได้หมายถึงรางวัลโนเบลอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “การเลียนแบบอย่างขบขันของ...” ให้สมบูรณ์: The comedy song is ____ a famous love song.

ดูคำตอบ

a parody of

การใช้คำ

wacky, but weirdly fascinating: ความตัดกันเชิงขำขัน

ในวลีนี้ wacky หมายถึงแปลกมากในแบบที่ชวนขำหรือดูเล่น ๆ ส่วน weirdly ขยายคำว่า fascinating เพื่อบอกว่าความสำเร็จเหล่านี้น่าดึงดูดใจด้วยเหตุผลที่คาดไม่ถึงหรือแปลกประหลาด But ทำหน้าที่เชื่อมคำบรรยายสองด้านที่ตัดกัน ความสำเร็จเหล่านี้อาจฟังดูพิลึก แต่ก็ยังดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ โดย wacky ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นผิดหลักวิทยาศาสตร์หรือไร้คุณค่า

แบบฝึกหัด

wacky, but weirdly fascinating ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ธรรมดา เป็นทางการ และไม่น่าประหลาดใจ
  2. ผิดหลักวิทยาศาสตร์และไร้คุณค่าโดยสิ้นเชิง
  3. แปลกในแบบชวนขำ แต่กลับน่าดึงดูดใจอย่างคาดไม่ถึง
ดูคำตอบ

แปลกในแบบชวนขำ แต่กลับน่าดึงดูดใจอย่างคาดไม่ถึง

Unger wrote that his results should prompt investigation into other parental beliefs, วลี

3:41

อังเกอร์เขียนว่าผลลัพธ์ของเขาควรกระตุ้นให้มีการตรวจสอบความเชื่ออื่นๆ ของผู้ปกครองด้วย

วลี

should prompt investigation into: กระตุ้นให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติม

ในประโยคนี้ prompt เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้หรือกระตุ้นให้บางสิ่งเกิดขึ้น” โครงสร้าง should prompt investigation into + หัวข้อ หมายความว่าผลที่ได้ควรทำให้ผู้คนตรวจสอบหัวข้อนั้นอย่างละเอียดขึ้น สำนวนนี้เรียกร้องให้มีการศึกษาเพิ่มเติม ไม่ได้หมายความว่าการตรวจสอบเกิดขึ้นแล้วหรือข้อกล่าวอ้างได้รับการพิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำ: The unusual results should ____ the cause of the error.

ดูคำตอบ

prompt investigation into

like the importance of eating spinach.

3:47

อย่างเช่นความสำคัญของการกินผักโขม

The jury's still out on that one. สำนวน

3:49

เรื่องนั้นยังคงต้องรอการพิสูจน์ต่อไป

สำนวน

The jury's still out on that one: ยังไม่มีข้อสรุป

The jury's still out เป็นสำนวนที่หมายความว่ายังไม่มีหลักฐานหรือความเห็นพ้องเพียงพอที่จะสรุปได้ ไม่ได้กล่าวถึงศาลหรือคณะลูกขุนจริง ๆ On that one ย้อนกลับไปถึงข้อกล่าวอ้างหรือคำถามที่เพิ่งพูดถึง ส่วน still เน้นว่าคำตอบยังคงไม่แน่นอน

แบบฝึกหัด

“The jury's still out on that one” ในที่นี้หมายความว่าอะไร?

  1. ผู้คนยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องนั้น
  2. คดีในศาลเพิ่งสิ้นสุดลง
  3. ทุกคนเห็นตรงกันว่าเรื่องนั้นถูกต้อง
ดูคำตอบ

ผู้คนยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องนั้น

As for knuckle cracking, ลำดับความ

3:51

ส่วนเรื่องการหักข้อนิ้วนั้น

ลำดับความ

As for knuckle cracking: กลับมาที่หัวข้อการหักข้อนิ้วให้เกิดเสียง

As for + คำนามหรือกลุ่มคำนาม หมายถึง “ส่วนเรื่องหัวข้อนั้น” และวางหัวข้อที่จะพูดถึงไว้ก่อน ในที่นี้ As for knuckle cracking เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังกลับมาที่หัวข้อการหักข้อนิ้วให้เกิดเสียง หลังจากพูดนอกเรื่องไปสั้น ๆ สำนวนนี้ใช้จัดลำดับการสนทนา ไม่ได้ใช้บอกเหตุผล หลัง As for X มักตามด้วยข้อมูลหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับ X

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบอกหัวข้อสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ส่วนเรื่อง”: ____ the science project, we can discuss it tomorrow.

ดูคำตอบ

As for

one study suggests that all that joint stretching and bubble bursting ไวยากรณ์

3:53

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งชี้ว่าการยืดข้อต่อและทำให้ฟองอากาศแตกทั้งหมดนั้น

ไวยากรณ์

all that joint stretching and bubble bursting: รวมการกระทำก่อนหน้าเป็นกระบวนการเดียว

all that ตามด้วยคำที่บอกกิจกรรมหรือกลุ่มคำ -ing สามารถย้อนอ้างถึงกิจกรรมทั้งหมดหรือชุดการกระทำที่กล่าวถึงแล้วหรือเป็นที่เข้าใจกัน ในที่นี้ all that รวม joint stretching และ bubble bursting ให้เป็นกระบวนการโดยรวมหนึ่งกระบวนการ all ในที่นี้ไม่ได้ให้จำนวนที่แน่นอน ส่วน that ชี้ไปยังบริบทที่รู้กันอยู่แล้ว stretching และ bursting เป็นรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามเพื่อเรียกชื่อกระบวนการ

แบบฝึกหัด

ใน “All that running and jumping made Leo tired,” กลุ่มคำ all that running and jumping ทำหน้าที่อะไร

  1. เปิดหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ย้อนอ้างถึงกิจกรรมเหล่านั้นและรวมเป็นสถานการณ์โดยรวมหนึ่งอย่าง
  3. บอกจำนวนการเคลื่อนไหวที่แน่นอน
ดูคำตอบ

ย้อนอ้างถึงกิจกรรมเหล่านั้นและรวมเป็นสถานการณ์โดยรวมหนึ่งอย่าง

can cause your hands to swell and weaken your grip. ไวยากรณ์

3:57

อาจทำให้มือของคุณบวมและแรงบีบลดลง

ไวยากรณ์

อาจทำให้มือบวมและทำให้แรงกำมือลดลง

ใน can cause your hands to swell คำว่า cause ใช้โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive โดย your hands เป็นกรรม และ to swell บอกผลที่เกิดขึ้น คือมืออาจบวมได้ ส่วนท้าย and weaken your grip เพิ่มผลลัพธ์ที่สองซึ่งอยู่ภายใต้ can คืออาจทำให้แรงที่ใช้จับสิ่งของลดลงด้วย ในที่นี้ grip หมายถึง “แรงกำมือ” และ can บอกถึงผลที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cause + กรรม + to-infinitive ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายผลที่อาจเกิดขึ้น

  1. Cold weather can cause your fingers to feel stiff.
  2. Cold weather can cause to your fingers feel stiff.
  3. Cold weather can cause your fingers feel stiff.
ดูคำตอบ

Cold weather can cause your fingers to feel stiff.

But the biggest proven danger seems to be annoying those around you. ลำดับความ

4:01

แต่อันตรายที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใหญ่ที่สุดดูเหมือนจะเป็นการสร้างความรำคาญให้คนรอบข้าง

ลำดับความ

อันตรายที่พิสูจน์แล้วว่ามากที่สุดดูเหมือนจะเป็นการทำให้คนรอบข้างรำคาญ

seems to be ทำให้ข้อสรุปไม่เด็ดขาดเกินไป กล่าวคือตามหลักฐาน สิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นอันตรายหลักที่พิสูจน์แล้ว จึงช่วยจัดช่วงจบให้เป็นข้อสรุปอย่างระมัดระวังแทนการยืนยันอย่างตรงไปตรงมา biggest proven danger ฟังดูเหมือนกำลังจะมีคำเตือนทางการแพทย์ที่ร้ายแรง แต่ผลที่ตามมากลับเป็นเพียงการทำให้คนใกล้ตัวรำคาญ การเปลี่ยนจากการเกริ่นอย่างจริงจังไปสู่ความรำคาญทางสังคมในชีวิตประจำวันทำให้เกิดตอนจบที่มีอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

seems to be ทำหน้าที่อะไรในตอนจบนี้

  1. ช่วยลดความเด็ดขาดของข้อสรุปและทำให้การเกริ่นอย่างจริงจังจบลงเป็นมุกตลก
  2. หมายความว่าผู้พูดไม่มีหลักฐานใด ๆ สำหรับการสรุปเลย
  3. ระบุว่าข้อสรุปนั้นแน่นอนอย่างสมบูรณ์และทำให้ความแตกต่างหายไป
ดูคำตอบ

ช่วยลดความเด็ดขาดของข้อสรุปและทำให้การเกริ่นอย่างจริงจังจบลงเป็นมุกตลก