ว่ายน้ำวันคริสต์มาส | ตอนเต็ม | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
664 คำ 158 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ในงานคริสต์มาสอันคึกคักของครอบครัวฮีลเลอร์ บลูอีแนะนำบาร์เทิลบี ของเล่นตัวใหม่ ให้ทุกคนรู้จัก เหตุวุ่นวายต่อเนื่องทำให้ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้รับการต้อนรับ แต่ฟริสกีอธิบายว่าครอบครัวนี้อาจเล่นแรงและแปลกสักหน่อย ทว่าก็เต็มไปด้วยความรัก และท้ายที่สุดทุกคนก็ต้อนรับเขาเป็นสมาชิกใหม่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. getting blown towards — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจรูป passive แบบภาษาพูดที่ใช้ get เพื่อสื่อว่าคนหรือสิ่งของถูกแรงภายนอกพัดหรือผลักให้เคลื่อนที่ คุณจะใช้ get ตามด้วย past participle และทิศทางเพื่อบรรยายประสบการณ์ทางกายที่ไม่คาดคิด โดยเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้รับผลได้ 2. then Dad broke his arm, then Nana jiggled it all about. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าการใช้ then ซ้ำช่วยเรียงเหตุร้ายตามลำดับเวลา พร้อมทำให้เรื่องดูเลวร้ายขึ้นเรื่อย ๆ คุณจะเล่าเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดติดกันได้ชัดเจน และสร้างจังหวะขบขันแบบทวีระดับโดยไม่ต้องใช้คำเชื่อมยาว ๆ 3. just between you and me, — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: รู้จักวลีตายตัวนี้ในฐานะสัญญาณว่าความเห็นต่อไปเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องลับ หรือคำพูดตรง ๆ แบบเป็นกันเอง คุณจะใช้วลีนี้ก่อนแสดงความเห็นที่ละเอียดอ่อนเพื่อสร้างความไว้วางใจและความใกล้ชิด พร้อมพิจารณาว่าสถานการณ์ไม่เป็นทางการเพียงพอหรือไม่

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum.

0:06

แม่

Dad.

0:11

พ่อ

Bingo.

0:17

บิงโก

Bluey.

0:22

บลูอี้

Okay.

0:26

โอเค

Who else have we got here? วลี

0:27

เรามีของใครอีกบ้างเนี่ย?

วลี

ใช้ Who else have we got here? เพื่อเช็กว่ายังมีใครรวมอยู่ด้วย

Who else หมายถึง “มีใครอีก” ใน Who else have we got here? คำว่า have got มีความหมายว่า “มี” หรือ “อยู่ในกลุ่มนี้” ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดได้ใครมาแล้ว คำถามนี้ใช้ตอนตรวจดูกลุ่มคน รายชื่อ หรือรายชื่อผู้ที่กำลังพิจารณา คำว่า here เพิ่มความรู้สึกว่าผู้พูดกำลังดูคนที่อยู่ตรงหน้าหรืออยู่ในกลุ่มที่กำลังพิจารณา

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบภาษาพูดแบบบริติชโดยใช้ have got: Who else ____ on the guest list?

ดูคำตอบ

have we got

To Uncle Stripe from Nana. วลี

0:28

ถึงลุงสไตรป์จากย่า

วลี

To ... from ... บนป้ายของขวัญ

บนป้ายของขวัญหรือการ์ด To + ผู้รับ ระบุคนที่ได้รับของขวัญ และ from + ผู้ให้ ระบุคนที่ส่งหรือให้ของขวัญ ในตัวอย่างนี้ Uncle Stripe คือผู้รับ และ Nana คือผู้ให้ นี่เป็นรูปแบบข้อความบนป้าย ไม่ใช่ประโยคเต็ม จึงไม่จำเป็นต้องมีประธานหรือกริยา คำบุพบทสองคำนี้ใช้บอกบทบาทของคนสองคน ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

ของขวัญชิ้นนี้มาจาก Leo และมอบให้ Mia เติมป้ายให้สมบูรณ์: ____ Mia ____ Leo.

ดูคำตอบ

To · from

Ooh, here we go. วลี

0:31

โอ้ มาแล้ว

วลี

“Here we go” ใช้เป็นสัญญาณว่าบางอย่างกำลังจะเริ่ม

“Here we go” เป็นสัญญาณที่ใช้บ่อยในภาษาพูด เพื่อบอกว่าการกระทำ เหตุการณ์ หรือการเปิดเผยบางอย่างกำลังจะเริ่ม ในประโยคนี้หมายถึง “ตอนนี้กำลังจะเริ่มแล้ว” และมักสื่อถึงความคาดหวังหรือความตื่นเต้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ที่เรียกว่า “here” แต่ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นสัญญาณในการสนทนาที่ชวนให้สนใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

แบบฝึกหัด

คุณกำลังจะเปิดกล่องและต้องการส่งสัญญาณว่าการกระทำกำลังเริ่ม ควรพูดประโยคใดจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. There you go.
  2. Here we go.
  3. There we go.
ดูคำตอบ

Here we go.

There you go, Uncle Stripe. น้ำเสียง/เจตนา

0:32

นี่ของลุงสไตรป์

น้ำเสียง/เจตนา

“There you go” เมื่อส่งของให้ใครบางคน

“There you go” เป็นวลีในชีวิตประจำวันที่เป็นมิตร ใช้พูดขณะส่งของให้อีกคน ในที่นี้ผู้พูดกำลังให้ของแก่ลุงสไตรป์ วลีนี้จึงหมายถึง “นี่สำหรับคุณ” หรือ “นี่ไง” วลีเดียวกันยังใช้บอกว่าเพิ่งทำเรื่องเล็ก ๆ เพื่อช่วยอีกฝ่ายเสร็จ เช่น ปรับการตั้งค่าบางอย่างให้ เป็นการตอบคนที่ได้รับของหรือความช่วยเหลือ ไม่ใช่คำสั่งให้ไปที่ไหน

แบบฝึกหัด

คุณส่งที่ชาร์จที่เพื่อนขอให้เพื่อน คำตอบใดมีความหมายว่า “นี่สำหรับคุณ” อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. There we are.
  2. Here we go.
  3. There you go.
ดูคำตอบ

There you go.

Thanks, Bluey.

0:34

ขอบใจจ้ะ บลูอี้

Oh, world's best chef.

0:35

โอ้ "เชฟที่เก่งที่สุดในโลก"

Thanks, Mum.

0:37

ขอบคุณครับแม่

Ah, I thought I was the world's best chef. ไวยากรณ์

0:38

อ้าว ผมนึกว่าผมเป็นเชฟที่เก่งที่สุดในโลกซะอีก

ไวยากรณ์

I thought I was: แก้ไขความเชื่อเดิม

ใน I thought I was... คำว่า thought วางความเชื่อนั้นไว้ในอดีต หมายถึงสิ่งที่ผู้พูดเคยเชื่อมาก่อน ส่วน was ที่ตามมาเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อเดิมนั้น: I was the world's best chef. ในบริบทนี้ รูปอดีตมักสื่อถึงความแตกต่างจากปัจจุบัน ผู้พูดได้รับข้อมูลใหม่ที่ทำให้ความเชื่อเดิมดูน่าสงสัยหรือผิดไป ใช้ I thought I was + คำนามหรือคำคุณศัพท์ เพื่อย้อนกล่าวถึงตัวตนหรือสภาพที่คุณเคยเชื่อว่าเป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่แสดงความเชื่อเดิมซึ่งภายหลังพบว่าผิดให้สมบูรณ์: I ____ the team captain, but then I learned that Mia was.

ดูคำตอบ

thought I was

Oh, you both are. ไวยากรณ์

0:41

โอ้ ลูกทั้งคู่แหละ

ไวยากรณ์

you both are: ละส่วนเติมเต็มที่ซ้ำ

ในที่นี้ are อยู่ท้ายประโยค เพราะเข้าใจส่วนเติมเต็มได้จากประโยคก่อนหน้า คำที่ละไว้รับคำบรรยายเดิมคือ the world's best chef ภาษาอังกฤษมักละเนื้อหาที่ซ้ำในคำตอบสั้น ๆ แต่ยังคงรูปของ be ที่จำเป็นไว้ Both ครอบคลุมคนสองคนพอดี ดังนั้นคำตอบนี้จึงยืนยันว่าทั้งสองคนตรงกับคำบรรยายก่อนหน้า ไม่ใช่เพียงคนใดคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบสั้นด้วย both และรูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ be: Are Lina and I registered? Yes, ____.

ดูคำตอบ

you both are

That one's for Nana, from Bandit.

0:43

อันนั้นของย่า จากแบนดิต

This is from Dad.

0:46

นี่จากพ่อ

Oh, thanks, Bandy.

0:47

โอ้ ขอบใจจ้ะแบนดี้

No worries, Mum. น้ำเสียง/เจตนา

0:49

ไม่เป็นไรครับแม่

น้ำเสียง/เจตนา

No worries ในฐานะคำตอบแบบกันเอง

No worries เป็นคำตอบแบบกันเองที่ใช้เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “ไม่เป็นไร” หรือ “ไม่ต้องรู้สึกผิด” ในประโยคนี้ผู้พูดกำลังทำให้แม่สบายใจ ไม่ได้พูดถึงความกังวลจริง ๆ ใช้ตอบได้ทั้งคำขอบคุณและคำขอโทษเรื่องเล็กน้อย สำนวนนี้สื่อว่าเรื่องดังกล่าวยอมรับหรือจัดการได้ง่าย

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “Sorry I spilled a little water.” คำตอบใดแสดงอย่างเป็นกันเองว่าเรื่องนี้ไม่เป็นปัญหา

  1. You're welcome.
  2. I have worries.
  3. No worries.
ดูคำตอบ

No worries.

Ooh, what is it?

0:50

โอ้ มันคืออะไรเนี่ย?

Oh, it's a shirt.

0:51

โอ้ มันคือเสื้อ

What does it say?

0:53

มันเขียนว่าอะไร?

Hang on, I'll just get my glasses. น้ำเสียง/เจตนา

0:54

เดี๋ยวนะ ย่าขอไปหยิบแว่นก่อน

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Hang on เพื่อขอให้รอสักครู่

Hang on เป็นคำขอสั้น ๆ แบบกันเอง หมายถึง “รอสักครู่” ในที่นี้ผู้พูดหยุดการสนทนาชั่วคราวเพื่อไปหยิบแว่น สำนวนนี้มักอยู่ก่อนเหตุผลหรือการกระทำถัดไป เช่น Hang on, I'll check. ในการใช้นี้ไม่ได้หมายถึงการแขวนสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

คุณต้องหยุดสักครู่เพื่อตรวจสอบที่อยู่ ประโยคใดขอให้อีกฝ่ายรอได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Go on, I'll check the address.
  2. Hang on, I'll check the address.
  3. Come on, I'll check the address.
ดูคำตอบ

Hang on, I'll check the address.

Hang on, I'll just get my glasses. Ohh...

0:57

เดี๋ยวนะ ย่าขอไปหยิบแว่นก่อน โอ๊ะ...

Yes, a doctor's bag!

1:03

เย่ กระเป๋าคุณหมอ

Inflatable pool island!

1:06

เกาะสระน้ำเป่าลม!

Pizza!

1:08

พิซซ่า!

Oh, yeah, tennis balls.

1:09

โอ้ เย่ ลูกเทนนิส

To Bluey from Mum and Dad.

1:12

ถึงบลูอี้จากแม่และพ่อ

Oh, it's for me.

1:14

โอ้ ของหนูเอง

Thanks, Mum and Dad.

1:15

ขอบคุณค่ะแม่กับพ่อ

Ooh, wow, I love him.

1:18

โอ้ ว้าว หนูรักเขาจัง

I'm going to call you Bartleby. วลี

1:20

ฉันจะเรียกนายว่าบาร์เทิลบี

วลี

call you Bartleby: call + กรรม + ชื่อ

ตรงนี้ call หมายถึง “ตั้งชื่อหรือเรียกใครด้วยชื่อหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “โทรหา” โครงสร้างคือ call + กรรม + ชื่อ: call + you + Bartleby ใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกว่าเลือกหรือใช้ชื่ออะไรกับคน สัตว์ ของเล่น หรือสิ่งอื่น โดยกรรมจะอยู่หน้าชื่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ call + กรรม: We chose a name for our son. We're going to ____ Leo.

ดูคำตอบ

call him

I think that's it.

1:22

น่าจะหมดแล้วนะ

All done.

1:23

เสร็จแล้ว

Christmas swim.

1:24

ว่ายน้ำวันคริสต์มาส

Yeah.

1:26

เย่

This episode of Bluey is called Christmas swim.

1:27

บลูอี้ตอนนี้นำเสนอตอน ว่ายน้ำวันคริสต์มาส

Let me introduce you to my family, Bartleby. น้ำเสียง/เจตนา

1:30

ให้ฉันแนะนำนายให้รู้จักครอบครัวนะ บาร์เทิลบี

น้ำเสียง/เจตนา

Let me introduce you to: รูปแบบการแนะนำคนอย่างสุภาพ

Let me introduce you to ... เป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติและสุภาพในการพาผู้ฟังไปรู้จักอีกคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง โครงสร้างคือ introduce + คน + to + คนหรือกลุ่ม โดย you คือคนที่ได้รับการแนะนำ และ my family คือกลุ่มที่คนนั้นจะได้พบ Let me ... ใช้บอกอย่างนุ่มนวลว่าผู้พูดกำลังจะช่วยทำอะไร ในบริบทนี้มักเป็นการเสนอตัวช่วยแนะนำให้รู้จักกัน ไม่ใช่การเรียกร้องให้อนุญาตอย่างหนักแน่น

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่จำเป็นในประโยคแนะนำ: Let me introduce you ____ my neighbour, Priya.

ดูคำตอบ

to

They're your family now, too.

1:33

พวกเขาเป็นครอบครัวของนายแล้วเหมือนกัน

Are you sure you know how to do the crackling? โน้ต

1:36

นายแน่ใจนะว่ารู้ว่าต้องทำหมูกรอบยังไง?

น้ำเสียง/เจตนา

Are you sure...? ใช้ยืนยันเมื่อมีความกังวลหรือสงสัย

Are you sure...? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายมั่นใจจริง ๆ หรือไม่ว่าบางอย่างเป็นความจริง หรือมั่นใจว่าตนทำบางอย่างได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าอีกฝ่ายรู้วิธีจริงหรือไม่ สำนวนนี้มักไม่ได้ใช้เพื่อขอข้อมูลเท่านั้น แต่ยังอาจสื่อความกังวล ความสงสัย หรือเตือนเบา ๆ ให้คิดอีกครั้งได้ น้ำหนักของคำพูดขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในทุกบริบท Are you sure? เป็นเพียงการขอข้อมูลแบบเป็นกลาง และไม่มีความกังวลหรือความสงสัยแฝงอยู่เลย

  1. ถูกต้อง
  2. ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

ไวยากรณ์

know how to + กริยารูปพื้นฐาน

know how to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง รู้วิธีหรือมีทักษะในการทำบางอย่าง ในประโยคนี้ know how to do ถามถึงความรู้เชิงปฏิบัติที่ต้องใช้ในการทำหนังให้กรอบ หลัง to ใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น know how to cook, know how to open it โครงสร้างนี้เน้นวิธีทำสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่แค่รู้ข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

ใช้ know how to และกริยา fix เติมประโยคให้สมบูรณ์: Do you ____ this toy?

ดูคำตอบ

know how to fix

การใช้คำ

do the crackling: do ในความหมายกว้างว่าเป็นผู้จัดการงาน

ใน do the crackling คำว่า do เป็นคำกริยาที่กล่าวถึงงานแบบกว้าง ๆ หมายถึงเตรียมหรือจัดการส่วน crackling ให้พร้อม โดย crackling คือหนังกรอบของเนื้อย่าง ส่วนขั้นตอนการทำที่แน่นอนต้องดูจากสถานการณ์ ในบทสนทนาทั่วไป do + ชื่องานหรือชื่ออาหารสามารถใช้แทนคำกริยาที่เจาะจงกว่าได้ เมื่อทุกคนรู้อยู่แล้วว่าต้องทำอะไร

แบบฝึกหัด

ระหว่างมื้ออาหารของครอบครัว มีคนถามว่า “Can you do the salad while I cook the pasta?” คำว่า “do the salad” ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. เตรียมหรือรับผิดชอบสลัด
  2. กินสลัดให้หมด
  3. เก็บสลัดเข้าที่
ดูคำตอบ

เตรียมหรือรับผิดชอบสลัด

Read the apron.

1:39

อ่านที่ผ้ากันเปื้อนสิ

Uncle Stripe, this is Bartleby.

1:40

ลุงสไตรป์ นี่บาร์เทิลบีค่ะ

Good day, Bartleby.

1:42

สวัสดี บาร์เทิลบี

Nice to meet you.

1:43

ยินดีที่ได้รู้จักนะ

Hang on, Bartleby.

1:45

จับไว้ บาร์เทิลบี

I'm just getting blown towards the pool. ไวยากรณ์

1:45

ฉันกำลังถูกเป่าไปทางสระน้ำ

ไวยากรณ์

getting blown towards: รูปถูกกระทำด้วย get สำหรับการเคลื่อนที่จากแรงภายนอก

getting blown เป็นรูปถูกกระทำด้วย get โดยใช้ get + คำกริยาช่องที่สาม ทำให้ประธานเป็นฝ่ายที่ได้รับการกระทำ ในที่นี้แรงภายนอกอย่างลมกำลังพัดผู้พูดให้เคลื่อนที่ ไม่ใช่ผู้พูดตั้งใจเคลื่อนที่เอง towards ใช้บอกทิศทางของการเคลื่อนที่ ส่วนรูปกำลังกระทำ I'm getting blown แสดงว่ากระบวนการนี้กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปถูกกระทำด้วย get ของ blow แล้วตามด้วย towards: The empty box is ____ the gate.

ดูคำตอบ

getting blown towards

So, what do you

1:48

แล้ว เธอ

And this is my cousin, Socks.

1:53

และนี่ลูกพี่ลูกน้องฉัน ซ็อกส์

Merry Christmas.

1:55

เมอร์รี่คริสต์มาส

Don't worry. น้ำเสียง/เจตนา

1:59

ไม่ต้องห่วงนะ

She does that to everyone.

2:00

เธอทำแบบนั้นกับทุกคนแหละ

น้ำเสียง/เจตนา

Don't worry. ... does that to everyone.: ปลอบใจแล้วอธิบายว่าเป็นพฤติกรรมที่ทำกับทุกคน

Don't worry ใช้ปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจ ส่วน She does that to everyone อธิบายเหตุผลว่า พฤติกรรมนั้นเป็นสิ่งที่เธอทำกับทุกคน ไม่ได้เจาะจงเฉพาะผู้ฟัง ในที่นี้ does that ย้อนกลับไปกล่าวถึงพฤติกรรมที่ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าหมายถึงอะไร รูปแบบที่ปลอบใจก่อนแล้วจึงอธิบายว่าเป็นเรื่องปกตินี้ช่วยลดความกลัวหรือความอึดอัดได้

แบบฝึกหัด

แมวในร้านดมเพื่อนของคุณไม่หยุดจนเพื่อนดูประหม่า คำตอบใดช่วยปลอบเพื่อนและอธิบายว่าแมวทำแบบนี้กับทุกคน?

  1. Don't worry. He does that to everyone.
  2. You should worry. He only does that to you.
  3. Don't worry. Everyone does that to him.
ดูคำตอบ

Don't worry. He does that to everyone.

Come on, Muffin.

2:02

เร็วเข้า มัฟฟิน

You're going to be late for work.

2:03

หลานจะไปทำงานสายนะ

Ah! Have to eat breakfast!

2:05

อ้า หนูต้องกินอาหารเช้า

This is my cousin, Muffin.

2:07

นี่ลูกพี่ลูกน้องฉัน มัฟฟิน

Hi, Bartleby.

2:08

หวัดดี บาร์เทิลบี

I'm sorry I'm late for work. น้ำเสียง/เจตนา

2:09

ขอโทษที่หนูไปทำงานสายค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sorry I'm late: การขอโทษโดยตรงเมื่อมาสาย

I'm sorry I'm late เป็นคำพูดขอโทษโดยตรงเมื่อมาสาย หลัง I'm sorry อนุประโยค I'm late จะบอกว่าขอโทษเรื่องอะไร ส่วน that ซึ่งจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้มักถูกละในการพูด วลีอย่าง for work, for class หรือ for the meeting ระบุกิจกรรม หน้าที่ หรือนัดหมายที่คุณไปสาย

แบบฝึกหัด

เติมคำในประโยคขอโทษโดยตรงเมื่อมาสาย: I'm ____ I'm late for class.

ดูคำตอบ

sorry

The ferry's about to leave. ไวยากรณ์

2:11

เรือเฟอร์รี่กำลังจะออกแล้ว

ไวยากรณ์

ferry's about to leave: be about to + กริยารูปพื้นฐาน

ใน ferry's ตัว 's ย่อมาจาก is โครงสร้าง be about to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานมาก ในที่นี้ leave หมายถึงออกเดินทาง จึงสื่อว่าเรือเฟอร์รีใกล้จะออกแล้ว เพราะเวลาออกเดินทางใกล้มาก ประโยคนี้จึงทำหน้าที่เป็นคำเตือนเร่งด่วนให้รีบด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อบอกว่ารถไฟกำลังจะออกในอีกไม่ช้า: The train is about ____ leave.

ดูคำตอบ

to

Ah, I'm late.

2:13

อ้า สายแล้ว

Ah.

2:14

อ้า

Bye, kids.

2:17

บ๊ายบายเด็กๆ

Lipstick.

2:18

ลิปสติก

Ah, lipstick.

2:19

อ้า ลิปสติก

Back through the door.

2:20

กลับเข้าประตูมา

Attention, passengers.

2:22

โปรดทราบ ผู้โดยสารทุกท่าน

Ferry's leaving.

2:24

เรือเฟอร์รี่กำลังจะออก

Bye, kids.

2:26

บ๊ายบายเด็กๆ

Yay, you made it. วลี

2:29

เย่ หลานทำทัน

วลี

you made it: มาถึงได้ทันเวลา

made it เป็นรูปอดีตของสำนวนภาษาพูด make it ในที่นี้ You made it หมายถึงอีกฝ่ายมาถึงได้ทันเวลา ส่วน Yay เพิ่มความรู้สึกดีใจและโล่งใจ ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายสร้างสิ่งของขึ้นมา ในความหมายที่กว้างขึ้น make it ใช้บอกความสำเร็จในการไปถึงสถานที่ งาน เส้นตาย หรือเป้าหมายได้ โดยบริบทจะบอกว่าเป็นความสำเร็จแบบใด

แบบฝึกหัด

เพื่อนมาถึงก่อนประตูสถานที่จัดงานปิดเพียงเล็กน้อย ควรพูดประโยคใดจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. You got it!
  2. You did it!
  3. You made it!
ดูคำตอบ

You made it!

Yay.

2:30

เย่

Muffin's a bit busy right now. น้ำเสียง/เจตนา

2:32

ตอนนี้มัฟฟินยุ่งนิดหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

a bit busy right now: การบอกอย่างนุ่มนวลว่าตอนนี้ยังไม่ว่าง

ในประโยคนี้ a bit วางหน้า busy เพื่อให้คำบอกเล่าฟังไม่ตรงหรือแข็งเกินไป หมายถึง “นิดหน่อย” และยังช่วยลดน้ำเสียงเพื่อความสุภาพ ผู้พูดจึงกำลังอธิบายอย่างนุ่มนวลว่าทำไม Muffin ถึงยังไม่ว่าง right now จำกัดสถานการณ์ไว้ที่ขณะนี้ เมื่อรวมกัน a bit busy right now ทำให้ปัญหาฟังดูไม่รุนแรงและเป็นเพียงชั่วคราว แต่ไม่ได้รับปากว่า Muffin จะว่างเมื่อไร

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเติมคำอธิบายอย่างสุภาพว่าตอนนี้ยังไม่สะดวก: I can't talk at the moment—I'm ____.

ดูคำตอบ

a bit busy right now

Let's go meet Bingo.

2:33

ไปหาบิงโกกันเถอะ

This is my sister, Bingo.

2:36

นี่น้องสาวฉัน บิงโก

Bingo, this is Bartleby.

2:38

บิงโก นี่บาร์เทิลบี

This is his first Heeler Christmas.

2:39

นี่เป็นคริสต์มาสครั้งแรกกับครอบครัวฮีลเลอร์ของเขา

Hi, Bartleby.

2:41

หวัดดี บาร์เทิลบี

It's nice to...

2:42

ดีใจที่ได้...

Croc attack!

2:43

จระเข้บุก!

Let go of Bartleby, crocodile! กริยาวลี

2:46

ปล่อยบาร์เทิลบีนะ เจ้าจระเข้!

กริยาวลี

Let go of + กรรม: สั่งให้ปล่อยคนหรือสิ่งของ

Let go of + คนหรือสิ่งของ หมายถึงหยุดจับ กำ หรือกัดคนหรือสิ่งของนั้น หรือก็คือ “ปล่อย” ในที่นี้ of นำหน้า Bartleby ซึ่งเป็นคนที่จระเข้ต้องปล่อย ถ้าสถานการณ์ทำให้รู้อยู่แล้วว่าต้องปล่อยอะไร สามารถพูดเพียง Let go! ได้ แต่ถ้าระบุสิ่งนั้นหลัง go ต้องคง of ไว้ เช่น Let go of the rope.

แบบฝึกหัด

ลูกสุนัขกำลังคาบผ้าพันคอของคุณอยู่ เติมคำสั่งให้สมบูรณ์: Let ____ my scarf!

ดูคำตอบ

go of

It's his first Heeler Christmas.

2:48

นี่เป็นคริสต์มาสครั้งแรกกับครอบครัวฮีลเลอร์ของเขานะ

Muffin, help.

2:51

มัฟฟิน ช่วยด้วย

You're making me late for work. ไวยากรณ์

2:54

เธอทำให้ฉันไปทำงานสายนะ

ไวยากรณ์

making me late: make + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน making me late คำว่า make ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย me คือผู้ที่ได้รับผล และ late คือสภาพที่เกิดขึ้น กล่าวคือ การกระทำของอีกฝ่ายกำลังทำให้ผู้พูดสาย ในประโยคนี้ are making เป็นรูปกำลังกระทำที่แสดงว่าปัญหากำลังเกิดขึ้นตอนนี้ นอกจากนี้ยังโยนความรับผิดชอบไปที่ you จึงอาจฟังเหมือนการบ่น ไม่ใช่เพียงการบอกข้อมูลอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ใช้รูป simple present ของ make + กรรม + คำคุณศัพท์ เติมประโยคให้สมบูรณ์: The heavy bag ____ tired.

ดูคำตอบ

makes me

Bartleby.

2:57

บาร์เทิลบี

Are you okay?

2:59

นายโอเคไหม?

Maybe we should go and meet my dad. น้ำเสียง/เจตนา

3:02

บางทีเราควรไปหาพ่อฉันนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Maybe we should go and meet: การเสนอแนะอย่างนุ่มนวล

Maybe we should... นำเสนอความคิดในรูปของข้อเสนอแนะที่นุ่มนวลต่อกลุ่มที่รวมผู้พูดอยู่ด้วย Maybe ช่วยลดความหนักแน่นของ should ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังชวนให้เห็นด้วยกับขั้นตอนถัดไปที่เหมาะสม แทนที่จะออกคำสั่ง ใน go and meet คำว่า go แสดงการเดินทางไปยังอีกสถานที่หนึ่ง ส่วน meet แสดงจุดประสงค์หรือการกระทำถัดไป Go and + คำกริยา พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษพูดในชีวิตประจำวัน และในที่นี้วลีที่เน้นทั้งวลีใช้เสนอสิ่งที่จะทำต่อไปอย่างนุ่มนวล

แบบฝึกหัด

คุณกับเพื่อนกำลังตัดสินใจว่าจะไปพบโค้ชคนใหม่หรือไม่ ประโยคใดเป็นข้อเสนอแนะร่วมกันที่นุ่มนวลที่สุด

  1. We should go and meet the new coach.
  2. Maybe we should go and meet the new coach.
  3. Go and meet the new coach.
ดูคำตอบ

Maybe we should go and meet the new coach.

Dad's playing classic catches.

3:15

พ่อกำลังเล่นรับลูกบอลแบบคลาสสิกอยู่

Who's next?

3:17

ใครคนต่อไป?

Who's next?

3:27

ใครคนต่อไป?

Dad.

3:28

พ่อ

This is Bartleby.

3:29

นี่บาร์เทิลบี

How's it going, Bartleby? วลี

3:30

เป็นไงบ้าง บาร์เทิลบี?

วลี

How's it going? ในฐานะคำทักทายแบบกันเอง

How's it going? เป็นคำทักทายแบบกันเองในภาษาพูด ใช้ถามว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไรหรือช่วงนี้ชีวิตเป็นอย่างไร ในประโยคนี้ผู้พูดกำลังทักทายบาร์เทิลบี ไม่ได้ถามว่าเขากำลังจะไปที่ไหน เมื่อใช้เป็นคำทักทาย มักตอบสั้น ๆ ได้ เช่น Good, thanks หรือ Not bad แต่ถ้าระบุหัวข้ออย่าง How's the project going? รูปแบบเดียวกันนี้จะใช้ถามความคืบหน้า

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งเพิ่งมาถึง คำถามใดเป็นคำทักทายแบบกันเองเพื่อถามว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง

  1. How's it going?
  2. How far is it?
  3. Where are you going?
ดูคำตอบ

How's it going?

You want a turn at classic catches? วลี

3:31

อยากลองเล่นรับลูกคลาสสิกบ้างไหม?

วลี

want a turn at + กิจกรรม: อยากได้โอกาสทำตามลำดับ

A turn คือโอกาสของคนหนึ่งคนที่จะทำบางอย่างเมื่อหลายคนใช้สิ่งเดียวกันหรือทำตามลำดับ Want a turn at + กิจกรรม หมายถึงต้องการโอกาสนั้นเพื่อลองทำกิจกรรม โดยสิ่งที่ตามหลัง at จะบอกว่าเป็นโอกาสทำอะไร ในประโยคนี้ classic catches คือกิจกรรม ผู้พูดกำลังถามบาร์เทิลบีว่าอยากเป็นคนถัดไปที่ได้เล่นหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยวลีที่ใช้ want และ turn เพื่อเสนอโอกาสหนึ่งครั้งตามลำดับให้ผู้อื่น: Do you ____ painting the sign?

ดูคำตอบ

want a turn at

Bartleby!

3:46

บาร์เทิลบี!

Caught it.

3:49

รับได้แล้ว

You've got to keep your eye on the ball, mate. สำนวน

3:51

นายต้องจับตาดูลูกบอลไว้นะเพื่อน

สำนวน

keep your eye on the ball: จับตาดูลูกบอลและรักษาสมาธิ

ในประโยคนี้ keep your eye on the ball เป็นคำสั่งตรง ๆ ให้มองลูกบอลต่อเนื่องเพื่อจะได้ตอบสนองทัน สำนวนตายตัวนี้มักใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบด้วย โดยหมายถึงการจดจ่อกับงานหรือเป้าหมายหลักต่อไปโดยไม่วอกแวก สถานการณ์จะบอกว่า ball หมายถึงลูกบอลจริง ๆ หรือเป้าหมายในเชิงเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “จดจ่อกับเป้าหมายหลักต่อไป”:Keep your ____.

ดูคำตอบ

eye on the ball

Oh, Bartleby.

3:54

โอ้ บาร์เทิลบี

I'm so sorry Dad broke your arm.

3:55

ฉันขอโทษจริงๆที่พ่อทำแขนนายหัก

Oh, Trixie.

3:58

โอ้ ทริกซี่

I can do the gravy if you like. น้ำเสียง/เจตนา

3:58

ฉันทำน้ำเกรวี่ให้ได้นะถ้าคุณต้องการ

น้ำเสียง/เจตนา

if you like: ทำให้ข้อเสนอนุ่มนวลด้วยการเปิดทางเลือก

เมื่อวาง if you like ไว้หลัง I can do the gravy จะหมายถึง “ถ้าคุณอยากให้ฉันทำ” หรือ “ถ้าแบบนั้นเหมาะกับคุณ” ทำให้ข้อเสนอฟังดูไม่บังคับ เพราะเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเป็นผู้เลือก like ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ชอบเกรวี” เมื่อ if you like อยู่หลังข้อเสนอหรือคำแนะนำ มักหมายถึงการที่อีกฝ่ายจะยอมรับการกระทำที่เสนอหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในข้อเสนอ I can carry the box if you like. คำว่า if you like สื่อความหมายอะไร?

  1. ผู้ฟังจำเป็นต้องรับข้อเสนอ
  2. ผู้ฟังเลือกได้ว่าจะรับข้อเสนอหรือไม่
  3. ผู้พูดต้องการรู้ว่าผู้ฟังชอบกล่องหรือไม่
ดูคำตอบ

ผู้ฟังเลือกได้ว่าจะรับข้อเสนอหรือไม่

Oh, I'm fine, Chris.

4:00

โอ้ ฉันไม่เป็นไรหรอกคริส

I've just got some packets.

4:02

ฉันมีแบบซองอยู่แล้ว

Oh, no.

4:03

โอ้ ไม่นะ

Let me do a proper one. การใช้คำ

4:04

ให้ฉันทำแบบของแท้ดีกว่า

การใช้คำ

do a proper one: ทำฉบับที่ได้ตามมาตรฐาน

ในที่นี้ proper หมายถึง “ดีพอที่จะได้ตามมาตรฐานที่คาดไว้” หรือ “ทำอย่างที่ควรจะเป็น” ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ “เหมาะสม” ผู้พูดต้องการทำฉบับที่สมบูรณ์หรือน่าเชื่อถือกว่าเดิม แทนที่จะยอมใช้สิ่งที่คุณภาพไม่ดีหรือทำขึ้นแบบชั่วคราว One ใช้แทนสิ่งที่นับได้หรือฉบับที่รู้กันอยู่แล้วจากบทสนทนา ดังนั้น do a proper one จึงหมายถึง “ทำฉบับที่ทำอย่างถูกต้องและได้มาตรฐาน” โดยผู้ฟังต้องอาศัยบริบทเพื่อรู้ว่า one หมายถึงอะไร

แบบฝึกหัด

ใน “Let me do a proper one” คำว่า proper น่าจะบอกอะไรเกี่ยวกับฉบับใหม่มากที่สุด

  1. ฉบับนั้นจะได้ตามมาตรฐานที่คาดไว้และทำออกมาอย่างดี
  2. ฉบับนั้นเป็นของจริง ไม่ใช่ของปลอม
  3. ฉบับนั้นเพียงแค่เหมาะกับจุดประสงค์เฉพาะ
ดูคำตอบ

ฉบับนั้นจะได้ตามมาตรฐานที่คาดไว้และทำออกมาอย่างดี

Aunt Trixie.

4:06

ป้าทริกซี่

Can I borrow a towel for Bartleby, please? น้ำเสียง/เจตนา

4:07

ขอยืมผ้าเช็ดตัวให้บาร์เทิลบีหน่อยได้ไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Can I borrow ...?: ขออนุญาตยืมของชั่วคราวอย่างสุภาพ

Can I borrow + สิ่งของ? ใช้ขออนุญาตนำหรือใช้บางสิ่งเป็นการชั่วคราว ประธาน I คือฝ่ายที่รับของมาใช้ กล่าวคือ I เป็นผู้ borrow สิ่งของ และเจ้าของเป็นผู้ lend สิ่งนั้น ในประโยคนี้ for Bartleby บอกว่าผ้าเช็ดตัวมีไว้ให้ใครใช้ ไม่ได้เปลี่ยนว่าใครเป็นผู้ขอ การเติม please ทำให้คำขอแบบตรง ๆ ด้วย Can I...? สุภาพขึ้น

แบบฝึกหัด

คุณต้องการนำปากกาของเพื่อนไปใช้สั้น ๆ แล้วคืน คำขอใดเป็นธรรมชาติ

  1. Can I lend your pen, please?
  2. Can I borrow your pen, please?
  3. Can you borrow me your pen, please?
ดูคำตอบ

Can I borrow your pen, please?

Oh, Nana.

4:09

โอ้ ย่า

Would you be able to grab a towel for Bluey, please? น้ำเสียง/เจตนา

4:10

ย่าช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวให้บลูอี้หน่อยได้ไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Would you be able to grab...: การขอร้องอย่างสุภาพ

Would you be able to + คำกริยารูปพื้นฐาน...? เป็นโครงสร้างขอร้องแบบสุภาพและอ้อม แม้ตามไวยากรณ์จะดูเหมือนถามความสามารถ แต่ในที่นี้เป็นการถามว่าผู้ฟังเต็มใจและสะดวกช่วยหรือไม่ ในประโยคนี้ grab เป็นภาษาพูด หมายถึง “ไปหยิบมา” หรือ “ไปเอามา” คำว่า please เพิ่มความสุภาพ และรูปขอร้องที่ยาวกว่านี้เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเลือกได้มากกว่าคำสั่ง Grab a towel.

แบบฝึกหัด

คุณกำลังขอให้แขกช่วยเรื่องเล็กน้อย ประโยคใดแสดงความใส่ใจมากที่สุด

  1. Grab a chair.
  2. Are you physically able to grab a chair?
  3. Would you be able to grab a chair, please?
ดูคำตอบ

Would you be able to grab a chair, please?

Oh, sure.

4:12

โอ้ ได้สิ

Did you get wet, Bartle-boy?

4:13

เธอเปียกเหรอ บาร์เทิลบอย?

Dad landed on him.

4:16

พ่อหล่นทับเขาค่ะ

Oh, deary me. น้ำเสียง/เจตนา

4:17

โอ้ ตายจริง

น้ำเสียง/เจตนา

Oh, deary me: ปฏิกิริยาอ่อน ๆ แบบโบราณ

Oh, deary me. เป็นคำอุทานที่มีน้ำเสียงไม่รุนแรง ความหมายตามบริบทและทำนองเสียงอาจแสดงความประหลาดใจ ความกังวล ความผิดหวัง หรือความหงุดหงิดเล็กน้อย โดยทั่วไปไม่ได้สื่อถึงความโกรธหรือความตื่นตระหนก deary ในที่นี้ไม่ได้ใช้เรียก “คนที่รัก” ตามความหมายตรงตัว สำนวนตายตัวทั้งชุดทำให้ผู้พูดฟังดูอ่อนโยนและโบราณ และบางครั้งอาจจงใจให้ดูขี้เล่นหรือเหมือนการแสดงละคร

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับน้ำเสียงทั่วไปของ Oh, deary me. มากที่สุด

  1. คำแสดงความกังวลหรือความประหลาดใจแบบอ่อนโยนและโบราณ
  2. คำดูหมิ่นรุนแรงที่มุ่งโจมตีอีกคน
  3. ถ้อยแถลงทางการเพื่อแสดงความเห็นด้วย
ดูคำตอบ

คำแสดงความกังวลหรือความประหลาดใจแบบอ่อนโยนและโบราณ

Nana, no.

4:19

ย่า อย่าทำแบบนั้น

What?

4:20

อะไรเหรอ?

He's got a broken arm.

4:21

แขนเขาหักอยู่นะคะ

Oh, goodness me.

4:23

โอ้ คุณพระช่วย

I had no idea. น้ำเสียง/เจตนา

4:24

ย่าไม่รู้เลย

น้ำเสียง/เจตนา

I had no idea: ไม่รู้มาก่อนเลยจนกระทั่งได้ทราบ

I had no idea หมายถึงผู้พูดไม่รู้อะไรเลยก่อนที่จะทราบเรื่องนั้น รูปอดีต had เป็นการมองย้อนกลับไปยังช่วงก่อนหน้าที่ผู้พูดยังไม่รู้ สำนวนนี้ไม่ได้บอกเพียงว่าขาดข้อมูลเท่านั้น หลังจากเพิ่งทราบความจริง ผู้พูดยังใช้เพื่อแสดงความประหลาดใจ อธิบายการกระทำ หรือกล่าวขอโทษได้ด้วย ในที่นี้ idea หมายถึงความรู้หรือการรับรู้ ไม่ได้หมายถึงข้อเสนอหรือแผนการ

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งทราบว่าร้านปิดไปก่อนหน้านี้แล้ว ประโยคใดเน้นได้ชัดที่สุดว่าคุณไม่รู้เรื่องนี้เลยก่อนจะทราบความจริง

  1. I have no idea when the shop closes.
  2. I didn't know the shop had closed.
  3. I had no idea the shop had closed.
ดูคำตอบ

I had no idea the shop had closed.

Sorry, Bumblebee.

4:25

ขอโทษนะ บัมเบิลบี

Hey, Uncle Rad and Aunt Frisky are calling.

4:27

เฮ้ ลุงแรดกับป้าฟริสกี้โทรมา

Stripe, are you sure you know how to do the crackling, mate?

4:30

สไตรป์ นายแน่ใจนะว่ารู้ว่าต้องทำหมูกรอบยังไงน่ะเพื่อน?

Read the apron.

4:33

อ่านที่ผ้ากันเปื้อนสิ

Oh, I wish you guys could be here. โน้ต

4:36

โอ้ แม่อยากให้พวกลูกมาอยู่ที่นี่จัง

ไวยากรณ์

I wish you guys could be here: ใช้ wish + could แสดงความปรารถนาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงในปัจจุบัน

I wish you guys could be here หมายถึงผู้พูดอยากให้ทุกคนอยู่ด้วยกัน แต่รู้ว่าตอนนี้พวกเขามาไม่ได้ could ในที่นี้ไม่ได้บอกเพียงความสามารถ เมื่อใช้กับ wish จะนำเสนอสถานการณ์ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้หรือไม่ตรงกับความเป็นจริงในปัจจุบัน โครงสร้าง I wish + ประธาน + could + กริยารูปพื้นฐาน ใช้แสดงความต้องการให้เกิดการกระทำหรือสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้หรือมีโอกาสเกิดน้อยมากในเวลานั้น มักสื่อถึงความเสียดาย ความคิดถึง หรือความผิดหวัง

แบบฝึกหัด

น้องสาวของคุณมาเข้าร่วมคอนเสิร์ตคืนนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน ประโยคใดแสดงความเสียดายต่อความเป็นจริงในปัจจุบันนี้

  1. I know she can be at the concert with us.
  2. I wish she could be at the concert with us.
  3. I hope she can be at the concert with us.
ดูคำตอบ

I wish she could be at the concert with us.

การใช้คำ

you guys: การเรียกคนเป็นกลุ่มแบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ you guys ใช้กล่าวถึงคนมากกว่าหนึ่งคนโดยตรง หมายถึง “พวกคุณทุกคน” หรือ “กลุ่มที่ฉันกำลังพูดด้วย” และทำให้ชัดเจนว่า you ในที่นี้เป็นพหูพจน์ แม้ guy เมื่อใช้เดี่ยว ๆ อาจหมายถึงผู้ชาย แต่ในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ you guys มักใช้กับกลุ่มที่มีหลายเพศหรือไม่ได้ระบุเพศ ทำให้ประโยคฟังเป็นกันเองและสบาย ๆ

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในสุนทรพจน์ทางการต่อผู้ฟังที่คุณไม่ทราบความชอบ you guys เป็นคำเรียกที่เป็นกลางและปลอดภัยที่สุดเสมอ

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

Yeah, me too, Mum.

4:38

ใช่ ผมก็เหมือนกันครับแม่

Look what I got for Christmas, Uncle Rad. วลี

4:40

ดูสิว่าผมได้อะไรเป็นของขวัญคริสต์มาส ลุงแรด

วลี

Look what I got for Christmas: ชวนให้ดูสิ่งที่ได้รับ

ใน Look what I got for Christmas นั้น Look what... เป็นรูปแบบที่ใช้ดึงความสนใจ ผู้พูดไม่ได้ถามคำถาม แต่กำลังชวนผู้ฟังอย่างตื่นเต้นให้สังเกตสิ่งที่กำลังจะนำมาให้ดู คำหลัง what ยังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what + ประธาน + กริยา เช่น what I got ในที่นี้ got for Christmas หมายถึง “ได้รับเป็นของขวัญวันคริสต์มาส” รูปแบบเดียวกันใช้กับการกระทำอื่นได้ เช่น Look what I made หรือ Look what I found

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปหนึ่งคำเพื่อโชว์ภาพวาดของคุณให้คนอื่นดู: Look ____ I drew for the school fair!

ดูคำตอบ

what

Wow, look at that.

4:43

ว้าว ดูนั่นสิ

Oh, Muffin.

4:45

โอ้ มัฟฟิน

Hey, where's Bluey?

4:46

เฮ้ บลูอี้อยู่ไหน?

I'm sorry it's been a bit crazy, Bartleby. ไวยากรณ์

4:49

ขอโทษทีที่มันวุ่นวายนิดหน่อยนะ บาร์เทิลบี

ไวยากรณ์

It's been a bit crazy: การสรุปช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นาน

It's been เป็นรูปย่อของ it has been รูป present perfect มองย้อนช่วงเวลาที่เริ่มก่อนหน้านี้และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน หรือเพิ่งจบแต่ยังเกี่ยวข้องกับตอนนี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังสรุปสถานการณ์ช่วงที่ผ่านมาโดยรวม ไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ในอดีตเพียงเหตุการณ์เดียว Crazy ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าสถานการณ์วุ่นวาย ไม่เป็นระเบียบ หรือรับมือยาก ส่วน a bit ช่วยลดความแรงของคำบรรยาย ทำให้คำขอโทษฟังดูไม่เกินจริง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อของ it has been เติมบทสรุปแบบ present perfect ให้สมบูรณ์: The café has been busy from opening time until now. ____ a bit crazy all morning.

ดูคำตอบ

It's been

I hope you're still having a good time. น้ำเสียง/เจตนา

4:52

ฉันหวังว่านายจะยังสนุกอยู่นะ

น้ำเสียง/เจตนา

I hope you're still having a good time: แสดงความห่วงใยอย่างต่อเนื่อง

I hope + อนุประโยค ใช้แสดงความหวังหรือความคาดหวังในทางบวก ภายในอนุประโยคนั้น you're still having a good time สื่อว่าผู้พูดหวังว่าความสนุกยังคงดำเนินต่อไป แม้อาจมีบางอย่างมาขัดจังหวะ ในประโยคนี้ ผู้พูดแสดงความใส่ใจต่อประสบการณ์ของอีกฝ่ายหลังเกิดเหตุขัดข้อง ไม่ใช่คำถามตรง ๆ ที่ต้องตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ หากต้องการคำตอบจริง ๆ ให้ถาม Are you still having a good time?

แบบฝึกหัด

ทัวร์พิพิธภัณฑ์หยุดชั่วครู่ ประโยคใดแสดงความหวังอย่างอบอุ่นว่าแขกยังคงสนุกกับทัวร์ โดยไม่ถามเพื่อขอคำยืนยันโดยตรง?

  1. I hope you're still enjoying the tour.
  2. You must still enjoy the tour.
  3. Are you still enjoying the tour?
ดูคำตอบ

I hope you're still enjoying the tour.

What's that?

4:55

นั่นอะไรน่ะ?

What?

4:56

อะไรเหรอ?

You want to go home? น้ำเสียง/เจตนา

4:57

นายอยากกลับบ้านเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

You want to go home? ในฐานะคำถามยืนยันแบบกันเอง

ประโยคนี้ยังคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าและละกริยาช่วย do ที่ต้นประโยค รูปเต็มคือ Do you want to go home? ในภาษาพูดแบบกันเอง รูปนี้มักใช้ยืนยันสิ่งที่ผู้พูดเพิ่งได้ยิน สังเกตเห็น หรือคาดเดา ในการพูด น้ำเสียงและบริบทบอกว่าเป็นคำถาม ส่วนในการเขียนใช้เครื่องหมายคำถาม ประโยคนี้จึงอาจแสดงความห่วงใยหรือความแปลกใจ ไม่ใช่เพียงบอกข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

เมื่อผู้พูดถามว่า You want to go home? ผู้พูดน่าจะกำลังทำอะไร

  1. สั่งให้ผู้ฟังออกไปทันที
  2. บอกว่าผู้ฟังกลับบ้านทุกวัน
  3. ถามยืนยันแบบกันเองว่าผู้ฟังอยากออกไปหรือไม่
ดูคำตอบ

ถามยืนยันแบบกันเองว่าผู้ฟังอยากออกไปหรือไม่

Hey, Bluey.

5:00

เฮ้ บลูอี้

Look who it is.

5:00

ดูสิว่าใครมา

Frisky.

5:01

ฟริสกี้

Hey, Bluey.

5:03

เฮ้ บลูอี้

Merry Christmas.

5:03

เมอร์รี่คริสต์มาส

Merry Christmas, Frisky.

5:05

เมอร์รี่คริสต์มาส ฟริสกี้

Who's that you've got there? วลี

5:06

เธอพาใครมาด้วยน่ะ?

วลี

Who's that you've got there? สำหรับถามว่าใครอยู่กับอีกฝ่าย

Who's เป็นรูปย่อของ who is ส่วน that ชี้ไปยังบุคคลหรือตัวละครที่ถูกมองเหมือนบุคคลซึ่งผู้พูดเพิ่งสังเกตเห็น และอนุประโยค you've got there ใช้ระบุว่าหมายถึงใคร ในที่นี้ have got หมายถึงมีอยู่กับคุณ อยู่ข้างคุณ หรืออยู่ในมือคุณ ไม่ได้หมายถึงได้มาแล้ว ส่วน there ชี้ไปยังตำแหน่งของผู้ฟัง ดังนั้นคำถามทั้งหมดจึงมีความหมายประมาณว่า “คนหรือตัวละครที่อยู่กับคุณคนนั้นคือใคร”

แบบฝึกหัด

คุณเห็นเพื่อนยืนอยู่ข้างคนที่คุณไม่รู้จัก คำถามใดใช้ถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าคนนั้นคือใคร

  1. What's that you've got there?
  2. Who's that you've got there?
  3. Who did you meet there yesterday?
ดูคำตอบ

Who's that you've got there?

This is Bartleby.

5:08

นี่บาร์เทิลบีค่ะ

He's having his first Heeler Christmas.

5:09

เขามาฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวฮีลเลอร์เป็นครั้งแรก

Oh, how's it going?

5:11

โอ้ แล้วเป็นไงบ้างล่ะ?

Well, not good.

5:14

ก็ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ

He got attacked by a crocodile, ไวยากรณ์

5:15

เขาโดนจระเข้โจมตี

ไวยากรณ์

got attacked by: รูปถูกกระทำด้วย get ในภาษาพูด

ในที่นี้ got attacked by ใช้ got + กริยาช่องที่สามเพื่อสร้างรูปถูกกระทำด้วย get ประธาน he เป็นผู้รับการกระทำ ส่วน by a crocodile บอกว่าใครเป็นผู้โจมตี รูปนี้เน้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ในการเล่าเรื่องด้วยภาษาพูด got attacked มักฟังดูทันทีและเป็นกันเองกว่า was attacked โดยเฉพาะเมื่อกล่าวถึงประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์หรือไม่คาดคิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคอดีตด้วย got และกริยาช่องที่สามของ bite: Yesterday, Leo ____ by a dog.

ดูคำตอบ

got bitten

then Dad broke his arm, ลำดับความ

5:17

แล้วพ่อก็ทำแขนเขาหัก

then Nana jiggled it all about.

5:18

แล้วย่าก็เขย่าเขาไปมา

ลำดับความ

then Dad ... then Nana ...: ใช้ then ซ้ำเพื่อเรียงลำดับเหตุการณ์

การใช้ then ซ้ำจะนำอนุประโยคใหม่แต่ละส่วนเข้ามาเป็นเหตุการณ์ถัดไป การกระทำของพ่อตามหลังการโจมตีของจระเข้ และการกระทำของ Nana ก็ตามหลังการกระทำของพ่อ วิธีนี้ทำให้ผู้ฟังเห็นลำดับเวลาชัดเจนโดยไม่ต้องหยุดอธิบายสาเหตุ การใช้ then ซ้ำยังสร้างจังหวะที่รวดเร็วและสะสมเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน ในที่นี้จังหวะดังกล่าวทำให้เหตุร้ายหลายอย่างดูวุ่นวายขึ้นเรื่อย ๆ ตัว then เองแสดงเพียงลำดับ ไม่ได้แสดงเหตุผลหรือการเกิดพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ then ซ้ำเพื่อแสดงลำดับเหตุการณ์ที่ชัดเจนโดยไม่ได้บอกเหตุผลหรือการเกิดพร้อมกัน?

  1. We found the key, then we opened the door, then the alarm rang.
  2. Because we found the key, we were able to open the door.
  3. While I looked for the key, Mia waited by the door.
ดูคำตอบ

We found the key, then we opened the door, then the alarm rang.

Oh, dear.

5:20

โอ้ ตายละ

He wants to go home.

5:22

เขาอยากกลับบ้านแล้วค่ะ

He says my family's too rough. การใช้คำ

5:23

เขาบอกว่าครอบครัวฉันรุนแรงเกินไป

การใช้คำ

too rough: พฤติกรรมที่รุนแรงหรือวุ่นวายเกินไป

rough ในที่นี้บรรยายวิธีที่ครอบครัวประพฤติตัวและมีปฏิสัมพันธ์กัน ไม่ได้บรรยายผิวสัมผัสของสิ่งของ ท่าทีของพวกเขาอาจรุนแรง วุ่นวาย หรือไม่นุ่มนวลพอในสายตาของผู้ที่ประเมินพฤติกรรมนั้น too หมายถึงเกินระดับที่ยอมรับได้หรือรู้สึกสบาย ดังนั้น too rough จึงสื่อว่าท่าทีของครอบครัวรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้อย่างสบายใจ ไม่ได้หมายความเพียงว่าพวกเขาไม่มีมารยาทเสมอไป

แบบฝึกหัด

ใน He says my family's too rough. คำว่า too rough น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. พวกเขาประพฤติตัวหรือเล่นกันอย่างรุนแรงหรือวุ่นวายเกินไป
  2. พวกเขาพูดเบาเกินไป
  3. ผิวของพวกเขามีลักษณะขรุขระ
ดูคำตอบ

พวกเขาประพฤติตัวหรือเล่นกันอย่างรุนแรงหรือวุ่นวายเกินไป

Here, let me have a word with him. วลี

5:26

มา ฉันขอคุยกับเขาสักหน่อยสิ

วลี

let me have a word with: เสนอตัวพูดคุยสั้น ๆ

Let me have a word with him หมายถึง “ให้ฉันคุยกับเขาสั้น ๆ” โดยปกติจะคุยกันเป็นการส่วนตัวและมีจุดประสงค์เฉพาะ have a word with someone เป็นสำนวนที่ต้องเข้าใจเป็นชุดเดียวกัน ส่วน word ไม่ได้หมายถึงคำศัพท์หนึ่งคำตามตัวอักษร Let me แสดงว่าผู้พูดเป็นฝ่ายเสนอตัวจัดการการสนทนาเอง การสนทนาอาจเป็นการให้คำแนะนำ เตือน แก้ไข หรือแก้ปัญหา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท จึงมีจุดประสงค์มากกว่าการคุยเล่น แต่ไม่ได้หมายถึงการเผชิญหน้าเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวจากบทนี้: Let me ____ the coach before practice.

ดูคำตอบ

have a word with

Oh, okay.

5:27

โอ้ ได้ค่ะ

Nice to meet you, Bartleby.

5:29

ยินดีที่ได้รู้จักนะ บาร์เทิลบี

I'm Frisky.

5:31

ฉันฟริสกี้

I'm new to the Heeler family as well.

5:32

ฉันก็เพิ่งมาใหม่ในครอบครัวฮีลเลอร์เหมือนกัน

And just between you and me, สำนวน

5:35

และแค่เรื่องระหว่างเรานะ

สำนวน

just between you and me: เกริ่นเรื่องที่พูดกันเป็นการส่วนตัว

Just between you and me เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เก็บสิ่งที่ฉันกำลังจะพูดไว้เป็นความลับ” ใช้เกริ่นก่อนบอกความลับ ความเห็นส่วนตัว หรือคำพูดที่ตั้งใจบอกเป็นการส่วนตัว พร้อมขอให้ผู้ฟังอย่านำไปเล่าต่อ just เน้นว่าขอบเขตของผู้รู้มีเพียงวงเล็ก ๆ คือผู้พูดกับผู้ฟังเท่านั้น สำนวนนี้ยังช่วยสร้างน้ำเสียงที่สนิทสนมและเป็นความลับ แต่ไม่ได้รับประกันว่าอีกฝ่ายจะเก็บความลับจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดสื่ออะไรเมื่อใช้คำว่า “just between you and me”?

  1. ทุกคนควรได้ยินคำพูดต่อไปนี้
  2. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
  3. คำพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องส่วนตัวและไม่ควรนำไปเล่าต่อ
ดูคำตอบ

คำพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องส่วนตัวและไม่ควรนำไปเล่าต่อ

they're a bit crazy.

5:40

พวกเขาก็บ้าๆบอๆแบบนี้แหละ

Hey.

5:42

เฮ้

But,

5:45

แต่

give them a chance. สำนวน

5:46

ให้โอกาสพวกเขาหน่อยสิ

สำนวน

give them a chance: รอก่อนที่จะตัดสิน

Give someone a chance หมายถึงให้เวลาหรือโอกาสแก่คน แนวคิด หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งก่อนที่จะปฏิเสธหรือตัดสิน ในประโยคนี้ them คือฝ่ายที่ได้รับโอกาส ผู้พูดกำลังบอกว่า “อย่าเพิ่งตัดสินพวกเขาในแง่ลบ” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + person or thing + a chance มักใช้เป็นคำแนะนำอย่างนุ่มนวลให้เปิดใจและรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอให้อีกฝ่ายอย่าเพิ่งตัดสินโค้ชคนใหม่เร็วเกินไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Don't judge the new coach yet. Give her a chance.
  2. Don't judge the new coach yet. Give her a chair.
  3. Don't judge the new coach yet. Give her a mistake.
ดูคำตอบ

Don't judge the new coach yet. Give her a chance.

You'll see.

5:48

แล้วนายจะเห็นเอง

Yeah, but that's not why I voted for him. ไวยากรณ์

5:49

ใช่ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ผมโหวตให้เขานะ

ไวยากรณ์

That's not why I voted for him: การปฏิเสธเหตุผล

That's not why + อนุประโยค หมายความว่าเหตุผลที่เพิ่งกล่าวถึงไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงของการกระทำในอนุประโยคที่มี why ในประโยคนี้ ผู้พูดได้ลงคะแนนให้เขาจริง แต่กำลังปฏิเสธคำอธิบายเกี่ยวกับเหตุผลของการลงคะแนนนั้น ใช้โครงสร้างนี้เพื่อแก้ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับแรงจูงใจของใครบางคน not ปฏิเสธเหตุผลที่ถูกเสนอ ไม่ได้ปฏิเสธการกระทำในอนุประโยคที่มี why

แบบฝึกหัด

เพื่อนคิดว่าคุณจากไปเพราะค่าจ้างต่ำ คุณจากไปจริงแต่ด้วยเหตุผลอื่น คำตอบใดใช้แก้ความเข้าใจของเพื่อนได้?

  1. That's not why I left.
  2. That's why I left.
  3. I didn't leave.
ดูคำตอบ

That's not why I left.

Oh, Stripe.

5:52

โอ้ สไตรป์

This crackling!

5:53

หมูกรอบนี่!

Oh, really?

5:54

โอ้ จริงเหรอ?

They're full of love. สำนวน

5:55

พวกเขาเต็มไปด้วยความรักนะ

สำนวน

They're full of love: full of + คำนามนามธรรม

be full of + คำนาม สามารถใช้ตามความหมายตรงเพื่อบรรยายภาชนะที่มีบางสิ่งอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อใช้กับคำนามนามธรรม love และประธานที่เป็นคนอย่าง they สำนวนนี้จึงเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า พวกเขามีและแสดงความรักอย่างมาก โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บรรยายคน น้ำเสียง ข้อความ หรือสถานที่ว่ามีความรู้สึกหรือคุณลักษณะบางอย่างอยู่มาก เช่น ความหวัง ความอบอุ่น หรือความตื่นเต้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำสองคำที่ใช้ใน full of love: Her letter was ____ hope.

ดูคำตอบ

full of

Ah, Bartleby, where are my keys?

5:57

อ้า บาร์เทิลบี กุญแจฉันอยู่ไหน?

Quick!

6:00

เร็วเข้า!

Ferry's leaving.

6:01

เรือเฟอร์รี่กำลังจะออก

Oh, come on.

6:02

โอ้ โธ่เอ๊ย

Bye, kids.

6:03

บ๊ายบายเด็กๆ

Merry Christmas, everyone.

6:29

เมอร์รี่คริสต์มาสทุกคน

Merry Christmas.

6:31

เมอร์รี่คริสต์มาส

And here's to Bartleby. วลี

6:33

และดื่มให้บาร์เทิลบี

วลี

And here's to Bartleby: สำนวนกล่าวชนแก้ว

Here's to + คนหรือสิ่งหนึ่ง เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้กล่าวชนแก้วหรือกล่าวยกย่องต่อหน้าคนอื่น ในประโยคนี้ And ใช้เพิ่มคำกล่าวชนแก้วต่อจากสิ่งที่เพิ่งพูดไป และทุกคนกำลังยกย่องหรือฉลองให้ Bartleby ในโครงสร้างนี้ Here's ไม่ได้แปลตรงตัวว่า “นี่คือ” ควรเข้าใจ Here's to ... เป็นสำนวนทั้งชุดที่หมายถึง “มาดื่มให้กับ……” หรือแม้ไม่มีเครื่องดื่มก็หมายถึง “มาฉลองหรืออวยพรให้……”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวสำหรับกล่าวชนแก้ว: ____ a fresh start!

ดูคำตอบ

Here's to

Yeah, Bartleby.

6:34

เย่ บาร์เทิลบี

Welcome to the family, mate. น้ำเสียง/เจตนา

6:37

ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวนะเพื่อน

น้ำเสียง/เจตนา

Welcome to the family, mate: คำต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

Welcome to the family เป็นการบอกสมาชิกใหม่ว่าตอนนี้เขาได้รับการยอมรับให้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ใกล้ชิดแล้ว Family อาจหมายถึงครอบครัวจริง ๆ หรืออาจหมายถึงทีม ที่ทำงาน ชมรม หรือชุมชนที่มองว่าสมาชิกผูกพันกันอย่างใกล้ชิด Mate เป็นคำเรียกอีกฝ่ายโดยตรงแบบไม่เป็นทางการ ในที่นี้หมายถึง “เพื่อน” หรือ “พวกเดียวกัน” ทำให้คำต้อนรับฟังอบอุ่นและเป็นกันเองขึ้น และไม่ได้หมายถึง “คู่สมรส” ในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

“Welcome to the family, mate.” มีหน้าที่อย่างเป็นธรรมชาติที่สุดอย่างไร?

  1. ต้อนรับอีกฝ่ายเข้าสู่กลุ่มที่ใกล้ชิดอย่างอบอุ่น โดย mate เพิ่มน้ำเสียงที่เป็นมิตรและไม่เป็นทางการ
  2. บอกเพื่อนว่าญาติของผู้พูดอยู่ที่ไหน
  3. ระบุอย่างเป็นทางการว่าใครเป็นคู่สมรสของบุคคลนั้น
ดูคำตอบ

ต้อนรับอีกฝ่ายเข้าสู่กลุ่มที่ใกล้ชิดอย่างอบอุ่น โดย mate เพิ่มน้ำเสียงที่เป็นมิตรและไม่เป็นทางการ

Dad.

6:39

พ่อ

Sorry, buddy.

6:41

ขอโทษทีนะเพื่อน