คุณยายไม่ยอมย้ายออก 🏠 | คลิปใหม่ล่าสุด - ตะกร้าผีสิง 👻🧺 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
312 คำ 189 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ระหว่างการพาชมบ้านที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย นายหน้าอสังหาริมทรัพย์พยายามนำเสนอบ้านของคู่สามีภรรยาสูงวัย แต่ผู้อยู่อาศัยคอยก่อกวนการชมบ้านเพื่อทำให้ผู้ซื้อที่สนใจถอดใจ แม้เหตุวุ่นวายเกือบทำให้การขายล้มเหลว ผู้เข้าชมก็ยังอยากซื้อ และท้ายที่สุดทั้งคู่กลับช่วยแนะนำจุดเด่นสุดท้ายของบ้านอย่างเหนือความคาดหมาย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Notice the lovely period floorboards. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่า Notice ตามด้วยนามวลีใช้ชี้นำความสนใจของผู้ฟังไปยังจุดขายที่เฉพาะเจาะจงอย่างไร คุณจะสังเกตและใช้วิธีเปิดประเด็นแบบนี้ได้เมื่อต้องพาชมบ้าน นำทัวร์ หรือสาธิต โดยเน้นรายละเอียดหนึ่งก่อนอธิบายเพิ่มเติม 2. get on with my job. — กริยาวลี: เข้าใจว่า get on with หมายถึงทำงานต่อหรือกลับไปทำสิ่งที่ค้างอยู่ และในบริบทนี้ยังสื่อว่าต้องการให้หยุดรบกวน คุณจะใช้ได้เมื่อต้องการกลับไปทำงาน เร่งให้สิ่งต่าง ๆ เดินหน้า หรืออธิบายว่ามีคนขัดขวางจนทำงานไม่เสร็จ 3. I can if you like. — วัจนปฏิบัติศาสตร์และท่าทีในการสนทนา: เข้าใจว่านี่คือข้อเสนอแบบละคำที่ไม่กดดัน โดยอนุมานการกระทำที่หายไปจากคำถามก่อนหน้า และ if you like มอบสิทธิ์ตัดสินใจให้อีกฝ่าย คุณจึงเสนอคำอธิบาย การสาธิต หรือความช่วยเหลืออื่นได้อย่างสุภาพโดยไม่ฟังดูยัดเยียด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Notice the lovely period floorboards. โน้ต

0:00

ลองดูแผ่นไม้ปูพื้นยุคเก่าที่สวยงามพวกนี้นะครับ

ลำดับความ

Notice + นามวลี เพื่อดึงความสนใจ

ในที่นี้ Notice เป็นคำกริยารูปคำสั่ง หมายถึงให้สังเกตหรือให้ดู คำนี้ดึงความสนใจของผู้ฟังไปที่แผ่นพื้น ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดได้รับหรือออกประกาศ ในการนำชม การสาธิต และการนำเสนอ Notice + นามวลี ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยบอกผู้ฟังว่ารายละเอียดที่มองเห็นส่วนใดสำคัญเป็นลำดับถัดไป นามวลีที่ตามมาจะระบุสิ่งที่ต้องสนใจ

แบบฝึกหัด

ผู้นำชมต้องการให้ผู้เข้าชมสนใจรายละเอียดหนึ่งจุด จงเติมคำกริยารูปคำสั่งจากบทเรียนลงในประโยค: ____ the carved initials above the doorway.

ดูคำตอบ

Notice

การใช้คำ

period floorboards: แผ่นพื้นที่มีลักษณะของยุคประวัติศาสตร์

ใน period floorboards คำว่า period เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึงมาจากหรือมีลักษณะเฉพาะของยุคประวัติศาสตร์ก่อนหน้า คำนี้อธิบายว่าแผ่นพื้นเป็นองค์ประกอบสถาปัตยกรรมเก่า หรือมีรูปแบบและเอกลักษณ์เช่นเดียวกับองค์ประกอบเก่า ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลา การใช้แบบนี้พบได้บ่อยในภาษาด้านอสังหาริมทรัพย์ สถาปัตยกรรม ของเก่า และการออกแบบภายในของอังกฤษ วลีนี้มักนำเสนอแผ่นพื้นว่าเป็นลักษณะทางประวัติศาสตร์ที่น่าชื่นชม แต่ period เพียงคำเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นของดั้งเดิม

แบบฝึกหัด

ใช้คำคุณศัพท์ด้านอสังหาริมทรัพย์จากบทเรียนที่หมายถึงมาจากหรือมีลักษณะเฉพาะของยุคประวัติศาสตร์ก่อนหน้า: The hallway still has its original ____ tiles.

ดูคำตอบ

period

Hmm.

0:02

อืม

Is anyone living here at the moment? วลี

0:03

ตอนนี้มีคนอาศัยอยู่ที่นี่ไหมคะ?

วลี

at the moment: การถามถึงสถานการณ์ปัจจุบัน

at the moment หมายถึง “ตอนนี้” หรือ “ในขณะนี้” ในคำถามนี้ วลีนี้บอกว่า living here เป็นจริงในช่วงเวลาใด โดยผู้พูดต้องการรู้สถานการณ์ปัจจุบัน วลีนี้มักใช้อธิบายสิ่งที่เป็นจริงในตอนนี้ แต่อาจเปลี่ยนไปในภายหลัง และมักวางไว้ท้ายประโยคเหมือนในตัวอย่างนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ตอนนี้”: Is the doctor available ____?

ดูคำตอบ

at the moment

Yes, but they're not home.

0:05

มีครับ แต่พวกเขาไม่อยู่บ้าน

Is everything okay?

0:08

ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหมคะ?

Uh I'll be right back. วลี

0:09

เอ่อ เดี๋ยวผมมานะครับ

วลี

I'll be right back: บอกว่าจะกลับมาเร็ว ๆ นี้

I'll be right back เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หมายถึงผู้พูดจะออกไปชั่วครู่แล้วกลับมาเร็วมาก right ในที่นี้เพิ่มความหมายว่า “เร็วมาก” ให้กับ back ไม่ได้หมายถึงทิศทาง “ขวา” วลีนี้ยังช่วยให้ผู้ฟังสบายใจว่าการหยุดคุยเป็นเพียงชั่วคราวและขอให้รอ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้เมื่อออกไปเพียงชั่วครู่: Please wait here. I'll ____.

ดูคำตอบ

be right back

What are you doing here?

0:12

พวกคุณย่ามาทำอะไรที่นี่เนี่ย?

You said you'd be at lawn bowls. โน้ต

0:14

บอกว่าจะไปเล่นเปตองหญ้าไม่ใช่เหรอ

ไวยากรณ์

You said you'd be at...: เล่าแผนที่เคยบอกไว้

ใน You said you'd be at... คำว่า you'd ย่อมาจาก you would คำว่า said วางคำพูดที่นำมาเล่าไว้ในอดีต ส่วน would แสดงว่าการอยู่ที่นั่นเป็นสิ่งที่จะเกิดหลังจากคำพูดในอดีตนั้น นี่คืออนาคตที่มองจากอดีต ไม่ใช่การสมมติ โครงสร้างนี้มักนำแผน คำสัญญา หรือความคาดหมายที่พูดไว้ก่อนหน้ากลับมาใช้ในบทสนทนาปัจจุบัน โดยมักนำมาเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ในประโยคนี้ผู้พูดกำลังเตือนอีกฝ่ายถึงแผนที่เคยบอกไว้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “You said you'd be at work,” คำว่า you'd หมายถึงอะไร?

  1. you had
  2. you would
  3. you did
ดูคำตอบ

you would

วัฒนธรรม

lawn bowls: กีฬาโบว์ลิงกลางแจ้ง

lawn bowls หรือลอนโบวลส์เป็นกีฬากลางแจ้ง ผู้เล่นกลิ้งลูกบนสนามเรียบไปหาลูกเป้าขนาดเล็กที่เรียกว่า jack สำหรับประโยคนี้ สิ่งสำคัญคือให้รู้ว่าเป็นกิจกรรมสันทนาการที่มีการจัดไว้ ใน You said you'd be at lawn bowls คำว่า at lawn bowls หมายถึงอยู่ที่รอบเล่น การแข่งขัน หรือกิจกรรมชมรมที่กำหนดไว้ ผู้พูดคาดว่าอีกฝ่ายจะออกไปเข้าร่วมหรือเล่นกีฬานี้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ lawn bowls หมายถึงอะไร?

  1. ชุดชามที่วางอยู่บนพื้นหญ้า
  2. กีฬาโบว์ลิงกลางแจ้งที่เล่นบนสนามสีเขียว
  3. เครื่องมือที่ใช้ตัดหญ้า
ดูคำตอบ

กีฬาโบว์ลิงกลางแจ้งที่เล่นบนสนามสีเขียว

Phyllis had to cancel. วลี

0:15

ฟิลลิสดันยกเลิกน่ะสิ

วลี

had to cancel: ความจำเป็นในอดีต

Had to เป็นรูปอดีตของ have to ใช้บอกว่าสถานการณ์ในอดีตทำให้จำเป็นต้องยกเลิก ไม่ได้หมายความเพียงว่าฟิลลิสอยากยกเลิก หลัง had to ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน cancel วลีนี้ยังช่วยอธิบายว่าเหตุใดแผนจึงเปลี่ยนไป โดยสื่อว่ามีเหตุผลหรือข้อจำกัดบางอย่าง แม้จะไม่ได้ระบุไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ have to ตามด้วย cancel: Because the venue closed, the organizers ____ the concert.

ดูคำตอบ

had to cancel

Yeah, she went water skiing. วลี

0:17

ใช่ ยัยนั่นไปเล่นสกีน้ำ

วลี

went water skiing: go + กิจกรรมรูป -ing

went water skiing เป็นรูปอดีตของ go water skiing ในโครงสร้าง go + กิจกรรมรูป -ing คำว่า go สื่อถึงการเข้าร่วมกิจกรรมยามว่างหรือกีฬา ให้แสดงกาลที่ go: go water skiing, went water skiing หรือ is going water skiing ส่วนที่เป็นกิจกรรมยังคงอยู่ในรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go และกิจกรรมในวงเล็บ: Last Saturday, Mia ____ at the indoor pool. (swim)

ดูคำตอบ

went swimming

Well, beat it, ya old fossils. โน้ต

0:21

เอาล่ะ ไปให้พ้นเลย พวกคนแก่โบราณ

สำนวน

beat it: คำสั่งหยาบให้ไปให้พ้น

Beat it เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ไปเดี๋ยวนี้” หรือ “ไปให้พ้น” ในประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่ง โดยผู้พูดสั่งให้อีกฝ่ายออกไป คำว่า beat ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “ตี” สำนวนนี้มักสื่อถึงความรำคาญ ความเป็นปฏิปักษ์ หรือท่าทีขับไล่ การรู้ว่าเป็นคำสั่งแบบตายตัวช่วยให้เข้าใจบทสนทนาที่มีความขัดแย้งโดยไม่แปลทีละคำ

แบบฝึกหัด

beat it ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. ไปเดี๋ยวนี้
  2. ขยับตามจังหวะ
  3. ตีสิ่งของชิ้นนั้น
ดูคำตอบ

ไปเดี๋ยวนี้

การใช้คำ

ya old fossils: คำเรียกเชิงเยาะเย้ย

Ya เป็นการเขียนคำว่า you แบบไม่เป็นทางการอย่างมาก ส่วน old fossils เป็นกลุ่มคำนามพหูพจน์ที่ใช้เรียกอีกฝ่ายโดยตรง ผู้พูดกำลังเรียกคนเหล่านั้นว่า “ฟอสซิลแก่” ไม่ได้กำลังพูดถึงฟอสซิลจริง ๆ การเรียกผู้สูงอายุว่า fossils สื่อว่าพวกเขาเก่าแก่ ล้าสมัย หรือเชื่องช้า คำเรียกทั้งหมดมีน้ำเสียงเยาะเย้ยและไม่ให้เกียรติ อีกทั้งยังทำให้คำสั่งฟังดูเป็นปฏิปักษ์มากขึ้น

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ya old fossils เป็นคำเรียกที่ให้เกียรติสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่คุ้นเคยหรือไม่

  1. ใช่
  2. ไม่ใช่
ดูคำตอบ

ไม่ใช่

I'm trying to sell this place. ไวยากรณ์

0:22

ผมพยายามจะขายที่นี่อยู่นะ

ไวยากรณ์

I'm trying to sell: ความพยายามไปสู่เป้าหมาย

ใน I'm trying to sell this place คำว่า I'm trying แสดงว่าความพยายามกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ โดยเป็นรูป present continuous ของ try ส่วน to sell ระบุเป้าหมาย Try to + คำกริยา เน้นความพยายามที่จะบรรลุผลลัพธ์ จึงไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present continuous ของ try เติมประโยคให้สมบูรณ์: I'm ____ finish my homework before dinner.

ดูคำตอบ

trying to

We don't want you to sell this place. ไวยากรณ์

0:24

เราไม่อยากให้หลานขายที่นี่

ไวยากรณ์

want you to sell: want + คน + to-infinitive

Want + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าประธานต้องการให้คนนั้นทำสิ่งดังกล่าว ใน want you to sell คำว่า you เป็นกรรมของ want และเป็นคนที่จะทำกริยา sell ด้วย ประโยคขึ้นต้นด้วย We don't want... จึงเป็นความต้องการเชิงปฏิเสธ คือพวกเขาไม่ต้องการให้คุณขายสถานที่นั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ wait เติมโครงสร้าง want + คน + to-infinitive ให้สมบูรณ์: The teacher wants us ____ quietly.

ดูคำตอบ

to wait

Yeah.

0:26

ใช่

Look, we've been through this. โน้ต

0:27

นี่ เราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Look, ในฐานะคำกำกับทิศทางการสนทนา

เมื่ออยู่ต้นประโยค Look, ทำหน้าที่เป็นคำกำกับบทสนทนา หมายถึง “ฟังนะ” หรือ “ตั้งใจฟังประเด็นของฉัน” ไม่ได้สั่งให้หันไปมองสิ่งใดด้วยตา คำนี้ช่วยให้ผู้พูดควบคุมทิศทางบทสนทนาและเกริ่นข้อความที่ตรงและหนักแน่น มักใช้ตอนอธิบาย แก้ไข หรือโต้แย้ง

แบบฝึกหัด

Look, ที่ต้นประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าผู้พูดสังเกตเห็นบางอย่าง
  2. ดึงความสนใจของผู้ฟังก่อนกล่าวประเด็นอย่างหนักแน่น
  3. บอกให้ผู้ฟังมองวัตถุที่มองเห็นได้
ดูคำตอบ

ดึงความสนใจของผู้ฟังก่อนกล่าวประเด็นอย่างหนักแน่น

สำนวน

we've been through this: เรื่องที่เคยจัดการหรือพูดคุยกันแล้ว

ในที่นี้ we've been through this หมายความว่าคนที่เกี่ยวข้องเคยพูดคุย จัดการ หรือโต้เถียงเกี่ยวกับเรื่องเดียวกันมาแล้ว Through ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่ผ่านสถานที่จริง โครงสร้าง present perfect we've been เชื่อมการพูดคุยก่อนหน้านี้กับสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้พูดสื่อเป็นนัยว่าไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำและอาจกำลังแสดงความไม่อดทน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เราเคยพูดคุยหรือจัดการเรื่องนี้แล้ว”: We don't need to repeat the same argument; we've ____.

ดูคำตอบ

been through this

It's not up to me. สำนวน

0:29

ผมไม่ใช่คนตัดสินใจสักหน่อย

สำนวน

It's not up to me: ฉันไม่มีอำนาจตัดสินใจ

It's not up to me หมายความว่าผู้พูดไม่ใช่ผู้มีอำนาจตัดสินใจเรื่องนี้ ในโครงสร้าง be up to someone คนที่อยู่หลัง to คือคนที่มีสิทธิ์เลือกหรือตัดสินใจ คำว่า not ในที่นี้ใช้บอกขอบเขตอำนาจของผู้พูด ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่รู้เรื่องหรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย แต่หมายถึงคนอื่นเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดไม่มีอำนาจตัดสินใจ

  1. It's not up to me.
  2. It doesn't belong to me.
  3. It's not for me.
ดูคำตอบ

It's not up to me.

Your kids are sticking you in an old codgers home, การใช้คำ

0:30

ลูกๆ ของคุณย่าจะส่งคุณย่าไปบ้านพักคนชรา

การใช้คำ

sticking you in: การจับใครไปไว้ที่หนึ่งอย่างหยาบ ๆ และไม่ใส่ใจ

ในที่นี้ stick someone in somewhere เป็นสำนวนภาษาพูดที่หมายถึง put หรือ place ใครไว้ที่ใดที่หนึ่ง sticking you in ไม่ได้หมายถึงเอากาวมาติดตัวคุณ แต่หมายถึงจัดให้คุณเข้าไปอยู่ในบ้านพักผู้สูงอายุ เมื่อเทียบกับ put ที่เป็นกลาง stick ทำให้การกระทำนั้นฟังดูหยาบ ลวก ๆ หรือไม่ค่อยคำนึงถึงความต้องการของเจ้าตัว ผู้พูดกำลังวิจารณ์วิธีที่ลูก ๆ ปฏิบัติต่อผู้สูงอายุ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stick เพื่อวิจารณ์การจับคนไปไว้ที่หนึ่งอย่างลวก ๆ หรือไม่ให้เกียรติอย่างชัดเจน

  1. She stuck the label on the box.
  2. They stuck the visiting musicians in a tiny room with no windows.
  3. He put the clean cups in the cupboard.
ดูคำตอบ

They stuck the visiting musicians in a tiny room with no windows.

การใช้คำ

old codgers home: คำเรียกสถานดูแลแบบดูหมิ่น

old codgers home เป็นคำเรียกที่แต่งขึ้นแบบดูหมิ่นสำหรับสถานดูแลและที่พักของผู้สูงอายุ codger เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกชายสูงอายุ และอาจฟังเหมือนล้อเลียนหรือดูแคลน ในที่นี้ home หมายถึงสถานดูแล ไม่ใช่บ้านส่วนตัว วลีนี้แสดงท่าทีไม่ให้เกียรติของผู้พูด และไม่ใช่ชื่อเรียกมาตรฐานของสถานที่ประเภทนี้

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในบทสนทนาที่สุภาพและเป็นกลาง old codgers home เป็นชื่อที่เหมาะสมสำหรับสถานดูแล

  1. ถูกต้อง
  2. ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

and they told me to sell it. ไวยากรณ์

0:32

แล้วพวกเขาก็บอกให้ผมขายที่นี่

ไวยากรณ์

they told me to sell it: tell + กรรม + to-infinitive

ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง tell + กรรม + to-infinitive: told + me + to sell โดย me หมายถึงผู้ที่ได้รับคำสั่ง และยังเป็นผู้ที่ทำกริยา sell ตามความหมายด้วย โครงสร้างนี้ใช้ถ่ายทอดคำสั่งหรือคำชี้นำ มีน้ำหนักมากกว่าการบอกเพียงว่าใครต้องการอะไร แต่ระดับความหนักแน่นจริง ๆ ตั้งแต่คำขอไปจนถึงคำสั่ง ขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างอดีตของ tell + คน + to + กริยา เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The manager ____ the door. ให้ใช้ tell, us และ close

ดูคำตอบ

told us to close

Those cheeky kids. การใช้คำ

0:34

เด็กพวกนี้นี่แก่นแก้วจริงๆ

การใช้คำ

cheeky kids: เด็กที่เสียมารยาทเล็กน้อยหรือซุกซนแบบหยอกล้อ

ใน Those cheeky kids คำว่า cheeky บรรยายพฤติกรรมของเด็กว่าเสียมารยาท กล้าเกินไป หรือไม่ค่อยให้ความเคารพเล็กน้อย ไม่ได้หมายถึงแก้มของเด็ก ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ คำนี้อาจเป็นคำตำหนิเบา ๆ อย่างจริงจัง หรือเป็นความเห็นแบบเอ็นดูและรู้สึกขำก็ได้ ต้องดูความสัมพันธ์ สถานการณ์ และน้ำเสียงประกอบ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดชาวอังกฤษยิ้มแล้วพูดว่า "You ate the last biscuit, you cheeky thing!" คำว่า cheeky น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด

  1. การกล่าวหาอย่างรุนแรงว่าโหดร้าย
  2. การตำหนิเบา ๆ แบบหยอกล้อ
  3. ความเห็นเกี่ยวกับแก้มของคนนั้น
ดูคำตอบ

การตำหนิเบา ๆ แบบหยอกล้อ

If you've got a problem, ไวยากรณ์

0:36

ถ้าคุณย่ามีปัญหา

ไวยากรณ์

If you've got a problem: เงื่อนไขที่หมายถึง “ถ้าคุณมีปัญหา”

If you've got a problem เป็นอนุประโยค if ที่กำหนดเงื่อนไข ในที่นี้ you've got หมายถึง you have โดย have got บรรยายสภาพหรือการมีบางสิ่งอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่การได้รับบางอย่างที่เสร็จสิ้นแล้ว โดยปกติอนุประโยคนี้ต้องมีประโยคหลักตามมาเพื่อบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ เช่น คำแนะนำหรือผลที่จะตามมา a problem อาจหมายถึงปัญหาในทางปฏิบัติหรือการไม่เห็นด้วยกับบางเรื่อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ have got ที่ใช้กับ you: If ____ a question, ask me after class.

ดูคำตอบ

you've got

take it up with them. กริยาวลี

0:36

ก็ไปคุยกับพวกเขาสิ

กริยาวลี

take it up with: นำปัญหาไปคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

take it up with someone หมายถึงนำปัญหาไปคุยกับบุคคลนั้น เพื่อให้เขาหารือ จัดการ หรือตอบเรื่องนั้น ในที่นี้ it หมายถึงปัญหาที่กล่าวไปแล้ว ส่วน them หมายถึงกลุ่มคนที่ผู้พูดเห็นว่าควรเป็นผู้จัดการปัญหา โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ take + ประเด็นปัญหา + up with + บุคคลหรือกลุ่มคน เมื่อใช้คำสรรพนามแทนปัญหา คำสรรพนามต้องอยู่หน้า up: take it up with them.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าให้นำปัญหาไปคุยกับผู้จัดการ?

  1. Take up it with the manager.
  2. Take it up with the problem.
  3. Take it up with the manager.
ดูคำตอบ

Take it up with the manager.

But please, let me get on with my job. กริยาวลี

0:38

แต่ขอร้องล่ะ ปล่อยให้ผมทำงานเถอะ

กริยาวลี

get on with my job: ทำงานต่อ

ใน get on with my job คำว่า get on with หมายถึงทำงานต่อ หรือกลับมาทำอีกครั้งหลังจากถูกขัดจังหวะ คำนามหลัง with ระบุงานที่ต้องทำต่อ ซึ่งในที่นี้คือ my job Let me get on with my job เป็นการขอให้คนอื่นหยุดทำให้ผู้พูดล่าช้าหรือขัดจังหวะ คำว่า please ทำให้คำขอสุภาพขึ้น แต่ยังอาจฟังดูหนักแน่นได้

แบบฝึกหัด

เติมวลี get on with ในประโยคใหม่นี้ให้สมบูรณ์: The interruption is over, so I can get ____ my report.

ดูคำตอบ

on with

But we've lived in this house for fifty years. ไวยากรณ์

0:40

แต่เราอยู่ในบ้านหลังนี้มาห้าสิบปีแล้วนะ

ไวยากรณ์

we've lived ... for fifty years: present perfect กับ for

we've lived เป็นรูปย่อของ we have lived และเป็นรูป present perfect เมื่อใช้กับ for fifty years ในบริบทนี้ จะหมายความว่าเริ่มอาศัยอยู่เมื่อห้าสิบปีก่อนและยังคงอยู่จนถึงตอนนี้ for ใช้บอกความยาวของช่วงเวลา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ have/has + past participle + for + ระยะเวลา เพื่อเชื่อมสถานการณ์หรือประสบการณ์ที่ยังดำเนินอยู่เข้ากับปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ work และคำที่ใช้บอกระยะเวลา: Ben ____ at this café ____ six years, and he still works there.

ดูคำตอบ

has worked · for

No, you haven't.

0:43

ไม่ ไม่ใช่สักหน่อย

You won it in a raffle at the surf club last April. โน้ต

0:44

คุณย่าจับฉลากได้จากเซิร์ฟคลับเมื่อเดือนเมษาปีที่แล้วต่างหาก

วลี

won it in a raffle: ชนะรางวัลจากการจับฉลากแบบสุ่ม

won it in a raffle หมายถึงสิ่งของนั้นเป็นรางวัลที่บุคคลได้รับจากการจับฉลาก won เป็นรูปอดีตของ win, it หมายถึงรางวัล และ in a raffle ระบุงานที่ชนะรางวัลนั้นมา raffle คือการสุ่มผู้ชนะจากบัตรหรือรายการเข้าร่วมที่มีหมายเลข และมักใช้เพื่อระดมทุน ไม่ใช่การแข่งขันที่ตัดสินด้วยทักษะ ดังนั้นวลีนี้ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเอาชนะคู่แข่ง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ win และคำบุพบทที่ถูกต้อง: Nina ____ a tablet ____ a charity raffle.

ดูคำตอบ

won · in

วัฒนธรรม

surf club: สโมสรช่วยชีวิตทางทะเลและชุมชนชายฝั่ง

ในประโยคนี้ surf club น่าจะหมายถึงสโมสรชายฝั่งที่เกี่ยวข้องกับการช่วยชีวิตทางทะเลและกิจกรรมชุมชน ซึ่งเป็นความหมายที่ใช้กันทั่วไปในออสเตรเลีย ไม่จำเป็นต้องเป็นสโมสรสำหรับเล่นเซิร์ฟเพื่อสันทนาการเท่านั้น สโมสรประเภทนี้อาจจัดกิจกรรมจับรางวัล ระดมทุน และพบปะสังสรรค์ ดังนั้น at the surf club จึงบอกว่าการ raffle เกิดขึ้นในพื้นที่ของชุมชน

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในประโยคนี้ surf club ต้องหมายถึงธุรกิจที่เปิดสอนเฉพาะการเล่นเซิร์ฟเท่านั้น

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Did we?

0:47

งั้นเหรอ?

Yes.

0:48

ใช่

Look, just stay out of my way, okay? สำนวน

0:48

นี่ แค่อย่ามาเกะกะผมก็พอ เข้าใจไหม?

สำนวน

stay out of my way: อย่าขวางทางหรือรบกวนฉัน

Stay out of my way เป็นประโยคคำสั่งตรง ๆ ที่หมายถึง “อย่าขวางทางฉันหรือรบกวนสิ่งที่ฉันกำลังทำ” My way อาจหมายถึงเส้นทางจริง เช่น ทางเดินผ่านห้อง หรือหมายถึงแผนและงานในเชิงเปรียบเทียบก็ได้ ในที่นี้ Look และ just ทำให้ประโยคฟังเป็นคำเตือนที่หนักแน่นและไม่พอใจ ส่วน okay? ท้ายประโยคเป็นการขอให้อีกฝ่ายยอมรับคำสั่ง ไม่ได้ทำให้คำสั่งสุภาพอย่างแท้จริง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนทั่วไปที่หมายถึง “อย่าขวางทางของใครคนหนึ่ง” ให้สมบูรณ์: I'm carrying a ladder, so please stay ____ my way.

ดูคำตอบ

out of

Okay, love. การใช้คำ

0:50

จ้ะ หลานรัก

การใช้คำ

love ในฐานะคำเรียกแบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ love เป็นคำเรียกขานที่ใช้เรียกผู้ฟังโดยตรง ใน Okay, love. คำนี้ช่วยเพิ่มน้ำเสียงที่คุ้นเคยหรือเป็นมิตร แต่ตัวคำเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรักอีกฝ่ายในเชิงโรแมนติก การใช้แบบนี้พบเด่นชัดในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ และพบในภาษาอังกฤษรูปแบบอื่นด้วย รวมถึงภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย ท่าทีที่แท้จริงขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และน้ำเสียง จึงอาจฟังดูอบอุ่น เป็นคำพูดติดปาก ปลอบโยน หรือบางครั้งก็เหมือนวางตัวเหนือกว่า

แบบฝึกหัด

เมื่อพนักงานร้านพูด Thanks, love. ด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ love น่าจะทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าผู้ฟังเป็นที่รักในเชิงโรแมนติก
  2. บอกชื่อสิ่งของที่กำลังซื้อ
  3. ใช้เรียกผู้ฟังแบบไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

ใช้เรียกผู้ฟังแบบไม่เป็นทางการ

We will.

0:51

เราจะไม่กวน

Please, come in.

0:55

เชิญเข้ามาเลยครับ

So, here we have a lovely period... ลำดับความ

0:59

เอาล่ะ ตรงนี้เรามีของเก่าที่สวยงาม...

ลำดับความ

here we have สำหรับแนะนำสิ่งถัดไป

here we have เป็นกรอบสำนวนสำหรับการนำเสนอ ใช้เมื่อกำลังแสดงหรืออธิบายบางสิ่ง here เชื่อมคำพูดกับสถานที่หรือภาพที่กำลังดูอยู่ และกรอบสำนวนทั้งหมดจะนำความสนใจไปยังสิ่งที่กล่าวตามมา หน้าที่หลักคือจัดลำดับข้อมูล โดยส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังสิ่งถัดไปที่ต้องดู แม้ในวลีจะมี have แต่กรอบสำนวนทั้งหมดใช้เพื่อนำเสนอสิ่งหนึ่ง ไม่ได้เน้นการเป็นเจ้าของ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคของผู้นำชมด้วยกรอบการนำเสนอสามคำ here + ประธาน + have: ____ a map from 1700.

ดูคำตอบ

Here we have

Get 'em off me! กริยาวลี

1:02

เอาพวกมันออกไปจากผมที!

กริยาวลี

Get 'em off me!: เอาบางสิ่งออกจากตัวคน

Get 'em off me! เป็นคำสั่งเร่งด่วนให้เอาสิ่งเหล่านั้นออกจากตัวผู้พูด โดย 'em เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ them และทำหน้าที่เป็นกรรมของ get โครงสร้าง get + กรรม + off + คน/สถานที่ เน้นผลลัพธ์ว่าสิ่งนั้นเลิกสัมผัสหรือวางอยู่บนคนนั้นหรือสถานที่นั้นแล้ว get ในที่นี้หมายถึงทำให้เคลื่อนออกไป ไม่ใช่ได้รับ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง get + กรรม + off + คน ให้สมบูรณ์: A beetle is crawling on my back. Get it ____ me!

ดูคำตอบ

off

Don't look 'em in the eye! Biscuits! วลี

1:03

อย่าไปสบตามัน! ให้ตายสิ!

วลี

look 'em in the eye: สบตากับอีกฝ่ายโดยตรง

Look someone in the eye เป็นโครงสร้างตายตัวที่หมายถึงการสบตากับใครโดยตรง ในตัวอย่าง 'em หมายถึง them ดังนั้นคำเตือนจึงบอกว่าอย่าสบตากับพวกมัน คนที่ถูกมองจะวางต่อจาก look โดยตรง และ in the eye ทำให้สำนวนสมบูรณ์ การจ้องตาโดยตรงอาจสื่อถึงความซื่อสัตย์ ความมั่นใจ การท้าทาย หรือใช้เป็นคำเตือนเกี่ยวกับการสบตาจริง ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงการสบตาโดยตรง: She looked the interviewer ____ and answered calmly.

ดูคำตอบ

in the eye

What was that?

1:05

เมื่อกี้เสียงอะไรคะ?

Nothing.

1:06

ไม่มีอะไรครับ

Uh let's just check out the kitchen, กริยาวลี

1:07

เอ่อ เราไปดูห้องครัวกันดีกว่า

shall we? น้ำเสียง/เจตนา

1:09

ดีไหมครับ?

กริยาวลี

let's just check out: ชวนกันไปดูสักหน่อย

ในที่นี้ let's just check out หมายถึงชวนกันไปดูสักหน่อย check out + สถานที่หรือสิ่งของ เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการที่ใช้เมื่อไปดู เยี่ยมชม หรือสำรวจสิ่งนั้น Let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟังไว้ในการกระทำที่เสนอ ส่วน just ทำให้ขั้นตอนต่อไปฟังดูเล็กน้อยและง่าย ผู้พูดจึงพากลุ่มเดินหน้าต่อได้โดยไม่ฟังดูออกคำสั่งเกินไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคระหว่างการพาชมบ้านนี้ check out the kitchen หมายความว่าอะไร

  1. สิ้นสุดการเข้าพักในโรงแรม
  2. ไปดูห้องครัว
  3. ตรวจห้องครัวเพื่อหาปัญหาด้านความปลอดภัย
ดูคำตอบ

ไปดูห้องครัว

น้ำเสียง/เจตนา

shall we?: คำถามสั้น ๆ อย่างสุภาพหลัง Let's

shall we? ที่ตามหลังข้อเสนอด้วย Let's เป็นคำถามต่อท้ายแบบตายตัว มีความหมายประมาณว่า “ตกลงไหม” หรือ “เราทำแบบนั้นด้วยกันไหม” ใช้ขอความเห็นชอบพร้อมกับพาการกระทำร่วมกันเดินหน้าต่อ ในประโยคนี้ไม่ได้ถามเพื่อคาดการณ์อนาคต ผู้พูดกำลังพาผู้ฟังไปทางห้องครัว แต่คำถามต่อท้ายทำให้การนำทางฟังดูเป็นการตัดสินใจร่วมกันอย่างสุภาพมากกว่าคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำถามต่อท้ายแบบตายตัวหลังข้อเสนอด้วย Let's: Let's begin the tour, ____?

ดูคำตอบ

shall we

Uh oven, stove, fridge.

1:10

เอ่อ เตาอบ เตาแก๊ส ตู้เย็น

Uh you got some drawers that can open and shut. วลี

1:12

เอ่อ คุณมีลิ้นชักที่เปิดปิดได้ด้วย

วลี

open and shut: การเคลื่อนไหวทั้งตอนเปิดและปิด

คู่คำ open and shut บอกการเคลื่อนไหวสองทิศทางที่ตรงข้ามกันของลิ้นชัก คือเลื่อนไปยังตำแหน่งเปิดแล้วกลับมายังตำแหน่งปิด ในตัวอย่างนี้ กริยาทั้งสองคำตามหลัง can จึงไม่ต้องพูด can ซ้ำ: can open and shut คำคู่นี้ใช้ได้กับประตู หน้าต่าง ลิ้นชัก ฝาปิด และชิ้นส่วนอื่นที่เคลื่อนระหว่างตำแหน่งเปิดกับตำแหน่งปิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าลิ้นชักสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งตอนเปิดและตอนปิด?

  1. The drawer is already open.
  2. The drawer can open and shut.
  3. The drawer will not open.
ดูคำตอบ

The drawer can open and shut.

Alrighty, on to the living room. ลำดับความ

1:14

เอาล่ะ ไปต่อกันที่ห้องนั่งเล่นครับ

ลำดับความ

on to the living room: คำเปลี่ยนช่วงไปยังขั้นตอนถัดไป

on to the living room เป็นวลีเปลี่ยนช่วงสั้น ๆ วลีนี้บอกจุดต่อไปของการพาชม และพาความสนใจของผู้ฟังจากบริเวณปัจจุบันไปยังห้องนั่งเล่น รูปแบบ on to + สถานที่ หัวข้อ หรืองานถัดไป ใช้จัดเส้นทางหรือลำดับได้ ความหมายเต็มใกล้เคียงกับ Let's move on to the living room แต่ในภาษาพูดแบบสบาย ๆ มักละ Let's move ไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำเปลี่ยนช่วงสั้น ๆ เพื่อไปยังหัวข้อถัดไปได้ถูกต้อง?

  1. Now, onto the first question.
  2. Now, on the first question.
  3. Now, on to the first question.
ดูคำตอบ

Now, on to the first question.

Well, hey, hang on. กริยาวลี

1:15

อ้าว เฮ้ เดี๋ยวก่อน

กริยาวลี

hang on: ขอให้อีกฝ่ายหยุดรอสักครู่

ในที่นี้ hang on หมายถึง “รอสักครู่” หรือ “หยุดก่อนชั่วครู่” ผู้พูดใช้เพื่อแทรกและเรียกความสนใจก่อนที่เหตุการณ์จะดำเนินต่อไป ในประโยคนี้เป็นสำนวนภาษาพูด ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรให้จับอะไรไว้แน่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ขอให้อีกฝ่ายหยุดรอสักครู่อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Hang up, I need to check the address.
  2. Go on, I need to check the address.
  3. Hang on, I need to check the address.
ดูคำตอบ

Hang on, I need to check the address.

I like these worktops. การใช้คำ

1:16

ฉันชอบท็อปเคาน์เตอร์พวกนี้นะ

การใช้คำ

worktops: คำอังกฤษแบบบริติชสำหรับพื้นผิวเตรียมอาหารในครัว

Worktops เป็นรูปพหูพจน์ของ worktop หมายถึงพื้นผิวเรียบในครัวที่ใช้เตรียมอาหารหรือวางเครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจาก these เป็นรูปพหูพจน์ ประโยคนี้จึงใช้ worktops ที่เติม -s คำนี้พบบ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติช ส่วนภาษาอังกฤษถิ่นอื่นมักใช้คำประจำถิ่นที่ต่างออกไปเรียกส่วนเดียวกันของครัว

แบบฝึกหัด

ผันคำภาษาอังกฤษแบบบริติช worktop ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: The new kitchen has two stone ____.

ดูคำตอบ

worktops

Is this silky oak?

1:18

นี่เป็นไม้โอ๊คสีเงินหรือเปล่า?

Here comes the grannies! ไวยากรณ์

1:20

คุณย่ามาแล้ว!

ไวยากรณ์

Here comes the grannies!: โครงสร้าง Here comes/come + คำนาม

Here comes/come + คำนาม เป็นโครงสร้างที่ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งของกำลังมาถึงหรือปรากฏให้เห็น การวาง here ไว้ต้นประโยคให้ความรู้สึกฉับพลันแบบ “ดูสิ มาแล้ว” และประธานที่เป็นคำนามจะอยู่หลังคำกริยา ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน คำกริยายังต้องสอดคล้องกับประธานที่ตามมา โดยใช้ Here comes the bus กับประธานเอกพจน์ แต่ใช้ Here come the grannies กับประธานพหูพจน์ ประโยคต้นฉบับเข้าใจได้ แต่การใช้ comes กับ grannies ที่เป็นพหูพจน์ไม่ใช่การสอดคล้องแบบมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่สอดคล้องกับประธานพหูพจน์เพื่อทำให้โครงสร้างบอกการมาถึงสมบูรณ์: Look! Here ____ the school buses.

ดูคำตอบ

come

No!

1:21

ไม่!

Okay, I was just asking. น้ำเสียง/เจตนา

1:22

โอเค ฉันแค่ถามดูน่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I was just asking: การทำให้คำตอบเชิงป้องกันตัวนุ่มนวลลง

ในที่นี้ I was just asking หมายความว่าผู้พูดเพียงแค่ถาม ไม่ได้ตั้งใจวิจารณ์ กล่าวหา หรือเรียกร้องอะไร คำว่า just จำกัดเจตนาที่ผู้พูดบอกว่าตนมีไว้เพียง “แค่ถาม” และทำให้คำถามก่อนหน้านั้นดูคุกคามน้อยลง รูป past progressive อย่าง was asking ย้อนกลับไปกล่าวถึงคำถามที่เพิ่งได้รับปฏิกิริยารุนแรง เมื่อนำมาใช้ตอบ ประโยคนี้แสดงการถอยออกจากความขัดแย้ง แม้ผู้พูดอาจยังฟังดูเจ็บใจหรือกำลังปกป้องตนเองอยู่ก็ตาม

แบบฝึกหัด

มีคนตอบสนองอย่างโกรธเคืองต่อคำถามธรรมดา I was just asking สื่อความหมายใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. ผู้พูดยอมรับว่าคำถามนั้นเป็นการกล่าวหา
  2. ผู้พูดกำลังลดความแรงของคำถามก่อนหน้าและยืนยันว่าไม่มีเจตนาร้าย
  3. ผู้พูดเรียกร้องให้อีกฝ่ายตอบทันที
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังลดความแรงของคำถามก่อนหน้าและยืนยันว่าไม่มีเจตนาร้าย

Uh why don't you check out the spacious dining room? น้ำเสียง/เจตนา

1:24

เอ่อ ทำไมคุณไม่ลองไปดูห้องรับประทานอาหารที่กว้างขวางล่ะครับ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why don't you check out... สำหรับการเสนอแนะอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ Why don't you check out...? เป็นการเสนอแนะ ไม่ใช่การถามเหตุผลจริง ๆ ผู้พูดกำลังชวนและนำทางให้อีกฝ่ายไปดูห้องรับประทานอาหารอย่างนุ่มนวล โครงสร้าง Why don't you + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ชวนให้อีกฝ่ายทำบางอย่าง ในที่นี้ check out หมายถึงไปดูหรือสำรวจ ดังนั้นทั้งวลีจึงฟังนุ่มนวลกว่าคำสั่งตรง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำเสนอแนะโดยใช้ Why don't you และกริยาวลี check out: ____ the new science exhibit?

ดูคำตอบ

Why don't you check out

I'll be right back.

1:28

เดี๋ยวผมมานะครับ

What do you think you're doing? น้ำเสียง/เจตนา

1:30

คิดว่ากำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย?

น้ำเสียง/เจตนา

What do you think you're doing? ในฐานะคำถามเชิงตำหนิ

What do you think you're doing? มักใช้เป็นคำตำหนิ ไม่ใช่คำถามที่เป็นกลาง ผู้พูดเห็นการกระทำนั้นอยู่แล้วและกำลังสื่อว่าการกระทำนั้นดูผิด อันตราย หรือยอมรับไม่ได้ ประโยคนี้มักมีความหมายทั้ง “กำลังทำอะไรอยู่” และ “หยุดแล้วอธิบายมา” คำว่า do you think ทำให้น้ำเสียงท้าทายรุนแรงขึ้นและอาจเป็นการเรียกร้องให้ตอบทันที

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในบริบทส่วนใหญ่ What do you think you're doing? เป็นเพียงการขอข้อมูลอย่างเป็นกลาง

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

We told you, you're not selling our house.

1:31

เราบอกแล้วไง ว่าหลานขายบ้านเราไม่ได้

Look, relax.

1:35

นี่ ใจเย็นๆ ก่อน

I don't think she's interested anyway. ไวยากรณ์

1:36

ถึงยังไงผมก็คิดว่าเธอคงไม่สนใจหรอก

ไวยากรณ์

I don't think...: วางคำปฏิเสธไว้หน้า think

ใน I don't think she's interested คำว่า not อยู่ในประโยคหลักที่มี think แต่โดยปกติทั้งประโยคเข้าใจว่า “ฉันคิดว่าเธอไม่สนใจ” ภาษาอังกฤษมักวางคำปฏิเสธไว้ก่อน think เมื่อผู้พูดตัดสินข้อความในอนุประโยคที่ตามมาในเชิงปฏิเสธ รูปแบบนี้มักเรียกว่าการย้ายคำปฏิเสธ รูปแบบนี้มักฟังดูไม่ห้วนเท่า I think she isn't interested เพราะนำเสนอการตัดสินนั้นว่าเป็นความเห็นของผู้พูด ส่วน anyway เพิ่มความหมายว่า “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม” คือไม่ว่าก่อนหน้านี้จะคุยเรื่องอะไร ผู้พูดก็ยังคงเห็นเช่นนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบการย้ายคำปฏิเสธที่ใช้กันทั่วไป: I ____ the train will arrive on time.

ดูคำตอบ

don't think

I'm interested.

1:38

ฉันสนใจนะ

No!

1:39

ไม่!

Bad grannies!

1:40

คุณยายตัวแสบ!

Oh, and who is this?

1:41

โอ้ แล้วนี่ใครกันคะ?

Oh, uh this is Rita and Janet.

1:43

โอ้ เอ่อ นี่คือริต้าและเจเน็ตครับ

And this is our house.

1:47

และนี่ก็คือบ้านของเรา

Not for long. สำนวน

1:49

อีกไม่นานหรอกครับ

สำนวน

Not for long: สถานการณ์ตอนนี้จะสิ้นสุดลงในไม่ช้า

Not for long. เป็นคำตอบแบบละข้อความบางส่วนไว้ หมายถึง “สถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึงจะไม่ดำเนินต่อไปอีกนาน” โดยต้องเข้าใจประธานและสภาพที่ละไว้จากประโยคก่อนหน้า ในที่นี้ ประโยคก่อนหน้าอ้างว่านี่คือ “บ้านของเรา” คำตอบนี้คาดว่าสิ่งนั้นจะไม่เป็นจริงในอีกไม่นาน ซึ่งสื่อว่าบ้านกำลังจะถูกขาย และทำให้ประโยคฟังเหมือนการโต้แย้งอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

A พูดว่า “The office is quiet today.” ส่วน B เห็นว่าคนงานกำลังจะมาถึงในไม่ช้า คำตอบใดหมายความว่าความเงียบจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า

  1. Not for long.
  2. Not at all.
  3. Not so far.
ดูคำตอบ

Not for long.

I think I want to buy it. น้ำเสียง/เจตนา

1:50

ฉันคิดว่าฉันอยากซื้อที่นี่นะ

น้ำเสียง/เจตนา

I think I want to: บอกความต้องการแบบยังไม่ฟันธง

I think ทำให้ I want to buy it เป็นความคิดปัจจุบันของผู้พูด แทนที่จะเป็นการประกาศการตัดสินใจอย่างหนักแน่น I think I want to... ใช้แสดงความชอบหรือความตั้งใจที่ยังไม่แน่นอนหรือเพิ่งเกิดขึ้น จึงยังเปิดโอกาสให้เปลี่ยนใจหรือพูดคุยกันได้ โครงสร้างคือ I think + ประธาน + want to + กริยารูปพื้นฐาน ต้องมี I ตัวที่สอง เพราะ I want to buy it คืออนุประโยคที่ถูกทำให้นุ่มนวลลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง I think และ I want to ให้ถูกต้อง เพื่อแสดงความชอบที่เพิ่งเกิดขึ้น: ____ try the blue one.

ดูคำตอบ

I think I want to

Really?

1:51

จริงเหรอครับ?

Well, dearie... การใช้คำ

1:55

เอาละนะ แม่หนู...

การใช้คำ

dearie: คำเรียกที่เอ็นดูหรืออาจฟังดูวางตัวเหนือกว่า

Dearie เป็นคำใช้เรียกอีกฝ่ายโดยตรง ผู้พูดกำลังเรียกอีกฝ่ายด้วยชื่อที่แสดงความเอ็นดู ไม่ได้กำลังบรรยายลักษณะของเขา คำนี้เป็นรูปเรียกอย่างเอ็นดูของ dear และมักฟังดูล้าสมัยหรือเหมือนภาษาที่ผู้สูงวัยใช้กับเด็กหรือคนอายุน้อยกว่า ใน Well, dearie... คำนี้อาจอบอุ่นอย่างจริงใจ แต่โทนเสียงและความสัมพันธ์ก็อาจทำให้ฟังเหมือนแสร้งพูดหวานหรือวางตัวเหนือกว่าได้ คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนเป็นคู่รักกัน

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในการประชุมธุรกิจอย่างเป็นทางการ โดยทั่วไปเหมาะหรือไม่ที่จะเรียกลูกค้าที่เพิ่งพบกันว่า dearie?

  1. ไม่ โดยทั่วไปไม่เหมาะสม
  2. ใช่ โดยทั่วไปเหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่ โดยทั่วไปไม่เหมาะสม

Has he told you about the... ไวยากรณ์

1:56

เขาได้บอกเธอเรื่อง...

Custom fittings in the en-suite? โน้ต

1:58

อุปกรณ์สั่งทำพิเศษในห้องน้ำในตัวหรือยังจ๊ะ?

ไวยากรณ์

Has he told you about...?: ตรวจว่าข้อมูลถูกส่งต่อแล้วหรือยัง

Has he told you about...? เป็นคำถามรูป present perfect โดยมีโครงสร้าง has + ประธาน + กริยาช่องสาม told + you + about + หัวข้อ ใช้ถามว่าข้อมูลนั้นเคยมาถึงผู้ฟังแล้วหรือยังจนถึงตอนนี้ ผู้พูดกำลังตรวจว่าตอนนี้ผู้ฟังรู้เรื่องนั้นหรือไม่ มักใช้ก่อนอธิบายคุณลักษณะบางอย่างหรือเสริมข้อมูลที่ขาดไป เวลาที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้อย่างเจาะจงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานอาจอธิบายนโยบายไว้แล้ว ใช้ she และ tell you about เติมคำถามรูป present perfect ให้สมบูรณ์: ____ the new return policy?

ดูคำตอบ

Has she told you about

วลี

Custom fittings: อุปกรณ์ติดตั้งที่ทำให้เหมาะกับห้องโดยเฉพาะ

Custom fittings หมายถึงอุปกรณ์ที่ผลิต ปรับ หรือเลือกให้เหมาะกับห้องใดห้องหนึ่งหรือความต้องการของลูกค้า ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในวงการอสังหาริมทรัพย์และการออกแบบภายใน fittings คือสิ่งของหรือส่วนประกอบที่ติดตั้งในพื้นที่ เช่น ก๊อกน้ำ มือจับ ชั้นวาง หรือตู้ ในที่นี้ custom เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ไม่ใช่คำนาม custom ที่หมายถึงธรรมเนียมปฏิบัติ

แบบฝึกหัด

ในการบรรยายอสังหาริมทรัพย์ custom fittings น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. สิ่งของมาตรฐานที่พบในทุกห้อง
  2. สิ่งของติดตั้งที่ทำหรือปรับให้เหมาะกับห้องใดห้องหนึ่ง
  3. ธรรมเนียมดั้งเดิมที่ผู้อยู่อาศัยปฏิบัติตาม
ดูคำตอบ

สิ่งของติดตั้งที่ทำหรือปรับให้เหมาะกับห้องใดห้องหนึ่ง

การใช้คำ

en-suite: ห้องน้ำที่เชื่อมกับห้องนอนโดยตรง

ในคำถามนี้ en-suite ทำหน้าที่เป็นคำนาม หมายถึงห้องน้ำที่เชื่อมต่อกับห้องนอนโดยตรง “The en-suite” เป็นรูปย่อของ “the en-suite bathroom” ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังถามถึงอุปกรณ์สั่งทำภายในห้องน้ำนั้น คำนี้ไม่ได้หมายถึงห้องทั้งหมดในห้องสวีต ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในวงการอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม จุดสำคัญคือสามารถเข้าห้องน้ำได้โดยตรงจากห้องนอน

แบบฝึกหัด

เติมคำศัพท์อสังหาริมทรัพย์แบบบริติชที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ซึ่งเรียนในบทนี้: The main bedroom has an ____.

ดูคำตอบ

en-suite

No, but I can if you like. น้ำเสียง/เจตนา

2:00

ยังครับ แต่ถ้าคุณต้องการ ผมบอกได้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

I can if you like: การละคำในข้อเสนอที่สุภาพ

ใน I can if you like มีการละกริยาวลีหลักหลัง can เพราะคำถามก่อนหน้าทำให้ทราบชัดเจนว่าหมายถึงการกระทำใด ในที่นี้ I can หมายถึง “I can tell you about the custom fittings” If you like หมายถึง “ถ้าคุณต้องการให้ฉันทำ” หรือ “ถ้าสิ่งนั้นจะช่วยได้” ทำให้ข้อความกลายเป็นข้อเสนอที่นุ่มนวลและให้ผู้ฟังเป็นผู้เลือก ไม่ได้หมายถึง “if you like me”

แบบฝึกหัด

การใช้ “I can if you like.” แบบใดชัดเจนและสุภาพ?

  1. คุณต้องการสื่อว่า “if you like me” จึงพูดว่า “I can if you like.”
  2. คุณเริ่มพูดว่า “I can if you like.” โดยก่อนหน้านั้นไม่ได้กล่าวถึงการกระทำใด
  3. มีคนถามว่า “Can you explain the map?” คุณตอบว่า “I can if you like.”
ดูคำตอบ

มีคนถามว่า “Can you explain the map?” คุณตอบว่า “I can if you like.”