คุณเชื่อใจวิดีโอของ Kurzgesagt ได้หรือไม่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,057 คำ 188 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: Kurzgesagt อธิบายการค้นคว้าและการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ ยอมรับว่าวิดีโอเก่าสองชิ้นไม่ผ่านมาตรฐานปัจจุบัน และแก้ไขต่อสาธารณะเพื่อสร้างความไว้วางใจใหม่ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. fact check — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจการตรวจสอบข้อกล่าวอ้างกับหลักฐาน และใช้ในงานวิจัยหรืองานบรรณาธิการ 2. live up to — กริยาวลี: จับความหมายว่าทำได้ตามมาตรฐานหรือความคาดหวัง เพื่อประเมินผลงานโดยไม่ตีความ live ตามตัวอักษร 3. Trust is not a thing you earn once and then keep forever. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เห็นว่าความเปรียบต่างช่วยปิดข้อโต้แย้ง และอธิบายว่าความน่าเชื่อถือต้องใช้ความพยายามต่อเนื่อง ไม่ใช่ความสำเร็จครั้งเดียว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Can you trust Kurzgesagt videos? ลำดับความ

0:02

คุณเชื่อถือวิดีโอของ Kurzgesagt ได้หรือไม่?

ลำดับความ

การใช้ Can you trust Kurzgesagt videos? เป็นคำถามเปิดเรื่อง

คำถามตรง ๆ ว่า Can you trust Kurzgesagt videos? ยกประเด็นหลักขึ้นมาก่อนที่จะมีคำอธิบายใด ๆ จึงทำหน้าที่ดึงความสนใจในช่วงเปิดเรื่อง ผู้ชมรู้หัวข้อทันทีและเริ่มคิดถึงคำตอบของตนเอง ในที่นี้ ผู้พูดไม่ได้ต้องการให้ผู้ชมตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ทันที คำถามนี้เปิดทางไปสู่การตรวจสอบ และทำให้คาดหวังว่าส่วนที่เหลือของวิดีโอจะพิจารณาหลักฐานก่อนให้คำตอบ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ คำถามเปิดเรื่องมีหน้าที่หลักอะไร

  1. คำถามนี้นำเสนอประเด็นหลักและบอกว่าวิดีโอจะตรวจสอบประเด็นนั้น
  2. คำถามนี้ต้องการให้ผู้ชมตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ทันที
  3. คำถามนี้ให้ข้อสรุปสุดท้ายก่อนเริ่มคำอธิบาย
ดูคำตอบ

คำถามนี้นำเสนอประเด็นหลักและบอกว่าวิดีโอจะตรวจสอบประเด็นนั้น

To answer this question, ลำดับความ

0:05

เพื่อตอบคำถามนี้

ลำดับความ

การใช้ To answer this question เป็นวลีเชื่อม

To answer this question บอกว่าการกระทำหรือคำอธิบายต่อไปมีขึ้นเพื่ออะไร คำว่า this question ชี้กลับไปยังคำถามที่กล่าวถึงแล้ว จึงไม่ต้องพูดคำถามเต็มซ้ำอีก เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เชื่อมจากคำถามไปสู่วิธีตรวจสอบหรือหาคำตอบ เครื่องหมายจุลภาคบอกจุดสิ้นสุดของวลีบอกจุดประสงค์ที่อยู่ต้นประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเชื่อมให้สมบูรณ์ด้วยวลีบอกจุดประสงค์จากบทเรียน: “____, we surveyed 200 commuters.”

ดูคำตอบ

To answer this question

we'll first explain how we research them ลำดับความ

0:06

ก่อนอื่นเราจะอธิบายว่าเราค้นคว้าข้อมูลอย่างไร

and then talk a bit about past videos

0:08

แล้วจากนั้นจะพูดถึงวิดีโอเก่าๆ สักเล็กน้อย

ลำดับความ

การใช้ first explain ... and then talk เพื่อบอกลำดับ

first และ then ทำหน้าที่เหมือนป้ายบอกทางที่เกริ่นสองส่วนตามลำดับอย่างชัดเจน first นำเข้าสู่ส่วนที่มาก่อน คือการอธิบายขั้นตอนการค้นคว้า ส่วน and then นำเข้าสู่ส่วนถัดไป คือการพูดถึงวิดีโอที่ผ่านมา ใช้รูปแบบ first + การกระทำ, and then + การกระทำถัดไป เพื่อพาผู้ฟังติดตามกำหนดการหรือคำอธิบาย ในประโยคนี้ then ไม่ได้บอกเพียงเวลา แต่ทำงานร่วมกับ first เพื่อจัดลำดับแผนการพูด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกกำหนดการด้วยคำแสดงลำดับสองคำจากบทเรียน: We'll ____ review the goal ____ discuss the plan.

ดูคำตอบ

first · and then

and what we want to achieve with the channel.

0:10

และเป้าหมายที่เราต้องการจะทำให้สำเร็จในช่องนี้

Making a Kurzgesagt video always begins with a question or an issue. วลี

0:13

การทำวิดีโอ Kurzgesagt มักจะเริ่มต้นจากคำถามหรือประเด็นปัญหาหนึ่งเสมอ

วลี

ใช้ begins with เพื่อบอกจุดเริ่มต้นของกระบวนการ

begins with หมายถึง สิ่งหนึ่งมีบางอย่างเป็นส่วนแรกหรือจุดเริ่มต้น ประธานของประโยคคือกระบวนการทำวิดีโอทั้งหมด และ with นำเข้าสู่คำถามหรือประเด็นที่มาก่อน ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นติดตามไปพร้อมกับกระบวนการ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ กระบวนการหรือกิจกรรม + begins with + คำนามหรือกลุ่มคำนาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเดียวกับในบทเรียนเพื่อบอกส่วนแรกของกระบวนการ: Every team meeting ____ a quick check-in.

ดูคำตอบ

begins with

For example, after our meat video,

0:17

ยกตัวอย่างเช่น หลังจากวิดีโอเรื่องเนื้อสัตว์ของเรา

many viewers asked about the health effects of meat on humans.

0:19

ผู้ชมจำนวนมากได้ถามถึงผลกระทบของเนื้อสัตว์ที่มีต่อสุขภาพมนุษย์

We had no idea and were pretty curious too, วลี

0:22

เราเองก็ไม่รู้และก็ค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นเหมือนกัน

วลี

had no idea: ไม่รู้เลย

Had no idea เป็นรูปอดีตของ have no idea ในที่นี้หมายถึง “ไม่รู้เลย” โดยในสำนวนตายตัวนี้ idea ไม่ได้หมายถึง “ข้อเสนอ” หรือ “แผน” สำนวนนี้ใช้ตอบเดี่ยว ๆ ได้ หรือใช้ about, what, why, how หรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เพื่อบอกว่าไม่รู้เรื่องใด เช่น We had no idea how it worked.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปอดีตของ have no idea: Before the lesson, we ____ why the sky changes color at sunset.

ดูคำตอบ

had no idea

so we just decided to work on it. กริยาวลี

0:25

ดังนั้นเราเลยตัดสินใจที่จะทำเรื่องนี้

กริยาวลี

work on: ทุ่มเทกับงานหรือปัญหา

Work on หมายถึงใช้เวลาหรือความพยายามเพื่อจัดการ พัฒนา ศึกษา หรือปรับปรุงบางสิ่ง ในที่นี้ it หมายถึงหัวข้อที่พวกเขาตัดสินใจศึกษา ส่วน on ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ กรรมที่ตามหลัง on อาจเป็นงาน ปัญหา โครงการ แผน หรือทักษะ เช่น work on the report, work on a solution หรือ work on your pronunciation

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย work และคำที่ถูกต้องเพื่อให้หมายถึง “ใช้เวลาปรับปรุง”: I need to ____ my presentation before Friday.

ดูคำตอบ

work on

The first step is research.

0:27

ขั้นตอนแรกคือการค้นคว้าวิจัย

We start by looking for books and scientific papers to get an overview วลี

0:30

เราเริ่มจากการมองหาหนังสือและงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อดูภาพรวม

วลี

get an overview: มองภาพรวมก่อน

Get an overview หมายถึงการทำความเข้าใจหัวข้อหนึ่งอย่างกว้าง ๆ ในเบื้องต้น ในประโยคนี้ หนังสือและบทความทางวิทยาศาสตร์ช่วยให้เห็นแนวคิดหลักก่อนศึกษารายละเอียด รูปแบบ get an overview of + หัวข้อ มักใช้บอกขั้นตอนแรกของการค้นคว้า การเรียน หรือการวางแผน Overview คือภาพรวม ไม่ได้หมายความว่ารู้ทุกอย่างแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “สร้างความเข้าใจแบบกว้าง ๆ ในเบื้องต้น” Before choosing a section to study, read the introduction to ____ of the whole topic.

ดูคำตอบ

get an overview

and just read a lot.

0:33

แล้วก็แค่อ่านให้มากๆ

The plan is to find a story worth telling. ไวยากรณ์

0:35

แผนคือการหาเรื่องราวที่คู่ควรแก่การเล่า

ไวยากรณ์

worth telling: โครงสร้าง worth + -ing

Worth telling ใช้บรรยายเรื่องราวที่สมควรถูกเล่าเพราะน่าสนใจ สำคัญ หรือมีประโยชน์ Telling เป็นรูป -ing แต่ story เป็นสิ่งที่รับการกระทำ กล่าวคือมีคนเล่าเรื่องนั้น ใช้โครงสร้าง คำนาม + worth + -ing เช่น a book worth reading หลัง worth ใช้คำนามหรือรูป -ing ไม่ใช้รูป infinitive

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย worth และรูป -ing ของ tell The reporter found a true story ____.

ดูคำตอบ

worth telling

Is there something surprising to learn?

0:38

มีอะไรที่น่าประหลาดใจให้เรียนรู้ไหม?

Is there a larger context or a new perspective?

0:40

มีบริบทที่กว้างกว่าหรือมุมมองใหม่ๆ หรือเปล่า?

Or will it be an overview or introduction?

0:43

หรือว่ามันจะเป็นแค่ภาพรวมหรือบทนำ?

Once we have the first readable version,

0:46

พอเราได้ร่างแรกที่พออ่านรู้เรื่องแล้ว

we reach out to experts or scientists กริยาวลี

0:48

เราจะติดต่อไปหาผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิทยาศาสตร์

กริยาวลี

reach out to: เป็นฝ่ายเริ่มติดต่อ

ในประโยคนี้ reach out to หมายถึงเป็นฝ่ายเริ่มติดต่อใครสักคน ซึ่งมักทำเพื่อขอข้อมูล ความช่วยเหลือ หรือความร่วมมือ ที่นี่เป็นการติดต่อผู้เชี่ยวชาญที่สามารถตรวจทานงานได้ ไม่ใช่การยื่นมือออกไปจริง ๆ โครงสร้างคือ reach out to + บุคคลหรือองค์กร โดยเน้นการเป็นฝ่ายเริ่มสื่อสาร ไม่ใช่เพียงบอกว่ามีการติดต่อเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย reach out to: If the schedule changes, please ____ the project manager.

ดูคำตอบ

reach out to

and ask them to fact check and correct us. วลี

0:50

และขอให้พวกเขาช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขให้เรา

วลี

fact check: ตรวจสอบความถูกต้องของข้อเท็จจริง

ในที่นี้ fact check หมายถึงตรวจสอบว่าคำกล่าวอ้างและรายละเอียดเชิงข้อเท็จจริงในเนื้อหาถูกต้องหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญถูกขอให้ตรวจสอบความจริงของข้อมูลและแก้ไขข้อผิดพลาดด้านข้อเท็จจริง เป็นการตรวจสอบที่เจาะจงไปยังข้อเท็จจริง เช่น ชื่อ วันที่ ตัวเลข คำอ้างอิง และคำกล่าวอ้าง โดยตัวมันเองไม่ได้หมายถึงการตรวจไวยากรณ์ การสะกดคำ รูปแบบ หรือสำนวน

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งมีวันที่และสถิติหลายรายการ การกระทำใดตรวจโดยตรงว่ารายละเอียดเหล่านั้นเป็นความจริงหรือไม่

  1. Reformat the report.
  2. Proofread the report.
  3. Fact-check the report.
ดูคำตอบ

Fact-check the report.

Often enough, they find a flaw

0:53

บ่อยครั้งที่พวกเขาจะพบจุดบกพร่อง

or point us in the direction of contradictory research. วลี

0:55

หรือชี้ทางให้เราเห็นงานวิจัยที่มีความขัดแย้งกัน

วลี

point someone in the direction of: การชี้แนวทางให้ใครไปยังแหล่งข้อมูล

ในประโยคนี้ point us in the direction of หมายถึงนำทางเราไปยังแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ผู้เชี่ยวชาญชี้แนวทางให้ผู้พูดไปดูงานวิจัยที่ขัดแย้งกับแนวคิดของพวกเขา โดยไม่จำเป็นต้องใช้นิ้วชี้ทิศทางจริง ๆ ใช้โครงสร้าง point + person + in the direction of + แหล่งข้อมูล บุคคล หัวข้อ หรือขั้นตอนต่อไป เมื่อต้องการให้เบาะแสโดยไม่ได้มอบสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้โดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “นำทางใครไปยังแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์”: I do not know the answer, but I can ____ a helpful guide.

ดูคำตอบ

point you in the direction of

At this point, many scripts die.

0:58

ณ จุดนี้ บทหลายๆ อันก็ต้องถูกพับไป

If our idea does hold up, กริยาวลี

1:01

ถ้าไอเดียของเรายังไปต่อได้

we continue working on it.

1:03

เราก็จะทำงานกับมันต่อไป

กริยาวลี

hold up: ยังคงใช้ได้หลังจากการตรวจสอบ

ในที่นี้ hold up หมายถึงยังคงมีเหตุผล น่าเชื่อถือ หรือใช้ได้หลังจากได้รับการตรวจสอบ หากแนวคิดทนต่อคำวิจารณ์ของผู้เชี่ยวชาญและหลักฐานที่ขัดแย้งกันได้ แนวคิดนั้นก็ holds up คำกริยาช่วย does เพิ่มน้ำหนักให้ความหมาย โดย does hold up หมายความว่าแนวคิดนั้นผ่านการทดสอบจริง ๆ การใช้แบบไม่ต้องมีกรรมนี้พบได้บ่อยกับแนวคิด ข้อกล่าวอ้าง คำอธิบาย หลักฐาน และแผนงาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “ยังคงใช้ได้หลังจากทดสอบแล้ว”: After three fact-checks, the reporter says the original claim still ____.

ดูคำตอบ

holds up

This process can take weeks or months.

1:05

กระบวนการนี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

Our loneliness script, for example,

1:08

อย่างเช่นบทเรื่องความเหงาของเรา

took over a year and a half to finish.

1:09

ใช้เวลาปีกว่าครึ่งถึงจะเสร็จ

The hardest part is being brief while not simplifying too much. ไวยากรณ์

1:12

ส่วนที่ยากที่สุดคือการทำให้กระชับแต่ต้องไม่ทำให้มันดูเรียบง่ายจนเกินไป

ไวยากรณ์

being brief while not simplifying too much: การรักษาสมดุลระหว่างสองเป้าหมาย

ใน being brief while not simplifying too much คำว่า while เชื่อมแนวคิดรูป -ing สองอย่างที่ต้องเป็นจริงพร้อมกัน คือ being brief และ not simplifying too much ในที่นี้ while มีความหมายเชิงขัดแย้งและสร้างสมดุล ใกล้เคียงกับ “แต่ในขณะเดียวกัน” ประโยคนี้มองความยากว่าเป็นการทำเป้าหมายหนึ่งให้ได้โดยไม่ทำให้อีกเป้าหมายเสียไป ไม่ได้หมายถึงการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นระหว่างอีกการกระทำหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The challenge is saving money while still enjoying life,' คำว่า while แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. เวลาที่เริ่มเก็บเงิน
  2. เหตุผลที่ควรมีความสุขกับชีวิต
  3. เป้าหมายสองอย่างที่ต้องรักษาสมดุล
ดูคำตอบ

เป้าหมายสองอย่างที่ต้องรักษาสมดุล

It's much easier to write a long script than a short one. ไวยากรณ์

1:16

การเขียนบทที่ยาวมันง่ายกว่าการเขียนบทที่สั้นมาก

ไวยากรณ์

much easier ... than ... one: เน้นการเปรียบเทียบโดยไม่กล่าวซ้ำ

โครงสร้าง It is much easier to do X than Y ใช้เปรียบเทียบการกระทำหรือตัวเลือกสองอย่างโดยเน้นว่าต่างกันมาก much ขยายคำคุณศัพท์ขั้นกว่า easier ควรใช้ much, far หรือ a lot หน้าคำขั้นกว่า ไม่ใช้ very โดยตรง หลัง than วลี a short one หมายถึง a short script โดย one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่เพิ่งกล่าวถึง จึงไม่ต้องพูด script ซ้ำและยังทำให้สิ่งที่เปรียบเทียบชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์ โดยใช้ much เพื่อเน้น easier และใช้ one แทน report: It is ____ easier to read the short report than the long ____.

ดูคำตอบ

much · one

When we're finally done,

1:20

เมื่อเราทำเสร็จในที่สุด

we do another round of research and show the script to experts again,

1:21

เราจะทำการค้นคว้าอีกรอบและนำบทไปให้ผู้เชี่ยวชาญดูอีกครั้ง

ideally different ones than the ones we talked to at the beginning of the process.

1:25

ซึ่งตามอุดมคติแล้วควรจะเป็นคนละคนกับที่เราคุยด้วยตอนเริ่มกระบวนการ

When we express an opinion,

1:29

เวลาที่เราแสดงความคิดเห็น

we mark it as such. วลี

1:31

เราก็จะระบุให้ชัดเจนว่ามันคือความคิดเห็น

วลี

mark it as such: ระบุหมวดหมู่ที่กล่าวถึงก่อนหน้า

ในโครงสร้าง mark + กรรม + as + หมวดหมู่ คำว่า mark หมายถึงการติดป้ายหรือระบุว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในหมวดใด ในที่นี้ such ใช้แทนหมวดหมู่ที่เพิ่งกล่าวถึง ซึ่งก็คือความคิดเห็น ดังนั้น mark it as such จึงหมายถึง “ระบุให้ชัดเจนว่าเป็นความคิดเห็น” Such ใช้แทนหมวดหมู่ที่กล่าวไปก่อนหน้า ไม่ใช่คำวิเศษณ์ที่แปลว่า “ด้วยวิธีนั้น” หลังจากบอกหมวดหมู่แล้ว สามารถใช้ as such เพื่อไม่ต้องกล่าวชื่อหมวดหมู่นั้นซ้ำ

แบบฝึกหัด

ใช้ mark ในรูป present simple ใช้ them กล่าวถึงตัวเลข และใช้ as such เพื่อไม่ต้องกล่าว estimates ซ้ำ: These numbers are estimates, so we ____ in the report.

ดูคำตอบ

mark them as such

That's not saying that we don't draw conclusions from the research. น้ำเสียง/เจตนา

1:32

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สรุปผลจากการวิจัยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

That's not saying that: ป้องกันข้อสรุปที่ผู้พูดไม่ได้ตั้งใจ

That's อ้างกลับไปยังข้อความก่อนหน้า โครงสร้าง That's not saying that + อนุประโยค หมายถึง “ไม่ควรเข้าใจข้อความก่อนหน้าว่าเป็นข้อกล่าวอ้างที่แรงขึ้นซึ่งตามมา” ในที่นี้ สำนวนนี้ป้องกันข้อสรุปที่ผิดว่าผู้พูดกำลังปฏิเสธการสรุปผลจากงานวิจัย ผู้พูดไม่ได้ถอนความคิดเห็นก่อนหน้า แต่กำลังกำหนดขอบเขตความหมายของความคิดเห็นนั้น เพื่อไม่ให้ผู้ฟังอนุมานไปไกลกว่าเดิม

แบบฝึกหัด

ผู้พูดคนหนึ่งกล่าวว่า "The plan needs more testing. That's not saying that it will fail." ผู้พูดกำลังทำอะไร?

  1. ป้องกันไม่ให้ผู้ฟังสรุปว่าแผนนี้จะล้มเหลว
  2. กล่าวอ้างว่าแผนนี้ล้มเหลวไปแล้ว
  3. ถอนคำกล่าวที่ว่าแผนนี้ต้องทดสอบเพิ่มเติม
ดูคำตอบ

ป้องกันไม่ให้ผู้ฟังสรุปว่าแผนนี้จะล้มเหลว

Homeopathy does not work

1:36

อย่างเช่น ธรรมชาติบำบัด (Homeopathy) นั้นใช้ไม่ได้ผล

and meat is really bad for the planet.

1:38

และเนื้อสัตว์ก็ส่งผลแย่ต่อโลกใบนี้จริงๆ

Climate change is real,

1:41

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องจริง

but organic food is not a good way of solving it.

1:42

แต่อาหารออร์แกนิกไม่ใช่วิธีที่ดีในการแก้ปัญหา

If the facts clearly support a conclusion, ไวยากรณ์

1:45

ถ้าข้อเท็จจริงสนับสนุนข้อสรุปนั้นอย่างชัดเจน

it's okay to present it as such.

1:47

ก็ไม่เป็นไรที่จะนำเสนอมันในฐานะข้อสรุป

ไวยากรณ์

If the facts support a conclusion ... present it as such: นำเสนอเป็นข้อสรุปเมื่อมีเงื่อนไข

อนุประโยค if กำหนดเงื่อนไขให้กับการตัดสินในประโยคหลัก การอนุญาตนี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อข้อเท็จจริงสนับสนุนข้อสรุปอย่างชัดเจน ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้อนุญาตให้เรียกทุกแนวคิดว่าข้อสรุปโดยไม่มีเงื่อนไข As such หมายถึง “ในฐานะหรือหมวดหมู่นั้น” ในที่นี้ย้อนกลับไปหา a conclusion กล่าวคือ เมื่อหลักฐานทำให้การจัดอยู่ในหมวดหมู่นั้นสมเหตุสมผล ก็สามารถนำเสนอข้อมูลอย่างชัดเจนว่าเป็นข้อสรุปได้ โครงสร้างนี้ใช้จำกัดคำแนะนำหรือการอนุญาตให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุไว้

แบบฝึกหัด

การตีความใดคงเงื่อนไขของประโยคไว้ได้ถูกต้อง?

  1. ไม่นำเสนอสิ่งใดเป็นข้อสรุป แม้ว่าข้อเท็จจริงจะสนับสนุนอย่างชัดเจน
  2. นำเสนอทุกแนวคิดเป็นข้อสรุปแม้ว่าข้อเท็จจริงจะไม่สนับสนุน
  3. นำเสนอสิ่งหนึ่งเป็นข้อสรุปเฉพาะเมื่อข้อเท็จจริงสนับสนุนข้อสรุปนั้นอย่างชัดเจน
ดูคำตอบ

นำเสนอสิ่งหนึ่งเป็นข้อสรุปเฉพาะเมื่อข้อเท็จจริงสนับสนุนข้อสรุปนั้นอย่างชัดเจน

Of course, we can't always make everybody happy.

1:50

แน่นอนว่าเราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้เสมอไป

People who know a lot about a topic sometimes get annoyed

1:53

คนที่รู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งมากๆ บางครั้งก็รู้สึกหงุดหงิด

if we don't mention an aspect they think is crucial

1:56

ถ้าเราไม่ได้พูดถึงแง่มุมที่พวกเขาคิดว่าสำคัญมาก

or when we omit technical terms.

1:58

หรือเมื่อเราละเว้นคำศัพท์เฉพาะทางไป

This is more or less unsolvable วลี

2:01

เรื่องนี้ไม่มากก็น้อยเป็นสิ่งที่แก้ไม่ได้

วลี

more or less: ลดความเด็ดขาดของ unsolvable

More or less เป็นสำนวนที่หมายถึง “โดยประมาณ” “โดยพื้นฐานแล้ว” หรือ “ในภาพรวม” ไม่ใช่การเปรียบเทียบตามตัวอักษรระหว่างปริมาณที่มากกว่าและน้อยกว่า ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวลดความเด็ดขาดของ unsolvable ผู้พูดมองว่าปัญหานี้โดยพื้นฐานแล้วแก้ไม่ได้ แต่ยังเปิดโอกาสไว้สำหรับความไม่แน่นอน ข้อยกเว้น หรือวิธีแก้ที่เป็นไปได้แต่ยากมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “โดยประมาณ”: The repairs are ____ finished, but one small test remains.

ดูคำตอบ

more or less

because of the nature of our videos.

2:03

เพราะธรรมชาติของวิดีโอเรา

Scripts have around 1,300 words,

2:05

บทจะมีคำอยู่ประมาณ 1,300 คำ

so there's always some degree of simplification. วลี

2:08

ดังนั้นมันเลยต้องมีการลดทอนรายละเอียดลงในระดับหนึ่งเสมอ

วลี

some degree of: บอกระดับที่จำกัด

some degree of + คำนาม หมายความว่ามีบางสิ่งอยู่ในปริมาณหรือระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ระบุระดับที่แน่นอน ในประโยคนี้หมายถึงมีการทำให้ง่ายลงอยู่บ้าง โดยไม่ได้กล่าวว่ามีในระดับสูง นี่เป็นวลีที่ช่วยลดความเด็ดขาดของการวิเคราะห์ always บอกว่าการทำให้ง่ายลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในทุกกรณี ส่วน some degree of จำกัดขอบเขตของสิ่งที่ผู้พูดกำลังยืนยัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ระมัดระวังซึ่งหมายถึง “ปริมาณที่ไม่ได้ระบุ”: Every forecast involves ____ uncertainty.

ดูคำตอบ

some degree of

You will always find a list of our research and sources

2:11

คุณจะพบรายชื่อแหล่งอ้างอิงงานวิจัยของเรา

and further reading material in the video description.

2:14

และเอกสารสำหรับอ่านเพิ่มเติมในคำอธิบายวิดีโอเสมอ

Just citing sources doesn't make your work accurate or your research good, though, ไวยากรณ์

2:16

แต่การแค่อ้างอิงแหล่งที่มาก็ไม่ได้ทำให้งานของคุณถูกต้องหรืองานวิจัยของคุณดีเสมอไป

ไวยากรณ์

Just citing sources doesn't make ...: Just doing X doesn't make Y Z

Just citing sources เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน ในที่นี้ just หมายถึง “เพียงแค่” โดยจำกัดข้อความไว้ที่การอ้างแหล่งข้อมูลเพียงอย่างเดียว ไม่รวมการตรวจสอบและการใช้เหตุผลอย่างรอบคอบ Doesn't make your work accurate ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายความว่าการกระทำนี้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดความถูกต้อง หลัง or โครงสร้าง make เดียวกันเชื่อม your research กับ good ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าการอ้างแหล่งข้อมูลไม่มีประโยชน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนแบบเดียวกับในบทเรียนนี้: ____ the instructions once ____ you an expert.

ดูคำตอบ

Just reading · doesn't make

so we encourage you to use our sources document ไวยากรณ์

2:21

ดังนั้นเราจึงสนับสนุนให้คุณใช้เอกสารแหล่งอ้างอิงของเรา

as a starting point to look at the topic yourself and learn more. วลี

2:23

เป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาหัวข้อนั้นๆ ด้วยตัวคุณเองและเรียนรู้ให้มากขึ้น

ไวยากรณ์

encourage you to use: สนับสนุนให้คุณใช้

ใน encourage you to use คำว่า encourage ตามด้วยผู้ที่ได้รับการสนับสนุนคือ you แล้วจึงตามด้วย to-infinitive ที่บอกการกระทำคือ to use โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ encourage + someone + to + คำกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้นำเสนอการกระทำในรูปของคำแนะนำเชิงบวก ไม่ใช่คำสั่งโดยตรง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังชวนผู้ชมให้ใช้เอกสารดังกล่าวเพื่อค้นคว้าต่อด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปและลำดับที่ถูกต้องของคำในวงเล็บ: I ____ the checklist before you submit your work. (encourage / you / use)

ดูคำตอบ

encourage you to use

วลี

as a starting point: ใช้เป็นจุดเริ่มต้น

ใน as a starting point คำว่า as หมายถึง “ในบทบาทของ” ทั้งวลีบอกว่าสิ่งหนึ่งถูกใช้เป็นขั้นแรกหรือแหล่งข้อมูลเริ่มต้น starting point มีไว้เพื่อนำไปสู่การทำงาน การตรวจสอบ หรือการเรียนรู้เพิ่มเติม ไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์หรือคำตอบสุดท้าย ในประโยคนี้ เอกสารช่วยให้ผู้อ่านมีจุดสำหรับเริ่มค้นคว้าด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

ครูพูดว่า “Use this outline as a starting point.” ครูหมายความว่าอย่างไร?

  1. คัดลอกโครงร่างทุกอย่างเพราะเป็นฉบับสุดท้าย
  2. ไม่สนใจโครงร่างและเลือกหัวข้ออื่น
  3. เริ่มจากโครงร่างแล้วพัฒนางานต่อไป
ดูคำตอบ

เริ่มจากโครงร่างแล้วพัฒนางานต่อไป

But it would be dishonest to say that we've always worked this way.

2:27

แต่มันคงจะไม่ซื่อสัตย์ถ้าจะบอกว่าเราทำงานด้วยวิธีนี้มาตลอด

Some older videos don't live up to the standards we set ourselves today. กริยาวลี

2:31

วิดีโอเก่าๆ บางตัวไม่ได้มาตรฐานแบบที่เราตั้งไว้กับตัวเองในทุกวันนี้

กริยาวลี

live up to: ทำได้ถึงมาตรฐานและความคาดหวัง

live up to หมายถึงทำได้ถึงระดับที่คาดหวังจากมาตรฐาน คำสัญญา ชื่อเสียง หรือคำกล่าวอ้างก่อนหน้า ในประโยคนี้ don't live up to บอกว่าวิดีโอเก่าเหล่านั้นต่ำกว่ามาตรฐานที่ทีมยึดถือในปัจจุบัน โครงสร้างคือ live up to + เกณฑ์เปรียบเทียบ ประธานอาจเป็นคน ผลิตภัณฑ์ กิจกรรม หรือผลงานก็ได้ และหลัง to มักตามด้วยเกณฑ์ เช่น expectations, standards, promises หรือ its reputation

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ทำได้ตามความคาดหวังที่มีอยู่แล้ว”: Everyone praised the restaurant, but it didn't ____ its reputation.

ดูคำตอบ

live up to

The two that annoy us the most are the refugee and addiction videos.

2:36

สองตัวที่ทำให้เราหงุดหงิดที่สุดคือวิดีโอเรื่องผู้ลี้ภัยและเรื่องการเสพติด

In both of them, we didn't try to present a balanced perspective, วลี

2:41

ในวิดีโอทั้งสองตัวนี้ เราไม่ได้พยายามนำเสนอมุมมองที่สมดุล

วลี

present a balanced perspective: นำเสนอมุมมองหลักอย่างเป็นธรรม

present a balanced perspective หมายถึงอธิบายประเด็นโดยนำเสนอมุมมองหลักและหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม ในประโยคนี้ didn't try to บอกว่าวิดีโอก่อนหน้านั้นไม่ได้พยายามทำเช่นนี้ Balanced อธิบายวิธีนำเสนอข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าทุกฝ่ายถูกต้องเท่ากัน ผู้พูดสามารถสรุปความเห็นได้และยังคง present a balanced perspective โดยนำเสนอทางเลือกหลักอย่างถูกต้องและชั่งน้ำหนักหลักฐานอย่างเป็นธรรม

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับความหมายของ present a balanced perspective มากที่สุด

  1. อธิบายหลักฐานและมุมมองสำคัญจากมากกว่าหนึ่งฝ่ายอย่างเป็นธรรม
  2. ให้เวลาเท่ากันทุกประการแก่ทุกข้อกล่าวอ้าง แม้แต่ข้อที่ไม่มีหลักฐานรองรับ
  3. หลีกเลี่ยงการกล่าวถึงความเห็นต่างเพื่อให้การอภิปรายฟังดูเป็นกลาง
ดูคำตอบ

อธิบายหลักฐานและมุมมองสำคัญจากมากกว่าหนึ่งฝ่ายอย่างเป็นธรรม

but instead chose a take and ran with it. สำนวน

2:44

แต่กลับเลือกจุดยืนข้างหนึ่งแล้วก็เล่าไปตามนั้น

สำนวน

ran with it: ยอมรับและพัฒนาแนวคิด

ในที่นี้ ran with it หมายถึง “ยอมรับแนวทางนั้นแล้วนำไปพัฒนาหรือใช้ต่อ” คำว่า it หมายถึง take ที่เลือกไว้ ซึ่งก็คือการตีความหรือจุดยืนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการวิ่งจริง ๆ สำนวน run with an idea สื่อถึงการเดินหน้าพัฒนาแนวคิดอย่างกระตือรือร้นหลังจากเลือกแล้ว ตามบริบท สำนวนนี้อาจใช้ชมความริเริ่ม หรืออาจสื่อเชิงวิจารณ์เล็กน้อยว่าเดินหน้าต่อโดยไม่ได้ทบทวนให้เพียงพอ

แบบฝึกหัด

ran with it ในประโยคนี้หมายถึงอะไร: “The team chose one design and ran with it, building the whole campaign around it”?

  1. พวกเขายอมอย่างไม่เต็มใจ แต่ไม่ได้ทำอะไรกับแบบนั้นเลย
  2. พวกเขายอมรับแบบนั้นแล้วนำไปพัฒนาต่อ
  3. พวกเขาวิ่งจริง ๆ ขณะถือแบบนั้น
ดูคำตอบ

พวกเขายอมรับแบบนั้นแล้วนำไปพัฒนาต่อ

The refugee video was made with a deep feeling of angry frustration about the world

2:47

วิดีโอเรื่องผู้ลี้ภัยถูกทำขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธและสิ้นหวังต่อโลกใบนี้อย่างลึกซึ้ง

at the high point of the 2015 refugee crisis. โน้ต

2:51

ในช่วงที่วิกฤตผู้ลี้ภัยปี 2015 ขึ้นสู่จุดสูงสุด

วลี

at the high point of: ช่วงที่รุนแรงที่สุด

At the high point of หมายถึง “ในช่วงที่สิ่งหนึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง คึกคัก ประสบความสำเร็จ หรือรุนแรงที่สุด” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุว่าวิดีโอจัดทำขึ้นในช่วงที่วิกฤตผู้ลี้ภัยปี 2015 รุนแรงที่สุด high point ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงจุดสูงสุดด้านเวลาหรือความรุนแรง ไม่ใช่สถานที่ที่สูงจริง ๆ ลักษณะของจุดสูงสุดต้องดูจากคำนามหลัง of

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The alarms were busiest at the high point of the wildfire emergency” วลี at the high point of หมายถึงอะไร?

  1. ณ สถานที่ที่สูงที่สุดจริง ๆ ในพื้นที่เกิดเหตุฉุกเฉิน
  2. ในช่วงที่เหตุฉุกเฉินรุนแรงที่สุด
  3. หลังจากเหตุฉุกเฉินสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ

ในช่วงที่เหตุฉุกเฉินรุนแรงที่สุด

วัฒนธรรม

วิกฤตผู้ลี้ภัยปี 2015

“the 2015 refugee crisis” หมายถึงช่วงเวลาหนึ่งโดยเฉพาะในประวัติศาสตร์ปี 2015 เมื่อผู้ลี้ภัยและผู้อพยพจำนวนมากเดินทางไปยุโรปเพื่อแสวงหาความปลอดภัย และประเด็นนี้กลายเป็นศูนย์กลางของการถกเถียงอย่างเข้มข้นทั้งในสังคมและการเมือง ไม่ได้หมายถึงวิกฤตผู้ลี้ภัยโดยทั่วไป ปีที่ระบุและคำนำหน้านามชี้เฉพาะ “the” ทำให้เห็นว่าเป็นเหตุการณ์ที่ระบุได้ชัดเจน บริบทนี้อธิบายว่าทำไมการกล่าวถึง quotas และ European countries ในภายหลังจึงให้ความรู้สึกเร่งด่วน เพราะรัฐบาลต่าง ๆ กำลังถกเถียงกันว่าควรแบ่งความรับผิดชอบในการรับผู้คนเหล่านี้อย่างไร

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “the 2015 refugee crisis” หมายถึงอะไร

  1. ปัญหาผู้ลี้ภัยใด ๆ ในประเทศหรือปีใดก็ได้
  2. วิกฤตสมมติที่สร้างขึ้นสำหรับวิดีโอนี้
  3. ช่วงเวลาหนึ่งโดยเฉพาะในปี 2015 เมื่อยุโรปเผชิญการเคลื่อนย้ายของผู้ลี้ภัยจำนวนมากและการถกเถียงในสังคมอย่างเข้มข้น
ดูคำตอบ

ช่วงเวลาหนึ่งโดยเฉพาะในปี 2015 เมื่อยุโรปเผชิญการเคลื่อนย้ายของผู้ลี้ภัยจำนวนมากและการถกเถียงในสังคมอย่างเข้มข้น

While we argued over quotas, ลำดับความ

2:54

ในขณะที่เรามัวแต่เถียงกันเรื่องโควตา

dead children washed ashore on our coastlines. กริยาวลี

2:56

ร่างไร้วิญญาณของเด็กๆ กลับถูกซัดมาเกยชายฝั่งของเรา

ลำดับความ

ความเปรียบต่างใน “While we argued over quotas ... dead children washed ashore”

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย While และประโยคหลักวางความจริงสองด้านไว้ในกรอบเวลาเดียวกัน ผู้คนกำลังถกเถียงเรื่องโควตาว่าแต่ละประเทศจะรับผู้ลี้ภัยกี่คน แต่เด็ก ๆ กำลังเสียชีวิตในทะเล while ในที่นี้มีความหมายเชิงเปรียบต่างใกล้เคียงกับ “ในเวลาเดียวกัน แต่...” ไม่ได้เป็นเพียงความหมายกลาง ๆ ว่า “ในช่วงเวลาที่” ประโยคนี้วางภาษานโยบายที่เป็นนามธรรมไว้ก่อน แล้วตามด้วยผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ที่เห็นภาพชัด ลำดับข้อมูลเช่นนี้ทำให้ส่วนหลังมีพลังมากขึ้น และวิจารณ์การถกเถียงที่ดูห่างไกลจากความทุกข์ตรงหน้า

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดอธิบายบทบาทของ while ใน “While the committee debated the budget, families waited outside for emergency aid” ได้ดีที่สุด

  1. บอกว่าครอบครัวเหล่านั้นเป็นสมาชิกของคณะกรรมการ
  2. วางการอภิปรายเชิงนามธรรมไว้คู่กับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เร่งด่วนเพื่อสื่อคำวิจารณ์
  3. บอกเหตุผลที่คณะกรรมการหารือเรื่องงบประมาณ
ดูคำตอบ

วางการอภิปรายเชิงนามธรรมไว้คู่กับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เร่งด่วนเพื่อสื่อคำวิจารณ์

กริยาวลี

washed ashore: ถูกน้ำพาขึ้นมาบนฝั่ง

ใน washed ashore คำว่า wash หมายถึงคลื่นหรือน้ำที่ไหลพาคนหรือสิ่งของขึ้นมาบนแผ่นดิน ส่วน ashore บอกผลลัพธ์ว่าคนหรือสิ่งนั้นไปอยู่บนฝั่งในที่สุด เด็กในประโยคนี้ไม่ได้กำลังล้างอะไร วลีนี้สื่อว่าร่างของพวกเขาถูกน้ำพามาถึงชายฝั่ง เป็นการใช้ที่พบบ่อยในข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุและภัยพิบัติ

แบบฝึกหัด

เติมรายงานโดยใช้รูปอดีตของ wash และคำที่บอกผลลัพธ์ว่า ‘ขึ้นฝั่ง’: After the storm, a damaged kayak ____.

ดูคำตอบ

washed ashore

The script was written on one Sunday afternoon

2:59

บทถูกเขียนขึ้นในช่วงบ่ายวันอาทิตย์วันหนึ่ง

and illustrated and animated within a week.

3:02

และวาดภาพประกอบพร้อมทำแอนิเมชันเสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์

It was exhausting, stressful, and frustrating.

3:05

มันเป็นงานที่เหนื่อยล้า เครียด และน่าหงุดหงิดมาก

We still believe it was the right thing for European countries to help,

3:08

เรายังคงเชื่อว่ามันเป็นเรื่องถูกต้องที่ประเทศในยุโรปควรจะช่วยเหลือ

but it was absolutely unnecessary to be toxic about it. การใช้คำ

3:11

แต่มันก็ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องใช้คำพูดที่เป็นพิษแบบนั้น

การใช้คำ

be toxic about: พูดถึงบางเรื่องด้วยความเป็นปฏิปักษ์ที่ทำร้ายการสนทนา

toxic ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ การ be toxic about ประเด็นหนึ่งหมายถึงการพูดหรือแสดงพฤติกรรมเกี่ยวกับประเด็นนั้นอย่างเป็นปฏิปักษ์ ดูหมิ่น หรือก้าวร้าวเกินความจำเป็น จนทำให้การสนทนาแย่ลง โครงสร้างคือ be toxic about + หัวข้อหรือคำสรรพนาม ประโยคนี้ตำหนิวิธีการอภิปราย ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการตำหนิความคิดเห็นที่กำลังถูกอภิปราย

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ 'it was unnecessary to be toxic about it' หมายความว่าอะไร?

  1. ผู้คนไม่ได้รับอนุญาตให้มีความเห็นต่างเกี่ยวกับเรื่องนั้น
  2. ไม่จำเป็นต้องอภิปรายเรื่องนั้นด้วยวิธีที่เป็นปฏิปักษ์และทำร้ายการสนทนา
  3. หัวข้อดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสารที่มีพิษทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ไม่จำเป็นต้องอภิปรายเรื่องนั้นด้วยวิธีที่เป็นปฏิปักษ์และทำร้ายการสนทนา

We insulted people and brushed away their concerns about real and profound challenges. กริยาวลี

3:15

เราไปดูถูกผู้คนและปัดความกังวลของพวกเขาที่มีต่อความท้าทายที่แท้จริงและลึกซึ้งทิ้งไป

กริยาวลี

brushed away ในความหมายว่าปัดทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ

ในที่นี้ brushed away หมายถึงการปฏิเสธหรือเพิกเฉยต่อความกังวลโดยไม่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจัง ภาพตามตัวอักษรคือการปัดบางสิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ถูกปัดในที่นี้คือความคิด ไม่ใช่วัตถุ วลีนี้มีนัยวิจารณ์ด้วย ความกังวลเหล่านั้นเกี่ยวกับความท้าทายที่เกิดขึ้นจริงและลึกซึ้ง แต่กลับถูกปฏิบัติราวกับว่าสามารถปัดทิ้งได้ง่ายหรือไม่มีความสำคัญ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The manager brushed away our safety concerns. brushed away สื่อความหมายอย่างไร?

  1. เขาใช้แปรงปัดวัตถุชิ้นหนึ่งออกไป
  2. เขาปัดความกังวลทิ้งโดยไม่ได้พิจารณาอย่างจริงจัง
  3. เขาแก้ไขความกังวลด้วยการพูดคุยอย่างรอบคอบ
ดูคำตอบ

เขาปัดความกังวลทิ้งโดยไม่ได้พิจารณาอย่างจริงจัง

The video was divisive and emotional at a time ไวยากรณ์

3:21

วิดีโอนี้สร้างความแตกแยกและใช้อารมณ์มากในช่วงเวลา

when the debate needed a calm and clear overview.

3:24

ที่การถกเถียงต้องการภาพรวมที่ใจเย็นและชัดเจน

ไวยากรณ์

ใช้ at a time when เพื่อให้ภูมิหลังด้านเวลาที่สำคัญ

at a time when ใช้เกริ่นถึงช่วงเวลาหนึ่ง แล้วตามด้วยสถานการณ์ที่ทำให้ช่วงเวลานั้นมีความสำคัญ ในทางไวยากรณ์ when the debate needed a calm and clear overview ทำหน้าที่ขยาย time ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสร้างความขัดแย้งระหว่างสิ่งที่สถานการณ์ในขณะนั้นต้องการกับน้ำเสียงจริงของวิดีโอ เมื่อเทียบกับ when เพียงอย่างเดียว at a time when จะเน้นสถานการณ์แวดล้อมมากกว่า และช่วยอธิบายว่าทำไมน้ำเสียงของวิดีโอจึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในเวลานั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนที่เน้นว่าเหตุใดช่วงเวลานี้จึงสำคัญ: The town opened extra shelters ____ a severe storm was approaching.

ดูคำตอบ

at a time when

The addiction video was based on only one source that has amassed a lot of criticism over the years, วลี

3:28

วิดีโอเรื่องการเสพติดก็อิงจากแหล่งข้อมูลเพียงแหล่งเดียวที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักตลอดหลายปีที่ผ่านมา

วลี

amassed a lot of criticism: คำวิจารณ์ที่สะสมตามเวลา

ในประโยคนี้ has amassed a lot of criticism หมายความว่าแหล่งข้อมูลนั้นสะสมคำตัดสินเชิงลบหรือข้อคัดค้านไว้เป็นจำนวนมากตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน คำวิจารณ์ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ไม่ได้มีเพียงความคิดเห็นเชิงลบครั้งเดียว Amass เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรมในที่นี้ โดยแหล่งข้อมูลเป็นประธานและ a lot of criticism เป็นกรรม เมื่อใช้กับคำนามนามธรรมอย่าง criticism คำว่า amass จะเน้นปริมาณมากที่เพิ่มขึ้นตามเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย ความหมายต้องแสดงว่าคำตัดสินเชิงลบจำนวนมากสะสมมาหลายปี: The organization has ____ over the last decade.

ดูคำตอบ

amassed a lot of criticism

and unfortunately, we did not reach out to scientists

3:33

และโชคร้ายที่เราไม่ได้ติดต่อไปหานักวิทยาศาสตร์

or do extra research on the papers that were the basis for the video's thesis, วลี

3:36

หรือทำการค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิจัยที่เป็นฐานข้อมูลของวิดีโอตัวนี้

วลี

the basis for: รากฐานที่ให้การสนับสนุน

ในวลี the basis for the video's thesis คำว่า basis หมายถึงสิ่งสนับสนุนหรือรากฐานที่ข้อเสนอหลักนั้นสร้างขึ้นมา งานวิจัยเหล่านี้ไม่ได้เพียงกล่าวถึงหัวข้อเดียวกัน แต่ยังให้ข้อมูลที่ข้ออ้างหลักต้องพึ่งพา โครงสร้างคือ the basis for + นามวลี โดยระบุว่าสิ่งใดตั้งอยู่บนรากฐานนั้น เช่น the basis for a decision, argument หรือ policy

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย the basis for: These early experiments became ____ the final design.

ดูคำตอบ

the basis for

that addiction is purely psychological

3:41

ที่ว่าการเสพติดนั้นเป็นเรื่องของสภาพจิตใจล้วนๆ

and based on the life circumstances of the individual.

3:43

และขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล

This stance is still held by a number of addiction professionals,

3:46

จุดยืนนี้ยังคงเป็นที่ยึดถือในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเสพติดจำนวนหนึ่ง

and we're not saying it's wrong,

3:50

และเราก็ไม่ได้บอกว่ามันผิด

but a lot of others disagree

3:51

แต่อีกหลายๆ คนไม่เห็นด้วย

and it's not correct to present it as the truth. น้ำเสียง/เจตนา

3:53

และมันก็ไม่ถูกต้องที่จะนำเสนอมันราวกับว่าเป็นความจริงสัมบูรณ์

น้ำเสียง/เจตนา

present it as the truth: นำเสนอว่าเป็นความจริง

ในประโยคนี้ present it as the truth หมายถึงการอธิบายจุดยืนที่ยังมีข้อโต้แย้งราวกับว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว โครงสร้างคือ present + something + as + คำอธิบายหรือสถานะ สิ่งที่ถูกวิจารณ์คือวิธีนำเสนอแนวคิด ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแนวคิดเอง การบอกว่าไม่ควรนำเสนอมุมมองหนึ่งว่าเป็นความจริง ไม่ได้หมายความในตัวเองว่ามุมมองนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าผิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “อธิบายข้อกล่าวอ้างที่ยังมีข้อโต้แย้งว่าเป็นข้อเท็จจริงแน่นอน”: Reporters may discuss the claim, but they should not ____.

ดูคำตอบ

present it as the truth

Addiction is far from solved ไวยากรณ์

3:56

เรื่องการเสพติดนั้นยังห่างไกลจากคำว่าแก้ปัญหาได้

ไวยากรณ์

far from solved: ยังห่างไกลจากการแก้ไขได้

Far from solved หมายถึง “ยังห่างไกลจากการแก้ไขได้” กล่าวคือ สถานการณ์ปัจจุบันกับการแก้ปัญหาได้จริงยังต่างกันมาก far ในที่นี้แสดงระยะห่างเชิงนามธรรม ไม่ใช่ระยะทางจริง รูปแบบที่นำไปใช้ได้ในสถานการณ์อื่นคือ far from + คำคุณศัพท์หรือคำกริยาช่องสาม เช่น far from ready หรือ far from finished รูปแบบนี้ปฏิเสธได้หนักแน่นกว่าการบอกเพียงว่ายังแก้ไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนเพื่อสื่ออย่างหนักแน่นว่า “ยังห่างไกลจากการแก้ไขได้”: Even after several tests, the technical problem is ____.

ดูคำตอบ

far from solved

and our video should have reflected that instead of taking one side. โน้ต

3:58

และวิดีโอของเราก็ควรจะสะท้อนความจริงข้อนี้ออกมาแทนที่จะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ไวยากรณ์

should have reflected that: การตัดสินสิ่งที่ไม่ได้ทำในอดีต

Should have + past participle ใช้ย้อนมองการกระทำในอดีตที่คาดว่าควรเกิดขึ้นหรือทำแล้วจะดีกว่า แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ในที่นี้ reflected เป็น past participle ของ reflect และวลีนี้บอกว่าวิดีโอก่อนหน้านี้ไม่ได้แสดงความไม่แน่นอนที่ that อ้างถึง นี่เป็นการตัดสินย้อนหลัง ไม่ใช่คำแนะนำเกี่ยวกับวิดีโอในอนาคต รูปแบบเดียวกันใช้แสดงคำวิจารณ์ ความเสียดาย หรือความรับผิดชอบได้ เช่น should have explained, should have checked, should have waited

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย should have และรูปที่ถูกต้องของ reflect: The final report showed only one viewpoint, but it ____ the full debate.

ดูคำตอบ

should have reflected

วลี

taking one side: การสนับสนุนหนึ่งจุดยืนในข้อขัดแย้ง

ในการเห็นต่าง การโต้วาที หรือการอภิปรายสาธารณะ take one side หมายถึงการเลือกและสนับสนุนจุดยืนหนึ่ง แทนที่จะเปิดรับหลายมุมมองหรือรักษาความสมดุล ในที่นี้เป็นการวิจารณ์ว่าวิดีโอก่อนหน้านี้นำเสนอเพียงมุมมองเดียว วลีนี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดย side หมายถึงจุดยืนหรือกลุ่มหนึ่งในข้อขัดแย้ง ไม่ใช่ขอบจริงของสิ่งของ สำนวนที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ take one side และเมื่ออยู่หลัง instead of จะเป็น taking one side

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง "สนับสนุนเพียงจุดยืนเดียว": A fair moderator should listen to both teams instead of ____.

ดูคำตอบ

taking one side

We simplified an idea so much that it made a great story, ไวยากรณ์

4:03

เราลดทอนทฤษฎีลงมากเสียจนมันกลายเป็นเรื่องราวที่ยอดเยี่ยม

ไวยากรณ์

so much that: ระดับที่สูงซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์

ในที่นี้ so much บอกระดับของกริยา simplified ว่าแนวคิดถูกทำให้ง่ายลงอย่างมาก อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลที่เกิดจากการไปถึงระดับนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ verb + so much that + clause ในประโยคนี้ that ใช้นำอนุประโยคบอกผล ไม่ได้ขยายหรือระบุ idea

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกระดับและผลลัพธ์ที่เรียนมา: The editor shortened the report ____ the key warning disappeared.

ดูคำตอบ

so much that

but became distorting.

4:06

แต่มันกลับทำให้บิดเบือนไป

Both videos were made over the span of two months วลี

4:08

วิดีโอทั้งสองตัวถูกสร้างขึ้นภายในช่วงเวลาสองเดือน

วลี

over the span of: ตลอดช่วงเวลาเต็มช่วงหนึ่ง

ในที่นี้ over the span of two months แสดงว่าการทำวิดีโอทั้งสองชิ้นดำเนินไปในช่วงเวลาสองเดือน span หมายถึงความยาวของเวลา ไม่ใช่ระยะทางทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ over the span of + duration ซึ่งเน้นช่วงเวลาทั้งหมดที่โครงการ กระบวนการ หรือการเปลี่ยนแปลงดำเนินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: The seedlings grew taller ____ six weeks.

ดูคำตอบ

over the span of

and they're two of our most successful videos to date. วลี

4:11

และเป็นสองวิดีโอที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเราจนถึงปัจจุบัน

วลี

to date: จนถึงปัจจุบัน

ในประโยคนี้ to date หมายถึง “จนถึงตอนนี้” หรือ “จนถึงปัจจุบัน” วลีนี้กำหนดขอบเขตเวลาของข้อความว่า เมื่อพิจารณาผลลัพธ์ทั้งหมดจนถึงขณะนั้น วิดีโอสองคลิปนี้คือคลิปที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด วลีนี้ยังเปิดโอกาสให้ผลเปลี่ยนแปลงในอนาคต วิดีโอที่ออกภายหลังอาจประสบความสำเร็จมากกว่าได้ ดังนั้นข้อความนี้จึงเป็นข้อสรุป ณ ปัจจุบัน ไม่ใช่ข้อสรุปถาวร

แบบฝึกหัด

ใน “This is our strongest result to date,” วลี to date เพิ่มความหมายด้านเวลาแบบใด?

  1. ในวันที่ใดวันที่หนึ่งตามปฏิทิน
  2. ระหว่างการออกเดต
  3. จนถึงปัจจุบัน
ดูคำตอบ

จนถึงปัจจุบัน

We had found a formula that really worked,

4:14

เราได้ค้นพบสูตรสำเร็จที่ได้ผลดีจริงๆ

but we never made anything like them again

4:16

แต่เราก็ไม่เคยทำอะไรแบบนั้นอีกเลย

and have been discussing how to deal with them for a long time. กริยาวลี

4:18

และเราได้หารือกันมานานมากแล้วว่าจะจัดการกับวิดีโอสองตัวนี้อย่างไรดี

กริยาวลี

deal with: จัดการปัญหาหรือสถานการณ์

ในที่นี้ deal with หมายถึง “จัดการ” หรือ “ลงมือทำบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนั้น” กรรม them ชี้ถึงสิ่งที่ต้องตัดสินใจ ดังนั้น discussing how to deal with them จึงหมายถึงการหารือว่าควรดำเนินการอย่างไร โครงสร้างคือ deal with + คำนามหรือคำสรรพนาม ใช้พูดถึงการจัดการปัญหา งาน สถานการณ์ หรือบุคคลได้ ส่วนการกระทำที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ deal กับคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อให้หมายถึง “จัดการ”: We need to ____ this problem before Friday.

ดูคำตอบ

deal with

It doesn't help that both videos are loved by many people. น้ำเสียง/เจตนา

4:21

การที่วิดีโอทั้งสองมีคนชอบเยอะก็ไม่ได้ช่วยอะไร

น้ำเสียง/เจตนา

It doesn't help that + อนุประโยค

It doesn't help that + อนุประโยค ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงที่ทำให้สถานการณ์ซึ่งยากอยู่แล้วรับมือยากขึ้น ในประโยคนี้ ความนิยมของวิดีโอทำให้การตัดสินใจซับซ้อนขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าการเป็นที่นิยมเป็นเรื่องไม่ดีในตัวมันเอง การพูดแบบนี้แสดงว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติม ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเดียว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงซึ่งทำให้ปัญหาแย่ลง: The deadline is already tight, and ____ two team members are away.

ดูคำตอบ

it doesn't help that

We want to be proud of our work วลี

4:25

เราอยากจะภูมิใจกับผลงานของเรา

วลี

be proud of + คำนามหรือรูป -ing

Be proud of หมายถึงรู้สึกยินดีและพอใจเพราะเห็นคุณค่าของบุคคล ความสำเร็จ การกระทำ หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแสดงถึงการยอมรับคุณภาพงานของทีมในทางบวก ไม่ใช่ความหยิ่งยโส โครงสร้างคือ be + proud of + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น proud of our work, proud of you, proud of finishing on time โดยรูปของ be จะเปลี่ยนตามประธานและเวลา

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวจากบทเรียนที่หมายถึงรู้สึกพอใจกับบางสิ่ง: After months of practice, Leo can finally ____ his performance.

ดูคำตอบ

be proud of

and these two videos don't make us proud.

4:27

และวิดีโอสองตัวนี้ไม่ได้ทำให้เราภูมิใจเลย

So today, we deleted them.

4:30

ดังนั้นวันนี้ เราเลยลบพวกมันทิ้ง

It won't purge them from the internet,

4:32

มันคงไม่ล้างวิดีโอพวกนี้ไปจากอินเทอร์เน็ตหรอก

but that's not the goal anyway.

4:34

แต่นั่นก็ไม่ใช่เป้าหมายอยู่แล้ว

Feel free to upload them elsewhere. น้ำเสียง/เจตนา

4:36

ถ้าใครอยากจะอัปโหลดไปที่อื่นก็ตามสบาย

น้ำเสียง/เจตนา

Feel free to + คำกริยารูปพื้นฐาน: อนุญาตอย่างเป็นมิตร

Feel free to + คำกริยารูปพื้นฐานใช้เพื่ออนุญาตผู้ฟังหรือชวนให้อีกฝ่ายทำบางอย่างอย่างสบาย ๆ ในที่นี้หมายความว่าผู้ชมสามารถอัปโหลดวิดีโอเหล่านั้นที่อื่นได้หากต้องการ ในสำนวนนี้ free หมายถึง “ไม่มีข้อจำกัด” ไม่ใช่ “ไม่เสียเงิน” ทำให้ข้อความฟังเป็นมิตรและไม่เหมือนคำสั่งตรง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Feel free to เพื่ออนุญาตอย่างเป็นมิตรโดยไม่ได้พูดถึงค่าใช้จ่าย

  1. You can use the spare desk for free.
  2. The spare desk is free of dust.
  3. Feel free to use the spare desk.
ดูคำตอบ

Feel free to use the spare desk.

We're working on a new addiction video

4:38

เรากำลังทำวิดีโอเกี่ยวกับการเสพติดตัวใหม่

that we'll take a look at the chemical and psychological causes.

4:40

ซึ่งเราจะไปดูที่สาเหตุทางเคมีและทางจิตวิทยา

We'll take our sweet time with it, สำนวน

4:43

เราจะใช้เวลาทำมันให้ดีที่สุด

สำนวน

take our sweet time: ตั้งใจทำอย่างไม่รีบร้อน

Take one's sweet time หมายถึงทำบางอย่างช้า ๆ โดยไม่รีบร้อน คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น I take my sweet time, we take our sweet time และ she takes her sweet time ในที่นี้ we'll take our sweet time บอกว่าจะตั้งใจทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและรอบคอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ แต่ในบริบทอื่น โดยเฉพาะเมื่อความล่าช้าของคนอื่นทำให้เกิดปัญหา สำนวนนี้อาจฟังดูหงุดหงิดหรือประชดประชัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนนี้ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดหรือประชดประชันได้ชัดเจนที่สุด

  1. We'll take our sweet time checking every detail before we publish.
  2. He took his sweet time sending the file, and we missed the deadline.
  3. Take your time; there is no deadline.
ดูคำตอบ

He took his sweet time sending the file, and we missed the deadline.

so please have patience.

4:45

เพราะฉะนั้นโปรดอดใจรอหน่อยนะ

The refugee video is not up to date anymore, วลี

4:47

วิดีโอเรื่องผู้ลี้ภัยมันไม่อัปเดตอีกต่อไปแล้ว

วลี

up to date: เป็นปัจจุบันและยังใช้ได้

ในประโยคนี้ up to date หมายถึงข้อมูลในวิดีโอตรงกับสถานการณ์ปัจจุบัน การบอกว่าวิดีโอนั้นไม่ up to date อีกแล้วแสดงว่าเมื่อก่อนเคยมีประโยชน์ แต่ตอนนี้ล้าสมัยแล้ว ใช้ be up to date เพื่อบอกว่าข้อมูล ความรู้ บันทึก ซอฟต์แวร์ หรือสื่ออื่น ๆ ได้รับการปรับให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุด ไม่ได้หมายถึง “จนถึงวันที่กำหนด”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “เป็นปัจจุบัน”: This map was revised yesterday, so it is ____.

ดูคำตอบ

up to date

so we will not renew it.

4:50

เราจึงจะไม่ทำใหม่

We're also going through our older videos to add sources, กริยาวลี

4:52

เรายังกำลังย้อนกลับไปดูวิดีโอเก่าๆ เพื่อเพิ่มแหล่งอ้างอิง

กริยาวลี

going through: ตรวจสอบทีละรายการ

ในที่นี้ going through หมายถึงการตรวจสอบวิดีโอเก่าทีละรายการ เพื่อให้ทีมเพิ่มแหล่งอ้างอิงที่ขาดไปได้ รูป present continuous ใน We're going through แสดงว่าการตรวจสอบนี้กำลังดำเนินอยู่ go through สามารถหมายถึงการตรวจสอบรายการทั้งหมดหรือหลายรายการในกลุ่มอย่างเป็นระบบ กรรมของประโยคจะบอกสิ่งที่ถูกตรวจสอบ เช่น วิดีโอ ไฟล์ อีเมล หรือรายการ บริบทนี้จึงตัดความหมายเรื่องการเคลื่อนผ่านและการประสบความยากลำบากออกไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We're going through every application before Friday,” going through หมายถึงอะไร?

  1. ประสบช่วงเวลาที่ยากลำบากเพราะใบสมัครเหล่านั้น
  2. เดินผ่านใบสมัครเหล่านั้นจริง ๆ
  3. ตรวจสอบใบสมัครทีละใบ
ดูคำตอบ

ตรวจสอบใบสมัครทีละใบ

further reading, and comments in the next few months.

4:55

ข้อมูลให้อ่านเพิ่มเติม และความคิดเห็นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

Nowadays, rather than trusting in mainstream institutions, ไวยากรณ์

4:59

ในปัจจุบัน แทนที่จะเชื่อใจสถาบันกระแสหลัก

we often look at creators on the internet

5:02

เรามักจะมองหาครีเอเตอร์บนอินเทอร์เน็ต

for reliable information.

5:04

เพื่อหาข้อมูลที่เชื่อถือได้

ไวยากรณ์

rather than + -ing เพื่อบอกการกระทำที่ไม่ได้เลือก

ใน rather than trusting... คำว่า rather than ใช้นำการกระทำที่ไม่ได้เลือก คือ trusting mainstream institutions จากนั้นประโยคหลักบอกการกระทำที่คนเลือกทำแทน คือหันไปหาครีเอเตอร์บนอินเทอร์เน็ตเพื่อข้อมูล หลัง rather than คำว่า trusting อยู่ในรูป -ing การวาง rather than + -ing ไว้ต้นประโยคช่วยเปรียบเทียบการกระทำที่ไม่ได้เลือกกับการกระทำในประโยคหลัก ในที่นี้ often บอกแนวโน้มโดยทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าทุกคนทำเช่นนี้เสมอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย rather than และรูป -ing ของ call เพื่อระบุการกระทำที่ไม่ได้เลือก: ____, Priya sent a short email.

ดูคำตอบ

Rather than calling

We rely on the fact that they're careful and rigorous วลี

5:05

เราพึ่งพาความจริงที่ว่าพวกเขามีความระมัดระวังและเข้มงวด

วลี

rely on the fact that + อนุประโยค

ใน rely on the fact that คำว่า rely on หมายถึง “พึ่งพาหรือใช้เป็นพื้นฐาน” วลีทั้งหมด the fact that they're careful and rigorous ตามหลัง on ในฐานะกรรม และ that นำอนุประโยคที่บอกเนื้อหาของข้อเท็จจริง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ rely on the fact that + อนุประโยค ใช้เมื่อความไว้วางใจ การตัดสินใจ หรือการกระทำตั้งอยู่บนข้อความที่สมบูรณ์ซึ่งผู้พูดนำเสนอว่าเป็นความจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ rely on the fact that: Our evening schedule ____ the library stays open until nine.

ดูคำตอบ

relies on the fact that

and not led by monetary incentives. การใช้คำ

5:08

และไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ทางการเงิน

การใช้คำ

monetary incentives: รางวัลทางการเงินที่มีผลต่อพฤติกรรม

monetary incentives หมายถึงรางวัลหรือผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงินและใช้กระตุ้นให้คนทำบางอย่าง เช่น โบนัส เงินสด ส่วนลด หรือโอกาสที่จะหารายได้เพิ่มขึ้น ในประโยคนี้ not led by monetary incentives หมายความว่าผลประโยชน์ทางการเงินไม่ควรเป็นแรงหลักที่ชี้นำบุคคลที่กำลังกล่าวถึง incentive คือเหตุผลหรือรางวัลที่มีผลต่อพฤติกรรม ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมายเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในการพูดคุยเรื่องนโยบาย monetary incentives มีความหมายตรงที่สุดว่าอะไร

  1. รางวัลหรือผลประโยชน์ทางการเงินที่มีเป้าหมายเพื่อให้มีผลต่อพฤติกรรม
  2. การจ่ายเงินที่ผิดกฎหมายในทุกกรณี
  3. คำแถลงต่อสาธารณะที่ยอมรับข้อผิดพลาด
ดูคำตอบ

รางวัลหรือผลประโยชน์ทางการเงินที่มีเป้าหมายเพื่อให้มีผลต่อพฤติกรรม

And we expect them to acknowledge mistakes in public วลี

5:11

และเราก็คาดหวังให้พวกเขายอมรับความผิดพลาดต่อสาธารณะ

วลี

acknowledge mistakes in public: ยอมรับข้อผิดพลาดต่อสาธารณะ

acknowledge mistakes หมายถึงการยอมรับอย่างเปิดเผยว่าเกิดข้อผิดพลาดหรือมีคนทำผิด acknowledge เป็นทางการกว่าการใช้ say ธรรมดา และมักสื่อถึงการยอมรับความรับผิดชอบ in public บอกว่าการยอมรับนั้นเกิดขึ้นในที่ที่คนอื่น เช่น ผู้ชมหรือชุมชน สามารถได้ยินหรือเห็นได้ การยอมรับข้อผิดพลาดไม่จำเป็นต้องรวมถึงการขอโทษอย่างเต็มรูปแบบ คำอธิบาย หรือคำสัญญาว่าจะแก้ไข

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้จัดการยอมรับข้อผิดพลาดอย่างเปิดเผย แต่ไม่ได้ระบุว่าได้ขอโทษ

  1. The manager hid the mistakes from everyone.
  2. The manager apologized privately for the mistakes.
  3. The manager acknowledged the mistakes in public.
ดูคำตอบ

The manager acknowledged the mistakes in public.

and work to minimize them.

5:13

และพยายามลดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด

So this is what we're going to do.

5:15

ดังนั้นนี่คือสิ่งที่เรากำลังจะทำ

Trust is not a thing you earn once ลำดับความ

5:17

ความเชื่อใจไม่ใช่สิ่งที่คุณจะได้รับมาแค่ครั้งเดียว

and then keep forever.

5:19

แล้วก็รักษามันไว้ได้ตลอดกาล

ลำดับความ

ความไว้วางใจไม่ใช่สิ่งที่สร้างครั้งเดียวแล้วจะรักษาไว้ได้ตลอดไป

ประโยคนี้ปฏิเสธแนวคิดทั้งชุดที่ว่า เราสามารถสร้างความไว้วางใจได้ในช่วงเวลาเดียวแล้วครอบครองไว้ตลอดไป โครงสร้าง not a thing you ... once and then ... forever นำการกระทำเพียงครั้งเดียวมาเปรียบต่างกับผลลัพธ์ถาวรที่คนอาจคาดคิด ในฐานะประโยคสรุป ประโยคนี้ย่อข้อโต้แย้งทั้งหมดให้เป็นหลักคิดที่นำไปกล่าวซ้ำได้ง่าย ไม่ได้สัญญาว่าความไว้วางใจจะคงอยู่ถาวร แต่บอกว่าต้องรักษามันด้วยการกระทำที่น่าไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ใช้แนวคิดใดในการสรุปข้อโต้แย้ง?

  1. ไม่มีทางสร้างความไว้วางใจได้ไม่ว่าในกรณีใด
  2. ต้องสร้างความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง การสร้างได้ครั้งเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะคงอยู่ตลอดไป
  3. เมื่อสร้างความไว้วางใจได้แล้วก็ไม่มีทางสูญเสียมันไป
ดูคำตอบ

ต้องสร้างความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง การสร้างได้ครั้งเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะคงอยู่ตลอดไป

You have to constantly work for it.

5:21

คุณต้องทำงานเพื่อรักษามันไว้อย่างต่อเนื่อง

So,

5:23

ดังนั้น

can you trust Kurzgesagt?

5:24

คุณเชื่อถือ Kurzgesagt ได้หรือไม่?

You can trust that every video we make

5:27

คุณเชื่อใจได้เลยว่าทุกวิดีโอที่เราทำ

is thoroughly researched and approved by different experts. วลี

5:29

ผ่านการค้นคว้ามาอย่างละเอียดและได้รับการอนุมัติจากผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน

วลี

ผ่านการค้นคว้าอย่างละเอียด

ใน thoroughly researched คำว่า thoroughly เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ขยาย researched ซึ่งเป็นกริยาช่องสาม หมายความว่าการค้นคว้าทำอย่างครบถ้วนและรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง วลีนี้อธิบายความลึกและความครบถ้วนของกระบวนการ จึงช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในผลงาน แต่ไม่ได้อ้างว่าข้อสรุปทุกข้อไม่มีทางผิดหรือจะถูกต้องตลอดไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นชัดเจนที่สุดว่ากระบวนการค้นคว้าครบถ้วนและรอบคอบ?

  1. The report was thoroughly researched before it was published.
  2. The report was briefly reviewed before it was published.
  3. The report was well written before it was published.
ดูคำตอบ

The report was thoroughly researched before it was published.

You can trust that we know that we have biases วลี

5:32

คุณเชื่อใจได้เลยว่าเรารู้ตัวว่าเรามีความลำเอียง

and we try to overcome them.

5:35

และเรากำลังพยายามที่จะก้าวข้ามมันไป

วลี

biases ... overcome them: เอาชนะอคติ

ในประโยคนี้ them ย้อนกลับไปแทน biases ดังนั้นส่วนที่แยกกันสองส่วนจึงรวมกันเป็นแนวคิด overcome biases คือการตระหนักถึงวิธีคิดที่มีอคติ และลงมือพยายามเพื่อลดอิทธิพลของอคติต่อการตัดสินหรือการตัดสินใจ try to สำคัญ เพราะผู้พูดกำลังบอกถึงความพยายามที่ดำเนินอยู่ ไม่ได้อ้างว่าอคติหายไปหมดแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย overcome และคำสรรพนามที่ย้อนกลับไปแทน biases: We all have biases, but careful reflection can help us ____.

ดูคำตอบ

overcome them

We want to move Kurzgesagt further towards the trustworthy end of the spectrum. สำนวน

5:37

เราต้องการนำพา Kurzgesagt ให้ก้าวไปสู่จุดที่น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นไปอีก

สำนวน

the trustworthy end of the spectrum: ด้านที่น่าเชื่อถือของสเปกตรัม

ในที่นี้ spectrum เป็นคำเปรียบเทียบถึงช่วงระดับความน่าเชื่อถือที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่น่าเชื่อถือน้อยไปจนถึงน่าเชื่อถือมาก the trustworthy end คือด้านที่มีระดับความน่าเชื่อถือสูงกว่า ไม่ได้หมายถึงสเปกตรัมทางกายภาพ move ... further towards แสดงการพัฒนาเป็นทิศทางการเคลื่อนไปตามช่วงระดับนั้น towards หมายถึงการเข้าใกล้ด้านนั้นมากขึ้น ไม่ได้อ้างว่าโครงการน่าเชื่อถืออย่างสมบูรณ์แล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The new policy moves the company towards the transparent end of the spectrum,' คำว่า towards the transparent end of the spectrum หมายถึงอะไร

  1. บริษัทกำลังโปร่งใสมากขึ้น แต่ประโยคไม่ได้อ้างว่าโปร่งใสอย่างสมบูรณ์แล้ว
  2. บริษัทกำลังเคลื่อนที่จริงไปยังสถานที่ชื่อ spectrum
  3. บริษัทบรรลุความโปร่งใสอย่างสมบูรณ์แล้ว
ดูคำตอบ

บริษัทกำลังโปร่งใสมากขึ้น แต่ประโยคไม่ได้อ้างว่าโปร่งใสอย่างสมบูรณ์แล้ว

The world is too complex for simple answers ไวยากรณ์

5:41

โลกใบนี้มันซับซ้อนเกินกว่าจะมีคำตอบง่ายๆ

ไวยากรณ์

too complex for simple answers: too + คำคุณศัพท์ + for

โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + for + คำนาม บอกว่าระดับของคุณสมบัติหนึ่งเกินกว่าที่บุคคล สิ่งของ หรือวิธีแก้ปัญหาที่ตามมาจะรับมือได้ ดังนั้น too จึงเพิ่มผลที่เป็นข้อจำกัด ไม่ได้แปลเพียงว่า very ในประโยคนี้ ความซับซ้อนของโลกเกินกว่าที่คำตอบง่าย ๆ จะอธิบายได้อย่างเพียงพอ คำตอบเหล่านั้นจึงไม่พอ ใช้โครงสร้างนี้เพื่อแสดงความไม่สอดคล้องกันระหว่างระดับของบางสิ่งกับสิ่งที่คนหรือสิ่งของหนึ่งจะรับมือได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย too, complex และ for เพื่อแสดงว่าคำตอบสั้น ๆ แบบใช่หรือไม่ใช่นั้นไม่เพียงพอ: The issue is ____ a quick yes-or-no answer.

ดูคำตอบ

too complex for

and we don't want to be the ones giving them.

5:43

และเราก็ไม่อยากจะเป็นคนที่ให้คำตอบเหล่านั้น

Making these videos over the last six years has been quite a ride สำนวน

5:46

การทำวิดีโอเหล่านี้ในช่วงหกปีที่ผ่านมามันเป็นเหมือนการเดินทางที่ยาวนาน

สำนวน

quite a ride: ประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว

Quite a ride ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบในที่นี้ โดยมองย้อนกลับไปยังประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์และความเปลี่ยนแปลง และน่าจะมีทั้งความท้าทายหรือเรื่องน่าประหลาดใจ เหมือนการเดินทางที่มีขึ้นมีลง ไม่ได้หมายถึงการเดินทางด้วยยานพาหนะจริง ๆ Quite ทำให้การประเมินหนักแน่นขึ้นว่าประสบการณ์นี้ไม่ธรรมดา วลีนี้อาจสื่อความรู้สึกเชิงบวก เชิงลบ หรือทั้งสองแบบ จึงต้องดูเรื่องราวและน้ำเสียงรอบข้างเพื่อเข้าใจว่าเป็นแบบใด

แบบฝึกหัด

นักเรียนคนหนึ่งพูดว่า: Organizing the school festival was quite a ride. นักเรียนหมายความว่าอย่างไร?

  1. เป็นเรื่องง่ายและไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
  2. นักเรียนเดินทางไปงานเทศกาลด้วยยานพาหนะ
  3. เป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ ความท้าทาย หรือเรื่องน่าประหลาดใจ
ดูคำตอบ

เป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ ความท้าทาย หรือเรื่องน่าประหลาดใจ

and we're very grateful for it.

5:49

และเราก็รู้สึกขอบคุณมันมากๆ

We hope you'll be with us for the next few years, too,

5:51

เราหวังว่าคุณจะอยู่กับเราต่อไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

and join us on our journey

5:54

และมาร่วมเดินทางไปกับเรา

to figure out what this universe and life stuff is all about. โน้ต

5:55

เพื่อหาคำตอบว่าจักรวาลและสิ่งมีชีวิตทั้งหลายนี้มันคืออะไรกันแน่

กริยาวลี

figure out: คิดหาคำตอบหรือทำความเข้าใจ

figure out หมายถึง “ไปถึงคำตอบหรือเข้าใจบางสิ่งด้วยการคิด สืบค้น หรือลองทำ” จุดเน้นอยู่ที่กระบวนการแก้ปัญหาหรือทำความเข้าใจสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ ตามหลังด้วยคำถามทางอ้อม what this universe and life stuff is all about รูป infinitive to figure out บอกเป้าหมายของการสำรวจ ไม่ได้บอกว่าพบคำตอบแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb สองคำที่หมายถึง “เข้าใจด้วยการคิดและทดสอบ”: After checking each cable, Ana finally ____ why the screen was blank.

ดูคำตอบ

figured out

ไวยากรณ์

what ... is all about: แก่นแท้ของสิ่งหนึ่งคืออะไร

What X is all about หมายถึงแนวคิดหลัก ลักษณะที่แท้จริง หรือจุดประสงค์ของ X ในที่นี้ this universe and life stuff เป็นการพูดแบบสบาย ๆ ที่รวมคำถามใหญ่เกี่ยวกับจักรวาลและชีวิตเข้าด้วยกัน เนื่องจากอนุประโยคนี้เป็นคำถามทางอ้อมหลัง figure out จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + is + all about หากเป็นคำถามตรงที่อยู่เดี่ยว ๆ จะเป็น What is this universe and life stuff all about?

แบบฝึกหัด

เลือกส่วนเติมที่เป็นธรรมชาติสำหรับคำถามทางอ้อมนี้: I am trying to understand ___.

  1. what this game all is about
  2. what this game is all about
  3. what is this game all about
ดูคำตอบ

what this game is all about

Thank you for watching.

5:59

ขอบคุณที่รับชม