ฉันรักคุณแต่ฉันคิดว่าเราไม่ควรอยู่ด้วยกัน: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
378 คำ 140 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: บทความถามว่าความรักจริงต้องชนะทุกอุปสรรคหรือไม่ แรงกดดันทางสังคม ค่านิยมที่ไม่เข้ากัน ระยะทาง และเป้าหมายชีวิตที่ต่างกันอาจทำให้การอยู่ด้วยกันเป็นโทษ การจากไปจึงอาจเป็นทางเลือกที่ใส่ใจกว่า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. either love a person ... or you don't love them — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า either ... or ... เสนอทางเลือกสองทางและอาจสร้างทางเลือกเทียมได้ 2. however tender and sympathetic our feelings may be, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ however + คำคุณศัพท์ + ประธาน + may be เพื่อยอมรับความเข้มข้นแต่ยังคงผลลัพธ์ที่ตรงข้าม 3. leave them well alone. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจสำนวนแบบอังกฤษนี้ว่าเป็นการตั้งใจหยุดติดต่อหรือแทรกแซง ไม่ใช่เพียงออกจากสถานที่

คำอธิบายในบทเรียนนี้

We tend to assume that anyone who tells us that they love us, วลี

0:00

เรามักจะทึกทักไปเองว่า ใครก็ตามที่บอกว่ารักเรา

วลี

tend to assume: แสดงแนวโน้มที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

ใน tend to assume โครงสร้าง tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการสันนิษฐานเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นบ่อย ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นทุกครั้ง และไม่ได้หมายถึง “วางแผนว่าจะสันนิษฐาน” โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดกล่าวสรุปอย่างระมัดระวัง โดยเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นแทนที่จะนำเสนอข้อความนั้นเป็นกฎตายตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ tend to เพื่อกล่าวสรุปอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่เพื่อบอกแผนหรือกฎตายตัว

  1. Busy cafés tend to get louder after lunch.
  2. Busy cafés intend to get louder after lunch.
  3. Busy cafés always get louder after lunch.
ดูคำตอบ

Busy cafés tend to get louder after lunch.

but simultaneously insists that they don't believe we should be together, ลำดับความ

0:03

แต่ในขณะเดียวกันก็ยืนกรานว่าเราไม่ควรคบกัน

is lying.

0:08

คือคนที่กำลังโกหก

ลำดับความ

but simultaneously insists that: เชื่อมข้ออ้างที่ขัดแย้งกัน

But แสดงความขัดแย้งกับข้อความก่อนหน้า ส่วน simultaneously บอกว่าข้อความทั้งสองเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน Insists that นำเข้าสู่ข้ออ้างที่สองด้วยน้ำเสียงหนักแน่น คือบุคคลนั้นยืนยันอย่างจริงจังว่าข้ออ้างนั้นเป็นความจริง เมื่อนำมารวมกัน but simultaneously insists that จะจัดข้อมูลในประโยคเป็นสองจุดยืนที่มีอยู่พร้อมกันแต่ดูเหมือนเข้ากันไม่ได้ Simultaneously เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าข้อความใดเป็นเท็จ แต่เพียงวางทั้งสองข้อความไว้ในกรอบเวลาเดียวกัน

แบบฝึกหัด

แอปสัญญาว่าจะปกป้องความเป็นส่วนตัว แต่กลับขอเข้าถึงรายชื่อติดต่อทั้งหมด คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่าข้อเท็จจริงสองอย่างนี้เป็นจริงในเวลาเดียวกันแม้จะขัดแย้งกัน

  1. and simultaneously
  2. but instead
  3. but simultaneously
ดูคำตอบ

but simultaneously

If love is sincere,

0:09

หากความรักเป็นสิ่งจริงใจ

of course it won't stop at any obstacles, however large.

0:11

ย่อมไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ มาหยุดยั้งได้ ไม่ว่าจะใหญ่โตแค่ไหนก็ตาม

You either love a person ไวยากรณ์

0:15

คุณอาจจะรักใครสักคน

and then will fight till the end to be with them, สำนวน

0:17

แล้วพร้อมจะต่อสู้จนถึงที่สุดเพื่อจะได้อยู่กับเขา

สำนวน

fight till the end เพื่อแสดงความพากเพียรอย่างมุ่งมั่น

ใน fight till the end คำว่า fight ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการพยายามอย่างมุ่งมั่นเมื่อต้องเผชิญความยากลำบาก ไม่ใช่การทำร้ายร่างกายใคร ส่วน till the end เพิ่มความหมายว่าทำต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอการอยู่กับคนที่รักว่าเป็นความผูกพันอย่างเต็มที่และไม่สั่นคลอน ในบริบทอื่น วลีนี้อาจกล่าวถึงความพากเพียรในการแข่งขัน การรณรงค์ อุดมการณ์ หรือเป้าหมายที่ยาก

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The volunteers fought till the end to protect the park," fought till the end หมายถึงอะไร

  1. พวกเขาทะเลาะวิวาททางกายกับผู้มาเยือนทุกคน
  2. พวกเขายังคงพยายามอย่างมุ่งมั่นจนกว่าการต่อสู้นั้นจะสิ้นสุด
  3. พวกเขาหยุดทันทีที่งานเริ่มยาก
ดูคำตอบ

พวกเขายังคงพยายามอย่างมุ่งมั่นจนกว่าการต่อสู้นั้นจะสิ้นสุด

or you don't love them and will walk away. กริยาวลี

0:19

หรือไม่คุณก็ไม่ได้รักเขาและเดินจากไป

ไวยากรณ์

either ... or ... สำหรับการเสนอทางเลือกสองทาง

Either ... or ... เป็นโครงสร้างคู่ที่ใช้เชื่อมทางเลือกสองทาง ในประโยคนี้ ส่วนแรกคือ love a person ... fight till the end และส่วนที่สองคือ don't love them ... walk away การกล่าวประธานซ้ำทำให้แต่ละส่วนเป็นข้อความยืนยันที่สมบูรณ์ ในการโต้แย้ง โครงสร้างนี้อาจทำให้สถานการณ์ดูเหมือนมีเพียงทางเลือกเด็ดขาดสองทาง ไวยากรณ์เพียงจัดรูปข้อกล่าวอ้างเท่านั้น ไม่ได้พิสูจน์ว่าไม่มีจุดกึ่งกลางหรือทางเลือกที่สาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่ที่เสนอทางเลือกด้านกำหนดการสองทาง: We can ____ meet on Friday ____ reschedule for next week.

ดูคำตอบ

either · or

กริยาวลี

walk away: ออกจากหรือยุติความสัมพันธ์

ในประโยคนี้ walk away หมายถึงเลือกออกจากหรือยุติความสัมพันธ์ เป็นกริยาวลีที่ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ จึงไม่จำเป็นต้องเดินออกไปจริง ๆ วลีนี้บอกถึงการเลือกหยุดมีส่วนร่วม ตัววลีเองไม่ได้บอกว่าคนนั้นเย็นชา สะเพร่า หรือไม่รับผิดชอบ การตัดสินเช่นนั้นต้องดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

ในประโยค “If you no longer want the relationship, you can walk away,” คำว่า walk away หมายถึงอะไร

  1. ดำเนินความสัมพันธ์ต่อโดยไม่เปลี่ยนแปลงอะไร
  2. เลือกออกจากหรือยุติความสัมพันธ์
  3. ออกไปเดินเล่นสั้น ๆ แล้วกลับมา
ดูคำตอบ

เลือกออกจากหรือยุติความสัมพันธ์

There isn't, there can't be any third category

0:22

ไม่มีและไม่สามารถมีทางเลือกที่สามได้

that isn't just a deceit.

0:26

เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นเพียงการหลอกลวง

Underneath this uncompromising stance ไวยากรณ์

0:29

ภายใต้จุดยืนที่ไม่อลุ้มอล่วยนี้

lies an ideology of romanticism

0:31

มีอุดมการณ์แห่งความโรแมนติกซ่อนอยู่

ไวยากรณ์

Underneath ... lies ...: การกลับลำดับทั้งชุดแบบเป็นทางการ

“Underneath this uncompromising stance” ถูกวางไว้ต้นประโยค และกริยาหลัก lies อยู่ก่อนประธานที่เป็นนามวลี “an ideology of romanticism” รูปแบบคือ วลีบอกสถานที่หรือสถานที่เชิงเปรียบเทียบที่ย้ายมาข้างหน้า + กริยา + ประธานที่เป็นนามวลี หากเรียงตามปกติจะเป็น “An ideology of romanticism lies underneath this uncompromising stance.” ในที่นี้ underneath เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยอุดมการณ์คือรากฐานที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังจุดยืนที่มองเห็น การกลับลำดับเช่นนี้นำเสนอจุดยืนก่อนแล้วจึงเปิดเผยคำอธิบาย ทำให้เกิดน้ำเสียงเป็นทางการและเชิงวิเคราะห์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การกลับลำดับทั้งชุดแบบเป็นทางการ เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงที่เห็นได้ก่อน แล้วจึงเปิดเผยสาเหตุที่ซ่อนอยู่

  1. A fear of failure lies behind the sudden change.
  2. Behind the sudden change lies a fear of failure.
  3. Behind the sudden change, a fear of failure lies.
ดูคำตอบ

Behind the sudden change lies a fear of failure.

that insists that true love has nothing to do with practicalities. วลี

0:34

ซึ่งยืนกรานว่ารักแท้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับความเป็นจริงทางโลก

วลี

has nothing to do with: บอกว่าสองสิ่งไม่เกี่ยวข้องกัน

ในโครงสร้าง has nothing to do with X ประธานถูกกล่าวว่าไม่มีความเชื่อมโยงกับ X ในประโยคนี้ ความรักแท้ถูกนำเสนอว่าแยกออกจากข้อกังวลในชีวิตจริงอย่างสิ้นเชิง เช่น เงิน ระยะทาง สุขภาพ หรือแผนชีวิต วลีนี้เป็นการตัดสินความสัมพันธ์อย่างหนักแน่นและเด็ดขาด สามารถใช้ปฏิเสธความเกี่ยวข้อง การมีส่วนร่วม หรือความสัมพันธ์เชิงเหตุผลได้ โดยคำนามรอบข้างจะบอกว่ากำลังปฏิเสธความเชื่อมโยงแบบใด

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ไม่เกี่ยวข้องกันเลย” ให้สมบูรณ์: The color of the folder ____ the quality of the report.

ดูคำตอบ

has nothing to do with

The romantic novelist D.H. Lawrence captured this absolutist view วลี

0:39

ดี.เอช. ลอว์เรนซ์ นักเขียนนวนิยายแนวโรแมนติก ได้บันทึกมุมมองแบบสัมบูรณ์นิยมนี้ไว้

when he wrote,

0:44

เมื่อเขาเขียนว่า

วลี

captured this absolutist view: ถ่ายทอดแก่นของแนวคิด

captured ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าถ้อยคำของลอว์เรนซ์แสดงแก่นของมุมมองนี้ได้อย่างชัดเจนและน่าจดจำ ไม่ได้หมายถึงการจับไว้จริง ๆ หรือถ่ายภาพ this absolutist view ย้อนกลับไปอ้างถึงจุดยืนที่ไม่ยอมรับข้อยกเว้นหรือการประนีประนอม โครงสร้าง X captured a view ใช้บอกว่าคำพูดที่ยกมา งานศิลปะ ตัวอย่าง หรือเหตุการณ์ เป็นตัวแทนที่กระชับของแนวคิดนามธรรม แต่ตัวโครงสร้างเองไม่ได้บอกว่า X เห็นด้วยกับหรือพิสูจน์แนวคิดนั้น

แบบฝึกหัด

ในบทวิจารณ์วรรณกรรม “The poem captured this view” น่าจะหมายความว่าอะไรที่สุด?

  1. บทกวีแสดงแนวคิดหลักของมุมมองนั้นอย่างชัดเจน
  2. บทกวีแสดงให้เห็นว่าผู้แต่งปฏิเสธมุมมองนั้น
  3. บทกวีกล่าวถึงมุมมองนั้นสั้น ๆ โดยไม่ได้ถ่ายทอดออกมา
  4. บทกวีให้หลักฐานว่ามุมมองนั้นถูกต้อง
ดูคำตอบ

บทกวีแสดงแนวคิดหลักของมุมมองนั้นอย่างชัดเจน

"A man in love will sleep for the rest of his life

0:45

"ผู้ชายที่กำลังตกหลุมรัก จะยอมนอนบนม้านั่งในสวนสาธารณะไปตลอดชีวิต

on a park bench for a woman he loves."

0:48

เพื่อผู้หญิงที่เขารักได้"

And so, by extension, ลำดับความ

0:52

ดังนั้น ในทำนองเดียวกัน

if there are children from another relationship,

0:53

หากมีลูกที่เกิดจากความสัมพันธ์ครั้งก่อน

if there's no money,

0:56

หากไม่มีเงิน

if one of the parties lives abroad,

0:57

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาศัยอยู่ต่างประเทศ

if someone has a mental illness,

0:59

หากใครสักคนมีอาการป่วยทางจิต

if there are cultural differences,

1:01

หากมีความแตกต่างทางวัฒนธรรม

if long-term goals point in contrasting directions,

1:03

หากเป้าหมายระยะยาวชี้ไปในทิศทางที่สวนทางกัน

there will always be a way for love to succeed. ไวยากรณ์

1:07

ย่อมมีหนทางให้ความรักประสบความสำเร็จได้เสมอ

ลำดับความ

By extension: ขยายหลักการไปใช้กับกรณีที่เกี่ยวข้อง

By extension แสดงว่าผู้พูดกำลังนำหลักการที่กล่าวไว้ก่อนหน้าไปใช้กับกรณีอื่นที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ แนวคิดที่ว่าความรักสามารถทนต่อความยากลำบากรุนแรงได้ถูกขยายไปครอบคลุมอุปสรรคในชีวิตจริงหลายอย่างที่ตามมา คำนี้สื่อถึงการขยายในเชิงตรรกะ ไม่ใช่การยืดเวลาเพิ่มหรือการขยายพื้นที่ทางกายภาพ ให้เข้าใจว่า “ถ้าหลักการนี้เป็นจริงในกรณีนั้น เหตุผลเดียวกันก็ใช้กับกรณีนี้ได้เช่นกัน”

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่ากำลังนำหลักการหนึ่งไปใช้กับกลุ่มที่เกี่ยวข้อง? The safety rule protects laboratory staff. ____, it should cover visiting researchers who face the same risk.

  1. For example
  2. By extension
  3. Meanwhile
ดูคำตอบ

By extension

ไวยากรณ์

A way for love to succeed: โครงสร้าง a way for + คำนาม + to-infinitive

ใน a way for love to succeed ส่วน for love เป็นประธานทางความหมายของ infinitive คือ to succeed กล่าวคือ love เป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จ รูปแบบคือ a way for + คำนาม/คำสรรพนาม + to-infinitive โครงสร้างนี้เน้นหนทาง วิธีการ หรือโอกาสที่ทำให้ผลลัพธ์หนึ่งเป็นไปได้ ไม่ได้หมายถึง “เพื่อเห็นแก่ความรัก” ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย for บอกว่าใครหรือสิ่งใดเป็นผู้ทำกริยาใน infinitive

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ a way for + noun + to-infinitive โดยใช้คำว่า way, Maya และ work: The new schedule provides ____ without missing class.

ดูคำตอบ

a way for Maya to work

But there is another philosophy at large, สำนวน

1:13

แต่ยังมีปรัชญาอีกแบบหนึ่งที่มีอยู่ทั่วไป

more restrained and less esteemed,

1:15

สงวนท่าทีมากกว่า และไม่ค่อยได้รับการยกย่องเท่าไหร่

สำนวน

at large: แพร่หลายอยู่ในสังคม

ในประโยคนี้ at large ขยาย another philosophy โดยบอกว่าแนวคิดนั้นมีอยู่หรือแพร่กระจายอย่างกว้างขวางในสังคม ไม่ได้หมายถึงสถานที่ทางกายภาพ คำนามที่อยู่ข้างหน้าช่วยกำหนดความหมาย เมื่อ idea, belief หรือ philosophy ใช้กับ at large จะหมายถึงสิ่งนั้นกำลังแพร่ไปในความคิดของสาธารณชน ไม่ได้จำกัดอยู่กับบุคคลหรือสถานที่ใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “By the 1920s, the theory was at large among young artists,” คำว่า at large หมายถึงอะไร?

  1. แพร่หลาย
  2. ยังไม่ถูกจับหรือกักขัง
  3. ถูกมองโดยรวม
ดูคำตอบ

แพร่หลาย

that balances a respect for emotions วลี

1:18

ซึ่งสร้างสมดุลระหว่างการเคารพในอารมณ์ความรู้สึก

with an equal respect for the practical dimensions of life.

1:21

กับการเคารพในมิติของชีวิตจริงอย่างเท่าเทียมกัน

วลี

balance A with B: ให้น้ำหนักอย่างเหมาะสมกับทั้งสองด้าน

Balance A with B หมายถึงการให้ความสำคัญอย่างเหมาะสมกับทั้ง A และ B เพื่อไม่ให้ด้านใดด้านหนึ่งมีอิทธิพลเหนือกว่า ในที่นี้ A คือการเคารพอารมณ์ และ B คือการเคารพแง่มุมที่เป็นจริงของชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน With ใช้แนะนำด้านที่สองของสิ่งที่ต้องทำให้สมดุล ไม่ได้หมายความว่า B เป็นเครื่องมือที่ใช้กับ A ส่วนคำว่า equal ทำให้ชัดเจนว่าต้องให้น้ำหนักทั้งสองด้านเท่ากัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ balance A with B: A good coach ____ firm expectations ____ patience.

ดูคำตอบ

balances · with

This philosophy knows

1:25

ปรัชญานี้ตระหนักดีว่า

that however tender and sympathetic our feelings may be, ไวยากรณ์

1:26

ไม่ว่าความรู้สึกของเราจะอ่อนโยนและเห็นอกเห็นใจเพียงใด

they cannot entirely mitigate or erase the impact of social ostracism, โน้ต

1:30

มันก็ไม่สามารถบรรเทาหรือลบล้างผลกระทบจากการถูกสังคมกีดกัน

ไวยากรณ์

ไม่ว่าความรู้สึกของเราจะอ่อนโยนและเห็นอกเห็นใจเพียงใด

ในประโยคนี้ however + คำคุณศัพท์ + ประธาน + may be สร้างอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อขัดแย้ง มีความหมายว่า ไม่ว่าความรู้สึกของเราจะอ่อนโยนและเห็นอกเห็นใจเพียงใด อนุประโยคนี้ยอมรับว่าความรู้สึกอาจเข้มข้นมาก แต่ไม่ได้เปลี่ยนข้อสรุปในประโยคหลัก ในที่นี้ however ขยายระดับของ tender และ sympathetic ไม่ได้แปลว่า อย่างไรก็ตาม โครงสร้างนี้ใช้เมื่อต้องการยอมรับว่าคุณสมบัติหนึ่งมีระดับสูง ก่อนบอกข้อสรุปที่ยังคงเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ however ในความหมายว่า no matter how?

  1. However, the skilled team may still need clear guidance.
  2. However skilled the team may be, it still needs clear guidance.
  3. The team may be skilled; however, it still needs clear guidance.
ดูคำตอบ

However skilled the team may be, it still needs clear guidance.

วลี

บรรเทาหรือลบผลกระทบ

Mitigate the impact หมายถึงทำให้ผลกระทบรุนแรงหรือสร้างความเสียหายน้อยลง ไม่ได้หมายความว่าผลกระทบหายไป ส่วน erase the impact มีความหมายแรงกว่ามาก คือแสดงว่าผลกระทบถูกลบออกทั้งหมด การเชื่อม mitigate or erase ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงสองระดับ ตั้งแต่ลดความเสียหายไปจนถึงกำจัดออกทั้งหมด เมื่อใช้กับ cannot entirely ประโยคนี้จึงบอกว่าความรู้สึกไม่เพียงพอที่จะจัดการผลของการกีดกันทางสังคมได้อย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

แนวกั้นใหม่ช่วยให้น้ำท่วมสร้างความเสียหายน้อยลง แต่ยังมีความเสียหายบางส่วนเหลืออยู่ ประโยคใดอธิบายผลได้ดีที่สุด?

  1. The barrier erased the impact of the flooding.
  2. The barrier prevented the flooding.
  3. The barrier mitigated the impact of the flooding.
ดูคำตอบ

The barrier mitigated the impact of the flooding.

opposed friendship groups,

1:36

กลุ่มเพื่อนที่ขัดแย้งกัน

clashing values,

1:38

ค่านิยมที่สวนทางกัน

ongoing distance,

1:39

ระยะทางที่ห่างไกลกันอย่างต่อเนื่อง

incongruous life stages,

1:40

ช่วงชีวิตที่ไม่สอดคล้องกัน

continuous alarm,

1:42

ความหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา

or park benches.

1:44

หรือม้านั่งในสวนสาธารณะ ได้อย่างสิ้นเชิง

การใช้คำ

social ostracism: การถูกกลุ่มกีดกัน

Social ostracism หมายถึงการถูกกลุ่มทางสังคมกีดกัน เพิกเฉย หรือปฏิเสธไม่ให้เป็นส่วนหนึ่ง มีความหมายรุนแรงกว่าการไม่เห็นด้วยทั่วไป และสื่อว่ากลุ่มไม่ยอมให้บุคคลนั้นมีสถานะเป็นสมาชิกหรือมีส่วนร่วม ในรายการนี้ วลีดังกล่าวระบุถึงผลกระทบทางสังคมอย่างหนึ่งที่อาจเกิดจากความสัมพันธ์ คือคนอื่นอาจตอบสนองด้วยการกันใครบางคนออกไป แนวคิดหลักที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือการกีดกันโดยกลุ่ม ไม่ใช่เพียงการอยู่ตามลำพัง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ social ostracism?

  1. เพื่อนสองคนเห็นไม่ตรงกันว่าจะดูภาพยนตร์เรื่องใด
  2. กลุ่มหนึ่งจงใจกันสมาชิกคนหนึ่งออกจากการประชุมและกิจกรรมทางสังคม
  3. คนคนหนึ่งเลือกใช้ค่ำคืนอันเงียบสงบตามลำพัง
ดูคำตอบ

กลุ่มหนึ่งจงใจกันสมาชิกคนหนึ่งออกจากการประชุมและกิจกรรมทางสังคม

If we understand love ไวยากรณ์

1:46

หากเราเข้าใจว่าความรัก

as ultimately focused on the care and nurture of another person,

1:48

ท้ายที่สุดแล้วคือการมุ่งเน้นไปที่การดูแลและทะนุถนอมบุคคลอื่น

ไวยากรณ์

understand A as B ใน understand love as

โครงสร้าง understand A as B หมายถึงการตีความหรือวางกรอบ A ในแง่ของ B ในที่นี้ A คือ love และ B คือแนวคิดที่ว่าความรักมุ่งเน้นการดูแลและส่งเสริมการเติบโตของอีกคนหนึ่งในท้ายที่สุด ส่วน as ใช้นำเสนอวิธีตีความ ไม่ได้บอกเวลาหรือสาเหตุ การวางกรอบนี้สร้างเกณฑ์สำหรับข้อโต้แย้งที่ตามมา เมื่อเข้าใจความรักในลักษณะนี้แล้ว ก็สามารถประเมินความสัมพันธ์ได้ว่าความสัมพันธ์นั้นสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของอีกฝ่ายจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง understand A as B: In this discussion, we ____ the choice to act despite fear.

ดูคำตอบ

understand courage as

should we continue to label as loving

1:52

เราควรจะเรียกสิ่งนี้ว่าความรักต่อไปอีกหรือ

a relationship that necessarily mires our partner วลี

1:55

สำหรับความสัมพันธ์ที่ดึงคนรักของเราให้จมดิ่ง

in a succession of avoidable miseries?

1:59

ไปกับความทุกข์ระทมที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

วลี

mire someone in a succession of...: ทำให้ใครบางคนติดอยู่ในปัญหาที่เกิดตามมาไม่หยุด

mire ในที่นี้เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม โครงสร้าง mire someone in something หมายถึงทำให้ใครบางคนติดลึกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากที่หลุดพ้นได้ยาก ภาพเปรียบเทียบมาจากการติดอยู่ในโคลน แต่ประโยคนี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ a succession of หมายถึงสิ่งหลายอย่างที่เกิดตามกันมาเป็นชุด เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้บอกว่าความสัมพันธ์ทำให้คู่รักติดอยู่ในความทุกข์ที่ป้องกันได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และคำถามก็ท้าทายว่าสิ่งนี้ยังเรียกได้อย่างจริงใจว่าเป็นความรักหรือไม่

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมาย mire ... in และ a succession of เติมประโยคให้สมบูรณ์: Poor planning ____ the project in ____ avoidable delays.

ดูคำตอบ

mired · a succession of

Are we so uniquely fitted to be with them ไวยากรณ์

2:02

เราเหมาะสมที่สุดที่จะได้อยู่กับเขาจริงๆ หรือ

as to justify the suffering our presence entails?

2:06

ถึงขนาดที่จะใช้เป็นข้ออ้างสำหรับความเจ็บปวดที่เกิดจากการมีเราอยู่ได้

ไวยากรณ์

so uniquely fitted ... as to justify: ระดับและผลลัพธ์

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + as to + กริยารูปพื้นฐาน เชื่อมระดับเข้ากับผลลัพธ์หรือผลที่ตามมา โดยหมายถึง “มากถึงระดับที่...” ในที่นี้ so uniquely fitted ... as to justify ถามว่าการเหมาะสมกันเป็นพิเศษอาจมีระดับมากพอที่จะทำให้ความทุกข์ดูมีเหตุผลรองรับได้หรือไม่ นี่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่แสดงความสงสัย ไม่ได้คาดหวังคำตอบง่าย ๆ ว่าใช่ กล่าวคือ ความเข้ากันได้ที่กล่าวอ้างอาจไม่เพียงพอที่จะใช้แก้ต่างให้ความทุกข์

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างทางการ so + adjective + as to + verb เติมประโยคให้สมบูรณ์: The warning was ____ vague ____ leave everyone confused.

ดูคำตอบ

so · as to

Might our so-called love for them การใช้คำ

2:09

สิ่งที่เราเรียกว่าความรักที่มีต่อพวกเขา

not in the end have more to do with our satisfaction ไวยากรณ์

2:12

ท้ายที่สุดแล้วมันอาจเกี่ยวข้องกับความพึงพอใจของเราเอง

than their fulfillment?

2:16

มากกว่าการเติมเต็มให้กับพวกเขาหรือเปล่า

การใช้คำ

ป้ายชื่อเชิงสงสัย so-called love

so-called อยู่หน้า love และแสดงว่าผู้พูดเว้นระยะห่างจากคำเรียกนั้น ผู้พูดไม่ได้เพียงตั้งชื่อให้ความรู้สึก แต่กำลังตั้งคำถามว่าความรู้สึกนั้นสมควรถูกเรียกว่าความรักจริงหรือไม่ โดยทั่วไป so-called มักสื่อความสงสัยว่าป้ายชื่อที่คุ้นเคยนั้นถูกต้องหรือสมควรหรือไม่ ในที่นี้ คำนี้เน้นข้อวิจารณ์ว่าความรู้สึกดังกล่าวอาจตอบสนองความพอใจของเราเองมากกว่าความเป็นอยู่ที่ดีของอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Their so-called apology blamed everyone else,” คำว่า so-called สื่อถึงอะไร

  1. ผู้พูดกำลังแนะนำชื่อทางการที่เป็นกลางของคำขอโทษ
  2. ผู้พูดสงสัยว่าสิ่งนั้นสมควรถูกเรียกว่าคำขอโทษหรือไม่
  3. ผู้พูดกำลังบอกว่าคำขอโทษเกิดขึ้นนานมาแล้ว
ดูคำตอบ

ผู้พูดสงสัยว่าสิ่งนั้นสมควรถูกเรียกว่าคำขอโทษหรือไม่

ไวยากรณ์

โครงสร้างเปรียบเทียบ have more to do with A than B

ในโครงสร้าง have more to do with A than B นั้น have to do with หมายถึงเกี่ยวข้องกับหรืออธิบายได้ด้วยบางสิ่ง ส่วน more สร้างการเปรียบเทียบว่า A เป็นความเชื่อมโยงหรือคำอธิบายที่หนักแน่นกว่า แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นปัจจัยเดียว ในประโยคนี้ our satisfaction ถูกเสนอว่าเป็นแรงจูงใจที่หนักแน่นกว่า their fulfillment รูปคำถาม Might ... not ...? ชวนให้ผู้ฟังพิจารณาสิ่งที่ดูเหมือนความรักใหม่ และชั่งน้ำหนักคำอธิบายทั้งสอง

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบ have more to do with A than B เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The drop in sales may ____ poor timing ____ product quality.

ดูคำตอบ

have more to do with · than

There are, of course,

2:18

แน่นอนว่า มี

liars who will dress up their escapes กริยาวลี

2:19

คนโกหกที่ใช้การหลบหนี

as acts of generosity,

2:22

มาแสร้งทำเป็นความใจกว้าง

กริยาวลี

dress up A as B: แต่ง A ให้ดูเป็น B

โครงสร้าง dress up A as B หมายถึงการทำให้ A ดูหรือฟังเหมือน B ที่น่าดึงดูดหรือน่านับถือกว่า โดยเฉพาะเมื่อความจริงของ A ไม่ได้น่าชื่นชมเช่นนั้น ในที่นี้ their escapes คือการจากไปเพื่อปกป้องตัวเอง ส่วน acts of generosity คือป้ายชื่ออันสูงส่งที่นำมาติดให้การกระทำนั้น ถ้อยคำนี้แสดงความสงสัยของผู้พูด คนโกหกเหล่านี้ไม่ได้เพียงอธิบายว่าทำไมจึงจากไป แต่ปรับเรื่องเล่าใหม่เพื่อให้การหลีกหนีดูเป็นการเสียสละเพื่อผู้อื่น เมื่อ A เป็นคำนามนามธรรม dress up จะใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการแต่งตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ dress up A as B: The spokesperson tried to ____ the budget cut ____ a bold reform.

ดูคำตอบ

dress up · as

but there are as many true lovers

2:24

แต่ก็มีคนรักที่แท้จริงจำนวนมากไม่แพ้กัน

who quietly sacrifice themselves สำนวน

2:26

ที่ยอมเสียสละตัวเองอย่างเงียบๆ

on unheralded altars of resignation.

2:29

บนแท่นบูชาแห่งความยินยอมที่ไร้คนสรรเสริญ

สำนวน

เสียสละตนเองบนแท่นบูชาแห่งการยอมจำนนที่ไม่มีใครสรรเสริญ

ประโยคนี้สร้างอุปลักษณ์ต่อเนื่องว่า คนรักแท้เสียสละตนเองบนแท่นบูชา ไม่ได้มีพิธีกรรมจริง การยอมปล่อยความสัมพันธ์ไปเพื่อประโยชน์ของอีกฝ่ายถูกวาดภาพให้เป็นเครื่องบูชาอันศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ความสูญเสียนั้นดูเป็นการตัดสินใจโดยตั้งใจ เจ็บปวด และจริงจังทางศีลธรรม unheralded หมายถึงไม่ได้รับการประกาศหรือชื่นชมต่อสาธารณะ การเสียสละจึงไม่มีใครเห็น ส่วน resignation ในที่นี้หมายถึงการยอมรับความจริงอันเจ็บปวดอย่างไม่เต็มใจ ไม่ใช่การลาออกจากงาน ภาพรวมจึงยกย่องการเสียสละอย่างเงียบ ๆ ที่ไม่ได้รับการยอมรับ

แบบฝึกหัด

ภาพ sacrifice themselves on unheralded altars of resignation ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร

  1. พวกเขายอมปล่อยความสัมพันธ์ไปอย่างเงียบ ๆ และไม่ได้รับคำชื่นชมต่อสาธารณะ
  2. พวกเขาลาออกจากงานอย่างเป็นทางการเพราะคู่รักขอให้ทำ
  3. พวกเขาจัดพิธีทางศาสนาต่อสาธารณะเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์
ดูคำตอบ

พวกเขายอมปล่อยความสัมพันธ์ไปอย่างเงียบ ๆ และไม่ได้รับคำชื่นชมต่อสาธารณะ

It's hugely honorable and very moving

2:32

มันเป็นเรื่องที่มีเกียรติอย่างยิ่งและน่าประทับใจมาก

to do one's utmost to be with someone, วลี

2:35

ที่ใครคนหนึ่งพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะได้อยู่กับใครสักคน

วลี

do one's utmost to: พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อ

do one's utmost to do something หมายถึงทุ่มเทความพยายามให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อเป้าหมายนั้น ในประโยคนี้ to be with someone ระบุเป้าหมายของความพยายาม one's เป็นคำแทนรูปแสดงความเป็นเจ้าของ จึงต้องเปลี่ยนตามผู้ที่พยายาม เช่น I do my utmost, she does her utmost และ they do their utmost สำนวนนี้เน้นการทุ่มเทอย่างเต็มที่อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนที่เป็นทางการซึ่งหมายถึง “ทุ่มเทความพยายามทุกอย่างที่ทำได้”: She did ____ finish the rescue plan before nightfall.

ดูคำตอบ

her utmost to

but it may be greater love still ลำดับความ

2:39

แต่มันอาจเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่กว่า

to adore a person and then,

2:41

ที่จะรักและเทิดทูนใครสักคน แล้วจากนั้น

ลำดับความ

but it may be greater love still: แต่นั่นอาจเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก

but เริ่มจากยอมรับแนวคิดเชิงบวกก่อนหน้า แล้วจึงหันทิศทางของข้อโต้แย้งไปสู่ข้อสรุปที่ต่างออกไป ส่วน may นำเสนอการตัดสินใหม่นี้ว่าเป็นความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ใน greater love still คำว่า still อยู่หลังวลีเปรียบเทียบและมีความหมายว่า even หรือ even greater love โครงสร้างทั้งหมดทำให้ผู้พูดยังคงให้คุณค่ากับความรักแบบแรก พร้อมเสนอว่าความรักแบบถัดไปอาจอยู่ในระดับที่สูงกว่า

แบบฝึกหัด

but it may be greater love still ทำหน้าที่อะไรในข้อโต้แย้งนี้?

  1. วลีนี้ปฏิเสธแนวคิดก่อนหน้าและอ้างว่าความรักไม่มีคุณค่าเลย
  2. วลีนี้ยอมรับว่าแนวคิดก่อนหน้ามีคุณค่า และเสนอว่าความรักอีกรูปแบบหนึ่งอาจยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก
  3. วลีนี้บอกว่าความรักแบบก่อนหน้ายังคงเหมือนเดิมทุกประการเมื่อเวลาผ่านไป
ดูคำตอบ

วลีนี้ยอมรับว่าแนวคิดก่อนหน้ามีคุณค่า และเสนอว่าความรักอีกรูปแบบหนึ่งอาจยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก

before wasting any more of their time,

2:43

ก่อนที่จะทำให้พวกเขาเสียเวลาไปมากกว่านี้

to leave them well alone. สำนวน

2:46

คือการปล่อยให้เขาไปตามทางของตนเอง

สำนวน

leave them well alone: หยุดรบกวนหรือแทรกแซงโดยสิ้นเชิง

leave someone well alone หมายถึงหยุดติดต่อ รบกวน หรือเข้าไปแทรกแซงคนคนนั้นอย่างสิ้นเชิง ในที่นี้ well ใช้เน้น alone ไม่ได้แปลว่า “อย่างมีสุขภาพดี” หรือ “อย่างชำนาญ” ในประโยคนี้ การถอยออกมาถูกเสนอว่าเป็นการตัดสินใจเพราะยังห่วงใย ผู้พูดอาจยังรักอีกฝ่ายมาก แต่เลือกที่จะไม่ใช้เวลาของอีกฝ่ายไปมากกว่านี้ แนวคิดที่นำไปใช้ได้คือการตั้งใจเว้นระยะและให้พื้นที่แก่ใครสักคน ไม่ใช่แค่เดินออกไปจากบริเวณนั้น

แบบฝึกหัด

Maya ยังคงห่วงใย Ben แต่เธอตัดสินใจหยุดติดต่อหรือแทรกแซงเขาอย่างสิ้นเชิง ประโยคใดสื่อถึงการตัดสินใจนี้ได้ดีที่สุด

  1. I'm going to walk away now and call Ben later.
  2. I'm going to leave Ben well alone.
  3. I'm going to check on Ben every evening.
ดูคำตอบ

I'm going to leave Ben well alone.