ดนตรีช่วยเยียวยาหัวใจที่แตกสลายได้หรือไม่? - 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
945 คำ 167 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: นักร้องและนักแต่งเพลงคนหนึ่งเปลี่ยนประสบการณ์การตกหลุมรักและความเจ็บปวดจากการเลิกราให้เป็นบทเพลง ผู้ดำเนินรายการชวนมองว่าควรให้คุณค่ากับความรักของวัยรุ่น พร้อมยอมรับตามความเป็นจริงว่าความสัมพันธ์อาจจบลงและเราสามารถฟื้นใจได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. only to die tragically young. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า only to + คำกริยาใช้บอกผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงและมักเป็นด้านลบหลังจากเหตุการณ์ก่อนหน้า แล้วนำไปใช้สร้างจุดพลิกผันที่ชัดเจนในเรื่องเล่า ชีวประวัติ หรือข่าว 2. pouring her feelings of lost love into the songs — สำนวนและภาษาภาพพจน์: สังเกตอุปมาที่มองอารมณ์เหมือนของเหลวซึ่งเทลงในงานสร้างสรรค์ และเรียนรู้วิธีบรรยายว่าคนคนหนึ่งถ่ายทอดความเศร้า ความรัก หรือความรู้สึกรุนแรงอื่น ๆ ผ่านเพลง งานเขียน หรือศิลปะอย่างไร 3. you're going to get over it." — กริยาวลี: เรียนรู้ว่า get over something หมายถึงการฟื้นตัวทางใจ ไม่ใช่การข้ามสิ่งใดในทางกายภาพ และใช้วลีนี้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อปลอบอีกฝ่ายว่าความเจ็บปวดจากการอกหักหรือประสบการณ์เลวร้ายอื่นจะค่อย ๆ เบาลง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:07

สวัสดี นี่คือรายการ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Sam.

0:10

ฉันแซม

And I'm Neil.

0:11

และผมนีล

There are a million songs about falling in love and just as many about being broken-hearted. โน้ต

0:12

มีเพลงเกี่ยวกับการตกหลุมรักเป็นล้านเพลงและเพลงเกี่ยวกับคนอกหักก็มีมากมายพอๆ กัน

วลี

falling in love: เริ่มตกหลุมรักใครสักคน

Fall in love หมายถึงเริ่มรักใครสักคนแบบคนรัก หรือเข้าสู่สภาวะทางอารมณ์แบบใหม่ คำว่า fall ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการหกล้มจริง ๆ ในตัวอย่าง falling อยู่ในรูป -ing เพราะตามหลัง about วลีนี้ใช้เดี่ยว ๆ เพื่อกล่าวถึงประสบการณ์การตกหลุมรักได้ หรือจะเติมคนที่เรารักด้วย with ก็ได้: fall in love with someone

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Maya เริ่มรัก Leo แบบคนรักในช่วงฤดูร้อน

  1. Maya fell over while walking with Leo during the summer.
  2. Maya was in love with Leo before the summer.
  3. Maya fell in love with Leo over the summer.
ดูคำตอบ

Maya fell in love with Leo over the summer.

ไวยากรณ์

just as many: จำนวนเท่ากับที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

Just as many หมายถึงมีจำนวนเท่ากันพอดีกับจำนวนที่กล่าวถึงไปแล้ว ในที่นี้ many ใช้แทนคำนามพหูพจน์ที่นับได้ songs ดังนั้น just as many จึงมีความหมายเท่ากับ just as many songs โดยไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำ วลีนี้สร้างการเปรียบเทียบจำนวนที่ขนานกันระหว่างเพลงเกี่ยวกับการตกหลุมรักกับเพลงเกี่ยวกับการอกหัก คำว่า just เน้นว่าจำนวนเท่ากัน และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย just as many ซึ่งหมายถึง “จำนวนเท่ากันพอดี”: The morning workshop had 18 participants, and ____ attended in the afternoon.

ดูคำตอบ

just as many

การใช้คำ

being broken-hearted: ความเจ็บปวดทางอารมณ์อย่างลึกซึ้งหลังการสูญเสีย

Broken-hearted หมายถึงเศร้าอย่างมากเพราะสูญเสียความรักหรือเผชิญความสูญเสียส่วนตัวครั้งใหญ่ เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าหัวใจเสียหายจริง ๆ ทางกายภาพ ในประโยคนี้ being broken-hearted เป็นวลี gerund ที่ตามหลัง about และใช้เรียกสภาวะหรือประสบการณ์หนึ่ง วลีนี้วางสมดุลกับ falling in love โดยเพลงต่าง ๆ กล่าวถึงทั้งจุดเริ่มต้นของความรักและความเจ็บปวดเมื่อความรักไม่สมหวัง

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ 'The song is about being broken-hearted,' คำว่า broken-hearted หมายความว่าอย่างไร

  1. รู้สึกเบื่อนิดหน่อย
  2. หัวใจเสียหายจริง ๆ ทางกายภาพ
  3. เสียใจอย่างมากหลังการสูญเสียทางอารมณ์
ดูคำตอบ

เสียใจอย่างมากหลังการสูญเสียทางอารมณ์

Do you remember the first time you fell in love, Sam?

0:18

คุณจำครั้งแรกที่คุณตกหลุมรักได้ไหม แซม?

Ah, yes.

0:21

อา ใช่ค่ะ

I was 14 and it seemed like every word of every love song had been written just for me. โน้ต

0:22

ตอนนั้นฉันอายุ 14 และรู้สึกเหมือนทุกคำของทุกเพลงรักถูกเขียนขึ้นมาเพื่อฉันโดยเฉพาะ

ไวยากรณ์

14 and it seemed like: จากการบอกอายุไปสู่ความรู้สึกในอดีต

คำว่า 14 and it เชื่อมความทรงจำสองส่วนเข้าด้วยกัน I was 14 บอกอายุของผู้พูดในตอนนั้น แล้วคำสันธาน and ก็พาประโยคไปสู่ความรู้สึกที่ตามมา ในโครงสร้าง it seemed like คำว่า it เป็นประธานตามรูปแบบและไม่ได้อ้างถึงบุคคลหรือสิ่งของใด รูปแบบเต็ม it seemed like + อนุประโยค หมายความว่าบางสิ่งดูเหมือนเป็นจริงสำหรับผู้พูดในขณะนั้น เป็นการบอกความรู้สึกหรือความประทับใจส่วนตัว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว จึงเหมาะกับการเล่าความทรงจำและเรื่องราวส่วนตัว

แบบฝึกหัด

ใน 'I was 14 and it seemed like every song was about me,' คำว่า it seemed like แสดงอะไร

  1. ความรู้สึกส่วนตัวในตอนนั้น
  2. แผนที่จะเขียนเพลงหนึ่งเพลง
  3. ข้อเท็จจริงที่นักแต่งเพลงทุกคนพิสูจน์แล้ว
ดูคำตอบ

ความรู้สึกส่วนตัวในตอนนั้น

วลี

written just for someone: เขียนขึ้นมาเพื่อใครคนหนึ่งโดยเฉพาะและความรู้สึกร่วมส่วนตัว

ใน had been written just for me ส่วน had been written เป็นรูป past perfect แบบ passive โดยกล่าวถึงเนื้อเพลงว่าเป็นสิ่งที่ถูกเขียนให้ผู้พูด ส่วน just for me หมายถึง “เพื่อฉันโดยเฉพาะ” และเน้นว่าผู้พูดคือผู้รับที่ถูกเจาะจงไว้เป็นพิเศษ ผู้พูดไม่ได้อ้างว่าคนแต่งเพลงรู้จักเธอจริง ๆ คำว่า seemed like บอกว่านี่คือความรู้สึกส่วนตัว เนื้อเพลงตรงกับความรู้สึกของเธอมากจนเหมือนถูกเขียนขึ้นมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ รูปแบบนี้ใช้แสดงความรู้สึกร่วมอย่างมากกับเพลง หนังสือ หรือผลงานอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่มีความหมายว่า “เพื่อ...โดยเฉพาะ”: I made this playlist ____ you.

ดูคำตอบ

just for

Well, there's a strong connection between music and love. วลี

0:28

เอาล่ะ มันมีความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างดนตรีกับความรัก

วลี

a strong connection between A and B: ความเชื่อมโยงอย่างมากระหว่าง A กับ B

รูปแบบ a strong connection between A and B หมายความว่าสองสิ่งมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด คำว่า strong ทำให้ความสัมพันธ์นั้นฟังดูชัดเจนหรือสำคัญ ไม่ใช่อ่อนหรือเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ใช้ between หน้าสิ่งแรกและ and หน้าสิ่งที่สอง เช่น a strong connection between music and love โดยสองสิ่งนั้นอาจเป็นหัวข้อ เหตุการณ์ นิสัย หรือแนวคิดก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ a strong connection between A and B ให้สมบูรณ์: There is a strong connection ____ sleep ____ memory.

ดูคำตอบ

between · and

As Shakespeare famously wrote,

0:31

ดังที่เชกสเปียร์ได้เขียนไว้ในบทประพันธ์อันโด่งดังว่า

"If music be the food of love, โน้ต

0:33

"หากดนตรีคืออาหารของความรัก

play on."

0:35

ก็จงบรรเลงต่อไป"

ไวยากรณ์

“If music be”: be แบบภาษาวรรณกรรมในคำพูดของเชกสเปียร์

ใน “If music be...” คำว่า be เป็นรูป present subjunctive แบบเก่าและเป็นภาษาวรรณกรรม ในที่นี้มีความหมายใกล้เคียงกับ “if music is” ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ ผู้พูดกำลังตั้งสมมติฐาน ไม่ได้สั่งให้ดนตรีทำอะไร เนื่องจากนี่เป็นคำพูดจากงานของเชกสเปียร์ be จึงเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนภาษาอังกฤษยุคต้นสมัยใหม่ในต้นฉบับ การรู้จักรูปนี้ช่วยให้อ่านบทละครและบทกวีเก่าได้โดยไม่เข้าใจผิดว่าเป็นข้อผิดพลาดตามไวยากรณ์สมัยใหม่

แบบฝึกหัด

be ทำหน้าที่อะไรในคำพูด “If music be the food of love...”?

  1. เป็นการสั่งให้ดนตรีกลายเป็นอาหารของความรัก
  2. เป็นรูปกริยาสมัยใหม่ปกติที่ใช้หลัง if ทุกครั้ง
  3. แสดงรูป subjunctive แบบวรรณกรรมโบราณ ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกับ “if music is”
ดูคำตอบ

แสดงรูป subjunctive แบบวรรณกรรมโบราณ ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกับ “if music is”

สำนวน

“music be the food of love”: อุปมาเรื่องอาหารที่หล่อเลี้ยงความรัก

ใน “music be the food of love” คำว่า food ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ความรักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่มีความหิว ส่วนดนตรีเป็นอาหารที่ช่วยหล่อเลี้ยงหรือคงความรู้สึกนั้นไว้ คำสั่ง “play on” สานต่อภาพเปรียบเทียบนี้ โดยให้นักดนตรีบรรเลงต่อไปราวกับกำลังเสิร์ฟอาหารทางอารมณ์เพิ่มขึ้น ประโยคนี้พูดถึงผลของดนตรีที่มีต่อความรัก ไม่ใช่อาหารจริง ๆ

แบบฝึกหัด

food ใน “music be the food of love” หมายถึงอะไร?

  1. มื้ออาหารที่นักดนตรีต้องกิน
  2. รูปแบบดนตรีที่ตั้งชื่อตามอาหาร
  3. สิ่งที่หล่อเลี้ยงหรือคงความรักไว้ในภาพเปรียบเทียบ
ดูคำตอบ

สิ่งที่หล่อเลี้ยงหรือคงความรักไว้ในภาพเปรียบเทียบ

In this program,

0:36

ในรายการนี้

we'll be meeting a singer-songwriter who used music to express her feelings of falling in love โน้ต

0:37

เราจะได้พบกับนักร้องนักแต่งเพลงที่ใช้ดนตรีเพื่อแสดงความรู้สึกของการตกหลุมรัก

ไวยากรณ์

we'll be meeting: การเกริ่นถึงเนื้อหารายการที่วางไว้แล้ว

we'll be meeting เป็นรูป future continuous ที่สร้างด้วย will be + คำกริยารูป -ing ในช่วงเกริ่นรายการนี้ รูปดังกล่าวบอกล่วงหน้าว่าผู้ชมจะได้พบอะไรต่อไป คือผู้ดำเนินรายการจะพบหรือแนะนำนักร้องนักแต่งเพลงคนนี้ รูปนี้นำเสนอการพบกันว่าเป็นส่วนหนึ่งของลำดับรายการที่วางไว้แล้ว ไม่ได้หมายความว่ากำลังพบกันอยู่ในขณะที่พูด

แบบฝึกหัด

เติมบทเกริ่นรายการด้วยรูป future continuous ของ meet: In the next segment, we ____ a local artist.

ดูคำตอบ

will be meeting

การใช้คำ

singer-songwriter: ผู้ที่แต่งและร้องเพลง

singer-songwriter คือคนที่แต่งเพลงและร้องเพลงเหล่านั้นในฐานะนักร้อง การแต่งเพลงอาจเป็นการเขียนเนื้อร้อง แต่งทำนอง หรือทำทั้งสองอย่าง เครื่องหมายยัติภังค์รวมบทบาท singer และ songwriter ให้เป็นชื่ออาชีพเดียวของคนคนเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยชื่ออาชีพประสมสำหรับคนที่แต่งและร้องเพลง: Maya writes her own songs and sings them on stage, so she is a ____.

ดูคำตอบ

singer-songwriter

วลี

used music to express: เชื่อมวิธีการกับจุดประสงค์

ในที่นี้ used เป็นรูปอดีตของ use โครงสร้างคือ use + เครื่องมือหรือวิธีการ + to + กริยารูปพื้นฐาน โดย music คือวิธีที่ใช้ และ to express บอกจุดประสงค์ ใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกว่าคนหนึ่งใช้สิ่งใดเพื่อทำการกระทำหรือบรรลุผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบบอกจุดประสงค์ด้วยหนึ่งคำ: The presenter used a chart ____ explain the results.

ดูคำตอบ

to

and later to mend her broken heart when the relationship ended. สำนวน

0:43

และในเวลาต่อมาก็เพื่อเยียวยาหัวใจที่แตกสลายเมื่อความสัมพันธ์จบลง

สำนวน

to mend her broken heart: ฟื้นจากความเจ็บปวดทางใจ

to mend her broken heart เป็นอุปมา หมายถึงการช่วยให้เธอฟื้นจากความเศร้าอย่างมากหลังความสัมพันธ์สิ้นสุดลง a broken heart หมายถึงความเจ็บปวดทางอารมณ์ ไม่ใช่อวัยวะที่เสียหายจริง ๆ และ mend เปรียบการฟื้นตัวเหมือนการซ่อมสิ่งที่แตกหัก วลีนี้บรรยายกระบวนการเยียวยาทางใจ และมักสื่อว่าการฟื้นตัวเกิดขึ้นทีละน้อย ไม่ใช่ในทันที

แบบฝึกหัด

to mend her broken heart ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ทำให้ความสัมพันธ์ดำเนินต่อไป
  2. ซ่อมแซมอวัยวะที่เสียหายจริง ๆ
  3. ช่วยให้เธอฟื้นตัวทางอารมณ์หลังการเลิกรา
ดูคำตอบ

ช่วยให้เธอฟื้นตัวทางอารมณ์หลังการเลิกรา

And as usual,

0:47

และเช่นเคย

we'll be learning some new vocabulary as well.

0:48

เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ไปด้วย

But first,

0:51

แต่ก่อนอื่น

I have a question for you, Neil.

0:51

ฉันมีคำถามให้คุณค่ะ นีล

Your mention of Shakespeare reminds me of Romeo and Juliet, วลี

0:54

ที่คุณพูดถึงเชกสเปียร์ทำให้ฉันนึกถึงโรมิโอกับจูเลียต

วลี

Your mention of X reminds me of Y: เชื่อมคำพูดของอีกฝ่ายไปสู่สิ่งที่นึกถึง

Your mention of X reminds me of Y หมายความว่า เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดถึง X ผู้พูดก็นึกถึง Y ในประโยคนี้ การพูดถึงเชกสเปียร์เชื่อมไปถึงโรมิโอกับจูเลียต โครงสร้างนี้ยังใช้เป็นสะพานเชื่อมในการสนทนาได้ โดยรับสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งพูด แล้วเปลี่ยนไปยังบุคคล ความทรงจำ หรือหัวข้อที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมชาติ ในทางไวยากรณ์ Your mention of X เป็นประธาน และ reminds me of ใช้นำสิ่งที่ผู้พูดนึกถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย reminds me of: Your mention of the new library ____ the bookshop I visited in Oxford.

ดูคำตอบ

reminds me of

his famous lovers who fall in love despite their fighting families, ไวยากรณ์

0:57

คู่รักชื่อดังของเขาที่ตกหลุมรักกันทั้งที่ครอบครัวเป็นศัตรูกัน

only to die tragically young. ไวยากรณ์

1:01

แต่สุดท้ายก็ต้องตายอย่างน่าเศร้าตั้งแต่อายุยังน้อย

ไวยากรณ์

despite their fighting families: despite + วลีนาม

Despite หมายถึง “แม้จะมี” หรือ “ทั้งที่มี” และใช้บอกข้อเท็จจริงที่อาจขัดขวางเหตุการณ์หลักได้ แต่ไม่ได้ขัดขวางจริง ๆ ครอบครัวของทั้งคู่กำลังต่อสู้กัน แต่คู่รักก็ยังตกหลุมรักกัน Despite เป็นคำบุพบท ดังนั้นในที่นี้จึงตามด้วยวลีนาม their fighting families นอกจากนี้ยังตามด้วยคำสรรพนามหรือรูป -ing ได้ แต่ไม่สามารถตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาผันตามกาลโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ despite ได้ถูกต้อง

  1. They finished the match despite of the heavy rain.
  2. They finished the match despite the heavy rain.
  3. They finished the match despite it was raining heavily.
ดูคำตอบ

They finished the match despite the heavy rain.

ไวยากรณ์

only to die: การบอกผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงและน่าเศร้า

ในประโยคนี้ only to die ใช้บอกผลลัพธ์ของสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า คู่รักทั้งสองตกหลุมรักกัน แต่ผลสุดท้ายคือพวกเขาเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย คำว่า only เพิ่มนัยว่าผลลัพธ์นั้นคาดไม่ถึง น่าผิดหวัง หรือน่าเศร้า ในที่นี้ to die เป็น to-infinitive ที่บอกผลลัพธ์ ไม่ได้บอกจุดประสงค์ รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ อนุประโยค + only to + กริยารูปพื้นฐาน ซึ่งหมายถึงเหตุการณ์หนึ่งตามมาด้วยผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจและมักเป็นผลลบ

แบบฝึกหัด

only to find ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? Mia hurried to the café, only to find it closed.

  1. หมายความว่าการพบร้านกาแฟเป็นสิ่งเดียวที่มีอาทำได้
  2. ใช้บอกผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงหลังจากมีอารีบไป
  3. ใช้บอกจุดประสงค์ที่ทำให้มีอารีบไป
ดูคำตอบ

ใช้บอกผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงหลังจากมีอารีบไป

But in which Italian city was Romeo and Juliet set? การใช้คำ

1:04

แต่โรมิโอกับจูเลียตมีฉากหลังอยู่ในเมืองไหนของอิตาลีคะ?

การใช้คำ

was Romeo and Juliet set?: การถามฉากหลังของเรื่อง

เมื่อเรื่องราว ภาพยนตร์ ละคร หรือนวนิยาย is set ในสถานที่หรือช่วงเวลาใด สถานที่หรือช่วงเวลานั้นก็คือฉากหลังของเรื่อง ในคำถาม was Romeo and Juliet set? คำว่า set เป็นกริยาช่อง past participle ในโครงสร้างกรรมวาจก be set ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของจริงไปวางไว้ที่ใดที่หนึ่ง ลำดับคำในประโยคบอกเล่าคือ Romeo and Juliet was set in an Italian city ส่วนในประโยคคำถาม was จะย้ายมาอยู่หน้าชื่อเรื่อง และ in which Italian city ใช้ถามข้อมูลสถานที่ที่ยังไม่ทราบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง be set: The novel ____ London in 1890.

ดูคำตอบ

is set in

Was it A, Florence,

1:08

ข้อ A ฟลอเรนซ์

B, Venice,

1:10

ข้อ B เวนิส

or C, Verona?

1:12

หรือข้อ C เวโรนา?

I think it must be one of the world's most romantic cities,

1:13

ผมคิดว่ามันต้องเป็นหนึ่งในเมืองที่โรแมนติกที่สุดในโลกแน่ๆ

Florence.

1:17

ฟลอเรนซ์ครับ

Okay, Neil.

1:18

โอเคค่ะ นีล

I'll reveal the answer later in the program. ลำดับความ

1:18

ฉันจะเฉลยคำตอบในช่วงท้ายของรายการนะคะ

ลำดับความ

I'll reveal the answer: เลื่อนการเฉลยคำตอบไปไว้ภายหลัง

วลี I'll reveal the answer เป็นคำบอกว่าจะเปิดเผยข้อมูลที่ยังเก็บไว้ในตอนนี้ คำว่า reveal สื่อว่าคำตอบถูกเก็บไว้ก่อน ไม่ใช่เพียงแค่บอกคำตอบตามปกติ เมื่อเติม later in the program ผู้ดำเนินรายการกำลังบอกลำดับของรายการว่า คำถามมาก่อนในตอนนี้ แล้วจะเฉลยในช่วงหลัง วิธีนี้ช่วยสร้างความสงสัยและบอกผู้ชมว่ารายการจะดำเนินต่อไปอย่างไร

แบบฝึกหัด

ในรายการตอบคำถาม I'll reveal the answer later มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ขอให้ผู้ชมหยุดคิดเกี่ยวกับคำถามนั้น
  2. บอกว่าผู้ดำเนินรายการไม่รู้คำตอบ
  3. บอกผู้ชมว่าจะเปิดเผยคำตอบในช่วงหลังของรายการ
ดูคำตอบ

บอกผู้ชมว่าจะเปิดเผยคำตอบในช่วงหลังของรายการ

Julia Jacklin is an Australian singer-songwriter whose song Don't Know How to Keep Loving You reached number eight in the Australian pop charts. การใช้คำ

1:21

จูเลีย แจ็คลิน เป็นนักร้องนักแต่งเพลงชาวออสเตรเลีย ซึ่งเพลง Don't Know How to Keep Loving You ของเธอขึ้นถึงอันดับ 8 ในชาร์ตเพลงป็อปของออสเตรเลีย

การใช้คำ

reached number eight in the Australian pop charts: ขึ้นถึงอันดับแปดในชาร์ตเพลงป๊อปออสเตรเลีย

ในที่นี้ reached หมายถึง “ไปถึงตำแหน่งหนึ่งในอันดับ” และ number eight คืออันดับของเพลง ไม่ใช่จำนวน ส่วน the Australian pop charts คือรายชื่อเพลงยอดนิยมในออสเตรเลียที่จัดเรียงตามอันดับ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ reach number + อันดับ + in the charts ใช้บอกอันดับบนชาร์ตที่เพลงหรืออัลบั้มขึ้นไปถึง

แบบฝึกหัด

รายงานต้องการบอกเพียงว่าเพลงขึ้นถึงอันดับแปด โดยไม่ระบุอันดับตอนเปิดตัวหรืออันดับสูงสุด ประโยคใดตรงกับความหมายนี้

  1. The song peaked at number eight in the charts.
  2. The song entered the charts at number eight.
  3. The song reached number eight in the charts.
ดูคำตอบ

The song reached number eight in the charts.

Her song lyrics explore feelings of falling in love as well as the pain of breaking up. โน้ต

1:31

เนื้อเพลงของเธอสำรวจความรู้สึกของการตกหลุมรักรวมถึงความเจ็บปวดจากการเลิกรา

วลี

as well as: เพิ่ม B ต่อจาก A

ในโครงสร้าง A as well as B คำว่า as well as เชื่อม B เข้ากับ A และหมายถึง “รวมถึง” หรือ “นอกจากนี้ยัง” ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเชื่อมกรรมสองส่วนของ explore ได้แก่ feelings of falling in love และ the pain of breaking up โครงสร้างนี้มักคง A ไว้เป็นใจความหลัก แล้วนำเสนอ B เป็นข้อมูลที่เพิ่มเข้ามา ทั้งสองด้านควรมีรูปแบบทางไวยากรณ์ที่ขนานกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้คำเชื่อมเป้าหมาย: The club welcomes beginners ____ experienced players.

ดูคำตอบ

as well as

กริยาวลี

of breaking up: การสิ้นสุดความสัมพันธ์แบบคนรัก

ในบริบทความรัก break up หมายถึง “ยุติความสัมพันธ์แบบคนรัก” หรือ “เลิกรากัน” คำนี้เป็นกริยาวลี จึงต้องเข้าใจเป็นหน่วยเดียว ไม่ใช่แยกตามความหมายตรงตัวของ break ใน the pain of breaking up บุพบท of ตามด้วยรูป -ing คือ breaking ทั้งวลีหมายถึงความเจ็บปวดที่เกิดจากการสิ้นสุดความสัมพันธ์

แบบฝึกหัด

break up หมายถึงอะไรในประโยคนี้? After a difficult year, Nina and Sam decided to break up.

  1. ยุติความสัมพันธ์แบบคนรักของพวกเขา
  2. ทำให้สิ่งของเสียหาย
  3. หยุดการสนทนาไว้ชั่วคราว
ดูคำตอบ

ยุติความสัมพันธ์แบบคนรักของพวกเขา

Julia's songs are written from experience. วลี

1:37

เพลงของจูเลียเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริง

วลี

be written from experience: เขียนขึ้นจากประสบการณ์จริง

be written from experience หมายความว่า ผลงานนั้นนำเนื้อหา รายละเอียด หรือความรู้สึกที่สมจริงมาจากเหตุการณ์ที่ผู้สร้างสรรค์เคยประสบด้วยตนเอง ในประโยคนี้ from ใช้บอกแหล่งที่มาของเนื้อหาในเพลง โครงสร้างกรรมวาจก be + written ทำให้จุดเน้นอยู่ที่ตัวผลงาน เปลี่ยน be ให้สอดคล้องกับกาลและจำนวนได้เป็น is, was, are หรือ were written from experience

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าเนื้อหาของเพลงมาจากชีวิตจริงของผู้แต่งเพลง

  1. The song was written during a rehearsal.
  2. The song was written with an experienced editor.
  3. The song was written from experience.
ดูคำตอบ

The song was written from experience.

Several years ago,

1:40

เมื่อหลายปีก่อน

she quit her band in Australia and bought a one-way ticket to London to be with her boyfriend and soulmate, การใช้คำ

1:41

เธอลาออกจากวงดนตรีในออสเตรเลียและซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไปลอนดอนเพื่อไปอยู่กับแฟนหนุ่มและคู่แท้ของเธอ

การใช้คำ

buy a one-way ticket to + สถานที่: ซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไปยังสถานที่หนึ่ง

buy a one-way ticket to + สถานที่ หมายถึงซื้อตั๋วที่ครอบคลุมการเดินทางไปยังจุดหมายนั้น แต่ไม่รวมเที่ยวกลับ ในคำบรรยาย bought เป็นรูปอดีตของ buy และ to London ระบุจุดหมายปลายทาง ในเรื่องราวชีวิต a one-way ticket ยังอาจสื่อถึงการตัดสินใจอย่างจริงจังที่จะจากไปหรือเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะยังไม่ได้จัดการเดินทางกลับ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าบุคคลนั้นจะไม่กลับมาอีกเลย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Elena จ่ายค่าเดินทางไปโรมโดยไม่รวมเที่ยวกลับ

  1. Elena bought a ticket for one person to Rome.
  2. Elena bought a return ticket to Rome.
  3. Elena bought a one-way ticket to Rome.
ดูคำตอบ

Elena bought a one-way ticket to Rome.

the person who she felt a special romantic connection with. วลี

1:47

คนๆ นั้นที่เธอรู้สึกถึงความผูกพันอันโรแมนติกเป็นพิเศษ

การใช้คำ

and soulmate: คู่รักที่ผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง

ในประโยคนี้ soulmate หมายถึงคนที่ผู้พูดรู้สึกผูกพันอย่างลึกซึ้งทั้งทางอารมณ์และความรัก การวางคำนี้ต่อจาก boyfriend โดยใช้ and แสดงว่าผู้ชายคนเดียวกันเป็นทั้งแฟนของเธอและเป็นคู่ชีวิตในอุดมคติที่เธอรู้สึกว่าเข้ากันได้อย่างลึกซึ้ง คำนี้มักสื่อถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเป็นพิเศษ และบางครั้งให้ความรู้สึกเหมือนถูกกำหนดมาให้คู่กัน จึงมีน้ำหนักทางอารมณ์มากกว่าการเรียกใครว่า boyfriend หรือ partner เท่านั้น

แบบฝึกหัด

soulmate เพิ่มความหมายอะไรให้กับคำอธิบายแฟนหนุ่มคนนี้

  1. ตัวแทนท่องเที่ยวที่ขายตั๋วเที่ยวเดียวให้เธอ
  2. คนรักที่เธอเชื่อว่ามีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งเป็นพิเศษร่วมกัน
  3. อดีตสมาชิกวงดนตรีที่บังเอิญอาศัยอยู่ในลอนดอน
ดูคำตอบ

คนรักที่เธอเชื่อว่ามีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งเป็นพิเศษร่วมกัน

วลี

felt a special romantic connection with: รู้สึกถึงสายสัมพันธ์เชิงโรแมนติก

Feel a connection with someone หมายถึงการรู้สึกใกล้ชิดทางอารมณ์ เข้าใจกัน หรือรู้สึกดึงดูดต่อใครคนหนึ่ง ในที่นี้ special romantic ระบุชัดว่า connection นั้นเป็นความผูกพันส่วนตัวในเชิงรัก ไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ทางสังคมหรือการงาน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ feel + a/an + คำคุณศัพท์ + connection + with + บุคคล ในอนุประโยคขยาย who แทนบุคคลนั้น และ with อยู่ท้ายประโยค: the person who she felt ... with ตำแหน่งของคำบุพบทแบบนี้เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำนามและคำบุพบทจาก feel a connection with: After their long conversation, Nina felt a strong ____ Sam.

ดูคำตอบ

connection with

But things didn't work out as she'd hoped, โน้ต

1:51

แต่สิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เธอหวังไว้

กริยาวลี

things didn't work out: เรื่องต่าง ๆ ไม่เป็นไปด้วยดี

ในประโยคนี้ things didn't work out หมายความว่าความสัมพันธ์หรือสถานการณ์โดยรวมไม่ได้ดำเนินไปด้วยดีและไม่จบตามที่หวังไว้ ในที่นี้ work out เป็นกริยาวลีที่แปลว่า “ลงเอยด้วยดีหรือประสบความสำเร็จ” ไม่ใช่ “ออกกำลังกาย” คำว่า things ตั้งใจใช้แบบกว้าง ๆ เพื่อสรุปความสัมพันธ์ แผน หรือการจัดการหนึ่ง ๆ โดยไม่ต้องบอกปัญหาทุกข้อ รูปแบบ things did or didn't work out ใช้บอกผลโดยรวม

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายเพื่อบอกว่าสถานการณ์โดยรวมไม่สำเร็จ: We tried to keep the club open, but ____.

ดูคำตอบ

things didn't work out

ไวยากรณ์

as she'd hoped: อย่างที่เธอเคยหวังไว้

as she'd hoped หมายถึง “ในแบบที่เธอเคยหวังไว้” ในที่นี้ as นำเกณฑ์ที่คาดหวังมาเทียบกับผลที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากประโยคหลักเป็นปฏิเสธ ผลที่เกิดขึ้นจึงไม่ตรงกับความหวังนั้น ในที่นี้ she'd ย่อมาจาก she had ไม่ใช่ she would ส่วน had hoped เป็น past perfect แสดงว่าความหวังเกิดก่อนผลลัพธ์ในภายหลัง โครงสร้าง as + ประธาน + had hoped ใช้เปรียบเทียบผลจริงกับความคาดหวังก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายเพื่อแสดงว่าความคาดหวังก่อนหน้าของ Lena ไม่เป็นจริง: Lena prepared carefully, but the interview didn't go ____.

ดูคำตอบ

as she'd hoped

and she found herself alone and working in a depressing job. ไวยากรณ์

1:54

และเธอก็พบว่าตัวเองต้องอยู่ลำพังและทำงานที่น่าหดหู่ใจ

ไวยากรณ์

found herself alone and working: พบว่าตัวเองอยู่ลำพังและกำลังทำงาน

find oneself + ส่วนเติมเต็ม หมายถึง ตระหนักว่าตนอยู่ในสภาพหรือสถานการณ์หนึ่ง หรือสุดท้ายลงเอยอยู่ในสถานการณ์นั้น ซึ่งมักไม่ได้วางแผนไว้ ไม่ได้หมายถึงการค้นพบตัวเองตามตัวอักษร ในที่นี้ หลัง herself มีส่วนเติมเต็มที่วางขนานกันสองส่วน คือคำคุณศัพท์ alone และวลี -ing working in a depressing job ทั้งสองส่วนร่วมกันบอกสถานการณ์ที่เธอลงเอยอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ find oneself: After everyone else left, Maya ____ alone in the office.

ดูคำตอบ

found herself

Julia turned to music, กริยาวลี

1:58

จูเลียจึงหันมาพึ่งพาดนตรี

pouring her feelings of lost love into the songs which later became her first album as a successful musician. สำนวน

2:00

เทความรู้สึกของความรักที่สูญเสียไปลงในบทเพลง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นอัลบั้มแรกของเธอในฐานะนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จ

กริยาวลี

turned to music: หันไปพึ่งพาดนตรี

turn to + คนหรือสิ่ง หมายถึง หันไปขอความช่วยเหลือ การปลอบใจ คำแนะนำ หรือใช้สิ่งนั้นเป็นทางระบาย โดยเฉพาะเมื่อเผชิญปัญหา ไม่ได้หมายถึงการหันตัวเปลี่ยนทิศทางจริง ๆ ในประโยคนี้ Julia turned to music หมายถึง จูเลียใช้ดนตรีเป็นทางระบายอารมณ์หลังสูญเสียความรัก ส่วนอนุประโยค -ing ที่ตามมาอธิบายว่าเธอทำเช่นนั้นอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ turn to ในความหมายเดียวกับตัวอย่าง

  1. He turned to the left at the corner.
  2. Please turn to page ten.
  3. When she felt overwhelmed, she turned to painting for comfort.
ดูคำตอบ

When she felt overwhelmed, she turned to painting for comfort.

สำนวน

pouring her feelings ... into the songs: ทุ่มเทความรู้สึกลงในบทเพลง

pour ... into ... ใช้ภาพเปรียบเทียบของการเทของเหลว ในที่นี้ จูเลียมองความรู้สึกจากความรักที่สูญเสียไปเสมือนสิ่งที่เทลงในบทเพลงได้ กล่าวคือ เธอเปลี่ยนความรู้สึกเหล่านั้นให้เป็นเนื้อหาทางอารมณ์และพลังสร้างสรรค์ในดนตรีของเธอ โครงสร้าง pour + อารมณ์หรือความพยายาม + into + ผลงานหรือกิจกรรม เน้นการทุ่มเทอย่างลึกซึ้งและเต็มที่ ไม่ใช่เพียงกล่าวถึงความรู้สึกนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปเพื่อทำให้ภาพเปรียบเทียบสมบูรณ์: After the breakup, Lena poured her grief ____ her paintings.

ดูคำตอบ

into

So when BBC World Service program The Conversation spoke with her,

2:07

ดังนั้นเมื่อรายการ The Conversation ของ BBC World Service ได้พูดคุยกับเธอ

they asked Julia what she would tell her younger self. วลี

2:12

พวกเขาถามจูเลียว่าเธออยากจะบอกอะไรกับตัวเองในวัยเด็ก

วลี

what she would tell her younger self: เธอจะบอกอะไรกับตัวเองในวัยที่อ่อนกว่า

her younger self หมายถึงคนคนเดิมในช่วงที่อายุน้อยกว่า ไม่ใช่คนหนุ่มสาวอีกคนหนึ่ง คำถามนี้ให้จูเลียจินตนาการจากมุมมองในปัจจุบันว่า เธอจะให้คำแนะนำหรือคำปลอบใจกับตัวเองในอดีตอย่างไร เป็นคำถามที่ใช้กันบ่อยเพื่อชวนให้ทบทวนบทเรียนที่ได้เรียนรู้มา เนื่องจาก asked นำหน้าคำถามทางอ้อม ภาษาอังกฤษจึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what she would tell ... ไม่ใช่ what would she tell ... ในที่นี้ would แสดงสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่อนาคตธรรมดาที่มองจากอดีต

แบบฝึกหัด

ในคำถามสัมภาษณ์นี้ “what she would tell her younger self” หมายถึงอะไร

  1. สิ่งที่เธอวางแผนจะพูดกับคนหนุ่มสาวที่ไม่รู้จัก
  2. คำแนะนำหรือคำปลอบใจที่เธอจะมอบให้ตัวเองในวัยที่อ่อนกว่า
  3. สิ่งที่คนอายุน้อยกว่าเคยบอกเธอไปแล้ว
ดูคำตอบ

คำแนะนำหรือคำปลอบใจที่เธอจะมอบให้ตัวเองในวัยที่อ่อนกว่า

The one thing that was just very heartbreaking for me at that age was kind of adult cynicism, โน้ต

2:16

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกอกหักมากในวัยนั้นคือความเหยียดหยามแบบผู้ใหญ่

ไวยากรณ์

The one thing that ... was ...: โครงสร้างสำหรับเน้นประเด็นหลักหนึ่งอย่าง

โครงสร้าง The one thing that ... was ... ใช้เน้นประสบการณ์ ปัญหา หรือความรู้สึกหนึ่งอย่างให้เป็นจุดสำคัญ ในประโยคนี้ อนุประโยคขยาย that was just very heartbreaking for me at that age บอกผลที่สิ่งนั้นมีต่อผู้พูดก่อนจะเปิดเผยว่าสิ่งนั้นคืออะไร was ตัวที่สองนำเข้าส่วนเติมเต็มที่ระบุสิ่งซึ่งถูกเน้น นั่นคือ kind of adult cynicism การเก็บข้อมูลสำคัญไว้จนท้ายประโยคช่วยพาผู้ฟังจากความรู้สึกของผู้พูดไปสู่ประเด็นหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องเพื่อเน้นปัญหาหลักหนึ่งอย่าง?

  1. The meeting was disrupted by the unreliable internet.
  2. Several things disrupted the meeting, including the unreliable internet.
  3. The one thing that disrupted the meeting was the unreliable internet.
ดูคำตอบ

The one thing that disrupted the meeting was the unreliable internet.

น้ำเสียง/เจตนา

kind of ในฐานะคำช่วยลดความหนักแน่นแบบไม่เป็นทางการ

ใน kind of adult cynicism คำว่า kind of เป็นคำช่วยลดความหนักแน่นแบบไม่เป็นทางการ ไม่ใช่คำนาม kind ที่หมายถึง “ประเภท” โดยบอกว่า adult cynicism เป็นเพียงคำเรียกโดยประมาณสำหรับสิ่งที่ผู้พูดรู้สึกว่าเจ็บปวดใจ คำช่วยนี้ทำให้การตัดสินไม่ฟันธงเกินไป ผู้พูดนำเสนอคำอธิบายว่าถูกต้องโดยคร่าว ๆ แทนที่จะระบุอย่างแม่นยำและเด็ดขาด และในบางบริบทก็อาจสะท้อนความลังเลขณะเลือกคำที่เหมาะสมที่สุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ kind of เป็นคำช่วยลดความหนักแน่นที่หมายถึง “ค่อนข้าง” ไม่ใช่ใช้ระบุประเภท?

  1. This is a kind of traditional bread.
  2. What kind of music do you like?
  3. The ending was kind of confusing.
ดูคำตอบ

The ending was kind of confusing.

การใช้คำ

adult cynicism: มุมมองเคลือบแคลงของผู้ใหญ่ต่อความรักวัยรุ่น

cynicism คือท่าทีที่ไม่เชื่อในความจริงใจของผู้อื่น หรือคิดว่าสิ่งที่เต็มไปด้วยความหวังคงจะล้มเหลว ในที่นี้ adult cynicism หมายถึงมุมมองของผู้ใหญ่ที่เคลือบแคลงและบั่นทอนกำลังใจต่อความรักของวัยรุ่น โดยเฉพาะการคิดว่าความสัมพันธ์นั้นคงไม่รอด วลีนี้เรียกทัศนคติหรือวิธีมองสิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่เพียงการวิจารณ์หรือความเศร้า จึงช่วยอธิบายว่าทำไมปฏิกิริยาแบบนี้ของผู้ใหญ่จึงทำให้ผู้พูดเจ็บปวดใจ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ adult cynicism หมายถึงท่าทีแบบใด?

  1. ผู้ใหญ่คิดว่าความรักของวัยรุ่นคนหนึ่งคงอยู่ได้ไม่นาน
  2. ผู้ใหญ่ให้คำแนะนำที่ใช้ได้จริงเกี่ยวกับโรงเรียนแก่เหล่าวัยรุ่น
  3. ผู้ใหญ่นึกถึงรักแรกของตนด้วยความตื่นเต้น
ดูคำตอบ

ผู้ใหญ่คิดว่าความรักของวัยรุ่นคนหนึ่งคงอยู่ได้ไม่นาน

I guess, about love.

2:23

ฉันเดาว่านะ เกี่ยวกับเรื่องความรัก

I found that really difficult.

2:24

ฉันพบว่ามันรับมือยากจริงๆ

You know,

2:27

คุณรู้ไหม

now and when I like a young person is like really in love at 14,

2:27

ตอนนี้ และเมื่อเด็กวัยรุ่นกำลังมีความรักจริงๆ ในวัย 14 แบบที่ฉันเคยเป็น

I know that as an adult, วลี

2:31

ฉันรู้ว่าในฐานะผู้ใหญ่

I all your instincts are telling them to like,

2:32

สัญชาตญาณทั้งหมดของคุณบอกให้พวกเขาทำเหมือน

you know,

2:36

คุณรู้ใช่ไหม

that it's probably not going to work, การใช้คำ

2:36

ว่ามันอาจจะไม่เวิร์คหรอก

วลี

as an adult: พูดจากมุมมองของผู้ใหญ่

as an adult หมายถึง “ในฐานะผู้ใหญ่” หรือ “จากมุมมองของผู้ใหญ่” ในที่นี้ as นำเข้าสถานะที่กำหนดปฏิกิริยาของผู้พูด กล่าวคือ ประสบการณ์แบบผู้ใหญ่ทำให้ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์นั้นไม่น่าจะไปได้ดี รูปแบบ as + บทบาทหรือสถานะ สามารถนำไปใช้เพื่อกำหนดมุมมองของการตัดสินได้ เช่น as a parent, as a teacher หรือ as a teenager โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความที่ตามมาพูดจากมุมมองใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีในบทเรียนที่แสดงมุมมองของผู้ใหญ่: ____, I can see why that decision was difficult.

ดูคำตอบ

As an adult

การใช้คำ

it's probably not going to work: work ในความหมายว่า “สำเร็จหรือได้ผล”

ในที่นี้ work หมายถึง “สำเร็จ” หรือ “ให้ผลตามที่ตั้งใจ” ไม่ได้หมายถึง “ทำงาน” ประธาน it อาจหมายถึงแผน การจัดการ วิธีการ หรือความสัมพันธ์ ดังนั้น it's probably not going to work จึงเป็นการคาดว่าสถานการณ์นั้นจะล้มเหลวหรือไม่เป็นไปตามที่หวัง Probably แสดงว่านี่เป็นการประเมินว่ามีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ส่วน not going to มองไปยังผลในอนาคตจากมุมมองปัจจุบันของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ work ในความหมายว่า “สำเร็จหรือให้ผลตามที่ตั้งใจ”?

  1. This plan probably won't work.
  2. She works at the library.
  3. They worked until midnight.
ดูคำตอบ

This plan probably won't work.

you know?

2:38

เข้าใจไหม?

And that it's like,

2:38

แล้วก็แบบว่า

just relax or whatever. น้ำเสียง/เจตนา

2:39

ทำใจให้สบายเถอะอะไรทำนองนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

just relax or whatever: คำลงท้ายคลุมเครือที่อาจฟังดูเหมือนพูดปัด

ในที่นี้ or whatever ใช้แทนคำพูดคล้าย ๆ กันอย่างคลุมเครือ ซึ่งผู้พูดไม่ต้องการระบุให้ชัดเจน ไม่ได้หมายถึง “ไม่ว่าอะไรก็ตาม” ตามตัวอักษร Just ทำให้การผ่อนคลายดูเหมือนเป็นวิธีแก้ง่าย ๆ ส่วน or whatever ปล่อยคำพูดให้จบลงแบบคลุมเครือแทนที่จะให้กำลังใจอย่างใส่ใจ ทั้งวลีอาจสื่อว่ารายละเอียดหรือความรู้สึกของอีกฝ่ายไม่สำคัญ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท จึงอาจฟังดูเหมือนพูดปัด ๆ

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังเล่าเรื่องอาการตื่นตระหนกอย่างจริงจัง ให้ตัดสินคำตอบนี้: Just relax or whatever.

  1. อาจฟังดูเหมือนพูดปัดและไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสมและใส่ใจ
ดูคำตอบ

อาจฟังดูเหมือนพูดปัดและไม่เหมาะสม

But I remember at the time just desperately wanting to be validated by adults and not be told that I was being stupid. การใช้คำ

2:40

แต่ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันอยากได้รับการยอมรับจากผู้ใหญ่มากๆ และไม่อยากโดนว่าว่าทำตัวงี่เง่า

การใช้คำ

just desperately wanting to be validated by adults: อยากให้ผู้ใหญ่ยอมรับอย่างมาก

ในบริบททางอารมณ์นี้ be validated by adults หมายถึงการที่ผู้ใหญ่ยอมรับว่าความรู้สึกและประสบการณ์ของคุณเป็นเรื่องจริงและควรได้รับการใส่ใจอย่างจริงจัง ไม่ได้หมายถึงให้ผู้ใหญ่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์บางอย่างในทางเทคนิค Desperately เน้นระดับของ wanting ว่าความต้องการการยอมรับนั้นรุนแรงมาก การยอมรับความรู้สึกไม่ได้หมายความว่าผู้ใหญ่ต้องเห็นด้วยกับทุกการตัดสินใจ พวกเขาสามารถเคารพความรู้สึกนั้นพร้อมกับไม่เห็นด้วยกับการกระทำบางอย่างได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ be validated by adults มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร

  1. ให้ผู้ใหญ่อนุมัติทุกการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ
  2. ให้ผู้ใหญ่ตรวจสอบข้อมูลในระบบทางเทคนิค
  3. ให้ผู้ใหญ่ยอมรับว่าความรู้สึกนั้นเป็นเรื่องจริงและควรได้รับการใส่ใจอย่างจริงจัง
ดูคำตอบ

ให้ผู้ใหญ่ยอมรับว่าความรู้สึกนั้นเป็นเรื่องจริงและควรได้รับการใส่ใจอย่างจริงจัง

I don't know.

2:47

ฉันไม่รู้สิ

I'd probably just be like, การใช้คำ

2:48

ฉันก็คงจะแค่บอกว่า

"Yeah, go for it." น้ำเสียง/เจตนา

2:49

"ใช่ ลุยเลย"

การใช้คำ

I'd probably just be like: ใช้เกริ่นคำตอบที่น่าจะพูด

ในที่นี้ be like เป็นรูปแบบการยกคำพูดในภาษาสนทนา ใช้เกริ่นคำพูดหรือปฏิกิริยาที่ใครบางคนน่าจะให้ I'd หมายถึง I would ดังนั้น I'd probably just be like จึงมีความหมายโดยประมาณว่า “ฉันก็คงจะตอบแบบนี้” การใช้นี้อาจถ่ายทอดปฏิกิริยาโดยคร่าว ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นคำพูดเดิมทุกคำ และไม่ใช่ความหมายของ be like ที่ใช้บอกความคล้ายกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be like เพื่อเกริ่นปฏิกิริยาที่พูดออกมา

  1. This fabric feels like silk.
  2. I was like, “Are you serious?”
  3. She is like her older sister in many ways.
ดูคำตอบ

I was like, “Are you serious?”

น้ำเสียง/เจตนา

Yeah, go for it: การให้กำลังใจโดยตรงให้ลงมือทำ

Yeah, go for it เป็นคำตอบแบบไม่เป็นทางการที่แสดงการสนับสนุน หมายถึง “ใช่ ลองดูเลย” หรือ “คว้าโอกาสนั้นไว้” ไม่ได้สั่งให้ใครเดินไปยังสถานที่หนึ่งตามตัวอักษร it หมายถึงสถานการณ์หรือการกระทำที่พูดถึงกันอยู่แล้ว Yeah แสดงความเห็นด้วย ส่วน go for it เป็นการกระตุ้นอย่างเต็มที่ให้ลงมือทำ

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่าควรไปออดิชันละครหรือไม่ คำตอบใดให้กำลังใจอย่างชัดเจนและกระตือรือร้น

  1. Yeah, go for it.
  2. It's entirely up to you.
  3. I'd think twice about it.
ดูคำตอบ

Yeah, go for it.

Many teenagers have a romantic ideal of everlasting love, วลี

2:50

วัยรุ่นหลายคนมีอุดมคติที่โรแมนติกเกี่ยวกับความรักที่ยืนยาว

often in contrast to the beliefs of adults, วลี

2:54

ซึ่งมักจะตรงข้ามกับความเชื่อของผู้ใหญ่

วลี

a romantic ideal of everlasting love: ความเชื่อที่ถูกทำให้เป็นอุดมคติ

ใน a romantic ideal of everlasting love คำว่า ideal เป็นคำนามที่หมายถึงความเชื่อหรือภาพในใจที่มองว่าสมบูรณ์แบบหรือให้คุณค่าสูง ไม่ใช่คำคุณศัพท์ ideal ส่วนบุพบท of นำเข้าสิ่งที่อุดมคตินั้นกล่าวถึง และ everlasting ขยาย love ให้มีความหมายว่าคงอยู่ตลอดไป นามวลีทั้งหมดบรรยายมุมมองต่อความรักโดยทั่วไปที่ถูกทำให้เป็นอุดมคติ ไม่ใช่หลักฐานว่าความสัมพันธ์ใดความสัมพันธ์หนึ่งจะยืนยาวตลอดไปจริง ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอความเชื่อกว้าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับวัยรุ่นจำนวนมาก

แบบฝึกหัด

ความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดของ a romantic ideal of everlasting love คือข้อใด

  1. คำบรรยายความสัมพันธ์หนึ่งที่ดำเนินมาแล้วตลอดกาล
  2. ความเชื่อแบบอุดมคติว่าความรักสามารถคงอยู่ตลอดไป
  3. กฎเชิงปฏิบัติสำหรับยุติความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ

ความเชื่อแบบอุดมคติว่าความรักสามารถคงอยู่ตลอดไป

which Julia calls cynicism,

2:57

สิ่งที่จูเลียเรียกว่าความเห็นแย้งหรือมองโลกในแง่ร้าย (cynicism)

วลี

often in contrast to the beliefs of adults: มักจะแตกต่างจากความเชื่อของผู้ใหญ่

In contrast to the beliefs of adults กำหนดให้ความเชื่อของผู้ใหญ่เป็นจุดเปรียบเทียบ และบอกว่ามุมมองที่กำลังกล่าวถึงแตกต่างจากความเชื่อนั้นอย่างชัดเจน ส่วน often หมายความว่าความแตกต่างนี้เกิดขึ้นบ่อย แต่ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไป โครงสร้างคือ in contrast to + นามวลี คำสรรพนาม หรือรูป -ing ใช้จัดข้อมูลโดยนำสองความคิดมาเปรียบต่างกัน ไม่ได้ใช้บอกสาเหตุ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้: Her calm response was ____ his angry reaction.

ดูคำตอบ

in contrast to

the belief that something will not be successful or that the people involved are not sincere. ไวยากรณ์

2:59

ซึ่งก็คือความเชื่อที่ว่าบางสิ่งจะไม่ประสบความสำเร็จหรือผู้คนที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีความจริงใจ

ไวยากรณ์

the belief that ... or that ...: ความเชื่อว่า… หรือว่า…

คำนาม belief ตามด้วยอนุประโยคบอกเนื้อหาที่ขึ้นต้นด้วย that อนุประโยคนี้ระบุว่าเชื่ออะไร นั่นคือบางสิ่งจะไม่ประสบความสำเร็จ or that นำอนุประโยคบอกเนื้อหาที่สองซึ่งขนานกับข้อแรก นั่นคือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่มีความจริงใจ การใช้ that ซ้ำช่วยให้เห็นชัดว่าอนุประโยคทั้งสองเป็นทางเลือกแยกกันที่ขึ้นกับ belief และมีประโยชน์มากในประโยคที่ยาวหรือเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ใช้คำเชื่อมอนุประโยคซ้ำเพื่อทำให้เนื้อหาสองส่วนของ belief ขนานกัน: The belief ____ the plan would fail or ____ the team was dishonest spread quickly.

ดูคำตอบ

that · that

The young Julia wanted to feel validated,

3:05

จูเลียในวัยเด็กต้องการรู้สึกได้รับการยอมรับ (validated)

to get confirmation that her feelings were worthwhile and valued. วลี

3:08

เพื่อให้ได้รับการยืนยันว่าความรู้สึกของเธอนั้นมีค่าและมีความหมาย

วลี

get confirmation that ...: ได้รับการยืนยันว่าความรู้สึกของเธอมีความหมายและได้รับการเห็นคุณค่า

get confirmation that ... หมายถึงได้รับคำยืนยันจากภายนอกว่าข้อความในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เป็นจริงหรือได้รับการยอมรับ ในที่นี้หมายถึงการได้รับการยอมรับทางอารมณ์ ไม่ใช่เพียงการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั่วไป กลุ่มคำนาม her feelings เป็นประธานของ were worthwhile and valued ในถ้อยคำนี้ worthwhile หมายถึงการมีหรือแสดงความรู้สึกเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งไร้ความหมาย ส่วน valued หมายถึงความรู้สึกเหล่านั้นถูกมองว่าสำคัญ คำคุณศัพท์ทั้งสองจึงบอกว่าความรู้สึกของเธอสมควรได้รับการใส่ใจอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

“She wanted confirmation that her feelings were worthwhile and valued” หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอต้องการคำแนะนำในการซ่อนความรู้สึกของตน
  2. เธอต้องการความมั่นใจและคำยืนยันว่าความรู้สึกของเธอสำคัญและสมควรได้รับความเคารพ
  3. เธอต้องการหลักฐานว่าความรู้สึกของเธอจะทำเงินได้
ดูคำตอบ

เธอต้องการความมั่นใจและคำยืนยันว่าความรู้สึกของเธอสำคัญและสมควรได้รับความเคารพ

She wanted someone to tell her,

3:12

เธออยากให้ใครสักคนบอกเธอว่า

"Go for it,"

3:14

"ลุยเลย (Go for it)"

a phrase used to encourage a person to do whatever it takes to make something work. วลี

3:15

ซึ่งเป็นวลีที่ใช้เพื่อสนับสนุนให้คนๆ หนึ่งทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้สิ่งนั้นสำเร็จ

วลี

whatever it takes to make something work: ทำทุกสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้บางอย่างสำเร็จ

whatever it takes หมายถึงความพยายามหรือการกระทำทุกอย่างที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมาย อนุประโยคตายตัวนี้ทำหน้าที่เป็นกรรมของ do: do whatever it takes to make something work ระบุเป้าหมาย คือทำให้แผน ความสัมพันธ์ ระบบ หรือสถานการณ์อื่นประสบความสำเร็จหรือทำงานได้ ในประโยคนี้ วลีทั้งหมดสื่อถึงการให้กำลังใจอย่างหนักแน่นและความมุ่งมั่น ไม่ใช่การอนุญาตตามตัวอักษรให้ละเลยขอบเขตทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ความพยายามที่จำเป็นทั้งหมด”: We will do ____ to make the plan work.

ดูคำตอบ

whatever it takes

Young love is delicate and it's easy to be pessimistic. สำนวน

3:21

ความรักในวัยหนุ่มสาวนั้นเปราะบางและง่ายที่จะกลายเป็นมองโลกในแง่ร้าย

สำนวน

Young love is delicate: ความเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแล

ใน Young love is delicate คำว่า delicate ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยนำเสนอความรู้สึกโรแมนติกระหว่างคนหนุ่มสาวว่าเป็นสิ่งที่บอบช้ำหรือถูกรบกวนได้ง่าย จึงต้องปฏิบัติต่ออย่างระมัดระวัง ประโยคนี้ไม่ได้ปฏิเสธว่าความรักของคนหนุ่มสาวเป็นเรื่องจอมปลอมหรือไร้ค่า อุปมานี้ยอมรับว่าความรู้สึกเหล่านั้นอาจเป็นของจริง พร้อมกับเน้นความเปราะบางของมัน

แบบฝึกหัด

Young love is delicate ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ความรักนั้นมีราคาแพงและยากจะจ่ายไหว
  2. ความรักนั้นบอบช้ำได้ง่ายและต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง
  3. ความรักนั้นไม่สำคัญและไม่สมควรได้รับความเคารพ
ดูคำตอบ

ความรักนั้นบอบช้ำได้ง่ายและต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง

I mean, how many couples do you know, Sam, ไวยากรณ์

3:24

ผมหมายถึง คุณรู้จักคู่รักกี่คู่ล่ะ แซม

who met as teenagers and stayed together for the rest of their lives? วลี

3:27

ที่เจอกันตอนวัยรุ่นและอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต?

ไวยากรณ์

How many couples do you know who ...?: ถามจำนวนคนที่ตรงตามเงื่อนไข

คำถามนี้ใช้โครงสร้าง How many + plural noun + do you know + who + verb ...? โดย How many ใช้ถามจำนวน คำนามพหูพจน์ระบุกลุ่ม และอนุประโยค who ระบุว่าจะนับสมาชิกคนใดในกลุ่มนั้น ใน who met ... and stayed ... ทั้ง met และ stayed ต่างก็ขยาย couples ส่วน Sam เป็นคำเรียกที่แทรกอยู่ในคำถาม จึงไม่เปลี่ยนโครงสร้างไวยากรณ์ รูปแบบนี้ใช้ถามได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าคนคนหนึ่งรู้จักผู้ที่ตรงตามเงื่อนไขกี่คน

แบบฝึกหัด

ใช้คำใบ้ people เติมคำถามรูป How many ... do you know who ...? ให้สมบูรณ์: ____ who can repair a bicycle?

ดูคำตอบ

How many people do you know

วลี

stay together for the rest of their lives: ครองคู่กันไปตลอดชีวิต

ในบริบทของความสัมพันธ์ stay together หมายถึงคบกันต่อในฐานะคู่รักโดยไม่เลิกรากัน ในที่นี้ใช้รูปอดีต stayed เพราะคำถามกำลังย้อนมองความสัมพันธ์ทั้งหมดของทั้งคู่ for the rest of their lives กำหนดช่วงเวลาว่าตั้งแต่ตอนนั้นไปจนสิ้นชีวิต ทั้งวลีจึงหมายถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไปตลอดชีวิต ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาอยู่ในสถานที่เดียวกันตลอดเวลา

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Maya and Luis stayed together for the rest of their lives," วลีนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทั้งคู่ยุติความสัมพันธ์ไม่นานหลังจากพบกัน
  2. ทั้งคู่ยังคงเป็นคู่รักกันจนสิ้นชีวิต
  3. ทั้งคู่อาศัยอยู่ในอาคารเดียวกัน แต่ไม่ได้เป็นคู่รักกัน
ดูคำตอบ

ทั้งคู่ยังคงเป็นคู่รักกันจนสิ้นชีวิต

I don't know many,

3:31

ฉันก็รู้จักไม่เยอะหรอกค่ะ

it's true.

3:32

นั่นคือเรื่องจริง

Neuroscientist Dr. Lucy Brown is co-creator of The Anatomy of Love, การใช้คำ

3:33

นักประสาทวิทยา ดร. ลูซี บราวน์ เป็นผู้ร่วมสร้าง The Anatomy of Love

a website exploring the science of romance.

3:38

เว็บไซต์ที่สำรวจวิทยาศาสตร์ของความโรแมนติก

การใช้คำ

co-creator of The Anatomy of Love: ผู้ร่วมสร้าง The Anatomy of Love

คำนำหน้า co- หมายถึง “ร่วมกัน” หรือ “กับบุคคลอื่น” co-creator คือหนึ่งในคนตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่ร่วมกันสร้างผลงาน โครงการ หรือผลิตภัณฑ์ ใน co-creator of The Anatomy of Love คำว่า of เชื่อมไปยังสิ่งที่ Lucy Brown มีส่วนช่วยสร้าง ตำแหน่งนี้บอกถึงการสร้างร่วมกัน ไม่ได้บอกว่าเธอเป็นผู้สร้างเพียงคนเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ผู้สร้างร่วม”: Priya helped build the game from the beginning. She is a ____ the game.

ดูคำตอบ

co-creator of

She thinks we need to be more realistic about falling in love, วลี

3:42

เธอคิดว่าเราต้องอยู่กับความเป็นจริงให้มากขึ้นเกี่ยวกับการตกหลุมรัก

as she explains here to BBC World Service's The Conversation.

3:46

ดังที่เธออธิบายไว้ที่นี่กับรายการ The Conversation ของ BBC World Service

วลี

need to be more realistic about falling in love: มองความรักอย่างสมจริงมากขึ้น

Be realistic about something หมายถึงการประเมินเรื่องหนึ่งจากเงื่อนไขจริงและผลลัพธ์ที่น่าจะเกิดขึ้น ไม่ใช่อาศัยเพียงความหวังหรือภาพในอุดมคติ ในที่นี้ need to be more realistic about falling in love เป็นการชวนให้มองความรักแบบไม่เพ้อฝันเกินไป ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธความรัก หลัง about ใช้คำนามหรือรูป -ing ได้ Falling in love คือชื่อของประสบการณ์ที่กำลังนำมาพิจารณา ส่วน more แสดงว่าผู้พูดต้องการให้เปลี่ยนจากทัศนคติปัจจุบันไปสู่ทัศนคติที่ปฏิบัติได้จริงมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย be รูปขั้นกว่าของ realistic และ about: We want to visit five cities in two days, but we need to ____ what we can actually do.

ดูคำตอบ

be more realistic about

I wish someone had said, ไวยากรณ์

3:50

ฉันหวังว่าจะมีใครสักคนพูดว่า

ไวยากรณ์

I wish someone had said: แสดงความเสียดายเกี่ยวกับอดีต

I wish + ประธาน + had + กริยาช่องที่ 3 ใช้แสดงความเสียดายเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้น ใน I wish someone had said ... ผู้พูดกำลังมองย้อนกลับไปและหมายความว่า ตอนนั้นไม่มีใครพูดคำที่จำเป็นต้องได้ยิน Had said เป็นรูป past perfect ซึ่งวางความปรารถนาที่ไม่เป็นจริงไว้ก่อนเวลาปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังรอให้ใครพูดในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ warn เพื่อแสดงความเสียดายเกี่ยวกับอดีต: I wish someone ____ me before I paid the fee.

ดูคำตอบ

had warned

"You know,

3:51

"รู้ไหม

love is wonderful.

3:52

ความรักเป็นสิ่งสวยงาม

Yes, go for it.

3:53

ใช่ ลุยเลย

But heartbreak happens,

3:54

แต่ความอกหักมันก็เกิดขึ้นได้

you know, and maybe this isn't going to last. การใช้คำ

3:56

รู้ไหม และบางทีสิ่งนี้อาจจะไม่ยั่งยืน

การใช้คำ

คำกริยา last ใน maybe this isn't going to last

ในประโยคนี้ last เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง” Maybe this isn't going to last หมายความว่าสถานการณ์หรือความสัมพันธ์ในตอนนี้อาจจบลงแทนที่จะดำเนินต่อไป โครงสร้าง be going to + คำกริยารูปพื้นฐานแสดงว่า last เป็นคำกริยาหลัก ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “สุดท้าย” เพราะเมื่อใช้เป็นคำคุณศัพท์ในความหมายนั้น ปกติ last จะอยู่หน้าคำนาม เช่น the last day

แบบฝึกหัด

ในประโยค Maybe this isn't going to last คำว่า last หมายถึงอะไร

  1. ดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง
  2. มาถึงช้า
  3. อยู่ท้ายรายการ
ดูคำตอบ

ดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง

Um,

3:58

อืม

um,

3:59

อืม

maybe it is, ลำดับความ

3:59

บางทีมันอาจจะยั่งยืน

but maybe it isn't.

4:00

แต่บางทีก็อาจจะไม่

ลำดับความ

maybe it is, but maybe it isn't: การสร้างสมดุลระหว่างสองความเป็นไปได้

โครงสร้างซ้ำ maybe + ประโยคบอกเล่า, but maybe + ประโยคปฏิเสธ นำเสนอว่าผลลัพธ์ทั้งสองอย่างเป็นไปได้ การพูด maybe ซ้ำทำให้ทั้งสองด้านมีน้ำหนักใกล้เคียงกัน ส่วน but ใช้แสดงความขัดแย้ง ในที่นี้ it is และ it isn't ใช้แทนประโยคที่ยาวกว่าคือ it is going to last และ it isn't going to last การละส่วนนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการพูดความคิดเดิมซ้ำทั้งหมด และเปิดกว้างต่อผลลัพธ์แทนที่จะรับรองหรือปฏิเสธผลใดผลหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “The new schedule will solve everything.” คำตอบใดใช้โครงสร้างเป้าหมายเพื่อเปิดไว้ทั้งสองความเป็นไปได้

  1. Maybe it will, but maybe it won't.
  2. It definitely won't.
  3. It definitely will.
ดูคำตอบ

Maybe it will, but maybe it won't.

And just realize that it can be one of the most devastating experiences in your life. ไวยากรณ์

4:01

และแค่ตระหนักไว้ว่ามันอาจจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ทำลายล้างที่สุดในชีวิตของคุณ

ไวยากรณ์

one of the most devastating experiences in your life: หนึ่งในประสบการณ์ที่กระทบจิตใจรุนแรงที่สุดในชีวิต

โครงสร้าง one of the most + คำคุณศัพท์ + คำนามพหูพจน์ ใช้จัดให้สิ่งหนึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มที่อยู่ในระดับสูงสุด ในที่นี้ it can be one of the most devastating experiences หมายความว่าประสบการณ์นั้นอาจเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่สร้างความเสียหายทางจิตใจรุนแรงที่สุด ส่วน can be แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน หลัง one of คำนามที่ใช้เรียกกลุ่มต้องเป็นพหูพจน์ จึงต้องใช้ one of the most devastating experiences ไม่ใช่ experience โครงสร้างนี้นำไปใช้แสดงการประเมินอย่างเข้มข้นได้ และมักจำกัดขอบเขตด้วยวลีอย่าง in your life หรือ of my career

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ one of the most และคำคุณศัพท์ challenging: Moving abroad alone was ____ experiences of her life.

ดูคำตอบ

one of the most challenging

But you're going to get over it." กริยาวลี

4:07

แต่คุณจะก้าวข้ามมันไปได้"

กริยาวลี

you're going to get over it: คุณจะผ่านพ้นความเจ็บปวดนี้ไปได้

get over something เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการฟื้นตัวจากผลกระทบของเหตุการณ์ที่เจ็บปวด ความผิดหวัง ความเจ็บป่วย หรือความยากลำบากอื่น ๆ ในที่นี้หมายถึงการก้าวพ้นความเจ็บปวดทางอารมณ์ ไม่ได้หมายถึงการข้ามวัตถุทางกายภาพ you're going to เป็นการคาดการณ์อนาคตด้วยความมั่นใจ เมื่อรวมเป็น you're going to get over it จึงเป็นการปลอบใจว่าความเจ็บปวดจะไม่คงอยู่ตลอดไปและผู้ฟังจะฟื้นตัวได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I know the breakup hurts, but you're going to get over it,” get over it หมายถึงอะไร?

  1. คุณจะฟื้นตัวจากความเจ็บปวดทางอารมณ์
  2. คุณจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงการเลิกรา
  3. คุณจะปีนข้ามบางสิ่งทางกายภาพ
ดูคำตอบ

คุณจะฟื้นตัวจากความเจ็บปวดทางอารมณ์

Dr. Brown thinks it's important to know that relationships can end in heartbreak, สำนวน

4:09

ดร. บราวน์ คิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้ว่าความสัมพันธ์สามารถจบลงด้วยความอกหัก (heartbreak) ได้

feelings of great sadness,

4:14

ซึ่งก็คือความรู้สึกเศร้าเสียใจอย่างมาก

as if your heart is broken,

4:16

ราวกับว่าหัวใจของคุณแตกสลาย

especially after the end of a romantic affair.

4:18

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ความสัมพันธ์แบบคนรักจบลง

สำนวน

heartbreak: ความเศร้าราวกับหัวใจแตกสลาย

Heartbreak หมายถึงความเศร้าทางอารมณ์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะหลังจากสูญเสียความสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือความสัมพันธ์นั้นสิ้นสุดลง ใน end in heartbreak คำว่า end in หมายถึง “ลงเอยด้วยผลลัพธ์บางอย่าง” วลี feelings of great sadness อธิบายความหมายโดยตรง ส่วน as if your heart is broken แสดงภาพเปรียบเทียบที่อยู่เบื้องหลังคำนี้ หัวใจไม่ได้แตกจริง ๆ แต่ภาพของสิ่งของที่แตกสลายช่วยสื่อว่าความเจ็บปวดทางอารมณ์นั้นชัดเจนและรุนแรงมาก

แบบฝึกหัด

heartbreak ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ความรำคาญเล็กน้อยเพียงชั่วครู่
  2. อวัยวะหัวใจแตกทางกายภาพ
  3. ความเศร้าทางอารมณ์อย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

ความเศร้าทางอารมณ์อย่างรุนแรง

But she also wants young people to know that whatever happens, ไวยากรณ์

4:21

แต่เธอก็อยากให้คนหนุ่มสาวรู้ด้วยว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

they can get over it,

4:25

พวกเขาสามารถก้าวผ่านมันไปได้ (get over it)

feel better again after something has made them unhappy.

4:27

กลับมารู้สึกดีขึ้นอีกครั้งหลังจากมีบางสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความทุกข์

ไวยากรณ์

whatever happens ... they can get over it: ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาก็ผ่านมันไปได้

That นำเข้าสู่เนื้อหาที่เธอต้องการให้คนหนุ่มสาวรู้ ภายในอนุประโยคนี้ whatever happens หมายถึง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ซึ่งสร้างเงื่อนไขเชิงยอมรับว่า เหตุการณ์หรือผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดถูกรวมไว้ แต่ข้อความในประโยคหลักยังคงเป็นจริง รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Whatever happens, + ประโยคหลัก ในที่นี้ประโยคหลักคือ they can get over it และ it หมายถึงประสบการณ์ที่ยากลำบาก โครงสร้างนี้ใช้ปลอบใจโดยเน้นว่า แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนไป ผลลัพธ์หรือการสนับสนุนที่กล่าวไว้ก็ไม่เปลี่ยน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้กำลังใจด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”: ____, I will stay and help you.

ดูคำตอบ

Whatever happens

Falling in love is one of the great experiences in life,

4:30

การตกหลุมรักคือหนึ่งในประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต

and developing the strength to face whatever happens makes it more likely that the story ends happily, โน้ต

4:34

และการพัฒนาความเข้มแข็งเพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้เรื่องราวมีโอกาสจบลงอย่างมีความสุขมากขึ้น

unlike the tale of Romeo and Juliet.

4:40

ไม่เหมือนกับนิทานเรื่องโรมิโอกับจูเลียต

วลี

developing the strength to face whatever happens: สร้างความเข้มแข็งภายในเพื่อเผชิญทุกผลลัพธ์

ในประโยคนี้ developing the strength to face whatever happens หมายถึงการค่อย ๆ สร้างความเข้มแข็งและความยืดหยุ่นทางใจที่จำเป็นต่อการรับมือกับผลลัพธ์ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่ยากลำบากหรือไม่คาดคิด strength ในที่นี้หมายถึงความสามารถทางอารมณ์ ไม่ใช่กำลังกาย โครงสร้าง develop the strength to + คำกริยา แสดงว่าความสามารถนี้ค่อย ๆ เติบโตขึ้นตามเวลา face เป็นคำกริยาที่หมายถึงยอมรับและรับมือกับสิ่งหนึ่งแทนที่จะหลีกเลี่ยง ส่วน whatever happens ครอบคลุมทุกเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ค่อย ๆ สร้างความเข้มแข็งภายในเพื่อรับมือกับผลลัพธ์ทุกแบบ”: It takes time to ____.

ดูคำตอบ

develop the strength to face whatever happens

ไวยากรณ์

makes it more likely that + อนุประโยค: เพิ่มโอกาสที่จะเกิดผลลัพธ์หนึ่ง

ในที่นี้ makes it more likely that the story ends happily หมายถึงปัจจัยที่กล่าวมาก่อนหน้าทำให้โอกาสที่จะจบอย่างมีความสุขเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าตอนจบที่มีความสุขจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โครงสร้างคือ make + it + more likely + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that โดย it เป็นกรรมที่ใช้แทนเนื้อหาล่วงหน้า ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุผลลัพธ์ที่มีความเป็นไปได้เปลี่ยนไป more แสดงว่าความน่าจะเป็นเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับอีกสถานการณ์หรือเงื่อนไขหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “เพิ่มโอกาสที่”: Leaving early ____ we'll arrive before the gates close.

ดูคำตอบ

makes it more likely that

I think it's time to reveal the answer to my question, Neil.

4:43

ฉันคิดว่าถึงเวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของฉันแล้วล่ะ นีล

In which Italian city does the story of Romeo and Juliet take place? กริยาวลี

4:46

เรื่องราวของโรมิโอกับจูเลียตเกิดขึ้นในเมืองไหนของอิตาลี?

กริยาวลี

take place: บอกสถานที่ที่เรื่องราวเกิดขึ้น

ในคำถามนี้ take place หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “มีฉากอยู่ที่” ประธานคือ the story of Romeo and Juliet และวลีนี้ใช้ถามว่าเรื่องราวเกิดขึ้นในเมืองใด ให้มอง take place เป็นกริยาวลีเดียว ไม่ใช่แยกตีความตามความหมายตรงตัวของ take และ place รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ถามได้ว่าเหตุการณ์ เรื่องราว หรือกิจกรรมเกิดขึ้นที่ไหนหรือเมื่อใด

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “มีฉากอยู่ที่”: Where does the film ____?

ดูคำตอบ

take place

I said it was Florence.

4:50

ผมตอบว่าเป็นฟลอเรนซ์

So, was I right?

4:52

แล้ว ผมตอบถูกไหม?

Well, Florence is a romantic city,

4:53

เอาล่ะ ฟลอเรนซ์เป็นเมืองที่โรแมนติกนะ

but the correct answer is Verona.

4:55

แต่คำตอบที่ถูกต้องคือ เวโรนา ค่ะ

Verona was little known in Shakespeare's time, การใช้คำ

4:58

เวโรนาไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนักในยุคของเชกสเปียร์

การใช้คำ

was little known: แสดงระดับการเป็นที่รู้จักของสาธารณชนที่ต่ำ

ใน was little known คำว่า little เป็นกริยาวิเศษณ์บอกระดับ หมายถึง “แทบไม่” หรือ “ไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง” และขยาย known ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่ามีคนรู้จักเวโรนาเพียงไม่กี่คน ไม่ได้หมายถึงเมืองมีขนาดเล็ก Was และ in Shakespeare's time ระบุว่าระดับการเป็นที่รู้จักที่ต่ำนี้อยู่ในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำซึ่ง little หมายถึง “ไม่อย่างกว้างขวาง”: Although the artist later became famous, she was ____ during her lifetime.

ดูคำตอบ

little known

but nowadays thousands of tourists visit the sites connected with the story, วลี

5:01

แต่ปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวหลายพันคนได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวนี้

including the famous balcony where Romeo declared his eternal love. วลี

5:05

รวมถึงระเบียงอันโด่งดังที่โรมิโอได้ประกาศความรักอันเป็นนิรันดร์ของเขา

วลี

sites connected with the story: สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราว

ในที่นี้ sites หมายถึงสถานที่จริงที่นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมได้ ไม่ใช่เว็บไซต์ ส่วน connected with the story หมายถึง “ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราว” ไม่ได้หมายถึงสถานที่เหล่านั้นเชื่อมต่อกันทางกายภาพ วลี connected with the story วางหลัง sites เพื่อระบุว่าเป็นสถานที่ใด โดยเป็นรูปย่อของ sites that are connected with the story โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้เชื่อมโยงบุคคล สิ่งของ สถานที่ หรือเหตุการณ์เข้ากับหัวข้อหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” ในประโยคนี้: The museum displays objects ___ the city's history.

  1. connected from
  2. connected by
  3. connected with
ดูคำตอบ

connected with

วลี

Romeo declared his eternal love: การแสดงออกที่จริงจังและเป็นละคร

ใน Romeo declared his eternal love คำว่า declared หมายถึงการแสดงออกอย่างเปิดเผยและจริงจัง ส่วน eternal love คือความรักที่ถูกกล่าวว่าจะคงอยู่ตลอดไป เมื่อใช้ร่วมกัน คำเหล่านี้สร้างน้ำเสียงที่สูงส่งและเป็นละคร ผู้บรรยายไม่ได้เพียงบอกว่าโรมิโอพูดถึงความรัก แต่บอกว่าเขาประกาศอย่างหนักแน่นและน่าจดจำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดตรงกับความหมายและน้ำเสียงของ “Romeo declared his eternal love” มากที่สุด

  1. เขาแสดงออกอย่างจริงจังว่าความรักของเขาจะคงอยู่ตลอดไป
  2. เขาพูดอย่างสบาย ๆ ว่าเขาชอบใครบางคน
  3. เขาถามว่าความรักจะคงอยู่ตลอดไปได้หรือไม่
ดูคำตอบ

เขาแสดงออกอย่างจริงจังว่าความรักของเขาจะคงอยู่ตลอดไป

Okay, let's recap the vocabulary we've learned, ลำดับความ

5:11

เอาล่ะ เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้กัน

ลำดับความ

let's recap the vocabulary we've learned: เปลี่ยนเข้าสู่ช่วงทบทวน

Okay, let's recap... เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากคำอธิบายหลักไปสู่การทบทวนเนื้อหาก่อนหน้าแบบสั้น ๆ ผู้ฟังจึงคาดได้ว่าจะได้ยินคำศัพท์สำคัญอีกครั้ง ไม่ใช่เริ่มหัวข้อใหม่ ใน let's recap โครงสร้าง let's + กริยารูปพื้นฐานเป็นการชวนให้ทุกคนทำสิ่งนั้นร่วมกัน Recap หมายถึงการกล่าวย้ำประเด็นหลักอย่างสั้น ๆ ส่วน we've learned ระบุว่าเป็น vocabulary ที่เรียนไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เมื่อได้ยิน Okay, let's recap... ผู้พูดน่าจะตั้งใจทำอะไรต่อไปมากที่สุด?

  1. เป็นการเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
  2. เป็นสัญญาณว่าจะทบทวนประเด็นสำคัญก่อนหน้านี้อย่างสั้น ๆ
  3. เป็นการขอให้ผู้ฟังพูดซ้ำทุกประโยคแบบคำต่อคำ
ดูคำตอบ

เป็นสัญญาณว่าจะทบทวนประเด็นสำคัญก่อนหน้านี้อย่างสั้น ๆ

starting with soulmate,

5:13

เริ่มจาก คู่แท้ (soulmate)

the special person who you feel a strong romantic bond to.

5:15

คนพิเศษที่คุณรู้สึกผูกพันทางความรักอย่างแรงกล้า

Cynicism describes the belief that something will not work out successfully.

5:19

การมองในแง่ร้าย/เย้ยหยัน (Cynicism) อธิบายถึงความเชื่อที่ว่าบางสิ่งจะไม่ประสบความสำเร็จ

If you are validated, การใช้คำ

5:24

หากคุณได้รับการยอมรับ (validated)

you get external confirmation that your actions are ideas or feelings are worthwhile and valued.

5:26

คุณได้รับการยืนยันจากภายนอกว่าการกระทำ ความคิด หรือความรู้สึกของคุณนั้นมีค่าและมีความหมาย

การใช้คำ

are validated ... external confirmation: การยอมรับจากภายนอกตนเอง

ในที่นี้ are validated เป็นโครงสร้างถูกกระทำและมีความหมายในบริบทระหว่างบุคคลว่าได้รับการยอมรับ ส่วน external confirmation ระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจนว่า บุคคลอื่น กลุ่มคน คำติชม หรือหลักฐานอื่นจากภายนอกเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าความรู้สึก ความคิด หรือการกระทำของคุณมีความหมาย validation ในความหมายนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกการกระทำถูกต้องอย่างเป็นกลาง แต่หมายถึงประสบการณ์ของบุคคลนั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เข้าใจได้ หรือควรได้รับความใส่ใจ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ สถานการณ์ใดแสดงให้เห็นได้ดีที่สุดว่าบุคคลได้รับ validation ผ่าน external confirmation?

  1. บุคคลอื่นยอมรับว่าความรู้สึกของคุณเป็นเรื่องจริงและเข้าใจได้
  2. คุณปลอบใจตนเองโดยไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ จากผู้อื่น
  3. โปรแกรมตรวจสอบว่าไฟล์เป็นไปตามข้อกำหนดทางเทคนิคหรือไม่
ดูคำตอบ

บุคคลอื่นยอมรับว่าความรู้สึกของคุณเป็นเรื่องจริงและเข้าใจได้

You can use the phrase go for it to encourage someone to make whatever efforts are necessary to get something done. วลี

5:32

คุณสามารถใช้วลี ลุยเลย (go for it) เพื่อกระตุ้นให้ใครสักคนพยายามทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วง

วลี

ทุ่มเทความพยายามทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้งานสำเร็จ

Make whatever efforts are necessary หมายถึงทุ่มเทความพยายามทั้งหมดที่สถานการณ์ต้องการ whatever ขยายคำว่า efforts และรวมถึงความพยายามทุกอย่างที่ปรากฏว่าจำเป็น ไม่ได้หมายถึงการพยายามแบบสะเพร่าหรือแบบสุ่ม To get something done ระบุเป้าหมายของความพยายาม โครงสร้าง get + กรรม + คำกริยาช่องที่สาม เน้นผลลัพธ์ที่ทำเสร็จแล้ว ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงการทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้งานเสร็จสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมายด้วยคำที่หมายถึง “ทั้งหมดที่จำเป็น”: We will make ____ efforts are necessary to meet the deadline.

ดูคำตอบ

whatever

Heartbreak describes feelings of great sadness as if your heart is broken.

5:39

ความอกหัก (Heartbreak) อธิบายถึงความรู้สึกเศร้าเสียใจอย่างมากราวกับว่าหัวใจของคุณแตกสลาย

And finally,

5:43

และสุดท้าย

to get over something means to feel better again after something has made you unhappy. กริยาวลี

5:44

การก้าวผ่านบางสิ่งไปได้ (to get over something) หมายถึง กลับมารู้สึกดีขึ้นอีกครั้งหลังจากมีบางสิ่งที่ทำให้คุณไม่มีความสุข

กริยาวลี

get over something: กลับมารู้สึกดีขึ้นหลังจากไม่มีความสุข

Get over something ในที่นี้หมายถึงฟื้นตัวทางอารมณ์จากเหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่ทำให้คุณไม่มีความสุข something เป็นกรรมของ get over และระบุสาเหตุ เช่น การเลิกรา ความผิดหวัง หรือข่าวร้าย Feel better again อธิบายผลลัพธ์ คือบุคคลนั้นไม่รู้สึกเสียใจเท่าเดิมแล้ว วลีนี้มักสื่อว่าการฟื้นตัวต้องใช้เวลา และไม่ได้หมายความว่าต้องลืมสิ่งที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Maya finally got over the disappointment,” got over หมายถึงอะไร

  1. เธอเริ่มรู้สึกดีขึ้นหลังจากเรื่องนั้นทำให้เธอเสียใจ
  2. เธอป้องกันไม่ให้ความผิดหวังเกิดขึ้น
  3. เธอยังคงเดินหน้าต่อได้ระหว่างเหตุการณ์ที่น่าผิดหวัง
ดูคำตอบ

เธอเริ่มรู้สึกดีขึ้นหลังจากเรื่องนั้นทำให้เธอเสียใจ

Once again,

5:50

และอีกครั้ง

our 6 minutes are up, ลำดับความ

5:51

เวลา 6 นาทีของเราหมดลงแล้ว

but there's time for one more famous saying and I think it's good advice,

5:52

แต่ยังมีเวลาสำหรับคำคมดังๆ อีกสักประโยคและผมคิดว่ามันเป็นคำแนะนำที่ดีนะ

ลำดับความ

our 6 minutes are up: บอกว่าเวลาที่กำหนดสิ้นสุดแล้ว

ใน our 6 minutes are up คำว่า be up หมายถึงช่วงเวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว ไม่ได้หมายความว่านาทีเคลื่อนขึ้นข้างบน เมื่อใช้เป็นสัญญาณปิดช่วง วลีนี้บอกผู้ฟังว่าส่วนหลักที่จำกัดเวลาได้จบลงแล้ว จากนั้น but there's time for... ใช้เปลี่ยนทางเพื่อเปิดโอกาสให้เพิ่มรายการสุดท้ายอีกหนึ่งรายการ

แบบฝึกหัด

our 6 minutes are up ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. รายการจะเริ่มในอีกหกนาที
  2. เวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สิ้นสุดแล้ว
  3. มีการเพิ่มเวลาอีกหกนาที
ดูคำตอบ

เวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สิ้นสุดแล้ว

better to have loved and lost than never to have loved at all. วัฒนธรรม

5:56

การได้รักแล้วสูญเสียไป ยังดีกว่าไม่เคยได้รักเลย

วัฒนธรรม

การได้เคยรักและสูญเสียยังดีกว่าไม่เคยรักเลย

คำกล่าวนี้หมายความว่า ประสบการณ์ความรักยังคงมีคุณค่าได้แม้ว่าความรักนั้นจะจบลงด้วยการสูญเสีย รูปแบบ better to have done... than never to have done... at all เปรียบเทียบประสบการณ์ในอดีตกับการไม่เคยมีประสบการณ์นั้นเลย โดย at all ช่วยเน้น never ข้อความที่คุ้นเคยนี้มักอ้างว่ามาจากบทกวี In Memoriam A.H.H. ของ Alfred, Lord Tennyson ใช้เป็นข้อคิดสรุปเกี่ยวกับความรักและความอกหัก ไม่ใช่กฎตามตัวอักษรที่ทุกคนต้องยอมรับ

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ better to have loved and lost than never to have loved at all ได้ตรงที่สุด

  1. มีเพียงความสัมพันธ์ที่ยืนยาวตลอดไปเท่านั้นที่มีคุณค่า
  2. ความรักยังเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าได้แม้จะจบลงด้วยการสูญเสีย
  3. ควรหลีกเลี่ยงความรักทุกครั้งที่มีความเสี่ยงว่าจะเศร้า
ดูคำตอบ

ความรักยังเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าได้แม้จะจบลงด้วยการสูญเสีย

Bye for now.

6:01

ลาไปก่อนนะคะ

Goodbye.

6:02

ลาก่อนครับ

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:04

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com