กลุ่มอาการลูกรัก (The Golden Child Syndrome): บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
689 คำ 146 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทความนี้อธิบายว่าการยกเด็กให้เป็นคนพิเศษทำให้เด็กต้องแบกความหวังที่พ่อแม่ทำไม่สำเร็จ เกิดความรู้สึกว่าตนไม่จริงและนำไปสู่การล่มสลาย ส่วนการยอมรับตัวตนธรรมดาแต่มีคุณค่าจะนำมาซึ่งอิสรภาพ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "not so much because" / "but because" — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เปรียบต่างคำอธิบายที่คุ้นเคยกับสาเหตุที่สำคัญหรือน่าประหลาดใจกว่า 2. "shake off a sense" — กริยาวลี: ใช้ shake off กับความรู้สึกหรืออิทธิพลที่ติดอยู่และสลัดออกได้ยาก 3. "live in baser metal forms, in pewter or iron," — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจอุปลักษณ์โลหะที่ต่อเนื่อง ซึ่งแยกชีวิตที่สงบและธรรมดาออกจากการไร้คุณค่าความเป็นมนุษย์

คำอธิบายในบทเรียนนี้

We are used to thinking of many of the psychological problems of adulthood as stemming from a lack of adequate love in our early years. โน้ต

0:00

เรามักคุ้นเคยกับความคิดที่ว่าปัญหาทางจิตใจหลายอย่างในวัยผู้ใหญ่มีสาเหตุมาจากการขาดความรักที่เพียงพอในวัยเด็ก

ไวยากรณ์

are used to thinking of: be used to + รูป -ing

be used to + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง “คุ้นเคยกับ...” หรือ “รู้สึกว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องปกติ” ในประโยคนี้ are used to thinking of บอกว่าเราเคยชินกับการอธิบายปัญหาทางจิตใจในวัยผู้ใหญ่ด้วยวิธีนี้แล้ว ตรงนี้ to เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วย gerund อย่าง thinking รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและกาล เช่น am/is/are used to และ was/were used to

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าตอนนี้ Mia คุ้นเคยกับการพูดต่อหน้าคนกลุ่มใหญ่แล้ว

  1. Mia is used to speak in front of large groups.
  2. Mia is used to speaking in front of large groups.
  3. Mia used to speak in front of large groups.
ดูคำตอบ

Mia is used to speaking in front of large groups.

ไวยากรณ์

think of A as stemming from B: มองว่า A มีสาเหตุมาจาก B

think of A as B หมายถึง “มองหรือเข้าใจว่า A เป็น B” ในที่นี้ A คือ many of the psychological problems of adulthood ส่วน B คือคำอธิบายสาเหตุ stemming from a lack of adequate love in our early years ใน as stemming from B คำว่า stemming เป็นรูป -ing ที่มี A เป็นประธานโดยนัย กล่าวคือ ปัญหาเหล่านั้นเกิดจากการขาดสิ่งดังกล่าว ไม่ได้อธิบายการกระทำของ we โครงสร้าง think of A as stemming from B สามารถนำไปใช้เพื่อเสนอว่า B เป็นที่มาหรือสาเหตุของ A

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของ think of A as stemming from B: Many researchers ____ the drop in bee populations ____ several environmental pressures.

ดูคำตอบ

think of · as stemming from

กริยาวลี

stem from: ย้อนจากผลไปหาสาเหตุ

ในประโยคนี้ stemming from หมายถึง “มีต้นกำเนิดจาก” หรือ “เกิดจาก” ปัญหาทางจิตใจถูกนำเสนอเป็นผล ส่วนการขาดความรักที่เพียงพอในวัยเด็กถูกนำเสนอเป็นต้นเหตุ โครงสร้าง think of X as stemming from Y วางกรอบให้ X เป็นสิ่งที่เกิดจาก Y โดย stemming เป็นรูป -ing หลัง as และบอกว่าผู้พูดมองที่มาของ X อย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการวางแผนที่ไม่ดีเป็นสาเหตุของความล่าช้า

  1. The delays stem from poor planning.
  2. Poor planning stems from the delays.
  3. The delays result in poor planning.
ดูคำตอบ

The delays stem from poor planning.

We grow mentally unwell,

0:09

เราเติบโตขึ้นมาพร้อมกับจิตใจที่ไม่แข็งแรง

prey to underconfidence, สำนวน

0:11

ตกเป็นเหยื่อของความขาดความมั่นใจ

anxiety, paranoia,

0:13

ความวิตกกังวล ความหวาดระแวง

and shame because somewhere in the past

0:15

และความละอายใจ เพราะในอดีตที่ผ่านมา

we were denied the necessary warmth,

0:18

เราถูกปฏิเสธความอบอุ่น

care, and sympathy.

0:20

ความเอาใจใส่ และความเห็นอกเห็นใจที่จำเป็น

สำนวน

prey to underconfidence: อ่อนไหวต่อภาวะที่เป็นอันตราย

ในที่นี้ prey to underconfidence หมายถึงอ่อนไหวต่อและได้รับผลกระทบจากการขาดความมั่นใจ prey ถูกใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยคน ๆ นั้นเปรียบเหมือนเหยื่อที่อาจถูกภาวะอันตรายควบคุม หลังเครื่องหมายจุลภาค prey to underconfidence, anxiety, paranoia, and shame เป็นส่วนขยายเชิงบรรยายที่บอกถึงภาวะซึ่งคนคนนั้นอาจตกอยู่ ไม่ได้หมายความว่าอารมณ์เหล่านี้กำลังล่าเหยื่อจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าคนคนหนึ่งเริ่มอ่อนไหวต่อความรู้สึกที่เป็นอันตราย

  1. She prayed to God when doubt overwhelmed her.
  2. The con artist preyed on people who were full of doubt.
  3. She fell prey to doubt after months of isolation.
ดูคำตอบ

She fell prey to doubt after months of isolation.

But there is another,

0:22

แต่ทว่ามีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง

more curious and more subtle problem

0:24

ที่แปลกประหลาดและละเอียดอ่อนยิ่งกว่า

that may arise from childhood years.

0:26

ที่อาจเกิดขึ้นได้จากช่วงวัยเด็ก

What we can term the golden child syndrome. การใช้คำ

0:29

สิ่งที่เราเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มอาการเด็กทองคำ

การใช้คำ

term ... the golden child syndrome: การกำหนดชื่อ

ในที่นี้ term เป็นคำกริยาแบบค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึง “เรียกหรืออธิบายสิ่งหนึ่งด้วยชื่อเฉพาะ” ผู้พูดกำลังติดป้ายชื่อ the golden child syndrome ให้กับสถานการณ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ไม่ได้ใช้ term ในความหมายคำนามว่า “ภาคเรียน” “ระยะเวลา” หรือ “ศัพท์เฉพาะ” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ term X Y โดย X คือสิ่งที่ถูกตั้งชื่อ และ Y คือชื่อที่ใช้เรียก ใน what we can term the golden child syndrome คำว่า what แทน X ส่วน the golden child syndrome คือ Y

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We may term this reaction a defense mechanism,” คำว่า term ทำหน้าที่อะไร?

  1. กำหนดชื่อเฉพาะให้กับปฏิกิริยานั้น
  2. กำหนดกรอบเวลาให้กับปฏิกิริยานั้น
  3. ยุติปฏิกิริยานั้น
ดูคำตอบ

กำหนดชื่อเฉพาะให้กับปฏิกิริยานั้น

We may wind up mentally unwell, กริยาวลี

0:33

เราอาจลงเอยด้วยจิตใจที่ไม่แข็งแรง

not so much because we were ignored or maltreated, ไวยากรณ์

0:36

ไม่ใช่เพราะเราถูกเพิกเฉยหรือถูกทารุณกรรม

but because we were loved with a distinctive and troubling overintensity.

0:39

แต่เป็นเพราะเราได้รับความรักที่รุนแรงมากเกินไปในแบบที่แปลกและสร้างความหนักใจ

กริยาวลี

wind up mentally unwell: สุดท้ายเข้าสู่สภาวะหนึ่ง

ในที่นี้ wind up หมายถึง “ผ่านกระบวนการบางอย่างแล้วสุดท้ายเข้าสู่สภาวะหนึ่ง” ซึ่งมักเป็นสภาวะที่ไม่ได้วางแผนหรือไม่ต้องการ mentally unwell คือสภาวะสุดท้าย ดังนั้นส่วนนี้จึงบอกว่าสิ่งนั้นอาจเป็นผลลัพธ์ในท้ายที่สุด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ wind up + ผลลัพธ์ ผลลัพธ์อาจเป็นคำคุณศัพท์ เช่น wind up exhausted รูป -ing เช่น wind up waiting หรือวลีบุพบท เช่น wind up in trouble

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่สร้างจาก wind และหมายถึง “สุดท้ายได้ผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ”: If we ignore the leak, we could ____ with a flooded kitchen.

ดูคำตอบ

wind up

ไวยากรณ์

not so much because ... but because: การเน้นเหตุผลที่สำคัญกว่า

not so much because A, but because B ใช้จัดวางเหตุผลที่เป็นไปได้สองข้อ โดยทำให้ A เป็นคำอธิบายที่มีน้ำหนักน้อยกว่าหรือไม่เพียงพอ และเน้น B เป็นเหตุผลหลัก ในประโยคนี้ การถูกเพิกเฉยหรือถูกปฏิบัติอย่างเลวร้ายไม่ได้ถูกเสนอเป็นเหตุผลสำคัญ สิ่งที่ชวนให้ไม่สบายใจคือความรักนั้นรุนแรงเกินปกติ โครงสร้างนี้ใช้แก้คำอธิบายที่ผู้ฟังคาดไว้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่า A เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนที่ลดน้ำหนักของเหตุผลแรกและเน้นเหตุผลที่สอง: The trip was memorable ____ the hotel was luxurious, ____ the people we met were so welcoming.

ดูคำตอบ

not so much because · but because

Because we were praised for capacities

0:45

เพราะเราได้รับการยกย่องในความสามารถ

that we did not possess and could not identify with, กริยาวลี

0:47

ที่เราไม่ได้มี และเราเองก็ไม่สามารถเชื่อมโยงด้วยได้

กริยาวลี

identify with: การรู้สึกเชื่อมโยงเป็นการส่วนตัว

identify with หมายถึงการรู้สึกว่าบุคคล ประสบการณ์ คุณลักษณะ หรืออัตลักษณ์บางอย่างสอดคล้องกับตัวเราในแง่ที่มีความหมาย กรรมที่อยู่หลัง with คือสิ่งที่เรารู้สึกเชื่อมโยงด้วยหรือมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง ในประโยคนี้ กรรมคือ capacities ผู้พูดได้รับคำชมจากความสามารถที่ตนไม่ได้มีจริงและไม่อาจยอมรับได้ว่าเป็นภาพสะท้อนของตัวตน ดังนั้น identify with จึงเกี่ยวกับการยอมรับทางจิตใจหรือความเชื่อมโยงส่วนบุคคล ไม่ใช่เพียงการสังเกตหรือบอกว่าสิ่งใดคืออะไร

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ identify with หมายถึงการรู้สึกว่าบางสิ่งสะท้อนประสบการณ์หรืออัตลักษณ์ของตนเอง

  1. The witness can identify the driver.
  2. I can identify with the main character's fear of failure.
  3. Please identify the error in this calculation.
ดูคำตอบ

I can identify with the main character's fear of failure.

and because we were asked,

0:51

และเพราะเราถูกเรียกร้อง

with apparent kindness, ลำดับความ

0:53

ด้วยความใจดีที่แสดงออกให้เห็น

but underlying unwitting manipulation,

0:54

แต่แฝงไปด้วยการชักใยอย่างไม่รู้ตัว

to shoulder the hopes and longings of our carers สำนวน

0:57

ให้แบกรับความหวังและความปรารถนาของผู้เลี้ยงดู

rather than of our own deep selves.

1:01

มากกว่าความปรารถนาส่วนลึกในตัวเราเอง

ลำดับความ

ความเมตตาที่เห็นภายนอกกับการชักใยโดยไม่รู้ตัวที่ซ่อนอยู่

วลีนี้จัดการประเมินออกเป็นสองชั้น apparent kindness คือภาพที่เห็นบนผิวหน้า ส่วน but พาความสนใจไปยัง underlying unwitting manipulation ซึ่งเป็นอิทธิพลที่ลึกกว่าและทำงานอยู่ใต้ภาพนั้น apparent ไม่ได้พิสูจน์ว่าความเมตตานั้นเสแสร้ง และ unwitting หมายความว่าผู้ดูแลอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังกดดันเชิงชักใย รูปแบบการอ่านที่นำไปใช้ต่อได้คือ เริ่มจากภาพภายนอก แล้วใช้ but แก้ความเข้าใจด้วยชั้นที่ลึกกว่า

แบบฝึกหัด

with apparent kindness, but underlying unwitting manipulation สื่ออะไรแก่ผู้อ่าน

  1. ผู้ดูแลเพียงแกล้งทำเป็นใจดี เพราะตั้งใจอยากควบคุมเด็ก
  2. คำขอนั้นชักใยอย่างเปิดเผย จึงไม่มีใครเข้าใจผิดว่าเป็นความเมตตา
  3. คำขอนั้นดูมีเมตตา แต่ก็มีอิทธิพลที่ลึกกว่าซึ่งผู้ดูแลอาจไม่ทันสังเกต
ดูคำตอบ

คำขอนั้นดูมีเมตตา แต่ก็มีอิทธิพลที่ลึกกว่าซึ่งผู้ดูแลอาจไม่ทันสังเกต

สำนวน

แบกรับความหวังและความปรารถนา

shoulder ในที่นี้เป็นคำกริยา หมายถึงแบกรับหรือยอมรับความรับผิดชอบที่หนัก ความหวังและความปรารถนาไม่ใช่วัตถุจริง ประโยคนี้จึงนำเสนอความคาดหวังของผู้อื่นเหมือนน้ำหนักที่วางอยู่บนตัวใครคนหนึ่ง วลีนี้สื่อถึงภาระทางอารมณ์ ไม่ใช่เพียงการสนับสนุน shoulder someone's hopes หมายถึงการรู้สึกว่าตนมีหน้าที่ทำให้ความหวังของอีกคนเป็นจริง แม้ความหวังนั้นจะไม่ตรงกับความปรารถนาส่วนลึกของตนเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาเป้าหมายที่นำเสนอหน้าที่อันยากเหมือนภาระหนัก: With the coach away, Omar had to ____ the responsibility of leading the team.

ดูคำตอบ

shoulder

There are childhoods where,

1:05

มีวัยเด็กบางรูปแบบที่

upon arrival,

1:06

เมื่อทารกถือกำเนิดขึ้น

the infant is quickly described by one or more of its parents ไวยากรณ์

1:07

ทารกจะถูกพ่อแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายอธิบายอย่างรวดเร็วว่า

as profoundly exceptional.

1:11

มีความพิเศษอย่างลึกซึ้ง

ไวยากรณ์

be described as + การประเมิน

โครงสร้างกรรมวาจก be described as + คำนามหรือคำคุณศัพท์ ใช้ถ่ายทอดคำเรียก อัตลักษณ์ หรือการประเมินที่คนหรือสิ่งหนึ่งได้รับ ในที่นี้ทารกได้รับการประเมินว่า profoundly exceptional วลีที่มี by ระบุผู้ประเมิน ซึ่งก็คือพ่อแม่คนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคน ส่วน as นำเข้าสิ่งที่พวกเขาเรียกหรือตัดสินว่าทารกเป็น ในที่นี้ as ไม่ได้แปลว่า “เมื่อ” โครงสร้างนี้รายงานมุมมองของพ่อแม่โดยไม่ได้ถือว่ามุมมองนั้นเป็นข้อเท็จจริงโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ describe และคำที่นำเข้าการประเมิน: In the review, the new actor ____ a rising star by several critics.

ดูคำตอบ

was described as

It is grandly declared uncommonly beautiful,

1:14

เด็กถูกประกาศอย่างโอ่อ่าว่ามีความงดงามอย่างหาตัวจับยาก

intelligent, talented,

1:17

ฉลาดหลักแหลม มีพรสวรรค์

and resolutely set for a special destiny. วลี

1:19

และถูกกำหนดไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะมีชะตากรรมที่พิเศษ

วลี

resolutely set for a special destiny: ถูกกำหนดอย่างแน่วแน่ให้มีชะตากรรมพิเศษ

be set for + คำนาม หมายถึงการอยู่ในสถานการณ์ที่คาดว่าเหตุการณ์หรือผลลัพธ์หนึ่งจะเกิดขึ้น เมื่อใช้กับ a special destiny วลีนี้วาดภาพว่าทารกกำลังมุ่งไปสู่อนาคตที่ไม่ธรรมดา คำกล่าวนี้เป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้ว Resolutely เพิ่มความแน่นอนหนักแน่นให้คำกล่าวอันโอ่อ่าของพ่อแม่ คำนี้บอกว่าพวกเขายืนยันอนาคตนั้นแรงเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าทารกเป็นผู้ตัดสินใจอย่างมุ่งมั่นด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be set for: After three strong interviews, Maya ____ a promising career in engineering.

ดูคำตอบ

is set for

Not for this child the ordinary sorrows and stumblings ลำดับความ

1:21

ความโศกเศร้าและความผิดพลาดธรรมดาๆ ของชีวิตคนทั่วไป

of an average life.

1:25

จะไม่มีวันเกิดขึ้นกับเด็กคนนี้

ลำดับความ

Not for this child ...: การนำหน้าประโยคแบบเร้าอารมณ์โดยละกริยา

Not for this child นำวลีปฏิเสธที่มี for มาไว้ข้างหน้า และละกริยาที่เข้าใจได้จากความหมาย เช่น are หรือ will be หากเรียงตามลำดับปกติ แนวคิดนี้เขียนขยายได้เป็น The ordinary sorrows and stumblings of an average life are not meant for this child. วลีข้างหน้าบอกก่อนว่ากำลังพูดถึงชะตาของใคร จากนั้นนามวลียาวจึงเปิดเผยว่าอะไรถูกมองว่าไม่อยู่ในชะตานั้น รูปแบบเชิงวรรณกรรมที่เด่นชัดนี้ฟังเหมือนคำประกาศอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับโชคชะตา ในที่นี้ผู้พูดถ่ายทอดความเชื่ออันสูงส่งของพ่อแม่โดยเว้นระยะเชิงวิจารณ์ ไม่ใช่คำสั่งและไม่ใช่หลักฐานว่าเด็กจะไม่มีวันทุกข์

แบบฝึกหัด

ข้อความถอดความใดรักษาความหมายและน้ำเสียงเชิงละครของประโยคได้ดีที่สุด

  1. เด็กคนนี้ได้ใช้ชีวิตทั้งชีวิตโดยไม่มีความเจ็บปวดเลยแล้ว
  2. ใครบางคนกำลังสั่งเด็กคนนี้ไม่ให้รู้สึกเศร้าแบบธรรมดา
  3. กล่าวกันว่าเด็กคนนี้ถูกกำหนดให้หลีกพ้นจากความยากลำบากทั่วไปของชีวิตธรรมดา
ดูคำตอบ

กล่าวกันว่าเด็กคนนี้ถูกกำหนดให้หลีกพ้นจากความยากลำบากทั่วไปของชีวิตธรรมดา

While perhaps still no taller than a chair, ไวยากรณ์

1:26

ในขณะที่อาจจะยังสูงไม่พ้นเก้าอี้ด้วยซ้ำ

the offspring is firmly described as a figure

1:29

ลูกคนนี้กลับถูกอธิบายอย่างหนักแน่นว่าเป็นบุคคล

whose name will reverberate down the centuries. สำนวน

1:32

ที่ชื่อของเขาจะดังก้องไปตราบนานเท่านาน

ไวยากรณ์

no taller than a chair: การบอกขีดจำกัดสูงสุดของความสูง

No taller than a chair กำหนดขีดสูงสุดของความสูง กล่าวคือ เด็กสูงเท่ากับหรือต่ำกว่าความสูงของเก้าอี้ ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองสูงเท่ากันพอดีเสมอไป รูปแบบ no + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than + จุดอ้างอิง ใช้กำหนดขีดจำกัดบนของคุณสมบัติ เช่น no older than ten และ no wider than a door ในที่นี้ขนาดร่างกายที่เล็กมากตัดกันกับคำกล่าวอันยิ่งใหญ่ว่าชื่อเสียงจะคงอยู่หลายศตวรรษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ tall ในรูปแบบ no + ขั้นกว่า + than เพื่อสื่อว่า “สูงไม่เกินเท่านี้”: At six weeks old, the kitten was ____ a coffee mug.

ดูคำตอบ

no taller than

สำนวน

whose name will reverberate down the centuries: ชื่อที่จะก้องไปตลอดหลายศตวรรษ

ในประโยคนี้ reverberate เป็นอุปลักษณ์ที่เกี่ยวกับเสียง เสียงสามารถก้องต่อเนื่องได้ ส่วนในที่นี้ชื่อของบุคคลถูกจินตนาการว่าจะคงอยู่ในประวัติศาสตร์ เพราะคนรุ่นหลังจะยังจดจำและกล่าวถึงบุคคลนั้น down the centuries หมายถึงดำเนินต่อไปตามกาลเวลาหลายศตวรรษ เมื่อใช้กับ will อนุประโยคทั้งหมดจึงเป็นคำทำนายอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับชื่อเสียงในอนาคตของเด็ก ไม่ใช่การบอกว่าอิทธิพลนั้นเกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

whose name will reverberate down the centuries ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ชื่อของบุคคลนั้นจะยังคงมีชื่อเสียงและมีอิทธิพลต่อไปอีกหลายรุ่น
  2. ผู้คนจะตะโกนชื่อของบุคคลนั้นจริง ๆ ภายในอาคารเก่า
  3. ชื่อทางกฎหมายของบุคคลนั้นจะถูกเปลี่ยนทุกศตวรรษ
ดูคำตอบ

ชื่อของบุคคลนั้นจะยังคงมีชื่อเสียงและมีอิทธิพลต่อไปอีกหลายรุ่น

On the surface, ลำดับความ

1:35

เมื่อมองผิวเผิน

this could seem to offer a route to enormous self-confidence and security.

1:36

นี่อาจดูเหมือนเป็นเส้นทางไปสู่ความมั่นใจในตนเองและความรู้สึกปลอดภัยที่ยิ่งใหญ่

ลำดับความ

On the surface: เครื่องหมายที่บอกว่าจะมีข้อโต้แย้งตามมา

On the surface บอกผู้อ่านว่าข้อความหนึ่งอาศัยเพียงสิ่งที่เห็นได้ทันทีหรือดูเหมือนจริงในตอนแรก วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อกล่าว แทนที่จะเสนอว่าเป็นความจริงทั้งหมด ในฐานะเครื่องหมายทางวาทกรรม วลีนี้เตรียมผู้อ่านให้พร้อมสำหรับประเด็นที่ลึกกว่า ซึ่งอาจจำกัดหรือล้มล้างความประทับใจแรก ในที่นี้มีการเสนอประโยชน์ที่ดูเหมือนจะมีอยู่ก่อน พร้อมส่งสัญญาณว่าการวิเคราะห์กำลังจะไม่ตรงไปตรงมาเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

On the surface บอกให้ผู้อ่านใช้วิธีอ่านแบบใด

  1. จินตนาการถึงชั้นด้านนอกของวัตถุ
  2. ยอมรับแนวคิดถัดไปเป็นหลักฐานสุดท้ายว่าไม่มีคำอธิบายอื่นที่เป็นไปได้
  3. มองแนวคิดถัดไปว่าเป็นความประทับใจเบื้องต้นที่อาจถูกจำกัดในไม่ช้า
ดูคำตอบ

มองแนวคิดถัดไปว่าเป็นความประทับใจเบื้องต้นที่อาจถูกจำกัดในไม่ช้า

But to place such expectations on someone วลี

1:41

แต่การตั้งความหวังเช่นนั้นกับคน

who still struggles with their coat buttons

1:44

ที่ยังคงต้องดิ้นรนกับการติดกระดุมเสื้อโค้ตของตัวเอง

can, paradoxically,

1:47

ในทางกลับกัน

leave a child feeling hollow and particularly incapable. ไวยากรณ์

1:48

สามารถทำให้เด็กรู้สึกกลวงเปล่าและรู้สึกไร้ความสามารถอย่างยิ่ง

วลี

place such expectations on someone: ตั้งความคาดหวังเช่นนั้นไว้กับใครบางคน

place such expectations on someone หมายถึงการนำความหวังและมาตรฐานที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ไปกำหนดหรือกดไว้กับบุคคลนั้น คำว่า place ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยมองความคาดหวังเหมือนน้ำหนัก และ on ชี้ว่าบุคคลใดเป็นผู้รับแรงกดดันนั้น โครงสร้างคือ place + expectations + on + บุคคลหรือกลุ่ม สามารถใช้คำอย่าง high, unrealistic หรือ such ขยาย expectations ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าครอบครัวกำลังกำหนดความหวังสูงไว้กับคนหนุ่มสาวคนหนึ่ง?

  1. The family is placing high expectations on the teenager.
  2. The family is placing high expectations at the teenager.
  3. The family is placing the teenager on high expectations.
ดูคำตอบ

The family is placing high expectations on the teenager.

ไวยากรณ์

leave a child feeling hollow and particularly incapable: ทำให้เด็กรู้สึกว่างเปล่าและรู้สึกว่าตนเองไร้ความสามารถอย่างยิ่ง

leave ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “จากไป” โครงสร้าง leave + บุคคล + feeling + คำคุณศัพท์ หมายถึงเหตุการณ์หนึ่งก่อให้เกิดสภาวะทางอารมณ์ที่ยังคงเหลืออยู่เป็นผลตามมา ความคาดหวังที่สูงทำให้เด็กลงเอยด้วยความรู้สึกเหล่านั้น hollow เป็นการเปรียบเปรยถึงความว่างเปล่าทางอารมณ์ ส่วน incapable หมายถึงรู้สึกว่าตนเองไม่มีความสามารถหรือไม่ดีพอ feeling incapable บอกถึงมุมมองที่เด็กมีต่อตนเอง ไม่ได้ยืนยันว่าเด็กไม่มีความสามารถจริง ๆ และ particularly ช่วยเน้น incapable ให้แรงขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างผลลัพธ์ leave + บุคคล + feeling + คำคุณศัพท์ ให้สมบูรณ์: The criticism left Daniel ____ useless for hours.

ดูคำตอบ

feeling

Unable to sense any resources within itself ไวยากรณ์

1:52

เมื่อไม่สามารถสัมผัสได้ถึงทรัพยากรใดๆ ในตัวเอง

to honor the hopes of those it loves and depends on,

1:55

ที่จะตอบสนองความหวังของคนที่เขารักและพึ่งพา

the child grows up with a latent sense การใช้คำ

1:59

เด็กจะเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกแอบแฝง

of fraudulence and a consistent fear

2:01

ของการเป็นจอมหลอกลวงและความกลัวที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

that it will be unmasked. สำนวน

2:04

ว่าตัวตนที่แท้จริงจะถูกเปิดโปง

ไวยากรณ์

Unable to ...: วลีคุณศัพท์นำหน้าที่ใช้ประธานเดียวกับประโยคหลัก

วลีเปิด Unable to sense any resources within itself เป็นวลีคุณศัพท์ที่บรรยายประธานของประโยคหลัก ประธานที่ละไว้ในวลีนี้คือ the child ดังนั้น within itself จึงหมายถึงเด็กคนนั้นเช่นกัน เมื่อวางไว้หน้าประโยคหลัก วลีนี้จะแสดงสภาวะของเด็กให้เป็นภูมิหลังหรือเหตุผลของสิ่งที่ตามมา นั่นคือเด็กเติบโตขึ้นพร้อมความรู้สึกเหล่านั้น วลีนี้เป็นส่วนเสริม ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ในตัวเอง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ ใครเป็นผู้ที่ไม่อาจสัมผัสถึงทรัพยากรภายในตนเองได้

  1. the child
  2. those it loves
  3. the hopes
ดูคำตอบ

the child

การใช้คำ

a latent sense of fraudulence: ความรู้สึกแฝงว่าตนไม่จริงแท้

ในวลีนี้ latent หมายถึงความรู้สึกที่มีอยู่แล้วแต่ยังซ่อนอยู่หรือยังไม่แสดงออกอย่างชัดเจน ส่วน a sense of fraudulence คือความรู้สึกว่าอัตลักษณ์ คุณค่า หรือสถานะพิเศษของตนไม่จริงแท้ในบางแง่ ถ้อยคำนี้อธิบายการรับรู้ภายใน ไม่ใช่การหลอกลวงจริงหรือการกระทำผิดทางอาญา เด็กเติบโตขึ้นพร้อมความกลัวเงียบ ๆ ว่าคนอื่นจะพบว่าตนไม่ได้จริงแท้หรือมีความสามารถอย่างที่พวกเขาเชื่อ

แบบฝึกหัด

a latent sense of fraudulence หมายถึงอะไรในบริบทนี้

  1. ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ว่าอัตลักษณ์หรือคุณค่าของตนไม่จริงแท้ในบางแง่
  2. แผนที่ประกาศอย่างเปิดเผยเพื่อหลอกลวงผู้อื่น
  3. หลักฐานว่าบุคคลหนึ่งได้กระทำการฉ้อโกงทางการเงิน
ดูคำตอบ

ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ว่าอัตลักษณ์หรือคุณค่าของตนไม่จริงแท้ในบางแง่

สำนวน

that it will be unmasked: การเปิดโปงตัวตนที่ไม่จริง

ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that นี้ it หมายถึงเด็ก และ be unmasked เป็นรูปถูกกระทำ ไม่ได้มีหน้ากากจริง ๆ อยู่ในเหตุการณ์นี้ วลีนี้หมายความว่าภาพลักษณ์ที่ว่าเด็กมีความพิเศษจะถูกเปิดโปงว่าไม่จริง โดยทั่วไป unmask someone หรือ be unmasked เปรียบการค้นพบความจริงกับการดึงสิ่งปกปิดที่ดูน่าเชื่อถือออก มักสื่อว่าตัวตน แรงจูงใจ หรือการหลอกลวงที่ซ่อนอยู่ถูกเปิดเผยในที่สุด

แบบฝึกหัด

“that it will be unmasked” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เด็กจะเปิดเผยความลับของคนอื่น
  2. ใครบางคนจะถอดหน้ากากจริง ๆ ออกจากเด็ก
  3. ภาพลักษณ์เท็จที่ว่าเด็กมีความพิเศษจะถูกเปิดโปง
ดูคำตอบ

ภาพลักษณ์เท็จที่ว่าเด็กมีความพิเศษจะถูกเปิดโปง

It winds up at once grandly expecting

2:06

เด็กคนนี้ลงเอยด้วยการคาดหวังอย่างยิ่งใหญ่ว่า

that others will recognize its sensational destiny

2:09

คนอื่นจะจดจำชะตากรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจของเขา

and entirely unsure as to why or how วลี

2:12

และในขณะเดียวกันก็ไม่แน่ใจเลยว่าทำไมหรืออย่างไร

they might in fact do so.

2:16

คนเหล่านั้นจึงจะทำเช่นนั้นได้จริง

วลี

entirely unsure as to why or how: การนำเข้าสู่คำถามทางอ้อม

entirely เพิ่มระดับความหมายของ unsure ให้หมายถึงว่าเด็กไม่แน่ใจอย่างสิ้นเชิง ในที่นี้ as to หมายถึง “เกี่ยวกับ” และใช้เชื่อมเข้าสู่คำถามทางอ้อม why และ how ไม่ใช่โครงสร้างเปรียบเทียบ why ถามถึงเหตุผล ส่วน how ถามถึงวิธีการหรือกระบวนการ คำถามทั้งสองใช้อนุประโยคด้านหลังร่วมกันคือ they might in fact do so ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าเด็กไม่รู้ทั้งเหตุผลที่คนอื่นจะยอมรับชะตากรรมของตนและวิธีที่พวกเขาจะทำเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบทางการ “unsure as to + question word” โดยใช้คำคำถามที่ถามถึงเหตุผล: The committee remains ____ the figures changed so suddenly.

ดูคำตอบ

unsure as to why

The golden child cannot shake off a sense กริยาวลี

2:18

เด็กทองคำไม่สามารถสลัดความรู้สึกที่ว่า

that it's very special and yet can't identify

2:20

ตนเองมีความพิเศษมากได้ ทว่าก็ไม่สามารถระบุได้ว่า

within itself any real grounds

2:23

มีเหตุผลที่แท้จริงใดในตัวเอง

why it should be so.

2:25

ที่ทำให้เขาควรเป็นเช่นนั้น

กริยาวลี

shake off a sense: สลัดความรู้สึกที่ติดค้างออกไป

ในประโยคนี้ shake off หมายถึงกำจัดสิ่งที่ยังคงส่งผลต่อเราออกไป กรรมของคำนี้คือ a sense that it's very special ซึ่งเป็นความรู้สึกภายในที่ติดค้างอยู่ ไม่ใช่สิ่งของทางกายภาพ กริยาวลีนี้เปรียบความรู้สึกหรืออิทธิพลที่ไม่ต้องการเหมือนสิ่งที่เกาะติดตัว มักสื่อว่าการกำจัดมันออกไปทำได้ยากหรือต้องใช้เวลา

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึงการกำจัดความรู้สึกที่ติดค้างให้สมบูรณ์: Even after the good news, Mara couldn't ____ a sense of unease.

ดูคำตอบ

shake off

Its underlying longing is not to revolutionize nations

2:27

ความปรารถนาที่แท้จริงของเขาไม่ใช่การปฏิวัติประเทศชาติ

and be honored across the ages.

2:31

และได้รับการยกย่องไปทุกยุคทุกสมัย

It is to be accepted and loved วลี

2:33

แต่มันคือการได้รับการยอมรับและถูกรัก

for who it is

2:36

ในสิ่งที่เขาเป็น

in all its often unimpressive and faltering realities.

2:37

ในทุกๆ ความเป็นจริงที่มักจะไม่น่าประทับใจและสั่นคลอน

วลี

accepted and loved for who it is: ได้รับการยอมรับและความรักเพราะตัวตนที่แท้จริง

ในประโยคนี้ be accepted and loved for who it is หมายถึงการได้รับการยอมรับและความรักเพราะตัวตนที่แท้จริง รวมถึงด้านที่ธรรมดาและไม่สมบูรณ์ ไม่ใช่เพราะความสำเร็จหรือภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจ accepted และ loved เป็นกริยาช่องที่สามสองคำที่เชื่อมกันในโครงสร้างกรรมวาจก ส่วน for นำเข้าสู่เหตุผลที่เป็นพื้นฐานของการยอมรับ และ who it is เป็นอนุประโยคซ้อนที่หมายถึงตัวตนที่แท้จริง ไม่ใช่คำถามเกี่ยวกับอัตลักษณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย for และอนุประโยค who ที่กล่าวถึง Leo: Leo wants to be accepted and loved ____, not only for his achievements.

ดูคำตอบ

for who he is

It wishes, as we all do,

2:43

เขาปรารถนา เหมือนที่เราทุกคนปรารถนา

to be seen and accepted for itself,

2:44

ที่จะถูกมองเห็นและได้รับการยอมรับในตัวตนที่แท้จริง

to have its faults and frailties forgiven

2:47

เพื่อให้ความผิดพลาดและความเปราะบางของเขาได้รับการให้อภัย

and acknowledged rather than denied or glossed over. กริยาวลี

2:50

และได้รับการยอมรับมากกว่าที่จะถูกปฏิเสธหรือถูกกลบเกลื่อน

กริยาวลี

be glossed over: จัดการปัญหาอย่างผิวเผิน

ในที่นี้ be glossed over หมายถึง “ถูกกล่าวถึงหรือจัดการเพียงผิวเผิน จนไม่ได้เผชิญหน้ากับปัญหาที่แท้จริง” รูปถูกกระทำเน้นไปที่ข้อบกพร่องและความเปราะบางที่ได้รับการปฏิบัติแบบผิวเผิน ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้กระทำ gloss over มักมีนัยวิจารณ์ คือทำให้รายละเอียดที่สำคัญหรือน่าอึดอัดดูร้ายแรงน้อยลง หรือไม่ตรวจสอบเรื่องนั้นอย่างตรงไปตรงมา จึงไม่เหมือนกับการสรุปสั้น ๆ ทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ gloss over: The report mentioned the risk, but it was ____ in the final discussion.

ดูคำตอบ

glossed over

It is, in the end,

2:54

ท้ายที่สุดแล้ว มันก็

as much of an insult to one's authentic reality ไวยากรณ์

2:55

เป็นการดูถูกความเป็นจริงที่แท้จริงของบุคคลนั้นๆ

and as psychologically painful

2:58

และสร้างความเจ็บปวดทางจิตใจพอๆ กัน

to be praised for great things

3:00

ในการได้รับการยกย่องจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่

one hasn't done and could never do

3:02

ที่พวกเขาไม่ได้ทำและไม่สามารถทำได้

as to be attacked and blamed

3:05

เช่นเดียวกับการถูกโจมตีและกล่าวโทษ

for sins one is innocent of. วลี

3:07

ในความผิดที่พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์

ไวยากรณ์

โครงสร้าง as much of an insult ... and as psychologically painful ... as

ประโยคนี้เปรียบเทียบประสบการณ์สองแบบ ได้แก่ การได้รับคำชมจากความสำเร็จที่ไม่ใช่ของตน และการถูกโจมตีจากความผิดที่ตนไม่ได้ทำ ประสบการณ์แรกถูกนำเสนอว่าเท่ากับประสบการณ์ที่สองในสองด้าน คือดูหมิ่นตัวตนที่แท้จริงในระดับเดียวกัน และสร้างความเจ็บปวดทางจิตใจเท่ากัน โครงสร้างนี้ซ้อนกรอบการเปรียบเทียบที่เชื่อมกันสองกรอบ ได้แก่ as much of an insult ... as และ as psychologically painful ... as รูป infinitive to be praised ระบุประสบการณ์แรก ส่วน as to be attacked and blamed ... ในตอนท้ายเป็นจุดเปรียบเทียบที่ใช้ร่วมกันสำหรับคำบรรยายทั้งสอง เมื่อมองว่าส่วน as ท้ายประโยคทำให้ทั้งสองกรอบสมบูรณ์ ประโยคยาวนี้จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบแบบเชื่อมกันด้วย as much of a + noun และ as + adjective + as: It is ____ a mistake and ____ costly to skip the inspection ____ to ignore its results.

ดูคำตอบ

as much of · as · as

วลี

be innocent of + ความผิดหรือการกระทำที่เฉพาะเจาะจง

be innocent of something หมายถึงไม่ได้ก่อและไม่ต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรม ความผิด หรือการกระทำที่ระบุไว้ โครงสร้างคือ be + innocent + of + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ one is innocent of the sins หมายถึงบุคคลนั้นถูกกล่าวโทษในสิ่งที่ตนไม่ได้กระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be innocent of: The security video proved that Marco ____ the theft.

ดูคำตอบ

was innocent of

The phenomenon suggests that true love

3:10

ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าความรักที่แท้จริง

should involve an agnosticism around a child's eventual level of worldly success. การใช้คำ

3:12

ควรเกี่ยวข้องกับการไม่ยึดติดกับระดับความสำเร็จทางโลกของเด็กในท้ายที่สุด

การใช้คำ

an agnosticism around ... worldly success: ไม่กำหนดความสำเร็จทางโลกล่วงหน้า

ในที่นี้ agnosticism ยืมความหมายทั่วไปที่ว่าไม่อ้างว่าตนมีความรู้ที่แน่นอน คำนำหน้านาม an ทำให้คำนี้หมายถึงจุดยืนหนึ่งโดยเฉพาะ คือท่าทีที่เปิดกว้างและไม่ผูกมัดตนเองกับผลลัพธ์ใดล่วงหน้า ความรักที่แท้จริงไม่กำหนดไว้ก่อนว่าในที่สุดเด็กจะต้องประสบความสำเร็จเพียงใด around ในที่นี้หมายถึง “เกี่ยวกับ” ส่วน worldly success หมายถึงเกณฑ์ภายนอก เช่น ความมั่งคั่ง สถานะ ความสำเร็จในอาชีพ หรือการยอมรับจากสังคม วลีนี้ไม่ได้บอกว่าพ่อแม่ควรเพิกเฉยต่อเด็ก แต่บอกว่าความรักไม่ควรขึ้นอยู่กับระดับความสำเร็จที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ an agnosticism around a child's eventual level of worldly success หมายถึงอะไร

  1. การไม่กำหนดล่วงหน้าว่าเด็กจะได้สถานะหรือความมั่งคั่งมากเพียงใด
  2. ความเชื่อว่าเด็กต้องปฏิเสธแนวคิดทางศาสนาทั้งหมด
  3. การไม่ใส่ใจต่อความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก
ดูคำตอบ

การไม่กำหนดล่วงหน้าว่าเด็กจะได้สถานะหรือความมั่งคั่งมากเพียงใด

It should ideally not matter to the parent

3:18

ในอุดมคติแล้ว พ่อแม่ไม่ควรจะสนใจเลยว่า

where a child ends up, กริยาวลี

3:21

บั้นปลายของเด็กจะเป็นอย่างไร

กริยาวลี

where a child ends up: ใช้ end up บอกผลลัพธ์สุดท้าย

ในที่นี้ end up หมายถึง “หลังจากเวลาผ่านไปแล้ว ในที่สุดก็อยู่ในสถานการณ์หรือตำแหน่งหนึ่ง” ส่วน where นำเข้าสู่ผลลัพธ์ที่ยังไม่แน่นอน นั่นคือท้ายที่สุดเด็กจะมีสถานะชีวิตหรือระดับความสำเร็จอย่างไร กริยาวลีนี้มักเน้นผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการ โดยเฉพาะเมื่อผลนั้นไม่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริงที่การเดินทางสิ้นสุดลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ end up โดยสำนวนนี้ต้องหมายความว่า Maya ลงเอยในสถานการณ์ที่ไม่ได้วางแผนไว้: No one chose a leader at first, but Maya ____ in charge.

ดูคำตอบ

ended up

or rather, it should matter only

3:23

หรือควรจะให้ความสำคัญเพียง

in so far as, and no further than, ไวยากรณ์

3:24

ตราบเท่าที่, และไม่มากไปกว่าที่,

it matters to the child.

3:27

สิ่งนั้นมีความสำคัญกับตัวเด็กเอง

ไวยากรณ์

in so far as ... no further than: กำหนดขีดจำกัดที่ชัดเจน

ถ้อยคำที่จับคู่กันนี้หมายถึง “เฉพาะในระดับที่กำหนด และไม่เกินระดับนั้น” ทั้งสองส่วนใช้อนุประโยค it matters to the child ร่วมกัน ระดับที่ตัวเด็กเองให้ความสำคัญจึงเป็นตัวกำหนดขีดสูงสุดที่พ่อแม่ควรให้ความสำคัญ ในที่นี้ far และ further บอกระดับหรือขอบเขตเชิงนามธรรม ไม่ใช่ระยะทางจริง ผู้พูดกำลังแก้คำกล่าวก่อนหน้า กล่าวคือเรื่องนี้อาจสำคัญต่อพ่อแม่ได้ แต่ต้องอยู่ภายในขอบเขตนั้นเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของสำนวนจำกัดขอบเขตที่เรียนมา: We should restrict personal choices only ____, and ____, they harm other people.

ดูคำตอบ

in so far as · no further than

Parents who see their child in golden terms สำนวน

3:29

พ่อแม่ที่มองลูกด้วยมุมมองของเด็กทองคำ

are not, of course, consciously cruel. น้ำเสียง/เจตนา

3:32

แน่นอนว่าไม่ได้มีความโหดร้ายอย่างตั้งใจ

สำนวน

see their child in golden terms: มองลูกผ่านกรอบที่ยกย่องเกินจริง

ในที่นี้ see their child in golden terms หมายถึงการมองลูกผ่านกรอบที่ยกย่องและทำให้ดูสมบูรณ์แบบเกินจริง golden เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ สื่อถึงความโดดเด่น ศักยภาพอันยอดเยี่ยม และความเกือบสมบูรณ์แบบ ไม่ได้หมายถึงสีทองจริง ๆ โครงสร้าง see someone in ... terms บอกว่ากรอบการประเมินแบบใดกำหนดมุมมองที่มีต่อบุคคลนั้น ดังนั้น ประโยคนี้จึงวิจารณ์วิธีที่พ่อแม่ตีความตัวลูก ไม่ใช่รูปลักษณ์ของลูก

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Mara saw the young leader in golden terms," สำนวนที่เน้นไว้หมายความว่าอย่างไร

  1. เป็นการคำนวณมูลค่าทางการเงินของผู้นำเป็นทองคำ
  2. เป็นการนำเสนอผู้นำผ่านกรอบที่ยกย่องและทำให้ดูสมบูรณ์แบบเกินจริง
  3. เป็นการบอกว่าผู้นำสวมเสื้อผ้าสีทอง
ดูคำตอบ

เป็นการนำเสนอผู้นำผ่านกรอบที่ยกย่องและทำให้ดูสมบูรณ์แบบเกินจริง

น้ำเสียง/เจตนา

are not, of course, consciously cruel: การยอมรับที่ช่วยลดน้ำหนักการกล่าวโทษ

of course ในที่นี้เป็นถ้อยคำยอมรับที่แทรกอยู่ในประโยค โดยยอมรับสั้น ๆ ถึงประเด็นที่สมเหตุสมผลว่าพ่อแม่เหล่านี้ไม่ได้ตั้งใจโหดร้าย ดังนั้น การวิจารณ์จึงไม่ได้ตีตราว่าพวกเขามีเจตนาร้าย การยอมรับนี้ย้ายความสนใจจากเจตนาไปสู่ผลกระทบ คนคนหนึ่งอาจหวังดีแต่ยังสร้างความเสียหายได้ เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่า of course เป็นข้อความแทรก เมื่อตัดออก ไวยากรณ์พื้นฐานยังคงเดิม แต่หน้าที่ในการลดน้ำหนักการกล่าวโทษและคำนึงถึงผู้ฟังจะหายไป

แบบฝึกหัด

of course ทำหน้าที่อะไรใน "The mistake was not, of course, deliberate, but it still damaged the project"

  1. เป็นการยอมรับว่าความผิดพลาดไม่ได้เกิดขึ้นโดยตั้งใจ ก่อนจะเน้นความเสียหายที่เกิดขึ้น
  2. เป็นการเน้นว่าความผิดพลาดนั้นเป็นการกระทำที่โหดร้ายโดยเจตนา
  3. เป็นการยืนยันว่าทุกคนรู้อยู่แล้วอย่างแน่ชัดว่าทำไมความผิดพลาดจึงเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

เป็นการยอมรับว่าความผิดพลาดไม่ได้เกิดขึ้นโดยตั้งใจ ก่อนจะเน้นความเสียหายที่เกิดขึ้น

They are merely, with tragic fervor,

3:35

พวกเขาเพียงแค่ส่งต่อพลังงานอย่างผิดทิศทาง

misdirecting energies that have failed to find a better destination. สำนวน

3:37

ด้วยความกระตือรือร้นอันน่าเศร้า ที่ล้มเหลวในการหาจุดหมายปลายทางที่ดีกว่า

สำนวน

“Misdirecting energies ... a better destination” ในฐานะอุปมาเรื่องเส้นทาง

ในที่นี้ energies หมายถึงแรงทุ่มเททางอารมณ์ ความหวังที่ผิดหวัง และความทะเยอทะยาน ไม่ใช่พลังทางกายภาพ คำว่า misdirecting ทำให้แรงผลักดันภายในเหล่านี้ดูเหมือนสิ่งที่ถูกส่งไปตามเส้นทางผิดได้ ส่วน destination แทนคนหรือเป้าหมายที่รับสิ่งเหล่านั้น วลีนี้บอกว่าความรู้สึกเหล่านั้นยังไม่พบทางออกที่ดีต่อสุขภาพกว่า จึงถูกหันไปที่เด็กแทน อุปมาเรื่องเส้นทางนี้ทำให้ direct และ misdirect ใช้บอกได้ว่าความสนใจ ความพยายาม หรืออารมณ์มุ่งไปที่ใด

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายอุปมาใน “misdirecting energies that have failed to find a better destination” ได้ดีที่สุด

  1. พวกเขากำลังเลือกเป้าหมายที่มีประโยชน์ที่สุดอย่างใจเย็น
  2. พวกเขาใช้กำลังทางกายภาพจนหมดแล้ว
  3. พวกเขากำลังนำความรู้สึกผิดหวังและความทะเยอทะยานไปลงกับเป้าหมายที่ผิด
  4. พวกเขากำลังเก็บแรงไว้จนกว่าจะมีสถานที่ที่ดีกว่าปรากฏขึ้น
ดูคำตอบ

พวกเขากำลังนำความรู้สึกผิดหวังและความทะเยอทะยานไปลงกับเป้าหมายที่ผิด

The child covertly being asked to redeem การใช้คำ

3:41

เด็กถูกขอให้ชดเชยอย่างลับๆ

a career that did not go as expected,

3:44

ให้กับหน้าที่การงานที่ไม่เป็นไปตามคาดหมาย

การใช้คำ

“Redeem a career”: ชดเชยความผิดหวังในอาชีพ

ในที่นี้ redeem หมายถึงการทำให้อาชีพที่น่าผิดหวังดูมีคุณค่า หรือเยียวยาความรู้สึกล้มเหลวที่ผูกอยู่กับอาชีพนั้น ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปแลกเป็นเงินหรือไถ่ของคืน อาชีพนั้นเป็นของผู้ปกครอง แต่เด็กถูกคาดหวังอย่างเงียบ ๆ ให้ใช้ความสำเร็จของตนชดเชยให้ โดยทั่วไป redeem ยังหมายถึงการกู้คุณค่า ชื่อเสียง หรือความหมายคืนมาหลังความล้มเหลวได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ผู้ปกครองมองความสำเร็จของเด็กว่าเป็นวิธีทำให้ประวัติการทำงานของตนที่น่าผิดหวังดูมีคุณค่า วลีใดแสดงแนวคิดนี้

  1. revive the parent's career
  2. redeem a gift card
  3. redeem the parent's career
  4. resume the parent's career
ดูคำตอบ

redeem the parent's career

a depressed mood that did not lift, สำนวน

3:47

อารมณ์ซึมเศร้าที่ไม่ยอมจางหายไป

สำนวน

did not lift: อารมณ์ซึมเศร้าที่ยังคงอยู่

ใน did not lift คำว่า lift เป็นกริยาอกรรมและใช้เชิงอุปมา ภาวะอารมณ์ที่ตกต่ำหรือหนักอึ้งถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ยกสูงขึ้นหรือจางหายได้ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงอารมณ์ซึมเศร้าที่ไม่เบาลงและไม่หายไป อนุประโยคสัมพันธ์ that did not lift อธิบายว่าอารมณ์นั้นยังคงอยู่ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับ spirits, tension, clouds และ fog ได้เมื่อสภาวะที่หนักหนาหรือกีดขวางบรรเทาลงหรือจางหายไป

แบบฝึกหัด

เลือกคำเติมที่เป็นธรรมชาติที่สุด: After Maya heard that her friend was safe, her worried mood began to ____.

  1. lifted
  2. lift
  3. raise
ดูคำตอบ

lift

or a marriage that proved unusually intolerable. ไวยากรณ์

3:49

หรือชีวิตแต่งงานที่พิสูจน์แล้วว่าทนไม่ได้อย่างผิดปกติ

ไวยากรณ์

proved unusually intolerable: prove + คุณศัพท์

ในที่นี้ proved เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึงภายหลังปรากฏว่าเป็น วลีคุณศัพท์ unusually intolerable อธิบาย marriage โดยเมื่อเวลาผ่านไปก็เห็นได้ชัดว่าชีวิตแต่งงานนั้นยากจะทนเป็นพิเศษ โครงสร้างคือ ประธาน + prove + คุณศัพท์ ใช้รายงานผลที่ค้นพบจากประสบการณ์ ไม่ได้หมายถึงการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ prove: The simple repair ____ more expensive than expected.

ดูคำตอบ

proved

The golden child is, over time,

3:53

เมื่อเวลาผ่านไป เด็กทองคำ

destined for a moment of breakdown วลี

3:56

จะถูกกำหนดให้ต้องพบกับช่วงเวลาแห่งการพังทลาย

when the hopes invested in it fail to be realized. สำนวน

3:59

เมื่อความหวังที่ทุ่มเทลงไปในตัวเขาไม่ประสบผลสำเร็จ

วลี

destined for a moment of breakdown: ถูกมองว่าจะต้องเผชิญช่วงเวลาที่พังทลาย

ในที่นี้ be destined for + กลุ่มคำนาม นำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นปลายทางที่มีแนวโน้มสูงว่าจะเกิดขึ้นหลังจากกระบวนการอันยาวนาน สำนวนนี้หนักแน่นกว่าการพูดเพียงว่าบางอย่างอาจเกิดขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าโชคชะตาทำให้ผลลัพธ์นั้นเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ในประโยคนี้ a moment of breakdown หมายถึงช่วงเวลาที่บุคคลพังทลายทางจิตใจหรืออารมณ์ แนวคิดคือความคาดหวังที่ต่อเนื่องสามารถสะสมแรงกดดันจนบุคคลนั้นรับมือไม่ไหวอีกต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ destined for และคำนาม breakdown: Without rest or support, he seemed ____.

ดูคำตอบ

destined for a breakdown

สำนวน

the hopes invested in it: ความหวังที่ฝากไว้กับเด็กคนนั้น

the hopes invested in it หมายถึงความหวังที่คนอื่นฝากไว้กับลูกคนโปรด invest ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ โดยคนที่มีความหวังเหล่านั้นมองเด็กว่าเป็นผู้ที่จะทำให้ความปรารถนาเกี่ยวกับอนาคตของตนเป็นจริง ในทางไวยากรณ์ invested in it เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อมาจาก the hopes that were invested in it การใช้รูปถูกกระทำเน้นที่ hopes และไม่ได้หมายความว่าเด็กเลือกหรือตกลงที่จะแบกรับความหวังเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ความคาดหวังที่ฝากไว้กับโครงการ” ลงในประโยค: The new program could not fulfill ____.

ดูคำตอบ

the hopes invested in it

The golden future will,

4:02

อนาคตอันสดใสทองคำนั้น

it starts to be clear,

4:04

เริ่มชัดเจนขึ้นว่า

never materialize. การใช้คำ

4:05

จะไม่มีวันเป็นจริง

การใช้คำ

never materialize: ไม่มีวันกลายเป็นจริง

ในที่นี้ materialize หมายถึง “กลายเป็นจริง” หรือ “เกิดขึ้นจริง” คำว่า never ทำให้ข้อความมีความหมายเด็ดขาดว่าอนาคตอันรุ่งโรจน์ที่คาดหวังไว้จะไม่เกิดขึ้นไม่ว่าเมื่อใด materialize ในที่นี้เป็นคำกริยาอกรรมกริยา โดย future เป็นประธานและเป็นสิ่งที่ไม่สามารถกลายเป็นจริงได้ รูปแบบนี้ยังใช้กับแผน ความหวัง ข้อตกลง และโอกาสได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาจากบทเรียนที่หมายถึง “กลายเป็นจริง”: After years of negotiations, the agreement finally ____.

ดูคำตอบ

materialized

But a bigger prize awaits, สำนวน

4:07

แต่รางวัลที่ยิ่งใหญ่กว่ากำลังรออยู่

a feeling of liberation from expectations วลี

4:09

ความรู้สึกถึงการหลุดพ้นจากความคาดหวัง

that were always disconnected from reality.

4:12

ที่ถูกตัดขาดจากความเป็นจริงอยู่เสมอ

สำนวน

a bigger prize awaits: ยังมีผลดีที่ดีกว่ารออยู่ข้างหน้า

วลีนี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่มีการแข่งขันหรือรางวัลที่เป็นวัตถุจริง ๆ a bigger prize หมายถึงผลดีที่มีคุณค่ามากกว่า ส่วน awaits นำเสนอผลดีนั้นว่าเป็นสิ่งที่ยังรออยู่ข้างหน้า วลีหลังเครื่องหมายจุลภาคบอกว่าผลดีนั้นคืออะไร นั่นคืออิสรภาพจากความคาดหวังที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง การเรียกสิ่งนี้ว่า a bigger prize เป็นการเปลี่ยนมุมมองต่อการสูญเสียอนาคตในจินตนาการให้กลายเป็นโอกาสที่จะได้รับสิ่งที่ดีกว่า

แบบฝึกหัด

a bigger prize awaits ในที่นี้หมายถึงอะไร? The first project failed, but a bigger prize awaits: the freedom to build something of her own.

  1. ยังมีผลดีที่มีคุณค่ามากกว่ารออยู่ข้างหน้า
  2. รางวัลจากการแข่งขันถูกส่งมอบแล้ว
  3. เธอต้องรออยู่ข้างรางวัลที่เป็นวัตถุชิ้นใหญ่กว่า
ดูคำตอบ

ยังมีผลดีที่มีคุณค่ามากกว่ารออยู่ข้างหน้า

วลี

liberation from expectations: การเป็นอิสระจากความคาดหวัง

ในที่นี้ liberation หมายถึงการเป็นอิสระจากแรงกดดันหรือข้อจำกัด Liberation from expectations คือความรู้สึกที่ไม่ถูกควบคุมด้วยความคาดหวังซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงอีกต่อไป โครงสร้าง liberation from + คำนาม ใช้ระบุที่มาของข้อจำกัดที่เราหลุดพ้น คำนามหลัง from คือสิ่งที่หมดอิทธิพลต่อเรา ไม่ใช่แหล่งที่มาของรางวัล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ liberation ได้ถูกต้องเพื่อระบุที่มาของข้อจำกัด

  1. Changing schools gave him a sense of liberation from constant comparison.
  2. Changing schools gave him a sense of liberation for constant comparison.
  3. Changing schools gave him a sense of liberation of constant comparison.
ดูคำตอบ

Changing schools gave him a sense of liberation from constant comparison.

The golden child is freed to enjoy a momentous truth

4:15

เด็กทองคำได้รับอิสระให้ชื่นชมกับความจริงที่สำคัญยิ่ง

that a life does not need to be golden โน้ต

4:19

ว่าชีวิตไม่จำเป็นต้องเป็นสีทอง

in order to be valuable.

4:22

เพื่อให้มีคุณค่า

ไวยากรณ์

does not need to be A in order to be B: ไม่จำเป็นต้องเป็น A เพื่อจะเป็น B

โครงสร้าง X does not need to be A in order to be B ปฏิเสธว่า A เป็นเงื่อนไขจำเป็นของ B หมายความว่า B ยังเป็นจริงได้แม้ไม่มี A ในประโยคนี้ golden ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงชีวิตที่ประสบความสำเร็จหรือโดดเด่นเป็นพิเศษ ใจความไม่ได้บอกว่าชีวิตควรหลีกเลี่ยงความสำเร็จ แต่บอกว่าความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า

แบบฝึกหัด

เติมสองส่วนของโครงสร้างเป้าหมายเพื่อแสดงว่าการทำเงินไม่ใช่สิ่งจำเป็น: A hobby ____ make money ____ be worthwhile.

ดูคำตอบ

does not need to · in order to

สำนวน

ชีวิตไม่ต้องเปล่งประกายดั่งทองก็มีคุณค่าได้

ในที่นี้ golden เป็นคำเปรียบเปรย หมายถึงชีวิตที่ดูประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น เป็นที่ชื่นชม หรือดูสมบูรณ์แบบ ส่วน valuable ไม่ได้แปลว่า “มีราคาแพง” แต่หมายถึงการมีคุณค่าในฐานะมนุษย์และคู่ควรกับความใส่ใจและความเคารพ ประโยคนี้พลิกภาพเปรียบเทียบเรื่องโลหะ ชีวิตอาจไม่มีความเจิดจ้าและเกียรติยศที่เชื่อมโยงกับทองคำ แต่ก็ยังมีความหมายได้ กล่าวอย่างกว้างขึ้นคือ ความสำเร็จภายนอกไม่ใช่เงื่อนไขของคุณค่าภายใน

แบบฝึกหัด

การตีความข้อใดตรงกับ "a life does not need to be golden in order to be valuable" มากที่สุด

  1. ชีวิตจะมีคุณค่าเมื่อหาเงินได้
  2. มีเพียงชีวิตที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นเท่านั้นที่มีคุณค่า
  3. ชีวิตธรรมดาสามารถมีคุณค่าได้แม้ไม่มีความสำเร็จอันโดดเด่น
ดูคำตอบ

ชีวิตธรรมดาสามารถมีคุณค่าได้แม้ไม่มีความสำเร็จอันโดดเด่น

That we can live in baser metal forms, สำนวน

4:24

ว่าเราสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในรูปแบบของโลหะที่ด้อยกว่า

in pewter or iron,

4:27

ในรูปของดีบุกหรือเหล็ก

and still be worthy of love and adequate self-esteem. วลี

4:29

และยังคงคู่ควรกับความรักและการมีความเคารพตัวเองที่เพียงพอ

สำนวน

ใช้ชีวิตในรูปของโลหะที่ธรรมดากว่า: พิวเตอร์หรือเหล็ก

ในที่นี้ live in baser metal forms เป็นอุปลักษณ์ที่ขยายต่อเนื่อง ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษร golden แทนชีวิตในอุดมคติที่มีความสำเร็จหรือสถานะโดดเด่น ส่วนโลหะที่ธรรมดากว่า เช่น พิวเตอร์และเหล็ก แทนวิถีชีวิตที่ธรรมดาและได้รับการชื่นชมน้อยกว่า การจัดลำดับโลหะมีไว้เพื่อพลิกความหมาย กล่าวคือ แม้ไม่มีอัตลักษณ์แบบทองคำ คนคนหนึ่งก็ยังคู่ควรกับความรักและการเห็นคุณค่าในตนเองอย่างเหมาะสม ข้อความนี้ไม่ได้อ้างว่าคนธรรมดามีคุณค่าความเป็นมนุษย์น้อยกว่า

แบบฝึกหัด

การตีความข้อใดอธิบาย "live in baser metal forms, in pewter or iron" ได้ดีที่สุด

  1. วิถีชีวิตที่ธรรมดาและไม่หรูหรายังคงคู่ควรกับความรักและการเคารพตนเอง
  2. คนสามารถเปลี่ยนเป็นโลหะที่มีราคาถูกกว่าได้จริง ๆ
  3. เฉพาะคนที่เชื่อมโยงกับทองเท่านั้นที่มีการเห็นคุณค่าในตนเองอย่างเพียงพอ
ดูคำตอบ

วิถีชีวิตที่ธรรมดาและไม่หรูหรายังคงคู่ควรกับความรักและการเคารพตนเอง

วลี

worthy of love and adequate self-esteem: คู่ควรกับความรักและการเห็นคุณค่าในตนเองอย่างเพียงพอ

be worthy of + นามวลี หมายถึง “สมควรหรือคู่ควรที่จะได้รับสิ่งนั้น” ในที่นี้ of นำหน้าสองสิ่งที่เชื่อมกัน คือ love และ adequate self-esteem คำว่า worthy บอกถึงคุณค่าและความสมควรได้รับ ไม่ได้หมายถึงความร่ำรวย adequate ในที่นี้หมายถึงเพียงพอสำหรับการเคารพและเห็นคุณค่าในตนเองอย่างเหมาะสม ไม่ได้หมายถึงคุณภาพต่ำหรือแค่พอรับได้ ส่วน still ที่อยู่ใกล้กันแสดงว่าคุณค่าพื้นฐานนี้ยังคงอยู่ แม้จะไม่เป็นไปตามความคาดหวังเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: Every person is ____ respect, regardless of status.

ดูคำตอบ

worthy of

And, even though this has nothing to do วลี

4:33

และแม้ว่าสิ่งนี้จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง

with the original expectations one was asked to shoulder,

4:35

กับความคาดหวังดั้งเดิมที่พวกเขาถูกขอให้แบกรับ

วลี

has nothing to do with: ไม่เกี่ยวข้องเลยกับ

have nothing to do with + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing หมายถึง “ไม่มีความเชื่อมโยงหรือไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น” ในที่นี้ has สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ this และ with นำหน้า original expectations ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้พูดปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ในสำนวนตายตัวนี้ do ไม่ได้หมายถึงการทำงานหรือภารกิจ สำนวนนี้ใช้ปฏิเสธสาเหตุที่คาดไว้ หัวข้อ ความรับผิดชอบ หรือการมีส่วนร่วมส่วนบุคคลได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าฝนไม่เกี่ยวข้องกับความล่าช้า

  1. The delay has everything to do with the rain.
  2. The delay has nothing to do with the rain.
  3. The delay has something to do with the rain.
ดูคำตอบ

The delay has nothing to do with the rain.

that realization will be the truly exceptional achievement. ลำดับความ

4:39

แต่การตระหนักรู้นั้นจะเป็นความสำเร็จที่พิเศษอย่างแท้จริง

ลำดับความ

that realization ... the truly exceptional achievement: การนิยามความสำเร็จใหม่

ในช่วงสรุปนี้ that realization ย้อนอ้างถึงแนวคิดก่อนหน้าว่า ชีวิตไม่จำเป็นต้องดูโดดเด่นหรือไม่ธรรมดาจึงจะมีคุณค่าและคู่ควรกับการได้รับความรัก วลีนี้รวบแนวคิดที่อธิบายมาก่อนให้กลายเป็นการย้อนอ้างที่ชัดเจนเพียงจุดเดียว จากนั้นประโยคนี้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้ exceptional achievement แทนที่จะหมายถึงชื่อเสียงหรืออาชีพที่ยิ่งใหญ่ “ความสำเร็จ” กลับหมายถึงการมองเห็นและยอมรับคุณค่าของตัวตนธรรมดา การนำ achievement กลับมาใช้อีกทำให้ข้อเสนอจบลงด้วยการพลิกความหมายเชิงย้อนแย้ง: คำที่เคยเชื่อมโยงกับความสำเร็จภายนอกกลับมาหมายถึงการยอมรับตนเองจากภายใน

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในฐานะบทสรุปของข้อเสนอ?

  1. ประโยคนี้เปิดหัวข้อใหม่เกี่ยวกับวิธีวัดรางวัลในชีวิตการทำงาน
  2. ประโยคนี้นิยาม “ความสำเร็จที่ยอดเยี่ยม” ใหม่ว่าเป็นการตระหนักรู้ภายในว่า ชีวิตธรรมดายังคงมีคุณค่าและคู่ควรกับการได้รับความรัก
  3. ประโยคนี้ทำนายว่าในที่สุดบุคคลนั้นจะมีชื่อเสียงเพราะมีอาชีพที่โดดเด่น
ดูคำตอบ

ประโยคนี้นิยาม “ความสำเร็จที่ยอดเยี่ยม” ใหม่ว่าเป็นการตระหนักรู้ภายในว่า ชีวิตธรรมดายังคงมีคุณค่าและคู่ควรกับการได้รับความรัก

If you enjoyed our film,

4:47

หากคุณเพลิดเพลินกับวิดีโอของเรา

please subscribe to our channel

4:48

โปรดสมัครสมาชิกช่องของเรา

and click the bell icon to turn on notifications.

4:50

และคลิกที่ไอคอนรูปกระดิ่งเพื่อเปิดการแจ้งเตือน

To learn more about self-knowledge,

4:53

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการรู้จักตนเอง

follow the link on your screen now.

4:55

ตามลิงก์บนหน้าจอของคุณไปได้เลย