วิทยาศาสตร์เน้นๆ: ฟิสิกส์ของการตีลูกฮอกกี้แบบสแลปช็อตในโหมดสโลว์โมชั่น - Smarter Every Day 112: บทเรียนภาษาอังกฤษ

SmarterEveryDay

ความยากในการเรียน
1,116 คำ 239 คำ/นาที

คำอธิบาย: ภาพความเร็วสูงและการวัดการโก่งตัวแสดงว่าทำไม slap shot จึงตีน้ำแข็งก่อน ไม้ปล่อยพลังงานอย่างไร และแตกตรงไหนเมื่อรับแรงร่วมกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. rite of passage — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: เข้าใจมุกที่มองการเสียฟันเป็นการเข้าสู่วัฒนธรรมฮอกกี้ ไม่ใช่ข้อกำหนดจริงหรือพิธีตามตัวอักษร 2. not just ... but also — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เชื่อมปัจจัยด้านจังหวะสองอย่าง และเน้นทั้งเวลาปล่อยพลังงานกับตำแหน่งที่ไม้กระทบน้ำแข็ง 3. sticking with me — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจคำขอบคุณที่ติดตามต่อ พร้อมจับการเล่นคำส่งท้ายด้วย hockey stick

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey, it's me Destin and welcome back to Smarter Every Day.

0:03

เฮ้ ผมเดสติน ยินดีต้อนรับกลับสู่ Smarter Every Day

So, it might surprise you to know that we have hockey at the university that I went to. ลำดับความ

0:05

คุณอาจจะแปลกใจถ้าได้รู้ว่ามหาวิทยาลัยที่ผมเคยเรียนมีทีมฮอกกี้ด้วย

ลำดับความ

it might surprise you to know that ...: เกริ่นข้อเท็จจริงที่คาดไม่ถึง

โครงสร้าง it might surprise you to know that ใช้เกริ่นให้ผู้ฟังเตรียมใจกับข้อเท็จจริงที่อาจคาดไม่ถึง ในประโยคนี้โครงสร้างดังกล่าวนำเสนอข้อมูลว่ามหาวิทยาลัยที่ผู้พูดเคยเรียนมีทีมฮอกกี้ ทำให้เกิดความน่าสนใจก่อนบอกข้อเท็จจริง คำว่า might บอกถึงปฏิกิริยาประหลาดใจของผู้ฟัง ไม่ได้บอกว่าการมีทีมฮอกกี้นั้นไม่แน่นอน ผู้พูดอาจมั่นใจในข้อเท็จจริง เพียงคาดคะเนปฏิกิริยาของผู้ฟังอย่างนุ่มนวล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้เพื่อแนะนำข้อเท็จจริงที่แน่นอนแต่คาดไม่ถึง

  1. You might surprise the museum to know our town has one.
  2. It might surprise you to know that our town has a submarine museum.
  3. It might surprise our town that you know the museum.
  4. Our town might have a submarine museum, and that may surprise you.
ดูคำตอบ

It might surprise you to know that our town has a submarine museum.

Anyway, today we're going to talk about the physics of a slap shot.

0:08

เอาเป็นว่า วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องฟิสิกส์ของการตีลูกแบบสแล็ปช็อต

Get smarter every day.

0:11

ฉลาดขึ้นทุกวัน

No way, you're missing a tooth? น้ำเสียง/เจตนา

0:21

ไม่จริงน่า ฟันคุณหักเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

No way, ...: แสดงปฏิกิริยาประหลาดใจอย่างมาก

No way! เป็นคำอุทานแบบไม่เป็นทางการที่แสดงความประหลาดใจหรือไม่อยากเชื่ออย่างมาก ในประโยคนี้ผู้พูดเห็นว่ามีคนฟันหายไปหนึ่งซี่ จึงมีความหมายประมาณว่า ไม่น่าเชื่อเลย ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ามันเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากวางไว้หน้าคำถาม วลีนี้จึงแสดงปฏิกิริยาทางอารมณ์ของผู้พูดก่อน ส่วน you're missing a tooth? ใช้ถามเพื่อยืนยัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค No way, you won the contest on your first try? คำว่า No way แสดงอะไร

  1. การปฏิเสธอย่างเป็นทางการ
  2. การถามทางอย่างสงบ
  3. ความประหลาดใจหรือไม่อยากเชื่ออย่างมาก
  4. ไม่มีเส้นทางตามความหมายตรงตัว
ดูคำตอบ

ความประหลาดใจหรือไม่อยากเชื่ออย่างมาก

That's so stereotypical hockey player.

0:24

นั่นมันภาพจำของนักฮอกกี้ชัดๆ

Can I see it?

0:26

ขอดูหน่อยได้ไหม?

When did you get your tooth knocked out? ไวยากรณ์

0:27

ฟันคุณโดนกระแทกหลุดไปตอนไหน?

ไวยากรณ์

get your tooth knocked out: get + กรรม + กริยาช่อง 3

ใน get your tooth knocked out โครงสร้างคือ get + กรรม + กริยาช่อง 3 กรรมคือ your tooth ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกกระทำ โดยมีคนหรือบางสิ่งกระแทกจนฟันหลุด ในที่นี้ get นำเสนอเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นกับเจ้าตัว คำถามถามว่าอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นเมื่อไร ไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวจัดการให้มีคนถอนฟันออก

แบบฝึกหัด

ใน “He got his tooth knocked out during the game,” โครงสร้างนี้มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?

  1. คนนั้นได้รับฟันทดแทน
  2. คนนั้นนัดให้ทันตแพทย์ถอนฟัน
  3. แรงกระแทกทำให้ฟันของคนนั้นหลุด
ดูคำตอบ

แรงกระแทกทำให้ฟันของคนนั้นหลุด

3 years ago.

0:29

3 ปีที่แล้ว

3 what?

0:30

3 อะไรนะ?

3 and 1/2 years ago.

0:31

3 ปีครึ่งที่แล้ว

That's awesome, dude.

0:32

เจ๋งไปเลยพวก

Is it like a rite of passage that you have to lose a tooth in order to play hockey? โน้ต

0:34

มันเป็นเหมือนพิธีกรรมก้าวผ่านวัยเลยไหม ที่คุณต้องเสียฟันไปเพื่อที่จะเล่นฮอกกี้?

วัฒนธรรม

rite of passage ในฐานะหมุดหมายเชิงขบขัน

A rite of passage คือเหตุการณ์ พิธี หรือประสบการณ์ที่แสดงถึงการเข้าสู่ช่วงใหม่ของชีวิตหรือการได้รับสถานะใหม่ในกลุ่ม ในที่นี้ผู้พูดพูดติดตลกว่า การเสียฟันหนึ่งซี่เป็นขั้นตอนที่ทำให้ใครสักคนกลายเป็นนักฮอกกี้ตัวจริง นี่เป็นการพูดเกินจริง ไม่ใช่ข้อกำหนดจริงในการเล่นฮอกกี้

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนสามคำจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: Moving into her first apartment felt like a ____.

ดูคำตอบ

rite of passage

ไวยากรณ์

in order to เพื่อระบุจุดประสงค์อย่างชัดเจน

in order to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ระบุจุดประสงค์อย่างชัดเจน กล่าวคือ การกระทำที่อยู่หน้าวลีนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ทำเพื่อเป้าหมายที่ตามหลังมา ในประโยคนี้ การเสียฟันหนึ่งซี่ถูกพูดแบบล้อเล่นว่าเป็นการเตรียมตัวที่จำเป็นก่อนเล่นฮอกกี้ ไม่ใช่กฎจริง วลีนี้บอกจุดประสงค์ ไม่ได้บอกลำดับ ให้ถามว่า “เพื่อจุดประสงค์อะไร” ในที่นี้คือเสียฟันหนึ่งซี่เพื่อจุดประสงค์สมมุติว่าจะได้เล่นฮอกกี้

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่ใช้ระบุจุดประสงค์อย่างชัดเจนให้ประโยคสมบูรณ์: Maya set an alarm ____ wake up early.

ดูคำตอบ

in order to

No, I mean uh Just the good players?

0:37

ไม่ ฉันหมายถึง เอ่อ เฉพาะผู้เล่นเก่งๆ เหรอ?

Just the good ones.

0:40

เฉพาะคนที่เก่งๆ เท่านั้นแหละ

All right, so here's what we're going to do today. ลำดับความ

0:41

เอาล่ะ นี่คือสิ่งที่เราจะทำกันในวันนี้

ลำดับความ

here's what we're going to do today เพื่อส่งสัญญาณประกาศแผน

Here's what we're going to do today เป็นวลีส่งสัญญาณเพื่อประกาศแผนที่จะตามมา Here's เป็นรูปย่อของ here is แต่ในโครงสร้างนี้ใช้ดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังข้อมูล ไม่ได้ชี้ไปยังสถานที่จริง อนุประโยคทั้งส่วน what we're going to do today ระบุข้อมูลที่กำลังนำเสนอ โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Here's what + ประธาน + be going to + คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากคำเกริ่นนำไปสู่ระเบียบวาระ การสาธิต หรือชุดขั้นตอน

แบบฝึกหัด

คุณกำลังจะเริ่มการสาธิตวิทยาศาสตร์และต้องการประกาศแผน ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Here's what we're going to do today: first, we'll measure the water.
  2. Here's what are we going to do today: first, we'll measure the water.
  3. Here what we're going to do today: first, we'll measure the water.
ดูคำตอบ

Here's what we're going to do today: first, we'll measure the water.

We're going to do hit the puck

0:43

เรากำลังจะตีลูกพัค

and record it with a Phantom, which I have set up over there. โน้ต

0:44

และบันทึกมันด้วยกล้อง Phantom ที่ผมตั้งไว้ตรงนู้น

วัฒนธรรม

a Phantom: แบรนด์กล้อง ไม่ใช่ผี

ในประโยคนี้ “a Phantom” หมายถึงกล้องความเร็วสูงยี่ห้อ Phantom หนึ่งเครื่อง ไม่ได้หมายถึงสิ่งเหนือธรรมชาติ คำว่า “a” ระบุว่ากำลังพูดถึงกล้องหนึ่งเครื่องของยี่ห้อนี้ และตัว P ที่เป็นตัวพิมพ์ใหญ่แสดงว่า “Phantom” เป็นชื่อยี่ห้อหรือชื่อผลิตภัณฑ์ บริบทเกี่ยวกับการบันทึกภาพทำให้เห็นชัดว่าผู้พูดกำลังระบุอุปกรณ์ที่ใช้จับภาพการเคลื่อนไหว “Phantom” ไม่ใช่คำทั่วไปที่ใช้เรียกกล้องความเร็วสูงทุกชนิด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The science team recorded the balloon popping with a Phantom” คำว่า “a Phantom” หมายถึงอะไรในที่นี้

  1. กล้องความเร็วสูงที่ผลิตโดยยี่ห้อ Phantom
  2. คำทั่วไปที่ใช้เรียกกล้องความเร็วสูงทุกชนิด
  3. ผีที่ปรากฏในวิดีโอการปล่อยจรวด
ดูคำตอบ

กล้องความเร็วสูงที่ผลิตโดยยี่ห้อ Phantom

กริยาวลี

set up: เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน

“Set up” เป็น phrasal verb ที่หมายถึงติดตั้ง จัดวาง และปรับบางสิ่งให้พร้อมใช้งาน ในที่นี้ ผู้พูดเตรียมกล้อง Phantom ไว้ในตำแหน่งหนึ่งเพื่อบันทึกภาพ วลีนี้เน้นการเตรียมอุปกรณ์ ไม่ได้บอกแค่ตำแหน่งเท่านั้น “Over there” บอกว่ากล้องอยู่ที่ไหน ส่วน “set up” บอกว่ากล้องถูกเตรียมให้พร้อมทำงานแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “set up” ในความหมายว่าเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน

  1. The teacher put the projector over there without connecting it.
  2. The teacher set up the projector before class.
  3. The teacher turned off the projector before class.
ดูคำตอบ

The teacher set up the projector before class.

And then we're going to see exactly what's happening.

0:47

แล้วเราจะมาดูให้ชัดๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

I've heard that you don't actually hit the puck first, น้ำเสียง/เจตนา

0:49

ผมได้ยินมาว่า จริงๆ แล้วคุณไม่ได้ตีโดนลูกพัคก่อน

น้ำเสียง/เจตนา

I've heard that: การบอกข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

I've heard that แสดงว่าข้อมูลที่ตามมาเป็นสิ่งที่ผู้พูดได้ยินจากคนอื่น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผู้พูดยืนยันด้วยตนเอง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าวเรื่องการตีลูกพัคก่อนหรือไม่ รูป present perfect ใน I've heard กล่าวถึงข้อมูลที่ได้รับมาก่อนหน้านี้และยังเกี่ยวข้องกับบทสนทนาในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีรายงานแบบ present perfect จำนวนสามคำ ซึ่งประกอบด้วย I've, รูป past participle ของ hear และ that: ____ the cafe may close next month.

ดูคำตอบ

I've heard that

but I want to look at the dynamics of how that happens.

0:52

แต่ผมอยากดูพลศาสตร์ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

But first, let's look at your stick here.

0:54

แต่ก่อนอื่น เรามาดูไม้ของคุณตรงนี้กันก่อน

What kind of stick is that?

0:55

นั่นมันไม้ประเภทไหนน่ะ?

Is it a wooden stick?

0:56

มันเป็นไม้ที่ทำจากไม้หรือเปล่า?

No, it's a one piece composite.

0:58

ไม่ มันเป็นวัสดุคอมโพสิตชิ้นเดียว

Mine's an 85 flex.

1:01

ของผมค่าความยืดหยุ่น (flex) อยู่ที่ 85

I like mine a little whippier. การใช้คำ

1:02

ฉันชอบให้ของฉันมีความยืดหยุ่นมากกว่าหน่อย

การใช้คำ

Whippier: รูป comparative แบบไม่เป็นทางการของ whippy

Whippier เป็นรูป comparative ของคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการ whippy ในบริบทนี้ หมายถึงไม้ที่งอได้ง่ายกว่าแล้วดีดกลับอย่างรวดเร็ว จึงให้ความรู้สึกคล้ายแส้มากกว่า คำลงท้าย -ier ใช้เปรียบเทียบไม้หนึ่งกับอีกไม้หนึ่ง โดย whippy เปลี่ยนเป็น whippier เช่นเดียวกับที่ happy เปลี่ยนเป็น happier

แบบฝึกหัด

ใน "This practice stick feels whippier than my old one," คำว่า whippier มีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร?

  1. มันงอได้ง่ายกว่าและดีดกลับอย่างรวดเร็ว
  2. มันหนักกว่าและเหวี่ยงได้ยากกว่า
  3. มันมีสีเข้มกว่า
ดูคำตอบ

มันงอได้ง่ายกว่าและดีดกลับอย่างรวดเร็ว

Whippier is 85

1:04

ยืดหยุ่นกว่าคือ 85

I love that word.

1:05

ผมชอบคำนั้นจัง

Yeah, well Can you say that as much as possible during this video?

1:06

ใช่ อืม คุณช่วยพูดคำนั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในวิดีโอนี้ได้ไหม?

Yeah, I can say it.

1:09

ได้สิ ฉันพูดได้

It's a little more whip uh to it.

1:09

มันมีความยืดหยุ่นมากกว่าหน่อยนึง

You can get a stiffer one for the bigger guys.

1:11

คุณอาจจะหาอันที่แข็งกว่านี้สำหรับคนตัวใหญ่ๆ

I don't understand how you can hit that hard.

1:17

ผมไม่เข้าใจเลยว่าคุณตีแรงขนาดนั้นได้ยังไง

That's crazy.

1:19

มันบ้ามาก

I respect goalies a lot more now.

1:20

ตอนนี้ผมเคารพผู้รักษาประตูมากขึ้นเยอะเลย

Okay, let's get the Phantom.

1:21

โอเค ไปเอากล้อง Phantom กัน

Whoa, I've fallen!

1:23

เหวอ ผมล้มเลย!

All right, bring it. น้ำเสียง/เจตนา

1:25

เอาล่ะ เอามาเลย

น้ำเสียง/เจตนา

“Bring it” เพื่อรับคำท้าอย่างมั่นใจ

ในประโยคนี้ bring it หมายถึง “เอาเลย งัดความท้าทายที่ดีที่สุดออกมา” ผู้พูดไม่ได้ขอให้ใครยกสิ่งของมา แต่กำลังแสดงความมั่นใจและความพร้อมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น คำสั่งสั้น ๆ นี้ใช้ตอบรับคำท้าหรือให้กำลังใจกันแบบขำ ๆ ได้ ความหมายมาจากสถานการณ์และน้ำเสียง ไม่ใช่ความหมายปกติของ bring ที่เกี่ยวกับการนำสิ่งของมา

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมทีมพูดว่า “Think you can handle the hardest level?” คุณตอบว่า “Bring it.” คุณกำลังสื่อความหมายใด?

  1. ฉันอยากหยุดก่อนที่จะเริ่ม
  2. ช่วยนำอุปกรณ์มาที่นี่หน่อย
  3. ฉันพร้อมรับคำท้าแล้ว
ดูคำตอบ

ฉันพร้อมรับคำท้าแล้ว

Okay, so we got the close-up shot. การใช้คำ

2:00

โอเค เราได้ภาพโคลสอัพแล้ว

Now what we're going to do is we're going to transition to a wide shot.

2:01

ตอนนี้สิ่งที่เราจะทำก็คือเปลี่ยนไปถ่ายภาพมุมกว้าง

การใช้คำ

“Close-up shot” และ “wide shot” สำหรับขนาดการจัดกรอบภาพ

close-up shot จัดกรอบตัวแบบให้แน่นเพื่อให้ผู้ชมมองเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ใบหน้า มือ หรือวัตถุ ส่วน wide shot แสดงพื้นที่กว้างกว่ามาก และมักแสดงตัวแบบพร้อมพื้นที่รอบข้าง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังจัดลำดับการถ่ายทำโดยเปลี่ยนจากภาพที่เน้นรายละเอียดไปสู่ภาพที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น คำเหล่านี้บอกว่ามีส่วนของฉากอยู่ในกรอบภาพมากเพียงใด

แบบฝึกหัด

ผู้กำกับต้องการให้ผู้ชมเห็นร่างกายเต็มตัวของนักแสดงและพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้อง คำสั่งใดตรงกับเป้าหมายนี้มากที่สุด?

  1. Zoom in on the actor's eyes.
  2. Use a close-up shot.
  3. Use a wide shot.
ดูคำตอบ

Use a wide shot.

We're going to keep the Phantom at 3200 frames per second, การใช้คำ

2:04

เราจะตั้งกล้อง Phantom ไว้ที่ 3,200 เฟรมต่อวินาที

การใช้คำ

frames per second (fps): หน่วยของอัตราเฟรม

Frames per second เป็นหน่วยของอัตราเฟรม โดยบอกว่ากล้องบันทึกภาพแยกกันกี่ภาพในหนึ่งวินาที ในที่นี้ 3,200 frames per second หมายถึงมีการบันทึกภาพ 3,200 ภาพในแต่ละวินาที คำย่อที่ใช้กันทั่วไปคือ fps การบันทึกเฟรมต่อวินาทีให้มากขึ้นทำให้แบ่งเวลาได้ละเอียดขึ้น จึงช่วยให้เห็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วมากเมื่อนำวิดีโอมาดูแบบสโลว์โมชัน

แบบฝึกหัด

เติมข้อกำหนดของกล้องด้วยวลีหน่วยมาตรฐาน: The camera records 3,200 ____, often shortened to fps.

ดูคำตอบ

frames per second

but the goal here, the data we're looking for,

2:06

แต่เป้าหมายของเรา ข้อมูลที่เรากำลังมองหา

is we're going to try to preload that stick การใช้คำ

2:08

คือเราจะพยายามพรีโหลดน้ำหนักลงบนไม้นั่น

การใช้คำ

preload: ให้แรงก่อนการกระทำหลัก

Preload เป็นคำกริยาทางเทคนิคที่หมายถึงการให้วัตถุรับโหลดหรือแรงก่อนที่การกระทำหลักจะเริ่มขึ้น ในประโยคนี้ ไม้ฮอกกี้ถูกกดและทำให้งอก่อน จึงเก็บพลังงานไว้ก่อนการยิง คำเติมหน้า pre- หมายถึง “ก่อน” ส่วน load หมายถึงแรงที่กระทำต่อวัตถุ แนวคิดสำคัญคือจังหวะเวลา โดยแรงเริ่มต้นมีอยู่ก่อนการเคลื่อนไหวหลัก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Before the launch, the mechanism preloads the spring,” คำว่า preloads หมายถึงอะไร?

  1. ให้แรงเฉพาะตอนที่การกระทำหลักเริ่มขึ้น
  2. โหลดคำสั่งเข้าคอมพิวเตอร์หลังการปล่อยตัว
  3. ให้แรงแก่สปริงก่อนการกระทำหลัก
ดูคำตอบ

ให้แรงแก่สปริงก่อนการกระทำหลัก

and get the entire flex or the deformation of the stick

2:10

และเก็บภาพการโค้งงอหรือการเสียรูปทั้งหมดของไม้

while he goes in for the slap shot.

2:13

ในขณะที่เขาเข้าไปตีแบบสแล็ปช็อต

The slap shot is the fastest shot in hockey.

2:14

สแล็ปช็อตคือการยิงที่เร็วที่สุดในกีฬาฮอกกี้

So, what's the advantage of having a flexible stick?

2:17

แล้วข้อดีของการมีไม้ที่ยืดหยุ่นคืออะไรล่ะ?

Let's check out the high speed. กริยาวลี

2:21

เรามาดูภาพความเร็วสูงกัน

กริยาวลี

check out: ชวนให้ใครดู

ในประโยคนี้ check out หมายถึง “ดูและให้ความสนใจ” Let's check out เป็นการชวนผู้ชมให้ดูภาพที่ถ่ายด้วยความเร็วสูงในช่วงถัดไปด้วยกัน โดย high speed ในบริบทนี้ใช้แทน high-speed video หรือ high-speed images กริยาวลีแบบภาษาพูดนี้ใช้แนะนำสิ่งที่ผู้พูดอยากให้คนอื่นสังเกต เมื่อกรรมเป็นคำนาม สามารถพูดได้ทั้ง check out the replay และ check the replay out แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้ใช้ check it out

แบบฝึกหัด

เติมคำชวนให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียน: Let's ____ this new science exhibit.

ดูคำตอบ

check out

The player stores potential energy in the stick by striking the ice before he hits the puck. โน้ต

2:23

ผู้เล่นสะสมพลังงานศักย์ไว้ในไม้โดยการตีไปที่น้ำแข็งก่อนที่จะตีโดนลูกพัค

การใช้คำ

potential energy: พลังงานที่สะสมไว้

Potential energy คือพลังงานที่สะสมไว้เนื่องจากตำแหน่งหรือสภาพของวัตถุ ในประโยคนี้ การกดไม้ฮอกกี้ลงกับพื้นน้ำแข็งทำให้ไม้งอ ไม้จึงสะสมพลังงานศักย์ยืดหยุ่นไว้ก่อนตีพัค เมื่อไม้ดีดกลับ พลังงานที่สะสมไว้นั้นสามารถถ่ายโอนไปยังพัคได้ ในศัพท์ฟิสิกส์ที่ใช้ตายตัวว่า potential energy คำว่า potential ไม่ได้หมายถึงเพียง “เป็นไปได้”

แบบฝึกหัด

สปริงที่ถูกบีบอัดถูกตรึงให้อยู่นิ่ง ศัพท์ภาษาอังกฤษข้อใดหมายถึงพลังงานที่สะสมเพราะการบีบอัดนั้น

  1. Potential energy
  2. Kinetic energy
  3. Electrical energy
ดูคำตอบ

Potential energy

ไวยากรณ์

by striking: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

ในประโยคนี้ by striking the ice บอกว่าผู้เล่นกักเก็บพลังงานศักย์ไว้ในไม้ได้อย่างไร ตรงนี้ by หมายถึง “ด้วยการทำบางอย่าง” ไม่ใช่ “อยู่ข้าง ๆ” ใช้ by + คำกริยารูป -ing เพื่อบอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ โดยมีโครงสร้าง “ผลลัพธ์ + by + วิธี” ส่วน before he hits the puck ที่ตามมาบอกเวลา จึงทำหน้าที่ต่างกัน

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยา test ในรูป by + -ing เพื่อเติมวิธีในประโยคให้สมบูรณ์: We found the leak ____ each pipe one at a time.

ดูคำตอบ

by testing

Now, this seems like it would waste energy and slow down his shot, ไวยากรณ์

2:28

นี่ดูเหมือนจะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานและทำให้ความเร็วลูกลดลง

ไวยากรณ์

seems like it would: ผลที่คาดไว้อย่างไม่ฟันธง

ในประโยคนี้ seems like it would นำเสนอผลลัพธ์ที่ดูเหมือนน่าจะเกิดขึ้นเมื่อมองครั้งแรก นั่นคือการเสียพลังงานและทำให้การยิงช้าลง ผู้พูดนำเสนอสิ่งนี้เป็นความรู้สึก ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้จากการวัด would ในที่นี้แสดงผลที่จินตนาการหรือคาดไว้ว่าจะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่กำลังพิจารณา ไม่ใช่อนาคตเมื่อมองจากอดีต โครงสร้างนี้ใช้บอกความคิดแรกที่อาจถูกแก้ไขในภายหลังได้

แบบฝึกหัด

คุณกำลังดูแบบโต๊ะพับ แต่โต๊ะยังไม่ได้สร้างขึ้น ประโยคใดบอกผลที่จินตนาการไว้อย่างระมัดระวัง แทนที่จะเป็นการคาดการณ์อนาคตอย่างชัดเจนหรือมุมมองในอดีต?

  1. It seems like it would take up too much space.
  2. It seemed like it would take up too much space.
  3. It seems like it will take up too much space.
ดูคำตอบ

It seems like it would take up too much space.

but it actually does the opposite. วลี

2:31

แต่จริงๆ แล้วมันตรงกันข้ามเลย

วลี

does the opposite: ทำให้เกิดผลตรงกันข้าม

ในประโยคนี้ does the opposite หมายถึง “ทำให้เกิดผลลัพธ์ตรงกันข้าม” เดิมคาดว่าจะเกิดผลแบบหนึ่ง แต่การทำงานจริงกลับนำไปสู่ผลอีกแบบที่ตรงกันข้าม does ในที่นี้เป็นกริยาที่ใช้แทนการกระทำที่กล่าวถึงไปแล้ว ผู้พูดจึงไม่ต้องพูดวลีกริยาทั้งหมดซ้ำ รูป does เป็นเอกพจน์บุรุษที่สามเพราะประธานคือ it และไม่ได้เป็นกริยาช่วยเน้นความหมายแบบใน "it does work"

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “ทำให้เกิดผลตรงกันข้าม” ลงในประโยค: I thought this button would make the screen brighter, but it ____ and makes it darker.

ดูคำตอบ

does the opposite

By gradually releasing that potential energy stored up in the stick like a slingshot, กริยาวลี

2:34

การค่อยๆ ปลดปล่อยพลังงานศักย์ที่สะสมอยู่ในไม้ออกมาเหมือนกับหนังสติ๊ก

กริยาวลี

stored up: สะสมและเก็บไว้ใช้ภายหลัง

Stored up หมายถึง “สะสมและเก็บไว้เพื่อให้สามารถนำมาใช้หรือปล่อยออกได้ภายหลัง” ในที่นี้ใช้บรรยายพลังงานศักย์ที่สะสมอยู่ในไม้ก่อนถูกปล่อยออกมา ในทางไวยากรณ์ stored up เป็นวลีที่ใช้รูปกริยาช่องสามและวางไว้หลัง potential energy โดยเป็นรูปย่อของ "potential energy that is stored up" คำว่า up เพิ่มความหมายเรื่องการสะสมหรือการทำจนเสร็จ ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นด้านบน

แบบฝึกหัด

เติมรูปสองคำของ store ที่หมายถึง “สะสมและเก็บไว้เพื่อปล่อยออกภายหลัง” ลงในประโยค: The spring has energy ____ inside it, ready to be released.

ดูคำตอบ

stored up

the player can make the puck go even faster than he can swing the stick. ไวยากรณ์

2:39

ผู้เล่นจะสามารถทำให้ลูกพัคพุ่งไปได้เร็วกว่าความเร็วที่เขาเหวี่ยงไม้เสียอีก

ไวยากรณ์

make the puck go: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ใน make the puck go คำว่า make เป็นกริยาแสดงการก่อให้เกิด กล่าวคือ ผู้เล่นทำให้ลูกพัคเคลื่อนที่ the puck เป็นกรรมของ make และ go บอกการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ ในประโยคกรรตุวาจก ใช้ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน อย่าเติม to หน้า go ต้องพูดว่า make the puck go ไม่ใช่ make the puck to go

แบบฝึกหัด

ใช้ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อสื่อว่า “ทำให้ประตูเปิด”: Pressing the green button will ____.

ดูคำตอบ

make the door open

ไวยากรณ์

even faster than: การเน้นการเปรียบเทียบ

ใน even faster than คำว่า faster เป็นรูปขั้นกว่าของ fast และ than ใช้นำสิ่งที่เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ในประโยคนี้เปรียบเทียบความเร็วของลูกพัคกับความเร็วที่ผู้เล่นเหวี่ยงไม้ even ใช้เน้นคำขั้นกว่า โดยบอกว่าความแตกต่างนั้นเด่นชัดหรือมากกว่าที่คาดไว้ ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ด้วย” และไม่ได้หมายถึงจำนวนคู่

แบบฝึกหัด

ใช้ even + คำขั้นกว่า + than เพื่อเติมการเปรียบเทียบความเร็วให้สมบูรณ์: The express train is ____ the local train.

ดูคำตอบ

even faster than

Look at the over-flex here as the stick outruns the player's hands. สำนวน

2:43

ดูการโค้งงอมากเกินไปตรงนี้สิ เมื่อไม้เคลื่อนที่เร็วกว่ามือของผู้เล่น

สำนวน

outruns the player's hands: การเปรียบเทียบความเร็วแบบเปรียบเปรย

ในที่นี้ outruns หมายถึงเคลื่อนที่เร็วกว่า ไม้ไม่ได้วิ่งจริง ๆ แต่คำกริยานี้ทำให้ความแตกต่างด้านความเร็วดูเหมือนการแข่งขัน โครงสร้าง X outruns Y หมายถึง X นำหน้าเพราะเคลื่อนที่หรือพัฒนาเร็วกว่า Y ในคำอธิบายเชิงเทคนิค X และ Y อาจเป็นวัตถุหรือกระบวนการ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ outruns เป็นการเปรียบเทียบเชิงเทคนิคแบบเปรียบเปรย โดยหมายถึงเคลื่อนที่หรือพัฒนาเร็วกว่าอีกสิ่งหนึ่ง

  1. The incoming data outruns the software's ability to process it.
  2. Maya outruns Leo in the final lap.
  3. The technician runs the test twice.
ดูคำตอบ

The incoming data outruns the software's ability to process it.

This means that a good slap shot is all about timing. วลี

3:02

นี่หมายความว่าสแล็ปช็อตที่ดีนั้นอยู่ที่จังหวะเวลาล้วนๆ

วลี

all about timing: การชี้ปัจจัยสำคัญ

ในที่นี้ is all about timing หมายถึงจังหวะเวลาเป็นปัจจัยหลักในการทำสแลปช็อตที่ดี all about ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าจังหวะเวลาเป็นปัจจัยเดียว แต่เป็นการเน้นอย่างชัดเจนว่าสิ่งใดสำคัญที่สุด โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ be all about + คำนามหรือรูป -ing ใช้เพื่อระบุแนวคิด ทักษะ หรือองค์ประกอบหลักของกิจกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตรงตามบทเรียนที่หมายความว่าจังหวะเวลาเป็นปัจจัยหลัก: A smooth relay handoff is ____.

ดูคำตอบ

all about timing

And not just the timing about where you're going to hit the ice, ไวยากรณ์

3:05

และไม่ใช่แค่จังหวะว่าคุณจะตีโดนน้ำแข็งตรงไหนเท่านั้น

but also knowing how long it takes that stored up energy to whip out of your stick.

3:08

แต่ยังรวมถึงการรู้ด้วยว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าที่พลังงานที่สะสมไว้จะดีดออกจากไม้ของคุณ

ไวยากรณ์

ใช้ not just ... but also เพื่อเพิ่มประเด็นที่สอง

not just ... but also ... เชื่อมสองประเด็นที่เป็นจริงทั้งคู่ ในประโยคนี้ ผู้พูดพิจารณาทั้งตำแหน่งและจังหวะที่ไม้กระทบน้ำแข็ง รวมถึงเวลาที่พลังงานสะสมใช้ในการพุ่งออกจากไม้ not just บอกว่าความคิดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเด็นแรก ส่วน but also นำเสนอประเด็นที่เพิ่มเข้ามาและมักเน้นข้อมูลที่ตามหลังมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง not just ... but also: “The workshop teaches ____ how to write code, ____ how to test it.”

ดูคำตอบ

not just · but also

So, to understand the flexibility of a hockey stick,

3:13

ดังนั้น เพื่อทำความเข้าใจเรื่องความยืดหยุ่นของไม้ฮอกกี้

we're here with my friend Dr. Jeff Evans.

3:15

เราจึงมาอยู่ที่นี่กับเพื่อนของผม ดร. เจฟฟ์ อีแวนส์

We are friends, correct?

3:18

เราเป็นเพื่อนกัน ถูกต้องไหม?

Can I say that?

3:18

ผมพูดแบบนั้นได้ใช่ไหม?

We are friends.

3:19

เราเป็นเพื่อนกัน

We are friends.

3:19

เราเป็นเพื่อนกัน

I once tried to convince him to shoot a coyote in his pasture cuz I thought no,

3:20

ผมเคยพยายามโน้มน้าวให้เขายิงหมาป่าไคโยตี้ในทุ่งหญ้าของเขาเพราะผมคิดว่า ไม่สิ

it wasn't a coyote.

3:24

มันไม่ใช่ไคโยตี้

We thought it was a coyote.

3:25

เราคิดว่ามันเป็นไคโยตี้

He thought it was a coyote, but it was a donkey.

3:26

เขาคิดว่ามันเป็นไคโยตี้ แต่มันคือลานี่นา

It was a donkey.

3:28

มันคือลาต่างหาก

You break things, right?

3:29

พวกคุณถนัดพังของใช่ไหม?

We do.

3:30

ใช่เลย

We break things by pushing, pulling, twisting, fatigue. การใช้คำ

3:31

เราพังสิ่งต่างๆ ด้วยการผลัก ดึง บิด และทำให้ล้า

การใช้คำ

fatigue: ความเสียหายของวัสดุจากแรงซ้ำ

ในที่นี้ fatigue เป็นศัพท์วิศวกรรม หมายถึงความเสียหายที่ค่อย ๆ สะสมในวัสดุเมื่อรับแรงซ้ำหรือแรงที่เปลี่ยนแปลงเป็นรอบ ๆ วงรอบความเค้นขนาดเล็กอาจทำให้รอยร้าวเริ่มต้นและขยายจนวัสดุเสียหาย แม้แรงเพียงรอบเดียวจะไม่มากพอทำให้แตก ในการไล่รายการแบบย่อในการพูด fatigue เป็นกลไกการเสียหายอีกแบบหนึ่งควบคู่กับการผลัก การดึง และการบิด ไม่ได้หมายถึงความเหนื่อยของคน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The bridge was inspected for fatigue after years of traffic,” fatigue หมายถึงอะไร

  1. ความเสียหายที่สะสมจากการรับแรงซ้ำ
  2. การแตกเพียงครั้งเดียวจากแรงที่มากผิดปกติ
  3. ความเหนื่อยทางร่างกายของผู้ตรวจสอบ
ดูคำตอบ

ความเสียหายที่สะสมจากการรับแรงซ้ำ

We wear them out. กริยาวลี

3:34

เราทำให้มันเสื่อมสภาพ

กริยาวลี

wear them out: การใช้ wear out กับคำสรรพนาม

ในประโยคนี้ wear them out หมายถึงการใช้หรือทดสอบสิ่งของเหล่านั้นซ้ำ ๆ จนเสียหายและใช้งานไม่ได้อีก เป็นการใช้แบบสกรรมกริยา คือมีคนทำให้สิ่งของบางอย่างสึกหรือเสื่อมสภาพ wear out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง wear กับ out เป็น wear them out ไม่ใช่ wear out them ส่วนรูปอกรรมกริยาใช้บอกว่าสิ่งของสึกไปเองจากการใช้งาน เช่น These shoes wore out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ wear out และคำสรรพนาม them: Because we test these pads every day, we ____ quickly.

ดูคำตอบ

wear them out

We break them.

3:35

เราพังมัน

Okay, some bonus footage.

3:36

โอเค มีฟุตเทจโบนัสมาฝาก

We're going to crush a hockey puck here.

3:37

เรากำลังจะบดขยี้ลูกพัคฮอกกี้ตรงนี้

Check it out.

3:43

ดูนี่สิ

80,000 lb on a hockey puck.

3:44

แรงกด 80,000 ปอนด์บนลูกพัคฮอกกี้

One interesting thing I discovered while doing this ลำดับความ

3:47

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจที่ผมค้นพบระหว่างทำสิ่งนี้

is hockey players often have no idea what the flex number on their stick means. ไวยากรณ์

3:48

คือผู้เล่นฮอกกี้มักจะไม่รู้เลยว่าตัวเลขค่า flex บนไม้ของพวกเขามีความหมายว่าอะไร

ลำดับความ

One interesting thing I discovered ... is ...: การเกริ่นนำข้อค้นพบ

โครงสร้าง One interesting thing I discovered while doing this is ... ช่วยเตรียมผู้ฟังก่อนบอกข้อค้นพบหลัก โดยเริ่มจากประเมินว่าข้อค้นพบนั้นน่าสนใจ ต่อด้วยบอกว่าพบจากการทำกิจกรรม และสุดท้ายจึงบอกเนื้อหาของข้อค้นพบหลัง is ในด้านไวยากรณ์ One interesting thing เป็นประธาน ส่วน I discovered เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย thing โดยละ that ไว้ และ while doing this บอกกิจกรรมหรือช่วงเวลาที่เกิดการค้นพบ อนุประโยคสมบูรณ์หลัง is บอกเนื้อหาของข้อค้นพบ โดยจะใส่หรือละ that ก็ได้ โครงสร้างนี้ช่วยให้รายงานเปลี่ยนจากบริบทไปสู่ผลลัพธ์อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องเพื่อเกริ่นนำข้อค้นพบจากการทำกิจกรรม

  1. One interesting thing I discovered while doing this experiment is that the ice with salt melted first.
  2. While doing this experiment, I found it interesting that the ice with salt melted first.
  3. I discovered an interesting experiment about putting salt on ice.
ดูคำตอบ

One interesting thing I discovered while doing this experiment is that the ice with salt melted first.

ไวยากรณ์

have no idea what ... means: ลำดับคำในคำถามทางอ้อม

ในโครงสร้าง have no idea what ... วลี have no idea หมายถึง “ไม่รู้เลย” และ what ใช้ขึ้นต้นคำถามทางอ้อมเพื่อระบุข้อมูลที่ไม่รู้ ในประโยคนี้ ข้อมูลที่ไม่รู้คือความหมายของค่า flex บนไม้ฮอกกี้ เนื่องจากคำถามนี้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what the flex number ... means และไม่เติม do/does แบบคำถามที่เป็นประโยคเดี่ยว

แบบฝึกหัด

เรียงคำที่กำหนดให้ถูกต้องเพื่อเติมคำถามทางอ้อมให้สมบูรณ์: “I have no idea ____.” คำที่ให้: what / this button / does

ดูคำตอบ

what this button does

If you uh support a stick on both sides here and you hang weights right in the center,

3:52

ถ้าคุณ เอ่อ รองรับไม้ทั้งสองข้างตรงนี้ แล้วแขวนตุ้มน้ำหนักไว้ตรงกลางพอดี

that flex number that's on every single hockey stick การใช้คำ

3:56

ตัวเลขค่า flex ที่อยู่บนไม้ฮอกกี้ทุกอัน

is an indication for how much weight it takes to deflect a hockey stick 1 in.

3:59

คือตัวบ่งชี้ว่าต้องใช้น้ำหนักเท่าไหร่ในการทำให้ไม้ฮอกกี้โค้งงอ 1 นิ้ว

การใช้คำ

flex number: ระดับความแข็งของไม้ฮอกกี้

flex number บนไม้ฮอกกี้คือค่าระดับความแข็ง โดยบอกว่าในการทดสอบมาตรฐานต้องใช้แรงประมาณกี่ปอนด์จึงจะทำให้ก้านไม้โค้งหรือโก่งหนึ่งนิ้ว ค่าที่สูงกว่ามักหมายถึงไม้ที่แข็งกว่า เพราะต้องใช้แรงมากขึ้นเพื่อให้โก่งหนึ่งนิ้วเท่ากัน ค่านี้ไม่ใช่จำนวนครั้งที่ไม้เคยถูกดัด

แบบฝึกหัด

flex number ที่สูงกว่ามักบอกอะไร?

  1. ไม้ยาวขึ้นหนึ่งนิ้วพอดี
  2. ไม้แข็งกว่าและต้องใช้แรงมากขึ้นเพื่อดัดให้โค้งหนึ่งนิ้ว
  3. ไม้เคยถูกดัดมาแล้วหลายครั้งกว่า
ดูคำตอบ

ไม้แข็งกว่าและต้องใช้แรงมากขึ้นเพื่อดัดให้โค้งหนึ่งนิ้ว

The problem is, often manufacturers don't do it correctly,

4:03

ปัญหาคือ บ่อยครั้งที่ผู้ผลิตไม่ได้ทำอย่างถูกต้อง

so we have all these sticks from different manufacturers and

4:06

ดังนั้นเราจึงมีไม้เหล่านี้จากผู้ผลิตหลายราย และ

Dr. Evans is going to take the data as I apply weight to the stick and

4:08

ดร. อีแวนส์จะเก็บข้อมูลในขณะที่ผมถ่วงน้ำหนักลงบนไม้ และ

we're going to measure the actual flex number against the claimed flex number. วลี

4:12

เราจะวัดตัวเลข flex จริงเปรียบเทียบกับตัวเลข flex ที่เคลมไว้

วลี

measure A against B: ใช้ B เป็นเกณฑ์อ้างอิง

ในโครงสร้าง measure A against B นั้น A คือผลลัพธ์ที่นำมาทดสอบหรือประเมิน ส่วน B คือเกณฑ์อ้างอิงที่ใช้เปรียบเทียบ ในประโยคนี้ ค่าความยืดหยุ่นที่ได้จากการวัดถูกนำไปตรวจสอบกับค่าที่ผู้ผลิตระบุไว้ against ในที่นี้สื่อถึงการเปรียบเทียบกับเกณฑ์ ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสทางกายหรือการต่อต้าน ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องตรวจสอบหลักฐานหรือผลการวัดเทียบกับค่า มาตรฐาน เป้าหมาย หรือคำกล่าวอ้างที่กำหนดไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าห้องปฏิบัติการจะทดสอบผลการวัดโดยเปรียบเทียบกับค่าที่บริษัทเผยแพร่ไว้

  1. We will measure our test result with the company's published value.
  2. We will measure our test result against the company's published value.
  3. The company's published value will measure our test result.
ดูคำตอบ

We will measure our test result against the company's published value.

We hung calibrated weights from four different sticks, each with a different flex number.

4:16

เราแขวนตุ้มน้ำหนักที่ผ่านการสอบเทียบจากไม้สี่อันที่แตกต่างกัน แต่ละอันมีหมายเลข flex ที่แตกต่างกัน

Then we recorded the deflection values for each stick and generated a curve representing its stiffness. การใช้คำ

4:20

จากนั้นเราก็บันทึกค่าการโก่งตัวของไม้แต่ละอันและสร้างเส้นโค้งที่แสดงถึงความแข็งของมัน

การใช้คำ

generate a curve representing ...: สร้างกราฟเส้นโค้งที่แสดงข้อมูลบางอย่าง

generated a curve หมายถึงการนำค่าที่บันทึกไว้มาประมวลผลเพื่อสร้างเส้นที่พล็อตลงบนกราฟ ในที่นี้ curve คือกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ของข้อมูล ไม่ใช่รูปร่างทางกายภาพของไม้ที่โค้งงอ representing its stiffness เป็นอนุประโยค present participle ที่ขยาย curve มีความหมายเท่ากับ a curve that represents the stick's stiffness และช่วยบอกอย่างกระชับว่ากราฟแสดงข้อมูลอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าข้อมูลถูกนำมาสร้างเป็นกราฟ และกราฟนั้นแสดงประสิทธิภาพของแบตเตอรี่

  1. We generated a curve representation the battery's performance.
  2. We generated a curve representing the battery's performance.
  3. We generated a curve represented the battery's performance.
ดูคำตอบ

We generated a curve representing the battery's performance.

The flex value is the weight in pounds required to deflect the stick 1 in.

4:26

ค่า flex คือน้ำหนักในหน่วยปอนด์ที่ต้องใช้ในการทำให้ไม้โค้งงอ 1 นิ้ว

The numbers we measured, however, were much lower than the manufacturers' numbers, ลำดับความ

4:30

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่เราวัดได้นั้นต่ำกว่าตัวเลขของผู้ผลิตมาก

ลำดับความ

however ที่อยู่กลางประโยค

However แสดงว่าผลลัพธ์นี้ขัดกับความคาดหมายหรือข้อมูลที่กล่าวถึงไปก่อนหน้า ในที่นี้ค่าที่วัดได้ต่ำกว่าค่าของผู้ผลิตมาก ไม่ได้ใกล้เคียงกับค่าที่ระบุไว้ เมื่อวาง however ระหว่างประธาน The numbers we measured กับกริยา were คำนี้เป็นกริยาวิเศษณ์เชื่อมความแบบแทรกกลางประโยค โดยจัดความสัมพันธ์เชิงขัดแย้งให้ทั้งอนุประโยค และเครื่องหมายจุลภาคสองตัวแสดงส่วนที่แทรกเข้ามา คำนี้ย้ายไปต้นหรือท้ายประโยคได้เมื่อใช้เครื่องหมายวรรคตอนให้เหมาะสม แต่ไม่ใช่คำสันธานที่เชื่อมสองอนุประโยคได้ด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดวาง however ที่เป็นส่วนแทรกระหว่างประธานกับกริยาได้ถูกต้อง

  1. The new plan however, costs more.
  2. The new plan, however costs more.
  3. The new plan, however, costs more.
ดูคำตอบ

The new plan, however, costs more.

but this is probably because the sticks were used and they lost their stiffness over time. ลำดับความ

4:34

แต่นั่นอาจเป็นเพราะไม้ผ่านการใช้งานมาแล้วและสูญเสียความแข็งไปตามกาลเวลา

ลำดับความ

probably because สำหรับสาเหตุที่มีแนวโน้มเป็นจริง

Probably because ใช้นำเสนอคำอธิบายที่มีแนวโน้มเป็นจริง ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้ว ค่าที่วัดได้ต่ำลงเป็นสิ่งที่สังเกตพบ ส่วนแนวคิดที่ว่าการใช้งานทำให้ไม้สูญเสียความแข็งเมื่อเวลาผ่านไปคือคำอธิบายที่ผู้พูดเห็นว่าน่าจะดีที่สุด Probably ขยายสาเหตุทั้งหมดที่ตามหลัง because โดยลดระดับความแน่ใจต่อความสัมพันธ์เชิงเหตุผลนั้น ไม่ได้แสดงความไม่แน่ใจว่าไม้เคยถูกใช้งานหรือไม่ การใช้ถ้อยคำเช่นนี้ช่วยแยกสิ่งที่สังเกตพบออกจากข้อสันนิษฐาน

แบบฝึกหัด

คุณเห็นถนนเปียกแต่ไม่ได้เห็นสภาพอากาศ ประโยคใดกล่าวว่าฝนเป็นคำอธิบายที่มีแนวโน้มเป็นจริงแต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

  1. The streets are wet because it rained.
  2. The streets are wet, although it rained.
  3. The streets are wet, probably because it rained.
ดูคำตอบ

The streets are wet, probably because it rained.

Check it out, though.

4:38

แต่ลองดูนี่สิ

Real science.

4:39

วิทยาศาสตร์ของจริง

Let's take a closer look, though.

4:40

แต่เรามาดูให้ละเอียดขึ้นดีกว่า

A beam deflection equation can be used to model a hockey stick's flex. ไวยากรณ์

4:42

สมการการโก่งตัวของคานสามารถนำมาใช้จำลองความโค้งงอของไม้ฮอกกี้ได้

ไวยากรณ์

can be used to model: โครงสร้างกรรมวาจกที่บอกจุดประสงค์

Can be used to + คำกริยารูปพื้นฐาน นำเสนอประธานว่าเป็นเครื่องมือหรือวิธีการที่คนสามารถใช้เพื่อจุดประสงค์หนึ่งได้ ในประโยคนี้ equation คือสิ่งที่คนนำไปใช้ ส่วน to model ระบุจุดประสงค์ของการใช้ โครงสร้างนี้ประกอบด้วยกริยาช่วย can + รูปกรรมวาจก be used + infinitive บอกจุดประสงค์ to model จึงใช้บรรยายเชิงเทคนิคอย่างเป็นกลางได้โดยไม่ต้องระบุว่าใครเป็นผู้ใช้สมการ

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายเชิงเทคนิคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างกรรมวาจกบอกจุดประสงค์จากบทเรียน: This simulation ____ traffic flow during rush hour.

ดูคำตอบ

can be used to model

This force represents the pivot hand

4:45

แรงนี้แทนมือที่เป็นจุดหมุน

and this force represents the stick hitting the ice.

4:47

และแรงนี้แทนไม้ที่ตีลงบนน้ำแข็ง

The maximum displacement happens right here in the middle where the player's hand pushes on the stick.

4:50

การเคลื่อนตัวสูงสุดเกิดขึ้นตรงกลางนี้ ซึ่งเป็นจุดที่มือของผู้เล่นกดลงบนไม้

In engineering, we use two types of diagrams called shear and moment diagrams การใช้คำ

4:55

ในทางวิศวกรรม เราใช้ไดอะแกรมสองประเภทที่เรียกว่าไดอะแกรมแรงเฉือนและโมเมนต์

to understand the stresses on the inside of a beam.

4:58

เพื่อให้เข้าใจถึงแรงเค้นที่อยู่ภายในคาน

การใช้คำ

shear and moment diagrams ในการวิเคราะห์คาน

shear and moment diagrams คือกราฟทางวิศวกรรมคู่หนึ่งที่ใช้ร่วมกัน shear diagram แสดงว่าแรงเฉือนภายในเปลี่ยนไปอย่างไรตามแนวคาน ส่วน moment diagram แสดงการเปลี่ยนแปลงของโมเมนต์ดัดภายใน วิศวกรอ่านกราฟเหล่านี้เพื่อหาบริเวณที่รับแรงมากและทำความเข้าใจว่าวัตถุรูปคานอาจโค้งงอหรือเสียหายตรงจุดใด ในศัพท์นี้ moment หมายถึงผลของแรงที่ทำให้เกิดการหมุน ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

ในการวิเคราะห์คาน shear and moment diagrams แสดงอะไร?

  1. เฉพาะรูปร่างภายนอกและขนาดของคาน
  2. แรงเฉือนภายในและโมเมนต์ดัดเปลี่ยนไปอย่างไรตามแนวคาน
  3. เฉพาะแรงภายนอกและแรงปฏิกิริยาที่จุดรองรับ
ดูคำตอบ

แรงเฉือนภายในและโมเมนต์ดัดเปลี่ยนไปอย่างไรตามแนวคาน

So, if our hockey player is strong enough to actually break a stick while doing a slap shot, ไวยากรณ์

5:01

ดังนั้น หากผู้เล่นฮอกกี้ของเราแข็งแรงพอที่จะทำให้ไม้หักได้ในขณะที่ทำการตีสแล็ปช็อต

ไวยากรณ์

คำคุณศัพท์ + enough to + คำกริยา: strong enough to

Strong enough to หมายความว่ากำลังของนักกีฬาฮอกกี้ถึงระดับที่จำเป็นสำหรับการกระทำถัดไป ในที่นี้ การทำไม้หักคือการกระทำที่ใช้กำหนดระดับนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ adjective + enough + to + กริยารูปพื้นฐาน: strong enough to break โดย enough อยู่หลังคำคุณศัพท์ และส่วนที่ตามหลัง to บอกว่าระดับนั้นทำให้อะไรเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “มีกำลังเพียงพอที่จะทำ”: Maya is ____ lift the box.

ดูคำตอบ

strong enough to

according to science, where exactly along the stick is it going to break?

5:06

ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว ไม้มันจะหักตรงจุดไหนกันแน่?

You get it?

5:15

คุณเข้าใจไหม?

So, where do you think it broke relative to where your hand was? วลี

5:17

แล้วคุณคิดว่ามันหักตรงไหนเมื่อเทียบกับตำแหน่งมือของคุณล่ะ?

วลี

relative to: การใช้จุดอ้างอิง

Relative to นำเสนอจุดอ้างอิงที่ใช้บอกตำแหน่งหรือความสัมพันธ์อื่น ๆ คำถามนี้ไม่ได้ถามเพียงว่าไม้หักตรงไหน แต่ถามว่าจุดหักอยู่ตรงไหนเมื่อใช้มือของผู้เล่นเป็นจุดอ้างอิง รูปแบบ X relative to Y หมายถึง “อธิบายหรือตัดสิน X โดยสัมพันธ์กับ Y” ในที่นี้ X คือตำแหน่งที่หัก และ Y คือตำแหน่งของมือ

แบบฝึกหัด

ไกด์ต้องการถามตำแหน่งของร้านกาแฟโดยใช้ห้องสมุดเป็นจุดอ้างอิง คำถามใดเหมาะสมที่สุด?

  1. How is the cafe related to the library?
  2. Where is the cafe relative to the library?
  3. Which cafe is inside the library?
ดูคำตอบ

Where is the cafe relative to the library?

Huh?

5:21

ฮะ?

Probably in it.

5:22

น่าจะตรงมือเลย

Like you think it was in your hand when it broke?

5:23

แบบว่าคุณคิดว่ามันหักคามือคุณเลยเหรอ?

Oh, yeah.

5:25

โอ้ ใช่

Yeah.

5:26

ใช่

All right, let's make sure I got it on slow mo. การใช้คำ

5:27

เอาล่ะ ขอให้แน่ใจว่าผมถ่ายสโลว์โมชั่นไว้แล้วนะ

การใช้คำ

slow mo: รูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ slow motion

slow mo เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ slow motion ในที่นี้ got it on slow mo หมายถึงถ่ายเหตุการณ์ไว้เพื่อให้ดูย้อนหลังด้วยความเร็วที่ช้าลงได้ ในบริบทของสื่อ วลีนี้บอกลักษณะการถ่ายหรือการเล่นภาพ ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ

แบบฝึกหัด

slow mo ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. วิดีโอที่บันทึกในอีกหนึ่งเดือนต่อมา
  2. วิดีโอที่ถ่ายหรือเล่นด้วยความเร็วที่ช้าลง
  3. คลิปที่ลดระดับเสียงลง
ดูคำตอบ

วิดีโอที่ถ่ายหรือเล่นด้วยความเร็วที่ช้าลง

Did you see that?

5:42

คุณเห็นนั่นไหม?

There are two types of loading that added up to break the stick.

5:43

มีแรงกระทำสองประเภทที่รวมกันทำให้ไม้หัก

First, he flexed it on the ice,

5:46

อย่างแรก เขาทำให้มันโค้งงอบนน้ำแข็ง

but it wasn't until he tried to actually accelerate the puck ไวยากรณ์

5:48

แต่มันยังไม่หักจนกว่าเขาจะพยายามเร่งความเร็วลูกพัคจริงๆ

that it kicked it up over its maximum stress limit and actually broke the stick. การใช้คำ

5:50

นั่นทำให้มันทะลุขีดจำกัดแรงเค้นสูงสุดและทำให้ไม้หักในที่สุด

ไวยากรณ์

It wasn't until X that Y: การเน้นผลที่เกิดขึ้นภายหลัง

โครงสร้าง It wasn't until X that Y เน้นว่า Y ไม่ได้เกิดขึ้นก่อน X โดย X ระบุเวลาที่มาถึงภายหลังหรือเหตุการณ์ที่เป็นตัวกระตุ้น และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุผลที่เกิดขึ้นในที่สุด ในประโยคนี้ X คือการพยายามเร่งความเร็วลูกพัคจริง ๆ ส่วน Y คือแรงเค้นเกินขีดจำกัดและทำให้ไม้หัก โครงสร้างนี้จึงเน้นว่าการเร่งความเร็วเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ ไม่ใช่แค่การกระทำอีกอย่างหนึ่งตามลำดับ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง wasn't until ... that ให้ตรงรูปเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: It ____ the final rehearsal ____ Maya remembered every line.

ดูคำตอบ

wasn't until · that

การใช้คำ

maximum stress limit ในการวิบัติของวัสดุ

ในประโยคนี้ maximum stress limit หมายถึงความเค้นภายในสูงสุดที่วัสดุทนได้ก่อนจะวิบัติ คำว่า stress ในที่นี้เป็นปริมาณทางวิศวกรรม หมายถึงแรงที่กระจายอยู่ภายในวัสดุ ไม่ใช่ความกังวลหรือความตึงเครียดของคน ส่วน maximum เน้นว่านี่คือขีดบนของช่วงที่ปลอดภัย เมื่อแรงต่าง ๆ ที่รวมกันดันให้ไม้เกินขีดจำกัดนั้น การหักก็เป็นผลจากการวิบัติที่คาดไว้ วลีนี้จึงอธิบายว่าทำไมไม้จึงหัก ไม่ได้เพียงบอกว่าไม้มีความเค้นเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ maximum stress limit หมายถึงอะไร

  1. สิ่งของที่หนักที่สุดที่คนหนึ่งคนยกได้
  2. ความเค้นภายในสูงสุดที่วัสดุทนได้
  3. ระดับความประหม่าที่ผู้เล่นรู้สึก
ดูคำตอบ

ความเค้นภายในสูงสุดที่วัสดุทนได้

That is awesome.

5:55

มันสุดยอดมาก

So, thanks for sticking with me as I try to explain a sport I don't truly understand. สำนวน

5:57

ก็ ขอบคุณที่อยู่กับผมในขณะที่ผมพยายามอธิบายกีฬาที่ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

สำนวน

sticking with me: การขอบคุณผู้ฟังที่อดทนติดตาม

ในที่นี้ sticking with me เป็นกริยาวลี stick with someone หมายถึงฟังต่อ มีส่วนร่วมต่อ หรือยังคงให้ความสนใจและการสนับสนุนแก่ผู้พูด ผู้พูดกำลังขอบคุณผู้ชมที่ยังติดตามคำอธิบายซึ่งอาจยากหรือไม่คุ้นเคย ไม่ได้ขอให้ผู้ชมมาติดอยู่กับตัวเขาจริง ๆ ถ้อยคำนี้ยังเป็นมุกเบา ๆ ที่เกี่ยวกับฮอกกี้ เพราะ stick เชื่อมโยงกลับไปถึงไม้ฮอกกี้ที่พูดถึงในวิดีโอ ความหมายเสริมนี้ทำให้ประโยคปิดท้ายฟังดูขี้เล่น

แบบฝึกหัด

Thanks for sticking with me ในที่นี้หมายความว่าอะไร

  1. ขอบคุณที่เห็นด้วยกับทุกความคิดเห็นของฉัน
  2. ขอบคุณที่เอาตัวมาติดกับฉัน
  3. ขอบคุณที่ยังฟังและมีส่วนร่วมต่อไป
ดูคำตอบ

ขอบคุณที่ยังฟังและมีส่วนร่วมต่อไป

If you'd like to help us smarter every day and help me do crazy stuff like this,

6:00

หากคุณต้องการช่วยให้เราฉลาดขึ้นทุกวัน (smarter every day) และช่วยให้ผมทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้ได้

you can support the sponsor, which is audible.com.

6:03

คุณสามารถสนับสนุนผู้สนับสนุนของเรา ซึ่งก็คือ audible.com

Go to audible.com/smarter and get a free audiobook.

6:06

ไปที่ audible.com/smarter แล้วรับหนังสือเสียงฟรี

They've got thousands to choose from.

6:08

พวกเขามีหนังสือหลายพันเล่มให้เลือก

Get whatever you want.

6:09

เลือกเรื่องที่คุณต้องการได้เลย

You can do a free trial, free book, free trial.

6:10

คุณสามารถทดลองใช้ฟรี หนังสือฟรี ทดลองใช้ฟรี

You can download it and listen to it, and if you don't like it, you can return it and get another one.

6:13

คุณสามารถดาวน์โหลดและฟังได้ และถ้าคุณไม่ชอบ คุณก็สามารถคืนและรับเล่มใหม่ได้

It's a pretty good deal.

6:16

มันเป็นข้อเสนอที่ดีมากเลยนะ

Anyway,

6:17

อย่างไรก็ตาม

I used it long before they asked to sponsor Smarter Every Day,

6:17

ผมใช้มันมานานก่อนที่พวกเขาจะขอเป็นสปอนเซอร์ให้ Smarter Every Day ซะอีก

so I'm more than happy to suggest it to you. วลี

6:20

ดังนั้นผมจึงยินดีอย่างยิ่งที่จะแนะนำให้คุณ

วลี

more than happy to: เต็มใจอย่างมาก

be more than happy to do something หมายถึงเต็มใจและยินดีอย่างมากที่จะทำบางอย่าง ในประโยคนี้ ผู้พูดเน้นอย่างเป็นมิตรว่าการแนะนำบริการนี้ไม่ใช่เรื่องลำบากเลย more than ในที่นี้ทำหน้าที่เน้น happy ไม่ได้เป็นการวัดระดับความสุขตามตัวอักษร ใช้โครงสร้าง be more than happy to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อเสนอความช่วยเหลือ ตอบรับคำขอ หรือแสดงการสนับสนุนอย่างจริงใจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานขอให้คุณช่วยทำรายงาน คำตอบใดแสดงความเต็มใจอย่างอบอุ่นและชัดเจนที่สุด

  1. I can help, but I would rather not.
  2. I'm more than happy to help.
  3. I am not available to help.
ดูคำตอบ

I'm more than happy to help.

audible.com/smarter.

6:22

audible.com/smarter

I get credit for you checking out Audible วลี

6:24

ผมจะได้รับเครดิตจากการที่คุณเข้าไปดู Audible

วลี

get credit for: ได้รับการยอมรับหรือการนับผลงาน

get credit for something หมายถึงได้รับการยอมรับ การนับผลงาน หรือผลประโยชน์เพราะบางสิ่ง ในที่นี้ การที่ผู้ชมเข้าไปดู Audible ผ่านช่องทางแนะนำของผู้พูดจะถูกนับเป็นผลงานของผู้พูด จึงทำให้ผู้พูดได้รับ credit ด้านการโปรโมต แต่ไม่ได้ระบุว่าผลประโยชน์นั้นคืออะไร รูปแบบที่พบบ่อยคือ get credit for + คำนาม รูป -ing หรือ someone doing something ประธานเป็นผู้ได้รับ credit และ for นำหน้าการกระทำหรือผลลัพธ์ที่ทำให้ได้รับสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya ได้รับการยอมรับเพราะเธอพบวิธีแก้

  1. Maya takes credit for Leo's solution.
  2. Maya gets credit for finding the solution.
  3. Maya gives Leo credit for finding the solution.
ดูคำตอบ

Maya gets credit for finding the solution.

and it helps Smarter Every Day move forward and do more crazy stuff.

6:26

และมันจะช่วยให้ Smarter Every Day ก้าวต่อไปและทำเรื่องบ้าๆ ได้มากขึ้น

Anyway, I'm Destin.

6:29

ยังไงก็ตาม ผมเดสติน

Get smarter every day.

6:30

ฉลาดขึ้นทุกวัน

Thank you very much.

6:31

ขอบคุณมากครับ

Have a good one. น้ำเสียง/เจตนา

6:32

ขอให้เป็นวันที่ดีนะ

น้ำเสียง/เจตนา

“Have a good one.”: คำบอกลาสบาย ๆ

Have a good one. เป็นคำบอกลาแบบเป็นกันเองและไม่เป็นทางการ ใช้เพื่ออวยพรให้อีกฝ่ายมีช่วงเวลาที่ดีต่อไป ในที่นี้ one ใช้แทนช่วงเวลาหรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องแบบกว้าง ๆ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ผู้ฟังต้องมี ความหมายที่แน่ชัดของ one ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อาจหมายถึงเวลาที่เหลือของวัน ตอนเย็น การเดินทาง หรือช่วงเวลาอื่นที่เข้าใจกันอยู่แล้ว ผู้พูดจึงไม่ต้องระบุช่วงเวลาอย่างชัดเจน แต่ยังฟังเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เมื่อรู้ว่าหมายถึงช่วงเวลาใด แต่ไม่ต้องการระบุช่วงเวลานั้นโดยตรง ข้อใดเป็นคำบอกลาแบบเป็นมิตรและไม่เป็นทางการที่เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. I had a good one.
  2. Have a good one.
  3. Have a good day.
  4. Have one good.
ดูคำตอบ

Have a good one.

Before and after.

6:33

ก่อนและหลัง

It was a smashing good time. สำนวน

6:36

มันเป็นช่วงเวลาแห่งการทำลายล้างที่สนุกมาก

สำนวน

“a smashing good time.”: คำชมประสบการณ์แบบขี้เล่น

ใน a smashing good time คำว่า smashing เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ยอดเยี่ยม” หรือ “สนุกมาก” ทั้งวลีหมายความว่าประสบการณ์นั้นสนุกเป็นพิเศษ ไม่ได้หมายความว่าช่วงเวลาดี ๆ นั้นถูกทุบจนแตกจริง ๆ เนื่องจากบริบทนี้ยังมีการบดหรือทำให้สิ่งของแตกด้วย คำว่า smashing จึงชวนให้นึกถึงความหมายตามตัวอักษรของคำกริยานี้ไปพร้อมกับความหมายเชิงชมเชย การซ้อนกันของสองความหมายนี้ทำให้เกิดการเล่นคำ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The school fair was a smashing good time” คำว่า smashing หมายถึงอะไร

  1. เงียบและเป็นทางการ
  2. ยอดเยี่ยมและสนุกมาก
  3. ทำลายงานโรงเรียนจนแตกจริง ๆ
  4. แพงมาก
ดูคำตอบ

ยอดเยี่ยมและสนุกมาก

You want more whippiness or more stiffiness? การใช้คำ

6:40

คุณต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้นหรือความแข็งมากขึ้นล่ะ?

การใช้คำ

คำนามเชิงเล่นคำ whippiness และ stiffiness

“Whippiness” ใช้เรียกคุณสมบัติที่ยืดหยุ่น เด้ง และสะบัดคล้ายแส้ ส่วน “stiffiness” ในประโยคนี้เข้าใจว่าเป็นคุณสมบัติตรงข้าม คือแข็งและงอได้น้อยกว่า คำลงท้าย -ness เปลี่ยนคำบอกคุณสมบัติให้เป็นคำนามที่หมายถึง “สภาพหรือระดับของคุณสมบัตินั้น” Whippiness เป็นไปตามรูปปกติ whippy → whippiness ส่วน stiffiness เป็นคำที่สร้างขึ้นแบบขำ ๆ เพื่อให้เข้าคู่กัน ภาษาอังกฤษมาตรฐานมักใช้ stiffness คำที่มีรูปสมดุลกันคู่นี้ทำให้คำถามฟังดูสนุกและไม่จริงจังเกินไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับรายงานทางวิศวกรรมที่เป็นทางการ?

  1. The shaft's flexibility and stiffness were measured.
  2. The shaft's whippiness and stiffiness were measured.
  3. The shaft's whipping and stiffing were measured.
ดูคำตอบ

The shaft's flexibility and stiffness were measured.

Oh, all in preference.

6:43

โอ้ แล้วแต่ความชอบเลย

It's for science.

6:47

เพื่อวิทยาศาสตร์ไงล่ะ

I need a new stick.

6:48

ผมต้องการไม้ใหม่แล้วล่ะ