สิ่งมีชีวิตโบราณที่เก่าแก่พอๆ กับจักรวาล: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Kurzgesagt – In a Nutshell
แนะนำวิดีโอ: วิดีโอนี้ตรวจสอบแนวคิดที่ยังไม่พิสูจน์สองข้อ คือชีวิตอาจเก่าแก่กว่าโลก และเอกภพยุคแรกอาจเคยเหมาะต่อชีวิตช่วงสั้น ๆ ก่อนชี้ไปยังหลักฐานที่อาจพบในระบบสุริยะ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “as far as we know,”——วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: จำกัดข้ออ้างทางวิทยาศาสตร์ไว้เท่าที่หลักฐานปัจจุบันรองรับ และเปิดทางให้การค้นพบใหม่แทนการพูดเป็นข้อเท็จจริงเด็ดขาด 2. “a chicken-egg paradox”——สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจการพึ่งพาแบบวนซ้ำที่โปรตีนกับจีโนมต่างต้องการให้อีกฝ่ายมีอยู่ก่อน แล้วนำภาพนี้ไปใช้กับปัญหาเหตุผลอื่น 3. “A Goldilocks baby universe.”——วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: เชื่อมโยงนิทานกับเงื่อนไขที่ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป และเข้าใจบทบาทในข้อถกเถียงเรื่องความเอื้อต่อชีวิต
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Life has existed on one planet for about 4 billion years as far as we know, วลี
0:00เท่าที่เรารู้ สิ่งมีชีวิตดำรงอยู่บนดาวเคราะห์ดวงหนึ่งมาประมาณ 4 พันล้านปีแล้ว
“as far as we know” เพื่อจำกัดข้อความตามความรู้ที่มี
“as far as we know” จำกัดข้อความให้อยู่ในขอบเขตของข้อมูลที่ผู้คนมีอยู่ในปัจจุบัน หมายถึง “ตามที่รู้ในตอนนี้” ดังนั้นผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าเป็นความจริงแน่นอนโดยสมบูรณ์ ในประโยคนี้ วลีนี้เปิดโอกาสไว้ว่าสิ่งมีชีวิตอาจเคยมีอยู่ที่อื่นหรือก่อนหน้านั้น แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน far ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงระยะทางจริง วลีทั้งชุดเป็นคำแทรกที่ช่วยจำกัดข้อความอย่างระมัดระวัง
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่จำกัดข้อความไว้ตามความรู้ในปัจจุบันให้สมบูรณ์: No one has found life on another planet, ____.
ดูคำตอบ
as far as we know
but it might have started right after the Big Bang, ไวยากรณ์
0:05แต่มันอาจเริ่มต้นขึ้นทันทีหลังจากบิ๊กแบง
“might have started” สำหรับความเป็นไปได้ในอดีตที่ไม่แน่นอน
“might have started” ใช้โครงสร้าง might + have + คำกริยาช่องที่ 3 โดยนำเสนอการเริ่มต้นว่าเป็นเหตุการณ์ในอดีตที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว รูป perfect อย่าง have started วางการเริ่มต้นที่เป็นไปได้นี้ไว้ก่อนเวลาปัจจุบัน ส่วน might แสดงความไม่แน่นอนว่าผู้พูดมองว่านี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายความเป็นไปได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ might have และคำกริยาช่องที่ 3 ของ start เพื่อคาดเดาอดีตอย่างไม่แน่นอน: The leak ____ before sunrise.
ดูคำตอบ
might have started
when the universe was much stranger and more fantastic than today.
0:09เมื่อตอนที่จักรวาลยังแปลกประหลาดและมหัศจรรย์กว่าปัจจุบันมาก
A universe that might have allowed life to develop absolutely anywhere.
0:13จักรวาลที่อาจเปิดโอกาสให้สิ่งมีชีวิตพัฒนาขึ้นได้ในทุกๆ ที่
waiting for a few drops of rain to explosively bloom and grow.
0:23เฝ้ารอฝนเพียงไม่กี่หยดเพื่อที่จะเบ่งบานและเติบโตอย่างรวดเร็ว
“the seeds of life” ในฐานะคำเปรียบเทียบ
ในประโยคนี้ “the seeds of life” เป็นคำเปรียบเทียบถึงชีวิตที่อยู่ในภาวะสงบนิ่งหรือจุดเริ่มต้นของชีวิต ซึ่งอาจเดินทาง อยู่เฉย ๆ และเริ่มเติบโตเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม ไม่ได้หมายถึงเมล็ดพืชหรือวัตถุที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบแล้ว คำเปรียบเทียบนี้นำเสนอว่าชีวิตมีศักยภาพที่ซ่อนอยู่ เช่นเดียวกับเมล็ดที่รอฝน ชีวิตอาจดูเหมือนไม่เคลื่อนไหวก่อนจะเริ่มพัฒนาอย่างฉับพลัน ภาพนี้เชื่อมโยงแนวคิดเรื่องการหลับ การเบ่งบาน และการเติบโต
แบบฝึกหัด
นักวิทยาศาสตร์กำลังอธิบายจุลินทรีย์ที่อยู่ในภาวะสงบนิ่งและอาจเริ่มเติบโตเมื่อมีน้ำ วลีใดนำเสนอจุลินทรีย์เหล่านี้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่สามารถแพร่กระจายและเติบโตได้ดีที่สุด
- forms of life
- the seeds of life
- signs of life
ดูคำตอบ
the seeds of life
Tiny and not so tiny aliens might be everywhere.
0:28เอเลี่ยนตัวจิ๋วและตัวที่ไม่จิ๋วอาจมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง
“scientifically grounded”: มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
“Scientifically grounded” หมายถึงมีพื้นฐานมาจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หลักการที่ได้รับการยอมรับ หรือการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ที่สมเหตุสมผล grounded ในที่นี้หมายถึง “มีรากฐานที่มั่นคง” ไม่ได้หมายถึง “ถูกลงโทษให้อยู่แต่บ้าน” หรือการต่อสายดินทางไฟฟ้า สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าความเป็นไปได้เหล่านั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว ใน “highly speculative, yet scientifically grounded” คำว่า yet แสดงความขัดแย้งว่า แนวคิดเหล่านี้ก้าวพ้นสิ่งที่เรารู้ แต่ไม่ใช่การคาดเดาที่ไร้หลักฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “มีพื้นฐานจากหลักฐานหรือหลักการทางวิทยาศาสตร์”: The theory is unconfirmed, but it is ____.
ดูคำตอบ
scientifically grounded
the second things calmed down and the first oceans formed, ไวยากรณ์
0:56วินาทีที่ทุกอย่างสงบลงและมหาสมุทรแห่งแรกก่อตัวขึ้น
the second things calmed down: โครงสร้างที่แปลว่า “ทันทีที่...”
ในประโยคนี้ the second นำหน้าประโยคย่อยบอกเวลา และหมายถึง “ทันทีที่” หรือ “พอ...ก็...ทันที” แสดงว่าเหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นแทบจะทันทีหลังจากสภาพต่าง ๆ สงบลง โครงสร้างนี้เชื่อมเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นกับเหตุการณ์ถัดมา ทำให้ลำดับเรื่องฟังดูรวดเร็วและมีชีวิตชีวา ในที่นี้ second ไม่ได้หมายถึง “ที่สอง” ในความหมายของลำดับ
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เติมในประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติและแสดงว่าเหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นทันที: ___ the bell rang, the children lined up.
- At second
- The second one
- The second
ดูคำตอบ
The second
life just appeared and zillions of microbes settled every nook and cranny they found. สำนวน
1:00สิ่งมีชีวิตก็ปรากฏขึ้น และจุลินทรีย์นับไม่ถ้วนก็เข้าไปอาศัยอยู่ในทุกซอกทุกมุมที่พวกมันพบ
every nook and cranny: สำนวนที่หมายถึง “ทุกซอกทุกมุม”
Every nook and cranny เป็นสำนวนที่หมายถึงทุกส่วนของสถานที่ รวมถึงมุมเล็ก ๆ หรือมุมที่ซ่อนอยู่ ในประโยคนี้หมายความว่าจุลินทรีย์กระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งหมดที่พวกมันไปถึงได้ Every ทำให้เห็นว่าครอบคลุมอย่างครบถ้วน ส่วน nook and cranny เป็นคำคู่ที่ใช้สร้างภาพ ไม่ได้หมายถึงสถานที่สองประเภทที่ระบุอย่างแม่นยำ สำนวนนี้มักเพิ่มน้ำหนักหรือความเกินจริงเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึงทุกส่วนเล็ก ๆ หรือส่วนที่ซ่อนอยู่ของสถานที่ลงในประโยค: The cleaner dusted ____ before the guests arrived.
ดูคำตอบ
every nook and cranny
Life on Earth seems to be almost as old as the planet itself, ไวยากรณ์
1:07สิ่งมีชีวิตบนโลกดูเหมือนจะมีอายุเกือบจะพอๆ กับตัวดาวเคราะห์เอง
เก่าแก่เกือบเท่ากับตัวโลกเอง
almost as old as หมายถึง “มีอายุใกล้เคียงกันมาก” แต่ไม่ได้เท่ากันอย่างสมบูรณ์ ในที่นี้สื่อว่าสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นหลังจากโลกก่อตัวได้ไม่นาน โครงสร้างคือ almost as + คำคุณศัพท์ + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ คำว่า almost ทำให้ความเท่ากันไม่สมบูรณ์ ถ้าตัดออก as old as จะหมายถึงมีอายุเท่ากัน ส่วน itself เน้นว่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือโลกเอง ไม่ใช่สิ่งอื่นที่เกี่ยวข้องกับโลก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย almost as ... as และคำคุณศัพท์ old: The bridge is ____ the castle.
ดูคำตอบ
almost as old as
ราวกับว่ามันกำลังรอโอกาสอยู่
as if ใช้นำการเปรียบเทียบจากสิ่งที่ดูเหมือนหรือจากจินตนาการ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ประโยคนี้ทำให้สิ่งมีชีวิตมีลักษณะเหมือนคน โดยวาดภาพว่ามันกำลังรอจังหวะที่เหมาะสม อนุประโยคหลัง as if บอกภาพที่จินตนาการขึ้น waiting around หมายถึงอยู่รอโดยแทบไม่ได้ทำอะไรจนกว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น ที่นี่จึงทำให้เหตุการณ์ทางวิทยาศาสตร์ฟังดูเหมือนมีเจตนา ทั้งที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถวางแผนหรือรอได้จริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as if เพื่อนำเสนอการเปรียบเทียบจากจินตนาการ แทนที่จะบอกสาเหตุที่ยืนยันแล้ว
- The wind shook the windows as if the house was shivering.
- The wind shook the windows after the rain began.
- The wind shook the windows because the storm was strong.
ดูคำตอบ
The wind shook the windows as if the house was shivering.
But life didn't only appear extremely quickly.
1:14แต่สิ่งมีชีวิตไม่ได้ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงอย่างเดียว
crossed a huge gap: การข้ามระหว่างขั้นที่แตกต่างกันมาก
ในที่นี้ crossed a huge gap เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการย้ายจากขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้นที่ซับซ้อนกว่ามาก gap ไม่ใช่ช่องเปิดจริง ๆ แต่เป็นความแตกต่างอย่างมากระหว่างสารเคมีที่ไม่มีชีวิตกับระบบสิ่งมีชีวิต รูปแบบ cross a gap ใช้บรรยายการข้ามระดับ ขั้น หรือสภาวะที่ยากลำบากได้ คำว่า huge เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเกิดขึ้นนั้นใหญ่เพียงใด
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับความหมายเชิงเปรียบเทียบของ crossed a huge gap มากที่สุด
- ผู้เรียนคนหนึ่งพัฒนาจากการอ่านคำง่าย ๆ ไปสู่การอ่านนิยายได้ทั้งเล่ม
- นักเดินป่าคนหนึ่งก้าวข้ามรอยแยกกว้างบนพื้น
- สองทีมจบการแข่งขันด้วยคะแนนเท่ากัน
ดูคำตอบ
ผู้เรียนคนหนึ่งพัฒนาจากการอ่านคำง่าย ๆ ไปสู่การอ่านนิยายได้ทั้งเล่ม
qualify as living things: การผ่านเกณฑ์ของหมวดหมู่
Qualify as หมายถึงการผ่านเกณฑ์จนถือว่าเป็นบุคคลหรือสิ่งของประเภทหนึ่ง ในประโยคนี้ พฤติกรรมที่ตามมาถูกนำเสนอเป็นเงื่อนไขที่จุลินทรีย์ต้องมีจึงจะนับว่าเป็นสิ่งมีชีวิต โครงสร้างคือ qualify as + หมวดหมู่ เช่น qualify as living things, qualify as a planet หรือ qualify as an emergency ใช้จัดประเภทบางสิ่งตามชุดเกณฑ์ที่กำหนด
แบบฝึกหัด
เลือกสำนวนที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: Under the rules, this 25-minute movie can ___ a short film.
- qualify to
- qualify as
- qualify for
ดูคำตอบ
qualify as
the biological instruction manual that sets the inner workings of an organism. ลำดับความ
1:30ซึ่งก็คือคู่มือคำสั่งทางชีววิทยาที่กำหนดกลไกการทำงานภายในของสิ่งมีชีวิต
the biological instruction manual ในฐานะวลีซ้อนอธิบาย
วลี the biological instruction manual อยู่ต่อจาก a genome โดยตรงและทำหน้าที่เป็นนามวลีซ้อนอธิบาย คือเปลี่ยนชื่อหรืออธิบายคำนามที่อยู่ข้างหน้า ไม่ได้เพิ่มสิ่งที่สองเข้ามาในประโยค ในที่นี้ instruction manual เป็นคำเปรียบเทียบถึงหน้าที่ของจีโนม ประโยคบอกศัพท์วิชาการก่อน แล้วอธิบายใหม่ทันทีด้วยภาพของสิ่งที่คุ้นเคย ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that อธิบายว่า 'คู่มือ' นี้ควบคุมอะไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลีซ้อนอธิบายศัพท์วิชาการด้วยสิ่งเปรียบเทียบที่คุ้นเคย
- Photosynthesis is useful because plants need food.
- The plant uses photosynthesis and a food factory.
- Photosynthesis, the food factory of a plant, uses light energy.
ดูคำตอบ
Photosynthesis, the food factory of a plant, uses light energy.
How ... became ... is: อนุประโยค how ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
ข้อความทั้งหมดตั้งแต่ How dead things with no genome จนถึง became living things with genomes เป็นอนุประโยค how ซึ่งนำกระบวนการหรือคำถามมาเป็นหัวข้อ ดังนั้นอนุประโยคทั้งหมดจึงทำหน้าที่เป็นประธานของ is เนื่องจากไม่ใช่คำถามโดยตรง ภายในอนุประโยคจึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how + ประธาน + กริยา ดังใน How dead things ... became ... ไม่ใช้ลำดับคำถามแบบ How did ... become ... การมองอนุประโยคทั้งหมดเป็นประธานหนึ่งหน่วยยังอธิบายได้ว่าทำไมจึงใช้กริยาเอกพจน์ is
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค how เป็นประธานได้ถูกต้อง
- How did the machine fail is still a mystery.
- How the machine failed is still a mystery.
- How the machine failed are still a mystery.
ดูคำตอบ
How the machine failed is still a mystery.
Both proteins and genomes are super long molecules made of pretty complex blocks
1:49ทั้งโปรตีนและจีโนมเป็นโมเลกุลที่ยาวมาก ซึ่งทำจากบล็อกที่ค่อนข้างซับซ้อน
that are extremely difficult to assemble by chance.
1:54จนยากเหลือเกินที่จะประกอบกันขึ้นมาด้วยความบังเอิญ
It's a chicken-egg paradox with several chickens and eggs. สำนวน
1:57มันคือความขัดแย้งแบบไก่กับไข่ที่มีไก่และไข่หลายฟอง
ภาพเปรียบเทียบใน “a chicken-egg paradox”
a chicken-egg paradox คือปัญหาการพึ่งพากันเป็นวงจร: ดูเหมือนว่า A ต้องมี B ก่อน ขณะเดียวกัน B ก็ดูเหมือนว่าต้องมี A ก่อนเช่นกัน ภาพเปรียบเทียบนี้มาจากคำถามเก่าแก่ที่ว่าไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ในประโยคนี้ ความสัมพันธ์ที่พึ่งพากันหลายชุดทำให้ปัญหาซับซ้อนยิ่งขึ้น สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงสัตว์จริง ๆ และไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ไม่รู้ลำดับเท่านั้น แต่เน้นว่าแต่ละฝ่ายต้องมีอีกฝ่ายก่อนจึงจะเริ่มต้นได้
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า a chicken-egg paradox มากที่สุด
- ผู้เรียนลองหลายวิธีและเรียนรู้ว่าวิธีใดใช้ได้ผล
- รถโดยสารมาสายเพราะติดอยู่ในการจราจร
- แอปใหม่ต้องมีผู้ใช้เพื่อดึงดูดร้านอาหาร แต่ก็ต้องมีร้านอาหารเพื่อดึงดูดผู้ใช้
ดูคำตอบ
แอปใหม่ต้องมีผู้ใช้เพื่อดึงดูดร้านอาหาร แต่ก็ต้องมีร้านอาหารเพื่อดึงดูดผู้ใช้
But starting from simple dead stuff and reaching that level of sophistication by pure chance,
2:05แต่การเริ่มจากสิ่งไม่มีชีวิตธรรมดาๆ แล้วไปถึงระดับความซับซ้อนนั้นได้ด้วยความบังเอิญล้วนๆ
should require an amazing amount of time for trial and error. วลี
2:10ควรจะต้องใช้เวลาในการลองผิดลองถูกอย่างมหาศาล
สำนวนตายตัว “trial and error”
trial and error เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงการหาคำตอบด้วยการลองซ้ำ ๆ สังเกตว่าสิ่งใดไม่ได้ผล แล้วปรับเปลี่ยนและลองใหม่ คำว่า error ในที่นี้หมายถึงความพยายามที่ไม่สำเร็จซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ไม่ใช่ความผิดครั้งเดียวที่ต้องกล่าวโทษใคร ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวอธิบายว่าต้องทดลองการรวมกันแบบสุ่มเป็นเวลานานมาก ก่อนที่จะเกิดผลลัพธ์ที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ด้วยการลองซ้ำ ๆ และเรียนรู้จากสิ่งที่ไม่ได้ผล”: The technician found the right setting through ____.
ดูคำตอบ
trial and error
how did the first living things manage to cross that gap
2:15สิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกสามารถข้ามช่องว่างนั้นได้อย่างไร
could have efficiently produced the first self-replicating entities. การใช้คำ
2:29สามารถสร้างสิ่งมีชีวิตที่จำลองตัวเองได้กลุ่มแรกอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร
ซุปดึกดำบรรพ์ของโมเลกุลก่อนชีวภาพ: อุปลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์
primitive soup of prebiotic molecules เป็นอุปลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เห็นภาพได้ชัด ใช้เรียกส่วนผสมของสารเคมีง่าย ๆ บนโลกยุคแรกเริ่มก่อนที่จะมีสิ่งมีชีวิต ในที่นี้ soup สื่อถึงสภาพแวดล้อมที่ผสมปนกันและเป็นของไหล ส่วน primitive หมายถึงช่วงแรกเริ่มหรือยังไม่ซับซ้อน ไม่ได้หมายถึงหยาบคาย และ prebiotic หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสภาวะก่อนเกิดชีวิต ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเรียกสภาพแวดล้อมทางเคมีตั้งต้นที่มีการเสนอว่าอาจนำไปสู่การเกิดชีวิต ไม่ได้หมายถึงอาหารจริง และไม่ได้บอกว่าส่วนผสมนี้มีชีวิตอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ primitive soup of prebiotic molecules หมายถึงอะไร
- ส่วนผสมของสารเคมีง่าย ๆ ที่มีอยู่ก่อนเกิดชีวิต
- อาหารจริงที่สิ่งมีชีวิตยุคแรกกิน
- ส่วนผสมแบบหยาบ ๆ ของวัตถุดิบอาหารสมัยใหม่
- กลุ่มเซลล์มีชีวิตที่พัฒนาเต็มที่แล้ว
ดูคำตอบ
ส่วนผสมของสารเคมีง่าย ๆ ที่มีอยู่ก่อนเกิดชีวิต
เอนทิตีที่จำลองตัวเองได้: คำเรียกทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลาง
Self-replicating เป็นคำคุณศัพท์ประสม: self- หมายถึงสิ่งนั้นสร้างสำเนาของตัวเอง ส่วน replicating หมายถึงการสร้างสำเนาอีกชุดหนึ่ง คำนี้บอกถึงความสามารถหรือกระบวนการคัดลอก ไม่ได้สื่อถึงความรู้สึกนึกคิด ความอยาก หรือการตัดสินใจอย่างมีสติ Entities เป็นคำที่เป็นกลางสำหรับสิ่งหรือโครงสร้างที่แยกเป็นหน่วยได้ เมื่อนำมารวมกัน self-replicating entities หมายถึงรูปแบบยุคแรกเริ่มที่อาจสร้างสำเนาได้โดยไม่ต้องมีผู้คัดลอกจากภายนอก และไม่ได้ยืนยันว่ารูปแบบเหล่านั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แล้ว
แบบฝึกหัด
รายงานฉบับหนึ่งต้องการคำเรียกโครงสร้างที่สร้างสำเนาของตัวเองได้ โดยไม่บอกว่าโครงสร้างเหล่านั้นเป็นสิ่งมีชีวิต คำใดแม่นยำที่สุด
- replicating entities
- living organisms
- self-replicating entities
- conscious agents
ดูคำตอบ
self-replicating entities
But we still don't know how exactly this would have worked.
2:33แต่เราก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่ามันทำงานอย่างไร
think backwards: ให้เหตุผลจากผลลัพธ์ย้อนกลับไปหาสาเหตุก่อนหน้า
think backwards ส่งสัญญาณว่ารูปแบบการให้เหตุผลกำลังจะเปลี่ยนไป แทนที่จะเริ่มจากสาเหตุก่อนหน้าแล้วคาดการณ์ผล ผู้พูดเสนอให้เริ่มจากสิ่งที่รู้ในปัจจุบัน แล้วไล่เหตุผลย้อนกลับไปหาจุดเริ่มต้นก่อนหน้านั้น ในที่นี้ backwards บอกทิศทางของการให้เหตุผล ไม่ได้หมายถึงการกลับลำดับคำหรือย้อนความคิดตามลำดับตรงกันข้าม วลีนี้เตรียมให้ผู้ฟังรู้ว่าคำอธิบายต่อไปจะเริ่มจากผลในปัจจุบันแล้วมุ่งย้อนสู่อดีต
แบบฝึกหัด
ใน “Maybe we need to think backwards.” วลี think backwards บอกถึงการเปลี่ยนวิธีให้เหตุผลอย่างไร?
- หยุดใช้เหตุผลแล้วพึ่งความจำเท่านั้น
- เริ่มจากผลลัพธ์แล้วใช้เหตุผลย้อนกลับไปหาสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
- พูดแนวคิดเดิมซ้ำโดยเรียงคำในลำดับกลับกัน
ดูคำตอบ
เริ่มจากผลลัพธ์แล้วใช้เหตุผลย้อนกลับไปหาสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
Think of genomes as a book telling the history of life. ไวยากรณ์
2:42ลองคิดว่าจีโนมเป็นเหมือนหนังสือที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของสิ่งมีชีวิต
Think of A as B: การสร้างการเปรียบเทียบ
Think of A as B หมายถึง “มอง A ในใจว่าอยู่ในบทบาทหรือภาพของ B” ผู้พูดชวนให้ผู้ฟังเข้าใจแนวคิด A ที่ไม่คุ้นเคยผ่านการเปรียบเทียบกับ B ที่คุ้นเคยกว่า ในประโยคนี้ A คือ genomes และ B คือ a book คำว่า as ใช้นำสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ จึงเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ think of A as B และไม่ได้แปลว่า “เพราะว่า”
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปสองคำตามรูปแบบ think of A as B ให้ประโยคสมบูรณ์: Think ____ the city's subway map ____ a web.
ดูคำตอบ
of · as
the story of life got more and more complex. ไวยากรณ์
2:58เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตก็ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
more and more complex: แนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง
more and more + คำคุณศัพท์ แสดงว่าสิ่งเดียวกันมีคุณสมบัตินั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา ในประโยคนี้ ชีวิตไม่ได้เพียงแค่ลงเอยด้วยความซับซ้อน แต่ระดับความซับซ้อนเพิ่มขึ้นทีละขั้นตลอดหลายพันล้านปี โครงสร้างนี้บอกการเปลี่ยนแปลงตามเวลา ไม่ใช่การเปรียบเทียบสิ่งของหลายอย่าง การใช้ more ซ้ำทำให้รู้สึกว่าการเพิ่มขึ้นดำเนินต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบซ้ำที่แสดงการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง: As the game added new rules, it became ____ complex.
ดูคำตอบ
more and more
A genome can be viewed as a long string of letters with biological instructions.
3:01จีโนมสามารถมองได้ว่าเป็นสายอักขระยาวที่มีคำสั่งทางชีววิทยา
functional genomes seem to have been increasing in size at a fairly constant rate.
3:07จีโนมที่ทำงานได้ดูเหมือนจะมีขนาดเพิ่มขึ้นในอัตราที่ค่อนข้างคงที่
The functional genome of fish is more than twice that of worms. ไวยากรณ์
3:13จีโนมที่ทำงานได้ของปลามีขนาดเป็นกว่าสองเท่าของหนอน
more than twice that of ...: การเปรียบเทียบสิ่งประเภทเดียวกัน
ในรูปแบบ A is more than twice that of B คำว่า that ใช้แทนกลุ่มคำนามเอกพจน์ที่กล่าวไปแล้ว ในประโยคนี้คือ the functional genome วิธีนี้ทำให้เปรียบเทียบสิ่งประเภทเดียวกัน คือจีโนมของปลากับจีโนมของหนอน ไม่ใช่เปรียบเทียบจีโนมกับตัวหนอนเอง More than twice หมายความว่าปริมาณแรกมากกว่าสองเท่าของปริมาณที่สอง ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มปริมาณที่เท่ากันอีกสองชุดเข้าไปจากปริมาณที่สอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปรียบเทียบแบบเป็นทางการด้วยคำแทนเอกพจน์เพื่อไม่ให้ต้องพูด battery life ซ้ำ: The battery life of this tablet is more than twice ____ the older model.
ดูคำตอบ
that of
Our functional genome is about twice bigger than that of fish,
3:17จีโนมที่ทำงานได้ของเรามีขนาดประมาณสองเท่าของปลา
and so on: การจบรายการโดยละตัวอย่างที่เหลือ
and so on ใช้จบรายการโดยไม่ต้องบอกตัวอย่างที่เหลือทั้งหมด เป็นการบอกผู้ฟังว่ายังมีสิ่งอื่นที่อยู่ในประเภทเดียวกันหรือเป็นไปตามรูปแบบเดียวกับสิ่งที่กล่าวมาแล้ว ในประโยคนี้ ผู้พูดหมายความว่ายังยกตัวอย่างคล้ายกันต่อได้ ไม่ได้หมายความว่ากำลังจะเริ่มขั้นตอนใหม่ถัดไป
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่ใช้จบรายการโดยละตัวอย่างคล้ายกันที่เหลือไว้: The store sells notebooks, pens, folders, ____.
ดูคำตอบ
and so on
let's run with this: ใช้แนวคิดนี้ไปก่อนแล้วเดินหน้าต่อ
ใน let's run with this คำว่า run with เป็นสำนวน หมายถึงการยอมรับ ใช้ หรือพัฒนาแนวคิดหนึ่ง แล้วดำเนินการต่อโดยอาศัยแนวคิดนั้น ส่วนกรรม this หมายถึงแนวคิดที่กำลังพูดถึงอยู่ สำนวนนี้เสนอให้เดินหน้าต่อไปก่อน แม้แนวคิดนั้นอาจถูกทำให้ง่ายลง ยังไม่แน่นอน หรือยังไม่สมบูรณ์ คำว่า let's ทำให้ประโยคนี้เป็นข้อเสนอให้ร่วมกันทำ ไม่ใช่หลักฐานว่าแนวคิดนั้นถูกต้อง
แบบฝึกหัด
ทีมรู้ว่าแนวคิดหนึ่งยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย แต่ต้องการลองสำรวจดู ประโยคใดเสนออย่างเป็นธรรมชาติให้ใช้แนวคิดนั้นไปก่อนแล้วดำเนินการต่อ?
- Let's stop here until every detail is certain.
- Let's run with this and see where it leads.
- Let's ignore this idea and choose something unrelated.
ดูคำตอบ
Let's run with this and see where it leads.
put all these clues together: นำเบาะแสทั้งหมดมาประกอบกัน
ในประโยคนี้ put all these clues together เป็นกริยาวลีที่หมายถึงนำเบาะแสที่แยกกันมาประกอบกัน ผู้พูดไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนย้ายสิ่งของจริง ๆ แต่กำลังพิจารณาเบาะแสเหล่านี้เป็นหลักฐาน เมื่อวิเคราะห์เบาะแสทั้งหมดร่วมกัน เราจะได้ข้อสรุป โดยทั่วไป put information, facts, or signs together ใช้บอกการอนุมานจากข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือสัญญาณหลายอย่าง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ put all these clues together หมายถึงอะไร
- รวมเบาะแสที่แยกกันเพื่อหาข้อสรุป
- ซ่อนเบาะแสไม่ให้ใครหาเจอ
- นำเบาะแสทั้งหมดไปวางไว้ที่เดียวกัน
ดูคำตอบ
รวมเบาะแสที่แยกกันเพื่อหาข้อสรุป
it seems that genomes have been doubling in size on average every 350 million years or so. วลี
3:27ดูเหมือนว่าจีโนมจะมีขนาดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าโดยเฉลี่ยในทุกๆ 350 ล้านปีโดยประมาณ
on average every 350 million years or so: โดยเฉลี่ยประมาณทุก ๆ 350 ล้านปี
On average หมายถึงรูปแบบโดยเฉลี่ยจากช่วงเวลาหรือการสังเกตหลายครั้ง ไม่ได้ยืนยันว่าทุกช่วงเวลาจะเท่ากัน ที่นี่ใช้บอกระยะเวลาโดยประมาณระหว่างการที่ขนาดของจีโนมเพิ่มเป็นสองเท่า Every 350 million years or so หมายถึงประมาณหนึ่งครั้งในทุก ๆ 350 ล้านปี คำว่า or so ทำให้ตัวเลขมีความไม่แน่นอน จึงไม่ได้บอกว่าทุกช่วงเวลาต้องเท่ากับ 350 ล้านปีพอดี
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ on average every 350 million years or so บอกอะไร
- ช่วงเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 350 ล้านปี
- มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 350 ล้านปีก่อน
- ทุกช่วงเวลามีระยะห่างเท่ากับ 350 ล้านปีพอดี
ดูคำตอบ
ช่วงเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 350 ล้านปี
As if evolution had been following an exponential inner clock.
3:33ราวกับว่าวิวัฒนาการได้เดินตามนาฬิกาภายในที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ
already seem to have had pretty long and complex genomes.
3:45แต่ดูเหมือนว่าพวกมันมีจีโนมที่ค่อนข้างยาวและซับซ้อนอยู่แล้ว
even if they look simple: การยอมรับเงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนข้อสรุป
even if ใช้นำเงื่อนไขที่ผู้พูดยอมรับเพื่อใช้ในการให้เหตุผล ในที่นี้ they look simple ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่อาจเป็นจริงหรือยอมรับไว้ก่อน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว ข้อสรุปหลักยังคงเป็นจริงภายใต้เงื่อนไขนั้น กล่าวคือ จุลชีพกลุ่มแรกดูเหมือนจะมีจีโนมที่ยาวและซับซ้อนอยู่แล้ว โครงสร้าง even if + อนุประโยค, ประโยคหลัก หมายความว่าข้อสรุปจะไม่เปลี่ยน ไม่ว่าเงื่อนไขนั้นจะเป็นจริงหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่แสดงว่าฝนจะไม่เปลี่ยนแผน: ____ it rains, the game will continue indoors.
ดูคำตอบ
Even if
But how could life have achieved that level of complexity
3:50แต่สิ่งมีชีวิตจะบรรลุความซับซ้อนในระดับนั้นได้อย่างไร
We just take our exponential clock and extrapolate it back in time to the simplest conceivable life form. การใช้คำ
3:58เราแค่นำนาฬิกาทวีคูณของเราแล้วคาดการณ์ย้อนกลับไปในอดีตจนถึงสิ่งมีชีวิตที่เรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้
extrapolate it back in time: ประมาณค่านอกช่วงข้อมูลที่สังเกตได้
extrapolate หมายถึงการขยายแนวโน้มหรือแบบจำลองที่ทราบอยู่แล้วออกไปนอกช่วงข้อมูลที่มีจริง ในประโยคนี้ it หมายถึงมาตรวัดหรือแบบจำลองแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล ส่วน back in time บอกทิศทางว่าให้ใช้แบบจำลองประมาณระยะที่เก่ากว่า ผลจากการ extrapolate เป็นการประมาณ ไม่ใช่การสังเกตโดยตรงหรือข้อเท็จจริงที่รับประกันได้ ยิ่งขยายแบบจำลองออกไปไกลจากข้อมูลที่ทราบมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องระมัดระวังในการสรุปมากขึ้น
แบบฝึกหัด
นักวิจัยมีข้อมูลการวัดตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2025 และใช้แนวโน้มเพื่อประมาณค่าในปี 2035 คำกริยาใดอธิบายวิธีนี้ได้ดีที่สุด
- extrapolate
- observe directly
- interpolate
ดูคำตอบ
extrapolate
Something equivalent to a being with a genome containing just a few letters.
4:05บางสิ่งที่เทียบเท่ากับสิ่งมีชีวิตที่มีจีโนมซึ่งประกอบด้วยตัวอักษรเพียงไม่กี่ตัว
end up 10 billion years in the past: ผลลัพธ์สุดท้าย
ในประโยคนี้ end up ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากการใช้เหตุผลเป็นลำดับ การคำนวณทำให้เราไปถึงจุดเวลาหนึ่งหมื่นล้านปีก่อน ผลลัพธ์นี้ไม่ได้เห็นได้ชัดตั้งแต่แรก และไม่ได้หมายถึงการเดินทางที่วางแผนไว้ โดยทั่วไป end up + สถานที่ เวลา สภาพ หรือผลลัพธ์ ใช้บอกว่ากระบวนการหนึ่งนำไปสู่จุดใดในท้ายที่สุด มักสื่อถึงผลที่คาดไม่ถึงหรือไม่ได้ตั้งใจ
แบบฝึกหัด
After three wrong turns, we ______ the old bridge. ตัวเลือกใดบอกถึงผลลัพธ์สุดท้ายที่ไม่ได้วางแผนไว้?
- ended up at
- went back to
- headed toward
ดูคำตอบ
ended up at
somewhere out there, in space: การชี้ไปยังสถานที่ไกลแบบคลุมเครือ
somewhere out there หมายถึงสถานที่ที่ไม่ได้ระบุแน่ชัดและให้ความรู้สึกว่าอยู่ไกลจากผู้พูด ในประโยคนี้ out there ชี้ไปยังบริเวณนอกโลก แต่ไม่ได้บอกตำแหน่งที่แน่นอน วลี in space ที่ตามมาช่วยจำกัดความหมายกว้าง ๆ ให้ชัดว่าอยู่ในบริเวณใด ทั้งสองส่วนทำงานร่วมกันเป็นการบอกสถานที่แบบคลุมเครือแล้วตามด้วยคำอธิบาย ไม่ได้หมายถึงจุดหมายสองแห่งแยกกัน
แบบฝึกหัด
The cabin is ______, beyond the fields. ตัวเลือกใดแสดงว่ายังไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอนและสถานที่นั้นอยู่ไกล?
- somewhere out there
- at this exact address
- right over there
ดูคำตอบ
somewhere out there
This would explain why life started to thrive so quickly on our young planet.
4:25สิ่งนี้จะอธิบายได้ว่าเหตุใดสิ่งมีชีวิตจึงเริ่มเจริญงอกงามอย่างรวดเร็วบนดาวเคราะห์เกิดใหม่ของเรา
If it was already present in space like a seed, สำนวน
4:30หากมันมีอยู่แล้วในอวกาศเสมือนเป็นเมล็ดพันธุ์
present in space like a seed: มีอยู่ในอวกาศเหมือนเมล็ดพันธุ์
ในที่นี้ present หมายถึง “มีอยู่หรืออยู่ ณ ที่นั้นแล้ว” ไม่ได้หมายถึง “ของขวัญ” หรือ “เวลาปัจจุบัน” like a seed เป็นการเปรียบเทียบแบบอุปมา โดยนำเสนอชีวิตว่าเป็นสิ่งที่อาจยังไม่เคลื่อนไหวจนกว่าสภาพที่เหมาะสมจะทำให้มันตื่นตัวและพัฒนาต่อได้ ไม่ได้หมายความว่าชีวิตมีรูปร่างเหมือนเมล็ดพันธุ์จริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ present in space like a seed สื่อถึงอะไร?
- มีคนนำเมล็ดพันธุ์ไปมอบให้อวกาศเป็นของขวัญ
- ชีวิตเป็นเมล็ดพืชจริง ๆ ที่ลอยอยู่ในอวกาศ
- ชีวิตอาจมีอยู่ในอวกาศแล้วและกำลังรอสภาพที่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ชีวิตอาจมีอยู่ในอวกาศแล้วและกำลังรอสภาพที่เหมาะสม
go on evolving: วิวัฒนาการต่อไป
go on + -ing หมายถึงการทำกิจกรรมหรือกระบวนการเดิมที่กำลังเกิดขึ้นต่อไป ในประโยคนี้ การวิวัฒนาการเริ่มขึ้นก่อนหน้านั้นแล้ว ดังนั้น go on evolving จึงหมายถึง “วิวัฒนาการต่อไป”
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ go on และรูป -ing ของ examine เพื่อแสดงว่ากิจกรรมเดิมดำเนินต่อไป: The scientists had started at noon, and after sunset they ____ the samples.
ดูคำตอบ
went on examining
And it would also explain the high degree of sophistication
4:37และมันยังอธิบายถึงความซับซ้อนในระดับสูง
They could have been complex already because they might have been evolving for billions of years somewhere else in the universe.
4:42พวกมันอาจจะซับซ้อนอยู่แล้ว เพราะพวกมันอาจจะวิวัฒนาการมานับพันล้านปีแล้วในที่อื่นๆ ของจักรวาล
life could have started shortly after the universe itself was born.
4:54สิ่งมีชีวิตอาจเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่จักรวาลถือกำเนิดขึ้นได้ไม่นาน
Goldilocks ใน “A Goldilocks baby universe”
Goldilocks ในที่นี้เป็นการอ้างอิงทางวัฒนธรรมที่ใช้คล้ายคำคุณศัพท์ หมายถึง “ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป แต่อยู่ในช่วงกลางที่เหมาะสม” คำนี้มาจากนิทานที่โกลดิล็อกส์เลือกสิ่งที่ “พอดี” วลีนี้บอกว่าเอกภพในยุคแรกเริ่มหรือเอกภพ “วัยทารก” เคยมีสภาวะที่พอเหมาะอยู่ชั่วครู่ Goldilocks ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงชื่อบุคคลและไม่ได้หมายถึงสีทอง
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ “A Goldilocks baby universe” ได้เหมาะสมที่สุด
- เอกภพยุคแรกที่มีสภาวะอยู่ในช่วงกลางที่เหมาะสม
- เอกภพที่เป็นของตัวละครในนิทานชื่อโกลดิล็อกส์
- เอกภพยุคแรกที่สร้างจากสสารสีทอง
ดูคำตอบ
เอกภพยุคแรกที่มีสภาวะอยู่ในช่วงกลางที่เหมาะสม
At its most basic level ในฐานะกรอบสำหรับการอธิบายแบบง่าย
At its most basic level เป็นวลีวางกรอบที่บอกผู้ฟังให้มองสิ่งหนึ่งในรูปแบบที่เรียบง่ายที่สุด วลีนี้กำหนดระดับของคำอธิบายก่อนเข้าสู่ใจความหลัก วลีนี้ไม่ได้อ้างว่าคำอธิบายแบบง่ายเป็นคำจำกัดความที่ครบถ้วน แต่ส่งสัญญาณว่ารายละเอียด ข้อยกเว้น หรือลักษณะในระดับที่สูงกว่าจะถูกพักไว้ชั่วคราว
แบบฝึกหัด
คำขึ้นต้นใดบอกผู้ฟังได้ดีที่สุดว่าต่อไปนี้จะอธิบายระบบที่ซับซ้อนเฉพาะในรูปแบบที่เรียบง่ายที่สุด
- At its most basic level,
- On the other hand,
- In short,
ดูคำตอบ
At its most basic level,
the right chemical elements to form complex molecules
5:05คือธาตุเคมีที่เหมาะสมเพื่อก่อรูปโมเลกุลที่ซับซ้อน
in which those molecules can move and interact.
5:10ที่โมเลกุลเหล่านั้นสามารถเคลื่อนที่และทำปฏิกิริยากันได้
A liquid medium ในความหมายของสภาพแวดล้อมทางวิทยาศาสตร์
ในที่นี้ medium หมายถึงสารหรือสภาพแวดล้อมที่บางสิ่งสามารถเคลื่อนที่ มีปฏิสัมพันธ์ ทำปฏิกิริยา เติบโต หรือถูกพาไปได้ A liquid medium หมายถึงตัวกลางรอบ ๆ ที่เป็นของเหลว โดยน้ำคือตัวอย่างในประโยคนี้ นี่คือการใช้ medium เป็นคำนามทางวิทยาศาสตร์ โครงสร้างทั่วไปคือ a/an + คำคุณศัพท์ + medium เช่น a solid medium หรือ a nutrient medium
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ a liquid medium หมายถึงอะไร
- เนื้อหาข่าวและการสื่อสาร
- สภาพแวดล้อมที่เป็นของเหลวซึ่งโมเลกุลสามารถเคลื่อนที่และมีปฏิสัมพันธ์กันได้
- สารที่มีขนาดปานกลาง
ดูคำตอบ
สภาพแวดล้อมที่เป็นของเหลวซึ่งโมเลกุลสามารถเคลื่อนที่และมีปฏิสัมพันธ์กันได้
The liquid medium needs to stay warm enough to remain,
5:14ตัวกลางของเหลวจำเป็นต้องอุ่นพอที่จะยังคง
At just the right distance from: อยู่ห่างในระยะที่พอดี
รูปแบบ at the right distance from + จุดอ้างอิง ใช้บอกตำแหน่งที่เหมาะสมกับจุดประสงค์เมื่อเทียบกับจุดอ้างอิง ในประโยคนี้ จุดอ้างอิงคือ their star และระยะที่เหมาะสมช่วยให้เกิดสภาพที่อบอุ่นพอสำหรับการมีน้ำในสถานะของเหลว just เพิ่มความแม่นยำและการเน้นย้ำ โดยสื่อว่าระยะนั้นเหมาะกับความต้องการเป็นพิเศษ ในที่นี้ right หมายถึง “เหมาะสม” ไม่ได้หมายถึงทิศที่ตรงข้ามกับ left
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีหกคำที่ถูกต้องจากบทเรียนซึ่งมี just: The camera was placed ____ the stage, so the whole performance area fit in the frame.
ดูคำตอบ
at just the right distance from
But there was actually a time when almost all of the universe might have been habitable. ไวยากรณ์
5:27แต่ที่จริงแล้วเคยมีช่วงเวลาที่จักรวาลเกือบทั้งหมดอาจจะเอื้อต่อการอยู่อาศัย
there was actually a time when ... might have been habitable: การเกริ่นถึงช่วงเวลาในอดีต
โครงสร้าง there was a time when ใช้เกริ่นถึงช่วงเวลาหนึ่งในอดีต แล้วใช้อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when บอกว่าอะไรเป็นจริงในช่วงนั้น ในที่นี้ when เชื่อมอนุประโยค almost all of the universe might have been habitable เข้ากับ time ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม actually บอกว่าแนวคิดนี้อาจน่าประหลาดใจ ส่วน might have been แสดงว่าการเอื้อต่อการอยู่อาศัยเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน โครงสร้างนี้ใช้ปูทางไปสู่การเปรียบเทียบสภาพในอดีตกับปัจจุบันได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคบอกเล่าทางประวัติศาสตร์ด้วยโครงสร้างที่ใช้เกริ่นถึงช่วงเวลาในอดีต: '____ people navigated without GPS.'
ดูคำตอบ
There was a time when
And between about 10 and 17 million years after the Big Bang,
5:39และระหว่างประมาณ 10 ถึง 17 ล้านปีหลังจากบิ๊กแบง
when the universe was a thousand times younger than today,
5:43เมื่อจักรวาลมีอายุน้อยกว่าปัจจุบันนับพันเท่า
the temperature at which water is liquid: โครงสร้างบุพบท + which
ในวลี the temperature at which water is liquid คำว่า which อ้างกลับไปที่ temperature ส่วนบุพบท at แสดงความสัมพันธ์ว่า water is liquid at that temperature อนุประโยค at which ทั้งหมดจึงขยาย temperature โดยบอกสภาวะที่เกิดขึ้น ณ อุณหภูมินั้น การวางบุพบทไว้หน้า which เป็นโครงสร้างที่กระชับและเป็นทางการ มักใช้กับจุด ค่า สถานที่ หรือเงื่อนไขที่เจาะจง บุพบทที่ต้องใช้มาจากวลีพื้นฐาน เนื่องจากภาษาอังกฤษใช้ at that temperature จึงต้องใช้ at which ในที่นี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแบบเป็นทางการด้วยคู่คำบุพบทและสรรพนามสัมพันธ์: '0°C is the temperature ____ water freezes under standard atmospheric pressure.'
ดูคำตอบ
at which
the whole universe absolutely every inch of it had the right temperature to support life. สำนวน
5:57ทั้งจักรวาล ไม่ว่าจะเป็นตารางนิ้วใดก็ตาม มีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการหล่อเลี้ยงชีวิตอย่างแท้จริง
every inch of it: ทุกส่วนของทั้งหมด
every inch of it หมายถึงทุกส่วนของสิ่งนั้นโดยไม่เว้นพื้นที่ใดเลย ในที่นี้ it หมายถึงเอกภพทั้งหมด ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นว่าครอบคลุมอย่างสมบูรณ์ ไม่ได้หมายถึงการวัดจริงเป็นหน่วยนิ้ว วลีนี้ใช้เน้นว่าคุณสมบัติหรือเงื่อนไขหนึ่งมีอยู่ทั่วทั้งสถานที่ สิ่งของ หรือขอบเขตทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ every inch of it เน้นอะไร
- ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งของเอกภพ
- การวัดระยะหนึ่งนิ้วภายในเอกภพ
- เอกภพทั้งหมดโดยไม่มีส่วนใดถูกละเว้น
- เฉพาะขอบด้านนอกของเอกภพ
ดูคำตอบ
เอกภพทั้งหมดโดยไม่มีส่วนใดถูกละเว้น
the right temperature alone is not enough for life. ไวยากรณ์
6:05อุณหภูมิที่เหมาะสมเพียงอย่างเดียวยังไม่พอสำหรับสิ่งมีชีวิต
the right temperature alone is not enough for life: อุณหภูมิที่เหมาะสมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต
The right temperature ระบุเงื่อนไขหนึ่งอย่างที่เหมาะสม ส่วน alone แสดงว่ากำลังพิจารณาเงื่อนไขนี้เพียงอย่างเดียว Not enough for life หมายความว่าเงื่อนไขนี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบสนองสิ่งที่ชีวิตต้องการได้ทั้งหมด โครงสร้างคำนาม + alone + is not enough for + เป้าหมาย ใช้แสดงให้เห็นว่าปัจจัยหนึ่งที่ช่วยได้ยังไม่เพียงพอ หากไม่มีปัจจัยจำเป็นอื่น ๆ ร่วมด้วย
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ alone เพิ่มความหมายอะไรให้กับ The right temperature alone is not enough for life
- ชีวิตสามารถดำรงอยู่ได้ในทุกอุณหภูมิ
- อุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่ง และเพียงอย่างเดียวไม่สามารถช่วยให้ดำรงชีวิตได้
- อุณหภูมิที่เหมาะสมแยกออกจากอุณหภูมิอื่นทั้งหมดทางกายภาพ
- อุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นสิ่งเดียวที่ชีวิตต้องการ
ดูคำตอบ
อุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่ง และเพียงอย่างเดียวไม่สามารถช่วยให้ดำรงชีวิตได้
We also need chemical elements like carbon and oxygen,
6:07เรายังต้องการธาตุเคมีอย่างคาร์บอนและออกซิเจนด้วย
forged in the cores of stars: ก่อตัวจากกระบวนการในดาวฤกษ์
ในที่นี้ forged หมายถึง “ก่อตัวหรือถูกสร้างขึ้นผ่านกระบวนการทางกายภาพที่รุนแรง” ธาตุเหล่านี้เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ในใจกลางดาวฤกษ์ที่ร้อนและหนาแน่น ไม่ได้มีช่างตีเหล็กหรือมนุษย์ที่ตั้งใจสร้างมันขึ้นมา โครงสร้างกรรมวาจก are forged in ... เน้นธาตุเป็นข้อมูลหลักและระบุสถานที่ที่ธาตุก่อตัว ในงานเขียนวิทยาศาสตร์ forge ใช้เป็นอุปมาที่เห็นภาพชัดถึงการที่สสารเกิดขึ้นภายใต้สภาวะสุดขั้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The elements were forged in the cores of stars," คำว่า forged หมายถึงอะไร
- ถูกปลอมแปลงในบันทึกทางวิทยาศาสตร์
- ก่อตัวผ่านกระบวนการรุนแรงภายในดาวฤกษ์
- ถูกช่างตีเหล็กตีขึ้นรูปภายในดาวฤกษ์
ดูคำตอบ
ก่อตัวผ่านกระบวนการรุนแรงภายในดาวฤกษ์
In regions of the universe where matter was especially dense.
6:18ในพื้นที่ของจักรวาลที่สสารหนาแน่นเป็นพิเศษ
Such stars would have been very massive and gone supernova in just 3 million years, วลี
6:22ดาวฤกษ์ดังกล่าวคงจะมีมวลมหาศาลและกลายเป็นซูเปอร์โนวาในเวลาเพียง 3 ล้านปี
gone supernova: go + สถานะใหม่
gone supernova เป็นรูป past participle ของ go supernova เมื่อใช้กับดาวฤกษ์ วลีนี้หมายถึง “ระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา” หรือเข้าสู่ระยะซูเปอร์โนวา โดย go บอกการเปลี่ยนสถานะ ไม่ใช่การเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง gone เชื่อมแบบขนานกับ been หลัง would have: would have been very massive and (would have) gone supernova ภาษาอังกฤษให้ past participle ทั้งสองใช้ would have ร่วมกันได้โดยไม่ต้องกล่าวซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคดาราศาสตร์ด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “ระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา”: The aging star may soon ____.
ดูคำตอบ
go supernova
seed A with B: โปรยธาตุเคมีไปทั่วเอกภพยุคแรก
ในโครงสร้าง seed A with B นั้น A คือสถานที่หรือระบบที่รับบางสิ่ง ส่วน B คือวัสดุที่ถูกใส่เข้าไป ในประโยคนี้ ธาตุเคมีถูกกระจายไปทั่วเอกภพยุคแรกและอาจช่วยให้สิ่งอื่น ๆ ก่อตัวขึ้นในภายหลัง seed ในที่นี้เป็นคำเปรียบเปรย โดยมองธาตุเหล่านี้เป็นสิ่งตั้งต้นที่ทำให้การพัฒนาในภายหลังเกิดขึ้นได้ ไม่ได้หมายถึงการปลูกพืชหรือผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ส่วน baby universe หมายถึงเอกภพในระยะแรก ไม่ใช่ทารกจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมสองส่วนที่ทำให้เป็นโครงสร้าง seed A with B: The foundation plans to ____ the new community fund ____ an initial donation.
ดูคำตอบ
seed · with
Maybe the first ancestors of life were more exotic and didn't even need water,
6:35บรรพบุรุษแรกของสิ่งมีชีวิตอาจแปลกประหลาดยิ่งกว่าและอาจไม่ต้องการน้ำด้วยซ้ำ
but thrived in substances like ammonia or ethane that can stay liquid at temperatures far below 0°C.
6:40แต่เติบโตได้ดีในสารอย่างแอมโมเนียหรืออีเทนที่สามารถคงความเป็นของเหลวได้ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสมาก
They could have been sustained by the lingering warmth of the Big Bang for tens of millions of years longer, การใช้คำ
6:48พวกมันอาจดำรงอยู่ได้ด้วยความอบอุ่นที่หลงเหลือจากบิ๊กแบงนานขึ้นไปอีกหลายสิบล้านปี
be sustained by lingering warmth: ดำรงอยู่ด้วยความร้อนที่ยังหลงเหลือ
ในโครงสร้าง be sustained by X นั้น X คือสิ่งสนับสนุนอย่างต่อเนื่องที่ทำให้กระบวนการ สิ่งมีชีวิต หรือสภาวะหนึ่งดำเนินต่อไป ในที่นี้ ความร้อนที่เหลือจากบิกแบงถูกมองเป็นเงื่อนไขที่อาจทำให้สิ่งมีชีวิตตามสมมติฐานอยู่รอดได้นานขึ้น โดย sustained ไม่ได้หมายความว่าความร้อนสร้างชีวิตนั้นขึ้นมา Lingering ใช้อธิบายสิ่งที่ยังคงอยู่หลังจากแหล่งกำเนิดหลักหรือช่วงที่รุนแรงที่สุดผ่านไปแล้ว ดังนั้น lingering warmth จึงหมายถึงความร้อนทางกายภาพที่กำลังลดลงแต่ยังเหลืออยู่ ไม่ใช่ความอบอุ่นทางอารมณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าความร้อนที่เหลืออยู่ยังคงช่วยให้บางสิ่งมีชีวิตต่อไป?
- The seedlings were hidden from the fading warmth in the soil.
- The seedlings were sustained by the lingering warmth in the soil.
- The seedlings were created by a sudden burst of warmth in the soil.
ดูคำตอบ
The seedlings were sustained by the lingering warmth in the soil.
well into a time when we know for sure there were stars and all the chemical elements. วลี
6:53ยาวนานไปจนถึงยุคที่เรารู้แน่ชัดว่ามีดาวฤกษ์และธาตุเคมีทั้งหมดแล้ว
well into ... know for sure: ล่วงลึกเข้าสู่ช่วงเวลาที่รู้แน่ชัด
ในที่นี้ well เพิ่มระดับความหมายให้ into คำว่า well into a time หมายถึงผ่านพ้นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลานั้นมาไกลแล้ว ไม่ใช่แค่เพิ่งเข้าสู่ช่วงนั้น จึงแสดงว่าเส้นเวลาเดินมาถึงขั้นที่อยู่ถัดมา know for sure หมายถึงมีหลักฐานเพียงพอที่จะมั่นใจ เมื่อนำสองสำนวนนี้มาใช้ร่วมกัน การอธิบายจึงเลื่อนไปถึงช่วงเวลาที่การมีอยู่ของดวงดาวและธาตุเคมีทั้งหมดถือเป็นสิ่งที่ยืนยันแล้ว ไม่ใช่เพียงการคาดเดา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าทีมดำเนินการทดสอบมาไกลเกินช่วงเริ่มต้นแล้วและมั่นใจในผลลัพธ์?
- By midnight, the team had finished the test, but no one knew whether the new battery was stable.
- By midnight, the team was about to begin the test and thought the new battery might be stable.
- By midnight, the team was well into the test and knew for sure that the new battery was stable.
ดูคำตอบ
By midnight, the team was well into the test and knew for sure that the new battery was stable.
the conditions for life might have been basically everywhere.
7:05เงื่อนไขในการดำรงชีวิตอาจจะมีอยู่แทบจะทุกที่
while ... back then: จัดโครงสร้างการเปรียบเทียบปัจจุบันกับอดีต
ในที่นี้ while เปิดอนุประโยคที่ใช้วางกรอบเกี่ยวกับจักรวาลในปัจจุบัน จากนั้น back then เปลี่ยนจุดอ้างอิงด้านเวลาของประโยคหลักไปยังจักรวาลยุคแรก ประโยคจึงวางสองยุคไว้เปรียบเทียบกันและทำให้ข้อความส่วนที่สองเป็นจุดเน้น รูปแบบการจัดข้อมูลที่นำไปใช้ได้คือ While [สถานการณ์ปัจจุบัน], back then, [สถานการณ์ในอดีตที่ตรงข้ามกัน] รูปแบบนี้บอกสภาพปัจจุบันก่อน แล้วจึงเน้นว่าอดีตแตกต่างอย่างไร ในประโยคนี้ แนวคิดที่เน้นคือเงื่อนไขสำหรับชีวิตอาจเคยมีอยู่อย่างแพร่หลาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while เพื่อเปรียบเทียบปัจจุบันกับช่วงเวลาก่อนหน้า?
- While the library is small, it has a large digital collection.
- While I was reading, my brother cooked dinner.
- While the library is busy today, back then, it opened only twice a week.
ดูคำตอบ
While the library is busy today, back then, it opened only twice a week.
For a period that may have lasted several dozen million years,
7:08เป็นระยะเวลาที่อาจยาวนานหลายสิบล้านปี
primordial life might have been able to emerge on any rock,
7:12สิ่งมีชีวิตยุคดึกดำบรรพ์อาจสามารถอุบัติขึ้นได้บนก้อนหินใดๆ
โครงสร้าง the seeds of what ... would become bacteria
ในวลี the seeds of what ... would become bacteria คำว่า what นำอนุประโยคสัมพัทธ์ที่รวมความหมายของคำนามไว้ในตัว เทียบได้กับ “สิ่งหรือสสารที่…” และ what ... would become bacteria ทั้งส่วนทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ of ดังนั้นวลีนี้จึงชี้ถึงต้นกำเนิดระยะแรกที่ภายหลังให้ผลเป็นแบคทีเรีย Would become มองไปยังอนาคตจากจุดหนึ่งในอดีตของเรื่องเล่า ณ จุดก่อนหน้านั้น ผลลัพธ์ยังไม่เกิดขึ้น วลีแทรก billions of years later ทำให้ลำดับเวลานี้ชัดเจน ในที่นี้ would แสดงอนาคตเมื่อมองจากอดีต ไม่ใช่คำขอแบบสุภาพ และไม่จำเป็นต้องเป็นผลลัพธ์สมมุติ
แบบฝึกหัด
ใน “the seeds of what ... would become bacteria” ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้อง
- เมล็ดพันธุ์ที่แบคทีเรียจะนำไปหว่านในภายหลัง
- ต้นกำเนิดระยะแรกของสิ่งที่ภายหลังพัฒนาเป็นแบคทีเรีย
- คำแนะนำอย่างสุภาพให้แบคทีเรียปรากฏขึ้น
ดูคำตอบ
ต้นกำเนิดระยะแรกของสิ่งที่ภายหลังพัฒนาเป็นแบคทีเรีย
the universe cooled down below the right temperature for life to thrive, กริยาวลี
7:29จักรวาลก็เย็นลงจนต่ำกว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต
การใช้ cool down below กับอุณหภูมิ
Cool down หมายถึง “เย็นลง” คำว่า down เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี cool down และแสดงว่าอุณหภูมิเปลี่ยนไปในทิศทางที่ต่ำลง below the right temperature เป็นวลีบุพบทที่บอกตำแหน่งของอุณหภูมิหลังการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับระดับอ้างอิง กล่าวคือ หลังจากเย็นลงแล้ว อุณหภูมิต่ำกว่าระดับนั้น ในที่นี้ the right temperature คืออุณหภูมิอ้างอิงที่เกี่ยวข้องกับสภาวะที่เหมาะสมต่อชีวิต down บอกทิศทางของการเปลี่ยนแปลง ส่วน below เปรียบเทียบอุณหภูมิสุดท้ายกับจุดอ้างอิง ดังนั้นทั้งสองคำจึงไม่ได้ซ้ำกัน
แบบฝึกหัด
เดิมซุปมีอุณหภูมิ 90°C และตอนนี้อยู่ที่ 55°C ประโยคใดบอกว่าอุณหภูมิลดผ่านเกณฑ์ 60°C ลงมาแล้ว
- The soup cooled down to 60°C.
- The soup cooled down below 60°C.
- The soup cooled down by 60°C.
ดูคำตอบ
The soup cooled down below 60°C.
but some of those ancestral life forms may have continued to exist in the internal warmth of the first planets,
7:32แต่สิ่งมีชีวิตในยุคบรรพบุรุษบางส่วนอาจดำรงอยู่ต่อไปในความอบอุ่นภายในของดาวเคราะห์ดวงแรกๆ
waiting for new hospitable places to continue evolving. การใช้คำ
7:45รอคอยสถานที่อันเอื้ออำนวยแห่งใหม่เพื่อจะวิวัฒนาการต่อไป
Hospitable places: สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อชีวิต
ในประโยคนี้ hospitable ใช้บรรยายสถานที่ที่มีสภาพเอื้อต่อการอยู่รอดและวิวัฒนาการต่อไปของสิ่งมีชีวิต แนวคิดเดิมเกี่ยวกับเจ้าบ้านที่ต้อนรับแขกอย่างดีถูกขยายมาใช้กับสภาพแวดล้อมที่หล่อเลี้ยงชีวิต คำนี้ไม่ได้บรรยายว่าผู้คนเป็นมิตร บริบทช่วยเติมความสัมพันธ์ที่ละไว้ว่า สถานที่เหล่านี้ hospitable to life หรือเอื้อต่อสิ่งมีชีวิต
แบบฝึกหัด
ใน “Scientists are searching for worlds with hospitable conditions for life,” คำว่า hospitable หมายความว่าอย่างไร
- เอื้อต่อการอยู่รอดหรือพัฒนาของสิ่งมีชีวิต
- ให้การต้อนรับเพราะมีเจ้าบ้านที่เป็นมิตรอาศัยอยู่
- นักเดินทางไปถึงได้ง่าย
ดูคำตอบ
เอื้อต่อการอยู่รอดหรือพัฒนาของสิ่งมีชีวิต
life now might be everywhere in the universe.
7:50ตอนนี้สิ่งมีชีวิตก็อาจมีอยู่ทุกหนทุกแห่งในจักรวาล
Makes for a nice story: ร่วมทำให้เกิดผลลัพธ์
ในที่นี้ makes for หมายถึง “ช่วยทำให้เกิด” หรือ “ส่งผลให้เกิด” ประธาน all this รวบรวมแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน a nice story ระบุผลลัพธ์ที่แนวคิดเหล่านั้นร่วมกันสร้างขึ้น วลีนี้ประเมินผลที่เกิดจากการรวมรายละเอียดเหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่ามีใครเขียนเรื่องขึ้นมาจริง ๆ หรือเคลื่อนที่ไปหาเรื่องนั้น การเรียกสิ่งนี้ว่า a nice story ยังอาจเป็นเพียงการชมว่าเรื่องราวน่าสนใจ โดยไม่ได้ยืนยันว่าเป็นความจริง
แบบฝึกหัด
ใน “Several unexpected details make for a compelling mystery,” วลี make for หมายความว่าอย่างไร
- แต่งขึ้นแล้วเล่า
- รวมกันจนทำให้เกิดผลลัพธ์
- มุ่งหน้าไปยัง
ดูคำตอบ
รวมกันจนทำให้เกิดผลลัพธ์
แม้ว่า A และ B จะสมเหตุสมผล แต่ก็ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน
while ในที่นี้สร้างความขัดแย้งแบบยอมรับก่อน โดยเริ่มจากยอมรับว่าแนวคิดสองอย่างสมเหตุสมผล แล้วจึงเตรียมจำกัดข้อสรุปนั้น ในประโยคนี้ while หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ได้หมายถึง “ในขณะที่” ที่บอกเวลา รูปแบบ both A and B ทำหน้าที่เป็นประธานร่วม จึงใช้กริยา are ส่วน still แสดงข้อจำกัดสำคัญ คือ reasonable บอกว่าแนวคิดมีพื้นฐานที่สมเหตุสมผล แต่ speculative บอกว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยัน
แบบฝึกหัด
เติม while ที่ต้นประโยคและ still ก่อนคำคุณศัพท์สุดท้ายเพื่อทำให้การแสดงความขัดแย้งแบบยอมรับก่อนสมบูรณ์: ____ both explanations sound reasonable, they are ____ speculative.
ดูคำตอบ
While · still
One more possibility among many others trying to explain our existence today. ลำดับความ
8:07เป็นอีกหนึ่งความเป็นไปได้จากหลายๆ อย่างที่พยายามจะอธิบายการมีอยู่ของเราในปัจจุบัน
อีกหนึ่งความเป็นไปได้ท่ามกลางความเป็นไปได้อื่น ๆ มากมาย
วลีคำนามนี้จัดกรอบทฤษฎีที่เพิ่งกล่าวถึงใหม่ว่าเป็นเพียงหนึ่งในคำอธิบายที่เป็นไปได้ one more หมายถึง “อีกหนึ่ง” หรือ “เพิ่มมาอีกหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “อันที่ดีกว่า” among many others วางทฤษฎีนี้ไว้ในกลุ่มความเป็นไปได้ที่ใหญ่กว่ามาก หลังจากประโยคก่อนหน้าเตือนว่าแนวคิดเหล่านี้ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน วลีนี้จึงลดความหนักแน่นของข้อสรุปลงอีก และหลีกเลี่ยงการนำเสนอทฤษฎีว่าได้รับการพิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
One more possibility among many others ทำหน้าที่อะไรในบริบทนี้?
- นำเสนอแนวคิดว่าเป็นคำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้ โดยไม่ได้อ้างว่าดีที่สุดหรือได้รับการพิสูจน์แล้ว
- ประกาศว่าคำอธิบายนี้ดีกว่าคำอธิบายอื่นทั้งหมด
- แสดงว่าไม่มีคำอธิบายอื่นเหลืออยู่แล้ว
ดูคำตอบ
นำเสนอแนวคิดว่าเป็นคำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้ โดยไม่ได้อ้างว่าดีที่สุดหรือได้รับการพิสูจน์แล้ว
then it should have seeded other places in the solar system too.
8:15มันก็ควรจะหว่านเมล็ดพันธุ์ไปยังที่อื่นๆ ในระบบสุริยะด้วย
การให้เหตุผลด้วย if ... then ... should have seeded
อนุประโยค if ตั้งสมมติฐานว่าสิ่งมีชีวิตมาถึงโลกจากอวกาศ ส่วนอนุประโยค then บอกผลที่ควรตามมาหากแนวคิดนั้นเป็นจริง should have seeded ใช้โครงสร้าง should have + คำกริยาช่องที่ 3 เพื่อบอกสิ่งที่คาดหมายอย่างมีเหตุผลว่าเกิดขึ้นแล้วในอดีต หมายความว่าตามสมมติฐานนี้ สิ่งมีชีวิตน่าจะไปถึงที่อื่นแล้ว ไม่ได้หมายถึงการตำหนิว่าใครละเลยหน้าที่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ if ... then ... และ should have เพื่อบอกสิ่งที่คาดหมายอย่างมีเหตุผลเกี่ยวกับผลในอดีต
- If the train leaves on time, then it will reach the city by noon.
- If the train left on time, then it should have reached the city by now.
- You should have called me when the train was late.
ดูคำตอบ
If the train left on time, then it should have reached the city by now.
Maybe there are fossils in dry riverbeds on Mars.
8:19อาจมีซากดึกดำบรรพ์ในก้นแม่น้ำที่แห้งขอดบนดาวอังคาร
Maybe we'll soon find life in the warm underground oceans of Enceladus or Europa. วัฒนธรรม
8:22บางทีเราอาจจะพบสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรใต้ดินอันอบอุ่นของเอนเซลาดัสหรือยูโรปาในเร็วๆ นี้
มหาสมุทรอุ่นใต้พื้นผิวของ Enceladus หรือ Europa
Enceladus และ Europa เป็นชื่อดวงจันทร์ ไม่ใช่สถานที่บนโลก Enceladus เป็นดวงจันทร์น้ำแข็งของดาวเสาร์ ส่วน Europa เป็นดวงจันทร์น้ำแข็งของดาวพฤหัสบดี Europa ในที่นี้หมายถึงดวงจันทร์ ไม่ใช่ทวีป Europe ในที่นี้ underground oceans หมายถึงแหล่งน้ำที่เป็นของเหลวซึ่งซ่อนอยู่ใต้เปลือกน้ำแข็งชั้นนอกของดวงจันทร์ ความร้อนจากภายในอาจช่วยให้น้ำยังคงเป็นของเหลว ดังนั้น warm จึงเป็นการเปรียบเทียบกับพื้นผิวที่หนาวเย็นมาก นี่คือเหตุผลที่ดวงจันทร์เหล่านี้อาจเป็นสถานที่สำหรับค้นหาสิ่งมีชีวิต
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the warm underground oceans of Enceladus or Europa หมายถึงอะไร
- ทะเลบนทวีปยุโรป
- สระน้ำที่มนุษย์สร้างไว้ใต้ดินบนโลก
- มหาสมุทรน้ำที่เป็นของเหลวซึ่งเชื่อว่าอยู่ใต้พื้นผิวน้ำแข็งของดวงจันทร์สองดวง
ดูคำตอบ
มหาสมุทรน้ำที่เป็นของเหลวซึ่งเชื่อว่าอยู่ใต้พื้นผิวน้ำแข็งของดวงจันทร์สองดวง
and lakes of ethane and methane as warm as the universe when it was 90 million years old.
8:30และทะเลสาบอีเทนและมีเทนที่อุ่นพอๆ กับจักรวาลเมื่อตอนที่มีอายุ 90 ล้านปี
ทะเล แม่น้ำ และทะเลสาบอีเทนและมีเทนบนไททัน
ในที่นี้ Titan เป็นชื่อดวงจันทร์ดวงใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์ ไม่ใช่คำนามทั่วไป titan ที่แปลว่า “ยักษ์” ข้อความนี้บอกว่าบนพื้นผิวไททันมีแหล่งและการไหลของของเหลวซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยอีเทนและมีเทน คำว่า seas ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าของเหลวนั้นเป็นน้ำ ไททันหนาวพอที่มีเทนและอีเทนจะคงสถานะเป็นของเหลวบนพื้นผิวได้ จึงเป็นตัวอย่างที่ช่วยให้เรานึกถึงสภาพแวดล้อมที่มีเคมีในของเหลวโดยไม่ต้องพึ่งน้ำในสถานะของเหลว
แบบฝึกหัด
ข้อความที่เน้นบอกอะไรเกี่ยวกับของเหลวบนพื้นผิวไททัน
- เป็นสายธารหินหลอมเหลว
- ส่วนใหญ่เป็นอีเทนและมีเทนเหลว
- เป็นทะเลและแม่น้ำที่มีน้ำในสถานะของเหลวตามปกติ
ดูคำตอบ
ส่วนใหญ่เป็นอีเทนและมีเทนเหลว
finding exotic life on Titan would support the idea that life could have originated in the weird baby universe.
8:36การพบสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดบนไททันจะสนับสนุนแนวคิดที่ว่าสิ่งมีชีวิตอาจมีจุดกำเนิดในจักรวาลวัยทารกที่แปลกประหลาดนี้
So far: จำกัดข้อความไว้ถึงปัจจุบัน
So far หมายถึง “จนถึงเวลาปัจจุบัน” เมื่อวางไว้ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้จะกำหนดกรอบเวลาของข้อความทั้งหมดที่ตามมา วลีนี้ทำให้ข้อความเป็นข้อสรุปชั่วคราว โดยบอกสิ่งที่เป็นจริงหรือเป็นที่รู้ในตอนนี้ แต่ไม่ได้รับรองว่าจะยังเป็นเช่นเดิมในอนาคต ในที่นี้วลีนี้นำเข้าสู่ข้อสังเกตในปัจจุบัน ไม่ได้กล่าวถึงระยะทางจริง
แบบฝึกหัด
เติมวลีจำกัดเวลาในรายงานความคืบหน้านี้ให้สมบูรณ์: So ____, the team has found no errors.
ดูคำตอบ
far
that's because: อ้างกลับไปยังข้อความก่อนหน้าและบอกเหตุผล
“That's because” ใช้อ้างกลับไปยังข้อความหรือสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง แล้วนำเข้าสู่สาเหตุหรือคำอธิบาย ในประโยคนี้ “that” หมายถึงข้อสังเกตก่อนหน้า และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because บอกเหตุผลที่กำลังพิจารณาอยู่ คำว่า “maybe” ทำให้คำอธิบายนี้ไม่แน่นอน ผู้พูดกำลังเสนอเพียงสาเหตุที่เป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันว่าสาเหตุนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ให้เหตุผลหนึ่งที่เป็นไปได้สำหรับข้อความแรก
- The lights are off. Maybe that's because the shop is closed.
- The lights are off, although the shop is open.
- The lights are off. Maybe that's why the street looks dark.
ดูคำตอบ
The lights are off. Maybe that's because the shop is closed.
ภาพที่ขนานกัน: worlds filled with..., oceans full of... และ continents of...
ประโยคนี้ค่อย ๆ สร้างภาพด้วยรายการสามส่วน ได้แก่ worlds filled with microbes, oceans full of exotic fish และ continents of bizarre animals แต่ละส่วนเริ่มจากคำนามที่บอกสถานที่ แล้วตามด้วยวลีที่เติมรายละเอียดให้ภาพนั้น รูปแบบที่ขนานกันนี้ทำให้คำบรรยายมีจังหวะ และช่วยให้ผู้ฟังนึกถึงฉากใหญ่สามฉากตามลำดับ “Maybe” ครอบคลุมรายการทั้งหมด ดังนั้นทั้งสามฉากจึงเป็นความเป็นไปได้ที่จินตนาการขึ้น ไม่ใช่หลักฐาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รายการที่มีโครงสร้างขนานกันอย่างชัดเจนเพื่อสร้างภาพสามภาพที่มีรูปแบบสอดคล้องกัน
- The museum has rooms filled with paintings, halls full of statues, and gardens covered in flowers.
- The museum has rooms filled with paintings, statues stand in the halls, and we walked through the gardens.
- Because the rooms are large, the museum displays paintings and statues beside the gardens.
ดูคำตอบ
The museum has rooms filled with paintings, halls full of statues, and gardens covered in flowers.
And maybe even others like us that just recently gained consciousness
9:05และอาจมีผู้อื่นที่เหมือนกับเราซึ่งเพิ่งมีสติสัมปชัญญะ
wondering if they're alone: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามทางอ้อม
หลัง wonder หรือ be wondering คำว่า if ใช้นำคำถามแบบตอบใช่หรือไม่ใช่ในรูปคำถามทางอ้อม โดยคำถามตรงในใจคือ “Are they alone?” ในที่นี้ wondering แสดงภาวะที่ยังสงสัยอยู่ต่อเนื่อง ไม่ใช่การถามใครโดยตรง ภายในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ ประธาน + กริยา จึงใช้ they're alone ไม่ใช่ are they alone รูปแบบนี้นำไปใช้ได้กับ I wonder if..., She was wondering if... และ They are wondering if....
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ wondering if ได้ถูกต้องเพื่อถ่ายทอดคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่ที่ยังคงสงสัยอยู่?
- Maya watched the dark window, wondering anyone if was inside.
- Maya watched the dark window, wondering if anyone was inside.
- Maya watched the dark window, wondering if was anyone inside.
ดูคำตอบ
Maya watched the dark window, wondering if anyone was inside.
Life could be flourishing right now in uncountable forms
9:15สิ่งมีชีวิตอาจกำลังเฟื่องฟูอยู่ในตอนนี้ในรูปแบบที่นับไม่ถ้วน
we would all be part of a great cosmic family.
9:23เราทุกคนก็จะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวจักรวาลอันยิ่งใหญ่
if ... share ..., we would ...: เงื่อนไขตั้งต้นที่ยังเปิดกว้างกับผลแบบไม่ฟันธง
อนุประโยค if ใช้ simple present รูป share เพื่อเสนอเงื่อนไขตั้งต้นที่ยังไม่แน่นอน กล่าวคือ สิ่งมีชีวิตหลายรูปแบบอาจมีต้นกำเนิดเดียวกันจริง ๆ ส่วนประโยคหลักใช้ would be เพื่อบอกผลอย่างระมัดระวัง ให้เป็นความเป็นไปได้ที่มีเหตุผล ไม่ใช่การคาดการณ์อย่างมั่นใจ would ในที่นี้ไม่ได้บอกนิสัยในอดีต แต่ทำเครื่องหมายว่าผลลัพธ์เป็นสมมติฐาน หากเงื่อนไขตั้งต้นเป็นจริง “cosmic family” คือคำเปรียบถึงสิ่งมีชีวิตที่เชื่อมโยงกันด้วยต้นกำเนิดร่วม ไม่ใช่ครอบครัวมนุษย์ตามตัวอักษรที่ผูกพันกันด้วยสายเลือดหรือกฎหมาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอเงื่อนไขตั้งต้นในปัจจุบันว่าอาจเป็นจริง และเสนอผลเป็นข้อสรุปอย่างระมัดระวังได้ดีที่สุด?
- If the two species share a common ancestor, that fact will connect their evolutionary histories.
- If the two species shared a common ancestor, that fact would connect their evolutionary histories.
- If the two species share a common ancestor, that fact would connect their evolutionary histories.
ดูคำตอบ
If the two species share a common ancestor, that fact would connect their evolutionary histories.
The answer may lie in our cosmic backyard. สำนวน
9:27คำตอบอาจอยู่ในสวนหลังบ้านแห่งจักรวาลของเรานี่เอง
ความหมายของ lie in our cosmic backyard
ในประโยคนี้ lie in หมายถึง “พบได้ใน” หรือ “อยู่ใน” ประธานคือ the answer ดังนั้น lie จึงไม่ได้หมายถึง “พูดโกหก” ประโยคนี้สื่อว่าคำตอบอาจอยู่ในบริเวณที่ค่อนข้างใกล้เราเมื่อมองในระดับจักรวาล our cosmic backyard เป็นคำเปรียบเทียบถึงบริเวณอวกาศที่เรารู้สึกว่าอยู่ใกล้ โดยเฉพาะละแวกของระบบสุริยะ การเปรียบอวกาศใกล้เคียงกับสวนหลังบ้านทำให้พื้นที่ทางดาราศาสตร์อันกว้างใหญ่ดูคุ้นเคยและเข้าถึงได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับอวกาศที่อยู่ไกลมาก
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The answer may lie in our cosmic backyard,” วลีที่เน้นไว้สื่อความหมายว่าอย่างไร
- คำตอบอาจเป็นข้อความเท็จที่คนซึ่งอยู่ใกล้ ๆ พูดขึ้น
- คำตอบอาจถูกฝังไว้ในสวนหลังบ้านของบ้านหลังหนึ่ง
- คำตอบอาจพบได้ในส่วนของอวกาศที่ค่อนข้างใกล้
ดูคำตอบ
คำตอบอาจพบได้ในส่วนของอวกาศที่ค่อนข้างใกล้