การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิวัฒนาการ - 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
868 คำ 157 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: รายการเริ่มจากการสังเกตนกฟินช์กาลาปากอสของดาร์วิน แล้วตั้งคำถามว่าสัตว์จะวิวัฒนาการเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มนุษย์ก่อขึ้นได้หรือไม่ ร่างกายที่เล็กลงของนกและกวาง โดยเฉพาะการปรับตัวต่อพายุของกิ้งก่าแคริบเบียน แสดงว่าลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นประโยชน์อาจแพร่กระจายได้ภายในราว 40 ปี ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the idea that — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้โครงสร้างที่เติมคำนิยามหรือข้อเสนอหลักหลังคำนามนามธรรม เช่น idea หรือ theory จึงใช้ชี้แจงแนวคิดวิทยาศาสตร์และเหตุผลได้ชัดเจน พร้อมแยกออกว่า that นำเข้าสู่เนื้อหาของแนวคิด ไม่ใช่ผลลัพธ์ 2. cope with — กริยาวลี: เข้าใจและใช้กริยานี้เมื่อกล่าวถึงการจัดการและอดทนต่อผลกระทบที่ยากลำบาก เช่น การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ความเครียด หรือแรงกดดัน คำนี้เน้นความสามารถในการดำเนินต่อท่ามกลางความยาก และสื่อถึงความยืดหยุ่นได้มากกว่า deal with ที่กว้างกว่า 3. proof of evolution in action. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า in action หมายถึงกระบวนการนามธรรมที่กำลังเกิดขึ้นและสังเกตได้จริง จึงตีความลักษณะทางพันธุกรรมที่ช่วยให้กิ้งก่ารอดจากพายุเป็นหลักฐานวิวัฒนาการที่มองเห็นได้ และอธิบายแนวคิดอื่นผ่านผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:08

สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Rob.

0:12

ผมร็อบ

And I'm Sam.

0:13

และฉันแซม

Now, when we think about famous figures in the history of science, การใช้คำ

0:14

ตอนนี้ เมื่อเรานึกถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์

การใช้คำ

famous figures in the history of science: figures หมายถึงบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียง

ในที่นี้ figures หมายถึงบุคคลที่เป็นที่รู้จักหรือมีอิทธิพล คำว่า famous ทำให้ชัดเจนว่าหมายถึงคน ไม่ใช่ตัวเลข แผนภาพ หรือรูปร่างของร่างกาย วลี in the history of science จำกัดขอบเขตให้หมายถึงผู้ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์และพัฒนาการของวิทยาศาสตร์ รูปแบบนี้ยังนำไปใช้กับสำนวนอย่าง a major figure in politics หรือ famous figures in literature ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

figures ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ตัวเลขหรือสถิติ
  2. บุคคลที่มีชื่อเสียง
  3. ภาพวาดหรือรูปทรง
ดูคำตอบ

บุคคลที่มีชื่อเสียง

the name of Charles Darwin often comes up. กริยาวลี

0:17

ชื่อของชาร์ลส์ ดาร์วินมักจะถูกพูดถึง

กริยาวลี

often comes up: ชื่อหรือหัวข้อมักถูกกล่าวถึง

ในที่นี้ comes up หมายถึงถูกกล่าวถึงหรือเข้ามาเป็นหัวข้อในการสนทนา ประธานคือ the name of Charles Darwin ดังนั้นสิ่งที่ปรากฏในบทสนทนาเป็นประจำคือชื่อของเขา ไม่ใช่ดาร์วินเคลื่อนที่เข้ามาจริง ๆ เมื่อประธานเป็นคำอย่าง name, topic, question หรือ issue คำว่า come up มักใช้บอกว่าบางสิ่งปรากฏในการสนทนาโดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ยกเรื่องนั้นขึ้นมา ส่วน often แสดงว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ come up: The same question often ____ in class discussions.

ดูคำตอบ

comes up

Darwin is most famous for his theory of evolution, วลี

0:21

ดาร์วินมีชื่อเสียงที่สุดจากทฤษฎีวิวัฒนาการของเขา

วลี

most famous for: บอกสิ่งที่ทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุด

โครงสร้าง be most famous for + คำนาม วลีคำนาม หรือรูป -ing ใช้บอกผลงาน ลักษณะ หรือกิจกรรมที่ทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุด most แสดงว่านี่คือสิ่งหลักที่ผู้คนนึกถึง ไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงที่เป็นที่รู้จักอย่างหนึ่ง ในประโยคนี้ his theory of evolution อยู่หลัง for และระบุผลงานของดาร์วินที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวให้สมบูรณ์ด้วยหนึ่งคำ: The museum is most famous ____ its dinosaur collection.

ดูคำตอบ

for

the idea that animals change and adapt in response to their environment. โน้ต

0:25

แนวคิดที่ว่าสัตว์มีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม

ไวยากรณ์

the idea that + อนุประโยคสมบูรณ์: บอกเนื้อหาของแนวคิด

ในโครงสร้าง the idea that + อนุประโยคสมบูรณ์ อนุประโยคสมบูรณ์จะบอกว่าแนวคิดนั้นคืออะไร อนุประโยคหลัง that มีประธานและกริยาของตัวเอง ในที่นี้ animals change and adapt in response to their environment บอกเนื้อหาของแนวคิดโดยตรง that ตรงนี้นำหน้าอนุประโยคเนื้อหาที่อธิบาย idea โดยไม่ได้แทน idea หรือทำหน้าที่เป็นส่วนที่ขาดอยู่ในอนุประโยค ดังนั้นจึงไม่ใช่สรรพนามเชื่อมความในกรณีนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ that เพื่อบอกเนื้อหาของแนวคิด

  1. The idea was discussed after lunch.
  2. The idea that small steps can save energy is gaining support.
  3. The idea that changed the school came from Maya.
ดูคำตอบ

The idea that small steps can save energy is gaining support.

วลี

in response to: การแสดงปฏิกิริยาต่อสภาวะภายนอก

in response to ใช้นำหน้าสถานการณ์ เหตุการณ์ หรือสิ่งเร้าที่เป็นสิ่งซึ่งได้รับการตอบสนอง ในประโยคนี้ การเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของสัตว์ถูกนำเสนอว่าเป็นปฏิกิริยาต่อสภาพแวดล้อม วลีนี้เน้นความสัมพันธ์แบบการตอบสนอง คือมีบางสิ่งเกิดขึ้น แล้วคน สัตว์ หรือองค์กรจึงตอบสนองหรือปรับตัว หลังวลีนี้ใช้วลีคำนามหรือรูป -ing เพราะ to ในที่นี้เป็นคำบุพบท

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่มีความหมายว่า “เป็นการตอบสนองต่อ” ลงในประโยค: The coach changed the training plan ____ the players' feedback.

ดูคำตอบ

in response to

In the 1830s, he visited the Galapagos,

0:30

ในช่วงทศวรรษที่ 1830 เขาได้ไปเยือนหมู่เกาะกาลาปากอส

a string of islands in the Pacific Ocean, วลี

0:34

ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่ทอดยาวในมหาสมุทรแปซิฟิก

วลี

a string of islands: หมู่เกาะที่เรียงต่อกันคล้ายโซ่

ใน a string of islands คำว่า string เป็นคำเปรียบเทียบถึงเกาะหลายเกาะที่อยู่ต่อกัน โดยมักเรียงเป็นแนวตรงหรือเป็นสายโค้งคล้ายโซ่ วลีนี้ทำให้นึกถึงตำแหน่งที่ดูเหมือนเชื่อมต่อกัน ไม่ได้หมายความว่ามีเชือกจริง ๆ โครงสร้าง a string of + คำนามพหูพจน์ ยังใช้บรรยายเหตุการณ์ ปัญหา ความสำเร็จ หรือสิ่งอื่นที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมคำเปรียบเทียบที่ใช้ string และมีความหมายว่า “ต่อเนื่องกันเป็นชุด” ลงในประโยค: The town faced ____ power cuts during the winter.

ดูคำตอบ

a string of

famous because of the unique animals living there.

0:36

มีชื่อเสียงจากสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่อาศัยอยู่ที่นั่น

It was while in the Galapagos, ไวยากรณ์

0:40

ในช่วงที่เขาอยู่บนหมู่เกาะกาลาปากอส

observing small birds called finches,

0:42

ขณะเฝ้าดูนกตัวเล็กๆ ที่เรียกว่านกฟินช์

that Darwin started forming his theory of evolution.

0:45

ทำให้ดาร์วินเริ่มสร้างทฤษฎีวิวัฒนาการของเขา

ไวยากรณ์

It was ... that: การเน้นเวลาและสถานการณ์

It was ... that เป็นโครงสร้างเน้นข้อมูลแบบ it-cleft ซึ่งดึงส่วนหนึ่งของประโยคมาเป็นจุดเน้น ในประโยคนี้ ส่วนที่เน้นคือ while in the Galapagos, observing small birds called finches หรือก็คือช่วงเวลาและสถานการณ์ที่แนวคิดของดาร์วินเริ่มก่อตัวขึ้น เมื่อเอาโครงสร้างเน้นออก ใจความพื้นฐานคือ Darwin started forming his theory of evolution while in the Galapagos, observing finches ในรูปแบบนี้ it ไม่ได้แทนสิ่งของใด ๆ แต่ It was และ that ทำหน้าที่ครอบข้อมูลที่ต้องการเน้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง it-cleft ให้สมบูรณ์โดยให้ during lunch เป็นวลีบอกเวลาที่ถูกเน้น: ____ during lunch ____ Leo solved the puzzle.

ดูคำตอบ

It was · that

But today, the animals of the Galapagos

0:49

แต่ในปัจจุบัน สัตว์ต่างๆ บนเกาะกาลาปากอส

face the same pressures as animals across the world วลี

0:51

ต้องเผชิญกับแรงกดดันเช่นเดียวกับสัตว์ทั่วโลก

because of the effects of man-made climate change. โน้ต

0:55

เนื่องจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์

วลี

face the same pressures as: เผชิญแรงกดดันแบบเดียวกับ

ในที่นี้ face เป็นคำกริยาที่หมายถึงการเผชิญกับบางสิ่งและต้องจัดการกับสิ่งนั้น pressures หมายถึงปัจจัยที่สร้างผลเสีย ข้อเรียกร้อง หรือความยากลำบาก ไม่ใช่แรงผลักทางกายภาพ รูปแบบ face the same + คำนามพหูพจน์ + as + กลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ แสดงว่าสองกลุ่มเผชิญความท้าทายประเภทเดียวกัน ประโยคนี้เปรียบเทียบสัตว์ในกาลาปากอสกับสัตว์ทั่วโลก

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมช่องว่างได้อย่างเป็นธรรมชาติ: During a heat wave, rural hospitals … city hospitals.

  1. meet the same pressures as
  2. face the same pressures than
  3. face the same pressures as
ดูคำตอบ

face the same pressures as

วลี

because of the effects of: ระบุผลที่ตามมาเป็นสาเหตุอย่างชัดเจน

because of ตามด้วยกลุ่มคำนามที่บอกเหตุผล ใน because of the effects of X กลุ่มคำนามนั้นคือ the effects of X ดังนั้นจึงเชื่อมผลลัพธ์เข้ากับผลที่ตามมาหรือผลกระทบของ X โดยเฉพาะ รูปนี้เจาะจงกว่าการพูดเพียง because of X และเหมาะเมื่อผลกระทบเอง เช่น ความเสียหาย การหยุดชะงัก หรือปัญหาสุขภาพ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ต่อมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีห้าคำที่ระบุผลกระทบของพายุเป็นสาเหตุ: Several roads were closed ____ the storm.

ดูคำตอบ

because of the effects of

การใช้คำ

man-made climate change: การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

ใน man-made climate change คำว่า man-made เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และขยาย climate change หมายถึงเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ขับเคลื่อนโดยกิจกรรมของมนุษย์ ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เกิดจากผู้ชายเท่านั้น ในที่นี้ made บอกความเป็นเหตุเป็นผล ไม่ได้หมายถึงการผลิตสิ่งของขึ้นมาจริง ๆ ความหมายนี้ยังพบในวลีอย่าง man-made pollution และ man-made disasters

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The river is damaged by man-made pollution,' คำว่า man-made หมายถึงอะไร

  1. เกิดจากผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่เท่านั้น
  2. เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์
  3. สร้างโดยเครื่องจักรโดยไม่มีมนุษย์
ดูคำตอบ

เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

Warming sea waters and more frequent extreme weather events การใช้คำ

0:59

น้ำทะเลที่อุ่นขึ้นและเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดบ่อยขึ้น

การใช้คำ

more frequent extreme weather events: เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดบ่อยขึ้น

extreme weather events เป็นกลุ่มคำนามที่ใช้ทั่วไปเพื่อกล่าวถึงเหตุการณ์ทางอากาศที่รุนแรงผิดปกติ เช่น คลื่นความร้อน น้ำท่วม หรือพายุรุนแรง คำนามหลักคือ events ส่วน extreme weather บอกว่าเป็นเหตุการณ์ประเภทใด more frequent ขยายทั้งกลุ่มคำและหมายความว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดบ่อยขึ้น ไม่ได้หมายความว่าแต่ละเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ควรเข้าใจคำทั้งสี่คำเป็นกลุ่มคำนามเดียวกัน

แบบฝึกหัด

more frequent extreme weather events หมายความว่าอย่างไร

  1. สภาพอากาศสุดขั้วเกิดขึ้นตลอดเวลา
  2. เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเกิดบ่อยขึ้น
  3. เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วแต่ละครั้งรุนแรงขึ้น
ดูคำตอบ

เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเกิดบ่อยขึ้น

are affecting animals as much as humans. ไวยากรณ์

1:04

กำลังส่งผลกระทบต่อสัตว์มากเท่ากับมนุษย์

ไวยากรณ์

as much as: การเปรียบเทียบระดับผลกระทบที่เท่ากัน

ในที่นี้ as much as เปรียบเทียบระดับผลกระทบที่มีต่อสองกลุ่ม โดยหมายความว่าผลกระทบต่อสัตว์มีมากเท่ากับผลกระทบต่อมนุษย์ รูปเปรียบเทียบที่เต็มกว่าคือ are affecting animals as much as they are affecting humans ภาษาอังกฤษมักละคำที่ซ้ำกัน เนื่องจาก humans เป็นสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ โครงสร้างนี้จึงไม่ใช่รูปย่อของ as much as possible

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายเพื่อแสดงว่าสองกลุ่มได้รับผลกระทบในระดับเดียวกัน: The policy affects small businesses ____ large companies.

ดูคำตอบ

as much as

So in this program, we'll be asking, ลำดับความ

1:07

ดังนั้นในรายการนี้ เราจะตั้งคำถามว่า

can animals evolve to deal with climate change? กริยาวลี

1:09

สัตว์สามารถวิวัฒนาการเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้หรือไม่?

ลำดับความ

So in this program, we'll be asking: การเกริ่นเข้าสู่คำถามหลัก

So เชื่อมข้อมูลพื้นหลังก่อนหน้าเข้ากับสิ่งที่จะพูดต่อไป in this program กำหนดขอบเขตของเรื่อง และ we'll be asking บอกคำถามหลักที่รายการจะสำรวจ ในที่นี้ asking ไม่ได้หมายถึงการถามคำถามหนึ่งข้อกับคนหนึ่งคน วลีทั้งหมดทำหน้าที่จัดลำดับการพูด โดยปิดช่วงเกริ่นนำและพาผู้ฟังเข้าสู่หัวข้อหลัก

แบบฝึกหัด

ส่วนเปิดที่เน้นไว้ในประโยคทำหน้าที่หลักอะไร

  1. ให้คำตอบสุดท้ายแก่คำถามเรื่องสภาพภูมิอากาศ
  2. ประกาศว่ารายการกำลังจะจบ
  3. เปลี่ยนจากข้อมูลพื้นหลังไปสู่คำถามหลักของรายการ
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากข้อมูลพื้นหลังไปสู่คำถามหลักของรายการ

กริยาวลี

deal with: จัดการหรือรับมือกับปัญหา

ในประโยคนี้ deal with หมายถึงตอบสนองต่อหรือจัดการสถานการณ์ที่ยากลำบาก สำหรับสัตว์ deal with climate change หมายถึงการอยู่รอดหรือปรับตัวต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ได้หมายความว่าสัตว์แก้ปัญหานั้นอย่างมีสติหรือทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหายไป deal with เป็นกริยาวลีที่ใช้ตามโครงสร้าง deal with + คำนามหรือกลุ่มคำนาม เช่น deal with a problem, pressure หรือ change

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “จัดการหรือตอบสนองต่อ” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The team must ____ the safety issue today.

ดูคำตอบ

deal with

But first, I have a question for you, Sam, น้ำเสียง/เจตนา

1:13

แต่ก่อนอื่น ผมมีคำถามสำหรับคุณ แซม

น้ำเสียง/เจตนา

I have a question for you: เกริ่นคำถามที่ต้องการให้อีกฝ่ายตอบ

I have a question for you หมายถึง “ฉันอยากถามอะไรคุณสักอย่าง” ผู้พูดยังไม่ได้ถามคำถามหลัก แต่ใช้ข้อความนี้เป็นคำเกริ่นสั้น ๆ เพื่อให้แซมเตรียมฟังและตอบ for you ระบุว่าใครเป็นผู้ที่ควรตอบ ทั้งวลีช่วยให้การเข้าสู่คำถามไม่กะทันหันและมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น แต่ตัววลีเองไม่ได้ทำให้คำถามที่ละเอียดอ่อนกลายเป็นคำถามที่เหมาะสม

แบบฝึกหัด

ครูพูดว่า “I have a question for you, Leo.” คำเกริ่นนี้มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. เตรียมให้ลีโอตอบคำถามถัดไปของผู้พูด
  2. ขอให้ลีโอคิดคำถามแทนผู้พูด
  3. หมายความว่าลีโอได้ถามคำถามไปแล้ว
ดูคำตอบ

เตรียมให้ลีโอตอบคำถามถัดไปของผู้พูด

and it's about Charles Darwin's trip to the Galapagos.

1:16

และเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางของชาร์ลส์ ดาร์วินไปยังกาลาปากอส

In 1831, Darwin set sail around the world วลี

1:19

ในปี 1831 ดาร์วินล่องเรือรอบโลก

วลี

Set sail: เริ่มต้นการเดินทางทางน้ำ

Set sail เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เริ่มต้นการเดินทางด้วยเรือหรือเรือเล็ก” สำนวนนี้เน้นช่วงเวลาที่การเดินทางเริ่มขึ้น จึงพบได้บ่อยในเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ การสำรวจ และการเดินทาง ในประโยคนี้ set เป็นรูปอดีต เพราะการเดินทางเริ่มขึ้นในปี 1831 คำกริยา set มีรูปพื้นฐานและรูปอดีตเหมือนกัน คือ set ไม่ใช่ setted

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนตายตัวที่หมายถึง “เริ่มต้นการเดินทางทางน้ำ” เติมประโยคให้สมบูรณ์: The research ship ____ before sunrise.

ดูคำตอบ

set sail

collecting samples of flora and fauna, การใช้คำ

1:23

รวบรวมตัวอย่างของ flora and fauna

the plants and animals of the places he visited.

1:25

หรือก็คือพืชและสัตว์ในสถานที่ต่างๆ ที่เขาไปเยือน

การใช้คำ

flora and fauna: คำคู่แบบเป็นทางการที่หมายถึงพืชและสัตว์

flora and fauna เป็นคำศัพท์ที่ใช้เป็นคู่แบบเป็นทางการ หมายถึงพืชและสัตว์ทั้งหมดในสถานที่หรือสภาพแวดล้อมหนึ่ง ในประโยคนี้ ข้อความถัดมา the plants and animals... กล่าวความหมายเดิมซ้ำด้วยคำที่ง่ายกว่า ให้เข้าใจคำคู่นี้เป็นแนวคิดทางนิเวศหนึ่งเดียว ไม่ใช่คำศัพท์สองคำที่ไม่เกี่ยวข้องกัน flora หมายถึงพืชทั้งหมดในพื้นที่หนึ่ง ส่วน fauna หมายถึงสัตว์ทั้งหมดในพื้นที่นั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำคู่แบบเป็นทางการที่หมายถึงพืชและสัตว์ในภูมิภาคหนึ่งให้สมบูรณ์: The survey records the region's ____.

ดูคำตอบ

flora and fauna

But what was the name of the ship he sailed in? ไวยากรณ์

1:29

แต่เรือที่เขาใช้ล่องเรือนั้นมีชื่อว่าอะไร?

ไวยากรณ์

the ship he sailed in: อนุประโยคขยายที่มีคำบุพบทอยู่ท้าย

ในนามวลี the ship he sailed in ส่วน he sailed in เป็นอนุประโยคขยายที่อธิบาย the ship กรรมที่ไม่ได้เขียนไว้หลัง in เข้าใจได้ว่าคือ the ship โดยอาจใส่ that หรือ which หลัง ship ก็ได้ แต่ในที่นี้ละไว้ ภาษาอังกฤษสามารถวางคำบุพบทไว้ท้ายอนุประโยคขยายได้อย่างเป็นธรรมชาติ โครงสร้างนี้เรียกว่า preposition stranding และเป็นรูปแบบมาตรฐาน โดยเฉพาะในการสนทนาและงานเขียนทั่วไป in ที่อยู่ท้ายประโยคไม่ได้เกินมา แต่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง sailed กับ ship

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า “นี่คือห้องที่เราเคยพบกัน”

  1. This is the room we met in it.
  2. This is the room in we met.
  3. This is the room we met in.
ดูคำตอบ

This is the room we met in.

Was it A, HMS Beagle,

1:32

เป็นข้อ A, HMS Beagle

B, HMS Victory,

1:35

B, HMS Victory

or C, SS Great Britain?

1:36

หรือ C, SS Great Britain?

Hmm.

1:39

ฮืม

Maybe it was B, HMS Victory? น้ำเสียง/เจตนา

1:40

อาจจะเป็น B, HMS Victory หรือเปล่า?

น้ำเสียง/เจตนา

Maybe it was ...?: การตอบแบบยังไม่แน่ใจ

Maybe ทำให้คำตอบเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ใน Maybe it was B ผู้พูดเสนอ B เป็นคำตอบที่คาดเดาไว้ และยังเปิดโอกาสว่าตนอาจตอบผิด เครื่องหมายคำถามแสดงน้ำเสียงแบบถามเพื่อให้อีกฝ่ายช่วยยืนยันการคาดเดา คุณใช้โครงสร้าง Maybe it was + คน สิ่งของ หรือคำตอบ ได้เมื่อจำได้ไม่ชัดหรือมีข้อมูลไม่เพียงพอ

แบบฝึกหัด

เติมการคาดเดาที่ยังไม่แน่ใจโดยใช้ maybe + it + was: I can't remember who called. ____ Maya?

ดูคำตอบ

Maybe it was

Are you sure? น้ำเสียง/เจตนา

1:43

คุณแน่ใจนะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Are you sure?: การถามว่าอีกฝ่ายมั่นใจหรือไม่

Are you sure? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายมั่นใจหรือไม่ว่าคำพูด คำตอบ หรือตัวเลือกนั้นถูกต้อง หลังจากอีกฝ่ายตอบแบบไม่แน่ใจ คำถามนี้ยังอาจสื่อว่าควรตรวจสอบอีกครั้ง ผลของคำถามขึ้นอยู่กับวิธีพูด การถามด้วยน้ำเสียงสงบอาจเป็นเพียงการยืนยันแบบเป็นกลาง แต่การเน้นคำว่า sure อย่างหนักอาจฟังเหมือนสงสัยหรือท้าทาย

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมทีมตอบคำถามแบบทดสอบ และคุณต้องการตรวจสอบว่าเขามั่นใจหรือไม่ คุณควรพูดว่าอะไร?

  1. Are you sure?
  2. Do you remember?
  3. Are you ready?
ดูคำตอบ

Are you sure?

No.

1:44

ไม่ล่ะ

Okay.

1:44

โอเค

Well, I'll reveal the correct answer later in the program. ลำดับความ

1:45

เอาล่ะ ผมจะเฉลยคำตอบที่ถูกต้องในช่วงท้ายของรายการ

ลำดับความ

reveal the correct answer later in the program: เฉลยคำตอบในช่วงหลังของรายการเดียวกัน

ผู้ดำเนินรายการใช้ reveal the correct answer later in the program เพื่อจัดลำดับการให้ข้อมูล คือยังไม่บอกคำตอบตอนนี้ แต่เก็บไว้เฉลยในช่วงหลังของรายการเดียวกัน สำนวนนี้ยังช่วยสร้างความคาดหวังด้วย Reveal สื่อถึงการเปิดเผยข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ถูกซ่อนหรือเก็บไว้ ผู้ฟังจึงเข้าใจว่าต้องติดตามรายการต่อจึงจะได้ฟังคำตอบ

แบบฝึกหัด

ผู้ดำเนินรายการตอบคำถามต้องการเก็บคำตอบไว้เฉลยในช่วงหลังของตอนเดียวกัน ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. I've already revealed the correct answer.
  2. I'll reveal the correct answer in a later program.
  3. I'll reveal the correct answer later in the program.
ดูคำตอบ

I'll reveal the correct answer later in the program.

Now, it may have been the Galapagos finches ไวยากรณ์

1:48

ทีนี้ อาจเป็นเพราะนกฟินช์แห่งกาลาปากอส

that started Charles Darwin thinking about how animals adapt to their environment, วลี

1:51

ที่ทำให้ชาร์ลส์ ดาร์วินเริ่มคิดว่าสัตว์ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างไร

ไวยากรณ์

it may have been ... that: การเน้นสาเหตุในอดีตแบบไม่แน่ใจ

It may have been X that... เป็นประโยคเน้นแบบ it-cleft ที่แสดงความไม่แน่ใจ โดยทำให้ X เป็นจุดเน้น และมีความหมายประมาณว่า “อาจเป็น X นั่นเอง” ในประโยคนี้ นกฟินช์กาลาปากอสถูกเสนอว่าอาจเป็นสิ่งที่กระตุ้นความคิดของดาร์วิน โครงสร้างนี้ทำหน้าที่สองอย่าง คือ may have been แสดงการคาดเดาที่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับสาเหตุในอดีต ส่วน that นำเข้าสิ่งที่ X ทำ นี่เป็นประโยคเน้นที่มีโครงสร้าง modal perfect ไม่ใช่ past perfect ธรรมดา โดยความเน้นเกิดจากกรอบ It ... that ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง It may have been X that...: ____ the icy road ____ caused the delay.

ดูคำตอบ

It may have been · that

วลี

started Charles Darwin thinking about: โครงสร้าง start someone thinking about something

ใน started Charles Darwin thinking about... สิ่งที่ that อ้างถึงเป็นเหตุให้ดาร์วินเริ่มพิจารณาคำถามนั้น Darwin คือผู้ที่ได้รับผลจาก started ไม่ใช่ประธานทางไวยากรณ์ของ start รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ start + someone + thinking about + หัวข้อหรือคำถาม รูปแบบนี้นำเสนอเหตุการณ์ คำถาม หรือการค้นพบว่าเป็นตัวกระตุ้นให้ใครบางคนเริ่มคิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบอดีตกาล start someone thinking about และใช้ Mia เป็นผู้คิด: Yesterday's museum visit ____ how cities change over time.

ดูคำตอบ

started Mia thinking about

but as naturalist Kiyoko Gotanda explained ลำดับความ

1:56

แต่อย่างที่นักธรรมชาติวิทยา คิโยโกะ โกตันดะ ได้อธิบายไว้

to BBC World Service program The Climate Question,

1:59

ในรายการ The Climate Question ของ BBC World Service

ลำดับความ

as naturalist Kiyoko Gotanda explained to ...: กรอบที่ระบุแหล่งข้อมูล

อนุประโยค as ที่ขึ้นต้นประโยคทำหน้าที่เป็นกรอบบอกแหล่งข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่าใจความหลังเครื่องหมายจุลภาคอ้างอิงจากคำอธิบายของ Kiyoko Gotanda ที่ให้ไว้กับ The Climate Question ส่วนใจความหลักจะตามหลังกรอบนี้ ในที่นี้ as มีความหมายใกล้เคียงกับ “ดังที่กล่าวไว้โดย” ไม่ได้หมายถึง “ในขณะที่” โดยอัตโนมัติ คำระบุบทบาท naturalist บอกว่าเธอเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วน explained to ระบุสื่อหรือผู้ฟังที่ได้รับคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

อนุประโยคเปิดในประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไร? As marine biologist Dr. Shah explained to the podcast host, warmer seas can change fish migration.

  1. ระบุผู้เชี่ยวชาญที่เป็นแหล่งข้อมูลและผู้รับคำอธิบายก่อนนำเสนอข้อกล่าวอ้างที่ตามมา
  2. นำเสนอถ้อยคำเดิมของผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์เป็นคำพูดโดยตรง
  3. บอกว่าการอธิบายและการอพยพของปลาเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ

ระบุผู้เชี่ยวชาญที่เป็นแหล่งข้อมูลและผู้รับคำอธิบายก่อนนำเสนอข้อกล่าวอ้างที่ตามมา

Darwin's first impression of the small birds wasn't very good. วลี

2:03

ความประทับใจแรกของดาร์วินต่อนกตัวเล็กๆ เหล่านี้ไม่ได้ดีมากนัก

วลี

first impression of someone or something: ความประทับใจแรกต่อคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

first impression ที่คนคนหนึ่งมีต่อคนหรือสิ่งของ คือความคิดเห็นหรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อพบหรือเห็นเป็นครั้งแรก ในประโยคนี้ ความคิดเห็นแรกของดาร์วินต่อนกตัวเล็ก ๆ ไม่ค่อยเป็นบวกนัก โครงสร้างคือ someone's first impression of + คนหรือสิ่งของ ส่วนที่ตามหลัง of บอกว่าใครหรืออะไรเป็นสิ่งที่ถูกประเมิน และความประทับใจนี้อาจเปลี่ยนไปเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนมาตรฐานที่ใช้พูดถึงความคิดเห็นแรกให้สมบูรณ์: My first impression ____ the new school was very positive.

ดูคำตอบ

of

When Darwin got to the Galapagos Islands, กริยาวลี

2:08

เมื่อดาร์วินไปถึงหมู่เกาะกาลาปากอส

กริยาวลี

got to + สถานที่: ไปถึงจุดหมาย

get to + สถานที่ หมายถึงไปถึงสถานที่นั้น got เป็นรูปอดีตของ get ดังนั้น got to the Galapagos Islands จึงบอกว่าดาร์วินไปถึงที่นั่นในอดีต get ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกลายเป็นหรือได้รับ จุดหมายที่ตามหลัง to บอกว่า get มีความหมายเกี่ยวกับการเดินทางไปถึง

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ 'We got to the museum before it opened,' got to หมายความว่าอะไร

  1. ไปถึง
  2. ได้รับ
  3. กลายเป็น
ดูคำตอบ

ไปถึง

he actually wasn't that interested in the finches. ไวยากรณ์

2:10

จริงๆ แล้วเขาไม่ได้สนใจนกฟินช์มากนัก

ไวยากรณ์

wasn't that interested in: that ในฐานะคำวิเศษณ์บอกระดับ

ใน wasn't that interested in คำว่า that เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ขยาย interested ในโครงสร้างปฏิเสธ not/wasn't that + คำคุณศัพท์ คำนี้มีความหมายว่า “ไม่ได้...ขนาดนั้น” หรือ “ไม่ได้...เป็นพิเศษ” ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าระดับความสนใจของเขาที่มีต่อนกฟินช์ค่อนข้างต่ำ การพูดแบบนี้มักช่วยลดความหนักแน่นของข้อความ ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีความสนใจเลยเสมอไป และ that ตรงนี้ก็ไม่ใช่คำชี้เฉพาะที่แปลว่า “นั้น”

แบบฝึกหัด

"Lena wasn't that interested in chess" น่าจะหมายความว่าอะไร

  1. เธอไม่รู้ว่ากำลังหมายถึงชุดหมากรุกชุดไหน
  2. เธอมีความสนใจในหมากรุกค่อนข้างน้อย
  3. เธอสนใจหมากรุกอย่างมาก
ดูคำตอบ

เธอมีความสนใจในหมากรุกค่อนข้างน้อย

They were kind of a drab color น้ำเสียง/เจตนา

2:13

พวกมันมีสีค่อนข้าง drab (จืดชืด)

น้ำเสียง/เจตนา

kind of ในฐานะคำลดน้ำหนักที่หมายถึง “ค่อนข้าง”

ตรงนี้ kind of อยู่หน้าคำบรรยาย a drab color และทำหน้าที่เป็นคำลดระดับแบบไม่เป็นทางการ มีความหมายประมาณว่า “ค่อนข้าง” หรือ “นิดหน่อย” ไม่ได้หมายถึง “ประเภทหนึ่ง” การลดน้ำหนักคำบรรยายทำให้คำตัดสินเชิงลบฟังตรงและเด็ดขาดน้อยลง การใช้แบบนี้พบได้บ่อยเมื่อผู้พูดต้องการฟังดูไม่แน่ใจเกินไปหรือสุภาพขึ้น

แบบฝึกหัด

ใน "The room is kind of small" คำว่า kind of ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกชื่อห้องประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ
  2. ช่วยลดน้ำหนักคำบรรยายให้หมายความว่าห้องค่อนข้างเล็ก
  3. เน้น small ให้หมายความว่าห้องเล็กมากเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ

ช่วยลดน้ำหนักคำบรรยายให้หมายความว่าห้องค่อนข้างเล็ก

and they didn't have a very interesting song.

2:14

และเสียงร้องของพวกมันก็ไม่ได้น่าสนใจมากนัก

He sampled, though, the finches from different islands, โน้ต

2:17

ถึงกระนั้น เขาก็ได้เก็บตัวอย่างนกฟินช์จากเกาะต่างๆ

การใช้คำ

sampled: เลือกหรือเก็บตัวอย่างทางวิทยาศาสตร์

ในประโยคนี้ sampled หมายถึงการเลือกหรือเก็บนกฟินช์บางส่วนไว้เป็นตัวอย่างหรือข้อมูลสำหรับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ กรรม finches และวลี from different islands แสดงว่าคำกริยานี้อยู่ในบริบทของการวิจัย ความหมายของ sample เปลี่ยนไปตามกรรมและสถานการณ์ ในทางวิทยาศาสตร์มักหมายถึงการนำส่วนหนึ่งที่เป็นตัวแทนของทั้งหมดหรือการเก็บสิ่งตัวอย่าง ไม่ได้หมายถึงการชิม

แบบฝึกหัด

sampled หมายถึงอะไรในประโยคนี้: "The biologists sampled insects in the forest."

  1. พวกเขาเก็บแมลงบางส่วนเพื่อการศึกษา
  2. พวกเขาชิมแมลงเหล่านั้น
  3. พวกเขาวาดรูปแมลงทุกตัวที่พบ
ดูคำตอบ

พวกเขาเก็บแมลงบางส่วนเพื่อการศึกษา

ลำดับความ

though ในฐานะคำแทรกที่บอกความขัดแย้ง

ในที่นี้ though เป็นคำวิเศษณ์ที่แทรกอยู่ในประโยค มีความหมายเหมือน however หรือ nevertheless คือ “อย่างไรก็ตาม” หรือ “ถึงอย่างนั้น” คำนี้บอกว่าการเก็บตัวอย่างยังเกิดขึ้น แม้จะขัดกับสิ่งที่ข้อมูลก่อนหน้าทำให้คาดไว้ เนื่องจาก though แทรกอยู่ภายในอนุประโยคและมีเครื่องหมายจุลภาคคั่น จึงทำหน้าที่เพิ่มความขัดแย้งให้ข้อความทั้งหมด ไม่ได้ขึ้นต้นอนุประโยคด้วย though เมื่อนำออก โครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็น: He sampled the finches from different islands.

แบบฝึกหัด

though บอกอะไรในตัวอย่างนี้: "Most people left early. Ana, though, stayed until the end."

  1. อานาอยู่ต่อเพราะคนอื่นทุกคนออกไปแล้ว
  2. อานาทำสิ่งเดียวกับคนอื่นทุกคน
  3. การกระทำของอานาแตกต่างจากสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำ
ดูคำตอบ

การกระทำของอานาแตกต่างจากสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำ

and so when he got back to England กริยาวลี

2:20

และเมื่อเขากลับมายังอังกฤษ

กริยาวลี

got back to England: กลับไปยังอังกฤษ

ใน got back to England คำว่า got เป็นรูปอดีตของ get โครงสร้าง get back to + สถานที่ หมายถึงกลับไปยังสถานที่นั้นหลังจากออกไปอยู่ที่อื่น โดย back เพิ่มความหมายของทิศทางที่ย้อนกลับ ในการเล่าเรื่องการเดินทาง โครงสร้างนี้ช่วยแยกการกลับไปจากการไปถึงธรรมดา สำหรับจุดหมายอย่าง England หรือ London ต้องคง to ไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get back to: After a week in Paris, we ____ London on Sunday.

ดูคำตอบ

got back to

and he was looking at all the variation วลี

2:21

และพิจารณาความแตกต่างทั้งหมด

in beak shape and size and body size and shape,

2:23

ทั้งรูปร่างและขนาดของจงอยปาก รวมถึงขนาดและรูปร่างของลำตัว

วลี

variation in beak shape and size: ความแตกต่างด้านรูปร่างและขนาดของจะงอยปาก

Variation in + ลักษณะ ใช้ระบุว่าพบความแตกต่างในลักษณะใด ในที่นี้ นกที่นำมาเปรียบเทียบไม่ได้มีรูปร่างหรือขนาดของจะงอยปากเหมือนกันทั้งหมด รูปแบบคำนามนี้พบบ่อยในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์และข้อมูล โดย variation บอกว่าค่าหรือรูปแบบแตกต่างกัน และ in นำเข้าสู่ด้านที่กำลังเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบคำนามมาตรฐานที่หมายถึงความแตกต่างภายในลักษณะหนึ่ง: The survey found wide variation ____ response times.

ดูคำตอบ

in

and he was recalling how certain finches were found on certain islands, ไวยากรณ์

2:26

เขาก็นึกขึ้นได้ว่าพบนกฟินช์บางชนิดบนเกาะบางเกาะ

but not on other islands.

2:30

แต่ไม่พบบนเกาะอื่นๆ

ไวยากรณ์

ใช้ how ... were found ..., but not ... เพื่อแสดงความแตกต่างของการกระจายตัว

ในโครงสร้าง he was recalling how... คำว่า how นำเสนอเนื้อหาของข้อสังเกตที่เขานึกย้อนถึง ไม่ได้เป็นคำถามตรง ๆ เกี่ยวกับวิธีการ ในที่นี้ how แสดงรูปแบบหรือสถานการณ์ที่มีการพบนกฟินช์ but not on other islands ละคำว่า were found ที่ซ้ำกันไว้ ความเปรียบต่างแบบกระชับนี้บอกว่าพบนกฟินช์บนเกาะบางแห่งที่ระบุ แต่ไม่พบบนเกาะอื่น ๆ และในบริบทนี้เน้นความแตกต่างของการกระจายตัว

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ how ... but not ... ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าพบนกฟินช์แบบเดียวกันบนทุกเกาะ
  2. ถามโดยตรงว่าใช้วิธีใดในการหานกเหล่านั้น
  3. นำเสนอรูปแบบการกระจายตัวที่นึกย้อนถึงและตัดเกาะอื่น ๆ ออก
ดูคำตอบ

นำเสนอรูปแบบการกระจายตัวที่นึกย้อนถึงและตัดเกาะอื่น ๆ ออก

In contrast to more colorful birds like Galapagos parrots, ลำดับความ

2:33

ตรงกันข้ามกับนกที่มีสีสันสดใสกว่าอย่างนกแก้วกาลาปากอส

ลำดับความ

In contrast to + นามวลี

In contrast to หมายถึง “เมื่อเปรียบเทียบกับ” และระบุสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบทันที ในที่นี้ more colorful birds ถูกนำมาเป็นจุดอ้างอิงก่อน ผู้ฟังจึงคาดได้ว่าอนุประโยคหลักที่ตามมาจะอธิบายความแตกต่างที่สำคัญ เมื่อวางไว้ต้นประโยค บุพบทวลีนี้จะช่วยจัดระเบียบข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่าควรเชื่อมโยงคำอธิบายถัดไปกับจุดอ้างอิงนั้นอย่างไร โครงสร้างคือ In contrast to + นามวลี แล้วตามด้วยอนุประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียน: ____ the noisy main road, this street is peaceful.

ดูคำตอบ

In contrast to

the finches Darwin observed were drab, การใช้คำ

2:37

นกฟินช์ที่ดาร์วินสังเกตเห็นนั้นมีสี drab

dull and boring looking with little color.

2:41

ดูจืดชืดและน่าเบื่อ มีสีสันเพียงเล็กน้อย

การใช้คำ

drab: ดูหม่นและมีสีสันน้อย

ในที่นี้ drab บรรยายลักษณะภายนอกและสีของนกฟินช์ว่า สีหม่น ดูธรรมดา และไม่น่าสนใจทางสายตา คำที่ตามมาอย่าง dull and boring looking with little color ช่วยอธิบายความหมายนี้เพิ่มเติม Drab มีความหมายเฉพาะกว่า bad ซึ่งเป็นคำกว้าง ๆ โดยเน้นการขาดความสว่าง สีสัน หรือความมีชีวิตชีวาทางสายตา ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพแย่ในทุกด้าน

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The curtains looked drab in the dim room," คำว่า drab สื่อถึงอะไร

  1. ผ้าม่านขาดสีสันสดใสและดูไม่น่าสนใจ
  2. ผ้าม่านเสียและปิดไม่ได้
  3. ผ้าม่านมีสีสดใสและมีชีวิตชีวามากมาย
ดูคำตอบ

ผ้าม่านขาดสีสันสดใสและดูไม่น่าสนใจ

Instead, what Darwin noticed ไวยากรณ์

2:44

แต่สิ่งที่ดาร์วินสังเกตเห็นแทน

were variations in the finches' beak,

2:46

คือความแตกต่างของ beak (จงอยปาก) ของนกฟินช์

ไวยากรณ์

What Darwin noticed were variations: การเน้นด้วยโครงสร้าง what-pseudocleft

What Darwin noticed were variations เป็นประโยคเน้นส่วนด้วย what หรือ what-pseudocleft ส่วน what Darwin noticed หมายถึง “สิ่งที่ดาร์วินสังเกตเห็น” โดยวางช่องสำหรับข้อมูลไว้ก่อน แล้วจึงระบุเนื้อหาหลัง were ว่าคือ variations การเรียงแบบนี้เลื่อนข้อมูลสำคัญไปไว้ด้านหลังและเน้น variations เป็นพิเศษ เมื่อใช้ร่วมกับ Instead จะเปลี่ยนความสนใจจากสีที่ไม่โดดเด่นของนกไปยังลักษณะที่สำคัญกว่า ส่วน Darwin noticed variations ที่ตรงกว่าเล่าเหตุการณ์พื้นฐานเดียวกันด้วยน้ำเสียงเป็นกลางกว่า

แบบฝึกหัด

โครงสร้างใน "What Darwin noticed were variations" มีผลหลักอย่างไร

  1. โครงสร้างนี้บอกว่า variations สังเกตเห็นดาร์วิน
  2. โครงสร้างนี้ถามว่าดาร์วินสังเกตเห็นอะไร
  3. โครงสร้างนี้เน้น variations เป็นพิเศษว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สังเกตพบ
ดูคำตอบ

โครงสร้างนี้เน้น variations เป็นพิเศษว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สังเกตพบ

the hard pointed part of a bird's mouth.

2:49

ซึ่งเป็นส่วนที่แข็งและแหลมตรงปากของนก

Finches born with a beak that could help them get more food ไวยากรณ์

2:53

นกฟินช์ที่เกิดมาพร้อมจงอยปากที่ช่วยให้หาอาหารได้มากขึ้น

ไวยากรณ์

Finches born with a beak: อนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ

คำว่า born with a beak วางหลัง Finches และบอกว่าหมายถึงนกฟินช์กลุ่มใด นี่คืออนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ ซึ่งมีรูปเต็มว่า Finches that were born with a beak ตรงนี้ born เป็นคำกริยารูป past participle ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค born with หมายถึงมีบางสิ่งมาตั้งแต่เกิด และภาคแสดงหลักของประโยคจะตามมาภายหลัง

แบบฝึกหัด

ใน “Puppies born with thick coats stay warmer,” วลี “born with thick coats” ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกการกระทำหลักของประโยค
  2. อธิบายลักษณะของขน
  3. ระบุว่าหมายถึงลูกสุนัขตัวใด
ดูคำตอบ

ระบุว่าหมายถึงลูกสุนัขตัวใด

were more likely to survive and have babies. ไวยากรณ์

2:56

มีแนวโน้มที่จะรอดชีวิตและมีลูกนกได้มากกว่า

ไวยากรณ์

were more likely to: โอกาสที่สูงกว่า

were more likely to เป็นรูปอดีตของ be more likely to ใช้บอกว่ากลุ่มหรือสถานการณ์หนึ่งมีโอกาสเกิดเหตุการณ์บางอย่างสูงกว่าอีกกลุ่มหรืออีกสถานการณ์หนึ่ง หลัง to ใช้กริยารูปพื้นฐาน ใน more likely to survive and have babies ทั้ง survive และ have เชื่อมกับ to ส่วน more likely บอกระดับความเป็นไปได้ ไม่ได้หมายความว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ be more likely to: With a map, the hikers ____ find the right path.

ดูคำตอบ

were more likely to

Over time, as the birds passed on their successful genes, โน้ต

3:00

เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อนกได้ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้

ลำดับความ

Over time: การเกริ่นถึงการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป

Over time หมายถึง “เมื่อเวลาผ่านไป” หรือ “ค่อย ๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยาวนาน” เมื่ออยู่ต้นประโยคนี้ วลีดังกล่าวพาคำอธิบายจากเหตุการณ์ชั่วขณะหนึ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สะสมต่อเนื่องหลายรุ่น ใช้คำเชื่อมบอกเวลานี้เมื่อผลสำคัญค่อย ๆ เกิดขึ้น เช่น วิวัฒนาการ นิสัย ทักษะ หรือแนวโน้ม วลีนี้ไม่ได้ระบุระยะเวลาที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Over time, the seedlings grew into tall trees” คำว่า Over time บอกอะไรแก่ผู้อ่าน?

  1. การเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง
  2. การกระทำดำเนินเกินเวลาที่กำหนด
  3. การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาที่แน่นอนเพียงจุดเดียว
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

กริยาวลี

passed on their successful genes: การถ่ายทอดยีนสู่รุ่นต่อไป

ในที่นี้ pass on หมายถึง “ถ่ายทอดให้อีกคนหนึ่งหรือคนรุ่นต่อไป” นกถ่ายทอดยีนของมันเมื่อลูกหลานได้รับยีนเหล่านั้นเป็นมรดก successful genes ไม่ได้หมายความว่ายีนพยายามประสบความสำเร็จ แต่หมายถึงรูปแบบของยีนที่ช่วยให้นกรอดชีวิตหรือสืบพันธุ์ จึงมีแนวโน้มที่จะคงอยู่ในรุ่นต่อ ๆ ไปมากกว่า กริยาวลีเดียวกันนี้ยังใช้กับข้อมูล ประเพณี และโรคบางชนิดได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ pass on ในความหมายเดียวกับ passed on their successful genes?

  1. We decided to pass on the expensive offer.
  2. After a long illness, the old dog passed on.
  3. Parents can pass on certain traits to their children.
ดูคำตอบ

Parents can pass on certain traits to their children.

they adapted to fit in with their environment, กริยาวลี

3:03

พวกมันก็ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม

กริยาวลี

fit in with: กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม

ในที่นี้ fit in with หมายถึง “เหมาะกับหรือกลมกลืนกับ” สภาพแวดล้อมเป็นเกณฑ์ที่พวกมันปรับตัวให้สอดคล้องด้วย จึงไม่ได้หมายถึงการเบียดตัวเข้าไปในพื้นที่จริง ๆ รูปแบบ fit in with + คำนาม ใช้บอกความเข้ากันได้กับสภาพแวดล้อม กลุ่ม แผน หรือตารางเวลา โดยเน้นว่าสิ่งหนึ่งเข้ากันหรืออยู่ร่วมกับอีกสิ่งหนึ่งได้ดีเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “เข้ากันหรือเหมาะกับ” ให้สมบูรณ์: The meeting time must ____ everyone's schedule.

ดูคำตอบ

fit in with

what we know as evolution. วลี

3:06

ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เรารู้จักกันในชื่อวิวัฒนาการ

วลี

what we know as: การแนะนำชื่อของแนวคิด

ใน what we know as evolution คำว่า what ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม แต่หมายถึง “สิ่งหรือกระบวนการที่...” และ evolution คือชื่อที่คุ้นเคยของสิ่งหรือกระบวนการนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ what we know as + ชื่อ ใช้เพื่อระบุชื่อของสิ่งที่อธิบายไว้ก่อนแล้ว พบได้บ่อยในการอธิบายและการให้คำจำกัดความ ส่วนรูปแบบที่ไม่เจาะจงผู้พูดมากกว่าอย่าง what is known as + ชื่อ ก็มีหน้าที่คล้ายกัน

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบจากบทเรียนที่ใช้แนะนำชื่อของแนวคิดให้สมบูรณ์: The change from liquid water to water vapour is ____ evaporation.

ดูคำตอบ

what we know as

So, if animals can evolve to survive their environment, ไวยากรณ์

3:10

ดังนั้น หากสัตว์สามารถวิวัฒนาการเพื่อเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมของพวกมันได้

can they also evolve to cope with the impact humans are having on the climate? กริยาวลี

3:13

พวกมันจะสามารถวิวัฒนาการเพื่อรับมือกับผลกระทบที่มนุษย์มีต่อสภาพภูมิอากาศได้หรือไม่?

ไวยากรณ์

If X can do A, can X also do B?:การตั้งคำถามโดยใช้การเทียบเคียง

อนุประโยค if เริ่มด้วยการให้ความสามารถหรือความเป็นไปได้ที่ยอมรับกันแล้วในการอภิปราย นั่นคือสัตว์สามารถวิวัฒนาการเพื่อเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมของมันได้ จากนั้นคำถามหลักจึงถามว่าความสามารถอีกอย่างที่เกี่ยวข้องกันอาจเป็นไปได้ด้วยหรือไม่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If X can do A, can X also do B? รูปแบบนี้ไม่ได้ยืนยันว่า B เป็นจริง แต่ใช้ A เป็นจุดเริ่มต้นในการตั้งคำถามต่อเนื่องอย่างมีเหตุผล

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่หายไปให้เป็นรูปแบบ If X can do A, can X also do B?: If this battery can power a lamp, ____ it also power a small fan?

ดูคำตอบ

can

กริยาวลี

cope with:รับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก

Cope with หมายถึงการจัดการกับสถานการณ์ที่ยากลำบากและยังคงดำเนินต่อไปได้แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์นั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดถามว่าสัตว์จะปรับตัวได้มากพอที่จะรับมือกับผลกระทบที่เป็นอันตรายจากกิจกรรมของมนุษย์ต่อสภาพภูมิอากาศหรือไม่ เมื่อมีกรรมระบุถึงความยากลำบาก รูปแบบคือ cope with + ปัญหา วลีนี้เน้นความสามารถในการทนต่อหรือปรับตัวเข้ากับความท้าทาย ไม่ใช่เพียงการลงมือจัดการบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย cope และบุพบทที่ต้องใช้คู่กัน: During the heatwave, the hospital had to ____ a sharp rise in patients.

ดูคำตอบ

cope with

Well, there's already some evidence to show they can. ลำดับความ

3:19

เอาล่ะ มีหลักฐานบางอย่างแสดงให้เห็นว่าพวกมันทำได้

ลำดับความ

evidence to show: นำเข้าสู่ข้อสรุปที่มีหลักฐานสนับสนุน

วลี evidence to show ใช้นำเข้าสู่ข้อสรุปที่มีหลักฐานสนับสนุน ใน there's already some evidence to show they can คำว่า they can บอกว่าหลักฐานสนับสนุนข้อสรุปใด ส่วน can อ้างกลับไปถึงการกระทำที่พูดถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ ในฐานะสัญญาณจัดระเบียบข้อมูล there is evidence to show... พาการให้เหตุผลจากคำถามหรือข้อกล่าวอ้างไปสู่คำตอบที่มีหลักฐานรองรับ ในที่นี้ show หมายถึง 'สนับสนุนข้อสรุปว่า' ไม่ใช่เพียง 'แสดงให้เห็น'

แบบฝึกหัด

evidence to show ส่งสัญญาณอะไรในประโยคนี้

  1. เริ่มเล่าเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. นำเสนอหลักฐานสนับสนุนข้อสรุปที่ตามมา
  3. บอกว่าไม่มีทางหาคำตอบได้
ดูคำตอบ

นำเสนอหลักฐานสนับสนุนข้อสรุปที่ตามมา

Studies on birds in the Brazilian Amazon

3:22

การศึกษาในนกที่ป่าแอมะซอนในบราซิล

and red deer on the Isle of Rum in Scotland

3:25

และกวางแดงบนเกาะรัมในสกอตแลนด์

show warmer temperatures have caused animals to evolve smaller bodies. ไวยากรณ์

3:28

แสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิที่อุ่นขึ้นทำให้สัตว์วิวัฒนาการจนมีขนาดตัวเล็กลง

ไวยากรณ์

have caused animals to evolve smaller: cause + กรรม + to-infinitive

อนุประโยคนี้ใช้โครงสร้าง cause + object + to-infinitive โดย warmer temperatures เป็นสาเหตุ animals เป็นกรรมที่ได้รับผลกระทบ และ to evolve smaller bodies เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ evolve smaller bodies หมายถึงสัตว์พัฒนาให้มีร่างกายเล็กลงตลอดหลายรุ่น Have caused เป็น present perfect ซึ่งนำเสนอกระบวนการเหตุและผลว่าได้เกิดขึ้นแล้ว และยังเกี่ยวข้องกับหลักฐานที่กำลังพูดถึงในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ cause และ leave: The new road has ____ many birds ____ their nesting area.

ดูคำตอบ

caused · to leave

It's easier to keep cool when you're small. วลี

3:33

เมื่อตัวเล็กก็จะสามารถรักษาความเย็นไว้ได้ง่ายกว่า

วลี

keep cool: รักษาอุณหภูมิให้เย็นสบาย

ในที่นี้ keep cool หมายถึงการรักษาร่างกายให้อยู่ในอุณหภูมิที่เย็นสบาย หรือไม่ปล่อยให้ร้อนเกินไป แนวคิดเรื่องขนาดตัวที่เล็กบอกว่าประโยคนี้หมายถึงอุณหภูมิร่างกาย ไม่ใช่อารมณ์ โครงสร้าง keep + คำคุณศัพท์ หมายถึงการคงอยู่ในสภาพนั้นต่อไป ต้องใช้บริบทช่วยตัดสินว่าสภาพใดที่กำลังกล่าวถึง หากมีคำใบ้เรื่องความร้อน ร่มเงา หรือขนาดร่างกาย cool มักหมายถึงอุณหภูมิจริง แต่ในสถานการณ์ตึงเครียด keep cool อาจหมายถึงใจเย็นได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง keep cool หมายความว่าอย่างไร

  1. ดูทันสมัย
  2. รักษาอารมณ์ให้สงบ
  3. ไม่ปล่อยให้ร่างกายร้อนเกินไป
ดูคำตอบ

ไม่ปล่อยให้ร่างกายร้อนเกินไป

American conservationist Thor Hanson records and measures anole lizards in the Caribbean. โน้ต

3:36

ทอร์ แฮนสัน นักอนุรักษ์ชาวอเมริกันทำการบันทึกและวัดขนาดกิ้งก่าคาเมเลี่ยนในทะเลแคริบเบียน

การใช้คำ

records and measures: การวิจัยสองอย่างที่เชื่อมกัน

คำว่า and เชื่อมการกระทำรูปปัจจุบันสองอย่าง คือ records และ measures การกระทำทั้งสองทำโดย Thor Hanson และใช้กับ anole lizards เหมือนกัน ในบริบทการวิจัยนี้ records หมายถึงการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับกิ้งก่า ส่วน measures หมายถึงการใช้วิธีการหรือเครื่องมือเพื่อหาค่าตัวเลข เช่น ความยาวหรือน้ำหนัก เมื่อใช้ร่วมกัน คำกริยาทั้งสองแสดงถึงการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงมองดูทั่วไป และ and เองก็ไม่ได้บอกว่าการกระทำใดต้องเกิดก่อนอีกการกระทำหนึ่ง

แบบฝึกหัด

records and measures แสดงว่านักอนุรักษ์กำลังทำอะไร

  1. เดาข้อเท็จจริงโดยไม่ตรวจสอบ
  2. บันทึกข้อมูลและทำการวัด
  3. มองดูกิ้งก่าโดยไม่เก็บข้อมูล
ดูคำตอบ

บันทึกข้อมูลและทำการวัด

วัฒนธรรม

anole lizards in the Caribbean: สัตว์ที่ศึกษาและสถานที่

กิ้งก่าอะโนลเป็นกลุ่มกิ้งก่าที่ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก พบในพื้นที่อบอุ่นของทวีปอเมริกา รวมถึงเกาะหลายแห่งในแคริบเบียน ในประโยคนี้ in the Caribbean บอกว่าสัตว์ที่กำลังศึกษานั้นอาศัยอยู่ที่ไหน ข้อมูลพื้นฐานนี้จำกัดหัวข้อให้เป็นกิ้งก่ากลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคซึ่งเกิดพายุเฮอริเคน และช่วยอธิบายว่าทำไมรายละเอียดต่อมาเกี่ยวกับแผ่นยึดเกาะที่นิ้วเท้า ขา และความสามารถในการเกาะจึงสำคัญ

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นช่วยให้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับงานวิจัยนี้

  1. ประโยคนี้บอกว่าธอร์ แฮนสันมาจากแคริบเบียน
  2. งานวิจัยมุ่งศึกษากิ้งก่าอะโนลที่อาศัยอยู่ในแคริบเบียน
  3. ประโยคนี้บอกว่ากำลังวัดกิ้งก่าเลี้ยงทุกชนิด
ดูคำตอบ

งานวิจัยมุ่งศึกษากิ้งก่าอะโนลที่อาศัยอยู่ในแคริบเบียน

He wants to see how the effects of man-made climate change,

3:42

เขาต้องการดูว่าผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์

in this case hurricanes, is affecting the lizards. ลำดับความ

3:45

ซึ่งในกรณีนี้คือพายุเฮอริเคน ส่งผลกระทบต่อกิ้งก่าอย่างไร

ลำดับความ

in this case hurricanes: จำกัดหัวข้อให้เหลือกรณีหนึ่ง

in this case จำกัดหัวข้อกว้างอย่าง man-made climate change ให้เหลือประเด็นเฉพาะที่กำลังศึกษาอยู่ นั่นคือ hurricanes คำนาม hurricanes ระบุว่ากรณีที่พูดถึงคืออะไร วลีนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลโดยบอกผู้ฟังว่าส่วนใดของหัวข้อใหญ่ที่สำคัญในตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่า hurricanes คือความหมายทั้งหมดของ climate change แต่หมายถึงพายุเฮอริเคนเป็นกรณีเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยนี้

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: 'Many things can damage a roof; in this case, strong winds tore off the tiles.' in this case บอกอะไร

  1. ลมแรงคือสาเหตุเฉพาะที่กำลังพูดถึง
  2. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. ลมแรงคือสาเหตุที่เป็นไปได้ทั้งหมดของความเสียหายต่อหลังคา
ดูคำตอบ

ลมแรงคือสาเหตุเฉพาะที่กำลังพูดถึง

Listen to what Thor found out กริยาวลี

3:49

ฟังสิ่งที่ทอร์ค้นพบ

กริยาวลี

Thor found out: รู้ข้อมูลหลังจากตรวจสอบ

Thor found out หมายถึง Thor ได้รู้หรือค้นพบข้อเท็จจริง ซึ่งมักเกิดจากการตรวจสอบ สังเกต ถาม หรือสืบค้น found เป็นรูปอดีตของ find และเมื่อใช้ร่วมกับ out จะกลายเป็นกริยาวลี find out ใน Listen to what Thor found out คำว่า what แทนข้อมูลที่ Thor ได้รู้ จุดสำคัญคือการได้รับความรู้ ไม่ใช่การหาตำแหน่งของสิ่งของที่จับต้องได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ found out ในความหมายว่า “รู้ข้อเท็จจริงหลังจากตรวจสอบ”

  1. We found out why the alarm went off.
  2. We found the missing alarm clock.
  3. We listened to the alarm.
ดูคำตอบ

We found out why the alarm went off.

as he speaks with presenters of BBC World Service's The Climate Question.

3:51

ขณะที่เขาพูดคุยกับผู้ดำเนินรายการ The Climate Question ของ BBC World Service

But what you can see is that large toe pads โน้ต

3:56

แต่สิ่งที่คุณเห็นได้ก็คือแผ่นรองนิ้วเท้าขนาดใหญ่

ลำดับความ

what you can see is that: ชี้ความสนใจไปยังหลักฐานที่มองเห็นได้

โครงสร้าง what you can see is that ... นำผู้ฟังจากจุดที่ควรมองไปสู่ข้อความที่มีหลักฐานรองรับ โดยมีความหมายโดยประมาณว่าหลักฐานที่มองเห็นได้สนับสนุนข้อความถัดไป จึงวางสิ่งที่สังเกตเห็นไว้ก่อนข้อสรุป ในทางไวยากรณ์ what you can see เป็นอนุประโยคคำนามที่ทำหน้าที่เป็นประธาน is เชื่อมส่วนนี้กับอนุประโยค that และอนุประโยค that บอกสิ่งที่สังเกตเห็น โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการจัดลำดับคำอธิบายภาพ การสาธิต และข้อมูล

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างชี้นำการสังเกตแบบเดียวกับในบทเรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: In this chart, ____ temperatures fell after sunset.

ดูคำตอบ

what you can see is that

การใช้คำ

large toe pads: แผ่นรองขนาดใหญ่บนนิ้วเท้าของสัตว์

toe pads คือบริเวณกว้างคล้ายแผ่นรองที่อยู่บนหรือใต้ปลายนิ้วเท้าของสัตว์ เมื่อสัมผัสพื้นผิวจะช่วยให้สัตว์ยึดเกาะได้ ใน large toe pads คำว่า large ขยายคำนามประสม toe pads ทั้งกลุ่ม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นชื่อของลักษณะทางร่างกายที่ช่วยอธิบายว่าทำไมกิ้งก่าบางชนิดจึงยึดเกาะได้แน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ large toe pads หมายถึงอะไร

  1. กรงเล็บยาวที่งอกจากขาหน้า
  2. โครงสร้างกว้างคล้ายแผ่นรองบนนิ้วเท้าของสัตว์ ซึ่งช่วยให้ยึดเกาะพื้นผิวได้
  3. ใบไม้อ่อนที่กิ้งก่ายึดเกาะ
ดูคำตอบ

โครงสร้างกว้างคล้ายแผ่นรองบนนิ้วเท้าของสัตว์ ซึ่งช่วยให้ยึดเกาะพื้นผิวได้

and strong front legs give some lizards a tighter grip. วลี

3:59

และขาหน้าที่แข็งแรงช่วยให้กิ้งก่าบางตัวยึดเกาะได้แน่นขึ้น

วลี

give some lizards a tighter grip: give + กรรม + นามวลี

ใน give some lizards a tighter grip คำว่า give หมายถึง “ทำให้มี” หรือ “มอบผลบางอย่างให้” ไม่ใช่การยื่นสิ่งของให้ด้วยมือ ประธาน strong front legs คือคุณลักษณะที่ก่อให้เกิดผล ส่วน some lizards คือผู้ได้รับประโยชน์ และ a tighter grip คือประโยชน์นั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ A + give/gives + B + นามวลี ใช้เมื่อคุณลักษณะ เครื่องมือ หรือการกระทำทำให้ B มีความสามารถ ข้อได้เปรียบ ความรู้สึก หรือผลอย่างอื่น tighter เป็นขั้นกว่า ดังนั้น a tighter grip จึงหมายถึงการยึดจับที่แน่นและมั่นคงกว่าก่อนหรือกว่าอีกสถานการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง give + กรรม + นามวลี และใช้คำทั้งหมดในวงเล็บ: Textured gloves ____. (workers / a better grip)

ดูคำตอบ

give workers a better grip

When they do start to let go โน้ต

4:02

เมื่อพวกมันเริ่มหลุดจากการเกาะ

ไวยากรณ์

they do start to: do เน้นความหมายว่า “เริ่มจริง ๆ”

ใน they do start to คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นประโยคบอกเล่า หมายความว่าการกระทำนั้นเริ่มขึ้นจริง ๆ ในที่นี้ do ไม่ใช่กริยาหลักที่แปลว่า “ทำบางอย่าง” โครงสร้างคือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ประธานพหูพจน์ they ใช้กับ do และ start ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน การเน้นแบบนี้มักใช้ยืนยันข้อเท็จจริงหรือแสดงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่างจากที่คาดไว้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยรูปปัจจุบันที่ใช้เน้น: The lights ____ start to flash when the battery is low.

ดูคำตอบ

do

กริยาวลี

to let go: ปล่อยหรือเลิกจับไว้

ใน to let go คำว่า to เป็นเครื่องหมาย infinitive ที่ตามหลัง start ส่วน let go หมายถึง “เลิกจับไว้” หรือ “ปล่อยมือ” ในประโยคนี้หมายถึงการสูญเสียแรงยึดเกาะทางกายภาพ ไม่ได้หมายถึงการอนุญาตให้คนหนึ่งออกไป let go สามารถใช้โดยไม่บอกวัตถุที่ปล่อยได้ หากระบุสิ่งที่ปล่อย ให้ใช้ let go of + คำนาม เช่น let go of the rope

แบบฝึกหัด

ใช้ let go ในโครงสร้างที่ถูกต้อง: When I say 'now,' ____ the rope.

ดูคำตอบ

let go of

and their body starts flapping in the air like a flag, สำนวน

4:03

และตัวของพวกมันเริ่มพัดกระพือไปในอากาศเหมือนธง

สำนวน

starts flapping in the air like a flag: อุปมาที่ทำให้เห็นภาพชัด

starts flapping บอกว่าเริ่มเคลื่อนไหวกลับไปกลับมาอย่างต่อเนื่องและไม่มั่นคงเพราะกระแสลม ส่วน like a flag เป็นอุปมา โดยเปรียบการเคลื่อนไหวของลำตัวกับผ้าที่ปลิวอยู่ในลม ลำตัวไม่ได้กลายเป็นธงจริง ๆ การเปรียบเทียบนี้ทำให้เห็นภาพว่ามันถูกลมพัดให้สะบัดไปมาและทรงตัวให้นิ่งได้ยาก

แบบฝึกหัด

starts flapping in the air like a flag ทำให้เห็นภาพแบบใด

  1. ลำตัวกำลังพักโดยไม่เคลื่อนไหว
  2. ลำตัวกลายเป็นธงจริง ๆ
  3. ลำตัวถูกลมพัดให้แกว่งกลับไปกลับมาเหมือนผ้า
ดูคำตอบ

ลำตัวถูกลมพัดให้แกว่งกลับไปกลับมาเหมือนผ้า

smaller back legs reduce the drag การใช้คำ

4:06

ขาหลังที่เล็กกว่าจะช่วยลดแรงต้าน

การใช้คำ

reduce the drag: ลดแรงต้านอากาศ

ในที่นี้ drag เป็นคำนามทางวิทยาศาสตร์ หมายถึงแรงต้านที่เกิดจากอากาศหรือน้ำเมื่อวัตถุเคลื่อนที่ผ่าน หรือเมื่อของไหลเคลื่อนผ่านวัตถุ ดังนั้น reduce the drag จึงหมายถึงทำให้แรงต้านนี้น้อยลง ในประโยคนี้ drag ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงลากสิ่งของ ประโยคกำลังบอกว่าขาหลังที่เล็กลงช่วยลดแรงจากอากาศที่เคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

ใน smaller back legs reduce the drag คำว่า drag หมายถึงอะไร

  1. น้ำหนักของขาหลัง
  2. การลากสิ่งของไปตามพื้น
  3. แรงต้านจากอากาศที่ขัดขวางการเคลื่อนที่
ดูคำตอบ

แรงต้านจากอากาศที่ขัดขวางการเคลื่อนที่

and allow them to cling on and survive the hurricane. กริยาวลี

4:08

และช่วยให้พวกมัน cling on (เกาะแน่น) และเอาชีวิตรอดจากพายุเฮอริเคนได้

กริยาวลี

cling on: เกาะไว้แน่นเมื่อมีแรงจากภายนอก

ในประโยคนี้ cling on หมายถึงเกาะไว้แน่นมากเพื่อไม่ให้กิ้งก่าถูกลมพัดปลิวไป สำนวนนี้สื่อว่ามีแรงจากภายนอกทำให้เกาะอยู่ได้ยาก แต่พวกมันก็ไม่ปล่อย สามารถใช้ cling on ตามลำพังได้เมื่อรู้จากบริบทอยู่แล้วว่าเกาะสิ่งของหรือพื้นผิวใด หากต้องการระบุสิ่งนั้น ให้ใช้ cling on to + คำนาม เช่น cling on to a branch

แบบฝึกหัด

ในประโยคเกี่ยวกับพายุเฮอริเคน cling on หมายความว่าอะไร

  1. ค่อย ๆ เคลื่อนออกจากอันตราย
  2. เกาะไว้แน่นและไม่ปล่อย
  3. แตะบางสิ่งเบา ๆ แล้วปล่อย
ดูคำตอบ

เกาะไว้แน่นและไม่ปล่อย

So the survivors were those lizards with those characteristics,

4:11

ดังนั้นผู้รอดชีวิตจึงเป็นกิ้งก่าที่มีลักษณะเหล่านั้น

and they passed those traits along to their offspring. กริยาวลี

4:16

และพวกมันก็ส่งต่อ trait (ลักษณะทางพันธุกรรม) เหล่านั้นไปยังลูกหลาน

กริยาวลี

passed those traits along to their offspring: ถ่ายทอดลักษณะไปยังรุ่นต่อไป

Passed those traits along to their offspring หมายความว่าลักษณะต่าง ๆ ถูกถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปยังรุ่นต่อไป ในบริบททางชีววิทยานี้ passed along อธิบายการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ไม่ได้หมายความว่าสัตว์เลือกว่าจะมอบลักษณะใดให้ลูกหลาน รูปแบบคือ pass + something + along to + receiver ในที่นี้ those traits คือสิ่งที่ถูกถ่ายทอด และ their offspring ระบุผู้รับ รูปแบบเดียวกันนี้ยังใช้บรรยายการส่งต่อข้อมูลหรือการสืบทอดประเพณีได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ pass ... along to เพื่อบรรยายลักษณะที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปยังลูกหลาน

  1. Parents can inherit certain traits from their offspring.
  2. Offspring can pass certain traits along to their parents.
  3. Parents can pass certain traits along to their offspring.
ดูคำตอบ

Parents can pass certain traits along to their offspring.

Thor's lizards developed stronger front legs and smaller back legs, ไวยากรณ์

4:20

กิ้งก่าของทอร์ได้พัฒนาขาหน้าที่แข็งแรงขึ้นและขาหลังที่เล็กลง

ไวยากรณ์

developed stronger ... and smaller ...: บอกการเปลี่ยนแปลงสองอย่างแบบขนาน

ในที่นี้ developed หมายถึง “ค่อย ๆ เติบโตจนมีหรือได้รับลักษณะหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “ประดิษฐ์” คำนี้นำเข้าสู่ลักษณะร่างกายที่เปลี่ยนไปตามเวลา วลีที่เชื่อมกัน stronger front legs และ smaller back legs บรรยายการเปลี่ยนแปลงสองอย่างแบบขนานกัน ทั้ง stronger และ smaller เปรียบเทียบกิ้งก่าเหล่านี้กับสภาพหรือกลุ่มในช่วงก่อนหน้า ไม่ได้เปรียบเทียบขาหน้ากับขาหลังโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ developed กับลักษณะขั้นกว่าสองอย่างที่วางขนานกันอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงตามเวลา

  1. Over time, the island rabbits developed longer legs and smaller ears.
  2. Over time, the island rabbits developed the longest legs and the smallest ears.
  3. Over time, the island rabbits invented longer legs and smaller ears.
ดูคำตอบ

Over time, the island rabbits developed longer legs and smaller ears.

allowing them to cling on,

4:25

ทำให้พวกมันสามารถ cling on

hold on to something tightly,

4:27

หรือเกาะยึดบางสิ่งบางอย่างไว้แน่น

when hurricanes pass through. กริยาวลี

4:29

เมื่อมีพายุเฮอริเคนพัดผ่าน

กริยาวลี

hurricanes pass through: พายุเฮอริเคนเคลื่อนผ่านพื้นที่

ใน hurricanes pass through คำว่า pass through หมายถึง “เคลื่อนเข้าไป ข้ามผ่านพื้นที่ แล้วเคลื่อนต่อไป” โดยนำเสนอพายุเฮอริเคนว่าเป็นระบบอากาศที่กำลังเคลื่อนที่ ส่วนของคำบรรยายนี้ไม่มีสถานที่ตามหลัง through เพราะเข้าใจได้จากบริบทว่าหมายถึงพื้นที่ใด ในประโยคสมบูรณ์ที่ใช้เดี่ยว ๆ สามารถระบุสถานที่ได้ว่า Hurricanes pass through the region.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ข้ามผ่านพื้นที่หนึ่งแล้วเคลื่อนต่อไป”: A cold front will ____ the region tonight.

ดูคำตอบ

pass through

It's this trait, a genetically determined characteristic, การใช้คำ

4:31

trait นี้เอง ซึ่งเป็นลักษณะที่ถูกกำหนดโดยพันธุกรรม

การใช้คำ

genetically determined characteristic: การนิยาม trait อย่างเป็นทางการ

ในประโยคนี้ a genetically determined characteristic เป็นคำอธิบายอีกแบบของ trait โดย characteristic หมายถึง “ลักษณะ” และ genetically determined หมายถึงลักษณะนั้นถูกกำหนดโดยยีน นามวลีทั้งหมดวางต่อจากคำที่กว้างกว่าอย่าง trait เพื่อให้คำนิยามที่เจาะจงขึ้น ซึ่งเรียกว่า apposition ในที่นี้ determined หมายถึง “เกิดจากหรือถูกกำหนดโดย” ไม่ได้หมายถึง “มุ่งมั่น” รูปแบบนี้ใช้ได้เมื่อบทความวิทยาศาสตร์นิยามคำศัพท์ด้วยการวางนามวลีที่แม่นยำกว่าไว้ข้างกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่ตรงกับความหมายว่า “ลักษณะที่ถูกกำหนดโดยยีน”: Blood type is a ____.

ดูคำตอบ

genetically determined characteristic

that allows the lizards to survive

4:35

ที่ทำให้กิ้งก่าอยู่รอดได้

and is passed on to their babies. กริยาวลี

4:37

และถูกถ่ายทอดไปยังลูกๆ ของพวกมัน

กริยาวลี

is passed on to their ...: โครงสร้าง passive ที่แสดงการถ่ายทอด

is passed on to เป็นรูป passive ของ pass on โดย to นำหน้าผู้รับ มีความหมายว่า “ถูกถ่ายทอดไปยัง” ในที่นี้สิ่งที่ถูกถ่ายทอดคือ trait และผู้รับคือ their babies ในบริบททางชีววิทยา หมายความว่าลูกได้รับลักษณะนั้นทางพันธุกรรม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ something + be + passed on + to + recipient รูป passive ทำให้สิ่งที่ถูกถ่ายทอดเป็นประธานทางไวยากรณ์ ความสนใจจึงอยู่ที่ trait แทนที่จะอยู่ที่ผู้ถ่ายทอด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป passive ที่ถูกต้องของ pass on ซึ่งตามด้วย to: The family recipe ____ younger generations.

ดูคำตอบ

is passed on to

Thor checked other areas of the Caribbean

4:40

ทอร์ตรวจสอบพื้นที่อื่นๆ ในทะเลแคริบเบียน

where hurricanes were frequent

4:42

ที่มีพายุเฮอริเคนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

and found the same traits in lizards there,

4:44

และพบลักษณะเดียวกันในกิ้งก่าที่นั่น

proof of evolution in action. สำนวน

4:47

นี่เป็นข้อพิสูจน์ของวิวัฒนาการที่กำลังเกิดขึ้นจริง

สำนวน

proof of evolution in action: ทำให้กระบวนการนามธรรมมองเห็นได้

ในนามวลีนี้ evolution in action หมายถึงวิวัฒนาการที่กำลังทำงานอยู่ในโลกจริงในแบบที่ผู้คนสังเกตเห็นได้ in action ทำให้กระบวนการนามธรรมอย่าง evolution มองเห็นได้ผ่านตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ไม่ได้หมายถึงฉากแอ็กชันหรือเพียงการเคลื่อนไหวทางกาย ดังนั้น proof of evolution in action จึงหมายถึงหลักฐานที่ทำให้เราเห็นกระบวนการวิวัฒนาการได้ สามารถนำรูปแบบ X in action ไปใช้กับแนวคิดนามธรรมอื่นเมื่อเหตุการณ์จริงแสดงให้เห็นว่าแนวคิดนั้นทำงานอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: The quick rescue was proof of teamwork ____.

ดูคำตอบ

in action

But whereas we often think of evolution happening ลำดับความ

4:49

แต่ในขณะที่เรามักจะคิดว่าวิวัฒนาการเกิดขึ้น

over hundreds, even thousands of years, วลี

4:52

ในช่วงหลายร้อยหรือหลายพันปี

the changes in the Caribbean lizards happened in around 40 years,

4:55

ความเปลี่ยนแปลงของกิ้งก่าในทะเลแคริบเบียนนี้เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 40 ปี

ลำดับความ

But whereas: เชื่อมการเปลี่ยนทิศทางของเรื่องเข้ากับการเปรียบต่างสองส่วน

Whereas นำเข้าส่วนแรกของการเปรียบต่าง ซึ่งก็คือความเชื่อทั่วไปว่าวิวัฒนาการต้องใช้เวลาหลายร้อยหรือหลายพันปี จากนั้นประโยคหลักให้กรณีที่ตรงกันข้าม คือการเปลี่ยนแปลงของกิ้งก่าใช้เวลาประมาณ 40 ปี คำนี้บอกให้ผู้ฟังเปรียบเทียบลักษณะเดียวกัน นั่นคือระยะเวลา ของแนวคิดทั้งสอง But มีหน้าที่ทางการสื่อสารอีกอย่างหนึ่ง คือเชื่อมการเปรียบเทียบทั้งหมดเข้ากับสิ่งที่กล่าวมาก่อนและส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนทิศทางของเรื่อง Whereas สร้างการเปรียบต่างภายในประโยคอยู่แล้ว ดังนั้น But จึงช่วยเน้นการเปลี่ยนผ่าน แต่ไม่ได้เป็นคำที่ต้องใช้คู่กับ whereas เสมอไป

แบบฝึกหัด

But whereas ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. เชื่อมกับเนื้อหาก่อนหน้าและสร้างการเปรียบต่างระหว่างความเชื่อทั่วไปกับหลักฐานจากกิ้งก่า
  2. นำเสนอแคริบเบียนว่าเป็นสถานที่ที่ความเชื่อทั่วไปนี้เริ่มต้นขึ้น
  3. อธิบายว่าเหตุใดการเปลี่ยนแปลงทางวิวัฒนาการทุกอย่างจึงต้องใช้เวลาหลายพันปี
ดูคำตอบ

เชื่อมกับเนื้อหาก่อนหน้าและสร้างการเปรียบต่างระหว่างความเชื่อทั่วไปกับหลักฐานจากกิ้งก่า

วลี

over hundreds, even thousands of years: กระบวนการที่ดำเนินไปตลอดช่วงเวลา

ในที่นี้ over + ช่วงเวลา หมายถึงตลอดช่วงเวลานั้น วลีนี้นำเสนอวิวัฒนาการว่าเป็นกระบวนการที่การเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ เกิดขึ้นในระยะยาว ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชั่วขณะเดียว ใน hundreds, even thousands of years คำว่า even ขยายการประมาณเวลาจากหลายร้อยปีซึ่งนานอยู่แล้ว ไปเป็นหลายพันปีที่นานยิ่งกว่า จึงทำให้เกิดความแตกต่างที่ชัดเจนมากกับ around 40 years

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบเป้าหมายเพื่อแสดงว่ากระบวนการดำเนินไปตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน

  1. The coastline changed hundreds of years ago.
  2. The coastline changed for hundreds of years.
  3. The coastline changed over hundreds of years.
ดูคำตอบ

The coastline changed over hundreds of years.

something that would have surprised Charles Darwin. ไวยากรณ์

5:00

ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้ชาร์ลส์ ดาร์วินประหลาดใจ

ไวยากรณ์

would have surprised: ผลลัพธ์ในอดีตที่สมมุติขึ้น

Would have surprised เป็นโครงสร้าง would have + past participle โดยนำเสนอความประหลาดใจของชาลส์ ดาร์วินว่าเป็นผลลัพธ์ในอดีตที่สมมุติขึ้น ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่ผู้พูดเห็นจริง เราเข้าใจเงื่อนไขได้จากบริบทว่า ถ้าดาร์วินได้รู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นนี้ เขาคงประหลาดใจ ภาษาอังกฤษมักละอนุประโยค if เมื่อเงื่อนไขชัดเจนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมผลลัพธ์ในอดีตที่สมมุติขึ้นโดยใช้ would have และ past participle ของ surprise: The photograph ____ her if she had seen it.

ดูคำตอบ

would have surprised

Which reminds me of your question, Rob. ลำดับความ

5:03

ซึ่งทำให้นึกถึงคำถามของคุณ ร็อบ

ลำดับความ

Which reminds me of your question: ย้อนอ้างถึงเรื่องก่อนหน้าแล้วกลับไปยังคำถามเดิม

ในที่นี้ which ย้อนอ้างถึงความคิดทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวไป ไม่ได้ชี้ไปที่คำนามคำเดียว และไม่ได้ใช้ถามให้เลือกว่า “อันไหน” อนุประโยคนี้หมายถึง “เรื่องนั้นทำให้ฉันนึกถึงคำถามของคุณ” เมื่อเริ่มด้วย Which reminds me of... ผู้พูดจะเชื่อมเรื่องที่กำลังคุยกับคำถามก่อนหน้า แล้วพาการสนทนากลับไปยังคำถามนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ รูปแบบที่ช่วยจัดลำดับการพูดคือ Which reminds me of + คำนามหรือหัวข้อ

แบบฝึกหัด

Which reminds me of your question ทำหน้าที่อะไรในบทสนทนา

  1. เชื่อมความคิดก่อนหน้ากับคำถามที่เคยถามไว้ แล้วกลับไปยังคำถามนั้น
  2. ขอให้ร็อบเลือกคำถามหนึ่งข้อ
  3. บอกว่าร็อบลืมคำถามนั้นแล้ว
ดูคำตอบ

เชื่อมความคิดก่อนหน้ากับคำถามที่เคยถามไว้ แล้วกลับไปยังคำถามนั้น

Ah, yes.

5:05

อ้อ ใช่

I asked you the name of the ship Darwin sailed around the world in.

5:06

ผมถามคุณถึงชื่อของเรือที่ดาร์วินใช้ล่องไปรอบโลก

Darwin's ship was called the HMS Beagle,

5:11

เรือของดาร์วินมีชื่อว่า HMS Beagle

and appropriately enough, it was named after an animal. โน้ต

5:14

และอย่างที่เหมาะสมมาก มันถูกตั้งชื่อตามสัตว์ชนิดหนึ่ง

ลำดับความ

and appropriately enough: เสริมความเห็นว่าเรื่องนั้นเหมาะเจาะมาก

คำเชื่อม and เพิ่มข้อเท็จจริงอีกอย่าง Appropriately enough เป็นความเห็นแทรกที่หมายถึง “ในแบบที่เข้ากับสถานการณ์หรือหัวข้ออย่างมาก” แสดงว่าผู้พูดมองข้อเท็จจริงต่อไปนี้ ซึ่งก็คือการตั้งชื่อตามสัตว์ ว่าเหมาะเจาะเป็นพิเศษหรือเชื่อมกับเรื่องที่กำลังคุยได้อย่างลงตัว Enough ในที่นี้ไม่ได้บอกปริมาณที่วัดได้ ในรูปแบบความเห็นนี้ คำดังกล่าวเพิ่มความหมายว่าความเหมาะเจาะนั้นเห็นได้ชัดหรือควรค่าแก่การชี้ให้เห็น ข้อมูลหลักคือ it was named after an animal ส่วนวลีแทรกเพิ่มการประเมินของผู้พูด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “อย่างเหมาะเจาะ”: The team planned a discussion about books, and ____, they met in the library.

ดูคำตอบ

appropriately enough

วลี

be named after: บอกที่มาของชื่อ

was named after an animal หมายความว่าสิ่งที่กำลังพูดถึงได้รับชื่อที่มาจากหรือได้แรงบันดาลใจจากสัตว์ชนิดหนึ่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ A + be named after + B โดย A คือผู้หรือสิ่งที่มีชื่อนั้น และ B คือที่มาของชื่อ ในโครงสร้างนี้ after ไม่ได้บอกว่าการตั้งชื่อเกิดขึ้นในเวลาต่อมา named after เป็นสำนวนเดียวที่ใช้อธิบายที่มาของชื่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: A poet inspired the school's name. The school was ____ the poet.

ดูคำตอบ

named after

A beagle is a type of dog. วลี

5:18

บีเกิ้ลเป็นสุนัขสายพันธุ์หนึ่ง

วลี

a type of: ใช้บอกประเภทหรือหมวดหมู่

ใน A beagle is a type of dog คำว่า a type of ใช้นำหน้ากลุ่มใหญ่ที่บีเกิลเป็นสมาชิกอยู่ beagle คือชนิดที่เฉพาะเจาะจงกว่า ส่วน dog คือหมวดหมู่ทั่วไป ใช้โครงสร้าง A is a type of B เพื่อนิยามหรือจัดประเภทสิ่งต่าง ๆ โดย B คือหมวดหมู่ที่ใหญ่กว่า ดังนั้นลำดับของ A และ B จึงสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียน: A tulip is ____ flower.

ดูคำตอบ

a type of

Okay, let's recap the vocabulary from this program about evolution, ลำดับความ

5:19

โอเค มาทบทวนคำศัพท์จากรายการนี้เกี่ยวกับวิวัฒนาการกัน

ลำดับความ

Okay, let's recap ในฐานะสัญญาณเข้าสู่การสรุปทบทวน

Okay, let's recap เป็นสัญญาณทางวาทกรรมที่บอกว่ากำลังเปลี่ยนจากช่วงอธิบายหลักไปสู่การทบทวนสั้น ๆ ประโยคนี้บอกผู้ฟังว่าข้อมูลถัดไปจะหยิบคำศัพท์หรือแนวคิดสำคัญกลับมากล่าวอีกครั้ง แทนที่จะขยายหัวข้อใหม่ Okay ทำหน้าที่บอกการเปลี่ยนช่วงและเรียกความสนใจ ส่วน Let's recap รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟังไว้ในการทบทวน โดย recap หมายถึงการกล่าวประเด็นสำคัญอีกครั้งอย่างสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

Okay, let's recap บอกผู้ฟังว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

  1. ผู้พูดจะทบทวนประเด็นสำคัญอย่างสั้น ๆ
  2. ผู้พูดจะเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
  3. ผู้พูดจะพูดซ้ำทุกคำจากรายการ
ดูคำตอบ

ผู้พูดจะทบทวนประเด็นสำคัญอย่างสั้น ๆ

the way living things adapt to their environment

5:24

วิธีการที่สิ่งมีชีวิตปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม

and pass these adaptations onto their children.

5:27

และถ่ายทอดการปรับตัวเหล่านี้ไปยังลูกหลานของพวกมัน

Flora and fauna is another way of saying วลี

5:31

Flora and fauna เป็นอีกวิธีหนึ่งในการพูดถึง

วลี

X is another way of saying Y สำหรับอธิบายสำนวนที่มีความหมายเทียบเท่ากัน

X is another way of saying Y แสดงว่า X เป็นอีกสำนวนหนึ่งที่ใช้สื่อความหมายของ Y ในคำบรรยาย Flora and fauna อยู่ในตำแหน่ง X และคำที่ตามหลัง saying จะให้สำนวนเทียบเท่าที่คุ้นเคยกว่า หลัง of ต้องใช้รูป -ing คือ saying ไม่ใช่ say โครงสร้างนี้ใช้สำหรับอธิบายคำศัพท์หรือถ่ายทอดความหมายด้วยคำอื่น: X is another way of saying Y

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายคำศัพท์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: “Purchase” ____ “buy.”

ดูคำตอบ

is another way of saying

the plants and animals of a place.

5:34

พืชและสัตว์ของสถานที่หนึ่งๆ

Drab means dull and colorless in appearance.

5:37

Drab หมายถึงหม่นหมองและไม่มีสีสันเมื่อมองดู

A bird's beak is the hard pointed part of its mouth.

5:41

Beak ของนกคือส่วนที่แข็งและแหลมตรงปากของมัน

To cling on means to hold on very tightly.

5:45

To cling on หมายถึงการจับหรือเกาะไว้แน่นมากๆ

And finally, a trait is a genetically determined characteristic.

5:49

และสุดท้าย trait คือลักษณะเฉพาะที่ถูกกำหนดโดยพันธุกรรม

Once again, our 6 minutes are up. ลำดับความ

5:54

หมดเวลา 6 นาทีของเราอีกครั้งแล้ว

ลำดับความ

Once again, our 6 minutes are up: สัญญาณปิดรายการ

Our 6 minutes are up หมายความว่าเวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว ในที่นี้ be up เป็นสำนวนเกี่ยวกับเวลาที่หมดลง ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ Once again ทำให้ตอนจบนี้ดูเป็นช่วงปิดรายการที่เกิดซ้ำเป็นประจำและผู้ฟังคุ้นเคย ทั้งประโยคจึงเป็นสัญญาณว่ารายการกำลังเปลี่ยนจากเนื้อหาหลักไปสู่ช่วงจบ

แบบฝึกหัด

ครูกำลังจบกิจกรรมที่มีการจับเวลา เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be up เพื่อบอกว่าเวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดแล้ว: Your ten minutes ____.

ดูคำตอบ

are up

Join us again soon for more interesting topics

5:57

กลับมาพบกับเราใหม่เร็วๆ นี้สำหรับหัวข้อที่น่าสนใจอื่นๆ

and useful vocabulary here at 6 Minute English.

5:59

และคำศัพท์ที่มีประโยชน์ได้ที่ 6 Minute English

Goodbye for now.

6:03

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

Bye.

6:04

บ๊ายบาย

6 Minute English from the BBC.

6:06

6 Minute English จาก BBC