10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวันฮาโลวีน: บทเรียนภาษาอังกฤษ
LEMMiNO
คำอธิบาย: เรื่องเล่าฮาโลวีน souling สีฟักทอง ความกังวลเรื่องลูกกวาด ปฏิกิริยาในบ้านผีสิง พระจันทร์เต็มดวง และค่าใช้จ่ายเรื่องชุด นำไปสู่การออกนอกเรื่องอย่างขบขัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “is believed to have originated in Ireland” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: รูปถูกกระทำเพื่อรายงานกับ perfect infinitive ทำให้ต้นกำเนิดเป็นความเชื่อทั่วไป จึงใช้สรุปประวัติศาสตร์ได้ 2. “only skin deep” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: การเล่นคำระหว่างผิวฟักทองกับความหมายว่า “ผิวเผิน” ช่วยให้เข้าใจทั้งข้อมูลเรื่องสีและมุก 3. “or more correctly,” — สัมพันธภาพของข้อความ การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: การแก้คำพูดเปลี่ยนประโยคถูกกระทำที่ไม่เป็นธรรมชาติเป็นประโยคกระทำและจำกัดยอดไว้ที่ชุดของคน จึงแก้ถ้อยคำได้โดยไม่ตัดจังหวะ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Samhainophobia is when you have an irrational fear of Halloween. วลี
0:07Samhainophobia (โรคกลัววันฮาโลวีน) คือการที่คุณมีความกลัววันฮาโลวีนอย่างไม่มีเหตุผล
an irrational fear of + คำนามหรือรูป -ing
an irrational fear of + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงความกลัวที่รุนแรงกว่าอันตรายจริงมาก หรือไม่ได้มีพื้นฐานจากความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล ในประโยคนี้ of Halloween บอกว่าความกลัวมุ่งไปที่อะไร ส่วน irrational ขยาย fear ไม่ได้ขยาย Halloween ใช้ have an irrational fear of something เพื่ออธิบายความหมายของโรคกลัวหรือบอกถึงความกลัวที่รุนแรงมาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย an irrational fear of: Maya has ____ thunderstorms, even when she is indoors and safe.
ดูคำตอบ
an irrational fear of
Many animal shelters do not allow people to adopt black cats around the time of Halloween โน้ต
0:13สถานสงเคราะห์สัตว์หลายแห่งไม่อนุญาตให้ผู้คนรับเลี้ยงแมวดำในช่วงใกล้เทศกาลฮาโลวีน
allow + คน + to + กริยา ใน allow people to adopt
Allow ใช้โครงสร้าง allow + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน ใน allow people to adopt คำว่า people เป็นกรรมของ allow และเป็นผู้ทำกริยา adopt ด้วย คำว่า to จำเป็นต้องมี รูปปฏิเสธ do not allow หมายถึงไม่มีการให้อนุญาต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างการอนุญาตได้ถูกต้อง
- The library lets children to borrow five books.
- The library allows children borrow five books.
- The library allows children to borrow five books.
ดูคำตอบ
The library allows children to borrow five books.
around the time of Halloween เพื่อบอกช่วงเวลาโดยประมาณ
around the time of + เหตุการณ์/วันที่ ใช้บอกช่วงเวลาแบบกว้าง ๆ ตั้งแต่ไม่นานก่อน ระหว่าง จนถึงไม่นานหลังเหตุการณ์นั้น ไม่ได้ระบุวันหรือเวลาที่แน่นอน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าข้อจำกัดในการรับเลี้ยงมีผลในช่วงใกล้วันฮาโลวีน โดย around หมายถึงเวลา ไม่ใช่พื้นที่ทางกายภาพ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แน่นอนของช่วงเวลาไม่สำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่ขึ้นต้นด้วย around และหมายถึง “ช่วงเวลาไม่นานก่อนและหลังเหตุการณ์หนึ่ง”: Hotel prices often rise ____ the film festival.
ดูคำตอบ
around the time of
as they fear people might torture or sacrifice them.
0:18เนื่องจากพวกเขาเกรงว่าผู้คนอาจจะนำแมวไปทรมานหรือบูชายัญ
That's because some people actually believe that black cats protect witches and their powers. ลำดับความ
0:21นั่นเป็นเพราะบางคนเชื่อจริง ๆ ว่าแมวดำคอยปกป้องเหล่าแม่มดและพลังของพวกนาง
That's because: บอกผลลัพธ์ก่อน แล้วจึงบอกเหตุผล
That's because ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์หรือผลลัพธ์ที่เพิ่งกล่าวไป แล้วจึงบอกสาเหตุ That แทนความคิดทั้งหมดก่อนหน้า ไม่ได้แทนคำนามเพียงคำเดียว ลำดับข้อมูลคือบอกผลลัพธ์ก่อน แล้วจึงบอกเหตุผล: The game was canceled. That's because the field was flooded. การเชื่อมแบบนี้ทำให้ติดตามความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลได้ง่าย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเติมเหตุผลให้ข้อความนี้ได้ถูกต้อง: The game was canceled.
- That's why the field was flooded.
- That's because the field was flooded.
ดูคำตอบ
That's because the field was flooded.
became a standard: กลายเป็นแนวปฏิบัติที่ยอมรับกันทั่วไป
ในประโยคนี้ became a standard หมายถึง “ค่อย ๆ กลายเป็นแนวปฏิบัติที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางหรือทำกันเป็นปกติ” เดิมทีการใช้ฟักทองไม่ได้เป็นธรรมเนียมทั่วไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้คนเริ่มถือว่าเป็นธรรมเนียมหนึ่ง ในที่นี้ a standard ไม่จำเป็นต้องหมายถึงกฎที่เขียนไว้อย่างเป็นทางการ แต่อาจหมายถึงแบบแผนที่คนจำนวนมากปฏิบัติตาม
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ became a standard หมายความว่าอย่างไร
- สิ่งนั้นเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวก่อนที่จะมีใครสังเกตเห็น
- สิ่งนั้นถูกวัดด้วยหน่วยทางการ
- สิ่งนั้นค่อย ๆ กลายเป็นแนวปฏิบัติที่ยอมรับกันทั่วไป
ดูคำตอบ
สิ่งนั้นค่อย ๆ กลายเป็นแนวปฏิบัติที่ยอมรับกันทั่วไป
people used turnips, gourds, or beets to make jack-o'-lanterns.
0:31ผู้คนเคยใช้หัวผักกาด น้ำเต้า หรือบีทรูทในการทำตะเกียงฟักทอง (แจ็กโอแลนเทิร์น)
The name jack-o'-lantern comes from English folklore about a man named Jack who tricked the devil several times วัฒนธรรม
0:35ชื่อแจ็กโอแลนเทิร์นมาจากตำนานพื้นบ้านของอังกฤษเกี่ยวกับชายที่ชื่อแจ็ก ผู้ซึ่งหลอกลวงปีศาจมาแล้วหลายครั้ง
jack-o'-lantern comes from English folklore: ชื่อที่มาจากนิทานพื้นบ้านอังกฤษ
วลี comes from English folklore เชื่อมโยงชื่อ jack-o'-lantern เข้ากับเรื่องเล่าและความเชื่อดั้งเดิมของอังกฤษ folklore คือเรื่องราวที่ถ่ายทอดกันในชุมชน และไม่เหมือนกับบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ในที่นี้ ประโยคยกตำนานของชายชื่อ Jack มาเป็นคำอธิบายตามประเพณีเกี่ยวกับชื่อนี้ ควรเข้าใจว่าเป็นภูมิหลังทางวัฒนธรรมของชื่อ ไม่ใช่หลักฐานที่เคร่งครัดเกี่ยวกับรากศัพท์ที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
comes from English folklore บอกอะไรเกี่ยวกับชื่อนี้
- ชื่อนี้ได้รับการพิสูจน์ด้วยบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์
- ชื่อนี้เชื่อมโยงตามประเพณีกับเรื่องเล่าและความเชื่อของอังกฤษ
- ชื่อนี้ถูกขนส่งมาจากอังกฤษจริง ๆ
ดูคำตอบ
ชื่อนี้เชื่อมโยงตามประเพณีกับเรื่องเล่าและความเชื่อของอังกฤษ
and therefore was forbidden entrance into both heaven and hell.
0:41และด้วยเหตุนี้เขาจึงถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าทั้งสวรรค์และนรก
He was condemned to roam the earth with only a lantern in his hand. วลี
0:44เขาถูกสาปให้ร่อนเร่ไปบนโลกพร้อมกับตะเกียงเพียงดวงเดียวในมือ
was condemned to roam: be condemned to + คำกริยา
was condemned to roam ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be condemned to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าอำนาจ การลงโทษ หรือชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้การเร่ร่อนกลายเป็นสภาพที่บุคคลนั้นต้องเผชิญต่อไป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้ตามความหมายตรงและมีน้ำเสียงรุนแรง เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเร่ร่อนต่อไป โครงสร้างเดียวกันยังใช้เชิงเปรียบเทียบเพื่อบอกผลร้ายที่หลีกหนีไม่ได้ เช่น be condemned to repeat the same mistake
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่มีน้ำเสียงรุนแรงและหมายถึงถูกพิพากษาอย่างเป็นทางการหรือถูกกำหนดให้ทำบางสิ่ง: The prisoner was ____ work in the mines for life.
ดูคำตอบ
condemned to
The correct way of spelling Halloween is actually like this.
0:52วิธีการสะกดคำว่า Halloween ที่ถูกต้องจริง ๆ แล้วคือแบบนี้
Halloween is short for All Hallows' Eve or Hallows' Evening วลี
0:58Halloween เป็นคำย่อของ All Hallows' Eve หรือ Hallows' Evening
is short for: การบอกรูปเต็ม
X is short for Y หมายความว่า X เป็นรูปย่อหรืออักษรย่อของชื่อเต็ม Y ในประโยคนี้ Halloween ถูกนำเสนอเป็นรูปสั้น ส่วน All Hallows' Eve หรือ Hallows' Evening เป็นรูปเต็ม จำทิศทางให้ชัดเจน รูปสั้นอยู่หน้า is short for และรูปเต็มอยู่ข้างหลัง หากต้องการถามถึงรูปเต็ม ให้พูดว่า What is X short for?
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้บอกรูปเต็ม: USB ____ Universal Serial Bus.
ดูคำตอบ
is short for
and is believed to have originated in Ireland over 2,000 years ago. ไวยากรณ์
1:02และเชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดในไอร์แลนด์เมื่อกว่า 2,000 ปีที่แล้ว
is believed to have originated: การบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
ประธาน + be believed + to have + กริยาช่อง 3 เป็นโครงสร้างบอกเล่าแบบ passive โครงสร้างนี้นำเสนอความเชื่อที่มีคนยอมรับกันทั่วไปโดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้เชื่อ จึงไม่ยืนยันข้อมูลนั้นโดยตรงว่าเป็นข้อเท็จจริงแน่นอน รูป perfect infinitive to have originated แสดงว่าการเกิดขึ้นของต้นกำเนิดมาก่อนความเชื่อหรือการรายงานในปัจจุบัน ในที่นี้หมายถึงเชื่อกันว่าต้นกำเนิดของ Halloween เกิดขึ้นในอดีต ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการนั้นยังดำเนินอยู่ตอนนี้
แบบฝึกหัด
ใช้ believe ในรูป passive และ perfect infinitive ของ originate เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The board game ____ in ancient Egypt.
ดูคำตอบ
is believed to have originated
Souling meant that poor people would go door-to-door on Hallowmas ไวยากรณ์
1:10Souling หมายถึงการที่คนยากจนจะเดินไปตามบ้านในวันออลฮาโลวมาส (Hallowmas)
Would go เพื่อบอกนิสัยที่เกิดซ้ำในอดีต
ในประโยคนี้ would go บอกการกระทำที่ผู้คนทำซ้ำ ๆ ในอดีต ไม่ได้แสดงความเต็มใจในปัจจุบันหรือเงื่อนไขสมมติ ใช้ would + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อช่วงเวลาหรือสถานการณ์ในอดีตชัดเจนอยู่แล้ว และต้องการเล่าการกระทำที่มักเกิดซ้ำในเวลานั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ would เพื่อบอกนิสัยที่เกิดซ้ำในอดีตได้ชัดเจนที่สุด
- The villagers would visit us if they had time.
- Would the villagers visit us tomorrow?
- Every autumn, the villagers would visit each house after sunset.
ดูคำตอบ
Every autumn, the villagers would visit each house after sunset.
and receive food in return for prayers for the dead. วลี
1:13และรับอาหารเพื่อแลกกับการสวดมนต์ให้กับคนตาย
a medieval practice called souling: ธรรมเนียมยุคกลางที่เรียกว่า souling
ในประโยคนี้ souling เป็นชื่อธรรมเนียมทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ Hallowmas ตามคำอธิบาย คนยากจนจะเดินไปตามบ้านและรับอาหารเป็นการตอบแทนการสวดภาวนาให้ผู้ตาย ข้อความนำเสนอ souling ว่าเป็นที่มาทางประวัติศาสตร์ของ trick-or-treating ไม่ได้บอกว่า souling กับ trick-or-treating ในปัจจุบันเป็นกิจกรรมเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ในข้อความ souling หมายถึงอะไร
- เกม Halloween ที่เล่นโดยเด็กเท่านั้น
- อีกชื่อหนึ่งของ trick-or-treating ในปัจจุบัน
- ธรรมเนียมทางประวัติศาสตร์ที่รับอาหารเป็นการตอบแทนการสวดภาวนาให้ผู้ตาย
ดูคำตอบ
ธรรมเนียมทางประวัติศาสตร์ที่รับอาหารเป็นการตอบแทนการสวดภาวนาให้ผู้ตาย
In return for: ให้บางสิ่งเป็นการตอบแทน
in return for นำหน้าสิ่งของหรือการกระทำที่ได้รับการตอบแทน ในที่นี้ ผู้คนมอบคำสวดภาวนาและได้รับอาหารเป็นสิ่งตอบแทน โครงสร้างที่พบบ่อยคือ give/receive/do A in return for B โดย B อาจเป็นคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in return for อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงการแลกเปลี่ยน
- Leo stayed home in return for the heavy rain.
- Leo missed the bus in return for waking up late.
- Leo watered my plants, so I cooked dinner for him in return for his help.
ดูคำตอบ
Leo watered my plants, so I cooked dinner for him in return for his help.
Trick-or-treating is also believed to have originated from Ireland.
1:16การเล่นหลอกหรือเลี้ยงก็เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากไอร์แลนด์เช่นกัน
because of the holiday's extreme use of orange pumpkins.
1:24เพราะในเทศกาลนี้มีการใช้ฟักทองสีส้มเป็นจำนวนมาก
reminds people of Halloween: โครงสร้าง remind someone of something
ในประโยคนี้ reminds people of Halloween หมายถึง “ทำให้ผู้คนนึกถึงวันฮาโลวีน” ประธานคือสิ่งที่กระตุ้นความเชื่อมโยง people คือผู้ที่เกิดความเชื่อมโยงนั้น และ Halloween คือสิ่งที่นึกขึ้นมาได้ ใช้โครงสร้าง remind + someone + of + คำนามหรือวลีนาม เมื่อสี กลิ่น เสียง สถานที่ หรือประสบการณ์ทำให้คนนึกถึงบางสิ่ง โครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึงการเตือนให้ใครทำสิ่งใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยค present simple ด้วยรูปที่ถูกต้องของ remind someone of something โดยใช้ me เป็นผู้ที่เกิดความเชื่อมโยง: The smell of sunscreen ____ summer vacations.
ดูคำตอบ
reminds me of
However, pumpkins can also be pink, red, green, white, gray, yellow, and blue,
1:27อย่างไรก็ตาม ฟักทองยังอาจมีสีชมพู สีแดง สีเขียว สีขาว สีเทา สีเหลือง และสีฟ้า
but the color is only skin deep as the insides are still orange. สำนวน
1:33แต่สีเหล่านั้นมีแค่ที่เปลือก เพราะข้างในยังคงเป็นสีส้มอยู่ดี
only skin deep: รูปลักษณ์ภายนอกกับความจริงที่ลึกกว่า
Skin deep เป็นสำนวนที่หมายถึงการจำกัดอยู่เพียงพื้นผิว โดยไม่ลึกไปถึงสิ่งที่สำคัญหรือเป็นแก่นแท้ Only เน้นข้อจำกัดนี้ให้ชัดขึ้น สีที่แปลกไปของฟักทองอยู่เพียงด้านนอก ส่วนด้านในยังเป็นสีส้ม ประโยคนี้ยังเล่นคำด้วย Skin หมายถึงเปลือกนอกของฟักทองตามตัวอักษร ขณะเดียวกัน skin deep ก็มีความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “ตื้นเขิน” หรือ “อยู่แค่ผิวเผิน” ไม่ได้หมายความว่าผิวหรือเปลือกนั้นลึก
แบบฝึกหัด
skin deep ในที่นี้หมายถึงอะไร? The redesign looks dramatic, but the change is only skin deep; the old system works exactly as before.
- ทำให้ระบบลึกขึ้นในทางกายภาพ
- แทนที่วิธีการทำงานของระบบทั้งหมด
- เปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก แต่ไม่เปลี่ยนระบบพื้นฐาน
ดูคำตอบ
เปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก แต่ไม่เปลี่ยนระบบพื้นฐาน
If you or your kids plan on going out trick-or-treating, ไวยากรณ์
1:39หากคุณหรือลูก ๆ ของคุณวางแผนที่จะออกไปเล่นหลอกหรือเลี้ยง
plan on going: โครงสร้าง plan on + รูป -ing
ใน plan on going คำว่า plan on หมายถึง “ตั้งใจหรือคาดว่าจะทำบางอย่าง” โดยกิจกรรมที่วางแผนไว้จะอยู่หลัง on ในที่นี้ on เป็นคำบุพบท ดังนั้นกริยาที่ตามมาจึงต้องอยู่ในรูป -ing เช่น plan on going ไม่ใช่ plan on go โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ plan on + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ leave: We plan on ____ early tomorrow.
ดูคำตอบ
leaving
that people have inserted razors, poison, and other dangerous materials in the candy they hand out. กริยาวลี
1:45ว่ามีคนนำใบมีดโกน ยาพิษ และวัตถุอันตรายอื่น ๆ ใส่ลงในขนมที่พวกเขาแจก
it's been reported on several occasions that: รายงานซ้ำโดยไม่ระบุแหล่งที่มา
ใน it's been reported ... that คำว่า it's หมายถึง it has โครงสร้างนี้เป็น present perfect แบบ passive: it has been reported โดย it ต้นประโยคเป็นประธานแทน และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บรรจุข้อกล่าวอ้างที่ถูกรายงาน on several occasions บอกว่ามีรายงานคล้ายกันมากกว่าหนึ่งครั้ง รูป passive ไม่ระบุบุคคลหรือแหล่งข่าวที่รายงาน จึงทำให้ความสนใจอยู่ที่เนื้อหาของข้อกล่าวอ้าง reported ไม่ได้หมายถึง proved รูปประโยคนี้บอกเพียงว่ามีข้อกล่าวอ้างแพร่สะพัดอยู่ แต่ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าข้อกล่าวอ้างนั้นเป็นความจริง
แบบฝึกหัด
“It has been reported on several occasions that the bridge is unsafe” สื่อความหมายว่าอย่างไร?
- ข้อกล่าวอ้างนี้ถูกรายงานมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ไม่ได้ระบุผู้รายงานหรือพิสูจน์ว่าข้อกล่าวอ้างเป็นจริง
- สะพานได้รับการตรวจสอบและพิสูจน์อย่างเป็นทางการว่าไม่ปลอดภัยในครั้งหนึ่งโดยเฉพาะ
- ผู้พูดเห็นด้วยตนเองว่าสะพานไม่ปลอดภัยหลายครั้ง
ดูคำตอบ
ข้อกล่าวอ้างนี้ถูกรายงานมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ไม่ได้ระบุผู้รายงานหรือพิสูจน์ว่าข้อกล่าวอ้างเป็นจริง
hand out: แจกสิ่งของให้หลายคน
ในประโยคนี้ hand out หมายถึง “ให้หรือแจกบางสิ่งแก่ผู้คน” โดยปกติจะแจกให้หลายคน the candy they hand out หมายถึง “ลูกอมที่คนเหล่านั้นแจกให้เด็ก ๆ” hand out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ โดย hand out candy และ hand candy out เป็นธรรมชาติทั้งคู่ ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง จึงพูดว่า hand it out ไม่ใช่ hand out it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ hand out: At the entrance, volunteers will ____ maps to every family.
ดูคำตอบ
hand out
a boy died after eating candy laced with cyanide. การใช้คำ
1:52มีเด็กชายเสียชีวิตหลังจากกินลูกอมที่ปนเปื้อนไซยาไนด์
laced with cyanide: มีการเติมไซยาไนด์ลงในบางสิ่ง
laced with cyanide หมายถึงมีการผสมหรือเติมไซยาไนด์ลงในลูกอม ในที่นี้ laced ไม่เกี่ยวกับผ้าลูกไม้สำหรับตกแต่ง แต่ใช้อธิบายว่าสารถูกเติมหรือผสมลงในบางสิ่ง รูปแบบคือ X is laced with Y ซึ่งมักสื่อว่า Y กระจายอยู่ใน X และอาจถูกซ่อนไว้ ตัววลีนี้ไม่ได้หมายถึงอันตรายเสมอไป แต่ในประโยคนี้ไซยาไนด์และผลที่ทำให้เสียชีวิตทำให้เกิดความหมายที่เป็นอันตราย
แบบฝึกหัด
ประโยค "The candy was laced with cyanide" หมายความว่าอย่างไร
- ลูกอมถูกวางไว้ข้างไซยาไนด์
- มีการเติมไซยาไนด์ลงในลูกอม
- ลูกอมถูกตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้
ดูคำตอบ
มีการเติมไซยาไนด์ลงในลูกอม
Haunted houses are a popular attraction on Halloween,
1:57บ้านผีสิงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในวันฮาโลวีน
If you worked ... things might be: เงื่อนไขปัจจุบันแบบสมมติ
ใน if you worked คำว่า worked เป็นรูปอดีตที่ใช้สร้างระยะห่างจากความจริงเพื่อแสดงการสมมติ ในที่นี้เป็นการจินตนาการถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่ต่างออกไป คือการเป็นพนักงาน ไม่ได้หมายถึงงานที่จบไปแล้วในอดีต ประโยคหลัก things might be ... แสดงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้แต่ไม่แน่นอน โครงสร้าง if + รูปอดีต, ... might + กริยารูปพื้นฐาน ใช้พูดถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขปัจจุบันที่จินตนาการขึ้นหรือไม่น่าจะเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคสมมติให้สมบูรณ์ โดยใช้รูปที่ถูกต้องของ manage และกริยาช่วย might: If you ____ the store, the schedule ____ be more flexible.
ดูคำตอบ
managed · might
There have been many reports of people punching, kicking, elbowing,
2:09มีรายงานหลายฉบับเกี่ยวกับการที่ผู้คนชกต่อย เตะ ถีบ ตีศอก
and even biting people in haunted houses on Halloween.
2:13และแม้กระทั่งกัดผู้คนในบ้านผีสิงช่วงเทศกาลฮาโลวีน
That's because even though we know it's not real, ไวยากรณ์
2:16นั่นเป็นเพราะแม้ว่าเราจะรู้ว่ามันไม่ใช่ของจริง
Even though สำหรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลที่คาดไว้
Even though ใช้นำหน้าข้อเท็จจริงที่ยอมรับว่าเป็นจริง แล้วแสดงว่าอีกข้อเท็จจริงหนึ่งขัดกับสิ่งที่ปกติคาดไว้ ในที่นี้ แม้จะรู้ว่าสถานการณ์ไม่ใช่เรื่องจริง ก็ไม่ได้หยุดปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นภายหลัง โครงสร้างทั่วไปคือ even though + อนุประโยค, ประโยคหลัก และสามารถวางประโยคหลักไว้ก่อนแล้วตามด้วย even though + อนุประโยคได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
การที่ฝนตกเป็นข้อเท็จจริงที่ทราบแล้ว เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุด: We kept playing outside, ___ it was raining.
- because
- even though
- even if
ดูคำตอบ
even though
our brains perceive the situation as danger,
2:18แต่สมองของเรากลับรับรู้ว่าสถานการณ์นั้นเป็นอันตราย
out of pure instinct: ลงมือทำตามแรงกระตุ้นอัตโนมัติ
ในที่นี้ out of + กลุ่มคำนามใช้บอกแรงจูงใจหรือสาเหตุของการกระทำ Out of pure instinct หมายถึงทำเพราะสัญชาตญาณล้วน ๆ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกมาจากข้างในสถานที่ Pure เน้นความหมายของ instinct ว่าปฏิกิริยานั้นเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติและไม่ได้วางแผน ไม่ใช่ผลจากการคิดอย่างมีสติ โครงสร้างนี้ยังใช้กับแรงจูงใจอย่าง out of curiosity, out of fear และ out of kindness ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคได้เหมาะที่สุดเพื่อแสดงว่าการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติและไม่ได้วางแผน? When the ball flew toward her face, she lifted her hands ____.
- out of the room
- out of pure instinct
- after careful thought
ดูคำตอบ
out of pure instinct
fighting back: ตอบสนองต่อการโจมตีด้วยการต่อต้าน
Fighting back หมายถึงการต่อต้านหรือตอบโต้หลังจากที่คนหรือสิ่งใดโจมตี ข่มขู่ หรือกดดันคุณ Back บอกว่าการกระทำนั้นเป็นการตอบสนอง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปข้างหลัง การตอบโต้นี้อาจเป็นการใช้กำลังจริง ๆ แต่กริยาวลีนี้ก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น คนเราอาจ fight back against illness, unfair treatment หรือ harsh criticism
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ fight back ในความหมายว่าตอบสนองต่อภัยคุกคามด้วยการต่อต้าน?
- The villagers fought back when the raiders attacked.
- The villagers stepped back to make room.
- The villagers fought among themselves.
ดูคำตอบ
The villagers fought back when the raiders attacked.
for dear life: ทำอย่างสุดกำลัง
For dear life เป็นสำนวนที่หมายถึงการทำบางอย่างด้วยกำลังทั้งหมดหรือเร็วที่สุด ราวกับว่าความปลอดภัยหรือชีวิตขึ้นอยู่กับการกระทำนั้น ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้การสู้กลับฟังดูเป็นปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณและเร่งด่วนอย่างมาก ส่วน dear ไม่ได้แปลว่า “ที่รัก” โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ คำกริยาแสดงการกระทำ + for dear life เช่น hold on for dear life หรือ run for dear life
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ด้วยความพยายามอย่างสุดกำลัง” ลงในประโยค: When the raft tipped, Leo held on ____.
ดูคำตอบ
for dear life
A full moon can often be associated with the spookiness of Halloween, วลี
2:26พระจันทร์เต็มดวงมักจะเกี่ยวข้องกับความน่ากลัวของวันฮาโลวีน
be associated with: แสดงความเชื่อมโยง
Be associated with หมายถึงการเชื่อมโยงกับบางสิ่งในความคิดของผู้คน หรือมีความสัมพันธ์ที่สังเกตพบได้ ในประโยคนี้ ผู้คนมักเชื่อมโยงพระจันทร์เต็มดวงกับบรรยากาศน่าขนลุกของวันฮาโลวีน โครงสร้างรูปถูกกระทำคือ X + be + associated with + Y โครงสร้างนี้บอกเพียงว่ามีความเชื่อมโยง และไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่า X ทำให้ Y เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เหมาะสมที่สุด: In many cultures, the color white is ____ peace in people's minds.
- caused by
- correlated with
- associated with
ดูคำตอบ
associated with
but in actuality that rarely ever happens. ลำดับความ
2:30แต่ในความเป็นจริงแล้วเหตุการณ์นั้นแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย
in actuality: เปลี่ยนจากความคาดหมายไปสู่สถานการณ์จริง
in actuality เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากสิ่งที่คนอาจคาดหรือเชื่อ ไปสู่สิ่งที่เป็นจริง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเตรียมให้ผู้ฟังรับการแก้ความเข้าใจว่าเหตุการณ์นั้นแทบไม่เกิดขึ้นเลย ในฐานะวลีวิเศษณ์ที่ขยายทั้งประโยค วลีนี้จัดข้อมูลเป็นสองส่วน คือเริ่มจากความคาดหมาย แล้วตามด้วยข้อเท็จจริง มักวางไว้ต้นอนุประโยคที่ใช้แก้ความเข้าใจเดิม และวางหลัง but ได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Many people expect a delay, but in actuality the train is on time,” คำว่า in actuality ส่งสัญญาณถึงอะไร?
- ผู้พูดกำลังบอกว่าสถานการณ์เริ่มขึ้นเมื่อใด
- ผู้พูดกำลังแทนที่ความคาดหมายด้วยสถานการณ์จริง
- ผู้พูดกำลังยกตัวอย่างที่สองของความคาดหมายเดิม
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังแทนที่ความคาดหมายด้วยสถานการณ์จริง
The last time a full moon occurred on Halloween was in 2001, ไวยากรณ์
2:33ครั้งสุดท้ายที่พระจันทร์เต็มดวงในวันฮาโลวีนคือในปี 2001
The last time ... was ...: บอกเวลาที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุด
รูปแบบ The last time + อนุประโยค + was + เวลา ใช้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อใด วลี The last time + อนุประโยค ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน และ was เชื่อมเหตุการณ์ครั้งนั้นเข้ากับวันที่หรือเวลา last ในที่นี้หมายถึง “ครั้งล่าสุด” ไม่ใช่ “ครั้งสุดท้ายตลอดไป” อนุประโยคที่บอกเหตุการณ์มักใช้รูปอดีตเมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นแล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ The last time ... was ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ our town hosted the festival ____ in 2022.
ดูคำตอบ
The last time · was
and it has only happened four times before that starting in 1925.
2:37และก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี 1925 ก็เคยเกิดขึ้นเพียงสี่ครั้งเท่านั้น
The next full moon to occur on Halloween is predicted to happen in 2020. ไวยากรณ์
2:41พระจันทร์เต็มดวงครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นในวันฮาโลวีนคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2020
is predicted to happen: การคาดการณ์ที่ไม่ระบุผู้คาดการณ์
“Is predicted to happen” ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be + predicted + to-infinitive หมายความว่าหลักฐานหรือการวิเคราะห์ทำให้มีผู้คาดการณ์ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้น แต่ไม่ได้ระบุบุคคลหรือกลุ่มที่เป็นผู้คาดการณ์ สำนวนนี้นำเสนอการคาดการณ์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน กำหนดการ หรือคำสัญญา ในประโยคนี้ ปี 2020 ยังเป็นอนาคตในเวลาที่มีการกล่าวข้อความเดิม จึงต้องตีความวันที่โดยอิงกับเวลานั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้รูปกรรมวาจกของ predict และคำกริยา rise: According to the new climate model, sea levels ____ over the next century.
ดูคำตอบ
are predicted to rise
Around $2 billion are spent on costumes every Halloween in the US, ไวยากรณ์
2:47ในสหรัฐอเมริกามีการใช้จ่ายเงินประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ไปกับชุดคอสตูมทุกวันฮาโลวีน
$2 billion is spent: ยอดรวมหนึ่งจำนวนใช้กริยาเอกพจน์
ในคำบรรยาย “$2 billion are spent” มีการใช้ประธานและกริยาไม่สอดคล้องกันตามภาษาอังกฤษมาตรฐาน เมื่อจำนวนเงินถูกมองเป็นยอดรวมหนึ่งจำนวน ภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐานจะถือว่าเป็นเอกพจน์ จึงควรใช้ “$2 billion is spent” แม้ตัวเลขจะมีจำนวนมากและเมื่ออ่านออกเสียงจะมีคำพหูพจน์ dollars แต่การเลือกกริยาขึ้นอยู่กับความหมายของยอดเงินทั้งหมด กริยาพหูพจน์เหมาะเฉพาะเมื่อประธานที่แท้จริงคือหน่วยนับหลายหน่วยที่แยกจากกัน ไม่ใช่เมื่อวลีระบุค่าใช้จ่ายหรือยอดรวมหนึ่งจำนวน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยามาตรฐานสำหรับยอดรวมหนึ่งจำนวน: Five hundred dollars ____ enough to cover the repair.
ดูคำตอบ
is
we spend $2 billion on costumes for humans. วลี
2:53เราใช้เงิน 2 พันล้านดอลลาร์ไปกับชุดคอสตูมสำหรับคน
or more correctly, ในฐานะคำบอกการแก้คำพูดของตนเอง
or more correctly บอกว่าผู้พูดกำลังแก้คำพูดของตนเองทันที ผู้พูดขอให้ผู้ฟังแทนที่ถ้อยคำก่อนหน้าด้วยเวอร์ชันที่แม่นยำกว่าซึ่งตามมา ไม่ได้เพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อที่มีน้ำหนักเท่ากัน วลีนี้ช่วยให้คำอธิบายดำเนินต่อไปพร้อมกับเปลี่ยนมุมมองหรือจำกัดขอบเขตของข้อความ ในที่นี้ ผู้พูดเปลี่ยนข้อความเชิงรับเกี่ยวกับเงินที่ใช้ไปเป็นข้อความเชิงรุกที่ใช้ we เป็นประธาน และระบุว่าชุดเหล่านั้นเป็นชุดสำหรับมนุษย์
แบบฝึกหัด
or more correctly ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: "The event is on Friday—or more correctly, early Saturday morning."
- แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าเวอร์ชันใดเป็นความจริง
- เพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อหนึ่งที่สำคัญเท่ากัน
- ละถ้อยคำแรกแล้วแทนที่ด้วยเวอร์ชันที่แม่นยำกว่า
ดูคำตอบ
ละถ้อยคำแรกแล้วแทนที่ด้วยเวอร์ชันที่แม่นยำกว่า
โครงสร้าง spend + amount + on + thing
spend + amount + on + thing ใช้บอกว่าใช้เงินกับสิ่งหนึ่งเป็นจำนวนเท่าใด ผู้ที่ใช้เงินเป็นประธาน จำนวนเงินตามหลัง spend และ on ใช้นำหน้าสิ่งของหรือหมวดค่าใช้จ่าย: subject + spend + amount + on + thing ใช้รูปของ spend ให้ตรงกับกาล โดยใช้ spend/spends สำหรับปัจจุบัน และ spent สำหรับอดีต ในคำบรรยาย we คือผู้ใช้เงิน $2 billion คือจำนวนเงิน และ costumes คือหมวดค่าใช้จ่าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง spend + amount + on ที่ตรงตามแบบ และใช้จำนวนเงิน 500 dollars ที่กำหนดให้: Last month, the school ____ new library books.
ดูคำตอบ
spent 500 dollars on
We spend another $330 million on costumes for our pets.
2:56เราใช้เงินอีก 330 ล้านดอลลาร์สำหรับชุดคอสตูมสัตว์เลี้ยงของเรา
Seriously. Seriously.: การพูดซ้ำเพื่อเน้นความไม่อยากเชื่อ
ในที่นี้ Seriously เป็นคำแสดงปฏิกิริยา โดยสื่อว่าผู้พูดไม่อยากเชื่อและไม่เห็นด้วยกับจำนวนเงินที่เพิ่งกล่าวถึง ไม่ได้เป็นการตอบว่าใครพูดอย่างจริงจังหรือจริงใจหรือไม่ การพูดประโยคคำเดียวซ้ำกันทำให้เกิดจังหวะเน้นสองจังหวะ Seriously ครั้งที่สองไม่ได้เพิ่มข้อมูลใหม่ แต่ย้ำและเพิ่มความแรงของปฏิกิริยา ทำให้ผู้พูดฟังดูไม่อยากเชื่อมากขึ้น
แบบฝึกหัด
หลังจากได้ยินค่าใช้จ่ายที่สูงเกินคาด คนหนึ่งพูดว่า "Seriously. Seriously." การพูดซ้ำนี้ทำหน้าที่อะไร?
- นำเสนอข้อเท็จจริงที่สองซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน
- ทำให้ความไม่อยากเชื่อและการวิจารณ์ของผู้พูดแรงขึ้น
- แสดงว่าผู้พูดลืมสิ่งที่พูดไปแล้ว
ดูคำตอบ
ทำให้ความไม่อยากเชื่อและการวิจารณ์ของผู้พูดแรงขึ้น
$330 million that we could spend on anything else,
3:05เงิน 330 ล้านดอลลาร์ที่เราสามารถใช้กับสิ่งอื่นได้
anything at all: ใช้ at all เพื่อเน้นว่าไม่มีข้อจำกัด
ใน anything at all คำว่า at all ช่วยเน้น anything หมายความว่าขอบเขตของตัวเลือกเปิดกว้างเต็มที่ จะเป็นทางเลือกใดก็ได้โดยไม่มีข้อจำกัด ในประโยคนี้ anything else กล่าวถึงการนำเงินไปใช้อย่างอื่นก่อน แล้ว anything at all จึงขยายและเน้นความคิดนั้นให้แรงขึ้น at all ตรงนี้เป็นคำช่วยเน้น ไม่ใช่วลีบอกสถานที่หรือเวลา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “เลือกอะไรก็ได้โดยไม่มีข้อจำกัด”: You may choose ____ from the menu.
ดูคำตอบ
anything at all
get off topic: เบี่ยงออกจากหัวข้อหลัก
ใน “I'm getting off topic here” คำว่า get off topic หมายถึงพูดเบี่ยงออกจากหัวข้อหลัก รูปกำลังกระทำ “I'm getting” แสดงว่าผู้พูดสังเกตเห็นการออกนอกเรื่องขณะที่มันกำลังเกิดขึ้น ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นการแก้คำพูดของตนเองสั้น ๆ โดยบอกว่าสิ่งที่พูดอยู่ไม่ใช่ประเด็นหลัก และมักเป็นสัญญาณว่าจะกลับเข้าสู่หัวข้อเดิม ไม่ได้หมายถึงการยุติการสนทนา
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบายจุดประสงค์ของผู้พูดใน “I'm getting off topic here” ได้ดีที่สุด
- ผู้พูดกำลังบอกว่าหัวข้อนั้นยากเกินกว่าจะเข้าใจ
- ผู้พูดสังเกตว่าคำพูดของตนกำลังเบี่ยงออกจากหัวข้อหลัก
- ผู้พูดต้องการให้ทุกคนหยุดคุยเรื่องนั้นทันที
ดูคำตอบ
ผู้พูดสังเกตว่าคำพูดของตนกำลังเบี่ยงออกจากหัวข้อหลัก
It's okay if ...: ยอมรับตัวเลือกของอีกฝ่าย
ใน “It's okay if you don't want to sing along” โครงสร้าง It's okay if + อนุประโยค บอกผู้ฟังว่าผู้พูดยอมรับตัวเลือกของเขา ในที่นี้ okay หมายถึง “ไม่เป็นปัญหา” ไม่ใช่การประเมินคุณภาพว่า “พอใช้ได้” อนุประโยคปฏิเสธ don't want to sing along ระบุตัวเลือกที่ผู้ฟังสามารถตัดสินใจได้ ทั้งประโยคช่วยลดแรงกดดันและทำให้ผู้ฟังสบายใจว่าการเข้าร่วมเป็นเรื่องสมัครใจ
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายเพื่อทำให้เพื่อนสบายใจว่าการเข้าร่วมเป็นเรื่องสมัครใจ: “____ you don't want to come with us.”
ดูคำตอบ
It's okay if
But if you do: การใช้ do แทนการกระทำที่กล่าวถึงก่อนหน้า
ในอนุประโยคเงื่อนไขนี้ do ใช้แทนการกระทำที่กล่าวถึงก่อนหน้า ซึ่งก็คือ sing along จึงไม่ต้องพูดวลีกริยาซ้ำทั้งหมด ดังนั้น if you do จึงหมายถึง if you sing along ตรงนี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนการกระทำที่รู้อยู่แล้ว ไม่ได้บอกการกระทำใหม่และไม่ใช่ do ที่ใช้เพื่อเน้น ผู้ฟังต้องอาศัยบริบทก่อนหน้าเพื่อเติมวลีกริยาที่ละไว้
แบบฝึกหัด
เติมรูปที่ถูกต้องของ do เพื่อไม่ให้พูด join the dance ซ้ำ: You may join the dance, and if you ____, you'll learn the steps quickly.
ดูคำตอบ
do
I promise you you will: หน้าที่สองแบบของ you
ในโครงสร้าง I promise you you will คำว่า promise ตามด้วยสองส่วน โดย you ตัวแรกคือผู้รับคำสัญญา ส่วน you will feel like you belong คือเนื้อหาของคำสัญญา และ you ตัวที่สองเป็นประธานของอนุประโยคเนื้อหานั้น สามารถใส่ that ได้เป็น I promise you that you will feel like you belong ในภาษาพูดมักละ that จึงทำให้คำที่สะกดเหมือนกันสองคำอยู่ติดกัน การซ้ำนี้ถูกต้องตามไวยากรณ์ ไม่ใช่การพูดผิด
แบบฝึกหัด
ในประโยค I promise you you will enjoy the trip คำว่า you แต่ละตัวทำหน้าที่อะไร?
- you ทั้งสองตัวเป็นประธานของ will enjoy
- you ตัวแรกคือผู้รับคำสัญญา ส่วนตัวที่สองเป็นประธานของ will enjoy
- you ตัวแรกใช้เน้น you ตัวที่สอง
ดูคำตอบ
you ตัวแรกคือผู้รับคำสัญญา ส่วนตัวที่สองเป็นประธานของ will enjoy
feel like you belong: รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่ง
ในที่นี้ feel like ตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ you belong หมายถึง “รู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม” ไม่ได้หมายถึง “อยากเข้าร่วมกลุ่ม” belong ในที่นี้สื่อถึงความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในทางสังคม คือรู้สึกว่ากลุ่มยอมรับเรา เป็นสมาชิกคนหนึ่ง และเป็นตัวเองได้อย่างสบายใจ โครงสร้าง feel like + อนุประโยค ใช้บอกความรู้สึกหรือมุมมองภายในของผู้พูดได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าคนหนึ่งรู้สึกว่ากลุ่มยอมรับตนเป็นสมาชิก?
- I feel like joining the club.
- I feel like taking a break.
- I feel like I belong here.
ดูคำตอบ
I feel like I belong here.
Don't get me wrong: อย่าเข้าใจฉันผิด
Don't get me wrong เป็นคำเกริ่นในการสนทนาที่ใช้ก่อนอธิบายให้ชัดเจนหรือกล่าวประเด็นที่ต่างออกไป หมายถึง “อย่าเข้าใจความหมายของฉันผิด” โดยทั่วไปใช้ป้องกันการตีความผิดที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้กล่าวหาผู้ฟังโดยอัตโนมัติว่าเข้าใจผิดไปแล้ว วลีนี้ทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีคำอธิบายที่แท้จริงตามมา ซึ่งมักเชื่อมด้วย but
แบบฝึกหัด
ใน “Don't get me wrong—I like the plan, but it needs more work,” วลีเปิดทำหน้าที่อะไร?
- ช่วยไม่ให้คนตีความคำวิจารณ์ว่าเป็นการไม่ชอบแผนทั้งหมด
- บอกว่าผู้ฟังได้อธิบายแผนผิดไปแล้ว
- ขอให้ผู้ฟังพูดแผนซ้ำทุกคำ
ดูคำตอบ
ช่วยไม่ให้คนตีความคำวิจารณ์ว่าเป็นการไม่ชอบแผนทั้งหมด