เปลี่ยนแรงโน้มถ่วงให้เป็นแสงสว่าง - Smarter Every Day 146: บทเรียนภาษาอังกฤษ

SmarterEveryDay

ความยากในการเรียน
1,538 คำ 223 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: GravityLight ใช้เฟืองที่ขับด้วยแรงโน้มถ่วงและ LED คุมความเร็ว เพื่อให้แสงสว่างนอกโครงข่ายที่ปลอดภัยกว่าตะเกียงน้ำมันก๊าด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “off the grid.” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจชีวิตที่อยู่นอกสาธารณูปโภค ไม่ใช่อยู่นอกเส้นตารางตามตัวอักษร 2. “The further through the drivetrain you go, the fewer the teeth you have to engage” — ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้การเปรียบเทียบสัมพันธ์เพื่อแสดงว่าตัวแปรสองอย่างเปลี่ยนไปพร้อมกัน 3. “which drives these gears, which drives this motor, which powers this light, which changes the world.” — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้อนุประโยคสัมพันธ์ซ้ำเพื่อไล่จากกลไกสู่ผลลัพธ์และจุดสูงสุดด้านผลกระทบทางสังคม

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey, it's me Destin.

0:00

เฮ้ ผมเดสตินนะ

Welcome back to Smarter Every Day.

0:01

ยินดีต้อนรับกลับสู่ Smarter Every Day

If you've ever watched Smarter Every Day,

0:02

ถ้าคุณเคยดู Smarter Every Day

you know that I spend a lot of time off the grid. สำนวน

0:03

คุณคงรู้ว่าผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอยู่นอกพื้นที่ให้บริการไฟฟ้า

สำนวน

off the grid: ไม่เชื่อมต่อกับระบบสาธารณูปโภค

ในประโยคนี้ off the grid หมายถึงการอาศัยหรือใช้เวลาอยู่ในสถานที่ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป เช่น โครงข่ายไฟฟ้า บริการใดที่ไม่มีให้ใช้ต้องพิจารณาจากบริบท โดยสถานการณ์นี้ชี้เป็นพิเศษว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้ามีจำกัด นี่เป็นสำนวน โดย grid หมายถึงระบบสาธารณะที่เชื่อมโยงกัน ไม่ใช่ลายตารางตามตัวอักษร บางครั้งวลีนี้อาจสื่อว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์มีจำกัดด้วย แต่ไม่ได้หมายถึงเพียง “ออฟไลน์” เท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงการไม่ได้เชื่อมต่อกับสาธารณูปโภคทั่วไป: “Their solar-powered cabin is ____.”

ดูคำตอบ

off the grid

Right now,

0:05

และตอนนี้

I'm in the Amazon rainforest and I don't really know what this thing is.

0:06

ผมอยู่ในป่าฝนแอมะซอน และผมไม่รู้จริงๆ ว่าไอ้นี่คืออะไร

I think it's some kind of termite thing on a tree.

0:09

ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นรังปลวกอะไรสักอย่างบนต้นไม้นะ

I don't know.

0:12

ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

Anyway,

0:13

เอาเถอะ

so one thing about being off the grid or in a developing nation is light is always an issue.

0:13

สิ่งหนึ่งเกี่ยวกับการอยู่นอกพื้นที่ให้บริการไฟฟ้าหรือในประเทศกำลังพัฒนาก็คือเรื่องแสงสว่างมักเป็นปัญหาเสมอ

Right now,

0:18

ในตอนนี้

I'm using a headlamp.

0:18

ผมกำลังใช้ไฟฉายคาดหัว

I've done this all over the world.

0:19

ผมใช้แบบนี้มาแล้วทั่วโลก

I've done this in Africa.

0:21

ผมเคยทำแบบนี้ที่แอฟริกา

I've taken showers by headlamp.

0:22

ผมเคยอาบน้ำโดยใช้ไฟฉายคาดหัวมาแล้ว

It's an important thing.

0:23

มันเป็นสิ่งที่สำคัญนะ

But what if you live off the grid so far that you don't have access to batteries? วลี

0:24

แต่ถ้าคุณอาศัยอยู่ในที่ห่างไกลไฟฟ้ามากๆ จนไม่มีแม้แต่แบตเตอรี่ล่ะ?

วลี

have access to: สามารถหา เข้าถึง หรือใช้ได้

ในคำถามนี้ have access to batteries หมายถึงสามารถหาและใช้แบตเตอรี่ได้ Access กล่าวถึงความพร้อมให้ใช้ในทางปฏิบัติ ไม่ใช่การเข้าไปในสถานที่หนึ่งทางกายภาพ โครงสร้างคือ have access to + คำนามหรือนามวลี ในการใช้นี้ access ปกติเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ have access to ไม่ใช่ have an access to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่สร้างจาก have + access + to: “All students ____ the online library.”

ดูคำตอบ

have access to

Today,

0:28

วันนี้

I want to talk about a new invention

0:29

ผมอยากจะมาพูดถึงสิ่งประดิษฐ์ใหม่

that I'm really stinking excited about. การใช้คำ

0:31

ที่ผมรู้สึกตื่นเต้นกับมันมากๆ

การใช้คำ

stinking excited ในฐานะคำเน้นแบบไม่เป็นทางการ

ใน stinking excited คำว่า stinking ไม่ได้บรรยายเรื่องกลิ่น แต่ทำหน้าที่เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการที่มีความหมายคล้าย very หรือ extremely เพื่อย้ำว่าตื่นเต้นมากจริง ๆ คำนี้ยังทำให้น้ำเสียงดูสนุก มีพลัง และเกินจริงเล็กน้อย เมื่อพบคำนี้ขยายคำคุณศัพท์ในลักษณะคล้ายกัน ให้ดูน้ำเสียงและบริบทว่า stinking เป็นคำเน้นหรือไม่ แทนที่จะตีความตามความหมายตรงตัวเสมอ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ stinking excited หมายความว่าอย่างไร?

  1. ตื่นเต้นอย่างมาก
  2. ตื่นเต้นเพราะมีบางอย่างส่งกลิ่นเหม็น
  3. สนใจเพียงเล็กน้อย
ดูคำตอบ

ตื่นเต้นอย่างมาก

It's a company called Gravity Light.

0:32

มันมาจากบริษัทที่ชื่อ Gravity Light

Check this out.

0:34

ดูนี่สิ

I'm about to make light in the middle of the rainforest ไวยากรณ์

0:35

ผมกำลังจะสร้างแสงสว่างอยู่กลางป่าฝน

ไวยากรณ์

about to make: be about to + คำกริยารูปพื้นฐาน

about to make เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง be about to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ am about to make หมายถึงผู้พูดกำลังจะสร้างแสงสว่าง และคาดว่าการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นแทบจะทันที โครงสร้างนี้แสดงว่าเหตุการณ์ใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว มักใช้เมื่อสถานการณ์ปัจจุบันบอกว่าเหตุการณ์พร้อมจะเกิด ที่นี่ about เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทั้งหมด ไม่ได้แปลว่า “เกี่ยวกับ”

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงเหตุการณ์จะเกิดขึ้นแทบจะทันทีลงในประโยค: The train is ____ leave.

ดูคำตอบ

about to

alone with nothing but gravity. วลี

0:37

เพียงลำพังด้วยแรงโน้มถ่วงเท่านั้น

วลี

nothing but gravity: โครงสร้างที่หมายถึง “มีเพียง”

nothing but + วลีคำนาม หมายถึง “มีเพียง + วลีคำนามนั้น” ใน “nothing but gravity” คำว่า gravity ถูกนำเสนอว่าเป็นแรงหรือสิ่งเดียวที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างนี้จึงเน้นว่าไม่รวมสิ่งอื่นเลย alone เป็นส่วนที่แยกออกมาต่างหาก หมายถึงการอยู่โดยไม่มีเพื่อนหรือความช่วยเหลือ ส่วน nothing but gravity ระบุว่าสิ่งใดเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่หรือถูกใช้ แม้ nothing และ but จะดูเหมือนเกี่ยวกับการปฏิเสธ แต่ในที่นี้ไม่ได้เป็นการปฏิเสธซ้อนกัน ทั้งวลีหมายถึง “มีเพียง”

แบบฝึกหัด

The box held only a compass。วลีใดใช้แทน only และเพิ่มการเน้นความหมายว่า “มีเพียงสิ่งนั้น” ได้

  1. nothing but
  2. anything but
  3. nothing about
ดูคำตอบ

nothing but

This is awesome.

0:39

นี่มันเจ๋งมาก

I'm going to have to put this head strap camera on because I don't have enough hands.

0:39

ผมจะต้องใส่กล้องติดหัวนี่ไว้ เพราะมือผมไม่ว่างแล้ว

But check this out.

0:43

แต่มาดูนี่สิ

So there you go.

0:57

เอาล่ะ

I'm in the middle of the rainforest

0:58

ผมอยู่กลางป่าฝน

powering a light with nothing but gravity

0:59

และเปิดไฟด้วยแรงโน้มถ่วงเท่านั้น

and that's a pretty big deal วลี

1:03

และนั่นถือเป็นเรื่องใหญ่มากเลยนะ

วลี

a pretty big deal: บอกว่าบางสิ่งค่อนข้างสำคัญ

A big deal เป็นนามวลีเชิงสำนวน หมายถึงสิ่งที่สำคัญ มีนัยสำคัญ หรือควรค่าแก่การใส่ใจ ใน a pretty big deal คำว่า pretty เป็นคำวิเศษณ์แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” โดยเพิ่มระดับของ big ไม่ได้หมายถึง “สวย” วลีนี้ประเมินว่าสถานการณ์นั้นค่อนข้างสำคัญ ส่วน that's ที่ขึ้นต้นชี้ย้อนกลับไปยังข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง และใช้วลีนี้เพื่อแสดงความเห็นของผู้พูดต่อเรื่องนั้น

แบบฝึกหัด

ทีมสร้างหุ่นยนต์ตัวแรกเสร็จแล้ว วลีใดสื่อได้ดีที่สุดว่าความสำเร็จนี้ค่อนข้างสำคัญสำหรับพวกเขา

  1. a pretty picture
  2. a pretty big deal
  3. a pretty big box
ดูคำตอบ

a pretty big deal

because humans have powered things with gravity for thousands of years,

1:04

เพราะมนุษย์เราใช้แรงโน้มถ่วงขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ มาเป็นพันๆ ปีแล้ว

but we've never done personal source lighting.

1:07

แต่เรายังไม่เคยใช้มันเป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่างส่วนบุคคลเลย

So we're gonna figure out how this thing works, กริยาวลี

1:10

ดังนั้นเราจะมาหาคำตอบกันว่าไอ้นี่มันทำงานยังไง

กริยาวลี

figure out: หาคำตอบว่าสิ่งนี้ทำงานอย่างไร

figure out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงทำความเข้าใจหรือแก้ปัญหาบางอย่างด้วยการคิด การทดลอง หรือการสืบค้น ในประโยคนี้ สิ่งที่ตามมาคืออนุประโยค how โดย how this thing works บอกปัญหาที่พวกเขาต้องการทำความเข้าใจ ไม่ได้หมายถึงตัวเลขหรือบุคคล คำนี้มองการทำความเข้าใจว่าเป็นกระบวนการค้นพบและแก้ปัญหา โครงสร้างเดียวกันใช้กับ figure out what happened, why it stopped หรือ how to fix it ได้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึงทำความเข้าใจหรือแก้ปัญหาด้วยการคิด: We need to ____ how this machine works.

ดูคำตอบ

figure out

because that's obviously the next question,

1:11

เพราะนั่นเป็นคำถามที่ต้องตามมาแน่นอน

how does it work,

1:13

ว่ามันทำงานยังไง

let's go to the UK

1:14

เราไปที่สหราชอาณาจักรกันเถอะ

where the offices are,

1:15

ซึ่งเป็นที่ตั้งของออฟฟิศ

but let's make a pit stop on the way. วลี

1:16

แต่แวะพักระหว่างทางกันก่อน

วลี

make a pit stop: แวะพักสั้น ๆ ระหว่างทาง

make a pit stop หมายถึงหยุดสั้น ๆ ระหว่างการเดินทางหรือกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ แล้วจึงเดินทางหรือทำกิจกรรมต่อ สำนวนนี้มาจากการที่รถแข่งหยุดชั่วครู่ในพิตเพื่อเติมน้ำมัน เปลี่ยนยาง หรือซ่อมแซม ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวหมายถึงการหยุดพักสั้น ๆ ระหว่างเส้นทาง ไม่ใช่จุดหมายปลายทางสุดท้าย และยังใช้พูดถึงการหยุดชั่วครู่ในแผนงานหรือกระบวนการได้ด้วย

แบบฝึกหัด

คุณกำลังขับรถไปอีกเมืองหนึ่งและอยากหยุดดื่มกาแฟสั้น ๆ ก่อนเดินทางต่อ ประโยคใดใช้ make a pit stop ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Let's make a pit stop and stay at the café for three days.
  2. Let's make a pit stop when we finally arrive at our destination.
  3. Let's make a pit stop for coffee before we continue.
ดูคำตอบ

Let's make a pit stop for coffee before we continue.

Harnessing the energy of gravity to power things

1:18

การควบคุมพลังงานจากแรงโน้มถ่วงเพื่อนำมาเป็นพลังงาน

is not a new idea at all.

1:20

ไม่ใช่แนวคิดใหม่เลย

In fact,

1:22

อันที่จริง

here at Salisbury Cathedral in the UK,

1:23

ที่มหาวิหารซอลส์บรี ในสหราชอาณาจักรแห่งนี้

they've been using the power of gravity

1:25

พวกเขาก็ใช้พลังของแรงโน้มถ่วง

to power something

1:27

เพื่อขับเคลื่อนบางสิ่ง

for hundreds of years.

1:28

มาเป็นเวลาร้อยๆ ปีแล้ว

It's a clock

1:30

มันคือนาฬิกา

and we're about to go mess with it

1:31

และเรากำลังจะเข้าไปยุ่งกับมันสักหน่อย

and see if we can come up with any bright ideas. โน้ต

1:32

เพื่อดูว่าเราจะเกิดไอเดียเจ๋งๆ ขึ้นมาบ้างไหม

กริยาวลี

ใช้ come up with เพื่อบอกว่า “คิดไอเดียขึ้นมา”

Come up with หมายถึง “คิดและสร้าง” ไอเดีย แผน คำตอบ หรือวิธีแก้ปัญหา ในที่นี้ see if we can come up with any bright ideas หมายความว่าพวกเขาจะลองทำและพยายามหาไอเดียที่ใช้ได้ นี่เป็นกริยาวลีสามคำ: come up with + คำนามหรือคำสรรพนาม โดย with เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน จึงต้องพูดว่า come up with an idea ไม่ใช่ come up an idea

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “คิดหรือสร้างขึ้นมา”: We need a safer plan. Can you ____ one before tomorrow?

ดูคำตอบ

come up with

สำนวน

Bright ideas: ไอเดียฉลาด ๆ และการเล่นคำเรื่องแสง

Bright idea โดยทั่วไปหมายถึงไอเดียที่ฉลาดหรือมีแนวโน้มว่าจะใช้ได้ ใน any bright ideas คำว่า bright บอกว่าไอเดียนั้นอาจฉลาดหรือมีประโยชน์ ไม่ได้หมายความว่าไอเดียปล่อยแสงได้จริง ในที่นี้ ผู้พูดกำลังสำรวจอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับแสงสว่าง คำว่า bright จึงสะท้อนความหมายตรงตัวว่า “เต็มไปด้วยแสง” ด้วย ความหมายสองแบบนี้ทำให้เกิดการเล่นคำเล็ก ๆ แต่ใจความหลักยังคงเป็น “ไอเดียที่ฉลาด”

แบบฝึกหัด

ในประโยคจากวิดีโอ any bright ideas มีความหมายหลักว่าอะไร

  1. ไอเดียที่ผ่านการทดสอบแล้ว
  2. ไอเดียที่ฉลาดหรือมีประโยชน์ พร้อมมุกเสริมที่เกี่ยวกับแสง
  3. ไอเดียที่ส่องแสงได้จริง
ดูคำตอบ

ไอเดียที่ฉลาดหรือมีประโยชน์ พร้อมมุกเสริมที่เกี่ยวกับแสง

The cathedral at Salisbury is over 750 years old.

1:34

มหาวิหารที่ซอลส์บรีมีอายุมากกว่า 750 ปีแล้ว

It's home to beautiful choral music,

1:37

ที่นี่เป็นบ้านของเสียงเพลงประสานเสียงที่ไพเราะ

one of the original copies of the Magna Carta, วัฒนธรรม

1:39

เป็นที่เก็บรักษาหนึ่งในสำเนาต้นฉบับของมหากฎบัตร (Magna Carta)

and what's claimed to be the oldest working mechanical clock in the entire world.

1:40

และสิ่งที่ถูกอ้างว่าเป็นนาฬิกากลไกที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังทำงานอยู่

วัฒนธรรม

Magna Carta ... ในฐานะสมบัติทางประวัติศาสตร์ของมหาวิหาร

Magna Carta เป็นชื่อเฉพาะของกฎบัตรประวัติศาสตร์อังกฤษที่ประกาศใช้ครั้งแรกในปี 1215 โดยทั่วไปอาจแปลว่า “กฎบัตรใหญ่” แต่ในภาษาอังกฤษชื่อนี้ทำหน้าที่เป็นชื่อเฉพาะ ไม่ควรแยกตีความคำทั้งสองเป็นคำธรรมดาในประโยคนี้ ในที่นี้ “one of the original copies of the Magna Carta” หมายถึงสำเนายุคแรกฉบับหนึ่งของเอกสารที่ยังหลงเหลืออยู่ ชื่อนี้บอกว่ามหาวิหารเก็บรักษาเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์กฎหมายและการเมืองไว้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “Magna Carta” หมายถึงอะไร

  1. ดนตรีประสานเสียงชนิดหนึ่ง
  2. คู่มือท่องเที่ยวสมัยใหม่
  3. นาฬิกากลไกรุ่นแรก ๆ
  4. กฎบัตรประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดอำนาจกษัตริย์
ดูคำตอบ

กฎบัตรประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดอำนาจกษัตริย์

Clock expert Chris McKay agreed to walk me through the ancient technology of powering something using gravity. กริยาวลี

1:44

ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฬิกา คริส แมคเคย์ ตกลงที่จะพาผมไปดูเทคโนโลยีโบราณในการให้พลังงานโดยใช้แรงโน้มถ่วง

กริยาวลี

walk me through ... อธิบายขั้นตอนทีละขั้น

Walk someone through something เป็นสำนวนที่หมายถึงการแนะนำใครบางคนผ่านกระบวนการทีละขั้น โดยปกติคือการอธิบายหรือสาธิตแต่ละส่วน ใน “walk me through the ancient technology” คำว่า me คือผู้ที่ได้รับคำแนะนำ ส่วนเนื้อหาหลัง through คือเทคโนโลยีที่กำลังอธิบาย โดยทั่วไปสำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกับผู้เชี่ยวชาญเดินผ่านเทคโนโลยีนั้นจริง ๆ แต่เน้นการช่วยอธิบายอย่างชัดเจนและเป็นลำดับ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Could you walk me through the account setup process?” walk me through หมายถึงอะไร

  1. ทำกระบวนการให้เสร็จโดยไม่อธิบายอะไรให้ฉันฟัง
  2. พาฉันไปเดินเล่นจริง ๆ
  3. บอกว่าบัญชีถูกประดิษฐ์ขึ้นเมื่อไร
  4. อธิบายกระบวนการทีละขั้น
ดูคำตอบ

อธิบายกระบวนการทีละขั้น

So it's ancient technology.

1:50

แสดงว่ามันคือเทคโนโลยีโบราณสินะ

It's very ancient technology.

1:51

มันเป็นเทคโนโลยีที่เก่าแก่มากเลยล่ะ

Clocks generally work backwards.

1:53

นาฬิกาโดยทั่วไปจะทำงานกลับด้านกัน

Most machinery is you're turning something fast and

1:55

เครื่องจักรส่วนใหญ่ คุณจะหมุนบางอย่างให้เร็วขึ้นและ

making it slower.

1:58

ทำให้มันช้าลง

With a clock,

2:00

แต่สำหรับนาฬิกา

you've got a you know slow faster

2:00

คุณจะเริ่มจากช้าไปเร็ว

and sort of fast as if it were.

2:04

และทำให้มันดูเหมือนจะเร็ว

The motive power is this thing here.

2:06

พลังขับเคลื่อนคือสิ่งนี้

This is a weight

2:07

นี่คือตุ้มน้ำหนัก

and it's suspended by some pulleys

2:09

และมันถูกแขวนด้วยรอกหลายตัว

which go all the way up.

2:12

ที่โยงขึ้นไปจนสุด

So the rope pulling on here

2:13

ดังนั้นเชือกที่ดึงอยู่ตรงนี้

tries to turn this wooden barrel

2:15

จะพยายามหมุนถังไม้ใบนี้

and in fact it's turning it now,

2:17

และอันที่จริงมันก็กำลังหมุนอยู่ตอนนี้

but at a very slow rate.

2:19

แต่ด้วยความเร็วที่ช้ามากๆ

And the rate is being governed by the escapement.

2:21

และอัตราความเร็วนี้ถูกควบคุมโดยกลไกคุมจังหวะ (escapement)

There it goes.

2:23

นั่นไงมันขยับแล้ว

And it's stopped with the pawl and ratchet here.

2:37

และมันถูกหยุดด้วยกระเดื่องและเฟืองตรงนี้

The pawl and ratchet's very clunky,

2:39

กระเดื่องกับเฟืองนี่มันดูเทอะทะมากเลย

isn't it? ไวยากรณ์

2:41

จริงไหมล่ะ?

ไวยากรณ์

ประโยคบอกเล่าเชิงยืนยัน + isn't it?

isn't it? เป็นคำถามพ่วงรูปปฏิเสธที่ต่อท้ายประโยคบอกเล่าเชิงยืนยัน ในที่นี้ 's หมายถึง is และประธานถูกมองเป็นเอกพจน์ ดังนั้นคำถามพ่วงจึงใช้ is ซ้ำและใช้สรรพนาม it อ้างกลับ ผู้พูดไม่ได้ต้องการถามหาข้อเท็จจริงใหม่เป็นหลัก แต่ใช้คำถามพ่วงเพื่อชวนผู้ฟังยืนยันหรือเห็นด้วยกับการประเมินว่า very clunky รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประโยคบอกเล่าเชิงยืนยันตามด้วยคำถามพ่วงรูปปฏิเสธที่กริยาช่วยและสรรพนามตรงกับประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมคำถามพ่วงให้สมบูรณ์: The new gear is very noisy, ____?

ดูคำตอบ

isn't it

It's really loud.

2:41

เสียงมันดังมาก

So it's like you have this nice sound with the chimes

2:42

ดังนั้นมันก็เหมือนกับว่าคุณมีเสียงบอกเวลาที่ไพเราะ

and then you have this clunk clunk clunk clunk clunk.

2:45

แล้วคุณก็มีเสียง กึ้ง กึ้ง กึ้ง กึ้ง นี้ดังไปด้วย

Okay,

2:47

เอาล่ะ

so there's two takeaways to remember about clocks powered by gravity. ลำดับความ

2:47

มีสองสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับนาฬิกาที่ใช้พลังงานจากแรงโน้มถ่วง

ลำดับความ

กรอบสรุป two takeaways to remember

ในที่นี้ takeaways หมายถึงบทเรียนหรือข้อสรุปสำคัญที่ผู้ฟังควรจดจำ ไม่ใช่สิ่งของที่ถูกนำออกไป Two กำหนดจำนวนที่ผู้ฟังคาดว่าจะได้ฟัง และ to remember เน้นว่าสิ่งเหล่านี้คือประเด็นสำคัญ วลีนี้จัดระเบียบข้อมูลโดยเปลี่ยนจากคำอธิบายอย่างละเอียดไปสู่บทสรุปสั้น ๆ และบอกผู้ฟังให้คาดหวังประเด็นที่แยกจากกันอย่างชัดเจนสองข้อ ดังนั้นผู้พูดควรกล่าวข้อสรุปหลักต่อจากนั้นให้ครบสองข้อพอดี

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอกำลังเปลี่ยนจากรายละเอียดไปสู่บทเรียนหลักสองข้อที่ผู้ฟังควรจดจำ ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับการเปลี่ยนช่วงนี้?

  1. There are two takeaways to remember.
  2. There are two background details to add.
  3. There are two action items to complete.
ดูคำตอบ

There are two takeaways to remember.

Number one, ลำดับความ

2:51

ข้อหนึ่ง

they take a slow moving object

2:51

พวกมันนำวัตถุที่เคลื่อนที่ช้า

and speed up the movement with gears.

2:53

และเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ด้วยเฟือง

And number two,

2:54

และข้อสอง

there's an escapement that regulates the release of potential energy. วลี

2:55

มันมีกลไกคุมจังหวะที่คอยควบคุมการปล่อยพลังงานศักย์

ลำดับความ

การใช้ Number one, ... And number two, เพื่อเรียงลำดับประเด็นในการพูด

Number one และ And number two เป็นคำบอกลำดับในการพูด ใช้บอกผู้ฟังว่าประเด็นแรกเริ่มตรงไหน และประเด็นถัดไปเริ่มเมื่อไร หน้าที่ของคำเหล่านี้คือจัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้บอกเองว่าประเด็นใดสำคัญกว่า Number one ใช้เปิดประเด็นแรก ส่วน And number two ใช้เพิ่มประเด็นถัดไป ซึ่งมักจะตามหลังการอธิบายประเด็นแรกจบแล้ว รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้ฟังตามบทสอน คำอธิบาย หรือคำตอบที่มีโครงสร้างได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ในการอธิบายด้วยคำพูดที่ชัดเจน ประเด็นแรกสามารถเริ่มด้วย ____ และประเด็นถัดไปสามารถเริ่มด้วย ____

ดูคำตอบ

Number one · And number two

วลี

ความหมายของ regulates the release of potential energy ในคำอธิบายทางเทคนิค

ในวลีทางเทคนิคนี้ regulates หมายถึงควบคุมหรือปรับวิธีที่บางสิ่งเกิดขึ้นตามเวลา กรรมของคำกริยาคือ the release ดังนั้นกลไกเอสเคปเมนต์ไม่ได้สร้างพลังงาน แต่ควบคุมว่าพลังงานที่เก็บไว้จะถูกปล่อยเมื่อไรและเร็วแค่ไหน พลังงานศักย์คือพลังงานที่เก็บไว้เนื่องจากตำแหน่งหรือสภาวะบางอย่าง ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงอธิบายกลไกที่ควบคุมจังหวะเวลาหรืออัตราการปล่อยพลังงาน ไม่ใช่กระบวนการออกกฎ

แบบฝึกหัด

วาล์วแรงดันควบคุมความเร็วที่น้ำไหลออกจากถัง ประโยคใดอธิบายการกระทำนั้นได้แม่นยำที่สุด

  1. The valve regulates the release of water.
  2. The valve stores the water.
  3. The valve releases the water.
ดูคำตอบ

The valve regulates the release of water.

Let's go to London.

2:59

ไปลอนดอนกันเถอะ

Hey, what's up, man? น้ำเสียง/เจตนา

3:00

เฮ้ ว่าไงเพื่อน?

น้ำเสียง/เจตนา

What's up, man? ในฐานะคำทักทายแบบสบาย ๆ

ในประโยคนี้ what's up ทำหน้าที่เป็นคำทักทายแบบสบาย ๆ มีความหมายประมาณว่า “เป็นอย่างไรบ้าง?” หรือเพียงแค่ “หวัดดี” โดยปกติแล้วต้องการเพียงคำตอบสั้น ๆ ไม่ได้ขอให้เล่าเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งอย่างละเอียด man เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการที่เพิ่มน้ำเสียงเป็นมิตรและผ่อนคลาย ในที่นี้ช่วยสร้างความสนิทสนม และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคำถามตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ในการแนะนำตัวแบบผ่อนคลาย What's up, man? น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด?

  1. คำทักทายแบบสบาย ๆ ที่มักต้องการคำตอบสั้น ๆ
  2. คำขออย่างเป็นทางการให้เล่าเหตุการณ์อย่างละเอียด
  3. คำเตือนว่าผู้ฟังกำลังมีปัญหา
ดูคำตอบ

คำทักทายแบบสบาย ๆ ที่มักต้องการคำตอบสั้น ๆ

I'm Destin.

3:00

ผมเดสติน

Pleased to meet you, Jim. น้ำเสียง/เจตนา

3:01

ยินดีที่ได้รู้จักครับจิม

น้ำเสียง/เจตนา

Pleased to meet you สำหรับการพบกันครั้งแรกอย่างสุภาพ

Pleased to meet you เป็นสำนวนสุภาพแบบตายตัวที่ใช้ทันทีหลังจากได้รับการแนะนำให้รู้จักใครเป็นครั้งแรก และเป็นรูปละคำของ I'm pleased to meet you สำนวนนี้ทำหน้าที่ตามมารยาททางสังคมเพื่อรับคำแนะนำตัวอย่างสุภาพ ไม่จำเป็นต้องบรรยายความรู้สึกส่วนตัวที่รุนแรง ชื่อ Jim ใช้เรียกคนที่เพิ่งรู้จักโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะสมที่สุดทันทีหลังจากได้รับการแนะนำให้รู้จักลูกค้าเป็นครั้งแรก?

  1. What's wrong, Ms. Rivera?
  2. Pleased to meet you, Ms. Rivera.
  3. Good to see you again, Ms. Rivera.
ดูคำตอบ

Pleased to meet you, Ms. Rivera.

Jim?

3:01

จิม?

This is Jim Reeves,

3:02

นี่คือจิม รีฟส์

co-inventor of GravityLight.

3:03

ผู้ร่วมคิดค้น GravityLight

Jim told me that he had visited Kenya ไวยากรณ์

3:05

จิมบอกผมว่าเขาเคยไปเยือนเคนยา

where he had met people who had to use kerosene lamps at night

3:06

ที่นั่นเขาพบผู้คนที่ต้องใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดในตอนกลางคืน

ไวยากรณ์

had visited Kenya ... had met people: past perfect ที่เกิดก่อน told

โครงสร้าง had + past participle คือ past perfect โดย told กำหนดจุดอ้างอิงในอดีต และ had visited กับ had met วางประสบการณ์ทั้งสองไว้ก่อนเวลาที่จิมเล่าเรื่องนั้น การใช้ past perfect สองครั้งไม่ได้หมายความว่าเขาไปเยือนสองครั้ง และไม่ได้บอกว่าการไปเยือนกับการพบผู้คนอย่างไหนเกิดก่อนกัน where เชื่อมการพบผู้คนเข้ากับเคนยา จึงหมายถึงเขาพบคนเหล่านั้นระหว่างการเดินทางครั้งก่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ visit: By the time Maya told us about her trip, she ____ the museum twice.

ดูคำตอบ

had visited

so their children could do their homework. ไวยากรณ์

3:09

เพื่อให้ลูกๆ ของพวกเขาทำการบ้านได้

ไวยากรณ์

so their children could: การบอกจุดประสงค์ในอดีต

ใน so their children could do their homework คำว่า so นำหน้าจุดประสงค์ของการใช้ตะเกียง แสงจากตะเกียงทำให้เด็ก ๆ สามารถทำการบ้านในตอนกลางคืนได้ ตรงนี้ so มีความหมายเหมือน so that และละ that ได้ could สอดคล้องกับเหตุการณ์ในอดีต และแสดงความสามารถหรือโอกาสที่เกิดจากการมีตะเกียง ไม่ได้เพียงบอกผลแบบ “ดังนั้น” แต่บอกว่าผู้คนใช้ตะเกียงไปเพื่ออะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so ... could เพื่ออธิบายจุดประสงค์ของการกระทำในอดีต

  1. We moved the table because everyone could see the screen.
  2. We moved the table, so everyone saw the screen.
  3. We moved the table so everyone could see the screen.
ดูคำตอบ

We moved the table so everyone could see the screen.

Children can get burned,

3:11

เด็กๆ อาจโดนลวกได้

the soot causes respiratory problems.

3:12

เขม่าควันก็ทำให้เกิดปัญหาทางเดินหายใจ

You've got to pay for the kerosene ไวยากรณ์

3:13

คุณต้องจ่ายค่าน้ำมันก๊าด

ไวยากรณ์

You've got to pay for: การบอกความจำเป็นในภาษาพูดด้วย have got to

ใน You've got to pay for ส่วน 've got to เป็นรูปย่อของ have got to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการจ่ายเงินเป็นสิ่งจำเป็นหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดได้รับบางสิ่งมาแล้ว โครงสร้างนี้แสดงว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบจริง เมื่อใดที่ต้องใช้น้ำมันก๊าด ก็ต้องจ่ายเงินซื้อ สามารถใช้ have got to + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกความจำเป็นอย่างมากในปัจจุบันได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ have got to: You____ leave now, or you'll miss the bus.

ดูคำตอบ

've got to

and think about it.

3:15

แล้วลองคิดดูสิ

You're burning an open container of fuel inside your house.

3:16

คุณกำลังจุดเชื้อเพลิงในภาชนะเปิดโล่งในบ้านนะ

It's a fire hazard. วลี

3:19

มันเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้มาก

วลี

fire hazard: สิ่งที่อาจก่อให้เกิดไฟไหม้

fire hazard คือสิ่งของ สภาพ หรือกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดไฟไหม้หรือทำให้ไฟลุกลามได้ง่ายขึ้น คำนี้หมายถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่แล้ว วลีนี้มักตามหลัง be เพื่อจัดว่าสิ่งหนึ่งเป็นความเสี่ยงประเภทใด เช่น It's a fire hazard หรือ Those boxes are a fire hazard

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าเต้ารับไฟฟ้าที่ใช้งานเกินกำลังอาจทำให้เกิดไฟไหม้?

  1. An overloaded outlet is on fire.
  2. An overloaded outlet is a fire hazard.
  3. An overloaded outlet is a fire drill.
ดูคำตอบ

An overloaded outlet is a fire hazard.

Jim let me inside the secret lair

3:20

จิมพาผมเข้าไปในฐานทัพลับ

where they developed GravityLight.

3:22

ที่พวกเขาพัฒนา GravityLight

I wasn't really surprised when we took one apart กริยาวลี

3:23

ผมไม่แปลกใจเลยตอนที่เราแกะมันออกมาดู

and found a DC generator on the inside.

3:26

และพบเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงอยู่ข้างใน

กริยาวลี

take something apart: แกะสิ่งของออกเป็นชิ้นส่วน

Take something apart หมายถึงตั้งใจแยกสิ่งของออกเป็นชิ้นส่วนหรือส่วนประกอบ โดยปกติเพื่อตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือทำความเข้าใจโครงสร้าง ในประโยคนี้ one หมายถึง GravityLight หนึ่งเครื่อง เมื่อแกะออกแล้วจึงพบเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงอยู่ข้างใน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ take apart ในรูปและลำดับคำที่ถูกต้อง: The remote stopped working, so Mia decided to ____ and check the battery contacts.

ดูคำตอบ

take it apart

Okay,

3:28

เอาล่ะ

so now what we're going to do is

3:29

สิ่งที่เรากำลังจะทำก็คือ

we're going to set up the GravityLight prototype up here

3:30

เราจะติดตั้งเครื่องต้นแบบของ GravityLight ไว้ตรงนี้

without a cover on it

3:33

โดยไม่ต้องใส่ฝาครอบ

and we're going to look at how it actually works.

3:34

และเราจะมาดูกันว่าจริงๆ แล้วมันทำงานยังไง

So I would expect that the side under tension is where it's going to be moving slowest น้ำเสียง/เจตนา

3:36

ผมคาดว่าด้านที่รับแรงดึงจะเป็นส่วนที่เคลื่อนที่ช้าที่สุด

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ I would expect that ... เพื่อคาดการณ์อย่างระมัดระวัง

I would expect that ใช้นำเสนอการคาดการณ์ที่อาศัยเหตุผลหรือหลักฐานที่มีอยู่ ในประโยคนี้ ผู้พูดคาดการณ์ว่าตำแหน่งใดจะเคลื่อนที่ช้าที่สุดก่อนที่การสังเกตจะเสร็จสมบูรณ์ would ทำให้คำกล่าวฟังดูไม่เด็ดขาดและเปิดโอกาสให้หลักฐานใหม่เปลี่ยนข้อคาดการณ์ได้ ในที่นี้ไม่ได้แสดงอนาคตที่มองจากอดีต โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ I would expect that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการคาดการณ์ที่มีเหตุผลได้ดีที่สุด พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้หลักฐานใหม่เปลี่ยนข้อสรุปได้?

  1. I would expect that the backup battery will last about two hours.
  2. I promise that the backup battery will last about two hours.
  3. I know that the backup battery will last exactly two hours.
ดูคำตอบ

I would expect that the backup battery will last about two hours.

and near the gear on the or the belt on the motor with the generator,

3:41

และส่วนที่อยู่ใกล้กับเฟืองหรือสายพานบนมอเตอร์ที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

they're the same thing by the way,

3:46

ซึ่งมันก็คือสิ่งเดียวกันนั่นแหละ

that's where it's going to be driving fastest.

3:47

ตรงนั้นจะเป็นจุดที่หมุนเร็วที่สุด

So let's check it out.

3:49

งั้นเรามาดูกัน

So the weight on GravityLight moves very slow

3:49

น้ำหนักของ GravityLight เคลื่อนที่ช้ามาก

and takes over 20 minutes to fall.

3:51

และใช้เวลานานกว่า 20 นาทีในการตกลงมา

So how is this slow motion converted into something fast enough to move that generator?

3:53

แล้วการเคลื่อนที่ช้าๆ นี้ถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่เร็วพอที่จะหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้านั่นได้ยังไง?

The clock in the church had really large metal teeth

3:58

นาฬิกาในโบสถ์มีซี่เฟืองโลหะขนาดใหญ่มาก

capable of holding back that large weight. วลี

4:00

ที่สามารถรับน้ำหนักมหาศาลขนาดนั้นได้

วลี

capable of holding back: ความสามารถในการยึดหรือกั้นไว้ทางกายภาพ

รูปแบบ capable of + กริยารูป -ing ใช้บอกความสามารถหรือสมรรถนะ ในประโยคนี้ capable of holding back บอกว่าฟันโลหะขนาดใหญ่ทำอะไรได้ คือสามารถต้านและยึดแรงดึงจากตุ้มน้ำหนักมากไว้ได้ hold back ในที่นี้มีความหมายเชิงกายภาพ ไม่ได้หมายถึงการเก็บซ่อนความรู้สึกหรือขัดขวางความก้าวหน้าของใคร แต่หมายถึงการยับยั้งไม่ให้แรงหรือวัตถุเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “สามารถยึดหรือกั้นไว้ในเชิงกายภาพ”: This floodgate is ____ a wall of water.

ดูคำตอบ

capable of holding back

But GravityLight is just made of plastic.

4:03

แต่ GravityLight ทำจากพลาสติกนะ

Wouldn't those teeth just break off under such a large load? กริยาวลี

4:05

ซี่เฟืองพวกนั้นจะไม่หักเมื่อรับน้ำหนักเยอะๆ เหรอ?

กริยาวลี

break off: หักและแยกออกจากวัตถุหลัก

break off หมายถึงชิ้นส่วนที่ติดอยู่หักตรงจุดเชื่อมต่อแล้วแยกออกจากวัตถุหลัก ในคำถามนี้ ฟันเฟืองคือชิ้นส่วนที่อาจหลุดออกเพราะรับน้ำหนักมาก ในที่นี้กริยาวลีใช้แบบไม่ต้องมีกรรม กล่าวคือชิ้นส่วนนั้น break off เอง และยังใช้แบบมีกรรมได้ เช่น break a piece off หรือ break off a piece

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าชิ้นส่วนที่ติดอยู่หักและแยกออกจากวัตถุหลัก

  1. One of the plastic tabs broke off.
  2. One of the plastic tabs cracked but stayed attached.
  3. One of the plastic tabs fell off without snapping.
ดูคำตอบ

One of the plastic tabs broke off.

Jim taught me something interesting about how gears work.

4:08

จิมสอนสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำงานของเฟืองให้ผมฟัง

If you have two gears touching on the outer diameter,

4:10

ถ้าคุณมีเฟืองสองตัวสัมผัสกันที่เส้นผ่านศูนย์กลางรอบนอก

only one tooth is engaged at any time.

4:12

จะมีเฟืองแค่ซี่เดียวที่สบกันในเวลาหนึ่งๆ

But if you have a gear running on the inner diameter of another gear,

4:15

แต่ถ้าคุณมีเฟืองตัวหนึ่งวิ่งอยู่บนเส้นผ่านศูนย์กลางด้านในของเฟืองอีกตัว

multiple teeth are engaged at the same time,

4:18

ฟันเฟืองหลายซี่จะสบกันในเวลาเดียวกัน

which has serious implications for the life of the gear. วลี

4:20

ซึ่งมีผลอย่างมากต่ออายุการใช้งานของเฟือง

วลี

serious implications for: ผลลัพธ์สำคัญต่อบางสิ่ง

ในประโยคนี้ serious implications for หมายถึง “มีผลลัพธ์สำคัญต่อ……” การออกแบบทำให้ฟันเฟืองหลายซี่ช่วยกันรับภาระ และข้อเท็จจริงนี้อาจส่งผลอย่างมากต่ออายุการใช้งานของเฟือง ในที่นี้ implications หมายถึงผลลัพธ์หรือผลกระทบ ไม่ใช่การบอกเป็นนัยทางอ้อม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have implications for + บุคคล ระบบ หรือประเด็นที่ได้รับผลกระทบ คำว่า serious ทำให้วลีหนักแน่นขึ้นและบอกว่าผลลัพธ์นั้นควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

เติมวลีทางการที่หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงอาจก่อให้เกิดผลลัพธ์สำคัญต่อความปลอดภัยสาธารณะ: The design change could have ____ public safety.

ดูคำตอบ

serious implications for

So if a gear is mounted internally,

4:23

ดังนั้นถ้าติดตั้งเฟืองไว้ด้านใน

then you get multiple teeth touching.

4:26

คุณก็จะได้ฟันเฟืองที่สัมผัสกันหลายซี่

Exactly.

4:28

ถูกต้องเลย

Therefore,

4:29

ด้วยเหตุนี้

you transmit the force over multiple teeth

4:29

คุณจึงกระจายแรงไปบนฟันเฟืองหลายซี่

and so you decrease the contact stress,

4:31

และช่วยลดแรงเค้นจากการสัมผัสลงได้

Exactly.

4:33

ถูกต้องเลย

increasing the life of the gear.

4:33

เป็นการยืดอายุการใช้งานของเฟือง

Precisely.

4:35

แม่นยำมาก

I went to school for 4 years and you just taught me something in 10 seconds. ลำดับความ

4:36

ผมไปเรียนมา 4 ปี แต่คุณเพิ่งสอนอะไรผมได้ในเวลา 10 วินาที

ลำดับความ

I went to school for 4 years ... in 10 seconds: การเปรียบเทียบเวลาแบบขบขัน

ประโยคนี้สร้างจากกรอบเวลาสองส่วนที่ขนานกัน ได้แก่ I went to school for 4 years และ you just taught me something in 10 seconds การวางช่วงเวลาที่ยาวนานไว้คู่กับช่วงเวลาที่สั้นมาก ทำให้คำอธิบายใหม่ดูมีประสิทธิภาพและน่าจดจำเป็นพิเศษ ความแตกต่างนี้เป็นการพูดเกินจริงแบบขบขัน ผู้พูดกำลังชมอีกฝ่ายและแสดงความประหลาดใจ ไม่ได้กำลังบอกจริง ๆ ว่าการศึกษาสี่ปีไม่มีประโยชน์ คุณสามารถนำรูปแบบ “ความพยายามที่ยาวนาน + and + ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว” ไปใช้เพื่อสร้างอารมณ์ขันหรือแสดงความชื่นชมอย่างมากได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การเปรียบเทียบเวลาแบบขนานเดียวกันเพื่อแสดงคำชมด้วยความประทับใจ?

  1. I studied this for three days, and you explained it in two minutes.
  2. I studied this for three days because the test lasted two minutes.
  3. You explained it in two minutes, so I studied for three days afterward.
ดูคำตอบ

I studied this for three days, and you explained it in two minutes.

Thank you so much.

4:39

ขอบคุณมากครับ

Think about that.

4:40

ลองคิดดูนะ

One side of the mechanism is closest to the weight

4:41

ด้านหนึ่งของกลไกอยู่ใกล้น้ำหนักมากที่สุด

so the forces are larger.

4:43

ดังนั้นแรงกระทำจึงมากกว่า

Jim uses internal gearing here to distribute that load across more teeth. วลี

4:45

จิมใช้เฟืองภายในตรงนี้เพื่อกระจายน้ำหนักไปตามฟันเฟืองให้มากขึ้น

วลี

กระจายภาระไปยังฟันเฟืองที่มากขึ้น

ในที่นี้ distribute that load across more teeth หมายถึงทำให้ฟันเฟืองหลายซี่ร่วมกันรับแรงทางกล แทนที่จะให้ฟันเฟืองเพียงหนึ่งหรือสองซี่รับแรงทั้งหมด load เป็นคำนามที่หมายถึงแรงหรือน้ำหนักที่กระทำต่อกลไก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ distribute a load across several points or parts โดย distribute บอกการกระทำ the load คือสิ่งที่ถูกแบ่ง และ across นำเข้าสู่ตำแหน่งหลายจุดที่ร่วมกันรับภาระ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ distribute a load across ได้ถูกต้องเพื่อสื่อว่าชิ้นส่วนหลายชิ้นร่วมกันรับภาระ

  1. The frame distributes the load away from four supports.
  2. The frame distributes the load across four supports.
  3. The frame carries the load beside four supports.
  4. The frame distributes four supports across the load.
ดูคำตอบ

The frame distributes the load across four supports.

The further through the drivetrain you go, ไวยากรณ์

4:48

ยิ่งส่งกำลังไปไกลเท่าไหร่

the fewer the teeth you have to engage

4:50

ฟันเฟืองที่ต้องใช้สบกันก็จะน้อยลงเท่านั้น

ไวยากรณ์

The further ..., the fewer ...: ยิ่ง... ก็ยิ่งน้อย...

The further ... you go, the fewer ... you have to engage ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ the + อนุประโยคขั้นกว่า, the + อนุประโยคขั้นกว่า โครงสร้างนี้เชื่อมปริมาณสองอย่างที่เปลี่ยนไปด้วยกัน เมื่อไล่ไปตามระบบส่งกำลังมากขึ้น จำนวนฟันเฟืองที่ต้องขบกันก็ลดลง คำว่า the หน้า further และ the หน้า fewer ไม่ใช่คำนำหน้านามตามปกติ แต่เป็นเครื่องหมายของการเปรียบเทียบที่สัมพันธ์กัน ส่วน the ที่ตามมาใน the teeth เป็นส่วนหนึ่งของนามวลี อนุประโยคแรกบอกเงื่อนไขที่เปลี่ยนไป และอนุประโยคที่สองบอกผลที่เปลี่ยนตาม

แบบฝึกหัด

ใช้รูปขั้นกว่าของ much และ easy เพื่อเติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ให้สมบูรณ์: ____ you practice, ____ it gets.

ดูคำตอบ

The more · the easier

because the torque gets lighter and lighter as the speed runs faster.

4:51

เพราะแรงบิดจะเบาลงเรื่อยๆ เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น

Eventually,

4:55

ในที่สุด

they're even light enough so that the generator can run with just a small rubber band, which has the added bonus of being quiet at high speeds. วลี

4:56

พวกมันก็เบาพอที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสามารถทำงานได้ด้วยหนังยางเส้นเล็กๆ ซึ่งมีข้อดีคือเงียบแม้ในความเร็วสูง

วลี

the added bonus of being quiet: ข้อดีเพิ่มเติมของการทำงานอย่างเงียบ

โครงสร้าง the added bonus of + คำนามหรือรูป -ing ใช้เพิ่มข้อดีอีกข้อจากประโยชน์หลัก ในประโยคนี้ หนังยางสามารถขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้อยู่แล้ว ส่วนการทำงานอย่างเงียบในความเร็วสูงคือข้อดีเพิ่มเติม หลัง of ให้ใช้วลีคำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ being quiet คือข้อดีเพิ่มเติม และ bonus ในการใช้นี้ไม่ได้หมายถึงเงินรางวัล

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ตรงตามบทเรียนนี้ ซึ่งนำเสนอการทำงานอย่างเงียบว่าเป็นข้อดีเพิ่มเติม: The new fan uses less electricity, with ____ running almost silently.

ดูคำตอบ

the added bonus of

When you said the motor itself is at 1,600 RPMs?

5:02

ที่คุณบอกว่าตัวมอเตอร์เองมีความเร็ว 1,600 RPM น่ะเหรอ?

That's right.

5:05

ใช่แล้ว

And that's one of the reasons why we use a belt at the end ไวยากรณ์

5:05

และนั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่เราใช้สายพานในตอนท้าย

ไวยากรณ์

one of the reasons why: หนึ่งในหลายเหตุผล

โครงสร้าง one of the reasons why + อนุประโยค ใช้นำเสนอคำอธิบายว่าเป็นหนึ่งในหลายเหตุผล จึงหลีกเลี่ยงการบอกว่านี่คือสาเหตุหรือแรงจูงใจเพียงอย่างเดียว เนื่องจากโครงสร้างนี้หมายถึง “หนึ่งในหลายเหตุผล” reasons จึงต้องเป็นพหูพจน์ อนุประโยคหลัง why ระบุการกระทำ ผลลัพธ์ หรือตัวเลือกที่กำลังอธิบาย เช่น one of the reasons why we use a belt

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ one of + คำนามพหูพจน์ reasons + why เพื่อแสดงว่าค่าใช้จ่ายไม่ใช่ปัจจัยเดียว: Cost was ____ we chose the smaller model.

ดูคำตอบ

one of the reasons why

because if you did that just with a spur gear,

5:07

เพราะถ้าคุณทำแบบนั้นด้วยเฟืองตรงธรรมดาๆ

it'd sound like a bag of nails. สำนวน

5:09

เสียงมันจะดังเหมือนถุงใส่ตะปูเลยล่ะ

สำนวน

sound like a bag of nails: ส่งเสียงเหมือนถุงตะปู

ในประโยคนี้ sound like a bag of nails หมายถึง “ส่งเสียงโลหะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งอย่างหยาบและแสบหู” สำนวนนี้ทำให้นึกถึงตะปูที่หลวมอยู่ในถุงแล้วถูกเขย่า จึงเปรียบว่าเฟืองจะมีเสียงดังมากและไม่น่าฟัง สำนวนนี้เป็นการเปรียบเทียบที่มีความหมายเชิงลบอย่างชัดเจน อาจทำให้เครื่องจักรดูเหมือนทำงานไม่ราบรื่น มีชิ้นส่วนหลวม หรือมีสภาพกลไกไม่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่ามีตะปูอยู่ข้างในจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเปรียบเทียบที่หมายถึงเสียงเครื่องจักรกระทบกันอย่างหยาบและแสบหูให้สมบูรณ์: The old engine rattles so badly that it ____.

ดูคำตอบ

sounds like a bag of nails

So the secret that you guys have uncovered

5:11

ดังนั้นเคล็ดลับที่พวกคุณค้นพบ

to creating light with gravity

5:13

ในการสร้างแสงสว่างจากแรงโน้มถ่วง

with these low powered LEDs

5:15

กับหลอดไฟ LED ที่ใช้พลังงานต่ำเหล่านี้

is using ancient technology,

5:17

คือการใช้เทคโนโลยีโบราณ

which is just falling weights

5:19

ซึ่งก็คือแค่ตุ้มน้ำหนักที่ตกลงมา

But the way you've done it is distributed the load

5:21

แต่วิธีที่คุณทำคือการกระจายน้ำหนัก

on the teeth in a very particular way

5:24

บนซี่เฟืองในวิธีที่เฉพาะเจาะจงมากๆ

so that these things last a long time

5:25

เพื่อให้สิ่งเหล่านี้ใช้งานได้ยาวนาน

and they don't break or wear out. กริยาวลี

5:27

และพวกมันไม่พังหรือสึกหรอ

กริยาวลี

wear out: ค่อย ๆ สึกหรอจากการใช้งาน

Wear out หมายถึงค่อย ๆ เสียหายจากการใช้ซ้ำ การเสียดสี หรืออายุการใช้งาน จนทำงานได้ไม่ดี ในที่นี้ they หมายถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ และ wear out เป็นอกรรมกริยา คือชิ้นส่วนเหล่านั้นค่อย ๆ เสื่อมสภาพเอง เมื่อระบุสาเหตุ wear out ก็ใช้เป็นสกรรมกริยาได้: Rough roads wear tires out. ถ้ากรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง wear the tires out และ wear out the tires แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ให้ใช้ wear them out

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ค่อย ๆ ใช้งานไม่ได้เนื่องจากการใช้” ให้สมบูรณ์: Even strong hiking boots eventually ____.

ดูคำตอบ

wear out

That's genius.

5:30

อัจฉริยะมาก

Okay,

5:30

เอาล่ะ

so we talked about the gearing,

5:31

เราพูดถึงระบบเฟืองกันไปแล้ว

but what about the escapement?

5:32

แต่เรื่องกลไกคุมจังหวะล่ะ?

Why doesn't the weight just speed up until it hits the ground?

5:33

ทำไมตุ้มน้ำหนักถึงไม่เร่งความเร็วจนหล่นกระแทกพื้นล่ะ?

LEDs are way more efficient than traditional bulbs, ไวยากรณ์

5:36

LED มีประสิทธิภาพมากกว่าหลอดไฟแบบเดิมๆ มาก

ไวยากรณ์

way more efficient than: การเปรียบเทียบที่เน้นความแตกต่างอย่างมาก

ใน way more efficient than คำว่า way ใช้ขยายวลีเปรียบเทียบ more efficient ให้หนักแน่นขึ้น หมายถึงประสิทธิภาพแตกต่างกันมาก ไม่ใช่สูงกว่าเพียงเล็กน้อย และ way ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า “ถนน” หรือ “วิธี” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ way + comparative + than เช่น way more efficient than, way faster than หรือ way better than รูปแบบนี้แสดงว่าสิ่งหนึ่งเหนือกว่าอีกสิ่งหนึ่งมากในด้านที่กำลังเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ way + รูปขั้นกว่าของ reliable: This backup system is ____ the old one.

ดูคำตอบ

way more reliable than

but there's something else.

5:39

แต่มีอีกอย่างหนึ่ง

LEDs have a voltage limit.

5:40

LED มีขีดจำกัดของแรงดันไฟฟ้า

Once the generator turns up to a certain speed

5:42

เมื่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหมุนถึงความเร็วระดับหนึ่ง

and that voltage limit is reached,

5:44

และไปถึงขีดจำกัดแรงดันไฟฟ้านั้น

the LED won't let it turn any faster. ไวยากรณ์

5:46

LED จะไม่ยอมให้มันหมุนเร็วไปกว่านี้แล้ว

ไวยากรณ์

won't let it turn any faster: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ใน won't let it turn any faster คำว่า let ตามด้วยกรรม it และกริยารูปพื้นฐาน turn โดยไม่มี to รูปปฏิเสธ won't let หมายถึง “จะไม่อนุญาต” ส่วน any faster หมายถึง “เร็วเกินกว่าความเร็วที่ได้ไปถึงแล้ว” ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่า LED ตัดสินใจอย่างมีสติ แต่ใช้โครงสร้างบอกเหตุแบบเดียวกันเพื่ออธิบายข้อจำกัดทางกายภาพ เมื่อถึงขีดจำกัดแล้ว โหลดจะป้องกันไม่ให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพิ่มความเร็ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย let + the machine + start โดยใช้โครงสร้างกริยาที่ถูกต้อง: The safety lock won't ____ until the door is closed.

ดูคำตอบ

let the machine start

It acts just like the escapement in a clock.

5:48

มันทำหน้าที่เหมือนกลไกคุมจังหวะในนาฬิกาเป๊ะเลย

In fact,

5:51

ในความเป็นจริง

if you hang 10 rocks on it

5:51

ถ้าคุณแขวนหิน 10 ก้อนไว้บนนั้น

or if you hang 12 rocks on it,

5:52

หรือถ้าคุณแขวนหิน 12 ก้อน

it's always going to fall at the same rate.

5:54

มันจะตกลงมาในอัตราเดียวกันเสมอ

This is how GravityLight can run for so long.

5:56

นี่คือวิธีที่ GravityLight สามารถทำงานได้ยาวนานขนาดนี้

Right.

5:58

ใช่แล้ว

One of the advantages of GravityLight is there's no limit

5:59

ข้อดีอย่างหนึ่งของ GravityLight คือมันไม่มีขีดจำกัด

to that reservoir of power

6:01

สำหรับแหล่งพลังงานนี้

as long as you're willing to go back over ไวยากรณ์

6:02

ตราบใดที่คุณยอมเดินกลับไปที่เครื่อง

and re-hoist the weight off the ground.

6:04

และดึงน้ำหนักขึ้นจากพื้นอีกครั้ง

ไวยากรณ์

as long as ที่ใช้บอกเงื่อนไข

ในที่นี้ as long as หมายถึง provided that หรือ “ขอเพียงว่า” โดยใช้บอกเงื่อนไขที่เพียงพอให้ผลลัพธ์ก่อนหน้านี้เกิดขึ้น นั่นคือ หากยินดีกลับไปยกน้ำหนักขึ้นจากพื้นอีกครั้ง ก็เพียงพอให้ผลลัพธ์นั้นเป็นจริง ไม่ได้เป็นการเปรียบเทียบความยาวหรือบอกระยะเวลา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ผลลัพธ์ + as long as + เงื่อนไข ซึ่งทำให้ผลลัพธ์ การอนุญาต หรือคำสัญญาขึ้นอยู่กับเงื่อนไขนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as long as เพื่อบอกเงื่อนไข

  1. The cable is as long as the desk.
  2. You can borrow the tablet as long as you return it before dinner.
  3. We waited as long as the meeting lasted.
ดูคำตอบ

You can borrow the tablet as long as you return it before dinner.

You can let that run all night for no cost.

6:06

คุณสามารถปล่อยให้มันทำงานทั้งคืนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

So there you go.

6:08

นั่นแหละครับ

Jim and his team are using their technical talent

6:09

จิมและทีมงานกำลังใช้ความสามารถทางเทคนิคของพวกเขา

to provide a safe, clean, sustainable alternative to kerosene lamps. วลี

6:11

เพื่อเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย สะอาด และยั่งยืนแทนตะเกียงน้ำมันก๊าด

วลี

provide an alternative to ...: เสนอทางเลือกแทน ...

Provide an alternative to X หมายถึงสร้างหรือเสนออีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้แทน X ได้ ในที่นี้ทางเลือกดังกล่าวมีไว้แทนตะเกียงน้ำมันก๊าด ส่วน safe, clean และ sustainable อธิบายคุณสมบัติของทางเลือกนั้น โครงสร้างคือ provide + an alternative + to + สิ่งที่ถูกแทนที่ สามารถเติมคำคุณศัพท์หน้า alternative ได้ โดยในประโยคนี้ safe, clean และ sustainable เป็นคำบรรยายที่เรียงคู่ขนานกันเพื่ออธิบายทางเลือกเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้ระบุสิ่งซึ่งถูกแทนที่ให้สมบูรณ์: Solar lanterns offer an alternative ____ candles.

ดูคำตอบ

to

I love this story.

6:16

ผมชอบเรื่องนี้จัง

I think it's because the solution was so obvious,

6:17

ผมคิดว่าเป็นเพราะวิธีแก้ปัญหามันชัดเจนมาก

but nobody connected the dots. สำนวน

6:20

แต่ไม่มีใครเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน

สำนวน

Connected the dots: เชื่อมโยงข้อเท็จจริงเพื่อมองเห็นคำตอบ

ในประโยคนี้ connected the dots ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการนำข้อมูลที่แยกกัน—กลไกแบบเก่าและเทคโนโลยีปัจจุบัน—มาเชื่อมโยงกัน จนมองเห็นวิธีแก้ที่เรียบง่าย ใจความสำคัญคือการมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่รู้อยู่แล้ว ไม่ใช่การค้นพบทุกส่วนขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น โดยทั่วไป connect the dots หมายถึงการเชื่อมโยงเบาะแส ข้อเท็จจริง หรือแนวคิด เพื่อเข้าใจรูปแบบ สาเหตุ หรือคำตอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ connect the dots: After comparing the reports, Maya ____ and found the cause.

ดูคำตอบ

connected the dots

All we had to do was apply an ancient technology ไวยากรณ์

6:22

สิ่งที่เราต้องทำก็คือประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโบราณ

to a technology that we have now

6:25

เข้ากับเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ตอนนี้

ไวยากรณ์

All we had to do was + กริยารูปพื้นฐาน: ขั้นตอนเดียวที่จำเป็น

All we had to do was apply ... หมายถึงการนำเทคโนโลยีโบราณมาประยุกต์ใช้เป็นการกระทำเพียงอย่างเดียวที่จำเป็น โครงสร้าง all + ประธาน + had to do + was + กริยารูปพื้นฐาน นำเสนอขั้นตอนสำคัญเพียงขั้นตอนเดียวว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำทั้งหมด จึงมักทำให้วิธีแก้ดูง่ายเมื่อมองย้อนกลับไป หลัง was โครงสร้างนี้ใช้กริยารูปพื้นฐาน จึงเป็น was apply ในที่นี้ an ancient technology เป็นกรรมของ apply และ to นำเข้าสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่หรือสถานการณ์ที่นำวิธีนั้นไปใช้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการรีสตาร์ตอุปกรณ์เป็นการกระทำเพียงอย่างเดียวที่จำเป็น

  1. All we did was restart the device.
  2. All we had to do was restarted the device.
  3. All we had to do was restart the device.
ดูคำตอบ

All we had to do was restart the device.

and we could give light to 1.3 billion people

6:26

และเราก็จะสามารถมอบแสงสว่างให้กับผู้คน 1.3 พันล้านคน

that didn't have it before.

6:29

ที่ไม่เคยมีมันมาก่อน

I'm Destin.

6:30

ผมเดสติน

You're getting smarter every day.

6:31

คุณกำลังฉลาดขึ้นทุกวัน (Smarter Every Day)

Have a good one.

6:33

ขอให้เป็นวันที่ดีนะ

So you plug the audio plug in the side of the product

6:34

ดังนั้นคุณแค่เสียบปลั๊กเครื่องเสียงที่ด้านข้างของผลิตภัณฑ์

and that interrupts the power to the LED

6:38

และมันจะตัดไฟที่จ่ายให้ LED

so you've got a really bright task light.

6:40

เพื่อให้คุณได้ไฟส่องสว่างสำหรับทำงานที่สว่างมากๆ

You can turn off.. What like a child's schoolwork or something at night,

6:42

คุณสามารถปิดไฟได้.. แบบว่าให้เด็กทำการบ้านหรืออะไรสักอย่างในตอนกลางคืนงั้นเหรอ

like homework.

6:44

เช่น การบ้าน

Exactly.

6:44

ถูกต้อง

What we're attempting to do here is to provide a really cost-effective solution

6:45

สิ่งที่เราพยายามทำอยู่ที่นี่คือการมอบวิธีแก้ปัญหาที่คุ้มค่าจริงๆ

to people off grid.

6:49

ให้กับคนที่อยู่นอกพื้นที่ให้บริการไฟฟ้า

But one of the ways in which we're doing that ไวยากรณ์

6:50

แต่วิธีหนึ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่

is to market the product in on-grid markets การใช้คำ

6:52

คือการทำตลาดผลิตภัณฑ์นี้ในกลุ่มตลาดที่มีไฟฟ้าใช้

ไวยากรณ์

โครงสร้าง one of the ways in which ... is to ...

One of the ways in which we're doing that is to market the product ใช้โครงสร้าง one of the ways in which + อนุประโยค + is to + กริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้นำเสนอวิธีที่เฉพาะเจาะจงหนึ่งวิธี พร้อมสื่อว่ายังมีวิธีอื่นอีก คำหลักทางไวยากรณ์ของประธานคือ one ซึ่งเป็นเอกพจน์ จึงใช้กริยาเชื่อม is ไม่ใช่ are ส่วน in which เชื่อม ways กับอนุประโยคที่อธิบายวิธีบรรลุเป้าหมายอย่างเป็นทางการ และ to-infinitive ใช้ระบุวิธีที่เจาะจง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างทางการที่นำเสนอหนึ่งวิธีโดยไม่บอกว่าเป็นวิธีเดียว: One ____ we can reduce office waste is to reuse shipping boxes.

ดูคำตอบ

of the ways in which

การใช้คำ

on-grid markets: ตลาดที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า

On-grid markets คือตลาดที่ให้บริการพื้นที่ซึ่งเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าสาธารณะหลัก ในที่นี้ grid หมายถึงระบบส่งและจ่ายไฟฟ้า ดังนั้นวลีนี้จึงจำแนกตลาดตามความครอบคลุมของโครงสร้างพื้นฐาน On-grid เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และใช้ขยาย markets เครื่องหมายยัติภังค์ทำให้คำสองคำทำหน้าที่เป็นคำบรรยายหน่วยเดียว

แบบฝึกหัด

บริษัทแห่งหนึ่งเรียกหมู่บ้านว่า on-grid market ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผลิตภัณฑ์จำหน่ายผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
  2. หมู่บ้านเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าสาธารณะ
  3. หมู่บ้านผลิตไฟฟ้าทั้งหมดเองโดยไม่เชื่อมต่อกับโครงข่ายหลัก
ดูคำตอบ

หมู่บ้านเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าสาธารณะ

for people who might be wanting to put something away กริยาวลี

6:56

สำหรับผู้ที่อาจต้องการเก็บของบางอย่างไว้

กริยาวลี

put something away: เก็บไว้ใช้ภายหลัง

ในที่นี้ put something away หมายถึงนำสิ่งของไปเก็บในที่ที่ปลอดภัยหรือเหมาะสม เพื่อให้ยังนำมาใช้ได้ภายหลัง ในบริบทนี้ จุดประสงค์คือเก็บอุปกรณ์ฉุกเฉินให้พร้อมใช้ ไม่ใช่ทิ้งไป กริยาวลีนี้ยังใช้กล่าวถึงการนำของใช้ทั่วไปกลับไปไว้ในที่เก็บประจำได้ด้วย แนวคิดที่เหมือนกันคือหยุดใช้ของนั้นชั่วคราวแต่ยังคงเก็บรักษาไว้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เก็บไว้ในที่ที่เหมาะสม” ให้สมบูรณ์: Once the board game is dry, please ____ it ____ in the cupboard.

ดูคำตอบ

put · away

for the next hurricane or the next tsunami

6:58

สำหรับพายุเฮอริเคนครั้งหน้าหรือสึนามิครั้งหน้า

when the power's gonna go out. กริยาวลี

7:02

เมื่อเวลาที่ไฟฟ้าดับ

กริยาวลี

go out: เมื่อไฟฟ้าดับ

ในที่นี้ go out มีความหมายแบบอกรรมกริยา คือการจ่ายไฟฟ้าหยุดทำงาน ในอนุประโยค when the power's gonna go out ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือไฟฟ้าดับ ไม่ใช่มีใครออกจากสถานที่ รูปแบบเดียวกันนี้มักใช้กับไฟ แสงจากหลอดไฟ เปลวไฟ และแหล่งแสงหรือพลังงานอื่น ๆ: The lights went out. ประธานคือสิ่งที่หยุดให้แสงหรือพลังงาน และไม่มีกรรมตรงตามหลัง out

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ตรงกับสิ่งที่ได้ยินทุกคำ ให้เน้นฟังสองคำหลัง may

  1. The power may cut out during the storm.
  2. The power may stay on during the storm.
  3. The power may go out during the storm.
ดูคำตอบ

The power may go out during the storm.

Because GravityLight has no batteries in it,

7:03

เพราะ GravityLight ไม่มีแบตเตอรี่อยู่ข้างใน

it doesn't degrade over time. วลี

7:05

มันจึงไม่เสื่อมสภาพเมื่อเวลาผ่านไป

วลี

degrade over time: ค่อย ๆ เสื่อมสภาพตามเวลา

ในประโยคนี้ degrade over time หมายถึง “ค่อย ๆ สูญเสียประสิทธิภาพหรือคุณภาพเมื่อเวลาผ่านไป” ตรงนี้ degrade เป็นคำกริยาอกรรม ตัวอุปกรณ์เองมีสภาพแย่ลง ไม่ได้มีใครกำลังทำให้อุปกรณ์เสียหาย วลีนี้ใช้บรรยายการเปลี่ยนแปลงระยะยาวของแบตเตอรี่ วัสดุ ข้อมูล หรือประสิทธิภาพของระบบได้ โดยทั่วไปจะสื่อถึงกระบวนการที่เกิดขึ้นทีละน้อย ไม่ใช่ความเสียหายฉับพลันเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ค่อย ๆ สูญเสียคุณภาพเมื่อเวลาผ่านไป” ลงในประโยค: Rubber seals can ____ even when a machine is stored.

ดูคำตอบ

degrade over time

So you can store it under the stairs

7:07

ดังนั้นคุณจึงสามารถเก็บมันไว้ใต้บันไดได้

and it's still going to be ready to go for you whenever you need it. วลี

7:08

และมันจะยังพร้อมใช้งานเสมอเมื่อคุณต้องการมัน

วลี

ready to go: เตรียมพร้อมและใช้งานได้ทันที

ตรงนี้ ready to go หมายถึง “เตรียมพร้อมอย่างสมบูรณ์และใช้งานได้ทันที” คำว่า go ไม่ได้หมายถึงออกเดินทาง เพราะประธานเป็นอุปกรณ์ที่เก็บไว้ วลีนี้จึงบอกว่าอุปกรณ์จะทำงานได้เมื่อต้องการ โครงสร้าง be ready to go ใช้บรรยายอุปกรณ์ คน แผนงาน หรืองานได้ บริบทจะบอกว่า go หมายถึงเริ่มต้น ออกเดินทาง หรือเพียงแค่พร้อมใช้งาน

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “เตรียมพร้อมอย่างสมบูรณ์สำหรับการใช้งานทันที” ลงในประโยค: The emergency radio is charged and ____.

ดูคำตอบ

ready to go

If you'd like to learn more about the GravityLight project,

7:11

ถ้าคุณอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ GravityLight

I'll leave links in the video description.

7:13

ผมจะทิ้งลิงก์ไว้ในคำอธิบายวิดีโอนะครับ

And thank you very much to Shell

7:14

และต้องขอขอบคุณเชลล์ (Shell) มากๆ

for connecting me with Jim and letting me learn more about this project.

7:15

ที่ช่วยติดต่อให้ผมได้เจอกับจิม และทำให้ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับโครงการนี้มากขึ้น

It means a lot to me. น้ำเสียง/เจตนา

7:18

มันมีความหมายกับผมมาก

น้ำเสียง/เจตนา

means a lot to me: มีความหมายต่อฉันมาก

ใน means a lot to me คำว่า mean มีความหมายว่า “สำคัญ” หรือ “มีความหมาย” ส่วน a lot ใช้เน้นระดับความสำคัญ ไม่ได้หมายถึงจำนวนหรือปริมาณที่มาก วลีนี้แสดงว่าความสำคัญนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวสำหรับผู้พูด มักใช้ตอบอย่างจริงใจต่อความช่วยเหลือ การสนับสนุน ความไว้วางใจ หรือโอกาสที่มีคุณค่าทางอารมณ์หรือส่วนตัว

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยสำนวนเป้าหมาย: “Thank you for checking on me every day. It ____.”

ดูคำตอบ

means a lot to me

I've spent a lot of time in Africa and South America

7:19

ผมใช้เวลาอยู่ที่แอฟริกาและอเมริกาใต้มามาก

and I think it's really important.

7:22

และผมคิดว่านี่มันเป็นสิ่งสำคัญมากจริงๆ

Thanks.

7:24

ขอบคุณครับ

So to summarize everything that we've come up with here,

7:25

ดังนั้นเพื่อสรุปทุกอย่างที่เราได้ค้นพบในที่นี้

this weight pulls this chain,

7:29

ตุ้มน้ำหนักตัวนี้จะดึงโซ่เส้นนี้

which drives these gears, ลำดับความ

7:32

ซึ่งจะไปขับเคลื่อนเฟืองเหล่านี้

which drives this motor,

7:35

ซึ่งจะไปขับเคลื่อนมอเตอร์นี้

which powers this light,

7:36

ซึ่งจะไปจ่ายไฟให้หลอดไฟดวงนี้

which changes the world.

7:39

ซึ่งมันจะเปลี่ยนแปลงโลก

ลำดับความ

which drives ... which powers ... which changes: การสร้างห่วงโซ่เหตุและผล

อนุประโยค which ที่กล่าวซ้ำจัดคำอธิบายให้เป็นห่วงโซ่ โดยโซ่ขับเฟือง การเคลื่อนไหวนั้นขับมอเตอร์ มอเตอร์จ่ายพลังงานให้ไฟ และไฟนำไปสู่ผลที่กว้างขึ้น อนุประโยคใหม่แต่ละส่วนรับผลจากขั้นก่อนหน้าแล้วพาผู้ฟังไปยังขั้นต่อไป which changes the world ในตอนท้ายเปลี่ยนจากกลไกตามตัวอักษรของอุปกรณ์ไปสู่บทสรุปเชิงประเมินและโน้มน้าวใจเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคมที่อาจเกิดขึ้น นี่คือจุดสูงสุดทางวาทศิลป์ ไม่ใช่การรับประกันว่าไฟเพียงดวงเดียวจะเปลี่ยนโลกทั้งใบตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

โครงสร้าง which ที่กล่าวซ้ำในประโยคทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. แก้ไขคำอธิบายก่อนหน้าด้วยการแทนที่แต่ละขั้นที่ผ่านมา
  2. สร้างห่วงโซ่ทีละขั้น โดยผลแต่ละอย่างนำไปสู่ขั้นถัดไป และจบด้วยข้อสรุปที่กว้างขึ้น
  3. แจกแจงลักษณะที่ไม่เกี่ยวข้องกันซึ่งล้วนใช้อธิบายไฟ
ดูคำตอบ

สร้างห่วงโซ่ทีละขั้น โดยผลแต่ละอย่างนำไปสู่ขั้นถัดไป และจบด้วยข้อสรุปที่กว้างขึ้น

Absolutely.

7:40

แน่นอนที่สุด