ทำไมซอสมะเขือเทศถึงเทยากนัก? - George Zaidan: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าทำไมซอสมะเขือเทศจึงมีพฤติกรรมเป็นของไหลนอนนิวโทเนียน โดยความข้นที่เห็นจะเปลี่ยนตามความแรงและระยะเวลาของแรงที่กระทำ เนื้อหาเชื่อมการเคลื่อนตัวของอนุภาคมะเขือเทศกับวิธีทำให้ซอสไหลสองแบบ และจบด้วยวิธีเขย่าแล้วเทอย่างควบคุมได้ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. a little slice of heaven. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่านี่คือคำชมแบบขำ ๆ ที่กล่าวเกินจริงว่าอาหารหรือประสบการณ์นั้นน่าเพลิดเพลินมาก ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนของสวรรค์ตามตัวอักษร และนำไปใช้บรรยายมื้ออาหาร กิจกรรมยามว่าง หรือความสุขเล็ก ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. One possibility is that — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้กรอบนี้เสนอสมมติฐานที่มีเหตุผลเมื่อกลไกยังไม่แน่นอน ช่วยแยกความเป็นไปได้ที่มีหลักฐานรองรับออกจากข้อสรุปที่ยืนยันแล้วในการอธิบายเรื่องวิทยาศาสตร์ งาน หรือชีวิตประจำวัน 3. What the real pros do is — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าอนุประโยค what ทำหน้าที่เป็นประธานและเน้นวิธีของผู้เชี่ยวชาญอย่างไร ใช้รูปแบบนี้เพื่อแนะนำแนวทางที่ควรทำ หรือเปรียบเทียบวิธีของผู้ชำนาญกับสิ่งที่คนทั่วไปมักทำ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
French fries with ketchup are a little slice of heaven. สำนวน
0:08เฟรนช์ฟรายส์กับซอสมะเขือเทศคือสวรรค์ชิ้นเล็กๆ
a little slice of heaven: ความสุขเล็ก ๆ ที่แสนวิเศษ
ในประโยคนี้ a little slice of heaven เป็นคำเปรียบเทียบแบบขี้เล่นสำหรับสิ่งที่ให้ความสุขอย่างมาก เป็นการชมเฟรนช์ฟรายส์กับซอสมะเขือเทศว่าเป็นประสบการณ์เล็ก ๆ แต่แสนวิเศษ ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนของสวรรค์จริง ๆ รูปแบบ a slice of heaven ใช้บรรยายอาหาร สถานที่ ช่วงเวลา หรือกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกมีความสุขหรือสงบเป็นพิเศษได้ คำว่า little ทำให้คำชมฟังดูอบอุ่นและเป็นความรู้สึกส่วนตัว
แบบฝึกหัด
ใน “This quiet garden is a little slice of heaven.” คำว่า a little slice of heaven หมายถึงอะไร
- ชิ้นส่วนจริง ๆ ของสถานที่ทางศาสนา
- ประสบการณ์เล็ก ๆ หรือสถานที่ที่ให้ความรู้สึกดีอย่างมาก
- สถานที่ธรรมดาที่ไม่ได้ให้ความสุขเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ
ประสบการณ์เล็ก ๆ หรือสถานที่ที่ให้ความรู้สึกดีอย่างมาก
The problem is it's basically impossible to pour exactly the right amount. ลำดับความ
0:12ปัญหาคือมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเทให้ออกมาในปริมาณที่พอดีเป๊ะ
The problem is: ใช้เกริ่นปัญหาหลัก
The problem is เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะบอกปัญหาหลัก ในที่นี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนคำอธิบายจากหัวข้อทั่วไปไปสู่อุปสรรคที่เฉพาะเจาะจง คือการเทให้ได้ปริมาณพอดีเป๊ะ ในการใช้นี้ โครงสร้างคือ The problem is + อนุประโยค สามารถใส่คำว่า that หน้าอนุประโยคได้ แต่มักละไว้ในบทสนทนา โครงสร้างนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลโดยระบุว่าสิ่งที่ตามมาคือปัญหาที่ต้องอธิบายหรือหาทางแก้
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างจากบทเรียนเพื่อเกริ่นปัญหาหลัก: We can print the posters today. ____ the printer is broken.
ดูคำตอบ
The problem is
We're so used to pouring ketchup that we don't realize how weird its behavior is. ไวยากรณ์
0:17เราชินกับการเทซอสมะเขือเทศมากจนไม่ทันสังเกตว่าพฤติกรรมของมันแปลกแค่ไหน
so used to ... that ...: คุ้นเคยมากจน…
โครงสร้าง be so used to + คำนามหรือรูป -ing + อนุประโยค that หมายถึง คุ้นเคยกับบางสิ่งมากจนความคุ้นเคยนั้นทำให้เกิดผลตามมาในอนุประโยค that ในประโยคนี้ pouring ketchup คือการกระทำที่คุ้นเคย และ don't realize นำเข้าสู่ผลลัพธ์ นั่นคือความคุ้นเคยทำให้มองข้ามพฤติกรรมที่แปลกได้ง่าย ใน be used to คำว่า to ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยรูป -ing อย่าง pouring ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง so used to ... that: Maya ____ studying with music ____ she can focus even in a noisy cafe.
ดูคำตอบ
is so used to · that
Imagine a ketchup bottle filled with a straight up solid like steel. การใช้คำ
0:22ลองจินตนาการถึงขวดซอสมะเขือเทศที่เต็มไปด้วยของแข็งล้วนๆ อย่างเช่นเหล็ก
straight up solid: เป็นของแข็งอย่างแท้จริง
ใน straight up solid คำว่า straight up เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “อย่างสิ้นเชิง” หรือ “อย่างแท้จริง” ทำให้การจัดประเภทหนักแน่นขึ้น โดยสื่อว่าวัสดุที่จินตนาการไว้นั้นเป็นของแข็งแท้ที่ไม่คลุมเครือ เช่น เหล็กกล้า ตรงนี้ up ไม่ได้บอกทิศทางขึ้นด้านบน ให้เข้าใจ straight up เป็นวลีเดียวที่ใช้เน้น solid
แบบฝึกหัด
เติมคำเน้นแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “อย่างสิ้นเชิง”: That excuse is ____ ridiculous.
ดูคำตอบ
straight up
No amount of shaking would ever get the steel out. ไวยากรณ์
0:26ไม่ว่าจะเขย่าแค่ไหน เหล็กก็จะไม่มีทางออกมา
No amount of ... would ever ...: ไม่ว่าจะ...มากแค่ไหนก็ไม่มีวัน...
โครงสร้าง No amount of + คำนามหรือรูป -ing + would ever + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่า ต่อให้เพิ่มปริมาณหรือความพยายามมากที่สุด ก็ไม่อาจทำให้เกิดผลนั้นได้ ในประโยคนี้ no amount of shaking หมายถึง ต่อให้เขย่ามากขึ้นหรือแรงขึ้น ก็ยังเอาเหล็กออกมาไม่ได้ โครงสร้างนี้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าวิธีนั้นจะได้ผล ไม่ได้แปลว่า “เขย่าเยอะ” แต่แปลว่า “ไม่ว่าจะเขย่าเท่าไรก็ไม่มีประโยชน์ต่อผลลัพธ์นี้”
แบบฝึกหัด
แป้นพิมพ์ไม่ได้เชื่อมต่อ เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสามคำ: ____ typing would ever unlock the computer.
ดูคำตอบ
No amount of
Now imagine that same bottle full of a liquid like water.
0:29ทีนี้ลองจินตนาการถึงขวดใบเดียวกันที่เต็มไปด้วยของเหลวอย่างเช่นน้ำ
pour like a dream: เทออกมาได้อย่างลื่นไหลมาก
ในรูปแบบ กริยา + like a dream สำนวน like a dream หมายถึง “อย่างลื่นไหล ง่ายดาย หรือสำเร็จอย่างมาก” ในประโยคนี้ pour like a dream หมายถึงสิ่งที่กำลังเทจะไหลออกมาอย่างราบรื่นและไม่มีปัญหา dream ไม่ได้หมายถึง “ความฝัน” ตามตัวอักษร สำนวนนี้เป็นการชมอย่างอบอุ่นและกระตือรือร้นว่าการกระทำหรือกระบวนการดำเนินไปได้ดีมาก
แบบฝึกหัด
“The new app runs like a dream” หมายความว่าอย่างไร
- แอปมีเนื้อหาเกี่ยวกับความฝัน
- แอปทำงานได้อย่างลื่นไหลมาก
- แอปทำงานเฉพาะตอนที่ผู้ใช้กำลังหลับ
ดูคำตอบ
แอปทำงานได้อย่างลื่นไหลมาก
can't seem to make up its mind: บุคลาธิษฐานแบบขบขัน
Make up one's mind หมายถึงตัดสินใจ ส่วน can't seem to make up its mind หมายถึงบางสิ่งดูเหมือนจะเลือกหรือลงตัวกับสภาวะใดสภาวะหนึ่งไม่ได้ ในที่นี้ its หมายถึง ketchup ซอสมะเขือเทศคิดจริง ๆ ไม่ได้ ดังนั้นประโยคนี้จึงทำให้มันดูเหมือนคน โดยบรรยายว่าพฤติกรรมของมันเหมือนลังเลว่าจะเป็นของแข็งหรือของเหลว การใช้บุคลาธิษฐานแบบนี้ทำให้แนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นนามธรรมเห็นภาพได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค The old printer can't seem to make up its mind: it works one minute and stops the next สำนวนนี้สื่อถึงอะไร?
- เครื่องพิมพ์ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว
- เครื่องพิมพ์ทำงานไม่สม่ำเสมอ
- เครื่องพิมพ์คิดได้จริง ๆ
ดูคำตอบ
เครื่องพิมพ์ทำงานไม่สม่ำเสมอ
The answer is it depends: บอกว่าคำตอบขึ้นอยู่กับเงื่อนไข
The answer is it depends เริ่มด้วยคำตอบสั้น ๆ ว่าไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกกรณี ส่วนข้อความ it depends หมายความว่าผลลัพธ์เปลี่ยนไปตามเงื่อนไข เมื่อใช้เป็นกรอบจัดลำดับเนื้อหา The answer is จะช่วยเตรียมข้อมูลที่จะตามมา โดยส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะบอกหรืออธิบายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมักตามด้วย It depends on ... หรือรายการเงื่อนไข
แบบฝึกหัด
คำตอบใดสื่อได้ดีที่สุดว่าไม่มีคำตอบเดียว และกำลังจะมีการอธิบายเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องต่อไป?
- The answer is it depends.
- I do not know the answer yet.
- The answer is yes in every case.
ดูคำตอบ
The answer is it depends.
respond to force linearly: ตอบสนองต่อแรงแบบเป็นเชิงเส้น
ในที่นี้ respond to force หมายถึง “เกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีแรงมากระทำ” ประธานคือของไหลที่พบได้ทั่วไป ส่วน linearly อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงที่กระทำกับการตอบสนอง ตามแบบจำลองอย่างง่ายในเนื้อหานี้ เมื่อเพิ่มแรงเป็นสองเท่า อัตราการเคลื่อนที่ก็เพิ่มเป็นสองเท่า fluids เป็นศัพท์ฟิสิกส์ที่หมายถึงสสารที่ไหลได้ ซึ่งรวมถึงของเหลวอย่างน้ำ น้ำมัน และแอลกอฮอล์ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเครื่องดื่ม
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ respond to force linearly หมายความว่าอย่างไร
- ของไหลไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อมีแรงมากระทำ
- การตอบสนองเปลี่ยนแปลงเป็นสัดส่วนโดยตรงกับแรงที่กระทำ
- ของไหลเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางตรงเสมอ
ดูคำตอบ
การตอบสนองเปลี่ยนแปลงเป็นสัดส่วนโดยตรงกับแรงที่กระทำ
twice as hard ... twice as fast: การเปรียบเทียบระดับที่เป็นสองเท่า
โครงสร้าง twice as + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + as หมายความว่าระดับหรือปริมาณหนึ่งเป็นสองเท่าของเกณฑ์เปรียบเทียบ หากระบุสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอย่างชัดเจน ให้พูดว่า twice as fast as the old machine ในคำบรรยายไม่ได้ระบุเกณฑ์เปรียบเทียบ เพราะเข้าใจได้ว่าเป็นระดับปกติหรือสภาพก่อนหน้า Twice as hard หมายถึง “ใช้แรงผลักเป็นสองเท่า” และ twice as fast หมายถึง “ด้วยความเร็วเป็นสองเท่า” ในที่นี้ hard และ fast เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยาย push และ move ตามลำดับ
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง twice as ... as เพื่อเติมการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: Maya types 80 words per minute, and Leo types 40. Maya types ____ Leo.
ดูคำตอบ
twice as fast as
of apple fame: เป็นที่รู้จักจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับแอปเปิล
ในประโยคนี้ of apple fame เป็นคำบอกภูมิหลังแบบสั้น ๆ หมายถึง “เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับแอปเปิล” วลีนี้อ้างถึงเรื่องเล่าที่แพร่หลายว่าแอปเปิลที่ตกลงมาทำให้นิวตันเริ่มคิดเรื่องแรงโน้มถ่วง ไม่ได้หมายความว่าตัวแอปเปิลเองมีชื่อเสียง รูปแบบ of X fame สามารถใช้ระบุตัวบุคคลผ่านผลงาน บทบาท เหตุการณ์ องค์กร หรือเรื่องราวที่ผู้ฟังอาจรู้จัก ในที่นี้วลีนี้ขยาย Sir Isaac Newton และอธิบายที่มาของความเชื่อมโยงที่คนทั่วไปคุ้นเคย
แบบฝึกหัด
ในประโยคเดิม of apple fame บอกอะไรเกี่ยวกับนิวตัน
- เขาทำให้แอปเปิลมีชื่อเสียง
- ความสัมพันธ์ทางวิทยาศาสตร์ของเขาใช้ได้กับแอปเปิลเท่านั้น
- เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับแอปเปิล
ดูคำตอบ
เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับแอปเปิล
and so those fluids are called Newtonian fluids. การใช้คำ
0:54ของไหลเหล่านั้นจึงถูกเรียกว่า ของไหลแบบนิวโตเนียน (Newtonian fluids)
Newtonian fluids: ของไหลที่มีความหนืดคงที่
Newtonian fluids เป็นชื่อของของไหลที่เป็นไปตามความสัมพันธ์เชิงเส้นของนิวตันระหว่างความเค้นเฉือนกับอัตราเฉือน เมื่อเงื่อนไขต่าง ๆ คงที่ ความหนืดของของไหลเหล่านี้จะคงเดิมแม้อัตราเฉือนจะเปลี่ยนไป Newtonian เป็นคำคุณศัพท์ที่สร้างจากชื่อ Newton ใช้ระบุพฤติกรรมที่อธิบายด้วยแบบจำลองของนิวตัน ไม่ได้หมายความว่านิวตันเป็นผู้ผลิตหรือค้นพบของไหลนั้นด้วยตนเอง
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ Newtonian fluid มากที่สุด
- ของไหลที่นิวตันผลิตหรือค้นพบด้วยตนเอง
- ของไหลที่ความหนืดต้องเพิ่มขึ้นทุกครั้งเมื่อคนเร็วขึ้น
- ของไหลที่มีความหนืดคงที่เมื่อเงื่อนไขต่าง ๆ คงที่ แม้อัตราเฉือนจะเปลี่ยนไป
ดูคำตอบ
ของไหลที่มีความหนืดคงที่เมื่อเงื่อนไขต่าง ๆ คงที่ แม้อัตราเฉือนจะเปลี่ยนไป
is part of a merry band of linear rule breakers called non-Newtonian fluids. โน้ต
0:58เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่แหกกฎเชิงเส้นอย่างร่าเริง ซึ่งเรียกว่า ของไหลแบบนอน-นิวโตเนียน (non-Newtonian fluids)
a merry band of linear rule breakers: อุปมาวิทยาศาสตร์แบบขี้เล่น
วลีนี้ทำให้ของไหลนอนนิวโทเนียนดูเหมือนกลุ่มคนร่าเริงที่ชอบแหกกฎ ในที่นี้ linear rule breakers หมายถึงของไหลที่ไม่เป็นไปตามความสัมพันธ์เชิงเส้นที่คาดไว้ระหว่างแรงที่ใช้กับลักษณะการไหล ไม่ได้หมายถึงอาชญากรหรือคนที่ประพฤติตัวไม่ดี merry band เพิ่มน้ำเสียงเบา ๆ คล้ายการเล่าเรื่อง อุปมานี้จัดซอสมะเขือเทศไว้ในกลุ่มเดียวกับของไหลแปลกชนิดอื่น ทำให้หมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นนามธรรมเห็นภาพและจดจำได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
a merry band of linear rule breakers ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- วงดนตรีที่เล่นเพลงเกี่ยวกับนิวตัน
- ของไหลที่ถูกบรรยายอย่างขี้เล่นว่าเป็นกลุ่มที่ไม่ทำตามรูปแบบเชิงเส้นตามปกติ
- คนที่ละเมิดกฎทางวิทยาศาสตร์และต้องถูกลงโทษ
ดูคำตอบ
ของไหลที่ถูกบรรยายอย่างขี้เล่นว่าเป็นกลุ่มที่ไม่ทำตามรูปแบบเชิงเส้นตามปกติ
non-Newtonian fluids: การไหลที่ไม่ทำตามกฎเชิงเส้นแบบนิวโทเนียน
ของไหลนอนนิวโทเนียนคือของไหลที่ไม่ได้รักษาความหนืดให้คงที่ในทุกสภาวะการไหล ความหนืดปรากฏของมันอาจเปลี่ยนไปตามสภาวะการเฉือน เช่น แรงหรือความเร็วที่ใช้คน บีบ หรือบังคับให้ไหล ในทางเทคนิค ความเค้นเฉือนกับอัตราเฉือนไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบแปรผันตรงที่ใช้กำหนดของไหลนิวโทเนียน คำเติมหน้า non- แปลว่า “ไม่” ดังนั้น non-Newtonian จึงหมายถึง “ไม่แสดงพฤติกรรมตามแบบจำลองของไหลนิวโทเนียน” ไม่ได้หมายความว่าวัสดุนั้นไม่ใช่ของไหลหรือ “ต่อต้านนิวตัน”
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ non-Newtonian fluid มีความหมายที่แม่นยำที่สุดว่าอะไร
- ของไหลที่การตอบสนองต่อการไหลไม่เป็นไปตามความสัมพันธ์เชิงเส้นแบบนิวโทเนียน
- วัสดุที่ไม่สามารถไหลได้ในทุกสภาวะ
- ของเหลวทุกชนิดที่ค้นพบหลังยุคของนิวตัน
ดูคำตอบ
ของไหลที่การตอบสนองต่อการไหลไม่เป็นไปตามความสัมพันธ์เชิงเส้นแบบนิวโทเนียน
That is, ในฐานะสัญญาณของการกล่าวใหม่
That is, ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อความก่อนหน้าแล้วกล่าวใหม่ด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนหรือแม่นยำกว่า ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ตามหลังเปลี่ยนคำอธิบายเชิงนามธรรมให้เป็นคำอธิบายที่เป็นรูปธรรมว่าสิ่งใดเปลี่ยนไป ในฐานะเครื่องหมายทางวาทกรรม วลีนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลโดยบอกว่าส่วนถัดไปกำลังอธิบายแนวคิดเดิมให้ง่ายขึ้น ไม่ได้เริ่มประเด็นใหม่
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคแล้วเลือกหน้าที่ของ That is,: The material is flexible. That is, it bends without breaking.
- กล่าว flexible ใหม่ด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนขึ้น
- ยกตัวอย่างวัสดุที่ยืดหยุ่นได้หนึ่งชนิด
- แสดงว่าข้อความที่สองขัดแย้งกับข้อความแรก
ดูคำตอบ
กล่าว flexible ใหม่ด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนขึ้น
depending on how hard ... how long ... how fast เพื่อเรียงเงื่อนไขที่ขนานกัน
Depending on ใช้นำเข้าสู่เงื่อนไขที่ควบคุมผลลัพธ์ ในที่นี้ตามด้วยอนุประโยค how ที่ทำหน้าที่ขนานกันสามส่วน ได้แก่ how hard you push, how long [you push] และ how fast [you push] เนื่องจากสามารถเข้าใจประธานและกริยาที่ซ้ำกันได้จากอนุประโยคแรก ภาษาอังกฤษจึงละคำเหล่านั้นในส่วนขนานที่ตามมา โครงสร้างนี้ช่วยนำเสนอแรง ระยะเวลา และความเร็วในฐานะปัจจัยที่เปลี่ยนผลลัพธ์ได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ depending on เพื่อนำอนุประโยค how ที่ขนานกันได้อย่างถูกต้อง?
- The cost changes depending to how far you travel and how long you stay.
- The cost changes depending on how far do you travel and how long do you stay.
- The cost changes depending on how far you travel and how long you stay.
ดูคำตอบ
The cost changes depending on how far you travel and how long you stay.
And ketchup is actually non-Newtonian in two different ways. ลำดับความ
1:15และซอสมะเขือเทศจริงๆ แล้วมีความเป็นนอน-นิวโตเนียนในสองลักษณะที่ต่างกัน
in two different ways: การเกริ่นว่าจะอธิบายสองส่วน
in two different ways บอกผู้ฟังว่าคำอธิบายจะจัดลำดับอย่างไร โดยจะมีสองแง่มุมที่แตกต่างกันตามมา วลีนี้ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางของข้อมูล ไม่ใช่แค่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับซอสมะเขือเทศ คำว่า two สร้างความคาดหมายที่ชัดเจน หลังจากเกริ่นเช่นนี้ ผู้พูดมักจะอธิบายสองประเด็นที่สอดคล้องกัน โดย Way number one เริ่มประเด็นแรก
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ in two different ways ทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะได้ยินอะไรต่อไป? The tool helps us in two different ways.
- จะไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนเลย
- ประเด็นเดียวที่อธิบายจบครบถ้วนไปแล้ว
- ประเด็นแยกกันสองข้อที่จะอธิบายต่อไป
ดูคำตอบ
ประเด็นแยกกันสองข้อที่จะอธิบายต่อไป
the harder ..., the thinner ...: โครงสร้างเปรียบเทียบที่เชื่อมการเปลี่ยนแปลง
The harder you push, the thinner ketchup seems to get หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเชื่อมโยงกัน คือเมื่อแรงดันเพิ่มขึ้น ซอสมะเขือเทศก็ดูเหมือนจะเหลวขึ้น นี่คือโครงสร้างเปรียบเทียบสัมพันธ์ the + comparative ..., the + comparative .... ในโครงสร้างนี้ the เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ ไม่ใช่คำนำหน้านามทั่วไป และทั้งสองส่วนมีคำขั้นกว่า คือ harder และ thinner ตัวโครงสร้างแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงเชื่อมโยงกัน ส่วน seems to get ทำให้คำกล่าวระมัดระวังและไม่ฟันธงจนเกินไป
แบบฝึกหัด
ใช้รูปขั้นกว่าของ often และ easy เพื่อเติมโครงสร้างที่แสดงการเปลี่ยนแปลงซึ่งเชื่อมโยงกัน: The ____ you review the material, the ____ it becomes.
ดูคำตอบ
more often · easier
Below a certain pushing force: เงื่อนไขที่กำหนดค่าเกณฑ์
Below a certain pushing force เป็นวลีบุพบทที่อยู่ต้นประโยคเพื่อกำหนดเงื่อนไขว่า แรงผลักที่ใช้ต่ำกว่าค่าเกณฑ์หนึ่งซึ่งไม่ได้ระบุตัวเลข ข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นจริงในช่วงที่ต่ำกว่าค่าเกณฑ์นี้ ในที่นี้ below ใช้เปรียบเทียบปริมาณบนมาตรวัด ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ข้างล่าง ส่วน a certain หมายความว่ามีค่าหนึ่งที่เจาะจงอยู่ แม้ผู้พูดจะไม่ได้บอกตัวเลขที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
“Below a certain pushing force” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- เมื่อแรงผลักต่ำกว่าค่าเกณฑ์หนึ่ง
- เมื่อแรงผลักมาจากด้านล่าง
- เมื่อแรงผลักได้รับการวัดอย่างแม่นยำแล้ว
ดูคำตอบ
เมื่อแรงผลักต่ำกว่าค่าเกณฑ์หนึ่ง
But once you pass that breaking point: เงื่อนไขที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
once ในที่นี้ใช้ขึ้นต้นเงื่อนไข และหมายถึง “ทันทีที่” หรือ “เมื่อ” ทันทีที่ผ่านจุดวิกฤต ผลในประโยคหลักก็เริ่มเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” Pass that breaking point หมายถึงการข้ามค่าเกณฑ์สำคัญที่ทำให้พฤติกรรมของวัสดุเปลี่ยนไป วลีนี้จัดข้อมูลเป็นเหตุที่กระตุ้นให้เกิดสถานะใหม่ตามมา
แบบฝึกหัด
once ใน “once you pass that breaking point” หมายความว่าอย่างไร?
- ทันทีที่ข้ามค่าเกณฑ์นั้น
- ก่อนจะถึงค่าเกณฑ์
- หนึ่งครั้งในอดีต
ดูคำตอบ
ทันทีที่ข้ามค่าเกณฑ์นั้น
switches gears: เปลี่ยนโหมดอย่างฉับพลัน
ในที่นี้ switches gears เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการที่บางสิ่งเปลี่ยนพฤติกรรมหรือรูปแบบการทำงานอย่างฉับพลัน เมื่อผ่านจุดวิกฤตแล้ว มันจะเข้าสู่อีกสภาวะหนึ่งและเหลวลงมาก ไม่ได้มีการเปลี่ยนเฟืองจริง ๆ คำเปรียบเทียบเดียวกันนี้ใช้กล่าวถึงการเปลี่ยนหัวข้อ กลยุทธ์ จังหวะ หรือโหมดการทำงานอย่างชัดเจนได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง วลี it switches gears หมายความว่าอย่างไร
- มันเปลี่ยนเฟืองของเครื่องจักรจริง ๆ
- มันกลับมาเหมือนเดิมทุกประการ
- วิธีที่มันทำงานเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
ดูคำตอบ
วิธีที่มันทำงานเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
a thousand times thinner than...: การเปรียบเทียบแบบหลายเท่า
โครงสร้าง number + times + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than ใช้แสดงการเปรียบเทียบแบบหลายเท่า ในที่นี้ a thousand times ขยายคำว่า thinner และ than it was before เปรียบเทียบสภาวะใหม่กับสภาวะเดิมของสิ่งเดียวกัน ในบริบทนี้ thinner หมายถึงมีความหนืดน้อยลงหรือไหลได้ง่ายขึ้น ในการอธิบายทั่วไป มักใช้ times + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า เพื่อบอกความแตกต่างที่มาก แต่เมื่อใช้กับคำอย่าง thinner สัดส่วนที่เหลืออยู่อย่างแน่นอนอาจไม่ชัดเจน หากต้องการความแม่นยำให้พูดว่า one-thousandth as viscous as before
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง number + times + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than ได้ถูกต้อง
- The new filter is five times thin than the old one.
- The new filter is five times thinner than the old one.
- The new filter is five thinner than the old one.
ดูคำตอบ
The new filter is five times thinner than the old one.
Sounds familiar, right? เพื่อยืนยันประสบการณ์ร่วม
Sounds familiar, right? ไม่ได้ใช้เพื่อถามหาข้อมูลใหม่เป็นหลัก หลังจากเล่าสถานการณ์ที่ผู้ฟังน่าจะคุ้นเคย ผู้พูดใช้ประโยคนี้เพื่อชวนให้ผู้ฟังคิดว่า “ใช่ ฉันเคยเจอแบบนี้” คำลงท้ายสั้น ๆ ว่า right? ใช้เช็กความเห็นพ้องและสร้างความเข้าใจร่วมกัน เมื่อนำไปใช้ในการอธิบาย จะทำให้น้ำเสียงเป็นกันเองเหมือนกำลังสนทนา และเชื่อมแนวคิดเข้ากับประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน
แบบฝึกหัด
หลังจากผู้พูดเล่าสถานการณ์ทั่วไปแล้วพูดว่า Sounds familiar, right? ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลัก
- ขอให้ผู้ฟังอธิบายข้อเท็จจริงใหม่ทั้งหมด
- ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงและเห็นพ้องกับประสบการณ์ร่วม
- เตือนผู้ฟังว่าสถานการณ์นั้นอันตราย
ดูคำตอบ
ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงและเห็นพ้องกับประสบการณ์ร่วม
if ... eventually ... สำหรับเชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์ที่เกิดภายหลัง
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if บอกเงื่อนไข คือการดันด้วยแรงที่ต่ำกว่าแรงเกณฑ์ ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์ คือซอสมะเขือเทศจะเริ่มไหล eventually แสดงว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นหลังจากผ่านไประยะหนึ่งหรือผ่านกระบวนการบางอย่าง ไม่ได้เกิดทันที รูปแบบ if + เงื่อนไข, eventually + ผลลัพธ์ มีประโยชน์เมื่อต้องการอธิบายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดช้าหลังจากมีเงื่อนไข
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ If the room keeps warming up, eventually the ice will melt คำว่า eventually บอกอะไร
- น้ำแข็งละลายทันที
- น้ำแข็งไม่สามารถละลายได้ขณะที่ห้องกำลังอุ่นขึ้น
- น้ำแข็งละลายหลังจากผ่านไประยะหนึ่งหรือผ่านกระบวนการบางอย่าง
ดูคำตอบ
น้ำแข็งละลายหลังจากผ่านไประยะหนึ่งหรือผ่านกระบวนการบางอย่าง
is the key to releasing ketchup from its glassy prison. สำนวน
1:43คือกุญแจสำคัญในการปลดปล่อยซอสมะเขือเทศออกจากคุกแก้วของมัน
time, not force, is the key to ...: การแก้จุดเน้นที่ผิด
“time, not force” นำปัจจัยที่ถูกต้องคือ time มาเทียบกับปัจจัยที่ดูน่าจะใช่แต่จริง ๆ แล้วผิดคือ force ส่วนแทรก “not force” แก้สิ่งที่ผู้ฟังอาจคาดไว้และทำให้ time เป็นจุดเน้นหลัก โครง “X, not Y, is the key to Z” จัดระเบียบคำอธิบายด้วยการบอกสิ่งที่สำคัญและปฏิเสธอีกแนวคิดหนึ่งอย่างชัดเจน หลัง “the key to” ตำแหน่ง Z ใช้คำนามหรือรูป -ing ได้ เช่น “releasing”
แบบฝึกหัด
เติมโครง “X, not Y, is the key to Z” ให้สมบูรณ์: Practice, ____ luck, is the key ____ improvement.
ดูคำตอบ
not · to
glassy prison: อุปมาแบบขี้เล่นที่เปรียบขวดเป็นคุก
“glassy prison” เป็นอุปมาเชิงสร้างสรรค์ที่ใช้แทนขวดแก้ว ซอสมะเขือเทศถูกจินตนาการว่าเป็นนักโทษที่ติดอยู่ข้างใน ดังนั้นการ “releasing” มันจึงหมายถึงการทำให้มันไหลออกมา วลีนี้ไม่ใช่ชื่อมาตรฐานของภาชนะ แต่เพิ่มอารมณ์ขันและภาพที่ชัดเจนให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งสื่อความหมายจริงว่าขวดจำกัดการเคลื่อนที่ของซอสมะเขือเทศ
แบบฝึกหัด
“glassy prison” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ขวดแก้วที่กักซอสมะเขือเทศไว้
- คุกจริงที่สร้างจากแก้ว
- ซอสมะเขือเทศที่กลายเป็นแก้ว
ดูคำตอบ
ขวดแก้วที่กักซอสมะเขือเทศไว้
Alright, so why does ketchup act all weird? ลำดับความ
1:47เอาล่ะ แล้วทำไมซอสมะเขือเทศถึงทำตัวแปลกๆ แบบนี้ล่ะ?
Alright, so why...? เพื่อเปลี่ยนไปอธิบายสาเหตุ
Alright บอกว่าผู้พูดกำลังสรุปช่วงหนึ่งของคำอธิบาย so เชื่อมคำถามถัดไปกับสิ่งที่ผู้ฟังเพิ่งเห็น และ why ย้ายความสนใจจากอาการแปลก ๆ ไปยังสาเหตุของมัน เมื่อนำมารวมกัน Alright, so why...? เป็นเหมือนป้ายบอกทางในการพูดว่า “เราเห็นผลแล้ว ต่อไปมาอธิบายเหตุผลกัน” จึงช่วยให้ผู้ฟังตามลำดับความคิดได้
แบบฝึกหัด
ในการอธิบาย Alright, so why...? สื่อถึงอะไรเป็นหลัก?
- เริ่มรายการตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวข้อง
- บอกว่าคำอธิบายทั้งหมดจบลงแล้ว
- เปลี่ยนจากผลที่สังเกตเห็นไปเป็นคำถามเกี่ยวกับสาเหตุ
ดูคำตอบ
เปลี่ยนจากผลที่สังเกตเห็นไปเป็นคำถามเกี่ยวกับสาเหตุ
pulverized, smashed, thrashed...: เพิ่มความเข้มด้วยการเรียงคำซ้อนกัน
ผู้พูดเรียง pulverized, smashed, thrashed และ utterly destroyed ต่อกัน แทนที่จะเลือกใช้คำกลาง ๆ เพียงคำเดียว ทุกคำสื่อถึงความเสียหายหรือการทำให้แตกอย่างรุนแรง ดังนั้นคำที่เพิ่มเข้ามาแต่ละคำจึงเพิ่มความเข้มและสร้างจังหวะที่รวดเร็วและขบขัน รายการนี้เป็นการกล่าวเกินจริงเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่สี่ขั้นตอนอย่างเป็นทางการในการทำซอสมะเขือเทศ รูปแบบการสะสมเช่นนี้ช่วยเพิ่มพลังให้คำบรรยายด้วยคำที่เกี่ยวข้องหลายคำ แทนที่จะเติมเพียง very
แบบฝึกหัด
ผลหลักของการเรียง pulverized, smashed, thrashed, utterly destroyed คืออะไร?
- แสดงสี่ขั้นตอนอย่างเป็นทางการในการแปรรูปมะเขือเทศ
- เพิ่มความเข้มและสร้างจังหวะที่ขบขัน
- ทำให้คำบรรยายอ่อนลงและไม่แน่นอนมากขึ้น
ดูคำตอบ
เพิ่มความเข้มและสร้างจังหวะที่ขบขัน
what remains of tomato cells: ส่วนที่เหลืออยู่ของเซลล์มะเขือเทศ
ในประโยคนี้ what remains of tomato cells หมายถึง “ส่วนของเซลล์มะเขือเทศที่เหลืออยู่” ในโครงสร้างนี้ what มีความหมายของ “the thing that” อยู่แล้ว ดังนั้นทั้งกลุ่มจึงทำหน้าที่เหมือนคำนามหลัง is ใช้ what remains of + คำนาม เมื่อความเสียหาย เวลา การใช้งาน หรือกระบวนการแปรรูปทำให้สิ่งเดิมเหลืออยู่เพียงบางส่วน จุดเน้นคือส่วนที่หลงเหลือ ไม่ใช่สิ่งเดิมที่ยังคงอยู่โดยไม่เปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ส่วนที่เหลือจากสิ่งเดิม”: After the storm, this doorway is ____ the beach house.
ดูคำตอบ
what remains of
after they go through the ketchup treatment: หลังจากผ่านกระบวนการทำซอสมะเขือเทศ
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย after แสดงว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นหลังขั้นตอนการแปรรูป they หมายถึง tomato cells และ go through + กระบวนการหรือการจัดการ หมายถึงการผ่านขั้นตอนนั้น ในที่นี้ the ketchup treatment เป็นชื่อเรียกเชิงขบขันของกระบวนการที่เปลี่ยนมะเขือเทศเป็นซอสมะเขือเทศ treatment หมายถึงการแปรรูป ไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์ และถ้อยคำนี้ทำให้เซลล์ดูคล้ายบุคคลที่กำลังได้รับการดูแลแบบพิเศษเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ใช้กริยาวลีสองคำจากประโยคที่เน้นไว้เพื่อสื่อว่า “ผ่านกระบวนการ”: Every application must ____ a review process before approval.
ดูคำตอบ
go through
the tomato particles are evenly and randomly distributed.
2:08อนุภาคมะเขือเทศจะกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอและสุ่มๆ
just sitting around: ถูกปล่อยไว้โดยไม่ได้ใช้งานหรือรบกวน
ในประโยคนี้ just sitting around หมายถึงซอสมะเขือเทศถูกปล่อยไว้นิ่ง ๆ โดยไม่มีการกระทำที่เห็นได้ชัดกับมัน ไม่ได้หมายความว่าอนุภาคมะเขือเทศนั่งอยู่รอบสิ่งใดจริง ๆ เมื่อใช้กับสิ่งของหรือวัสดุ sit around เป็นภาษาพูดที่บอกว่าสิ่งนั้นถูกวางทิ้งไว้ ไม่ได้ใช้งาน หรือไม่มีใครแตะต้อง ส่วน just เน้นว่าในขณะนั้นมีเพียงสภาพนี้เท่านั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The old printer has been sitting around for months,” คำว่า “sitting around” หมายถึงอะไร?
- มันเริ่มทำงานเร็วขึ้น
- มันถูกจัดวางเป็นวงกลม
- มันถูกทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งานหรือไม่ทำงาน
ดูคำตอบ
มันถูกทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งานหรือไม่ทำงาน
Now let's say you apply a weak force very quickly. ลำดับความ
2:11สมมติว่าตอนนี้คุณออกแรงเบาๆ อย่างรวดเร็ว
let's say you apply a weak force: ตั้งสถานการณ์สมมติ
Let's say you apply a weak force เป็นการขอให้ผู้ฟังลองจินตนาการถึงเงื่อนไขนี้ชั่วคราว ในที่นี้ let's say หมายถึง “สมมติว่า” หรือ “ลองนึกภาพว่า” ไม่ใช่การชวนให้พูด ส่วนอนุประโยค you apply a weak force ระบุเงื่อนไขที่กำลังสมมติ กรอบประโยคนี้จัดลำดับคำอธิบายโดยตั้งสถานการณ์ขึ้นมาก่อน เพื่อให้ผู้พูดอธิบายหรือให้เหตุผลต่อได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คำว่า you หมายถึงผู้ฟังในจินตนาการโดยทั่วไป ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมกรอบประโยคเป้าหมายสองคำที่ขึ้นต้นด้วย “Let's” และหมายถึง “สมมติว่า”: ____ the battery lasts only one hour. What should we change?
ดูคำตอบ
Let's say
can't get out of each other's way: ไม่สามารถหลบทางให้กันได้
get out of someone's way หมายถึงขยับหรือเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อไม่ขวางทางคนนั้น เมื่อใช้ each other's การกระทำจะเป็นไปทั้งสองฝ่าย คือแต่ละอนุภาคต้องไม่ขวางอนุภาคอื่น คำว่า can't ทำให้วลีนี้เป็นปฏิเสธ อนุภาคจึงยังเบียดกันและไม่สามารถเปิดพื้นที่ให้กันได้ สำนวนนี้ใช้ได้ทั้งกับการเคลื่อนที่จริงและกับการจัดงานเพื่อไม่ให้คนทำงานกีดขวางกัน
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The two crews changed their schedules to get out of each other's way." การเปลี่ยนตารางเวลาช่วยให้พวกเขาทำอะไรได้
- ลอกงานของอีกฝ่าย
- หยุดขวางกัน
- เคลื่อนที่เข้าหากัน
ดูคำตอบ
หยุดขวางกัน
That extra force is enough to squish the tomato particles, ไวยากรณ์
2:21แรงพิเศษนั้นมากพอที่จะบีบอัดอนุภาคมะเขือเทศ
is enough to squish: เพียงพอที่จะบีบให้แบน
be enough to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าสิ่งของ ปริมาณ หรือเงื่อนไขหนึ่งถึงระดับที่จำเป็นต่อการกระทำหรือผลลัพธ์แล้ว ในที่นี้แรงที่เพิ่มขึ้นถึงระดับที่จำเป็นต่อการบีบอนุภาคมะเขือเทศให้แบน ประธานบอกว่าอะไรเพียงพอ ส่วน to-infinitive บอกผลที่สิ่งนั้นทำให้เกิดขึ้นได้: that extra force + is enough + to squish
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be enough to ที่เน้นไว้ โดยใช้รูปปัจจุบันที่ถูกต้อง: One lantern ____ light the whole tent.
ดูคำตอบ
is enough to
get smushed into ...: ถูกบีบจนเปลี่ยนเป็นรูปทรงใหม่
get + กริยาช่อง 3 ใช้สร้างรูปถูกกระทำแบบภาษาพูดได้ ในที่นี้ they get smushed หมายถึงทรงกลมเป็นฝ่ายถูกกระทำ กล่าวคือแรงกดบีบให้มันแบนลง ไม่ใช่ว่าทรงกลมเป็นฝ่ายทำอะไรเอง into little ellipses บอกผลที่เกิดจากแรงกด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ get + กริยาช่อง 3 + into + ผลลัพธ์ ซึ่งใช้บอกว่าบางสิ่งถูกเปลี่ยนให้เป็นรูปทรงหรือสภาพใหม่ ส่วน smushed เป็นคำไม่เป็นทางการที่ให้ภาพชัดว่าบางสิ่งถูกบีบหรือกดจนเสียรูป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของโครงสร้างถูกกระทำด้วย get ที่เน้นไว้: Yesterday, under the heavy box, the soft ball ____ a flat oval.
ดูคำตอบ
got smushed into
And boom: ใช้เน้นว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
And boom เป็นลูกเล่นในภาษาพูดที่ชี้ไปยังผลลัพธ์ เมื่อเงื่อนไขก่อนหน้าเกิดขึ้นแล้ว ผลลัพธ์ก็ปรากฏอย่างฉับพลันและชัดเจน boom ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว และไม่ได้บอกว่าเกิดการระเบิดจริง ในฐานะคำบอกลำดับความคิด สำนวนนี้ช่วยจัดระเบียบคำอธิบายโดยทำให้จุดเปลี่ยนจากเหตุไปสู่ผลสังเกตได้ง่าย อีกทั้งยังเพิ่มความรวดเร็ว น้ำหนัก และความน่าตื่นเต้นเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
And boom ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้
- ใช้แนะนำศัพท์เฉพาะเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของอนุภาค
- ใช้รายงานว่าเกิดการระเบิดจริง
- ใช้บอกอย่างมีน้ำหนักว่าผลลัพธ์ปรากฏขึ้น ณ จุดนี้
ดูคำตอบ
ใช้บอกอย่างมีน้ำหนักว่าผลลัพธ์ปรากฏขึ้น ณ จุดนี้
have enough space for ... to ...: มีพื้นที่เพียงพอให้คนหรือสิ่งหนึ่งทำบางอย่าง
โครงสร้าง have enough space for + นามวลี + to + คำกริยา หมายความว่า พื้นที่ที่มีอยู่นั้นเพียงพอให้คนหรือสิ่งที่ระบุทำบางอย่างได้ ในประโยคนี้ one group of particles คือนามวลีที่อยู่หลัง for ส่วนข้อความที่เริ่มด้วย to บอกว่าสิ่งใดเกิดขึ้นได้เพราะมีพื้นที่เพิ่มขึ้น โครงสร้างที่กว้างกว่าคือ enough + คำนาม + for + ประธาน + to + คำกริยา ซึ่งเชื่อมเงื่อนไขที่เพียงพอเข้ากับคนหรือสิ่งที่สามารถลงมือทำได้เมื่อเงื่อนไขนั้นพร้อม
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายให้สมบูรณ์: The locker has enough space ____ the large box ____ fit.
ดูคำตอบ
for · to
Turns out ... we're not exactly sure: ปรับความคาดหวังแล้วลดระดับความมั่นใจ
Turns out เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะให้ข้อมูลใหม่หรือข้อสรุปที่อาจต่างจากสิ่งที่ผู้ฟังคาดไว้ โดยพาคำอธิบายจากความคาดหวังว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนไปสู่สิ่งที่พบจริง จากนั้น we're not exactly sure จะลดระดับความมั่นใจ เมื่อนำสองส่วนมารวมกัน ข้อมูลจะเรียงตามลำดับดังนี้: แก้ไขความคาดหวังก่อน แล้วจึงบอกขีดจำกัดของความรู้ในปัจจุบัน not exactly sure หมายถึงยังไม่มั่นใจอย่างเต็มที่ ไม่ได้แปลว่าไม่รู้อะไรเลยเสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอข้อมูลใหม่ที่คาดไม่ถึง พร้อมยอมรับความไม่แน่นอนอย่างระมัดระวังได้ดีที่สุด?
- We know absolutely nothing about the delay.
- Turns out, we're not exactly sure what caused the delay.
- We have always known exactly what caused the delay.
ดูคำตอบ
Turns out, we're not exactly sure what caused the delay.
leaving the soup they were dissolved in: อนุประโยค -ing ที่แสดงผลลัพธ์
leaving ... หลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นอนุประโยค -ing ที่บอกผลจากกระบวนการก่อนหน้า อนุภาคเคลื่อนไปตรงกลาง และผลก็คือทิ้งของเหลวรอบตัวไว้เบื้องหลัง ในที่นี้ leaving ไม่ได้หมายความว่าของเหลวนั้นออกไปเอง ใน the soup they were dissolved in คำว่า they หมายถึงอนุภาคมะเขือเทศ ส่วนนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ย่ออย่างเป็นธรรมชาติ โดยรูปเต็มคือ the soup that they were dissolved in และคำบุพบท in อยู่ท้ายอนุประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เครื่องหมายจุลภาค + leaving เพื่อแสดงผลลัพธ์ในแบบเดียวกัน
- Leaving the room, Maya waved goodbye.
- I heard that Leo was leaving after lunch.
- The ice melted, leaving a puddle on the floor.
ดูคำตอบ
The ice melted, leaving a puddle on the floor.
One possibility is that: เสนอสมมติฐานหนึ่ง
One possibility is that ใช้เสนอคำอธิบายหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันแล้ว คำว่า one บอกเป็นนัยว่าอาจมีคำอธิบายอื่นอีก กรอบประโยคนี้จัดข้อมูลที่ตามมาให้เป็นสมมติฐาน ช่วยแยกข้อเท็จจริงที่สังเกตได้ออกจากสาเหตุหรือกลไกที่ผู้พูดเสนอ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบภาษาที่เสนอเพียงคำอธิบายหนึ่งที่อาจเป็นไปได้: We do not know why the sensor failed. ____ dust blocked it.
ดูคำตอบ
One possibility is that
which remember is basically water: remember ที่ใช้เตือนผู้ฟัง
ตรงนี้ which เติมข้อมูลเกี่ยวกับ the soup ว่ามันก็คือน้ำเป็นหลัก ถ้อยคำแบบภาษาพูด which remember is basically water ควรเข้าใจเป็น which, remember, is basically water โดยมี remember แทรกอยู่ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย which remember พูดกับผู้ฟังโดยตรงเพื่อให้ย้อนนึกถึงข้อมูลที่บอกไว้แล้ว มันช่วยดึงข้อเท็จจริงนั้นกลับมาอยู่ในความสนใจก่อนอธิบายต่อ ไม่ได้หมายความว่า which หรือ water มีความทรงจำ
แบบฝึกหัด
remember ทำหน้าที่อะไรใน “which remember is basically water”?
- ขอให้ผู้ฟังท่องจำข้อเท็จจริงใหม่
- บอกว่าน้ำสามารถจดจำบางสิ่งได้
- เตือนผู้ฟังให้นึกถึงข้อมูลที่บอกไว้ก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ
เตือนผู้ฟังให้นึกถึงข้อมูลที่บอกไว้ก่อนหน้านี้
between the glass bottle and the center plug of ketchup,
2:53ระหว่างขวดแก้วกับแกนก้อนซอสมะเขือเทศตรงกลาง
That water serves as a lubricant: serve as + บทบาท
serve as + คำนาม หมายถึง “ทำหน้าที่หรือมีบทบาทตามที่คำนามนั้นระบุ” ในประโยคนี้ น้ำทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นระหว่างแก้วกับก้อนซอสมะเขือเทศตรงกลาง จึงช่วยให้ซอสมะเขือเทศเคลื่อนตัวได้ วลีนี้อธิบายว่าน้ำทำหน้าที่อะไรในสถานการณ์นี้ ไม่ได้หมายความว่าน้ำให้บริการแก่บุคคล เนื่องจาก water เป็นคำนามนับไม่ได้ที่ใช้เป็นเอกพจน์ในที่นี้ กริยาจึงเป็น serves
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ serve as เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The red light ____ a warning when the door is open.
ดูคำตอบ
serves as
slowly rearrange themselves into lots of small groups: ค่อย ๆ จัดเรียงตัวเองใหม่เป็นกลุ่มเล็ก ๆ จำนวนมาก
slowly rearrange themselves into lots of small groups บรรยายการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในการจัดวางอนุภาค คำสรรพนามสะท้อนกลับ themselves อ้างกลับไปที่ particles กล่าวคือ อนุภาคเป็นสิ่งที่ตำแหน่งเปลี่ยนไปด้วย จึงไม่ได้ระบุผู้จัดเรียงอีกคนหนึ่ง สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าอนุภาคคิดหรือเลือกเองได้ into นำหน้าผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็คือ lots of small groups ส่วน slowly บอกความเร็ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ subject + rearrange itself/themselves into + new arrangement
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ rearrange themselves into: As the liquid cooled, the molecules ____ a regular pattern.
ดูคำตอบ
rearranged themselves into
how ketchup and its merry friends work.
3:08ว่าซอสมะเขือเทศและเพื่อนพ้องที่ร่าเริงของมันทำงานอย่างไร
Scientists who study fluid flows: ใช้ who ระบุกลุ่มนักวิทยาศาสตร์
who study fluid flows เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบจำกัดความที่ขยาย Scientists โดยบอกว่าประโยคหมายถึงนักวิทยาศาสตร์กลุ่มใด คือผู้ที่ศึกษาการไหลของของไหล who อ้างกลับไปยังคำนามที่เป็นคน Scientists และทำหน้าที่เป็นประธานของ study รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ plural people noun + who + base-form verb + details เช่น engineers who design bridges จากนั้นนามวลีทั้งหมดสามารถเป็นประธานของประโยคหลักได้ ในประโยคจากคำบรรยาย กริยาหลักคือ are
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ who นำหน้าอนุประโยคซึ่งระบุกลุ่มผู้เชี่ยวชาญได้อย่างถูกต้อง
- Engineers who designing bridges must consider strong winds.
- Engineers which design bridges must consider strong winds.
- Engineers who design bridges must consider strong winds.
ดูคำตอบ
Engineers who design bridges must consider strong winds.
are still actively researching: การวิจัยที่ยังดำเนินอยู่อย่างจริงจัง
วลีกริยา are researching อยู่ในรูป present progressive จึงบอกว่าการวิจัยกำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้ still เชื่อมกิจกรรมนี้กับช่วงเวลาก่อนหน้าและบอกว่ายังไม่จบ ส่วน actively เน้นว่านักวิทยาศาสตร์ยังคงทุ่มเททำงานกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง เมื่อรวมกัน วลีนี้นำเสนอว่าคำถามดังกล่าวยังเป็นหัวข้อวิจัยที่มีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และยังบอกเป็นนัยว่าคำตอบที่สมบูรณ์ยังไม่ได้ข้อสรุป
แบบฝึกหัด
are still actively researching เน้นความหมายใดในประโยคนี้
- นักวิทยาศาสตร์นึกถึงเรื่องนี้เป็นครั้งคราวเท่านั้น
- งานวิจัยเสร็จสิ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว
- งานยังคงดำเนินอยู่ในตอนนี้ และนักวิจัยกำลังทุ่มเทอย่างจริงจัง
ดูคำตอบ
งานยังคงดำเนินอยู่ในตอนนี้ และนักวิจัยกำลังทุ่มเทอย่างจริงจัง
Ketchup basically gets thinner the harder you push,
3:11โดยพื้นฐานแล้วซอสมะเขือเทศจะเหลวขึ้นยิ่งคุณออกแรงมาก
Oobleck: ส่วนผสมแบบนอนนิวตันที่ตอบสนองต่อแรง
Oobleck (อูเบล็ก) คือส่วนผสมของแป้งข้าวโพดกับน้ำที่มักใช้สาธิตของไหลแบบนอนนิวตัน เมื่อจับอย่างเบามือ ส่วนผสมนี้จะไหลได้ แต่เมื่อออกแรงอย่างรวดเร็ว มันจะต้านการเคลื่อนที่และให้ความรู้สึกเหมือนของแข็งมากขึ้น ข้อมูลนี้อธิบายว่าทำไม Oobleck จึงปรากฏในประโยค เพราะมันเป็นตัวอย่างของสารที่อาจมีแรงต้านเพิ่มขึ้นเมื่อถูกดันแรงขึ้น
แบบฝึกหัด
ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ Oobleck คืออะไร
- ส่วนผสมของแป้งข้าวโพดกับน้ำที่ต้านแรงกระทันหันได้
- เครื่องมือสำหรับวัดความเร็วในการไหลของของเหลว
- ยี่ห้อซอสมะเขือเทศที่ทำขึ้นสำหรับห้องเรียนวิทยาศาสตร์
ดูคำตอบ
ส่วนผสมของแป้งข้าวโพดกับน้ำที่ต้านแรงกระทันหันได้
climb up rotating rods: การเคลื่อนขึ้นด้านบนของสิ่งไม่มีชีวิต
climb up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนหรือสัตว์ที่ใช้มือหรือเท้าปีนขึ้นไป ประธาน Others หมายถึงสารชนิดอื่น และวลีนี้หมายความว่าสารเหล่านั้นเคลื่อนขึ้นไปตามแท่งในขณะที่แท่งกำลังหมุน การใช้ climb ทำให้เห็นภาพการเคลื่อนที่ที่ผิดปกตินี้ได้ง่าย เมื่อประธานเป็นสิ่งไม่มีชีวิต climb สามารถบรรยายการเคลื่อนขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปหรืออย่างน่าประหลาดใจได้ โดยไม่ได้หมายถึงการปีนตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Others can climb up rotating rods หมายความว่าอย่างไร
- แท่งลอยขึ้นจากสารได้เอง
- สารเคลื่อนขึ้นไปตามแท่งที่กำลังหมุน
- คนปีนแท่งในขณะที่แท่งกำลังหมุน
ดูคำตอบ
สารเคลื่อนขึ้นไปตามแท่งที่กำลังหมุน
continue to pour themselves out of a beeker: โครงสร้างสะท้อนกลับและการทำให้เหมือนมีชีวิต
ในโครงสร้างสะท้อนกลับนี้ themselves ย้อนกลับไปหา Others ซึ่งเป็นประธานพหูพจน์ ถ้อยคำนี้นำเสนอให้สารเป็นทั้งผู้ทำกริยาและสิ่งที่ออกจากภาชนะ นี่เป็นการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตดูเหมือนมีชีวิตเพียงเล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่าสารมีเจตนา ความหมายจริงคือ เมื่อกระบวนการเริ่มขึ้นแล้ว สารจะไหลออกต่อไปโดยไม่ต้องมีคนคอยเทซ้ำ ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสรรพนามสะท้อนกลับที่ย้อนกลับไปหา these liquids: Once the flow begins, these liquids continue to pour ____ out of the container.
ดูคำตอบ
themselves
once you get them started: เริ่มกระบวนการที่ดำเนินต่อไป
once ในที่นี้หมายถึง “ทันทีที่เงื่อนไขเป็นจริง” ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” once you get them started หมายความว่า เมื่อคุณทำให้สารเหล่านี้เริ่มไหลแล้ว สารก็จะไหลออกมาต่อไป โครงสร้าง get + กรรม + started หมายถึง “ทำให้คน สิ่งของ หรือกระบวนการเริ่มต้น” โดยเน้นแรงกระตุ้นจากภายนอกที่ทำให้กิจกรรมเริ่มและดำเนินต่อไปได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ once และโครงสร้าง get + object + started: The toy cars may stick at first, but ____, they keep moving.
ดูคำตอบ
once you get them started
ketchup is one of the more complicated mixtures out there. วลี
3:27ซอสมะเขือเทศเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่มีอยู่
From a physics perspective: การกำหนดมุมมองในการวิเคราะห์
วลีเปิดนี้บอกผู้ฟังว่าควรใช้มุมมองใดในการทำความเข้าใจข้อความ โดยจัดข้อมูลด้วยการระบุมุมมองก่อนแล้วจึงให้ข้อประเมิน ในที่นี้ complicated หมายถึงซอสมะเขือเทศมีความซับซ้อนในฐานะสารผสมทางกายภาพ ไม่ได้หมายความว่ารสชาติ ราคา หรือทุกด้านมีความซับซ้อนด้วย กรอบ From a/an + สาขาหรือประเด็นที่สนใจ + perspective ใช้เริ่มการวิเคราะห์จากมุมนั้น เมื่อเปลี่ยนมุมมอง หัวข้อเดียวกันก็อาจได้รับการประเมินต่างออกไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้มุมมองด้านความปลอดภัยและกรอบ From a/an ... perspective: ____, the helmet needs a stronger strap.
ดูคำตอบ
From a safety perspective
one of the more ... out there: หนึ่งในสิ่งที่ค่อนข้างซับซ้อนเมื่อเทียบกับสิ่งที่มีอยู่
One of the more complicated mixtures หมายความว่าซอสมะเขือเทศอยู่ในกลุ่มที่ค่อนข้างซับซ้อนภายในหมวดสารผสมที่กว้างกว่า โครงสร้างคือ one of + the + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + คำนามพหูพจน์ เป็นการเปรียบเทียบที่ค่อนข้างชัด แต่ไม่ได้อ้างว่าซอสมะเขือเทศอยู่ในกลุ่มที่มีความซับซ้อนสูงสุดอย่างเด็ดขาด Out there ในที่นี้เป็นภาษาพูด หมายถึง “ในบรรดาตัวอย่างที่มีอยู่หรือที่นำมาพิจารณาได้” โดยขยายขอบเขตการเปรียบเทียบไปยังสารผสมโดยทั่วไป ไม่ได้หมายถึงอยู่กลางแจ้งจริง ๆ
แบบฝึกหัด
"one of the more complicated mixtures out there" ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
- อยู่ในกลุ่มสารผสมที่มีความซับซ้อนสูงสุดอย่างเด็ดขาด
- เป็นหนึ่งในสารผสมที่ค่อนข้างซับซ้อนเมื่อเทียบกับสารผสมที่มีอยู่
- เป็นสารผสมที่อยู่กลางแจ้ง
ดูคำตอบ
เป็นหนึ่งในสารผสมที่ค่อนข้างซับซ้อนเมื่อเทียบกับสารผสมที่มีอยู่
as if that weren't enough: เพิ่มข้อเท็จจริงที่โดดเด่นอีกหนึ่งอย่าง
As if that weren't enough เป็นวลีเชื่อมที่มองว่าข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้โดดเด่น เป็นปัญหา หรือน่าประทับใจอยู่แล้ว แล้วจึงเพิ่มข้อเท็จจริงอีกอย่างเพื่อทำให้ผลนั้นแรงขึ้น ในบริบทเชิงลบ มักหมายถึง “ที่แย่ไปกว่านั้น” ส่วนความหมายทั่วไปคือ “และยังมีมากกว่านี้อีก” Weren't บรรยายสถานการณ์สมมุติว่า “ยังไม่พอ” ไม่ใช่คำถามตรงตัวเกี่ยวกับปริมาณ เนื่องจากข้อความนี้ลงท้ายด้วยเครื่องหมายจุลภาค จึงต้องมีข้อมูลใหม่ตามหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่ใช้เพิ่มปัญหาอีกหนึ่งอย่าง: The bus was late. ____, it started to rain.
ดูคำตอบ
As if that weren't enough
the balance of ingredients: สัดส่วนเชิงเปรียบเทียบของส่วนผสม
ในวลีนี้ balance หมายถึงสัดส่วนเชิงเปรียบเทียบและวิธีที่ส่วนผสมต่าง ๆ ทำงานร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์ชั่งน้ำหนัก วลีนี้เน้นความสัมพันธ์ระหว่างส่วนผสม มากกว่าส่วนผสมชนิดใดชนิดหนึ่ง รูปแบบ balance of X สามารถใช้บอกว่าส่วนต่าง ๆ ประกอบกันเป็นองค์รวมอย่างไร การเปลี่ยนสัดส่วนของส่วนหนึ่งอาจทำให้สมดุลเปลี่ยน แม้จะยังใช้ส่วนผสมชุดเดิม
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายสูตรอาหาร “the balance of ingredients” เน้นสิ่งใด?
- ใช้เครื่องมือใดชั่งส่วนผสม
- ส่วนผสมชนิดใดที่เหลืออยู่
- สัดส่วนของส่วนผสมและวิธีที่ส่วนผสมทำงานร่วมกัน
ดูคำตอบ
สัดส่วนของส่วนผสมและวิธีที่ส่วนผสมทำงานร่วมกัน
and the presence of natural thickeners: การบอกว่ามีบางสิ่งอย่างเป็นทางการ
วลีหลัก the presence of natural thickeners เป็นนามวลีที่หมายความว่ามีสารเพิ่มความข้นตามธรรมชาติอยู่จริง Presence เปลี่ยนความคิดว่า “มีสารเพิ่มความข้นตามธรรมชาติ” ให้เป็นสิ่งที่สามารถระบุเป็นปัจจัยหรือเงื่อนไขได้ คำว่า and ที่อยู่ต้นวลีเชื่อมปัจจัยนี้กับปัจจัยก่อนหน้าในรายการเดียวกัน การใช้รูปแบบที่เน้นคำนามเช่นนี้ช่วยให้คำอธิบายแบบเป็นทางการจัดเรียงสาเหตุหรือเงื่อนไขหลายอย่างได้อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแบบเป็นทางการโดยใช้รูปแบบ the presence of X: ____ bacteria in the sample may affect the result.
ดูคำตอบ
The presence of
which is also found in many fruit drinks and milkshakes,
3:35ซึ่งพบได้ในเครื่องดื่มผลไม้และมิลค์เชคหลายชนิด
xanthan gum: สารเพิ่มความข้นและสารทำให้คงตัวในอาหาร
xanthan gum หรือแซนแทนกัม คือชื่อวัตถุดิบอาหารที่ใช้เป็นหลักเพื่อเพิ่มความข้นและช่วยให้ส่วนผสมคงตัว สามารถทำให้ของเหลวข้นขึ้นและช่วยให้ส่วนประกอบต่าง ๆ กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลนี้อธิบายว่าทำไมวัตถุดิบชนิดเดียวกันจึงอาจอยู่ในเครื่องดื่มผลไม้ มิลค์เชก และซอส เพราะมันเปลี่ยนเนื้อสัมผัสและการไหลของอาหารเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
xanthan gum ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- วัตถุดิบอาหารที่ใช้เพิ่มความข้นและทำให้ส่วนผสมคงตัว
- ผลไม้ชนิดหนึ่งที่ใช้ในเครื่องดื่ม
- สารให้ความหวานที่ใช้เฉพาะในมิลค์เชก
ดูคำตอบ
วัตถุดิบอาหารที่ใช้เพิ่มความข้นและทำให้ส่วนผสมคงตัว
can mean that: แสดงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น
can mean that เชื่อมเงื่อนไขหรือข้อเท็จจริงที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับความหมายหรือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่าสิ่งใดอาจตามมา ในที่นี้คือซอสมะเขือเทศสองชนิดอาจมีพฤติกรรมแตกต่างกันมาก กริยาช่วย can ทำให้คำกล่าวระมัดระวังขึ้น โดยบอกว่าผลลัพธ์นั้นเป็นไปได้ภายใต้บางเงื่อนไข ไม่ได้บอกว่าจะเกิดขึ้นทุกครั้ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าผลลัพธ์อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
- A loose connection can mean that the screen flickers.
- A loose connection means that the screen always flickers.
- A loose connection cannot mean that the screen flickers.
ดูคำตอบ
A loose connection can mean that the screen flickers.
But most will show two telltale properties: การใช้คำ
3:41แต่ส่วนใหญ่จะแสดงคุณสมบัติที่ชัดเจนสองอย่าง:
คุณสมบัติสองอย่างที่เป็นเบาะแสชัดเจน
ในประโยคนี้ telltale หมายถึง “ที่เผยให้เห็นบางอย่าง” หรือ “ที่สังเกตได้ง่ายว่าเป็นหลักฐาน” two telltale properties จึงหมายถึงคุณสมบัติสองอย่างที่ช่วยระบุว่ากำลังกล่าวถึงพฤติกรรมหรือวัสดุแบบใด เครื่องหมายทวิภาคบอกว่าคุณสมบัติทั้งสองอย่างจะถูกระบุต่อจากนี้ telltale ไม่ได้หมายความว่าคุณสมบัติเหล่านั้นเล่าเรื่องได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ telltale เพิ่มความหมายใดให้กับ properties
- คุณสมบัติเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่กำลังเล่า
- คุณสมบัติเหล่านั้นเป็นเบาะแสที่ช่วยระบุพฤติกรรมได้
- คุณสมบัติเหล่านั้นถูกซ่อนไว้และสังเกตไม่ได้
ดูคำตอบ
คุณสมบัติเหล่านั้นเป็นเบาะแสที่ช่วยระบุพฤติกรรมได้
การเหลวลงอย่างฉับพลันเมื่อแรงถึงค่าขีดเริ่ม
นามวลีแบบกระชับนี้ใช้เรียกคุณสมบัติหนึ่งอย่าง sudden thinning หมายถึงวัสดุข้นน้อยลงอย่างรวดเร็วและไหลได้ง่ายขึ้น at a threshold force ระบุเงื่อนไขที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อแรงที่ใช้ถึงระดับวิกฤต ในที่นี้ at หมายถึงการถึงค่าหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงสถานที่
แบบฝึกหัด
“sudden thinning at a threshold force” อธิบายคุณสมบัติใด
- วัสดุค่อย ๆ ข้นขึ้นทุกครั้งที่เอาแรงทั้งหมดออก
- วัสดุเปลี่ยนแปลงเพียงเพราะไปถึงสถานที่แห่งหนึ่ง
- วัสดุไหลได้ง่ายขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อแรงที่ใช้ถึงระดับวิกฤต
ดูคำตอบ
วัสดุไหลได้ง่ายขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อแรงที่ใช้ถึงระดับวิกฤต
more gradual thinning after a small force is applied for a long time
ในที่นี้ thinning หมายถึงความหนืดลดลง วัสดุจึงไหลได้ง่ายขึ้น ไม่ได้หมายความว่ารูปร่างของมันบางลงจริง ๆ ส่วน more gradual แสดงว่ากระบวนการนี้ช้ากว่าและไม่ฉับพลันเท่ากับสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบไว้แล้ว after a small force is applied for a long time บอกเงื่อนไขและช่วงเวลา is applied เป็นรูปประโยคแบบถูกกระทำ จึงเน้นแรงที่วัสดุได้รับ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ให้แรง ส่วน for a long time บอกว่าแรงเล็กน้อยนั้นเกิดต่อเนื่องเป็นเวลานานก่อนที่ความหนืดจะค่อย ๆ ลดลง and ที่ต้นข้อความทำหน้าที่เพิ่มคุณสมบัตินี้ต่อจากคุณสมบัติอีกอย่างในคำอธิบายเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายข้อความเชิงวิทยาศาสตร์ที่เน้นไว้ได้ถูกต้อง?
- มีการใช้แรงเล็กน้อยเพียงชั่วครู่ และความหนืดต้องลดลงทั้งหมดในทันที
- ไม่มีการใช้แรงใด ๆ และวัสดุมีความหนาทางกายภาพเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
- มีการใช้แรงเล็กน้อยเป็นเวลานาน แล้วความหนืดจึงค่อย ๆ ลดลงหลังจากนั้น
ดูคำตอบ
มีการใช้แรงเล็กน้อยเป็นเวลานาน แล้วความหนืดจึงค่อย ๆ ลดลงหลังจากนั้น
that means you could get: จากคำอธิบายไปสู่ความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ
That ย้อนกลับไปอ้างถึงคำอธิบายที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน means แสดงการอนุมาน คือผู้พูดกำลังจะบอกว่าข้อเท็จจริงเหล่านั้นนำไปสู่อะไร วลีนี้พาผู้ฟังจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ไปสู่ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ได้จริง You could get... แนะนำวิธีที่สามารถทำได้จากผลลัพธ์นั้น ในที่นี้ could แสดงความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ไม่ใช่ความสามารถในอดีตหรือคำสั่ง ส่วน you หมายถึงคนทั่วไปที่อยู่ในสถานการณ์นั้น
แบบฝึกหัด
that means you could get... ทำหน้าที่เชิงข้อความอย่างไรในที่นี้?
- แก้คำอธิบายก่อนหน้าโดยบอกว่าคำอธิบายนั้นผิด
- เปลี่ยนคำอธิบายก่อนหน้าให้เป็นความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ
- เริ่มให้คำจำกัดความที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำอธิบายก่อนหน้า
ดูคำตอบ
เปลี่ยนคำอธิบายก่อนหน้าให้เป็นความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ
get ketchup out of the bottle: การใช้ get ... out of ...
โครงสร้าง get + object + out of + place หมายถึงการทำให้หรือพยายามจนสามารถย้ายสิ่งของจากข้างในสถานที่หนึ่งออกมาข้างนอกได้ ในประโยคนี้ get บอกผลลัพธ์ว่าซอสมะเขือเทศออกมาจากขวด ไม่ได้หมายถึงการได้รับ นี่เป็นสำนวนที่ใช้กันทั่วไปในภาษาพูดเพื่ออธิบายการกระทำในชีวิตประจำวัน เมื่อวิธีที่ใช้จริง เช่น การเขย่า บีบ หรือดึง ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง get + object + out of + place ให้สมบูรณ์: I can't get the coin ____ the jar.
ดูคำตอบ
out of
languid shakes: การเขย่าที่ช้า ผ่อนคลาย และไม่รีบร้อน
ใน languid shakes คำว่า languid บอกว่าการเขย่านั้นช้า ผ่อนคลาย และไม่รีบ โดยแทบไม่มีความรู้สึกว่ามีแรงเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน คำนี้เพิ่มภาพลักษณะการเคลื่อนไหวให้กับ long และ slow ไม่ได้หมายถึงการกระทำอีกแบบหนึ่ง ในที่นี้ คำดังกล่าวทำให้การเคลื่อนไหวที่ยืดยาวแตกต่างจากการเขย่าสั้น ๆ อย่างฉับไว คำนี้อธิบายว่าการเขย่าดูและให้ความรู้สึกอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าหยุดออกแรงทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ languid เพิ่มความหมายอะไรให้กับ shakes?
- บอกว่าการเขย่าหยุดออกแรงโดยสิ้นเชิง
- ทำให้การเขย่าดูช้า ผ่อนคลาย และไม่รีบร้อน
- บอกว่าการเขย่าสั้น ฉับพลัน และกระชับ
ดูคำตอบ
ทำให้การเขย่าดูช้า ผ่อนคลาย และไม่รีบร้อน
making sure ...: การเพิ่มเงื่อนไขที่ต้องทำให้ได้
Making sure you don't ever stop applying force เป็นอนุประโยค -ing ที่ต่อจากคำสั่งก่อนหน้า โดยบอกว่าเงื่อนไขใดต้องเป็นจริงอยู่ตลอดขณะทำการกระทำนั้น ซึ่งก็คือต้องออกแรงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ever ช่วยเน้น don't จึงหมายความว่าห้ามมีช่วงที่หยุดเลย ในคำแนะนำ รูปแบบจุลภาค + making sure + อนุประโยค มักเพิ่มสิ่งที่ต้องตรวจสอบหรือเงื่อนไขให้กับขั้นตอนหลัก ประธานที่เข้าใจได้คือคนเดียวกับผู้ทำการกระทำหลัก ดังนั้นสองส่วนจึงเกิดขึ้นพร้อมกัน
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยรูป -ing ของ make sure: Hold the ladder firmly, ____ it does not slip.
ดูคำตอบ
making sure
either ... or ... สำหรับวิธีที่เป็นทางเลือกสองวิธี
either ใช้เริ่มตัวเลือกแรกจากสองตัวเลือก และ or ใช้เริ่มตัวเลือกที่สอง เป็นโครงสร้าง either A or B ในที่นี้ A คือการเขย่าช้า ๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่วน B คือการตีแรงมากเพียงครั้งเดียว โครงสร้างนี้เสนอวิธีที่เป็นไปได้สองวิธี ไม่ได้หมายความว่าต้องทำทั้งสองอย่าง ในประโยคยาว ให้ใช้ either และ or เป็นจุดสังเกต เนื้อหาหลัง either จนถึงก่อน or เป็นตัวเลือกแรก ส่วนเนื้อหาหลัง or เป็นตัวเลือกที่สอง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคู่ที่หมายถึงหนึ่งในสองทางเลือกให้สมบูรณ์: You can ____ take the stairs ____ use the elevator.
ดูคำตอบ
either · or
What the real pros do is ...: เน้นการกระทำสำคัญ
What the real pros do is ... เป็นโครงสร้างที่ใช้เน้นการกระทำ โดยอนุประโยค what คือ What the real pros do ทำหน้าที่เป็นประธานและหมายถึง “สิ่งที่มืออาชีพตัวจริงทำ” จากนั้น is จะนำเข้าสู่การกระทำที่ต้องการเน้น คือ keep the lid on การวางการกระทำไว้หลัง is ทำให้ฟังเหมือนกำลังจะเปิดเผยวิธีสำคัญหรือวิธีของผู้เชี่ยวชาญ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ What + ประธาน + do/does + is + วลีกริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเน้น What + ประธาน + do/does + is + การกระทำ ให้สมบูรณ์: What skilled photographers ____ check the light first.
ดูคำตอบ
do is
few short, sharp shakes: การเคลื่อนไหวสั้น ๆ และมีแรงไม่กี่ครั้ง
ใน a few short, sharp shakes คำว่า a few บอกว่ามีจำนวนไม่มาก short บอกว่าแต่ละการเคลื่อนไหวกินเวลาเพียงครู่เดียว และ sharp บอกว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่เร็ว แรง และฉับไว ไม่ใช่แบบนุ่มนวล ส่วน shakes เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงการเขย่าแต่ละครั้ง โครงสร้าง give something a few ... shakes นำเสนอการกระทำเป็นการเขย่าหลายครั้งที่แยกจากกัน ทำให้เห็นภาพการกระตุกเร็ว ๆ เพียงไม่กี่ครั้ง ไม่ใช่การเคลื่อนไหวยาว ๆ แบบผ่อนคลายครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
a few short, sharp shakes บรรยายการเคลื่อนไหวแบบใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- การเคลื่อนไหวช้าและนุ่มนวลต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน
- การเคลื่อนไหวต่อเนื่องครั้งเดียวโดยไม่มีแรงกระตุก
- การเคลื่อนไหวสั้น ๆ และมีแรงจำนวนไม่กี่ครั้ง
ดูคำตอบ
การเคลื่อนไหวสั้น ๆ และมีแรงจำนวนไม่กี่ครั้ง
to wake up all those tomato particles: การทำให้สิ่งไม่มีชีวิตเหมือนคนอย่างเห็นภาพ
ใน to wake up all those tomato particles รูป infinitive to wake up อธิบายจุดประสงค์ของการเขย่าสั้น ๆ และแรง ๆ อนุภาคมะเขือเทศไม่สามารถตื่นขึ้นจริง ๆ ได้ วลีนี้จึงทำให้อนุภาคมีลักษณะเหมือนคน การเขย่าทำให้อนุภาคที่ตกตะกอนหรือเกาะกลุ่มกลับมาเคลื่อนที่และคลายตัว โดยทั่วไป wake up สามารถนำไปใช้กับสิ่งไม่มีชีวิตได้เมื่อการกระทำบางอย่างทำให้สิ่งนั้นทำงานขึ้นมา หรือทำให้ผลของมันเด่นชัดขึ้น ภาพเปรียบเทียบนี้มีชีวิตชีวาและเข้าใจง่าย แต่ไม่ใช่คำอธิบายกระบวนการทางกายภาพอย่างแม่นยำ
แบบฝึกหัด
จริงหรือเท็จ: ใน to wake up all those tomato particles คำว่า wake up หมายความว่าอนุภาคเหล่านั้นหลับอยู่จริง ๆ
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
keep the lid on ... take the lid off: รักษาและเปลี่ยนสถานะ
Keep the lid on หมายถึงปล่อยให้ฝายังคงปิดและอยู่ในตำแหน่งเดิม keep แสดงว่าสถานะ on ยังคงต่อเนื่อง ส่วน Take the lid off หมายถึงเอาฝาออก ทำให้สถานะเปลี่ยนจาก on เป็น off เมื่อใช้สองวลีนี้ร่วมกัน จะเป็นคำสั่งที่มีลำดับ คือให้ฝาปิดอยู่ระหว่างทำสิ่งหนึ่ง แล้วจึงเอาออก รูปแบบนี้ใช้กับเสื้อผ้าและอุปกรณ์ได้เช่นกัน: keep it on แล้วจึง take it off
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งโดยใช้ on ก่อน แล้วจึงใช้ off: Keep your helmet ____ while you ride, and take it ____ after you stop.
ดูคำตอบ
on · off
do a nice controlled pour: ใช้ pour เป็นคำนามบอกการกระทำ
ในที่นี้ pour เป็นคำนามนับได้ หมายถึง “การเทหนึ่งครั้ง” รูปแบบ do a ... pour มองการเคลื่อนไหวนี้เป็นการกระทำหนึ่งครั้งที่สามารถบรรยายลักษณะได้ โดย a controlled pour คือการเทอย่างมั่นคงและตั้งใจ เพื่อให้ของเหลวไหลออกด้วยความเร็วตามที่ต้องการ nice เพิ่มน้ำเสียงเชิงชื่นชมและเป็นกันเอง หมายความว่าควรเทได้อย่างราบรื่นและได้ผลดี ไม่ได้หมายความว่าการเทนั้น “ใจดี” ในคำอธิบายขั้นตอนแบบพูด สามารถใช้ do + คำนามบอกการกระทำเพื่อตั้งชื่อการเคลื่อนไหวเฉพาะหนึ่งอย่างได้
แบบฝึกหัด
เติมคำนามที่หมายถึง “การเทหนึ่งครั้ง” ให้สมบูรณ์: For a neat finish, do a slow, controlled ____ into the glass.
ดูคำตอบ
pour
heavenly fries: ใช้ภาพพจน์ heaven ซ้ำเพื่อปิดท้ายเนื้อหา
heavenly ใช้บรรยายว่าเฟรนช์ฟรายส์อร่อยหรือชวนเพลิดเพลินอย่างยิ่ง เป็นคำชมอย่างกระตือรือร้น ไม่ใช่ข้อความตามตัวอักษรเกี่ยวกับสวรรค์ สิ่งที่สำคัญกว่าในที่นี้คือ heavenly นำภาพพจน์ heaven ที่ใช้ใกล้ช่วงเปิดเรื่องกลับมาอีกครั้ง การนำภาพนี้กลับมาในวลีสุดท้ายเชื่อมตอนจบเข้ากับตอนต้น และทำให้คำอธิบายจบลงอย่างเบาสบายและสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
heavenly fries มีผลหลักอย่างไรในตอนจบนี้
- เป็นการนำเสนอหัวข้อทางศาสนาที่ไม่เกี่ยวข้อง
- เป็นการบอกตำแหน่งจริงของเฟรนช์ฟรายส์
- เป็นการชมเฟรนช์ฟรายส์และสะท้อนภาพพจน์ heaven ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ทำให้ตอนจบรู้สึกสมบูรณ์
ดูคำตอบ
เป็นการชมเฟรนช์ฟรายส์และสะท้อนภาพพจน์ heaven ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ทำให้ตอนจบรู้สึกสมบูรณ์