จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรานำดวงอาทิตย์มายังโลก?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,107 คำ 182 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: การทดลองทางความคิดนี้นำตัวอย่างขนาดเท่าบ้านจากสี่ชั้นของดวงอาทิตย์มายังโลก และเปรียบเทียบผลที่รุนแรงขึ้นจากไฟไหม้จนถึงการทำลายอารยธรรม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “The deeper you go, the denser and weirder the goo becomes.” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่เพื่อเชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เพิ่มขึ้นพร้อมกัน 2. “On the bright side,” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: สังเกตว่าวลีที่ฟังดูมองโลกในแง่ดีถูกใช้เชิงประชดหลังภัยพิบัติ 3. “To give you a sense of scale,” — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เกริ่นการเปรียบเทียบที่เป็นรูปธรรมเพื่อทำให้ตัวเลขสุดขั้วกลายเป็นภาพที่ประเมินได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

What would happen if you were to bring a tiny piece of the Sun to Earth? ไวยากรณ์

0:00

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณนำชิ้นส่วนเล็กๆ ของดวงอาทิตย์มายังโลก?

ไวยากรณ์

โครงสร้างสมมติ “What would happen if you were to ...?”

What would happen if ... were to + กริยารูปพื้นฐาน ...? ใช้ถามผลลัพธ์ของสถานการณ์ที่สมมติขึ้น ประโยคหลักใช้ would ส่วนอนุประโยค if ใช้ were to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน เช่น were to bring were ในที่นี้ไม่ได้แสดงอดีต were to ทำให้สถานการณ์ฟังดูเป็นสมมติฐานที่ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนหรือค่อนข้างห่างไกลจากความเป็นจริง จึงเหมาะกับการทดลองทางความคิด

แบบฝึกหัด

เติมคำถามให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้างสมมติ were to: What would happen if you ____ open the door in zero gravity?

ดูคำตอบ

were to

Short answer, you'd die. ลำดับความ

0:04

คำตอบสั้นๆ คือ คุณจะตาย

Long answer,

0:07

คำตอบยาวๆ คือ

it depends which piece of the Sun. ไวยากรณ์

0:08

ขึ้นอยู่กับว่าเป็นชิ้นส่วนไหนของดวงอาทิตย์

ลำดับความ

การจัดคำตอบด้วย “Short answer, ... Long answer, ...”

Short answer, และ Long answer, เป็นป้ายบอกส่วนสั้น ๆ ที่จัดคำตอบหนึ่งคำตอบออกเป็นสองระดับ Short answer, ใช้นำเข้าข้อสรุปอย่างรวดเร็ว ส่วน Long answer, บอกว่าผู้พูดกำลังจะเพิ่มเงื่อนไข เหตุผล หรือรายละเอียด ทั้งสองเป็นรูปละคำในการสนทนาของ The short answer is ... และ The long answer is .... เนื้อหาสองส่วนไม่ได้ขัดแย้งกัน ส่วนแรกคือข้อสรุปแบบย่อ ส่วนที่สองเพิ่มเงื่อนไขหรืออธิบายข้อสรุปนั้น

แบบฝึกหัด

คำตอบใดใช้ป้ายบอกส่วนทั้งสองได้เหมาะสมที่สุด โดยให้ข้อสรุปสั้นก่อนแล้วตามด้วยคำอธิบายที่มีเงื่อนไข?

  1. Short answer, the meeting starts at nine.
  2. Short answer, yes. Long answer, we can do it only if the weather stays calm.
  3. Long answer, yes. Short answer, here are the three conditions we need to consider.
ดูคำตอบ

Short answer, yes. Long answer, we can do it only if the weather stays calm.

ไวยากรณ์

it depends which + คำถามแบบฝัง

ในประโยคนี้ it depends ตามด้วยส่วนคำถามแบบฝังที่ขึ้นต้นด้วย which โดยตรง คือ which piece of the Sun ความหมายที่เข้าใจได้คือคำตอบจะเปลี่ยนไปตามส่วนที่กำลังพูดถึง จึงไม่จำเป็นต้องใส่ on หน้าส่วนที่ขึ้นต้นด้วย which ในคำถามแบบฝังที่เป็นประโยคเต็ม ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: It depends which route we take ไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามตรง หากด้านหลังเป็นนามวลีทั่วไป ให้ใช้ on: It depends on the route

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง it depends + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย which โดยไม่ใช้ on: "Will we arrive by noon? It ____ route we take."

ดูคำตอบ

depends which

Like most of the matter in the universe,

0:10

เหมือนกับสสารส่วนใหญ่ในจักรวาล

our Sun is neither solid, liquid, or gas, ไวยากรณ์

0:12

ดวงอาทิตย์ของเราไม่ใช่ทั้งของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ

but plasma.

0:15

แต่เป็นพลาสมา

ไวยากรณ์

neither solid, liquid, or gas, but plasma: การตัดตัวเลือกและแก้เป็นคำตอบที่ถูกต้อง

โครงสร้างนี้เริ่มจากใช้ neither เพื่อตัดหลายหมวดออก แล้วใช้ but เพื่อบอกหมวดที่ถูกต้องคือ plasma ความหมายคือดวงอาทิตย์ไม่ใช่สถานะคุ้นเคยทั้งสามแบบที่ระบุไว้ แต่เป็นอีกสถานะหนึ่ง ในคำพูดของซับไตเติล มีการใช้ or เชื่อมรายการสุดท้ายที่ถูกตัดออก รูปแบบนี้ฟังเข้าใจได้ในการสนทนา แต่ภาษาอังกฤษที่ผ่านการตรวจแก้อย่างรอบคอบมักจับคู่ neither กับ nor: neither solid, liquid, nor gas, but plasma

แบบฝึกหัด

หากต้องการตัดทั้งสามหมวดออกและระบุว่าหมวดจริงคือ plasma ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับภาษาอังกฤษที่ผ่านการตรวจแก้อย่างรอบคอบ

  1. The material is neither solid, liquid, or gas, but plasma.
  2. The material is neither solid, liquid, nor gas, but plasma.
  3. The material is either solid, liquid, or gas, but plasma.
ดูคำตอบ

The material is neither solid, liquid, nor gas, but plasma.

Plasma is when stuff is so hot that the nuclei and electrons can separate ไวยากรณ์

0:17

พลาสมาคือเมื่อสสารร้อนมากจนนิวเคลียสและอิเล็กตรอนสามารถแยกออกจากกัน

and flow around freely,

0:21

และไหลไปมาได้อย่างอิสระ

which creates a goo-like substance.

0:23

ซึ่งทำให้เกิดสสารที่มีลักษณะคล้ายเมือก

ไวยากรณ์

so hot that: ระดับที่ทำให้เกิดผลลัพธ์

โครงสร้าง so + adjective + that + clause แสดงว่าระดับของสิ่งหนึ่งสูงมากจนทำให้เกิดผลตามมา ใน so hot that... คำว่า so เพิ่มระดับของ hot ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลที่เกิดขึ้น คือแกนอะตอมและอิเล็กตรอนแยกออกจากกันและเคลื่อนที่อย่างอิสระ ผลที่ตามมาอาจเป็นผลทางกายภาพ การกระทำ หรือสถานการณ์ก็ได้ ให้เข้าใจ so ว่าเป็นตัวบอกระดับ และ that เป็นคำเชื่อมไปสู่ผลลัพธ์ โครงสร้างนี้ไม่ใช่ so that ที่บอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกระดับและผลลัพธ์ so + adjective + that ให้สมบูรณ์: The box was ____ heavy ____ I could not lift it.

ดูคำตอบ

so · that

So, you can imagine our Sun as an extremely big spherical ocean of very hot goo. วลี

0:25

ดังนั้น คุณสามารถจินตนาการได้ว่าดวงอาทิตย์ของเราเป็นมหาสมุทรทรงกลมที่ใหญ่โตมากซึ่งเต็มไปด้วยเมือกที่ร้อนจัด

วลี

can imagine our Sun as: การสร้างภาพเปรียบเทียบ

โครงสร้าง can imagine A as B เชิญให้ผู้ฟังสร้างภาพ A ในใจโดยมองว่าอยู่ในรูปหรือบทบาทของ B ในประโยคนี้ A คือ our Sun และ B คือ an extremely big spherical ocean of very hot goo นี่เป็นแบบจำลองเพื่อช่วยให้เข้าใจ ไม่ใช่การจัดประเภทตามความหมายตรงตัว คำว่า can ทำให้ถ้อยคำเป็นข้อเสนอแนะที่นุ่มนวล ไม่ใช่คำสั่ง สามารถใช้ You can imagine A as B เมื่อการเปรียบเทียบช่วยให้เข้าใจแนวคิดที่ไม่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ imagine A as B เพื่อนำเสนอการเปรียบเทียบที่ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

  1. You can imagine the computer's memory to be full.
  2. You can imagine the computer's memory as a wall of labeled boxes.
  3. You can imagine that the computer's memory is full.
ดูคำตอบ

You can imagine the computer's memory as a wall of labeled boxes.

The deeper you go, ไวยากรณ์

0:31

ยิ่งคุณลงไปลึกเท่าไหร่

the denser and weirder the goo becomes.

0:32

เมือกก็จะยิ่งหนาแน่นและแปลกประหลาดมากขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

The deeper..., the denser...: โครงสร้างเปรียบเทียบสัมพันธ์

ประโยคนี้ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบสัมพันธ์ the + comparative..., the + comparative.... อนุประโยคแรกกำหนดสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป คือการเคลื่อนเข้าไปด้านในลึกขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนอนุประโยคที่สองบอกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดควบคู่กัน คือสารเหนียวข้นมีความหนาแน่นและความแปลกประหลาดเพิ่มขึ้น ในที่นี้ the ทั้งสองคำเป็นเครื่องหมายทางไวยากรณ์ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ โครงสร้างนี้มีความหมายโดยประมาณว่า “เมื่อสิ่งหนึ่งเปลี่ยน อีกสิ่งหนึ่งก็เปลี่ยนตามไปด้วย”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเปรียบเทียบสัมพันธ์เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างดำเนินไปด้วยกัน

  1. We walked farther because the road became quieter.
  2. The farther we walked, the quieter the road became.
  3. We walked far, and the road was quiet.
ดูคำตอบ

The farther we walked, the quieter the road became.

So, let's bring three samples,

0:36

ดังนั้น เราลองนำสามตัวอย่าง

each the size of a house, ไวยากรณ์

0:37

แต่ละอันมีขนาดเท่าบ้าน

to our lab here on Earth and see what happens.

0:39

มายังห้องแล็บของเราบนโลก แล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ไวยากรณ์

each the size of a house ในฐานะส่วนขยายแบบกระชับ

วลี each the size of a house เป็นส่วนขยายที่เพิ่มคำอธิบายเรื่องขนาดแบบเดียวกันให้กับ three samples คำว่า each ย้อนกลับไปอ้างถึง samples จึงหมายความว่า “ตัวอย่างแต่ละชิ้นมีขนาดเท่าบ้าน” ส่วนขยายนี้ไม่มีกริยาที่ผันตามประธานหรือกาล สามารถขยายเป็น each being the size of a house ได้ แต่ภาษาอังกฤษมักละ being ในโครงสร้างแบบกระชับนี้ เครื่องหมายจุลภาคแยกคำอธิบายเพิ่มเติมออกจากอนุประโยคหลัก และวลีนี้ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ตามลำพัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ส่วนขยายที่คั่นด้วยจุลภาคในรูป each + นามวลี เพื่อบรรยายกล่องทุกใบ

  1. The courier delivered three boxes, and each box was the size of a suitcase.
  2. The courier delivered three boxes, each the size of a suitcase.
  3. The courier delivered each three boxes the size of a suitcase.
ดูคำตอบ

The courier delivered three boxes, each the size of a suitcase.

First sample, the chromosphere.

0:53

ตัวอย่างแรก โครโมสเฟียร์

The chromosphere is the atmosphere of the Sun.

0:56

โครโมสเฟียร์คือชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์

A layer of sparse gas

0:59

ชั้นก๊าซเบาบาง

up to 5,000 km deep

1:00

ที่มีความลึกสูงสุดถึง 5,000 กม.

that's covered in a forest of plasma spikes สำนวน

1:02

ซึ่งถูกปกคลุมด้วยป่าของหนามพลาสมา

that can be almost as big as Earth.

1:05

ที่อาจมีขนาดเกือบเท่าโลก

สำนวน

a forest of plasma spikes ในฐานะอุปลักษณ์เชิงภาพ

ในประโยคนี้ a forest of plasma spikes เป็นอุปลักษณ์ คำว่า forest นำเสนอภาพยอดแหลมจำนวนมากที่สูงและอยู่ชิดกัน ช่วยให้เรานึกถึงพื้นที่หนาแน่นของสิ่งที่ตั้งตรง ไม่ได้หมายความว่ามีต้นไม้อยู่จริง รูปแบบ a forest of + คำนามพหูพจน์ ใช้บรรยายกลุ่มใหญ่ที่หนาแน่นของสิ่งที่ตั้งขึ้นหรือยื่นสูงขึ้นมา โดยเน้นทั้งจำนวนและการจัดเรียงที่มองเห็นได้ ไม่ใช่แค่การมีสิ่งของจำนวนมาก

แบบฝึกหัด

a forest of plasma spikes สร้างภาพแบบใดในประโยคนี้

  1. แผ่นพลาสมากว้างและแบนเพียงแผ่นเดียว
  2. ต้นไม้ไม่กี่ต้นที่เติบโตในก๊าซร้อน
  3. ยอดแหลมสูงจำนวนมากที่อยู่ชิดกัน
ดูคำตอบ

ยอดแหลมสูงจำนวนมากที่อยู่ชิดกัน

It's pretty hot here between 6,000 and 20,000 °C,

1:07

ที่นี่ค่อนข้างร้อน มีอุณหภูมิระหว่าง 6,000 ถึง 20,000 องศาเซลเซียส

but if we brought a sample of it to Earth,

1:11

แต่ถ้าเรานำตัวอย่างนี้มายังโลก

we're not really getting our money's worth. สำนวน

1:13

มันอาจจะไม่คุ้มค่าความพยายามเท่าไหร่

สำนวน

Getting our money's worth: ได้รับความคุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป

Get one's money's worth หมายถึงการได้รับคุณค่า ประโยชน์ หรือความเพลิดเพลินมากพอเมื่อเทียบกับเงินหรือสิ่งที่ลงทุนไป คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น get my, your, our หรือ their money's worth ในประโยคนี้ ไม่มีใครซื้อชิ้นตัวอย่างจากดวงอาทิตย์จริง ๆ ผู้พูดพูดติดตลกว่า ความพยายามในการนำมันมายังโลกเป็นเหมือนการลงทุน และผลที่ได้นั้นคงไม่คุ้มค่าหรือน่าตื่นตาตื่นใจพอ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงได้รับคุณค่าเพียงพอ: The museum ticket was expensive, but we stayed all day and got ____.

ดูคำตอบ

our money's worth

In the area where we take our sample,

1:16

ในบริเวณที่เราเก็บตัวอย่าง

the chromosphere is over a million times less dense than air, ไวยากรณ์

1:18

โครโมสเฟียร์มีความหนาแน่นน้อยกว่าอากาศกว่าหนึ่งล้านเท่า

ไวยากรณ์

over a million times less dense than เพื่อแสดงความต่างของความหนาแน่นอย่างมาก

ในที่นี้ over a million times less dense than แสดงว่าความหนาแน่นต่างกันอย่างมาก หมายความว่าความหนาแน่นของโครโมสเฟียร์ต่ำกว่าประมาณหนึ่งในล้านของความหนาแน่นอากาศ สิ่งที่มีความหนาแน่นต่ำกว่าคือโครโมสเฟียร์ ไม่ใช่อากาศ ในโครงสร้างอย่าง X is N times less + adjective + than Y ให้ดูคำว่า less เพื่อหาทิศทางของการเปรียบเทียบ เนื่องจากถ้อยคำแบบนี้อาจไม่ชัดเจนทางคณิตศาสตร์ งานเขียนวิทยาศาสตร์ที่ต้องการความแม่นยำจึงมักระบุเศษส่วนหรืออัตราส่วนโดยตรง

แบบฝึกหัด

การเปรียบเทียบในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. โครโมสเฟียร์กับอากาศมีความหนาแน่นเกือบเท่ากัน
  2. ความหนาแน่นของโครโมสเฟียร์มากกว่าความหนาแน่นอากาศกว่าหนึ่งล้านเท่า
  3. ความหนาแน่นของโครโมสเฟียร์ต่ำกว่าประมาณหนึ่งในล้านของความหนาแน่นอากาศ
ดูคำตอบ

ความหนาแน่นของโครโมสเฟียร์ต่ำกว่าประมาณหนึ่งในล้านของความหนาแน่นอากาศ

so compared to our atmosphere at sea level,

1:21

ดังนั้นเมื่อเทียบกับชั้นบรรยากาศของเราที่ระดับน้ำทะเล

it's basically the same as bringing the vacuum of space down to Earth.

1:23

มันเหมือนกับการนำสุญญากาศของอวกาศลงมายังโลก

The moment our sample arrives, ไวยากรณ์

1:27

ทันทีที่ตัวอย่างของเรามาถึง

it would immediately be crushed by Earth's atmospheric pressure and implode.

1:29

มันจะถูกบดขยี้ด้วยความกดอากาศของโลกและยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว

ไวยากรณ์

The moment + อนุประโยค เพื่อบอกว่าเกิดขึ้นทันที

The moment ใช้นำอนุประโยคเวลา our sample arrives และมีความหมายว่า as soon as โครงสร้างนี้แสดงว่าการถูกบดขยี้เกิดขึ้นทันทีเมื่อตัวอย่างมาถึง จึงให้ความรู้สึกถึงเหตุและผลที่เกิดฉับพลันมากกว่า when ซึ่งเป็นกลางกว่า เมื่อกล่าวถึงอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้รูปปัจจุบันหลัง the moment เช่น The moment it arrives, ... ไม่ใช่ The moment it will arrive, ... ส่วนประโยคหลักจะบอกผลในอนาคตหรือผลตามสมมติฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า as soon as: ____ the timer beeps, turn off the heat.

ดูคำตอบ

The moment

Air would rush to fill the vacuum

1:33

อากาศจะพุ่งเข้ามาเติมเต็มสุญญากาศ

and use as much energy as 12 kg of TNT in the process. ไวยากรณ์

1:35

และปล่อยพลังงานออกมาเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 12 กิโลกรัมในกระบวนการนี้

ไวยากรณ์

as much energy as: การเปรียบเทียบปริมาณเท่ากันด้วยคำนามนับไม่ได้

โครงสร้าง as much + คำนามนับไม่ได้ + as ใช้เปรียบเทียบปริมาณที่เท่ากัน ในที่นี้ energy เป็นคำนามนับไม่ได้ ดังนั้น as much energy as จึงเปรียบเทียบปริมาณพลังงานกับอีกปริมาณหนึ่ง ในประโยคนี้ ปริมาณดังกล่าวเท่ากับพลังงานที่ทีเอ็นที 12 กิโลกรัมจะปล่อยออกมา ไม่ได้หมายความว่าอากาศใช้ทีเอ็นทีจริง ๆ as ตัวแรกกำหนดระดับ และ as ตัวที่สองนำเข้าสิ่งที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบว่าเท่ากันสำหรับคำนามนับไม่ได้ energy: The backup battery can store ____ the main battery.

ดูคำตอบ

as much energy as

This creates a high-pressure shock wave,

1:40

ทำให้เกิดคลื่นกระแทกแรงดันสูง

which shatters glass, ruptures eardrums,

1:42

ซึ่งทำให้กระจกแตก แก้วหูฉีกขาด

and maybe some internal organs.

1:44

และอาจรวมถึงอวัยวะภายในบางส่วน

If you're standing too close,

1:46

หากคุณยืนอยู่ใกล้เกินไป

it could kill you.

1:48

มันอาจทำให้คุณเสียชีวิตได้

So, you'd better keep your distance. โน้ต

1:49

ดังนั้น คุณควรอยู่ห่างๆ เอาไว้

ไวยากรณ์

you'd better: คำเตือนที่หนักแน่นด้วย had better

ใน you'd better ตัว 'd ย่อมาจาก had ดังนั้นรูปเต็มคือ you had better โครงสร้าง had better + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ให้คำแนะนำที่หนักแน่นเมื่อการไม่ทำตามอาจทำให้เกิดผลเสีย เนื่องจากประโยคก่อนหน้ากล่าวถึงอันตรายถึงชีวิต คำแนะนำนี้จึงทำหน้าที่เหมือนคำเตือน แม้โครงสร้างจะมี had แต่โดยทั่วไปจะกล่าวถึงสิ่งที่ควรทำตอนนี้หรือในอนาคต ไม่ใช่อดีต หลัง better ต้องใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น you'd better keep ไม่ใช่ you'd better to keep

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนเร่งด่วนด้วยรูปย่อของ had better: ____ leave now, or you'll miss the last train.

ดูคำตอบ

You'd better

วลี

keep your distance: รักษาระยะห่าง

Keep your distance หมายถึงอยู่ให้ห่างจากคน สิ่งของ หรือสถานที่มากพอ ในประโยคนี้เป็นคำเตือนเรื่องความปลอดภัยว่า ผู้ฟังไม่ควรยืนใกล้อันตราย คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคล: keep my/your/his/her/our/their distance ในสำนวนตายตัวนี้ distance มักใช้รูปเอกพจน์ ในบริบทอื่น วลีนี้ยังอาจหมายถึงการหลีกเลี่ยงความใกล้ชิดทางอารมณ์หรือทางสังคมด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย keep one's distance และเปลี่ยน one's ให้สอดคล้องกับ Visitors: Visitors must ____ from the moving machinery.

ดูคำตอบ

keep their distance

Let's go deeper.

1:51

ลงไปลึกกว่านี้กัน

Second sample, the photosphere.

1:54

ตัวอย่างที่สอง โฟโตสเฟียร์

Beneath the chromosphere is the glowing surface of the Sun,

1:57

ใต้ชั้นโครโมสเฟียร์ลงไปคือพื้นผิวที่ส่องสว่างของดวงอาทิตย์

the photosphere, which produces the light we see.

2:00

โฟโตสเฟียร์ ซึ่งสร้างแสงที่เรามองเห็น

It's covered in a grid

2:03

มันถูกปกคลุมด้วยโครงตาข่าย

of a million hotspots called granules,

2:04

ของจุดร้อนนับล้านที่เรียกว่า กรานูล

each of them about as big as the United States

2:06

แต่ละจุดมีขนาดพอๆ กับสหรัฐอเมริกา

and over 5,000°C.

2:09

และมีอุณหภูมิมากกว่า 5,000°C

These granules are the tops of convective columns,

2:12

กรานูลเหล่านี้คือส่วนบนสุดของเสาพาความร้อน

churning gas that brings the heat up ไวยากรณ์

2:15

ก๊าซที่ปั่นป่วนซึ่งนำพาความร้อน

from the center of the Sun to its surface.

2:16

จากใจกลางดวงอาทิตย์ขึ้นสู่พื้นผิว

ไวยากรณ์

churning gas that ...: วลีนามอธิบายหลังเครื่องหมายจุลภาค

ส่วนหลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นวลีนามที่วางซ้อนเพื่ออธิบาย โดย churning gas ... อธิบาย convective columns ด้วยคำที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น churning เป็นรูป -ing ที่ขยาย gas และบรรยายว่าแก๊สเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวหนึ่ง ภายในวลีนามนั้น that brings the heat up ... เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย gas โดยบอกว่าแก๊สที่เคลื่อนที่ทำอะไร นั่นคือนำความร้อนจากใจกลางดวงอาทิตย์ไปยังพื้นผิว รูปแบบ “ศัพท์เฉพาะ + วลีนามอธิบาย + อนุประโยคสัมพันธ์” รวมทั้งคำจำกัดความและหน้าที่ไว้ในประโยคเดียว

แบบฝึกหัด

ในประโยคต่อไปนี้ วลีหลังเครื่องหมายจุลภาคทำหน้าที่อะไร? The device contains a gyroscope, a spinning wheel that helps it stay balanced.

  1. กล่าวถึงและอธิบาย a gyroscope ใหม่ โดย that หมายถึง wheel
  2. บรรยายการกระทำอีกอย่างหนึ่งที่ device เป็นผู้ทำ
  3. บอกว่า gyroscope ทำให้ wheel อีกอันเคลื่อนที่
ดูคำตอบ

กล่าวถึงและอธิบาย a gyroscope ใหม่ โดย that หมายถึง wheel

In these columns, a few hundred kilometers down,

2:19

ลึกลงไปสองสามร้อยกิโลเมตรในเสาเหล่านี้

we take our second plasma sample.

2:21

เราเก็บตัวอย่างพลาสมาตัวที่สอง

It has about the same pressure as our atmosphere on Earth,

2:24

มันมีความกดอากาศใกล้เคียงกับชั้นบรรยากาศของเราบนโลก

though still much less dense than air, ไวยากรณ์

2:27

แม้จะยังมีความหนาแน่นน้อยกว่าอากาศมาก

its heat supports it,

2:29

แต่ความร้อนก็คอยพยุงมันไว้

so it won't implode.

2:30

มันจึงไม่ยุบตัว

ไวยากรณ์

though still much less dense than air: อนุประโยคแสดงการยอมรับแบบย่อ

ในที่นี้ though ใช้แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับสิ่งที่คาด ตัวอย่างมีความดันใกล้เคียงกัน แม้ว่าความหนาแน่นจะต่ำกว่ามาก จึงเป็นการเติมข้อเท็จจริงที่อาจดูน่าแปลกใจเมื่อเทียบกับข้อความก่อนหน้า ไม่ได้ใช้บอกเหตุผล คำว่า it is ถูกละไว้เพราะเข้าใจประธานและรูปของ be ได้จากบริบท รูปเต็มคือ though it is still much less dense than air โครงสร้างย่อนี้เป็นธรรมชาติเมื่ออนุประโยคที่ย่อไว้อธิบายประธานเดียวกับประโยคหลักที่อยู่ใกล้กัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ though หน้าวลีคุณศัพท์ที่ย่อไว้ได้ถูกต้อง เพื่อแสดงความขัดแย้งที่เหนือความคาดหมาย

  1. Though Maya very tired, she finished the project.
  2. Though very tired, Maya finished the project.
  3. Though was very tired, Maya finished the project.
ดูคำตอบ

Though very tired, Maya finished the project.

Our sphere now carries twice as much energy, ไวยากรณ์

2:32

ตอนนี้ทรงกลมของเรามีพลังงานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

as much as 25 kg of TNT,

2:35

มากถึงระเบิดทีเอ็นที 25 กิโลกรัม

but this time as heat.

2:38

แต่คราวนี้มาในรูปแบบความร้อน

ไวยากรณ์

twice as much energy: twice as much + คำนามนับไม่ได้

twice as much energy หมายถึงพลังงานเป็นสองเท่าของปริมาณที่ใช้เป็นเกณฑ์ energy เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้รูป twice as much + คำนามนับไม่ได้ แม้ประโยคนี้จะไม่กล่าวซ้ำ แต่ตัวอย่างก่อนหน้าเป็นจุดอ้างอิงในการเปรียบเทียบ เมื่อระบุสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ ให้ใช้ twice as much energy as the other sample อย่าเติม more เพราะ twice as much แสดงความสัมพันธ์สองต่อหนึ่งครบถ้วนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ปริมาณเป็นสองเท่า”: The new battery stores ____ energy as the old one—20 watt-hours instead of 10.

ดูคำตอบ

twice as much

For a dazzling instant,

2:40

ในพริบตาอันสว่างจ้า

this plasma would glow with a million times ไวยากรณ์

2:41

พลาสมานี้จะสว่างไสวกว่า

the brightness of the Sun seen from Earth,

2:43

ความสว่างของดวงอาทิตย์ที่มองเห็นจากโลกถึงหนึ่งล้านเท่า

ไวยากรณ์

a million times the brightness of the Sun: หนึ่งล้านเท่าของความสว่างดวงอาทิตย์

รูปแบบ [multiplier] times the [measure noun] of [reference] ใช้คำนามอย่าง brightness, size หรือ speed เพื่อเปรียบเทียบปริมาณ ในประโยคนี้ ความสว่างของพลาสมาเท่ากับความสว่างของดวงอาทิตย์เมื่อมองจากโลกคูณหนึ่งล้าน times หมายถึง “คูณด้วย” ไม่ได้เป็นการนับ “ความสว่าง” หลายชุดแยกกัน seen from Earth จำกัดจุดอ้างอิงให้ชัดเจนขึ้น โดยหมายถึงความสว่างของดวงอาทิตย์ที่สังเกตจากโลก การเปรียบเทียบทั้งหมดเข้าใจได้ว่าเป็น a million times as bright as the Sun seen from Earth

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบแบบใช้คำนามให้มีความหมายว่าหลอดไฟใหม่สว่างเป็นสามเท่าของหลอดเก่า: The new lamp has ____ the old lamp.

ดูคำตอบ

three times the brightness of

instantly lighting fires throughout our lab. ไวยากรณ์

2:46

จุดไฟเผาห้องแล็บของเราทั้งหมดในทันที

ไวยากรณ์

instantly lighting fires throughout our lab: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์

อนุประโยค -ing หลังเครื่องหมายจุลภาค instantly lighting fires throughout our lab บอกผลที่เกิดจากการเปล่งแสงของพลาสมา ประธานที่ละไว้คือ this plasma กล่าวคือ พลาสมาจะเปล่งแสงรุนแรงมากจนทำให้เกิดไฟไหม้ทั่วห้องทดลองทันที ในที่นี้ light fires หมายถึง “ทำให้เกิดไฟไหม้” ไม่ใช่ “ส่องแสงไปที่ไฟ” อนุประโยค -ing นี้ย่อโครงสร้างเชื่อมที่ยาวกว่า เช่น and would instantly light fires throughout our lab แม้ lighting จะไม่ได้กล่าว would ซ้ำ แต่ผลลัพธ์นี้ยังอยู่ในสถานการณ์สมมติเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The pipe burst, flooding the kitchen,” ส่วน flooding the kitchen สื่อถึงอะไร

  1. จุดประสงค์ที่ใครบางคนทำให้ท่อแตก
  2. ผลโดยตรงจากการที่ท่อแตก
  3. การกระทำที่ห้องครัวทำไว้ก่อนหน้านั้น
ดูคำตอบ

ผลโดยตรงจากการที่ท่อแตก

But a few milliseconds later,

2:48

แต่เพียงไม่กี่มิลลิวินาทีต่อมา

those fires are all that's left. ไวยากรณ์

2:50

เปลวไฟเหล่านั้นคือสิ่งเดียวที่เหลืออยู่

ไวยากรณ์

X is all that's left: เหลือเพียง X

ในโครงสร้าง X is all that's left นั้น X คือสิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่หลังจากสิ่งอื่นหายไปหรือสิ้นสุดลง ในประโยคนี้ ไฟไหม้เหล่านั้นคือผลที่ยังคงดำเนินอยู่เพียงอย่างเดียว all เป็นคำสรรพนามที่หมายถึง “สิ่งเดียวที่เหลืออยู่” that's ย่อมาจาก that is และ left หมายถึง “ที่เหลืออยู่” ไม่ใช่ “จากไปแล้ว” รูปแบบ X is/are all that's left ช่วยให้ผลลัพธ์สุดท้ายดูมีภาพและมีลักษณะการเล่าเรื่องมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย all that's left: Everyone has packed up; these two chairs are ____ in the hall.

ดูคำตอบ

all that's left

The plasma has cooled to harmless gas,

2:52

พลาสมาเย็นลงกลายเป็นก๊าซที่ไม่เป็นอันตราย

floating up from the flaming ruins.

2:54

ลอยขึ้นมาจากซากปรักหักพังที่กำลังลุกไหม้

What if we go deeper?

2:57

แล้วถ้าเราลงไปลึกกว่านี้อีกล่ะ?

Third sample, the radiative zone.

3:00

ตัวอย่างที่สาม โซนแผ่รังสี

Here, the plasma is about 2 million degrees Celsius

3:03

ที่นี่ พลาสมามีอุณหภูมิประมาณ 2 ล้านองศาเซลเซียส

and so dense and tightly packed

3:06

และหนาแน่นและอัดแน่นมาก

that it creates a sort of maze for itself. สำนวน

3:08

จนทำให้เกิดเป็นเขาวงกตขึ้นมา

Energy in the form of photons tries to escape,

3:11

พลังงานในรูปของโฟตอนพยายามที่จะหลบหนี

but has to wander for hundreds of thousands of years,

3:13

แต่ก็ต้องเร่ร่อนไปเป็นเวลาหลายแสนปี

bouncing endlessly from particle to particle,

3:16

สะท้อนไปมาจากอนุภาคสู่อนุภาคอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

until it eventually finds an exit.

3:18

จนกว่ามันจะพบทางออกในท้ายที่สุด

สำนวน

creates a sort of maze ... to wander ... finds an exit: อุปลักษณ์ต่อเนื่อง

วลีทั้งสามสร้างอุปลักษณ์ต่อเนื่องชุดเดียวกัน พลาสมาที่หนาแน่น “สร้างสิ่งที่คล้ายเขาวงกต” โฟตอน “เร่ร่อน” และสุดท้าย “พบทางออก” จึงทำให้กระบวนการทางฟิสิกส์ที่ซับซ้อนดูเหมือนนักเดินทางที่พยายามออกจากเขาวงกต โฟตอนไม่ได้คิดหรือเลือกเส้นทาง และพลาสมาก็ไม่ได้ตั้งใจสร้างสิ่งใด ภาพที่เชื่อมโยงกันนี้อธิบายว่าพลังงานถูกเปลี่ยนทิศทางซ้ำ ๆ ระหว่างอนุภาค จึงใช้เวลานานมากกว่าจะหลุดออกไป เมื่อคำเชิงเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้องกันต่อเนื่องข้ามอนุประโยคหรือหลายประโยค ให้เข้าใจว่าเป็นภาพจำลองเดียว ไม่ใช่การกระทำตามตัวอักษรที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The project hit a wall, found a way around it, and finally crossed the finish line.” ภาพที่เชื่อมโยงกันเหล่านี้สื่อถึงอะไร

  1. ภาพเหล่านี้บรรยายเส้นทางจริงที่อ้อมกำแพงไปยังเส้นชัยของการแข่งขัน
  2. ภาพเหล่านี้แสดงว่าโครงการพบอุปสรรค แล้วหาทางแก้และเสร็จสมบูรณ์ในที่สุด
  3. ภาพเหล่านี้บอกว่าโครงการกลายเป็นการแข่งขันกีฬา
ดูคำตอบ

ภาพเหล่านี้แสดงว่าโครงการพบอุปสรรค แล้วหาทางแก้และเสร็จสมบูรณ์ในที่สุด

Bringing matter from here to our lab

3:21

การนำสสารจากที่นี่มาที่ห้องแล็บของเรา

is what experts call a very bad idea. น้ำเสียง/เจตนา

3:23

เป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า เป็นความคิดที่แย่มากๆ

น้ำเสียง/เจตนา

is what experts call a very bad idea: การตัดสินแบบผู้เชี่ยวชาญและการจงใจพูดให้เบาลง

รูปแบบ X is what people call Y หมายถึง “ผู้คนตั้งชื่อหรือตัดสิน X ว่าเป็น Y” ในที่นี้ what ใช้นำอนุประโยคหลัง is ไม่ได้ใช้ถามคำถาม ส่วน experts call ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นการยกคำศัพท์ทางการ แต่ช่วยให้คำตัดสินฟังดูมีน้ำหนักและมีระยะห่างมากขึ้น การเรียกแผนนี้ว่า a very bad idea เป็นการใช้คำที่เบากว่าอันตรายที่อธิบายไว้อย่างจงใจ การพูดให้ดูเบาลงนี้สร้างอารมณ์ขันแบบหน้าตาย พร้อมกับสื่อคำเตือนที่รุนแรงมาก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ what experts call a very bad idea ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. หมายความว่าแผนนี้ทำให้ไม่สะดวกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  2. ใช้แนะนำชื่อทางเทคนิคอย่างเป็นทางการของสสาร
  3. ใช้ถามผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเกี่ยวกับแผนนี้
  4. ทำให้คำเตือนมีน้ำเสียงห่างเหินและมีอารมณ์ขันแบบหน้าตายด้วยการพูดลดความรุนแรงของอันตราย
ดูคำตอบ

ทำให้คำเตือนมีน้ำเสียงห่างเหินและมีอารมณ์ขันแบบหน้าตายด้วยการพูดลดความรุนแรงของอันตราย

As soon as it arrives in our lab,

3:27

ทันทีที่มันมาถึงห้องแล็บของเรา

the extreme pressure that holds the plasma tightly together is gone, กริยาวลี

3:29

แรงดันมหาศาลที่ยึดพลาสมาไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนาจะหายไป

and the material explodes

3:32

และสสารนั้นจะระเบิดออก

with the power of a thermonuclear weapon.

3:34

ด้วยพลังของอาวุธเทอร์โมนิวเคลียร์

กริยาวลี

hold the plasma tightly together: โครงสร้างแยกคำได้ hold ... together

ใน hold the plasma tightly together วลี hold ... together หมายถึง “ทำให้พลาสมายังคงรวมกันเป็นมวลเดียว” กรรม the plasma อยู่ระหว่าง hold กับ together ส่วน tightly บอกว่าถูกยึดไว้ด้วยกันแน่นเพียงใด นี่เป็นโครงสร้างที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง: hold it together ไม่ใช่ hold together it การมองเห็นกรรมระหว่างสองส่วนนี้ช่วยให้เข้าใจความหมายทั้งหมดได้ แม้กรรมจะยาว

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ hold ... together โดยใช้ it แทนกล่องที่แตกร้าว: The box is cracked, but this tape will ____.

ดูคำตอบ

hold it together

Our lab, as well as the city around it, ไวยากรณ์

3:36

ห้องแล็บของเรา ตลอดจนเมืองที่อยู่รอบๆ

will be destroyed in an instant.

3:38

จะถูกทำลายในพริบตา

ไวยากรณ์

A, as well as B, และความสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยา

ในโครงสร้าง A, as well as B, ประธานหลักคือ A ส่วน as well as B เพิ่ม B เข้ามาเป็นข้อมูลรอง และเครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าส่วนนี้เป็นข้อมูลเสริมที่แทรกอยู่ในประโยค ในประโยคนี้ our lab เป็นประธานหลัก ส่วน the city around it เป็นข้อมูลที่ขยายขอบเขตของพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ will be ไม่แสดงความแตกต่างระหว่างเอกพจน์กับพหูพจน์ แต่เมื่อใช้รูปอย่าง is/are หรือ has/have กริยามักสอดคล้องกับ A ไม่ใช่ B

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as well as ได้ถูกต้องโดยยังคงให้ Mia เป็นประธานหลัก?

  1. Mia, as well as her cousins, are joining us.
  2. Mia, as well as her cousins, is joining us.
  3. Mia and her cousins is joining us.
ดูคำตอบ

Mia, as well as her cousins, is joining us.

On the bright side, สำนวน

3:40

ในแง่ดีก็คือ

there won't be any radioactive fallout.

3:41

จะไม่มีกัมมันตภาพรังสีตกค้าง

สำนวน

On the bright side เพื่อเปลี่ยนมุมมองเชิงบวกหรือเชิงประชด

On the bright side ใช้เพื่อกล่าวถึงข้อดีหนึ่งอย่างในสถานการณ์ที่โดยรวมแล้วไม่ดี หมายถึงถ้าลองมองหาด้านดีสักอย่าง ไม่ได้เกี่ยวกับแสงหรือความสว่าง ในประโยคนี้ ข้อดีที่กล่าวถึงคือไม่มีฝุ่นกัมมันตรังสี ซึ่งเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับการที่ห้องทดลองและเมืองถูกทำลาย ความแตกต่างที่รุนแรงนี้ทำให้ประโยคมีอารมณ์ขันแบบมืดมนและอาจเป็นการประชด ไม่ใช่การมองโลกในแง่ดีแบบตรงไปตรงมา

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งแพ้ทุกการแข่งขัน และกัปตันพูดว่า “On the bright side, we never have to worry about defending a trophy.” วลีนี้สื่ออะไรในที่นี้?

  1. การกล่าวอย่างจริงจังว่าการแพ้ดีกว่าการชนะ
  2. ความตื่นเต้นตามตัวอักษรเกี่ยวกับแสงสว่าง
  3. การจงใจมองผลลัพธ์ที่แย่ในมุมบวกอย่างมีอารมณ์ขัน
ดูคำตอบ

การจงใจมองผลลัพธ์ที่แย่ในมุมบวกอย่างมีอารมณ์ขัน

With our lab destroyed, ไวยากรณ์

3:44

เมื่อห้องแล็บของเราถูกทำลาย

we can abandon the illusion that we're trying to do any science today. วลี

3:45

เราคงต้องเลิกหวังว่าจะทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ในวันนี้

ไวยากรณ์

With our lab destroyed: with + คำนาม + คำกริยาช่องที่สาม

With our lab destroyed เป็นโครงสร้างอิสระที่มีรูป with + กลุ่มคำนาม + คำกริยาช่องที่สาม Our lab เป็นสิ่งที่ได้รับผลจากการ destroy ดังนั้น destroyed จึงบอกสภาพของห้องทดลองหลังถูกทำลาย ไม่ใช่กริยาแท้ที่แยกออกมาอีกตัวหนึ่ง วลีทั้งหมดให้ข้อมูลพื้นหลังแบบกระชับแก่ประโยคหลัก ในประโยคนี้ สภาพดังกล่าวยังอธิบายด้วยว่าทำไมผู้พูดจึงไม่อาจอ้างอย่างจริงจังได้อีกว่าวันนี้กำลังทำงานวิทยาศาสตร์อยู่ ในบริบทอื่น รูปแบบเดียวกันอาจบอกสถานการณ์ เหตุผล หรือเงื่อนไข โดยต้องดูความสัมพันธ์ที่แน่นอนจากบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ with + คำนาม + คำกริยาช่องที่สามได้ถูกต้อง เพื่อบอกสภาพผลลัพธ์เป็นข้อมูลพื้นหลัง

  1. With the gate locked, we took another path.
  2. With the guard locked the gate, we took another path.
  3. With the gate locking, we took another path.
ดูคำตอบ

With the gate locked, we took another path.

วลี

abandon the illusion that: ปฏิเสธความเชื่อที่ผิด

abandon the illusion that ... หมายถึงเลิกยึดถือความคิดที่ผู้พูดมองว่าผิดหรือไม่ตรงกับความเป็นจริง illusion ในที่นี้หมายถึงความเชื่อที่ผิด ไม่ใช่ภาพลวงตา และอนุประโยค that จะระบุว่าความเชื่อนั้นคืออะไร สำนวนนี้เป็นทางการและคมกว่าเพียงแค่พูดว่า stop believing การเรียกความคิดนั้นว่า illusion ก่อนบอกเนื้อหาคือการปฏิเสธความคิดนั้นไว้ล่วงหน้า ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเพิ่มน้ำเสียงประชดแบบเรียบ ๆ ให้กับการยอมรับว่าวันนี้ไม่สามารถทำงานวิทยาศาสตร์จริง ๆ ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการและมีน้ำเสียงวิจารณ์ที่หมายถึง ‘เลิกรักษาความเชื่อที่เห็นชัดว่าผิด’:We must ____ deadlines can be ignored without consequences.

ดูคำตอบ

abandon the illusion that

What if we go much, much deeper?

3:48

แล้วถ้าเราลงไปลึกมากๆ ล่ะ?

Last sample, the core.

3:52

ตัวอย่างสุดท้าย แกนกลาง

Here, in the central 1% of the star,

3:55

ที่นี่ ในศูนย์กลาง 1% ของดาวฤกษ์

we find a third of the Sun's mass.

3:57

เราพบมวลถึงหนึ่งในสามของดวงอาทิตย์

The matter here is compressed by the weight

4:00

สสารที่นี่ถูกบีบอัดด้วยน้ำหนัก

of the entire star above it.

4:02

ของดาวฤกษ์ทั้งดวงที่อยู่ด้านบน

In the center of the core,

4:04

ที่ใจกลางของแกนกลาง

the temperature is 15 million degrees,

4:05

อุณหภูมิสูงถึง 15 ล้านองศา

hot enough to make helium by smashing together hydrogen, ไวยากรณ์

4:08

ร้อนพอที่จะสร้างฮีเลียมจากการชนกันของไฮโดรเจน

powering the Sun by nuclear fusion.

4:11

สร้างพลังงานให้ดวงอาทิตย์ด้วยปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน

ไวยากรณ์

hot enough to: ระดับที่เพียงพอและผลลัพธ์

ในโครงสร้าง adjective + enough to + base verb คำว่า enough อยู่หลังคำคุณศัพท์ และบอกว่าระดับนั้นเพียงพอที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ hot enough to make helium หมายถึงอุณหภูมิสูงถึงระดับที่จำเป็นให้นิวเคลียสของไฮโดรเจนรวมตัวและเกิดเป็นฮีเลียม to เป็นเครื่องหมายของ infinitive จึงตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน make โครงสร้างนี้ใช้บอกเกณฑ์ที่ทำให้การกระทำหรือผลลัพธ์หนึ่งเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบผลลัพธ์ด้วยคำสองคำ: The rope is strong ____ hold the box.

ดูคำตอบ

enough to

In billions of years,

4:15

ในอีกหลายพันล้านปี

after the death of the Sun,

4:16

หลังจากการตายของดวงอาทิตย์

this core will remain as a white dwarf.

4:17

แกนกลางนี้จะยังคงอยู่เป็นดาวแคระขาว

If we brought a sample of it to Earth,

4:21

หากเรานำตัวอย่างของมันมายังโลก

it would cause a lot of inconvenience. น้ำเสียง/เจตนา

4:22

มันคงสร้างความเดือดร้อนอย่างใหญ่หลวง

น้ำเสียง/เจตนา

cause a lot of inconvenience: การกล่าวให้เบากว่าความจริงโดยเจตนา

Cause a lot of inconvenience ตามปกติหมายถึงการก่อให้เกิดความลำบากหรือการรบกวนอย่างมาก แต่ในประโยคนี้ ผลที่กล่าวถึงต่อมาเป็นหายนะ ดังนั้นวลีนี้จึงเบาเกินไปมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง ช่องว่างที่จงใจสร้างนี้คือ understatement หรือการกล่าวให้เบากว่าความจริง ผู้พูดใช้ภาษาธรรมดาและสุขุมบรรยายเหตุการณ์รุนแรง ความไม่เข้ากันนี้สร้างอารมณ์ขันแบบหน้าตาย และบอกเป็นนัยว่าผลลัพธ์จริงร้ายแรงกว่าความหมายตรงตัวมาก

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'A giant wave destroyed the harbor, causing a lot of inconvenience,' เหตุใด causing a lot of inconvenience จึงเป็น understatement?

  1. เพราะบรรยายหายนะราวกับเป็นเพียงความลำบากธรรมดา
  2. เพราะ cause a lot of inconvenience เป็นคำสแลงไม่เป็นทางการที่หมายถึงคลื่นยักษ์
  3. เพราะ inconvenience มีความหมายตรงตัวว่าสถานที่หนึ่งถูกทำลายจนหมด
ดูคำตอบ

เพราะบรรยายหายนะราวกับเป็นเพียงความลำบากธรรมดา

The biggest nuclear weapon ever detonated ไวยากรณ์

4:25

อาวุธนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยจุดชนวน

had an energy of 40 megatons of TNT,

4:27

มีพลังงานเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 40 เมกะตัน

or a cube the size of the Empire State Building.

4:30

หรือเทียบเท่าลูกบาศก์ขนาดเท่าตึกเอ็มไพร์สเตต

ไวยากรณ์

อาวุธนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจุดระเบิด

ในนามวลีนี้ ever detonated เป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำ the biggest nuclear weapon that was ever detonated โดยขยายคำว่า weapon และตัด that was ออกเพื่อให้คำบรรยายกระชับขึ้น ในที่นี้ ever หมายถึงเวลาใดก็ตามจนถึงจุดนั้นในประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงตลอดไป ส่วน detonated จำกัดความหมายไว้เฉพาะอาวุธที่ถูกจุดระเบิดจริง ไม่รวมอาวุธทุกชิ้นที่เพียงได้รับการออกแบบหรือสร้างขึ้น

แบบฝึกหัด

แทนที่ that was ever recovered ด้วยรูปย่อสองคำ: This is the oldest message ____ from the site.

ดูคำตอบ

ever recovered

Our sample has the equivalent of 4,000 megatons.

4:33

แต่ตัวอย่างของเรามีค่าเท่ากับ 4,000 เมกะตัน

This is 4 billion tons of TNT,

4:37

ซึ่งก็คือระเบิดทีเอ็นที 4 พันล้านตัน

or a cube 1.3 km high.

4:40

หรือลูกบาศก์ที่สูง 1.3 กม.

To give you a sense of scale, ลำดับความ

4:43

เพื่อให้คุณเห็นภาพสัดส่วนชัดขึ้น

this is the cube inside Manhattan.

4:45

นี่คือลูกบาศก์ที่ตั้งอยู่ในแมนฮัตตัน

ลำดับความ

เพื่อให้เห็นภาพของขนาด

วลีเปิด To give you a sense of scale บอกก่อนว่าทำไมผู้พูดจึงกำลังจะแสดงการเปรียบเทียบหรือจุดอ้างอิง วลีนี้ชี้นำผู้ฟังให้ใช้ภาพหรือข้อมูลถัดไปเพื่อเข้าใจว่าสิ่งหนึ่งใหญ่หรือเล็กเพียงใด A sense of scale คือการกะขนาดหรือระดับเชิงสัมพัทธ์แบบเห็นภาพ ไม่ใช่มาตราส่วนแผนที่หรืออัตราส่วนที่แม่นยำ การวางวลีบอกจุดประสงค์นี้ไว้ข้างหน้าช่วยจัดลำดับคำอธิบายก่อนยกตัวอย่าง

แบบฝึกหัด

ใช้วลีที่ตรงตามบทเรียนเพื่อนำเข้าสู่การเปรียบเทียบขนาดแบบเห็นภาพ: ____, the sculpture is as tall as a six-story building.

ดูคำตอบ

To give you a sense of scale

Once the sphere arrives on Earth,

4:48

ทันทีที่ทรงกลมนี้มาถึงโลก

this superdense matter expands instantly

4:50

สสารที่มีความหนาแน่นยิ่งยวดนี้จะขยายตัวทันที

and creates an explosion with the force of,

4:53

และทำให้เกิดการระเบิดด้วยแรงของ

well, the Sun. น้ำเสียง/เจตนา

4:55

เอาล่ะ ของดวงอาทิตย์

น้ำเสียง/เจตนา

“well, the Sun.” การหยุดก่อนเฉลยคำตอบ

well ในที่นี้เป็นคำบอกจังหวะในการสนทนา ไม่ได้แปลว่า “อย่างดีหรืออย่างชำนาญ” คำนี้ทำให้ผู้พูดมีเวลาหยุดสั้น ๆ เพื่อปรับถ้อยคำก่อนบอกคำตอบ นั่นคือดวงอาทิตย์ เมื่อวาง well ไว้หน้าวลีสั้น ๆ ตอนท้าย คำนี้ยังช่วยชะลอการเฉลยด้วย จังหวะหยุดแบบสงบนิ่งทำให้การเปรียบเทียบที่ยิ่งใหญ่นี้มีพลังมากขึ้น ในบริบทอื่น well แบบนี้อาจแสดงความลังเล การแก้คำพูด หรือการเลือกคำตอบอย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

well ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ทำให้เกิดจังหวะหยุดและเพิ่มพลังให้การเฉลยตอนท้าย
  2. ใช้บอกสาเหตุทางกายภาพของการขยายตัว
  3. หมายความว่าการระเบิดเกิดขึ้นอย่างดีหรืออย่างชำนาญ
ดูคำตอบ

ทำให้เกิดจังหวะหยุดและเพิ่มพลังให้การเฉลยตอนท้าย

If we get the sample in Paris in the morning,

4:58

หากเราได้ตัวอย่างนี้ที่ปารีสในตอนเช้า

the citizens of London would see

5:00

ชาวเมืองลอนดอนจะได้เห็น

what looks like a second sunrise, ไวยากรณ์

5:01

สิ่งที่ดูเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นครั้งที่สอง

ไวยากรณ์

what looks like: บอกลักษณะที่เห็นโดยไม่ยืนยัน

รูปแบบ see what looks like + นามวลี หมายถึง “เห็นบางสิ่งที่ดูเหมือนเป็น...” อนุประโยค what looks like ... ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ see โดย what มีความหมายของ the thing that อยู่แล้ว และยังเป็นประธานของ looks ด้วย รูปแบบนี้บอกเพียงความรู้สึกจากสิ่งที่มองเห็น โดยไม่ยืนยันว่าสิ่งนั้นเป็นอย่างที่เห็นจริง ๆ ในประโยคนี้ ผู้สังเกตเห็นแสงที่คล้ายพระอาทิตย์ขึ้นครั้งที่สอง ไม่ใช่พระอาทิตย์ขึ้นครั้งที่สองจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของโครงสร้าง what + look like: From the boat, we saw ____ a small island, but it was only a low cloud.

ดูคำตอบ

what looked like

but one that gets brighter and brighter ไวยากรณ์

5:04

แต่มันจะสว่างขึ้นเรื่อยๆ

and hotter and hotter until London burns to ashes. วลี

5:06

และร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งลอนดอนมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน

ไวยากรณ์

สว่างขึ้นเรื่อย ๆ และร้อนขึ้นเรื่อย ๆ

get แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ brighter and brighter หมายถึงแสงสว่างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วน hotter and hotter หมายถึงอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ โครงสร้างคือคำคุณศัพท์ขั้นกว่า + and + คำคุณศัพท์ขั้นกว่าเดิม โครงสร้างที่ซ้ำกันทั้งสองชุดวางขนานกัน จึงแสดงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างพร้อมกัน ต่างจาก very bright หรือ very hot เพราะโครงสร้างนี้สื่อถึงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทีละขั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าของ bright ที่ทำซ้ำกัน เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง: The room gets ____ as the sun rises.

ดูคำตอบ

brighter and brighter

วลี

ไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน

Burn to ashes หมายถึงไหม้อย่างหมดสิ้นจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน ในตัวอย่างนี้ to ashes บอกผลของการเผาไหม้ ไม่ได้บอกทิศทาง ในวลีบอกผลนี้ ashes เป็นรูปพหูพจน์และหมายถึงสิ่งที่เหลือหลังจากไหม้ วลีนี้เน้นการถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงแรงกว่าการใช้ burn เพียงคำเดียวมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย burn to ashes ในรูป simple present: In the tale, the cursed letter ____ before anyone can read it.

ดูคำตอบ

burns to ashes

In a radius of about 300 km around the blast,

5:10

ในรัศมีประมาณ 300 กม. รอบๆ บริเวณที่เกิดการระเบิด

everything would be burnt.

5:13

ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกเผาไหม้

The shock wave would travel around the Earth multiple times.

5:15

คลื่นกระแทกจะเดินทางรอบโลกหลายรอบ

Most buildings in Central Europe would be flattened,

5:20

อาคารส่วนใหญ่ในยุโรปกลางจะพังทลายราบคาบ

eardrums would rupture,

5:22

แก้วหูจะฉีกขาด

and windows break across the continent.

5:24

และหน้าต่างทั่วทั้งทวีปจะแตกกระจาย

The explosion would be apocalyptic,

5:26

การระเบิดครั้งนี้จะเป็นหายนะล้างโลก

possibly human civilization ending. ไวยากรณ์

5:29

ซึ่งอาจยุติอารยธรรมมนุษย์ได้เลย

ไวยากรณ์

possibly human civilization ending: การย่อผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

ในที่นี้ possibly human civilization ending เป็นส่วนเสริมแบบย่อที่ตามหลังอนุประโยคสมบูรณ์ โดยเพิ่มผลลัพธ์หรือสภาพสุดท้ายที่อาจเกิดขึ้น นั่นคือ การระเบิดอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้อารยธรรมมนุษย์สิ้นสุดลง human civilization เป็นประธานเชิงความหมายของ ending และ possibly ขยายผลลัพธ์ทั้งหมดที่ว่าอารยธรรมสิ้นสุดลง รูปที่สมบูรณ์กว่าคือ possibly with human civilization ending หรือ possibly causing human civilization to end

แบบฝึกหัด

possibly human civilization ending เพิ่มความหมายใดให้กับประโยค?

  1. แสดงว่าการสิ้นสุดของอารยธรรมมนุษย์เป็นผลอย่างหนึ่งที่อาจเกิดจากการระเบิด
  2. บอกว่ามีเพียงคำว่า human เท่านั้นที่ไม่แน่นอน
  3. รายงานว่าอารยธรรมมนุษย์สิ้นสุดลงก่อนเกิดการระเบิด
ดูคำตอบ

แสดงว่าการสิ้นสุดของอารยธรรมมนุษย์เป็นผลอย่างหนึ่งที่อาจเกิดจากการระเบิด

If humans did survive, ไวยากรณ์

5:32

หากมนุษย์รอดชีวิตมาได้

we could count on the dust blown into the atmosphere กริยาวลี

5:33

เราคงคาดได้เลยว่าฝุ่นที่ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

to create a small ice age.

5:36

จะทำให้เกิดยุคน้ำแข็งย่อยๆ ขึ้น

ไวยากรณ์

did survive: did ที่ใช้เน้นในอนุประโยคบอกเล่า

did ในที่นี้ไม่ได้ใช้สร้างคำถามหรือประโยคปฏิเสธ แต่เป็น do ที่ใช้เน้นในอนุประโยค if แบบบอกเล่า โดย did survive หมายถึง “รอดชีวิตจริง ๆ” ในสถานการณ์ที่สมมติขึ้น เนื่องจากการรอดชีวิตถูกมองว่ามีโอกาสน้อย การเน้นเสียงที่ did จึงทำให้เงื่อนไขนี้ดูขัดกับความคาดหมาย did ทำหน้าที่รับรูปอดีตของอนุประโยคแล้ว กริยาหลักจึงต้องคงรูปพื้นฐาน survive ไม่ใช่ survived

แบบฝึกหัด

เติมเงื่อนไขที่มีโอกาสน้อยด้วย did ที่ใช้เพื่อเน้น: If the emergency radio ____ work, we could call for help.

ดูคำตอบ

did

กริยาวลี

count on + กรรม + to-infinitive

กริยาวลี count on หมายถึง “พึ่งพา” หรือ “คาดอย่างมั่นใจ” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการนับหรือคำนวณ แม้ผลลัพธ์จะไม่ดี ก็ยังใช้ count on ได้หากผลนั้นคาดการณ์ได้อย่างมาก ในโครงสร้าง count on + กรรม + to-infinitive กรรมคือคนหรือสิ่งที่คาดว่าจะทำให้เกิดการกระทำนั้น ในที่นี้กรรมคือฝุ่นที่ถูกพัดขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ ส่วน to create บอกผลที่คาดไว้ นั่นคือการเกิดยุคน้ำแข็งขนาดย่อม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ count on + กรรม + to-infinitive ได้ถูกต้องเพื่อแสดงการคาดการณ์ที่มั่นใจ?

  1. We can count on the alarm for wake us before sunrise.
  2. We can count on the alarm to wake us before sunrise.
  3. We can count the alarm to wake us before sunrise.
ดูคำตอบ

We can count on the alarm to wake us before sunrise.

So, if there is one tiny bright side, ไวยากรณ์

5:38

ดังนั้น หากพอจะมีข้อดีเล็กๆ อยู่บ้าง

it would be that the explosion might be an effective way

5:40

ก็คือการระเบิดนี้อาจเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ

to control human-caused climate change for a few decades.

5:43

ในการควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ไปได้สักสองสามทศวรรษ

ไวยากรณ์

โครงสร้าง “หากจะมีข้อดีเล็ก ๆ อยู่สักอย่าง ก็คงเป็นว่า…”

กรอบ if there is one ..., it would be that ... ช่วยให้ผู้พูดยอมรับข้อดีที่จำกัดเพียงหนึ่งอย่างในสถานการณ์ที่โดยรวมแล้วแย่ If there is one จำกัดคำกล่าวให้เหลือเพียงจุดเดียว และ tiny ยิ่งลดน้ำหนักของคำชมลง อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่าข้อดีที่อาจมีนั้นคืออะไร ในที่นี้ would be ไม่ได้มีหน้าที่หลักในการคาดผลของเงื่อนไขทั่วไป แต่เสนอข้อดีอย่างระมัดระวังหรือในเชิงสมมุติ ความยับยั้งนี้ช่วยสร้างอารมณ์ขันแบบมืด เพราะ “ประโยชน์” ดังกล่าวมาจากภัยพิบัติ

แบบฝึกหัด

โครงการหนึ่งล้มเหลว แต่ทีมได้เรียนรู้บทเรียนที่มีประโยชน์หนึ่งอย่าง ประโยคใดยอมรับข้อดีเล็ก ๆ นี้อย่างระมัดระวังที่สุด โดยยังคงประเมินภาพรวมในเชิงลบ?

  1. If there is one tiny bright side, the project would be successful.
  2. The bright side is that the whole project was a success.
  3. If there is one tiny bright side, it would be that we found the weakest part of the plan.
ดูคำตอบ

If there is one tiny bright side, it would be that we found the weakest part of the plan.

While this is definitely a good thing,

5:46

แม้ว่านี่จะเป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน

all in all, we conclude that we should not try ลำดับความ

5:48

แต่โดยรวมแล้ว เราได้ข้อสรุปว่าเราไม่ควรพยายาม

to bring the Sun to Earth.

5:51

นำดวงอาทิตย์มายังโลก

ลำดับความ

การใช้ “all in all, we conclude that” เพื่อบอกข้อวินิจฉัยสุดท้าย

“All in all” บอกให้ผู้ฟังนำประเด็นก่อนหน้าทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกัน เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังสรุปการอภิปราย ไม่ได้กำลังเพิ่มรายละเอียดใหม่ “We conclude that” ใช้นำข้อวินิจฉัยสุดท้ายในฐานะผลจากการทบทวนข้อมูล ในประโยคนี้ เครื่องหมายทั้งสองทำให้ตอนจบฟังเป็นทางการและผ่านการให้เหตุผลอย่างรอบคอบ ความเป็นทางการที่ใช้กับข้อสรุปซึ่งเห็นได้ชัดยังทำให้เกิดอารมณ์ขันเล็กน้อย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำบอกการสรุป + อนุประโยคข้อสรุป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสรุปผลการทดสอบหลายรายการและนำไปสู่ข้อวินิจฉัยสุดท้ายได้อย่างถูกต้อง

  1. We conclude all in all the tests that the new battery.
  2. All in all, we conclude to choose that the new battery is best.
  3. All in all, we conclude that the new battery is the best choice.
ดูคำตอบ

All in all, we conclude that the new battery is the best choice.

Welcome to the Kurzgesagt lab.

5:54

ยินดีต้อนรับสู่ห้องแล็บ Kurzgesagt

Let's conduct a few stellar experiments.

5:57

มาทำการทดลองเกี่ยวกับดวงดาวกันเถอะ

We'll first add some more mass to this protostar.

5:59

ก่อนอื่นเราจะเพิ่มมวลให้กับดาวฤกษ์เกิดใหม่ดวงนี้อีกสักหน่อย

More.

6:03

เพิ่มอีก

A bit more.

6:04

อีกนิดนึง

Wow, we've just created a blue giant, ไวยากรณ์

6:06

ว้าว เราเพิ่งสร้างดาวยักษ์น้ำเงินขึ้นมา

a star with 10 times the mass of our Sun.

6:08

ดาวฤกษ์ที่มีมวลเป็น 10 เท่าของดวงอาทิตย์ของเรา

ไวยากรณ์

Present perfect ใน “we've just created”

“We’ve” เป็นรูปย่อของ “we have” โครงสร้าง have + just + past participle บอกว่าการกระทำเพิ่งเสร็จไปไม่นาน: we’ve just created Present perfect ยังเชื่อมการกระทำที่เสร็จแล้วเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ดาวได้ปรากฏขึ้นและมองเห็นได้ในขณะนี้ ดังนั้นประโยคนี้จึงประกาศผลลัพธ์ใหม่ ไม่ได้เพียงเล่าเหตุการณ์หนึ่งในเรื่องราวอดีต

แบบฝึกหัด

ตอนนี้หุ่นยนต์พร้อมแล้ว เติมประโยคด้วย present perfect ของ build และ just: We ____ the robot.

ดูคำตอบ

have just built

Let's now add a couple of million years and see what happens.

6:11

ทีนี้ลองเพิ่มเวลาเข้าไปอีกสักสองสามล้านปี แล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น

A supernova.

6:14

ซูเปอร์โนวา

Breathtaking.

6:16

น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ

And look, it leaves behind a black hole. กริยาวลี

6:17

และดูสิ มันทิ้งหลุมดำเอาไว้ด้วย

กริยาวลี

leave behind: ผลที่ยังคงเหลืออยู่

ในประโยคนี้ leaves behind หมายถึง “ทำให้บางสิ่งยังคงอยู่หลังจากเหตุการณ์จบลง” เหตุการณ์ซูเปอร์โนวาเป็นสิ่งที่ทิ้งหลุมดำไว้เป็นผลลัพธ์ ส่วน behind ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพของหลุมดำ leave behind เป็นกริยาวลีที่แยกได้ กรรมที่เป็นคำนามวางหลังวลีทั้งหมดได้ เช่น leaves behind a black hole หรือวางระหว่างกริยากับ behind ก็ได้: leaves a black hole behind แต่ถ้าเป็นคำสรรพนามต้องวางตรงกลาง: leaves it behind

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึงมีผลลัพธ์หลงเหลืออยู่หลังเหตุการณ์จบลง: When the campfire went out, it ____ a pile of ash.

ดูคำตอบ

left behind

Fascinating stuff.

6:21

เป็นสิ่งที่น่าหลงใหลมาก

Now, we record our findings. วลี

6:23

ตอนนี้ เรามาบันทึกสิ่งที่เราค้นพบกัน

วลี

record our findings: บันทึกผลการวิจัย

ในที่นี้ record เป็นคำกริยาที่หมายถึงการเก็บข้อมูลไว้ในรูปแบบลายลักษณ์อักษรหรือดิจิทัลที่คงอยู่ได้นาน ส่วน our findings หมายถึงผลที่ได้จากการสืบค้นหรือการวิจัย ไม่ใช่สิ่งของที่ผู้พูดบังเอิญพบ record findings เป็นคำที่มักใช้คู่กันในบริบทการวิจัย หมายถึงขั้นตอนการบันทึกผลหลังจากสังเกต ทดสอบ หรือวิเคราะห์ เพื่อให้ตรวจสอบหรือแบ่งปันข้อมูลได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่าทีมได้บันทึกผลจากการสืบค้นของตน?

  1. We recorded our findings in the lab notebook.
  2. We recorded our belongings in the lab notebook.
  3. We wrote our discoveries in the lab notebook.
ดูคำตอบ

We recorded our findings in the lab notebook.

Be careful to preserve the sparkle.

6:26

ระวังรักษากระกายแสงของมันไว้ด้วย

It's now time for Duck's final inspection.

6:28

ตอนนี้ได้เวลาสำหรับการตรวจสอบขั้นสุดท้ายของ Duck แล้ว

This one is always a nail-biter. สำนวน

6:31

ขั้นตอนนี้มักจะทำให้ลุ้นจนตัวโก่งเสมอ

สำนวน

a nail-biter: เหตุการณ์ตึงเครียดที่ยังไม่รู้ผล

a nail-biter คือเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกตึงเครียดมาก เพราะยังไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร ในประโยคนี้ This one หมายถึงการตรวจหรือเหตุการณ์นั้น ไม่ได้หมายถึงคนที่กัดเล็บจริง ๆ ภาพของสำนวนนี้มาจากการกัดเล็บเมื่อประหม่า แต่ในทางไวยากรณ์ใช้เป็นคำนามนับได้ว่า a nail-biter พบบ่อยเป็นพิเศษเมื่อพูดถึงการแข่งขันที่สูสี การลงคะแนน การประกวด การตรวจ และตอนจบที่เต็มไปด้วยความลุ้นระทึก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนคำนามจากบทเรียน: The championship game stayed tied until the final second, so it was ____.

ดูคำตอบ

a nail-biter

He has incredibly high standards. วลี

6:33

เขามีมาตรฐานที่สูงส่งเอามากๆ

วลี

have high standards: มีความคาดหวังด้านคุณภาพสูง

have high standards หมายถึงคาดหวังคุณภาพ พฤติกรรม หรือผลงานในระดับที่สูงมาก ในประโยคนี้ incredibly เน้นความหมายของ high และแสดงว่าเขามีข้อกำหนดที่เข้มงวดเป็นพิเศษ High เป็นคำที่ใช้คู่กับ standards อย่างเป็นธรรมชาติ วลีนี้บอกระดับความคาดหวัง ไม่ได้หมายความว่าทักษะปัจจุบันของบุคคลนั้นหรือคุณภาพของผลลัพธ์จริงสูงอยู่แล้วเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้จัดการคาดหวังผลงานที่ยอดเยี่ยมจากทีม

  1. The manager has high standards for the team's work.
  2. The manager has tall standards for the team's work.
  3. The manager is a high level for the team's work.
ดูคำตอบ

The manager has high standards for the team's work.

Lucky for us, our work is scientifically accurate, น้ำเสียง/เจตนา

6:35

โชคดีของเราที่ผลงานเรามีความถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์

น้ำเสียง/เจตนา

Lucky for us: ระบุว่าใครได้รับประโยชน์

“Lucky for us” หมายความว่าสถานการณ์ที่กล่าวต่อจากนั้นเป็นผลดีต่อผู้พูดและกลุ่มคนที่รวมอยู่ในคำว่า us มีความหมายใกล้กับ “Fortunately for us” และแสดงมุมมองเชิงบวกของผู้พูดก่อนบอกข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ รูปแบบคือ Lucky for + person คนที่อยู่หลัง for คือผู้ที่ได้รับประโยชน์ ส่วน lucky ไม่ได้ขยายสิ่งที่ตามมา ในประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าผลงานนั้น “โชคดี”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบภาษาพูด Lucky for + pronoun เพื่อแสดงว่าผู้พูดและเพื่อนได้รับประโยชน์: “____, we found a dry place before the storm.”

ดูคำตอบ

Lucky for us

offers an overview of important astrophysical processes, วลี

6:39

นำเสนอภาพรวมของกระบวนการทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่สำคัญ

วลี

Offers an overview of: กำหนดระดับรายละเอียดที่คาดหวัง

Offers an overview of หมายถึง “นำเสนอภาพรวมของ” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกผู้ชมว่าผลงานครอบคลุมกระบวนการทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์หลักในระดับภาพรวม รูปแบบ offer an overview of + topic กำหนดขอบเขตความลึกของเนื้อหา โดยสัญญาว่าจะให้ภาพใหญ่ ไม่ใช่รายละเอียดทุกอย่างหรือการวิเคราะห์ทางเทคนิคอย่างครบถ้วน offer ในที่นี้หมายถึง “ให้” ไม่ใช่ “เสนอราคา”

แบบฝึกหัด

คำอธิบายหลักสูตรเขียนว่า “The first lesson offers an overview of the solar system.” ผู้เรียนควรคาดหวังอะไร?

  1. การศึกษาทางเทคนิคอย่างครบถ้วนในทุกรายละเอียด
  2. บทนำกว้าง ๆ เกี่ยวกับส่วนสำคัญของหัวข้อ
  3. ใบเสนอราคาสำหรับซื้อระบบสุริยะ
ดูคำตอบ

บทนำกว้าง ๆ เกี่ยวกับส่วนสำคัญของหัวข้อ

and is a real stunner. การใช้คำ

6:42

และสวยงามตระการตาจริงๆ

การใช้คำ

a real stunner ในฐานะคำชมแบบไม่เป็นทางการที่เน้นมาก

ในประโยคนี้ a real stunner เป็นคำชมแบบไม่เป็นทางการที่เน้นมาก ใช้กับสิ่งที่ดูโดดเด่นและน่าประทับใจอย่างยิ่ง real ช่วยเพิ่มน้ำหนักของการประเมิน โดยมีความหมายประมาณว่า “จริง ๆ” หรือ “เป็นพิเศษ” ผู้พูดกำลังชมผลกระทบด้านภาพของผลงานที่เสร็จแล้ว ไม่ได้หมายความว่ามีใครถูกทำให้หมดสติจริง ๆ a real + คำนาม เป็นโครงสร้างที่มักใช้ประเมินแบบเน้นย้ำ เช่น a real beauty หรือ a real surprise ในที่นี้ stunner เป็นคำนามที่ตามหลัง a และหมายถึงสิ่งที่น่าประทับใจนั้น

แบบฝึกหัด

a real stunner ในประโยค “The finished poster is a real stunner” หมายความว่าอย่างไร

  1. มันยังไม่เสร็จและต้องทำต่ออีก
  2. มันทำให้ใครบางคนหมดสติ
  3. มันดูโดดเด่นและน่าประทับใจอย่างยิ่ง
ดูคำตอบ

มันดูโดดเด่นและน่าประทับใจอย่างยิ่ง

Duck approves.

6:44

Duck อนุมัติผ่าน

Looks like it's ready to be shared with the world

6:46

ดูเหมือนว่ามันพร้อมที่จะแบ่งปันให้โลกได้เห็นแล้ว

as a poster,

6:48

ในรูปแบบของโปสเตอร์

a very special piece of Kurzgesagt

6:49

ชิ้นงานที่พิเศษสุดของ Kurzgesagt

you can take home and touch.

6:51

ที่คุณสามารถนำกลับบ้านและสัมผัสได้

You can get this very special poster

6:53

คุณสามารถรับโปสเตอร์สุดพิเศษนี้

along with many other sciency and spacey things

6:55

พร้อมกับสิ่งของแนววิทยาศาสตร์และอวกาศอื่นๆ อีกมากมาย

created with love and care from our shop.

6:58

ที่สร้างสรรค์ด้วยความรักและความใส่ใจจากร้านของเรา

Every Kurzgesagt product you buy directly funds another moment

7:01

ผลิตภัณฑ์ Kurzgesagt ทุกชิ้นที่คุณซื้อ จะเป็นทุนสนับสนุนโดยตรง

we get to spend working on our videos. การใช้คำ

7:05

เพื่อให้เราได้มีเวลาทำวิดีโอของเราต่อไป

การใช้คำ

get to spend: โอกาส ไม่ใช่หน้าที่

Get to spend หมายถึง “มีโอกาสได้ใช้เวลา” โครงสร้าง get to + คำกริยารูปพื้นฐาน นำเสนอการกระทำว่าเป็นสิ่งที่ได้มีโอกาสทำและมักเป็นโอกาสที่น่ายินดี ในที่นี้ รายได้ทำให้ทีมมีเวลาทำวิดีโอมากขึ้น และถ้อยคำนี้แสดงว่าพวกเขาเห็นคุณค่าของเวลานั้น กรรมของ spend คือ another moment ส่วน Working on our videos อธิบายว่าเวลานั้นถูกใช้ทำอะไร ไม่ได้หมายถึงการใช้จ่ายเงิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ get to เพื่อแสดงว่า Mia มองว่านี่เป็นโอกาสที่น่ายินดี: Mia ____ visit the science lab tomorrow.

ดูคำตอบ

gets to

Thank you so much for being a part of our story

7:08

ขอบคุณมากที่คุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวของเรา

and for making this channel possible.

7:11

และช่วยสนับสนุนให้ช่องนี้เกิดขึ้นได้