วิธีเลือกคู่ชีวิตอย่างชาญฉลาด: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
767 คำ 170 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: เหตุใดสัญชาตญาณรักจึงอาจทำซ้ำรูปแบบความสัมพันธ์จากวัยเด็ก และการพิจารณาความดึงดูดช่วยให้เลือกคู่ได้รอบคอบขึ้นอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. bring to an end — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: วิธีพูดค่อนข้างเป็นทางการว่าสิ่งหนึ่งทำให้กระบวนการหรือสภาวะจบลงทั้งหมด โดยกรรมตามหลังทั้งกลุ่มคำ 2. tease out — กริยาวลี: ค่อย ๆ แยกและระบุสาเหตุละเอียดอ่อนจากความรู้สึกซับซ้อน ใช้เมื่อต้องวิเคราะห์อย่างรอบคอบ 3. have a lot going for them. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: บอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคนหรือตัวเลือกมีข้อดีมาก โดยเฉพาะเมื่อข้อดีนั้นขัดกับความประทับใจแรกที่เป็นลบ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

How do we choose the people we fall in love with? วลี

0:01

เราจะเลือกคนที่เราจะตกหลุมรักได้อย่างไร?

วลี

fall in love with + คน

fall in love with someone หมายถึงเริ่มมีความรักแบบคนรักต่อคนนั้น หรือ “ตกหลุมรักใครสักคน” คำว่า fall ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการล้มจริง ๆ แต่บอกถึงการเปลี่ยนแปลงทางความรู้สึก รูปแบบตายตัวคือ fall in love with + คน ต้องคง with ไว้หน้าคนที่เรารัก และเปลี่ยน fall ตามกาลเมื่อจำเป็น เช่น fell in love with her

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ fall in love with: After months of talking, Leo ____ Ana.

ดูคำตอบ

fell in love with

In the modern world,

0:04

ในโลกยุคใหม่

under the ideology of romanticism, การใช้คำ

0:05

ภายใต้อุดมการณ์ของความโรแมนติก

you're meant above all to trust your feelings. ไวยากรณ์

0:07

เหนือสิ่งอื่นใดคุณถูกกำหนดให้เชื่อในความรู้สึกของตัวเอง

การใช้คำ

under the ideology of romanticism: ภายใต้อิทธิพลของอุดมการณ์

under the ideology of romanticism หมายถึงผู้คนถูกชี้นำหรือหล่อหลอมด้วยแนวคิดแบบโรแมนติก คำว่า under ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ คืออยู่ภายใต้อิทธิพลของระบบความคิด ไม่ได้อยู่ข้างใต้ในทางกายภาพ ในประโยคนี้ romanticism หมายถึงมุมมองเรื่องความรักที่ให้ความรู้สึกและสัญชาตญาณมีบทบาทสำคัญ ไม่ได้หมายถึงขบวนการโรแมนติกในประวัติศาสตร์ศิลปะและวรรณกรรมเป็นหลัก

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'Under the ideology of meritocracy, success is seen as the result of individual effort,' วลี under the ideology of หมายถึงอะไร

  1. ถูกชี้นำหรือหล่อหลอมด้วยระบบความคิดนั้น
  2. มีชีวิตอยู่ในยุคศิลปะที่ตั้งชื่อตามแนวคิดนั้น
  3. อยู่ข้างใต้ทฤษฎีที่เขียนไว้ในทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ถูกชี้นำหรือหล่อหลอมด้วยระบบความคิดนั้น

ไวยากรณ์

โครงสร้าง be meant to ที่ถูกแทรกใน you're meant ... to trust

ใน you're meant ... to trust คำเหล่านี้ประกอบเป็นโครงสร้าง be meant to + คำกริยารูปพื้นฐาน คือ you're meant to trust โดย above all แทรกอยู่ระหว่าง meant กับ to เพื่อชี้ว่า “การเชื่อ” เป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่ไม่ได้ทำให้โครงสร้างเปลี่ยนไป be meant to นำเสนอความคาดหมายที่มาจากกฎ บทบาท ธรรมเนียม หรือแนวคิดร่วมกัน ในที่นี้เป็นการบอกว่าอุดมคติเรื่องความรักเห็นว่าคนเราควรทำอะไร ไม่ใช่แผนส่วนตัวของผู้พูดหรือคำสั่งโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be meant to ที่มีคำแทรกอยู่ตรงกลาง: A fair judge ____, above all, ____ listen to both sides.

ดูคำตอบ

is meant · to

Love is a mutual ecstasy

0:10

ความรักคือความปลาบปลื้มยินดีร่วมกัน

at finding a beautiful person inside and out สำนวน

0:12

ในการค้นพบคนที่งดงามทั้งภายนอกและภายใน

with a rare capacity to make us happy.

0:15

ผู้ซึ่งมีความสามารถอันหาได้ยากในการทำให้เรามีความสุข

สำนวน

inside and out สำหรับคุณสมบัติภายในและภายนอกของคน

inside and out เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงทั้งด้านในและด้านนอก เมื่อใช้ชมคนในลักษณะนี้ inside หมายถึงนิสัยและความรู้สึก ส่วน out หมายถึงรูปลักษณ์และท่าทีที่แสดงออกภายนอก ในประโยคนี้สำนวนอยู่หลัง a beautiful person และเป็นการประเมินบุคคลนั้นอย่างรอบด้าน ไม่ได้กล่าวถึงการเคลื่อนเข้าไปในหรือออกมาจากสถานที่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? Rina is beautiful inside and out.

  1. เธอรู้ทุกรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่แห่งหนึ่ง
  2. เสื้อผ้าของเธอถูกพลิกให้ด้านในออกมาอยู่ข้างนอก
  3. ทั้งนิสัยและรูปลักษณ์ของเธองดงาม
ดูคำตอบ

ทั้งนิสัยและรูปลักษณ์ของเธองดงาม

The romantic attitude sounds warm and kind.

0:18

ทัศนคติแบบโรแมนติกฟังดูอบอุ่นและใจดี

Its originator certainly imagined

0:21

ผู้ริเริ่มแนวคิดนี้ย่อมจินตนาการไว้แน่นอน

that it would bring to an end the sort of unhappy relationships วลี

0:23

ว่ามันจะช่วยยุติความสัมพันธ์ที่ไม่มีความสุข

that resulted from the old ways of finding a partner,

0:26

ซึ่งเป็นผลพวงมาจากวิธีการหาคู่แบบเก่า

the arranged marriage. วัฒนธรรม

0:29

นั่นก็คือการคลุมถุงชน

วลี

bring to an end: ทำให้บางสิ่งสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์

ในประโยคนี้ bring to an end หมายถึงทำให้บางสิ่งหยุดหรือสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ สิ่งที่ถูกยุติคือ the sort of unhappy relationships โดย bring และ end รวมกันเป็นสำนวนเดียว ดังนั้น bring จึงไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนย้ายตามตัวอักษร โครงสร้างอาจเป็น bring something to an end หรือถ้ากรรมยาว ก็ใช้ bring to an end something ได้ ลำดับแบบที่สองช่วยให้กลุ่มคำนามยาวอยู่ติดกัน และเป็นแบบที่ใช้ในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการสี่คำที่มี bring และหมายถึง ‘ทำให้บางสิ่งสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์’: The reform helped ____ the unfair rules that had excluded many applicants.

ดูคำตอบ

bring to an end

วัฒนธรรม

arranged marriage: การแต่งงานที่ครอบครัวหรือชุมชนมีบทบาทในการเลือกคู่

arranged marriage คือการแต่งงานที่ครอบครัวหรือชุมชนมีบทบาทหลักในการหา หรือเลือกคู่สมรส คำนี้กล่าวถึงวิธีเลือกคู่ ไม่ใช่ว่าใครเป็นผู้จัดพิธีแต่งงาน ในประโยคนี้ กลุ่มคำนามดังกล่าวใช้เรียกและอธิบาย the old ways of finding a partner ให้ชัดขึ้น ตัวคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าผู้แต่งงานยินยอมหรือไม่ จึงต้องพิจารณาเรื่องความยินยอมแยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย arranged marriage ได้ถูกต้อง

  1. arranged marriage มีครอบครัวหรือชุมชนร่วมเลือกคู่ และคู่แต่งงานอาจยังให้ความยินยอมได้
  2. arranged marriage หมายความเสมอว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายถูกบังคับให้แต่งงานโดยไม่ยินยอม
  3. arranged marriage หมายความเพียงว่าคนอื่นเป็นผู้จัดพิธีแต่งงาน
ดูคำตอบ

arranged marriage มีครอบครัวหรือชุมชนร่วมเลือกคู่ และคู่แต่งงานอาจยังให้ความยินยอมได้

The only problem is that this call for us to trust our instincts ลำดับความ

0:31

ปัญหาเดียวก็คือการเรียกร้องให้เราเชื่อสัญชาตญาณนี้

has very often proved to be a disaster of its own. ไวยากรณ์

0:35

มักจะกลายเป็นความหายนะในตัวมันเอง

ลำดับความ

The only problem is that: การนำเสนอข้อโต้แย้งสำคัญ

กรอบประโยคนี้รับช่วงจากสิ่งที่กล่าวหรือยอมรับมาก่อน แล้วเปลี่ยนไปยังปัญหาหนึ่งข้อที่อาจหักล้างสิ่งนั้นได้ โดยส่งสัญญาณว่า “มีข้อโต้แย้งหลักอยู่หนึ่งข้อ และข้อนั้นสำคัญ” only ในที่นี้จำกัดจำนวนปัญหาที่ผู้พูดเลือกเน้น ไม่ได้หมายความว่าปัญหาเล็กน้อย ปัญหาหลัง that อาจร้ายแรงพอที่จะล้มข้อดีที่กล่าวมาก่อนได้

แบบฝึกหัด

ใช้กรอบห้าคำที่ประกอบด้วย only, problem, is และ that เพื่อเกริ่นปัญหาสำคัญหนึ่งข้อ: The plan is simple and cheap. ____ it depends on data we do not have.

ดูคำตอบ

The only problem is that

ไวยากรณ์

proved to be: ผลลัพธ์ที่ปรากฏในภายหลัง

prove to be + คำนามหรือคำคุณศัพท์ ใช้อธิบายว่าภายหลังเหตุการณ์หรือหลักฐานแสดงให้เห็นว่าคนหรือสิ่งหนึ่งจริง ๆ แล้วเป็นอะไรหรือมีลักษณะอย่างไร โครงสร้างนี้มองย้อนกลับจากผลลัพธ์และมักเปรียบความคาดหวังเดิมกับความจริงที่ปรากฏภายหลัง ในประโยคนี้ has very often proved to be ใช้ประสบการณ์ที่เกิดซ้ำเป็นหลักฐานในการตัดสินว่าสิ่งหนึ่งเป็นหายนะ prove ไม่ได้หมายถึงการที่ประธานนำหลักฐานมาพิสูจน์ แต่ตัวประธานเองเป็นสิ่งที่ถูกประเมินในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าประสบการณ์ในภายหลังแสดงให้เห็นว่ากำหนดการใหม่มีประสิทธิภาพ

  1. The new schedule proved to be effective.
  2. The manager proved the new schedule to be effective.
  3. The new schedule tried to be effective.
ดูคำตอบ

The new schedule proved to be effective.

Respecting the special feelings we get around certain people

0:39

การเคารพความรู้สึกพิเศษที่เรามีเมื่ออยู่ใกล้บางคน

in nightclubs or train stations,

0:42

ในไนต์คลับหรือสถานีรถไฟ

parties, or on websites,

0:44

งานปาร์ตี้ หรือบนเว็บไซต์

and that romanticism so ably celebrated in art,

0:46

และลัทธิโรแมนติกที่ได้รับการยกย่องอย่างชาญฉลาดในงานศิลปะ

appears not to have led us to be any happier in our unions ไวยากรณ์

0:49

ดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้เรามีความสุขในชีวิตคู่มากขึ้นเลย

than a medieval couple shackled into marriage สำนวน

0:53

มากไปกว่าคู่สามีภรรยาในยุคกลางที่ถูกจับแต่งงานกัน

ไวยากรณ์

appears not to have led: การตัดสินอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับผลในอดีต

ในประโยคนี้ appears หมายถึง “ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจากหลักฐานที่มีอยู่” ไม่ได้หมายถึง “ปรากฏให้เห็น” ผู้พูดกำลังแสดงข้อสรุปอย่างระมัดระวัง ไม่ได้ยืนยันอย่างแน่นอน โครงสร้าง appears not to have + กริยาช่องที่สาม ใช้ประเมินจากมุมมองปัจจุบันถึงผลที่เกิดขึ้นแล้วหรือสืบเนื่องมาจนถึงตอนนี้ ในที่นี้ have led ชี้ถึงผลที่แนวคิดโรแมนติกสร้างขึ้นจนถึงปัจจุบัน ส่วน not บอกว่าผลที่คาดหวัง คือความสัมพันธ์ที่มีความสุขมากขึ้น ดูเหมือนจะไม่ได้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปปัจจุบันเอกพจน์บุรุษที่สามของ appear และรูป perfect infinitive ปฏิเสธของ lead: The update ____ to any improvement.

ดูคำตอบ

appears not to have led

by two royal courts

0:55

โดยราชสำนักสองแห่ง

สำนวน

shackled into marriage: การนำเสนอการแต่งงานเหมือนการจองจำ

ความหมายตามตัวอักษรของ shackled คือ “ถูกล่ามด้วยโซ่” แต่ในที่นี้เป็นอุปมา หมายถึงคู่รักถูกอำนาจภายนอกผลักดันให้แต่งงานและแทบไม่มีอิสระในการเลือก ถ้อยคำนี้นำเสนอการแต่งงานเหมือนการถูกจองจำ จึงมีน้ำเสียงวิจารณ์ ไม่ใช่คำอธิบายอย่างเป็นกลางว่าการแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างไร

แบบฝึกหัด

shackled into marriage สื่อความหมายใดในบริบทนี้?

  1. พวกเขาเลือกการแต่งงานที่ทำให้มีความสุขเป็นพิเศษอย่างเสรี
  2. พวกเขาถูกเชื่อมเข้าหากันด้วยโซ่จริง ๆ ระหว่างพิธีแต่งงาน
  3. พวกเขาถูกบังคับให้แต่งงานและถูกปฏิบัติราวกับว่าไม่มีอิสรภาพ
ดูคำตอบ

พวกเขาถูกบังคับให้แต่งงานและถูกปฏิบัติราวกับว่าไม่มีอิสรภาพ

keen to preserve the sovereignty of a slice of ancestral land.

0:56

ที่กระตือรือร้นจะรักษาอำนาจอธิปไตยของผืนแผ่นดินบรรพบุรุษเอาไว้

Instinct has been little better than calculation ไวยากรณ์

1:00

สัญชาตญาณนั้นแทบไม่ดีไปกว่าการคิดคำนวณเลย

in underwriting the quality of our love stories. การใช้คำ

1:03

ในการรับประกันคุณภาพของเรื่องราวความรักของเรา

ไวยากรณ์

little better than: ดีกว่าเพียงเล็กน้อย

ในที่นี้ little ขยายคำเปรียบเทียบขั้นกว่า better และหมายถึง “มากกว่าเพียงเล็กน้อยมาก” ประโยคนี้บอกว่าสัญชาตญาณให้ผลดีกว่าการคำนวณเพียงนิดเดียว วลีนี้มีนัยประเมินในทางลบ เพราะทั้งสองวิธีถูกมองว่าไม่ดีพอในการรับประกันเรื่องราวความรักที่ดี ดังนั้น better จึงไม่ได้หมายความว่าสัญชาตญาณนั้นดีหรือน่าเชื่อถือ

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “ดีกว่าเพียงเล็กน้อย แต่ทั้งสองฉบับยังคงไม่ดี” ลงในประโยค: The rushed second draft was ____ the first; it still contained major errors.

ดูคำตอบ

little better than

การใช้คำ

underwriting the quality of: ให้การหนุนหลังแบบเป็นทางการ

ในที่นี้ underwriting เป็นคำเปรียบเทียบแบบเป็นทางการที่มาจากแวดวงการเงินและประกันภัย ในความหมายเฉพาะทางตามตัวอักษร underwrite หมายถึงการรับความเสี่ยงทางการเงิน หรือการจัดหาเงินหรือหลักประกันเพื่อหนุนหลังบางสิ่ง ในประโยคนี้ underwriting the quality of หมายถึงการให้แรงสนับสนุนหรือหลักประกันที่น่าเชื่อถือแก่คุณภาพของเรื่องราวความรัก ผู้เขียนบอกว่าสัญชาตญาณไม่ได้ประสบความสำเร็จมากกว่าการคำนวณเท่าใดในการรับประกันผลลัพธ์ที่ดี และไม่ได้กล่าวถึงการประกันภัยจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “A long-term grant underwrites the program’s stability,” คำว่า underwrites หมายถึงอะไร?

  1. เงินสนับสนุนนั้นซื้อประกันส่วนบุคคลให้ทุกคนในโครงการ
  2. เงินสนับสนุนนั้นให้แรงหนุนทางการเงินที่แข็งแกร่งเพื่อรักษาเสถียรภาพของโครงการ
  3. เงินสนับสนุนนั้นเขียนคำอธิบายไว้ใต้ชื่อโครงการ
ดูคำตอบ

เงินสนับสนุนนั้นให้แรงหนุนทางการเงินที่แข็งแกร่งเพื่อรักษาเสถียรภาพของโครงการ

There's another school of thought, สำนวน

1:06

ยังมีแนวคิดอีกสำนักหนึ่ง

this one influenced by psychotherapy,

1:08

ซึ่งได้รับอิทธิพลจากจิตบำบัด

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ school of thought

ในประโยคนี้ another school of thought ใช้แนะนำกรอบความคิดร่วมชุดที่สองสำหรับอธิบายหัวข้อดังกล่าว A school of thought หมายถึงชุดความเชื่อหรือทฤษฎีที่เชื่อมโยงกันและมีกลุ่มนักคิดยึดถือร่วมกัน ไม่ใช่โรงเรียนที่เป็นสถานที่จริง วลีนี้ช่วยจัดระเบียบการอภิปรายโดยวางแนวทางหนึ่งไว้เทียบกับแนวทางอื่นที่แข่งขันกันอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ school of thought ในความหมายว่าแนวทางเชิงทฤษฎีที่คนกลุ่มหนึ่งยึดถือร่วมกัน

  1. One school of thought argues that early practice is more useful than last-minute review.
  2. His school of thought is a single idea he had this morning.
  3. My school of thought has three classrooms.
ดูคำตอบ

One school of thought argues that early practice is more useful than last-minute review.

which challenges the notion วลี

1:10

ที่ท้าทายแนวคิดที่ว่า

that trusting instinct invariably draws us

1:11

การเชื่อสัญชาตญาณจะดึงดูดเราเสมอ

to those who will make us happy.

1:14

ไปสู่คนที่จะทำให้เรามีความสุข

วลี

ใช้ challenge the notion that ... เพื่อตั้งคำถามต่อความเชื่อ

ในที่นี้ challenges หมายถึงการตั้งคำถามต่อความจริงหรือความสมเหตุสมผลของแนวคิด ไม่ได้หมายถึงการท้าคนอื่นให้แข่งขัน กรรมของคำกริยาคือ the notion และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุความเชื่อทั้งหมดที่ถูกตั้งคำถาม Challenge the notion that ... เป็นวิธีแบบเป็นทางการในการนำเสนอข้ออ้างก่อนตรวจสอบหรือโต้แย้งข้ออ้างนั้น และมีความเฉพาะเจาะจงกว่าการพูดเพียงว่าใครบางคนไม่เห็นด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแบบเป็นทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “ตั้งคำถามว่าความเชื่อหนึ่งเป็นจริงหรือไม่”: The study ____ longer meetings improve decisions.

ดูคำตอบ

challenges the notion that

That's because the theory points out

1:16

นั่นเป็นเพราะทฤษฎีชี้ให้เห็นว่า

that we don't fall in love first and foremost วลี

1:18

เราไม่ได้ตกหลุมรักเป็นอันดับแรก

with those who care for us in ideal ways.

1:20

กับคนที่ดูแลเราในแบบอุดมคติ

วลี

first and foremost: การเน้นลำดับความสำคัญสูงสุด

first and foremost หมายถึง “สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด” หรือ “เป็นข้อพิจารณาหลัก” ในประโยคนี้ วลีนี้ชี้ว่าคนประเภทใดไม่ใช่คนที่เราโดยหลักแล้วจะตกหลุมรัก ไม่ได้พูดถึงการตกหลุมรักครั้งแรก วลีนี้ให้ความสำคัญสูงสุดกับประเด็นหนึ่ง และช่วยจัดระเบียบข้อโต้แย้งด้วยการบอกว่าปัจจัยใดควรได้รับการพิจารณาเหนือปัจจัยอื่น

แบบฝึกหัด

first and foremost ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. บอกว่าคนเรามักตกหลุมรักผู้ที่ดูแลตนอย่างสมบูรณ์แบบก่อนคนอื่นเสมอ
  2. หมายความว่า foremost เป็นชื่อของคนกลุ่มแรก
  3. แสดงว่าทฤษฎีกำลังพูดถึงคนประเภทหลักที่เราตกหลุมรัก ไม่ใช่ความรักที่เกิดขึ้นเร็วที่สุด
ดูคำตอบ

แสดงว่าทฤษฎีกำลังพูดถึงคนประเภทหลักที่เราตกหลุมรัก ไม่ใช่ความรักที่เกิดขึ้นเร็วที่สุด

We fall in love with those who care for us in familiar ways,

1:23

เราตกหลุมรักคนที่ดูแลเราในแบบที่คุ้นเคย

and there might be a big difference.

1:28

และมันอาจมีความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่

Adult love is modeled on a template of love สำนวน

1:31

ความรักของผู้ใหญ่จำลองมาจากรูปแบบความรัก

created in childhood

1:34

ที่สร้างขึ้นในวัยเด็ก

สำนวน

modeled on a template: การทำตามรูปแบบที่มีอยู่ก่อน

be modeled on หมายถึง “ถูกสร้างหรือออกแบบตามรูปแบบที่มีอยู่แล้ว” โครงสร้างกรรมวาจกคือ A is modeled on B โดย A คือสิ่งที่กำลังอธิบาย และ B คือรูปแบบต้นทาง ในที่นี้ template ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ประสบการณ์ในวัยเด็กก่อให้เกิดรูปแบบความสัมพันธ์ภายในใจ และความรักในวัยผู้ใหญ่ถูกอธิบายว่าเป็นไปตามรูปแบบนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปกรรมวาจกของ model และคำบุพบทที่ถูกต้อง: The school's peer-support plan is ____ a program that worked well in another town.

ดูคำตอบ

modeled on

and is likely to be entwined สำนวน

1:35

และมีแนวโน้มที่จะพัวพัน

with a range of problematic attractions

1:37

กับแรงดึงดูดที่เป็นปัญหามากมาย

สำนวน

Be entwined with: พัวพันกันอย่างแนบแน่นกับ

ในที่นี้ be entwined with ใช้ในเชิงอุปมา หมายความว่าความรักของผู้ใหญ่พัวพันอย่างแนบแน่นกับแรงดึงดูดที่เป็นปัญหา จึงแยกอิทธิพลทั้งสองออกจากกันได้ยาก ไม่ได้หมายถึงเส้นด้ายหรือวัตถุที่พันกันจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is/becomes entwined with Y ซึ่งนำเสนอว่าสองสิ่งเชื่อมโยงกันผ่านความสัมพันธ์ที่ทับซ้อนหลายชั้น ไม่ใช่เพียงสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้วลีรูปถูกกระทำในบทเรียนที่มี entwined และบุพบทที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: In some families, care can ____ a strong sense of duty.

ดูคำตอบ

be entwined with

that militate in key ways การใช้คำ

1:39

ซึ่งต่อต้านในประเด็นสำคัญ

against our chances of growth and happiness as adults.

1:41

โอกาสในการเติบโตและมีความสุขของเราในฐานะผู้ใหญ่

การใช้คำ

Militate in key ways against: ขัดขวางผลลัพธ์ในด้านสำคัญ

Militate against เป็นวลีกริยาแบบเป็นทางการ หมายถึงการส่งอิทธิพลที่ทำให้ผลลัพธ์หนึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลงหรือบรรลุได้ยากขึ้น ในที่นี้แรงดึงดูดที่เป็นปัญหาขัดขวางโอกาสในการเติบโตและมีความสุขเมื่อเป็นผู้ใหญ่ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำทางทหาร ในรูปแบบ X militates against Y นั้น Y คือเป้าหมาย ผลลัพธ์ หรือสภาวะที่ถูกขัดขวาง ส่วน in key ways เป็นวลีวิเศษณ์ที่แทรกเข้ามา เพื่อบอกว่าอิทธิพลด้านลบทำงานในด้านสำคัญ โดยไม่เปลี่ยนความเชื่อมโยงที่จำเป็นระหว่าง militate กับ against

แบบฝึกหัด

ใช้ militate, คำว่า in key ways และบุพบทที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Several hidden costs ____ the project's long-term success.

ดูคำตอบ

militate in key ways against

We may believe we're seeking happiness in love,

1:46

เราอาจเชื่อว่าเรากำลังแสวงหาความสุขในความรัก

but what we're really after is familiarity. กริยาวลี

1:48

แต่สิ่งที่เราตามหาจริงๆ คือความคุ้นเคย

กริยาวลี

What we're really after: การระบุเป้าหมายที่แท้จริง

ใน what we're really after คำว่า after เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน be after ซึ่งหมายถึง “ต้องการ แสวงหา หรือพยายามให้ได้มา” ส่วน what หมายถึง “สิ่งที่...” ดังนั้นอนุประโยคทั้งหมดจึงหมายถึง “สิ่งที่เราต้องการหรือแสวงหาจริง ๆ” after ในที่นี้ไม่ได้สื่อถึงเวลา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what เป็นประธานของ is และ familiarity ระบุว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร โครงสร้าง What someone is really after is ... มักใช้เปรียบต่างเป้าหมายที่เห็นภายนอกกับเป้าหมายที่ลึกกว่าซึ่งระบุหลัง is

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ”: A bigger office is not ____; we need a quieter place to work.

ดูคำตอบ

what we're really after

We're looking to recreate within our adult relationships

1:51

เรากำลังมองหาที่จะสร้างขึ้นใหม่ภายในความสัมพันธ์วัยผู้ใหญ่ของเรา

the very feelings we knew so well in childhood

1:54

ความรู้สึกเดียวกันกับที่เรารู้จักเป็นอย่างดีในวัยเด็ก

and which were rarely limited to just tenderness and care.

1:57

และมันแทบจะไม่จำกัดอยู่แค่ความอ่อนโยนและการดูแลเอาใจใส่

The love many of us would have tasted early on สำนวน

2:01

ความรักที่พวกเราหลายคนอาจเคยได้ลิ้มรสในช่วงต้นของชีวิต

was confused with other,

2:04

สับสนปะปนกับสิ่งอื่นๆ

perhaps more destructive dynamics,

2:05

ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำลายล้างมากกว่า

สำนวน

Would have tasted early on: การอนุมานประสบการณ์ช่วงแรก

ในที่นี้ tasted ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ความรักถูกกล่าวถึงราวกับเป็นสิ่งที่คนเราสามารถ “ลิ้มลอง” ได้เล็กน้อย ดังนั้น tasted จึงหมายถึง “เคยสัมผัสหรือมีประสบการณ์” และมักแฝงความหมายว่าเป็นประสบการณ์ช่วงแรกหรือประสบการณ์ที่มีอยู่อย่างจำกัด Would have tasted เป็นโครงสร้าง modal perfect คือ would have + คำกริยาช่องที่สาม ในที่นี้หมายถึงประสบการณ์ในอดีตที่หลายคนน่าจะหรือเป็นที่คาดหมายว่าเคยมีร่วมกัน ไม่ใช่เหตุการณ์ในอนาคต Early on หมายถึงใกล้ช่วงเริ่มต้น ซึ่งในที่นี้คือช่วงต้นของชีวิต

แบบฝึกหัด

ในประโยค “By the end of that first summer, many children would have tasted independence,” วลี would have tasted มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?

  1. เป็นเพียงการระบุข้อเท็จจริงว่าเด็ก ๆ ได้สัมผัสความเป็นอิสระซ้ำทุกฤดูร้อน
  2. หมายความว่าเมื่อถึงจุดนั้นในอดีต เด็ก ๆ น่าจะได้สัมผัสความเป็นอิสระเป็นครั้งแรกหรือในระดับหนึ่งแล้ว
  3. หมายความว่าเด็ก ๆ วางแผนจะสัมผัสความเป็นอิสระหลังจากจุดนั้นในอดีตเท่านั้น
ดูคำตอบ

หมายความว่าเมื่อถึงจุดนั้นในอดีต เด็ก ๆ น่าจะได้สัมผัสความเป็นอิสระเป็นครั้งแรกหรือในระดับหนึ่งแล้ว

feelings of wanting to help an adult who was out of control สำนวน

2:08

ความรู้สึกที่อยากจะช่วยผู้ใหญ่ที่ควบคุมตัวเองไม่ได้

สำนวน

out of control: ไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป

ในประโยคนี้ out of control ใช้บรรยายผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมหรืออารมณ์ของตนได้อย่างเป็นปกติและปลอดภัยอีกต่อไป ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นอยู่นอกระบบควบคุมบางอย่าง โครงสร้าง be หรือ get + out of control ใช้บรรยายคน อารมณ์ หรือสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป”: The crowd was getting ____, so the event was stopped.

ดูคำตอบ

out of control

or of being deprived of a parent's warmth การใช้คำ

2:11

หรือการขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่

การใช้คำ

deprived of: ถูกบังคับให้ขาดสิ่งสำคัญ

Be deprived of something หมายถึงการถูกบังคับให้ขาดสิ่งหนึ่ง มักเป็นเพราะบุคคลอื่น ระบบ หรือสภาพที่ยากลำบากเอาสิ่งนั้นไปหรือไม่จัดหาให้ สำนวนนี้มักสื่อถึงความเสียหาย ความไม่เป็นธรรม หรือการสูญเสียสิ่งสำคัญ ในที่นี้ being deprived of a parent's warmth หมายถึงการไม่ได้รับความรักจากพ่อแม่ที่จำเป็น ไม่ได้หมายถึงการเลือกสละสิ่งนั้นด้วยตนเอง โครงสร้างคือ be + deprived of + คำนามหรือกลุ่มคำนาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ deprive และคำบุพบทที่ต้องใช้: The residents were ____ clean water for three days.

ดูคำตอบ

deprived of

or scared of his or her anger,

2:14

หรือกลัวความโกรธของพวกเขา

or of not feeling secure enough to communicate our trickier wishes. ไวยากรณ์

2:16

หรือการรู้สึกไม่ปลอดภัยพอที่จะสื่อสารความปรารถนาที่ซับซ้อนของเราออกไป

ไวยากรณ์

secure enough to communicate: คำคุณศัพท์ + enough + to

ใน secure enough to communicate คำว่า secure หมายถึงรู้สึกปลอดภัยและสบายใจในทางอารมณ์ เป็นการบอกว่าคนคนหนึ่งรู้สึกพร้อมที่จะพูดถึงความปรารถนาที่เอ่ยได้ยากหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์หรือสถานที่ได้รับการป้องกันหรือไม่ โครงสร้าง adjective + enough + to + verb หมายถึงคุณสมบัติหนึ่งมีมากถึงระดับที่จำเป็นต่อการทำสิ่งนั้น ในที่นี้ not feeling secure enough หมายถึงความรู้สึกปลอดภัยทางอารมณ์ยังไม่เพียงพอ จึงสื่อสารได้ไม่ง่าย Enough อยู่หลังคำคุณศัพท์ คือ secure enough ไม่ใช่ enough secure

แบบฝึกหัด

ใช้ secure, enough และ speak ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After the host promised privacy, Daniel felt ____ honestly.

ดูคำตอบ

secure enough to speak

How logical then

2:20

ช่างสมเหตุสมผลอะไรเช่นนี้

that we should as adults find ourselves rejecting certain candidates, ไวยากรณ์

2:21

ที่ในตอนโตเราจะพบว่าตัวเองปฏิเสธผู้เข้าแข่งขันบางคน

not because they're wrong for us, ไวยากรณ์

2:25

ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่เหมาะสมกับเรา

but because they're a little too right. ลำดับความ

2:27

แต่เพราะพวกเขาเหมาะสมเกินไปนิดหน่อย

ไวยากรณ์

find ourselves rejecting: โครงสร้าง find oneself + -ing

ใน find ourselves rejecting คำว่า find ไม่ได้หมายถึงการค้นหาตัวเราเอง Find oneself + -ing หมายถึงการตระหนักว่าตัวเองกำลังทำบางอย่างอยู่ โดยมักเป็นสิ่งที่ไม่ได้วางแผนไว้หรือไม่เคยสังเกตอย่างเต็มที่มาก่อน เมื่อเทียบกับการพูดตรง ๆ ว่า we reject โครงสร้างนี้เน้นการกลับมาตระหนักถึงพฤติกรรมของตัวเองภายหลัง คำสรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน และคำกริยาที่ตามมาต้องอยู่ในรูป -ing: I find myself worrying, she finds herself waiting และ we find ourselves rejecting

แบบฝึกหัด

ใช้ find ourselves และรูป -ing ของ repeat เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: When we are tired, we sometimes ____ the same question.

ดูคำตอบ

find ourselves repeating

ไวยากรณ์

not because ... but because ...: ไม่ใช่เพราะ... แต่เพราะ...

โครงสร้าง not because A, but because B ใช้แก้ไขคำอธิบายเรื่องสาเหตุ โดยยอมรับว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง—ในที่นี้คือผู้ใหญ่ปฏิเสธคนบางคนจริง—แต่ A ไม่ใช่สาเหตุ อนุประโยค because ส่วนที่สองให้สาเหตุที่แท้จริงคือ B โครงสร้างนี้พาผู้ฟังผ่านการพลิกความเข้าใจ โดยตัดสาเหตุที่คาดไว้ออกก่อน แล้วแทนด้วยสาเหตุที่ต้องการสื่อ not ปฏิเสธเฉพาะสาเหตุแรก ไม่ได้ปฏิเสธการกระทำทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างแก้ไขสาเหตุแบบสองส่วนให้สมบูรณ์: We stayed indoors, ____ we were tired, ____ the storm had made the roads unsafe.

ดูคำตอบ

not because · but because

ลำดับความ

too right: เหมาะเกินไปจนรู้สึกไม่สบายใจ

ในที่นี้ right หมายถึง “เหมาะกับเรา” ไม่ใช่ “ถูกต้องตามข้อเท็จจริง” คนเหล่านี้มีความสมดุล เป็นผู้ใหญ่ เข้าอกเข้าใจ และไว้ใจได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ควรทำให้พวกเขาเป็นคู่ที่ดี การวาง too ไว้หน้า right ทำให้เกิดความย้อนแย้งโดยตั้งใจ คุณสมบัติที่ดีเหล่านั้นให้ความรู้สึกไม่คุ้นเคยมากจนกระตุ้นให้เกิดการปฏิเสธ too ทำให้ความ “เหมาะสม” ดูมากเกินไปเฉพาะจากมุมมองของผู้ปฏิเสธที่ถูกหล่อหลอมด้วยรูปแบบทางอารมณ์เดิม ไม่ได้หมายความว่าความเหมาะสมเป็นข้อเสียอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

too right ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. หมายความว่าคนเหล่านี้ถูกต้องในทางศีลธรรม แต่ผิดในทางกฎหมาย
  2. หมายความว่าคนเหล่านี้ดูเหมาะสมเป็นพิเศษ และความเหมาะสมนั้นเองทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
  3. หมายความว่าคนเหล่านี้พูดข้อความที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงมากเกินไป
ดูคำตอบ

หมายความว่าคนเหล่านี้ดูเหมาะสมเป็นพิเศษ และความเหมาะสมนั้นเองทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

In the sense of seeming somehow excessively ลำดับความ

2:30

ในแง่ที่ดูเหมือนว่ามากเกินไปในบางด้าน

balanced, mature, understanding and reliable,

2:32

เช่น สมดุล เป็นผู้ใหญ่ เข้าอกเข้าใจ และพึ่งพาได้

ลำดับความ

In the sense of: จำกัดความหมายให้เฉพาะเจาะจง

“In the sense of” จำกัดคำหรือข้อความก่อนหน้าให้หมายถึงความหมายหรือแง่มุมหนึ่งโดยเฉพาะ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายอย่างชัดเจนว่าสิ่งหนึ่งดู “ถูกต้อง” ในแง่ใด นั่นคือดูสมดุล เป็นผู้ใหญ่ เข้าอกเข้าใจ และพึ่งพาได้มากเกินไป ในโครงสร้างนี้ sense หมายถึง “ความหมาย” หรือ “แง่มุม” ไม่ใช่ประสาทสัมผัสทางกาย เช่น การมองเห็นหรือการได้ยิน ที่นี่วลีตามด้วยรูป -ing คือ seeming เพื่อเกริ่นการตีความที่เฉพาะเจาะจง

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่จำกัดความหมายของ demanding ให้เหลือแง่มุมหนึ่งโดยเฉพาะ: The job is demanding ____ requiring constant attention.

ดูคำตอบ

in the sense of

given that in our hearts ไวยากรณ์

2:36

เมื่อพิจารณาว่าในใจของเรา

such rightness feels foreign and unearned.

2:38

ความเหมาะสมเช่นนั้นให้ความรู้สึกแปลกประหลาดและไม่คู่ควร

ไวยากรณ์

Given that: นำเสนอข้อเท็จจริงเป็นข้อสมมติฐาน

“Given that” เกริ่นข้อเท็จจริงหรือข้อสมมติที่ผู้พูดถือว่าทราบกันแล้ว ยอมรับร่วมกัน หรือเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พูดอยู่ จากนั้นข้อเท็จจริงดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานของประเด็นหลัก ในที่นี้ ความรู้สึกว่าความถูกต้องเช่นนั้นทั้งแปลกแยกและไม่ใช่สิ่งที่ตนสมควรได้รับ อธิบายปฏิกิริยาก่อนหน้า วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นคำสันธานที่ตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์: given that + ประธาน + กริยา โดย given ที่นี่ไม่ได้หมายถึง “ถูกมอบให้ใครบางคน”

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่นำเสนอเวลาปิดเป็นข้อสมมติฐาน: ____ the library closes at six, we should leave now.

ดูคำตอบ

Given that

To choose our partners wisely,

2:42

เพื่อที่จะเลือกคู่ครองของเราอย่างชาญฉลาด

we need to tease out กริยาวลี

2:44

เราจำเป็นต้องแยกแยะให้ออก

how certain compulsions to suffering

2:45

ว่าความกดดันบางอย่างต่อความทุกข์ทรมาน

กริยาวลี

tease out: แยกปัจจัยละเอียดอ่อนออกจากความซับซ้อน

ในประโยคนี้ tease out หมายถึงการแยกแยะและทำให้สิ่งละเอียดอ่อนที่ปะปนอยู่ในสถานการณ์ซับซ้อนปรากฏชัด ผู้พูดกำลังบอกว่าต้องแยกแนวโน้มที่ซ่อนอยู่ออกจากความรู้สึกดึงดูดโดยรวม จึงจะเข้าใจแนวโน้มนั้นได้ กริยาวลีนี้สื่อถึงการวิเคราะห์อย่างอดทนและรอบคอบ ไม่ใช่การได้คำตอบอย่างรวดเร็ว กรรมของมันอาจเป็นสาเหตุ รูปแบบ ความหมาย รายละเอียด หรือความแตกต่าง ส่วนอนุประโยค how ที่ตามมาในที่นี้ระบุประเด็นที่ต้องค้นให้พบ

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ระบุปัจจัยละเอียดอ่อนในข้อมูลซับซ้อนอย่างรอบคอบ” ลงในประโยค: The interviews helped the team ____ the reasons behind the conflicting answers.

ดูคำตอบ

tease out

may be playing themselves out กริยาวลี

2:47

อาจกำลังแสดงออกมาอย่างไร

in our feelings of attraction.

2:49

ในความรู้สึกดึงดูดใจของเรา

กริยาวลี

playing themselves out: รูปแบบที่ค่อย ๆ ปรากฏในประสบการณ์

ในที่นี้ playing themselves out หมายถึงการค่อย ๆ ดำเนินไปและปรากฏให้เห็นผ่านความรู้สึกหรือเหตุการณ์จริง ผลของแรงผลักดันเหล่านั้นกำลังค่อย ๆ ปรากฏในความรู้สึกดึงดูดเมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างคือ play + สรรพนามสะท้อนกลับ + out สรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน ถ้าเป็นเอกพจน์ใช้ a pattern plays itself out และถ้าเป็นพหูพจน์ใช้ patterns play themselves out รูปกำลังกระทำ playing เน้นว่ากระบวนการยังดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนรูปกำลังกระทำที่หมายถึง “ค่อย ๆ ดำเนินไปและปรากฏให้เห็น” ลงในประโยค: We could see how the old patterns were ____ in their daily choices.

ดูคำตอบ

playing themselves out

A useful starting place is to ask ourselves, ลำดับความ

2:52

จุดเริ่มต้นที่เป็นประโยชน์คือการถามตัวเอง

ลำดับความ

A useful starting place is to ... เพื่อเกริ่นขั้นตอนแรก

A useful starting place is to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอการกระทำหนึ่งว่าเป็นขั้นแรกที่ทำได้จริง ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวนำเข้าสู่ ask ourselves และเปลี่ยนการอภิปรายกว้าง ๆ ให้เป็นชุดคำถามสำหรับเริ่มคิด starting place ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงช่วงแรกของการคิดหรือการลงมือทำ ไม่ใช่สถานที่จริง โครงสร้างนี้ยังช่วยจัดลำดับความสนใจของผู้ฟัง โดยส่งสัญญาณว่ากำลังจะเริ่มอธิบายวิธีการหรือกระบวนการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างจัดลำดับความคิดหกคำจากบทเรียน: ____ list the tasks that need immediate attention.

ดูคำตอบ

A useful starting place is to

perhaps in the company of a large sheet of paper,

2:54

อาจจะพร้อมกับกระดาษแผ่นใหญ่

or a pen and a free afternoon,

2:56

หรือปากกาและบ่ายที่ว่างเปล่า

what sort of people in the abstract put us off โน้ต

2:58

ในนามธรรมคนประเภทไหนที่ทำให้เราถอยห่าง

and what kinds excite us?

3:01

และคนประเภทไหนที่ทำให้เราตื่นเต้น?

การใช้คำ

in the abstract: คิดโดยไม่ยึดกับกรณีเฉพาะ

in the abstract หมายถึงการพิจารณาผู้คน ความคิด หรือคุณลักษณะในระดับทั่วไปและเชิงแนวคิด โดยไม่ยึดติดกับบุคคลหรือกรณีจริงใดกรณีหนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดถามว่าคนประเภทใดดูน่าดึงดูดหรือไม่น่าชอบก่อนที่จะพิจารณาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง วลีนี้กำหนดระดับของการอภิปราย คือให้คิดถึงรูปแบบทั่วไปก่อน แล้วจึงนำไปเปรียบเทียบกับประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรม

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึงการพิจารณาความคิดโดยแยกออกจากกรณีจริงเฉพาะเจาะจงโดยตรง

  1. in general
  2. in theory
  3. in the abstract
ดูคำตอบ

in the abstract

กริยาวลี

Put someone off: ทำให้เกิดปฏิกิริยาเชิงลบ

ในคำถามนี้ put us off หมายถึง “ทำให้เรารู้สึกไม่ชอบ อึดอัด หรือหมดความสนใจ” กรรม us คือผู้ที่เกิดปฏิกิริยาเชิงลบ ส่วนคนบางประเภทคือสาเหตุที่ทำให้เกิดปฏิกิริยานั้น เมื่อใช้ในความหมายนี้ put + someone + off เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง put กับ off โดยใช้ put me off ไม่ใช่ put off me ในที่นี้สำนวนนี้ตรงข้ามกับ excite us

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย put ... off เพื่อแสดงว่าคำพูดขายของทำให้ผู้พูดหมดความสนใจ: The aggressive sales pitch ____ buying the laptop.

ดูคำตอบ

put me off

To try to trace back qualities กริยาวลี

3:03

เพื่อพยายามสืบย้อนกลับไปถึงคุณสมบัติ

to the people who first loved us in childhood

3:05

ของคนแรกที่รักเราในวัยเด็ก

กริยาวลี

Trace back qualities to: ระบุต้นกำเนิดของคุณลักษณะ

Trace back qualities to the people หมายถึงการสืบค้นหรือคิดย้อนกลับเพื่อระบุว่าคนเหล่านั้นเป็นต้นกำเนิดของคุณลักษณะต่าง ๆ qualities คือสิ่งที่กำลังอธิบายต้นกำเนิด ส่วน to ใช้นำหน้าต้นกำเนิดนั้น ลำดับคำที่ใช้ในที่นี้คือ trace back + กรรม + to + ต้นกำเนิด: trace back qualities to the people ภาษาอังกฤษมักวางกรรมไว้ก่อนเช่นกัน โดยใช้ trace the qualities back to the people ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนความหมายหลัก

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาสองคำที่หมายถึงการระบุต้นกำเนิดลงในประโยค: Historians can ____ this custom to ancient harvest festivals.

ดูคำตอบ

trace back

and to ask ourselves

3:08

และถามตัวเอง

how much our impulses really are aligned วลี

3:09

ว่าแรงกระตุ้นของเราสอดคล้องกันจริงๆ แค่ไหน

with things that might make us happy.

3:12

กับสิ่งที่อาจจะทำให้เรามีความสุข

วลี

be aligned with: สอดคล้องกับ

Be aligned with หมายถึง “สอดคล้องกับ” หรือ “มุ่งไปในทิศทางเดียวกันหรือสนับสนุนเป้าหมายเดียวกัน” ใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความคิด แรงจูงใจ ค่านิยม แผน หรือการกระทำ ไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งนั้นเหมือนกันทุกประการ ในประโยคนี้ คำถามคือแรงกระตุ้นของเรามุ่งไปหาสิ่งที่อาจทำให้เรามีความสุขจริงหรือไม่ โครงสร้าง be + aligned with เชื่อมประธาน our impulses เข้ากับเกณฑ์ที่นำมาใช้เปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของสำนวนเป้าหมาย: The new policy must ____ our long-term goals.

ดูคำตอบ

be aligned with

We could stand to discover, for example, วลี

3:14

ตัวอย่างเช่น เราอาจจะค้นพบ

that slightly distant and sadistic people

3:16

ว่าคนที่ค่อนข้างห่างเหินและชอบซาดิสต์

do always seem more interesting to us

3:19

ดูน่าสนใจสำหรับเราเสมอ

than the so-called nice ones. การใช้คำ

3:21

มากกว่าคนที่เรียกว่าเป็นคนดี

วลี

could stand to + กริยา: ทำแล้วน่าจะเป็นประโยชน์

Could stand to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “น่าจะได้ประโยชน์จากการทำบางอย่าง” ใช้นำเสนอการกระทำว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์หรือจำเป็น โดยยังคงให้คำแนะนำอย่างอ้อม ๆ ในที่นี้ discover หมายถึงการเริ่มตระหนักถึงความจริงที่อาจทำให้ไม่สบายใจ stand ไม่ได้หมายถึงการยืน และ could ทำให้คำแนะนำฟังนุ่มนวลกว่า must

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “น่าจะได้ประโยชน์จาก”: I have slept only five hours a night this week, so I ____ get more sleep.

ดูคำตอบ

could stand to

การใช้คำ

the so-called: กล่าวซ้ำถึงป้ายคำเรียกอย่างสงสัย

ในประโยคนี้ the so-called นำเสนอ nice ones ในฐานะป้ายคำเรียกที่คนทั่วไปคุ้นเคย ไม่ใช่คำบรรยายที่ผู้พูดยอมรับอย่างเต็มที่ ความหมายคือ “คนที่มักถูกเรียกว่าเป็นคนดี” โดยดึงความสนใจไปที่ป้ายคำเรียกนั้นเอง So-called มักแสดงการเว้นระยะ ความสงสัย หรือการวิจารณ์ กล่าวคือ ป้ายคำเรียกนั้นอาจเรียบง่ายเกินไป ไม่ถูกต้อง หรือไม่คู่ควร ความแรงของท่าทีขึ้นอยู่กับบริบท ในที่นี้ผู้พูดตั้งคำถามว่า nice เป็นหมวดหมู่ที่ครบถ้วนและน่าเชื่อถือหรือไม่ ไม่ได้กล่าวหารุนแรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so-called เพื่อตั้งคำถามว่าป้ายคำเรียกนั้นถูกต้องหรือคู่ควรหรือไม่

  1. They spoke to an expert after the lecture.
  2. The so-called expert could not answer a single basic question.
  3. The scientist called the new species Aurelia.
ดูคำตอบ

The so-called expert could not answer a single basic question.

That should make us stop and think.

3:24

นั่นควรทำให้เราหยุดและคิด

Our honestly described reactions are legacies.

3:26

ปฏิกิริยาที่เราอธิบายอย่างตรงไปตรงมานั้นเป็นมรดกตกทอด

They are revealing underlying assumptions

3:29

สิ่งเหล่านี้เผยให้เห็นถึงสมมติฐานที่แฝงอยู่

we've acquired about what love for us can feel like.

3:31

ที่เราได้รับมาเกี่ยวกับความรักที่มีต่อเรานั้นให้ความรู้สึกอย่างไร

We may start to get a clearer picture สำนวน

3:35

เราอาจเริ่มมองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

that our vision of what we're looking for in another person กริยาวลี

3:37

ว่าวิสัยทัศน์ในสิ่งที่เรากำลังมองหาในตัวของอีกคน

might not be an especially good guide

3:41

อาจไม่ใช่แนวทางที่ดีเป็นพิเศษ

to our personal happiness.

3:43

สำหรับความสุขส่วนตัวของเรา

สำนวน

get a clearer picture: สร้างความเข้าใจที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น

Picture ในที่นี้เป็นอุปลักษณ์ หมายถึงความเข้าใจโดยรวมที่ประกอบขึ้นจากข้อมูลหลายส่วน Get a clearer picture หมายถึงค่อย ๆ เข้าใจสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้ครบถ้วนยิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ส่วน clearer แสดงว่าความเข้าใจดีขึ้น ไม่ได้หมายถึงความแน่นอนทั้งหมด รูปแบบที่ใช้บ่อยคือ get a clearer picture of + คำนามหรืออนุประโยคคำถาม เช่น get a clearer picture of why it happened ส่วนอนุประโยค that ที่ตามมาก็อาจบอกข้อสรุปที่กำลังชัดเจนขึ้นได้ ในประโยคนี้ ข้อสรุปนั้นคือความชอบส่วนตัวอาจไม่ใช่แนวทางที่เชื่อถือได้ในการนำไปสู่ความสุข

แบบฝึกหัด

หลังจากสัมภาษณ์หลายครั้ง ผู้สืบสวนเข้าใจสถานการณ์ได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น ประโยคใดสื่อถึงการพัฒนาทีละน้อยนี้ได้ดีที่สุด

  1. The investigator gets the picture, so stop explaining.
  2. The investigator is taking a clearer picture of the room.
  3. The investigator is getting a clearer picture of what happened.
ดูคำตอบ

The investigator is getting a clearer picture of what happened.

กริยาวลี

what we're looking for: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในอนุประโยคแทรก

Look for หมายถึง “พยายามค้นหาหรือระบุบางสิ่ง” ในที่นี้ what we're looking for หมายถึงคุณสมบัติที่เราหวังว่าจะพบในตัวคนอีกคน ส่วน in another person บอกว่าเรากำลังมองหาคุณสมบัติเหล่านั้นจากที่ใด และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีตายตัว look for What นำหน้าอนุประโยคแทรก อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่คล้ายคำนามและทำให้วลี vision of what we're looking for สมบูรณ์ เนื่องจากเป็นอนุประโยคที่อยู่ในประโยคใหญ่ จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า what + we are + looking for ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถามตรง what + are + we + looking for

แบบฝึกหัด

เปลี่ยนคำถามตรง What are we looking for? ให้เป็นอนุประโยคแทรกเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Before we begin, let's agree on ____.

ดูคำตอบ

what we're looking for

Examining our emotional histories,

3:45

เมื่อตรวจสอบประวัติทางอารมณ์ของเรา

we learn that we can't just be attracted to anyone.

3:47

เราเรียนรู้ว่าเราไม่ได้ดึงดูดทุกคนได้ง่ายๆ

We're limited in the types we have

3:50

เราถูกจำกัดในประเภทคนที่เรามี

because of certain things that happened to us in our past.

3:52

เป็นเพราะบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นกับเราในอดีต

Even if we can't always radically shift these patterns, ไวยากรณ์

3:56

แม้ว่าเราอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบเหล่านี้ได้อย่างสิ้นเชิงเสมอไป

it's useful to know that we're carrying a ball and chain. สำนวน

3:59

แต่ก็เป็นประโยชน์ที่จะรู้ว่าเรากำลังแบกรับภาระที่หนักหน่วง

ไวยากรณ์

Even if สำหรับผลลัพธ์ที่ไม่เปลี่ยนตามเงื่อนไข

Even if ใช้นำหน้าเงื่อนไขแบบยอมรับข้อจำกัด กล่าวคือผู้พูดยอมรับความเป็นไปได้หรือข้อจำกัดบางอย่าง แต่บอกว่าสิ่งนั้นจะไม่เปลี่ยนผลลัพธ์หลัก เงื่อนไขนี้ไม่จำเป็นต้องถูกนำเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในประโยคนี้ ข้อจำกัดคือเราอาจไม่สามารถเปลี่ยนรูปแบบเหล่านี้ได้อย่างสิ้นเชิงเสมอไป ส่วนประเด็นหลักที่ว่าการรู้เท่าทันรูปแบบเหล่านี้มีประโยชน์ยังคงเป็นจริง ไม่ว่าข้อจำกัดนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่แสดงว่าผลลัพธ์จะยังเหมือนเดิม ไม่ว่าเงื่อนไขในอนาคตจะเกิดขึ้นหรือไม่: ____ the library is crowded tonight, I can study in the quiet room upstairs.

ดูคำตอบ

Even if

สำนวน

carrying a ball and chain: อุปมาเรื่องพันธนาการที่ยืดเยื้อ

เดิมที ball and chain คือลูกเหล็กหนักที่ผูกติดกับขาของนักโทษเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว ในที่นี้ we're carrying a ball and chain เป็นการใช้เชิงอุปมา โดยเปรียบรูปแบบทางจิตใจเก่า ๆ เป็นสิ่งหนักที่คอยจำกัดอิสรภาพของคนเรา ภาพนี้เน้นข้อจำกัดที่ยืดเยื้อ ไม่ใช่งานทั่วไปหรือวัตถุจริง แม้จะเปลี่ยนรูปแบบนั้นไม่ได้ทั้งหมด การตระหนักถึงอิทธิพลที่จำกัดเราก็ช่วยให้เข้าใจปฏิกิริยาและทางเลือกในภายหลังได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “we're carrying a ball and chain” หมายความว่าอย่างไร

  1. เราเป็นอิสระจากรูปแบบเก่าโดยสมบูรณ์แล้ว
  2. เรายังคงถูกจำกัดอย่างมากด้วยรูปแบบที่ก่อตัวขึ้นในอดีต
  3. เรากำลังขนอุปกรณ์จริง ๆ ที่เคยใช้กับนักโทษ
ดูคำตอบ

เรายังคงถูกจำกัดอย่างมากด้วยรูปแบบที่ก่อตัวขึ้นในอดีต

It can make us more careful of ourselves

4:03

มันสามารถทำให้เราระมัดระวังตัวเองมากขึ้น

when we feel overwhelmed by a certainty วลี

4:05

เมื่อเรารู้สึกถูกครอบงำด้วยความแน่ใจ

that we've met the one การใช้คำ

4:07

ว่าเราได้พบคนที่ใช่แล้ว

การใช้คำ

the one: คู่รักที่ใช่เพียงหนึ่งเดียว

ในบริบทความรัก the one หมายถึงคนที่ใครคนหนึ่งเชื่อว่าเป็นคู่ชีวิตที่ใช่และมีเพียงหนึ่งเดียวสำหรับตน คำนำหน้านาม the ทำให้ one หมายถึงคนที่เฉพาะเจาะจงและพิเศษ ไม่ใช่แค่คนหนึ่งในหลาย ๆ คน ในประโยคนี้ ความมั่นใจว่าได้พบ the one แสดงถึงความเชื่อเรื่องความรักแบบอุดมคติ วลีนี้บอกถึงความมั่นใจของผู้พูด แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าความสัมพันธ์นั้นเหมาะสมจริงหรือจะยืนยาว

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษ: Maya believes she has finally met the one. ในที่นี้ the one หมายถึงอะไร?

  1. คู่รักที่ใช่และมีเพียงหนึ่งเดียว
  2. คนแรกที่ถูกกล่าวถึงในการสนทนา
  3. คนหนึ่งคนโดยไม่มีความหมายพิเศษ
ดูคำตอบ

คู่รักที่ใช่และมีเพียงหนึ่งเดียว

after just a few minutes chatting at the bar. ไวยากรณ์

4:09

หลังจากคุยกันที่บาร์เพียงไม่กี่นาที

วลี

overwhelmed by a certainty that ...: ความมั่นใจที่บดบังการตัดสินใจ

To be overwhelmed by something หมายถึงบางสิ่งรุนแรงมากจนเข้าครอบงำความคิดหรือความรู้สึก ไม่ได้ใช้เฉพาะกับความเศร้าหรือความเครียดเท่านั้น ในที่นี้สิ่งที่รุนแรงคือความมั่นใจ โครงสร้าง overwhelmed by a certainty that + อนุประโยค บอกทั้งความรุนแรงและเนื้อหาของความเชื่อ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุว่าสิ่งใดดูเหมือนจริงอย่างไร้ข้อกังขา ในประโยคนี้ถ้อยคำสื่อว่าความเชื่อนั้นเกิดเร็วเกินไปและอาจบดบังการตัดสินใจอย่างรอบคอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงความเชื่ออันแน่วแน่บดบังการตัดสินใจของ Maya: After only one short conversation, Maya was ____ this stranger was her perfect match.

ดูคำตอบ

overwhelmed by a certainty that

ไวยากรณ์

after just a few minutes chatting: โครงสร้าง after + ระยะเวลา + -ing

ในประโยคนี้ after just a few minutes chatting วางข้อสรุปว่าเราได้พบ the one ไว้หลังจากการสนทนาที่สั้นมาก just เน้นว่าเวลาที่ผ่านไปนั้นน้อยมาก โครงสร้างแบบกระชับคือ after + ระยะเวลา + -ing วลี -ing บอกกิจกรรมที่ดำเนินอยู่ตลอดช่วงเวลานั้น ส่วนผู้ทำกิจกรรมอนุมานได้จากบริบท ในที่นี้ chatting คือกิจกรรมที่พวกผู้พูดทำในช่วงไม่กี่นาทีนั้น ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่ขยาย minutes

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่กำหนด after + ระยะเวลา + -ing ใช้ five minutes และ browse: I found the book I wanted ____ the website.

ดูคำตอบ

after five minutes browsing

Or when we're certain someone is just wrong or boring,

4:12

หรือเมื่อเราแน่ใจว่าใครบางคนไม่ใช่หรือน่าเบื่อ

even though objectively they do have a lot going for them. โน้ต

4:15

แม้ว่าตามความเป็นจริงแล้วพวกเขาจะมีข้อดีมากมายก็ตาม

ไวยากรณ์

การใช้ even though เพื่อแสดงความขัดแย้งของข้อเท็จจริง

even though ใช้แสดงความยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน โดยอนุประโยคที่ตามหลังจะบอกข้อเท็จจริงที่ดูเหมือนขัดกับประโยคหลัก ในประโยคนี้ คนคนนั้นมีข้อดีอยู่มากจริง ๆ แต่ผู้พูดก็ยังมองว่าคนนั้นผิดหรือน่าเบื่อ even though + อนุประโยค ใช้เมื่อเสนอทั้งสองแนวคิดว่าเป็นจริงและต้องการเน้นความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจ อนุประโยค even though วางก่อนหรือหลังประโยคหลักก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าฝนตกจริง แต่ข้อเท็จจริงนั้นไม่ได้ทำให้การแข่งขันหยุดลง

  1. The game continued even though it was raining.
  2. The game stopped because it was raining.
  3. The game will continue even if it rains.
ดูคำตอบ

The game continued even though it was raining.

ไวยากรณ์

do ที่ใช้เน้นความหมายใน do have

ในวลีบอกเล่า do have คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นความหมาย โดยช่วยเน้น have และบอกว่าผู้พูดกำลังยืนยันข้อเท็จจริง มักใช้เมื่อโต้แย้งความสงสัยหรือความเข้าใจที่ตรงกันข้าม ในที่นี้เน้นว่าข้อดีของคนคนนั้นมีอยู่จริง หลัง do ที่ใช้เน้นความหมาย ต้องใช้กริยาหลักรูปพื้นฐาน จึงใช้ do have ไม่ใช่ do has หรือ do had ส่วน have แบบธรรมดาเพียงบอกข้อเท็จจริงโดยไม่มีน้ำเสียงแก้ความเข้าใจหรือยืนยันเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยรูปเน้นความหมายที่ถูกต้องของ have โดยใช้กริยาช่วย do: You think these ideas have no value, but they ____ some real advantages.

ดูคำตอบ

do have

สำนวน

have a lot going for them: มีข้อดีหลายอย่าง

To have a lot going for someone หมายถึงบุคคลนั้นมีจุดแข็ง ข้อได้เปรียบ หรือคุณสมบัติที่น่าจะนำไปสู่สิ่งดี ๆ หลายอย่าง ในที่นี้ them หมายถึง someone ผู้พูดอาจคิดว่าคนคนนั้นผิดหรือน่าเบื่อ แต่ก็ยังยอมรับว่าเขามีข้อดีจริง ๆ โครงสร้างคือ have a lot going for + คน/สิ่งของ ใช้ประเมินโดยรวมในแง่บวก ไม่ได้หมายถึงมีสิ่งใดกำลังเคลื่อนไปหาบุคคลนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “มีข้อดีหลายอย่าง”: The apartment is small, but it does ____: it is affordable, quiet, and close to campus.

ดูคำตอบ

have a lot going for it

Ultimately, we stand to be liberated to love different people ไวยากรณ์

4:18

ท้ายที่สุด เราก็พร้อมที่จะได้รับการปลดปล่อยให้รักคนที่แตกต่าง

to our initial types

4:22

ไปจากประเภทเริ่มต้นของเรา

ไวยากรณ์

stand to be liberated: มีแนวโน้มที่จะได้รับอิสรภาพ

stand to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “มีแนวโน้มหรืออยู่ในสถานะที่จะได้รับผลบางอย่าง” โดยทั่วไปเพราะสถานการณ์ปัจจุบันทำให้เกิดแนวโน้มนั้น ใน stand to be liberated คำว่า be เป็นกริยารูปพื้นฐาน และ liberated เป็นกริยาช่องสาม ดังนั้น infinitive จึงอยู่ในรูปถูกกระทำ กล่าวคือ ประธานมีแนวโน้มที่จะได้รับอิสรภาพ ไม่ใช่ไปปลดปล่อยผู้อื่น ในที่นี้ วลีดังกล่าวบอกว่าการเปลี่ยนวิธีตัดสินว่าเรารู้สึกดึงดูดใคร อาจทำให้เราหลุดพ้นจากข้อจำกัดของ “ประเภท” ที่ชอบในตอนแรกได้ คำว่า stand ไม่ได้หมายถึงท่ายืน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stand to เพื่อหมายความว่าสถานการณ์น่าจะทำให้ประธานได้รับประโยชน์?

  1. Small businesses stand to gain from the tax change.
  2. Small businesses stand near the tax office.
  3. Small businesses could stand to update their websites.
ดูคำตอบ

Small businesses stand to gain from the tax change.

when we find that the qualities we like

4:24

เมื่อเราพบว่าคุณสมบัติที่เราชอบ

and the ones we very much fear

4:26

และคุณสมบัติที่เรากลัวมาก

can be found in different constellations สำนวน

4:28

สามารถพบได้ในกลุ่มดาวที่แตกต่างกัน

from those we encountered

4:31

จากที่เราเคยพบเจอ

in the people who first taught us about affection

4:32

ในคนแรกที่สอนเราเกี่ยวกับความรักใคร่

สำนวน

different constellations: อุปมาสำหรับการผสมผสานที่แตกต่างกัน

ในที่นี้ different constellations เป็นอุปมาหมายถึงการจัดกลุ่มคุณลักษณะหลายอย่างภายในคนคนหนึ่งในรูปแบบที่แตกต่างกัน คุณลักษณะเหล่านี้ถูกมองเป็นจุดแยกกันที่นำมาจัดเป็นรูปแบบได้หลายแบบ เหมือนดาวที่เรียงตัวเป็นรูปร่างต่าง ๆ วลีนี้หมายความว่า คุณลักษณะที่เราชอบและที่เรากลัวไม่จำเป็นต้องอยู่รวมกันในแบบเดียวกับที่เราเคยพบในผู้ดูแลเราเมื่อยังเด็กเสมอไป ในที่นี้ไม่มีความหมายเกี่ยวกับโหราศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ different constellations หมายถึงอะไร

  1. คุณลักษณะเหล่านั้นหายไปโดยสิ้นเชิงหลังวัยเด็ก
  2. คุณลักษณะเหล่านั้นอยู่ในราศีทางโหราศาสตร์ที่แตกต่างกัน
  3. คุณลักษณะเหล่านั้นปรากฏเป็นชุดผสมใหม่ในคนที่แตกต่างกัน
ดูคำตอบ

คุณลักษณะเหล่านั้นปรากฏเป็นชุดผสมใหม่ในคนที่แตกต่างกัน

long ago in a childhood

4:35

เมื่อนานมาแล้วในวัยเด็ก

we should strive to understand วลี

4:37

ซึ่งเราควรพยายามทำความเข้าใจ

and in many ways free ourselves from. กริยาวลี

4:39

และในหลายๆ ด้านเราก็ควรปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากมัน

วลี

strive to understand: ความพยายามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

Strive to understand หมายถึงการพยายามอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่ยาก โครงสร้างคือ strive to + คำกริยารูปพื้นฐาน Strive เน้นความพยายามและความมุ่งมั่น ไม่ได้เน้นความสำเร็จ คนคนหนึ่งอาจ strive to understand แต่ก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมด ในที่นี้กรรมของ understand คือคำนาม childhood ที่อยู่ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

หากผู้เขียนต้องการวลีที่เป็นทางการและเน้นความพยายามอย่างจริงจังต่อเนื่อง สำนวนใดเติมประโยคนี้ได้ดีที่สุด “We should ___ how the policy affects families over time.”

  1. happen to understand
  2. strive to understand
  3. try to understand
ดูคำตอบ

strive to understand

กริยาวลี

free ourselves from: หลุดพ้นจากอิทธิพลอย่างตั้งใจ

free oneself from something หมายถึงการลงมือทำให้ตนเองไม่ถูกสิ่งนั้นควบคุม จำกัด หรือถ่วงไว้อีกต่อไป คำสรรพนามสะท้อนกลับอ้างกลับไปยังประธาน เช่น we free ourselves และ she frees herself ในประโยคนี้ childhood ปรากฏอยู่ก่อนหน้าและเป็นกรรมที่เข้าใจได้ของ from โครงสร้างคือ a childhood that we should strive to understand and in many ways free ourselves from ความหมายคือการลดอิทธิพลของรูปแบบจากวัยเด็กที่มีต่อตัวตนในปัจจุบัน ไม่ใช่การทำให้วัยเด็กเองเป็นอิสระ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ free oneself from: Maya is working to ____ her fear of failure.

ดูคำตอบ

free herself from