งานแต่งงานม้า | ขี่ม้า | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
114 คำ 121 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: การเล่นสมมติเป็นงานแต่งงานของม้าระหว่างเด็ก ๆ เริ่มวุ่นวายเมื่อตัวละครไม่ยอมทำตามพิธี เด็ก ๆ ยืนกรานให้ทำตามกติกาการเล่น และพยายามพาพอลลี่กลับมา ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. the luckiest horse in the world. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่าคำขั้นสูงสุดที่ตามด้วยวลีบอกขอบเขตใช้ระบุว่าใครสักคนโชคดีที่สุดเมื่อเทียบกับสมาชิกทั้งหมดในกลุ่มได้อย่างไร ผู้เรียนสามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้ประเมินตนเอง ชมผู้อื่น หรือกล่าวเกินจริงอย่างขบขัน แทนการใช้เพียง very lucky 2. My heart is breaking. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นอุปมาเชิงดราม่าที่สื่อถึงความเศร้าอย่างรุนแรง ไม่ใช่เหตุการณ์ทางร่างกายที่เกิดขึ้นจริง ความเข้าใจนี้ช่วยให้ผู้เรียนประเมินระดับอารมณ์ในบทสนทนา และใช้สำนวนได้เหมาะสมเมื่อตอบสนองหรือเล่าเรื่อง 3. have to say I do. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทชีวิตจริง: I do คือคำตอบรับตามธรรมเนียมในพิธีแต่งงานภาษาอังกฤษ ส่วน have to say บอกว่าการกล่าวคำนี้เป็นขั้นตอนที่พิธีกำหนดไว้ บริบททางวัฒนธรรมนี้ช่วยป้องกันการตีความแบบตรงตัวและทำให้ติดตามฉากงานแต่งงานได้ง่ายขึ้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Bluey!

0:02

บลูอี้!

I'm the luckiest horse in the world. ไวยากรณ์

0:10

ฉันเป็นม้าที่โชคดีที่สุดในโลก

ไวยากรณ์

the luckiest ... in the world: …ที่สุดในโลก

Luckiest เป็นรูปขั้นสุดของ lucky ในวลีคำนาม the luckiest horse คำว่า the แสดงว่าม้าตัวนี้ถูกวางไว้ในอันดับสูงสุดของกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ กล่าวคือ ไม่มีม้าตัวอื่นในกลุ่มนั้นที่ถูกบอกว่าโชคดีกว่า in the world ระบุขอบเขตการเปรียบเทียบที่กว้างมาก แต่ในประโยคนี้มีหน้าที่หลักเพื่อเน้นความรู้สึก ผู้พูดกำลังพูดเกินจริงด้วยความดีใจ ไม่ได้รายงานข้อเท็จจริงที่วัดมาแล้วทั่วโลก คุณสามารถนำโครงสร้าง the + คำขั้นสุด + คำนาม + in the world ไปใช้ในการชมอย่างมากหรือแสดงความตื่นเต้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปขั้นสุดของ lucky: After winning two tickets, Leo shouted, "I'm ____ person in the world!"

ดูคำตอบ

the luckiest

Horses can't talk.

0:12

ม้าพูดไม่ได้นะ

Ladies and gentlemen, วลี

0:15

ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี

วลี

Ladies and gentlemen: คำกล่าวเรียกผู้ฟังอย่างเป็นทางการ

Ladies and gentlemen เป็นสำนวนตายตัวแบบเป็นทางการที่ใช้กล่าวกับผู้ฟังทั้งกลุ่ม สำนวนนี้ดึงความสนใจของทุกคนและส่งสัญญาณว่าการกล่าวสุนทรพจน์ พิธี การแสดง หรือประกาศกำลังจะเริ่มขึ้น ในที่นี้ ถ้อยคำแบบพิธีการช่วยเลียนแบบการเปิดงานแต่งงานในแบบของผู้ใหญ่ วลีนี้ทำหน้าที่เรียกผู้ฟัง ไม่ใช่การขานชื่อผู้หญิงและผู้ชายบางคนตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการเริ่มประกาศอย่างเป็นทางการต่อผู้ฟังทั้งกลุ่มได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Ladies and gentlemen, please take your seats.
  2. Hi, Sam, are you ready?
  3. Hey, everyone, grab a chair.
ดูคำตอบ

Ladies and gentlemen, please take your seats.

May Sparkles marry Gallahop today. ไวยากรณ์

0:17

วันนี้ขอให้ Sparkles กับ Gallahop ได้แต่งงานกัน

ไวยากรณ์

May + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อคำอวยพรแบบเป็นทางการหรือการอนุญาตเชิงพิธีการ

เมื่อใช้ May + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน ขึ้นต้นประโยคบอกเล่า โครงสร้างนี้สามารถแสดงคำอวยพรอย่างเป็นทางการได้ และในบริบทเชิงพิธีการก็อาจฟังเหมือนการอนุญาตหรือเชื้อเชิญ ที่นี่เป็นการเล่นสมมติพิธีแต่งงาน ดังนั้น May Sparkles marry Gallahop today จึงฟังเหมือนการอวยพรหรืออนุญาตให้การแต่งงานเกิดขึ้นวันนี้แบบเป็นพิธีการ may ไม่ได้แสดงความเป็นไปได้ และ May ก็ไม่ใช่ชื่อเดือน ในโครงสร้างประโยคบอกเล่านี้ may อยู่หน้าประธาน แต่ไม่ใช่ประโยคคำถาม กริยาหลังประธานคงรูปพื้นฐานไว้: May + Sparkles + marry

แบบฝึกหัด

เติมคำขึ้นต้นที่ถูกต้องให้คำอวยพรอย่างเป็นทางการนี้: ____ your journey bring you joy.

ดูคำตอบ

May

Socks, the wedding has started. ไวยากรณ์

0:22

Socks งานแต่งเริ่มแล้วนะ

ไวยากรณ์

The wedding has started: present perfect ที่เน้นผลในปัจจุบัน

the wedding has started ใช้ present perfect: has + รูป past participle started การเริ่มต้นเกิดขึ้นก่อนตอนนี้ และผลของมันสำคัญในปัจจุบัน นั่นคืองานแต่งงานกำลังดำเนินอยู่แล้ว การเลือกใช้ present perfect ไม่ได้เป็นเพียงการบันทึกเหตุการณ์ในอดีต ประโยคนี้บอกให้ Socks รู้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า กิจกรรมเริ่มแล้ว จึงถึงเวลาที่ต้องเข้าร่วม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ start: The concert ____, so please turn off your phone.

ดูคำตอบ

has started

It's not working.

0:27

มันไม่เวิร์กเลย

Get them to say some things. ไวยากรณ์

0:29

ให้พวกเขาพูดอะไรหน่อยสิ

ไวยากรณ์

Get them to say: โครงสร้าง get someone to do something

Get them to say ใช้โครงสร้าง get + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงทำให้สำเร็จโดยการชักจูงหรือจัดการให้ใครทำบางอย่าง ในประโยคนี้ผู้พูดต้องการให้ “พวกเขา” เริ่มพูด ต้องคง to ไว้หน้ากริยา: get them to say เป็นโครงสร้างมาตรฐาน แต่ get them say ไม่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง get someone to do และกริยาในวงเล็บ: Can you get Sam ____ us? (help)

ดูคำตอบ

to help

You may now say some things. วลี

0:31

ตอนนี้พวกเธอพูดได้แล้วนะ

วลี

You may now say: การอนุญาตอย่างเป็นทางการให้เริ่มขั้นตอนถัดไป

You may now + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ให้อนุญาตอย่างเป็นทางการและบอกว่าสามารถเริ่มขั้นตอนถัดไปได้ ในประโยคนี้ may หมายถึง “ได้รับอนุญาตให้” ส่วน now ระบุว่าถึงเวลาที่อนุญาตให้พูดแล้ว ในที่นี้ไม่ได้แสดงความไม่แน่นอน ผู้พูดไม่ได้บอกว่าคุณอาจจะพูด แต่กำลังอนุญาตให้คุณพูดอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรในประโยค 'You may now begin the test'?

  1. อธิบายความสามารถในการเริ่ม
  2. คาดเดาว่าการสอบอาจเริ่มขึ้น
  3. ให้อนุญาตอย่างเป็นทางการเพื่อเริ่ม
ดูคำตอบ

ให้อนุญาตอย่างเป็นทางการเพื่อเริ่ม

Uh,

0:34

เอ้อ

I'm not marrying him. น้ำเสียง/เจตนา

0:35

ฉันจะไม่แต่งงานกับเขา

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ “I'm not marrying him.” เพื่อปฏิเสธโดยตรง

ในฉากนี้ “I'm not marrying him.” ไม่ได้เพียงบอกแผนในอนาคต รูป present progressive ที่เป็นปฏิเสธใช้ปฏิเสธการแต่งงานที่ทุกคนคาดว่าจะเกิดขึ้นโดยตรง รูป present progressive สามารถกล่าวถึงเหตุการณ์ที่วางแผนไว้หรือกำลังจะเกิดขึ้นได้ เมื่อผู้พูดปฏิเสธเหตุการณ์นั้นอย่างหนักแน่นในจังหวะที่ทุกคนคาดว่าจะเกิด ประโยคนี้จึงทำหน้าที่เป็นการปฏิเสธและกำหนดขอบเขตอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในพิธี คนคนหนึ่งพูดว่า “I'm not marrying him.” คนคนนั้นกำลังทำอะไรด้วยประโยคนี้?

  1. ปฏิเสธการแต่งงานกับเขาโดยตรง
  2. ถามว่าเขาต้องการแต่งงานหรือไม่
  3. บอกความเป็นไปได้ในอนาคตอันไกลอย่างเป็นกลาง
ดูคำตอบ

ปฏิเสธการแต่งงานกับเขาโดยตรง

He stinks.

0:36

เขาเหม็นอะ

My heart is breaking. สำนวน

0:39

หัวใจฉันสลายเลย

สำนวน

“My heart is breaking.” ในฐานะคำเปรียบเทียบทางอารมณ์

“My heart is breaking.” เป็นคำเปรียบเทียบถึงความเจ็บปวดทางอารมณ์หรือความเศร้าอย่างรุนแรง heart แทนความรู้สึก และ breaking สื่อว่าความรู้สึกเหล่านั้นกำลังถูกทำร้ายอย่างเจ็บปวด ไม่ได้หมายถึงอวัยวะหัวใจแตกจริง ๆ รูปกำลังดำเนินอยู่ใน “is breaking” ทำให้ความเจ็บปวดดูเหมือนกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ประโยคจึงฟังดูเร่งเร้าและมีอารมณ์แบบละคร

แบบฝึกหัด

ในฉากที่เต็มไปด้วยอารมณ์ “My heart is breaking.” น่าจะหมายความว่าอะไร?

  1. หัวใจของฉันมีรอยแตกร้าวจริง ๆ
  2. ฉันรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
  3. ฉันรู้สึกเศร้าอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

ฉันรู้สึกเศร้าอย่างรุนแรง

I said horses can't talk. น้ำเสียง/เจตนา

0:40

ฉันบอกแล้วไงว่าม้าพูดไม่ได้

น้ำเสียง/เจตนา

I said ... เพื่อย้ำเตือนและแก้ไข

ในที่นี้ I said ไม่ได้เป็นเพียงการรายงานคำพูดในอดีต แต่เป็นการเตือนผู้ฟังว่าผู้พูดได้บอกกฎนี้ไปแล้ว และใช้คำพูดก่อนหน้านั้นแก้ไขสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น การใช้แบบนี้มักพบเมื่อคำสั่ง กฎ หรือความคิดเห็นถูกมองข้ามหรือไม่ได้รับการปฏิบัติตาม โดยอาจแสดงความหนักแน่นหรือความหงุดหงิดได้ตามบริบทและการลงเสียงหนัก

แบบฝึกหัด

I said ในประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. การรายงานบทสนทนาในอดีตที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างเป็นกลาง
  2. การเตือนถึงกฎที่บอกไว้ก่อนหน้านี้พร้อมแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบัน
  3. การชวนให้ผู้ฟังสร้างกฎใหม่
ดูคำตอบ

การเตือนถึงกฎที่บอกไว้ก่อนหน้านี้พร้อมแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบัน

Oh, I mean, น้ำเสียง/เจตนา

0:43

โอ้ ฉันหมายถึง

neigh.

0:45

ฮี้

น้ำเสียง/เจตนา

I mean, ... เพื่อแก้คำพูดของตัวเองทันที

ในที่นี้ I mean แสดงการแก้คำพูดของตัวเองทันที ผู้พูดสังเกตว่าคำพูดก่อนหน้าไม่เข้ากับสถานการณ์ จึงรีบเปลี่ยนเป็น neigh ซึ่งเป็นรูปเขียนแทนเสียงร้องของม้า ในรูปแบบนี้ I mean ชี้ไปยังคำหรือข้อเท็จจริงที่แก้ไขแล้วซึ่งตามมาข้างหลัง ไม่ได้เป็นการให้คำนิยามอย่างเป็นทางการ แต่ทำหน้าที่คล้ายกับ “ไม่ใช่ ขอแก้ใหม่”

แบบฝึกหัด

เติมการแก้คำพูดทันทีด้วย I mean: Turn left—I ____, right.

ดูคำตอบ

mean

Let them get married. ไวยากรณ์

0:46

ปล่อยให้พวกเขาแต่งงานกันเถอะ

ไวยากรณ์

Let them get married: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ในที่นี้ Let them get married. หมายถึง “อนุญาตให้พวกเขาแต่งงาน” หรือ “อย่าขัดขวางพวกเขา” Let เริ่มประโยคคำสั่งที่พูดกับผู้ฟัง them เป็นกรรม และ get married เป็นการกระทำที่ได้รับอนุญาต โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดยไม่ใส่ to หน้ากริยา ต้องพูดว่า let them get ไม่ใช่ let them to get

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ choose: Let Maya ____ her own answer.

ดูคำตอบ

choose

You may now get married. วลี

0:48

ตอนนี้พวกเธอแต่งงานกันได้แล้ว

วลี

You may now get married: รูปแบบการอนุญาตในพิธี

ใน You may now ... คำว่า may แสดงการอนุญาตอย่างเป็นทางการ และ now บอกว่าพิธีมาถึงขั้นตอนถัดไปแล้ว ในประโยคนี้ ผู้พูดฟังเหมือนผู้ประกอบพิธีที่กำลังประกาศ ไม่ใช่คนที่เล่าแผนแบบทั่วไป Get married เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “แต่งงาน” หรือ “เปลี่ยนเป็นผู้ที่มีสถานะแต่งงานแล้ว” get ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” แต่ทั้งวลีแสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สถานะแต่งงานแล้ว

แบบฝึกหัด

ผู้พูดที่เลียนแบบผู้ประกอบพิธีกำลังอนุญาตให้พิธีสมมติเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปอย่างเป็นทางการ ประโยคใดเข้ากับน้ำเสียงแบบพิธีการมากที่สุด

  1. They got married last year.
  2. They are getting married next year.
  3. You may now get married.
ดูคำตอบ

You may now get married.

Neigh.

0:50

ฮี้

She said you now get married. ลำดับความ

0:53

เธอบอกว่าตอนนี้พวกเธอแต่งงานกันได้แล้ว

ลำดับความ

She said ที่ใช้ตีความเสียงเป็นคำพูดในการเล่น

ตรงนี้ She said จัดเสียงม้าร้องก่อนหน้าให้เป็นข้อความ เด็กตีความเสียงร้องนั้นราวกับว่าม้าพูดว่าตัวละครแต่งงานกันได้แล้ว คำที่ตามหลัง said เป็นการตีความ ไม่ใช่คำพูดที่อ้างแบบตรงตัว ในการเล่นสมมติ ผู้พูดอาจใช้ said แบบนี้เพื่อให้เสียง ท่าทาง หรือการกระทำของตัวละครมีความหมายชัดเจนและทำให้เรื่องดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

ไดโนเสาร์ของเล่นคำรามระหว่างการเล่นสมมติ ประโยคใดใช้ said แบบเดียวกับในคำบรรยาย

  1. The dinosaur heard Ava say hello.
  2. Ava said, “The dinosaur roared.”
  3. The dinosaur roared, and Ava said it wanted a sandwich.
ดูคำตอบ

The dinosaur roared, and Ava said it wanted a sandwich.

You have to say I do. วัฒนธรรม

0:57

เธอต้องพูดว่ารับสิ

วัฒนธรรม

have to say I do: คำตอบตามแบบแผนในพิธีแต่งงาน

ในฉากแต่งงานสมมตินี้ have to say แสดงว่าการพูด I do เป็นขั้นตอนต่อไปที่ต้องทำในพิธี I do เป็นคำตอบตามแบบแผนเพื่อยอมรับคำปฏิญาณแต่งงาน ในที่นี้หมายถึงการตกลงแต่งงาน ไม่ใช่การทำบางสิ่งตามความหมายตรงตัว คำตอบนี้มักใช้ตอบคำถามที่สร้างด้วย do เช่น Do you take ...? การรู้ภูมิหลังเกี่ยวกับพิธีแต่งงานเพียงเล็กน้อยนี้ก็เพียงพอที่จะเข้าใจประโยคดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบมาตรฐานในพิธีแต่งงานจำนวนสองคำที่สอดคล้องกับ Do: “Do you take Alex as your spouse?” “____.”

ดูคำตอบ

I do

Yeah, but in horse talk. การใช้คำ

0:59

ใช่ แต่เป็นภาษาม้านะ

การใช้คำ

in horse talk: in + ภาษาหรือรูปแบบการพูด

In horse talk หมายถึง “โดยใช้ภาษาหรือรูปแบบการพูดของม้า” ตรงนี้ in ใช้บอกวิธีหรือรูปแบบการสื่อสาร ไม่ได้บอกสถานที่ และ horse talk เป็นวลีนาม ไม่ใช่คำกริยา talk รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ in + ภาษา ถ้อยคำ หรือสไตล์ เช่น in English, in plain language หรือ in baby talk

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้บอกภาษาหรือรูปแบบให้ประโยคสมบูรณ์: Please explain it ____ plain English.

ดูคำตอบ

in

Sparkles!

1:09

Sparkles!

No!

1:11

ไม่!

Come back, Sparkles. กริยาวลี

1:12

กลับมานะ Sparkles

กริยาวลี

Come back: กลับมาที่นี่

Come back เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “กลับมาที่นี่” หรือ “กลับมายังสถานที่ที่เรากำลังให้ความสนใจ” คำว่า back เพิ่มความหมายของการกลับมา ดังนั้นทั้งวลีจึงมีความหมายมากกว่า come เพียงคำเดียว ตรงนี้เป็นประโยคคำสั่งที่เรียกให้ Sparkles กลับมา ควรจำ come back เป็นวลีเดียวกัน และเวลาฟังให้สังเกตคำบอกทิศทางสั้น ๆ อย่าง back ด้วย

แบบฝึกหัด

คุณอยู่ข้างในร้านกาแฟ Leo เพิ่งเดินออกไปข้างนอก และคุณต้องการให้เขากลับมาหาคุณ คุณควรพูดว่าอะไร

  1. Leo, come by!
  2. Leo, go back!
  3. Leo, come back!
ดูคำตอบ

Leo, come back!

You have to do it properly. น้ำเสียง/เจตนา

1:14

เธอต้องทำให้มันถูกสิ

น้ำเสียง/เจตนา

have to do it properly: ข้อกำหนดที่ชัดเจนให้ทำด้วยวิธีที่ถูกต้อง

have to บอกว่าสิ่งนั้นจำเป็นต้องทำ ไม่ใช่แค่คำแนะนำ ส่วน properly หมายถึงทำด้วยวิธีที่ถูกต้องหรือเป็นไปตามที่คาดไว้ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังแก้ไขวิธีทำ แค่ทำยังไม่พอ แต่ต้องทำตามกฎหรือขั้นตอนด้วย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ have to + คำกริยา + properly

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย have to และ properly: The rules are clear. You ____ do it ____.

ดูคำตอบ

have to · properly

Come back, Sparkles.

1:21

กลับมานะ Sparkles

Marry Gallahop.

1:22

แต่งงานกับ Gallahop เถอะ

I want Polly back. วลี

1:27

ฉันอยากได้ Polly คืน

วลี

want ... back: อยากให้ใครกลับมาหรืออยากได้สิ่งของคืน

ในโครงสร้าง want + กรรม + back คำว่า back แสดงว่าคนหรือสิ่งของควรกลับไปยังสถานที่หรือคนที่เคยอยู่ด้วยก่อนหน้านี้ I want Polly back หมายถึงผู้พูดอยากให้ Polly กลับมาอยู่ด้วยอีกครั้ง ไม่ใช่แค่บอกว่าอยากได้ Polly โดยวาง back ไว้หลังกรรม: want Polly back

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ want + กรรม + back: I lent Mia my red pen, and now I want it ____.

ดูคำตอบ

back

Where'd he go. ไวยากรณ์

1:34

เขาไปไหนเนี่ย

ไวยากรณ์

Where'd he go: Where'd ที่หมายถึง Where did

ในประโยคนี้ Where'd หมายถึง Where did ประโยค Where did he go? ใช้ถามว่าคนที่ออกไปแล้วไปที่ไหน did เป็นตัวแสดงอดีต กริยาหลักจึงคงรูปพื้นฐานเป็น go คำลงท้าย 'd อาจย่อมาจาก would ได้เช่นกัน ทั้ง did และ would ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน go ได้ จึงตัดสินจาก go เพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่บริบทที่กำลังตามหาคนที่ออกไปแล้วทำให้ที่นี่ต้องตีความว่า did

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยเน้นฟังรูปย่อ Where'd

  1. Where was Leo yesterday?
  2. Where did Leo go yesterday?
  3. Where'd Leo go yesterday?
ดูคำตอบ

Where'd Leo go yesterday?

He's watching the cricket. Get him! โน้ต

1:39

เขากำลังดูคริกเก็ตอยู่ จับเขาไว้!

วัฒนธรรม

the cricket: การแข่งขันหรือการถ่ายทอดคริกเก็ต

ใน He's watching the cricket คำว่า the cricket หมายถึงการแข่งขันคริกเก็ตหรือการถ่ายทอด ไม่ใช่แมลงจิ้งหรีด การใช้ watch ร่วมกับ the cricket เป็นวิธีพูดที่คุ้นเคยในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลียเมื่อต้องการพูดถึงการชมกีฬานี้ ให้ดูทั้งกิจกรรมและคำว่า the หน้า cricket เพื่อเลือกความหมาย คนเราสามารถ watch the cricket ทางโทรทัศน์ได้ ส่วนแมลงหนึ่งตัวมักเรียกว่า a cricket และต้องมีบริบทเกี่ยวกับแมลง

แบบฝึกหัด

ในประโยค He's watching the cricket คำว่า the cricket หมายถึงอะไร?

  1. ของเล่นรูปแมลง
  2. แมลงที่เขากำลังสังเกต
  3. การแข่งขันคริกเก็ตหรือการถ่ายทอด
ดูคำตอบ

การแข่งขันคริกเก็ตหรือการถ่ายทอด

น้ำเสียง/เจตนา

“Get him!” ในฐานะคำสั่งให้ลงมือทำ

ในฉากนี้ Get him! เป็นคำสั่งให้ผู้ฟังไปหาคนนั้นและทำให้เขากลับมาร่วมกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ การกระทำที่แน่นอนอาจเป็นการเรียก ตามให้ทัน หรือพากลับมา โดยต้องดูจากบริบท ในคำสั่งสั้น ๆ get + คน อาจหมายถึง “ไปตาม เรียก จับ หรือพาคนนั้นมา” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เป็นเจ้าของเขา”

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Get him! สั่งให้ผู้ฟังทำอะไร?

  1. เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
  2. ไปหาเขาแล้วพาเขากลับมาร่วมกิจกรรม
  3. เป็นเจ้าของเขา
ดูคำตอบ

ไปหาเขาแล้วพาเขากลับมาร่วมกิจกรรม

Good one, Socks. น้ำเสียง/เจตนา

1:56

เก่งมาก Socks

น้ำเสียง/เจตนา

“Good one” สำหรับชมทันที

Good one เป็นคำตอบรับแบบไม่เป็นทางการในภาษาพูด ใช้ชมสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งทำหรือพูด ในที่นี้มีความหมายประมาณว่า “ทำได้ดี” หรือ “เล่นได้ดี” และพูดชม Socks โดยตรง one หมายถึงการกระทำ คำตอบ ความคิด หรือมุกที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่ได้ใช้เพื่อนับสิ่งของจริง ๆ ดังนั้นวลีนี้จึงใช้เป็นคำตอบรับที่สมบูรณ์ได้ แม้ไม่มีคำนามตามหลัง one

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยวลีสองคำที่ตรงกับที่เรียนในบทนี้: A: I caught the ball! B: ____!

ดูคำตอบ

Good one