ปริศนาอินเทอร์เน็ตที่แปลกประหลาดที่สุดที่ยังไขไม่ได้คืออะไร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The Infographics Show

ความยากในการเรียน
1,376 คำ 204 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: การจัดอันดับนี้สำรวจปริศนาอินเทอร์เน็ตสิบเรื่อง ตั้งแต่หลุมดำของเครือข่ายและผู้สร้าง Bitcoin ที่ยังไม่ทราบตัวตน ไปจนถึงเว็บไซต์ลึกลับ วิดีโอ YouTube แปลก ๆ และ Cicada 3301 โดยแยกข้อเท็จจริงออกจากการคาดเดา ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “spring to mind” — กลุ่มคำสำเร็จและคำปรากฏร่วม: ใช้บอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าความคิดผุดขึ้นทันที และเกริ่นสิ่งที่ผู้คนมักนึกถึงก่อน 2. “word salads” — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: รู้ว่าเป็นคำไม่เป็นทางการสำหรับถ้อยคำที่ดูมีความหมายแต่ไม่ต่อเนื่อง และไม่ถือเป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์โดยอัตโนมัติ 3. “thousands upon thousands of” — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบ: ซ้ำคำบอกจำนวนเพื่อเน้นขนาดที่ใหญ่มาก ไม่ใช่เพื่อระบุตัวเลขที่แม่นยำ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

There's nothing like a good unsolved mystery to get the mind going. โน้ต

0:00

ไม่มีอะไรที่จะกระตุ้นความคิดได้ดีไปกว่าปริศนาที่ยังไขไม่ออกอีกแล้ว

ไวยากรณ์

ใช้ There's nothing like ... to ... เพื่อเน้นประสิทธิภาพที่ไม่มีอะไรเทียบได้

There's nothing like + นามวลี + to + กริยา เป็นวิธีพูดแบบเน้นย้ำว่าสิ่งที่กล่าวถึงมีประสิทธิภาพเป็นพิเศษในการทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ระบุด้วย infinitive ในประโยคนี้ ปริศนาดี ๆ ที่ยังไขไม่ออกถูกนำเสนอว่าเป็นวิธียอดเยี่ยมในการกระตุ้นความคิด ถ้อยคำนี้ไม่ได้อ้างตามตัวอักษรว่าไม่มีสิ่งอื่นที่คล้ายกัน แต่เป็นการประเมินอย่างหนักแน่น เมื่อต้องการระบุสิ่งที่ทำให้เกิดผลอย่างได้ผล ให้วางสิ่งนั้นหลัง There's nothing like และวางผลลัพธ์หลัง to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเปิดภาษาอังกฤษสามคำที่เน้นประสิทธิภาพอันไม่มีอะไรเทียบได้: ____ a quiet morning to plan the week.

ดูคำตอบ

There's nothing like

วลี

get the mind going: โครงสร้าง get + กรรม + going

ใน get the mind going คำว่า get หมายถึงทำให้เกิดสภาวะหนึ่ง และ going หมายถึงกระตือรือร้นหรือเริ่มทำงาน ปริศนาทำให้สมองเริ่มคิด ดังนั้น going จึงไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ get + กรรม + going ซึ่งหมายถึงทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งเริ่มทำงาน เริ่มดำเนินไป หรือมีชีวิตชีวา กรรมบอกว่าอะไรเริ่มกระตือรือร้น ส่วน going อธิบายสภาวะใหม่ที่เริ่มทำงานนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง get ... going: The host asked an easy question to ____ the conversation ____.

ดูคำตอบ

get · going

When we think of such mysteries,

0:02

เมื่อเรานึกถึงปริศนาดังกล่าว

the first things that often spring to mind revolve around the macabre. โน้ต

0:04

สิ่งแรกที่มักจะผุดขึ้นมาในหัวมักจะวนเวียนอยู่กับเรื่องน่าสยดสยอง

วลี

spring to mind: ความคิดผุดขึ้นมาทันที

spring to mind หมายถึง “บางสิ่งผุดขึ้นมาในความคิดอย่างฉับพลันหรือทันที” ในที่นี้ things เป็นประธาน กล่าวคือ สิ่งเหล่านั้นเข้ามาในใจของใครบางคน ไม่ใช่ว่าคนนั้นเป็นผู้ทำให้มัน “กระเด้ง” เข้าไปในใจเอง วลีนี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ คำว่า spring ให้ภาพของการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จึงมักใช้บอกสิ่งแรกที่เชื่อมโยงขึ้นมา ตัวอย่าง คำตอบ หรือความเป็นไปได้แรก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ spring to mind เพื่อหมายความว่าความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาทันทีอย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I spring toast to mind when I think of a quick breakfast.
  2. Toast springs to mind when I think of a quick breakfast.
  3. Toast springs out of the toaster when breakfast is ready.
ดูคำตอบ

Toast springs to mind when I think of a quick breakfast.

กริยาวลี

revolve around: ระบุหัวข้อหลัก

revolve around หมายถึง “มีบางสิ่งเป็นหัวข้อหลัก จุดสนใจ หรือศูนย์กลางที่จัดระเบียบเนื้อหา” ในประโยคนี้ สิ่งแรก ๆ ที่ผุดขึ้นมาในใจมี the macabre เป็นศูนย์กลาง ซึ่งหมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความตายหรือความสยองขวัญ วลีนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนที่เป็นวงกลมจริง ๆ ประธานมักเป็นการสนทนา เรื่องราว แผน กิจกรรม หรือข้อกังวล ส่วนกรรมหลัง around จะระบุจุดศูนย์กลางของสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหัวข้อหลักของการสนทนา

  1. The discussion moved away from climate change.
  2. The discussion briefly mentioned climate change.
  3. The discussion revolved around climate change.
ดูคำตอบ

The discussion revolved around climate change.

For instance, who was behind the identity of Jack the Ripper,

0:06

ตัวอย่างเช่น ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังตัวตนของแจ็ค เดอะ ริปเปอร์

the man that eviscerated women on the streets of London,

0:09

ชายผู้ควักไส้ผู้หญิงตามท้องถนนในลอนดอน

sometimes with a surgeon's precision? สำนวน

0:11

บางครั้งก็ด้วยความแม่นยำราวกับศัลยแพทย์?

สำนวน

with a surgeon's precision: การเปรียบเทียบลักษณะการกระทำอย่างเห็นภาพ

With ในที่นี้บอกลักษณะของการกระทำ หรือตอบว่าสิ่งนั้นทำอย่างไร A surgeon's precision หมายถึงความระมัดระวังและความแม่นยำอย่างยิ่งที่คนทั่วไปเชื่อมโยงกับการผ่าตัดที่ละเอียดอ่อน วลีแสดงความเป็นเจ้าของนี้เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกว่าผู้กระทำเป็นศัลยแพทย์ แต่เปรียบความแม่นยำของการกระทำกับความแม่นยำของศัลยแพทย์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ with + a/an + professional's + quality เมื่ออาชีพนั้นทำให้นึกถึงคุณลักษณะดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

with a surgeon's precision ในที่นี้สื่อความหมายใด?

  1. การกระทำนั้นเกิดขึ้นอย่างรีบร้อนและโดยบังเอิญ
  2. ศัลยแพทย์เป็นผู้ทำอย่างแน่นอน
  3. การกระทำนั้นทำด้วยความระมัดระวังและแม่นยำอย่างยิ่ง
ดูคำตอบ

การกระทำนั้นทำด้วยความระมัดระวังและแม่นยำอย่างยิ่ง

Or where did Malaysia Airlines Flight 370 disappear to? ไวยากรณ์

0:13

หรือเที่ยวบินที่ 370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์หายไปไหน?

ไวยากรณ์

Where did ... disappear to?: คำบุพบทท้ายประโยคที่แสดงจุดหมาย

คำถามนี้ถามถึงจุดหมายที่ไม่ทราบหรือที่อยู่ปัจจุบัน โดยมีความหมายคร่าว ๆ ว่า Where did Flight 370 go after it disappeared? คำว่า to ทำให้วลีบอกจุดหมายสมบูรณ์ แม้ where จะย้ายไปต้นประโยคและ to คงอยู่ท้ายประโยค แต่ในเชิงความหมาย where ยังเป็นกรรมของ to โครงสร้างนี้เรียกว่าการคงคำบุพบทไว้ท้ายประโยค ซึ่งเป็นรูปแบบปกติในคำถามภาษาอังกฤษ: Where did + ประธาน + disappear + to? to ท้ายประโยคเน้นการเคลื่อนไปสู่จุดหมาย หากไม่มี to ประโยค Where did X disappear? จะตีความเป็นการถามสถานที่ที่ X หายไปได้ง่ายกว่า แม้ว่าบริบทอาจทำให้ความแตกต่างไม่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมคำถามแบบสนทนาให้เป็นการถามถึงจุดหมายที่ไม่ทราบของกุญแจ: You had my keys a minute ago. Where did they disappear ____?

ดูคำตอบ

to

Was it shot down by the US military,

0:16

มันถูกยิงตกโดยกองทัพสหรัฐฯ

hacked by North Korea,

0:18

ถูกแฮ็กโดยเกาหลีเหนือ

or are its passengers currently residing on an alien spaceship?

0:20

หรือว่าตอนนี้ผู้โดยสารกำลังอาศัยอยู่บนยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว?

Who was behind the assassination of JFK?

0:23

ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหาร JFK?

Who was the Zodiac Killer?

0:25

ฆาตกรจักรราศี (Zodiac Killer) คือใคร?

Who was behind one of the biggest cyber attacks in history,

0:26

ใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

what became known as the WannaCry hack? ไวยากรณ์

0:29

ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามการแฮ็กของ WannaCry?

ไวยากรณ์

what became known as: แนะนำชื่อที่เกิดขึ้นในภายหลัง

what became known as ในที่นี้ไม่ได้เริ่มคำถามใหม่ what นำอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวมหรือแบบอิสระ ซึ่งมีความหมายโดยประมาณว่า สิ่งหรือเหตุการณ์ที่ภายหลังถูกเรียกด้วยชื่อหนึ่ง อนุประโยคทั้งหมดช่วยเพิ่มชื่อที่การโจมตีทางไซเบอร์ได้รับในภายหลัง รูปแบบ become known as + ชื่อ เน้นการเปลี่ยนแปลงตามเวลา กล่าวคือ ต่อมาผู้คนเริ่มรู้จักหรือกล่าวถึงสิ่งนั้นด้วยชื่อนี้ ใช้ what became known as เมื่ออนุประโยคทั้งหมดต้องทำหน้าที่เหมือนนามวลี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่ใช้แนะนำชื่อซึ่งเกิดขึ้นภายหลัง: The simple classroom activity grew into ____ the Global Reading Challenge.

ดูคำตอบ

what became known as

Today we are going to focus on computer technology.

0:31

วันนี้เราจะมาโฟกัสกันที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

In this episode of the Infographic Show,

0:33

ในตอนของ Infographic Show ตอนนี้

Weirdest Unsolved Internet Mysteries.

0:35

ปริศนาอินเทอร์เน็ตสุดแปลกที่ยังไขไม่ออก

Don't forget to subscribe and click the bell button

0:37

อย่าลืมกดติดตามและกดปุ่มกระดิ่ง

so that you can be part of our notification squad.

0:39

เพื่อที่คุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมแจ้งเตือนของเรา

Number 10, internet black holes.

0:41

อันดับที่ 10 หลุมดำอินเทอร์เน็ต

Yes, you heard that right. น้ำเสียง/เจตนา

0:43

ใช่ คุณฟังไม่ผิดหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

you heard that right: ยืนยันคำกล่าวที่น่าประหลาดใจ

You heard that right เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้หลังข้อความน่าประหลาดใจ สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่เพิ่งได้ยินนั้นถูกต้อง และผู้พูดไม่ได้พูดผิด right ในที่นี้หมายถึง “อย่างถูกต้อง” ไม่ใช่ทิศทางตรงข้ามกับซ้าย สำนวนนี้คาดไว้ล่วงหน้าว่าผู้ฟังอาจไม่เชื่อและช่วยเน้นข้อความ โดยปกติไม่ได้ใช้ถามว่าผู้ฟังได้ยินเสียงหรือไม่

แบบฝึกหัด

พิธีกรเพิ่งพูดว่า “This battery can last seven days.” ประโยคใดที่พูดต่อแล้วเป็นธรรมชาติเพื่อยืนยันว่าคำกล่าวน่าประหลาดใจนี้ไม่ใช่การพูดผิด?

  1. Have you heard about that?
  2. Yes, you heard that right.
  3. Could you hear me clearly?
ดูคำตอบ

Yes, you heard that right.

There is such a thing as internet black holes. โน้ต

0:44

มีสิ่งที่เรียกว่าหลุมดำอินเทอร์เน็ตอยู่จริงๆ

ไวยากรณ์

ใช้ There is such a thing as... เพื่อยืนยันว่าบางสิ่งมีอยู่จริง

โครงสร้าง There is such a thing as + นามวลี ใช้ยืนยันว่าสิ่งหรือปรากฏการณ์ที่กล่าวถึงมีอยู่จริง มักใช้เมื่อสิ่งนั้นฟังดูน่าประหลาดใจ ไม่คุ้นเคย หรือน่าสงสัย ในที่นี้ such ไม่ได้ย้อนกลับไปอ้างถึงสิ่งของที่กล่าวมาก่อน แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทั้งหมด และ internet black holes คือประเภทที่ระบุไว้หลัง as จึงควรเข้าใจส่วนเปิดทั้งหมดว่า “นี่เป็นปรากฏการณ์ที่มีอยู่จริง” ไม่ใช่แปลทีละคำว่า “สิ่งหนึ่งในฐานะ...”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่ยืนยันว่าปรากฏการณ์นั้นมีอยู่จริง: Some people think perfect pitch is a myth, but ____ perfect pitch.

ดูคำตอบ

there is such a thing as

วัฒนธรรม

internet black holes: อุปมาเกี่ยวกับเครือข่าย

นามวลีพหูพจน์ internet black holes ใช้ black holes ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงเส้นทางหรือบริเวณของเครือข่ายที่แพ็กเก็ตข้อมูลเข้าไปแล้วไม่สามารถไปถึงปลายทางหรือย้อนกลับออกมาตามปกติได้ ราวกับว่าแพ็กเก็ตเหล่านั้นหายไป ในบริบทนี้ ภาพเปรียบดังกล่าวช่วยให้เข้าใจช่วงต่อมาที่กล่าวถึงแพ็กเก็ตหายไปและการเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูล คำนี้หมายถึงปัญหาการกำหนดเส้นทางหรือการสูญหายของแพ็กเก็ต ไม่ใช่เรื่องดาราศาสตร์ และไม่จำเป็นต้องหมายถึงเว็บไซต์แห่งใดแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ในรายงานเครือข่าย แพ็กเก็ตถูกส่งไปยังเส้นทางหนึ่งแต่ไม่เคยถึงปลายทาง วิศวกรจึงเปลี่ยนเส้นทางข้อมูลให้เลี่ยงจุดนั้น internet black hole น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. เว็บไซต์ที่เผยแพร่ข่าวดาราศาสตร์
  2. ช่วงเวลาสั้น ๆ ใดก็ตามที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตดูช้า
  3. เส้นทางเครือข่ายที่แพ็กเก็ตหายไปแทนที่จะไปถึงปลายทาง
ดูคำตอบ

เส้นทางเครือข่ายที่แพ็กเก็ตหายไปแทนที่จะไปถึงปลายทาง

It's very much a real thing and like a black hole in space,

0:46

มันเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงและเหมือนกับหลุมดำในอวกาศ

we only really know they are there because they swallow things up. กริยาวลี

0:49

เรารู้เพียงว่ามันมีอยู่ก็เพราะมันกลืนกินสิ่งต่างๆ เข้าไป

กริยาวลี

swallow ... up: กริยาวลีเชิงอุปมาที่สื่อถึงการดูดกลืนอย่างหมดสิ้น

ในที่นี้ swallow ... up เป็นการใช้เชิงอุปมา หมายถึงบางสิ่งรับเอาสิ่งต่าง ๆ เข้าไปอย่างหมดสิ้นจนดูราวกับว่าสิ่งเหล่านั้นหายไป คำเสริม up เพิ่มความหมายว่าเสร็จสมบูรณ์หรือทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน ในประโยคนี้ things หมายถึงแพ็กเก็ตข้อมูลเครือข่าย โดยทั่วไป โครงสร้างนี้ยังใช้อธิบายพื้นที่ ระบบ ค่าใช้จ่าย หรือกิจกรรมที่ดูดกลืนข้อมูล เงิน เวลา หรือทรัพยากรอื่น ๆ ปริมาณมากได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของ swallow ... up: “Our savings seem sufficient, but a few emergency repairs can ____ them ____ in a week.”

ดูคำตอบ

swallow · up

They are easily explained, however.

0:53

แต่มันสามารถอธิบายได้ง่ายๆ

Tech people have simply described them as places where packets vanish. การใช้คำ

0:54

บุคลากรด้านเทคโนโลยีเพียงแค่อธิบายว่ามันเป็นสถานที่ที่แพ็กเก็ตข้อมูลหายไป

การใช้คำ

packets ในบริบทเครือข่าย: หน่วยของข้อมูลที่ส่งผ่านระบบ

ในงานเครือข่าย packets คือหน่วยของข้อมูลดิจิทัล ข้อความหนึ่งจะถูกแบ่งเป็นแพ็กเก็ตหลายชุดที่เดินทางผ่านเครือข่าย โดยแต่ละแพ็กเก็ตอาจถูกกำหนดเส้นทางหรือสูญหายแยกกันได้ ในประโยคนี้ packets คือหน่วยข้อมูลที่หายไป ไม่ใช่พัสดุหรือถุงขนาดเล็กที่เป็นวัตถุจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The router dropped several packets during the video call,” คำว่า packets หมายถึงอะไร

  1. พัสดุขนาดเล็กที่ส่งทางไปรษณีย์
  2. แอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งในเราเตอร์
  3. หน่วยข้อมูลดิจิทัลที่ส่งผ่านเครือข่าย
ดูคำตอบ

หน่วยข้อมูลดิจิทัลที่ส่งผ่านเครือข่าย

In 2008, Wired reported that hackers were busy creating these black holes,

0:58

ในปี 2008 นิตยสาร Wired รายงานว่าแฮกเกอร์กำลังยุ่งอยู่กับการสร้างหลุมดำเหล่านี้

rerouting traffic towards them, การใช้คำ

1:03

โดยเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลให้พุ่งเป้าไปที่พวกมัน

การใช้คำ

rerouting traffic ในบริบทเครือข่าย

ในบริบททางเทคนิคนี้ traffic หมายถึงข้อมูลเครือข่ายที่เคลื่อนที่ระหว่างระบบ ไม่ใช่ยานพาหนะบนถนน rerouting traffic หมายถึงการเปลี่ยนเส้นทางที่ข้อมูลกำลังใช้ รูป -ing คือ rerouting รับ traffic เป็นกรรม และ towards them ระบุปลายทางใหม่ กล่าวคือข้อมูลกำลังถูกเปลี่ยนทิศไปยัง internet black holes ที่กล่าวถึงก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียน: During maintenance, the network team is ____ through a backup data center.

ดูคำตอบ

rerouting traffic

and surreptitiously collecting valuable data.

1:05

และลักลอบรวบรวมข้อมูลอันมีค่า

While we can't say this is an unsolved mystery, ลำดับความ

1:07

แม้เราจะไม่สามารถบอกได้ว่านี่คือปริศนาที่ยังไขไม่ออก

we don't exactly know how many black holes there are out there.

1:09

แต่เราก็ไม่รู้แน่ชัดว่ามีหลุมดำอยู่กี่แห่งข้างนอกนั่น

ลำดับความ

โครงสร้างยอมรับก่อนแล้วจำกัดข้อสรุปใน While we can't say ... we don't exactly know

ส่วนเปิด While we can't say this is an unsolved mystery เป็นการยอมรับข้อจำกัดก่อนที่ผู้พูดจะเสนอประเด็นหลัก ในที่นี้ while หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในระหว่างที่” ประโยคหลัก we don't exactly know how many black holes there are out there ยังคงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับจำนวนไว้ Don't exactly know เป็นการลดน้ำหนักอย่างระมัดระวัง ผู้พูดไม่ได้บอกว่าไม่รู้อะไรเลย เพียงแต่จำนวนยังไม่แน่นอน โครงสร้างทั้งหมดจึงยอมรับสิ่งที่ทราบก่อน แล้วจึงเสนอจุดที่ยังไม่แน่นอนซึ่งมีขอบเขตแคบกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบเดียวกันได้ดีที่สุด คือยอมรับสิ่งที่ทราบแล้ว จากนั้นจึงระบุความไม่แน่นอนที่มีขอบเขตแคบกว่า?

  1. Because the signal is real, we know exactly where it originates.
  2. While we know the signal is real, we don't exactly know where it originates.
  3. We do not know whether the signal is real, and we do not know where it originates.
ดูคำตอบ

While we know the signal is real, we don't exactly know where it originates.

Number nine, october282011.com.

1:12

อันดับที่ 9 october282011.com

This one is creepier.

1:16

อันนี้น่าขนลุกยิ่งกว่า

In 2011, a website appeared called october282011.com.

1:17

ในปี 2011 มีเว็บไซต์หนึ่งปรากฏขึ้นชื่อ october282011.com

On the site, there seemed to be some cryptic messages,

1:22

บนเว็บไซต์ดูเหมือนจะมีข้อความลับๆ อยู่บ้าง

as well as a picture of Schrödinger's cat and pyramids. วลี

1:24

รวมถึงรูปแมวของชโรดิงเงอร์และพีระมิด

วลี

as well as สำหรับเพิ่มรายการรอง

ในประโยคนี้ as well as เพิ่มอีกรายการเข้าไปในรายการเดิม กล่าวคือ รูปภาพเป็นข้อมูลเสริมจากสิ่งที่กล่าวถึงไปแล้ว ความหมายใกล้กับ and also แต่มักให้น้ำหนักกับสิ่งที่เพิ่มเข้ามาน้อยกว่าสิ่งหลัก รูปแบบตายตัวสำหรับการเพิ่มข้อมูลคือ as well as + นามวลี สรรพนาม หรือรูป -ing ที่นี่ตามด้วยนามวลี a picture of Schrödinger's cat and pyramids ในการใช้นี้ไม่ได้หมายถึงทำสิ่งใดได้ดีพอ ๆ กัน

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสำหรับเพิ่มข้อมูลจากบทเรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The club offers chess, ____ art and music.

ดูคำตอบ

as well as

There was also a phone number.

1:27

นอกจากนี้ยังมีหมายเลขโทรศัพท์อีกด้วย

When the date of the site passed,

1:29

เมื่อวันที่ระบุบนเว็บไซต์ผ่านพ้นไป

the site stayed online,

1:30

เว็บไซต์ยังคงออนไลน์อยู่

and that's when things got strange. ลำดับความ

1:32

และนั่นคือตอนที่เรื่องราวเริ่มแปลกประหลาดขึ้น

ลำดับความ

that's when things got strange เพื่อบอกจุดเปลี่ยนของเรื่อง

That's when ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุการณ์หรือช่วงเวลาที่เพิ่งกล่าวถึง และนำเสนอว่าเป็นเวลาที่ช่วงใหม่เริ่มต้นขึ้น วลีนี้ทำหน้าที่เหมือนจุดเชื่อมของเรื่อง โดยเริ่มจากการปูพื้น แล้วใช้ประโยคนี้เน้นจุดเปลี่ยน Things got strange หมายถึงสถานการณ์เปลี่ยนจากปกติเป็นแปลก โดย got บอกการเปลี่ยนสภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ That's when + อนุประโยค ในที่นี้ when ใช้จัดลำดับเวลา ไม่ได้ใช้ถามคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมเรื่องสั้นด้วยประโยคที่ระบุว่าเที่ยงคืนเป็นจุดเปลี่ยนด้านเวลา: The clock struck midnight. _____

  1. That's where the doors locked by themselves.
  2. That's why the doors locked by themselves.
  3. That's when the doors locked by themselves.
ดูคำตอบ

That's when the doors locked by themselves.

People called this number

1:34

ผู้คนที่โทรไปยังหมายเลขนี้

reporting that what they heard was very creepy noises, ไวยากรณ์

1:35

รายงานว่าสิ่งที่พวกเขาได้ยินคือเสียงรบกวนที่น่าขนลุกมากๆ

ไวยากรณ์

what they heard ในฐานะอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม

ในประโยคนี้ what they heard ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวมที่หมายถึง “สิ่งที่พวกเขาได้ยิน” อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เหมือนนามวลีและเป็นประธานของ was ใช้ what + ประธาน + กริยา เมื่อไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรหรือไม่จำเป็นต้องระบุชื่อ เนื่องจาก what มีความหมายของ “สิ่งที่...” อยู่แล้ว จึงไม่ต้องใส่คำนามที่เป็นคำหลักไว้ข้างหน้าอีก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวมที่หมายถึง “the thing she said”: I wrote down ____ so I would not forget it.

ดูคำตอบ

what she said

muffled voices,

1:38

เสียงพูดที่อู้อี้

or the sounds of what seemed like something heavy being dragged on the floor. ไวยากรณ์

1:38

หรือเสียงของสิ่งที่ดูเหมือนของหนักกำลังถูกลากไปบนพื้น

ไวยากรณ์

something heavy being dragged ในฐานะคำบรรยายรูปถูกกระทำที่กำลังดำเนินอยู่

Something เป็นสรรพนามไม่ชี้เฉพาะ ดังนั้นคำคุณศัพท์จึงตามหลัง โดยใช้ something heavy ไม่ใช่ heavy something ส่วน being dragged เป็นอนุประโยค -ing รูปถูกกระทำที่ขยาย something heavy เมื่อรวมกัน something heavy being dragged หมายถึงวัตถุหนักที่ไม่ทราบแน่ชัดกำลังเป็นฝ่ายรับการกระทำจากการลาก วัตถุนั้นไม่ได้เป็นผู้ลาก โครงสร้างนี้ใช้บรรยายสิ่งที่ดูเหมือนกำลังเกิดขึ้นได้ แม้จะระบุไม่ได้แน่ชัดว่าวัตถุนั้นคืออะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing แบบถูกกระทำของ drag: Through the window, I saw something heavy ____ across the yard.

ดูคำตอบ

being dragged

Others said they got voicemail.

1:42

คนอื่นๆ บอกว่าพวกเขาถูกโอนสายเข้าวอยซ์เมล

You can, of course, check domain information for this site,

1:44

แน่นอน คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลโดเมนของเว็บไซต์นี้ได้

and that takes you to a business called New Media Investments Inc.

1:46

และมันจะพาคุณไปสู่ธุรกิจที่ชื่อ New Media Investments Inc.

located in Kingstown, Alabama,

1:49

ซึ่งตั้งอยู่ในคิงส์ทาวน์ รัฐแอละแบมา

although it seems Kingstown is in the British Virgin Islands.

1:51

ถึงแม้ว่าดูเหมือนว่าคิงส์ทาวน์จะอยู่ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จินก็ตาม

No such company seems to exist, though. ไวยากรณ์

1:54

แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีบริษัทดังกล่าวอยู่จริง

ไวยากรณ์

No such company: ปฏิเสธการมีอยู่ของบริษัทที่กล่าวถึง

ในที่นี้ no such company หมายถึง “ไม่มีบริษัทที่ตรงกับบริษัทที่เพิ่งกล่าวถึง” คำว่า such อ้างกลับไปยังคำบรรยายก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึง “ถึงระดับนั้น” โครงสร้าง no such + คำนาม ใช้ปฏิเสธโดยตรงว่าไม่มีคนหรือสิ่งของประเภทนั้นอยู่ ในประโยคนี้ seems to exist ช่วยลดความหนักแน่นของข้อกล่าวอ้าง กล่าวคือ หลักฐานที่มีทำให้ดูเหมือนว่าบริษัทนี้ไม่มีอยู่จริง แทนที่จะยืนยันอย่างเด็ดขาด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง no such + คำนาม: The email mentions a refund policy, but the website has ____.

ดูคำตอบ

no such policy

Number eight, who created Bitcoin?

1:56

อันดับที่ 8 ใครสร้าง Bitcoin?

Yes, Bitcoin might be booming,

1:58

ใช่แล้ว Bitcoin อาจกำลังบูม

at time of writing anyway, วลี

2:00

อย่างน้อยก็ในขณะที่เขียนนี้

วลี

at time of writing: จำกัดข้อกล่าวอ้างไว้ที่เวลาที่เขียน

at time of writing หมายถึง “ขณะที่กำลังเขียนข้อความนี้” วลีนี้จำกัดข้อกล่าวอ้างไว้ที่ช่วงเวลานั้น และบอกเป็นนัยว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงในภายหลัง รูปแบบมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปกว่าคือ at the time of writing ส่วนรูปแบบในคำบรรยายที่ไม่มี the ยังเข้าใจได้และพบได้บ้างในภาษาสื่อแบบย่อ แต่เป็นรูปแบบที่ไม่เป็นมาตรฐานเท่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบมาตรฐานของวลีบอกเวลาเขียนที่เน้นไว้: ____, the museum is closed on Mondays.

ดูคำตอบ

At the time of writing

but we still don't know who created it.

2:02

แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนสร้างมันขึ้นมา

Why has this remained such a mystery?

2:03

ทำไมเรื่องนี้ถึงยังคงเป็นปริศนาล่ะ?

We do know that the cryptocurrency was created by an alias that goes by the name of Satoshi Nakamoto. วลี

2:05

เรารู้ว่าสกุลเงินดิจิทัลนี้ถูกสร้างขึ้นโดยนามแฝงที่ใช้ชื่อว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ

วลี

go by the name of: ใช้ชื่อที่ผู้คนรู้จักหรือชื่อที่เลือกเอง

To go by the name of X หมายถึงใช้ X เป็นชื่อที่คนอื่นรู้จักหรือใช้เรียกคุณ ในประโยคนี้ that ย้อนกลับไปอ้างถึงคำนามเอกพจน์ an alias จึงใช้รูป goes by the name of และ Satoshi Nakamoto อยู่ในตำแหน่งของ X วลีนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่า X เป็นชื่อตามกฎหมายหรือชื่อจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว ใช้พูดถึงนามแฝง ชื่อในวงการ ชื่อผู้ใช้ และชื่ออื่นที่บุคคลเลือกใช้ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึงบุคคลใช้ชื่อสาธารณะแทนชื่อตามกฎหมายให้สมบูรณ์: Her legal name is Elena Ruiz, but on stage she ____ Luna Ray.

ดูคำตอบ

goes by the name of

He sounds Japanese, right? น้ำเสียง/เจตนา

2:10

ฟังดูเหมือนคนญี่ปุ่นใช่ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

right?: ใช้ขอให้อีกฝ่ายยืนยัน

เมื่อวาง right? ไว้ท้ายประโยคบอกเล่า ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ฟังยืนยันว่าข้อความหรือข้อสันนิษฐานนั้นถูกต้อง ในที่นี้ ผู้พูดกำลังตรวจสอบการคาดเดาที่เกิดจากชื่อ วลีนี้ยังชวนให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมในบทสนทนา แต่ไม่ได้ทำให้การคาดเดากลายเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “You saved a copy, right?” คำว่า right? ทำหน้าที่อะไร

  1. ขอให้ผู้ฟังยืนยันข้อสันนิษฐานของผู้พูด
  2. บอกทิศทางให้เคลื่อนไปทางขวา
  3. พิสูจน์ว่าข้อความนั้นได้รับการยืนยันแล้ว
ดูคำตอบ

ขอให้ผู้ฟังยืนยันข้อสันนิษฐานของผู้พูด

But this person or persons writes only in flawless English

2:12

แต่บุคคลหรือกลุ่มคนนี้เขียนด้วยภาษาอังกฤษที่ไร้ที่ติเท่านั้น

and uses terms such as bloody something or other. โน้ต

2:16

และใช้คำอย่างเช่น bloody อะไรสักอย่าง หรืออื่นๆ

การใช้คำ

bloody ในฐานะคำเน้นแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ

bloody ในที่นี้ไม่ได้บรรยายถึงเลือดจริง ๆ แต่เป็นคำขยายเน้นที่เพิ่มน้ำหนักทางอารมณ์ให้กับวลีคลุมเครือ something or other และมักสื่อถึงความหงุดหงิด ความใจร้อน หรือการเน้นย้ำ การใช้แบบนี้เชื่อมโยงอย่างมากกับภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ ดังนั้นในประโยคนี้จึงเป็นเบาะแสเกี่ยวกับรูปแบบภาษาอังกฤษหรือลีลาการพูดของผู้พูดด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'He used some bloody technical term again,' คำว่า bloody น่าจะทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าคำศัพท์นั้นเปื้อนเลือดอยู่จริง ๆ
  2. เพิ่มน้ำหนักทางอารมณ์แบบไม่เป็นทางการ และอาจแสดงความหงุดหงิด
  3. ทำให้ประโยคเป็นทางการและสุภาพมากขึ้น
ดูคำตอบ

เพิ่มน้ำหนักทางอารมณ์แบบไม่เป็นทางการ และอาจแสดงความหงุดหงิด

วลี

something or other สำหรับสิ่งที่ไม่ได้ระบุชัดเจน

Something or other เป็นสำนวนคลุมเครือแบบไม่เป็นทางการ ใช้เรียกสิ่งที่ผู้พูดจำไม่ได้ ไม่รู้ หรือเห็นว่าไม่จำเป็นต้องระบุให้ชัดเจน ที่นี่สำนวนนี้ช่วยให้ผู้พูดยกตัวอย่างคร่าว ๆ โดยไม่อ้างว่ากำลังพูดซ้ำคำเดิมอย่างตรงเป๊ะ Or other ไม่ได้เสนอทางเลือกจริงสองอย่าง แต่บอกว่ารายละเอียดที่ขาดไปอาจเป็นสิ่งนี้หรือสิ่งอื่นที่ไม่ได้ระบุ และถ้อยคำสบาย ๆ นี้อาจสื่อถึงความไม่ใส่ใจหรือความใจร้อนเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการแบบตายตัวที่หมายถึง “สิ่งที่ไม่ได้ระบุชัดเจน”: He said ____ about changing the schedule, but I wasn't paying close attention.

ดูคำตอบ

something or other

That sounds quite British.

2:18

นั่นฟังดูเป็นสไตล์อังกฤษมากๆ

British tabloids reported in January that indeed this person is a mystery,

2:19

แท็บลอยด์ของอังกฤษรายงานเมื่อเดือนมกราคมว่าบุคคลนี้คือปริศนาอย่างแท้จริง

but whoever is behind the name could be one of the richest people on the planet. ไวยากรณ์

2:23

แต่ใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังชื่อนี้ อาจเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

ไวยากรณ์

ความหมายของ “whoever is behind the name could be”

Whoever ใช้นำหน้าประโยคสัมพัทธ์แบบอิสระ โดยทั้งอนุประโยคทำหน้าที่เป็นประธาน และหมายถึงบุคคลหรือกลุ่มคนที่ยังไม่ทราบตัวตน ในที่นี้ behind the name หมายถึงบุคคลหรือกลุ่มคนจริงที่ชื่อสาธารณะหรือนามแฝงนั้นใช้แทน ไม่ได้หมายถึงคนที่อยู่ด้านหลังชื่อในความหมายตามตัวอักษร Could be แสดงความเป็นไปได้ ไม่ได้แสดงความสามารถหรือความแน่นอน ประโยคนี้บอกเพียงว่าบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตนอาจเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงแน่นอน

แบบฝึกหัด

“Whoever is behind the account could be a company employee” หมายความว่าอย่างไร

  1. ยังไม่ทราบตัวตน และการเป็นพนักงานบริษัทก็เป็นเพียงความเป็นไปได้หนึ่ง
  2. บริษัทเป็นผู้ดูแลบัญชีนี้ ดังนั้นบัญชีนี้ต้องเป็นของพนักงานคนหนึ่งแน่นอน
  3. ทราบตัวตนแล้ว และคนนั้นทำงานให้บริษัทนี้อย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

ยังไม่ทราบตัวตน และการเป็นพนักงานบริษัทก็เป็นเพียงความเป็นไปได้หนึ่ง

Number seven, Valor por Tamaulipas.

2:27

อันดับที่ 7 Valor por Tamaulipas

Reporting on Mexican drug cartels is no joke, สำนวน

2:29

การรายงานข่าวเกี่ยวกับแก๊งค้ายาเสพติดในเม็กซิโกไม่ใช่เรื่องตลก

สำนวน

ความหมายเชิงสำนวนของ “no joke”

ในโครงสร้าง X is no joke คำว่า no joke เป็นสำนวนที่หมายความว่า X เป็นเรื่องจริงจัง ยาก หรืออันตราย และไม่ควรมองข้าม ไม่ได้ใช้แสดงความคิดเห็นว่า X เป็นเรื่องตลกที่ขำหรือไม่ ในประโยคนี้ การรายงานข่าวเกี่ยวกับแก๊งค้ายาเม็กซิโกถูกนำเสนอว่าเป็นงานที่เสี่ยงและหนักจริง ๆ สำนวนนี้ช่วยเน้นย้ำอย่างมากว่า ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังตระหนักถึงอันตราย ไม่ใช่มองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Reporting on Mexican drug cartels is no joke” คำว่า no joke สื่อความหมายอะไร

  1. นี่เป็นเรื่องตลกที่ผู้พูดไม่เข้าใจ
  2. เรื่องนี้ไม่ได้ตั้งใจให้ตลก แต่เป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย
  3. เรื่องนี้จริงจังและอาจเป็นอันตราย จึงไม่ควรมองข้าม
ดูคำตอบ

เรื่องนี้จริงจังและอาจเป็นอันตราย จึงไม่ควรมองข้าม

and those that do could find themselves dead. ไวยากรณ์

2:32

และคนที่ทำเช่นนั้นอาจพบว่าตัวเองกลายเป็นศพได้

ไวยากรณ์

“those that do” ที่ใช้แทนการกระทำก่อนหน้า

ใน “those that do” คำว่า “those” หมายถึงคนที่ทำสิ่งซึ่งเพิ่งกล่าวถึง และ “that” นำอนุประโยคขยายที่ระบุว่าคนเหล่านั้นคือใคร ในที่นี้ การกระทำที่ละไว้หลัง “do” แต่เข้าใจได้จากบริบทคือ “report on Mexican drug cartels” “Do” ใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวไปแล้วเพื่อไม่ต้องพูดซ้ำ จึงควรเข้าใจว่าเป็น “คนที่รายงานข่าวเกี่ยวกับแก๊งค้ายาเม็กซิโก” ไม่ใช่ความหมายกว้าง ๆ ว่า “คนที่ทำอะไรบางอย่าง”

แบบฝึกหัด

ในประโยคต่อไปนี้ “do” ใช้แทนอะไร? Some volunteers work in dangerous areas, and those that do receive special training.

  1. volunteer for any task
  2. receive special training
  3. work in dangerous areas
  4. be dangerous
ดูคำตอบ

work in dangerous areas

So if you are going to try and bring down the cartels and any kind of corruption supporting them, กริยาวลี

2:34

ดังนั้นหากคุณจะพยายามโค่นล้มแก๊งค้ายาและการทุจริตทุกรูปแบบที่สนับสนุนพวกเขา

กริยาวลี

“bring down” หมายถึงโค่นหรือทำให้หมดอำนาจ

ในบริบทนี้ “bring down” หมายถึงทำให้บุคคล องค์กร หรือระบบที่มีอำนาจล่มสลาย สูญเสียอำนาจ หรือพ่ายแพ้ กรรมของวลีนี้คือแก๊งค้ายาและการทุจริตที่สนับสนุนพวกเขา จึงไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนย้ายสิ่งของลงด้านล่าง กริยาวลีนี้สามารถแยกได้ เช่น bring the organization down หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น bring it down ไม่ใช่ bring down it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย “bring” และหมายถึง “ทำให้องค์กรที่มีอำนาจสูญเสียอำนาจ”: The investigation could ____ the criminal network.

ดูคำตอบ

bring down

then there would be no better way to do it than doing it anonymously. ไวยากรณ์

2:38

คงจะไม่มีวิธีใดที่จะทำได้ดีไปกว่าการทำโดยไม่เปิดเผยตัวตน

ไวยากรณ์

no better way to ... than ...: นำเสนอวิธีหนึ่งว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด

โครงสร้าง (there is/would be) no better way to + คำกริยา than + คำนามหรือรูป -ing นำเสนอส่วนหลัง than ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่มีเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในประโยคนี้ doing it anonymously ถูกมองว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำสิ่งที่ it อ้างถึง No better แสดงการตัดสินที่จัดให้วิธีนั้นอยู่ในอันดับสูงสุดสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าวิธีอื่นทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ แต่หมายความว่าไม่มีวิธีใดถูกมองว่าดีกว่าวิธีที่ระบุ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง no better way ... than ...: For remembering new vocabulary, there is ____ learn it ____ using it in your own sentences.

ดูคำตอบ

no better way to · than

This person or persons uses social media to expose the cartels,

2:41

บุคคลหรือกลุ่มคนนี้ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อแฉแก๊งค้ายา

and the cartels are not happy.

2:45

และแก๊งค้ายาก็ไม่พอใจอย่างมาก

They even handed out flyers in Mexico offering an almost $50,000 reward for information on the group. โน้ต

2:47

พวกเขาถึงกับแจกใบปลิวในเม็กซิโกเพื่อเสนอเงินรางวัลเกือบ 50,000 ดอลลาร์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มนี้

กริยาวลี

handed out: การแจกสิ่งของให้หลายคน

Handed out เป็นรูปอดีตของกริยาวลี hand out หมายถึงแจกจ่ายสิ่งของให้หลายคน โดยมักให้คนละหนึ่งฉบับหรือหนึ่งชิ้น ในประโยคนี้ สิ่งที่แจกคือใบปลิวที่ประกาศเรื่องเงินรางวัล เมื่อกรรมเป็นคำนาม สามารถแยกคำกริยากับคำอนุภาคได้ ทั้ง They handed out flyers และ They handed flyers out ใช้ได้ แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น They handed them out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ hand out: At the workshop, volunteers ____ maps to every visitor at the entrance.

ดูคำตอบ

handed out

วลี

reward for information on ...: เงินรางวัลสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ...

ในโครงสร้าง a reward for information on something คำว่า reward หมายถึงเงินหรือผลประโยชน์อื่นที่เสนอให้เพื่อแลกกับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดย for เชื่อมรางวัลเข้ากับสิ่งที่ต้องมอบให้เพื่อรับรางวัล ส่วน on นำเข้าสู่หัวข้อที่ข้อมูลนั้นกล่าวถึง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a reward for + information + on + topic

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่ามีการเสนอเงินเพื่อแลกกับรายละเอียดเกี่ยวกับภาพวาดที่หายไป

  1. The museum is offering a reward on information for the missing painting.
  2. The museum is offering a reward for information on the missing painting.
  3. The museum is offering information for a reward on the missing painting.
ดูคำตอบ

The museum is offering a reward for information on the missing painting.

Numerous threats were made while the group was active,

2:52

มีการคุกคามหลายครั้งในขณะที่กลุ่มยังเคลื่อนไหวอยู่

with criminals actually kidnapping,

2:55

โดยอาชญากรได้ทำการลักพาตัวจริงๆ

torturing, and killing someone who supported the group.

2:57

ทรมาน และฆ่าคนที่สนับสนุนกลุ่มนี้

Thankfully for Valor por Tamaulipas,

2:59

โชคดีสำหรับ Valor por Tamaulipas

no one ever found out who they are.

3:01

ที่ไม่เคยมีใครรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร

Number six, snuff videos.

3:03

อันดับที่ 6 วิดีโอสนาฟฟ์ (Snuff Videos)

We apologize here for discussing the extreme and sadistic nature of mankind at times, น้ำเสียง/เจตนา

3:05

เราขออภัยมา ณ ที่นี้สำหรับการพูดคุยถึงธรรมชาติที่โหดร้ายและซาดิสต์ของมนุษย์ในบางครั้ง

น้ำเสียง/เจตนา

We apologize here for discussing ...: การขอโทษก่อนเข้าสู่เนื้อหาละเอียดอ่อน

We apologize ... for discussing เป็นคำเกริ่นก่อนเข้าสู่เนื้อหาที่ละเอียดอ่อน ผู้พูดยอมรับว่าหัวข้อนี้อาจทำให้ผู้ฟังไม่สบายใจและช่วยให้การเปลี่ยนเข้าสู่เนื้อหาไม่กะทันหันเกินไป แต่ไม่ได้สัญญาว่าจะหลีกเลี่ยงหัวข้อนั้น โครงสร้างคือ apologize for + คำนามหรือรูป -ing ส่วน here หมายถึงจุดนี้ในคำพูดหรือข้อความ ไม่ใช่สถานที่จริง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อกล่าวว่า “We apologize here for discussing graphic violence” ก่อนพูดต่อ

  1. ระบุสถานที่จริงที่มีการสนทนา
  2. ขอโทษล่วงหน้าและเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับเนื้อหาที่ละเอียดอ่อน
  3. สัญญาว่าจะไม่กล่าวถึงหัวข้อนั้น
ดูคำตอบ

ขอโทษล่วงหน้าและเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับเนื้อหาที่ละเอียดอ่อน

but the question has often been asked if snuff films actually exist. ลำดับความ

3:10

แต่มักมีคำถามเสมอว่าหนังซาดิสต์ฆ่าคนจริงๆ (Snuff films) มีอยู่จริงหรือไม่

ลำดับความ

the question has often been asked if ...: การเน้นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามซ้ำ ๆ

โครงสร้างกรรมวาจก the question has often been asked นำตัวประเด็นขึ้นมาเป็นจุดสนใจ และเสนอว่าเป็นสิ่งที่ถูกตั้งคำถามซ้ำ ๆ มาเป็นเวลานาน เนื่องจากละผู้ถามไว้ ข้อความจึงฟังดูกว้างและค่อนข้างเป็นกลาง แทนที่จะระบุว่าความสงสัยนี้เป็นของบุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง if ในที่นี้นำหน้าคำถามทางอ้อมที่ตอบได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ คือภาพยนตร์สนัฟมีอยู่จริงหรือไม่ ไม่ได้แสดงเงื่อนไข โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในรายงานและงานเขียนเชิงวิเคราะห์ เมื่อการมีอยู่ของข้อถกเถียงต่อเนื่องสำคัญกว่าการระบุว่าใครเป็นผู้ถาม

แบบฝึกหัด

โครงสร้างที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. บอกว่าภาพยนตร์เหล่านั้นมีอยู่ทุกครั้งที่มีคนถามถึง
  2. รายงานคำถามเฉพาะหนึ่งคำถามที่บุคคลซึ่งทราบตัวตนเป็นผู้ถาม
  3. นำเสนอประเด็นว่าเป็นคำถามที่ถูกหยิบยกซ้ำ ๆ โดยไม่ระบุผู้ถาม
ดูคำตอบ

นำเสนอประเด็นว่าเป็นคำถามที่ถูกหยิบยกซ้ำ ๆ โดยไม่ระบุผู้ถาม

A snuff film shows a real-life murder that can be purchased for entertainment.

3:14

หนังเหล่านี้แสดงการฆาตกรรมในชีวิตจริงซึ่งสามารถหาซื้อได้เพื่อความบันเทิง

A few years ago,

3:17

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

videos showing child rape and torture appeared on the dark web for sale,

3:18

วิดีโอที่แสดงการข่มขืนและการทรมานเด็กปรากฏขึ้นบนดาร์กเว็บเพื่อวางขาย

which became one of the biggest and grisliest internet mysteries ever known to man.

3:22

ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในปริศนาอินเทอร์เน็ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและน่าสยดสยองที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยรู้จัก

We won't state in graphic detail what these films contained, วลี

3:26

เราจะไม่ขอระบุรายละเอียดภาพว่าหนังเหล่านี้มีเนื้อหาอย่างไร

วลี

in graphic detail: การบรรยายรายละเอียดอย่างโจ่งแจ้งและอาจทำให้ไม่สบายใจ

ในบริบทนี้ in graphic detail หมายถึงการใช้รายละเอียดที่ชัดเจนและโจ่งแจ้งจนอาจทำให้เรื่องความรุนแรง การบาดเจ็บ หรือเนื้อหาทางเพศฟังดูหรือนึกภาพแล้วไม่สบายใจ ผู้บรรยายกำลังบอกว่าจะไม่บรรยายรายละเอียดเหล่านั้น graphic ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “แสดงด้วยแผนภาพหรือรูปภาพ” แต่บอกว่าเรื่องเล่านั้นโจ่งแจ้งและสมจริงเพียงใด แม้ข้อมูลจะสื่อผ่านคำพูดหรือตัวหนังสือเท่านั้นก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “ใช้รายละเอียดอย่างโจ่งแจ้งและอาจทำให้ไม่สบายใจ”: The witness described the injuries ____.

ดูคำตอบ

in graphic detail

as it is unspeakable,

3:29

เพราะมันเกินกว่าจะบรรยายได้

but we can say that these films did exist,

3:30

แต่เราสามารถพูดได้ว่าภาพยนตร์เหล่านี้เคยมีอยู่จริง

although they were considered for a time urban legend. วลี

3:32

แม้ว่าพวกมันจะถูกมองว่าเป็นตำนานเมืองในช่วงระยะเวลาหนึ่งก็ตาม

วลี

“for a time”: ช่วงเวลาจำกัดในอดีต

“For a time” หมายถึง “เป็นระยะเวลาหนึ่งที่จำกัด” ในประโยคนี้ วิดีโอเหล่านั้นเคยถูกมองว่าเป็นตำนานเมืองอยู่ช่วงหนึ่งในอดีต สำนวนนี้มักบอกเป็นนัยว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปในภายหลัง แต่ไม่ได้ระบุว่าช่วงเวลานั้นยาวนานเท่าใด และไม่ได้หมายถึง “เพื่อเวลาหนึ่ง” ในเชิงจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเติมประโยคนี้ได้ถูกต้อง? The old library was used as a clinic (blank) before it became offices.

  1. at the time
  2. for a time
  3. by the time
ดูคำตอบ

for a time

No one was murdered on film,

3:35

ไม่มีใครถูกฆาตกรรมในภาพยนตร์

but murders did take place off film.

3:36

แต่การฆาตกรรมเกิดขึ้นจริงนอกกล้อง

An Australian man named Peter Scully was arrested for the crimes.

3:39

ชายชาวออสเตรเลียชื่อปีเตอร์ สกัลลี่ ถูกจับกุมในข้อหาก่ออาชญากรรมดังกล่าว

While this was solved, ลำดับความ

3:42

แม้ว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายแล้ว

we now must ask what horrible videos are out there in the dark web,

3:43

แต่ตอนนี้เราต้องถามตัวเองว่ายังมีวิดีโอที่น่ากลัวอะไรอีกบ้างในดาร์กเว็บ

and which are real and which are fake.

3:46

และอันไหนของจริง อันไหนของปลอม

ลำดับความ

“While this was solved, we now must ask”: ยอมรับข้อเท็จจริงแล้วเปลี่ยนไปสู่คำถามที่กว้างกว่า

ในที่นี้ “While” หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในระหว่างที่” อนุประโยคเปิดเรื่องยอมรับก่อนว่าคดีหนึ่งที่เจาะจงได้รับการคลี่คลายแล้ว จากนั้นประโยคหลักเปลี่ยนจากคดีที่จบแล้วไปสู่คำถามที่กว้างกว่าและยังไม่มีคำตอบ รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดยอมรับความสำเร็จที่มีขอบเขตจำกัดก่อนชี้ว่ายังต้องตรวจสอบอะไรต่อ โดย “this” หมายถึงคดีที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้เท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “While” เพื่อยอมรับปัญหาที่แก้ไขแล้ว ก่อนเปิดคำถามที่กว้างกว่าและยังไม่ได้รับคำตอบ?

  1. While this customer complaint has been resolved, we now must ask whether the policy itself is fair.
  2. Because this customer complaint has been resolved, we no longer need to examine the policy.
  3. While the team was resolving the complaint, the manager spoke to the customer.
ดูคำตอบ

While this customer complaint has been resolved, we now must ask whether the policy itself is fair.

That's a macabre mystery that shouldn't belong in this world.

3:48

นี่คือปริศนาสยองขวัญที่ไม่ควรมีอยู่บนโลกใบนี้

Number five, the dark web.

3:51

อันดับที่ 5 ดาร์กเว็บ (The Dark Web)

So, what is the dark web?

3:53

แล้ว ดาร์กเว็บคืออะไรล่ะ?

Do we know what's on it?

3:54

เรารู้ไหมว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง?

It's part of the World Wide Web,

3:55

มันเป็นส่วนหนึ่งของเวิลด์ไวด์เว็บ

but to access it,

3:57

แต่ในการเข้าถึง

you'll require special software and you'll need to be given access by approval.

3:58

คุณต้องใช้ซอฟต์แวร์พิเศษและต้องได้รับสิทธิ์การเข้าถึงผ่านการอนุมัติก่อน

This is a place where drugs are sold,

4:02

นี่คือสถานที่ที่มีการขายยาเสพติด

or guns,

4:03

หรือปืน

hired killers,

4:04

นักฆ่ารับจ้าง

or even the aforementioned nasty videos. การใช้คำ

4:05

หรือแม้วิดีโอเลวร้ายที่กล่าวถึงไปแล้ว

การใช้คำ

“Aforementioned” สำหรับอ้างย้อนถึงสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

“Aforementioned” หมายถึง “ที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้” คำนี้อ้างย้อนถึงบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดที่ปรากฏแล้วในข้อความหรือการสนทนาเดียวกัน ในที่นี้ “the aforementioned nasty videos” หมายถึงวิดีโอที่ไม่น่าพึงประสงค์ซึ่งพูดถึงไปก่อนแล้ว โดยปกติคำนี้วางไว้หน้าคำนาม และมักตามหลัง “the” เช่น “the aforementioned videos” การใช้เช่นนี้ช่วยไม่ให้ต้องกล่าวคำอธิบายก่อนหน้าซ้ำทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The aforementioned policy will be reviewed next month.” คำว่า “aforementioned” หมายถึงอะไร

  1. กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ในข้อความหรือการสนทนา
  2. คาดว่าจะกล่าวถึงในภายหลัง
  3. เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่สาธารณชน
ดูคำตอบ

กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ในข้อความหรือการสนทนา

In fact,

4:07

อันที่จริง

it's been said that 96% of the web isn't accessible via standard search engines. ไวยากรณ์

4:08

มีการกล่าวกันว่า 96% ของเว็บไซต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ผ่านเครื่องมือค้นหาทั่วไป

ไวยากรณ์

“It's Been Said That” สำหรับคำกล่าวอ้างที่ไม่ระบุแหล่งที่มา

“It's been said that...” เป็นรูป passive ของ present perfect จาก “people have said that....” ประธานสมมติ “it” ไม่ได้แทนสิ่งใดโดยเฉพาะ ส่วน that-clause ที่ตามมาบรรจุคำกล่าวอ้างไว้ รูป passive ทำให้ไม่ระบุผู้พูดเดิมหรือแหล่งข้อมูล โครงสร้างนี้ใช้รายงานคำกล่าวอ้างที่เคยแพร่ต่อกันมาก่อน แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริง ในประโยคนี้ ตัวเลข 96% ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ผู้อื่นเคยกล่าวไว้ ไม่ใช่ข้อมูลที่ผู้พูดตรวจสอบด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

ตัดสินการตีความนี้: ใน “It's been said that the building is haunted.” ผู้พูดกำลังยืนยันด้วยตนเองว่าอาคารนั้นมีผีสิง

  1. ไม่ถูกต้อง
  2. ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

But as Wired Magazine points out, กริยาวลี

4:12

แต่อย่างที่นิตยสาร Wired ชี้ให้เห็น

กริยาวลี

ใช้ “points out” เพื่อชี้ให้เห็นข้อเท็จจริง

ในที่นี้ points out หมายถึง “กล่าวอย่างชัดเจน” หรือ “ดึงความสนใจไปยังประเด็นหนึ่ง” ผู้พูดยกนิตยสาร Wired เป็นแหล่งข้อมูลของความแตกต่างสำคัญที่จะกล่าวต่อไป ไม่ได้หมายถึงการใช้นิ้วชี้วัตถุจริง ๆ รูปแบบที่พบบ่อยคือ point out + คำนามหรือคำสรรพนาม และ point out + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ในโครงสร้าง as [source] points out ข้อมูลเฉพาะที่แหล่งข้อมูลชี้ให้เห็นมักตามหลังเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

ใน “The article points out that the figures are incomplete,” คำว่า points out หมายความว่าอะไร

  1. ดึงความสนใจไปยังข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน
  2. พิสูจน์ว่าตัวเลขครบถ้วนแล้ว
  3. ใช้นิ้วชี้ไปยังสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

ดึงความสนใจไปยังข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน

there is a big difference from the deep web วัฒนธรรม

4:14

มีความแตกต่างอย่างมากระหว่างดีปเว็บ (Deep web)

and these darknet sites where criminality takes place.

4:16

และไซต์ดาร์กเน็ต (Darknet) เหล่านี้ซึ่งเป็นที่ที่เกิดอาชญากรรม

วัฒนธรรม

“the deep web” และ “these darknet sites” เป็นคนละประเภท

ข้อความที่เน้นระบุสองประเภทที่กำลังนำมาเปรียบเทียบกัน deep web คือเนื้อหาเว็บในวงกว้างที่เครื่องมือค้นหาทั่วไปไม่ได้จัดทำดัชนี ซึ่งรวมถึงหน้าบัญชีส่วนตัวและฐานข้อมูล ส่วน darknet sites คือบริการที่เข้าถึงผ่านเครือข่ายนิรนามเฉพาะ จึงเป็นประเภทที่แคบกว่ามาก อนุประโยคสัมพันธ์ที่กล่าวถึงกิจกรรมอาชญากรรมขยาย “these darknet sites” ในการอภิปรายนี้ ไม่ได้ให้ความหมายว่า deep web ทั้งหมดเป็นพื้นที่อาชญากรรม ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน การเปรียบเทียบนี้มักเขียนว่า “a difference between the deep web and these darknet sites” ไม่ใช่ “a difference from ... and ...”

แบบฝึกหัด

ข้อความใดรักษาความแตกต่างในประโยคเดิมได้ถูกต้องที่สุด

  1. darknet sites เป็นหน้าทั่วไปที่เครื่องมือค้นหาใด ๆ ก็สามารถจัดทำดัชนีได้
  2. deep web และ darknet sites เป็นชื่อสองชื่อสำหรับกิจกรรมผิดกฎหมายทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ต
  3. deep web รวมเนื้อหาทั่วไปที่ไม่ได้จัดทำดัชนี ส่วน darknet sites เป็นกลุ่มที่แคบกว่าซึ่งเข้าถึงผ่านเครือข่ายเฉพาะ
ดูคำตอบ

deep web รวมเนื้อหาทั่วไปที่ไม่ได้จัดทำดัชนี ส่วน darknet sites เป็นกลุ่มที่แคบกว่าซึ่งเข้าถึงผ่านเครือข่ายเฉพาะ

We don't quite know exactly what is going on in the dark web,

4:19

เราไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นในดาร์กเว็บบ้าง

so it still remains a bit of a mystery.

4:23

ดังนั้นมันจึงยังคงเป็นความลึกลับอยู่บ้าง

Number four, Mariana's Web.

4:24

อันดับที่ 4 Mariana's Web

So,

4:26

เอาล่ะ

we have the deep web,

4:27

เรามีดีปเว็บ

and then harder to find than that is the dark web.

4:28

และที่ค้นหาได้ยากกว่านั้นคือดาร์กเว็บ

What's below that?

4:31

แล้วอะไรอยู่ต่ำกว่านั้นล่ะ?

The answer is Mariana's Web,

4:32

คำตอบคือ Mariana's Web

if it exists. ลำดับความ

4:34

หากมันมีอยู่จริง

ลำดับความ

if it exists ท้ายประโยคในฐานะข้อจำกัดเชิงกังขา

ประโยคหลักให้คำตอบก่อน แล้ว if it exists ที่ท้ายประโยคก็จำกัดระดับความมั่นใจของผู้พูดต่อคำตอบนั้นทันที หมายถึง “ถ้าสิ่งที่เรียกว่า Mariana's Web มีอยู่จริง” if ในที่นี้ไม่ได้บอกเงื่อนไขที่ต้องเกิดขึ้นก่อนจึงจะทำการกระทำบางอย่างได้ แต่อนุประโยคนี้ย้อนกลับไปขยายสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึงและระบุว่าการมีอยู่ของมันยังไม่แน่นอน การวางข้อความจำกัดไว้ท้ายประโยคทำให้ผู้พูดบอกคำตอบก่อน แล้วค่อยเติมข้อสงสัยที่ช่วยสร้างความลุ้นหรือความน่าสงสัย

แบบฝึกหัด

วลี if it exists ที่ท้ายประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. ให้เงื่อนไขที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนตอบคำถาม
  2. บอกว่า Mariana's Web จะปรากฏหลังจากมีคนพบคำตอบ
  3. จำกัดความแน่นอนของคำตอบโดยยอมรับว่า Mariana's Web อาจไม่มีอยู่จริง
ดูคำตอบ

จำกัดความแน่นอนของคำตอบโดยยอมรับว่า Mariana's Web อาจไม่มีอยู่จริง

It's named after Mariana's Trench, วลี

4:35

มันถูกตั้งชื่อตามร่องลึกบาดาลมาเรียนา

วลี

Be named after: ระบุที่มาของชื่อ

ในโครงสร้างแบบถูกกระทำ be named after + บุคคล สถานที่ หรือสิ่งของ ส่วนที่ตามหลัง after คือแหล่งที่มาหรือสิ่งอ้างอิงของชื่อ โครงสร้างนี้อาจสื่อถึงการให้เกียรติหรือเพียงความเชื่อมโยงที่มีความหมายก็ได้ ในที่นี้ Mariana's Web ได้ชื่อมาจาก Mariana's Trench คำว่า after ไม่ได้หมายความว่าการตั้งชื่อเกิดขึ้นภายหลังในด้านเวลา ส่วนโครงสร้างแบบกระทำที่เกี่ยวข้องคือ name A after B เช่น They named A after B.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ได้ชื่อมาจาก”: The scholarship was ____ its founder.

ดูคำตอบ

named after

the deepest part of all the world's oceans in the Western Pacific Ocean.

4:37

ส่วนที่ลึกที่สุดของมหาสมุทรทั้งหมดในโลกในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก

Some say it's a hoax, ลำดับความ

4:40

บางคนบอกว่ามันเป็นเรื่องหลอกลวง

others are still trying to find it.

4:42

คนอื่นๆ ยังคงพยายามค้นหามัน

ลำดับความ

โครงสร้างคู่ขนาน Some say ...; others are still trying to find it.

โครงสร้าง Some say ..., others ... นำคนสองกลุ่มที่ต่างกันมาเสนอคู่กัน Some ใช้เปิดคำกล่าวของกลุ่มหนึ่ง ส่วน others ใช้เปิดการกระทำหรือมุมมองที่แตกต่างของอีกกลุ่ม others ในที่นี้ไม่เฉพาะเจาะจง หมายถึง “คนอื่นบางส่วน” ไม่ได้หมายถึง “คนที่เหลือทั้งหมด” โดยอัตโนมัติ โครงสร้างนี้ช่วยสรุปความเห็นที่ไม่ตรงกันโดยไม่ทำให้จุดยืนของฝ่ายใดดูเป็นความเห็นร่วมของทุกคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอสองกลุ่มโดยไม่ได้ระบุว่ากลุ่มที่สองรวมคนที่เหลือทั้งหมด?

  1. Some guests left early; the others stayed for dessert.
  2. All the guests stayed for dessert.
  3. Some guests left early; others stayed for dessert.
ดูคำตอบ

Some guests left early; others stayed for dessert.

Number three, Markovian Parallax Denegrate.

4:43

อันดับที่ 3 Markovian Parallax Denegrate

This mystery goes back to the mid-90s when word puzzles appeared on USENET. กริยาวลี

4:46

ความลึกลับนี้ย้อนกลับไปในช่วงกลางยุค 90 เมื่อมีการเผยแพร่ปริศนาคำศัพท์บน USENET

กริยาวลี

goes back to: สืบย้อนไปถึงต้นกำเนิดทางประวัติศาสตร์

ในประโยคนี้ goes back to หมายถึง “มีต้นกำเนิดใน” หรือ “สืบย้อนกลับไปถึง” โดยระบุว่าจุดเริ่มต้นของปริศนานี้อยู่ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ที่นี่เป็นการบอกจุดเริ่มต้นในอดีต ไม่ใช่การเคลื่อนที่กลับไปยังสถานที่หนึ่ง โครงสร้างคือ ประธาน + go back to + เวลาเริ่มต้นหรือแหล่งที่มาในอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้ go back to ในรูปที่ถูกต้อง: This annual tradition ____ 1892.

ดูคำตอบ

goes back to

The word salads to some seemed like nonsense โน้ต

4:50

คำศัพท์ที่ปะปนกันนั้นดูเหมือนไร้สาระสำหรับบางคน

การใช้คำ

word salads: กลุ่มคำที่ไม่มีความหมายเชื่อมโยงกัน

Word salad เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการสำหรับคำพูดหรืองานเขียนที่ประกอบด้วยคำซึ่งจำได้ แต่เมื่อรวมกันแล้วไม่มีความหมายที่ชัดเจนและต่อเนื่องกัน ในที่นี้ word salads ซึ่งเป็นรูปพหูพจน์หมายถึงข้อความชวนสับสนหลายช่วง ไม่ได้หมายถึงสลัดที่ทำจากคำจริง ๆ คำนี้เน้นว่าคำต่าง ๆ ขาดความเชื่อมโยงที่มีความหมาย ไม่ได้หมายความเพียงว่าภาษานั้นแปลกหรือเข้าใจยาก ข้อความที่ยากอาจยังมีความต่อเนื่องทางความคิดและจึงไม่จำเป็นต้องเป็น word salad

แบบฝึกหัด

word salads ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ข้อความยากหลายช่วงที่ทุกคนเข้าใจความหมายได้อย่างชัดเจน
  2. รายการคำหลายรายการที่ใช้เป็นส่วนผสมในสูตรอาหาร
  3. ข้อความหลายช่วงที่มีคำซึ่งจำได้ แต่ไม่มีความเชื่อมโยงหรือความหมายที่ชัดเจน
ดูคำตอบ

ข้อความหลายช่วงที่มีคำซึ่งจำได้ แต่ไม่มีความเชื่อมโยงหรือความหมายที่ชัดเจน

and to others a great mystery with some meaning.

4:52

และเป็นปริศนาที่ยิ่งใหญ่ซึ่งมีความหมายบางอย่างสำหรับคนอื่นๆ

ลำดับความ

to some ... to others สำหรับเปรียบเทียบมุมมองที่ต่างกัน

วลีคู่ to some ... to others ใช้จัดแสดงปฏิกิริยาสองแบบที่ต่างกันต่อสิ่งเดียวกัน ในที่นี้ to หมายถึงในความคิดเห็นหรือประสบการณ์ของบุคคล ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ไปหาบุคคลนั้น ส่วนที่สองละ seemed like ไว้ แนวคิดแบบขนานที่เขียนเต็มคือ The word salads seemed like nonsense to some and seemed like a great mystery with some meaning to others การละคำนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการซ้ำ ขณะที่วลีที่เข้าคู่กันทำให้ติดตามความแตกต่างได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ใช้ to some ... to others เติมการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: ____, the new schedule seems efficient; ____, unfair.

ดูคำตอบ

To some · to others

This has even been called the internet's oldest and weirdest mystery.

4:55

สิ่งนี้ถูกเรียกว่าเป็นปริศนาที่เก่าแก่และแปลกประหลาดที่สุดบนอินเทอร์เน็ตเลยทีเดียว

Why is that?

4:58

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ?

Because in spite of numerous experts that attempted to decode the puzzles, วลี

4:59

เพราะแม้จะมีผู้เชี่ยวชาญมากมายพยายามถอดรหัสปริศนาเหล่านี้

วลี

in spite of + คำนามหรือรูป -ing

“in spite of” ใช้นำเสนออุปสรรคหรือข้อเท็จจริงที่ตรงกันข้ามแต่ไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์หลัก ในประโยคนี้ ความพยายามของเหล่าผู้เชี่ยวชาญคืออุปสรรคนั้น ส่วนบริบทที่กว้างขึ้นบอกว่าปริศนายังคงไม่ถูกถอดรหัส วลีนี้เป็นบุพบทแบบวลี จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing เช่น in spite of the rain และ in spite of trying หากต้องการตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ ให้ใช้ in spite of the fact that

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่มีความหมายว่า 'despite': ____ the traffic, we arrived on time.

ดูคำตอบ

in spite of

they all couldn't quite properly figure them out.

5:03

แต่พวกเขาทั้งหมดก็ไม่สามารถไขความหมายออกมาได้อย่างถูกต้อง

Some people think the messages were left by the government,

5:06

บางคนคิดว่าข้อความดังกล่าวถูกทิ้งไว้โดยรัฐบาล

while others said journalist and CIA asset Susan Lindauer was behind them.

5:08

ในขณะที่คนอื่นๆ บอกว่า ซูซาน ลินเดาเออร์ นักข่าวและสายลับ CIA อยู่เบื้องหลัง

It's also been said that they are nothing but nonsense, วลี

5:12

ยังมีคนบอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องอะไรเลยนอกจากเรื่องไร้สาระ

วลี

nothing but ในความหมายว่า “เพียง”

“nothing but” หมายถึง “เพียง” หรือ “ไม่มีอะไรมากไปกว่า” โดยตัดความเป็นไปได้อื่นทั้งหมดออก ในประโยคนี้ ความเห็นที่ถูกนำมาเล่าต่อมองว่าเนื้อหาเหล่านั้นเป็นเรื่องไร้สาระทั้งหมด และปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ว่ามีข้อความที่มีความหมายอยู่ในนั้น วลีนี้วางหน้าคำนามวลีได้ เช่น nothing but nonsense และเมื่ออยู่หลัง do ก็สามารถนำหน้าการกระทำเพียงอย่างเดียวที่คนหนึ่งทำได้ เช่น did nothing but complain

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ารายงานมีเพียงการคาดเดาที่ไม่มีหลักฐาน?

  1. The report contained nothing but unsupported guesses.
  2. The report contained anything but unsupported guesses.
  3. The report contained no unsupported guesses.
ดูคำตอบ

The report contained nothing but unsupported guesses.

and whoever made them was one of the internet's first great trolls. การใช้คำ

5:15

และใครก็ตามที่สร้างมันขึ้นมาก็คือหนึ่งในนักโทรลยุคแรกๆ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอินเทอร์เน็ต

การใช้คำ

trolls ในความหมายบนอินเทอร์เน็ต: ผู้ที่จงใจยั่วยุทางออนไลน์

ในประโยคนี้ trolls หมายถึงคนที่จงใจยั่วยุ ทำให้เข้าใจผิด หรือก่อกวนผู้อื่นทางออนไลน์ มักด้วยการโพสต์เนื้อหาที่ตั้งใจให้คนโกรธ คำนามพหูพจน์นี้หมายถึงผู้ก่อกวนบนอินเทอร์เน็ตประเภทหนึ่ง ไม่ใช่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป การเรียกผู้สร้างที่ไม่ทราบตัวตนว่า trolls แสดงการตีความแรงจูงใจของพวกเขาในแง่ลบ สื่อว่าผู้พูดสงสัยว่าอาจเป็นการยั่วยุหรือเรื่องหลอกลวงที่วางแผนมาอย่างซับซ้อน แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่านั่นคือเจตนาที่แท้จริงของผู้สร้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำศัพท์อินเทอร์เน็ตจากบทเรียน: People who post deliberately provocative messages just to upset a community are often called internet ____.

ดูคำตอบ

trolls

Number two, Unfavorable Semicircle.

5:18

อันดับที่ 2 Unfavorable Semicircle

This comes so high on the list because it has been hailed as YouTube's greatest ever mystery. วลี

5:21

ช่องนี้อยู่ในอันดับที่สูงมากเพราะได้รับการยกย่องว่าเป็นปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ YouTube เท่าที่เคยมีมา

วลี

be hailed as: ได้รับคำยกย่องจากสาธารณชนอย่างมาก

ในโครงสร้าง be hailed as + นามวลี คำว่า hailed หมายถึงการได้รับคำชื่นชมหรือการยกย่องอย่างเปิดเผยและกระตือรือร้น ในที่นี้ has been hailed as YouTube's greatest ever mystery เป็นการรายงานคำยกย่องระดับสูงที่ผู้อื่นมอบให้ รูปประโยคกรรมวาจกเน้นสิ่งที่ได้รับคำชม โดยไม่จำเป็นต้องระบุว่าใครเป็นผู้ชื่นชม การบอกว่าสิ่งหนึ่ง has been hailed as X เป็นการนำเสนอการประเมินของสาธารณชน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นอิสระแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนแสดงคำชื่นชมจากบทเรียน: After its successful first year, the program was ____ a model for other cities.

ดูคำตอบ

hailed as

This is because in 2015 and 2016,

5:25

นั่นเป็นเพราะในปี 2015 และ 2016

thousands upon thousands of videos appeared on YouTube belonging to this channel, สำนวน

5:28

มีวิดีโอจำนวนนับพันนับหมื่นรายการปรากฏบน YouTube ซึ่งเป็นของช่องนี้

สำนวน

การใช้ “thousands upon thousands of” เพื่อเน้นจำนวนมหาศาล

“Thousands upon thousands of” เป็นสำนวนเน้นย้ำว่ามีสิ่งที่นับได้อยู่เป็นจำนวนมหาศาล การซ้ำคำบอกจำนวนเพิ่มน้ำหนักทางวาทศิลป์ ไม่ได้ระบุยอดรวมที่แน่นอน และไม่ได้หมายถึงการนำกลุ่มหนึ่งพันสองกลุ่มมาบวกกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำบอกจำนวนมาก + upon + คำเดิม + of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น “thousands upon thousands of videos” คำที่ใช้กันบ่อยได้แก่ “hundreds”, “thousands” และ “millions”

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบการซ้ำคำบอกจำนวนเพื่อเน้นความหมายในประโยคนี้ให้สมบูรณ์: The archive contains thousands ____ thousands of handwritten letters.

ดูคำตอบ

upon

sometimes a new video every few minutes.

5:32

บางครั้งก็มีวิดีโอใหม่ๆ ทุกๆ ไม่กี่นาที

They were often the thing of nightmares, สำนวน

5:35

วิดีโอเหล่านี้มักจะเป็นสิ่งของจากฝันร้าย

สำนวน

“The thing of nightmares” สำหรับสิ่งที่น่ากลัวอย่างยิ่ง

“The thing of nightmares” เป็นวิธีพูดเชิงอารมณ์เพื่อบรรยายบางสิ่งว่าน่ากลัวหรือน่ารบกวนใจอย่างยิ่ง ราวกับว่ามันอยู่ในฝันร้าย นี่เป็นการประเมินด้วยความรู้สึก ไม่ใช่การบอกตามตัวอักษรว่าฝันร้ายเป็นเจ้าของหรือสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา สำนวนนี้เปลี่ยนสิ่งที่กล่าวถึงให้เป็นภาพความสยองที่ชัดเจน ใช้ได้กับรูปลักษณ์ เสียง เหตุการณ์ หรือประสบการณ์โดยรวม ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบรรยายวิดีโอจากความกลัวและความไม่สบายใจที่วิดีโอสร้างขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The figure at the window was the thing of nightmares,” คำว่า “the thing of nightmares” หมายความว่าอย่างไร?

  1. มันทำให้คนเพียงหนึ่งคนฝันร้ายหนึ่งครั้งพอดี
  2. มันน่ากลัวหรือน่ารบกวนใจอย่างยิ่ง
  3. มันมีอยู่ได้เฉพาะตอนที่ใครบางคนกำลังหลับ
ดูคำตอบ

มันน่ากลัวหรือน่ารบกวนใจอย่างยิ่ง

weird,

5:36

พิลึกพิลั่น

spooky,

5:37

น่าขนลุก

with strange sounds or strange voices.

5:37

พร้อมเสียงแปลกๆ หรือเสียงพูดที่ประหลาด

But the sheer volume of them had internet sleuths in a tizzy. โน้ต

5:40

แต่ด้วยปริมาณที่มหาศาลก็ทำให้นักสืบอินเทอร์เน็ตถึงกับหัวปั่น

วลี

“Sheer volume” สำหรับปริมาณที่มากจนรับมือยาก

ในประโยคนี้ “the sheer volume of them” หมายถึงมีปริมาณมากอย่างน่าตกใจ และเพียงปริมาณนั้นเองก็ทำให้เกิดปฏิกิริยาดังกล่าว คำว่า volume ในที่นี้หมายถึงปริมาณหรือมวลรวมของสิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่ระดับความดังของเสียง โครงสร้าง the sheer volume of + คำนาม/คำสรรพนาม เน้นขนาดโดยรวมมากกว่าคุณภาพหรือเนื้อหาของแต่ละรายการ ใช้ได้เมื่อข้อความ ไฟล์ งาน ผู้คน หรือข้อมูลจำนวนมากส่งผลบางอย่างร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายความว่าเพียงปริมาณนั้นเองก็ทำให้เกิดปัญหา: “The team could not review every file because the ____ of data was overwhelming.”

ดูคำตอบ

sheer volume

การใช้คำ

“Internet sleuths” ในความหมายว่านักสืบออนไลน์ที่ไม่เป็นทางการ

internet sleuths คือผู้ที่ใช้ข้อมูลออนไลน์ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น โพสต์ รูปภาพ บันทึก เบาะแสเกี่ยวกับสถานที่ และร่องรอยอื่น ๆ เพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องลึกลับ โดยทั่วไปพวกเขาเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตธรรมดาที่ทำงานคนเดียวหรือร่วมกันเป็นกลุ่ม ไม่จำเป็นต้องเป็นตำรวจหรือนักสืบมืออาชีพ การเรียกคนเหล่านี้ว่า sleuths เป็นการยืมภาพลักษณ์ของนักสืบมาใช้ ทำให้คำเรียกนี้มีน้ำเสียงขี้เล่นเล็กน้อยและเหมาะกับสื่อ สำนวนนี้มักเน้นความอยากรู้อยากเห็นและการช่วยกันค้นหาเบาะแสของผู้คนจำนวนมาก แต่ไม่ได้รับประกันความเชี่ยวชาญหรือความถูกต้อง

แบบฝึกหัด

บุคคลใดสามารถเรียกว่า “internet sleuth” ได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปที่เปรียบเทียบโพสต์และรูปภาพสาธารณะเพื่อหาว่าภาพลึกลับภาพหนึ่งถ่ายที่ไหน
  2. นักสืบที่มีใบอนุญาตซึ่งได้รับการว่าจ้างให้รวบรวมหลักฐานสำหรับคดีทางกฎหมาย
  3. ช่างเทคนิคที่ซ่อมการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของบริษัท
ดูคำตอบ

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปที่เปรียบเทียบโพสต์และรูปภาพสาธารณะเพื่อหาว่าภาพลึกลับภาพหนึ่งถ่ายที่ไหน

สำนวน

in a tizzy: อยู่ในอาการแตกตื่น

in a tizzy เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงอยู่ในอาการกระวนกระวาย ตื่นเต้น สับสน หรือกังวลมากจนคิดหรือทำอะไรอย่างใจเย็นได้ยาก ในประโยคนี้ใช้บรรยายปฏิกิริยาร่วมกันของเหล่านักสืบอินเทอร์เน็ตเมื่อเจอวิดีโอแปลก ๆ จำนวนมหาศาล ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริงหรืออารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งเท่านั้น ใช้ be/get in a tizzy เพื่อบอกสภาวะ และใช้ put/have someone in a tizzy เพื่อบอกสิ่งที่ทำให้เกิดหรือคงสภาวะนั้นไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: The unexpected schedule change had the whole office ____.

ดูคำตอบ

in a tizzy

They were all posted with the Sagittarius zodiac symbol

5:43

วิดีโอทั้งหมดถูกโพสต์พร้อมกับสัญลักษณ์ราศีธนู

and also a random six-digit number.

5:46

และตัวเลขหกหลักแบบสุ่มด้วย

No one has ever figured out what they mean,

5:48

ไม่เคยมีใครรู้ได้เลยว่าพวกมันหมายถึงอะไร

if anything, น้ำเสียง/เจตนา

5:50

ถ้าหากมันมีความหมายอะไรล่ะก็นะ

or who was behind them.

5:51

หรือใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังพวกมัน

น้ำเสียง/เจตนา

what they mean, if anything: ถ้าหากมีความหมายจริง ๆ

ในที่นี้ if anything เป็นรูปย่อแบบคำแทรกของ if they mean anything โดยเชื่อมกับ what they mean และเปิดความเป็นไปได้ไว้ว่าสัญลักษณ์และตัวเลขเหล่านั้นอาจไม่มีความหมายใดเลย การใช้แบบนี้เป็นการจำกัดขอบเขตของคำกล่าว ไม่ใช่การปฏิเสธทั้งหมด ผู้พูดถามว่าความหมายคืออะไร พร้อมส่งสัญญาณว่าสงสัยว่ามีความหมายอยู่จริงหรือไม่ เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าส่วนนี้เป็นคำแทรก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The researchers could not tell what the treatment changed, if anything,” คำว่า if anything หมายถึงอะไร

  1. การรักษาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างอย่างแน่นอน
  2. การรักษาทำให้สถานการณ์แย่ลง
  3. การรักษาอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย
ดูคำตอบ

การรักษาอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย

YouTube eventually suspended the account for violating its terms of service. การใช้คำ

5:52

ในท้ายที่สุด YouTube ก็ระงับบัญชีนี้เนื่องจากละเมิดข้อกำหนดในการให้บริการ

การใช้คำ

terms of service: ข้อกำหนดในการให้บริการ

Terms of service หมายถึงกฎและเงื่อนไขที่ผู้ใช้ตกลงว่าจะปฏิบัติตามเมื่อใช้แพลตฟอร์มหรือบริการออนไลน์ ในวลีนี้ terms หมายถึง “ข้อกำหนด” หรือ “เงื่อนไข” ไม่ใช่ภาคเรียนหรือศัพท์เฉพาะ ในประโยคนี้ การละเมิดเงื่อนไขเหล่านั้นเป็นเหตุผลที่ YouTube ระงับบัญชี วลีนี้พบบ่อยในข่าวเกี่ยวกับการจำกัดบัญชี การสมัครใช้ซอฟต์แวร์ และกฎของแพลตฟอร์ม

แบบฝึกหัด

terms of service ในประโยคตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. กฎและเงื่อนไขที่ผู้ใช้ตกลงว่าจะปฏิบัติตามเมื่อใช้แพลตฟอร์ม
  2. ภาคเรียนต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นหนึ่งปีการศึกษา
  3. คำศัพท์ทางเทคนิคที่แพลตฟอร์มใช้
ดูคำตอบ

กฎและเงื่อนไขที่ผู้ใช้ตกลงว่าจะปฏิบัติตามเมื่อใช้แพลตฟอร์ม

And finally,

5:56

และในที่สุด

number one, Cicada 3301.

5:56

อันดับที่ 1 Cicada 3301

This one is our favorite

5:59

อันนี้คืออันที่เราชอบที่สุด

and has rightly been called the most elaborate and mysterious puzzle of the internet age.

6:00

และมันถูกเรียกอย่างถูกต้องว่าเป็นปริศนาที่ประณีตและลึกลับที่สุดในยุคอินเทอร์เน็ต

It was basically a test for very clever codebreakers that first appeared in 2012.

6:04

โดยพื้นฐานแล้วมันคือการทดสอบสำหรับนักถอดรหัสที่ชาญฉลาดมากซึ่งปรากฏขึ้นครั้งแรกในปี 2012

Somebody or a group started posting puzzles or games on the internet as a way to recruit smart folks. วลี

6:09

ใครบางคนหรือกลุ่มบางกลุ่มเริ่มโพสต์ปริศนาหรือเกมบนอินเทอร์เน็ตเพื่อเป็นวิธีการรับสมัครคนฉลาด

วลี

as a way to recruit: ในฐานะวิธีรับสมัคร

ในที่นี้ as a way to recruit เชื่อมการโพสต์ปริศนาเข้ากับเป้าหมายของการกระทำนั้น การโพสต์ปริศนาถูกนำเสนอว่าเป็นวิธีค้นหาและรับคนเก่งเข้ามา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “การกระทำ + as a way to + กริยารูปพื้นฐาน” ในการใช้นี้ as แสดงบทบาทหรือหน้าที่ของการกระทำ ไม่ได้ใช้เพื่อเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ as a way to + กริยารูปพื้นฐาน: The library hosts free coding clubs ____ interest more teenagers in technology.

ดูคำตอบ

as a way to

They were so difficult that people have said the CIA or MI6 is behind them. ไวยากรณ์

6:15

พวกมันยากมากจนผู้คนพูดกันว่า CIA หรือ MI6 อยู่เบื้องหลัง

ไวยากรณ์

so difficult that: เชื่อมระดับกับผลลัพธ์

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่เกิดตามมา ในประโยคนี้ so difficult บอกว่าปริศนายากมาก และ that นำเข้าสู่ปฏิกิริยาที่เป็นผลตามมา คือผู้คนคาดเดาอย่างผิดปกติว่าใครอยู่เบื้องหลัง รูปแบบคือ so + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + that + ประธาน + กริยา ในการใช้นี้ that นำอนุประโยคบอกผล ไม่ได้ขยายหรือระบุคำนามที่อยู่ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

ใช้ so + คำคุณศัพท์ + that และเติมประโยคด้วย noisy: The room was ____ we could not hear each other.

ดูคำตอบ

so noisy that

Not only were the puzzles mathematical, ไวยากรณ์

6:20

ปริศนาไม่เพียงแต่เป็นเรื่องคณิตศาสตร์เท่านั้น

but people also had to have a good knowledge of psychology,

6:22

แต่ผู้คนยังต้องมีความรู้ที่ดีด้านจิตวิทยา

literature,

6:24

วรรณกรรม

philosophy,

6:25

ปรัชญา

science,

6:26

วิทยาศาสตร์

and religion.

6:26

และศาสนาอีกด้วย

ไวยากรณ์

Not only ... but ... also พร้อมการสลับคำเมื่ออยู่ต้นประโยค

Not only ... but ... also เชื่อมข้อเท็จจริงสองอย่างที่ขนานกัน และนำเสนอข้อที่สองว่าเป็นข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งมักน่าประหลาดใจกว่า ในประโยคนี้ ปริศนามีลักษณะทางคณิตศาสตร์ และผู้แก้ยังต้องมีความรู้ในสาขาอื่นอีกหลายด้าน เมื่อ Not only อยู่ต้นอนุประโยคแรก ต้องสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย ในที่นี้ย้ายกริยา be มาไว้หน้าประธานเป็น Not only were the puzzles ... ไม่ใช่ Not only the puzzles were ... ส่วนอนุประโยคที่สองใช้ลำดับประธาน-กริยาตามปกติ: but people also had to have .... ในอนุประโยคที่สอง also มักอยู่หน้ากริยาหลัก เช่น people also needed แต่จะอยู่หลัง be หรือกริยาช่วยหรือกริยาช่วยแสดงมโนทัศน์ตัวแรก เช่น people were also ready และ people could also help

แบบฝึกหัด

เติมช่องว่างสองช่องด้วยกลุ่มคำที่กำหนดคือ Not only และ but it also ตามลำดับ: ____ did the team finish early, ____ found two errors.

ดูคำตอบ

Not only · but it also

A few people actually did solve the puzzles. ไวยากรณ์

6:27

มีคนไม่กี่คนที่แก้ปริศนาได้จริงๆ

ไวยากรณ์

did ที่ใช้เน้นใน did solve

ในประโยคบอกเล่านี้ did ใช้เพิ่มน้ำหนัก โดยยืนยันว่าการไขปริศนาเกิดขึ้นจริง แม้จะคาดกันว่าปริศนายากเกินไป รูปอดีตธรรมดา solved เพียงบอกข้อเท็จจริง ส่วน did solve ใช้โต้ข้อสงสัยหรือเน้นความเหนือความคาดหมาย เนื่องจาก did เป็นตัวแสดงอดีต กริยาหลักจึงต้องคงรูปพื้นฐานไว้ โดยใช้ did solve ไม่ใช่ did solved โครงสร้างนี้เรียกว่า emphatic do ในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบเน้นของ solve: Maya really ____ the final puzzle, even though no one expected her to.

ดูคำตอบ

did solve

Some of those that did said the organization asked them some questions, ไวยากรณ์

6:29

บางคนที่ไขได้บอกว่าองค์กรนี้ถามคำถามบางอย่างกับพวกเขา

ไวยากรณ์

การใช้แทนวลีกริยาใน those that did

those หมายถึงคนเหล่านั้น และอนุประโยคสัมพันธ์ that did ระบุว่าคือคนกลุ่มไหน ในที่นี้ did ใช้แทนการกระทำ solve the puzzles ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ดังนั้น those that did จึงหมายถึงคนที่ไขปริศนาได้ การใช้ did แบบนี้เป็นการแทนวลีกริยา เพื่อไม่ต้องพูดวลีกริยาที่มีความหมายชัดเจนจากประโยคก่อนหน้าซ้ำอีก ผู้ฟังต้องเติมการกระทำที่ละไว้จากบริบท

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาช่วยรูปอดีตหนึ่งคำเพื่อหลีกเลี่ยงการพูด completed the maze ซ้ำ: Several people completed the maze. Those that ____ received a prize.

ดูคำตอบ

did

but nothing else happened.

6:33

แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก

The end of the puzzle was in the dark web,

6:34

จุดสิ้นสุดของปริศนาอยู่ในดาร์กเว็บ

but there appeared a post from the organization that stated

6:36

แต่มีโพสต์จากองค์กรปรากฏขึ้นโดยระบุว่า

they were disappointed people had only solved the puzzles in groups rather than individually. วลี

6:39

พวกเขาผิดหวังที่ผู้คนไขปริศนาได้เป็นกลุ่มมากกว่าที่จะไขด้วยตัวเอง

วลี

rather than: เปรียบต่างวิธีที่เกิดขึ้นจริงกับอีกทางเลือก

rather than นำ in groups มาเปรียบตรงข้ามกับ individually ประโยคนี้บอกว่าปริศนาถูกแก้ด้วยวิธีแรก ไม่ใช่วิธีที่สอง คำว่า disappointed แสดงว่า individually คือวิธีที่คาดหวังไว้ แต่ rather than เพียงอย่างเดียวไม่ได้แสดงความชอบนั้น ใช้ A rather than B เพื่อเสนอ A ว่าเป็นตัวเลือกที่เกิดขึ้นจริง ถูกเลือก หรือถูกแก้ไขให้ถูกต้อง โดยเปรียบต่างกับ B หากเป็นไปได้ ควรทำให้ A และ B มีรูปแบบไวยากรณ์ขนานกัน เหมือนกับสำนวนบอกวิธีสองส่วนในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Lena emailed the form rather than mailing it,” rather than แสดงความหมายใด?

  1. ลีนาส่งแบบฟอร์มทางอีเมล ไม่ได้ส่งทางไปรษณีย์
  2. ลีนาส่งแบบฟอร์มทางไปรษณีย์หลังจากส่งทางอีเมลแล้ว
  3. ลีนาไม่แน่ใจว่าตนเองใช้วิธีใด
ดูคำตอบ

ลีนาส่งแบบฟอร์มทางอีเมล ไม่ได้ส่งทางไปรษณีย์

Government,

6:44

รัฐบาล

cult,

6:44

ลัทธิ

or some highly intelligent human,

6:45

หรือมนุษย์ผู้ชาญฉลาดขั้นสูงคนใดคนหนึ่ง

no one really knows who created these puzzles. ไวยากรณ์

6:46

ไม่มีใครรู้จริงๆ ว่าใครคือผู้สร้างปริศนาเหล่านี้

ไวยากรณ์

knows who created: คำถามแบบฝังเกี่ยวกับตัวตน

Who created these puzzles เป็นคำถามแบบฝังที่ตามหลัง knows อนุประโยค who ทั้งส่วนคือสิ่งที่ไม่มีใครรู้ นั่นคือตัวตนของผู้สร้าง ภายในอนุประโยค who เป็นประธานของ created จึงอยู่หน้าคำกริยาโดยตรงเป็น who created ไม่ต้องใช้การสลับตำแหน่งแบบคำถามตรงหรือเติม do ในรูปกลาง ๆ นี่เป็นรูปแบบทั่วไปของคำถามแบบฝังหลังคำกริยาอย่าง know, remember และ wonder

แบบฝึกหัด

เลือกส่วนเติมที่เป็นกลางและเป็นมาตรฐาน: “No one knows ___.”

  1. who wrote the message
  2. who did write the message
  3. who the message wrote
ดูคำตอบ

who wrote the message

So,

6:49

ดังนั้น

can you add to this list

6:49

คุณสามารถเพิ่มสิ่งใดในรายการนี้ได้ไหม

or tell us what you know about the ones we've listed?

6:50

หรือช่วยบอกเราทีว่าคุณรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องที่เราจัดอันดับไว้?

Let us know in the comments.

6:52

บอกเราในช่องคอมเมนต์สิ

Also,

6:54

นอกจากนี้

be sure to check out our other video called What happened to Malaysia Airlines Flight 370.

6:54

อย่าลืมดูวิดีโออื่นๆ ของเราที่ชื่อ What happened to Malaysia Airlines Flight 370 ด้วยนะ

Thanks for watching

6:58

ขอบคุณที่รับชม

and as always,

6:58

และเช่นเคย

don't forget to like,

6:59

อย่าลืมกดไลก์

share,

7:00

แชร์

and subscribe.

7:00

และกดติดตามด้วยล่ะ

See you next time.

7:01

แล้วพบกันใหม่คราวหน้า