คอลเซ็นเตอร์: คุณกำลังคุยกับ AI อยู่หรือเปล่า? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
858 คำ 155 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้สำรวจว่าการติดตามประเมินผลและระบบอัตโนมัติด้วย AI กำลังเปลี่ยนงานคอลเซ็นเตอร์อย่างไร โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์และอินเดีย พร้อมเปรียบเทียบความเสี่ยงที่แรงงานจะถูกแทนที่กับความเห็นอกเห็นใจที่พนักงานมนุษย์ใช้เมื่อต้องรับมือบทสนทนาที่ยากกับลูกค้า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the impact of AI on jobs — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: เรียนรู้โครงสร้างที่ประยุกต์ใช้ได้กว้างอย่าง “the impact of X on Y” เพื่ออธิบายอย่างชัดเจนว่าเทคโนโลยี นโยบาย หรือความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจส่งผลต่อการจ้างงานและชีวิตประจำวันอย่างไร ทั้งในการสนทนาและงานเขียนที่เป็นทางการ 2. If that wasn't stressful enough, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตวิธีที่ผู้พูดเพิ่มปัญหาอีกอย่างซึ่งเลวร้ายกว่าเดิม หลังจากกล่าวถึงความยากลำบากแรกไปแล้ว ใช้เป็นคำเชื่อมเพื่อเรียบเรียงเหตุการณ์ให้เห็นว่าปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น แทนการลิสต์ข้อร้องเรียนที่ไม่ต่อเนื่องกัน 3. put itself in someone else's place — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นการจินตนาการถึงสถานการณ์และความรู้สึกของผู้อื่น ไม่ใช่การเข้าไปอยู่แทนที่จริง ๆ และปรับคำสรรพนามตามประธานเพื่ออธิบายว่าเหตุใดคนหรือระบบ AI จึงสามารถหรือไม่สามารถตอบสนองด้วยความเห็นอกเห็นใจได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

Six Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.

0:08

สวัสดี นี่คือรายการ Six Minute English จาก BBC Learning English

I'm Phil.

0:11

ผม Phil

And I'm Pippa.

0:12

และฉัน Pippa

Have you ever phoned up a company and had your call held in a queue? โน้ต

0:14

คุณเคยโทรหาบริษัทแล้วต้องถือสายรอในคิวบ้างไหม?

กริยาวลี

phone up: โทรหาบุคคลหรือองค์กร

Phoned up เป็นรูปอดีตของกริยาวลี phone up ซึ่งหมายถึง “โทรหา” ในประโยคนี้ ผู้พูดโทรหาบริษัทแห่งหนึ่ง คำว่า up ในที่นี้ไม่ได้แสดงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน ให้เรียนรู้ phone up + บุคคลหรือองค์กรเป็นรูปแบบกริยาชุดเดียว ซึ่งนำไปใช้กับการโทรหาฝ่ายบริการลูกค้า การนัดหมาย และการสอบถามข้อมูลได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึง “โทรหา”: Yesterday, I ____ the clinic to change my appointment.

ดูคำตอบ

phoned up

ไวยากรณ์

have + กรรม + กริยาช่องที่สามใน had your call held in a queue

Had your call held ใช้โครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่องที่สาม โดย your call เป็นกรรม และ held บอกว่าสายนั้นถูกทำอย่างไร กล่าวคือ ระบบโทรศัพท์ทำให้สายรออยู่ในคิว had ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “มีไว้ในครอบครอง” แต่บอกถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับสายของผู้โทร ในคำถาม present perfect แบบเต็ม had ทำหน้าที่ขนานกับ phoned: Have you ever phoned ... and (have you ever) had ...? โครงสร้างนี้เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับกรรมโดยไม่ต้องระบุบุคคลหรือระบบที่เป็นผู้กระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ have + กรรม + กริยาช่องที่สาม เพื่อแสดงว่าตั๋วเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ: At the entrance, we ____.

ดูคำตอบ

had our tickets checked

If you have,

0:18

ถ้าคุณเคย

then you've probably heard messages like this.

0:19

คุณก็อาจจะเคยได้ยินข้อความแบบนี้

Hello,

0:23

สวัสดี

your call is important to us. น้ำเสียง/เจตนา

0:23

สายของคุณมีความสำคัญกับเรา

น้ำเสียง/เจตนา

Your call is important to us ในฐานะคำพูดปลอบใจของฝ่ายบริการลูกค้า

ในข้อความอัตโนมัติของฝ่ายบริการลูกค้า your call is important to us เป็นสำนวนมาตรฐานที่ใช้ทำให้ผู้โทรรู้สึกว่าได้รับความใส่ใจ โดยสื่อว่าองค์กรให้ความสำคัญกับสายนี้และขอให้ผู้โทรรอต่อไป หน้าที่ของประโยคนี้คือสร้างความสุภาพในงานบริการ ไม่ใช่แค่บอกข้อเท็จจริงแบบเป็นกลาง หากคิวยาวมาก ประโยคนี้อาจฟังเหมือนคำพูดตามแบบหรือชวนให้รู้สึกประชดได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะมีผู้รับสายเร็ว ๆ นี้

แบบฝึกหัด

ในข้อความอัตโนมัติของฝ่ายบริการลูกค้า Your call is important to us มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. แจ้งว่าระบบได้บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของผู้โทรแล้ว
  2. สัญญาว่าเจ้าหน้าที่จะรับสายทันที
  3. ทำให้ผู้โทรรู้สึกได้รับความใส่ใจและขอให้รอต่อไป
ดูคำตอบ

ทำให้ผู้โทรรู้สึกได้รับความใส่ใจและขอให้รอต่อไป

You are number 89 in the queue. การใช้คำ

0:25

คุณอยู่คิวที่ 89

การใช้คำ

number 89 in the queue เพื่อบอกลำดับการรอ

ใน number 89 in the queue คำว่า number 89 หมายถึงตำแหน่งของผู้โทรในลำดับการรอ หรือก็คือลำดับที่ 89 ไม่ใช่หมายเลขโทรศัพท์ queue คือแถวของคนหรือคำขอที่กำลังรอรับบริการ ในระบบโทรศัพท์ คิวนี้เป็นคิวเสมือน แต่สำนวนเดียวกันใช้กับฝ่ายช่วยเหลือออนไลน์หรือการรอตามลำดับแบบอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมข้อความแจ้งบริการให้สมบูรณ์เพื่อแสดงว่าตำแหน่งรอคือลำดับที่ 12 เขียนตัวเลขเป็นคำภาษาอังกฤษและใช้โครงสร้าง number + position + in the queue: You are ____ the queue.

ดูคำตอบ

number twelve in

If you'd like to continue to hold press one, น้ำเสียง/เจตนา

0:28

หากคุณต้องการถือสายรอต่อ กรุณากดหนึ่ง

if you'd like to return to the main menu press zero. การใช้คำ

0:30

หากคุณต้องการกลับสู่เมนูหลัก กรุณากดศูนย์

น้ำเสียง/เจตนา

If you'd like to ... สำหรับเสนอทางเลือกอย่างสุภาพ

If you'd like to เป็นรูปย่อของ If you would like to ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงความปรารถนาที่ไม่เป็นจริง แต่ใช้เกริ่นอย่างสุภาพถึงการกระทำที่ผู้โทรสามารถเลือกได้ รูปแบบคือ If you'd like to + การกระทำ แล้วตามด้วยคำสั่งสำหรับตัวเลือกนั้น การใช้คำขึ้นต้นนี้ซ้ำทำให้เกิดสองตัวเลือกที่วางคู่กัน คือรอสายต่อหรือกลับไปยังเมนูหลัก

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้านบริการให้สมบูรณ์ด้วยรูปย่อของ you would like to: If ____ speak to an adviser, press two.

ดูคำตอบ

you'd like to

การใช้คำ

return to the main menu ในการนำทางของระบบ

Return to the main menu หมายถึงกลับไปยังรายการตัวเลือกหลักที่อยู่ระดับบนสุดของระบบ ในข้อความทางโทรศัพท์นี้ ผู้โทรสามารถออกจากตัวเลือกรอสายในปัจจุบันและฟังตัวเลือกหลักอีกครั้ง ในที่นี้ menu หมายถึงชุดคำสั่งหรือตัวเลือกบนโทรศัพท์ แอป เว็บไซต์ เกม หรือเครื่อง ไม่ใช่รายการอาหาร ส่วน return to แสดงการกลับไปยังหน้าจอหรือระดับก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ในระบบโทรศัพท์ return to the main menu หมายความว่าอย่างไร

  1. วางสายและปิดบริการทั้งหมด
  2. สั่งอาหารจากเมนูของร้านอาหาร
  3. กลับไปยังรายการตัวเลือกหลักของระบบ
ดูคำตอบ

กลับไปยังรายการตัวเลือกหลักของระบบ

How do you feel when your phone call is put on hold, Phil? กริยาวลี

0:33

คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อต้องถือสายรอโทรศัพท์ Phil?

กริยาวลี

put on hold ในการโทรศัพท์

Put on hold เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ในการโทรศัพท์ หมายถึงสายยังเชื่อมต่ออยู่ แต่ผู้โทรต้องรอ ในที่นี้ hold หมายถึงสถานะการรอ ไม่ได้หมายถึงการถือโทรศัพท์ด้วยมือ รูปถูกกระทำ your phone call is put on hold เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับสายโทรศัพท์ ส่วนรูปกระทำคือ put someone on hold ซึ่งหมายถึงพนักงานหรือระบบโทรศัพท์ให้คนนั้นรอโดยไม่วางสาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคในการโทรศัพท์ด้วย put ... on hold: The nurse needed to speak to the doctor, so she ____ for a moment.

ดูคำตอบ

put me on hold

Oh, frustrated usually.

0:37

โอ้ มักจะหงุดหงิดครับ

Although, I do like it when there's a number saying how many people are in front of you. โน้ต

0:40

ถึงแม้ว่าผมจะชอบเวลาที่มีตัวเลขบอกว่ามีคนรอก่อนหน้าคุณอยู่กี่คนก็ตาม

ไวยากรณ์

I do like it: do ที่ใช้เน้นประโยคบอกเล่า

ใน I do like it คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า โดยเน้นคำว่า like และสื่อว่าผู้พูดชอบสิ่งนั้นจริง ๆ หรือชอบอย่างแน่นอน ประโยคบอกเล่าปกติไม่จำเป็นต้องมี do นี้ การเน้นแบบนี้มักใช้เพื่อแสดงความแตกต่าง แก้ความเข้าใจผิด หรือยืนยันให้อีกฝ่ายมั่นใจ ในที่นี้ although นำเสนอข้อดีที่อาจไม่ตรงกับสิ่งที่คาดไว้ และ do ทำให้ทัศนคติเชิงบวกชัดเจนขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ do, does หรือ did + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้น: The game is difficult, but I ____ like its music.

ดูคำตอบ

do

วลี

in front of you สำหรับบอกตำแหน่งในคิว

ในประโยคนี้ in front of you หมายถึง “อยู่ก่อนหน้าคุณในคิว” คนเหล่านั้นจะได้รับบริการก่อนคุณ และไม่จำเป็นต้องยืนอยู่ตรงหน้าคุณจริง ๆ หรืออยู่ในระยะที่คุณมองเห็น วลีบอกตำแหน่งนี้ใช้ได้กับแถวจริง คิวโทรศัพท์ หรือรายชื่อรอออนไลน์ เมื่อบริบททำให้ลำดับชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมข้อความบอกสถานะคิวโดยใช้ in front of และคำสรรพนามที่หมายถึงผู้ฟัง: There are five callers ____.

ดูคำตอบ

in front of you

That's good.

0:44

นั่นก็ดีนะ

Well,

0:45

เอาล่ะ

when your call is finally connected, วลี

0:46

เมื่อสายของคุณเชื่อมต่อได้ในที่สุด

วลี

your call is finally connected: สายของคุณเชื่อมต่อได้ในที่สุด

Your call is finally connected หมายถึงช่วงการรอสิ้นสุดลงและมีการเชื่อมต่อสายโทรศัพท์แล้ว คุณจึงสามารถพูดกับเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่รับสายได้ ประโยคนี้ใช้โครงสร้างถูกกระทำ โดย your call เป็นสิ่งที่ถูกเชื่อมต่อ ส่วน finally เพิ่มความหมายว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากรอมาระยะหนึ่งหรือรอจนรู้สึกหงุดหงิด

แบบฝึกหัด

เติมข้อความบริการทางโทรศัพท์โดยใช้ finally และรูป -ed ของ connect: Your call is ____.

ดูคำตอบ

finally connected

it's usually a call center worker you'll speak to. การใช้คำ

0:48

มักจะเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่คุณจะได้คุยด้วย

การใช้คำ

call center worker: พนักงานคอลเซ็นเตอร์

call center worker คือพนักงานที่ทำหน้าที่รับสายและดูแลการติดต่อทางโทรศัพท์จากลูกค้าให้กับองค์กร โดยมักตอบคำถาม แก้ปัญหา หรือให้ความช่วยเหลือ ในคำนามประสมนี้ call center บอกประเภทของสถานที่ทำงานหรือบริการ ส่วน worker หมายถึงผู้ทำงาน ไม่ได้หมายถึงใครก็ตามที่บังเอิญกำลังโทรศัพท์อยู่

แบบฝึกหัด

call center worker ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ลูกค้าที่กำลังโทรศัพท์
  2. ช่างเทคนิคที่ซ่อมโทรศัพท์
  3. พนักงานที่ดูแลสายโทรศัพท์จากลูกค้าให้กับองค์กร
ดูคำตอบ

พนักงานที่ดูแลสายโทรศัพท์จากลูกค้าให้กับองค์กร

A real-live person who'll hopefully fix your problem. การใช้คำ

0:51

คนจริงๆ ที่หวังว่าจะแก้ปัญหาให้คุณได้

การใช้คำ

A real-live person: มนุษย์จริง ๆ ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติ

ในที่นี้ a real-live person หมายถึงมนุษย์จริง ๆ ที่โต้ตอบกับผู้โทรได้ ต่างจากเมนูอัตโนมัติ เสียงบันทึก แชตบอต หรือระบบ AI สำนวนนี้เป็นภาษาพูดที่เน้นย้ำ ทำให้การได้ติดต่อกับมนุษย์ดูเป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นพิเศษ ในคำบรรยาย real-live เขียนโดยมีเครื่องหมายยัติภังค์และวางไว้หน้า person ในฐานะคำคุณศัพท์ที่ใช้เน้นย้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีไม่เป็นทางการที่เน้นว่าเป็นมนุษย์ ไม่ใช่บอต: The chatbot couldn't help, so I asked to speak to ____.

ดูคำตอบ

a real-live person

But increasingly,

0:55

แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือ

this work is now done using artificial intelligence or AI. วัฒนธรรม

0:56

ปัจจุบันงานนี้ถูกทำโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI

วัฒนธรรม

artificial intelligence or AI: การแนะนำคำย่อ

ใน artificial intelligence or AI คำว่า or ไม่ได้แสดงตัวเลือก แต่ใช้แนะนำว่า AI เป็นรูปย่อของ artificial intelligence ดังนั้นทั้งสองชื่อจึงหมายถึงแนวคิดเดียวกัน โครงสร้าง “ชื่อเต็ม + or + คำย่อ” ช่วยให้ผู้ฟังเชื่อมโยงคำศัพท์ใหม่กับรูปสั้นที่อาจนำมาใช้ต่อไปได้

แบบฝึกหัด

ใช้ or เพื่อแนะนำคำย่อ: The scan uses magnetic resonance imaging, ____.

ดูคำตอบ

or MRI

And this is causing problems in countries like India and the Philippines,

1:01

และนี่กำลังทำให้เกิดปัญหาในประเทศอย่างอินเดียและฟิลิปปินส์

where call center jobs make up a big part of the economy. วลี

1:05

ซึ่งงานคอลเซ็นเตอร์ถือเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจ

วลี

make up a big part of: การบอกสัดส่วนที่มาก

ในประโยคนี้ make up a big part of หมายถึง “ประกอบเป็นส่วนใหญ่ของ” งานในศูนย์บริการทางโทรศัพท์เป็นองค์ประกอบหนึ่ง ส่วนเศรษฐกิจคือภาพรวมที่ใหญ่กว่า ใช้รูปแบบ A make(s) up a big part of B เพื่ออธิบายองค์ประกอบหรือสัดส่วน เลือก make หรือ makes ให้สอดคล้องกับ A

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบจากบทเรียน: Tourism ____ the local economy.

ดูคำตอบ

makes up a big part of

In this program,

1:08

ในรายการนี้

we'll be asking who's really in charge at the call center. การใช้คำ

1:09

เราจะมาถามกันว่าจริงๆ แล้วใครเป็นคนควบคุมดูแลที่คอลเซ็นเตอร์

การใช้คำ

in charge: การรับผิดชอบและควบคุม

in charge หมายถึงการมีหน้าที่กำกับดูแลบางสิ่งหรือมีอำนาจตัดสินใจ ในคำถามนี้ who's really in charge ถามว่าใครเป็นผู้ควบคุมการทำงานของศูนย์บริการทางโทรศัพท์อย่างแท้จริง วลีนี้ตามหลัง be เช่น a person or group is in charge หากต้องการระบุขอบเขตความรับผิดชอบ ให้เติม of + คำนามหรือรูป -ing เช่น in charge of the team

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “รับผิดชอบ” ให้สมบูรณ์: At the school fair, Mei is ____ the games table.

ดูคำตอบ

in charge of

Humans or AI?

1:13

มนุษย์หรือ AI?

As always,

1:15

เช่นเคย

we'll be learning some useful new vocabulary.

1:16

เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์

And remember, you can read along with the program วลี

1:19

และจำไว้ว่า คุณสามารถอ่านไปพร้อมกับรายการ

วลี

read along with: อ่านตามข้อความขณะฟัง

read along with หมายถึงการอ่านตามข้อความที่ตรงกันขณะที่เสียง วิดีโอ หรือการอ่านของอีกคนดำเนินต่อไป ในที่นี้ผู้ฟังสามารถอ่านตามบทถอดเสียงของรายการขณะฟังรายการได้ แนวคิดสำคัญคือการอ่านอย่างพร้อมกัน ตำแหน่งที่คุณอ่านในข้อความจะเลื่อนไปตามสิ่งที่ได้ยิน ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่คนสองคนบังเอิญอ่านหนังสือด้วยกัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายลงในคำสั่ง: While the recording plays, open the transcript and ____ the audio.

ดูคำตอบ

read along with

and find the list of new words and phrases

1:21

และค้นหารายการคำศัพท์และวลีใหม่ๆ ได้

by visiting our website bbclearningenglish.com.

1:24

โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ของเรา bbclearningenglish.com

But now,

1:30

แต่ตอนนี้

I have a question for you, Phil.

1:31

ฉันมีคำถามให้คุณ Phil

Around the world,

1:33

ทั่วโลก

numbers of call center workers have grown rapidly in recent years. ไวยากรณ์

1:34

จำนวนพนักงานคอลเซ็นเตอร์เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ไวยากรณ์

have grown rapidly in recent years: แนวโน้มที่เชื่อมโยงกับปัจจุบัน

รูป present perfect อย่าง have grown เชื่อมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอดีตช่วงใกล้ ๆ เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ประธานพหูพจน์ numbers ใช้ have ส่วนประธานเอกพจน์จะใช้ has in recent years หมายถึงช่วงเวลาที่ยาวมาถึงปัจจุบัน และ rapidly บอกว่าการเพิ่มขึ้นเกิดขึ้นเร็วเพียงใด โครงสร้าง have/has + past participle + in recent years ใช้รายงานแนวโน้มที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่จำกัดอยู่ในเวลาอดีตซึ่งจบไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมแนวโน้มให้สมบูรณ์ด้วยรูป present perfect ของ grow และคำวิเศษณ์ rapidly: Demand for online banking ____ in recent years.

ดูคำตอบ

has grown rapidly

If you're listening to this,

1:38

หากคุณกำลังฟังรายการนี้อยู่

maybe you're a call center worker yourself.

1:39

คุณเองก็อาจจะเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์เช่นกัน

So, approximately how many people work in call centers globally, Phil?

1:42

ดังนั้น Phil ทั่วโลกมีคนทำงานในคอลเซ็นเตอร์ประมาณกี่คน?

Is it A, 7 million,

1:47

คือ A 7 ล้านคน

B, 17 million,

1:49

B 17 ล้านคน

or C, 27 million?

1:51

หรือ C 27 ล้านคน?

Ooh.

1:54

โอ้

Um,

1:54

อืม

I think B, 17 million.

1:55

ผมคิดว่า B 17 ล้านคนครับ

Okay.

1:58

โอเค

Well, you'll have to listen to the end to find out the answer. กริยาวลี

1:58

คุณต้องฟังจนจบเพื่อค้นหาคำตอบนะคะ

กริยาวลี

find out: การรู้ข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้

find out หมายถึงการรู้หรือค้นพบข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ ในประโยคนี้ การฟังจนจบทำให้ผู้ฟังเปลี่ยนจากไม่รู้คำตอบเป็นรู้คำตอบ มักตามด้วยกรรมที่เป็นข้อมูล เช่น the answer, the truth หรือ the reason หรืออนุประโยคคำถาม เช่น find out who won กริยาวลีนี้เน้นการได้รับข้อมูล ไม่ใช่การตามหาวัตถุจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่สร้างจาก find และหมายถึง “รู้ข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้”: Check the results page to ____ who won.

ดูคำตอบ

find out

Now, one worker worried about the impact of AI on jobs in the Philippines วลี

2:02

ตอนนี้ พนักงานคนหนึ่งที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่องานในฟิลิปปินส์

วลี

the impact of AI on jobs: โครงสร้าง the impact of X on Y

ในวลี the impact of AI on jobs คำว่า AI คือสิ่งที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ส่วน jobs คือสิ่งที่อาจได้รับผลกระทบ รูปแบบคือ the impact of X on Y ซึ่งหมายถึงผลที่ X มีต่อ Y ตรงนี้ on ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ แต่ใช้เชื่อมไปยังคน สิ่งของ หรือด้านที่ได้รับผลกระทบ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างด้วยคำบุพบทที่ใช้เชื่อมไปยังสิ่งที่ได้รับผลกระทบ: The report examines the impact of longer school days ____ family routines.

ดูคำตอบ

on

is Mylene Cabalona,

2:07

คือ Mylene Cabalona

president of the Call Center Workers Union BIEN.

2:09

ประธานสหภาพแรงงานคอลเซ็นเตอร์ BIEN

Here, she tells BBC World Service program Tech Life

2:14

ที่นี่ เธอบอกกับรายการ Tech Life ของ BBC World Service

about some of the difficulties of her job

2:17

เกี่ยวกับความยากลำบากบางอย่างในงานของเธอ

and why she fears for the future. วลี

2:20

และทำไมเธอถึงกลัวอนาคต

วลี

fear for the future: กังวลอย่างจริงจังเกี่ยวกับอนาคต

ใน fears for the future คำว่า fear for หมายถึงการกังวลอย่างจริงจังว่าคนหรือสิ่งใดอาจได้รับอันตรายหรือพบผลลัพธ์ที่ไม่ดี ในที่นี้ future คือสิ่งที่เธอกังวล เธอจึงกังวลว่าสิ่งใดอาจเกิดขึ้นต่อไป คำบุพบท for ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “เพื่อ” ที่บอกจุดประสงค์ นอกจากนี้ยังใช้ fear for กับความปลอดภัยของคน งานหนึ่งงาน หรืออนาคตของสถานที่หรืออุตสาหกรรมได้

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนที่ตรงตามที่กำหนดคือ fear for the future เพื่อเติมประโยค: After the town's only factory closed, many families began to ____.

ดูคำตอบ

fear for the future

So, and this person is quite already aggravated

2:22

ดังนั้น และคนคนนี้ก็รู้สึกหงุดหงิดมากอยู่แล้ว

and he keeps on yelling ไวยากรณ์

2:26

และเขาก็เอาแต่ตะโกน

ไวยากรณ์

keeps on yelling: ใช้ keep on + -ing เพื่อบอกการกระทำที่ต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำ

keep on + -ing หมายถึงการกระทำที่ดำเนินต่อไปหรือเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ใน keeps on yelling ไม่ได้หมายถึงการตะโกนเพียงครั้งเดียว แต่หมายถึงการตะโกนต่อเนื่องหรือหลายครั้ง keep เป็นคำกริยาที่เปลี่ยนตามประธานหรือเวลา เช่น he keeps on yelling, they keep on yelling และ he kept on yelling ส่วนการกระทำหลัง on ต้องใช้รูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันของ keep on + -ing เพื่อแสดงการขัดจังหวะซ้ำ ๆ: During every meeting, he ____ me before I finish.

ดูคำตอบ

keeps on interrupting

and that's the, you know,

2:27

และนั่นก็คือ คุณก็รู้

that's the difficult part

2:29

นั่นเป็นส่วนที่ยาก

because the mental stress also, การใช้คำ

2:30

เพราะความเครียดทางจิตใจด้วย

การใช้คำ

mental stress: แรงกดดันทางจิตใจหรืออารมณ์

mental stress หมายถึงแรงกดดันทางจิตใจหรืออารมณ์ ซึ่งเป็นภาระที่คนรู้สึกในความคิดและความรู้สึก ในประโยคนี้คำนี้บอกถึงผลกระทบที่ยากลำบากอีกด้านหนึ่งจากงาน ไม่ได้หมายถึงเพียงความเหนื่อยล้าทางร่างกาย mental ในที่นี้จำกัดความหมายของ stress ให้อยู่ที่ด้านจิตใจ ไม่ได้ใช้ในความหมายแบบไม่เป็นทางการว่า 'บ้าคลั่ง' หรือ 'เสียสติ' และวลีนี้เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้หมายถึงโรคทางจิต

แบบฝึกหัด

ในการพูดคุยเรื่องสุขภาพในที่ทำงาน mental stress หมายถึงอะไร?

  1. ความคิดที่บ้าคลั่งหรือไร้เหตุผล
  2. การออกแรงหรือความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ
  3. แรงกดดันทางจิตใจหรืออารมณ์
ดูคำตอบ

แรงกดดันทางจิตใจหรืออารมณ์

you know, you have to pacify the client การใช้คำ

2:34

คุณก็รู้ คุณต้องทำให้ลูกค้าสงบลง

การใช้คำ

pacify the client: ปลอบลูกค้าที่โกรธให้สงบลง

pacify the client หมายถึงทำให้ลูกค้าที่โกรธหรือมีอารมณ์รุนแรงสงบลง เพื่อให้การพูดคุยดำเนินต่อไปได้ คำกริยานี้เน้นการลดความตึงเครียดทางอารมณ์ ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าปัญหาของลูกค้าได้รับการแก้ไขแล้วหรือลูกค้าพึงพอใจแล้ว

แบบฝึกหัด

ลูกค้ากำลังตะโกนเพราะการจัดส่งล่าช้า ผู้จัดการพยายาม pacify the customer เพื่อทำอะไร?

  1. รับประกันว่าจะยอมรับทุกคำขอของลูกค้า
  2. อธิบายว่าลูกค้าไม่มีเหตุผลที่จะร้องเรียน
  3. ลดความโกรธของลูกค้าเพื่อให้พูดคุยกันอย่างสงบได้
ดูคำตอบ

ลดความโกรธของลูกค้าเพื่อให้พูดคุยกันอย่างสงบได้

and you have to make sure you're able to resolve the concern การใช้คำ

2:36

และคุณต้องแน่ใจว่าคุณสามารถแก้ไขข้อกังวลได้

การใช้คำ

resolve the concern: แก้ไขเรื่องของลูกค้าให้สำเร็จ

Resolve the concern หมายถึงจัดการปัญหา ข้อโต้แย้ง หรือความกังวลที่ลูกค้าแจ้งมา และทำให้เรื่องนั้นจบลงด้วยผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ในภาษาอังกฤษสำหรับงานบริการลูกค้า concern มักเป็นคำสุภาพที่ใช้เรียกปัญหาหรือข้อร้องเรียนที่ต้องได้รับการดูแล ไม่ได้หมายถึงเพียงความรู้สึกกังวลเท่านั้น ส่วน resolve เพิ่มความหมายว่ามีการทำให้เกิดผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีงานบริการสองคำที่หมายถึงทำให้ปัญหาของลูกค้าจบลงด้วยผลลัพธ์ที่น่าพอใจ: After correcting the billing error, the team was able to ____.

ดูคำตอบ

resolve the concern

and then the difficult part on that conversation

2:40

และแล้วส่วนที่ยากในบทสนทนานั้น

is that you're being monitored by an AI. ไวยากรณ์

2:44

คือการที่คุณกำลังถูกตรวจสอบโดย AI

ไวยากรณ์

you're being monitored by an AI: กรรมวาจกแบบปัจจุบันกำลังดำเนินอยู่

You're being monitored เป็นโครงสร้างกรรมวาจกในรูปปัจจุบันกำลังดำเนินอยู่: are + being + monitored หมายความว่าการติดตามตรวจสอบกำลังเกิดขึ้น และคุณเป็นผู้รับการกระทำ ไม่ใช่ผู้ทำ รูปแบบ am/is/are being + past participle ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งกำลังได้รับการกระทำในตอนนี้หรือในช่วงเวลาปัจจุบัน By an AI ระบุว่า AI เป็นผู้ติดตามตรวจสอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ review ในรูปกรรมวาจกแบบปัจจุบันกำลังดำเนินอยู่: Please wait; your application ____ by our team right now.

ดูคำตอบ

is being reviewed

I mean, eventually AI would replace us. ไวยากรณ์

2:48

ฉันหมายถึงว่า ในที่สุด AI ก็จะมาแทนที่พวกเรา

ไวยากรณ์

would replace us: ผลลัพธ์ในอนาคตที่คาดไว้

ในประโยคนี้ would replace us นำเสนอการที่ AI จะมาแทนที่พนักงานว่าเป็นผลลัพธ์ที่คาดไว้ ไม่ใช่การทำนายโดยตรงอย่างหนักแน่น แม้จะไม่ได้พูดเงื่อนไขออกมา แต่เข้าใจได้ว่าเป็นแนวคิดอย่าง “ถ้าแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป” หรือ “ในสถานการณ์นั้น” Eventually วางผลลัพธ์ที่เป็นไปได้นี้ไว้ในช่วงเวลาที่ไกลออกไป ความกังวลมาจากสถานการณ์และความหมายของ replace us ส่วน would เพิ่มระยะห่างเชิงสมมุติ แต่ไม่ได้แปลว่า “กังวล” ด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

would ในประโยค "Eventually, AI would replace us" สื่อความหมายหลักข้อใด

  1. ผลลัพธ์ที่คาดไว้โดยอิงจากความเป็นไปได้หรือเงื่อนไขที่แฝงอยู่
  2. คำสั่งโดยตรงที่สั่งให้ AI ทำบางอย่าง
  3. การแทนที่ที่เสร็จสิ้นแล้วในอดีต
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์ที่คาดไว้โดยอิงจากความเป็นไปได้หรือเงื่อนไขที่แฝงอยู่

Um, it's going to displace workers in the in, การใช้คำ

2:52

อืม มันกำลังจะมาแย่งงานคนงาน ใน ใน

การใช้คำ

displace workers: ทำให้คนงานต้องสูญเสียงานเดิม

ในการพูดถึงการจ้างงาน displace workers หมายถึงการทำให้คนงานสูญเสียหรือต้องออกจากงานเดิม เพราะเทคโนโลยี นโยบาย หรือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจทำให้ไม่จำเป็นต้องมีหน้าที่นั้นอีกต่อไป คำกริยานี้เน้นผลกระทบที่เกิดกับคนงาน ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะว่างงานตลอดไป เพราะภายหลังอาจหางานใหม่หรือย้ายไปทำหน้าที่อื่นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นโดยตรงที่สุดว่าผู้คนถูกผลักออกจากงานเดิมของตน

  1. Automation may replace workers with machines in routine roles.
  2. Automation may displace workers in routine roles.
  3. Automation may relocate workers to a different floor.
ดูคำตอบ

Automation may displace workers in routine roles.

you know, eventually in the near future.

2:55

คุณก็รู้ ในที่สุดในอนาคตอันใกล้นี้

Even, as a matter of fact, วลี

2:57

แม้ว่า ความเป็นจริงแล้ว

there's been a in a study that says that

2:58

มีการ ในการศึกษาหนึ่งที่บอกว่า

วลี

as a matter of fact: นำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนหรือแก้ไขข้อมูลเดิม

As a matter of fact เป็นเครื่องหมายเชื่อมความที่ใช้เสนอข้อมูลถัดไปในฐานะข้อเท็จจริงซึ่งช่วยย้ำ ชี้แจง หรือแก้ไขสิ่งที่เพิ่งพูดไป ในที่นี้วลีนี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากความกังวลทั่วไปไปสู่หลักฐานจากงานวิจัย วลีนี้บอกว่าข้อมูลเชื่อมโยงกับบทสนทนาอย่างไร ไม่ได้กล่าวถึง matter ตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยเครื่องหมายเชื่อมความห้าคำจากบทเรียนที่ใช้เสนอข้อเท็จจริงเพื่อแก้ความเข้าใจ: ____, the museum is open on Mondays.

ดูคำตอบ

As a matter of fact

about 300,000 workers or around 27% of workers การใช้คำ

3:02

คนงานประมาณ 300,000 คน หรือราวๆ 27% ของคนงาน

การใช้คำ

about 300,000 ... around 27%: การบอกตัวเลขโดยประมาณ

ในประโยคนี้ about และ around ต่างก็หมายถึง “ประมาณ” About 300,000 บอกจำนวนคนงานโดยประมาณ ส่วน around 27% บอกค่าประมาณเดียวกันในรูปของสัดส่วน การวางคำใดคำหนึ่งไว้หน้าตัวเลขเป็นการบอกว่าไม่ควรมองตัวเลขนั้นเป็นค่าที่แน่นอน ในการใช้กับตัวเลขแบบนี้ about และ around มักใช้แทนกันได้

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า “Around 40% of households use the service.” ตัวเลขนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เป็น 40% พอดีโดยไม่มีความไม่แน่นอน
  2. เป็นการบอกว่าครัวเรือนเหล่านั้นอยู่ที่ไหน
  3. เป็นค่าประมาณที่ใกล้เคียง 40%
ดูคำตอบ

เป็นค่าประมาณที่ใกล้เคียง 40%

that's going to be uh displaced because of AI.

3:08

กำลังจะ เออ ถูกแย่งงานเพราะ AI

And that's slowly happening.

3:11

และนั่นก็กำลังเกิดขึ้นอย่างช้าๆ

Call center work involves dealing with customers who phoned up to complain. วลี

3:12

งานคอลเซ็นเตอร์เกี่ยวข้องกับการรับมือกับลูกค้าที่โทรมาเพื่อร้องเรียน

วลี

involves dealing with customers: โครงสร้าง involve + -ing

ในที่นี้ involves dealing with customers หมายความว่าการดูแลการติดต่อกับลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งของงานคอลเซ็นเตอร์ตามปกติ Deal with customers หมายถึงการตอบลูกค้าหรือจัดการความต้องการของลูกค้า ไม่ได้หมายถึงการค้าขายกับลูกค้า เมื่อ involve ตามด้วยกิจกรรม ให้ใช้กริยารูป -ing ตามโครงสร้าง involve + doing เนื่องจาก Call center work เป็นประธานเอกพจน์ จึงใช้กริยา involves และได้รูป work involves dealing with customers

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ answer เพื่อเติมคำบรรยายงานให้สมบูรณ์: The role involves ____ customer questions every day.

ดูคำตอบ

answering

They're often angry, aggravated,

3:16

พวกเขามักจะโกรธ หงุดหงิด

and yelling or shouting down the phone. วลี

3:19

และตะคอกหรือตะโกนใส่โทรศัพท์

วลี

shouting down the phone: ตะโกนใส่อีกฝ่ายระหว่างคุยโทรศัพท์

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช shouting down the phone หมายถึงการตะโกนใส่ใครบางคนระหว่างคุยโทรศัพท์ วลี down the phone มองว่าโทรศัพท์เป็นช่องทางที่ส่งเสียงไปถึงอีกฝ่าย คำว่า down ไม่ได้แสดงทิศทางลงด้านล่าง คำว่า shouting เพิ่มความหมายว่าเสียงดังมากและมักมีอารมณ์โกรธหรือแข็งกร้าว ดังนั้นทั้งวลีจึงมีน้ำเสียงแรงกว่าการพูดเพียงว่า talking on the phone

แบบฝึกหัด

shouting down the phone ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ถือโทรศัพท์แล้วตะโกนไปยังชั้นล่าง
  2. ตะโกนใส่ใครบางคนระหว่างคุยโทรศัพท์
  3. วางสายหลังจากทะเลาะกัน
ดูคำตอบ

ตะโกนใส่ใครบางคนระหว่างคุยโทรศัพท์

It's Mylene's job to pacify them,

3:22

หน้าที่ของ Mylene คือการทำให้พวกเขาสงบลง

to calm them down. กริยาวลี

3:24

ทำให้พวกเขาใจเย็นลง

กริยาวลี

calm them down: ทำให้พวกเขาสงบลง

Calm someone down หมายถึงทำให้คนคนนั้นโกรธ กังวล กลัว หรือตื่นเต้นน้อยลง ในประโยคนี้ calm them down เป็นคำอธิบายแบบภาษาทั่วไปของคำกริยาที่เป็นทางการกว่าอย่าง pacify Calm down เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้เมื่อมีกรรม หากกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง them ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่าง calm กับ down โดยใช้ calm them down ไม่ใช่ calm down them ในที่นี้ down สื่อว่าความรุนแรงของอารมณ์ลดลง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางร่างกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย calm ... down โดยเรียงคำให้ถูกต้อง: The children were frightened, so I spoke softly to ____.

ดูคำตอบ

calm them down

If that wasn't stressful enough, Mylene's conversations are monitored by AI systems ลำดับความ

3:26

หากนั่นยังเครียดไม่พอ บทสนทนาของ Mylene ยังถูกตรวจสอบโดยระบบ AI

ลำดับความ

If that wasn't stressful enough: รูปแบบการเล่าเรื่องที่เพิ่มปัญหาเป็นลำดับ

If that wasn't stressful enough ในที่นี้ไม่ใช่เงื่อนไขจริงที่ยังไม่รู้ผล ผู้พูดถือว่าสถานการณ์ก่อนหน้านั้นทำให้เครียดอยู่แล้ว และใช้วลีนี้เพื่อเกริ่นถึงปัญหาอีกอย่าง วลีนี้ทำให้เรื่องราวหนักขึ้นเป็นลำดับ คือพูดถึงเรื่องแย่เรื่องหนึ่งก่อน แล้วจึงเพิ่มแรงกดดันเข้าไปอีก

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายหน้าที่ของ If that wasn't stressful enough ในตัวอย่างได้ดีที่สุด?

  1. ถามว่าสถานการณ์ก่อนหน้าทำให้เครียดจริงหรือไม่
  2. เกริ่นถึงสาเหตุของความเครียดอีกอย่างหลังจากปัญหาก่อนหน้า
  3. บอกว่าสถานการณ์ก่อนหน้าไม่ทำให้เครียดเลย
ดูคำตอบ

เกริ่นถึงสาเหตุของความเครียดอีกอย่างหลังจากปัญหาก่อนหน้า

to see how well she fixes her client's problems. ไวยากรณ์

3:32

เพื่อดูว่าเธอสามารถแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้ดีแค่ไหน

ไวยากรณ์

to see how well + อนุประโยค สำหรับประเมินประสิทธิภาพ

to see บอกจุดประสงค์ของการตรวจสอบ คือเพื่อค้นหาหรือประเมินบางอย่าง ในที่นี้ see หมายถึง “ตัดสินหรือหาคำตอบ” ไม่ใช่แค่มองด้วยตา how well ถามถึงระดับความสำเร็จ และตามด้วยประธานกับกริยาในลำดับแบบประโยคบอกเล่า: how well she fixes... ไม่ใช่ how well does she fix....

แบบฝึกหัด

เติมวลีสี่คำที่หมายถึง “เพื่อประเมินว่าทำได้สำเร็จดีเพียงใด” ลงในประโยค: We tested the robot ____ it carried the boxes.

ดูคำตอบ

to see how well

You might think AI was built to support workers like Mylene, ไวยากรณ์

3:35

คุณอาจคิดว่า AI ถูกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนคนงานอย่าง Mylene

ไวยากรณ์

was built to support: บอกจุดประสงค์ที่ออกแบบไว้

ใน was built to support ส่วน was built เป็นรูปถูกกระทำ โดย AI เป็นสิ่งที่ผู้คนออกแบบหรือพัฒนาขึ้น เมื่อพูดถึงเทคโนโลยี build อาจหมายถึงสร้างหรือพัฒนา ไม่ได้หมายถึงก่อสร้างอาคารจริงเท่านั้น to support เป็น to-infinitive ที่บอกจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ โครงสร้าง be built to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ถูกออกแบบหรือสร้างขึ้นเพื่อทำบางสิ่ง” และนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกจุดประสงค์แบบถูกกระทำในอดีตสามคำที่สร้างจาก build: This app ____ help children practise spelling.

ดูคำตอบ

was built to

but she fears AI will replace her in the near future, วลี

3:39

แต่เธอกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่เธอในอนาคตอันใกล้

a phrase meaning very soon or within a short time.

3:43

ซึ่งเป็นวลีที่หมายถึงในไม่ช้าหรือภายในระยะเวลาสั้นๆ

วลี

in the near future: เวลาอันใกล้ที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด

in the near future หมายถึง “อีกไม่นานนับจากตอนนี้” หรือ “ภายในระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้น” near ในที่นี้บอกความใกล้ในด้านเวลา ไม่ใช่ระยะทางทางกายภาพ วลีนี้ไม่ได้ระบุวันที่แน่นอน ระยะเวลาที่นับว่า near ขึ้นอยู่กับหัวข้อ โดยในสถานการณ์หนึ่งอาจหมายถึงไม่กี่วัน แต่อีกสถานการณ์หนึ่งอาจหมายถึงหลายเดือนหรือหลายปี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่มีคำว่า near และ future และหมายถึง “อีกไม่นานนับจากตอนนี้”: The library hopes to add more computers ____.

ดูคำตอบ

in the near future

Mylene emphasizes her fears about being replaced by giving details about a study she read,

3:47

Mylene เน้นย้ำถึงความกลัวของเธอที่จะถูกแทนที่ โดยให้รายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษาที่เธออ่าน

which claimed that 27% of workers will be displaced by AI. ไวยากรณ์

3:53

ซึ่งอ้างว่า 27% ของคนงานจะถูกแย่งงานโดย AI

ไวยากรณ์

claimed that: ระบุว่าข้อกล่าวอ้างมาจากแหล่งข้อมูล

Claimed that ใช้นำเนื้อหาของคำกล่าวจากแหล่งข้อมูล เช่น งานวิจัย รายงาน หรือบุคคล ในทางไวยากรณ์ claimed เป็นกริยารายงาน และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาของข้อกล่าวอ้าง โครงสร้างนี้ระบุว่าแนวคิดมาจากแหล่งข้อมูลนั้น แทนที่จะเสนอเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้พูดปัจจุบันรับรองเอง คำว่า claim เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าแหล่งข้อมูลนั้นผิดหรือโกหก

แบบฝึกหัด

claimed that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? The article claimed that the medicine worked within an hour.

  1. แสดงว่าบทความปฏิเสธที่จะให้คำกล่าวใด ๆ
  2. ระบุว่าคำกล่าวนั้นมาจากบทความ แต่ไม่ได้พิสูจน์โดยอัตโนมัติว่าเป็นความจริง
  3. พิสูจน์ว่าผู้เขียนรู้ว่าคำกล่าวนั้นเป็นเท็จ
ดูคำตอบ

ระบุว่าคำกล่าวนั้นมาจากบทความ แต่ไม่ได้พิสูจน์โดยอัตโนมัติว่าเป็นความจริง

ไวยากรณ์

will be displaced by AI: จุดเน้นของรูปถูกกระทำในอนาคต

Will be displaced เป็นรูปถูกกระทำในอนาคต โดยมีโครงสร้าง will be + กริยาช่องที่สาม คนงานเป็นฝ่ายที่ได้รับผล ประโยคจึงเน้นว่าอาจเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา มากกว่าจะเน้นว่า AI ทำอะไร ในที่นี้ displace หมายถึงทำให้คนงานหลุดออกจากงานหรือบทบาทเดิม By AI ระบุสาเหตุหรือผู้ก่อให้เกิดผลในอนาคตนั้น ไม่ได้ระบุสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมคำพยากรณ์ให้สมบูรณ์โดยใช้ displace ในรูปถูกกระทำในอนาคต: Experts predict that some roles ____ AI.

ดูคำตอบ

will be displaced by

She uses the phrase as a matter of fact to emphasize what she's saying

3:57

เธอใช้วลี "as a matter of fact" (ความจริงก็คือ) เพื่อเน้นย้ำสิ่งที่เธอกำลังพูด

and to give more detail as evidence to support it.

4:03

และเพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติมเป็นหลักฐานสนับสนุน

But Mylene thinks AI will never fully replace humans.

4:06

แต่ Mylene คิดว่า AI จะไม่มีวันแทนที่มนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์

She says AI lacks one important quality, empathy. การใช้คำ

4:10

เธอกล่าวว่า AI ขาดคุณสมบัติสำคัญประการหนึ่ง นั่นคือความเห็นอกเห็นใจ

การใช้คำ

lack + คำนาม ใน “lacks one important quality”

ในที่นี้ lacks หมายถึง “ไม่มี” คุณสมบัติที่จำเป็นบางอย่าง เป็นรูปกริยาบุรุษที่สามเอกพจน์ของ lack และ one important quality เป็นกรรมตรงของกริยา คำว่า empathy หลังเครื่องหมายจุลภาคระบุว่าคุณสมบัติที่ขาดคืออะไร โดยทั่วไปให้วางสิ่งที่ขาดไว้หลัง lack โดยตรง เช่น a system can lack a feature และ a plan can lack detail

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของกริยา lack: The new plan ____ a clear safety rule.

ดูคำตอบ

lacks

Here she explains more to BBC World Service's Tech Life.

4:15

ที่นี่เธออธิบายเพิ่มเติมกับรายการ Tech Life ของ BBC World Service

Well, I don't think AI could is,

4:19

คือ ฉันไม่คิดว่า AI จะสามารถเป็น

you know, empathetic or uh

4:21

คุณก็รู้ มีความเห็นอกเห็นใจ หรือ เออ

whenever they talk,

4:23

ทุกครั้งที่พวกเขาคุยกัน

I mean, if ever a machine or a robot talks to them,

4:25

ฉันหมายถึงว่า ถ้าหากมีเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์มาคุยกับพวกเขา

you know, um people are more compassionate than,

4:29

คุณก็รู้ อืม มนุษย์มีความเห็นอกเห็นใจมากกว่า

you know, when you talk to a robot.

4:33

คุณก็รู้ เวลาที่คุณคุยกับหุ่นยนต์น่ะ

Mylene says that AI is not empathetic. การใช้คำ

4:36

Mylene บอกว่า AI ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ

การใช้คำ

empathetic: เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น

Empathetic หมายถึงสามารถเข้าใจความรู้สึกและมุมมองของผู้อื่นได้ ในประโยคนี้ not empathetic บอกว่า AI ไม่เข้าใจอารมณ์ของผู้คนในแบบมนุษย์ตามที่กำลังพูดถึง Empathetic เป็นคำคุณศัพท์ ใช้ตามหลัง be ได้ เช่น be empathetic หรือวางหน้าคำนามได้ เช่น an empathetic response

แบบฝึกหัด

เลือกคำบรรยายที่เหมาะสมที่สุด: A counselor listens carefully and tries to understand a client's feelings.

  1. The counselor is impatient.
  2. The counselor is empathetic.
  3. The counselor is automatic.
ดูคำตอบ

The counselor is empathetic.

Unlike humans,

4:39

ซึ่งต่างจากมนุษย์

it can't put itself in someone else's place สำนวน

4:40

มันไม่สามารถเอาใจเขามาใส่ใจเราได้

สำนวน

put oneself in someone else's place: ลองนึกว่าตนเองอยู่ในสถานการณ์ของผู้อื่น

put oneself in someone else's place เป็นสำนวนเปรียบเทียบ หมายถึงการจินตนาการว่าตนเองอยู่ในสถานการณ์ของอีกคนเพื่อให้เข้าใจความคิดหรือความรู้สึกของคนนั้น ในที่นี้ place หมายถึง “สถานการณ์” หรือ “มุมมอง” ไม่ใช่สถานที่จริง คำสรรพนามสะท้อนกลับเปลี่ยนตามประธาน โดยใช้ itself กับ it, yourself กับ you และ herself กับ she ในประโยคนี้ itself สอดคล้องกับ it

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนมาตรฐานที่ใช้แสดงความเข้าอกเข้าใจให้สมบูรณ์: Before you judge Maya, try to ____.

ดูคำตอบ

put yourself in her place

and share their feelings or experiences. วลี

4:43

และรับรู้ถึงความรู้สึกหรือประสบการณ์ของพวกเขา

วลี

share someone's feelings or experiences: ร่วมรู้สึกถึงความรู้สึกหรือประสบการณ์ของผู้อื่น

ในการอธิบายเรื่องความเข้าอกเข้าใจนี้ share their feelings or experiences ไม่ได้หมายถึงการแบ่ง ส่งมอบ หรือโพสต์สิ่งใด ในที่นี้ share หมายถึงการรู้สึกคล้ายกับอีกคน หรือมีประสบการณ์บางอย่างร่วมกับคนนั้น คำแสดงความเป็นเจ้าของ their บอกว่าความรู้สึกหรือประสบการณ์เป็นของคนอื่น ในบริบทนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงการร่วมรู้สึกไปกับใครสักคน ไม่ใช่เพียงรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเขาเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในการอธิบายเรื่องความเข้าอกเข้าใจ share their feelings มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร

  1. บอกความรู้สึกของตนเองให้พวกเขาฟัง
  2. แบ่งความรู้สึกของพวกเขาออกเป็นส่วน ๆ
  3. รู้สึกคล้ายกับพวกเขา
ดูคำตอบ

รู้สึกคล้ายกับพวกเขา

If you listen carefully to Mylene's speech, วลี

4:46

หากคุณฟังคำพูดของ Mylene อย่างตั้งใจ

วลี

listen carefully to + สิ่งที่ฟัง

“Listen carefully to” หมายถึง “ตั้งใจฟังบางสิ่งโดยใส่ใจรายละเอียด” carefully บอกลักษณะการฟัง ส่วน to ใช้นำหน้าบุคคล คำพูด เสียง หรือสิ่งอื่นที่เราฟัง ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ชี้ให้ผู้ฟังสนใจรายละเอียดในคำพูดของ Mylene เพื่อให้สังเกตเห็นรูปแบบบางอย่าง วลีเดียวกันนี้ใช้เกริ่นงานฟังอื่น ๆ ที่ต้องใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้: Please ____ the safety announcement.

ดูคำตอบ

listen carefully to

you'll notice she says, "You know," a lot. น้ำเสียง/เจตนา

4:49

คุณจะสังเกตเห็นว่าเธอพูดคำว่า "You know" บ่อยมาก

น้ำเสียง/เจตนา

“You know” ในฐานะคำแทรกในภาษาพูด

ในที่นี้ “you know” ไม่ใช่คำถามจริงและไม่ได้เพิ่มข้อเท็จจริงใหม่ แต่เป็นคำแทรกในภาษาพูด ผู้พูดอาจใช้เพื่อขอเวลาคิดสักครู่ ทำให้คำพูดไหลต่อเนื่อง หรือชวนให้ผู้ฟังตามแนวคิดที่เข้าใจร่วมกัน ในการสัมภาษณ์และบทสนทนาที่ไม่ได้เตรียมไว้ วลีนี้มักเป็นส่วนหนึ่งของจังหวะการพูดมากกว่าจะเป็นใจความหลัก เมื่อฟัง ให้สนใจเนื้อหารอบ ๆ วลีแทนการแปลทุกครั้งตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ใน “It was, you know, a difficult decision,” คำว่า “you know” ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. แสดงว่าการตัดสินใจนั้นง่าย
  2. ขอให้ผู้ฟังพิสูจน์ว่ารู้คำตอบ
  3. ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาคิดสักครู่และทำให้บทสนทนาดำเนินต่ออย่างลื่นไหล
ดูคำตอบ

ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาคิดสักครู่และทำให้บทสนทนาดำเนินต่ออย่างลื่นไหล

Phrases like, "You know," um, and "uh," are called filler words การใช้คำ

4:52

วลีอย่าง "You know" "um" และ "uh" เรียกว่าคำเติมช่องว่าง (filler words)

การใช้คำ

filler words: คำเติมช่วงเว้นอย่าง um และ uh

filler words คือคำ วลี หรือเสียง เช่น um, uh และ you know ที่ผู้พูดใช้ขณะเว้นจังหวะ โดยทั่วไปแทบไม่ได้เพิ่มข้อมูลข้อเท็จจริง แต่ช่วยบอกได้ว่าผู้พูดกำลังคิด ลังเล หรือยังพูดไม่จบ การฟัง filler words ให้ออกช่วยให้ตามบทสนทนาธรรมชาติได้ง่ายขึ้น ให้มองว่าเป็นส่วนที่ผู้พูดใช้จัดการการสนทนา ไม่ใช่ส่วนของสาระหลัก

แบบฝึกหัด

กลุ่มใดประกอบด้วย filler words ที่พบบ่อยในภาษาอังกฤษพูด?

  1. red, blue, green
  2. Monday, Tuesday, Wednesday
  3. um, uh, you know
ดูคำตอบ

um, uh, you know

and are used to give the speaker time to think or to express uncertainty. ลำดับความ

4:56

และใช้เพื่อให้เวลาผู้พูดในการคิดหรือเพื่อแสดงความไม่แน่ใจ

ลำดับความ

give the speaker time to think: ให้เวลาผู้พูดคิด

ในประโยคนี้ give the speaker time to think อธิบายหน้าที่ของ filler words ในบทสนทนา โดยสร้างช่วงหยุดสั้น ๆ ระหว่างที่ผู้พูดวางแผนว่าจะพูดอะไรต่อ วลีนี้จัดโครงคำอธิบายด้วยการบอกจุดประสงค์ ไม่ใช่ยกตัวอย่าง filler word เพิ่ม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + person + time to + base verb หมายถึงให้เวลาคนหนึ่งทำบางอย่าง ในที่นี้ person คือ the speaker และการกระทำคือ think

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: A brief pause can give the speaker ____.

ดูคำตอบ

time to think

Right, I think it's time I revealed the answer to my question, ไวยากรณ์

5:01

เอาล่ะ ผมคิดว่าถึงเวลาที่ผมจะเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของผมแล้วล่ะ

ไวยากรณ์

it's time I revealed: It's time + ประธาน + กริยารูปอดีต

ใน it's time I revealed โครงสร้างคือ It's time + ประธาน + กริยารูปอดีต หมายถึงควรทำสิ่งนั้นตอนนี้ ผู้พูดกำลังจะเฉลยคำตอบ ไม่ได้กำลังเล่าว่าเคยเฉลยไปแล้วก่อนหน้านี้ รูปอดีตตรงนี้ทำหน้าที่แสดงท่าทีของผู้พูด ไม่ได้บอกเวลาในอดีต โดยนำเสนอว่าการกระทำนั้นควรเกิดขึ้นตอนนี้ และอาจสื่อว่าเวลาที่เหมาะสมมาถึงแล้วหรือช้าไปเล็กน้อยด้วย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ start เติมประโยคที่หมายความว่าเราควรเริ่มตอนนี้: It's time we ____.

ดูคำตอบ

started

Phil.

5:05

Phil

I asked you how many call center workers are there globally?

5:05

ฉันถามคุณว่าทั่วโลกมีพนักงานคอลเซ็นเตอร์กี่คน?

And I said 17 million.

5:10

และผมตอบว่า 17 ล้านคน

Which is the right answer.

5:13

ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

Okay, let's recap the vocabulary we've learned in this program, ลำดับความ

5:15

โอเค มาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้ในรายการนี้กันเถอะ

ลำดับความ

let's recap: ใช้เริ่มการทบทวนสั้น ๆ

Let's recap เป็นวลีเปลี่ยนช่วงที่ชวนผู้ฟังมาทบทวนประเด็นสำคัญอย่างสั้น ๆ ตรงนี้ใช้ส่งสัญญาณว่ารายการกำลังเปลี่ยนจากเนื้อหาหลักไปสู่ช่วงทบทวนคำศัพท์ตอนท้าย Let's เป็นรูปย่อที่ใช้ทั่วไปของ let us และตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน recap คำว่า recap หมายถึงสรุปหรือทบทวนสั้น ๆ ไม่ใช่พูดซ้ำทุกอย่างทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปลี่ยนช่วงสองคำที่เน้นไว้เพื่อเริ่มการทบทวนสั้น ๆ: ____ the main points before the quiz.

ดูคำตอบ

Let's recap

starting with yelling, another word for shouting. วลี

5:19

เริ่มต้นด้วย yelling (การตะโกน) ซึ่งเป็นอีกคำหนึ่งของ shouting (การตะโกน)

วลี

another word for: อธิบายด้วยคำที่มีความหมายใกล้เคียง

another word for ใช้แนะนำคำหรือสำนวนอีกแบบที่มีความหมายเหมือนกันหรือใกล้เคียงกันมาก ในคำบรรยายนี้ another word for shouting ใช้อธิบายคำว่า yelling ไม่ได้เริ่มหัวข้อใหม่ รูปแบบเต็มที่พบบ่อยคือ X is another word for Y ส่วนรูปแบบสั้นที่ใช้ที่นี่จะวาง another word for Y ไว้หลัง X เพื่อระบุหรืออธิบาย X

แบบฝึกหัด

ใช้ another word for เติมประโยคให้สมบูรณ์: Physician is ____ doctor.

ดูคำตอบ

another word for

To pacify someone means to calm them down

5:23

To pacify (ทำให้สงบ) ใครบางคน หมายถึง การทำให้พวกเขาใจเย็นลง

when they're angry.

5:26

เวลาที่พวกเขาโกรธ

In the near future means very soon or within a short time.

5:27

In the near future (ในอนาคตอันใกล้) หมายถึง เร็วๆ นี้หรือภายในเวลาอันสั้น

The phrase as a matter of fact is used to add emphasis to what you're saying, วลี

5:32

วลี as a matter of fact (ในความเป็นจริง) ใช้เพื่อเน้นย้ำสิ่งที่คุณกำลังพูด

วลี

is used to add emphasis to: การอธิบายหน้าที่

รูปแบบ X is used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายวัตถุประสงค์หรือหน้าที่ของ X ในที่นี้ as a matter of fact มีหน้าที่เพิ่มน้ำหนักให้กับสิ่งที่ผู้พูดกล่าว ใน add emphasis to something คำว่า emphasis หมายถึงน้ำหนักหรือความสำคัญที่เพิ่มขึ้น และคำที่ตามหลัง to ระบุสิ่งที่ได้รับการเน้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าวัตถุประสงค์ของตัวหนาคือทำให้คำสำคัญเด่นขึ้น?

  1. Editors are used to adding emphasis to key terms with bold type.
  2. Bold type is used to add emphasis to key terms.
  3. Editors used to add emphasis to key terms with bold type.
ดูคำตอบ

Bold type is used to add emphasis to key terms.

to give more detail about what you've just said,

5:36

เพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่คุณเพิ่งพูดไป

or to introduce something that contrasts with it.

5:39

หรือเพื่อแนะนำสิ่งที่ขัดแย้งกับมัน

If you're empathetic, ไวยากรณ์

5:42

หากคุณมีความเห็นอกเห็นใจ (empathetic)

you're able to put yourself in someone else's position

5:44

คุณสามารถเอาใจเขามาใส่ใจเราได้

ไวยากรณ์

If you're ..., you're able to ...: เชื่อมคุณลักษณะกับความสามารถ

If you're empathetic, you're able to ... ใช้ if + present tense เพื่อเชื่อมคุณลักษณะหนึ่งเข้ากับความสามารถที่มักมาพร้อมกับคุณลักษณะนั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังอธิบายว่าคนที่เข้าอกเข้าใจผู้อื่นทำอะไรได้ ไม่ได้ทำนายเหตุการณ์หนึ่งในอนาคต แต่เป็นคำอธิบายทั่วไป รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ If you're + คำคุณศัพท์, you're able to + คำกริยารูปพื้นฐาน ส่วน be able to หมายถึงมีความสามารถหรือมีเงื่อนไขพร้อมที่จะทำสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเต็มใจทำสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ be able to เติมรูปแบบนี้ให้สมบูรณ์: If you're observant, ____ notice small changes.

ดูคำตอบ

you're able to

and share their feelings or experiences.

5:47

และรับรู้ถึงความรู้สึกหรือประสบการณ์ของพวกเขาได้

And finally,

5:50

และสุดท้าย

filler words like, um, uh, and you know,

5:51

คำเติมช่องว่าง (filler words) เช่น um, uh, และ you know

give the speaker more time to think or to express uncertainty.

5:56

ให้เวลาผู้พูดมากขึ้นในการคิดหรือเพื่อแสดงความไม่แน่ใจ

Once again,

6:01

อีกครั้งหนึ่ง

our 6 minutes are up. วลี

6:02

เวลา 6 นาทีของเราหมดลงแล้ว

วลี

are up: บอกว่าเวลาที่กำหนดสิ้นสุดแล้ว

ใน our 6 minutes are up คำว่า are up หมายถึงเวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว up ในที่นี้เป็นสำนวนที่บอกว่าช่วงเวลาที่มีอยู่จบลง ไม่ได้บอกทิศทางขึ้นด้านบน คำกริยาต้องสอดคล้องกับพจน์ของคำบอกเวลา จึงใช้ six minutes are up แต่ใช้ time is up ส่วนรูปย่อที่พบบ่อยอย่าง Time's up มีความหมายเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

“Your time is up” หมายความว่าอย่างไร

  1. นาฬิกาอยู่ในที่สูง
  2. เวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดแล้ว
  3. ยังเหลือเวลาอีกมาก
ดูคำตอบ

เวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดแล้ว

Bye.

6:04

ลาก่อน

Bye.

6:05

ลาก่อน

Six Minute English from bbclearningenglish.com.

6:07

Six Minute English จาก bbclearningenglish.com