พลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของมีจริงหรือไม่? - Emma Bryce: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
724 คำ 152 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้ใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุเป็นกรณีทดสอบ เพื่อตรวจสอบคำกล่าวอ้างเรื่องพลังเหนือธรรมชาติด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เปรียบเทียบเรื่องเล่าที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์กับหลักฐานที่ทำซ้ำได้ และอธิบายว่าเหตุใดแขนกลที่ควบคุมด้วยความคิดจึงเป็นเทคโนโลยีจริง ไม่ใช่พลังจิต ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. while Carrie is just a fictional film based upon a fictional book, belief in telekinesis isn't fictional at all. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: คุณจะมองออกว่า while ในที่นี้เป็นคำเชื่อมแสดงการยอมรับพร้อมความขัดแย้ง ไม่ได้หมายถึงเวลา และนำไปใช้เปรียบต่างอย่างเป็นทางการระหว่างเรื่องแต่งกับความเชื่อที่มีอยู่จริงได้ 2. replicate his results. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: คุณจะเข้าใจว่า replicate ในบริบทวิทยาศาสตร์หมายถึงการทำงานวิจัยซ้ำแล้วได้ผลที่สอดคล้องกัน และใช้สำนวนนี้อธิบายความน่าเชื่อถือของข้อค้นพบได้ 3. measurable brain signals translated through wires into a robot. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: คุณจะแยกสัญญาณสมองที่ตรวจวัดได้และถูกแปลงเป็นการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ออกจากคำกล่าวอ้างคลุมเครือเรื่องพลังจิต พร้อมอธิบายกลไกที่วัดได้ซึ่งทำให้แขนกลแตกต่างจากพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

When the infamous fictional character Carrie White

0:06

เมื่อตัวละครในนิยายชื่อดังอย่าง แครี่ ไวท์

left her high school prom hall ablaze ไวยากรณ์

0:10

ปล่อยให้ห้องจัดงานพรอมในโรงเรียนมัธยมของเธอถูกไฟไหม้

ไวยากรณ์

leave + กรรม + คำคุณศัพท์: left ... ablaze

ใน left her high school prom hall ablaze คำว่า left ตามด้วยกรรม her high school prom hall และคำคุณศัพท์ ablaze ซึ่งทำหน้าที่บอกสภาพของกรรมนั้น โครงสร้าง leave + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงการกระทำหนึ่งทำให้หรือปล่อยให้กรรมคงอยู่ในสภาพบางอย่าง สภาพในที่นี้คือ “กำลังลุกไหม้” ประโยคนี้เน้นผลที่แคร์รีก่อขึ้น ไม่ได้เพียงบอกว่าเธอออกจากห้องจัดงาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้รูปอดีตของ leave เพื่อสื่อผลลัพธ์ในวงเล็บ: The storm ____. (the streets became flooded)

ดูคำตอบ

left the streets flooded

and brought terror upon her town, วลี

0:13

และนำความหวาดกลัวมาสู่เมืองของเธอ

วลี

bring terror upon + บุคคลหรือสถานที่ที่ได้รับผลกระทบ

Bring terror upon บุคคลหรือสถานที่ หมายถึงทำให้ความกลัวอย่างรุนแรงแพร่ไปถึงหรือส่งผลต่อเป้าหมายนั้น ใน brought terror upon her town คำว่า terror คือผลกระทบด้านลบ ส่วน upon her town ระบุสถานที่และผู้คนที่ได้รับผลกระทบ ตรงนี้ upon ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง bring + คำนามนามธรรมเชิงลบ + upon + เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปอดีตของวลีทางการ bring trouble upon: The careless decision ____ the whole team.

ดูคำตอบ

brought trouble upon

she relied on her powers of telekinesis, การใช้คำ

0:15

เธออาศัยพลังโทรจิตของเธอ

the ability to manipulate physical objects ไวยากรณ์

0:18

ซึ่งเป็นความสามารถในการจัดการกับวัตถุทางกายภาพ

using the power of the mind alone.

0:21

โดยใช้เพียงพลังแห่งจิตใจเท่านั้น

การใช้คำ

powers of telekinesis: พลังเทเลไคเนซิส

Telekinesis หมายถึงความสามารถเหนือธรรมชาติที่กล่าวอ้างหรือพบในเรื่องแต่ง ซึ่งใช้จิตเคลื่อนย้ายหรือควบคุมวัตถุโดยไม่แตะต้อง ใน powers of telekinesis คำว่า powers หมายถึงความสามารถเหนือธรรมชาติพิเศษ ไม่ใช่กำลังกายหรือพลังงานไฟฟ้า วลีหลังเครื่องหมายจุลภาคอธิบายความหมายเดิมด้วยถ้อยคำอื่น จึงเป็นการนิยามคำศัพท์ ไม่ได้หมายถึงพลังแบบทั่วไป

แบบฝึกหัด

powers of telekinesis ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. พลังงานไฟฟ้าที่ทำให้เครื่องจักรทำงาน
  2. ความสามารถเหนือธรรมชาติในการเคลื่อนย้ายหรือควบคุมวัตถุด้วยจิต
  3. กำลังกายที่ใช้ยกของหนัก
ดูคำตอบ

ความสามารถเหนือธรรมชาติในการเคลื่อนย้ายหรือควบคุมวัตถุด้วยจิต

ไวยากรณ์

the ability to ... ในวลีอธิบายคำนาม

วลีหลังเครื่องหมายจุลภาคอธิบาย telekinesis ด้วยคำที่ง่ายขึ้น ในทางไวยากรณ์ วลีนี้เป็นวลีซ้อนอธิบายหรือ appositive คือวลีนามที่วางข้างวลีนามอีกวลีเพื่อให้คำนิยาม ไม่ได้เพิ่มการกระทำอีกอย่างหรือความสามารถที่สอง ในคำนิยามนี้ using the power of the mind alone บอกว่าวัตถุถูกควบคุมอย่างไร คำว่า alone หมายถึง “เพียงอย่างเดียว” จึงไม่มีการสัมผัส เครื่องมือ หรือแรงอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง สามารถนำรูปแบบ คำศัพท์, the ability to + คำกริยา... ไปใช้เพื่อให้คำนิยามสั้น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามแบบวลีซ้อนอธิบายด้วยวลีเป้าหมาย the ability to: Flexibility, ____ bend without getting hurt, is useful in many sports.

ดูคำตอบ

the ability to

But while Carrie is just a fictional film ไวยากรณ์

0:24

แต่ในขณะที่แครี่เป็นเพียงภาพยนตร์ในจินตนาการ

based upon a fictional book,

0:27

ที่สร้างจากหนังสือในจินตนาการ

belief in telekinesis isn't fictional at all.

0:28

ความเชื่อเรื่องการเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยพลังจิตนั้นไม่ใช่เรื่องแต่งเลย

ไวยากรณ์

while ... belief in telekinesis isn't fictional at all: การเปรียบต่างแบบยอมรับข้อหนึ่งก่อน

while ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง «ในช่วงเวลาที่» แต่ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ผู้พูดยอมรับก่อน —Carrie เป็นเรื่องแต่ง— แล้วประโยคหลักจึงเสนอประเด็นที่ตรงกันข้ามว่า ความเชื่อเรื่องพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุมีอยู่จริงในโลกความเป็นจริง ข้อนี้ไม่ได้บอกว่าพลังดังกล่าวมีจริง ในรูปแบบ While A, B คำว่า while เข้าใจได้ใกล้เคียงกับ «แม้ว่า A แต่ B» โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้งโดยยอมรับ A ก่อน แล้วเน้นข้อความ B ที่ตัดกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค "While the app is free, some advanced features require payment," คำว่า while ทำหน้าที่อะไร?

  1. แสดงว่าการกระทำสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
  2. ใช้เกริ่นความขัดแย้งในความหมายคล้าย although
  3. ถามว่าแอปจะเปิดให้ใช้ฟรีนานเท่าใด
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นความขัดแย้งในความหมายคล้าย although

For centuries,

0:32

เป็นเวลาหลายศตวรรษ

humans have claimed they really do have the power โน้ต

0:33

ที่มนุษย์อ้างว่าพวกเขามีพลังวิเศษจริงๆ

to control the motion of objects

0:36

ในการควบคุมการเคลื่อนที่ของวัตถุ

วลี

have the power to control: ความสามารถหรืออำนาจในการควบคุม

โครงสร้าง have the power to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีความสามารถ อำนาจ หรือพลังที่จำเป็นในการทำบางอย่าง ในที่นี้ the power to control the motion of objects กล่าวถึงความสามารถพิเศษที่มีผู้กล่าวอ้างว่าสามารถทำให้วัตถุเคลื่อนที่ได้ตามต้องการ power ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “ไฟฟ้า” วลี infinitive to control the motion of objects ระบุว่าพลังนี้ทำอะไรให้เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ have the power to + คำกริยารูปพื้นฐาน ได้ถูกต้องเพื่อแสดงอำนาจตามกฎหมาย

  1. Only the judge has the electricity to issue this order.
  2. Only the judge has the power for issue this order.
  3. Only the judge has the power to issue this order.
ดูคำตอบ

Only the judge has the power to issue this order.

using only their minds.

0:38

โดยใช้เพียงแค่จิตใจของพวกเขา

ไวยากรณ์

really do have the power: do ที่ใช้เน้นความหมาย

ใน really do have คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้น have ในประโยคบอกเล่า วลีนี้หมายถึง «มีจริง ๆ» หรือ «มีอย่างแน่นอน» ไม่ได้หมายถึง «ทำการมี» เนื่องจาก do รับหน้าที่ทางไวยากรณ์ของกาลปัจจุบัน have จึงคงรูปพื้นฐาน การเน้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่มนุษย์กล่าวอ้าง ทำให้คำกล่าวที่ถูกรายงานฟังหนักแน่น แต่ claimed หมายถึงเพียง «กล่าวอ้าง» ไม่ได้แปลว่าผู้เล่ายอมรับว่าพลังจิตนี้เป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยเน้นความหมายในกาลปัจจุบันให้สอดคล้องกับประธาน: She ____ remember your name.

ดูคำตอบ

does

Levitation,

0:40

การลอยตัวในอากาศ

opening doors at will, วลี

0:41

การเปิดประตูได้ดั่งใจ

วลี

at will: เมื่อใดก็ตามที่ต้องการ

at will เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวที่หมายถึงเมื่อใดก็ตามหรือบ่อยเท่าที่บุคคลนั้นต้องการ โดยการกระทำนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าตัว ใน opening doors at will หมายถึงสามารถเปิดประตูได้เมื่อเจ้าตัวต้องการ ในที่นี้ will เป็นคำนามที่หมายถึงการเลือกหรือเจตจำนงส่วนบุคคล ไม่ใช่คำกริยาช่วยบอกอนาคตเหมือนใน will open

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เมื่อใดก็ตามที่เธอต้องการ”: During rehearsal, the singer can change the ending ____.

ดูคำตอบ

at will

and spoon bending are all intriguing examples. วัฒนธรรม

0:43

และการงอช้อน ล้วนเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ

วัฒนธรรม

spoon bending ในฐานะการอ้างความสามารถทางจิต

ในการพูดถึงพลังจิตเคลื่อนวัตถุ spoon bending หมายถึงการอ้างว่าสามารถใช้จิตทำให้ช้อนโลหะงอได้ แทนที่จะใช้แรงมือธรรมดา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่คุ้นเคยในการแสดงพลังจิตและข้อถกเถียงเรื่องเหนือธรรมชาติ ไม่ได้หมายถึงการใช้มืองอช้อนแบบทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในการพูดถึงพลังจิตเคลื่อนวัตถุ spoon bending น่าจะหมายถึงอะไร

  1. การใช้มืองอช้อนแบบธรรมดา
  2. การอ้างว่าใช้จิตทำให้ช้อนงอ
  3. วิธีผลิตช้อนในโรงงาน
ดูคำตอบ

การอ้างว่าใช้จิตทำให้ช้อนงอ

It happens in The Matrix

0:47

มันเกิดขึ้นในเรื่อง The Matrix

when Neo freezes bullets mid-air,

0:48

เมื่อนีโอหยุดกระสุนกลางอากาศ

and it's a skill that Yoda has honed to a T. สำนวน

0:50

และมันเป็นทักษะที่โยดาฝึกฝนมาจนเชี่ยวชาญ

สำนวน

hone a skill to a T: ฝึกฝนทักษะจนแม่นยำสมบูรณ์แบบ

To hone a skill หมายถึงการพัฒนาทักษะด้วยการฝึกซ้ำ ๆ ส่วน to a T เป็นสำนวนที่หมายถึง “อย่างแม่นยำ” หรือ “อย่างสมบูรณ์แบบ” ในประโยคนี้ ทักษะดังกล่าวคือสิ่งที่โยดาฝึกฝน ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงหมายความว่าเขาพัฒนาทักษะนั้นจนอยู่ในระดับที่สูงและแม่นยำมาก T ในที่นี้ไม่ใช่รูปร่างทางกายภาพหรือสิ่งของในฉาก ให้เข้าใจ to a T เป็นวลีตายตัวหนึ่งวลี แทนที่จะแยกตีความตัวอักษร T

แบบฝึกหัด

“Yoda has honed the skill to a T” หมายความว่าอย่างไร

  1. โยดาดัดทักษะนั้นให้เป็นรูปร่างตัวอักษร T
  2. โยดาเพิ่งเริ่มฝึกทักษะนั้น
  3. โยดาฝึกฝนทักษะนั้นจนสามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยมและแม่นยำมาก
ดูคำตอบ

โยดาฝึกฝนทักษะนั้นจนสามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยมและแม่นยำมาก

But is telekinesis real ลำดับความ

0:54

แต่การเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยพลังจิตมีอยู่จริงหรือ

or just as fictional as Carrie,

0:55

หรือเป็นเพียงเรื่องแต่งเหมือนกับแครี่

Yoda, and Neo combined?

0:58

โยดา และนีโอรวมกัน?

ลำดับความ

is telekinesis real or just as fictional as ...? — การตั้งคำถามหลักเพื่อนำเข้าสู่การสืบค้น

คำถามนี้เสนอความเป็นไปได้ที่ตรงข้ามกันสองทาง คือพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุมีจริง หรือเป็นเรื่องแต่งเช่นเดียวกับ Carrie, Yoda และ Neo ในที่นี้ combined ทำให้การเปรียบเทียบหนักแน่นขึ้นด้วยการรวมตัวละครสมมติทั้งสามเข้าด้วยกัน ในงานเขียนเชิงอธิบาย คำถามลักษณะนี้จะรวบตัวอย่างก่อนหน้าให้เป็นประเด็นหลักหนึ่งเรื่อง และส่งสัญญาณว่าส่วนที่เหลือของการสืบค้นจะตรวจสอบอะไร คำถามนี้จึงเป็นคำถามนำทาง ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

แบบฝึกหัด

คำถามที่เน้นไว้มีหน้าที่หลักอย่างไรในโครงสร้างของคำอธิบายนี้?

  1. เปลี่ยนหัวข้อจากพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุไปเป็นนักแสดงที่รับบทตัวละครเหล่านั้น
  2. ให้ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ขั้นสุดท้ายว่าพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุมีจริง
  3. รวบรวมตัวอย่างสมมติก่อนหน้าและเสนอประเด็นหลักที่จะสืบค้นต่อไป
ดูคำตอบ

รวบรวมตัวอย่างสมมติก่อนหน้าและเสนอประเด็นหลักที่จะสืบค้นต่อไป

To investigate,

1:00

ในการตรวจสอบ

we need to evaluate telekinetic claims

1:01

เราต้องประเมินข้อกล่าวอ้างเรื่องพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุ

through a scientific lens, สำนวน

1:04

ผ่านมุมมองทางวิทยาศาสตร์

สำนวน

through a scientific lens: วิเคราะห์ด้วยเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์

วลี through a scientific lens เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบที่หมายถึงการพิจารณาบางสิ่งจากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ ในที่นี้ lens ไม่ได้หมายถึงแผ่นกระจกจริง แต่หมายถึงมุมมองหรือกรอบความคิดที่ใช้ศึกษาประเด็นหนึ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าจะประเมินคำกล่าวอ้างอย่างไร คือใช้หลักฐาน การทดสอบ และวิธีการทางวิทยาศาสตร์ แทนที่จะเชื่อเรื่องเล่าทันที รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ through a/an + adjective + lens

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ through a scientific lens บอกให้ผู้อ่านทำอะไร?

  1. มองคำกล่าวอ้างผ่านแผ่นกระจกในห้องทดลอง
  2. ถ่ายภาพคำกล่าวอ้างด้วยกล้องชนิดพิเศษ
  3. ประเมินคำกล่าวอ้างโดยใช้หลักฐานและวิธีการทางวิทยาศาสตร์
ดูคำตอบ

ประเมินคำกล่าวอ้างโดยใช้หลักฐานและวิธีการทางวิทยาศาสตร์

using the scientific method. การใช้คำ

1:06

โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์

การใช้คำ

the scientific method: วิธีการทางวิทยาศาสตร์

the scientific method หรือวิธีการทางวิทยาศาสตร์ คือวิธีทดสอบแนวคิดอย่างเป็นระบบด้วยหลักฐานที่สังเกตได้ โดยทั่วไปประกอบด้วยการตั้งสมมติฐานที่ทดสอบได้ การรวบรวมหลักฐานผ่านการสังเกตหรือการทดลองแบบควบคุม การวิเคราะห์ผล และการตรวจสอบว่าสามารถทำซ้ำผลนั้นได้หรือไม่ ในประโยคนี้ using the scientific method แสดงว่าการทดสอบโดยอาศัยหลักฐานเป็นมาตรฐานในการตรวจสอบข้อกล่าวอ้าง คำว่า method ในที่นี้หมายถึงกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงวิธีที่สะดวกในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงถึงการใช้ the scientific method ได้ดีที่สุด

  1. เลือกคำอธิบายที่ฟังดูน่าตื่นเต้นที่สุด
  2. ทดสอบสมมติฐานด้วยการสังเกตแบบควบคุมและการทดลองที่ทำซ้ำได้
  3. ยอมรับข้อกล่าวอ้างเพราะมีคนจำนวนมากพูดซ้ำ
ดูคำตอบ

ทดสอบสมมติฐานด้วยการสังเกตแบบควบคุมและการทดลองที่ทำซ้ำได้

Telekinesis is part of the discipline การใช้คำ

1:08

การเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยพลังจิตเป็นส่วนหนึ่งของสาขาวิชา

called parapsychology,

1:10

ที่เรียกว่า ปรจิตวิทยา

การใช้คำ

the discipline called parapsychology: สาขาวิชาที่เรียกว่าปรจิตวิทยา

discipline ในที่นี้หมายถึงสาขาการศึกษาที่มีการจัดระบบ ไม่ได้หมายถึงกฎระเบียบหรือการลงโทษ ส่วน called parapsychology ใช้บอกชื่อสาขา และเป็นรูปย่อของ that is called parapsychology parapsychology คือสาขาที่ศึกษาปรากฏการณ์ที่มีการรายงาน เช่น การส่งกระแสจิตหรือการเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยพลังจิต การเรียกสาขานี้ว่า discipline เป็นเพียงการระบุว่าเป็นสาขาการศึกษา ไม่ได้หมายความว่าชุมชนวิทยาศาสตร์โดยทั่วไปยอมรับข้อกล่าวอ้างของสาขานี้แล้ว

แบบฝึกหัด

ในวลี the discipline called parapsychology คำว่า discipline หมายถึงอะไร

  1. ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมของตนเอง
  2. การลงโทษจากการฝ่าฝืนกฎ
  3. สาขาวิชาการหรือสาขาการวิจัย
ดูคำตอบ

สาขาวิชาการหรือสาขาการวิจัย

in which researchers study psychic phenomena. ไวยากรณ์

1:12

ซึ่งนักวิจัยศึกษาเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางจิต

ไวยากรณ์

in which ...: อนุประโยคสัมพัทธ์แบบเป็นทางการ

in which ใช้นำอนุประโยคสัมพัทธ์ที่เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับคำนามที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้ which หมายถึงสาขาวิชาที่เรียกว่าจิตศาสตร์พิเศษ และ in แสดงว่าการวิจัยเกิดขึ้นภายในสาขานั้น ส่วน psychic phenomena ในที่นี้หมายถึงปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติหรือเกี่ยวกับจิตที่มีการกล่าวอ้าง ไม่ใช่กระบวนการทางจิตวิทยาทั่วไป โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการนิยามสาขา องค์กร ระบบ หรือสภาพแวดล้อมด้วยการอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นภายในสิ่งนั้น เมื่อความหมายคือ “ในสถานที่ สาขา หรือสถานการณ์นั้น” in which จะเป็นทางการกว่า where

แบบฝึกหัด

เติมวลีแบบเป็นทางการ “คำบุพบท + which” ที่หมายถึง “ภายในระบบนี้” ลงในประโยค: They designed a system ____ every result is checked twice.

ดูคำตอบ

in which

Parapsychologists regard what they do as a science, วลี

1:15

นักปรจิตวิทยามองว่าสิ่งที่พวกเขาทำคือวิทยาศาสตร์

วลี

regard X as Y: มองหรือจัดประเภท X ว่าเป็น Y

regard X as Y หมายถึง “มองหรือจัดประเภท X ว่าเป็น Y” ในที่นี้ X คือ what they do หรือสิ่งที่พวกเขาทำ ส่วน Y คือ a science ซึ่งเป็นประเภทที่พวกเขากำหนดให้แก่งานนั้น ประโยคนี้รายงานมุมมองของนักจิตศาสตร์พิเศษเอง ไม่ได้บอกว่าผู้บรรยายหรือนักวิทยาศาสตร์คนอื่นเห็นด้วยกับการจัดประเภทนี้ ในโครงสร้างนี้ as ใช้นำสถานะ ประเภท หรือคุณสมบัติที่กำหนดให้แก่ X

แบบฝึกหัด

ใช้ regard X as Y เติมประโยคให้สมบูรณ์: Many people ____ kindness ____ a strength.

ดูคำตอบ

regard · as

but other scientists disagree.

1:18

แต่นักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ไม่เห็นด้วย

Let's start with a few basic observations. ลำดับความ

1:20

มาเริ่มจากการสังเกตขั้นพื้นฐานกันก่อน

ลำดับความ

มาเริ่มจากข้อสังเกตพื้นฐานสองสามข้อกัน

ประโยคนี้เป็นสัญญาณที่ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย Let's start with... ชวนให้ผู้ฟังสนใจหัวข้อแรกก่อน ส่วน a few basic observations บอกล่วงหน้าว่าจะมีประเด็นหลายข้อตามมา observations ในที่นี้หมายถึงข้อสังเกตหรือข้อค้นพบเบื้องต้นที่ผ่านการพิจารณา ไม่ได้หมายถึงแค่สิ่งที่มองเห็นด้วยตา ประโยคนี้จึงพาคำอธิบายจากบทนำเข้าสู่การเสนอแนวคิดอย่างเป็นลำดับ

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้มีหน้าที่หลักอย่างไรในคำอธิบาย

  1. ขอให้ผู้ฟังทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์
  2. บอกว่าผู้พูดอธิบายจบแล้ว
  3. บอกว่าต่อไปจะนำเสนอประเด็นเบื้องต้นหลายข้อ
ดูคำตอบ

บอกว่าต่อไปจะนำเสนอประเด็นเบื้องต้นหลายข้อ

Observation number one:

1:23

ข้อสังเกตที่หนึ่ง:

While there are loads of anecdotes วลี

1:25

แม้ว่าจะมีเรื่องเล่ามากมาย

out there about telekinesis,

1:26

เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยพลังจิต

there's no scientific proof that it exists. วลี

1:28

แต่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่ามันมีอยู่จริง

วลี

เรื่องเล่ามากมายที่แพร่หลายในสังคม

Loads of เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการที่มีความหมายว่า many หรือ a lot of ส่วน anecdotes คือเรื่องราวส่วนตัวหรือรายงานเฉพาะราย และ out there หมายถึงกำลังแพร่หลายหรือมีอยู่ในสังคมโดยทั่วไป ไม่ได้หมายถึงอยู่ในสถานที่จริงแห่งใดแห่งหนึ่ง อนุประโยคที่ใช้ while ยอมรับก่อนว่ามีเรื่องราวแบบนี้อยู่มาก แต่เป็นการเตรียมความขัดแย้งกับ no scientific proof กล่าวคือ จำนวนเรื่องเล่าที่มากไม่ได้พิสูจน์ข้ออ้างนั้นในทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ loads of anecdotes out there ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. เรื่องเหล่านั้นถูกเก็บไว้ในสถานที่กลางแจ้งแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ
  2. มีเรื่องราวหรือรายงานส่วนตัวจำนวนมากกำลังแพร่หลายในสังคม
  3. งานวิจัยแบบควบคุมจำนวนมากได้พิสูจน์ข้ออ้างนั้นทางวิทยาศาสตร์แล้ว
ดูคำตอบ

มีเรื่องราวหรือรายงานส่วนตัวจำนวนมากกำลังแพร่หลายในสังคม

วลี

there's no scientific proof that it exists: ไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่ามันมีอยู่จริง

There's เป็นรูปย่อของ there is โครงสร้าง there is no + คำนาม + อนุประโยค that ใช้บอกว่าข้อกล่าวอ้างหนึ่งไม่มีหลักฐานสนับสนุนชนิดที่ระบุไว้ ที่นี่ that it exists คือข้อกล่าวอ้างที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และ it หมายถึง telekinesis เรื่องเล่าสามารถบรรยายประสบการณ์ได้ แต่เรื่องเล่าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถพิสูจน์ข้อกล่าวอ้างในทางวิทยาศาสตร์ได้ no scientific proof หมายความว่าข้อกล่าวอ้างนั้นยังไม่ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าข้อกล่าวอ้างนั้นผิด

แบบฝึกหัด

ข้อใดตรงกับความหมายของ "there's no scientific proof that it exists" มากที่สุด

  1. ข้อกล่าวอ้างนั้นยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นจริงด้วยข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์
  2. วิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่าข้อกล่าวอ้างนั้นผิด
  3. ไม่เคยมีใครรายงานข้อกล่าวอ้างนั้นเลย
ดูคำตอบ

ข้อกล่าวอ้างนั้นยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นจริงด้วยข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์

No studies conducted according to the scientific method ไวยากรณ์

1:31

ไม่มีการศึกษาใดที่ดำเนินการตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

and repeated under lab conditions

1:34

และทำซ้ำภายใต้เงื่อนไขในห้องปฏิบัติการ

can show that it's real.

1:36

ที่สามารถแสดงได้ว่ามันเป็นของจริง

ไวยากรณ์

studies conducted ... and repeated under lab conditions: งานวิจัยที่ดำเนินการและทำซ้ำภายใต้สภาวะห้องปฏิบัติการ

ในนามวลีที่เน้น conducted according to the scientific method และ repeated under lab conditions เป็นวลี past participle สองวลีที่เชื่อมกันและวางไว้หลัง studies ทั้งสองวลีขยาย studies โดยบอกว่างานวิจัยเหล่านั้นถูกดำเนินตามวิธีที่ระบุและถูกทำซ้ำภายใต้สภาวะที่กล่าวถึง โครงสร้างนี้เป็นรูปย่อของ studies that were conducted according to the scientific method and that were repeated under lab conditions เมื่อตัดส่วนขยายออกจะเห็นโครงหลักของประโยคคือ No studies can show that it's real ส่วน conducted และ repeated ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค

แบบฝึกหัด

ข้อใดขยายวลีที่เน้นไว้อย่างถูกต้อง โดยยังให้ส่วนขยายทั้งสองขยาย studies

  1. studies that were conducted according to the scientific method while the lab conditions were repeated
  2. studies that were conducted according to the scientific method and that were repeated under lab conditions
  3. studies that conducted according to the scientific method and repeated the lab conditions
ดูคำตอบ

studies that were conducted according to the scientific method and that were repeated under lab conditions

In the 1930s,

1:38

ในช่วงทศวรรษที่ 1930

the so-called father of parapsychology, การใช้คำ

1:39

ผู้ที่ถูกเรียกว่าบิดาแห่งปรจิตวิทยา

Joseph Banks Rhine,

1:42

โจเซฟ แบงก์ส ไรน์

การใช้คำ

ผู้ที่เรียกกันว่าเป็นบิดาแห่งพาราจิตวิทยา

ในที่นี้ father of parapsychology เป็นสมญาเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงผู้ชายที่ได้รับการมองว่าเป็นผู้ก่อตั้งหรือผู้นำคนสำคัญในยุคแรกของสาขานี้ คำว่า father ไม่ได้บอกความสัมพันธ์ทางครอบครัว so-called นำเสนอสมญานี้ว่าเป็นคำเรียกที่คนอื่นใช้ คำนี้มักทำให้ผู้พูดเว้นระยะจากสมญา คือเพียงรายงานคำเรียกโดยไม่ได้ยอมรับอย่างเต็มที่ และอาจแสดงความสงสัยด้วย ในประโยคนี้วลีดังกล่าวใช้ระบุตัวไรน์พร้อมกับสงวนท่าทีต่อสมญานั้น

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ the so-called father of parapsychology ในประโยคได้เหมาะสมที่สุด

  1. ตำแหน่งทางการที่ผู้พูดยอมรับอย่างเต็มที่โดยไม่ตั้งข้อสงสัย
  2. ผู้ชายที่ถูกบรรยายว่าเป็นบุคคลผู้วางรากฐานพาราจิตวิทยา แต่ผู้พูดเว้นระยะจากสมญานั้นอยู่บ้าง
  3. พ่อแท้ ๆ ของคนที่ศึกษาพาราจิตวิทยา
ดูคำตอบ

ผู้ชายที่ถูกบรรยายว่าเป็นบุคคลผู้วางรากฐานพาราจิตวิทยา แต่ผู้พูดเว้นระยะจากสมญานั้นอยู่บ้าง

tested in the lab

1:43

ได้ทำการทดสอบในห้องปฏิบัติการ

whether people could use telekinesis

1:45

ว่าผู้คนสามารถใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุ

to make a dice roll ไวยากรณ์

1:47

เพื่อทำให้ลูกเต๋าทอยออกมา

the way they wanted it to.

1:48

ในแบบที่พวกเขาต้องการได้หรือไม่

ไวยากรณ์

โครงสร้าง make a dice roll ... wanted it to

make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ทำให้กรรมทำบางอย่าง” ใน make a dice roll กลุ่มคำนาม a dice เป็นกรรม และ roll เป็นกริยารูปพื้นฐาน จึงไม่มี to หน้า roll the way they wanted it to อธิบายวิธีหรือผลลัพธ์ที่ต้องการ หลัง wanted it to มีการละ roll เพราะคำนี้ปรากฏมาก่อนแล้ว ให้เข้าใจเต็ม ๆ ว่า the way they wanted it to roll ส่วน to ที่ยังอยู่เป็นส่วนของ want it to ไม่ใช่โครงสร้างหลัง make

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยารูปพื้นฐานที่ให้ไว้ในวงเล็บ: The coach made the players ____ the drill the way she wanted them to. (repeat)

ดูคำตอบ

repeat

But afterwards,

1:50

แต่หลังจากนั้น

scientists couldn't replicate his results. การใช้คำ

1:51

นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถทำซ้ำผลลัพธ์ของเขาได้

การใช้คำ

replicate his results ในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ replicate someone's results หมายถึงทำการทดลองซ้ำด้วยวิธีเดิมหรือวิธีที่ใกล้เคียงมาก แล้วได้ข้อค้นพบแบบเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงการคัดลอกไฟล์หรือเพียงนำตัวเลขที่รายงานไว้มาพูดซ้ำ ในที่นี้ นักวิทยาศาสตร์คนอื่นไม่สามารถได้ผลที่ Rhine รายงานไว้อีกครั้ง ดังนั้นข้อค้นพบเดิมจึงน่าเชื่อถือในฐานะหลักฐานได้น้อยลง

แบบฝึกหัด

ในรายงานวิจัย “Another team replicated the results” หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาทำการทดสอบซ้ำและได้ข้อค้นพบแบบเดียวกัน
  2. พวกเขาคัดลอกตัวเลขไปไว้ในเอกสารใหม่
  3. พวกเขาอ่านรายงานและเห็นด้วยกับข้อสรุป
ดูคำตอบ

พวกเขาทำการทดสอบซ้ำและได้ข้อค้นพบแบบเดียวกัน

And since replication is key วลี

1:53

และเนื่องจากการทำซ้ำคือกุญแจสำคัญ

to proving an idea,

1:55

ในการพิสูจน์แนวคิด

วลี

replication is key to proving an idea: โครงสร้าง be key to + -ing

X is key to Y หมายความว่า X สำคัญอย่างมากต่อการบรรลุ Y ในประโยคนี้ การได้ผลเดิมซ้ำถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพิสูจน์ว่าแนวคิดนั้นน่าเชื่อถือ ในโครงสร้าง be key to คำว่า to เป็นคำบุพบท ดังนั้นถ้าตามด้วยคำกริยา ปกติใช้รูป -ing: key to proving ไม่ใช่ key to prove และยังตามด้วยคำนามได้ เช่น key to success

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ solve เพื่อเติมประโยค: Clear communication is key to ____ the problem.

ดูคำตอบ

solving

that was a problem.

1:56

นั่นจึงกลายเป็นปัญหา

Aside from scientists, ลำดับความ

1:58

นอกเหนือจากนักวิทยาศาสตร์แล้ว

ลำดับความ

Aside from scientists ที่ใช้เชื่อมไปยังข้อมูลเพิ่มเติม

ในประโยคนี้ Aside from scientists หมายถึง “นอกจากนักวิทยาศาสตร์แล้ว ยังมี...” คำว่า also ที่ตามมายืนยันว่านักวิทยาศาสตร์ยังอยู่ในขอบเขตการพูดถึง และมีการเพิ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามา เมื่ออยู่ต้นประโยค Aside from X, สามารถเชื่อมความคิดโดยกล่าวถึงกลุ่มที่พูดไปแล้ว ก่อนจะนำเสนอกลุ่มหรือมุมมองใหม่ เป็นการจัดลำดับข้อมูล ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Aside from scientists, there are also countless self-proclaimed telekinetics,” วลีต้นประโยคทำหน้าที่อะไร

  1. เพิ่มคนอีกกลุ่มเข้ามาในประเด็นต่อจากนักวิทยาศาสตร์
  2. บอกว่าคนอื่นยืนอยู่ข้างนักวิทยาศาสตร์
  3. ตัดนักวิทยาศาสตร์ออกจากประเด็น
ดูคำตอบ

เพิ่มคนอีกกลุ่มเข้ามาในประเด็นต่อจากนักวิทยาศาสตร์

there are also countless self-proclaimed telekinetics. การใช้คำ

1:59

ยังมีผู้ที่อ้างตนว่ามีพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุอีกนับไม่ถ้วน

การใช้คำ

self-proclaimed telekinetics: คำเรียกตนเองที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

Self-proclaimed ขยายคำว่า telekinetics โดยบอกว่าคนเหล่านี้เรียกตนเองด้วยคำดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่ามีผู้อื่นยืนยันความสามารถที่พวกเขากล่าวอ้าง ในที่นี้ telekinetics หมายถึงคนที่อ้างว่าสามารถเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยความคิด การเลือกใช้ self-proclaimed ทำให้ผู้พูดรายงานคำเรียกนั้นโดยไม่ได้รับรองว่าเป็นจริง คำนี้มักสร้างระยะห่างและอาจสื่อถึงความสงสัยหรือการวิจารณ์เล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความ: หากผู้เขียนเรียกใครว่า self-proclaimed expert ถ้อยคำนี้หมายความว่าบุคคลนั้นได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

But all have been exposed as tricksters วลี

2:03

แต่ทั้งหมดก็ถูกเปิดโปงว่าเป็นนักต้มตุ๋น

วลี

have been exposed as tricksters: ถูกเปิดโปงว่าเป็นนักต้มตุ๋น

โครงสร้างกรรมวาจก be exposed as + ตัวตนหรือคำบรรยาย หมายถึงความจริงที่ถูกซ่อนไว้เกี่ยวกับใครบางคนถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ในที่นี้ exposed as tricksters หมายถึงหลักฐานแสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้เป็นผู้หลอกลวง ไม่ได้หมายความว่าร่างกายของพวกเขาถูกปล่อยให้สัมผัสสิ่งภายนอก have been exposed เป็น present perfect แบบกรรมวาจก การเปิดโปงเกิดขึ้นก่อนเวลาปัจจุบันและผลยังสำคัญอยู่ตอนนี้ สำนวนนี้แรงกว่าการพูดเพียงว่าพบว่าพวกเขาคิดผิด เพราะสื่อว่าการหลอกลวงถูกเปิดโปงแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างตายตัว be exposed + ตัวตน ให้สมบูรณ์: After the investigation, the fake expert was exposed ____ a fraud.

ดูคำตอบ

as

or can't perform under conditions วลี

2:06

หรือไม่สามารถแสดงความสามารถได้ในเงื่อนไข

where they're not totally in control,

2:08

ที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้อย่างเต็มที่

วลี

perform under conditions where they're not totally in control: แสดงความสามารถภายใต้เงื่อนไขที่ควบคุมไม่ได้ทั้งหมด

perform ในที่นี้หมายถึงการทำให้เกิดผลลัพธ์ที่คาดหวังหรือแสดงความสามารถที่กล่าวอ้าง ไม่ใช่การแสดงเพื่อผู้ชม ส่วน under conditions ใช้เกริ่นถึงสภาวะของการทดสอบ อนุประโยคขยาย where they're not totally in control อธิบายสภาวะเหล่านั้นว่า บุคคลอื่นหรือกฎต่าง ๆ จำกัดความสามารถของพวกเขาในการควบคุมการจัดการทดสอบ เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้หมายความว่าพวกเขาไม่สามารถแสดงความสามารถได้เมื่อสภาพแวดล้อมการทดสอบไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของตนอย่างเต็มที่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ perform under conditions where they're not totally in control หมายถึงอะไร

  1. ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมขณะที่อีกคนหนึ่งจัดการเวที
  2. รักษาความสงบทางอารมณ์ทุกครั้งที่การทดสอบยากขึ้น
  3. แสดงความสามารถที่กล่าวอ้างได้สำเร็จในสภาพแวดล้อมการทดสอบที่พวกเขาควบคุมไม่ได้ทั้งหมด
ดูคำตอบ

แสดงความสามารถที่กล่าวอ้างได้สำเร็จในสภาพแวดล้อมการทดสอบที่พวกเขาควบคุมไม่ได้ทั้งหมด

suggesting that they manipulate the situation ไวยากรณ์

2:10

ซึ่งบ่งชี้ว่าพวกเขาควบคุมสถานการณ์

to get the results they want.

2:13

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

ไวยากรณ์

suggesting that they manipulate the situation: การอนุมานจากหลักฐาน

ในที่นี้ suggesting that ใช้เกริ่นข้อสรุปที่อนุมานจากสถานการณ์ซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า อนุประโยค -ing นี้ขยายความหลักฐานก่อนหน้าและชี้ไปยังข้อสรุปว่าพวกเขาควบคุมสถานการณ์ ในโครงสร้างนี้ suggest หมายถึง “บ่งชี้” หรือ “ทำให้เห็นว่าบางอย่างน่าจะเป็นจริง” ไม่ได้หมายถึง “แนะนำ” ส่วนอนุประโยค that บอกข้อสรุปที่อนุมานได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The laptop was still warm, suggesting that someone had used it recently.” suggesting that ทำหน้าที่อะไร

  1. ให้คำแนะนำว่าใครบางคนควรทำอะไร
  2. แสดงว่าหลักฐานก่อนหน้าอาจหมายถึงอะไร
  3. เกริ่นคำพูดตรงของใครบางคน
ดูคำตอบ

แสดงว่าหลักฐานก่อนหน้าอาจหมายถึงอะไร

Today, there's even a huge stash of prize money การใช้คำ

2:15

ทุกวันนี้ มีแม้กระทั่งเงินรางวัลจำนวนมหาศาล

การใช้คำ

a huge stash of prize money: เงินรางวัลก้อนใหญ่ที่เก็บเตรียมไว้

stash คือของจำนวนหนึ่งหรือของสำรองที่เก็บไว้ในที่ใดที่หนึ่งเพื่อใช้ภายหลัง มักใช้กับเงิน อาหาร หรือสิ่งของที่มีประโยชน์อื่น ๆ a huge stash of prize money หมายถึงมีเงินจำนวนมากถูกกันไว้และพร้อมใช้เป็นรางวัล stash เป็นคำที่ให้ภาพชัดและไม่เป็นทางการ ทำให้เงินดูเหมือนกองของหรือเงินสำรองที่เก็บไว้ แทนที่จะเป็นยอดเงินแบบกลาง ๆ ในรายงานทางการเงิน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ a huge stash of prize money ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. รางวัลชิ้นเล็กหนึ่งชิ้นที่ถูกซ่อนไว้โดยบังเอิญ
  2. ชื่อหมวดบัญชีอย่างเป็นทางการสำหรับเงินรางวัล
  3. เงินรางวัลจำนวนมากที่เตรียมไว้ โดยใช้คำบรรยายแบบไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

เงินรางวัลจำนวนมากที่เตรียมไว้ โดยใช้คำบรรยายแบบไม่เป็นทางการ

available from lots of organizations

2:18

จากองค์กรต่างๆ มากมาย

for anyone who can prove

2:20

สำหรับใครก็ตามที่สามารถพิสูจน์ได้

that psychic abilities like telekinesis are real. การใช้คำ

2:22

ว่าความสามารถทางจิตอย่างการเคลื่อนย้ายวัตถุนั้นมีจริง

การใช้คำ

psychic abilities like telekinesis: พลังจิตเหนือธรรมชาติ เช่น การเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยจิต

ในบริบทนี้ psychic abilities หมายถึงพลังของจิตที่อ้างว่าเหนือกว่าประสาทสัมผัสทั่วไปหรือกระบวนการทางกายภาพที่รู้จัก ไม่ได้หมายถึงทักษะด้านความคิดหรือจิตวิทยาทั่วไป วลี like telekinesis ยกตัวอย่างหนึ่งของหมวดที่กว้างกว่า โดย telekinesis คือความสามารถที่เชื่อกันว่าใช้จิตเคลื่อนย้ายวัตถุได้ จึงเข้าใจวลีนี้ได้ว่า “พลังจิตเหนือธรรมชาติ เช่น เทเลคิเนซิส”

แบบฝึกหัด

psychic abilities like telekinesis ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. พลังเหนือธรรมชาติของจิตที่อ้างว่ามีจริง โดยมีเทเลคิเนซิสเป็นหนึ่งในตัวอย่าง
  2. กำลังกายที่ใช้เคลื่อนย้ายสิ่งของหนัก
  3. ทักษะทั่วไปในการจัดการความคิดและอารมณ์
ดูคำตอบ

พลังเหนือธรรมชาติของจิตที่อ้างว่ามีจริง โดยมีเทเลคิเนซิสเป็นหนึ่งในตัวอย่าง

But these riches remain unclaimed. วลี

2:25

แต่ความมั่งคั่งเหล่านี้ก็ยังไม่มีใครมาอ้างสิทธิ์

วลี

remain unclaimed: ยังคงไม่มีใครมาอ้างสิทธิ์หรือรับไป

remain + คำคุณศัพท์ หมายถึงคนหรือสิ่งของยังคงอยู่ในสภาพเดิม unclaimed หมายถึงยังไม่มีใครอ้างสิทธิ์หรือมารับ ดังนั้น remain unclaimed จึงหมายถึง “ยังคงไม่มีใครอ้างสิทธิ์หรือรับไป” ในที่นี้ โครงสร้างดังกล่าวเน้นว่าสถานะของ riches ซึ่งหมายถึงเงินรางวัลที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง มากกว่าจะเน้นคนที่ไม่สามารถรับรางวัลได้

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์เป้าหมายที่หมายถึง “ไม่มีใครอ้างสิทธิ์” ลงในประโยค: Although the contest ended a month ago, the cash prize remains ____.

ดูคำตอบ

unclaimed

Observation number two:

2:28

ข้อสังเกตที่สอง:

When we investigate telekinesis,

2:30

เมื่อเราสืบสวนเรื่องการเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยพลังจิต

there's no consensus วลี

2:32

มันไม่มีข้อตกลงร่วมกัน

about what exactly is being measured.

2:33

ว่าสิ่งที่วัดอยู่นั้นคืออะไรกันแน่

วลี

ไม่มีฉันทามติว่ากำลังวัดอะไรกันแน่

There's no consensus about... หมายถึงคนในกลุ่มยังไม่ได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องกันอย่างกว้างขวางในประเด็นหนึ่ง consensus มีความหมายมากกว่าแค่ฝ่ายหนึ่งได้คะแนนเสียงมากกว่า เพราะเน้นความเห็นร่วมกันของกลุ่ม what exactly is being measured เป็นคำถามที่ซ้อนอยู่หลัง about และระบุว่าประเด็นใดยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what ... is being measured ไม่ใช่ what is it being measured

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการจากบทเรียน: After months of debate, there is ____ how the funds should be spent.

ดูคำตอบ

no consensus about

Are powerful Yoda-like brain waves at work, การใช้คำ

2:36

คลื่นสมองที่ทรงพลังแบบโยดากำลังทำงานอยู่

perhaps?

2:38

หรือเปล่านะ?

การใช้คำ

at work: กำลังทำงานหรือส่งผลอยู่

at work ในที่นี้หมายถึงกำลังทำงานหรือส่งผลอยู่ เนื่องจากประธานคือ powerful Yoda-like brain waves ซึ่งเป็นพลังในจินตนาการ วลีนี้จึงไม่ได้หมายถึงคนที่อยู่ในสถานที่ทำงาน คำถามนี้เสนอแบบขำ ๆ ว่าอาจมีกลไกที่มองไม่เห็นกำลังก่อให้เกิดบางสิ่ง โดยทั่วไป แรง ปัจจัย หรือกระบวนการที่เป็นนามธรรมสามารถเป็น at work ได้เมื่อมันกำลังส่งผลต่อสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่หมายถึงกำลังทำงานหรือส่งผลอยู่: Several hidden factors are ____ here.

ดูคำตอบ

at work

Since nobody agrees, ไวยากรณ์

2:39

เนื่องจากไม่มีใครตกลงกันได้

it's difficult to apply a research standard, วลี

2:41

จึงเป็นเรื่องยากที่จะนำมาตรฐานการวิจัยมาใช้

ไวยากรณ์

since ที่บอกเหตุผลใน Since nobody agrees

ใน Since nobody agrees คำว่า since ใช้บอกเหตุผลและมีความหมายใกล้เคียงกับ because ตรงนี้ไม่ได้บอกจุดเริ่มต้นของเวลา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย since ให้เหตุผลเบื้องหลังผลลัพธ์ในประโยคหลัก กล่าวคือ เพราะไม่มีข้อสรุปที่เห็นพ้องกัน จึงนำมาตรฐานการวิจัยมาใช้ได้ยาก การใช้แบบบอกเหตุผลนี้มักนำเสนอเหตุผลเป็นบริบทของข้อความที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ใน Since the road is flooded, the bus cannot pass คำว่า Since บอกอะไร

  1. เวลาที่รถโดยสารเริ่มออกเดินทาง
  2. เหตุผลที่รถโดยสารผ่านไม่ได้
  3. ความขัดแย้งระหว่างถนนกับรถโดยสาร
ดูคำตอบ

เหตุผลที่รถโดยสารผ่านไม่ได้

something required in all other types of science,

2:43

ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในวิทยาศาสตร์ทุกแขนง

to test the validity of ideas. วลี

2:46

เพื่อทดสอบความถูกต้องของแนวคิด

วลี

apply a research standard: นำมาตรฐานการวิจัยมาใช้

ตรงนี้ apply หมายถึงนำบางสิ่งมาใช้จริง วลี apply a research standard หมายถึงใช้มาตรฐานการวิจัยเพื่อตรวจสอบว่าแนวคิดต่าง ๆ สมเหตุสมผลหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงการสมัครหรือขอมาตรฐาน โครงสร้างที่ใช้ได้ดีคือ apply + มาตรฐาน กฎ หรือวิธีการ + to + สิ่งที่ถูกประเมิน เช่น apply the same standard to every proposal

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ apply อย่างถูกต้องในความหมายว่านำมาตรฐานมาใช้

  1. The reviewers applied every report for the same standard.
  2. The reviewers applied the same standard to every report.
  3. The reviewers applied for the same standard every report.
ดูคำตอบ

The reviewers applied the same standard to every report.

วลี

to test the validity of ideas: ทดสอบความสมเหตุสมผลของความคิด

to test the validity of ideas หมายถึงการใช้หลักฐาน เหตุผล หรือวิธีการบางอย่างเพื่อตรวจสอบว่าความคิดนั้นสมเหตุสมผลและมีสิ่งสนับสนุนหรือไม่ ในที่นี้ validity หมายถึงความมีเหตุผลรองรับหรือความเหมาะสมกับจุดประสงค์ ไม่ใช่ช่วงเวลาก่อนที่สิ่งหนึ่งจะหมดอายุ วลี infinitive to test... แสดงจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าข้อกำหนดนั้นมีไว้เพื่อทำอะไร รูปแบบ test the validity of + idea, claim, method หรือ conclusion มีประโยชน์ในงานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์และการวิเคราะห์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการเป้าหมาย: The team ran a second study to ____ the original claim.

ดูคำตอบ

test the validity of

Observation number three:

2:49

ข้อสังเกตที่สาม:

The point of science is to discover the unknown. ไวยากรณ์

2:50

จุดประสงค์ของวิทยาศาสตร์คือการค้นพบสิ่งที่ไม่รู้

ไวยากรณ์

The point of X is to...: บอกจุดประสงค์หลักของ X

รูปแบบ The point of X is to + คำกริยา ใช้บอกจุดประสงค์หลักหรือเหตุผลสำคัญของ X ในประโยคนี้ point หมายถึง “จุดประสงค์” หรือ “ความหมายสำคัญ” ไม่ใช่จุดหรือคะแนน หลัง of ใช้คำนามหรือรูป -ing และหลัง to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น The point of the meeting is to decide รูปแบบนี้มักเน้นสิ่งที่สำคัญที่สุดของกิจกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย: The ____ the safety drill ____ prepare everyone for an emergency.

ดูคำตอบ

point of · is to

And in the history of scientific investigation,

2:54

และในประวัติศาสตร์ของการสืบสวนทางวิทยาศาสตร์

it's definitely happened

2:56

มันเคยเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

that new discoveries have gone against established science วลี

2:57

ที่การค้นพบใหม่ๆ ขัดแย้งกับวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับ

วลี

gone against established science: ขัดแย้งกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับ

ในที่นี้ gone against หมายถึง “ขัดแย้งกับ” หรือ “ไม่สอดคล้องกับ” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม established science หมายถึงแนวคิดและคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางแล้วในเวลานั้น วลีทั้งหมดนำเสนอว่าการค้นพบใหม่กำลังท้าทายกรอบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The latest results have gone against established science” วลีเป้าหมายหมายความว่าอย่างไร

  1. ผลเหล่านั้นเคลื่อนที่ออกจากอาคารวิทยาศาสตร์ในทางกายภาพ
  2. ผลเหล่านั้นขัดแย้งกับแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับแล้ว
  3. ผลเหล่านั้นพิสูจน์ว่าข้อกล่าวอ้างใหม่ทุกข้อถูกต้อง
ดูคำตอบ

ผลเหล่านั้นขัดแย้งกับแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับแล้ว

and even overturned whole branches of science. การใช้คำ

3:01

และถึงขั้นลบล้างสาขาของวิทยาศาสตร์ไปทั้งสาขา

การใช้คำ

overturned whole branches of science: พลิกกรอบความรู้ของวงการวิทยาศาสตร์ทั้งสาขาอย่างถึงราก

ในที่นี้ overturned ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงทำให้ทฤษฎีหรือกรอบความคิดที่ได้รับการยอมรับไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป ไม่ได้หมายถึงการทำให้สิ่งของพลิกคว่ำ branches of science หมายถึงสาขาหรือแขนงหลักของการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ whole เน้นขนาดของการเปลี่ยนแปลง การค้นพบเหล่านั้นไม่ได้เพียงเพิ่มรายละเอียดเล็กน้อย แต่ทำให้ทั้งสาขาเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดสนับสนุนประโยค “The discovery overturned the old theory” ได้ดีที่สุด

  1. มีคนพลิกหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ให้กลับหัว
  2. หลักฐานใหม่แสดงว่าข้ออ้างหลักของทฤษฎีนั้นไม่ถูกต้อง
  3. งานวิจัยหนึ่งเพิ่มรายละเอียดเล็กน้อยโดยไม่ได้เปลี่ยนทฤษฎี
ดูคำตอบ

หลักฐานใหม่แสดงว่าข้ออ้างหลักของทฤษฎีนั้นไม่ถูกต้อง

Such discoveries must be proven extra carefully ไวยากรณ์

3:04

การค้นพบดังกล่าวต้องได้รับการพิสูจน์อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

to withstand skepticism.

3:07

เพื่อให้ทนต่อความคลางแคลงใจได้

ไวยากรณ์

must be proven ... to withstand skepticism: ต้องได้รับการพิสูจน์เพื่อให้ทนต่อข้อกังขา

must be proven คือโครงสร้าง modal passive แบบ must + be + past participle โดย discoveries เป็นสิ่งที่ได้รับการพิสูจน์ และ must แสดงข้อกำหนดที่หนักแน่น ประโยคไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้พิสูจน์ extra carefully เพิ่มระดับความรอบคอบที่ต้องใช้ ส่วน to withstand skepticism บอกจุดประสงค์หรือมาตรฐานว่า การพิสูจน์ต้องหนักแน่นพอให้ข้อค้นพบยังน่าเชื่อถือเมื่อถูกตั้งคำถามและขอหลักฐาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ modal passive ได้ถูกต้องและสื่อว่าข้ออ้างต้องยังคงน่าเชื่อถือเมื่อถูกตั้งคำถาม

  1. The claim must be proven carefully to prevent anyone from asking questions.
  2. The claim must prove carefully to withstand skepticism.
  3. The claim must be proven carefully to withstand skepticism.
ดูคำตอบ

The claim must be proven carefully to withstand skepticism.

In the case of telekinesis,

3:09

ในกรณีของการเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยพลังจิต

the idea goes against established science,

3:11

แนวคิดนี้ขัดแย้งกับวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับ

but lacks the powerful evidence in favor of it. วลี

3:14

แต่ก็ยังขาดหลักฐานที่หนักแน่นมาสนับสนุน

วลี

lacks evidence in favor of it: ขาดหลักฐานที่สนับสนุนแนวคิดนั้น

lacks เป็นกริยา lack รูปเอกพจน์บุรุษที่สามและรับกรรมตรง: the idea lacks evidence หมายความว่าไม่มีหลักฐานสนับสนุนที่จำเป็น หรือหลักฐานนั้นไม่หนักแน่นเพียงพอ in favor of it ระบุว่าหลักฐานสนับสนุนฝ่ายใด นั่นคือหลักฐานที่สนับสนุนแนวคิดนี้ เป็นการพูดถึงการสนับสนุนในการให้เหตุผล ไม่ใช่ว่าใครคนหนึ่งชอบแนวคิดนี้เป็นการส่วนตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าหลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีหนึ่งมีไม่เพียงพอ

  1. The theory lacks strong evidence against it.
  2. The theory presents strong evidence in favor of it.
  3. The theory lacks strong evidence in favor of it.
ดูคำตอบ

The theory lacks strong evidence in favor of it.

Our universe is controlled and explained

3:17

จักรวาลของเราถูกควบคุมและอธิบายได้

by the laws of physics, การใช้คำ

3:19

ด้วยกฎทางฟิสิกส์

การใช้คำ

the laws of physics: หลักการตามธรรมชาติ ไม่ใช่กฎหมาย

วลี the laws of physics หมายถึงหลักการตามธรรมชาติที่ใช้อธิบายและคาดการณ์ว่าสสาร พลังงาน แรง และการเคลื่อนที่มีพฤติกรรมอย่างไร ในที่นี้ laws ไม่ได้หมายถึงกฎหมายที่รัฐบาลบัญญัติขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าจักรวาลอยู่ภายใต้หลักการทางฟิสิกส์ที่สอดคล้องกันและสามารถอธิบายได้ด้วยหลักการเหล่านั้น จึงเป็นพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับตัดสินว่าผลที่กล่าวอ้างนั้นเป็นไปได้หรือไม่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the laws of physics หมายถึงอะไร?

  1. คำแนะนำสำหรับชั้นเรียนวิชาฟิสิกส์
  2. หลักการตามธรรมชาติที่อธิบายว่าโลกทางกายภาพทำงานอย่างไร
  3. กฎหมายที่รัฐบาลออกมาเพื่อใช้กับนักวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ
ดูคำตอบ

หลักการตามธรรมชาติที่อธิบายว่าโลกทางกายภาพทำงานอย่างไร

and one of these laws tells

3:21

และหนึ่งในกฎเหล่านี้บอก

us that brain waves can't control objects

3:22

เราว่าคลื่นสมองไม่สามารถควบคุมวัตถุได้

because they're neither strong nor far-reaching enough ไวยากรณ์

3:25

เพราะมันไม่ได้แข็งแกร่งและไม่ได้ไปได้ไกลพอ

to influence anything outside of our skulls.

3:28

ที่จะไปส่งผลกระทบต่อสิ่งใดๆ ที่อยู่นอกกะโหลกศีรษะของเรา

ไวยากรณ์

neither strong nor far-reaching enough to influence: คุณสมบัติสองอย่างไม่ถึงระดับที่ต้องการ

รูปแบบ neither A nor B enough to do something บอกว่าคุณสมบัติสองอย่างต่างก็ไม่ถึงระดับที่จำเป็นต่อการทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ คลื่นสมองไม่แรงพอและไปได้ไม่ไกลพอที่จะมีอิทธิพลต่อสิ่งใดนอกกะโหลกศีรษะ ในบริบททางกายภาพนี้ far-reaching หมายถึงสามารถส่งไปหรือทำงานได้ในระยะไกล ไม่ได้ใช้ความหมายเชิงนามธรรมที่พบได้ทั่วไปว่าก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างหรือสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ neither ... nor ... enough to: The radio signal is ____ strong ____ stable enough ____ reach the basement.

ดูคำตอบ

neither · nor · to

Physics also tells

3:31

ฟิสิกส์ยังบอกอีกด้วย

us that the only forces that can influence objects from afar การใช้คำ

3:32

ว่าแรงเพียงอย่างเดียวที่สามารถมีอิทธิพลต่อวัตถุจากระยะไกลได้

are magnetic and gravitational.

3:36

คือแรงแม่เหล็กและแรงโน้มถ่วง

การใช้คำ

from afar: จากระยะไกล

from afar เป็นวลีวิเศษณ์ที่หมายถึง “จากสถานที่ห่างไกล” หรือ “จากระยะไกล” วลีนี้ขยายคำว่า influence และบอกระยะห่างระหว่างแหล่งที่มาของการกระทำกับวัตถุที่ได้รับผล ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นว่าแรงแม่เหล็กและแรงโน้มถ่วงสามารถออกแรงข้ามระยะห่างได้โดยไม่ต้องสัมผัสกันโดยตรง คำว่า afar มีความหมายเรื่องความห่างไกลอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “จากระยะไกล”: The photographer watched the nesting birds ____ so she would not disturb them.

ดูคำตอบ

from afar

Probably the closest thing to telekinesis วลี

3:39

สิ่งที่น่าจะใกล้เคียงกับการเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยพลังจิตมากที่สุด

that science can explain

3:41

ที่วิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้

is the use of thoughts to control a robotic arm. ไวยากรณ์

3:43

คือการใช้ความคิดควบคุมแขนกล

วลี

the closest thing to telekinesis: สิ่งที่ใกล้เคียงพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุมากที่สุด แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

โครงสร้าง the closest thing to X หมายถึง “บุคคล วัตถุ หรือประสบการณ์ที่คล้ายกับ X มากที่สุด” โครงสร้างนี้เปรียบเทียบสองสิ่งพร้อมรักษาขอบเขตสำคัญไว้ คือสิ่งที่ใกล้เคียง X ที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็น X จริง ๆ ในที่นี้ การควบคุมแขนกลด้วยความคิดถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุมากที่สุดและวิทยาศาสตร์อธิบายได้ ไม่ได้ถูกนำเสนอเป็นหลักฐานว่าพลังเหนือธรรมชาตินั้นมีอยู่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “สิ่งทดแทนที่ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่มี”: When the roads are closed, a virtual tour is ____ visiting the museum in person.

ดูคำตอบ

the closest thing to

ไวยากรณ์

โครงสร้าง the use of X to do Y

โครงสร้าง the use of X to do Y เปลี่ยนการกระทำ use X to do Y ให้เป็นวลีคำนาม ในที่นี้ X คือ thoughts และ to control a robotic arm บอกว่าความคิดนั้นถูกใช้ทำอะไร การทำให้เป็นคำนามแบบนี้ช่วยให้งานเขียนทางวิทยาศาสตร์กล่าวถึงกระบวนการทั้งหมดเป็นแนวคิดเดียวได้ ในบริบทนี้ thoughts หมายถึงกิจกรรมของสมองที่วัดได้และใช้เป็นสัญญาณควบคุม ไม่ใช่พลังลึกลับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง the use of X to do Y: The ____ sensors ____ detect movement is common in modern phones.

ดูคำตอบ

use of · to

In the brains of stroke patients who can't move, การใช้คำ

3:47

ในสมองของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

การใช้คำ

stroke patients: ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

stroke patients หมายถึงผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ในคำประสมแบบคำนาม+คำนามนี้ stroke ระบุภาวะทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย คำว่า brains และ who can't move เป็นเบาะแสที่ยืนยันความหมายทางการแพทย์ โรคหลอดเลือดสมองคือปัญหาเฉียบพลันของการไหลเวียนเลือดในสมองหรือเลือดออกในสมอง และอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหว ที่นี่ stroke ไม่ได้หมายถึงรอยปากกา ท่าว่ายน้ำ หรือการลูบเบา ๆ

แบบฝึกหัด

จากเบาะแส brains และ who can't move คำว่า stroke patients หมายถึงใคร

  1. ผู้ที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
  2. ผู้ที่กำลังวาดเส้นด้วยปากกา
  3. ผู้ที่กำลังเรียนท่าว่ายน้ำ
ดูคำตอบ

ผู้ที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

researchers can implant tiny wires การใช้คำ

3:49

นักวิจัยสามารถฝังเส้นลวดเล็กๆ

into the region that controls movement

3:52

เข้าไปในบริเวณที่ควบคุมการเคลื่อนไหว

การใช้คำ

implant tiny wires into the region: ฝังลวดขนาดจิ๋วเข้าไปในบริเวณนั้น

ในที่นี้ implant เป็นคำกริยา หมายถึงการนำอุปกรณ์ใส่เข้าไปภายในร่างกายหรือเนื้อเยื่อด้วยกระบวนการทางการแพทย์หรือเทคนิค ลวดขนาดจิ๋วถูกฝังเข้าไปในบริเวณสมองที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ไม่ใช่สายไฟทั่วไปที่ติดอยู่ด้านนอก ในโครงสร้าง implant + object + into + location คำว่า into แสดงการเคลื่อนเข้าสู่ตำแหน่งด้านใน โครงสร้างนี้ช่วยให้เห็นว่าสิ่งใดถูกฝังและฝังไว้ที่ไหน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ implant อย่างเป็นธรรมชาติในการกล่าวถึงกระบวนการทางการแพทย์

  1. She implanted the book on the desk.
  2. Surgeons implanted a tiny electrode into the patient's brain.
  3. Technicians implanted a monitor on the outside wall.
ดูคำตอบ

Surgeons implanted a tiny electrode into the patient's brain.

and then train the patient to concentrate วลี

3:54

แล้วฝึกให้ผู้ป่วยมีสมาธิ

on moving a robotic arm,

3:56

ไปที่การเคลื่อนย้ายแขนหุ่นยนต์

วลี

concentrate on moving a robotic arm: จดจ่อกับการขยับแขนหุ่นยนต์

concentrate on หมายถึงการมุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เมื่อสิ่งที่สนใจเป็นการกระทำ หลัง on ต้องใช้รูป -ing เช่น concentrate on moving ไม่ใช่ concentrate on move หรือ concentrate to move ในประโยคนี้ ผู้ป่วยได้รับการฝึกให้จดจ่อกับการกระทำที่ตั้งใจไว้ คือการขยับแขนหุ่นยนต์ วลีรูป -ing ระบุการกระทำที่ผู้ป่วยกำลังให้ความสนใจ

แบบฝึกหัด

ใช้ keep ในรูปที่ถูกต้อง: During practice, Mia must concentrate on ____ her balance.

ดูคำตอบ

keeping

which acts like an extension of their minds. สำนวน

3:58

ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนส่วนต่อขยายของความคิด

สำนวน

acts like an extension of their minds: ทำหน้าที่เสมือนเป็นส่วนขยายของความคิด

ในที่นี้ acts like หมายถึง “ทำหน้าที่เสมือนว่าเป็นสิ่งนั้น” แขนหุ่นยนต์ถูกเปรียบว่าเป็นส่วนขยายของความคิด เพราะผู้ใช้ควบคุมมันได้ด้วยสัญญาณจากสมอง นี่เป็นอุปมาเกี่ยวกับการทำงาน ไม่ได้หมายความว่าจิตใจยืดยาวขึ้นจริง ๆ รูปแบบ an extension of X ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งช่วยขยายขอบเขตหรือความสามารถของ X

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบอุปมาจากบทเรียน: For Maya, her notebook ____ her memory.

ดูคำตอบ

acts like an extension of

And it works.

4:00

และมันก็ได้ผล

It's amazing,

4:01

น่าทึ่งมาก

but it isn't telekinesis. ลำดับความ

4:02

แต่นั่นไม่ใช่การเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยพลังจิต

ลำดับความ

but it isn't telekinesis: ใช้คำเชื่อมเพื่อกำหนดขอบเขต

ในที่นี้ but จัดลำดับคำอธิบายโดยนำแนวคิดที่สองมาแย้งกับความคาดหมายที่เกิดจากแนวคิดแรก เทคโนโลยีนี้น่าทึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่ามันคือพลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของ รูปแบบ “ยอมรับก่อนแล้วจึงชี้แจง” นี้เริ่มจากยอมรับประเด็นหนึ่ง แล้วจึงกำหนดขอบเขตว่า X is impressive, but it isn't Y จึงช่วยป้องกันไม่ให้ผลลัพธ์ที่น่าตื่นเต้นถูกอธิบายอย่างผิด ๆ

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ “ยอมรับก่อนแล้วจึงชี้แจง” จากบทเรียน: The effect looks magical, ____ magic.

ดูคำตอบ

but it isn't

The patient's thoughts aren't just vague,

4:04

ความคิดของผู้ป่วยไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่คลุมเครือ

undetectable things.

4:06

หรือตรวจจับไม่ได้

They're measurable brain signals การใช้คำ

4:07

สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณสมองที่วัดได้

translated through wires into a robot.

4:09

ซึ่งถูกแปลผ่านสายไฟเข้าไปยังหุ่นยนต์

การใช้คำ

measurable brain signals translated ... into a robot: การแปลงสัญญาณสมองที่วัดได้ในทางเทคนิค

measurable brain signals หมายถึงรูปแบบสัญญาณไฟฟ้าจากการทำงานของสมองที่เครื่องมือสามารถตรวจจับและบันทึกได้ คำว่า measurable ทำให้ thoughts ในที่นี้ถูกมองว่าเป็นหลักฐานทางกายภาพที่สังเกตได้ ไม่ใช่สิ่งลึกลับหรือสิ่งที่ตรวจสอบไม่ได้ ใน translated through wires into a robot คำว่า translated ใช้ในความหมายทางเทคนิค คือสัญญาณสมองเดินทางผ่านสายไฟและถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่หุ่นยนต์ใช้ได้ ไม่ได้หมายถึงการแปลจากภาษามนุษย์หนึ่งไปเป็นอีกภาษา through wires แสดงเส้นทางทางกายภาพ ส่วน into a robot ระบุระบบที่รับสัญญาณ

แบบฝึกหัด

translated ในประโยคต้นฉบับหมายถึงอะไร

  1. ถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่หุ่นยนต์ใช้ได้
  2. ถูกเขียนใหม่เป็นภาษามนุษย์อีกภาษา
  3. ถูกทำให้ไม่สามารถวัดได้
ดูคำตอบ

ถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่หุ่นยนต์ใช้ได้

Science can measure, test, ลำดับความ

4:12

วิทยาศาสตร์สามารถวัด ทดสอบ

and explain the motion.

4:14

และอธิบายการเคลื่อนไหวนั้นได้

ลำดับความ

measure, test, and explain ในฐานะรายการคำกริยาแบบขนานสามส่วน

measure, test และ explain เป็นคำกริยารูปพื้นฐานสามคำที่เชื่อมกันแบบขนาน ทั้งสามคำอยู่ภายใต้ can และใช้กรรม the motion ร่วมกัน จึงไม่ต้องกล่าว can หรือ the motion ซ้ำ รายการสามส่วนนี้จัดระเบียบข้อกล่าวอ้างให้มีลำดับที่ชัดเจน คือเก็บข้อมูลที่วัดได้ ตรวจสอบข้อมูล และให้คำอธิบาย รายการแบบขนานเช่นนี้ช่วยสรุปวิธีการหรือข้อโต้แย้งได้อย่างกระชับและมีจังหวะ โครงสร้างไวยากรณ์แสดงความสามารถที่เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นลำดับเวลาที่ตายตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างแบบขนานสามส่วนหลัง can ได้ถูกต้อง

  1. Researchers can observation, record, and to compare the results.
  2. Researchers can observe, recording, and compared the results.
  3. Researchers can observe, record, and compare the results.
ดูคำตอบ

Researchers can observe, record, and compare the results.

And that's how we've shown ลำดับความ

4:15

และนั่นคือวิธีที่เราได้แสดงให้เห็น

that this kind of mind control is real.

4:16

ว่าการควบคุมจิตใจรูปแบบนี้มีจริง

ลำดับความ

that's how we've shown: เชื่อมวิธีการเข้ากับผลลัพธ์

that's how we've shown ย้อนกลับไปอ้างถึงขั้นตอนที่เพิ่งอธิบายไป ตรงนี้ how หมายถึง “ด้วยวิธีนั้น” ดังนั้นวลีนี้จึงเชื่อมการวัด การทดสอบ และการอธิบายก่อนหน้าเข้ากับข้อสรุปที่ตามมา รูปแบบ That's how + อนุประโยค เป็นตัวเชื่อมในบทพูดหรือบทความ โดยเปลี่ยนชุดการกระทำให้เป็นข้อความสั้น ๆ ว่าการกระทำเหล่านั้นทำให้เกิดผลอะไร นี่เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง that's how we've shown ทำหน้าที่อะไร

  1. เปลี่ยนไปยังหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับขั้นตอนก่อนหน้า
  2. ย้อนกลับไปอ้างถึงกระบวนการก่อนหน้าและเชื่อมเข้ากับข้อสรุป
  3. ขอให้ผู้ฟังเสนอวิธีการใหม่
ดูคำตอบ

ย้อนกลับไปอ้างถึงกระบวนการก่อนหน้าและเชื่อมเข้ากับข้อสรุป

Science is a slow process ลำดับความ

4:20

วิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการที่ช้า

of accumulating the evidence

4:22

ของการสะสมหลักฐาน

that either stands for or against an idea. วลี

4:23

ที่สนับสนุนหรือโต้แย้งแนวคิด

ลำดับความ

a slow process of accumulating the evidence: นิยามที่ใช้สรุปใจความ

a slow process of accumulating the evidence ให้นิยามวิทยาศาสตร์ว่าเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ พัฒนาไปตามเวลา คำว่า process แสดงว่าวิทยาศาสตร์ประกอบด้วยการกระทำต่อเนื่องหลายขั้น ส่วน accumulating บอกว่าหลักฐานถูกรวบรวมทีละน้อย ไม่ได้มาจากการสังเกตครั้งเดียวที่ชี้ขาด ในรูปแบบ Science is + นามวลี ส่วนที่เน้นยกการอธิบายก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปทั่วไปว่า แนวคิดทางวิทยาศาสตร์ได้รับการประเมินด้วยหลักฐานที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายได้ดีที่สุดว่า a slow process of accumulating the evidence จัดโครงสร้างแนวคิดนี้อย่างไร

  1. อธิบายว่าหลักฐานจะถูกรวบรวมหลังจากแนวคิดได้รับการพิสูจน์แล้วเท่านั้น
  2. บอกว่าการสังเกตเพียงครั้งเดียวสามารถตอบคำถามทางวิทยาศาสตร์ทุกข้อได้ทันที
  3. นำเสนอวิทยาศาสตร์ว่าเป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่หลักฐานค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเวลา
ดูคำตอบ

นำเสนอวิทยาศาสตร์ว่าเป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่หลักฐานค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเวลา

วลี

for or against an idea: สนับสนุนหรือคัดค้านแนวคิดหนึ่ง

ในวลีนี้ for หมายถึง “สนับสนุน” ส่วน against หมายถึง “คัดค้าน” คำทั้งสองบอกว่าจุดยืนหรือหลักฐานอยู่ฝ่ายใด ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โครงสร้าง for or against + คำนาม แสดงสองฝ่ายที่ตรงข้ามกันในประเด็นเดียวกัน ในที่นี้ idea คือข้อกล่าวอ้างที่ได้รับการสนับสนุนหรือถูกตั้งคำถาม

แบบฝึกหัด

evidence against an idea หมายความว่าอะไร

  1. หลักฐานที่สนับสนุนแนวคิดนั้น
  2. หลักฐานที่คัดค้านแนวคิดนั้น
  3. หลักฐานเกี่ยวกับประวัติของแนวคิดนั้น
ดูคำตอบ

หลักฐานที่คัดค้านแนวคิดนั้น

When we stack up evidence, สำนวน

4:26

เมื่อเรานำหลักฐานมากองรวมกัน

we can see which tower grows tallest.

4:28

เราจะเห็นได้ว่าหอคอยไหนสูงที่สุด

สำนวน

stack up evidence: อุปมาเรื่องการซ้อนหลักฐาน

stack up evidence เป็นอุปมาเชิงภาพที่มองหลักฐานแต่ละชิ้นเป็นสิ่งของซึ่งนำมาซ้อนกันเป็นกองได้ ในประโยคนี้หมายถึงการรวบรวมหลักฐานเพื่อเปรียบเทียบจำนวนหรือความหนักแน่นของหลักฐานแต่ละฝ่าย ภาพของหอคอยที่สูงที่สุดในช่วงต่อมายังคงใช้อุปมาเดียวกัน ไม่ได้มีการสร้างหอคอยจริง ๆ โดย “หอคอย” ที่สูงกว่าหมายถึงฝ่ายที่มีหลักฐานสนับสนุนมากกว่าหรือหนักแน่นกว่า

แบบฝึกหัด

stack up evidence ในประโยคนี้ทำให้เห็นภาพแบบใด

  1. หลักฐานถูกมองเป็นสิ่งของที่นำมาเพิ่มไว้ในกอง
  2. หลักฐานหายไปก่อนที่จะตรวจสอบได้
  3. หลักฐานถูกเปลี่ยนให้เป็นเสียง
ดูคำตอบ

หลักฐานถูกมองเป็นสิ่งของที่นำมาเพิ่มไว้ในกอง

And in the case of telekinesis,

4:30

และในกรณีของการเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยพลังจิต

it's not the tower showing that it exists.

4:32

มันไม่ใช่หอคอยที่แสดงว่ามันมีอยู่จริง

Some say this mystical phenomenon

4:35

บางคนบอกว่าปรากฏการณ์ลี้ลับนี้

can't fit within the confines of science, สำนวน

4:37

ไม่สามารถนำมาเทียบให้อยู่ในขอบเขตของวิทยาศาสตร์ได้

and that's okay.

4:39

และนั่นก็ไม่เป็นไร

สำนวน

can't fit within the confines of science: ไม่อาจอยู่ภายในขอบเขตของวิทยาศาสตร์

ประโยคนี้มองวิทยาศาสตร์เป็นพื้นที่ที่มีขอบเขต หากข้ออ้างหนึ่ง fits within those confines วิธีการและคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ก็สามารถจัดการกับข้ออ้างนั้นได้ ส่วน can't fit within หมายถึงมีผู้กล่าวว่าข้ออ้างนั้นอยู่นอกกรอบดังกล่าว ภาพเปรียบเทียบเรื่องขอบเขตแบบเดียวกันนี้ยังใช้บอกข้อจำกัดของกฎ งบประมาณ ทฤษฎี หรือสถาบันได้ด้วย

แบบฝึกหัด

can't fit within the confines of science ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ไม่สามารถจัดการหรืออธิบายได้ภายในกรอบทางวิทยาศาสตร์
  2. ทำให้งานทางวิทยาศาสตร์ดูลึกลับมากขึ้น
  3. มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะเข้าไปในห้องเรียนวิทยาศาสตร์ได้
ดูคำตอบ

ไม่สามารถจัดการหรืออธิบายได้ภายในกรอบทางวิทยาศาสตร์

But then telekinesis becomes

4:40

แต่ทว่าการเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยพลังจิตก็จะกลายเป็น

purely a matter of personal conviction. วลี

4:42

เพียงเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล

วลี

a matter of personal conviction: เรื่องของความเชื่อมั่นส่วนบุคคล

โครงสร้าง a matter of X ใช้จัดว่าสิ่งหนึ่งขึ้นอยู่กับอะไรหรือเป็นปัญหาประเภทใด ในที่นี้ a matter of personal conviction หมายถึงการตัดสินนั้นอาศัยความเชื่อที่คนหนึ่งยึดมั่นอย่างหนักแน่น ไม่ใช่หลักฐานที่ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ Purely เน้นความแตกต่างนี้ให้ชัดขึ้น โดยประโยคเสนอว่าความเชื่อเป็นพื้นฐานเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: With no evidence that everyone can test, the claim remains ____.

ดูคำตอบ

a matter of personal conviction

If something can't be assessed scientifically, ไวยากรณ์

4:45

หากสิ่งใดไม่สามารถประเมินในทางวิทยาศาสตร์ได้

then it can't be described as scientific either.

4:47

สิ่งนั้นก็ไม่สามารถอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ได้เช่นกัน

ไวยากรณ์

If..., then... กับโครงสร้างถูกกระทำ can't be ที่ขนานกันและ either

If ใช้นำเสนอเงื่อนไข ส่วน then ใช้ชี้ผลสรุปที่ได้จากเงื่อนไขนั้น อนุประโยคทั้งสองสร้างหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่า หากไม่สามารถประเมินสิ่งหนึ่งด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ได้ ก็ไม่สามารถเรียกสิ่งนั้นว่าเป็นวิทยาศาสตร์ได้เช่นกัน อนุประโยคทั้งสองใช้โครงสร้างถูกกระทำ can't be + กริยาช่องที่ 3 แบบขนานกัน ได้แก่ can't be assessed และ can't be described เมื่อ either อยู่ท้ายอนุประโยคปฏิเสธ จะหมายถึง “ก็ไม่...เช่นกัน” ไม่ได้แสดงตัวเลือกสองอย่าง

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบายโครงสร้างของประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. อนุประโยค if ให้ตัวเลือกทางวิทยาศาสตร์สองอย่าง และ either ขอให้ผู้อ่านเลือกหนึ่งอย่าง
  2. อนุประโยค if ให้เงื่อนไข และอนุประโยค then ให้ข้อสรุปเชิงปฏิเสธที่ขนานกัน
  3. อนุประโยค then ยกเลิกเงื่อนไขและนำเสนอความขัดแย้งที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

อนุประโยค if ให้เงื่อนไข และอนุประโยค then ให้ข้อสรุปเชิงปฏิเสธที่ขนานกัน

So the results of our investigation reveal

4:50

ดังนั้นผลการตรวจสอบของเราจึงเปิดเผยให้เห็น

that however much we may want to believe ไวยากรณ์

4:53

ว่าไม่ว่าเราจะอยากเชื่อมากแค่ไหนก็ตาม

that the force really is within us, วัฒนธรรม

4:55

ว่าพลังนั้นมีอยู่ในตัวเราจริงๆ

วัฒนธรรม

the force really is within us: การพาดพิงถึง Star Wars

ตรงนี้ the force พาดพิงถึง the Force ใน Star Wars ซึ่งเป็นพลังลึกลับที่เกี่ยวข้องกับความสามารถเหนือธรรมดา ไม่ได้หมายถึงแรงทางฟิสิกส์ทั่วไป ส่วน really is within us ชวนให้จินตนาการแบบขำ ๆ ว่าคนธรรมดาอาจมีพลังเหนือธรรมชาติเหมือนในภาพยนตร์ การกล่าวถึง Yoda ในภายหลังยืนยันมุกอ้างอิงนี้ ดังนั้นประโยคนี้จึงเป็นอารมณ์ขัน ไม่ใช่หลักฐานว่าพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุมีจริง

แบบฝึกหัด

the force ในประโยคนี้น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด

  1. การอ้างว่ามีแรงทางฟิสิกส์ทั่วไปกระทำต่อร่างกาย
  2. หลักฐานว่าวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่าพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุมีจริง
  3. การพาดพิงถึง Star Wars แบบขำ ๆ ว่ามนุษย์มีพลังเหนือธรรมชาติอยู่ภายในตัว
ดูคำตอบ

การพาดพิงถึง Star Wars แบบขำ ๆ ว่ามนุษย์มีพลังเหนือธรรมชาติอยู่ภายในตัว

the case for telekinesis remains weak. วลี

4:58

ข้อพิสูจน์เรื่องพลังจิตก็ยังคงอ่อนเกินไป

ไวยากรณ์

however much we may want to believe ที่ใช้แสดงการยอมรับเงื่อนไขด้านระดับ

However much + ประธาน + กริยา ใช้นำการยอมรับเงื่อนไขด้านระดับ โดยหมายถึง “ไม่ว่า...มากเพียงใด” ในที่นี้ however much we may want to believe ยอมรับว่าความอยากเชื่ออาจรุนแรงมาก แม้จะมีความอยากนั้น ข้อสรุปหลักก็ยังคงเดิม may แสดงท่าทีที่อาจมีอยู่ ไม่ได้แสดงการอนุญาต และ however ในโครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึง “อย่างไรก็ตาม”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่ใช้ however และหมายถึง “ไม่ว่าจะอยากมากเพียงใด”: ____ we may want to stay, the building is closing.

ดูคำตอบ

However much

วลี

the case for X remains weak: การประเมินความหนักแน่นของหลักฐานสนับสนุน

ในรูปแบบ the case for + ข้ออ้างหรือแนวคิด คำว่า case หมายถึงชุดเหตุผลและหลักฐานที่สนับสนุนสิ่งนั้น ไม่ได้หมายถึงคดีทางกฎหมาย ตรงนี้ the case for telekinesis หมายถึงข้อโต้แย้งที่ว่า พลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุมีจริง remain + คำคุณศัพท์ แสดงว่าสภาพหนึ่งยังคงดำเนินต่อไป remains weak จึงหมายความว่าหลังการตรวจสอบ ข้อโต้แย้งสนับสนุนก็ยังไม่น่าเชื่อถือ ไม่ได้หมายความว่าพลังจิตนั้นมีแรงอ่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเป้าหมายสองกลุ่ม: Even after the meeting, the ____ changing the school schedule ____.

ดูคำตอบ

case for · remains weak

Sorry, Neo,

5:00

เสียใจด้วยนะ นีโอ

Carrie, and Yoda.

5:01

แครี่ และโยดา

Your skills are mind-blowing, สำนวน

5:02

ทักษะของพวกคุณน่าทึ่งมาก

สำนวน

mind-blowing: น่าตกใจหรือน่าทึ่งอย่างมาก

mind-blowing เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการที่มีน้ำหนักมาก หมายถึงสิ่งที่น่าตกใจ น่าประทับใจ หรือยากจะจินตนาการอย่างยิ่ง ไม่ได้หมายความว่าสมองระเบิดจริง ๆ ในประโยคนี้ใช้ชมทักษะเหล่านั้นแบบขบขันและเกินจริงเล็กน้อย คำว่า mind ยังเชื่อมโยงเบา ๆ กับหัวข้อพลังจิต แต่สำนวนนี้ยังคงมีความหมายเชิงสำนวนตามปกติ

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “น่าประทับใจอย่างยิ่ง” ลงในประโยค: The dancers' perfect timing was ____.

ดูคำตอบ

mind-blowing

but for now,

5:04

แต่สำหรับตอนนี้

they belong in the movies. สำนวน

5:05

พวกมันยังเป็นแค่เรื่องในภาพยนตร์

สำนวน

belong in the movies: เหมาะกับโลกของภาพยนตร์

ในโครงสร้าง belong in + สถานที่หรือสภาพแวดล้อม belong หมายถึง “เหมาะหรือควรอยู่ที่นั่น” ไม่ได้หมายถึง “เป็นของใคร” ดังนั้น they belong in the movies จึงหมายความว่าพลังเหล่านั้นเหมาะกับโลกของภาพยนตร์มากกว่าความเป็นจริงทั่วไป for now ทำให้ข้อสรุปนี้เป็นเพียงข้อสรุปในตอนนี้ กล่าวคือตามความรู้ที่มีอยู่ พลังเหล่านั้นยังคงเป็นเรื่องสำหรับภาพยนตร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ belong in: This dramatic story ____ a movie, not a news report.

ดูคำตอบ

belongs in