จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราจุดชนวนระเบิดนิวเคลียร์ทั้งหมดพร้อมกัน?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,107 คำ 175 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: คำอธิบายนี้ใช้สมมติฐานที่รุนแรงขึ้นสองระดับ เพื่อติดตามความเสียหายจากนิวเคลียร์ ฝุ่นกัมมันตรังสี ความหนาวเย็นทั่วโลก การสูญพันธุ์ของมนุษย์ และการฟื้นตัวของโลก ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “What if” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ตั้งคำถามสมมติให้สำรวจผลที่จินตนาการขึ้น ไม่ใช่ถามถึงแผนจริง 2. “For the sake of argument,” — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: มองเห็นข้อสมมติชั่วคราวที่ช่วยเดินหน้าเหตุผล โดยไม่อ้างว่าข้อสุดโต่งนั้นเป็นจริง 3. “not unlikely” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจปฏิเสธซ้อนว่า “ค่อนข้างเป็นไปได้” พร้อมจับน้ำเสียงคาดการณ์ที่ระมัดระวังและไม่ตรงเกินไป

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Many of our viewers have asked us a very serious question.

0:02

ผู้ชมของเราหลายคนได้ถามคำถามที่จริงจังกับเรามาก

What if we made a big pile of bombs and exploded every nuclear weapon in the world all at once? โน้ต

0:05

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรานำระเบิดนิวเคลียร์ทั้งหมดบนโลกมากองรวมกันและจุดชนวนพร้อมกันทั้งหมด

ไวยากรณ์

What if + อนุประโยคสมมติ

What if ใช้เปิดสถานการณ์สมมติและชวนผู้ฟังคิดว่าต่อไปอาจเกิดอะไรขึ้น ใน What if we made...? คำว่า made อยู่ในรูปอดีต แต่ไม่ได้เล่าเหตุการณ์ในอดีต รูปนี้ทำให้สถานการณ์ดูเป็นสมมติที่ตั้งใจยกขึ้นมา คำถามนี้เปิดการทดลองทางความคิด ไม่ได้บรรยายแผนที่จะทำจริง คุณนำโครงสร้าง What if + อนุประโยคไปใช้สำรวจผลที่อาจเกิดขึ้น ความเสี่ยง หรือแนวคิดทางเลือกได้

แบบฝึกหัด

คำถามใดชวนให้ผู้ฟังจินตนาการถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต?

  1. What if our train is delayed?
  2. Why was our train delayed?
  3. What time does our train leave?
ดูคำตอบ

What if our train is delayed?

วลี

all at once: การเกิดขึ้นพร้อมกัน

all at once ในที่นี้หมายถึง “ในเวลาเดียวกัน” แสดงให้เห็นว่าในสถานการณ์สมมติ อาวุธทุกชิ้นระเบิดพร้อมกัน ไม่ใช่ทีละชิ้น ให้มอง all at once เป็นวลีตายตัว ไม่ใช่แปลทีละคำว่า “รวมแล้วหนึ่งครั้ง” ในบริบทอื่น วลีนี้อาจหมายถึง “ทันใดนั้น” ได้ด้วย โดยต้องดูจากบริบทรอบข้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่ขึ้นต้นด้วย all และหมายถึง “พร้อมกัน”: When the doors opened, all the fans rushed in ____.

ดูคำตอบ

all at once

Strangely enough, ลำดับความ

0:11

แปลกมากที่

ลำดับความ

Strangely enough, สำหรับเกริ่นข้อเท็จจริงที่เหนือความคาดหมาย

Strangely enough เป็นคำเกริ่นแสดงความเห็นที่วางไว้ต้นประโยค หมายถึง “อย่างน่าประหลาดใจ” หรือ “น่าแปลกที่ว่า” โดยบอกผู้ฟังก่อนว่าข้อเท็จจริงที่จะตามมาไม่ตรงกับสิ่งที่คาดไว้ ในที่นี้ enough ไม่ได้หมายถึง “มีปริมาณเพียงพอ” แต่เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว strangely enough ซึ่งช่วยจัดลำดับข้อมูลด้วยการบอกปฏิกิริยาของผู้พูดก่อนกล่าวข้อเท็จจริงหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแสดงความเห็นสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “อย่างน่าประหลาดใจ”: ____, the old key still worked after twenty years.

ดูคำตอบ

Strangely enough

we couldn't find a good source to answer this question to our satisfaction. วลี

0:12

เราไม่สามารถหาแหล่งข้อมูลที่ดีมาตอบคำถามนี้ให้เป็นที่น่าพอใจได้

วลี

to our satisfaction สำหรับผลลัพธ์ที่เป็นไปตามมาตรฐานของเรา

To our satisfaction หมายถึง “ในแบบที่เป็นไปตามมาตรฐานของเราและทำให้เราพอใจ” คำแสดงความเป็นเจ้าของ our ระบุว่าใช้มาตรฐานของใครในการประเมิน วลีนี้ประเมินผลของการตอบคำถาม ไม่ได้บอกทิศทางของการกระทำ โครงสร้างคือ to + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + satisfaction หรือ to + รูปแสดงความเป็นเจ้าของของบุคคล + satisfaction เช่น to my satisfaction และ to the client's satisfaction

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียนที่หมายความว่าผลลัพธ์เป็นไปตามมาตรฐานของเรา: The contractor resolved every issue ____.

ดูคำตอบ

to our satisfaction

So, we gathered together a few scientists to calculate what would happen

0:16

ดังนั้นเราจึงรวบรวมนักวิทยาศาสตร์สองสามคนมาคำนวณว่าจะเกิดอะไรขึ้น

and find an answer to this extremely important scientific problem

0:20

และค้นหาคำตอบสำหรับปัญหาทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งนี้

once and for all. สำนวน

0:24

ให้สิ้นซากไปเลย

สำนวน

once and for all: ทำให้จบสิ้นอย่างเด็ดขาด

once and for all หมายถึงการทำให้เสร็จสิ้นอย่างเด็ดขาดและถาวร เพื่อจะได้ไม่ต้องกลับมาจัดการคำถามหรือปัญหาเดิมอีก ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นสำนวนเดียว ไม่ได้หมายถึง “ทำหนึ่งครั้งเพื่อทุกคน” ในประโยคนี้ น้ำเสียงที่เน้นความเด็ดขาดทำให้คำถามแปลก ๆ ดูเหมือนเป็นเรื่องจริงจังที่ต้องสะสางให้จบ จึงเพิ่มอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “อย่างเด็ดขาดและถาวร” ให้สมบูรณ์: Let's solve this problem ____.

ดูคำตอบ

once and for all

Currently, there are 15,000 nuclear weapons on Earth.

0:25

ปัจจุบัน มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ประมาณ 15,000 ลูกบนโลก

The US and Russia both have around 7,000,

0:29

สหรัฐอเมริกาและรัสเซียมีอยู่ประมาณ 7,000 ลูกต่อประเทศ

while France, China, the UK, Pakistan, India, Israel, and North Korea

0:32

ในขณะที่ฝรั่งเศส จีน สหราชอาณาจักร ปากีสถาน อินเดีย อิสราเอล และเกาหลีเหนือ

own around 1,000 between them.

0:35

มีรวมกันประมาณ 1,000 ลูก

But how much destructive power is this really?

0:38

แต่อำนาจทำลายล้างนี้มีมากขนาดไหนกันแน่

Let's try to put these numbers into perspective. สำนวน

0:41

ลองมาดูตัวเลขเหล่านี้ให้เห็นภาพกันดีกว่า

สำนวน

put these numbers into perspective: ทำให้เข้าใจตัวเลขผ่านบริบท

put these numbers into perspective หมายถึงการให้ข้อมูลเปรียบเทียบหรือภูมิหลังที่ช่วยให้เห็นว่าตัวเลขเหล่านี้มีขนาดหรือความหมายจริง ๆ เท่าใด perspective ในที่นี้คือมาตราส่วนหรือกรอบสำหรับทำความเข้าใจ ไม่ใช่ทัศนมิติในงานศิลปะ โครงสร้างคือ put + ข้อมูล + into perspective ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากำลังจะมีจุดอ้างอิงตามมา เพื่อให้ผู้ฟังตัดสินได้ว่าตัวเลขนั้นมาก น้อย พบได้ทั่วไป หรือผิดปกติ

แบบฝึกหัด

เติมท้ายสำนวนด้วยคำมาตรฐานสองคำ: To put the delay ____, compare it with the total project time.

ดูคำตอบ

into perspective

On Earth, there are about 4,500 cities or urban areas

0:53

บนโลกนี้มีเมืองหรือเขตเมืองประมาณ 4,500 แห่ง

with at least 100,000 inhabitants.

0:57

ที่มีผู้อยู่อาศัยอย่างน้อย 100,000 คน

Some are bigger than others,

1:00

บางเมืองก็ใหญ่กว่าเมืองอื่นๆ

so we'll assume that on average วลี

1:01

ดังนั้นเราจะสมมติว่าโดยเฉลี่ยแล้ว

วลี

on average: ค่าเฉลี่ย ไม่ใช่ทุกกรณีจะเหมือนกัน

on average บอกว่าข้อความนี้อิงค่าเฉลี่ยของกลุ่มหรือของกรณีที่เกิดซ้ำหลายครั้ง ในที่นี้ ผู้พูดใช้ตัวเลขประมาณการหนึ่งค่าแทนเมืองทั่วไปเพื่อให้คำนวณต่อได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกเมืองต้องใช้จำนวนที่เท่ากันพอดี เมืองแต่ละแห่งอาจสูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่แสดงว่าตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยจากหลายวัน: The train is five minutes late ____.

ดูคำตอบ

on average

we need three nuclear bombs to completely wipe out one city. กริยาวลี

1:03

เราต้องใช้ระเบิดนิวเคลียร์สามลูกเพื่อลบเมืองหนึ่งเมืองให้หายไปอย่างสมบูรณ์

กริยาวลี

wipe out: ทำลายอย่างสิ้นเชิง

ในประโยคนี้ wipe out เป็นกริยาวลีที่ต้องมีกรรม หมายถึงทำลายอย่างสิ้นเชิงหรือกำจัดให้หมด นามวลี one city ระบุสิ่งที่ถูกทำลาย ส่วน out เพิ่มความหมายของการกำจัดจนหมด ทำให้ wipe out มีความหมายรุนแรงกว่า damage มาก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ wipe out ลงในประโยค: The severe frost ____ most of the orange crop.

ดูคำตอบ

wiped out

This means we could destroy every single city on planet Earth with our nuclear arsenal, การใช้คำ

1:06

ซึ่งหมายความว่าเราสามารถทำลายทุกเมืองบนโลกด้วยคลังแสงนิวเคลียร์ของเรา

การใช้คำ

nuclear arsenal: คลังอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด

ในที่นี้ nuclear arsenal หมายถึงคลังอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดที่ประเทศ พันธมิตร หรือในประโยคนี้คือมนุษยชาติมีไว้ใช้ คำว่า arsenal หมายถึงชุดหรือคลังอาวุธ ไม่ใช่ระเบิดหรือขีปนาวุธเพียงลูกเดียว วลี with our nuclear arsenal เน้นอำนาจทำลายล้างโดยรวม โดย our ในที่นี้หมายรวมถึงมนุษยชาติและอาวุธนิวเคลียร์ที่มนุษย์มีอยู่

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: 'The country expanded its nuclear arsenal.' ประเทศนั้นเพิ่มอะไร?

  1. ขีปนาวุธนิวเคลียร์ลูกหนึ่งโดยเฉพาะ
  2. คลังอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดของประเทศ
  3. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์พลเรือนของประเทศ
ดูคำตอบ

คลังอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดของประเทศ

killing more than 3 billion people,

1:11

คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 3 พันล้านคน

roughly half of humanity,

1:13

หรือราวๆ ครึ่งหนึ่งของมนุษยชาติ

in an instant. วลี

1:14

ภายในพริบตา

วลี

in an instant: แทบจะทันที

in an instant หมายถึงภายในเวลาที่สั้นมาก หรือแทบจะทันที วลีนี้ทำให้เหตุการณ์ดูเกิดขึ้นเร็วมากและมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ในฐานะวลีที่ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ วลีนี้ตอบคำถามว่า “เร็วแค่ไหน” และวางหลังเหตุการณ์ที่ขยายความได้ ในประโยคนี้ วลีบอกว่าผลลัพธ์อาจเกิดขึ้นเร็วเพียงใด

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแทบจะทันที: 'The calm sky turned dark ___.'

  1. for an instant
  2. in an instant
  3. at that instant
ดูคำตอบ

in an instant

And we'd still have 1,500 nuclear weapons left.

1:16

และเรายังคงมีอาวุธนิวเคลียร์เหลืออยู่อีก 1,500 ลูก

Now, that's what an expert would call overkill. การใช้คำ

1:19

นี่แหละคือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า "การทำลายล้างเกินความจำเป็น"

การใช้คำ

Overkill: มากเกินความจำเป็นอย่างมาก

ในที่นี้ overkill หมายถึงการใช้กำลังหรือทรัพยากรมากเกินกว่าที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายอย่างมาก คำนี้ใช้บรรยายการตอบสนองที่เกินเหตุได้แม้ไม่มีใครถูกฆ่าตามความหมายตรงตัว การเรียกอาวุธที่เหลือว่า overkill เป็นมุกตลกร้ายแบบหน้าตาย เพราะปริมาณนั้นมากเกินความจำเป็นจนความเกินพอดีกลายเป็นประเด็นสำคัญ โดยทั่วไปสามารถเรียกสิ่งหนึ่งว่า overkill ได้เมื่อมันไม่ใช่แค่มีเพิ่ม แต่ไม่สมส่วนกับงานอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมคำนามที่หมายถึงมากเกินกว่าที่งานต้องการอย่างมากลงในประโยค: Installing theater speakers in this tiny office would be complete ____.

ดูคำตอบ

overkill

So, we can say with confidence that we have a lot of nuclear weapons วลี

1:22

ดังนั้น เราจึงสามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่าเรามีอาวุธนิวเคลียร์มากมาย

วลี

Say with confidence: กล่าวข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับ

ใน say with confidence วลีบุพบท with confidence ขยายคำกริยา say และหมายถึงการกล่าวด้วยความแน่ใจอย่างมาก ผู้พูดกำลังบอกว่าข้อสรุปนั้นมีหลักฐานรองรับอย่างดี ไม่ใช่แค่บรรยายบุคลิกที่มั่นใจหรือลักษณะการพูด โครงสร้างนี้ใช้ได้ดีเมื่อต้องเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงหรือผลการตรวจสอบไปสู่ข้อสรุป เมื่อมีหลักฐานเพียงพอ สามารถใช้ with confidence กับ say, state หรือ conclude ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่แสดงความแน่ใจโดยมีหลักฐานรองรับลงในประโยค: We checked every entry twice, so we can say ____ that the total is correct.

ดูคำตอบ

with confidence

and they can do a lot of damage.

1:25

และพวกมันสามารถสร้างความเสียหายได้มาก

But what if we make a huge pile of all 15,000 bombs and pull the trigger? สำนวน

1:27

แต่ถ้าเรานำระเบิดทั้ง 15,000 ลูกมากองรวมกันให้เป็นภูเขาขนาดใหญ่และกดปุ่มล่ะ

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ pull the trigger

ในประโยคนี้ pull the trigger ไม่ได้หมายถึงการเหนี่ยวไกปืนจริง ๆ แต่หมายถึงการทำให้การระเบิดที่วางแผนไว้เริ่มขึ้น หรือการลงมือทำขั้นตอนชี้ขาดที่ทำให้เหตุการณ์เกิดขึ้น ภาพเปรียบเทียบนี้มาจากการยิงปืน วลีนี้จึงมักสื่อถึงขั้นตอนสุดท้ายที่เสี่ยงหรือย้อนกลับได้ยาก ต้องดูบริบทว่าใช้ตามตัวอักษรหรือในเชิงเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ทีมได้พิจารณาความเสี่ยงแล้วและพร้อมตัดสินใจขั้นสุดท้ายเพื่อเริ่มโครงการ สำนวนใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด? After one last check, the director decided to ____ on the project.

  1. jump the gun
  2. bite the bullet
  3. pull the trigger
ดูคำตอบ

pull the trigger

Let's drop our nuclear pile in the middle of the Amazon rainforest,

1:32

ลองเอากองนิวเคลียร์ของเราไปทิ้งไว้ใจกลางป่าแอมะซอน

just to show nature who's boss. สำนวน

1:35

เพื่อแสดงให้ธรรมชาติเห็นว่าใครคือเจ้านาย

สำนวน

show ... who's boss: แสดงให้เห็นว่าใครเป็นใหญ่

Show someone who's boss หมายถึงการพิสูจน์ ซึ่งมักทำผ่านกำลัง ความสามารถ หรือการควบคุม ว่าคุณต่างหากที่เป็นฝ่ายคุมสถานการณ์ ไม่ใช่อีกฝ่ายหรือสิ่งนั้น ไม่ได้หมายถึงการแนะนำว่านายจ้างของใครคือใคร ในที่นี้ ธรรมชาติถูกมองเหมือนเป็นคู่แข่งที่สามารถเอาชนะและควบคุมได้ การทำให้ธรรมชาติมีลักษณะเหมือนคนเช่นนี้ทำให้คำกล่าวฟังดูโอ้อวด เกินจริง และมีนัยประชด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: After finally beating the difficult game, Leo smiled and said, 'I showed it ____.'

ดูคำตอบ

who's boss

Our warheads piled haphazardly fit into a small warehouse.

1:37

หัวรบของเราที่ถูกนำมากองสุมๆ กันนั้นสามารถบรรจุในโกดังขนาดเล็กได้พอดี

A typical US warhead has the power of 200,000 tons of TNT,

1:41

หัวรบของสหรัฐฯ ทั่วไปมีอานุภาพเทียบเท่ากับระเบิด TNT 200,000 ตัน

so 15,000 warheads would be the equivalent of 3 billion tons of TNT. วลี

1:46

ดังนั้นหัวรบ 15,000 ลูกจะเทียบเท่ากับระเบิด TNT 3 พันล้านตัน

วลี

be the equivalent of: แสดงปริมาณหรือผลกระทบที่เทียบเท่ากัน

Be the equivalent of หมายถึงการที่สิ่งหนึ่งมีปริมาณ มูลค่า หรือผลกระทบในด้านที่เกี่ยวข้องเท่ากับอีกสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดแปลงพลังระเบิดรวมของหัวรบ 15,000 ลูกให้เป็นหน่วยอ้างอิงที่เข้าใจง่ายกว่า คือทีเอ็นที 3 พันล้านตัน Equivalent ไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งเหมือนกันทุกด้าน หัวรบกับทีเอ็นทีเป็นคนละสิ่งกัน สิ่งที่ถือว่าเท่ากันในการเปรียบเทียบนี้มีเพียงพลังระเบิด

แบบฝึกหัด

เติมวลีเปรียบเทียบเป้าหมายให้สมบูรณ์: The energy released would ____ 500 tons of TNT.

ดูคำตอบ

be the equivalent of

For scale, ลำดับความ

1:52

เพื่อเปรียบเทียบสเกลให้เห็นภาพ

ลำดับความ

For scale: เกริ่นจุดอ้างอิงเพื่อให้เห็นระดับความใหญ่

For scale เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมสั้น ๆ ที่บอกผู้ฟังว่าควรตีความข้อมูลถัดไปอย่างไร นั่นคือกำลังจะมีจุดอ้างอิงเพื่อช่วยให้นึกภาพขนาดหรือปริมาณได้ง่ายขึ้น โดยทั่วไปจะวางไว้ต้นประโยคหรือต้นข้อความแทรกสั้น ๆ คำว่า scale ในที่นี้หมายถึงขนาดโดยรวมหรือระดับความใหญ่ ไม่ได้หมายถึงเครื่องชั่งหรือบันไดเสียงดนตรี

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดบอกว่าข้อเท็จจริงถัดไปเป็นจุดอ้างอิงสำหรับประเมินระดับความใหญ่? ___, the model is two meters long while the table beside it is one meter long.

  1. For scale
  2. At scale
  3. To scale
ดูคำตอบ

For scale

this is enough to rebuild the whole island of Manhattan

1:52

พลังงานนี้มากพอที่จะสร้างเกาะแมนฮัตตันขึ้นมาใหม่ทั้งเกาะ

with every building and skyscraper using stacks of TNT.

1:55

โดยให้อาคารและตึกระฟ้าทุกหลังสร้างขึ้นจากกองระเบิด TNT

The closest thing we can compare to the energy gathered here is a volcano.

1:59

สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่เราสามารถนำมาเปรียบเทียบกับพลังงานที่รวมกันอยู่ที่นี่ได้ก็คือภูเขาไฟ

One of the deadliest volcanic eruptions in recorded history took place in 1883 on the island of Krakatoa. กริยาวลี

2:03

หนึ่งในการระเบิดของภูเขาไฟที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้เกิดขึ้นในปี 1883 บนเกาะกรากะตัว

กริยาวลี

“took place” เพื่อบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้น

“Took place” เป็นรูปอดีตแบบธรรมดาของสำนวนตายตัว “take place” ซึ่งหมายถึง “เกิดขึ้น” ประธานคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในประโยคนี้เหตุการณ์นั้นคือการปะทุ ในสำนวนนี้ “place” ไม่ใช่สิ่งของที่ถูกหยิบหรือเอาไป โดยปกติข้อมูลเวลาและสถานที่จะตามหลังสำนวน เช่น “took place in 1883 on the island of Krakatoa”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take place: The signing ceremony ____ at city hall yesterday.

ดูคำตอบ

took place

The eruption was so powerful that 70% of the island and the surrounding archipelago was destroyed, ไวยากรณ์

2:10

การระเบิดนั้นรุนแรงมากจนร้อยละ 70 ของเกาะและหมู่เกาะโดยรอบถูกทำลาย

ไวยากรณ์

โครงสร้างบอกผล “so powerful that”

“So powerful that” ใช้โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that โดย so แสดงว่า powerful มีระดับสูงมาก และอนุประโยค that บอกผลที่เกิดจากระดับอันรุนแรงนั้น so ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ดังนั้น” โครงสร้างทั้งหมดเชื่อมคุณสมบัติเข้ากับผลที่ตามมา กล่าวคือ พลังของการปะทุรุนแรงมากพอที่จะทำให้เกิดการทำลายที่กล่าวถึงต่อมา

แบบฝึกหัด

ใช้คำคุณศัพท์ difficult เติมโครงสร้างบอกผล so ... that ให้สมบูรณ์: The puzzle was ____ nobody could solve it.

ดูคำตอบ

so difficult that

killing tens of thousands of people.

2:15

คร่าชีวิตผู้คนไปหลายหมื่นคน

Its effects were felt around the world for days after the event.

2:17

และผลกระทบของมันก็ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกเป็นเวลาหลายวันหลังจากเหตุการณ์นั้น

Our nuclear pile contains 15 times the energy of the Krakatoa volcanic eruption.

2:21

กองนิวเคลียร์ของเรามีพลังงานมหาศาลกว่าการระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัวถึง 15 เท่า

So, let's finally push the button.

2:27

เอาล่ะ ในที่สุดก็มากดปุ่มกันเถอะ

3

2:29

3

2

2:31

2

1

2:32

1

In a second,

2:33

ในเสี้ยววินาที

a fireball 50 km across vaporizes everything in its way สำนวน

2:34

ลูกไฟที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 กม. จะระเหยทุกสิ่งที่ขวางหน้า

สำนวน

in its way: อยู่ตามเส้นทางของประธานที่กำลังเคลื่อนที่

ในประโยคนี้ in its way หมายถึง “อยู่ในเส้นทางที่ลูกไฟเคลื่อนที่หรือแผ่ขยายผ่าน” its อ้างถึง fireball และ way ในที่นี้หมายถึงเส้นทางของมัน ดังนั้นทุกสิ่งที่อยู่บนเส้นทางนั้นจึงกลายเป็นไอ โครงสร้าง in + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + way ใช้ระบุเส้นทางที่สัมพันธ์กับประธานที่กำลังเคลื่อนที่หรือรุกไปข้างหน้า ในที่นี้ way ไม่ได้หมายถึง “วิธีการ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ารถกวาดหิมะกำจัดทุกสิ่งที่อยู่ตามเส้นทางที่มันเคลื่อนผ่าน

  1. The snowplow clears everything in its way.
  2. The snowplow is on its way.
  3. The snowplow is in the way.
ดูคำตอบ

The snowplow clears everything in its way.

and creates a blast wave that flattens 3,000 square km of forest.

2:38

และสร้างคลื่นระเบิดที่ราบป่าไม้ขนาด 3,000 ตารางกิโลเมตร

Every living thing within 250 km will start to burn.

2:43

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดในรัศมี 250 กม. จะเริ่มลุกไหม้

The explosion will be heard literally around the world

2:47

เสียงระเบิดจะได้ยินไปทั่วโลกอย่างแท้จริง

as the pressure wave circles the Earth tens of times over the next few weeks.

2:50

ในขณะที่คลื่นแรงดันวนรอบโลกหลายสิบครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ต่อมา

Millions of tons of incinerated material are catapulted into the atmosphere.

2:54

วัสดุที่ถูกเผาไหม้หลายล้านตันถูกเหวี่ยงขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

The mushroom cloud reaches the outer reaches of the stratosphere, วลี

2:59

เมฆรูปเห็ดลอยไปถึงขอบชั้นนอกของสตราโตสเฟียร์

วลี

outer reaches of: ส่วนที่ห่างไกลที่สุด

Outer reaches of หมายถึงส่วนที่ไกลที่สุดหรือห่างไกลที่สุดของพื้นที่หรือขอบเขตขนาดใหญ่ ในที่นี้วลีดังกล่าวระบุว่ากลุ่มเมฆขึ้นไปใกล้บริเวณที่สูงและไกลที่สุดของสตราโตสเฟียร์ ไม่ใช่เพียงเส้นขอบที่ชัดเจนเส้นหนึ่ง ในวลีนี้ reaches เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึงบริเวณที่แผ่กว้างหรือขีดจำกัด ไม่ใช่คำกริยาบุรุษที่สาม reaches แม้คำที่สะกดเหมือนกันจะปรากฏก่อนหน้านี้ในฐานะคำกริยาของประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ส่วนที่ไกลที่สุดของ” ให้สมบูรณ์: The probe is exploring the ____ the solar system.

ดูคำตอบ

outer reaches of

pushing up against space itself.

3:02

พุ่งขึ้นไปจนเกือบถึงอวกาศ

After things have calmed down, กริยาวลี

3:04

หลังจากที่ทุกอย่างสงบลง

กริยาวลี

things have calmed down: สถานการณ์สงบลงแล้ว

ในที่นี้ things have calmed down หมายถึงกิจกรรมที่รุนแรงหรือความวุ่นวายเบาลงมากหรือหยุดลงแล้ว things หมายถึงสถานการณ์โดยรวม ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ calm down ในที่นี้ใช้แบบไม่ต้องมีกรรม โดยสถานการณ์สงบลงเอง have calmed เป็นรูป present perfect ดังนั้น after things have calmed down จึงนำเสนอว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เสร็จสิ้นก่อนเหตุการณ์ถัดไป

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด? The crowd was shouting, but it finally ____ after the speaker arrived.

  1. burned down
  2. calmed down
  3. broke down
ดูคำตอบ

calmed down

a small crater about 10 km across is left in the center of the worst world fires the planet has seen in millennia,

3:06

จะมีหลุมอุกกาบาตขนาดเล็กกว้างประมาณ 10 กม. ทิ้งไว้ตรงกลางของไฟป่าระดับโลกที่เลวร้ายที่สุดที่โลกเคยเห็นมาในรอบพันปี

spreading throughout South America,

3:12

ลุกลามไปทั่วอเมริกาใต้

burning down forests and cities alike. กริยาวลี

3:14

เผาผลาญทั้งป่าไม้และเมืองให้วอดวาย

กริยาวลี

burning down: ผลลัพธ์คือการถูกไฟทำลาย

burning down หมายถึงการทำลายป่าและเมืองด้วยไฟ ไม่ใช่เพียงทำให้มีเปลวไฟลุกอยู่ down บ่งบอกผลลัพธ์ของการทำลายที่เสร็จสิ้นแล้ว ไม่ได้หมายถึงไฟที่เคลื่อนลงด้านล่าง ในที่นี้ burning เป็นรูป -ing ที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำโดยรอบ และ forests and cities เป็นกรรมของ burn down ส่วน alike หมายความว่าทั้งสองอย่างได้รับผลจากการทำลายแบบเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เรียง burned, it และ down ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: The fire reached the empty shed and ____.

ดูคำตอบ

burned it down

And now, the unpleasant part begins.

3:16

และตอนนี้ ส่วนที่น่าสะพรึงกลัวก็เริ่มต้นขึ้น

Extremely radioactive material will kill living things very quickly,

3:19

สารกัมมันตรังสีขั้นรุนแรงจะฆ่าสิ่งมีชีวิตอย่างรวดเร็ว

and a large area several kilometers around the crater is now uninhabitable,

3:23

และพื้นที่ขนาดใหญ่หลายกิโลเมตรรอบๆ หลุมอุกกาบาตก็ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป

as is everywhere for hundreds of kilometers downwind. โน้ต

3:26

เช่นเดียวกับทุกแห่งที่อยู่ใต้ลมไปหลายร้อยกิโลเมตร

ไวยากรณ์

โครงสร้างเปรียบเทียบแบบกลับคำ as is everywhere

ในประโยคนี้ as หมายถึง “ในลักษณะเดียวกัน” หรือ “ก็เช่นกัน” อนุประโยคนี้ใช้การกลับลำดับแบบเป็นทางการ โดย is อยู่หน้าประธานหรือวลีบอกสถานที่ที่นำมาเปรียบเทียบ คือ everywhere for hundreds of kilometers downwind คำคุณศัพท์ uninhabitable ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากอนุประโยคก่อนหน้า หากเขียนเต็ม แนวคิดคือ everywhere for hundreds of kilometers downwind is uninhabitable too.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบแบบกลับคำที่เป็นทางการจากบทเรียนนี้: The northern trail is closed, ____ the southern route.

ดูคำตอบ

as is

การใช้คำ

downwind: ทิศทางที่ลมพัดไป

Downwind หมายถึงทิศทางที่ลมพัดไปจากจุดอ้างอิง ในที่นี้คำนี้ระบุพื้นที่ที่อากาศซึ่งกำลังเคลื่อนที่จะไปถึง ดังนั้นลมจึงสามารถพาสารกัมมันตรังสีไปยังพื้นที่นั้นได้ คำนี้บอกทิศทางแบบสัมพัทธ์ ไม่ใช่ทิศเข็มทิศที่ตายตัว หากทิศลมเปลี่ยน สถานที่เดียวกันอาจอยู่ downwind ในช่วงหนึ่งและกลายเป็น upwind ในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกทิศทางลมจากบทเรียนนี้: Smoke is blowing from the plant toward the village, so the village is ____ the plant.

ดูคำตอบ

downwind of

Much of the fallout is carried high into the atmosphere by the mushroom cloud and carried around the planet. การใช้คำ

3:30

ฝุ่นกัมมันตรังสีส่วนใหญ่ถูกเมฆรูปเห็ดพัดพาขึ้นไปในชั้นบรรยากาศชั้นสูงและกระจายไปทั่วโลก

การใช้คำ

fallout: สสารกัมมันตรังสีหลังการระเบิดนิวเคลียร์

ในประโยคนี้ fallout หมายถึงอนุภาคและฝุ่นกัมมันตรังสีที่เกิดจากการระเบิดนิวเคลียร์ เมฆรูปดอกเห็ดสามารถพาสสารนี้ขึ้นไปสูงในชั้นบรรยากาศ แล้วลมจะพัดให้กระจายก่อนที่จะตกกลับลงสู่พื้นโลก เนื่องจาก fallout ในที่นี้เป็นสสารที่ถูกพาไปจริง ๆ จึงไม่ได้หมายถึงผลที่ตามมาโดยทั่วไป แต่ในบริบทอื่น คำนามนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ เช่น the fallout from a scandal หมายถึงผลเสียที่ตามมาจากเรื่องอื้อฉาว

แบบฝึกหัด

เติมคำนามหนึ่งคำที่หมายถึงสสารกัมมันตรังสีซึ่งตกลงมาหลังการระเบิดนิวเคลียร์: The wind carried the ____ far beyond the test site.

ดูคำตอบ

fallout

The amount of radioactive material in the environment doubles worldwide,

3:35

ปริมาณสารกัมมันตรังสีในสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทั่วโลก

which still isn't civilization-ending,

3:39

ซึ่งยังคงไม่ถึงขั้นเป็นจุดจบของอารยธรรมมนุษย์

but we may see more cancer for a while.

3:41

แต่เราอาจจะพบเห็นโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

A portion of the particles will flow to the edge of space for years

3:44

อนุภาคบางส่วนจะลอยไปถึงขอบอวกาศเป็นเวลาหลายปี

and cause a nuclear winter that could lower global temperatures by a few degrees for a few years. วัฒนธรรม

3:47

และทำให้เกิดฤดูหนาวนิวเคลียร์ที่อาจลดอุณหภูมิโลกได้สองสามองศาเป็นเวลาหลายปี

วัฒนธรรม

nuclear winter: ความหนาวเย็นระยะยาวหลังสงครามนิวเคลียร์

Nuclear winter คือช่วงเวลาที่คาดว่าอาจเกิดความหนาวเย็นรุนแรงและเป็นวงกว้างหลังสงครามนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ ควันและเขม่าจากไฟไหม้อาจลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศระดับสูง บดบังแสงอาทิตย์บางส่วน และทำให้อุณหภูมิลดลงเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี winter ในที่นี้อธิบายผลกระทบทางภูมิอากาศที่คล้ายฤดูหนาว ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์นิวเคลียร์เกิดขึ้นในฤดูหนาวตามปฏิทิน

แบบฝึกหัด

เติมศัพท์สองคำที่หมายถึงความหนาวเย็นทั่วโลกเป็นเวลานานจากควันสงครามนิวเคลียร์ที่บดบังแสงอาทิตย์: Scientists modeled whether the soot could trigger a ____.

ดูคำตอบ

nuclear winter

This explosion was pretty bad if you're in South America and especially Brazil.

3:53

การระเบิดครั้งนี้ถือว่าเลวร้ายมากถ้าคุณอยู่ในอเมริกาใต้และโดยเฉพาะบราซิล

The Amazon rainforest is pretty much history, สำนวน

3:58

ป่าแอมะซอนแทบจะกลายเป็นเพียงอดีต

สำนวน

ความหมายเชิงสำนวนของ "pretty much history"

ในประโยคนี้ pretty much หมายถึง “เกือบจะ” หรือ “ในทางปฏิบัติถือว่า” ส่วน history เป็นส่วนเติมเต็มหลัง is และใช้ในเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ ป่าฝนถูกนำเสนอว่าแทบจะสูญหาย ถูกทำลาย หรือไม่เหลืออยู่ในรูปแบบที่ผู้คนคุ้นเคยแล้ว รูปแบบ be pretty much history ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งแทบจะจบสิ้นไปแล้ว แม้อาจยังเหลืออยู่เล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นเป็นหัวข้อทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์หรือเป็นเพียงเรื่องเล่าเกี่ยวกับอดีต

แบบฝึกหัด

ในประโยค "After years without updates, the old app is pretty much history," คำว่า pretty much history หมายถึงอะไร

  1. มันกำลังถูกศึกษาในชั้นเรียนประวัติศาสตร์
  2. มันแทบจะหายไปแล้วหรือไม่สำคัญอีกต่อไป
  3. มันกำลังจะมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์
ดูคำตอบ

มันแทบจะหายไปแล้วหรือไม่สำคัญอีกต่อไป

which is not great.

4:00

ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดีเลย

But human life will go on. กริยาวลี

4:01

แต่ชีวิตมนุษย์ก็จะยังคงดำเนินต่อไป

กริยาวลี

go on ในความหมายว่า “ยังคงมีอยู่”

ในที่นี้ go on หมายถึง “ยังคงมีอยู่” หรือ “ดำเนินต่อไปตามกาลเวลา” สิ่งที่ดำเนินต่อไปคือ human life ดังนั้นวลีนี้ไม่ได้กล่าวถึงการเดินทางไปที่ใดหรือการทำกิจกรรมอื่นแยกต่างหาก เมื่อประธานเป็นคำอย่าง life, a tradition, a business หรือ a show การใช้ go on โดยไม่มีส่วนเติมเต็มสามารถสื่อถึงการอยู่รอดหรือความต่อเนื่องได้ ประธานและคำที่ตามหลัง go on ช่วยบอกว่ากริยาวลีที่มีหลายความหมายนี้กำลังใช้ในความหมายใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ยังคงมีอยู่”: Even after its founder retires, the community project will ____.

ดูคำตอบ

go on

Okay,

4:04

เอาล่ะ

but what if we explode more nuclear weapons?

4:04

แต่ถ้าเราระเบิดอาวุธนิวเคลียร์มากกว่านี้ล่ะ

Let's suppose humanity decided to mine every bit of uranium on Earth and build as many nuclear bombs as possible. ไวยากรณ์

4:07

สมมติว่ามนุษยชาติตัดสินใจขุดยูเรเนียมทุกชิ้นบนโลกและสร้างระเบิดนิวเคลียร์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไวยากรณ์

as many ... as possible: ให้ได้มากที่สุด

โครงสร้าง as many + คำนามนับได้พหูพจน์ + as possible หมายถึงจำนวนมากที่สุดที่สถานการณ์เอื้อให้ทำได้ ในประโยคนี้ as many ขยายคำนามนับได้พหูพจน์ nuclear bombs จึงหมายถึงระเบิดนิวเคลียร์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ As possible ทำให้ความหมายสมบูรณ์ด้วยการกำหนดขีดสูงสุดของจำนวน โครงสร้างนี้ยังใช้กับเป้าหมาย แผนงาน และคำขอที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่นับเป็นชิ้นหรือรายการได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์: The rescue team wants to reach ____ homes ____ before nightfall.

ดูคำตอบ

as many · as possible

At current usage,

4:14

ด้วยปริมาณการใช้ในปัจจุบัน

it's estimated that there are around 35 million tons of uranium in Earth's crust,

4:15

ประมาณการว่ามียูเรเนียมในเปลือกโลกประมาณ 35 ล้านตัน

enough to power human civilization for over 2,000 years

4:20

มากพอที่จะให้พลังงานแก่อารยธรรมมนุษย์ได้นานกว่า 2,000 ปี

or to build millions of nuclear warheads.

4:24

หรือนำไปสร้างหัวรบนิวเคลียร์ได้หลายล้านลูก

For the sake of argument, ลำดับความ

4:27

เพื่อประโยชน์ในการถกเถียง

ลำดับความ

For the sake of argument: เพื่อการให้เหตุผล ลองสมมติว่า

For the sake of argument ใช้นำเสนอข้อสมมติชั่วคราวเพื่อพิจารณาแนวคิดหรือผลที่ตามมา ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเชื่อว่าข้อสมมตินั้นเป็นจริงหรือจะเกิดขึ้นจริง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำหน้าที่จัดกรอบการทดลองทางความคิด โดยยอมรับสมมติฐานที่รุนแรงซึ่งตามมาเพียงเพื่อใช้ในการให้เหตุผลต่อไป คำว่า argument ในที่นี้หมายถึงแนวการให้เหตุผล ไม่ใช่การทะเลาะกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค For the sake of argument, suppose the school moved to a four-day week วลีที่อยู่ต้นประโยคสื่ออะไร

  1. ผู้พูดกำลังบอกว่าโรงเรียนจะเปลี่ยนเป็นสัปดาห์เรียนสี่วันอย่างแน่นอน
  2. ผู้พูดกำลังขอให้ใครบางคนเริ่มทะเลาะกัน
  3. ผู้พูดกำลังใช้สมมติฐานชั่วคราวเพื่อพิจารณาแนวคิดหนึ่ง
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังใช้สมมติฐานชั่วคราวเพื่อพิจารณาแนวคิดหนึ่ง

let's say we create a pile with the yield of 10 billion Hiroshima bombs, การใช้คำ

4:28

สมมติว่าเราสร้างกองนิวเคลียร์ที่มีอานุภาพเท่ากับระเบิดฮิโรชิม่า 1 หมื่นล้านลูก

การใช้คำ

“yield” ในความหมายของพลังงานระเบิด

ตรงนี้ yield เป็นคำนามเชิงเทคนิค หมายถึงปริมาณพลังงานที่ปล่อยออกมาจากการระเบิด วลี the yield of 10 billion Hiroshima bombs เปรียบเทียบพลังงานระเบิดรวมของกองที่สมมติขึ้นกับเกณฑ์ดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่ามีระเบิดจริง 10 พันล้านลูกอยู่ในกองนั้น ความหมายนี้พบได้บ่อยในข่าวเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์และการทดสอบระเบิด โดย yield มักวัดเป็นตัน กิโลตัน หรือเมกะตันของค่าเทียบเท่า TNT

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The test device had a yield of 20 kilotons,” คำว่า yield หมายถึงอะไร

  1. จำนวนอุปกรณ์ที่ผลิตขึ้น
  2. พลังงานที่ปล่อยออกมาจากการระเบิด
  3. คำสั่งให้ทาง
ดูคำตอบ

พลังงานที่ปล่อยออกมาจากการระเบิด

which makes up a cube 3 km high กริยาวลี

4:32

ซึ่งจะประกอบกันเป็นลูกบาศก์สูง 3 กิโลเมตร

กริยาวลี

“makes up” ในความหมายว่า “ประกอบเป็น”

ตรงนี้ makes up หมายถึง “ก่อเป็น” หรือ “ประกอบเป็น” สรรพนามเชื่อม which หมายถึงกองที่กล่าวถึงก่อนหน้า ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงบอกว่ากองนั้นก่อเป็นลูกบาศก์สูง 3 กิโลเมตร ในโครงสร้าง A makes up B นั้น A คือวัสดุ กลุ่ม หรือชุดของส่วนประกอบ ส่วน B คือสิ่งทั้งหมดหรือสัดส่วนที่ A ประกอบขึ้น โครงสร้างแบบกรรตุวาจกนี้เน้นสิ่งที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ make up: Local residents ____ most of the volunteer team.

ดูคำตอบ

make up

that contains roughly the energy of the asteroid impact that ended the age of the dinosaurs 65 million years ago,

4:34

ที่มีพลังงานเทียบเท่ากับการพุ่งชนของดาวเคราะห์น้อยที่ยุติยุคไดโนเสาร์เมื่อ 65 ล้านปีก่อนโดยประมาณ

except it's also nuclear.

4:40

เว้นแต่ว่ามันเป็นนิวเคลียร์ด้วย

3

4:43

3

2

4:44

2

1

4:45

1

Our pile explodes in a fireball stretching so high into the sky that it's visible from half of South America,

4:47

กองระเบิดของเราระเบิดกลายเป็นลูกไฟที่ทอดยาวขึ้นไปบนท้องฟ้าสูงเสียจนมองเห็นได้จากพื้นที่ครึ่งหนึ่งของอเมริกาใต้

with so much power that the ground just splashes like water, สำนวน

4:54

ด้วยพลังมหาศาลจนพื้นดินสาดกระเซ็นเหมือนน้ำ

สำนวน

อุปมา “splashes like water”

ใน “splashes like water” คำว่า like ใช้เปิดการเปรียบเทียบแบบอุปมา โดยเปรียบการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงของพื้นดินกับลักษณะที่ของเหลวกระเซ็น พื้นดินที่เป็นของแข็งถูกบรรยายราวกับถูกแรงมหาศาลเหวี่ยงออกไปเป็นหยดหรือเป็นระลอก การเปรียบเทียบนี้บรรยายรูปลักษณ์และการเคลื่อนไหว ไม่ได้หมายความว่าพื้นดินกลายเป็นน้ำจริง ๆ อุปมาเช่นนี้ช่วยให้จินตนาการถึงปรากฏการณ์ทางกายภาพที่รุนแรงได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ like เพื่อเปรียบเทียบ แทนที่จะบอกว่าน้ำจริง ๆ ถูกทำให้กระเซ็น?

  1. A pipe sprays water across the path.
  2. Under the impact, the soft surface splashes like water.
  3. The children splash water from the pool.
ดูคำตอบ

Under the impact, the soft surface splashes like water.

forming a crater 100 km across.

4:57

ก่อตัวเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดกว้าง 100 กม.

Bedrock on the scale of whole mountain ranges is vaporized in an instant,

5:00

หินฐานในระดับของเทือกเขาทั้งลูกระเหยกลายเป็นไอในพริบตา

while thousands of tons of material is catapulted away with such speed that it's ejected into space.

5:04

ในขณะที่สสารหลายพันตันถูกดีดออกไปด้วยความเร็วสูงจนกระเด็นออกไปในอวกาศ

Some leaves Earth forever,

5:10

บางส่วนออกไปจากโลกตลอดกาล

while most of it comes raining down as hot, burning debris that heats up the atmosphere to oven-like temperatures, กริยาวลี

5:11

ในขณะที่ส่วนใหญ่ตกลงมาเหมือนเศษซากที่ร้อนระอุ ซึ่งทำให้อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศร้อนขึ้นจนเหมือนเตาอบ

กริยาวลี

วลีที่ให้ภาพชัด “comes raining down”

ใน “comes raining down” โครงสร้าง come + -ing นำเสนอเหตุการณ์ว่าเป็นสิ่งที่เข้ามาหรือเกิดขึ้นพร้อมกับทำกริยาในรูป -ing ในที่นี้ raining down หมายถึงวัตถุในอากาศตกลงมาอย่างหนาแน่นราวกับฝน ประธานหมายถึงเศษซากหรือวัตถุอื่น ไม่ใช่น้ำฝน วลีนี้ทำให้การตกของชิ้นส่วนจำนวนมากดูฉับพลัน ครอบคลุมพื้นที่กว้าง และรุนแรง

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ตกลงมาอย่างหนาแน่นราวกับห่าฝน” ลงในประโยค: When the firework bursts, glowing sparks ____ over the river.

ดูคำตอบ

come raining down

killing most big animals and causing firestorms all over the world.

5:17

คร่าชีวิตสัตว์ขนาดใหญ่เกือบทั้งหมดและทำให้เกิดพายุไฟทั่วโลก

The Earth's crust rings like a bell struck by global earthquakes stronger than anything in recorded history, สำนวน

5:22

เปลือกโลกสั่นสะเทือนราวกับระฆังที่ถูกตีด้วยแผ่นดินไหวทั่วโลกที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ในประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้

สำนวน

rings like a bell: อุปมาเปรียบการสั่นกับระฆัง

ในประโยคนี้ rings เป็นคำกริยาอกรรมที่หมายถึงสั่นหรือก้องกังวานหลังจากถูกกระแทกหรือเขย่า เปลือกโลกถูกเปรียบกับระฆังที่ถูกตี ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าเปลือกโลกกลายเป็นรูปวงแหวนหรือมีโทรศัพท์ดังขึ้น อุปมา like a bell เปลี่ยนเหตุการณ์ขนาดใหญ่ที่นึกภาพได้ยากให้เป็นภาพที่คุ้นเคย โดยสื่อว่าพลังงานจากแผ่นดินไหวทำให้เปลือกโลกแกว่งตัวและส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณกว้าง ไม่ได้หมายความว่าผู้คนจะต้องได้ยินเสียงระฆังจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง The Earth's crust rings like a bell หมายความว่าอย่างไร

  1. เปลือกโลกสั่นและก้องกังวานหลังได้รับแรงกระแทกรุนแรง
  2. เปลือกโลกก่อตัวเป็นวงแหวนรอบดาวเคราะห์
  3. โทรศัพท์ภายในเปลือกโลกเริ่มดังขึ้น
ดูคำตอบ

เปลือกโลกสั่นและก้องกังวานหลังได้รับแรงกระแทกรุนแรง

decimating cities around the world,

5:28

ทำลายล้างเมืองต่างๆ ทั่วโลก

while hurricane-force winds flatten every single tree in South America,

5:30

ขณะที่ลมพายุเฮอริเคนได้พัดถล่มต้นไม้ทุกต้นในอเมริกาใต้จนราบคาบ

and wildfires consume the continent.

5:34

และไฟป่าก็ลุกลามเผาผลาญไปทั่วทั้งทวีป

The abundance of hydrocarbons in the Amazon burned to form ash are cast into the atmosphere,

5:37

ไฮโดรคาร์บอนจำนวนมหาศาลในป่าแอมะซอนที่ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านได้ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

darkening the sky and keeping sunlight from reaching the surface, ไวยากรณ์

5:42

ทำให้ท้องฟ้ามืดมิดและบดบังแสงแดดไม่ให้ส่องถึงพื้นโลก

ไวยากรณ์

keeping sunlight from reaching: keep + กรรม + from + -ing

ในประโยคเต็ม keeping วางขนานกับ darkening และบอกผลอีกอย่างหนึ่งที่เกิดจากเถ้าถ่าน keeping sunlight from reaching หมายถึงขัดขวางไม่ให้แสงอาทิตย์ส่องถึงพื้นผิว ภายในวลีนี้ใช้รูปแบบ keep + กรรม + from + -ing: keep + sunlight + from + reaching เนื่องจาก from เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยรูป -ing ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน คือใช้ from reaching ไม่ใช่ from reach

แบบฝึกหัด

ใช้กริยา open ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The latch kept the wind from ____ the window.

ดูคำตอบ

opening

dropping temperatures to near freezing worldwide.

5:45

ทำให้อุณหภูมิทั่วโลกลดลงจนเกือบถึงจุดเยือกแข็ง

The ensuing global winter may last for decades and results in the extinction of every large animal species, วลี

5:48

ฤดูหนาวทั่วโลกที่ตามมาอาจคงอยู่เป็นเวลาหลายสิบปีและส่งผลให้สัตว์ขนาดใหญ่ทุกสายพันธุ์สูญพันธุ์

วลี

results in: จากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์

results in หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “นำไปสู่” ในที่นี้ ฤดูหนาวทั่วโลกเป็นสาเหตุ และการสูญพันธุ์ของสัตว์ขนาดใหญ่ทุกชนิดเป็นผลลัพธ์ ใช้ result in + คำนาม นามวลี หรือรูป -ing เพื่อบอกว่าสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดอะไร โครงสร้างนี้ดำเนินจากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์: สาเหตุ + result in + ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เลือกระหว่าง result in กับ result from แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: Too little sleep can ____ difficulty concentrating the next day.

ดูคำตอบ

result in

humans included. ไวยากรณ์

5:54

รวมทั้งมนุษย์ด้วย

ไวยากรณ์

humans included: ส่วนเสริมแบบ คำนาม + included

humans included เป็นส่วนเสริมแบบกระชับที่หมายความว่ามนุษย์อยู่ในกลุ่มที่เพิ่งกล่าวถึงด้วย สามารถขยายเป็น including humans หรือ with humans included ได้ included ในที่นี้เป็นกริยาช่องสาม มนุษย์เป็นฝ่ายที่ถูกนับรวม ไม่ใช่ฝ่ายที่ทำกริยา include รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + included

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย interns โดยใช้รูปแบบ คำนาม + included: Everyone on the project can attend, ____.

ดูคำตอบ

interns included

We could also mention that every corner of the planet is covered with radioactive fallout,

5:56

เรายังอาจกล่าวได้อีกด้วยว่าทุกมุมของโลกถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นกัมมันตรังสี

but at this point it doesn't matter that much anymore.

6:00

แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรมากอีกต่อไปแล้ว

This is humanity's extinction event.

6:03

นี่คือเหตุการณ์การสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ

The astronauts aboard the International Space Station get to enjoy a great view for a while, น้ำเสียง/เจตนา

6:06

นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง

น้ำเสียง/เจตนา

การประชดใน get to enjoy

get to + คำกริยา โดยปกติหมายถึง “มีโอกาสหรือได้รับสิทธิพิเศษให้ทำบางสิ่ง” ดังนั้น get to enjoy จึงฟังดูเป็นบวกเมื่อดูเพียงผิวเผิน แต่ภาพที่เห็นในที่นี้เกิดจากภัยพิบัติระดับที่อาจทำให้มนุษชาติสูญพันธุ์ และตัวสถานีเองก็อาจถูกทำลายได้เช่นกัน ถ้อยคำที่ร่าเริงนี้จึงเป็นการประชด ผู้บรรยายทำให้เรื่องน่าสยดสยองดูเหมือนรางวัลพิเศษ เกิดเป็นอารมณ์ขันมืดมน ไม่ใช่ความยินดีอย่างแท้จริง

แบบฝึกหัด

นักบินอวกาศกำลังมองดูภัยพิบัติระดับที่อาจทำให้มนุษชาติสูญพันธุ์ และสถานีของพวกเขาอาจถูกทำลายในไม่ช้า get to enjoy a great view สื่อความหมายใด?

  1. สิทธิพิเศษอย่างแท้จริงที่ไม่มีนัยเชิงลบ
  2. “โอกาส” ที่ประชดอย่างมืดมน เพราะภาพนั้นเกิดจากภัยพิบัติ
  3. หน้าที่ที่จะต้องศึกษาภาพนั้น
ดูคำตอบ

“โอกาส” ที่ประชดอย่างมืดมน เพราะภาพนั้นเกิดจากภัยพิบัติ

but it's not unlikely that the spray of rocks blasted into orbit will destroy the station. ไวยากรณ์

6:11

แต่มันก็มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่ละอองหินที่ถูกพ่นขึ้นสู่วงโคจรจะทำลายสถานี

ไวยากรณ์

not unlikely: การปฏิเสธซ้อนแบบระมัดระวัง

not unlikely เป็นการปฏิเสธซ้อน โดย not กลับความหมายของ unlikely ในประโยคนี้จึงหมายความว่า การที่สถานีจะถูกทำลายนั้นมีความเป็นไปได้พอสมควรหรืออาจมีแนวโน้มสูง ไม่ได้หมายความว่ามีโอกาสต่ำ รูปนี้พูดอ้อมกว่า likely โดยสื่อว่ามีความเสี่ยงร้ายแรงแต่ยังเผื่อความไม่แน่นอนไว้ จึงไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์นั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่แสดงความเป็นไปได้อย่างระมัดระวังและหมายถึง “มีความเป็นไปได้พอสมควร”: Given the forecast, it is ____ that the outdoor concert will be canceled.

ดูคำตอบ

not unlikely

Those lucky enough to be in bunkers or in submarines deep below the ocean surface ไวยากรณ์

6:16

ผู้ที่โชคดีพอที่จะอยู่ในบังเกอร์หรือในเรือดำน้ำที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวมหาสมุทร

ไวยากรณ์

Those lucky enough to be: ระบุกลุ่มคนที่ตรงตามเงื่อนไข

Those หมายถึง “คนเหล่านั้นที่...” ส่วน lucky enough to be ... เป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพัทธ์ โดย Those lucky enough to be ... มีความหมายเท่ากับ those who are lucky enough to be ... โครงสร้างนี้ใช้ระบุกลุ่มคนที่ตรงตามเงื่อนไขนั้น ในรูป adjective + enough + to-infinitive คำว่า enough จะอยู่หลังคำคุณศัพท์ ที่นี่โครงสร้างนี้เชื่อมระดับความโชคดีที่เพียงพอกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ Enough ขยายคำว่า lucky ไม่ได้ขยาย bunkers หรือ submarines

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ Those + lucky enough + to be: ____ near the stage could see clearly.

ดูคำตอบ

Those lucky enough to be

may survive the longest before they exhaust their food supplies and have to venture out for more. โน้ต

6:20

อาจมีชีวิตรอดได้นานที่สุดก่อนที่เสบียงอาหารจะหมดลงและต้องเสี่ยงออกไปหาเสบียงเพิ่ม

วลี

Exhaust their food supplies: ใช้ทรัพยากรจนหมด

ตรงนี้ exhaust เป็นสกรรมกริยาที่หมายถึง “ใช้บางสิ่งจนหมดและไม่เหลือเลย” ส่วน their food supplies เป็นกรรมตรง ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าอาหารที่เก็บสำรองไว้ถูกใช้จนหมดในที่สุด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ exhaust + ทรัพยากร ซึ่งใช้บอกการใช้สิ่งที่มีจำกัดจนหมด เช่น เชื้อเพลิง เงินทุน หรือความอดทน

แบบฝึกหัด

“The hikers may exhaust their water supply” หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาอาจรู้สึกเหนื่อยมากขณะขนน้ำ
  2. พวกเขาอาจใช้น้ำที่เก็บไว้จนหมด
  3. พวกเขาอาจเติมน้ำเข้าไปในเสบียงที่เก็บไว้
ดูคำตอบ

พวกเขาอาจใช้น้ำที่เก็บไว้จนหมด

กริยาวลี

venture out: ออกจากที่ปลอดภัยไปเผชิญความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอน

Venture out หมายถึงออกจากสถานที่ที่รู้สึกปลอดภัยหรือได้รับการปกป้อง แล้วเข้าไปในพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอน ในประโยคนี้ ผู้คนต้องออกจากที่หลบภัยเพื่อไปหาอาหารเพิ่มในโลกภายนอกที่อันตราย ในที่นี้ venture เป็นคำกริยา ส่วน out แสดงการเคลื่อนออกจากที่หลบภัย วลีนี้เพิ่มความรู้สึกถึงความกล้า ความระมัดระวัง หรือความไม่แน่นอน และไม่ได้เป็นคำนาม venture ที่หมายถึง “กิจการ” อย่างใน business venture

แบบฝึกหัด

พายุรุนแรงทำให้ถนนเป็นอันตราย แต่ Maya ออกจากกระท่อมเพื่อไปขอความช่วยเหลือ ประโยคใดเน้นความเสี่ยงของการออกไปได้ดีที่สุด

  1. Maya ventures out to look for help.
  2. Maya goes out to look for help.
  3. Maya stays in to wait for help.
ดูคำตอบ

Maya ventures out to look for help.

They'll find the world a charred, ไวยากรณ์

6:25

พวกเขาจะพบว่าโลกนี้มีแต่ความไหม้เกรียม

freezing,

6:27

หนาวเหน็บ

radioactive wasteland.

6:28

และดินแดนรกร้างที่เต็มไปด้วยกัมมันตภาพรังสี

ไวยากรณ์

find the world a ... wasteland: find + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่เป็นนามวลี

ใน find the world a ... wasteland คำว่า find หมายถึงค้นพบหรือตระหนักถึงสภาพ ไม่ได้หมายถึงค้นหาตำแหน่งของสิ่งหนึ่ง the world เป็นกรรม และ a ... wasteland เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม ซึ่งระบุสภาพหรือลักษณะที่พวกเขาพบว่าโลกเป็นอยู่ คำคุณศัพท์ charred, freezing และ radioactive ล้วนขยาย wasteland โครงสร้างนี้สามารถถอดความได้ว่า “They will discover that the world is a charred, freezing, radioactive wasteland.”

แบบฝึกหัด

รวมความหมายของสองประโยคนี้โดยใช้ find + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่เป็นนามวลี: “They returned to the neighborhood. They discovered that it was a ghost town.” เติมให้สมบูรณ์: They returned to find the neighborhood ____.

ดูคำตอบ

a ghost town

The planet itself doesn't care at all. สำนวน

6:30

ตัวดาวเคราะห์เองก็ไม่ได้สนใจอะไรเลย

สำนวน

บุคลาธิษฐานใน The planet itself doesn't care at all

ประโยคนี้มอบความสามารถแบบมนุษย์ให้ดาวเคราะห์ นั่นคือการใส่ใจ นี่คือบุคลาธิษฐาน ไม่ใช่คำกล่าวทางวิทยาศาสตร์ว่าโลกมีความรู้สึกหรือเจตจำนง ผลของสำนวนนี้คือการแยกการดำรงอยู่ระยะยาวของดาวเคราะห์ออกจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ itself เน้นตัวดาวเคราะห์มากกว่าสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนดาว ส่วน at all ทำให้ความหมายว่าไม่ใส่ใจนั้นเด็ดขาดยิ่งขึ้น

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “The planet itself doesn't care at all.” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ประโยคนี้บอกว่าการระเบิดไม่สามารถส่งผลทางกายภาพต่อดาวเคราะห์ได้
  2. ประโยคนี้ทำให้โลกมีลักษณะเหมือนมนุษย์ เพื่อเน้นว่าดาวเคราะห์จะยังคงอยู่ไม่ว่ามนุษยชาติจะมีชะตากรรมอย่างไร
  3. ประโยคนี้บอกตามตัวอักษรว่าโลกมีอารมณ์ แต่เลือกที่จะไม่ช่วย
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ทำให้โลกมีลักษณะเหมือนมนุษย์ เพื่อเน้นว่าดาวเคราะห์จะยังคงอยู่ไม่ว่ามนุษยชาติจะมีชะตากรรมอย่างไร

After just a few million years,

6:33

หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่ล้านปี

the wounds of the explosions have healed, สำนวน

6:34

บาดแผลจากการระเบิดก็ได้รับการเยียวยา

สำนวน

wounds ... have healed ในฐานะอุปลักษณ์ของการฟื้นตัว

wounds เปลี่ยนความเสียหายจากการระเบิดให้เป็นเหมือนบาดแผลบนร่างกาย ส่วน have healed บรรยายการฟื้นตัวในภายหลังของสภาพแวดล้อมที่เสียหาย ทั้งสองสำนวนเป็นอุปลักษณ์ เพราะการระเบิดไม่ได้สร้างบาดแผลทางชีวภาพบนดาวเคราะห์ ภาพนี้สื่อว่าความเสียหายที่มองเห็นได้อาจหายไปเมื่อผ่านช่วงเวลาที่ยาวนานมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าภัยพิบัตินั้นเล็กน้อย เกิดขึ้นเพียงสั้น ๆ หรือไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่เผชิญเหตุ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “wounds” ในความหมายเชิงอุปลักษณ์แบบเดียวกับในคำบรรยาย?

  1. Years after the conflict, the community was still healing its wounds.
  2. The nurse cleaned the wound on his knee.
  3. The museum displayed a painting of a wounded soldier.
ดูคำตอบ

Years after the conflict, the community was still healing its wounds.

and life is thriving,

6:36

และสิ่งมีชีวิตก็เจริญงอกงาม

arguably even more so than when humans were around. ไวยากรณ์

6:38

อาจเรียกได้ว่าเจริญยิ่งกว่าตอนที่มนุษย์ยังมีชีวิตอยู่เสียอีก

ไวยากรณ์

arguably even more so than: การเปรียบเทียบแบบละคำอย่างระมัดระวัง

ในที่นี้ so ใช้แทนแนวคิด thriving ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ดังนั้น more so than จึงหมายถึงการมีลักษณะ thriving ในระดับที่มากกว่า ทำให้ผู้พูดเปรียบเทียบระดับได้โดยไม่ต้องพูดคำคุณศัพท์ซ้ำ arguably ทำให้การเปรียบเทียบเป็นข้อเสนออย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การยืนยันแบบเด็ดขาด คำนี้สื่อว่ามีเหตุผลรองรับข้อกล่าวอ้าง แต่ยังเปิดโอกาสให้เห็นต่างได้ ส่วน even ช่วยเน้นว่าระดับที่กล่าวถึงอาจสูงกว่าที่คาดไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเต็ม arguably even more so than เพื่อเปรียบเทียบอย่างระมัดระวังโดยไม่พูด risky ซ้ำ: The coastal route is risky, but the mountain route is ____ the coastal one.

ดูคำตอบ

arguably even more so than

If intelligent life emerges again,

6:41

หากมีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเกิดขึ้นอีกครั้ง

it might be able to work out what happened. กริยาวลี

6:43

พวกเขาอาจสามารถค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้น

กริยาวลี

work out: อนุมานคำตอบจากเบาะแส

ในประโยคนี้ work out หมายถึงการทำความเข้าใจหรือหาคำตอบโดยคิดจากหลักฐาน กรรมของวลีนี้คืออนุประโยคคำถาม what happened กล่าวคือ สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาในอนาคตอาจใช้เบาะแสเพื่ออนุมานเหตุการณ์ในอดีต work out มีหลายความหมาย แต่บริบทนี้ไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกาย และไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จบลงด้วยดี

แบบฝึกหัด

ในประโยค "After comparing the timestamps, Maya worked out who sent the message," คำว่า worked out หมายถึงอะไร

  1. เธอออกกำลังกายกับคนที่ส่งข้อความ
  2. สถานการณ์จบลงด้วยดีได้เอง
  3. เธออนุมานคำตอบจากหลักฐาน
ดูคำตอบ

เธออนุมานคำตอบจากหลักฐาน

When they study geology,

6:45

เมื่อพวกเขาศึกษาธรณีวิทยา

they'll find a bizarre and very thin layer of rock covering the entire world,

6:47

พวกเขาจะพบชั้นหินที่แปลกประหลาดและบางมากๆ ปกคลุมไปทั่วโลก

enriched in radioactive elements like uranium and the other nasty things it decays to, โน้ต

6:51

อุดมไปด้วยธาตุกัมมันตรังสี เช่น ยูเรเนียม และสิ่งเลวร้ายอื่นๆ ที่มันสลายตัวไป

วลี

be enriched in + สาร

ในประโยคนี้ enriched in หมายความว่าชั้นหินมีธาตุกัมมันตรังสีในความเข้มข้นสูงกว่าหินทั่วไป enriched บรรยายองค์ประกอบ ไม่ได้หมายถึงความร่ำรวยทางการเงิน โครงสร้างคือ be enriched in + สาร ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ โครงสร้างนี้อาจใช้กับความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้นจากกระบวนการธรรมชาติได้ และตัวคำเองไม่ได้หมายความว่ามีผู้ใดจงใจเติมสารนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปของ enrich ที่หมายถึง “มีความเข้มข้นสูงกว่าหินที่อยู่รอบ ๆ” พร้อมคำบุพบท: This mineral is ____ lithium.

ดูคำตอบ

enriched in

การใช้คำ

decay to + ผลิตภัณฑ์กัมมันตรังสี

ในฟิสิกส์นิวเคลียร์ decays to หมายถึงอะตอมหรือไอโซโทปที่ไม่เสถียรเปลี่ยนเป็นนิวไคลด์อีกชนิดหนึ่งผ่านการสลายกัมมันตรังสี วลีนี้ใช้นำหน้านิวไคลด์ลูกหรือผลิตภัณฑ์จากการสลาย ในที่นี้ to บอกผลของการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่จุดหมาย คำประธาน it หมายถึง uranium ดังนั้นวลีนี้จึงกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ที่ยูเรเนียมเปลี่ยนไปเป็นในที่สุดขณะสลายตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ decay to เพื่อระบุผลิตภัณฑ์จากการสลายกัมมันตรังสี

  1. Carbon-14 decays to nitrogen-14.
  2. Carbon-14 decays very slowly.
  3. Carbon-14 decays by beta emission.
ดูคำตอบ

Carbon-14 decays to nitrogen-14.

mixed with rare Earth metals and plastics that humans used. การใช้คำ

6:56

ปะปนอยู่กับโลหะหายากของโลกและพลาสติกที่มนุษย์เคยใช้

การใช้คำ

rare Earth metals: ศัพท์เทคนิคด้านวัสดุที่มีความหมายเฉพาะ

ในประโยคนี้ rare Earth metals เป็นศัพท์เทคนิคหนึ่งหน่วย ไม่ใช่การนำคำมารวมกันอย่างอิสระเพื่อหมายถึงโลหะที่พบได้น้อยบนโลก คำนี้หมายถึงโลหะในกลุ่มธาตุแรร์เอิร์ทที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนทางเคมี วัสดุเหล่านี้มักถูกกล่าวถึงในเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ แม่เหล็ก เทคโนโลยีพลังงาน และห่วงโซ่อุปทาน ให้มอง rare Earth เป็นหน่วยเดียวที่ใช้จำแนก metals ชื่อนี้มีที่มาทางประวัติศาสตร์ จึงไม่ได้หมายความว่าสมาชิกทุกชนิดจะมีน้อยมากในเปลือกโลก

แบบฝึกหัด

บทความหนึ่งระบุว่า "The factory needs a steady supply of rare-earth metals for its motors." ในที่นี้ rare-earth metals หมายถึงอะไร

  1. โลหะในกลุ่มธาตุแอลคาไลน์เอิร์ท
  2. โลหะชนิดใดก็ตามที่บังเอิญหาได้ยากบนโลก
  3. โลหะในกลุ่มธาตุแรร์เอิร์ทที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
ดูคำตอบ

โลหะในกลุ่มธาตุแรร์เอิร์ทที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน

They would probably be very,

6:59

พวกเขาคงจะ

very confused.

7:01

สับสนเอามากๆ