ทำไมคนเราถึงคลั่งไคล้กีฬา?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
462 คำ 198 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้เชื่อมความตื่นเต้นจากการดูกีฬาเข้ากับฮอร์โมนและเซลล์ประสาทกระจก แล้วปิดท้ายด้วยการเล่นคำ race เรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “Your heart races” เป็นกลุ่มคำสำเร็จและคำที่ใช้ร่วมกันเพื่อบอกว่าหัวใจเต้นเร็วเพราะตื่นเต้นหรือกลัว คุณจะบรรยายปฏิกิริยาทางกายได้โดยไม่มอง race เป็นการแข่งขันจริง 2. “not only” และ “but also” เป็นรูปแบบไวยากรณ์ที่เชื่อมเหตุสองอย่างอย่างขนานและเน้นอย่างที่สอง คุณจะขยายคำอธิบายอย่างสมดุลได้ 3. “the human race. While watching humans race.” เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบที่ใช้ race ทั้งว่า ‘มนุษยชาติ’ และ ‘แข่งขันวิ่ง’ คุณจะเห็นการเล่นคำที่ใช้ปิดข้อคิดได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Your heart races and your cheeks begin to flush โน้ต

0:04

หัวใจคุณเต้นรัว และแก้มก็เริ่มแดงระเรื่อ

วลี

Your heart races: หัวใจที่เต้นเร็วขึ้นอย่างฉับพลัน

ในประโยคนี้ “Your heart races” หมายถึงหัวใจเริ่มเต้นเร็วมากเพราะอารมณ์รุนแรง เช่น ความตื่นเต้น ความประหม่า หรือความกลัว คำว่า race ใช้เป็นอกรรมกริยาและเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าหัวใจเข้าร่วมการแข่งขัน โครงสร้าง คำบอกความเป็นเจ้าของ + heart + races เป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติในการบรรยายปฏิกิริยาทางร่างกายที่เกิดขึ้นทันที สามารถเปลี่ยนคำบอกความเป็นเจ้าของและกาลได้ตามต้องการ เช่น my heart raced และ her heart is racing

แบบฝึกหัด

ใน “Your heart races” คำว่า races หมายถึงอะไร

  1. หัวใจเต้นเร็วมาก
  2. หัวใจหยุดนิ่งโดยสิ้นเชิง
  3. หัวใจเข้าร่วมการแข่งขัน
ดูคำตอบ

หัวใจเต้นเร็วมาก

การใช้คำ

Your cheeks begin to flush: แก้มเริ่มแดง

ในที่นี้ “your cheeks begin to flush” หมายถึงแก้มเริ่มแดงและร้อนเมื่อมีเลือดไหลมายังผิวหนังมากขึ้น มักเกิดจากความตื่นเต้น ความอาย ความร้อน หรือการออกแรง คำว่า flush เป็นอกรรมกริยา กล่าวคือแก้มเปลี่ยนสีเอง ไม่ได้หมายความว่ามีคนล้างหรือแต่งสีแก้ม โครงสร้าง begin to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง รูปที่คล้ายกันคือ her cheeks began to flush และ his face is beginning to flush

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “เริ่มแดงเพราะความร้อน”: After playing in the sun, your cheeks ____.

ดูคำตอบ

begin to flush

as you anticipate the surge of energy this win will bring.

0:06

ขณะที่คุณเฝ้ารอพลังอันพลุ่งพล่านที่ชัยชนะครั้งนี้จะนำมาให้

You move to the edge of your seat.

0:09

คุณขยับตัวมานั่งตรงขอบเก้าอี้

You can't get enough. สำนวน

0:10

คุณดูเท่าไรก็ไม่รู้จักพอ

สำนวน

“can't get enough” เพื่อบอกว่าชอบมากจนอยากได้อีก

“Can't get enough” หมายถึงชอบหรือต้องการบางสิ่งมากจนยังอยากได้หรืออยากสัมผัสอีกเรื่อย ๆ ในประโยคนี้หมายถึงอยากกลับไปรู้สึกตื่นเต้นอีก ไม่ได้หมายถึงไม่สามารถได้สิ่งนั้นมาในปริมาณที่เพียงพอ เมื่อระบุสิ่งที่พูดถึง ให้ใช้รูป “can't get enough of + คำนามหรือคำสรรพนาม” เช่น I can't get enough of this song. ถ้ารู้อยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร วลีนี้สามารถจบที่ “enough” ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “เธอชอบมากจนอยากได้อีก”: Nina plays this song every morning because she ____.

ดูคำตอบ

can't get enough of it

So why are we so passionately involved or obsessed with sports? โน้ต

0:12

แล้วทำไมเราถึงหลงใหลหรือหมกมุ่นกับกีฬากันมากขนาดนี้?

ลำดับความ

“So why...?” เพื่อเชื่อมไปสู่คำถามหลัก

คำว่า “So” ตอนต้นเชื่อมคำถามนี้เข้ากับข้อสังเกตก่อนหน้า โดยสื่อว่า “ปฏิกิริยาเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง ตอนนี้มาถามกันว่าอะไรเป็นสาเหตุ” ในที่นี้ผู้พูดใช้คำถามเพื่อบอกทิศทางของคำอธิบาย ไม่ได้มุ่งขอคำตอบทันทีจากผู้ชม คำถามนี้ชี้ประเด็นหลักที่จะอธิบายในส่วนถัดไป รูปแบบนี้ช่วยเปลี่ยนจากตัวอย่างหรือข้อสังเกตไปสู่คำอธิบายเหตุผล

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอพูดว่า “The class remembers more after taking short breaks. So why do breaks help us learn?” หน้าที่หลักของ “So why...?” ในที่นี้คืออะไร

  1. เชื่อมข้อสังเกตเข้ากับคำอธิบายที่จะตามมา
  2. ขอให้ผู้ฟังเลือกเวลาพัก
  3. นำเสนอหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
ดูคำตอบ

เชื่อมข้อสังเกตเข้ากับคำอธิบายที่จะตามมา

การใช้คำ

ความแตกต่างระหว่าง involved with sports กับ obsessed with sports

ในที่นี้ involved with sports หมายถึงการเข้าร่วมกีฬาอย่างกระตือรือร้นหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับกีฬาอย่างมาก ส่วน obsessed with sports หมายถึงการจดจ่อกับกีฬามากจนหยุดคิดถึงเรื่องนี้ได้ยาก สองสำนวนนี้มีระดับความแรงไม่เท่ากัน Passionately ทำให้ความรู้สึกมีส่วนร่วมโดยรวมเข้มข้นขึ้น แต่ obsessed ยังคงเป็นคำที่แรงและเสี่ยงกว่า เพราะอาจสื่อถึงความมากเกินไปหรือการเสียสมดุล รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ obsessed with + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

Maya เล่นอยู่ในทีมและใส่ใจกีฬา แต่กีฬาไม่ได้ควบคุมความคิดของเธอ ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. Maya is obsessed with sports.
  2. Maya is obsessed in sports.
  3. Maya is involved with sports.
ดูคำตอบ

Maya is involved with sports.

Hormones control the way we feel and are stimulated by every action we take.

0:16

ฮอร์โมนควบคุมความรู้สึกของเรา และทุกการกระทำของเราก็กระตุ้นฮอร์โมนเหล่านี้

Hugging a friend releases oxytocin, making you feel calm, ไวยากรณ์

0:19

การกอดเพื่อนทำให้ออกซิโทซินหลั่งออกมา จึงช่วยให้คุณรู้สึกสงบ,

ไวยากรณ์

Making you feel calm: อนุประโยค -ing ที่บอกผล

Making you feel calm เป็นอนุประโยคกริยารูปปัจจุบันที่บอกผลจากสถานการณ์ก่อนหน้า กล่าวคือ การหลั่งออกซิโทซินทำให้เกิดความรู้สึกสงบ Making ไม่ใช่กริยาหลักที่สมบูรณ์อีกตัวหนึ่งซึ่งวางขนานกับ releases ภายในอนุประโยคนี้ make ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย you เป็นกรรม และ calm อธิบายสภาวะที่เกิดขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประโยคหลัก, making + กรรม + ส่วนเติมเต็ม

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ make เพื่อเติมอนุประโยคบอกผลให้สมบูรณ์: The warm bath relaxed Liam, ____ him feel sleepy.

ดูคำตอบ

making

while cramming for an exam releases cortisol leading to irritability, but also alertness. โน้ต

0:22

ส่วนการโหมอ่านหนังสือสอบทำให้คอร์ติซอลหลั่ง ส่งผลให้หงุดหงิดง่าย แต่ก็ตื่นตัวด้วย

ไวยากรณ์

while ที่มีความหมายเหมือน whereas

while ในที่นี้หมายถึง “ในทางตรงกันข้าม” หรือ “ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง” โดยทำหน้าที่คล้าย whereas คำนี้นำผลของการกอดมาเปรียบเทียบกับผลที่แตกต่างกันของการเร่งอ่านหนังสือก่อนสอบ คำนี้จัดข้อมูลสองข้อเพื่อให้เห็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้เน้นว่ากิจกรรมทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The red bag is heavy, while the blue bag is light,” คำว่า while ทำหน้าที่อะไร?

  1. แสดงความแตกต่างระหว่างกระเป๋าสองใบ
  2. บอกว่าข้อเท็จจริงทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน
  3. บอกเหตุผลที่กระเป๋าสีน้ำเงินเบา
ดูคำตอบ

แสดงความแตกต่างระหว่างกระเป๋าสองใบ

การใช้คำ

cramming for an exam: เร่งอ่านหนังสือก่อนสอบ

Cramming for an exam หมายถึงการอ่านหนังสือจำนวนมากอย่างเร่งรีบในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยปกติคือก่อนสอบไม่นาน สื่อถึงความกดดันในนาทีสุดท้าย ไม่ใช่แผนการเรียนอย่างสม่ำเสมอ รูปแบบที่ใช้บ่อยคือ cram for + exam/test ในที่นี้วลี -ing คือ cramming for an exam ใช้เรียกกิจกรรมหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ cram for: Kai had not studied all week, so he ____ the science test the night before.

ดูคำตอบ

crammed for

วลี

leading to irritability: lead to + ผลลัพธ์

ในประโยคนี้ leading to irritability เป็นอนุประโยค present participle ที่บอกผล โดยในทางความหมายเชื่อมกับการหลั่งคอร์ติซอลที่กล่าวมาก่อนหน้า กล่าวคือ การหลั่งนั้นทำให้เกิดความหงุดหงิด อนุประโยค -ing ช่วยเพิ่มผลที่ตามมาโดยไม่ต้องเริ่มประโยคสมบูรณ์ใหม่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ lead to + นามวลีหรือ gerund ซึ่งหมายถึง “ทำให้เกิดผลบางอย่าง” เช่น lead to delays; lead to feeling tired ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท ดังนั้นหากตามด้วยคำกริยา ต้องใช้รูป -ing ไม่ใช่ infinitive

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ lead กับคำบุพบทที่ถูกต้อง: Heavy rain can ____ flooding.

ดูคำตอบ

lead to

Simply watching sports stimulates hormone levels as well. วลี

0:27

แค่ดูกีฬาก็กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนได้เช่นกัน

วลี

as well ที่ท้ายประโยค

ในที่นี้ as well เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้เพิ่มข้อมูลและวางไว้ท้ายอนุประโยค มีความหมายว่า “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” โดยบอกผู้ฟังว่า นอกจากตัวอย่างที่กล่าวไปแล้ว การดูกีฬาเพียงอย่างเดียวก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่กระตุ้นระดับฮอร์โมน เมื่ออยู่ท้ายอนุประโยค as well จะเพิ่มข้อเท็จจริงที่ขนานกัน ไม่ใช่คำเชื่อม as well as ซึ่งรูปที่ยาวกว่านี้ต้องนำหน้าคำหรือวลีอีกส่วนหนึ่งที่เชื่อมกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดวาง as well ได้เป็นธรรมชาติเพื่อเพิ่มอีกหนึ่งรายการ?

  1. Leo packed a coat, and he as well packed gloves.
  2. Leo packed a coat, and he packed gloves as well.
  3. Leo packed a coat, and he packed as well gloves.
ดูคำตอบ

Leo packed a coat, and he packed gloves as well.

Testosterone in particular is a hormone linked to dominance and social interaction, โน้ต

0:30

โดยเฉพาะเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการมีอำนาจเหนือผู้อื่นและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม,

ลำดับความ

Testosterone in particular: การเจาะจงประเด็น

in particular ช่วยจำกัดหัวข้อกว้าง ๆ ให้เหลือสมาชิกหนึ่งอย่างที่เลือกมา ก่อนหน้านี้หัวข้อคือฮอร์โมนโดยทั่วไป ส่วน Testosterone in particular บอกผู้ฟังว่าตอนนี้กำลังเน้นเทสโทสเตอโรนเป็นพิเศษ เมื่อวางหลังนามวลีในรูป X in particular วลีนี้จะชี้ว่า X คือสิ่งที่ควรสนใจมากที่สุด มีหน้าที่จัดลำดับข้อมูล ไม่ได้บอกว่า X เป็นสิ่งที่เรื่องมาก เลือกมาก หรือทำให้พอใจได้ยาก

แบบฝึกหัด

in particular ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เน้นเทสโทสเตอโรนจากหัวข้อที่กว้างกว่าเรื่องฮอร์โมน
  2. พิสูจน์ว่าเทสโทสเตอโรนทำให้เกิดพฤติกรรมทางสังคมทุกประเภท
  3. บอกว่าเทสโทสเตอโรนเรื่องมากและทำให้พอใจได้ยาก
ดูคำตอบ

เน้นเทสโทสเตอโรนจากหัวข้อที่กว้างกว่าเรื่องฮอร์โมน

วลี

linked to dominance and social interaction: ความสัมพันธ์ ไม่ใช่เหตุและผล

linked to หมายถึงเกี่ยวข้องกับหรือเชื่อมโยงกับ ในที่นี้ linked to dominance and social interaction ใช้ขยายฮอร์โมนและบอกว่ามีความสัมพันธ์กับภาวะการมีอำนาจเหนือกว่าและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ถ้อยคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าเทสโทสเตอโรนทำให้เกิดภาวะการมีอำนาจเหนือกว่าหรือปฏิสัมพันธ์ทางสังคมโดยตรง ในทางไวยากรณ์ linked to ... เป็นรูปย่อของ that is linked to ... โดยมีนามวลีตามหลัง to

แบบฝึกหัด

งานวิจัยหนึ่งพบความสัมพันธ์แต่ไม่ได้พิสูจน์เหตุและผล ประโยคนี้ใช้ถ้อยคำได้ระมัดระวังเหมาะสมหรือไม่? 'The behavior is linked to several social factors.'

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

เหมาะสม

but also increases brain power, spatial awareness, and muscle growth. ลำดับความ

0:34

แต่ยังเพิ่มพลังสมอง การรับรู้เชิงพื้นที่ และการเติบโตของกล้ามเนื้อด้วย

ลำดับความ

but also: เพิ่มผลอีกประการของเทสโทสเตอโรน

But also ใช้เพื่อเพิ่มผลกระทบอีกกลุ่มหนึ่งหลังจากกล่าวถึงกลุ่มแรกแล้ว ในประโยคนี้กล่าวก่อนว่าเทสโทสเตอโรนเชื่อมโยงกับความเด่นเหนือผู้อื่นและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม จากนั้นจึงเสริมว่าเทสโทสเตอโรนยังมีผลต่อความสามารถของสมอง การรับรู้เชิงพื้นที่ และการเติบโตของกล้ามเนื้อด้วย But เติมน้ำเสียงที่แสดงความขัดแย้งเล็กน้อยหรือความน่าประหลาดใจให้กับข้อมูลที่เพิ่มเข้ามา ไม่ได้ปฏิเสธผลกระทบกลุ่มแรก แต่สื่อว่ายังมีแง่มุมสำคัญอื่นอีก

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เพิ่มคุณสมบัติที่สองพร้อมความเปรียบต่างหรือความแปลกใจเล็กน้อย The new tablet is light, ____ powerful enough for video editing.

  1. even though
  2. but also
  3. and as a result
ดูคำตอบ

but also

And scientists have found that after watching your team win, ลำดับความ

0:38

และนักวิทยาศาสตร์พบว่า หลังจากดูทีมของคุณคว้าชัย,

levels of testosterone skyrocket, การใช้คำ

0:41

ระดับเทสโทสเตอโรนจะพุ่งสูงขึ้น,

การใช้คำ

skyrocket: เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก

ในที่นี้ skyrocket เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากและในปริมาณมาก” ภาพของจรวดเป็นการเปรียบเปรย ระดับเทสโทสเตอโรนไม่ได้ถูกปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าจริง ๆ คำกริยานี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงดูรุนแรงกว่า rise หรือ increase ที่เป็นกลาง เพราะเน้นทั้งความเร็วและขนาดของการเพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปอดีตของ skyrocket: After the surprise announcement, ticket searches ____ within minutes, rising by 500 percent.

ดูคำตอบ

skyrocketed

especially compared to experiencing a loss. ไวยากรณ์

0:43

โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับตอนที่ต้องเผชิญความพ่ายแพ้

ลำดับความ

scientists have found that: นำเสนอข้อค้นพบจากงานวิจัย

Scientists have found that เป็นกรอบสำหรับนำเสนอหลักฐาน ใช้เพื่อแนะนำผลลัพธ์ที่ได้จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ส่วน that-clause จะบอกเนื้อหาของสิ่งที่ค้นพบ แทนที่จะนำเสนอเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่มีหลักฐานรองรับ ในประโยคนี้ found หมายถึงค้นพบจากการวิจัย ไม่ได้หมายถึงหาของที่หายไป คำว่า have found ในรูป present perfect ยังเชื่อมโยงงานวิจัยในอดีตกับข้อค้นพบที่ยังเกี่ยวข้องในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ scientists have found that เพื่อนำเสนอข้อกล่าวอ้างที่อิงจากงานวิจัย

  1. Scientists have found a lost key in the lab.
  2. Scientists have found that regular sleep helps memory.
  3. I have found that regular sleep helps memory.
ดูคำตอบ

Scientists have found that regular sleep helps memory.

ไวยากรณ์

compared to experiencing a loss: การเปรียบเทียบด้วยรูป -ing

Compared to นำเสนอเกณฑ์อ้างอิงที่ใช้พิจารณาข้อความก่อนหน้า โดย experiencing a loss คืออีกสถานการณ์หนึ่งที่ใช้เทียบเพื่อพิจารณาระดับเทสโทสเตอโรนที่สูงกว่า ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมาย infinitive ดังนั้นคำกริยาหลัง to จึงต้องอยู่ในรูป -ing และทำหน้าที่คล้ายวลีคำนาม โดยใช้ compared to experiencing ไม่ใช่ compared to experience

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วย compared to ตามด้วยรูป -ing ของ wait: Booking online was easy ____ in line at the office.

ดูคำตอบ

compared to waiting

Funnily enough, this has even been documented in politics. โน้ต

0:45

ที่น่าสนใจก็คือ ปรากฏการณ์นี้ยังมีการบันทึกไว้แม้กระทั่งในแวดวงการเมือง

ลำดับความ

Funnily enough ในฐานะคำเชื่อมที่แสดงความประหลาดใจ

“Funnily enough” เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่วางต้นประโยค เพื่อบอกว่าข้อเท็จจริงถัดไปน่าประหลาดใจ น่าสนใจ หรือเป็นเรื่องบังเอิญ ในที่นี้ วลีดังกล่าวเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับการเปลี่ยนจากหัวข้อก่อนหน้าไปสู่หลักฐานในแวดวงการเมืองอย่างคาดไม่ถึง “Funnily” ไม่ได้หมายความว่าข้อเท็จจริงนั้นต้องตลกจนหัวเราะออกมาเสมอไป วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายและเพิ่มท่าทีที่รู้สึกขบขันหรือประหลาดใจเล็กน้อยของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง “Funnily enough” ทำหน้าที่หลักอะไร

  1. นำเสนอข้อเท็จจริงถัดไปว่าน่าประหลาดใจหรือน่าสนใจด้วยท่าทีเบา ๆ
  2. แสดงว่าข้อเท็จจริงถัดไปยังไม่ได้รับการตรวจสอบ
  3. รับรองว่าข้อความถัดไปจะเป็นเรื่องตลก
ดูคำตอบ

นำเสนอข้อเท็จจริงถัดไปว่าน่าประหลาดใจหรือน่าสนใจด้วยท่าทีเบา ๆ

การใช้คำ

has even been documented: หลักฐานใน present perfect รูปถูกกระทำ

ใน “has even been documented” ส่วน has ... been documented เป็น present perfect รูปถูกกระทำ ซึ่งมีโครงสร้าง has + been + คำกริยาช่องที่สาม โครงสร้างนี้บอกว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวได้รับการบันทึกหรือสังเกตในช่วงใดช่วงหนึ่งก่อนปัจจุบัน และหลักฐานนั้นเกี่ยวข้องกับการอภิปรายตอนนี้ โดยไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้บันทึก ในที่นี้ documented หมายถึงมีบันทึกอย่างเป็นระบบ การสังเกต หรือผลการศึกษาที่ตีพิมพ์แล้วเป็นหลักฐานสนับสนุน ไม่ใช่เพียงแค่ถูกเขียนไว้ในเอกสาร Even ทำให้การเมืองเป็นอีกขอบเขตหนึ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะพบหลักฐานนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างระมัดระวังว่ามีหลักฐานที่ถูกบันทึกไว้จนถึงปัจจุบัน พร้อมเน้นสภาพแวดล้อมเพิ่มเติมที่น่าประหลาดใจ

  1. The effect has even been documented in small online groups.
  2. The effect has even been proven to occur in small online groups.
  3. The effect has even occurred in small online groups.
ดูคำตอบ

The effect has even been documented in small online groups.

During the 2008 US election, วัฒนธรรม

0:48

ระหว่างการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2008,

males who voted for Obama were found to have much higher levels of testosterone after he won ไวยากรณ์

0:51

พบว่าหลังจากโอบามาชนะ ผู้ชายที่ลงคะแนนให้เขามีระดับเทสโทสเตอโรนสูงกว่ามาก

ไวยากรณ์

โครงสร้างรายงานแบบกรรมวาจก “were found to have”

ใน “were found to have” คำว่า found ไม่ได้หมายถึงถูกค้นพบในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง โครงสร้างกรรมวาจก ประธาน + was/were found to + คำกริยา หมายความว่าการศึกษา การทดสอบ หรือการตรวจสอบแสดงให้เห็นบางอย่างเกี่ยวกับประธาน ในที่นี้ การศึกษาแสดงว่าผู้ชายเหล่านั้นมีระดับเทสโทสเตอโรนสูงกว่า โครงสร้างนี้วางคนหรือผลลัพธ์ไว้ข้างหน้าและไม่ระบุชื่อนักวิจัย จึงพบได้บ่อยในรายงานที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมรายงานการวิจัยแบบเป็นทางการนี้ด้วยโครงสร้างจากบทเรียน: In the study, children who slept longer ____ better concentration in the morning.

ดูคำตอบ

were found to have

than those who voted for McCain.

0:55

เมื่อเทียบกับผู้ที่ลงคะแนนให้แมคเคน

วัฒนธรรม

การเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2008: โอบามาและแมคเคน

“2008 US election” ในที่นี้หมายถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2008 บารัก โอบามาและจอห์น แมคเคนเป็นผู้สมัครหลักสองคน และโอบามาเป็นผู้ชนะ เนื่องจากโอบามาเป็นผู้ชนะ “he won” จึงหมายถึงโอบามา ประโยคนี้เปรียบเทียบผู้ชายที่สนับสนุนผู้สมัครที่ชนะกับผู้ชายที่สนับสนุนแมคเคนซึ่งเป็นผู้สมัครที่แพ้

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายชื่อบุคคลและสิ่งที่คำในประโยคอ้างถึงได้ถูกต้อง?

  1. โอบามาและแมคเคนเป็นผู้ลงคะแนนในการแข่งขันกีฬา
  2. โอบามาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2008 และแมคเคนเป็นคู่แข่งหลักของเขา
  3. แมคเคนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2008 และโอบามาเป็นคู่แข่งหลักของเขา
ดูคำตอบ

โอบามาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2008 และแมคเคนเป็นคู่แข่งหลักของเขา

When your favorite athlete takes home the gold, สำนวน

0:57

เมื่อนักกีฬาคนโปรดของคุณคว้าเหรียญทองกลับบ้าน,

สำนวน

takes home the gold: คว้ารางวัลสูงสุด

ในสำนวนกีฬานี้ takes home the gold หมายถึงชนะเหรียญทองหรือได้อันดับหนึ่ง ส่วน the gold หมายถึงเหรียญทองและตำแหน่งแชมป์ รูปแบบนี้เปลี่ยนได้เป็น take/takes/took home the gold ตามประธานและเวลา จุดสำคัญคือการได้ผลการแข่งขันสูงสุด ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของสีทองกลับบ้านจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงได้อันดับหนึ่ง: Maya finished ahead of every other swimmer and ____.

ดูคำตอบ

took home the gold

a surge of dopamine is also released. วลี

0:59

โดพามีนปริมาณมากก็จะหลั่งออกมาด้วย

วลี

a surge of dopamine: โดพามีนเพิ่มขึ้นอย่างมากและฉับพลัน

นามวลี a surge of dopamine หมายถึงปริมาณโดพามีนที่หลั่งออกมาเพิ่มขึ้นอย่างมากและฉับพลัน คำว่า surge เน้นการพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่การมีโดพามีนอยู่ รูปแบบ a surge of + คำนาม สามารถนำไปใช้เพื่อบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งปรากฏขึ้นเป็นจำนวนมากอย่างฉับพลัน เช่น a surge of energy หรือ a surge of requests

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงปริมาณมากที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน: After the winning goal, the fans felt ____ excitement.

ดูคำตอบ

a surge of

This biological rush activates pleasure centers in the brain การใช้คำ

1:01

กระแสทางชีวภาพอันพลุ่งพล่านนี้กระตุ้นศูนย์ความพึงพอใจในสมอง

while increasing memory and learning. ไวยากรณ์

1:03

พร้อมกับเสริมความจำและการเรียนรู้

การใช้คำ

Biological rush: ความตื่นตัวทางร่างกายที่พุ่งขึ้นฉับพลัน

ในที่นี้ biological rush เป็นวลีคำนามที่หมายถึงความตื่นเต้นทางร่างกายซึ่งพุ่งขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรงจากกระบวนการทางชีวภาพ คำว่า rush เรียกการพุ่งขึ้นของความรู้สึกนั้นเอง ไม่ได้หมายความว่าใครกำลังรีบ คำว่า biological บอกว่าความรู้สึกนี้มีที่มาจากการเปลี่ยนแปลงในร่างกายและสมอง ความหมายนี้ของ rush ยังพบในสำนวนอย่าง a rush of excitement และ an adrenaline rush

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ biological rush หมายถึงอะไร

  1. ความจำเป็นต้องเรียนชีววิทยาอย่างรวดเร็ว
  2. ปฏิกิริยาทางร่างกายที่ฉับพลันและรุนแรง
  3. อาคารที่ใช้ทำการวิจัยทางชีววิทยา
ดูคำตอบ

ปฏิกิริยาทางร่างกายที่ฉับพลันและรุนแรง

การใช้คำ

Pleasure centers in the brain ในภาษาวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไป

ในภาษาวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไป pleasure centers in the brain หมายถึงบริเวณหรือเครือข่ายในสมองที่เกี่ยวข้องกับรางวัลและความรู้สึกพึงพอใจ คำว่า centers เป็นชื่อเรียกกว้าง ๆ ตามหน้าที่ ไม่ใช่อาคาร และไม่จำเป็นต้องหมายถึงจุดเดียวที่มีขอบเขตชัดเจน ควรเข้าใจวลีพหูพจน์นี้ว่าเป็นการสรุปแบบเข้าใจง่ายของสมองหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับรางวัล

แบบฝึกหัด

ในงานเขียนวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไป pleasure centers in the brain มักหมายถึงอะไร

  1. บริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับรางวัลและความรู้สึกพึงพอใจ
  2. อวัยวะชิ้นเดียวที่มีรูปร่างเหมือนห้องอยู่ในสมอง
  3. คลินิกที่รักษาความผิดปกติของสมอง
ดูคำตอบ

บริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับรางวัลและความรู้สึกพึงพอใจ

ไวยากรณ์

while increasing memory and learning: การกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

ในที่นี้ while increasing memory and learning เพิ่มผลอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับผลหลัก ประธานที่เข้าใจได้ของ increasing คือ This biological rush ดังนั้นการตอบสนองนี้จึงทั้งกระตุ้นศูนย์ความพึงพอใจและเพิ่มความจำกับการเรียนรู้ โครงสร้าง while + -ing ใช้เชื่อมการกระทำหรือผลสองอย่างโดยไม่ต้องกล่าวประธานซ้ำ มักพบในคำอธิบายที่กระชับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างแบบกระชับ while + -ing ได้ถูกต้อง?

  1. โครงสร้างเป้าหมาย: The fan cools the room while using little energy.
  2. รูปที่ไม่ถูกต้อง: The fan cools the room while use little energy.
  3. รูปที่ไม่ถูกต้อง: The fan cools the room while it using little energy.
ดูคำตอบ

โครงสร้างเป้าหมาย: The fan cools the room while using little energy.

This increased memory helps explain why some people continue to watch sports. วลี

1:05

ความจำที่ดีขึ้นนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมบางคนจึงยังคงดูกีฬาต่อไป

วลี

helps explain why: ช่วยอธิบายเหตุผลส่วนหนึ่ง

ในที่นี้ helps explain why หมายถึงช่วยให้เหตุผลส่วนหนึ่งว่าทำไมบางสิ่งจึงเกิดขึ้น ความจำที่เพิ่มขึ้นถูกนำเสนอเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจช่วยให้เราเข้าใจว่าทำไมบางคนจึงดูกีฬาต่อไป ไม่ได้ถูกกล่าวว่าเป็นสาเหตุเดียว โครงสร้างคือ ประธาน + helps + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น increased memory helps explain แล้วตามด้วยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย why โครงสร้างนี้เชื่อมข้อสังเกตหรือหลักฐานเข้ากับผลลัพธ์อย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้คำอธิบายอย่างระมัดระวังว่าปัจจัยหนึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเหตุผล?

  1. คำอธิบายบางส่วน: Bright signs help explain why the store stays busy at night.
  2. สาเหตุโดยตรง: Bright signs cause the store to stay busy at night.
  3. หลักฐานที่หนักแน่น: Bright signs prove that the store stays busy at night.
ดูคำตอบ

คำอธิบายบางส่วน: Bright signs help explain why the store stays busy at night.

They're looking to recreate the physiological excitement they can't seem to forget. โน้ต

1:09

พวกเขาพยายามสร้างความตื่นเต้นทางสรีรวิทยาที่ดูเหมือนจะลืมไม่ลงขึ้นมาอีกครั้ง

การใช้คำ

looking to recreate: มุ่งสร้างบางสิ่งให้เกิดขึ้นอีกครั้ง

ในประโยคนี้ looking to recreate หมายถึง “พยายามหรือตั้งใจทำให้เกิดขึ้นอีกครั้ง” โครงสร้าง look to + กริยารูปพื้นฐานในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้ตามอง แต่แสดงเป้าหมายหรือการกระทำที่วางแผนไว้ ส่วน re- ใน recreate ยังคงสื่อความหมายว่า “อีกครั้ง” นั่นคือพวกเขาต้องการให้ความตื่นเต้นแบบเดิมเกิดขึ้นอีก วลีนี้เน้นผลลัพธ์ที่หวังไว้ ไม่ได้รับรองว่าจะสำเร็จ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้พูดถึงความพยายามสร้างความรู้สึก บรรยากาศ ผลกระทบ หรือผลลัพธ์เดิมขึ้นมาใหม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “พยายามทำให้เกิดผลลัพธ์เดิมอีกครั้ง”: After last year's successful event, the organizers are ____ its welcoming atmosphere.

ดูคำตอบ

looking to recreate

ไวยากรณ์

can't seem to forget: แสดงความยากลำบากที่ดำเนินต่อไป

Can't seem to forget หมายถึง “ดูเหมือนจะลืมไม่ได้” หรือในที่นี้พูดอย่างเป็นธรรมชาติกว่าว่า “ยังคงจำได้แม้จะพยายามไม่จำ” การปฏิเสธครอบคลุมแนวคิด seem to forget ทั้งหมด โดย seem ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นกำลังแกล้งทำ Can't seem to + กริยารูปพื้นฐานนำเสนอความยากลำบากในฐานะความรู้สึกของผู้พูดหรือประสบการณ์ที่เกิดซ้ำ เมื่อเทียบกับ can't แบบตรง ๆ โครงสร้างนี้มักฟังดูไม่เด็ดขาดและอิงการสังเกตมากกว่า แต่ยังคงเน้นว่าปัญหานั้นดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมด้วยสำนวนที่เน้นไว้เพื่อแสดงว่าความทรงจำนั้นยังคงอยู่: Years later, I still ____ what she said.

ดูคำตอบ

can't seem to forget

The brain also contains cells called mirror neurons, โน้ต

1:13

สมองยังมีเซลล์ที่เรียกว่าเซลล์ประสาทกระจกเงา,

ไวยากรณ์

cells called mirror neurons: relative clause แบบ passive ที่ย่อรูป

ใน cells called mirror neurons นั้น called mirror neurons เป็นวลี past participle ที่วางไว้หลัง cells วลีนี้ทำหน้าที่ขยาย cells และมีความหมายเท่ากับ cells that are called mirror neurons รูป passive มีความสำคัญ เพราะเซลล์เหล่านี้ได้รับชื่อว่า mirror neurons ส่วน called ไม่ใช่กริยาหลักในรูปอดีตของประโยค กริยาหลักคือ contains

แบบฝึกหัด

ในประโยคเดิม called mirror neurons ทำหน้าที่อะไร?

  1. วลีนี้ขยาย cells และหมายถึง cells that are called mirror neurons
  2. วลีนี้เป็นกริยาหลักรูปอดีตที่บอกว่าเซลล์ทำอะไร
  3. วลีนี้หมายความว่าเซลล์ตะโกนเรียกเซลล์ประสาทอื่น
ดูคำตอบ

วลีนี้ขยาย cells และหมายถึง cells that are called mirror neurons

วัฒนธรรม

mirror neurons: กระจกเงาในเชิงการทำงาน ไม่ใช่ความหมายตรงตัว

เซลล์ประสาทกระจกเงาเป็นแนวคิดทางประสาทวิทยา หมายถึงเซลล์ประสาทที่อาจทำงานทั้งตอนที่คนหนึ่งลงมือทำการกระทำ และตอนที่คนนั้นสังเกตการกระทำบางอย่างของคนอื่น ความรู้พื้นฐานนี้ช่วยให้เข้าใจการพูดถึงความเชื่อมโยงระหว่างการมองเห็นการกระทำกับการเข้าใจผู้อื่น mirror เป็นการเปรียบเทียบด้านการทำงาน ไม่ใช่คำอธิบายรูปร่าง เซลล์ประสาทเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนภาพ แต่ชื่อนี้หมายถึงความสอดคล้องบางส่วนระหว่างกิจกรรมของระบบประสาทตอนลงมือทำกับตอนสังเกต

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ mirror ใน mirror neurons สื่อถึงอะไรได้ถูกต้องที่สุด?

  1. ความสอดคล้องด้านการทำงานระหว่างกิจกรรมทางประสาทบางส่วนตอนลงมือทำและตอนสังเกตการกระทำ
  2. เซลล์ประสาทที่สะท้อนภาพอยู่ภายในสมอง
  3. เซลล์ประสาทที่มีอยู่เฉพาะตอนที่คนมองกระจก
ดูคำตอบ

ความสอดคล้องด้านการทำงานระหว่างกิจกรรมทางประสาทบางส่วนตอนลงมือทำและตอนสังเกตการกระทำ

which are not only activated when completing an action, ไวยากรณ์

1:15

ซึ่งไม่ได้ทำงานเฉพาะตอนที่เราลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง,

but also when viewing it or even hearing it.

1:18

แต่ยังทำงานเมื่อเราเห็นหรือแม้แต่ได้ยินสิ่งนั้นด้วย

ไวยากรณ์

not only ... but also สำหรับการเพิ่มข้อมูลที่ขนานกัน

โครงสร้างคู่สัมพันธ์ not only ... but also ... เชื่อมเงื่อนไขสองอย่างที่ขนานกันภายใต้วลีกริยา are activated ในประโยคนี้ เงื่อนไขแรกคือ when completing an action ส่วนเงื่อนไขที่เพิ่มเข้ามาคือ when viewing it or even hearing it but also ในที่นี้ไม่ได้เริ่มความขัดแย้งที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่แสดงว่าเงื่อนไขที่สองเป็นข้อมูลที่ขยายออกไปจากเงื่อนไขแรก และ even ยังเน้น hearing เพิ่มขึ้นด้วย เมื่อนำโครงสร้างนี้ไปใช้ในสถานการณ์อื่น ควรวางรูปไวยากรณ์ที่สอดคล้องกันไว้หลัง not only และ but also

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนที่เพิ่มบริการอีกอย่างแบบขนานกัน: “The library ____ lends books ____ offers free workshops.”

ดูคำตอบ

not only · but also

ไวยากรณ์

when completing ... / when viewing ...: อนุประโยค when แบบลดรูป

ในวลีที่ไฮไลต์ทั้งสอง when + -ing เป็นอนุประโยคกริยาวิเศษณ์แบบลดรูป รูปที่เต็มกว่าคือ when + ประธาน + be + -ing โดย when completing an action หมายถึงช่วงที่ประธานซึ่งละไว้กำลังทำการกระทำหนึ่ง และส่วนที่สองก็ใช้หลักเดียวกันกับ viewing และ hearing ประธานที่ละไว้คือสิ่งที่ which อ้างถึง ซึ่งก็คือเซลล์ประสาทกระจกเงาในบริบทก่อนหน้า ไม่ใช่ผู้ดูทั่วไปคนใหม่ ดังนั้น completing, viewing และ hearing จึงไม่ใช่กริยาหลักที่แยกจากกัน เมื่อนำไปใช้ในสถานการณ์อื่น ให้ลดรูปอนุประโยคเฉพาะเมื่อประธานที่ละไว้เป็นคนหรือสิ่งเดียวกับประธานของอนุประโยคที่มันขยาย

แบบฝึกหัด

ลดรูปอนุประโยค when ที่ขึ้นต้นประโยค เพราะ Ava เป็นผู้ทำทั้งสองการกระทำ: “When she is cycling to school, Ava wears a helmet.” เขียนเฉพาะอนุประโยคขึ้นต้นที่ลดรูปแล้ว: ____, Ava wears a helmet.

ดูคำตอบ

When cycling to school

Certain mirror neurons will be activated when throwing a ball,

1:20

เซลล์ประสาทกระจกเงาบางส่วนจะทำงานเมื่อเราโยนลูกบอล,

seeing someone throw a ball, ไวยากรณ์

1:23

เมื่อเห็นใครบางคนโยนลูกบอล,

ไวยากรณ์

seeing someone throw a ball: see + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ใน seeing someone throw a ball คำว่า seeing เป็นรูป -ing ของ see หลัง seeing มีกรรม someone แล้วตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน throw โดยไม่มี to someone คือผู้ที่ทำกริยา throw โครงสร้าง see + กรรม + กริยารูปพื้นฐานใช้บอกว่ามองเห็นการโยนลูกบอลเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครบถ้วน ในที่นี้จึงใช้ seeing someone throw ไม่ใช่ seeing someone to throw หรือ seeing someone throws

แบบฝึกหัด

เลือกรูปที่สื่อถึงการกระทำที่เห็นครบถ้วน: I saw Maya ___ the ball across the yard

  1. throwing
  2. to throw
  3. throws
  4. throw
ดูคำตอบ

throw

or even hearing the word ball. ลำดับความ

1:24

หรือแม้แต่ได้ยินคำว่า “ลูกบอล”

ลำดับความ

การใช้ or even ในรายการที่ไล่ระดับ

or even ใช้นำรายการสุดท้ายให้เป็นความเป็นไปได้ที่น่าประหลาดใจกว่าหรือสุดขั้วกว่าเดิม or เชื่อมตัวเลือก ส่วน even เพิ่มน้ำหนักแบบไล่ระดับ เพื่อบอกว่าตัวอย่างสุดท้ายเกินกว่าที่ผู้ฟังคาดไว้ ในประโยคนี้ ตัวอย่างไล่จากการโยนลูกบอล ไปสู่การเห็นคนอื่นโยนลูกบอล และต่อไปถึงการได้ยินเพียงคำว่า ball or even ทำให้ขั้นสุดท้ายเด่นขึ้นว่าเป็นความเป็นไปได้ที่น่าทึ่งและตรงน้อยที่สุด

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ทำให้รายการสุดท้ายเป็นตัวเลือกที่น่าประหลาดใจกว่าเดิม: The small device can count steps, track sleep, ___ translate short messages

  1. and even
  2. but even
  3. or ever
  4. or even
ดูคำตอบ

or even

It's the reason we can put ourselves in another's shoes สำนวน

1:27

นี่คือเหตุผลที่เราสามารถเอาใจเขามาใส่ใจเราได้

สำนวน

put ourselves in another's shoes: ลองมองจากมุมของคนอื่น

put ourselves in another's shoes เป็นสำนวน หมายถึงการจินตนาการว่าคนอื่นกำลังพบเจออะไร เพื่อให้เราเข้าใจความรู้สึกหรือมุมมองของคนนั้น ในที่นี้ ourselves หมายถึงผู้พูดและกลุ่มของผู้พูด ส่วน another's shoes หมายถึงสถานการณ์ของคนอื่น ไม่ใช่รองเท้าจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ put yourself in another's shoes หมายความว่าอย่างไร

  1. สวมรองเท้าจริงของคนอื่น
  2. บรรยายเสื้อผ้าของคนอื่น
  3. ทำให้คนอื่นเห็นด้วยกับคุณ
  4. พยายามเข้าใจความรู้สึกและสถานการณ์ของคนอื่น
ดูคำตอบ

พยายามเข้าใจความรู้สึกและสถานการณ์ของคนอื่น

and why we experience a similar emotional and physical reaction to somebody else winning. ไวยากรณ์

1:29

และเป็นเหตุผลที่เรามีปฏิกิริยาทางอารมณ์และร่างกายคล้ายกันเมื่อเห็นคนอื่นชนะ

ไวยากรณ์

reaction to somebody else winning: ปฏิกิริยาต่อการชนะของคนอื่น

reaction to somebody else winning หมายถึงการตอบสนองทางอารมณ์หรือทางร่างกายต่อเหตุการณ์ที่คนอื่นชนะ โครงสร้างสำคัญคือ reaction to ตามด้วยเหตุการณ์ที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม โดยมีบุพบท to ตามด้วยอนุประโยค -ing somebody else winning ในอนุประโยคนี้ somebody else เป็นประธานตามความหมายของ winning คนที่ชนะไม่ใช่ we แต่ we คือคนที่มีปฏิกิริยา

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมในประโยคนี้ได้ถูกต้อง She had a strong reaction to ___

  1. somebody else to win
  2. somebody else won
  3. somebody else win
  4. somebody else winning
ดูคำตอบ

somebody else winning

In fact,

1:34

อันที่จริง,

scientists monitoring both athletes and spectators see the same parts of the brain activated, ไวยากรณ์

1:34

นักวิทยาศาสตร์ที่ติดตามทั้งนักกีฬาและผู้ชมพบว่าสมองส่วนเดียวกันถูกกระตุ้น,

ไวยากรณ์

scientists monitoring both athletes and spectators: วลี -ing ที่ขยาย scientists

คำนามหลักคือ scientists วลี -ing monitoring both athletes and spectators ที่ตามหลังมาบอกว่าหมายถึงนักวิทยาศาสตร์กลุ่มใด และสามารถเขียนแบบเต็มได้ว่า scientists who are monitoring both athletes and spectators เพราะ monitoring เป็นส่วนหนึ่งของวลีที่ใช้ขยายคำนาม จึงไม่ใช่กริยาหลักของอนุประโยค กริยาหลักคือ see กล่าวคือ นักวิทยาศาสตร์มองเห็นบางสิ่ง การหาคำนามหลักก่อนช่วยให้ตามโครงสร้างประโยคยาวในข่าวและบทความวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ใน “Researchers studying sleep patterns notice a change” คำใดเป็นกริยาหลักของอนุประโยคทั้งหมด

  1. Researchers
  2. notice
  3. studying
ดูคำตอบ

notice

ไวยากรณ์

see the same parts of the brain activated: see + กรรม + past participle

ในที่นี้ see ตามด้วยกรรม the same parts of the brain และกริยารูป past participle คือ activated คำว่า activated อธิบายสิ่งที่สังเกตเห็นเกี่ยวกับสมองส่วนเหล่านั้น นั่นคือสมองอยู่ในสภาพที่ถูกกระตุ้น นักวิทยาศาสตร์เป็นผู้มองเห็น แต่ส่วนต่าง ๆ ของสมองเป็นฝ่ายรับการกระตุ้น activated ไม่ใช่กริยาหลักตัวที่สองที่อยู่คู่กับ see โครงสร้าง see + กรรม + past participle ใช้บอกการกระทำหรือสภาพที่เราสังเกตเห็นว่าเกิดกับกรรม

แบบฝึกหัด

ประโยค “Mia saw the door pushed open” หมายความว่าอย่างไร

  1. ประตูมองเห็นมีอา
  2. มีอาเป็นคนผลักประตูให้เปิดเอง
  3. มีอาเห็นประตูถูกผลักให้เปิด
ดูคำตอบ

มีอาเห็นประตูถูกผลักให้เปิด

as if the viewer were playing the game. ไวยากรณ์

1:39

ราวกับว่าผู้ชมกำลังเป็นคนลงแข่งเอง

ไวยากรณ์

as if the viewer were playing: การเปรียบเทียบที่ไม่เป็นจริง

ใน as if the viewer were playing the game คำว่า as if ใช้เปรียบเทียบกิจกรรมของสมองที่สังเกตพบกับสถานการณ์สมมุติ ผู้ชมไม่ได้กำลังเล่นจริง ๆ แต่กิจกรรมของสมองคล้ายกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหากผู้ชมเป็นผู้เล่นเอง Were แสดงระยะห่างจากความเป็นจริง นี่คือการใช้ be ในรูปที่ไม่เป็นจริงหรือรูปสมมุติ จึงใช้ were กับประธานเอกพจน์อย่าง the viewer ได้ โดยไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์จริงในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย as if และรูปไม่เป็นจริงแบบทางการของ be: He describes the rescue ____ there himself.

ดูคำตอบ

as if he were

From an evolutionary perspective, ลำดับความ

1:41

จากมุมมองทางวิวัฒนาการ,

this allows us to understand the mental states of others

1:42

สิ่งนี้ช่วยให้เราเข้าใจสภาวะทางจิตใจของผู้อื่น

ลำดับความ

From an evolutionary perspective: การวางกรอบมุมมอง

From an evolutionary perspective เป็นกรอบที่ระบุมุมมอง โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปจะอธิบายปรากฏการณ์ในแง่วิวัฒนาการ เช่น ความสามารถหนึ่งอาจช่วยการอยู่รอดหรือความเข้าใจทางสังคมได้อย่างไร แทนที่จะอธิบายจากทุกมุมที่เป็นไปได้ เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้ช่วยจัดระเบียบข้อโต้แย้งด้วยการแจ้งพื้นฐานของการตีความที่จะตามมา เครื่องหมายจุลภาคแยกกรอบมุมมองนี้ออกจากประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบมุมมองที่ใช้ evolutionary: ____, cooperation may have helped early humans survive.

ดูคำตอบ

From an evolutionary perspective

and interpret their actions and intentions,

1:45

และตีความการกระทำและเจตนาของพวกเขา,

as well as empathize with them. วลี

1:47

รวมทั้งเห็นอกเห็นใจพวกเขา

วลี

การเพิ่มรายการสุดท้ายด้วย as well as

ในประโยคนี้ as well as เพิ่มความสามารถอีกอย่างหนึ่งต่อจาก understand และ interpret ที่กล่าวไปก่อนหน้า นั่นคือ empathize มีความหมายประมาณว่า “และยัง” หรือ “นอกเหนือจาก” โดยสิ่งที่ตามหลังมักถูกนำเสนอเป็นข้อมูลเพิ่มเติม รูปที่เชื่อมกันควรอยู่ในรูปแบบเดียวกัน ที่นี่ understand, interpret และ empathize เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่อยู่ภายใต้โครงสร้าง allows us to ทั้งหมด ดังนั้น as well as empathize จึงเข้ากับโครงสร้างประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำที่เพิ่มกิจกรรมสุดท้ายอีกหนึ่งอย่าง: The program teaches reading and writing, ____ public speaking.

ดูคำตอบ

as well as

วลี

การใช้ empathize with someone

Empathize with someone หมายถึงการเข้าใจและจินตนาการว่าตนเองร่วมรู้สึกถึงอารมณ์หรือประสบการณ์ของบุคคลนั้น ใน empathize with them คำว่า them หมายถึงบุคคลอื่นที่เรากำลังทำความเข้าใจ รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ empathize with + person เช่น empathize with her, empathize with them หรือ empathize with people in that situation การเห็นอกเห็นใจไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเห็นด้วย คุณอาจเข้าใจความรู้สึกของใครบางคนได้แม้จะตัดสินเรื่องนั้นต่างออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ empathize และคำบุพบทที่ถูกต้อง: I disagree with Leo's decision, but after hearing his story, I can ____ him.

ดูคำตอบ

empathize with

It also helps to explain why we find such pleasure and excitement วลี

1:49

นอกจากนี้ยังช่วยอธิบายว่าทำไมเราจึงรู้สึกเพลิดเพลินและตื่นเต้นมาก

in seeing our favorite team or athlete become a champion.

1:52

เมื่อเห็นทีมหรือนักกีฬาคนโปรดของเราก้าวขึ้นเป็นแชมป์

วลี

find such pleasure and excitement in seeing: รู้สึกยินดีและตื่นเต้นมากจากการได้เห็น

ในที่นี้ find หมายถึง “รู้สึก” ไม่ใช่ “ค้นพบ” โครงสร้าง find + คำนามแสดงความรู้สึก + in + รูป -ing ใช้บอกกิจกรรมหรือเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกนั้น such เน้นระดับของ pleasure and excitement ซึ่งเป็นความรู้สึกสองอย่างที่เชื่อมด้วย and เนื่องจาก in เป็นคำบุพบท see ที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ seeing

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้ในโครงสร้าง find pleasure in doing ให้สมบูรณ์: Lena finds great pleasure ____ drawing animals after school.

ดูคำตอบ

in

Curiously, ลำดับความ

1:54

ที่น่าแปลกก็คือ

scientists have found that some people have problems with this mirror neuron system.

1:55

นักวิทยาศาสตร์พบว่าบางคนมีปัญหากับระบบเซลล์ประสาทกระจกเงานี้

ลำดับความ

Curiously, ในฐานะคำแสดงความคิดเห็นที่ต้นประโยค

ในที่นี้ Curiously เป็นคำวิเศษณ์ที่แสดงความคิดเห็นต่อทั้งประโยค โดยบอกว่าข้อเท็จจริงที่ตามมานั้นเหนือความคาดหมายหรือน่าสนใจ เมื่อวางไว้ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค คำนี้จะบอกว่าข้อมูลกำลังเปลี่ยนไปสู่ประเด็นที่น่าประหลาดใจ ไม่ได้อธิบายว่านักวิทยาศาสตร์ทำสิ่งนั้นด้วยวิธีใด

แบบฝึกหัด

ใน “Curiously, scientists have found that some people have problems with this mirror neuron system,” คำว่า Curiously ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าคนที่มีปัญหานั้นเป็นคนอยากรู้อยากเห็น
  2. บอกว่านักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
  3. บอกว่าข้อค้นพบทั้งหมดน่าประหลาดใจหรือควรให้ความสนใจ
ดูคำตอบ

บอกว่าข้อค้นพบทั้งหมดน่าประหลาดใจหรือควรให้ความสนใจ

This renders them unable to empathize with others, ไวยากรณ์

1:59

ปัญหานี้ทำให้พวกเขาไม่สามารถเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้,

ไวยากรณ์

renders them unable to...: render + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน “renders them unable to empathize with others,” คำว่า render ใช้ในโครงสร้าง render + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย renders เป็นคำกริยา them เป็นกรรม และ unable บอกสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลตามมา ในที่นี้หมายความว่า ปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้ คำกริยารูป to-infinitive หลัง unable ระบุการกระทำที่พวกเขาทำไม่ได้ นั่นคือ unable to empathize โดยทั่วไป โครงสร้างแสดงเหตุนี้ใช้บอกว่าบางสิ่งทำให้คนหรือสิ่งของอยู่ในสภาพหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ render และคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ไม่สามารถ”: The injury ____ him ____ to walk for several weeks.

ดูคำตอบ

rendered · unable

leading to some social disorders.

2:01

จนนำไปสู่ความผิดปกติทางสังคมบางอย่าง

At the extreme ends,

2:03

ในกรณีที่รุนแรงสุดขั้ว,

serial killers have been found to lack this mirror neuron system.

2:04

พบว่าฆาตกรต่อเนื่องขาดระบบเซลล์ประสาทกระจกเงานี้

Science says our obsession with sports

2:07

วิทยาศาสตร์ชี้ว่า ความหมกมุ่นกับกีฬาของเรา

may be a great example of our adapted hormonal and neuronal systems at work สำนวน

2:09

อาจเป็นตัวอย่างชั้นเยี่ยมที่แสดงให้เห็นว่าระบบฮอร์โมนและระบบเซลล์ประสาทที่ปรับตัวผ่านวิวัฒนาการกำลังทำงานอยู่ในตัวเรา

สำนวน

at work: ระบบเบื้องหลังที่กำลังสร้างผลกระทบ

ในที่นี้ at work ไม่ได้หมายถึง “อยู่ที่สถานที่ทำงาน” แต่หมายถึง “กำลังทำงาน” หรือ “กำลังสร้างผลกระทบอย่างชัดเจน” วลีนี้นำเสนอระบบฮอร์โมนและระบบประสาทที่ปรับตัวแล้วว่าเป็นกลไกที่เราสังเกตผลได้จากความสนใจของผู้คนที่มีต่อกีฬา การใช้นี้มักอยู่หลังคำนาม เช่น forces at work, a principle at work หรือ a system at work ช่วยให้ผู้พูดชี้ถึงสาเหตุหรือกระบวนการเบื้องหลังที่ปรากฏให้เห็นผ่านตัวอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “กำลังสร้างผลกระทบอย่างชัดเจน”: In this experiment, we can see natural selection ____.

ดูคำตอบ

at work

keeping us connected as the human race. สำนวน

2:13

เพื่อคอยเชื่อมโยงพวกเราในฐานะเผ่าพันธุ์มนุษย์เข้าด้วยกัน

While watching humans race.

2:15

ขณะที่เราดูมนุษย์แข่งขันกัน

สำนวน

the human race ... humans race: หน้าที่ทางไวยากรณ์สองแบบของ race

ใน “the human race” คำว่า race เป็นคำนามในวลีตายตัวที่หมายถึงมนุษย์ทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันวิ่งในที่นี้ ใน “humans race” คำว่า humans เป็นประธาน ส่วน race เป็นคำกริยาที่หมายถึงแข่งขันด้วยการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว การใช้คำเดิมซ้ำแต่เปลี่ยนหน้าที่ทางไวยากรณ์และความหมายทำให้เกิดการเล่นคำ และพาแนวคิดกลับมาที่กีฬา

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ “the human race. While watching humans race.” เป็นการเล่นคำ?

  1. ทั้งสองส่วนหมายถึงทุกคนกำลังวิ่งในการแข่งขันเดียวกัน
  2. “the human race” หมายถึงมนุษย์ทั้งหมด ส่วน “humans race” หมายถึงผู้คนแข่งขันกันด้วยการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
  3. “race” หมายถึงการแข่งขันกีฬาในทั้งสองส่วน
ดูคำตอบ

“the human race” หมายถึงมนุษย์ทั้งหมด ส่วน “humans race” หมายถึงผู้คนแข่งขันกันด้วยการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว

Don't forget we have a new video out every day during the Olympics.

2:18

อย่าลืมว่าเรามีวิดีโอใหม่ออกมาทุกวันตลอดช่วงโอลิมปิก

But if you can't wait,

2:21

แต่ถ้าคุณรอไม่ไหว,

head to cbc.ca/olympics/ScienceSays for more.

2:22

ไปที่ cbc.ca/olympics/ScienceSays เพื่อดูเพิ่มเติม

Keep asking those burning questions with the hashtag สำนวน

2:25

มาถามคำถามคาใจเหล่านั้นกันต่อด้วยแฮชแท็ก

สำนวน

burning questions: คำถามเร่งด่วนหรือคำถามที่น่าสนใจอย่างมาก

Burning questions ไม่ได้หมายถึงคำถามที่กำลังติดไฟ คำว่า burning ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงคำถามที่สำคัญ เร่งด่วน หรือน่าสนใจมากจนผู้คนอยากรู้คำตอบอย่างยิ่ง ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวกระตุ้นให้ผู้ชมถามคำถามวิทยาศาสตร์ที่พวกเขาอยากหาคำตอบมากที่สุดต่อไป รูปเอกพจน์คือ burning question และรูปพหูพจน์คือ burning questions

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตรงตามที่เรียน ซึ่งหมายถึงคำถามสำคัญที่ทุกคนอยากรู้คำตอบอย่างมาก: Why the class plant stopped growing is our ____.

ดูคำตอบ

burning question

ScienceSays and subscribe for more awesome science videos.

2:28

ScienceSays และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์เจ๋ง ๆ เพิ่มเติม