เรื่องราวที่กลายเป็นจริง! 💭 🌈 | ไฮไลท์ Bluey ซีซั่น 3 - เรื่องราว ⭐️ | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
260 คำ 163 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: อินดีคิดว่าตนเองทำอะไรได้ไม่ดีเลย เพราะรูปม้าที่เธอวาดดูเหมือนวัว วินตันผู้มีจิตใจดีช่วยเธอสืบหาว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แต่การค้นหาของทั้งคู่ไม่ได้ทำให้รู้ว่าม้าควรมีรูปร่างอย่างไร สุดท้ายเขามองภาพนั้นใหม่อย่างซื่อตรงว่า แม้จะเป็นม้าที่วาดได้ไม่ดี แต่ถ้ามองเป็นวัวก็ถือว่าวาดได้ค่อนข้างดี ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Once upon a time — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน เข้าใจว่านี่คือคำขึ้นต้นแบบดั้งเดิมที่ส่งสัญญาณว่าเรื่องเล่าในบรรยากาศเทพนิยายและช่วงเวลาที่ไม่เจาะจงกำลังเริ่มขึ้น และนำไปใช้เปิดนิทานเด็ก เหตุการณ์สมมติ หรือการเล่าเรื่องแบบขบขันได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องระบุวันที่ 2. figure out — กริยาวลี เข้าใจว่าหมายถึงการหาคำตอบด้วยการคิด ตรวจสอบเบาะแส หรือลองพิจารณาความเป็นไปได้ต่าง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่คิดถึงบางสิ่ง ใช้บรรยายการแก้ปัญหา การค้นหาว่าอะไรผิดปกติ หรือการตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไปได้ 3. as honest as they come. — สำนวนและภาษาภาพพจน์ ตีความได้ว่าเป็นการย้ำว่าคนคนหนึ่งซื่อสัตย์อย่างยิ่ง ไม่ใช่การเปรียบเทียบตามตัวอักษรกับผู้คนที่เดินทางมาถึง ใช้รูปแบบ as … as they come เพื่อประเมินคนหรือสิ่งใดอย่างหนักแน่นและเป็นธรรมชาติ หลังจากกล่าวถึงคุณสมบัติหรือพฤติกรรมที่สนับสนุนการประเมินนั้นแล้ว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Once upon a time there was a kid called Indy. โน้ต

0:00

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กคนหนึ่งชื่ออินดี้

วลี

Once upon a time: คำเปิดเรื่องแบบดั้งเดิม

Once upon a time เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ขึ้นต้นนิทานแบบดั้งเดิม ความหมายคร่าว ๆ คือ “นานมาแล้วในช่วงเวลาที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด” แต่หน้าที่หลักไม่ใช่การบอกวันเวลา แต่เป็นสัญญาณว่าเรื่องราวแบบดั้งเดิมกำลังเริ่มขึ้น โดยปกติจะนำเข้าสู่การเล่าเหตุการณ์ในอดีต เมื่อได้ยินสำนวนนี้ ให้คาดหวังเรื่องราวต่อจากนั้น ไม่ใช่ข้อมูลเวลาที่เจาะจง

แบบฝึกหัด

เติมคำเปิดเทพนิยายนี้ด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียน: ____, there was a tiny dragon who guarded a silver key.

ดูคำตอบ

Once upon a time

การใช้คำ

called Indy: called + ชื่อ หมายถึง “ที่ชื่อว่า”

ใน a kid called Indy โครงสร้าง called + ชื่อ วางหลังคำนามและหมายถึง “ที่ชื่อว่า...” ใช้ระบุชื่อของเด็กที่กำลังพูดถึง โดย a kid called Indy ขยายได้เป็น a kid who was called Indy ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์หาหรือตะโกนเรียก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + called + ชื่อ ซึ่งใช้บอกชื่อคน สัตว์ สถานที่ สิ่งของ หรือผลงานได้

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: We met a puppy called Coco. called Coco หมายความว่าอะไร?

  1. ลูกสุนัขตัวนั้นโทรหา Coco
  2. มีคนตะโกนเรียก Coco
  3. ลูกสุนัขตัวนั้นชื่อ Coco
ดูคำตอบ

ลูกสุนัขตัวนั้นชื่อ Coco

Who thought she was no good at anything. วลี

0:03

เธอคิดว่าตัวเองไม่เก่งอะไรเลย

วลี

no good at anything: ไม่เก่งอะไรเลย

ในประโยคนี้ be no good at anything หมายถึง “ไม่เก่งกิจกรรมใดเลย” no good มีน้ำหนักแรงกว่า not very good และ anything ขยายความคิดนี้ให้ครอบคลุมทุกกิจกรรม สำนวนนี้แสดงถึงความไม่มั่นใจในตัวเองอย่างมากและโดยรวม แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าคนนั้นทำอะไรไม่ได้จริง ๆ ใช้โครงสร้าง be + no good at + สิ่งหนึ่งหรือการกระทำรูป -ing เช่น no good at maths, no good at it, no good at drawing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้: After several mistakes, Sam sighed, "I'm ____."

ดูคำตอบ

no good at anything

I'm not very good at anything.

0:05

ฉันไม่ค่อยเก่งอะไรเลย

But then Winton came in. ลำดับความ

0:08

แต่แล้ววินตันก็เดินเข้ามา

ลำดับความ

ใช้ But then เพื่อแสดงจุดเปลี่ยนของเรื่อง

But then เชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้ากับเหตุการณ์ใหม่ที่เปลี่ยนหรือขัดจังหวะสถานการณ์นั้น But แสดงความขัดแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ส่วน then ทำให้ลำดับเวลาเดินหน้าต่อไป เมื่อใช้สองคำนี้ร่วมกัน ผู้ฟังจะรู้ว่าเรื่องกำลังมาถึงจุดเปลี่ยน ไม่ใช่เพียงเพิ่มเหตุการณ์ถัดไปเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ข้อความต่อไปข้อใดใช้ But then เพื่อแนะนำเหตุการณ์ที่เปลี่ยนสถานการณ์ได้เหมาะสมที่สุด

  1. We thought the path was clear. In other words, it was easy to follow.
  2. We thought the path was clear. For example, it was wide.
  3. We thought the path was clear. But then a fallen tree blocked the way.
ดูคำตอบ

We thought the path was clear. But then a fallen tree blocked the way.

Now, Winton could be a pickle sometimes, สำนวน

0:12

จริงๆ แล้ววินตันอาจจะซนไปบ้างในบางครั้ง

สำนวน

could be a pickle: คำพูดเชิงหยอกล้อว่า “ซุกซนอยู่บ้าง”

ในที่นี้ could be a pickle หมายความว่า Winton บางครั้งก็ซุกซนหรือทำให้คนอื่นต้องปวดหัวเล็กน้อย Pickle เป็นคำเรียกคนแบบหยอกล้อ ไม่ได้หมายถึงอาหาร Could be บอกว่าพฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้นเป็นบางครั้ง ไม่ได้แสดงความไม่แน่ใจว่า Winton เป็นอะไร ถ้อยคำที่เบาสบายและคำชมเรื่องจิตใจดีที่ตามมาทำให้ความเห็นนี้ฟังดูเอ็นดูมากกว่ารุนแรง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ could be a pickle มีความหมายตามธรรมชาติมากที่สุดว่าอะไร

  1. เขาอาจซุกซนหรือทำให้คนอื่นปวดหัวเป็นบางครั้ง
  2. เขาตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากตลอดเวลา
  3. บางครั้งเขาอาจกลายเป็นผักดอง
ดูคำตอบ

เขาอาจซุกซนหรือทำให้คนอื่นปวดหัวเป็นบางครั้ง

but he had a very kind heart. สำนวน

0:15

แต่เขามีจิตใจที่อ่อนโยนมาก

สำนวน

have a very kind heart: บรรยายว่าเป็นคนมีน้ำใจ

Have a kind heart ใช้ heart เป็นคำเปรียบเทียบถึงนิสัยที่เอาใจใส่และมีน้ำใจของคนคนหนึ่ง ในประโยคนี้ he had a very kind heart หมายความว่าความเมตตาเป็นส่วนสำคัญของนิสัยเขา ไม่ใช่การบรรยายหัวใจซึ่งเป็นอวัยวะในร่างกาย Had เป็นรูปอดีตของ have และ very ใช้เน้น kind โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ have a kind heart

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ have a very kind heart: Maya ____ and always welcomes new pupils.

ดูคำตอบ

has a very kind heart

He said to Indy,

0:17

เขาพูดกับอินดี้ว่า

You are good at things, Indy,

0:18

"เธอต้องมีเรื่องที่เก่งบ้างแหละ อินดี้"

really,

0:20

จริง ๆ,

I'm not.

0:21

ฉันว่าไม่นะ

Look, my horse looks like a cow. ไวยากรณ์

0:22

ดูสิ ม้าของฉันหน้าตาเหมือนวัวเลย

ไวยากรณ์

looks like a cow: ใช้ look like + คำนามเพื่อบอกความคล้ายกันทางรูปลักษณ์

looks like a cow ใช้โครงสร้าง look like + คำนาม เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายกับอีกสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ม้าดูเหมือนวัว เนื่องจากประธาน my horse เป็นเอกพจน์ look จึงเปลี่ยนเป็น looks ในโครงสร้างนี้ like เป็นคำบุพบทที่นำหน้าสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเอกพจน์ที่ถูกต้องของ look like: The island ____ a heart.

ดูคำตอบ

looks like

Moo.

0:26

มอ

Winton!

0:26

วินตัน!

Sorry.

0:27

ขอโทษที

Well, I still say you're good at things. น้ำเสียง/เจตนา

0:28

ก็นะ ฉันยังยืนยันว่าเธอมีเรื่องที่เก่งแหละ

น้ำเสียง/เจตนา

I still say: ยังคงยืนยันความคิดเห็นเดิม

I still say หมายถึง “ฉันยังคงยืนยันความคิดเห็นนี้” still แสดงว่าความเห็นของผู้พูดยังไม่เปลี่ยน โดยมักใช้หลังจากมีคนไม่เห็นด้วย ตั้งข้อสงสัย หรือเสนอความคิดอื่น say ในที่นี้ใช้เพื่อนำเสนอความคิดเห็นหรือการตัดสิน ไม่ได้หมายถึงเพียงการพูดออกมา ในประโยคนี้ผู้พูดยังคงยืนยันอย่างอ่อนโยนถึงความคิดเห็นเชิงบวกว่า “you're good at things”

แบบฝึกหัด

Maya พูดว่า “The café may be busy, but I still say we should meet there.” คำว่า I still say แสดงอะไร?

  1. เธอเปลี่ยนใจเกี่ยวกับร้านกาแฟแล้ว
  2. เธอยังคงสนับสนุนให้ไปพบกันที่ร้านกาแฟ
  3. เธอเพียงบอกว่าตัวเองพูดมานานแค่ไหนแล้ว
ดูคำตอบ

เธอยังคงสนับสนุนให้ไปพบกันที่ร้านกาแฟ

Was Indy going to believe Winton?

0:32

อินดี้จะเชื่อวินตันไหมนะ?

Yes.

0:36

เชื่อสิ

Yay!

0:37

เย้!

Can you help me, Winton? น้ำเสียง/เจตนา

0:38

เธอช่วยฉันหน่อยได้ไหม วินตัน?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Can you help me? เพื่อขอความช่วยเหลือ

Can you help me? เป็นวิธีขอความช่วยเหลือที่ใช้บ่อย ตรงไปตรงมา และสุภาพ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังขอให้ Winton ช่วย ไม่ได้ทดสอบว่าเขามีความสามารถที่จะช่วยหรือไม่ หากต้องการบอกว่าต้องการให้ช่วยเรื่องอะไร ใช้ Can you help me with + คำนาม หรือ Can you help me + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกล่าวว่า Can you help me with this bag? ผู้พูดกำลังทำอะไร?

  1. ตรวจสอบว่าผู้ฟังรู้จักคำว่า bag หรือไม่
  2. บอกให้ผู้ฟังออกไป
  3. ขอความช่วยเหลือจากผู้ฟัง
ดูคำตอบ

ขอความช่วยเหลือจากผู้ฟัง

Okay.

0:39

ได้เลย

I told you Winton had a kind heart. ลำดับความ

0:40

ฉันบอกแล้วไงว่าวินตันมีจิตใจที่อ่อนโยน

ลำดับความ

I told you ที่ใช้ย้ำข้อมูลก่อนหน้าในการเล่าเรื่อง

I told you ย้อนกลับไปยังข้อมูลที่ผู้เล่าเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ คือ Winton had a kind heart โดยเชื่อมคำบรรยายก่อนหน้ากับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น และยืนยันว่าคำบรรยายนั้นถูกต้อง ในที่นี้ วลีนี้เป็นการเตือนความจำแบบอบอุ่นในการเล่าเรื่อง คล้ายกับว่า “เห็นไหม สิ่งที่ฉันพูดไว้เป็นจริง” ไม่ได้หมายถึง “ฉันเตือนแล้ว” แบบตำหนิโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ใน I told you Winton had a kind heart. วลี I told you ต้องสื่อถึงการวิจารณ์เสมอ

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

So, Winton and Indy tried to figure out what was wrong with cow horse. โน้ต

0:43

ดังนั้น วินตันและอินดี้จึงพยายามหาว่าม้าที่เหมือนวัวตัวนี้มันผิดปกติตรงไหน

กริยาวลี

figure out: คิดจนพบคำตอบ

figure out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการเข้าใจบางสิ่งหรือหาคำตอบด้วยการคิด ตรวจสอบ หรือลองทำ ใน tried to figure out ผู้พูดกำลังบอกถึงความพยายามค้นหาสาเหตุของปัญหา โดย tried to ไม่ได้หมายความว่าความพยายามนั้นสำเร็จแล้ว ในที่นี้ out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีทั้งชุด ไม่ได้บอกถึงการเคลื่อนที่หรือทิศทาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ figure out ในความหมายว่าเข้าใจหรือแก้ปัญหาด้วยการคิด?

  1. We need to carry the door outside.
  2. We need to think about the door for a minute.
  3. We need to figure out why the door will not open.
ดูคำตอบ

We need to figure out why the door will not open.

วลี

what was wrong with + คนหรือสิ่งของ

รูปแบบ what was wrong with + คนหรือสิ่งของ ใช้ถามว่าคนนั้นหรือสิ่งนั้นมีปัญหาอะไร หลัง wrong with ตามด้วยคนหรือสิ่งของที่ได้รับผลจากปัญหา ในตัวอย่าง อนุประโยคทั้งหมดนี้ระบุสิ่งที่ Winton และ Indy พยายามหาคำตอบ นี่เป็นคำถามแบบฝังที่ตามหลัง figure out ไม่ใช่คำถามตรงที่แยกออกมา ให้คงลำดับ what was wrong with และอย่าเติม did หากเป็นปัญหาที่เกิดอยู่ตอนนี้ ให้ใช้ what is wrong with

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสี่คำสำหรับถามถึงปัญหาในอดีต: We could not tell ____ the printer.

ดูคำตอบ

what was wrong with

Is it the color?

0:47

เป็นที่สีหรือเปล่า?

Uh, I don't think so. น้ำเสียง/เจตนา

0:49

เออ ฉันว่าไม่ใช่นะ

น้ำเสียง/เจตนา

I don't think so: การตอบปฏิเสธแบบนุ่มนวล

I don't think so เป็นคำตอบเชิงปฏิเสธที่นุ่มนวลต่อคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่ การคาดเดา หรือข้อความที่พูดมาก่อน หมายความว่าผู้พูดคิดว่าคำตอบน่าจะเป็น “ไม่” หรือไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้น แทนที่จะตอบ No แบบห้วน ๆ ในที่นี้ so ใช้แทนเนื้อหาทั้งหมดที่กล่าวไปแล้ว จึงตอบได้โดยไม่ต้องพูดซ้ำ และยังเหลือความไม่แน่ใจไว้อยู่บ้าง

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า “Is the shop still open?” คุณตอบว่า “I don't think so.” คำตอบของคุณหมายความว่าอย่างไร

  1. คุณปฏิเสธที่จะคิดเกี่ยวกับร้านนั้น
  2. คุณรู้แน่นอนว่าร้านเปิดอยู่
  3. คุณคิดว่าร้านน่าจะไม่ได้เปิดอยู่
ดูคำตอบ

คุณคิดว่าร้านน่าจะไม่ได้เปิดอยู่

I know.

0:51

ฉันรู้แล้ว

We should find a picture of a cow and look at it. ไวยากรณ์

0:51

เราควรหารูปวัวมาดูดีกว่า

ไวยากรณ์

We should find: เสนอขั้นตอนถัดไปที่ทำร่วมกัน

ใน We should find... โครงสร้าง should + คำกริยารูปพื้นฐาน find ใช้เสนอว่าการหาบางสิ่งเป็นขั้นตอนถัดไปที่เหมาะสม คำว่า we รวมผู้พูดด้วย จึงเป็นข้อเสนอให้กลุ่มทำร่วมกัน ไม่ใช่คำสั่งตรง ๆ ให้คนอื่นทำ หลัง should ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน จึงเป็น should find ไม่ใช่ should to find หรือ should found โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ We should + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอให้สมบูรณ์ด้วย should และคำกริยารูปพื้นฐาน find: We ____ a quiet place to talk.

ดูคำตอบ

should find

Oh, yeah.

0:54

โอ้ ใช่แล้ว

Oh, I'm liking this story. ไวยากรณ์

0:56

โอ้ ฉันเริ่มชอบเรื่องนี้แล้วสิ

ไวยากรณ์

I'm liking this story. like รูป progressive สำหรับปฏิกิริยาเฉพาะหน้า

ในประโยคนี้ I'm liking this story ใช้ like ในรูป present progressive เพื่อมองความรู้สึกชอบว่าเป็นปฏิกิริยาที่กำลังเกิดขึ้นขณะเรื่องดำเนินไป มีความหมายประมาณว่า “ตอนนี้ฉันกำลังสนุกกับเรื่องนี้” และอาจสื่อว่าความรู้สึกดี ๆ กำลังเพิ่มขึ้น โดยปกติ like เป็นกริยาบอกสภาวะและใช้ present simple เมื่อพูดถึงความชอบที่คงที่ แต่ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการ สามารถใช้รูป progressive ได้เมื่อผู้พูดมองความชอบนั้นว่าเป็นประสบการณ์ที่กำลังพัฒนาหรือเกิดขึ้นชั่วคราว

แบบฝึกหัด

รูป progressive ใน I'm liking this story เน้นอะไรในที่นี้?

  1. แสดงความชอบว่าเป็นปฏิกิริยาเฉพาะหน้าของผู้พูดที่กำลังพัฒนา
  2. บอกว่าผู้พูดชอบทุกเรื่องเสมอเป็นการถาวร
  3. บอกว่าผู้พูดกำลังเขียนเรื่องนี้อยู่ตอนนี้
ดูคำตอบ

แสดงความชอบว่าเป็นปฏิกิริยาเฉพาะหน้าของผู้พูดที่กำลังพัฒนา

Me too.

0:58

ฉันก็เหมือนกัน

Cinderella,

0:59

ซินเดอเรลล่า

no.

1:00

ไม่ใช่

Three little pigs.

1:01

ลูกหมูสามตัว

Oh, Winton.

1:03

โธ่ วินตัน

Old MacDonald. วัฒนธรรม

1:04

คุณตากับฟาร์มของเขา (Old MacDonald)

He's got a cow, doesn't he? ไวยากรณ์

1:05

เขามีวัวตัวนึงใช่ไหมล่ะ?

ไวยากรณ์

ใช้ doesn't he? เพื่อขอคำยืนยัน

doesn't he? เป็นคำถามส่วนท้ายรูปปฏิเสธที่เติมหลังประโยคบอกเล่าเชิงบวก ในประโยคนี้ ผู้พูดคาดว่าข้อความนั้นเป็นจริงและต้องการให้ผู้ฟังยืนยัน คล้ายกับคำว่า ใช่ไหม? คำสรรพนาม he ย้อนกลับไปถึงประธานที่เป็นผู้ชาย โดยทั่วไป คำสรรพนามในคำถามส่วนท้ายต้องตรงกับประธาน และกริยาช่วยต้องสอดคล้องกับโครงสร้างไวยากรณ์ของประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมคำถามส่วนท้ายรูปปฏิเสธที่ตรงกันให้สมบูรณ์: Leo likes cows, ____?

ดูคำตอบ

doesn't he

Let me check. น้ำเสียง/เจตนา

1:07

ขอฉันดูหน่อยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Let me check. เพื่อบอกการกระทำถัดไป

Let me check. บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะดูบางอย่างหรือตรวจสอบข้อมูล นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้พูดมีเวลาสั้น ๆ เพื่อหาคำตอบ Let me... ในที่นี้มักเป็นการบอกการกระทำถัดไปแบบไม่เป็นทางการ ไม่ใช่การขออนุญาตอย่างเป็นทางการ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Let me + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วย Let me + กริยารูปพื้นฐานที่หมายถึงตรวจสอบ: The train may be late. ____ the timetable.

ดูคำตอบ

Let me check

Old MacDonald had a farm,

1:08

คุณตาแมคโดนัลด์มีฟาร์มแห่งหนึ่ง

E-I-E-I-O.

1:10

อี-ไอ-อี-ไอ-โอ

And on that farm he had a cow.

1:12

และในฟาร์มนั้นเขาก็มีวัวตัวหนึ่ง

วัฒนธรรม

Old MacDonald. เจ้าของฟาร์มในเพลงเด็ก

Old MacDonald คือเจ้าของฟาร์มในเพลงเด็กภาษาอังกฤษดั้งเดิม Old MacDonald Had a Farm ท่อน E-I-E-I-O ที่ร้องซ้ำ รวมถึงการกล่าวถึงฟาร์มและวัว เป็นสิ่งที่บอกว่าเกี่ยวข้องกับเพลงนี้ เพลงนี้กล่าวถึงสัตว์ในฟาร์มหลายชนิดและเลียนเสียงร้องของสัตว์เหล่านั้น การพูดถึง Old MacDonald ในที่นี้จึงเป็นการนึกถึงเพลงที่คุ้นเคยเพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ ไม่ใช่การแนะนำบุคคลธรรมดาคนใหม่ในเรื่อง

แบบฝึกหัด

Old MacDonald ในข้อความนี้หมายถึงใคร?

  1. เพื่อนบ้านที่เพิ่งปรากฏตัวและมีวัวหนึ่งตัว
  2. ชื่อของวัวตัวนั้น
  3. เจ้าของฟาร์มในเพลงเด็กที่มีชื่อเสียง
ดูคำตอบ

เจ้าของฟาร์มในเพลงเด็กที่มีชื่อเสียง

Yes.

1:14

ใช่เลย

E-I-E-I-O.

1:15

อี-ไอ-อี-ไอ-โอ

Hmm, they definitely look the same as each other. วลี

1:19

อืม มันหน้าตาเหมือนกันเป๊ะเลย

วลี

look the same as each other: ดูเหมือนกันเมื่อเปรียบเทียบกัน

look the same as each other หมายถึงสิ่งของตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปมีลักษณะภายนอกเหมือนกัน look บอกว่าสิ่งเหล่านั้นดูเป็นอย่างไร the same บอกว่าไม่มีความแตกต่างที่มองเห็นได้ และ as each other ทำให้ชัดว่ากำลังเปรียบเทียบสิ่งเหล่านั้นซึ่งกันและกัน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธานพหูพจน์ + look the same as each other หากรู้อยู่แล้วว่ากำลังเปรียบเทียบอะไร สามารถละ as each other ได้: They look the same.

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึงมีลักษณะภายนอกเหมือนกัน: The two toy robots look ____, but their batteries are different.

ดูคำตอบ

the same as each other

Hang on, we already knew that. โน้ต

1:22

เดี๋ยวนะ เรื่องนั้นเราก็รู้อยู่แล้วนี่

น้ำเสียง/เจตนา

Hang on: คำพูดสำหรับหยุดบทสนทนาชั่วครู่

Hang on ในประโยคนี้หมายถึง รอสักครู่ เป็นคำพูดที่ใช้หยุดจังหวะการสนทนา ผู้พูดเพิ่งสังเกตเห็นบางอย่าง จึงหยุดการพูดชั่วครู่ก่อนบอกคำแก้ไขหรือความคิดใหม่ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเกาะไว้หรือแขวนอยู่ตามความหมายตรง คำเดียวกันนี้ใช้หยุดความคิดของตนเองชั่วครู่ หรือขอให้อีกฝ่ายรอสักครู่ได้

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดช่วยหยุดบทสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อผู้พูดเพิ่งพบปัญหา เลือกคำที่อยู่หน้าจุลภาคในประโยคนี้: [gap], this receipt has the wrong total.

  1. Carry on
  2. Go ahead
  3. Hang on
ดูคำตอบ

Hang on

ลำดับความ

we already knew that: บอกว่าข้อมูลนี้ไม่ใช่ข้อมูลใหม่

ในประโยคนี้ we already knew that ทำหน้าที่บอกว่าเรื่องที่เพิ่งกล่าวถึงเป็นข้อมูลเดิม ไม่ใช่เบาะแสใหม่ คำว่า already ชี้ว่าความรู้นั้นมีอยู่ก่อนการค้นพบหรือช่วงปัจจุบันของการสนทนา เมื่อใช้ร่วมกับ Hang on อนุประโยคนี้จะหยุดการสนทนาชั่วครู่เพื่อตรวจสอบการให้เหตุผล หากกลุ่มรู้อยู่แล้ว ข้อเท็จจริงนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้ข้อสรุปเดินหน้าต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกกลุ่มได้ดีที่สุดว่าข้อเท็จจริงนั้นไม่ใช่ข้อมูลใหม่

  1. We may know that later.
  2. We already knew that.
  3. We never knew that.
ดูคำตอบ

We already knew that.

Oh, yeah.

1:24

โอ้ ใช่แล้ว

We need to know what a horse looks like. ไวยากรณ์

1:25

เราต้องรู้สิว่าม้าหน้าตาเป็นยังไง

ไวยากรณ์

what a horse looks like: ลำดับคำในอนุประโยค wh แบบฝัง

what a horse looks like บอกเนื้อหาของ know ว่าข้อมูลที่ต้องการคือรูปลักษณ์ของม้า ส่วนนี้เป็นอนุประโยค wh แบบฝัง ไม่ใช่คำถามตรง อนุประโยค wh แบบฝังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + looks like ดังนั้นจึงใช้ what a horse looks like โดยไม่ใส่ does ส่วนคำถามตรงคือ What does a horse look like?

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยเปลี่ยนคำถามที่ให้มาเป็นอนุประโยคแบบฝังด้วย what: “What does the bird look like?” → I do not know ____.

ดูคำตอบ

what the bird looks like

See if Old MacDonald had a horse. วลี

1:27

ลองดูสิว่าคุณตาแมคโดนัลด์มีม้าไหม

วลี

See if: ตรวจสอบว่าบางอย่างเป็นจริงหรือไม่

ในประโยคนี้ see if หมายถึง “ตรวจสอบว่า...หรือไม่” ไม่ใช่แค่ “มองดู” ผู้พูดต้องการให้ใครสักคนไปหาคำตอบว่าคุณตาแมคโดนัลด์มีม้าหรือไม่ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ see if + อนุประโยค อนุประโยคบอกสถานการณ์ที่ต้องตรวจสอบ และ if แสดงว่ายังไม่รู้ผล

แบบฝึกหัด

เติมคำขอด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ตรวจสอบว่า...หรือไม่”: Could you ____ the back door is locked?

ดูคำตอบ

see if

Chicken, duck, pig.

1:30

ไก่ เป็ด หมู

Oh, no horse.

1:32

โอ้ ไม่มีม้าแฮะ

Aw, that's very strange.

1:34

โธ่ แปลกจังเลย

Winton, why wouldn't Old MacDonald have a horse? ไวยากรณ์

1:37

วินตัน ทำไมคุณตาแมคโดนัลด์ถึงไม่มีม้าล่ะ?

ไวยากรณ์

Why wouldn't ... have ...?: ถามถึงการไม่มีสิ่งที่ผิดจากความคาดหมาย

ในคำถาม why wouldn't Old MacDonald have a horse? การไม่มีม้าขัดกับสิ่งที่ผู้พูดคาดไว้ ผู้พูดคิดว่าคนอย่างคุณตาแมคโดนัลด์ตามปกติน่าจะมีม้า และถามว่าเหตุผลใดอาจทำให้ความคาดหมายนั้นไม่เป็นจริง โครงสร้าง Why wouldn't + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน...? ใช้ถามว่าทำไมสถานการณ์ที่คาดไว้หรือดูสมเหตุสมผลจึงอาจไม่เป็นจริง หลัง wouldn't ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน have ไม่ใช่ had

แบบฝึกหัด

คำถามใดแสดงได้ดีที่สุดว่าผู้พูดคาดว่าโรงแรมขนาดใหญ่น่าจะมี Wi-Fi และแปลกใจที่อาจไม่มี

  1. Why wouldn't a large hotel have Wi-Fi?
  2. Why didn't the hotel have Wi-Fi last night?
  3. Does the large hotel have Wi-Fi?
ดูคำตอบ

Why wouldn't a large hotel have Wi-Fi?

Winton.

1:41

วินตัน

Maybe it ran away. กริยาวลี

1:42

บางทีมันอาจจะวิ่งหนีไปแล้วก็ได้

กริยาวลี

ran away: ออกจากที่เดิม

ran away เป็นรูปอดีตของ run away ในที่นี้คำสองคำนี้ทำงานร่วมกันเพื่อสื่อว่าสัตว์ตัวนั้นอาจออกจากที่ที่มันเคยอยู่ หรืออาจหนีไป คำว่า away เพิ่มความหมายว่าออกห่างจากที่เดิม จุดสำคัญไม่ใช่แค่มันวิ่ง แต่คือมันจากไปและไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ run away เพื่อบอกว่าแมวออกจากบ้านไป: The cat ____ from home.

ดูคำตอบ

ran away

Winton.

1:43

วินตัน

Yes?

1:44

ว่าไง?

Why don't I just say my horse is a cow? น้ำเสียง/เจตนา

1:45

ทำไมฉันไม่บอกไปเลยล่ะว่าม้าของฉันคือวัว?

น้ำเสียง/เจตนา

Why don't I just say ...: เสนอวิธีแก้ที่ง่าย

Why don't I just say ...? ดูเหมือนคำถามที่ถามหาเหตุผล แต่ในที่นี้ใช้เพื่อเสนอทางเลือกให้ตัวเอง ผู้พูดกำลังเสนอสิ่งที่ตนทำได้ ซึ่งถอดความอย่างเป็นธรรมชาติได้ว่า “งั้นฉันก็พูดแบบนั้นไปเลย” โครงสร้าง Why don't I + กริยารูปพื้นฐาน...? ใช้เสนอการกระทำของผู้พูดเอง ส่วน just ทำให้การกระทำนั้นดูเป็นวิธีแก้ที่ง่ายและตรงไปตรงมา

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง Why don't I just เพื่อเสนอการกระทำง่าย ๆ ที่คุณทำเองได้: ____ check the address online?

ดูคำตอบ

Why don't I just

But it's not a cow, it's a horse. ไวยากรณ์

1:48

แต่มันไม่ใช่วัวนะ มันคือม้า

ไวยากรณ์

it's not a cow, it's a horse: แก้ X ให้เป็น Y

รูปแบบ not X, it's Y ใช้แก้ไขข้อมูลให้ชัดเจน โดย not X ปฏิเสธชื่อหรือข้อเท็จจริงที่ผิดก่อน แล้วใช้ it's Y บอกข้อมูลที่ถูกต้อง ในประโยคนี้ cow คือสิ่งที่ถูกปฏิเสธ และ horse คือคำตอบที่ถูกต้อง สามารถใช้ลำดับเดียวกันเพื่อแก้ชื่อ ประเภท ตัวตน หรือข้อเท็จจริงได้ โดยบอกสิ่งที่ผิดก่อน แล้วจึงแทนที่ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้ไขโดยใช้รูปแบบ It's not X; it's Y: It's ____ a race; ____ a game.

ดูคำตอบ

not · it's

I know, but it's not a very good horse. วลี

1:51

ฉันรู้ แต่มันเป็นม้าที่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่

วลี

not a very good horse: การประเมินเชิงลบที่นุ่มนวลลง

not a very good horse เป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงลบที่นุ่มนวลกว่า a bad horse โดยปกติผู้พูดหมายความว่าม้าตัวนั้นยังไม่ดีพอ ไม่ได้กำลังชม very ขยาย good ส่วน not ปฏิเสธคำบรรยายเชิงบวกทั้งหมดใน a very good horse สามารถนำรูปแบบ not a very good + คำนามนับได้เอกพจน์ไปใช้ได้ เช่น not a very good plan

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: 'It's not a very good idea' โดยปกติเป็นความคิดเห็นเชิงลบแบบไม่รุนแรง ไม่ใช่คำชม

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

จริง

But it is a pretty good cow. การใช้คำ

1:54

แต่มันเป็นวัวที่สวยใช้ได้เลยนะ

การใช้คำ

pretty good: pretty ในฐานะคำวิเศษณ์บอกระดับ

ใน pretty good คำว่า pretty ขยายคำคุณศัพท์ good โดยเป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ดังนั้นวลีนี้จึงเป็นการประเมินในทางบวกว่า วัวตัวนี้ค่อนข้างดี pretty ในที่นี้ไม่ได้บรรยายรูปลักษณ์ของวัว

แบบฝึกหัด

ใน “The soup is pretty good.” คำว่า pretty หมายถึงอะไร

  1. อย่างสวยงาม
  2. ค่อนข้างหรือทีเดียว
  3. แทบจะไม่
ดูคำตอบ

ค่อนข้างหรือทีเดียว

As well as having a kind heart and being really muscly, ไวยากรณ์

1:56

นอกจากจะมีจิตใจที่อ่อนโยนและมีกล้ามเป็นมัดๆ แล้ว

Winton was as honest as they come. สำนวน

1:59

วินตันยังเป็นคนที่ซื่อสัตย์แบบสุดๆ อีกด้วย

ไวยากรณ์

As well as having ... and being ...: การใช้รูป -ing แบบขนานกัน

วลีเปิดประโยคเพิ่มคุณลักษณะสองอย่างก่อนข้อความหลัก As well as หมายถึง “นอกจาก...แล้ว” หรือ “รวมทั้ง” ส่วน having a kind heart และ being really muscly ให้ข้อมูลประกอบ จากนั้นอนุประโยคหลักจึงเน้นความซื่อสัตย์ของวินตัน หลัง as well as คำว่า have และ be เปลี่ยนเป็น having และ being รูป -ing ทั้งสองเชื่อมด้วย and จึงต้องคงโครงสร้างทางไวยากรณ์ให้ขนานกัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ที่ถูกต้องของ have และ be: As well as ____ a map and ____ careful, Maya checked the route twice.

ดูคำตอบ

having · being

สำนวน

as honest as they come: “ซื่อสัตย์อย่างยิ่ง”

ในประโยคนี้ as honest as they come หมายถึง “ซื่อสัตย์อย่างยิ่ง” หรือ “เป็นหนึ่งในคนที่ซื่อสัตย์ที่สุดเท่าที่จะได้พบ” เป็นการชื่นชม Winton ในเชิงบวกอย่างหนักแน่น โครงสร้าง as + adjective + as they come ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นมากของคุณสมบัตินั้น ในที่นี้ they come กล่าวถึงคนหรือสิ่งประเภทเดียวกันโดยทั่วไป ไม่ได้แปลว่า “เมื่อพวกเขามาถึง” และไม่ได้เปรียบเทียบ Winton กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง as ... as they come แบบเต็มโดยใช้ honest: Leo never lies. He is ____.

ดูคำตอบ

as honest as they come