ทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับโลกของเรา: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Kurzgesagt – In a Nutshell
แนะนำวิดีโอ: แอนิเมชันนี้เล่าโลกจากเศษซากดาวฤกษ์ไปสู่มหาสมุทร โครงสร้างภายใน และบรรยากาศ ก่อนวางช่วงเวลาของมนุษย์ไว้ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของโลก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. come into existence — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ถามอย่างแม่นยำว่าดาวเคราะห์ สถาบัน หรือแนวคิดเริ่มมีอยู่ได้อย่างไร ไม่ใช่แค่ปรากฏขึ้น 2. if the object had been more massive, / might have destroyed — ไวยากรณ์และรูปประโยค: สังเกตสมมติฐานอดีตที่ตรงข้ามกับความจริง และบอกผลที่อาจเกิดจากเงื่อนไขซึ่งไม่เกิดขึ้น 3. have it all figured out. — กริยาวลี: เข้าใจว่า figure out คือแก้ปัญหาหรือเข้าใจอย่างครบถ้วน และ all เน้นคำเตือนไม่ให้กล่าวอ้างความแน่นอนทางวิทยาศาสตร์เกินจริง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Planet Earth is the home of every life form known to us in the universe. วลี
0:00ดาวเคราะห์โลกเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบที่เรารู้จักในจักรวาล
known to us เพื่อจำกัดขอบเขตของข้อความ
known to us เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ: every life form known to us มีความหมายเท่ากับ every life form that is known to us วลีนี้จำกัดข้อความให้อยู่ในขอบเขตของสิ่งที่มนุษย์ค้นพบหรือรับรู้จนถึงตอนนี้ แทนที่จะยืนยันว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตที่เรายังไม่รู้จัก ในที่นี้ us หมายถึงมนุษยชาติโดยรวม known to us บอกขอบเขตความรู้ของเรา ไม่ได้หมายถึงเพียงสิ่งที่เราคุ้นเคยเป็นการส่วนตัว
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่จำกัดข้อความให้อยู่ในขอบเขตความรู้ปัจจุบันของมนุษย์: No treatment ____ can cure the disease completely.
ดูคำตอบ
known to us
Its age is about a third of the age of the universe ไวยากรณ์
0:05อายุของมันประมาณหนึ่งในสามของอายุจักรวาล
a third of เพื่อบอกหนึ่งส่วนจากสามส่วนที่เท่ากัน
โครงสร้าง a third of + สิ่งที่เป็นทั้งหมด หมายถึงหนึ่งส่วนจากสามส่วนที่เท่ากันของสิ่งนั้น ในประโยคนี้ สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือ the age of the universe ดังนั้นอายุของโลกจึงยาวประมาณหนึ่งในสามของอายุจักรวาล ในเศษส่วนนี้ a ใช้แทน one ได้ โดย a third และ one third หมายถึงเศษส่วนเดียวกัน ส่วน about แสดงว่าตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณ
แบบฝึกหัด
เติมวลีเศษส่วนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึงหนึ่งส่วนจากสามส่วนที่เท่ากัน: About ____ the class walks to school.
ดูคำตอบ
a third of
admit it ในฐานะคำท้าแบบหยอก ๆ
ในที่นี้ admit it หมายถึง “พูดออกมาว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่ดูชัดเจนอยู่แล้ว” ไม่ได้หมายถึงการยอมรับความผิดหรือสารภาพผิดอย่างเป็นทางการ รูปคำสั่งนี้ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยกับความเห็นของผู้พูดโดยตรง น้ำเสียงและความสัมพันธ์อาจทำให้ฟังดูเป็นมิตรและหยอกล้อ หรือเหมือนเป็นคำท้าเล็ก ๆ ก็ได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนชี้ไปที่แบบจำลองที่น่าประทับใจมากแล้วพูดว่า “Admit it—it looks amazing.” ตรงนี้ admit it ทำหน้าที่อะไร?
- เปิดโอกาสให้ผู้ฟังคัดค้านได้อย่างเต็มที่ด้วยถ้อยคำที่สุภาพมาก
- ขอให้ผู้ฟังสารภาพอาชญากรรม
- กระตุ้นให้ผู้ฟังเห็นด้วยแบบหยอก ๆ
ดูคำตอบ
กระตุ้นให้ผู้ฟังเห็นด้วยแบบหยอก ๆ
A slightly squashed sphere with a heavy metal core and a lighter surface crust
0:11เป็นทรงกลมที่แบนเล็กน้อย มีแกนกลางเป็นโลหะหนักและพื้นผิวเปลือกโลกที่เบากว่า
wrapped in a thin sliver of sweet air to breathe โน้ต
0:15ห่อหุ้มด้วยชั้นอากาศบริสุทธิ์บางๆ เพื่อการหายใจ
wrapped in ในฐานะส่วนขยายแบบถูกกระทำที่ย่อรูป
ในประโยคนี้ wrapped in a thin sliver of sweet air to breathe เพิ่มคำบรรยายให้กับนามวลีที่อยู่ก่อนหน้า คือ a slightly squashed sphere หมายความว่าทรงกลมนั้นถูกชั้นอากาศบาง ๆ ล้อมรอบอยู่ โดย wrapped ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค นี่คืออนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ย่อรูป: wrapped in... สามารถขยายเป็น which is wrapped in... ได้ ภาษาอังกฤษมักวางอนุประโยค -ed แบบย่อนี้ไว้หลังคำนามเพื่อเพิ่มรายละเอียดอย่างกระชับ ในที่นี้วลีนี้ขยาย sphere ที่อยู่ก่อนหน้า ไม่ได้ขยายเพียงคำที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่าง surface crust
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ wrapped in เป็นอนุประโยคแบบถูกกระทำที่ย่อรูปเพื่อขยายคำนามได้ถูกต้อง?
- The cabin wrapping in snow looked peaceful.
- The cabin wrapped in snow looked peaceful.
- The cabin was wrapped in snow looked peaceful.
ดูคำตอบ
The cabin wrapped in snow looked peaceful.
a thin sliver of: ส่วนที่มองเห็นได้และแคบมาก
ในประโยคนี้ a thin sliver of ทำให้บรรยากาศมีภาพรูปร่างที่ชัดเจน โดยเปรียบเหมือนชั้นที่บางมากรอบโลก ปกติ sliver หมายถึงชิ้นที่ยาวและบาง ดังนั้นอุปมานี้จึงเน้นว่าชั้นอากาศที่เราหายใจได้นั้นบางเพียงใดเมื่อเทียบกับโลกทั้งใบ ใช้วลีนี้กับแถบบาง ๆ หรือส่วนเล็กมากที่มองเห็นได้ วลีนี้ให้ภาพชัดกว่า a small amount of เพราะทำให้ผู้ฟังนึกถึงรูปร่างและความแคบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a thin sliver of อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสร้างภาพของส่วนที่มองเห็นได้และแคบมาก
- I carried a thin sliver of luggage on the trip.
- She gave me a thin sliver of advice about the test.
- Only a thin sliver of sky was visible between the tall buildings.
ดูคำตอบ
Only a thin sliver of sky was visible between the tall buildings.
with vast oceans, fertile plains, magnificent mountains,
0:18มีมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ ภูเขาที่ตระหง่านตา
orbiting a star which warms us and gives us energy.
0:26โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงหนึ่งที่ให้ความอบอุ่นและพลังงานแก่เรา
come into existence: เริ่มมีอยู่
Come into existence หมายถึงเริ่มมีอยู่หรือก่อตัวขึ้น ในคำถามนี้ วลีดังกล่าวถามว่าโลกเริ่มเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ได้ถามว่าโลกเคลื่อนมายังสถานที่หนึ่งอย่างไร หรือเพียงแค่ปรากฏให้เห็นได้อย่างไร โครงสร้างคือ come into + คำนาม existence ใช้พูดถึงต้นกำเนิดของดาวเคราะห์ สายพันธุ์ ระบบ กฎหมาย องค์กร และสิ่งอื่น ๆ ที่มีจุดเริ่มต้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come into existence: The research center ____ in 2012.
ดูคำตอบ
came into existence
Be made of: การถามถึงวัสดุหรือองค์ประกอบ
ใน “what's it made of?” คำว่า “it” หมายถึงโลก และ “made of” ใช้ถามว่ามีวัสดุหรือสารอะไรประกอบอยู่ คำถามนี้ถามเรื่ององค์ประกอบ ไม่ใช่สถานที่ผลิต รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ “What + be + subject + made of?” เช่น “What is this wall made of?” เมื่อต้องการบอกวัสดุที่ยังมองออกว่าเป็นอะไร ใช้ “subject + be + made of + material”
แบบฝึกหัด
เติม “made” และคำบุพบทที่ถูกต้องสำหรับวัสดุที่ยังจำแนกได้ให้ประโยคสมบูรณ์: The bowl is ____ glass.
ดูคำตอบ
made of
Earth was created from the remnants of dead stars การใช้คำ
0:43โลกถูกสร้างขึ้นจากเศษซากของดาวฤกษ์ที่ตายแล้ว
Remnants of dead stars: สสารที่เหลือจากดาวฤกษ์รุ่นก่อน
ในที่นี้ “remnants” หมายถึงสสาร ชิ้นส่วน หรือร่องรอยที่วัตถุหรือกระบวนการก่อนหน้าทิ้งไว้ “Remnants of dead stars” หมายถึงสสารจากดาวฤกษ์รุ่นก่อนซึ่งเหลืออยู่หลังจากดาวเหล่านั้นสิ้นสุดช่วงชีวิตหลัก โดยสสารบางส่วนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสสารที่ก่อตัวเป็นโลกในภายหลัง “Dead” เป็นคำอธิบายง่าย ๆ ในสื่อวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไป ไม่ใช่การกล่าวถึงความตายทางชีววิทยา รูปแบบ “remnants of + noun” ที่นำไปใช้ซ้ำได้หมายถึง “สิ่งที่เหลือจากแหล่งกำเนิดหรือเหตุการณ์นั้น” จึงใช้ได้ทั้งกับกระบวนการทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของมนุษย์
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The soil contains remnants of an ancient forest,” คำว่า “remnants” หมายถึงอะไร
- ภาพที่สร้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นป่านั้น
- ต้นไม้ใหม่ที่ปลูกเพื่อทดแทนป่านั้น
- สสารหรือร่องรอยที่เหลือจากป่านั้น
ดูคำตอบ
สสารหรือร่องรอยที่เหลือจากป่านั้น
The gas cloud became denser in its center and formed an accretion disk. การใช้คำ
0:49กลุ่มเมฆก๊าซมีความหนาแน่นขึ้นตรงจุดศูนย์กลางและก่อตัวเป็นจานรวมมวล
accretion disk: บริเวณแบนราบของสสารที่โคจร
accretion disk หรือจานพอกพูนมวล คือบริเวณกว้างและแบนราบของแก๊ส ฝุ่น หรือสสารอื่นที่โคจรรอบวัตถุศูนย์กลาง ขณะเดียวกันสสารก็ค่อย ๆ สะสมเข้าด้านใน ในประโยคนี้ จานดังกล่าวก่อตัวเมื่อเมฆมีความหนาแน่นมากขึ้นใกล้ใจกลาง คำว่า disk ในที่นี้อธิบายการกระจายตัวของสสารในอวกาศที่แบนและมีรูปร่างคล้ายจาน ไม่ได้หมายถึงจานแข็งที่มนุษย์สร้างขึ้น
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ accretion disk ในประโยคมากที่สุด
- กลุ่มเมฆที่เคลื่อนออกจากศูนย์กลางเป็นเส้นตรง
- แผ่นกลมแข็งที่ลอยอยู่ในอวกาศว่างเปล่า
- บริเวณแบนราบที่สสารโคจรรอบศูนย์กลางและสะสมตัว
ดูคำตอบ
บริเวณแบนราบที่สสารโคจรรอบศูนย์กลางและสะสมตัว
Small particles started clumping together and building larger and larger objects ไวยากรณ์
0:53อนุภาคเล็กๆ เริ่มจับตัวกันและสร้างเป็นวัตถุที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
larger and larger: รูปขั้นกว่าซ้ำเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง
รูปขั้นกว่า + and + รูปขั้นกว่า แสดงว่าคุณสมบัติหนึ่งเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องตามเวลา ในที่นี้ larger and larger หมายความว่าวัตถุมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออนุภาคมารวมกัน larger ทั้งสองคำอธิบายช่วงต่าง ๆ ของกระบวนการเดียวกัน ไม่ได้เปรียบเทียบวัตถุสองชิ้นที่แยกจากกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าซ้ำที่หมายถึง “มืดลงเรื่อย ๆ”: As the sun set, the sky grew ____.
ดูคำตอบ
darker and darker
until they formed the objects we call planets today.
0:58จนกระทั่งพวกมันก่อตัวเป็นวัตถุที่เราเรียกว่าดาวเคราะห์ในปัจจุบัน
This process took 10 to 20 million years and is still not very well understood. ไวยากรณ์
1:01กระบวนการนี้ใช้เวลา 10 ถึง 20 ล้านปี และยังคงไม่เป็นที่เข้าใจดีนัก
is still not very well understood: จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เป็นที่เข้าใจกันดีนัก
ในที่นี้ is understood เป็นโครงสร้างประโยคแบบถูกกระทำ โดยไม่ได้ระบุผู้ที่ทำความเข้าใจ เพราะหมายถึงนักวิทยาศาสตร์หรือนักวิจัยโดยทั่วไป ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ประโยคจึงเน้นที่กระบวนการและสถานะความรู้เกี่ยวกับกระบวนการนั้น Still แสดงว่าช่องว่างทางความรู้นี้ยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน ส่วน not very well understood เป็นการกล่าวอย่างระมัดระวัง หมายถึงมีความเข้าใจอยู่บ้างแต่ยังไม่สมบูรณ์ และมีน้ำหนักเบากว่า not understood ซึ่งอาจสื่อว่าไม่เข้าใจเลย
แบบฝึกหัด
is still not very well understood ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร?
- นักวิทยาศาสตร์ไม่เคยศึกษากระบวนการนี้เลย
- นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกระบวนการบางส่วน แต่รายละเอียดสำคัญบางอย่างยังไม่ชัดเจน
- ในอดีตนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกระบวนการนี้อย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ
นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกระบวนการบางส่วน แต่รายละเอียดสำคัญบางอย่างยังไม่ชัดเจน
At about this time when the solar system was young and chaotic,
1:07ในช่วงเวลาประมาณนี้ที่ระบบสุริยะยังอายุน้อยและวุ่นวาย
a giant object about as big as Mars collided with our home. ไวยากรณ์
1:10มีวัตถุขนาดยักษ์พอๆ กับดาวอังคารพุ่งชนบ้านของเรา
about as big as: มีขนาดใกล้เคียงกัน
About ขยายการเปรียบเทียบ as big as ทั้งชุด About as big as Mars หมายถึงมีขนาดใกล้เคียงกับดาวอังคาร ไม่ได้หมายความว่ามีขนาดเท่ากันอย่างแม่นยำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ about as + คำคุณศัพท์ + as + สิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ เช่น about as old as the building และ about as heavy as a car รูปแบบนี้เปิดให้มีความแตกต่างเล็กน้อยได้เมื่อการวัดหรือการประมาณไม่แม่นยำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย about as big as: The new battery is ____ a deck of cards.
ดูคำตอบ
about as big as
If ... had been more massive, ... might have destroyed สำหรับอดีตที่ไม่ตรงกับความจริง
อนุประโยค if the object had been more massive ใช้ past perfect คือ had been เพื่อกล่าวถึงเงื่อนไขในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง กล่าวคือ วัตถุนั้นไม่ได้มีมวลมากกว่านั้นจริง ๆ Might have destroyed แสดงผลที่อาจเกิดขึ้นจากเงื่อนไขที่ไม่ตรงกับความจริงนี้ ไม่ได้หมายความว่าโลกถูกทำลายจริง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ if + past perfect, ... might have + past participle เพื่อบอกผลที่อาจเกิดขึ้นได้หากอดีตแตกต่างออกไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ไม่ตรงกับความจริงของ might lose: If the backup had failed, we ____ all the files.
ดูคำตอบ
might have lost
Material from Earth was smashed out into orbit and formed the Moon,
1:20สสารจากโลกถูกกระแทกหลุดออกสู่วงโคจรและก่อตัวเป็นดวงจันทร์
which is the biggest satellite in relation to its planet in the solar system. วลี
1:24ซึ่งเป็นดาวบริวารที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ของมันในระบบสุริยะ
in relation to ในฐานะเกณฑ์ของ biggest
ในที่นี้ in relation to กำหนดเกณฑ์ของคำว่า biggest โดยพิจารณาขนาดของดวงจันทร์บริวารเทียบกับขนาดของดาวเคราะห์ที่มันโคจรรอบ ไม่ได้ดูเพียงขนาดจริงของดวงจันทร์บริวารเท่านั้น หมายความว่าข้อความนี้กล่าวถึงอัตราส่วนขนาดระหว่างดวงจันทร์บริวารกับดาวเคราะห์ที่มากที่สุด ใช้ in relation to + จุดอ้างอิง เมื่อคำบรรยายหนึ่งเป็นจริงเมื่อเทียบกับจุดอ้างอิงนั้น วลีนี้บอกผู้อ่านว่าควรใช้มาตรวัดหรือเกณฑ์ใดเพื่อทำความเข้าใจข้อความ
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The puppy's paws are huge in relation to its body,' สิ่งใดเป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ?
- ลำตัวของลูกสุนัข
- อายุของลูกสุนัข
- อุ้งเท้าของลูกสุนัขตัวอื่น
ดูคำตอบ
ลำตัวของลูกสุนัข
constantly being hit by asteroids with seas of lava and a toxic atmosphere.
1:31ถูกพุ่งชนด้วยดาวเคราะห์น้อยอย่างต่อเนื่อง มีทะเลลาวาและชั้นบรรยากาศที่เป็นพิษ
was about to: เหตุการณ์ที่ใกล้จะเกิดขึ้นเมื่อมองจากอดีต
Was about to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงเหตุการณ์หนึ่งใกล้จะเกิดขึ้นมาก ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต ในประโยคนี้ การเปลี่ยนแปลงถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งถัดไปที่กำลังจะเกิดขึ้น ในการเล่าเรื่อง โครงสร้างนี้มองไปข้างหน้าจากฉากในอดีตและสร้างความรู้สึกรอคอย ไม่ได้หมายถึงอนาคตแบบกว้าง ๆ เท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่แสดงว่ารถไฟกำลังจะออกเดินทาง: The train ____ leave when the station lights went out.
ดูคำตอบ
was about to
Water from the inside of the Earth wandered to the surface and rained down on Earth,
1:40น้ำจากภายในโลกเคลื่อนตัวขึ้นสู่พื้นผิวและตกลงมาเป็นฝนบนโลก
only to vaporize again: ผลที่ไม่คาดคิด ไม่ใช่จุดประสงค์
Only to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอผลที่เกิดขึ้นหลังการกระทำก่อนหน้า โดยผลนั้นมักน่าประหลาดใจ น่าผิดหวัง หรือตรงข้ามกับสิ่งที่คาดไว้ ในประโยคนี้ น้ำมาถึงพื้นผิวและตกลงมาเป็นฝน แต่ผลคือมันระเหยอีกครั้งแทนที่จะคงอยู่ที่นั่น รูป infinitive นี้เน้นผล ไม่ใช่จุดประสงค์ กล่าวคือน้ำไม่ได้ขึ้นมาถึงพื้นผิวเพื่อที่จะระเหย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมภาษาอังกฤษสองคำที่แสดงผลที่ไม่คาดคิด: Nina opened the file, ____ discover that it was empty.
ดูคำตอบ
only to
Millions of asteroids brought more and more water to our planet.
1:48ดาวเคราะห์น้อยหลายล้านดวงนำพาน้ำมาสู่ดาวเคราะห์ของเรามากขึ้นเรื่อยๆ
All the water on Earth has about this volume compared to Earth.
1:52น้ำทั้งหมดบนโลกมีปริมาตรประมาณเท่านี้เมื่อเทียบกับขนาดของโลก
Today, the surface of Earth is 71% water and 29% land.
1:57ในปัจจุบัน พื้นผิวโลกเป็นน้ำ 71% และแผ่นดิน 29%
and only about 1% make up the remaining ground waters. กริยาวลี
2:13และมีเพียงประมาณ 1% ที่เป็นน้ำบาดาลที่เหลืออยู่
make up ในความหมายว่า “ประกอบเป็น”
ในบริบทที่กล่าวถึงเปอร์เซ็นต์นี้ make up หมายถึง “ประกอบเป็น” หรือ “ก่อให้เกิด” ประโยคนี้บอกว่าส่วนที่มีประมาณ 1% ประกอบเป็นกลุ่มน้ำใต้ดินส่วนที่เหลือ ไม่ได้หมายถึง “แต่งเรื่อง” รูปแบบที่พบบ่อยคือ “ส่วนหรือกลุ่ม + make up + สัดส่วน หมวดหมู่ หรือทั้งหมด” ตัวเลข เปอร์เซ็นต์ และคำอธิบายองค์ประกอบของทั้งหมดเป็นเบาะแสสำคัญว่า make up มีความหมายเกี่ยวกับการประกอบกัน
แบบฝึกหัด
ใน “Solar power makes up 40% of our energy use,” คำว่า makes up หมายถึงอะไร
- ประกอบเป็นหรือเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมด
- กลับมาคืนดีกันหลังจากทะเลาะกัน
- แต่งสิ่งที่ไม่เป็นความจริงขึ้นมา
ดูคำตอบ
ประกอบเป็นหรือเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมด
But even this small part is mostly frozen.
2:17แต่ถึงแม้จะเป็นส่วนเล็กๆ นี้ ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในสภาพแช่แข็ง
Only a tiny part of our water is actually lakes and rivers,
2:20มีเพียงส่วนที่เล็กน้อยมากๆ ของน้ำเราที่เป็นทะเลสาบและแม่น้ำจริงๆ
and an even tinier part is bound in living things.
2:24และมีส่วนที่น้อยยิ่งกว่านั้นถูกกักเก็บอยู่ในสิ่งมีชีวิต
hot rock continued to swirl about, moving the crust from below and breaking it apart. กริยาวลี
2:33หินร้อนยังคงหมุนวนอย่างต่อเนื่อง ขับเคลื่อนเปลือกโลกจากเบื้องล่างและทำให้มันแตกออก
breaking it apart: ตำแหน่งของคำสรรพนาม
Break something apart หมายถึงทำให้สิ่งที่เป็นชิ้นเดียวแตกหรือแยกออกเป็นหลายส่วน ในที่นี้ it หมายถึงเปลือกโลก ดังนั้น breaking it apart จึงหมายถึงทำให้เปลือกโลกแตกร้าวและแยกออก โครงสร้างกริยานี้สามารถแยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it หรือ them ให้วางคำสรรพนามไว้ระหว่าง break กับ apart: break it apart แต่ถ้ากรรมเป็นคำนามเต็ม สามารถใช้ได้ทั้ง break the crust apart และ break apart the crust
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ break ... apart เติมประโยคให้สมบูรณ์: The toy was stuck, so Mia carefully ____ it ____.
ดูคำตอบ
broke · apart
This process is called plate tectonics and is happening right now. การใช้คำ
2:39กระบวนการนี้เรียกว่าแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัวและกำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้
plate tectonics: ระบบเบื้องหลังการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก
Plate tectonics เป็นศัพท์วิทยาศาสตร์ที่ใช้เรียกระบบขนาดใหญ่ซึ่งส่วนที่แข็งของชั้นนอกโลกเคลื่อนที่และมีปฏิสัมพันธ์กัน ในที่นี้ plate หมายถึงส่วนหนึ่งของเปลือกโลก ไม่ใช่จานอาหาร คำนี้ช่วยอธิบายกระบวนการต่าง ๆ เช่น แผ่นดินไหว การเกิดภูเขา และร่องลึกก้นสมุทร โดยทั่วไปใช้เรียกกระบวนการหรือทฤษฎีโดยรวม ไม่ใช่แผ่นใดแผ่นหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดเรียกกระบวนการโดยรวมในประโยคนี้ได้ถูกต้อง? “_____ explains why continents move over millions of years.”
- plate tectonics
- tectonic plates
- a tectonic plate
ดูคำตอบ
plate tectonics
We'll make a whole video about it in the future.
2:43เราจะทำวิดีโอแบบเต็มๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ในอนาคต
For now, let's just say that the crust of Earth ลำดับความ
2:46สำหรับตอนนี้ ให้เราแค่บอกว่าเปลือกโลก
For now, let's just say that: พักรายละเอียดไว้ก่อน
For now จำกัดขอบเขตคำอธิบายไว้ที่ขั้นตอนปัจจุบัน และบอกเป็นนัยว่าอาจมีรายละเอียดเพิ่มเติมภายหลัง จากนั้น let's just say that ใช้เกริ่นข้อความแบบย่อที่เพียงพอสำหรับดำเนินคำอธิบายต่อไป just ในที่นี้หมายถึง “เอาเพียงรายละเอียดระดับนี้ก่อน” ไม่ได้สื่อว่าข้อความนั้นไม่จริง วลีทั้งหมดช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยพักเรื่องที่ซับซ้อนไว้ก่อน แล้วให้บทสรุปชั่วคราวที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดให้บทสรุปง่าย ๆ ในตอนนี้ พร้อมทั้งเลื่อนรายละเอียดไว้ภายหลังอย่างชัดเจน?
- For now, let's just say that the device needs two batteries; we'll explain the circuit later.
- Let's suppose that the device needs two batteries for this example.
- From now on, the device needs two batteries, so the old rule no longer applies.
ดูคำตอบ
For now, let's just say that the device needs two batteries; we'll explain the circuit later.
consists of separate giant plates that move around. วลี
2:48ประกอบด้วยแผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่แยกกันซึ่งเคลื่อนที่ไปมา
consists of: การบอกส่วนประกอบของสิ่งหนึ่ง
Consists of หมายถึง “ประกอบด้วย” ประธานบอกสิ่งที่เป็นองค์รวม และวลีคำนามหลัง of บอกส่วนประกอบ ในประโยคนี้ เปลือกโลกคือองค์รวม และแผ่นเปลือกโลกขนาดยักษ์ที่แยกจากกันคือส่วนประกอบ ใช้รูปแบบ องค์รวม + consists of + ส่วนประกอบ กริยาต้องสอดคล้องกับประธาน ดังนั้นองค์รวมเอกพจน์ใช้ consists ส่วนประธานพหูพจน์ใช้ consist
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ consist of: The committee ____ five teachers and two parents.
ดูคำตอบ
consists of
As they meet, they crumble and create mighty mountains
2:51เมื่อพวกมันมาบรรจบกัน จะเกิดการบดขยี้และสร้างภูเขาที่ยิ่งใหญ่
That's the way the highest place on Earth was formed,
3:00นั่นคือวิธีที่สถานที่ที่สูงที่สุดบนโลกก่อตัวขึ้น
Mount Everest, and the deepest, the Mariana Trench. ไวยากรณ์
3:02ยอดเขาเอเวอเรสต์ และจุดที่ลึกที่สุดคือร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา
and the deepest, the Mariana Trench: การละคำในโครงสร้างขนาน
ส่วนหลังใช้การละคำ โดย and the deepest แทน and the deepest place on Earth was formed คำที่ซ้ำกันสามารถเข้าใจได้จากส่วนแรก ผู้พูดจึงละไว้ The deepest เป็นรูปขั้นสุดที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม หมายถึง “สถานที่ที่ลึกที่สุด” จากนั้น the Mariana Trench ระบุว่าสถานที่นั้นคืออะไร ขนานกับ Mount Everest ที่ระบุสถานที่ที่สูงที่สุด
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดถูกต้องสำหรับ 'and the deepest, the Mariana Trench'?
- ใช้ deepest เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยายคำนาม Trench โดยตรง
- ละคำที่ซ้ำและสามารถเข้าใจได้จากส่วนแรก
- เริ่มอนุประโยคใหม่ที่สมบูรณ์และมีกริยาของตัวเองระบุไว้
ดูคำตอบ
ละคำที่ซ้ำและสามารถเข้าใจได้จากส่วนแรก
From our perspective ... but when you look at the Earth in cross-section: การเปลี่ยนมาตราส่วน
From our perspective วางคำบรรยายแรกไว้ในกรอบการมองระดับมนุษย์ ภูเขาและร่องลึกของโลกดูยิ่งใหญ่เมื่อเทียบกับคนและภูมิประเทศที่เราพบเห็นทั่วไป ในที่นี้ perspective หมายถึงมาตราส่วนที่เลือกใช้ในการสังเกต ไม่ใช่เพียงความคิดเห็นส่วนตัว But when you look at the Earth in cross-section เปลี่ยนกรอบการมองไปยังโลกทั้งใบอย่างชัดเจน คำว่า but บอกว่าผลที่ตามมาจะต่างจากมุมมองแรก กล่าวคือภูมิประเทศเดิมนั้นเล็กมากเมื่อเทียบกับเส้นผ่านศูนย์กลางทั้งหมดของโลก รูปแบบนี้ช่วยแสดงให้เห็นว่าคำกล่าวสองอย่างที่ดูเหมือนขัดแย้งกันสามารถเป็นจริงได้เมื่อใช้มาตราส่วนต่างกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกำหนดมุมมองหนึ่งอย่างชัดเจนก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปใช้มาตราส่วนที่กว้างขึ้น
- In my opinion, the waves are huge, and the ocean looks beautiful.
- From a passenger's perspective, the waves look huge, but when you look at the entire ocean from space, they are barely visible.
- From a passenger's perspective, the waves look huge, so the boat turns back.
ดูคำตอบ
From a passenger's perspective, the waves look huge, but when you look at the entire ocean from space, they are barely visible.
By the way, the deepest hole ever drilled by man is 12.262 km deep.
3:21อีกอย่าง หลุมลึกที่สุดที่มนุษย์เคยเจาะมานั้นลึก 12.262 กม.
After the crust comes the mantle: การกลับลำดับใน After X comes Y
After the crust ถูกย้ายมาไว้ต้นประโยคเพื่อระบุตำแหน่งถัดไปในลำดับชั้นต่าง ๆ ของโลก ในที่นี้ after แสดงลำดับจากพื้นผิวเข้าไปด้านใน ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังตามเวลา เมื่อวลีบอกลำดับอยู่ข้างหน้า กริยา comes จึงอยู่ก่อนประธาน the mantle นี่คือการกลับลำดับเพื่อเสนอข้อมูลใหม่ โดย After X comes Y ใช้แนะนำ Y ว่าเป็นสิ่งถัดไป ประธานคือ the mantle ดังนั้นกริยาเอกพจน์ comes จึงสอดคล้องกับประธานนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยส่วนที่กลับลำดับทั้งหมดตามรูปแบบ After X comes Y: After the lobby ____.
ดูคำตอบ
comes the main hall
The mantle consists of the upper mantle and the lower mantle.
3:33เนื้อโลกประกอบด้วยเนื้อโลกชั้นบนและเนื้อโลกชั้นล่าง
which consists of less mobile, mostly solid material.
3:46ซึ่งประกอบด้วยสสารที่เคลื่อนที่ได้น้อยกว่าและส่วนใหญ่เป็นของแข็ง
The lower mantle reaches deep down to the outer core of Earth.
3:50เนื้อโลกชั้นล่างทอดยาวลึกลงไปจนถึงแก่นโลกชั้นนอก
Earth's outer core is a liquid layer of iron and nickel
3:54แก่นโลกชั้นนอกของโลกเป็นชั้นของเหลวของเหล็กและนิกเกิล
Temperatures vary from 4,000 °C to 5,700°C. วลี
4:00อุณหภูมิจะแตกต่างกันตั้งแต่ 4,000 °C ถึง 5,700 °C
ใช้ vary from A to B เพื่อบอกช่วงตัวเลข
รูปแบบ vary from A to B บอกว่าค่าต่าง ๆ ในชุดข้อมูลหรือสถานการณ์หนึ่งครอบคลุมตั้งแต่ปลายช่วงด้านหนึ่งไปถึงอีกด้านหนึ่ง ในประโยคนี้ อุณหภูมิไม่ได้มีค่าเดียวตายตัว แต่อยู่ในช่วง 4,000–5,700 °C from นำหน้าค่าปลายช่วงที่ต่ำกว่า และ to นำหน้าค่าปลายช่วงที่สูงกว่า ต้องใช้เป็นคู่: vary from A to B
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คู่คำที่ระบุค่าปลายช่วงได้ถูกต้อง
- Room prices vary from €80 to €140 per night.
- Room prices vary between €80 to €140 per night.
- Room prices vary from €80 and €140 per night.
ดูคำตอบ
Room prices vary from €80 to €140 per night.
a ball made of an iron-nickel alloy with a radius of about 1,200 km,
4:10เป็นลูกบอลทรงกลมทำจากโลหะผสมเหล็กและนิกเกิลที่มีรัศมีประมาณ 1,200 กม.
and about the temperature of the surface of the Sun.
4:17และมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภูมิพื้นผิวของดวงอาทิตย์
It is slowly growing at an estimated rate of about 1 mm per year. วลี
4:20มันกำลังขยายตัวอย่างช้าๆ ในอัตราประมาณ 1 มม. ต่อปี
ใช้ at an estimated rate of about เพื่อรายงานค่าที่วัดอย่างระมัดระวัง
วลี at a rate of ใช้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วเพียงใด โดยปกติจะตามด้วยปริมาณต่อหน่วยเวลา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเชื่อม growing กับ 1 mm per year estimated บอกว่าอัตรานี้มาจากการคำนวณหรือการประเมินที่มีข้อมูลรองรับ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงโดยตรงที่แม่นยำ ส่วน about บอกว่าตัวเลขเป็นค่าโดยประมาณ เมื่อนำมารวมกัน at an estimated rate of about จึงใช้รายงานตัวเลขอย่างระมัดระวังโดยไม่อ้างว่าแม่นยำทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่บอกทั้งการประเมินและค่าโดยประมาณให้รายงานสมบูรณ์: The coastline is retreating ____ two metres per year.
ดูคำตอบ
at an estimated rate of about
Now, for some perspective: เกริ่นการเปรียบเทียบเพื่อให้เข้าใจขนาด
Now บอกว่าคำอธิบายกำลังเปลี่ยนไปสู่ขั้นต่อไป ส่วน for some perspective บอกผู้ฟังว่ากำลังจะมีการเปรียบเทียบหรือจุดอ้างอิงที่คุ้นเคย เพื่อให้เข้าใจข้อเท็จจริงหรือตัวเลขก่อนหน้าได้ง่ายขึ้น perspective ในที่นี้หมายถึงมุมมองที่ช่วยให้เข้าใจขนาดหรือบริบท ไม่ได้หมายถึงหลักทัศนมิติที่ใช้ในการวาดภาพ
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอพูดว่า “The file contains two million words. Now, for some perspective, that is about twenty long novels.” คำว่า “for some perspective” ส่งสัญญาณอะไร?
- กำลังจะมีการเปรียบเทียบที่คุ้นเคยเพื่อให้เข้าใจตัวเลขได้ง่ายขึ้น
- ตัวเลขนั้นเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว
- ผู้นำเสนอกำลังเปลี่ยนไปสอนเรื่องการวาดภาพ
ดูคำตอบ
กำลังจะมีการเปรียบเทียบที่คุ้นเคยเพื่อให้เข้าใจตัวเลขได้ง่ายขึ้น
crystallized melt products of former molten mantle
4:29ซึ่งตกผลึกจากสสารที่หลอมละลายของเนื้อโลกในอดีต
It's an invisible phenomenon that diverts high energy particles coming from the Sun and other sources,
4:36มันเป็นปรากฏการณ์ที่มองไม่เห็นซึ่งช่วยเบี่ยงเบนอนุภาคพลังงานสูงที่มาจากดวงอาทิตย์และแหล่งอื่นๆ
with comparatively little radiation impact on Earth.
4:43โดยที่โลกได้รับผลกระทบจากรังสีค่อนข้างน้อย
allowing for: แสดงความเป็นไปได้ที่เกิดเป็นผลลัพธ์
ใน allowing for a stable environment คำว่า allow for หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้” หรือ “สร้างเงื่อนไขให้เกิดขึ้น” การทำงานของสนามแม่เหล็กทำให้สภาพแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากรังสีน้อยเป็นไปได้ ไม่ได้หมายถึงการอนุญาตบุคคลใด อนุประโยค -ing ใน allowing for ... เพิ่มผลลัพธ์ของการกระทำทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า โครงสร้างนี้เข้าใจได้ว่า “... ซึ่งทำให้ ... เป็นไปได้”
แบบฝึกหัด
ใน “The new bridge has a separate bike lane, allowing for safer travel across the river,” คำว่า “allowing for” หมายถึงอะไร?
- หมายถึงทำให้การเดินทางที่ปลอดภัยขึ้นเป็นไปได้ในฐานะผลลัพธ์
- หมายถึงผู้ออกแบบจำได้ว่าต้องเผื่อเวลาเดินทางเพิ่ม
- หมายถึงแจ้งผู้ขี่จักรยานว่าพวกเขาได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
หมายถึงทำให้การเดินทางที่ปลอดภัยขึ้นเป็นไปได้ในฐานะผลลัพธ์
Actually, we don't really know a terrible lot about that. น้ำเสียง/เจตนา
4:48ที่จริงแล้ว เรายังไม่รู้อะไรมากมายนักเกี่ยวกับเรื่องนี้
don't really know a terrible lot about: การยอมรับว่ามีความรู้จำกัด
ในประโยคนี้ don't really know a terrible lot about หมายถึง “ไม่ได้รู้มากนักเกี่ยวกับบางเรื่อง” ผู้พูดยอมรับว่าตนมีความรู้จำกัด แต่ไม่ได้บอกว่าไม่รู้อะไรเลย ในที่นี้ a terrible lot เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “มาก” เมื่ออยู่ในรูปปฏิเสธ ส่วน terrible ไม่ได้หมายความว่าความรู้นั้นแย่ ใช้โครงสร้าง ประธาน + don't/doesn't really know a terrible lot about + หัวข้อ เพื่อทำให้คำกล่าวเกี่ยวกับระดับความรู้ของใครบางคนฟังดูไม่หนักแน่นเกินไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดยอมรับได้ดีที่สุดว่า Maya มีความรู้ด้านดาราศาสตร์จำกัด โดยไม่ได้บอกว่าเธอไม่รู้อะไรเลย
- Maya knows nothing at all about astronomy.
- Maya knows astronomy terribly.
- Maya doesn't really know a terrible lot about astronomy.
ดูคำตอบ
Maya doesn't really know a terrible lot about astronomy.
We know it has something to do with the core of the Earth. วลี
4:51เรารู้ว่ามันมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับแก่นโลก
has something to do with: ความเชื่อมโยงที่ยังไม่ได้ระบุชัดเจน
Has something to do with หมายถึง “เชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับบางสิ่งในทางใดทางหนึ่ง” สำนวนนี้ระบุว่ามีความสัมพันธ์กัน แต่ไม่ได้บอกว่าความสัมพันธ์ที่แน่ชัดคืออะไร และไม่ได้ยืนยันสาเหตุทั้งหมด ในประโยคนี้ใช้เชื่อมโยงสนามแม่เหล็กโลกกับแก่นโลกอย่างระมัดระวัง โครงสร้างคือ ประธาน + have/has something to do with + คำนามหรือรูป -ing ใช้ has กับ he, she, it หรือสิ่งเดียว และใช้ have กับ I, you, we, they หรือสิ่งที่มีมากกว่าหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้ have something to do with ในรูปที่ถูกต้อง: The delay ____ the heavy rain.
ดูคำตอบ
has something to do with
large electrical currents flow in complicated patterns.
4:56มีกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ไหลเวียนในรูปแบบที่ซับซ้อน
They cause a magnetic field that sort of stabilizes itself น้ำเสียง/เจตนา
4:59พวกมันทำให้เกิดสนามแม่เหล็กที่คอยสร้างเสถียรภาพให้กับตัวเอง
sort of ในฐานะคำลดน้ำหนักเพื่อบอกความใกล้เคียง
ในประโยคนี้ sort of ช่วยลดความหนักแน่นของ stabilizes ผู้พูดกำลังบอกว่า “stabilizes itself” เป็นคำอธิบายคร่าว ๆ ที่ช่วยให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่คำอธิบายทางฟิสิกส์ที่แม่นยำอย่างสมบูรณ์ เมื่อวางหน้า verb หรือคำบรรยาย sort of อาจหมายถึง “โดยประมาณ” “ในแง่หนึ่ง” หรือ “ไม่ทั้งหมด” เป็นสัญญาณให้ผู้ฟังมองข้อความที่ตามมาว่าเป็นการอธิบายแบบใกล้เคียงเพื่อให้เข้าใจง่าย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ sort of เพื่อแสดงว่าคำบรรยายนั้นจริงเพียงบางส่วนหรือเป็นจริงโดยประมาณ
- The new lock sort of works, but it still gets stuck.
- This tool is a sort of wrench.
- Please sort the screws by size.
ดูคำตอบ
The new lock sort of works, but it still gets stuck.
But don't let us fool you into thinking we have it all figured out. โน้ต
5:08แต่อย่าให้เราหลอกคุณให้คิดว่าเราเข้าใจทั้งหมดแล้วล่ะ
fool someone into thinking + อนุประโยค
fool you into thinking หมายถึง “ทำให้คุณเชื่อสิ่งที่ไม่จริงหรือไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอผ่านความประทับใจที่ชวนให้เข้าใจผิด” ในที่นี้ผู้พูดเตือนว่าคำอธิบายแบบง่ายของพวกเขาไม่ควรทำให้เกิดความเชื่อผิด ๆ ว่าทุกอย่างได้รับการเข้าใจแล้ว โครงสร้างคือ fool + คน + into + -ing โดย thinking นำเสนอความเชื่อที่เกิดจากความประทับใจที่ชวนให้เข้าใจผิด ส่วน into ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนโดยใช้ fool + you + into + think ในรูปที่ถูกต้อง: Don't let the low price ____ the product is poor.
ดูคำตอบ
fool you into thinking
have it all figured out: เข้าใจทุกส่วนอย่างครบถ้วน
โครงสร้าง have + กรรม + figured out หมายถึงเข้าใจบางสิ่งแล้วหรือรู้ว่าควรจัดการกับสิ่งนั้นอย่างไร ในที่นี้ have it all figured out หมายถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ากลไกนี้ทำงานอย่างไร คำว่า all ทำให้คำกล่าวหนักแน่นขึ้น กล่าวคือไม่ใช่แค่มีคำตอบหนึ่งอย่าง แต่เข้าใจทุกส่วนที่สำคัญ ส่วนกรอบปฏิเสธ don't let us fool you into thinking เตือนผู้ฟังว่าอย่าคิดไปเองว่าเราได้เข้าใจอย่างสมบูรณ์แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าผู้พูดยังไม่เข้าใจทุกส่วนที่สำคัญ?
- We figured out one small detail.
- We don't have it all figured out yet.
- We don't need to figure anything out.
ดูคำตอบ
We don't have it all figured out yet.
Speaking of breathtaking information, what about the airy stuff that surrounds us? โน้ต
5:12พูดถึงข้อมูลที่น่าทึ่ง แล้วของที่เป็นอากาศที่ล้อมรอบตัวเราล่ะ?
Speaking of breathtaking information: เชื่อมโยงหัวข้อด้วยการนึกเชื่อมโยง
Speaking of + นามวลี บอกว่าความคิดที่กำลังพูดถึงทำให้ผู้พูดนึกถึงหัวข้อใหม่ที่เกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องมีนามวลีเดียวกันปรากฏมาก่อนทุกคำ เพียงแต่ความเชื่อมโยงต้องชัดพอให้ผู้ฟังตามได้ ในที่นี้ breathtaking มีความหมายแรกว่า “น่าทึ่งอย่างมาก” แต่ก็ชวนให้นึกถึง breath และ breathing ซึ่งเกี่ยวกับลมหายใจและการหายใจด้วย การเล่นคำนี้สร้างสะพานจากข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งไปสู่อากาศรอบตัวเรา ทำให้การเปลี่ยนหัวข้อดูสนุกแทนที่จะฉับพลัน
แบบฝึกหัด
เหตุใด Speaking of breathtaking information จึงเป็นคำเปลี่ยนหัวข้อที่ได้ผลในตัวอย่างนี้?
- ประกาศว่าผู้พูดจะหยุดพูดถึงข้อเท็จจริงแล้วเปลี่ยนไปพูดถึงอันตราย
- หมายความว่าวลี breathtaking information ทั้งวลีเป็นหัวข้อก่อนหน้าอยู่แล้ว
- เชื่อมข้อมูลที่น่าทึ่งกับอากาศผ่านความหมายสองอย่างของ breathtaking
ดูคำตอบ
เชื่อมข้อมูลที่น่าทึ่งกับอากาศผ่านความหมายสองอย่างของ breathtaking
“airy stuff”: ชื่อเรียกอากาศแบบขี้เล่น
ในคำถามนี้ airy stuff เป็นชื่อเรียกแบบกันเองและกำกวมโดยตั้งใจ หมายถึงอากาศรอบตัวเรา คำว่า stuff ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่แยกเป็นชิ้น ๆ แต่หมายถึงสสารที่ยังไม่ได้ระบุชื่อ ผู้พูดเริ่มเรื่องด้วยคำในชีวิตประจำวันที่คุ้นเคย ก่อนจะให้คำที่แม่นยำกว่า เช่น air หรือ the atmosphere อนุประโยค that surrounds us ช่วยให้รู้ว่าถ้อยคำขี้เล่นนี้หมายถึงอากาศ ไม่ใช่ airy ในความหมายว่า “ร่าเริง” หรือ “อากาศถ่ายเทดี”
แบบฝึกหัด
ใน “the airy stuff that surrounds us” ผู้พูดใช้ airy stuff เพื่อทำอะไร?
- ใช้ชื่อเรียกทั่วไปแบบขี้เล่นก่อนจะบอกชื่อที่แม่นยำ
- บอกว่าสสารนั้นมีบุคลิกร่าเริง
- บอกชื่อวัสดุแข็งชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ
ดูคำตอบ
ใช้ชื่อเรียกทั่วไปแบบขี้เล่นก่อนจะบอกชื่อที่แม่นยำ
By volume, dry air consists mostly of nitrogen, การใช้คำ
5:18โดยปริมาตรแล้ว อากาศแห้งส่วนใหญ่ประกอบด้วยไนโตรเจน
“By volume” ระบุเกณฑ์การวัด
By volume บอกวิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์ โดยเปรียบเทียบว่าก๊าซแต่ละชนิดใช้พื้นที่เท่าใด วลีนี้กำหนดเกณฑ์การวัดให้กับตัวเลขสัดส่วนที่จะกล่าวต่อไป คำบุพบท by ในที่นี้หมายถึง “ตาม” หรือ “วัดโดยใช้” ไม่ได้ใช้บอกผู้ทำกริยา หากใช้เกณฑ์อื่น เช่น มวล อาจได้เปอร์เซ็นต์ที่ต่างกัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ถูกต้องเพื่อบอกว่าเปอร์เซ็นต์นี้คิดจากพื้นที่ที่ใช้: “____, this paint contains 10 percent water.”
ดูคำตอบ
By volume
a variable amount of + คำนามนับไม่ได้
ในประโยคนี้ a variable amount of หมายความว่าปริมาณไอน้ำเปลี่ยนไปตามสภาพต่าง ๆ ได้ แทนที่จะคงอยู่ที่ระดับเดียว ไม่ได้หมายความว่าปริมาณนั้นเปลี่ยนแบบไร้แบบแผน ใช้รูป a variable amount of + คำนามนับไม่ได้ เมื่อปริมาณแตกต่างกันตามสถานที่ เวลา หรือสถานการณ์ ในที่นี้ water vapor ถูกมองเป็นสสารที่นับแยกเป็นชิ้นไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่สื่อว่าปริมาณของสสารที่นับไม่ได้เปลี่ยนแปลงได้: Depending on the season, the air contains ____ moisture.
ดูคำตอบ
a variable amount of
Humans are very dependent on the lowest layer of the atmosphere,
5:28มนุษย์ต้องพึ่งพาชั้นบรรยากาศที่ต่ำที่สุดนี้อย่างมาก
on average ในฐานะคำขยายเชิงสถิติ
On average บอกว่า 12 กม. คือความหนาเฉลี่ยที่คำนวณจากหลายสถานที่หรือหลายการวัด ไม่ได้หมายความว่าชั้นนี้หนา 12 กม. พอดีทุกแห่ง วลีนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายแบบกริยาวิเศษณ์ที่จำกัดความหมายของข้อความเกี่ยวกับการวัดทั้งประโยค มักอยู่ท้ายประโยคเหมือนตัวอย่างนี้ แต่ก็วางไว้ต้นประโยคได้
แบบฝึกหัด
A park gets 800 visitors a day on average. ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- จำนวนผู้เข้าชมเฉลี่ยต่อวันคือ 800 คน แต่จำนวนจริงในแต่ละวันอาจต่างกัน
- สวนแห่งนี้ไม่เคยมีผู้เข้าชมมากกว่า 800 คน
- มีคนมาเยี่ยมชมวันละ 800 คนพอดีทุกวัน
ดูคำตอบ
จำนวนผู้เข้าชมเฉลี่ยต่อวันคือ 800 คน แต่จำนวนจริงในแต่ละวันอาจต่างกัน
การกลับลำดับแบบบอกสถานที่ใน Above that is the stratosphere
เมื่อนำ Above that มาไว้ต้นประโยค ผู้พูดจะบอกตำแหน่งก่อน แล้วจึงบอกว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้น ประโยคนี้ใช้การกลับลำดับแบบบอกสถานที่ โดย be อยู่หน้าประธานที่เป็นนามวลีเต็ม คือ the stratosphere ส่วน That หมายถึง troposphere หรือชั้นโทรโพสเฟียร์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ลำดับเช่นนี้พาผู้ฟังมองสูงขึ้นและเก็บข้อมูลใหม่อย่าง the stratosphere ไว้ท้ายประโยค ลำดับปกติ The stratosphere is above that บอกความสัมพันธ์ด้านตำแหน่งเหมือนกัน แต่จัดลำดับข้อมูลต่างกัน
แบบฝึกหัด
คุณกำลังอธิบายแผนภาพจากชั้นล่างขึ้นไปชั้นบนและต้องการแนะนำชั้นใหม่ไว้ท้ายประโยค ประโยคใดใช้รูปแบบเป้าหมายได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- A band of dry air is above the cloud layer.
- Above the cloud layer is it.
- Above the cloud layer is a band of dry air.
ดูคำตอบ
Above the cloud layer is a band of dry air.
the coldest place on Earth with an average temperature around -85°C.
5:44สถานที่ที่เย็นที่สุดบนโลกด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ -85 °C
At about 80 km up, the thermosphere starts.
5:50ที่ระดับความสูงประมาณ 80 กม. คือจุดเริ่มต้นของเทอร์โมสเฟียร์
The transition to space is a fluent one without clear borders,
5:54การเปลี่ยนแปลงไปสู่อวกาศเป็นไปอย่างราบรื่นโดยไม่มีพรมแดนที่ชัดเจน
but humans decided that space starts here. ลำดับความ
5:57แต่มนุษย์ตัดสินใจว่าอวกาศจะเริ่มต้นขึ้นที่นี่
but humans decided that space starts here: นิยามที่มนุษย์กำหนด
But เชื่อมความคิดสองอย่างที่ไปคนละทิศทางกัน กล่าวคือ การเปลี่ยนผ่านทางกายภาพเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจน แต่มนุษย์ยังต้องการจุดหนึ่งที่เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของอวกาศได้ ใน humans decided that space starts here อนุประโยค that บอกเนื้อหาของการตัดสินใจ Decided หมายถึงการเลือกใช้คำนิยามหรือข้อตกลง ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์ทำให้อวกาศทางกายภาพเริ่มต้นที่ระดับความสูงนั้น ส่วน Here หมายถึงระดับความสูงที่ตกลงกันและกำลังกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
อนุประโยคที่เน้นไว้หมายความว่าอย่างไรในบริบทนี้
- ผู้คนสร้างขอบเขตทางกายภาพขึ้นในชั้นบรรยากาศ
- ผู้คนค้นพบขอบเขตตามธรรมชาติที่ชัดเจน ณ ระดับความสูงนี้
- ผู้คนตกลงใช้ระดับความสูงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของอวกาศ
ดูคำตอบ
ผู้คนตกลงใช้ระดับความสูงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของอวกาศ
Earth stops and space begins: การขีดเส้นแบ่งแบบง่าย ๆ
“Earth stops and space begins” ใช้คำกริยา stops และ begins เพื่อขีดเส้นแบ่งแบบง่าย ๆ ระหว่างสองบริเวณ ไม่ได้หมายความว่าโลกหยุดเคลื่อนที่จริง ๆ หรือสสารของโลกหายไปทันทีที่ระดับ 100 กิโลเมตร รูปแบบ “X stops/ends and Y begins” สามารถนำเสนอการเปลี่ยนผ่านที่ค่อยเป็นค่อยไปหรือยังเป็นที่ถกเถียงให้ดูเหมือนมีขอบเขตชัดเจน ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ตามด้วย though ช่วยปรับความหมายที่ทำให้ง่ายเกินไป โดยบอกว่าชั้นบรรยากาศยังทอดออกไปไกลกว่านั้น
แบบฝึกหัด
Earth stops and space begins ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- บริเวณประมาณ 100 กิโลเมตรเหนือโลกถูกมองว่าเป็นเส้นแบ่งแบบง่าย ๆ ระหว่างโลกกับอวกาศ
- อะตอมทั้งหมดหายไปที่ระยะ 100 กิโลเมตรเหนือโลกพอดี
- โลกหยุดเคลื่อนที่ทันทีที่ระดับความสูง 100 กิโลเมตร
ดูคำตอบ
บริเวณประมาณ 100 กิโลเมตรเหนือโลกถูกมองว่าเป็นเส้นแบ่งแบบง่าย ๆ ระหว่างโลกกับอวกาศ
we find the ionosphere, the aurora borealis, and the ISS.
6:07เราจะพบไอโอโนสเฟียร์ แสงเหนือ และสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
stretching up to 10,000 km. It merges fluently with outer space,
6:15ทอดยาวขึ้นไปถึง 10,000 กม. มันผสานรวมเข้ากับอวกาศภายนอกอย่างราบรื่น
so far apart that: เชื่อมระดับเข้ากับผลลัพธ์
“So far apart that” เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ so + adjective/adverb + that + result clause โดย so เพิ่มระดับของ far apart และ that นำเข้าสิ่งที่เกิดขึ้นจากระยะห่างอย่างมากนั้น ในที่นี้ อะตอมและโมเลกุลอยู่ห่างกันมากจนสามารถเดินทางได้หลายร้อยกิโลเมตรโดยไม่ชนกัน so ในประโยคนี้ไม่ได้เป็นคำเชื่อมอิสระที่หมายถึง “ดังนั้น” แต่ทำงานร่วมกับ that
แบบฝึกหัด
เติมคำสองคำที่หายไปเพื่อทำให้รูปแบบบอกระดับและผลลัพธ์สมบูรณ์: The trail was ____ steep ____ we had to climb slowly.
ดูคำตอบ
so · that
Humans in their present form have only been around for 200,000 years. ไวยากรณ์
6:30มนุษย์ในรูปแบบปัจจุบันมีตัวตนมาเพียง 200,000 ปีเท่านั้น
have only been around for + ระยะเวลา
Have been around หมายถึง 'มีอยู่มาแล้ว' Present perfect ใน have been เชื่อมจุดเริ่มต้นในอดีตเข้ากับการมีอยู่ที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ส่วน for ใช้นำหน้าระยะเวลา ซึ่งในที่นี้คือ 200,000 years Only ทำให้ระยะเวลานั้นดูสั้นเมื่อเทียบกับมาตราส่วนเวลาที่ยาวนานกว่ามาก รูปแบบ have/has only been around for + duration สามารถนำไปใช้กล่าวถึงสายพันธุ์ องค์กร ผลิตภัณฑ์ หรือเทคโนโลยีที่ยังคงมีอยู่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ have/has only been around for: This app ____ two years.
ดูคำตอบ
has only been around for
Not long, really. ในฐานะความคิดเห็นสั้น ๆ ที่ตามมา
Not long, really. เป็นความเห็นแบบย่อในภาษาพูดที่ตามหลังข้อความสมบูรณ์เกี่ยวกับเวลา ประโยคเต็มที่เข้าใจได้คือ That is not long, really. การละ That is ช่วยหลีกเลี่ยงการพูดข้อมูลซ้ำ และทำให้การประเมินสั้นกระชับและมีน้ำหนัก really ที่ท้ายประโยคเพิ่มการยืนยันหรือการเน้นของผู้พูดว่า ระยะเวลานั้นไม่ได้ดูนานจริง ๆ ไม่ได้หมายความว่าการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นอย่าง 'แท้จริง' ชิ้นส่วนประโยคแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดบอกข้อเท็จจริงก่อน แล้วจึงเสริมความคิดเห็นสั้น ๆ
แบบฝึกหัด
ไกด์พูดว่า “The museum opened twelve years ago. Not long, really.” ประโยคที่สองทำหน้าที่อะไร
- เป็นการแก้ปีที่เปิดให้เป็นปีที่เก่ากว่ามาก
- เป็นการบอกว่าพิพิธภัณฑ์เปิดเพียงไม่กี่ชั่วโมง
- เป็นการประเมินสั้น ๆ ว่าสิบสองปีเป็นเวลาที่ไม่นาน
ดูคำตอบ
เป็นการประเมินสั้น ๆ ว่าสิบสองปีเป็นเวลาที่ไม่นาน
living in a thin moist layer on a small wet rock. สำนวน
6:42อาศัยอยู่ในชั้นชื้นๆ บางๆ บนก้อนหินเปียกๆ เล็กๆ
การใช้ a thin moist layer on a small wet rock เพื่อเปลี่ยนมุมมองต่อโลก
ข้อความนี้จงใจไม่ใช้ชื่อที่คุ้นเคยอย่างโลก a thin moist layer หมายถึงบริเวณแคบ ๆ ใกล้พื้นผิวที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ ส่วน a small wet rock เปลี่ยนมุมมองให้โลกกลายเป็นวัตถุชิ้นเล็กชิ้นหนึ่งในอวกาศ นี่คือการบรรยายที่ย่อขนาดและทำให้สิ่งคุ้นเคยดูแปลกใหม่ คำง่าย ๆ ทำให้บ้านของเราดูไม่คุ้นเคยและเปราะบาง จุดประสงค์คือสร้างมุมมองใหม่ ไม่ใช่ระบุชื่อชั้นธรณีวิทยาอย่างแม่นยำ
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับ a thin moist layer on a small wet rock มากที่สุด
- คำบรรยายเชิงเปรียบเทียบที่ย่อขนาดของพื้นผิวโลกซึ่งอยู่อาศัยได้และของโลกเอง
- คำกล่าวว่ามนุษย์อาศัยอยู่ข้างในก้อนหินเล็กจิ๋วจริง ๆ
- คำนิยามทางธรณีวิทยาที่แม่นยำของชั้นหินซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
คำบรรยายเชิงเปรียบเทียบที่ย่อขนาดของพื้นผิวโลกซึ่งอยู่อาศัยได้และของโลกเอง
the result of a constant process of creation and destruction
6:51เป็นผลจากกระบวนการแห่งการสร้างและทำลายล้างอย่างต่อเนื่อง
the product of ... the result of ในฐานะคำอธิบายแบบขนาน
the product of และ the result of เป็นกลุ่มคำนามสองกลุ่มที่วางขนานกันหลัง It is ทั้งสองกลุ่มบอกว่าสิ่งเดียวกันเป็นผลที่เกิดขึ้นจากบางอย่าง ในที่นี้ product หมายถึง “สิ่งที่เกิดจากกระบวนการ” ไม่ใช่สินค้าที่นำมาขาย วลีที่สองกล่าวซ้ำและขยายวลีแรก ประโยคเคลื่อนจากต้นเหตุแบบกว้าง ๆ คือกลไกการทำงานที่ลึกซึ้งที่สุดของจักรวาล ไปสู่คำอธิบายที่เจาะจงขึ้น คือกระบวนการสร้างและทำลายที่ดำเนินอยู่ตลอดเวลา โครงสร้างขนานนี้ช่วยให้บทสรุปเพิ่มข้อมูลเป็นชั้น ๆ
แบบฝึกหัด
the product of และ the result of จัดข้อมูลในประโยคอย่างไร
- ทั้งสองวลีเรียกผลลัพธ์เดียวกันด้วยคำอธิบายที่วางขนานกัน และเพิ่มมุมมองที่สอง
- ทั้งสองวลีแสดงว่าเหตุการณ์ที่สองเกิดก่อนเหตุการณ์แรก
- ทั้งสองวลีอธิบายสิ่งของสองชิ้นที่ถูกซื้อและขาย
ดูคำตอบ
ทั้งสองวลีเรียกผลลัพธ์เดียวกันด้วยคำอธิบายที่วางขนานกัน และเพิ่มมุมมองที่สอง
helped by chance, the laws of the universe, and random events.
6:58โดยได้รับความช่วยเหลือจากความบังเอิญ กฎของจักรวาล และเหตุการณ์แบบสุ่ม