ตำนานอียิปต์ของไอซิสและแมงป่องทั้งเจ็ด - อเล็กซ์ เกนดเลอร์ (Alex Gendler): บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
461 คำ 163 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เทพีไอซิสแห่งอียิปต์ซ่อนตัวพร้อมพระโอรสวัยทารกและแมงป่องผู้คุ้มกันเจ็ดตัว หลังหญิงผู้มั่งคั่งปฏิเสธไม่ให้ที่พัก เหล่าแมงป่องจึงต่อยลูกของนาง แต่ไอซิสเลือกแสดงความเมตตา ถอนพิษ และกลายเป็นที่มาของวิธีพื้นบ้านในการรักษาพิษแมงป่อง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. slammed the door in her face. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจได้ว่าสำนวนที่เห็นภาพชัดนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการปิดประตูอย่างแรงต่อหน้าใครคนหนึ่ง แต่ยังสื่อถึงการจงใจปฏิเสธอย่างหยาบคายและทำให้อีกฝ่ายอับอาย จึงใช้เล่าเหตุการณ์ที่มีการปฏิเสธอย่างเป็นปรปักษ์ได้อย่างแม่นยำ 2. couldn't risk using her powers. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า risk ต้องตามด้วยคำกริยารูป -ing เมื่อต้องการกล่าวว่าการกระทำหนึ่งอาจก่อให้เกิดผลอันตราย รูปแบบนี้ช่วยอธิบายเหตุผลที่ตัวละครหลีกเลี่ยงการทำบางสิ่ง และช่วยป้องกันข้อผิดพลาดที่พบบ่อยอย่าง risk to do 3. she'd brought under her roof, — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่า bring someone under one’s roof หมายถึงการรับใครเข้ามาในบ้านพร้อมให้ที่พักพิง ความหมายเน้นการต้อนรับและการคุ้มครองมากกว่า bring home และช่วยให้เข้าใจว่าทำไมเจ้าของบ้านจึงประหลาดใจเมื่อรู้ว่าผู้ที่ตนรับไว้นั้นคือไอซิส

คำอธิบายในบทเรียนนี้

A woman in rags emerged from the swamp, โน้ต

0:11

หญิงในชุดผ้าขี้ริ้วปรากฏตัวขึ้นจากหนองน้ำ

การใช้คำ

woman in rags: ผู้หญิงที่สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง

in rags หมายถึงสวมเสื้อผ้าที่ขาดและเก่ามากจนแทบเป็นเศษผ้า ในที่นี้ rags บรรยายเสื้อผ้าที่ผู้หญิงสวมอยู่ ไม่ได้หมายถึงผ้าสำหรับทำความสะอาดที่เธอถืออยู่ วลีบุพบท in rags ขยายคำว่า woman และทำให้เห็นภาพความยากจน ความลำบาก หรือการถูกทอดทิ้งได้อย่างรวดเร็ว ในงานเล่าเรื่อง วลีนี้ให้ภาพและน้ำหนักมากกว่าการบอกเพียงว่าใครบางคนสวมเสื้อผ้าเก่า

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a woman in rags บอกอะไรเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น

  1. เธอสวมเสื้อผ้าทางการที่เรียบร้อย
  2. เธอสวมเสื้อผ้าที่ขาดและเก่ามาก
  3. เธอถือเศษผ้าสำหรับทำความสะอาด
ดูคำตอบ

เธอสวมเสื้อผ้าที่ขาดและเก่ามาก

วลี

emerged from the swamp: ปรากฏตัวออกมาจากสถานที่ที่บดบังไว้

emerged from + สถานที่ หมายถึงเริ่มมองเห็นคนหรือสิ่งหนึ่งหลังจากออกมาจากสถานที่นั้น โดยทั่วไปสื่อว่าก่อนหน้านี้ประธานถูกซ่อน ถูกบดบัง หรืออยู่นอกสายตาของผู้มอง ในประโยคนี้ from the swamp ระบุว่าผู้หญิงออกมาจากที่ใด ส่วน emerged ทำให้เธอเข้าสู่ฉากในลักษณะของการเผยตัวให้เห็น คำกริยานี้ทำให้การเข้ามาดูเหมือนการปรากฏตัว ไม่ใช่เพียงการรายงานการเคลื่อนไหว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ emerge และบุพบทที่ระบุสถานที่ต้นทาง: A deer ____ the trees and stepped into the road.

ดูคำตอบ

emerged from

flanked by seven giant scorpions. วลี

0:13

ขนาบข้างด้วยแมงป่องยักษ์เจ็ดตัว

วลี

flanked by seven giant scorpions: มีผู้ติดตามอยู่สองข้าง

flanked by seven giant scorpions เป็นวลี past participle ที่เสริมคำบรรยายถึงหญิงคนนั้นขณะที่เธอปรากฏตัว ในโครงสร้าง be flanked by X นั้น X จะอยู่หรือเคลื่อนที่ตรงด้านข้างของบุคคลหรือสิ่งของที่เป็นจุดศูนย์กลาง ในที่นี้ แมงป่องติดตามหญิงคนนั้นเหมือนองครักษ์ ไม่ได้กำลังโจมตีเธอ ถ้อยคำนี้ทำให้ฉากปรากฏตัวมีน้ำเสียงการเล่าที่เป็นทางการและเห็นภาพชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ flank และคำบุพบทที่จำเป็น: The ambassador entered the chamber, ____ two guards.

ดูคำตอบ

flanked by

Carrying a baby, ไวยากรณ์

0:16

เธออุ้มทารก

she headed for the nearest village to beg for food. โน้ต

0:17

และมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดเพื่อขออาหาร

ไวยากรณ์

Carrying a baby: เชื่อมวลี -ing ต้นประโยคกับประธาน

Carrying a baby เป็นวลี present participle (-ing) ที่วางไว้ต้นประโยค วลีนี้ให้ข้อมูลพื้นหลังว่าประธานของอนุประโยคหลักกำลังทำอะไรอยู่ในขณะที่การกระทำหลักเกิดขึ้น ประธานที่เข้าใจโดยนัยของ carrying คือ she ซึ่งเป็นประธานของ headed ด้วย โครงสร้างนี้ย่อ “She was carrying a baby” และ “she headed...” ให้รวมอยู่ในประโยคเดียว โดยไม่ได้ใช้บรรยาย village

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคแล้วระบุว่าใครกำลังอุ้มทารก: Carrying a baby, she headed for the nearest village to beg for food.

  1. หมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด
  2. ผู้หญิงที่ she กล่าวถึง
  3. อาหาร
ดูคำตอบ

ผู้หญิงที่ she กล่าวถึง

วลี

headed for the nearest village: มุ่งหน้าไปยังจุดหมาย

head for + สถานที่ หมายถึงเคลื่อนที่ไปยังจุดหมายนั้น ในประโยคนี้ headed เป็นรูป simple past และ head เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงอวัยวะ “ศีรษะ” เมื่อเทียบกับ go to ที่เป็นกลางกว่า head for จะเน้นทิศทางหรือจุดหมายของการเคลื่อนที่มากกว่า พบได้บ่อยในการบรรยายการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเล่าเรื่อง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ head for เติมประโยคให้สมบูรณ์: When the rain started, we ____ the nearest cafe.

ดูคำตอบ

headed for

ไวยากรณ์

to beg for food: การใช้ infinitive เพื่อบอกจุดประสงค์

to beg for food เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเหตุใดเธอจึงมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้าน จุดประสงค์ของเธอคือขอให้คนอื่นให้อาหาร รูปแบบคือ การกระทำ + to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ to เป็นเครื่องหมาย infinitive และ beg เป็นกริยารูปพื้นฐาน ไม่ใช่คำบุพบทบอกจุดหมายแบบในวลี to the village

แบบฝึกหัด

ใช้ infinitive บอกจุดประสงค์ของ get เติมประโยคให้สมบูรณ์: Mia went to the kitchen ____ a glass of water.

ดูคำตอบ

to get

She approached a magnificent mansion,

0:22

เธอเดินเข้าไปใกล้คฤหาสน์หรูหราแห่งหนึ่ง

but the mistress of the house took one look at her grimy clothes and unusual companions โน้ต

0:24

แต่นายหญิงของบ้านมองดูเสื้อผ้าที่สกปรกมอมแมมและผู้ติดตามที่ผิดปกติของเธอเพียงแวบเดียว

การใช้คำ

the mistress of the house: ผู้หญิงที่ดูแลและมีอำนาจในบ้าน

ในประโยคนี้ the mistress of the house หมายถึงผู้หญิงที่เป็นหัวหน้าหรือดูแลบ้าน วลีเต็มระบุสถานะของเธอภายในบ้าน และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ผู้หญิงที่เป็นชู้” ในอดีต mistress มักใช้เรียกผู้หญิงที่มีอำนาจดูแลบ้าน คนรับใช้ หรือสถานประกอบการ ในเรื่องเล่าแบบเก่าหรือเป็นทางการ วลีนี้อาจแสดงถึงสถานะของเธอในครัวเรือนและอำนาจตัดสินใจว่าจะต้อนรับใครเข้าบ้าน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the mistress of the house หมายถึงใคร

  1. ผู้หญิงที่ดูแลและมีอำนาจในครัวเรือน
  2. ผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์ลับกับคนในบ้าน
  3. คนรับใช้หญิงคนหนึ่งในบ้าน
ดูคำตอบ

ผู้หญิงที่ดูแลและมีอำนาจในครัวเรือน

วลี

took one look at her grimy clothes: ตัดสินอย่างรวดเร็วจากการมองเพียงแวบเดียว

Take one look at หมายถึงมองคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงชั่วครู่ ในที่นี้ took เป็นรูปอดีตของ take ส่วน one เน้นว่าผู้หญิงคนนั้นสังเกตเพียงเล็กน้อยก่อนตัดสิน ในการเล่าเรื่อง take one look at X มักนำไปสู่ข้อสรุปหรือการกระทำทันที คือเมื่อเห็น X แล้วก็เข้าใจ ตัดสินใจ หรือมีปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว วลีนี้อาจสื่อถึงการตัดสินแบบผิวเผินหากบุคคลนั้นดูเพียงรูปลักษณ์ แต่ตัววลีเองไม่ได้หมายถึงอคติเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเปลี่ยน take one look at เป็นรูปอดีต: Mia ____ the cracked screen and knew the phone had fallen off the desk.

ดูคำตอบ

took one look at

and slammed the door in her face. สำนวน

0:29

แล้วปิดประตูใส่หน้าเธออย่างแรง

สำนวน

slammed the door in her face: การปฏิเสธอย่างรุนแรงและดูหมิ่น

ในประโยคนี้ slammed the door หมายถึงปิดประตูด้วยแรงมาก ซึ่งมักทำให้เกิดเสียงดัง ส่วน in her face หมายถึงการกระทำนั้นเกิดขึ้นตรงหน้าและมุ่งใส่เธอโดยตรง จึงเพิ่มความหมายของการจงใจไม่ให้เกียรติและทำให้อับอาย โครงสร้างเต็ม slam the door in someone's face ใช้บรรยายการกระแทกประตูจริง ๆ ได้ และยังสื่อถึงการปฏิเสธบุคคลอย่างรุนแรงด้วย ความหมายแรงกว่าการบอกเพียงว่าใครบางคนปิดประตูมาก

แบบฝึกหัด

นอกจากการกระทำทางกายแล้ว slammed the door in her face สื่อความหมายอะไรในที่นี้

  1. เธอปฏิเสธอีกฝ่ายอย่างรุนแรงและดูหมิ่น
  2. เธอปิดประตูเบา ๆ เพื่อจบการสนทนา
  3. เธอเชิญให้อีกฝ่ายรออยู่ข้างนอก
ดูคำตอบ

เธอปฏิเสธอีกฝ่ายอย่างรุนแรงและดูหมิ่น

So she continued down the road

0:32

เธอจึงเดินต่อไปตามถนน

until she came to a cottage.

0:34

จนกระทั่งมาถึงกระท่อมหลังหนึ่ง

The woman there took pity on the stranger and offered her what she could, โน้ต

0:36

หญิงที่นั่นสงสารคนแปลกหน้าและเสนอสิ่งที่เธอพอจะให้ได้

วลี

took pity on the stranger: ความสงสารที่นำไปสู่การช่วยเหลือ

take pity on someone หมายถึงรู้สึกสงสารหรือเห็นอกเห็นใจเพราะบุคคลนั้นกำลังทุกข์หรืออยู่ในความลำบาก took เป็นรูปอดีตของ take และ on ใช้นำหน้าบุคคลที่ได้รับความสงสารนั้น วลีนี้มักนำไปสู่การช่วยเหลือ ดังที่เกิดขึ้นก่อน offered her what she could ในประโยคนี้ อย่างไรก็ตาม take pity on บรรยายเพียงปฏิกิริยาที่เกิดจากความสงสาร ส่วนบริบทรอบข้างจะบอกว่ามีการช่วยเหลือตามมาจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ take pity on ในรูปอดีต: The shopkeeper ____ the hungry dog and gave it some food.

ดูคำตอบ

took pity on

น้ำเสียง/เจตนา

offered her what she could: มอบสิ่งที่ตนพอจะให้ได้แก่เธอ

ใน offered her what she could คำว่า offer ใช้โครงสร้าง offer + คน + สิ่งของ โดย her คือผู้รับ และ what she could คือสิ่งที่มอบให้ ในที่นี้ what she could หมายถึง “สิ่งที่เธอสามารถเสนอหรือมอบให้ได้” กริยาที่ซ้ำกันละไว้ได้เพราะเข้าใจจากบริบท วลีนี้จึงสมบูรณ์และไม่ใช่ข้อผิดพลาด could กล่าวถึงความสามารถที่จำกัดของเธอในอดีต และเน้นว่าเธอช่วยเท่าที่กำลังของตนจะทำได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “สิ่งที่เธอสามารถให้ได้”: Although Lena had very little, she offered the family ____.

ดูคำตอบ

what she could

a simple meal and a bed of straw.

0:40

นั่นคืออาหารมื้อเรียบง่ายและเตียงฟาง

Her guest was no ordinary beggar. วลี

0:43

แขกของเธอไม่ใช่ขอทานธรรมดา

วลี

no ordinary beggar: บอกเป็นนัยว่าไม่ใช่ขอทานธรรมดา

โครงสร้าง no ordinary + คำนามนับได้เอกพจน์ หมายถึง “ไม่ธรรมดาเลย” โดยทั่วไปไม่ได้เพียงปฏิเสธคำว่า ordinary แต่ยังบอกว่าคนหรือสิ่งนั้นโดดเด่น ทรงพลัง ผิดปกติ หรือสำคัญ ในที่นี้ no ordinary beggar สร้างความสงสัยใคร่รู้ แขกดูเหมือนเป็นขอทาน แต่ถ้อยคำนี้เตรียมให้ผู้ฟังคาดหวังถึงตัวตนหรือคุณสมบัติที่น่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายสองคำ: This is ____ school project; it won an international engineering prize.

ดูคำตอบ

no ordinary

She was Isis, วัฒนธรรม

0:46

เธอคือไอซิส

the most powerful goddess in Egypt.

0:48

เทพีผู้ทรงพลังที่สุดในอียิปต์

วัฒนธรรม

Isis, the most powerful goddess in Egypt: การระบุตัวตนด้วยวลี appositive

ไอซิสเป็นเทพีองค์สำคัญในตำนานอียิปต์โบราณ ในประโยคนี้ Isis ไม่ได้เป็นชื่อของมนุษย์ธรรมดา วลีที่ตามมาระบุว่าเธอเป็นเทพีผู้ศักดิ์สิทธิ์และทรงอำนาจอย่างยิ่ง นามวลีหลังเครื่องหมายจุลภาค the most powerful goddess in Egypt เป็นวลี appositive ซึ่งเรียก Isis ซ้ำด้วยอีกคำอธิบายหนึ่งและให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการเข้าใจว่าเธอคือใคร รูปแบบ “ชื่อ+นามวลีที่ระบุตัวตน” ช่วยเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนได้โดยไม่ต้องสร้างอีกประโยคหนึ่ง

แบบฝึกหัด

the most powerful goddess in Egypt ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. อธิบายว่า Egypt ตั้งอยู่ที่ไหน
  2. บรรยายบุคคลอีกคนที่ไม่ใช่ Isis
  3. ระบุตัวตนของ Isis และให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเธอ
ดูคำตอบ

ระบุตัวตนของ Isis และให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเธอ

Isis was in hiding from her brother Set, โน้ต

0:51

ไอซิสกำลังหลบซ่อนตัวจากเซ็ต พี่ชายของเธอ

วลี

in hiding from her brother Set: สภาวะหลบซ่อนตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อหนีใครบางคน

Be in hiding from someone หมายถึงหลบซ่อนตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้คนนั้นตามพบ ในที่นี้ไอซิสไม่ได้ซ่อนตัวเพียงชั่วครู่ แต่กำลังอยู่ในสภาวะหลบซ่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อหลีกหนีเซต in hiding บรรยายสภาวะของการหลบซ่อน ส่วน from ใช้ระบุบุคคลหรือภัยคุกคามที่ต้องการหลีกหนี รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ be, remain หรือ stay in hiding from + บุคคลหรือกลุ่มคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “หลบซ่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อหนีใครบางคน”: The witness remained ____ the gang for several months.

ดูคำตอบ

in hiding from

who murdered her husband and wanted to murder her infant son Horus. วัฒนธรรม

0:53

ผู้ที่สังหารสามีของเธอและต้องการจะสังหารโฮรัส ลูกชายวัยทารกของเธอด้วย

วัฒนธรรม

เซต พี่น้องชายของเธอ: สมาชิกครอบครัวที่เป็นภัยคุกคามด้วย

Set เป็นชื่อของเซต พี่น้องชายของไอซิส ในประโยคนี้ brother บอกความสัมพันธ์ทางครอบครัวของทั้งสองคน แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาสนิทกันหรือว่าความสัมพันธ์นี้ปลอดภัย อนุประโยคที่ตามมาแสดงชัดเจนว่าเซตคือภัยคุกคาม เขาสังหารสามีของไอซิสและยังต้องการสังหารฮอรัสด้วย ภูมิหลังนี้อธิบายว่าเหตุใดไอซิสจึงต้องหลบซ่อน

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ her brother Set ในประโยคนี้ได้ถูกต้องที่สุด

  1. เซตเป็นพี่น้องชายของไอซิสและเป็นผู้ที่คุกคามครอบครัวของเธอ
  2. เซตเป็นพี่น้องชายที่ช่วยไอซิสหลบซ่อน
  3. Set เป็นคำกริยาทั่วไปที่หมายถึงการวางสิ่งของไว้ที่ใดที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

เซตเป็นพี่น้องชายของไอซิสและเป็นผู้ที่คุกคามครอบครัวของเธอ

วัฒนธรรม

infant son Horus: ฮอรัสในฐานะลูกชายวัยทารกของไอซิส

วลี infant son Horus ระบุว่าฮอรัสเป็นลูกชายของไอซิสและยังเป็นทารกอยู่ infant ขยายคำว่า son ส่วน Horus บอกชื่อลูกชายคนนั้น ฮอรัสเป็นเทพองค์สำคัญในตำนานอียิปต์ แต่ในช่วงนี้ของเรื่องเขายังเป็นเด็กเล็กที่ปกป้องตนเองไม่ได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ไอซิสต้องปกป้องเขา

แบบฝึกหัด

ข้อใดตรงกับความหมายของ infant son Horus ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. ฮอรัสเป็นชื่อสามีของไอซิส
  2. ฮอรัสเป็นลูกชายของไอซิสและยังเป็นทารกอยู่
  3. ฮอรัสเป็นพี่น้องชายที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วของไอซิส
ดูคำตอบ

ฮอรัสเป็นลูกชายของไอซิสและยังเป็นทารกอยู่

Set was also a powerful god,

0:59

เซ็ตก็เป็นเทพผู้ทรงพลังเช่นกัน

and he was looking for them. วลี

1:01

และเขากำลังตามหาพวกเขา

วลี

was looking for them: การตามหาที่เป็นกลางแต่ดูคุกคามเพราะบริบท

look for someone หมายถึงพยายามหาบุคคลนั้น ในที่นี้ was looking for them บอกว่าการค้นหากำลังดำเนินอยู่ในเวลานั้น โดย he หมายถึง Set และ them หมายถึง Isis กับ Horus ตัวกริยาวลีนี้เป็นกลางในตัวเอง แต่บริบททำให้ความหมายหนักขึ้น เนื่องจาก Set เป็นอันตรายต่อทั้งสองคน การค้นหาของเขาจึงให้ความรู้สึกเหมือนการไล่ตาม มากกว่าการพยายามหาใครสักคนตามปกติ

แบบฝึกหัด

เหตุใด was looking for them จึงฟังดูคุกคามในประโยคนี้

  1. เพราะบริบทของเรื่องทำให้การตามหาของ Set เป็นอันตรายต่อ Isis และ Horus
  2. เพราะกริยาวลี look for หมายถึง “ไล่ล่า” เสมอ
  3. เพราะรูปอดีตกำลังกระทำฟังดูคุกคามเสมอ
ดูคำตอบ

เพราะบริบทของเรื่องทำให้การตามหาของ Set เป็นอันตรายต่อ Isis และ Horus

So to keep her cover, สำนวน

1:03

ดังนั้นเพื่อปกปิดตัวตนของเธอ

Isis had to be very discreet. การใช้คำ

1:04

ไอซิสจึงต้องระมัดระวังตัวอย่างมาก

สำนวน

to keep her cover: การรักษาตัวตนที่ปกปิดไว้

ใน keep her cover คำว่า cover เป็นคำนาม หมายถึงตัวตนปลอมหรือรูปลักษณ์ที่ใช้ซ่อนว่าแท้จริงแล้ว Isis เป็นใคร ส่วน keep หมายถึงรักษาสิ่งนั้นไว้โดยไม่ให้ถูกจับได้ ไม่ได้หมายถึงสิ่งปกคลุมทางกายภาพ เมื่ออยู่ต้นประโยค to keep her cover เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเหตุใด Isis จึงต้องทำตัวอย่างระมัดระวัง นั่นคือเพื่อไม่ให้ตัวตนที่เธอซ่อนไว้ถูกเปิดเผย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ keep และรูปแสดงความเป็นเจ้าของที่ถูกต้องของ cover: During the undercover operation, Maya used a different name to ____.

ดูคำตอบ

keep her cover

การใช้คำ

had to be very discreet: ต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นที่สังเกตหรือเปิดเผยความลับ

discreet หมายถึงระมัดระวังไม่ให้ดึงดูดความสนใจหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลละเอียดอ่อน ในประโยคนี้ had to be very discreet สื่อว่าการรักษาตัวตนที่ปกปิดไว้ทำให้เธอต้องวางตัวเงียบ ๆ และไม่เผยว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นใคร เมื่อเทียบกับคำกว้าง ๆ อย่าง careful คำว่า discreet เน้นเรื่องการรักษาความลับ ความเป็นส่วนตัว หรือการวางตัวอย่างมีชั้นเชิง ส่วน had to be แสดงความจำเป็นที่เกิดจากสถานการณ์ ไม่ใช่แค่ความต้องการส่วนตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ discreet ได้ถูกต้องในความหมายว่าระมัดระวังไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว

  1. Please be discreet about the surprise until Friday.
  2. Please be discrete about the surprise until Friday.
  3. The report divides the data into discreet categories.
ดูคำตอบ

Please be discreet about the surprise until Friday.

She couldn't risk using her powers. ไวยากรณ์

1:06

เธอไม่สามารถเสี่ยงใช้พลังของเธอได้

ไวยากรณ์

couldn't risk using: ใช้ risk + -ing กับการกระทำที่อาจมีผลตามมา

risk + -ing ใช้ระบุการกระทำที่อาจนำไปสู่ผลเสีย โดย risk doing something หมายถึงทำสิ่งนั้นพร้อมกับยอมรับโอกาสที่จะเกิดผลดังกล่าว ใน couldn't risk using her powers นั้น using her powers คือการกระทำที่อาจมีผลตามมาร้ายแรงเกินกว่าจะยอมรับได้ หลัง risk การกระทำมักอยู่ในรูป gerund คือ risk doing something ความหมายนี้ไม่ใช้ risk to do ส่วน couldn't risk doing something หมายถึงผู้พูดเห็นว่าผลที่อาจเกิดขึ้นนั้นยอมรับไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ lose: We can't risk ____ the only copy.

ดูคำตอบ

losing

But she was not without aid. ไวยากรณ์

1:09

แต่เธอไม่ได้ไร้ความช่วยเหลือ

ไวยากรณ์

not without aid: การปฏิเสธซ้อนที่หมายความว่ามีความช่วยเหลือ

ใน she was not without aid คำว่า not ปฏิเสธความหมายของ without aid หรือ “โดยไม่มีความช่วยเหลือ” เมื่อนำคำปฏิเสธสองชั้นมารวมกัน จึงได้ความหมายเชิงบวกว่าเธอได้รับความช่วยเหลือและไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวโดยสิ้นเชิง การปฏิเสธซ้อนแบบนี้ทำให้ข้อความเชิงบวกฟังอ้อมและสุขุมขึ้น ผู้เล่าไม่ได้พูดตรง ๆ ว่า she had help แต่บอกว่าความช่วยเหลือไม่ได้ขาดหายไป จึงให้โทนที่เป็นงานเขียนและการเล่าเรื่องมากกว่า

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ She was not without aid. หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย
  2. เธอได้รับความช่วยเหลืออยู่บ้าง
  3. เธอไม่สามารถช่วยใครได้
ดูคำตอบ

เธอได้รับความช่วยเหลืออยู่บ้าง

Serket, goddess of venomous creatures, วัฒนธรรม

1:11

เซอร์เค็ต เทพีแห่งสัตว์มีพิษ

วัฒนธรรม

Serket, goddess of venomous creatures: วลีซ้อนที่บอกว่าเซอร์เคตคือใคร

นามวลี goddess of venomous creatures เป็นวลีซ้อนที่วางหลัง Serket เพื่อบอกว่าเธอคือใคร ไม่ได้หมายถึงบุคคลที่สองหรือประธานใหม่ เพราะชื่อและคำอธิบายนี้หมายถึงเทพีองค์เดียวกัน ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเข้าใจบรรทัดนี้คือ เซอร์เคตเป็นเทพีอียิปต์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์มีพิษและการปกป้องผู้คนจากอันตรายของสัตว์เหล่านั้น ความเชื่อมโยงนี้ทำให้แมงป่องเหมาะที่จะเป็นผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ในเรื่อง

แบบฝึกหัด

goddess of venomous creatures ที่อยู่หลัง Serket มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. บอกว่าเซอร์เคตคือใครด้วยการระบุบทบาทของเธอ
  2. แนะนำเทพีอีกองค์หนึ่ง
  3. บอกว่าเซอร์เคตกำลังพูด
ดูคำตอบ

บอกว่าเซอร์เคตคือใครด้วยการระบุบทบาทของเธอ

had sent seven of her fiercest servants to guard Isis and her son. การใช้คำ

1:14

ได้ส่งข้ารับใช้ที่ดุร้ายที่สุดเจ็ดตัวมาคุ้มครองไอซิสและลูกชายของเธอ

การใช้คำ

seven of her fiercest servants: servants ในความหมายว่า “บริวาร”

ในตำนานนี้ seven of her fiercest servants หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่อันตรายที่สุดเจ็ดตนซึ่งรับใช้และเชื่อฟังนาง บริบทรอบข้างระบุว่าสิ่งเหล่านี้คือแมงป่องเจ็ดตัวที่ถูกส่งไปเป็นผู้คุ้มกัน ไม่ใช่คนที่ทำงานบ้าน servant ในที่นี้ใช้ในความหมายเก่าและเชิงวรรณกรรมว่า บริวารหรือผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ ส่วน fiercest เน้นว่าพวกมันน่ากลัวและดุร้ายมาก

แบบฝึกหัด

ในตำนานนี้ seven of her fiercest servants หมายถึงอะไร

  1. พนักงานสมัยใหม่เจ็ดคนที่ถูกจ้างมาทำความสะอาดบ้าน
  2. ลูกค้าเจ็ดคนที่กำลังรอรับบริการ
  3. บริวารอันตรายเจ็ดตนที่ถูกส่งไปทำหน้าที่ผู้คุ้มกัน
ดูคำตอบ

บริวารอันตรายเจ็ดตนที่ถูกส่งไปทำหน้าที่ผู้คุ้มกัน

As Isis and Horus settled into their humble accommodation, วลี

1:19

ขณะที่ไอซิสและโฮรัสกำลังลงหลักปักฐานในที่พักอันสมถะของพวกเขา

วลี

settled into their humble accommodation: เริ่มลงหลักปักฐานในสถานที่หนึ่ง

Settled into their humble accommodation หมายความว่าไอซิสและฮอรัสเข้าไปในสถานที่เรียบง่ายที่พวกเขาจะพักอาศัยและเริ่มเข้าที่เข้าทางที่นั่น Settle into บรรยายกระบวนการเริ่มรู้สึกสบายหรือคุ้นเคยกับสถานที่ใหม่ ไม่ใช่เพียงเดินผ่านประตูเข้าไป accommodation ในที่นี้หมายถึงที่พักหรือสถานที่สำหรับพักอาศัย ส่วน humble บอกว่าที่พักนั้นเรียบง่ายและไม่หรูหรา ไม่ได้หมายความว่าผู้คนเป็นคนถ่อมตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มรู้สึกสบายและลงหลักปักฐานในสถานที่ใหม่”: After unpacking, Maya ____ her new apartment.

ดูคำตอบ

settled into

the scorpions fumed at how the wealthy woman had offended their divine mistress. โน้ต

1:23

เหล่าแมงป่องก็โกรธแค้นที่หญิงผู้ร่ำรวยคนนั้นทำให้เจ้านายศักดิ์สิทธิ์ของพวกมันขุ่นเคือง

วลี

fumed at: ความโกรธอย่างรุนแรงต่อสาเหตุหนึ่ง

ในที่นี้ fumed at หมายถึง “โกรธอย่างมากเพราะ……” คำว่า fume ใช้เป็นคำกริยาแสดงอารมณ์ ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงควันหรือก๊าซ ภาพของควันทำให้ความโกรธดูร้อนแรง รุนแรง และอัดอั้นอยู่ภายใน รูปแบบคือ person + fume at + เป้าหมายหรือสาเหตุ ใน fumed at how... อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how ระบุสถานการณ์ที่ทำให้โกรธ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ให้อารมณ์ชัดเจนของ fume at: After the referee ignored the foul, the coach ____ the unfair decision.

ดูคำตอบ

fumed at

การใช้คำ

divine mistress: นายหญิงผู้ศักดิ์สิทธิ์ในภาษาตำนาน

ในประโยคเชิงตำนานนี้ divine mistress หมายถึง Isis ในฐานะนายหญิงผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าแมงป่องรับใช้ divine หมายถึง “ศักดิ์สิทธิ์หรือเกี่ยวข้องกับเทพ” ส่วน mistress ใช้ความหมายเก่าว่าเป็นคำคู่เพศหญิงของ master วลีนี้แสดงความเคารพและความจงรักภักดี ไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงรักใคร่ บริบทของตำนานทำให้ mistress ใช้ความหมายเก่าที่เป็นบทบาทหรือฐานะ

แบบฝึกหัด

ในประโยคเชิงตำนานนี้ divine mistress หมายถึงอะไร

  1. ลูกจ้างทำงานบ้านทั่วไป
  2. เทพีที่เหล่าแมงป่องรับใช้
  3. คนรักลับ ๆ
ดูคำตอบ

เทพีที่เหล่าแมงป่องรับใช้

They all combined their venom วลี

1:28

พวกมันทั้งหมดรวมพิษของพวกมันเข้าด้วยกัน

วลี

combined their venom: นำพิษมารวมกัน

ใน combined their venom คำว่า combine เป็นสกรรมกริยา และ their venom คือกรรมที่ถูกนำมารวมกัน ประโยคนี้หมายความว่าพิษจากพวกมันทุกตัวถูกรวบรวมหรือผสมให้เป็นกองเดียวกัน combine ในความหมายนี้ยังใช้กับการรวมวัสดุ ทรัพยากร ข้อมูล หรือกำลังเข้าด้วยกันได้ ไม่ได้หมายเพียงว่าประธานร่วมมือกัน แต่ระบุชัดว่าได้นำอะไรไปรวมกัน

แบบฝึกหัด

combined their venom ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกมันทำงานร่วมกันโดยไม่ได้ผสมพิษใด ๆ
  2. พวกมันนำพิษของแต่ละตัวมารวมเป็นกองเดียวกัน
  3. พวกมันกำจัดพิษทั้งหมดออกไป
ดูคำตอบ

พวกมันนำพิษของแต่ละตัวมารวมเป็นกองเดียวกัน

and gave it to one of the seven,

1:30

และมอบให้กับหนึ่งในเจ็ดตัว

Tefen.

1:32

ที่ชื่อว่า เทเฟน

In the dead of the night, สำนวน

1:33

ในยามดึกสงัด

สำนวน

In the dead of the night: ช่วงเวลาที่เงียบที่สุดของกลางคืน

In the dead of the night เป็นสำนวนที่หมายถึงช่วงดึกมาก เมื่อทุกอย่างดูหยุดนิ่งและเงียบสงัด คำว่า dead ในที่นี้ไม่ได้เกี่ยวกับความตาย แต่เน้นความรู้สึกเงียบและไร้ความเคลื่อนไหว วลีนี้ไม่ได้เพียงระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาใด แต่ยังสร้างบรรยากาศในการเล่าเรื่องให้ดูลึกลับ เป็นความลับ หรือตึงเครียดอีกด้วย

แบบฝึกหัด

in the dead of the night มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร

  1. ช่วงดึกมากที่ทุกอย่างเงียบสงัด
  2. ช่วงเวลาที่กลางคืนสิ้นสุดลง
  3. ช่วงพระอาทิตย์ตกเมื่อกลางคืนเริ่มต้น
ดูคำตอบ

ช่วงดึกมากที่ทุกอย่างเงียบสงัด

Tefen crept over to the mansion. วลี

1:35

เทเฟนคืบคลานไปยังคฤหาสน์

วลี

crept over to the mansion: เคลื่อนตัวอย่างเงียบ ๆ ไปยังสถานที่หนึ่ง

crept เป็นรูปอดีตของ creep ในที่นี้ crept over to the mansion บรรยายการเคลื่อนตัวช้า ๆ และเงียบ ๆ ไปยังคฤหาสน์ โดยน่าจะพยายามไม่ให้ใครสังเกตเห็น ใน over to คำว่า over ช่วยสื่อการเคลื่อนจากจุดที่อยู่ไปยังอีกจุดหนึ่ง ส่วน to ระบุจุดหมาย ในประโยคนี้ over ไม่ได้หมายถึง “อยู่เหนือ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ creep over to: At dusk, the fox ____ the campsite without making a sound.

ดูคำตอบ

crept over to

As he crawled under the door, ไวยากรณ์

1:37

ขณะที่มันคลานลอดใต้ประตู

ไวยากรณ์

As he crawled under the door: ใช้ as แสดงเหตุการณ์ที่เกิดซ้อนกัน

As + ประธาน + คำกริยา สามารถใช้ขึ้นต้นอนุประโยคบอกเวลาได้ ในประโยคนี้ As he crawled under the door วางการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่เป็นฉากเวลา และเหตุการณ์ในประโยคหลักเกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนไหวนั้น as ในที่นี้หมายถึง while หรือ when ไม่ใช่ because รูปแบบนี้ช่วยวางสองการกระทำไว้ในช่วงเวลาเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ใน “As Lina walked home, the rain grew heavier,” คำว่า as แสดงอะไรเป็นหลัก

  1. ฝนตกหนักขึ้นหลังจาก Lina ถึงบ้านแล้วเท่านั้น
  2. การเดินกลับบ้านทำให้ฝนตกหนักขึ้น
  3. สองเหตุการณ์กำลังเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ

สองเหตุการณ์กำลังเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

he saw the owner's young son sleeping peacefully ไวยากรณ์

1:39

มันเห็นลูกชายตัวน้อยของเจ้าของบ้านกำลังนอนหลับอย่างสงบ

ไวยากรณ์

saw the owner's young son sleeping peacefully: see + กรรม + -ing

ใน saw the owner's young son sleeping peacefully นั้น the owner's young son เป็นกรรมของ saw และ sleeping peacefully อธิบายว่าลูกชายกำลังทำอะไรตอนที่ถูกมองเห็น โครงสร้าง see + กรรม + -ing แสดงว่าการกระทำนั้นกำลังดำเนินอยู่แล้วในขณะที่เห็น วลี -ing ไม่ใช่อนุประโยคใหม่ที่มีกริยาผัน จึงไม่เติม was ให้พูดว่า saw him sleeping ไม่ใช่ saw him was sleeping

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ water: Through the window, I saw my neighbor ____ the plants.

ดูคำตอบ

watering

and gave him a mighty sting. วลี

1:42

จึงต่อยเขาอย่างแรง

วลี

gave him a mighty sting: give someone a + คำนามที่บอกการกระทำ

ในที่นี้ gave him a mighty sting หมายถึง “ต่อยเขาอย่างแรงมาก” him คือผู้ที่ได้รับผลจากการกระทำ และ a mighty sting หมายถึงการต่อยที่รุนแรงหนึ่งครั้ง ไม่ใช่สิ่งของที่ถูกส่งมอบให้เขา โครงสร้าง give + บุคคล + a/an + คำนามที่บอกการกระทำหรือประสบการณ์ สามารถนำเสนอเหตุการณ์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหนึ่งครั้งและนับได้ เช่น give someone a push, a hug หรือ a scare คำว่า mighty เพิ่มความรุนแรงให้ sting และทำให้การเล่าเรื่องฟังดูน่าตื่นเต้น

แบบฝึกหัด

gave him a mighty sting ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. มันขอให้เขาไปต่อยใครบางคน
  2. มันยื่นสิ่งของที่ทรงพลังให้เขา
  3. มันต่อยเขาอย่างแรงมาก
ดูคำตอบ

มันต่อยเขาอย่างแรงมาก

Isis and her hostess were soon awakened by loud wailing. ไวยากรณ์

1:45

ไม่นานไอซิสและเจ้าบ้านของเธอก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังลั่น

ไวยากรณ์

were awakened by: เน้นผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ใน were soon awakened by loud wailing นั้น were awakened เป็นรูปถูกกระทำของ awaken โครงสร้างนี้เน้นไอซิสและเจ้าบ้านหญิงซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบ ส่วน loud wailing คือสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ตื่น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ be + awakened + by + สาเหตุหรือแหล่งที่มา ในที่นี้ by นำหน้าสาเหตุของการตื่น ไม่ได้บอกสถานที่หรือเวลา ส่วน soon บอกว่าการตื่นเกิดขึ้นไม่นานหลังจากเหตุการณ์ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ใช้รูปถูกกระทำของ awaken และ by เติมประโยคให้สมบูรณ์: At midnight, Maya ____ the fire alarm.

ดูคำตอบ

was awakened by

As they peered out of the doorway of the cottage, วลี

1:49

เมื่อพวกเธอมองออกไปนอกประตูของกระท่อม

วลี

peered out of the doorway: พยายามเพ่งมองออกไปข้างนอก

ใน peered out of the doorway คำว่า peered หมายถึงมองอย่างตั้งใจ มักใช้เมื่อมองเห็นไม่ชัดหรือผู้มองกำลังระมัดระวังหรืออยากรู้ คำนี้เพิ่มความหมายว่าพยายามมอง ซึ่ง looked ธรรมดาไม่มี รูปแบบ peer out of + ช่องเปิดหรือสถานที่ แสดงว่าคนหนึ่งมองจากด้านในออกไปด้านนอก ในที่นี้ doorway คือช่องเปิดที่พวกเธอมองผ่าน

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมาย peer out of ให้สมบูรณ์: From inside the tent, Leo peered ____ the tent to see whether the rain had stopped.

ดูคำตอบ

out of

they saw a mother running through the street,

1:51

พวกเธอเห็นแม่คนหนึ่งกำลังวิ่งไปตามถนน

weeping as she cradled her son. ไวยากรณ์

1:54

ร้องไห้ขณะอุ้มลูกชายของเธอไว้

ไวยากรณ์

as ที่แสดงการกระทำพร้อมกันใน “weeping as she cradled her son”

ใน “weeping as she cradled her son” คำว่า as มีความหมายด้านเวลาเท่ากับ “ขณะที่/ไปพร้อมกับ” โดยแสดงว่าการร้องไห้และการอุ้มลูกชายอย่างทะนุถนอมเกิดขึ้นพร้อมกัน จึงรวมเป็นภาพเดียวแทนที่จะเป็นสองเหตุการณ์แยกกัน ตรงนี้ as ไม่ได้บอกสาเหตุ cradle ในที่นี้เป็นคำกริยา Cradle someone หมายถึงอุ้มใครสักคนไว้ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยนและปกป้อง ไม่ใช่คำนาม cradle ที่แปลว่า “เปลเด็ก”

แบบฝึกหัด

ใช้ as เพื่อแสดงว่าการกระทำเกิดขึ้นพร้อมกัน: Maya waved ____ she stepped onto the train.

ดูคำตอบ

as

When Isis recognized the woman who had turned her away, กริยาวลี

1:56

เมื่อไอซิสจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือคนที่ไล่เธอไป

กริยาวลี

who had turned her away: การปฏิเสธไม่ให้เข้าใช้บริการหรือรับความช่วยเหลือ

Turn someone away หมายถึงปฏิเสธไม่ให้ใครเข้าไป ไม่รับบุคคลนั้น หรือไม่ให้ความช่วยเหลือหรือบริการที่เขาขอ ใน “who had turned her away” ผู้หญิงคนนั้นเคยปฏิเสธไม่รับหรือช่วยไอซิสมาก่อน ไม่ได้หมายความว่าเธอทำให้ไอซิสหมุนตัวจริง ๆ บุคคลที่ถูกปฏิเสธจะอยู่ระหว่าง turn กับ away เช่น turn her away และ turn the visitors away โครงสร้างที่แยกได้นี้สำคัญเป็นพิเศษเมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม

แบบฝึกหัด

ใช้ turn away ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The guard ____ the visitors ____ because the building was full.

ดูคำตอบ

turned · away

she understood what her scorpions had done. ไวยากรณ์

1:59

เธอก็เข้าใจว่าแมงป่องของเธอทำอะไรลงไป

ไวยากรณ์

understood what her scorpions had done: อนุประโยค wh ที่ทำหน้าที่เป็นกรรม

ใน understood what her scorpions had done อนุประโยค what her scorpions had done เป็นกรรมของ understood และบอกเนื้อหาที่เธอเข้าใจ ในที่นี้ what มีความหมายใกล้เคียงกับ “สิ่งที่...” ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นคำถามตรง เนื่องจากเป็นอนุประโยค wh ที่ซ้อนอยู่ภายใน จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + กริยา ลำดับที่ถูกต้องคือ what her scorpions had done ไม่ใช่ what had her scorpions done

แบบฝึกหัด

ใช้คำในวงเล็บเติมอนุประโยคที่เป็นกรรมให้สมบูรณ์: She finally understood ____. (what / the warning / meant)

ดูคำตอบ

what the warning meant

Isis took the boy in her arms วลี

2:03

ไอซิสรับเด็กชายมาไว้ในอ้อมแขน

วลี

took the boy in her arms: โครงสร้าง take someone in one's arms

Take someone in one's arms หมายถึงดึงหรือยกใครสักคนเข้ามากอด ในประโยคนี้ took เน้นการเคลื่อนไหวที่พาเด็กชายเข้ามาใกล้ ส่วน in her arms บอกท่าหรือตำแหน่งที่เธออุ้มเขาไว้หลังจากนั้น โครงสร้างคือ take + คน + in + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + arms โดย her หมายถึง Isis ในที่นี้ in ขึ้นต้นบุพบทวลีเต็มรูป in her arms ซึ่งบอกตำแหน่งที่อุ้มอยู่ ไม่ใช่ in ที่เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี take in

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง take ... in one's arms: When the child began to cry, his mother ____ and comforted him.

ดูคำตอบ

took him in her arms

and began to recite a powerful spell. วลี

2:05

และเริ่มท่องคาถาอันทรงพลัง

วลี

began to recite a powerful spell: เริ่มร่ายถ้อยคำเวทมนตร์อันทรงพลัง

วลี began to บอกว่าการกระทำหนึ่งเริ่มต้นขึ้น ส่วน recite หมายถึงการกล่าวข้อความที่เรียนรู้หรือเตรียมไว้แล้วออกเสียง โดยมักกล่าวอย่างตั้งใจหรือเป็นทางการ ในที่นี้ a spell คือชุดคำที่เชื่อว่ามีพลังวิเศษ และ powerful บอกถึงพลังที่คาดว่าคาถานั้นจะมี วลีนี้จึงหมายถึงตัวละครเริ่มกล่าวถ้อยคำเวทมนตร์ออกเสียง ไม่ได้หมายถึงเริ่มสะกดคำคำหนึ่ง

แบบฝึกหัด

“began to recite a powerful spell” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เขาเริ่มกล่าวถ้อยคำเวทมนตร์อันทรงพลังออกเสียง
  2. เขาเริ่มสนทนาตามปกติ
  3. เขาเริ่มเขียนตัวอักษรของคำยากคำหนึ่ง
ดูคำตอบ

เขาเริ่มกล่าวถ้อยคำเวทมนตร์อันทรงพลังออกเสียง

"O poison of Tefen, วัฒนธรรม

2:08

"โอ้ พิษของเทเฟน

come out of him and fall upon the ground. กริยาวลี

2:10

จงออกมาจากตัวเขาและตกลงสู่พื้นดิน

วัฒนธรรม

O poison of Tefen: การเรียกขานโดยตรงแบบกวีด้วย O

ใน O poison of Tefen คำว่า O นำหน้าคำเรียกขาน ซึ่งเป็นคำที่ระบุสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของที่ผู้พูดกำลังพูดด้วยโดยตรง ผู้พูดปฏิบัติต่อพิษราวกับว่ามันได้ยินและทำตามคำสั่งที่ตามมาได้ O ตัวพิมพ์ใหญ่นี้เป็นเครื่องหมายดั้งเดิมของการเรียกขานโดยตรงในภาษากวี ศาสนา ภาษาโบราณ หรือภาษาพิธีกรรม ทำให้คาถามีน้ำเสียงเคร่งขรึมและน่าตื่นเต้น ไม่ใช่คำอุทาน oh ในชีวิตประจำวันที่แสดงความประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

O ใน “O poison of Tefen” ทำหน้าที่อะไร

  1. เรียกขานพิษโดยตรงด้วยรูปแบบภาษากวีหรือภาษาพิธีกรรม
  2. แสดงปฏิกิริยาประหลาดใจตามปกติเมื่อเห็นพิษ
  3. บอกว่าผู้พูดกำลังสะกดคำว่า poison
ดูคำตอบ

เรียกขานพิษโดยตรงด้วยรูปแบบภาษากวีหรือภาษาพิธีกรรม

กริยาวลี

come out of him ... fall upon the ground: ออกจากร่างแล้วตกลงบนพื้น

ใน come out of him นั้น come out of หมายถึง “เคลื่อนจากด้านในของคนหรือสิ่งของออกมาด้านนอก” บุพบท of ระบุแหล่งที่ออกมา และ him ในที่นี้หมายถึงร่างกายของเขา คำสั่งที่เชื่อมต่อกันว่า and fall upon the ground บอกการกระทำถัดไปหลังจากออกจากร่างแล้ว ในที่นี้เป็นการเคลื่อนที่จริงจากด้านในสู่ด้านนอก ไม่ใช่ความหมายอื่นของ come out เช่น การวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come out of: The rabbit ____ its cage and ran across the yard.

ดูคำตอบ

came out of

Poison of Befen,

2:13

พิษของเบเฟน

advance not, ไวยากรณ์

2:14

อย่าก้าวหน้า

penetrate no farther. การใช้คำ

2:15

อย่าทะลุทะลวงเข้าไปอีกเลย

ไวยากรณ์

advance not: คำสั่งปฏิเสธแบบภาษาเก่า

Advance not เป็นคำสั่งปฏิเสธแบบภาษาเก่าที่หมายถึง “Do not advance” แทนที่จะใช้รูปแบบสมัยใหม่ do not + กริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้วาง not ไว้หลังกริยา advance โดยตรง ในคำสั่งนี้ advance หมายถึง “เคลื่อนไปข้างหน้าหรือแพร่ต่อไป” ลำดับคำที่ไม่คุ้นเคยนี้เป็นการใช้โดยตั้งใจ ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ และช่วยสร้างน้ำเสียงเก่าแก่และเคร่งขรึม

แบบฝึกหัด

ประโยคภาษาอังกฤษสมัยใหม่ข้อใดตรงกับ advance not ในคำสั่งเดิมมากที่สุด

  1. Do not advance.
  2. Advance carefully.
  3. You did not advance.
ดูคำตอบ

Do not advance.

การใช้คำ

penetrate no farther: หยุดไม่ให้แทรกซึมลึกลงไปอีก

ในคำสั่งนี้ penetrate หมายถึง “เข้าไปหรือแผ่ลึกเข้าไปในบางสิ่ง” ส่วน no farther กำหนดจุดที่ต้องหยุด กล่าวคือ พิษต้องไม่เคลื่อนลึกเข้าไปในร่างกายของเด็กอีก โครงสร้างกริยารูปพื้นฐาน + no farther เป็นคำสั่งปฏิเสธแบบสั้นและมีลีลาทางวรรณกรรม ใกล้เคียงกับ “do not ... any farther” คำว่า penetrate ไม่ได้หมายถึงการเจาะพื้นผิวแข็งเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเข้าไปหรือไปถึงส่วนที่ลึกขึ้นของร่างกาย วัสดุ พื้นที่ หรือหัวข้อนามธรรมได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ penetrate no farther สั่งให้พิษทำอะไร

  1. ทำลายเฉพาะพื้นผิวด้านนอก
  2. เคลื่อนผ่านร่างกายให้เร็วขึ้น
  3. หยุดเคลื่อนลึกเข้าไปในร่างกาย
ดูคำตอบ

หยุดเคลื่อนลึกเข้าไปในร่างกาย

Come out of him and fall upon the ground.

2:17

จงออกมาจากตัวเขาและตกลงสู่พื้นดิน

For I am Isis, ลำดับความ

2:20

เพราะข้าคือไอซิส

ลำดับความ

For I am Isis: ใช้ for เพื่อเกริ่นเหตุผล

For ในที่นี้เป็นคำสันธานที่หมายถึง “เพราะ” หรือ “ด้วยเหตุผลนี้” ไม่ใช่คำบุพบทแบบที่ใช้ใน for you โดยนำเสนอพื้นฐานของคำสั่งก่อนหน้า นั่นคือ การที่ผู้พูดเป็นไอซิสทำให้เธอมีอำนาจออกคำสั่งนั้น for นี้ย้อนอ้างถึงข้อความก่อนหน้าและจัดข้อมูลเป็น “คำสั่งก่อน เหตุผลสนับสนุนทีหลัง” อีกทั้งยังทำให้ประโยคมีน้ำเสียงเป็นทางการ เคร่งขรึม และเป็นวรรณกรรม

แบบฝึกหัด

For ใน For I am Isis ทำหน้าที่อะไร

  1. แสดงว่าใครจะได้รับบางสิ่ง
  2. นำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนคำสั่งก่อนหน้า
  3. ระบุว่าคำสั่งจะมีผลนานเพียงใด
ดูคำตอบ

นำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนคำสั่งก่อนหน้า

the great enchantress, วัฒนธรรม

2:22

ผู้วิเศษผู้ยิ่งใหญ่

the speaker of spells.

2:23

ผู้ร่ายมนตร์คาถา

วัฒนธรรม

the great enchantress, the speaker of spells: การเรียงสมญานามแบบพิธีการ

วลีนามทั้งสองเป็นสมญานามที่ใช้เรียก Isis คนเดียวกัน enchantress บอกว่าเธอเป็นหญิงผู้มีพลังเวทมนตร์ ส่วน speaker of spells หมายถึงผู้เอ่ยและร่ายคาถา ไม่ใช่นักพูดธรรมดา การเรียงสมญานามต่อกันเช่นนี้สร้างความน่าเกรงขามและน้ำเสียงแบบพิธีการในตำนาน ในงานเล่าเรื่องที่ใช้ภาษาสูงส่ง สมญานามหลายชื่อสามารถแสดงบทบาทหลายด้านของคนคนเดียว และทำให้คำอัญเชิญหรือคำสั่งฟังดูทรงพลังขึ้น

แบบฝึกหัด

สมญานามที่เรียงต่อกันในประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. แนะนำผู้พูดธรรมดาสองคนที่มีอาชีพต่างกัน
  2. ทำให้ตัวละครคนเดียวมีอำนาจทางเวทมนตร์และบรรยากาศแบบพิธีการ
  3. อธิบายวิธีออกเสียงคาถา
ดูคำตอบ

ทำให้ตัวละครคนเดียวมีอำนาจทางเวทมนตร์และบรรยากาศแบบพิธีการ

Fall down,

2:25

จงร่วงหล่นลงมา

O poison of Mestet.

2:26

โอ้ พิษของเมสเตต

Hasten not,

2:28

อย่าเร่งรีบ

poison of Mestetef.

2:29

พิษของเมสเตเตฟ

Rise not,

2:31

อย่าลุกขึ้น

poison of Petet and Thetet.

2:32

พิษของเปเตตและเธเตต

Approach not,

2:34

อย่าเข้าใกล้

poison of Matet.

2:35

พิษของมาเตต"

With each name she invoked, การใช้คำ

2:38

ด้วยแต่ละชื่อที่เธอเอ่ยอ้าง

การใช้คำ

With each name she invoked: invoke ในความหมายว่าอัญเชิญหรืออ้างอย่างเคร่งขรึม

ในที่นี้ invoked หมายถึง “เอ่ยอัญเชิญอย่างเคร่งขรึมโดยถือว่าเป็นแหล่งพลัง” เธอไม่ได้เพียงพูดชื่อแต่ละชื่อ แต่กำลังใช้ชื่อนั้นเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม With each name แสดงความสัมพันธ์ที่เกิดซ้ำ ทุกครั้งที่เธออัญเชิญอีกชื่อหนึ่ง ผลที่สอดคล้องกันก็จะเกิดขึ้น โดยทั่วไป invoke มักหมายถึงการร้องขอหรืออ้างถึงวิญญาณ กฎหมาย สิทธิ กฎ หรืออำนาจอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ invoke: To end the dispute, the chair ____ a rule of procedure.

ดูคำตอบ

invoked

that scorpion's poison was neutralized. การใช้คำ

2:40

พิษของแมงป่องตัวนั้นก็ถูกลบล้างไป

การใช้คำ

was neutralized: ทำให้พิษหมดฤทธิ์

was neutralized เป็นรูปกรรมวาจกของ neutralize ในที่นี้หมายถึงมีบางสิ่งไปหักล้างพิษของแมงป่องจนผลอันตรายหมดไป จุดเน้นอยู่ที่พิษและสภาพที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ผู้ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น neutralize มักหมายถึงการหักล้างสาร ผลกระทบ หรืออันตรายจนไม่สามารถออกฤทธิ์ได้เหมือนเดิม ในประโยคนี้หมายถึงพิษหมดฤทธิ์ ไม่ใช่การกลายเป็นกลางทางการเมือง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past participle ของ neutralize: The toxin was ____ before it entered the water supply.

ดูคำตอบ

neutralized

The child stirred, การใช้คำ

2:45

เด็กน้อยขยับตัว

การใช้คำ

The child stirred: สัญญาณของการขยับเล็กน้อย

ในที่นี้ stirred หมายถึงเด็กขยับตัวเล็กน้อยหลังจากอยู่นิ่ง ในงานเล่าเรื่อง คำนี้อาจเป็นสัญญาณแรกว่าคนที่กำลังหลับ หมดสติ หรือไม่เคลื่อนไหวเริ่มตอบสนอง แต่ไม่ได้แปลว่าเด็กตื่นเต็มที่แล้วเสมอไป ตรงนี้เป็นการใช้แบบไม่ต้องมีกรรม เด็กเป็นผู้ขยับเอง และไม่ได้กำลังคนวัตถุใด ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค The child stirred. คำว่า stirred น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. เด็กขยับตัวเล็กน้อยหลังจากอยู่นิ่ง
  2. เด็กเดินข้ามห้อง
  3. เด็กใช้ช้อนคนบางอย่าง
ดูคำตอบ

เด็กขยับตัวเล็กน้อยหลังจากอยู่นิ่ง

and his mother wept with gratitude วลี

2:46

และแม่ของเขาก็ร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจ

วลี

wept with gratitude: ร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจ

wept with gratitude หมายถึงร้องไห้เพราะรู้สึกขอบคุณอย่างลึกซึ้ง น้ำตาเกิดจากความซาบซึ้งใจ ไม่ใช่ความเศร้า ในโครงสร้าง การกระทำ + with + คำนามบอกอารมณ์ คำว่า with แสดงความรู้สึกที่เกิดร่วมกับหรือเป็นแรงผลักให้เกิดการกระทำนั้น รูปแบบเดียวกันพบได้ใน smiled with relief และ trembled with fear

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: When the volunteers rebuilt his burned home, he ____.

ดูคำตอบ

wept with gratitude

and lamented her earlier callousness, การใช้คำ

2:48

และโศกเศร้ากับความใจดำของเธอในตอนแรก

การใช้คำ

lamented her earlier callousness: เสียใจอย่างมากต่อความเย็นชาก่อนหน้านี้ของตน

คำกริยา lament หมายถึงการรู้สึกหรือแสดงความเศร้าหรือความเสียใจอย่างลึกซึ้งต่อบางสิ่ง ใน lamented her earlier callousness กรรมคือ her earlier callousness กล่าวคือ เธอเสียใจอย่างมากต่อท่าทีที่เย็นชาและไม่ใส่ใจของตนในอดีต callousness ในที่นี้หมายถึงความไร้ความรู้สึกต่อผู้อื่น ไม่ใช่หนังด้านหรือผิวหนังที่แข็ง ส่วน earlier ระบุว่าท่าทีนั้นเกิดขึ้นในอดีต และเมื่อใช้ร่วมกับ lamented ก็แสดงว่าตอนนี้เธอมองพฤติกรรมเดิมของตนในแง่ลบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถอดความ lamented her earlier callousness ได้ดีที่สุด

  1. เธอเสียใจอย่างมากที่ตนเคยเย็นชาและไม่ใส่ใจผู้อื่น
  2. เธอชื่นชมความกล้าหาญของตนในอดีต
  3. เธอบ่นเรื่องบริเวณผิวหนังแข็งที่เจ็บปวด
ดูคำตอบ

เธอเสียใจอย่างมากที่ตนเคยเย็นชาและไม่ใส่ใจผู้อื่น

offering all her wealth to Isis in repentance. ไวยากรณ์

2:51

โดยเสนอทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้ไอซิสเพื่อเป็นการสำนึกผิด

ไวยากรณ์

offering ... in repentance: แสดงความสำนึกผิดด้วยการกระทำที่เสริมเข้ามา

วลี -ing offering all her wealth to Isis เพิ่มการกระทำที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอนุประโยคหลัก และผู้กระทำยังคงเป็นผู้หญิงคนเดียวกัน วลีนี้ไม่ได้เริ่มเหตุการณ์หลักใหม่ แต่บอกว่าเธอทำอะไรเพื่อแสดงปฏิกิริยาของตน in repentance บอกเหตุผลและความหมายด้านศีลธรรมของการกระทำนั้น repentance มีน้ำหนักมากกว่าการเพียงรู้สึกเสียใจ เพราะสื่อถึงการยอมรับความผิดร้ายแรงและพยายามชดใช้

แบบฝึกหัด

offering all her wealth to Isis ทำหน้าที่หลักอะไรในการเล่าเรื่องนี้

  1. บอกว่าอิซิสกำลังยกทรัพย์สมบัติของผู้หญิงคนนั้นให้ผู้อื่น
  2. เริ่มเหตุการณ์แยกต่างหากที่มีประธานคนละคน
  3. เพิ่มการกระทำที่ผู้หญิงคนนั้นใช้แสดงความสำนึกผิด
ดูคำตอบ

เพิ่มการกระทำที่ผู้หญิงคนนั้นใช้แสดงความสำนึกผิด

The woman who had taken Isis in watched in awe. โน้ต

2:55

หญิงที่รับไอซิสเข้ามาเฝ้ามองด้วยความตกตะลึง

กริยาวลี

had taken Isis in: เคยรับอิซิสมาให้ที่พักพิง

take someone in หมายถึงรับคนหรือสัตว์เข้ามาในบ้านและจัดหาที่อยู่ให้ โดยปกติเป็นเพราะอีกฝ่ายต้องการความช่วยเหลือหรือการคุ้มครอง ในที่นี้ผู้หญิงคนนั้นให้อิซิสพักพิง past perfect ใน had taken แสดงว่าการรับเข้ามาอยู่ด้วยเกิดขึ้นก่อน watched ในภายหลัง take in เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ จึงวางกรรมไว้ระหว่าง take กับ in ได้ และถ้ากรรมเป็นคำสรรพนามจะต้องวางตรงกลาง เช่น take her in

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take in ในความหมายว่าให้ที่พักพิง: During last night's storm, they ____ a stranded traveler.

ดูคำตอบ

took in

วลี

watched in awe: มองดูด้วยความตื่นตะลึงและความยำเกรงอย่างลึกซึ้ง

ในประโยคนี้ watched in awe หมายถึงเธอมองดูด้วยความรู้สึกที่ผสมกันอย่างเข้มข้นระหว่างความตื่นตะลึง ความเคารพ และอาจมีความเกรงกลัวเล็กน้อย awe มีน้ำหนักมากกว่าความประหลาดใจทั่วไปและมีความยำเกรงอยู่ด้วย สำนวนตายตัวบางสำนวนใช้กริยาตามด้วย in และคำนามบอกสภาวะ เพื่ออธิบายสภาวะหรือลักษณะที่เกิดร่วมกับการกระทำ ในที่นี้ in awe ขยาย watched ไม่ได้บอกสถานที่ที่เธอมองดู

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทในสำนวนที่หมายถึง “ด้วยความตื่นตะลึงและความเคารพอย่างลึกซึ้ง”: The audience watched ____ awe as the rocket lifted off.

ดูคำตอบ

in

She had had no idea who she'd brought under her roof, โน้ต

2:59

เธอไม่รู้เลยว่าเธอรับใครเข้ามาอยู่ใต้หลังคาของเธอ

ไวยากรณ์

She had had no idea: หน้าที่สองแบบของ had

ใน had had no idea คำว่า had ตัวแรกเป็นกริยาช่วยที่ใช้สร้าง past perfect ส่วน had ตัวที่สองเป็นรูป past participle ของกริยาหลัก have ในสำนวน have no idea ซึ่งหมายถึง “ไม่รู้” การมี had ซ้ำกันจึงถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ past perfect วางช่วงที่เธอยังไม่รู้ไว้ก่อนการค้นพบหรือเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นภายหลัง โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + had + had no idea + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect แบบเต็มและไม่ย่อของ have no idea: Before the guide arrived, we ____ no idea where to go.

ดูคำตอบ

had had

สำนวน

bring someone under one's roof: รับใครสักคนเข้ามาอยู่ในบ้าน

bring someone under one's roof หมายถึงการรับใครสักคนเข้ามาอยู่ในบ้านของตนและให้ที่พัก ในประโยคนี้ she'd brought ... under her roof หมายความว่าเธอรับคนนั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครัวเรือนแล้ว ภาพของการอยู่ใต้ชายคาเดียวกันให้ความรู้สึกถึงการคุ้มครอง การดูแล หรือความรับผิดชอบ จึงมีความหมายมากกว่าการพาใครกลับบ้านเพื่อมาเยี่ยมเพียงชั่วครู่

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับประโยค "Priya brought Leo under her roof" มากที่สุด

  1. ปรียาขอให้ลีโอซ่อมหลังคา
  2. ปรียาเชิญลีโอเข้าบ้านเพื่อคุยกันสั้น ๆ
  3. ปรียาให้ลีโอเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของเธอ
ดูคำตอบ

ปรียาให้ลีโอเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของเธอ

and from that day on, วลี

3:02

และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

วลี

and from that day on: และนับจากวันนั้นเป็นต้นมา

from that day on ใช้ระบุวันหนึ่งในอดีตว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสภาวะ นิสัย หรือการกระทำซ้ำที่ดำเนินต่อไปหลังจากนั้น คำว่า on ตรงนี้หมายถึงการดำเนินต่อจากจุดเวลานั้น ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ คำว่า and ที่อยู่ข้างหน้าเชื่อมผลลัพธ์ที่ดำเนินต่อเนื่องนี้เข้ากับเหตุการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง สำนวนนี้ใช้บ่อยเป็นพิเศษเมื่อเรื่องเล่านำเสนอจุดเปลี่ยน นิสัยใหม่ หรือที่มาของประเพณี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เริ่มตั้งแต่วันนั้นและดำเนินต่อไปหลังจากนั้น”: Jordan once lost a full day's work. ____, he saved a copy of every important file.

ดูคำตอบ

From that day on

the people learned to make a poultice to treat scorpion bites, วัฒนธรรม

3:04

ผู้คนก็ได้เรียนรู้วิธีการทำยาพอกเพื่อรักษาบาดแผลแมงป่องกัด

วัฒนธรรม

make a poultice to treat scorpion bites: การทำยาพอกเพื่อรักษาบริเวณที่ถูกแมงป่องต่อย

poultice คือวัสดุเนื้อนุ่มและชื้นที่นำมาวางบนผิวหนังตามวิธีรักษาแบบดั้งเดิม ในที่นี้ make a poultice to treat scorpion bites หมายถึงการเตรียมสิ่งที่ใช้ภายนอกสำหรับบริเวณที่บาดเจ็บ ไม่ใช่การทำยาเม็ดหรือเครื่องดื่ม ในเรื่องเล่า วิธีนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ผู้คนเรียนรู้จากการทำตามแบบอย่างของเทพี ต้นกำเนิดในตำนานนี้อธิบายบทบาททางวัฒนธรรมของการรักษา แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่ายาพอกเพียงพอสำหรับการรักษาแผลถูกแมงป่องต่อยในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

poultice ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. สารเนื้อนุ่มและชื้นที่วางบนผิวหนังเพื่อการรักษา
  2. ยาเม็ดที่กลืนเพื่อป้องกันการถูกแมงป่องต่อย
  3. เครื่องดื่มที่ทำขึ้นเพื่อกำจัดพิษ
ดูคำตอบ

สารเนื้อนุ่มและชื้นที่วางบนผิวหนังเพื่อการรักษา

speaking magical incantations just as the goddess had. ไวยากรณ์

3:08

พร้อมท่องมนตร์คาถาเหมือนที่เทพีได้ทำ

ไวยากรณ์

just as the goddess had: การละการกระทำที่รู้อยู่แล้วหลัง had

just as ใช้เปิดการเปรียบเทียบ กล่าวคือ ผู้คนร่ายคาถาในลักษณะเดียวกับที่เทพีเคยทำไว้ ในที่นี้ had เป็นกริยาช่วยของ past perfect และมีการละการกระทำที่ซ้ำกันหลังคำนี้ ความหมายเต็มคือ just as the goddess had done หรือหากกล่าวให้เจาะจงคือ just as the goddess had spoken magical incantations ภาษาอังกฤษมักละการกระทำที่เข้าใจชัดอยู่แล้ว ดังนั้นการจบอนุประโยคด้วย had จึงถูกต้องตามไวยากรณ์และช่วยหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: "Lena checked every window, just as her father had." หลัง had ละเนื้อหาใดไว้

  1. พ่อของเธอเคยกลายเป็นหน้าต่าง
  2. พ่อของเธอจะตรวจสอบหน้าต่างทุกบานในภายหลัง
  3. พ่อของเธอเคยตรวจสอบหน้าต่างทุกบานมาก่อน
ดูคำตอบ

พ่อของเธอเคยตรวจสอบหน้าต่างทุกบานมาก่อน

Disguise plays a significant role in many ancient myths. วลี

3:14

การปลอมตัวมีบทบาทสำคัญในตำนานโบราณมากมาย

วลี

play a significant role in: การบอกว่ามีอิทธิพลสำคัญ

play a significant role in หมายถึง “มีอิทธิพลหรือหน้าที่สำคัญในด้านหรือกระบวนการหนึ่ง” ในประโยคนี้ การปลอมตัวถูกนำเสนอว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในตำนานโบราณหลายเรื่อง คำว่า role หมายถึงหน้าที่หรืออิทธิพล ไม่ใช่บทตัวละครในละคร โครงสร้างคือ play a significant role in + คำนามหรือรูป -ing โดยเชื่อมปัจจัยหนึ่งเข้ากับด้านหรือกระบวนการที่ปัจจัยนั้นส่งผลอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ play a significant role in: Regular exercise ____ maintaining bone strength.

ดูคำตอบ

plays a significant role in

Why is everyone being so sneaky? ลำดับความ

3:18

ทำไมทุกคนถึงต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ ด้วย?

ลำดับความ

Why is everyone being so sneaky?: คำถามที่ใช้เป็นตัวเชื่อมเข้าสู่หัวข้อถัดไป

แม้ประโยคนี้จะดูเหมือนเป็นการถามหาข้อมูล แต่หน้าที่หลักในที่นี้คือเป็นคำถามดึงความสนใจเพื่อเปลี่ยนไปยังหัวข้อถัดไป คำถามนี้เชื่อมแนวคิดเรื่องการปลอมตัวที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับหัวข้อที่เกี่ยวข้องต่อไป และจบด้วยความน่าสงสัยเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมดูต่อ Everyone being so sneaky บรรยายว่าผู้คนกำลังทำตัวอย่างลับ ๆ ในสถานการณ์ปัจจุบัน การใช้ be ในรูปกำลังกระทำ is being ชี้ถึงพฤติกรรมชั่วคราวที่สังเกตเห็นได้ ส่วน so ทำให้ปฏิกิริยามีน้ำเสียงมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เมื่ออยู่ท้ายช่วงหนึ่งของวิดีโอ Why is everyone being so sneaky? มีหน้าที่หลักอะไรในบริบทนี้

  1. ให้คำนิยามตามพจนานุกรมของ disguise
  2. เรียกร้องให้ผู้ชมทุกคนตอบข้อเท็จจริงทันที
  3. สร้างความอยากรู้และเชื่อมเข้าสู่หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

สร้างความอยากรู้และเชื่อมเข้าสู่หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Here are two more hand-wringing classics from Chinese and Greek mythology. การใช้คำ

3:21

นี่คืออีกสองเรื่องคลาสสิกที่น่าลุ้นระทึกจากตำนานจีนและกรีก

การใช้คำ

hand-wringing classics: เรื่องคลาสสิกที่เต็มไปด้วยความกังวลหรือความตึงเครียดทางศีลธรรม

hand-wringing ทำให้นึกถึงภาพคนบิดหรือกำมือของตนเพราะความกังวล ใน hand-wringing classics คำนี้ไม่ได้หมายถึงการกระทำจริง แต่ใช้เชิงเปรียบเทียบเป็นคำคุณศัพท์ขยาย classics หมายถึงเรื่องคลาสสิกที่มีความวิตก ความลังเล หรือทางเลือกที่สร้างความตึงเครียดทางศีลธรรม วลีนี้ยังมีน้ำเสียงประเมิน ไม่ใช่คำบรรยายที่เป็นกลาง ผู้พูดชวนให้มองว่าความกังวลและความขัดแย้งภายในเป็นลักษณะเด่นของเรื่อง และอาจแฝงนัยเล็กน้อยว่าความกังวลนั้นยืดเยื้อหรือมากเกินไป

แบบฝึกหัด

ใน “The review calls it a hand-wringing classic,” คำว่า hand-wringing น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด

  1. เรื่องนี้เต็มไปด้วยความวิตก ความลังเล หรือความกังวลทางศีลธรรม
  2. เรื่องนี้เน้นจังหวะรวดเร็วและเต็มไปด้วยความลุ้นระทึก
  3. เรื่องนี้ทำขึ้นด้วยมือ
ดูคำตอบ

เรื่องนี้เต็มไปด้วยความวิตก ความลังเล หรือความกังวลทางศีลธรรม