ทำไมอเมริกาถึงเถียงกันเรื่องตัวเลขปลอม: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
694 คำ 200 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: รัฐสภาสหรัฐฯ อนุมัติรายจ่ายแต่แยกกำหนดเพดานกู้ยืม วิกฤตจึงคุกคามการชำระภาระเดิมและกลายเป็นเครื่องมือต่อรองการเมือง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “financial weapon of mass destruction” (สำนวนและการเปรียบเทียบ): เข้าใจว่าเป็นอุปมารุนแรงที่เตือนถึงความเสี่ยงเชิงระบบซึ่งรัฐบาลสร้างเอง ไม่ใช่อาวุธจริง 2. “paying bills already incurred.” (วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง): เข้าใจว่า incurred หมายถึงภาระที่เกิดแล้ว และการเพิ่มเพดานไม่ใช่การอนุมัติรายจ่ายใหม่ในอนาคต 3. “as leverage in negotiations” (ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา): เรียนความหมายเชิงอุปมาของ leverage ในภาษานโยบาย และมองออกว่าภัยคุกคามถูกใช้เป็นอำนาจต่อรองเพื่อให้อีกฝ่ายยอมอ่อนข้อ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The debt limit is a kind of financial weapon of mass destruction สำนวน

0:00

เพดานหนี้เป็นเหมือนอาวุธทำลายล้างทางการเงินอานุภาพสูง

chained to the United States government by the United States government.

0:03

ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ล่ามโซ่ติดไว้กับรัฐบาลสหรัฐฯ เอง

สำนวน

financial weapon of mass destruction ในฐานะอุปมาทางการเมือง

ในที่นี้ financial weapon of mass destruction เป็นอุปมาเปรียบเทียบเพดานหนี้ โดยนำกฎทางการเงินไปเปรียบกับอาวุธที่สร้างความเสียหายมหาศาลได้ เพื่อเน้นความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ได้หมายถึงอาวุธจริง วลีนี้ยังเพิ่มความย้อนแย้งของประโยค เพราะอันตรายดังกล่าวถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ล่ามไว้กับตัวเอง ภาพเปรียบเทียบที่รุนแรงนี้สื่อว่าความเสี่ยงทั้งร้ายแรงและเกิดจากการกระทำของตนเอง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ financial weapon of mass destruction สื่อถึงลักษณะใดของเพดานหนี้

  1. เป็นปัญหาทางบัญชีเล็กน้อยที่มีผลกระทบจำกัด
  2. เป็นอาวุธทางทหารที่รัฐบาลให้เงินสนับสนุนและจัดประเภทไว้อย่างเป็นทางการ
  3. เป็นกลไกทางการเงินที่อาจสร้างความเสียหายเชิงระบบในวงกว้าง
ดูคำตอบ

เป็นกลไกทางการเงินที่อาจสร้างความเสียหายเชิงระบบในวงกว้าง

Confused?

0:06

งงใช่ไหมล่ะ?

Then it's time for the United States debt limit explained.

0:07

งั้นก็ถึงเวลาอธิบายเรื่องเพดานหนี้ของสหรัฐฯ แล้วล่ะ

To understand the debt limit, ลำดับความ

0:10

เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเพดานหนี้

you need to know the US splits financial responsibility between the President and Congress. วลี

0:11

คุณต้องรู้ก่อนว่าสหรัฐฯ แบ่งความรับผิดชอบทางการเงินระหว่างประธานาธิบดีและรัฐสภา

ลำดับความ

To understand ..., you need to know ... ในฐานะโครงสร้างนำทางคำอธิบาย

โครงสร้าง To understand X, you need to know Y บอกผู้ฟังว่า Y คือข้อมูลพื้นฐานที่ต้องรู้ก่อนจึงจะอธิบาย X ได้อย่างชัดเจน ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อมูลเกี่ยวกับการแบ่งความรับผิดชอบด้านการเงิน ในฐานะคำบอกทิศทางของเนื้อหา โครงสร้างนี้จัดลำดับคำอธิบายโดยเริ่มจากระบุหัวข้อหลัก แล้วจึงชี้ไปยังแนวคิดพื้นฐานที่จะกล่าวต่อไป Need to know หมายถึง “การรู้เรื่องนี้ช่วยให้เข้าใจหัวข้อ” ไม่ได้หมายถึง “ต้องท่องจำเรื่องนี้”

แบบฝึกหัด

เติมคำบอกทิศทางด้วยสองส่วนของโครงสร้างเป้าหมาย: ____ how solar panels work, ____ that they turn sunlight into electricity.

ดูคำตอบ

To understand · you need to know

วลี

split responsibility between A and B: แบ่งความรับผิดชอบระหว่าง A กับ B

ในประโยคนี้ splits financial responsibility between the President and Congress หมายถึงระบบของสหรัฐฯ จัดสรรอำนาจและหน้าที่ด้านการเงินบางส่วนให้แก่สองสถาบัน คำว่า split ในที่นี้หมายถึง “แบ่งหรือจัดสรร” ไม่ได้สื่อว่าสองสถาบันกำลังขัดแย้งกัน โครงสร้าง split responsibility between A and B ระบุสองฝ่ายที่รับผิดชอบ โดยตัวโครงสร้างเองไม่ได้หมายความว่าต้องแบ่งคนละครึ่งหรือทั้งสองฝ่ายต้องทำงานเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย split responsibility between: For the contract review, the company will ____ its finance team and its legal team.

ดูคำตอบ

split responsibility between

The President has two jobs when it comes to money. วลี

0:16

เมื่อพูดถึงเรื่องเงิน ประธานาธิบดีมีหน้าที่สองอย่าง

วลี

when it comes to: เมื่อพูดถึง…

when it comes to money หมายถึง “เมื่อหัวข้อคือเรื่องเงิน” หรือ “ในแง่ของเรื่องเงิน” วลีนี้จำกัดหัวข้อกว้าง ๆ เรื่องหน้าที่ของประธานาธิบดีให้เหลือเฉพาะด้านการเงิน comes ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ วลีทั้งหมดทำหน้าที่กำหนดกรอบหัวข้อ โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความต่อไปจะกล่าวถึงแง่มุมใด

แบบฝึกหัด

เติมด้วย when it comes to: ____ learning a language, regular practice matters more than one long study session.

ดูคำตอบ

When it comes to

One, collect taxes and two,

0:18

หนึ่ง คือเก็บภาษี และสอง

spend those taxes to run the government.

0:20

นำภาษีเหล่านั้นไปใช้บริหารประเทศ

This might give you the impression that the President with regards to money is all powerful, วลี

0:22

เรื่องนี้อาจทำให้คุณรู้สึกว่าในเรื่องเงินๆ ทองๆ ประธานาธิบดีมีอำนาจเบ็ดเสร็จ

วลี

give someone the impression that: ทำให้ใครบางคนเกิดความรู้สึกว่า

Give someone the impression that หมายถึง “ทำให้ใครบางคนเกิดความเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น” ในประโยคนี้ สิ่งที่มองเห็นเกี่ยวกับประธานาธิบดีและเรื่องเงินทำให้ผู้ฟังคิดว่าเขามีอำนาจทั้งหมด สำนวนนี้บอกถึงภาพที่เห็นหรือการตีความ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว และมักใช้เพื่อปูทางไปสู่การแก้ความเข้าใจในภายหลัง เพราะความประทับใจนั้นอาจผิดก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ give someone the impression that: Her confident answer ____ she had prepared, but we later learned she had not.

ดูคำตอบ

gave me the impression that

especially when you hear news reports on the President's new budget

0:26

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาคุณได้ยินข่าวเกี่ยวกับงบประมาณใหม่ของประธานาธิบดี

or his plan to raise taxes on haberdashers

0:29

หรือแผนการของเขาที่จะขึ้นภาษีร้านขายเครื่องแต่งกายบุรุษ

or lower taxes on apiarists.

0:31

หรือลดภาษีให้คนเลี้ยงผึ้ง

But reality is just the opposite ลำดับความ

0:33

แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามเลย

ลำดับความ

reality is just the opposite: ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม

But แสดงว่าคำพูดกำลังเปลี่ยนทิศทางจากความประทับใจก่อนหน้า จากนั้น Reality is just the opposite ปฏิเสธความประทับใจนั้นและบอกผู้ฟังว่าสถานการณ์จริงกลับเป็นตรงกันข้าม ในที่นี้ just ใช้เน้นความหมายว่า “อย่างตรงตัว” หรือ “อย่างแม่นยำ” ส่วน the opposite ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อกล่าวก่อนหน้า ดังนั้นประโยคนี้จึงเป็นจุดหักมุมที่ชัดเจนก่อนผู้พูดจะอธิบายว่าความจริงคืออะไร

แบบฝึกหัด

อ่านสถานการณ์: People say the new schedule gives us more free time, but it actually leaves us less. ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นนำการแก้ความเข้าใจนี้

  1. Reality gives us another option.
  2. Reality is somewhat different.
  3. Reality is just the opposite.
ดูคำตอบ

Reality is just the opposite.

and the President is the one who takes orders. วลี

0:34

เพราะประธานาธิบดีคือคนที่ต้องรับคำสั่งต่างหาก

From whom?

0:37

จากใครน่ะเหรอ?

Congress.

0:38

ก็จากรัฐสภาไง

วลี

take orders: ทำตามคำสั่ง

ในที่นี้ takes orders หมายถึงทำตามคำสั่ง คำนามพหูพจน์ orders หมายถึงคำสั่งจากผู้มีอำนาจ ไม่ใช่คำขอซื้อสินค้าหรือสั่งอาหารจากลูกค้า โครงสร้าง take orders from + บุคคลหรือกลุ่ม แสดงทิศทางของอำนาจ กล่าวคือ ประธานของประโยคต้องทำตามการตัดสินใจของบุคคลหรือกลุ่มที่อยู่หลัง from

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ take orders ในความหมายว่าทำตามคำสั่ง?

  1. At work, I take orders from the head chef.
  2. The shop takes online orders until midnight.
  3. At lunch, I take an order for two sandwiches.
ดูคำตอบ

At work, I take orders from the head chef.

Congress has the jobs of setting the tax level

0:38

รัฐสภามีหน้าที่กำหนดระดับภาษี

and determining how much the government will spend by writing a budget.

0:41

และพิจารณาว่ารัฐบาลจะใช้จ่ายเงินเท่าไหร่โดยการจัดทำงบประมาณ

So, while the President does get to submit budgets to Congress ไวยากรณ์

0:44

ดังนั้น ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีจะมีสิทธิ์เสนองบประมาณต่อรัฐสภา

and asks for changes in the tax level,

0:46

และขอให้มีการเปลี่ยนแปลงระดับภาษีได้

these are just requests that Congress doesn't have to pay attention to. ไวยากรณ์

0:48

แต่นั่นก็เป็นเพียงคำขอที่รัฐสภาไม่จำเป็นต้องใส่ใจก็ได้

ไวยากรณ์

does get to submit: เน้นว่าสิทธิ์ในการเสนอมีอยู่จริง

ในอนุประโยคบอกเล่านี้ does ใช้เพื่อเน้นว่าประธานาธิบดีมีอำนาจที่จำกัดข้อนี้อยู่จริง ไม่ได้ใช้เพื่อสร้างคำถามหรือประโยคปฏิเสธ get to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงได้รับอนุญาตหรือมีโอกาสทำบางอย่าง เมื่อนำมารวมกัน does get to submit ยอมรับก่อนว่าสิทธิ์ในการเสนอนั้นมีอยู่จริง แล้วจึงจำกัดความสำคัญของสิทธิ์นั้น เพราะการเสนองบประมาณไม่ได้หมายความว่าสภาคองเกรสต้องยอมรับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าประธานมีสิทธิ์เสนอเรื่องจริง แต่ยังไม่มีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้าย?

  1. The chair gets to the meeting, but the committee makes the final decision.
  2. The chair does get to present a proposal, but the committee makes the final decision.
  3. The chair does present a proposal, so the committee must approve it.
ดูคำตอบ

The chair does get to present a proposal, but the committee makes the final decision.

ไวยากรณ์

doesn't have to: ไม่จำเป็นต้องทำ ไม่ใช่การห้าม

ใน doesn't have to pay attention โครงสร้าง doesn't have to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าไม่มีหน้าที่ต้องทำ รัฐสภาจะใส่ใจก็ได้ แต่ก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจได้เช่นกัน โครงสร้างนี้บอกว่าไม่จำเป็น ไม่ได้สร้างกฎที่ห้ามทำสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการเข้าร่วมประชุมเป็นทางเลือก ไม่ใช่สิ่งที่ถูกห้าม?

  1. Nina mustn't attend the meeting.
  2. Nina can't attend the meeting.
  3. Nina doesn't have to attend the meeting.
ดูคำตอบ

Nina doesn't have to attend the meeting.

Congress can add or subtract anything they want from the President's budget

0:52

รัฐสภาสามารถเพิ่มหรือลดอะไรก็ได้ในงบประมาณของประธานาธิบดีตามที่พวกเขาต้องการ

or throw it out entirely กริยาวลี

0:55

หรือจะโยนทิ้งไปทั้งฉบับ

and write a new one.

0:56

แล้วเขียนขึ้นมาใหม่เลยก็ได้

กริยาวลี

throw it out: ปฏิเสธบางสิ่งทั้งหมด

ในที่นี้ throw it out หมายถึงปฏิเสธหรือละทิ้งงบประมาณของประธานาธิบดีทั้งหมด เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้มีการขว้างสิ่งของจริง ๆ Throw out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางคำสรรพนามไว้ระหว่างกริยากับคำประกอบ จึงต้องใช้ throw it out ไม่ใช่ throw out it หากกรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง throw the budget out และ throw out the budget

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่สองโดยใช้ throw out และคำสรรพนาม it: The committee rejected the old plan completely. They decided to ____.

ดูคำตอบ

throw it out

The same goes for the level of taxes. วลี

0:57

เรื่องระดับภาษีก็เช่นเดียวกัน

วลี

The same goes for: นำประเด็นเดียวกันไปใช้กับอีกกรณีหนึ่ง

“The same goes for X” หมายความว่า กฎ ข้อเท็จจริง หรือข้อวินิจฉัยที่เพิ่งกล่าวถึงนั้นใช้กับ X เช่นกัน ในประโยคนี้ ประเด็นก่อนหน้าเกี่ยวกับอำนาจของรัฐสภาถูกนำมาใช้กับระดับภาษีด้วย วลีนี้ช่วยเชื่อมสองกรณีที่เหมือนกันโดยไม่ต้องพูดคำอธิบายทั้งหมดซ้ำ ในรูปแบบนี้ goes ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ แต่ goes for หมายถึง “ใช้กับ”

แบบฝึกหัด

ข้อความต่อใดบอกได้ชัดเจนที่สุดว่ากฎการลงชื่อเข้าใช้กับคนขับรถส่งของด้วย

  1. All visitors must sign in, but delivery drivers follow a different rule.
  2. All visitors must sign in because delivery drivers arrive early.
  3. All visitors must sign in. The same goes for delivery drivers.
ดูคำตอบ

All visitors must sign in. The same goes for delivery drivers.

So, Congress decides what it wants,

1:00

สรุปคือ รัฐสภาเป็นคนตัดสินใจว่าต้องการอะไร

bridges, tanks, buildings, courts, robots on Mars, robots on Earth,

1:01

สะพาน รถถัง ตึกรามบ้านช่อง ศาล หุ่นยนต์บนดาวอังคาร หุ่นยนต์บนโลก

national parks, whatever,

1:05

อุทยานแห่งชาติ หรืออะไรก็แล้วแต่

and approves a budget with that stuff in it.

1:06

แล้วก็อนุมัติงบประมาณที่มีของพวกนั้นอยู่ข้างใน

Once approved, ไวยากรณ์

1:08

เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว

the President is required by law to spend the money Congress listed in the budget วลี

1:09

กฎหมายบังคับให้ประธานาธิบดีต้องใช้จ่ายเงินตามที่รัฐสภาระบุไว้ในงบประมาณ

ไวยากรณ์

Once approved: อนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อ

Once approved เป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อ หมายถึง once it is approved หรือ once it has been approved ในประโยคนี้ ข้อความดังกล่าวหมายถึงงบประมาณที่กล่าวถึงในบริบทก่อนหน้า ไม่ใช่ประธานาธิบดี รูปแบบ once + คำกริยาช่องที่สาม แสดงเหตุการณ์กรรมวาจกที่เสร็จสิ้นแล้วให้เป็นเงื่อนไขหรือจุดเวลาก่อนสิ่งที่ตามมา รูปแบบนี้กระชับเพราะละประธานและรูปหนึ่งของ be ไว้ ดังนั้นต้องดูจากบริบทได้ง่ายว่าหมายถึงสิ่งใด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Once signed, the contract becomes legally binding,” คำว่า “Once signed” หมายความว่าอย่างไร

  1. หลังจากสัญญาลงนามในเอกสารอีกฉบับหนึ่งแล้ว
  2. หลังจากลงนามในสัญญาแล้ว
  3. ขณะที่สัญญายังคงถูกเขียนแก้ไขใหม่
ดูคำตอบ

หลังจากลงนามในสัญญาแล้ว

วลี

required by law to + คำกริยารูปพื้นฐาน

be required by law to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงกฎหมายกำหนดอย่างเป็นทางการว่าต้องทำสิ่งนั้น ในประโยคนี้ ประธานาธิบดีไม่ได้ใช้จ่ายเงินเพียงเพราะมีความจำเป็นหรือเลือกทำเอง แต่ต้องทำตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ใช้ ประธาน + be required by law to + คำกริยารูปพื้นฐาน เมื่อต้องการระบุให้ชัดว่าหน้าที่นั้นมาจากกฎหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่ขึ้นต้นด้วย required และระบุอย่างชัดเจนว่าหน้าที่นั้นมาจากกฎหมาย: Employers are ____ provide a safe workplace.

ดูคำตอบ

required by law to

and pay for it using the taxes that Congress set.

1:13

และจ่ายเงินเหล่านั้นโดยใช้ภาษีที่รัฐสภากำหนด

As long as more taxes come in than spending goes out, โน้ต

1:16

ตราบใดที่เก็บภาษีได้มากกว่าเงินที่จ่ายออกไป

กริยาวลี

come in ... goes out: เงินไหลเข้าและไหลออก

ในที่นี้ come in หมายถึง “ได้รับเข้ามาเป็นรายได้” ส่วน goes out หมายถึง “ถูกใช้จ่ายหรือจ่ายออกไป” คำบอกทิศทางเหล่านี้อธิบายการไหลของเงิน ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ วลีคู่ขนานนี้เปรียบเทียบรายได้จากภาษีกับรายจ่าย กล่าวคือ เงินไหลเข้าผ่านภาษีและไหลออกผ่านการใช้จ่าย รูปแบบ in/out เดียวกันนี้ยังใช้บรรยายการไหลของทรัพยากรอื่น เช่น ข้อมูลหรือสิ่งของได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Donations come in every month, but rent and bills go out immediately,” come in และ go out อธิบายอะไร

  1. คนที่เข้าและออกจากอาคาร
  2. อัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นและลดลง
  3. การได้รับเงินและการจ่ายเงิน
ดูคำตอบ

การได้รับเงินและการจ่ายเงิน

everything is fine.

1:19

ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา

ไวยากรณ์

As long as + เงื่อนไข

As long as ที่ต้นประโยคนี้หมายถึง “ตราบใดที่” หรือ “โดยมีเงื่อนไขว่า” ซึ่งตรงกับ provided that วลีนี้นำเสนอเงื่อนไขที่ทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย นั่นคือรายรับจากภาษีต้องยังคงมากกว่ารายจ่าย การใช้นี้เป็นการตั้งเงื่อนไข ไม่ได้บอกความยาวทางกายภาพหรือระยะเวลาที่สิ่งใดดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำที่ขึ้นต้นด้วย as และหมายถึง provided that: You may use the study room ____ you leave it tidy.

ดูคำตอบ

as long as

But almost always Congress puts more stuff in the budget than they cover with taxes,

1:21

แต่รัฐสภามักจะยัดสิ่งต่างๆ ลงในงบประมาณมากกว่าภาษีที่จะครอบคลุมได้เสมอ

which means that the President must borrow money to cover the difference. โน้ต

1:25

ซึ่งนั่นหมายความว่าประธานาธิบดีต้องไปกู้เงินมาเพื่อโปะส่วนต่าง

ลำดับความ

which means that: เชื่อมไปยังผลลัพธ์

Which means that อ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า และนำเข้าสู่ข้อสรุปหรือผลที่ตามมา ในที่นี้ งบประมาณมีรายจ่ายมากกว่าที่ภาษีจะครอบคลุมได้ ดังนั้นประธานาธิบดีจึงต้องกู้เงินในจำนวนที่ขาดไป เนื่องจาก which means that ตามหลังเครื่องหมายจุลภาค จึงเป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความที่อธิบายข้อความก่อนหน้าทั้งหมด โครงสร้างนี้จัดลำดับคำอธิบายโดยกล่าวข้อเท็จจริงก่อน แล้วจึงบอกผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกผลสามคำจากบทเรียน: The shop sold out before noon, ____ we need to make more tomorrow.

ดูคำตอบ

which means that

การใช้คำ

cover the difference เพื่อจ่ายส่วนที่ขาด

ในบริบททางการเงินนี้ cover หมายถึง “จัดหาเงินให้เพียงพอสำหรับจ่ายบางอย่าง” ส่วน the difference คือยอดที่ขาดระหว่างเงินที่เข้ามากับเงินที่ใช้จ่าย ดังนั้น cover the difference จึงหมายถึงออกเงินชดเชยจำนวนที่ขาด รูปแบบนี้นำไปใช้ในบริบทอื่นได้: เงินก้อนหนึ่งจ่ายค่าใช้จ่ายบางส่วน และแหล่งเงินอีกแหล่งจ่ายส่วนต่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “จัดหาเงินให้เพียงพอสำหรับจ่ายจำนวนที่เหลือ”: The grant pays most of the fee, and the school will ____.

ดูคำตอบ

cover the difference

In most countries,

1:29

ในประเทศส่วนใหญ่

the story ends here because if their legislatures approved more spending than they have income,

1:30

เรื่องมันก็จบแค่นี้แหละ เพราะถ้าฝ่ายนิติบัญญัติอนุมัติรายจ่ายมากกว่ารายได้

they've also implicitly approved the necessary borrowing.

1:34

ก็เท่ากับว่าพวกเขายอมรับการกู้ยืมที่จำเป็นไปโดยปริยายแล้ว

But not in America.

1:37

แต่ไม่ใช่ที่อเมริกา

Here, Congress also limits the total amount of debt the United States can have.

1:39

ที่นี่ รัฐสภายังจำกัดยอดหนี้รวมที่สหรัฐอเมริกาสามารถมีได้อีกด้วย

A debt limit sounds like a good idea วัฒนธรรม

1:44

การกำหนดเพดานหนี้ฟังดูเป็นความคิดที่ดีนะ

วัฒนธรรม

debt limit ในการคลังของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

ในการคลังของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ debt limit คือเพดานตามกฎหมายที่รัฐสภากำหนดไว้สำหรับยอดหนี้รวมของรัฐบาลกลาง ส่วน debt ceiling เป็นอีกชื่อหนึ่งที่ใช้เรียกเพดานเดียวกันโดยทั่วไป เพดานนี้แยกจากการตัดสินใจอนุมัติรายจ่ายและภาษี การตัดสินใจก่อนหน้านั้นอาจก่อให้เกิดภาระที่ต้องใช้การกู้ยืมมาชำระ ส่วน debt limit จำกัดอำนาจการกู้ยืมที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามภาระเหล่านั้น ไม่ได้เลือกโครงการใหม่โดยตรง

แบบฝึกหัด

ในการคลังของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ debt limit หมายถึงอะไร

  1. เพดานตามกฎหมายของยอดหนี้รัฐบาลกลางทั้งหมดที่รัฐบาลสามารถมีได้
  2. รายชื่อโครงการที่รัฐสภาอนุมัติไว้สำหรับการใช้จ่ายในอนาคต
  3. จำนวนเงินสูงสุดที่บุคคลหนึ่งสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต
ดูคำตอบ

เพดานตามกฎหมายของยอดหนี้รัฐบาลกลางทั้งหมดที่รัฐบาลสามารถมีได้

until you see the real world consequences of these two branches of government interacting.

1:45

จนกว่าคุณจะได้เห็นผลลัพธ์ในโลกแห่งความเป็นจริงจากการทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐทั้งสองนี้

As the total amount borrowed gets closer to the limit,

1:50

เมื่อยอดเงินกู้ยืมรวมเข้าใกล้ขีดจำกัด

Congress usually points to the President and acts shocked, น้ำเสียง/เจตนา

1:52

รัฐสภามักจะชี้นิ้วไปที่ประธานาธิบดีแล้วทำทีเป็นตกใจ

shocked that his reckless spending has brought us so close to the debt limit

1:55

ตกใจที่การใช้จ่ายอย่างไม่ระมัดระวังของเขาทำให้เราเข้าใกล้เพดานหนี้มากขนาดนี้

that they reasonable prudent Congress have set.

1:58

เพดานหนี้ที่พวกรัฐสภาผู้มีเหตุผลและรอบคอบได้ตั้งเอาไว้น่ะนะ

น้ำเสียง/เจตนา

acts shocked: แสดงความตกใจที่อาจไม่ใช่ความรู้สึกจริง

Act + adjective หมายถึง “ทำตัวหรือแสดงออกเหมือนอยู่ในสภาพตามที่คำคุณศัพท์บอก” ดังนั้น acts shocked จึงบรรยายการแสดงความตกใจออกมาภายนอก ต่างจาก is shocked ตรงที่ไม่ได้ยืนยันว่าความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นจริง ในที่นี้ การพูด shocked ซ้ำและบริบทของการโยนความรับผิดทำให้ความตกใจนั้นฟังดูเหมือนการแสดงและมีนัยประชด ผู้พูดกำลังสื่อว่าสภาคองเกรสแสดงท่าทีประหลาดใจทั้งที่ตนเองมีส่วนทำให้เกิดสถานการณ์นี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่า Maria แสดงอาการตกใจออกมาโดยที่อาจไม่ได้รู้สึกตกใจจริง

  1. Maria takes action whenever the missing file is mentioned.
  2. Maria is shocked whenever the missing file is mentioned.
  3. Maria acts shocked whenever the missing file is mentioned.
ดูคำตอบ

Maria acts shocked whenever the missing file is mentioned.

And while it's technically correct that the President has borrowed this money, ลำดับความ

2:01

และถึงแม้ในทางเทคนิคแล้วจะถือว่าประธานาธิบดีเป็นคนกู้เงินจำนวนนี้มาจริง

Congress has forced him to do it by approving a budget ไวยากรณ์

2:04

แต่รัฐสภาต่างหากที่บีบให้เขาต้องทำแบบนั้นด้วยการอนุมัติงบประมาณ

that the President is legally obligated to spend การใช้คำ

2:07

งบประมาณที่ประธานาธิบดีมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องใช้จ่าย

without also approving the necessary taxes to cover that spending.

2:10

โดยที่ไม่ยอมอนุมัติการเก็บภาษีที่จำเป็นเพื่อมารองรับค่าใช้จ่ายเหล่านั้น

ลำดับความ

while it's technically correct that: ยอมรับข้อเท็จจริงที่มีขอบเขตจำกัด

While ใช้เกริ่นการยอมรับบางส่วน โดยผู้พูดยอมรับก่อนว่าส่วนหนึ่งของข้อกล่าวอ้างอีกฝ่ายเป็นความจริง ส่วน technically correct จำกัดการยอมรับนั้นไว้เพียงการตีความตามตัวอักษรหรือในขอบเขตแคบ ใจความหลักที่แท้จริงของผู้พูดอยู่ในประโยคหลักหลังเครื่องหมายจุลภาค ซึ่งเพิ่มบริบทที่เปลี่ยนวิธีตัดสินความรับผิด ดังนั้นช่วงเปิดไม่ได้บอกว่าข้อเท็จจริงแรกเป็นเท็จ แต่บอกว่าข้อเท็จจริงนั้นเพียงอย่างเดียวยังไม่ครบถ้วน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยช่วงเปิดของประโยคนี้: “While it's technically correct that the library closes at six, staff usually let people finish checking out their books”?

  1. ปฏิเสธว่าห้องสมุดปิดหกโมง
  2. เปลี่ยนเรื่องโดยไม่ตอบประเด็นแรก
  3. ยอมรับข้อเท็จจริงในความหมายแคบก่อนเพิ่มบริบทที่เปลี่ยนวิธีตัดสินข้อเท็จจริงนั้น
ดูคำตอบ

ยอมรับข้อเท็จจริงในความหมายแคบก่อนเพิ่มบริบทที่เปลี่ยนวิธีตัดสินข้อเท็จจริงนั้น

ไวยากรณ์

forced him to do it: โครงสร้าง force someone to do something

ใน forced him to do it คำว่า force ตามด้วยกรรม him แล้วจึงตามด้วย infinitive ที่มี to คือ to do โครงสร้างคือ force + someone + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงแรงกดดันจากภายนอกทำให้บุคคลนั้นแทบไม่มีทางเลือกจริง ๆ นอกจากลงมือทำ ในที่นี้ him หมายถึงประธานาธิบดี และ it หมายถึงการกู้เงิน แรงกดดันนี้เป็นเชิงสถาบัน ไม่ใช่การบังคับทางกายภาพ เพราะการตัดสินใจเรื่องงบประมาณและภาษีของสภาคองเกรสทำให้จำเป็นต้องกู้เงิน

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปหนึ่งคำให้ประโยคสมบูรณ์: The court order forced the company ____ release the records.

ดูคำตอบ

to

การใช้คำ

legally obligated to: หน้าที่ที่กฎหมายกำหนด

ใน is legally obligated to spend คำว่า obligated เป็นคำคุณศัพท์ในโครงสร้าง be obligated to + กริยารูปพื้นฐาน ข้อความนี้หมายความว่าประธานาธิบดีมีหน้าที่ต้องใช้เงินที่ได้รับอนุมัติ ไม่ใช่เพียงแค่ว่าการใช้เงินนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำ คำวิเศษณ์ legally ระบุที่มาของหน้าที่ว่าเป็นกฎหมาย ถ้อยคำที่เป็นทางการนี้มักใช้กล่าวถึงข้อกำหนดที่มาจากกฎหมาย ระเบียบ สัญญา หรืออำนาจทางการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนว่าหน้าที่นั้นมาจากกฎหมาย?

  1. The landlord is legally obligated to maintain the fire alarms.
  2. The landlord is expected to maintain the fire alarms.
  3. The landlord feels obliged to maintain the fire alarms.
ดูคำตอบ

The landlord is legally obligated to maintain the fire alarms.

So, the debt limit fight is essentially the government version of the playground favorite

2:14

ดังนั้น ศึกเพดานหนี้ก็คือเวอร์ชันรัฐบาลของการเล่นแกล้งกันในสนามเด็กเล่น

stop hitting yourself, สำนวน

2:18

แบบที่จับมือเพื่อนมาตีตัวเองแล้วบอกว่า 'หยุดตีตัวเองสิ'

except with added terror for everyone watching.

2:19

ต่างกันตรงที่มันสร้างความหวาดผวาให้กับทุกคนที่กำลังดูอยู่ด้วย

สำนวน

คำเยาะเย้ยแบบกลั่นแกล้ง “stop hitting yourself”

ในการเยาะเย้ยในสนามเด็กเล่นด้วยคำว่า stop hitting yourself ผู้รังแกอาจจับมือของเหยื่อแล้วใช้มือนั้นตีตัวเหยื่อเอง ก่อนจะแสร้งทำเป็นว่าเหยื่อเลือกทำเอง คำพูดฟังเหมือนคำแนะนำ แต่จริง ๆ แล้วเป็นการเยาะเย้ยคนที่ถูกพรากการควบคุมไป ในที่นี้ การเปรียบเทียบนำเสนอการต่อสู้เรื่องเพดานหนี้ว่าเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นภายในรัฐบาลเอง ผู้ที่ควบคุมเงื่อนไขเป็นฝ่ายก่อให้เกิดความเสียหาย แล้วทำเหมือนเป็นความผิดของคนอื่นหรือเป็นเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การสลับความรับผิดเช่นนี้ทำให้ประโยคมีทั้งอารมณ์ขันแบบมืดมนและน้ำเสียงวิจารณ์

แบบฝึกหัด

การเปรียบเทียบกับการเยาะเย้ยในสนามเด็กเล่นสื่ออะไรเกี่ยวกับการต่อสู้เรื่องเพดานหนี้?

  1. เป็นความพยายามอย่างจริงใจที่จะห้ามไม่ให้ใครทำร้ายตัวเองทางร่างกาย
  2. เป็นวิกฤตที่สร้างขึ้นเอง โดยผู้ที่ควบคุมสถานการณ์โยนความผิดเรื่องความเสียหายให้ผู้อื่น
  3. เป็นความขัดแย้งธรรมดาที่เกิดจากผู้โจมตีภายนอกทั้งหมด
ดูคำตอบ

เป็นวิกฤตที่สร้างขึ้นเอง โดยผู้ที่ควบคุมสถานการณ์โยนความผิดเรื่องความเสียหายให้ผู้อื่น

For it's important to note the debt limit is not about future spending.

2:22

เพราะสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก็คือ เพดานหนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการใช้จ่ายในอนาคต

It's not a credit card on which the limit will be raised

2:26

มันไม่ใช่บัตรเครดิตที่จะขอเพิ่มวงเงิน

so a crazy government party can be thrown.

2:28

เพื่อเอาไปจัดงานปาร์ตี้ของรัฐบาลสุดเหวี่ยงได้

The debt limit is about paying bills already incurred. วัฒนธรรม

2:31

เพดานหนี้เป็นเรื่องของการจ่ายบิลที่เกิดขึ้นไปแล้ว

วัฒนธรรม

ความหมายของ “bills already incurred”

Already incurred หมายความว่าภาระผูกพันทางกฎหมายหรือทางการเงินเกิดขึ้นก่อนเวลานี้แล้ว Incurred เป็นรูปกริยาช่องที่สามของ incur และ bills already incurred เป็นรูปย่อของ bills that have already been incurred โดยรายการเหล่านั้นอาจยังไม่ได้ชำระก็ได้ ในบริบทของเพดานหนี้ รัฐบาลกำลังขออำนาจกู้ยืมให้เพียงพอสำหรับปฏิบัติตามภาระผูกพันที่เกิดจากการตัดสินใจใช้จ่ายซึ่งได้อนุมัติและดำเนินการไปแล้ว การเพิ่มเพดานไม่ได้เป็นการอนุมัติรายจ่ายใหม่ในอนาคตด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำกริยาแบบเป็นทางการที่หมายถึง “กลายเป็นภาระผูกพันทางการเงิน”: The contractor must cover the costs already ____.

ดูคำตอบ

incurred

For example,

2:34

ตัวอย่างเช่น

the government hires a company to repave a federal highway.

2:35

รัฐบาลจ้างบริษัทแห่งหนึ่งให้มาราดยางทางหลวงแผ่นดินใหม่

But if the US is at the debt limit

2:38

แต่ถ้าสหรัฐฯ ติดเพดานหนี้

when the company asks to be paid after the work has been done, ไวยากรณ์

2:39

พอตอนที่บริษัทขอเบิกเงินหลังจากทำงานเสร็จแล้ว

the government can't.

2:42

รัฐบาลก็ไม่มีเงินจ่าย

ไวยากรณ์

asks to be paid: ask + infinitive รูปถูกกระทำ

ใน asks to be paid คำว่า to be paid เป็น infinitive รูปถูกกระทำ บริษัทเป็นฝ่ายรับเงิน ไม่ใช่ฝ่ายจ่าย กล่าวคือ บริษัทขอให้คนอื่นจ่ายเงินที่ค้างอยู่ให้บริษัท ใช้รูป ask + to be + past participle เมื่อประธานขอให้มีการกระทำบางอย่างต่อตนเอง เช่น ask to be informed หรือ ask to be included

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย infinitive รูปถูกกระทำเพื่อแสดงว่า Leo ต้องการรับเงิน: After repairing the bike, Leo asked ____.

ดูคำตอบ

to be paid

This shakes trust in the US

2:44

สิ่งนี้สั่นคลอนความเชื่อมั่นที่มีต่อสหรัฐฯ

and since large parts of the global economy depend on the dollar being trustworthy, ไวยากรณ์

2:45

และเนื่องจากเศรษฐกิจโลกส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาความน่าเชื่อถือของเงินดอลลาร์

ไวยากรณ์

depend on the dollar being trustworthy: depend on + คำนาม + -ing

กลุ่มคำ the dollar being trustworthy ระบุเงื่อนไขที่เศรษฐกิจโลกส่วนใหญ่ต้องพึ่งพา the dollar เป็นประธานของ being และ trustworthy อธิบายสภาวะที่ต้องยังคงเป็นจริง เนื่องจาก on เป็นคำบุพบท แนวคิดทั้งหมดที่ตามหลังจึงอยู่ในรูปอนุประโยค -ing คือ the dollar being trustworthy ในที่นี้ being ไม่ได้แสดงรูปกำลังกระทำตามปกติ แต่เปลี่ยนแนวคิด “the dollar is trustworthy” ให้เป็นเนื้อหาที่วางหลัง depend on ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ depend on + คำนาม + -ing เพื่อระบุเงื่อนไขได้ถูกต้อง

  1. The match depends on the field is safe.
  2. The match depends that the field being safe.
  3. The match depends on the field being safe.
ดูคำตอบ

The match depends on the field being safe.

messing with that trust is a big deal. กริยาวลี

2:50

การทำให้ความเชื่อมั่นนั้นพังทลายจึงเป็นเรื่องใหญ่มาก

กริยาวลี

messing with: แทรกแซงหรือทำให้บางสิ่งตกอยู่ในความเสี่ยง

mess with เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการ ในที่นี้ messing with that trust หมายถึงการแทรกแซงหรือทำให้ความไว้วางใจที่ค้ำจุนระบบการเงินตกอยู่ในความเสี่ยง ไม่ได้หมายถึงการทำให้สิ่งของชิ้นหนึ่งรกหรือไม่เป็นระเบียบ วลีนี้มักสื่อถึงการปฏิบัติต่อสิ่งสำคัญอย่างไม่ระมัดระวังและเสี่ยงให้เกิดผลเสีย การเรียกเรื่องนี้ว่า a big deal เน้นว่าการทำลายความไว้วางใจดังกล่าวจะเป็นเรื่องร้ายแรง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Changing these controls could mess with the safety system,” mess with หมายความว่าอะไร

  1. อธิบายระบบอย่างละเอียด
  2. แทรกแซงหรือทำให้ระบบตกอยู่ในความเสี่ยง
  3. ทำความสะอาดและจัดระบบให้เป็นระเบียบ
ดูคำตอบ

แทรกแซงหรือทำให้ระบบตกอยู่ในความเสี่ยง

But there is a way out.

2:53

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางออกนะ

Congress can raise the debt limit

2:54

รัฐสภาสามารถขยายเพดานหนี้ได้

and because of the aforementioned terror,

2:55

และเพราะความหวาดผวาที่กล่าวไปข้างต้น

they always have. ไวยากรณ์

2:57

พวกเขาก็ทำแบบนั้นมาตลอด

ไวยากรณ์

they always have: การละโดยคงกริยาช่วยของ present perfect

ใน they always have คำว่า have เป็นกริยาช่วยของ present perfect ที่ยังคงอยู่หลังจากละวลีกริยาที่ซ้ำออกไป คำนี้ย้อนกลับไปหมายถึงการเพิ่มเพดานหนี้ ดังนั้นประโยคจึงหมายความว่า จนถึงตอนนี้รัฐสภาเพิ่มเพดานหนี้ทุกครั้งเมื่อจำเป็น นี่คือการละโดยคงกริยาช่วยไว้ เมื่อผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงการกระทำใด กริยาช่วยสามารถแสดงกาลและความสอดคล้องกับประธานได้โดยไม่ต้องกล่าวการกระทำเต็มอีกครั้ง ในที่นี้ have ไม่ได้แปลว่า “มี” และประโยคก็ไม่ได้ขาดกรรม

แบบฝึกหัด

เติม B ด้วย they + always + กริยาช่วยของ present perfect โดยไม่กล่าว helped after past storms ซ้ำ A: Have the neighbors helped after past storms? B: Yes, ____.

ดูคำตอบ

they always have

So, if not raising the debt ceiling is potentially disastrous

2:59

งั้นถ้าการไม่ขยายเพดานหนี้อาจนำไปสู่หายนะได้

and the solution is simple and always taken in the end,

3:01

และทางออกก็ง่ายแสนง่ายแถมท้ายที่สุดก็ถูกนำมาใช้เสมอ

why does this debate last months?

3:04

แล้วทำไมข้อพิพาทนี้ถึงยืดเยื้อเป็นเดือนๆ ล่ะ?

Because politics. ลำดับความ

3:07

ก็เพราะการเมืองไง

ลำดับความ

Because politics. ในฐานะมุกปิดเชิงเหตุผลแบบฉับพลัน

“Because politics.” เป็นส่วนของประโยคที่จงใจใช้ตอบคำถามยาวเกี่ยวกับสาเหตุ ตามไวยากรณ์มาตรฐาน because มักนำหน้าประโยคย่อย ส่วน because of นำหน้ากลุ่มคำนาม ที่นี่ผู้ฟังสามารถเติมเหตุผลที่สมบูรณ์กว่าจากบริบทได้ เช่น “because political interests and conflict get in the way.” ส่วนของประโยคนี้ปิดคำถามด้วยข้อสรุปที่ย่อมาก แทนที่จะขยายคำอธิบาย ความสั้นอย่างฉับพลันทำให้การเมืองดูเป็นเหตุผลครอบจักรวาลที่เห็นได้ชัด และสร้างมุกปิดแบบนิ่ง ๆ ที่แฝงความเย้ยหยัน

แบบฝึกหัด

อ่านบทสนทนาใหม่นี้: “Why is the obvious repair still waiting for approval? Because bureaucracy.” ส่วนท้ายสร้างผลอย่างไร?

  1. เป็นการอธิบายทุกสาเหตุอย่างครบถ้วนและเป็นกลาง
  2. เป็นการย่อสาเหตุที่อนุมานได้ให้เป็นมุกปิดแบบฉับพลันและไม่เป็นทางการ
  3. เป็นการบอกว่าระบบราชการไม่เกี่ยวข้องกับความล่าช้า
ดูคำตอบ

เป็นการย่อสาเหตุที่อนุมานได้ให้เป็นมุกปิดแบบฉับพลันและไม่เป็นทางการ

The debt limit isn't the Constitution.

3:09

เพดานหนี้ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญสักหน่อย

Congress created it themselves

3:11

รัฐสภาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง

and from their point of view,

3:13

และในมุมมองของพวกเขานั้น

the debt limit is awesome because one, น้ำเสียง/เจตนา

3:14

เพดานหนี้เป็นอะไรที่เจ๋งสุดๆ ไปเลย เพราะหนึ่ง

it creates a problem that two,

3:17

มันสร้างปัญหาให้เกิดขึ้น และสอง

Congress can technically blame on the President who three,

3:18

รัฐสภาสามารถโยนความผิดไปให้ประธานาธิบดีตามหลักการได้ และสาม

needs the solution that only they can provide.

3:21

ประธานาธิบดีต้องการทางออกที่มีแค่รัฐสภาเท่านั้นที่ให้ได้

น้ำเสียง/เจตนา

awesome ในฐานะคำชมเชิงประชดจากมุมมองที่เห็นแก่ประโยชน์ตนเอง

Awesome มักแสดงการชื่นชมอย่างมาก แต่ในที่นี้ “from their point of view” ระบุว่าคำประเมินนั้นเป็นมุมมองของสภาคองเกรส และเหตุผลที่เรียงเป็นข้อหลังจากนั้นแสดงให้เห็นว่าเพดานหนี้มีประโยชน์เชิงกลยุทธ์ต่อพวกเขาอย่างไร ความไม่สอดคล้องนี้ทำให้ awesome มีความหมายเชิงประชด ผู้พูดไม่ได้ชมว่านโยบายนี้ดีสำหรับทุกคน แต่ใช้คำเชิงบวกเพื่อเปิดโปงการคำนวณทางการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ของตนเอง เมื่อตีความคำชม ให้ดูว่ากำลังนำเสนอมุมมองของใคร และข้อเท็จจริงรอบข้างสนับสนุนคำชมตามความหมายตรงหรือไม่

แบบฝึกหัด

ใน “The printer jammed again five minutes before the presentation. Awesome.” คำว่า “Awesome” สื่อความหมายอะไร?

  1. ผู้พูดใช้คำเชิงบวกอย่างประชดเพื่อแสดงความหงุดหงิด
  2. ผู้พูดกำลังถามว่าเครื่องพิมพ์มีคุณภาพสูงหรือไม่
  3. ผู้พูดพอใจกับเครื่องพิมพ์อย่างจริงใจ
ดูคำตอบ

ผู้พูดใช้คำเชิงบวกอย่างประชดเพื่อแสดงความหงุดหงิด

Congress gets to use the threat of mutual financial self-destruction

3:23

รัฐสภาจึงสามารถใช้คำขู่เรื่องความพินาศทางการเงินร่วมกัน

as leverage in negotiations การใช้คำ

3:27

เป็นข้อได้เปรียบในการต่อรอง

that they benefit from extending

3:28

ซึ่งพวกเขาจะได้ประโยชน์จากการลากยาวเกมนี้

until the last possible second.

3:29

ไปจนถึงวินาทีสุดท้ายที่เป็นไปได้

การใช้คำ

as leverage in negotiations: ใช้บางสิ่งเป็นอำนาจต่อรอง

ใน as leverage in negotiations คำว่า leverage หมายถึงอำนาจต่อรองที่นำมาใช้ได้จริง คือสิ่งที่สามารถมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของอีกฝ่ายหรือช่วยให้ได้ข้อยอมรับ ในที่นี้ ภัยคุกคามถูกใช้เป็นแหล่งแรงกดดัน ไม่ได้หมายถึงคานงัดทางกายภาพ โครงสร้าง use X as leverage แสดงว่าใช้ X เป็นเครื่องมือเพื่อมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ ส่วน in negotiations ระบุว่าแรงกดดันนั้นถูกใช้ในการเจรจา

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเดิมจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: The union used the strike deadline ____ with management.

ดูคำตอบ

as leverage in negotiations