สิ่งนี้จะหลอกสมองคุณได้ไหม? (บททดสอบปัญญาประดิษฐ์): บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
735 คำ 200 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: แยกแยะใบหน้า ภาพวาด ดนตรี วิดีโอดีปเฟก และเสียงสังเคราะห์ที่สร้างด้วย AI พร้อมเรียนรู้ว่าโครงข่ายประสาทใช้ข้อมูลจำนวนมากสร้างของปลอมที่น่าเชื่ออย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “Which of these three faces do you think is the oldest?” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนลำดับคำของคำถาม wh- ที่มี do you think โดยไม่เปลี่ยนอนุประโยคถัดไปเป็นคำถามตรงอีกครั้ง 2. “feedback loop” — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: เข้าใจอุปมาของระบบที่นำผลลัพธ์กลับมาแก้ไขกัน และใช้บรรยายกระบวนการวนซ้ำ 3. “what's up, man?” — วัจนปฏิบัติและท่าทีในการสนทนา: รู้ว่าเป็นคำทักทายที่กันเองมากระหว่างเพื่อน เหมาะกับการคุยสบาย ๆ แต่ไม่เหมาะกับงานบริการที่เป็นทางการ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This episode is supported by SimpliSafe. การใช้คำ

0:00

วิดีโอตอนนี้ได้รับการสนับสนุนจาก SimpliSafe

การใช้คำ

is supported by ในฐานะคำชี้แจงผู้สนับสนุน

ในคำชี้แจงช่วงเปิดนี้ is supported by หมายความว่า SimpliSafe เป็นผู้สนับสนุนหรือให้เงินทุนแก่ตอนนี้ ไม่ได้หมายความเพียงว่าแบรนด์เห็นด้วยกับหรือให้กำลังใจรายการตอนนี้ โครงสร้างกรรมวาจก “เนื้อหา + is supported by + ผู้สนับสนุน” กล่าวถึงเนื้อหาก่อน แล้วจึงระบุผู้สนับสนุน ผู้สร้างสื่อมักใช้เป็นคำชี้แจงเรื่องการสนับสนุนที่สุภาพและกระชับ

แบบฝึกหัด

ในช่วงเปิดวิดีโอ This episode is supported by SimpliSafe น่าจะบอกอะไรแก่ผู้ชมมากที่สุด

  1. SimpliSafe ซ่อมอุปกรณ์วิดีโอ
  2. SimpliSafe สนับสนุนหรือช่วยออกเงินทุนให้ตอนนี้
  3. ผู้ดำเนินรายการเห็นด้วยกับ SimpliSafe ทางความรู้สึก
ดูคำตอบ

SimpliSafe สนับสนุนหรือช่วยออกเงินทุนให้ตอนนี้

Which of these three faces do you think is the oldest? ไวยากรณ์

0:02

คุณคิดว่าใบหน้าไหนในสามใบหน้านี้ดูมีอายุมากที่สุด?

ไวยากรณ์

Which ... do you think is ...? ในคำถามที่ถามหาประธาน

Which of these three faces ขอให้ผู้ฟังเลือกหนึ่งสิ่งจากชุดตัวเลือกที่ทราบอยู่แล้ว วลี wh ทั้งหมดนี้ทำหน้าที่เป็นประธานของ is the oldest do you think ใช้ถามความคิดเห็นของผู้ฟัง ลำดับคำแบบคำถามอยู่ที่ do you think หลังจากนั้นอนุประโยคด้านในยังคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ which ... is the oldest ไม่ใช่ which ... is it the oldest

แบบฝึกหัด

เติมคำถามโดยใช้ do you think และลำดับคำที่ถูกต้อง: Which of these two roads ____ safer?

ดูคำตอบ

do you think is

A, B, or C?

0:05

A, B หรือ C?

The answer is actually none of them

0:09

จริง ๆ แล้วคำตอบคือไม่มีข้อไหนเลย

because none of these people were ever born. ไวยากรณ์

0:11

เพราะคนเหล่านี้ไม่เคยเกิดมาจริง ๆ สักคน

ไวยากรณ์

none of ... were ever ...: การปฏิเสธว่าไม่เกิดขึ้นในเวลาใดเลย

None of these people ทำให้อนุประโยคมีความหมายปฏิเสธอยู่แล้ว โดยหมายถึงไม่มีแม้แต่คนเดียวในกลุ่มนั้น ภายในขอบเขตของการปฏิเสธนี้ ever หมายถึง “ไม่ว่าเวลาใด” ดังนั้น were ever born จึงหมายความว่าไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่คนเหล่านั้นสักคนเกิดมา Ever ไม่ได้เป็นคำปฏิเสธด้วยตัวมันเอง คำนี้มักปรากฏในคำถามและโครงสร้างที่มีความหมายปฏิเสธ โดยในประโยคนี้ none เป็นคำที่สร้างการปฏิเสธ ให้เข้าใจ none of ... ever ... ทั้งชุดว่า “ไม่มีสักคนที่...ไม่ว่าเวลาใด” ไม่ใช่ว่าคนเหล่านี้เคยเกิดมาแล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “None of the applicants were ever interviewed” คำว่า ever หมายถึงอะไรภายในโครงสร้างปฏิเสธนี้?

  1. “ในที่สุด” หมายถึงผู้สมัครทุกคนได้รับการสัมภาษณ์ในภายหลัง
  2. “โดยปกติ” หมายถึงผู้สมัครได้รับการสัมภาษณ์หลายครั้ง
  3. “ไม่ว่าเวลาใด” หมายถึงไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับการสัมภาษณ์ในเวลาใดเลย
ดูคำตอบ

“ไม่ว่าเวลาใด” หมายถึงไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับการสัมภาษณ์ในเวลาใดเลย

These faces were all generated by artificial intelligence.

0:13

ใบหน้าเหล่านี้ล้วนสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์

Now, thinking about artificial intelligence,

0:16

ทีนี้ ลองนึกถึงปัญญาประดิษฐ์ดู

look carefully at these two paintings.

0:18

แล้วมองภาพวาดสองภาพนี้ให้ดี

Which of these does your mind think is created by AI?

0:20

สมองของคุณคิดว่าภาพไหนสร้างขึ้นโดย AI?

Is it painting A or painting B?

0:23

ภาพวาด A หรือภาพวาด B?

Give up? กริยาวลี

0:25

ยอมแพ้แล้วเหรอ?

กริยาวลี

Give up? ในรูปคำถามที่ละคำ

ในเกมทายคำ Give up? หมายถึง “ยอมแพ้ไหม?” หรือ “จะหยุดพยายามและยอมรับว่าไม่รู้คำตอบไหม?” ประโยคคำถามสั้นนี้ละประธาน you และกริยาช่วย do ได้ เพราะภาษาพูดแบบกันเองอนุญาตให้ละได้เมื่อสถานการณ์ชัดเจน Give up ในที่นี้เป็นกริยาวลีที่ไม่ต้องมีกรรม หมายถึง “หยุดพยายาม” หรือ “ยอมรับความพ่ายแพ้” ไม่ได้หมายถึงการส่งมอบสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามสองคำที่ใช้หลังจากมีคนตอบปริศนาผิดหลายครั้งให้สมบูรณ์: ____?

ดูคำตอบ

Give up

The clue is in the signature.

0:26

เบาะแสอยู่ที่ลายเซ็น

The AI seems a bit busted on this one. การใช้คำ

0:28

ดูเหมือน AI จะรวนไปหน่อยตรงนี้

การใช้คำ

a bit busted แบบไม่เป็นทางการเพื่อบอกว่าทำงานผิดปกติ

ในประโยคนี้ busted เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “เสีย” หรือ “ทำงานไม่ปกติ” โดยบอกว่าผลลัพธ์ของ AI มีข้อผิดพลาด ไม่ได้หมายความว่า AI ถูกจับกุมหรือถูกทุบจนแตกจริง ๆ ปกติ a bit ใช้บอกระดับเพียงเล็กน้อย แต่ในที่นี้ยังเป็นการพูดลดระดับปัญหาแบบขำ ๆ ด้วย ผู้พูดทำให้ปัญหาที่เห็นได้ชัดฟังเหมือนผิดไปเพียงนิดเดียว รูปแบบนี้ทำให้คำวิจารณ์ฟังสบาย ๆ และมีอารมณ์ขันได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The AI seems a bit busted on this one,” คำว่า a bit busted น่าจะหมายถึงอะไร

  1. AI ทุบทำลายบางสิ่งจริง ๆ
  2. AI ดูเหมือนจะทำงานผิดปกติเล็กน้อย โดยพูดลดระดับปัญหาแบบขำ ๆ
  3. AI ถูกตำรวจจับกุมแล้ว
ดูคำตอบ

AI ดูเหมือนจะทำงานผิดปกติเล็กน้อย โดยพูดลดระดับปัญหาแบบขำ ๆ

Bro.

0:31

เฮ้ย

But someone loved it as it went at an auction for $432,500. วลี

0:31

แต่ก็มีคนหลงรักมัน จนยอมประมูลซื้อไปในราคา 432,500 ดอลลาร์

วลี

went ... for $432,500 เพื่อบอกราคาที่ขายได้จริง

ในที่นี้ went ... for $432,500 เป็นรูปอดีตของ go for + ราคา หมายถึง “ขายได้ในราคา 432,500 ดอลลาร์” วลี at an auction แทรกอยู่ระหว่าง went กับ for แต่มีหน้าที่เพียงบอกสถานการณ์ของการขาย ส่วน went กับ for ยังคงร่วมกันเป็นโครงสร้างที่บอกราคาขาย ใช้ go หรือ went for + จำนวนเงิน เมื่อต้องการรายงานราคาที่สิ่งของขายได้จริง โดยเฉพาะในการประมูล โครงสร้างนี้บอกถึงธุรกรรม ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมสองส่วนที่หายไปให้เป็นโครงสร้างบอกราคาขายในอดีต: “The vintage watch ____ at auction ____ $8,000.”

ดูคำตอบ

went · for

To explain how these images are generated,

0:37

เพื่ออธิบายว่าภาพเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นอย่างไร

let's first look at these images of fruit.

0:39

ก่อนอื่น มาดูภาพผลไม้เหล่านี้กัน

By now, you know that one isn't real, วลี

0:42

ถึงตอนนี้ คุณก็รู้แล้วว่ามีภาพหนึ่งไม่ใช่ของจริง

but is it the apples or the oranges?

0:43

แต่มันคือภาพแอปเปิลหรือภาพส้มกันแน่?

วลี

“By now,”: ปัจจุบันในฐานะจุดปลายของความคืบหน้าที่สะสมมา

By now กำหนดให้ปัจจุบันเป็นจุดสิ้นสุดของช่วงเวลาที่เริ่มต้นมาก่อนหน้านี้ มักสื่อว่าเวลา หลักฐาน หรือความคืบหน้าได้สะสมมากพอจนควรคาดหวังผลที่กล่าวถึงได้แล้ว ในประโยคนี้ คำนี้สื่อว่าตัวอย่างก่อนหน้าน่าจะทำให้ผู้ชมรู้แล้วว่าภาพหนึ่งไม่ใช่ของจริง ส่วนคำถามถัดไปถามว่าเป็นภาพใด หลัง by now สามารถใช้กริยาที่แสดงสภาวะปัจจุบันอย่าง know ได้อย่างเป็นธรรมชาติ รูป perfect พบได้บ่อยแต่ไม่จำเป็นเสมอไป

แบบฝึกหัด

ครูอธิบายกฎไปแล้วสองครั้งและคาดว่านักเรียนควรเข้าใจแล้ว คำขึ้นต้นใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคนี้? “___ you should understand the rule.”

  1. Right now,
  2. From now on,
  3. By now,
ดูคำตอบ

By now,

If you said apples,

0:47

ถ้าคุณตอบว่าแอปเปิล

you're right.

0:48

คุณตอบถูก

Essentially,

0:49

โดยหลักแล้ว

a system is fed hundreds of images to learn from. วลี

0:50

ระบบจะถูกป้อนภาพหลายร้อยภาพเพื่อให้เรียนรู้จากภาพเหล่านั้น

วลี

โครงสร้างถูกกระทำเชิงเทคนิค “is fed hundreds of images”

ในบริบททางเทคนิค feed สามารถหมายถึง “ป้อนข้อมูลหรือวัสดุให้ระบบเพื่อประมวลผลหรือเรียนรู้” ไม่ได้หมายถึงการให้อาหาร โครงสร้างแบบประธานกระทำคือ someone feeds a system hundreds of images แต่คำบรรยายทำให้ระบบซึ่งเป็นผู้รับกลายเป็นประธาน จึงได้รูปถูกกระทำ a system is fed hundreds of images นี่คือโครงสร้างกรรมสองตัว โดย the system คือผู้รับ และ hundreds of images คือวัสดุที่ถูกป้อนให้

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายทางเทคนิคด้วยรูปถูกกระทำของ feed: During training, the model ____ thousands of labeled examples.

ดูคำตอบ

is fed

It's then split into two systems.

0:52

จากนั้นระบบจะถูกแบ่งออกเป็นสองระบบ

System one's job is to create a convincing image of an apple,

0:54

หน้าที่ของระบบที่หนึ่งคือสร้างภาพแอปเปิลให้ดูสมจริง

and system two is designed to figure out which images of apples are fake. โน้ต

0:58

ส่วนระบบที่สองถูกออกแบบมาให้แยกแยะว่าภาพแอปเปิลภาพไหนเป็นภาพปลอม

วลี

be designed to + กริยารูปพื้นฐาน: บอกจุดประสงค์

Is designed to ใช้บอกจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ของระบบ ผลิตภัณฑ์ กฎ หรือฟีเจอร์ ในประโยคนี้หมายความว่าระบบที่สองถูกสร้างหรือตั้งค่าไว้ให้ทำงานที่ตามมา โครงสร้างคือ be designed to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น is designed to figure out ในที่นี้ designed กล่าวถึงหน้าที่ที่วางแผนไว้ ไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก และเป็นเพียงการบอกความสามารถที่ตั้งใจให้มี ไม่ได้รับประกันว่าระบบจะทำสำเร็จทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์นี้: The safety lock ____ prevent children from opening the cabinet.

ดูคำตอบ

is designed to

กริยาวลี

figure out: แก้ปัญหาหรือทำความเข้าใจด้วยการคิด

Figure out หมายถึงการหาคำตอบหรือทำความเข้าใจด้วยการคิด วิเคราะห์ ตรวจสอบ หรือลองทำ ในประโยคนี้ระบบหาว่าภาพแอปเปิลภาพใดเป็นภาพปลอม โดย figure ไม่ได้หมายถึงตัวเลขหรือรูปร่าง หลังวลีนี้ใช้คำนามหรือคำสรรพนามได้ เช่น figure out the answer และ figure it out และยังตามด้วยคำถามทางอ้อมได้ เช่น figure out which images are fake ในอนุประโยคนี้ต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่แบบคำถามโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ figure out เพื่อเน้นการแก้ปัญหาด้วยการคิดหรือสืบค้น?

  1. We need to figure out why the printer loses its connection.
  2. I found out that the library closes at six.
  3. I noticed that the screen was dark.
ดูคำตอบ

We need to figure out why the printer loses its connection.

This is known as a generative adversarial network. การใช้คำ

1:02

สิ่งนี้เรียกว่าเครือข่ายปฏิปักษ์เชิงกำเนิด

การใช้คำ

generative adversarial network (GAN): เครือข่ายกำเนิดแบบปฏิปักษ์

เครือข่ายกำเนิดแบบปฏิปักษ์ (GAN) คือสถาปัตยกรรมโมเดลที่มีส่วนประกอบเป็นโครงข่ายประสาทสองส่วน ได้แก่ ตัวสร้างที่ผลิตตัวอย่าง และตัวจำแนกที่พยายามแยกผลลัพธ์ที่สร้างขึ้นออกจากข้อมูลจริง การฝึกทำให้การแข่งขันของทั้งสองส่วนกลายเป็นข้อมูลป้อนกลับ จึงช่วยให้ทั้งคู่พัฒนาขึ้นได้ ในที่นี้ adversarial หมายถึงความสัมพันธ์แบบแข่งขันกันในการฝึก ไม่ได้หมายถึงความเป็นศัตรูส่วนตัว ส่วน network หมายถึงสถาปัตยกรรมโครงข่ายประสาท ไม่ใช่อินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายสังคม

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ generative adversarial network มากที่สุด

  1. สถาปัตยกรรมโมเดลที่ตัวสร้างและตัวจำแนกพัฒนาขึ้นผ่านการแข่งขัน
  2. ตัวจำแนกเพียงตัวเดียวที่ฝึกมาเพื่อรับรู้เฉพาะภาพจริง
  3. ระบบที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต
ดูคำตอบ

สถาปัตยกรรมโมเดลที่ตัวสร้างและตัวจำแนกพัฒนาขึ้นผ่านการแข่งขัน

If system one fails at tricking,

1:06

ถ้าระบบที่หนึ่งหลอกอีกระบบไม่สำเร็จ

it continues to evolve its apple designing skills.

1:07

มันก็จะพัฒนาทักษะการออกแบบภาพแอปเปิลต่อไป

And if system two fails at identifying the fake, ไวยากรณ์

1:10

และถ้าระบบที่สองตรวจจับภาพปลอมไม่สำเร็จ

it must also improve its ability to catch a fake.

1:13

มันก็ต้องพัฒนาความสามารถในการจับภาพปลอมเช่นกัน

ไวยากรณ์

โครงสร้าง fail at + -ing: fails at identifying

fail at + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงทำกิจกรรมหรือทำงานในด้านหนึ่งได้ไม่สำเร็จหรือทำได้ไม่ดี เนื่องจาก at เป็นคำบุพบท identify จึงต้องเปลี่ยนเป็นรูป gerund คือ identifying ไม่ใช่ identify ในประโยคนี้ fails at identifying the fake นำเสนอการตรวจหาของปลอมว่าเป็นงานที่ระบบที่สองทำได้ไม่ดี รูปแบบนี้สามารถนำไปใช้เป็น fail at something หรือ fail at doing something ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปที่ถูกต้องของ identify หลัง fails at: The filter fails at ____ altered photos.

ดูคำตอบ

identifying

This ultimately creates a feedback loop that generates extremely believable images. การใช้คำ

1:16

ท้ายที่สุด กระบวนการนี้จะสร้างวงจรป้อนกลับที่ผลิตภาพซึ่งดูสมจริงอย่างยิ่ง

การใช้คำ

feedback loop: เมื่อผลลัพธ์กำหนดรอบถัดไป

feedback loop คือกระบวนการที่เกิดซ้ำ โดยผลลัพธ์ของระบบถูกป้อนกลับเป็นข้อมูลนำเข้าและเปลี่ยนสิ่งที่จะเกิดขึ้นในรอบถัดไป ในประโยคนี้ การปรับปรุงแต่ละรอบส่งผลต่อรอบถัดไป กระบวนการจึงสร้างภาพที่น่าเชื่อถือยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ คำนี้เป็นกลางในเรื่องทิศทางของการเปลี่ยนแปลง เพราะวงจรอาจขยายการเปลี่ยนแปลงหรือช่วยทำให้ระบบมีเสถียรภาพก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกลไก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำศัพท์สองคำที่หมายถึงกระบวนการซ้ำซึ่งผลลัพธ์ส่งผลต่อรอบถัดไป: Every recommendation changes the data used for the next recommendation, creating a ____.

ดูคำตอบ

feedback loop

Now, let's try to relax and listen to some music while you try to deduce which is composed by a computer.

1:21

ทีนี้ ลองผ่อนคลายและฟังเพลงสักหน่อย ระหว่างที่คุณพยายามหาว่าเพลงไหนแต่งโดยคอมพิวเตอร์

Turns out that composition A is generated by a machine learning system called Emily Howell, ลำดับความ

1:39

ปรากฏว่าบทประพันธ์ A สร้างขึ้นโดยระบบแมชชีนเลิร์นนิงที่ชื่อ Emily Howell

which was created in the '90s

1:44

ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990

and learned from a library of music to create original pieces. การใช้คำ

1:46

และเรียนรู้จากคลังเพลงเพื่อสร้างสรรค์บทเพลงใหม่ ๆ

ลำดับความ

Turns out that: เปิดเผยผลที่ค้นพบ

Turns out that ใช้เกริ่นผลที่ค้นพบหลังจากมีความไม่แน่ใจ การคาดเดา หรือการสืบค้น โดยบอกผู้ฟังว่าอนุประโยคถัดไปคือความจริงที่ตอนนี้ทราบแล้ว และมักแฝงความประหลาดใจหรือการพลิกความคาดหมาย ในที่นี้ วลีนี้จัดลำดับข้อมูลให้เป็นการเฉลยหลังจากชวนผู้ชมให้คาดเดา เป็นรูปย่อแบบภาษาสนทนาของ It turns out that การละ it ไม่ได้เปลี่ยนความหมายที่ว่าผลปรากฏว่าเป็นเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

เติมการเฉลยด้วยวลีแบบไม่เป็นทางการจากบทเรียน: ____ the supposedly new painting was made in 1890.

ดูคำตอบ

Turns out that

การใช้คำ

a library of music: library ในความหมายว่าแหล่งรวบรวม

ในที่นี้ library หมายถึงชุดสื่อหรือข้อมูลที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่อาคาร a library of music คือกลุ่มผลงานดนตรีที่ระบบนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับการเรียนรู้ได้ ความหมายแบบ “ชุดรวบรวม” นี้ยังพบในคำอย่าง image library, sound library และ software library เนื้อหาที่เก็บอาจต่างกัน แต่ใจความสำคัญคือเป็นชุดของสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งถูกจัดเก็บและพร้อมนำไปใช้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The app learned from a library of music” คำว่า a library of music หมายถึงอะไร

  1. อาคารที่เครื่องจักรเข้าไปศึกษาหนังสือดนตรีจริง ๆ
  2. ชุดเพลงที่จัดไว้อย่างเป็นระบบและใช้เป็นแหล่งข้อมูล
  3. รายการเพลงที่เลือกไว้เพื่อฟังเล่นเท่านั้น
ดูคำตอบ

ชุดเพลงที่จัดไว้อย่างเป็นระบบและใช้เป็นแหล่งข้อมูล

And composition B,

1:49

ส่วนบทประพันธ์ B

that's by Johann Sebastian Bach.

1:51

เป็นผลงานของโยฮันน์ เซบาสเตียน บาค

A larger library of music will give the machine learning networks more data to learn from,

1:53

คลังเพลงที่ใหญ่ขึ้นจะทำให้เครือข่ายแมชชีนเลิร์นนิงมีข้อมูลสำหรับเรียนรู้มากขึ้น

and the same is true for video. ลำดับความ

1:57

และวิดีโอก็เป็นแบบเดียวกัน

ลำดับความ

the same is true for: นำข้อความสรุปไปใช้กับหัวข้อใหม่

the same is true for นำข้อความสรุปทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้าไปใช้กับหัวข้อใหม่ ในที่นี้ ข้อความสรุปคือคลังที่ใหญ่ขึ้นทำให้เครือข่ายการเรียนรู้มีข้อมูลมากขึ้น ส่วน for video ระบุว่า video คือหัวข้อใหม่ที่ข้อความสรุปเดียวกันนี้ใช้ได้ รูปแบบคือ ข้อความเกี่ยวกับ A + and the same is true for B วิธีนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการพูดข้อความทั้งหมดซ้ำเกี่ยวกับ B และทำให้ความสัมพันธ์แบบขนานชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำข้อความเกี่ยวกับ reading ไปใช้กับ listening ได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องพูดซ้ำทั้งหมด

  1. Daily practice improves reading, and the same is listening.
  2. Daily practice improves reading, and the same is true for listening.
  3. Daily practice improves reading, and listening is the same.
ดูคำตอบ

Daily practice improves reading, and the same is true for listening.

Because we upload such huge amounts of video content online, ไวยากรณ์

1:58

เพราะเราอัปโหลดเนื้อหาวิดีโอจำนวนมหาศาลขึ้นออนไลน์

neural networks have begun to create convincing fake videos.

2:02

โครงข่ายประสาทเทียมจึงเริ่มสร้างวิดีโอปลอมที่ดูน่าเชื่อถือได้

ไวยากรณ์

such huge amounts of video content: such + คำคุณศัพท์ + คำนาม

such นำหน้านามวลี huge amounts of video content ทั้งหมด รูปแบบคือ such + คำคุณศัพท์ + คำนาม ซึ่งในที่นี้คือ such huge amounts โดย huge ขยาย amounts และ of video content ระบุว่ากำลังวัดปริมาณของอะไร content ในความหมายนี้เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ amount(s) of เพื่อบอกปริมาณแทนการนับ content แยกเป็นชิ้น ๆ การใช้ amounts รูปพหูพจน์สื่อว่าการอัปโหลดต่าง ๆ ก่อให้เกิดเนื้อหาหลายชุดในปริมาณมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ such หน้าโครงสร้างคำคุณศัพท์ + คำนามได้ถูกต้อง เพื่อบอกปริมาณมากของคำนามนับไม่ได้?

  1. The archive stores such largely amounts of information every year.
  2. The archive stores such large amounts of information every year.
  3. The archive stores so large amounts of information every year.
ดูคำตอบ

The archive stores such large amounts of information every year.

Here's a video of the 44th president of the United States,

2:05

นี่คือวิดีโอของประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกา

Barack Obama.

2:08

บารัก โอบามา

People are not trapped by our past, ลำดับความ

2:09

ผู้คนไม่ได้ถูกอดีตจองจำ

but able to remake ourselves as we choose.

2:10

แต่สามารถสร้างตัวเองขึ้นใหม่ได้ตามที่ต้องการ

ลำดับความ

are not trapped ... but able to remake ourselves: โครงสร้างเปรียบต่าง not ... but ...

โครงสร้าง not ... but ... เริ่มจากปฏิเสธมุมมองหนึ่งที่มีต่อผู้คน แล้วแทนที่ด้วยมุมมองที่เน้นว่าผู้คนกำหนดตัวเองได้มากกว่า ผู้ฟังถูกนำออกจากกรอบ trapped by our past ไปสู่ able to remake ourselves โดยส่วนหลังคือใจความหลักที่ผู้พูดต้องการยืนยัน ทั้งสองส่วนใช้กริยา are ร่วมกัน: People are not trapped ..., but (are) able .... การละ are ที่ซ้ำทำให้ความเปรียบต่างกระชับขึ้น ขณะที่ trapped และ able ยังคงเป็นส่วนเติมเต็มที่ขนานกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ not ... but ... โดยมี be รูปเดียวร่วมกัน เพื่อปฏิเสธกรอบหนึ่งและแทนที่ด้วยอีกกรอบที่มีโครงสร้างขนานกัน?

  1. We are not defined by one mistake, but we learned from it.
  2. We are not defined by one mistake, but able to learn from it.
  3. We are not defined by one mistake, and able to learn from it.
ดูคำตอบ

We are not defined by one mistake, but able to learn from it.

But today,

2:15

แต่ในวันนี้

our immigration system is broken.

2:15

ระบบตรวจคนเข้าเมืองของเรามีปัญหา

And everybody knows it.

2:18

และทุกคนก็รู้ดี

And here's another.

2:19

และนี่คืออีกคลิปหนึ่ง

It's been less than a week since the deadliest mass shooting in American history. ไวยากรณ์

2:20

ยังไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์นับจากเหตุกราดยิงหมู่ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา

ไวยากรณ์

It's been less than a week since: ระยะเวลาที่ผ่านไปนับจากเหตุการณ์ในอดีต

It's been + ระยะเวลา + since + เหตุการณ์หรืออนุประโยค ใช้บอกว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดจากจุดเริ่มต้นในอดีตจนถึงตอนนี้ ในประโยคนี้ less than a week คือระยะเวลาที่ผ่านไป และเหตุกราดยิงคือเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้น It เป็นประธานสมมติที่ใช้ในสำนวนบอกเวลา It's ในที่นี้ย่อมาจาก it has จึงละ been ไม่ได้ ในโครงสร้างนี้ since บอกจุดเริ่มต้นของเวลา ไม่ได้หมายถึง ‘เพราะว่า’

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่หมายความว่านับจากย้ายบ้านจนถึงตอนนี้เพิ่งผ่านไปเพียงสามวัน: '____ we moved into this house.'

ดูคำตอบ

It's been only three days since

And foremost in all of our minds has been the loss ไวยากรณ์

2:25

และสิ่งที่อยู่ในใจพวกเราทุกคนเหนือสิ่งอื่นใดคือความสูญเสีย

and the grief felt by the people of Orlando.

2:28

และความโศกเศร้าที่ผู้คนในออร์แลนโดต้องเผชิญ

ไวยากรณ์

Foremost in all of our minds has been...: การกลับลำดับแบบเป็นทางการเมื่อย้ายส่วนเน้นมาข้างหน้า

Foremost in all of our minds บอกว่าอะไรอยู่ในตำแหน่งสำคัญที่สุดในความคิดของทุกคน ส่วนนี้ถูกย้ายมาไว้ต้นประโยคเพื่อเน้นความคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน ส่วนบรรยายที่ย้ายมาข้างหน้านี้เป็นส่วนเติมเต็มของประธาน ในโครงสร้างแบบเป็นทางการนี้ รูปของ be จะอยู่หน้าประธานที่แท้จริง: has been + the loss and the grief.... ถ้าใช้ลำดับปกติที่ประธานอยู่ก่อน จะเป็น The loss and the grief ... have been foremost in all of our minds. Foremost ไม่ใช่ประธาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางการที่ย้ายส่วนเน้นมาข้างหน้าด้วยกริยา present perfect ซึ่งอยู่หน้าประธานเอกพจน์: 'Most important to our team ____ the safety of every child.'

ดูคำตอบ

has been

Which of these two are real?

2:30

คลิปไหนในสองคลิปนี้เป็นของจริง?

Video A or B?

2:32

วิดีโอ A หรือ B?

Known as a deep fake video, การใช้คำ

2:34

วิดีโอที่เรียกกันว่า “ดีปเฟก” นี้

video B is generated using AI.

2:36

คือวิดีโอ B ที่สร้างขึ้นโดยใช้ AI

การใช้คำ

deep fake และการสะกดสมัยใหม่ deepfake

ในประโยคนี้ deep fake หมายถึงสื่อที่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI เพื่อทำให้บุคคลจริงดูเหมือนพูดหรือทำสิ่งที่บุคคลนั้นไม่ได้พูดหรือทำจริง ๆ ไม่ได้หมายถึงของเลียนแบบหรือของปลอมธรรมดาทั่วไปเท่านั้น รูปแบบ deep fake ที่เขียนแยกคำเป็นการสะกดแบบเก่า ในงานข่าวและงานเขียนด้านเทคโนโลยีปัจจุบัน รูปแบบคำเดียว deepfake พบได้บ่อยกว่า เช่น deepfake video

แบบฝึกหัด

deep fake ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. สื่อที่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI และเลียนแบบบุคคลจริงได้อย่างสมจริง
  2. วิดีโอที่มีมุมมองภาพลึกผิดปกติ
  3. อุปกรณ์ประกอบฉากธรรมดาที่ทำขึ้นให้ดูเหมือนวัตถุจริง
ดูคำตอบ

สื่อที่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI และเลียนแบบบุคคลจริงได้อย่างสมจริง

With over 14 hours of footage from the president's weekly addresses,

2:38

ด้วยภาพบันทึกคำปราศรัยประจำสัปดาห์ของประธานาธิบดีที่มีความยาวรวมกว่า 14 ชั่วโมง

neural network AI is able to model the shape of Obama's mouth การใช้คำ

2:42

AI ที่ใช้โครงข่ายประสาทเทียมจึงสามารถจำลองรูปปากของโอบามาได้

and uses audio from one of Obama's previous addresses.

2:45

และนำเสียงจากคำปราศรัยครั้งก่อนครั้งหนึ่งของโอบามามาใช้

การใช้คำ

model the shape of Obama's mouth: model ในฐานะคำกริยาเชิงเทคนิค

ในที่นี้ model เป็นคำกริยาเชิงเทคนิคที่ต้องมีกรรม Model the shape of Obama's mouth หมายถึงการสร้างตัวแทนเชิงคำนวณของรูปทรงปากของโอบามาจากฟุตเทจ เพื่อให้ระบบสามารถประมวลผลและสร้างรูปแบบภาพเหล่านั้นขึ้นใหม่ได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ model + object หรือ model the shape/behavior/movement of + noun ในด้าน AI วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรม คำนี้หมายถึงการแทนสิ่งหนึ่งอย่างมีโครงสร้างหรือด้วยวิธีทางคณิตศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงการขอให้บุคคลโพสท่า

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่หมายถึง “สร้างตัวแทนเชิงคำนวณของ” ให้ประโยคเชิงเทคนิคสมบูรณ์: The software can ____ the shape of the turbine before testing it.

ดูคำตอบ

model

But can AI generate convincing synthetic audio? การใช้คำ

2:49

แต่ AI จะสร้างเสียงสังเคราะห์ที่ฟังดูสมจริงได้ไหม?

การใช้คำ

เสียงสังเคราะห์

ในคำถามนี้ synthetic audio หมายถึงเสียงที่ระบบคอมพิวเตอร์สร้างหรือประกอบขึ้น แทนที่จะบันทึกโดยตรงจากแหล่งเสียงจริง คำว่า synthetic บอกวิธีผลิตเสียง ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าเสียงนั้นสมจริง เป็นอันตราย หรือหลอกลวง ในบริบทของ AI และสื่อ คำคุณศัพท์ synthetic มักมีความหมายเชิงเทคนิคว่าเป็นสิ่งที่ถูกสร้างหรือประกอบขึ้น แทนที่จะบันทึกจากเสียงธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ synthetic audio มากที่สุด

  1. เสียงคุณภาพต่ำที่บันทึกด้วยไมโครโฟน
  2. เสียงใดก็ตามที่มีข้อมูลเท็จ
  3. เสียงที่ระบบคอมพิวเตอร์สร้างหรือประกอบขึ้น
ดูคำตอบ

เสียงที่ระบบคอมพิวเตอร์สร้างหรือประกอบขึ้น

Listen to this phone call.

2:52

ลองฟังสายโทรศัพท์นี้

How can I help you? น้ำเสียง/เจตนา

2:56

มีอะไรให้ช่วยได้บ้าง?

น้ำเสียง/เจตนา

“How can I help you?” ในฐานะคำเปิดงานบริการ

ในสถานการณ์งานบริการหรือฝ่ายสนับสนุนลูกค้า How can I help you? เป็นประโยคมาตรฐานสำหรับเสนอความช่วยเหลือ ประโยคนี้เชิญให้ลูกค้าหรือผู้โทรบอกว่าต้องการอะไร ไม่ใช่คำถามตามตัวอักษรว่าสามารถช่วยด้วยวิธีใดได้บ้าง โครงสร้าง How can I + คำกริยารูปพื้นฐาน...? ใช้เสนอความช่วยเหลือในทางปฏิบัติได้ แต่ประโยคเต็มนี้เป็นสำนวนที่ใช้กันโดยเฉพาะในฐานะคำเปิดบทสนทนาแบบมืออาชีพ

แบบฝึกหัด

เติมคำเปิดงานบริการมาตรฐานจากบทเรียนนี้โดยใช้ can: “How ____?”

ดูคำตอบ

can I help you

Hello?

2:57

ฮัลโหล?

Hello what's up, man? น้ำเสียง/เจตนา

2:58

ฮัลโหล ว่าไงเพื่อน?

น้ำเสียง/เจตนา

What's up, man? — คำทักทายที่กันเองมาก

ในประโยคนี้ what's up, man? ทำหน้าที่เป็นคำทักทายที่เป็นมิตรและกันเองมากระหว่างคนระดับเดียวกัน โดยปกติผู้พูดไม่ได้ต้องการให้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาหรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง man เป็นคำเรียกแบบกันเองที่สื่อถึงความคุ้นเคยหรือน้ำเสียงสบาย ๆ ไม่ใช่คำถามเพื่อยืนยันเพศของผู้ฟัง ดังนั้นทั้งวลีจึงสร้างความสัมพันธ์แบบเพื่อน ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบมืออาชีพ

แบบฝึกหัด

ลูกค้าเริ่มต้นสายโทรศัพท์อย่างเป็นทางการกับพนักงานโรงแรมที่ไม่รู้จักด้วยคำว่า “What's up, man?” นี่เป็นคำทักทายที่เป็นกลางและเหมาะกับสถานการณ์นี้หรือไม่?

  1. ไม่ใช่ เป็นคำทักทายที่กันเองมากและอาจฟังดูสนิทเกินไป
  2. ใช่ เป็นคำทักทายที่เป็นกลางและเหมาะกับคนแปลกหน้าทุกคน
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ เป็นคำทักทายที่กันเองมากและอาจฟังดูสนิทเกินไป

Hey, um I wanted to know what are your hours for today? ไวยากรณ์

3:00

เฮ้ เอ่อ ผมอยากทราบว่าวันนี้ร้านเปิดกี่โมงถึงกี่โมงครับ?

ไวยากรณ์

ลำดับคำของคำถามทางอ้อมใน what your hours are

หลัง I wanted to know อนุประโยคที่เริ่มด้วย what เป็นคำถามทางอ้อม คำถามทางอ้อมมาตรฐานใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ดังนั้นประธานจึงอยู่หน้าคำกริยา: what your hours are ในคำบรรยาย what are your hours ยังคงใช้การสลับลำดับแบบคำถามตรง ลำดับนี้เป็นมาตรฐานเฉพาะเมื่อคำถามอยู่เดี่ยว ๆ: What are your hours? ในการพูดอย่างระมัดระวังและการเขียน ควรใช้ I wanted to know what your hours are

แบบฝึกหัด

นำคำถามตรง What are your hours? มาเขียนเป็นส่วนหนึ่งของประโยคต่อไปนี้: I wanted to know ____.

ดูคำตอบ

what your hours are

10:00 a.m. to 6:30 p.m.

3:04

10 โมงเช้าถึง 6 โมงครึ่งเย็น

Okay, got it.

3:06

โอเค เข้าใจแล้วครับ

Thank you for your time.

3:08

ขอบคุณที่สละเวลาครับ

No problem, sir.

3:09

ไม่เป็นไรครับ

Bye.

3:10

บาย

Can you tell which of the callers is human?

3:10

คุณแยกออกไหมว่าผู้โทรคนไหนเป็นมนุษย์?

Voice B,

3:13

เสียง B

the voice you hear asking about the hours the business was open,

3:14

ที่คุณได้ยินว่ากำลังถามเวลาเปิดทำการของร้าน

was fake.

3:17

เป็นเสียงปลอม

We're relying more and more on technology today, วลี

3:18

ทุกวันนี้เราพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อย ๆ

which is making our lives easier.

3:20

ซึ่งทำให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น

วลี

relying more and more on technology: พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อย ๆ

Rely on หมายถึง “พึ่งพา” หรือ “ต้องอาศัยการสนับสนุนจาก” ในวลีที่เน้น technology เป็นกรรมของ on ดังนั้นรูปแบบตายตัวคือ rely on something More and more ขยาย relying ไม่ได้ขยาย technology โดยแสดงว่าระดับการพึ่งพาเพิ่มขึ้นตามเวลา กล่าวคือผู้คนกำลังพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อย ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงการพึ่งพาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง: “As dry seasons get longer, many farms are ____ irrigation systems.”

ดูคำตอบ

relying more and more on

Much like SimpliSafe,

3:22

เช่นเดียวกับ SimpliSafe

the sleek new home security system who sponsored today's video.

3:23

ระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านรุ่นใหม่ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนวิดีโอวันนี้

We bought a house recently and finally realized what it feels like to go anywhere and be like, โน้ต

3:27

เราเพิ่งซื้อบ้านเมื่อไม่นานมานี้ และในที่สุดก็เข้าใจว่าการออกไปไหนแล้วรู้สึกแบบนี้เป็นอย่างไร

"Okay, legit, we're probably going to be robbed right now." การใช้คำ

3:31

“โอเค เอาจริง ๆ นะ ตอนนี้บ้านเราคงกำลังโดนขโมยขึ้นแน่ ๆ”

ไวยากรณ์

what it feels like to: การทำบางอย่างรู้สึกอย่างไร

What it feels like to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้กล่าวถึงประสบการณ์ส่วนตัวหรือความรู้สึกจากการทำบางอย่าง ในรูปแบบนี้ like เป็นส่วนหนึ่งของ what ... feels like ซึ่งหมายถึง “ประสบการณ์นั้นเป็นอย่างไร” ไม่ใช่คำกริยา like ที่แปลว่า “ชอบ” อนุประโยค what it feels like to go ... ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ realized ใช้รูปแบบนี้เมื่อใครสักคนเริ่มเข้าใจประสบการณ์หนึ่งจากการพบเจอด้วยตนเองหรือจากการเอาใจเขามาใส่ใจเรา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบจากบทเรียน: “After his first week at a new school, Ben understood ____ be the new student.”

ดูคำตอบ

what it feels like to

น้ำเสียง/เจตนา

be like ในฐานะคำเกริ่นคำพูดแบบไม่เป็นทางการ

ในการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการ be like ใช้เกริ่นปฏิกิริยาที่ผู้พูดถ่ายทอดออกมาใหม่ เนื้อหาหลังคำนี้แสดงสิ่งที่ใครบางคนพูด คิด หรือแสดงความรู้สึกในตอนนั้น ในประโยคนี้ we’re probably going to be robbed คือปฏิกิริยาที่ผู้พูดจินตนาการเวลาที่ออกจากบ้าน ไม่จำเป็นต้องเป็นคำพูดที่เคยพูดออกมาจริงแบบคำต่อคำ รูปของ be จะเปลี่ยนตามประธานและเวลา เช่น I was like หรือ they were like ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “คล้าย” แต่เป็นทางเลือกในภาษาพูดที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ชัดกว่าการใช้ said, thought หรือ reacted

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be like เพื่อเกริ่นปฏิกิริยาที่ถ่ายทอดอย่างมีอารมณ์ ไม่ใช่เพื่อบอกความคล้ายหรือความชอบ

  1. I like this song.
  2. When I saw the bill, I was like, 'That can't be right.'
  3. That cloud looks like a dragon.
ดูคำตอบ

When I saw the bill, I was like, 'That can't be right.'

การใช้คำ

คำเน้นแบบไม่เป็นทางการ legit

Legit เป็นรูปสแลงแบบย่อที่เกี่ยวข้องกับ legitimate เมื่ออยู่ต้นคำพูดนี้ คำดังกล่าวทำหน้าที่คล้ายคำวิเศษณ์แสดงท่าทีแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “เอาจริงนะ” “พูดตามตรง” หรือ “จริง ๆ” และช่วยเน้นว่าผู้พูดรู้สึกกลัวจริง คำนี้ไม่ได้บอกว่าการปล้นนั้นถูกกฎหมาย ตำแหน่งและบริบทจึงสำคัญ เพราะ legit ยังหมายถึง “ของจริง” หรือ “ถูกต้องตามกฎหมาย” ได้ แต่เครื่องหมายจุลภาคหลัง legit ที่อยู่ต้นประโยคช่วยบอกว่านี่คือการใช้เป็นคำบอกท่าทีเพื่อเน้นข้อความ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ legit เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เอาจริงนะ”

  1. Legit, I thought the chair was about to break.
  2. The seller proved that the autograph was legit.
  3. They asked whether the license was legit.
ดูคำตอบ

Legit, I thought the chair was about to break.

And the stats are in. สำนวน

3:33

และสถิติก็ออกมาแล้ว

สำนวน

the stats are in: ประกาศว่าข้อมูลสถิติออกมาแล้ว

ในที่นี้ “the stats are in” หมายความว่าตัวเลขทางสถิติถูกรวบรวมหรือสรุปเรียบร้อยแล้ว และพร้อมนำไปใช้ คำว่า in ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้างใน” ส่วน are in เป็นสำนวนที่บอกว่าข้อมูลที่รอคอยมาถึงแล้ว วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับเนื้อหา โดยส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากข้อกล่าวอ้างหรือการเกริ่นนำไปสู่หลักฐานที่จะตามมา

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้ประกาศว่าตัวเลขใหม่พร้อมแล้วให้สมบูรณ์: “The ____.”

ดูคำตอบ

stats are in

America has a robbery every 15 seconds,

3:34

ในอเมริกาเกิดเหตุโจรกรรมทุก ๆ 15 วินาที

most of which happen while you're at work. ไวยากรณ์

3:36

ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นตอนที่คุณอยู่ที่ทำงาน

ไวยากรณ์

most of which: เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกส่วนใหญ่

“Most of which” ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ โดย which ย้อนกลับไปหมายถึงกลุ่มเหตุปล้นที่กล่าวถึงแล้ว และ most of หมายถึง “ส่วนใหญ่ของกลุ่มนั้น” จึงช่วยเพิ่มข้อมูลได้โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่หรือพูดคำว่า robberies ซ้ำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ quantity + of which สำหรับสิ่งของหรือเหตุการณ์ และ quantity + of whom สำหรับบุคคล ในที่นี้ต้องมี of และ which หมายถึงเหตุปล้น ไม่ใช่ “15 seconds”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรวม “The library added ten computers” กับ “Most of the computers are available today” โดยใช้อนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความตามรูปแบบเป้าหมาย

  1. The library added ten computers; most of them are available today.
  2. The library added ten computers, most of which are available today.
  3. Most of the library's ten computers are available today.
ดูคำตอบ

The library added ten computers, most of which are available today.

So, join our new Zen Life by going to simplisafe.com/asap

3:38

เพราะฉะนั้น มาร่วมใช้ชีวิตแบบเซนไปกับเราได้ที่ simplisafe.com/asap

and ease your mind. สำนวน

3:42

แล้วคลายความกังวลลง

สำนวน

ease your mind: ลดความกังวล

ใน ease your mind คำว่า ease เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้เบาลง” ส่วน mind หมายถึงความคิดที่กำลังกังวลของคนคนนั้น ทั้งวลีจึงหมายถึง “ช่วยให้ใครบางคนกังวลน้อยลงหรือสบายใจขึ้น” ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงจิตใจทางกายภาพ ในที่นี้เป็นคำเชิญชวนให้ลงมือทำโดยตรงในโฆษณา โดยนำเสนอว่าการทำตามขั้นตอนที่แนะนำจะช่วยให้รู้สึกปลอดภัยขึ้น สามารถนำรูปแบบ ease + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + mind ไปใช้ได้ เช่น ease her mind หรือ ease my mind

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย ease + your + mind: The clear test results should ____.

ดูคำตอบ

ease your mind

Importantly for us in our new pad is that it looks cute. การใช้คำ

3:43

ที่สำคัญสำหรับเราในบ้านใหม่ก็คือ ระบบนี้ดูน่ารักดี

การใช้คำ

pad: คำสแลงไม่เป็นทางการที่หมายถึงบ้าน

ใน our new pad คำว่า pad เป็นคำสแลงไม่เป็นทางการที่หมายถึงบ้านหรือที่อยู่อาศัยของผู้พูด คำว่า our และการพูดถึงรูปลักษณ์ของสถานที่ชี้ไปที่ความหมายนี้ ไม่ใช่ “เบาะรอง” “สมุดฉีก” หรือ “แท็บเล็ต” การเลือกคำนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงสบาย ๆ และขี้เล่น โดยไม่ได้บอกว่าที่อยู่อาศัยนั้นเป็นบ้านหรืออะพาร์ตเมนต์

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We can watch the movie at my pad tonight,” คำว่า pad หมายถึงอะไร?

  1. เบาะรองนั่งของฉัน
  2. แท็บเล็ตของฉัน
  3. บ้านของฉัน
ดูคำตอบ

บ้านของฉัน

The design is awesome.

3:46

ดีไซน์สวยมาก

It's intuitive to set up and use. กริยาวลี

3:47

ติดตั้งและใช้งานง่าย เข้าใจได้ทันที

กริยาวลี

set up: เตรียมระบบให้พร้อมใช้งาน

ในที่นี้ set up หมายถึงติดตั้งและกำหนดค่าระบบให้พร้อมทำงาน วลี infinitive to set up เติมความหมายให้ intuitive คือการเตรียมระบบสำหรับการใช้งานครั้งแรกทำได้อย่างตรงไปตรงมา กริยาวลีนี้ใช้บ่อยกับอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ บัญชี และบริการ ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถพูดว่า set up the camera หรือ set the camera up ได้ แต่ถ้าเป็นคำสรรพนามต้องใช้ set it up ไม่ใช่ set up it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาสองคำที่หมายถึง “ติดตั้งและกำหนดค่า”: Before the video call, please ____ the new webcam.

ดูคำตอบ

set up

You barely notice the sensors are there. การใช้คำ

3:49

คุณแทบไม่สังเกตเห็นเลยว่ามีเซ็นเซอร์อยู่

การใช้คำ

barely notice: แทบไม่สังเกตเห็น

ในที่นี้ barely ทำให้ notice มีความหมายเกือบเป็นปฏิเสธ You barely notice the sensors หมายถึงคุณรับรู้ถึงเซ็นเซอร์เพียงเล็กน้อยมาก หรือแทบไม่สังเกตเห็นเลย Barely บอกระดับที่สูงกว่าศูนย์เพียงเล็กน้อย จึงไม่เหมือนกับ not notice ทุกประการ ประโยคนี้ยังเปิดให้มีการรับรู้ถึงเซ็นเซอร์อยู่บ้างเล็กน้อย แต่เน้นว่าเซ็นเซอร์ไม่สะดุดตา

แบบฝึกหัด

'I could barely notice the scratch' หมายความว่าอย่างไร?

  1. ฉันไม่เห็นมันเลย
  2. ฉันเห็นมันชัดเจนมาก
  3. ฉันแทบไม่เห็นมัน
ดูคำตอบ

ฉันแทบไม่เห็นมัน

And we like that it does cool things like remind you if you left the door open ไวยากรณ์

3:51

เรายังชอบฟีเจอร์เจ๋ง ๆ ของมัน เช่น การเตือนเมื่อคุณเปิดประตูทิ้งไว้

ไวยากรณ์

leave + กรรม + คำคุณศัพท์ ใน left the door open

ใน left the door open คำว่า left เป็นรูปอดีตของ leave และ open เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพซึ่งเกิดขึ้นหรือดำเนินต่อไปของประตู โครงสร้างคือ leave + กรรม + คำคุณศัพท์/ส่วนเติมเต็มสภาพ หมายถึงใครบางคนทำให้หรือปล่อยให้สิ่งนั้นคงอยู่ในสภาพดังกล่าว ในที่นี้หมายความว่าประตูยังคงเปิดอยู่หลังจาก Greg ออกไป แม้ left จะเชื่อมโยงกับความหมายว่า “ออกไป” ในสถานการณ์นี้ด้วย แต่ในทางไวยากรณ์ the door และ open ประกอบกันเป็นโครงสร้างบอกสภาพผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย leave, the window และ open โดยใช้โครงสร้างบอกสภาพผลลัพธ์เป้าหมาย: The window is open and rain is coming in. Please don't ____ when you go out.

ดูคำตอบ

leave the window open

because Greg literally does that all the time. การใช้คำ

3:54

เพราะเกร็กทำแบบนั้นอยู่ตลอดจริง ๆ

การใช้คำ

literally สำหรับข้อเท็จจริงที่ตรงตัวและไม่ใช่เชิงเปรียบเทียบ

ในที่นี้ literally บอกว่า Greg ทำการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึงจริงและตรงตามนั้น ไม่ใช่คำเปรียบเทียบหรือคำพูดเกินจริง รายละเอียดต่อมาที่ว่าเขาเปิดประตูทิ้งไว้กว้าง ๆ สนับสนุนการตีความตามข้อเท็จจริงนี้ โดยทั่วไป literally บอกผู้ฟังให้ตีความถ้อยคำตามความหมายตรงตัว ไม่ใช่ความหมายเชิงเปรียบเทียบ แต่ในบทสนทนาไม่เป็นทางการ ผู้คนยังใช้คำนี้เพื่อเน้นคำพูดเกินจริงอย่างมากด้วย จึงต้องดูบริบทว่าข้อความนั้นเป็นจริงตรงตัวหรือเพียงเน้นอารมณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ literally ในความหมายที่รอบคอบและเป็นข้อเท็จจริง แทนที่จะใช้เพื่อเน้นคำพูดเกินจริง?

  1. The signed contract is literally inside this envelope; you can open it and check.
  2. This suitcase literally weighs a million tons.
  3. I literally died when everyone looked at me.
ดูคำตอบ

The signed contract is literally inside this envelope; you can open it and check.

He leaves the door wide open when he leaves. วลี

3:56

เขาเปิดประตูอ้าซ่าทิ้งไว้ตอนออกจากบ้าน

วลี

wide open: เปิดจนสุด

ใน wide open คำว่า wide ทำหน้าที่เน้นระดับและหมายถึง “อย่างเต็มที่” ประตูจึงเปิดจนสุด ไม่ใช่แง้มเพียงเล็กน้อย และ wide ตรงนี้ไม่ได้บอกว่าประตูมีความกว้างมาก ในประโยคนี้ leaves the door wide open ใช้โครงสร้าง leave + กรรม + สภาพ หมายถึงเขาปล่อยให้ประตูคงอยู่ในสภาพนั้นตอนที่เขาออกไป วลีนี้ใช้กับหน้าต่างหรือดวงตาได้ และยังใช้เชิงเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่แทบไม่มีข้อจำกัดได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เปิดจนสุด”: The wind pushed the gate ____.

ดูคำตอบ

wide open

In the event of an actual break-in, โน้ต

3:58

ถ้ามีคนบุกรุกเข้าบ้านจริง ๆ

it can immediately contact the police.

4:00

ระบบก็ติดต่อตำรวจได้ทันที

วลี

In the event of + นามวลี

In the event of หมายถึง “หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น” ใช้เกริ่นเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นทางการและสื่อว่ามีการเตรียมรับความเป็นไปได้นั้นไว้แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์จะต้องเกิดขึ้น ในประโยคนี้ an actual break-in คือเงื่อนไขที่ทำให้สามารถติดต่อตำรวจได้ทันที โครงสร้างคือ in the event of + นามวลี เช่น in the event of a break-in และวลี -ing ก็ใช้ในตำแหน่งที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามนี้ได้ เช่น in the event of losing power

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้านความปลอดภัยแบบเป็นทางการด้วยสำนวนจากบทเรียน: ____ a power failure, the emergency lights will turn on.

ดูคำตอบ

In the event of

การใช้คำ

คำนาม a break-in เทียบกับคำกริยา break in

A break-in เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงเหตุการณ์ซึ่งมีผู้เข้าไปในบ้าน ธุรกิจ หรือสถานที่อื่นอย่างผิดกฎหมาย ในประโยคนี้ an actual break-in คือเหตุการณ์ที่จะทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจาก break-in เรียกชื่อเหตุการณ์ ไม่ได้บอกการกระทำว่าเข้าไป จึงทำหน้าที่เป็นคำนามนับได้เอกพจน์หลัง an ในที่นี้ รูปพหูพจน์คือ break-ins

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำนามนับได้ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึงเหตุการณ์เข้าไปอย่างผิดกฎหมาย: The alarm was triggered during a ____ at the jewelry store.

ดูคำตอบ

break-in

We literally just set up our own at home,

4:02

เราเพิ่งติดตั้งระบบของเราเองที่บ้านไปจริง ๆ

and it's just one of those things where you get like peace of mind knowing that it's there for you. โน้ต

4:04

และแค่รู้ว่ามันพร้อมช่วยคุณอยู่ตรงนั้น ก็เป็นสิ่งที่ทำให้สบายใจขึ้นได้

วลี

กรอบภาษาสนทนา one of those things where ...

One of those things where ... เป็นกรอบภาษาสนทนาที่ใช้จัดบางสิ่งไว้ในประเภทกว้าง ๆ ที่ผู้ฟังคุ้นเคย ก่อนอธิบายว่าโดยทั่วไปเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์นั้น ในที่นี้ ผู้พูดจัดการมีระบบรักษาความปลอดภัยแบบกว้าง ๆ ไว้ในกลุ่มตัวเลือกที่ทำให้คนรู้สึกอุ่นใจ Where ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง แต่เป็นคำเชื่อมแบบไม่เป็นทางการที่นำไปสู่ผลลัพธ์หรือประสบการณ์ที่สัมพันธ์กับสิ่งประเภทนั้น ซึ่งก็คือ you get peace of mind ความคลุมเครือนี้ทำให้คำพูดฟังเป็นธรรมชาติและถือว่าผู้ฟังเข้าใจประสบการณ์ประเภทนั้นโดยรวม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบภาษาอังกฤษแบบกันเองจำนวนห้าคำ ซึ่งใช้จัดประเภทสถานการณ์ก่อนบอกผลลัพธ์ที่มักเกิดขึ้น: Remote backups are ____ you may not value them until you need them.

ดูคำตอบ

one of those things where

สำนวน

peace of mind: ความอุ่นใจ

peace of mind หมายถึงความรู้สึกสงบและอุ่นใจที่เกิดจากการเชื่อว่าความเสี่ยงอยู่ภายใต้การควบคุม หรือจะมีความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น ไม่ได้หมายถึงความสงบในจิตใจตามตัวอักษร ในประโยคนี้ การรู้ว่าระบบพร้อมช่วยเหลือเมื่อจำเป็นทำให้ความกังวลตอนที่คุณไม่อยู่บ้านลดลง โดยทั่วไปวลีนี้เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ get peace of mind หรือ have peace of mind และปกติไม่ใช้ a peace of mind

แบบฝึกหัด

peace of mind ในประโยคนี้หมายถึงอะไร An emergency fund gives us peace of mind when work is unpredictable

  1. ห้องเงียบ ๆ ที่เราใช้ทำงานได้
  2. ส่วนเล็ก ๆ ของจิตใจเรา
  3. ความรู้สึกอุ่นใจเพราะเราเตรียมพร้อมรับปัญหาทางการเงิน
ดูคำตอบ

ความรู้สึกอุ่นใจเพราะเราเตรียมพร้อมรับปัญหาทางการเงิน

สำนวน

there for you: พร้อมสนับสนุนคุณ

be there for someone หมายถึงพร้อมและสามารถช่วย ปลอบใจ หรือสนับสนุนคนคนนั้นเมื่อเขาต้องการ คำว่า there ในที่นี้หมายถึงการสนับสนุนที่พึ่งพาได้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่ทางกายภาพ ในประโยคนี้ there for you ทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยดูเหมือนผู้ช่วยที่ไว้ใจได้และพร้อมเมื่อเจ้าของบ้านต้องการ หากใช้กับอุปกรณ์หรือบริการ จะเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบแต่ยังฟังเป็นธรรมชาติเมื่อเน้นความพร้อมใช้งานและความช่วยเหลือที่เชื่อถือได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be there for you เพื่อสัญญาว่าจะให้การสนับสนุน

  1. Call me after the interview; I'll be there for you.
  2. I'll be there with you at the station at six.
  3. The package will be there for you at the front desk.
ดูคำตอบ

Call me after the interview; I'll be there for you.

And it can even tell the difference between a pet วลี

4:07

มันยังแยกออกได้ด้วยว่าสิ่งที่ตรวจพบคือสัตว์เลี้ยง

and an intruder.

4:10

หรือผู้บุกรุก

วลี

tell the difference between A and B: แยกแยะ A กับ B

ในประโยคนี้ tell the difference between a pet and an intruder หมายถึงการระบุว่าอะไรคือสัตว์เลี้ยงและอะไรคือผู้บุกรุก ในที่นี้ tell หมายถึง “แยกแยะ” หรือ “ระบุ” ไม่ใช่ “พูดบางอย่างกับอีกคนหนึ่ง” รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ tell the difference between A and B ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการแยกแยะคน สิ่งของ เสียง หรือความคิดสองอย่าง โดย between นำหน้าสองตัวเลือกและเชื่อมตัวเลือกทั้งสองด้วย and

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายให้สมบูรณ์โดยใช้ tell, difference และ between: Even trained staff sometimes cannot ____ the genuine ticket and a convincing copy.

ดูคำตอบ

tell the difference between

So, go to simplisafe.com/asap

4:11

ดังนั้น เข้าไปที่ simplisafe.com/asap

to get yours today.

4:13

เพื่อซื้อระบบของคุณเองได้เลยวันนี้

Make sure you subscribe for more videos every Thursday.

4:14

อย่าลืมกดติดตามเพื่อชมวิดีโอใหม่ทุกวันพฤหัสบดี

See you next week.

4:17

เจอกันสัปดาห์หน้า