แบนดิชวอชเชอร์! | เทพนิยาย - ซีรีส์ 3 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: ระหว่างวันหยุดของครอบครัวอันวุ่นวายในยุค 1980 เด็กชายคนหนึ่งถูกสาปให้พูดไม่ได้จนกว่าจะมีใครเอ่ยชื่อเขา ครอบครัวตั้งใจไม่ช่วยถอนคำสาป และบทลงโทษนั้นก็ทำให้เขายอมรับในที่สุดว่าตนปฏิบัติต่อน้องชายไม่ดี ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. The only thing that could break the curse was if — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้โครงสร้างที่เน้นว่าเงื่อนไขหนึ่งเป็นทางออกเพียงอย่างเดียวของปัญหา คุณสามารถนำไปปรับใช้เพื่ออธิบายกฎ อุปสรรค หรือสถานการณ์สมมติที่มีเพียงการกระทำเดียวเท่านั้นซึ่งจะเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ 2. You know what I call this? I call it — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตรูปแบบที่ผู้พูดตั้งคำถามแล้วตอบเอง เพื่อเว้นจังหวะอย่างตั้งใจก่อนแสดงความคิดเห็น รูปแบบนี้ช่วยนำเสนอการตัดสินด้วยน้ำหนัก จังหวะขบขัน หรือท่าทีหยอกล้อ แทนการพูดความเห็นออกมาตรง ๆ ในทันที 3. have a good think about it. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจสำนวนธรรมชาติในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลียว่าเป็นคำแนะนำให้ไตร่ตรองอย่างจริงจัง ใช้ได้หลังการประพฤติตัวไม่ดีหรือก่อนตัดสินใจ เมื่อ think about it ยังสื่อถึงความใคร่ครวญได้ไม่มากพอ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
The only thing that could break the curse was if someone said your name. โน้ต
0:00สิ่งเดียวที่จะล้างคำสาปได้ก็คือมีคนเรียกชื่อนาย
The only thing that could ... was if ...: เงื่อนไขจำเป็นเพียงข้อเดียว
นามวลี The only thing that could break the curse ทำหน้าที่เป็นประธานของ was โดยนำเสนอทางออกหนึ่งว่าเป็นทางเดียวที่ได้ผล ส่วนอนุประโยค if หลัง was ระบุว่าทางออกนั้นคืออะไร นั่นคือต้องมีใครสักคนเอ่ยชื่อของบุคคลนั้น ตรงนี้ if ไม่ได้เริ่มประโยคเงื่อนไขอีกประโยคหนึ่งที่ยังไม่จบ โครงสร้างเต็มคือ The only thing that could + คำกริยา ... was if + อนุประโยค และใช้เน้นว่ามีเงื่อนไขที่จำเป็นเพียงข้อเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเสนอเงื่อนไขหนึ่งว่าเป็นทางออกเดียว?
- The only thing that could restart the system was if someone entered the backup code.
- The only thing that could restart the system if someone entered the backup code.
- If someone entered the backup code was the only thing could restart the system.
ดูคำตอบ
The only thing that could restart the system was if someone entered the backup code.
break the curse: ถอนคำสาป
Break the curse หมายถึงทำให้คำสาปทางเวทมนตร์หยุดมีผล เป็นคำกริยาและคำนามที่มักใช้คู่กันในเรื่องแฟนตาซี เกม และภาพยนตร์ break ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว เพราะไม่มีวัตถุใดถูกทุบให้แตก ในประโยคนี้ curse หมายถึงมนตร์หรือสภาวะทางเวทมนตร์ ไม่ได้หมายถึงคำหยาบ
แบบฝึกหัด
เลือกคำกริยาที่ใช้ตามปกติเพื่อเติมประโยคจากเรื่องแฟนตาซีนี้ให้สมบูรณ์: The hero discovered how to _____ the curse.
- crack
- break
- smash
ดูคำตอบ
break
want me to say: โครงสร้าง want + กรรม + to-infinitive
ในโครงสร้าง want + กรรม + to-infinitive กรรมจะบอกว่าใครเป็นผู้ทำกริยาที่ตามมา ใน want me to say คำว่า me เป็นกรรมของ want และเป็นประธานโดยความหมายของ say คำถาม Do you want me to...? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายอยากให้ผู้พูดทำอะไรหรือไม่ มักใช้เสนอความช่วยเหลือหรือยืนยันความต้องการก่อนลงมือทำ ไม่ได้หมายความเพียงว่าอีกฝ่ายต้องการตัวผู้พูดในฐานะบุคคล
แบบฝึกหัด
ใช้ want + กรรม + to-infinitive เติมคำในประโยคเสนอความช่วยเหลือนี้: Do you ____ the boxes upstairs?
ดูคำตอบ
want me to carry
diddums: ความเห็นใจแบบเด็กเล็กหรือการหยอกล้อ
diddums เป็นคำอุทานที่ไม่เป็นทางการมากและมีน้ำเสียงแบบเด็กเล็ก พบโดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบบริติช และได้ยินในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียด้วย คำนี้อาจใช้แสดงความเห็นใจ แต่ผู้ใหญ่มักใช้แบบขำ ๆ หรือประชด จึงอาจให้อารมณ์ประมาณว่า “โถ น่าสงสารจัง” หรือ “โอ๋ ๆ แย่จังเลย” ตรงนี้คำนี้ตามหลังส่วนหนึ่งของชื่อที่พูดค้างไว้ จึงเป็นการเอามาเรียกแทนชื่อแบบหยอกล้อ ไม่ใช่ชื่อหรือคำนำหน้าชื่ออย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: ใน "Ban... diddums." คำว่า diddums ถูกใช้เป็นชื่อบุคคลอย่างเป็นทางการ
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ผิด
Can't you just...?: เร่งให้อีกฝ่ายเลือกทางออกที่เห็นได้ชัด
คำถามปฏิเสธรูป Can't you just + กริยารูปพื้นฐาน มักไม่ได้ถามเพียงว่าอีกฝ่ายทำสิ่งนั้นได้หรือไม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังกดดันให้อีกฝ่ายทำสิ่งที่ตนมองว่าเป็นทางออกที่ง่ายและชัดเจน just จำกัดการกระทำให้เหลือความหมายว่า “แค่ทำสิ่งนี้” และอาจแฝงนัยว่า “ทำไมไม่ทำเรื่องง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ” ประโยคจึงอาจฟังดูเร่งรัด หงุดหงิด หรือตำหนิเล็กน้อย โดยขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและความสัมพันธ์
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ใน "Can't you just wait here?" คำว่า just มักทำให้การรอดูเป็นทางออกที่ง่ายและชัดเจน ดังนั้นประโยคนี้จึงอาจฟังดูไม่อดทนกว่า "Can you wait here?"
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ถูก
you're not allowed to speak: การห้าม ไม่ใช่การไม่มีความสามารถ
Be allowed to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงกฎ บุคคล หรือสถานการณ์อนุญาตให้ทำสิ่งหนึ่งได้ ส่วนรูปปฏิเสธ ประธาน + be + not allowed to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการกระทำนั้นถูกห้าม ใน you're not allowed to speak ประเด็นคือการได้รับอนุญาต ไม่ใช่ความสามารถทางร่างกาย รูปของ be เปลี่ยนไปตามประธานหรือกาล เช่น you are not allowed, she is not allowed และ we were not allowed
แบบฝึกหัด
เติมกฎให้สมบูรณ์ด้วยรูปปฏิเสธแบบเต็มที่ไม่ย่อของ be allowed to: Visitors ____ take photos in this room.
ดูคำตอบ
are not allowed to
do ที่ใช้เน้นใน “What happens if you do speak?”
โครงสร้าง What happens if ...? ใช้ถามผลหรือผลที่ตามมาเมื่อเงื่อนไขหนึ่งเกิดขึ้น ใช้ได้เมื่อต้องการถามเรื่องกฎ คำเตือน และสถานการณ์สมมติ ใน if you do speak คำว่า do ใช้เพื่อเน้น ความหมายคือ “ถ้าคุณพูดจริง ๆ” หรือ “ถ้าคุณพูดทั้งที่ได้รับคำสั่งว่าอย่าพูด” ในอนุประโยคบอกเล่านี้ do เป็นตัวแสดงความขัดแย้ง ส่วน speak ยังคงอยู่ในรูปพื้นฐานของคำกริยา
แบบฝึกหัด
มีคนพูดว่า “Don't send the message.” จงเติมคำถามโดยใช้ do เพื่อเน้นและคำกริยา send: What happens if you ____ the message?
ดูคำตอบ
do send
look, I shouldn't tell you but I tell you this is น้ำเสียง/เจตนา
0:18ฟังนะ ฉันไม่ควรบอกนายหรอกแต่ฉันจะบอกนายว่านี่คือ
การใช้ Look, I shouldn't tell you, but ... เพื่อเกริ่นข้อมูลละเอียดอ่อน
Look ที่อยู่ต้นช่วงการพูดเป็นเครื่องหมายทางวาทกรรม มีความหมายว่า “ฟังนะ” หรือ “ตั้งใจฟังสิ่งที่ฉันกำลังจะพูด” ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นบางสิ่ง I shouldn't tell you, but ... นำเสนอข้อมูลที่จะตามมาว่าเป็นเรื่องส่วนตัว มีความเสี่ยง หรือไม่ควรเปิดเผย ส่วน but บอกว่าผู้พูดจะเปิดเผยข้อมูลนั้นอยู่ดี โดยมักฟังดูเหมือนไม่เต็มใจและสร้างความรู้สึกลับหรือความลุ้นระทึก
แบบฝึกหัด
ใน “Look, I shouldn't tell you, but the spare key is in the kitchen,” ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยคำเกริ่นนี้
- ดึงความสนใจและนำเสนอข้อมูลถัดไปว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
- จบการสนทนาอย่างสุภาพ
- ขอให้ผู้ฟังมองกุญแจ
ดูคำตอบ
ดึงความสนใจและนำเสนอข้อมูลถัดไปว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
the '80s: รูปย่อของทศวรรษ 1980
The '80s เป็นรูปย่อของ the 1980s หมายถึงช่วงปี 1980 ถึง 1989 เครื่องหมายอะพอสทรอฟีแสดงว่า 19 ถูกละไว้ และ s ท้ายคำหมายถึงทั้งทศวรรษ ในที่นี้ การระบุทศวรรษไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อบอกเวลา แต่ยังสร้างกรอบทางวัฒนธรรมให้กับคำพูดติดตลกของผู้พูดที่ว่า พฤติกรรมและมาตรฐานในตอนนั้นอาจดูปล่อยตัวหรือสุดโต่งกว่านี้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the '80s หมายถึงช่วงเวลาใด My parents still listen to music from the '80s.
- คนที่มีอายุ 80 ปี
- ชุดเพลงจำนวน 80 เพลง
- ปี 1980 ถึง 1989
ดูคำตอบ
ปี 1980 ถึง 1989
a wild place: คำเปรียบเทียบช่วงเวลาที่วุ่นวายกับสถานที่
ใน a wild place คำว่า place ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เพราะประธานของประโยคคือทศวรรษ ไม่ใช่สถานที่ ประโยคจินตนาการว่าช่วงเวลานั้นเป็นสถานที่ที่ผู้คนเข้าไปสัมผัสได้ ทำให้คำบรรยายมีชีวิตชีวาและมีอารมณ์ขัน wild ในที่นี้หมายถึงวุ่นวาย ปล่อยตัว หรือมีกฎน้อยกว่าเดิม ไม่ได้หมายความว่ามีสัตว์ป่าเต็มไปหมด วลีนี้ให้ภาพรวมที่เกินจริงและไม่ใช่การตัดสินทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
a wild place ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร The early internet was a wild place with few clear rules.
- มันเป็นป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่า
- มันเป็นสถานที่เฉพาะแห่งหนึ่งบนแผนที่
- มันมีความวุ่นวายและถูกควบคุมเพียงเล็กน้อย
ดูคำตอบ
มันมีความวุ่นวายและถูกควบคุมเพียงเล็กน้อย
being cursed was not a lot of fun when you're on holiday. โน้ต
0:27การถูกสาปตอนไปเที่ยววันหยุดมันไม่สนุกเอาซะเลย
being cursed: being + กริยาช่อง 3 ทำหน้าที่เป็นประธาน
being cursed เป็นวลี gerund แบบถูกกระทำที่มีโครงสร้าง being + กริยาช่อง 3 หมายถึง “ประสบการณ์หรือสภาพของการถูกสาป” ดังนั้นบุคคลจึงเป็นฝ่ายรับการกระทำ ไม่ใช่ผู้กระทำ วลีทั้งหมดเป็นประธานทางไวยากรณ์ของ was ในที่นี้ being ไม่ได้สร้างรูป progressive แต่วลีที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามเป็นตัวเสนอหัวข้อ ส่วน was แสดงกาลหลักของประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ being + กริยาช่อง 3 เป็นประธานเพื่อกล่าวถึงประสบการณ์ที่เป็นฝ่ายถูกกระทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Being ignore can feel painful.
- Being ignored it can feel painful.
- Being ignored can feel painful.
ดูคำตอบ
Being ignored can feel painful.
not a lot of fun: การพูดลดระดับแบบภาษาสนทนา
not a lot of fun เป็นการพูดแบบลดระดับในภาษาสนทนา ในประโยคนี้หมายถึงประสบการณ์นั้นไม่น่าพอใจหรือสร้างความลำบาก ไม่ได้หมายถึงการนับว่ามีความสนุกอยู่เพียงเล็กน้อย เมื่อเลือกถ้อยคำที่เบากว่าแทนคำอย่าง terrible ผู้พูดจึงอาจฟังดูตลกแบบหน้าตายหรือมีอารมณ์ขัน ทั้งที่ยังประเมินเรื่องนั้นในทางลบอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาสนทนาที่เน้นไว้ ซึ่งหมายถึง “ไม่น่าพอใจหรือสร้างความลำบาก”: Losing our luggage was ____.
ดูคำตอบ
not a lot of fun
on holiday: สำนวนอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึงกำลังพักร้อน
ในประโยคนี้ on holiday หมายถึง “หยุดจากงานหรือโรงเรียนเพื่อพักผ่อนหรือเดินทาง” โดย holiday ในที่นี้หมายถึงช่วงเวลาพัก ไม่ใช่วันหยุดนักขัตฤกษ์วันใดวันหนึ่ง ในภาษาอังกฤษแบบบริติช สำนวนตายตัวคือ on holiday ซึ่งปกติไม่ใช้ a หรือ the สำนวนนี้บอกสถานะปัจจุบันของคนหนึ่งคน ดังนั้น when you're on holiday จึงหมายถึง “ตอนที่คุณกำลังพักร้อน”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนอังกฤษแบบบริติชสองคำที่เรียนในบทนี้: My family is ____ in Cornwall this week.
ดูคำตอบ
on holiday
Kids, do you want your fish battered or crumbed? การใช้คำ
0:29เด็กๆ อยากได้ปลาชุบแป้งทอดหรือชุบเกล็ดขนมปังทอดจ๊ะ?
battered or crumbed: สองวิธีในการหุ้มผิวปลา
ในที่นี้ battered และ crumbed เป็นรูปคำกริยาที่ใช้เป็นคำบรรยายเพื่อบอกว่าควรเตรียมปลาอย่างไร ในโครงสร้าง want + food + past participle คำที่บอกวิธีเตรียมจะอยู่หลังอาหาร: Do you want your fish battered or crumbed? ในบริบทอาหารนี้ battered เป็นศัพท์การทำอาหาร ไม่ได้หมายความว่าปลาถูกตีหรือเสียหายอย่างหนัก
แบบฝึกหัด
ลูกค้าสั่ง crumbed fish คำอธิบายใดตรงกับอาหารที่สั่ง?
- ปลาถูกเคลือบด้วยเกล็ดขนมปัง
- ปลาถูกตีจริง ๆ
- ปลาถูกจุ่มลงในแป้งผสมของเหลว
ดูคำตอบ
ปลาถูกเคลือบด้วยเกล็ดขนมปัง
What about you? ใช้ส่งคำถามเดิมต่อให้อีกคน
ในประโยคนี้ What about you? ใช้ส่งคำถามหรือหัวข้อเดิมไปยังคนที่กำลังถูกถาม มีความหมายว่า “แล้วคำตอบ ความชอบ หรือสถานการณ์ของคุณล่ะ?” ไม่ได้หมายถึง “มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณ?” เนื่องจากเข้าใจคำถามก่อนหน้าอยู่แล้ว ผู้พูดจึงไม่ต้องพูดคำถามเต็มซ้ำ วลีนี้ยังเป็นการส่งต่อจังหวะการพูดให้อีกฝ่ายและเชิญให้ตอบด้วย
แบบฝึกหัด
Ava พูดว่า “I take the bus to school. What about you?” คำถามสุดท้ายของ Ava ทำหน้าที่อะไร?
- เธอกำลังถามว่าอีกฝ่ายไปโรงเรียนอย่างไร
- เธอกำลังถามว่าอีกฝ่ายรู้จัก Ava หรือไม่
- เธอเปลี่ยนหัวข้อไปเป็นบุคลิกของอีกฝ่าย
ดูคำตอบ
เธอกำลังถามว่าอีกฝ่ายไปโรงเรียนอย่างไร
speak up: ตอบหรือพูดให้ดังขึ้น
Speak up เป็นกริยาวลี ในที่นี้หมายถึง “พูดอะไรบางอย่าง” หรือ “ตอบคำถาม” โดยผู้พูดกำลังกระตุ้นคนที่เงียบอยู่ให้ตอบ คำว่า up ไม่ได้บอกทิศทาง ในอีกบริบทหนึ่งที่พบบ่อย speak up หมายถึง “พูดให้ดังขึ้นเพื่อให้คนอื่นได้ยิน” บริบทจะบอกว่าปัญหาคือการไม่ยอมพูดหรือเสียงเบาเกินไป
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “พูดให้ดังขึ้น” ลงในประโยค: I can't hear you from here. Could you ____ a little, please?
ดูคำตอบ
speak up
Right, you, get over here: คำสั่งที่หนักแน่น
Right ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ถูกต้อง” เมื่ออยู่ต้นช่วงพูด คำนี้ทำหน้าที่เป็นคำกำกับการสนทนาเพื่อบอกว่าผู้พูดกำลังควบคุมสถานการณ์และจะลงมือจัดการ การแยกพูด you เป็นคำเดี่ยว ๆ เป็นการเจาะจงคนหนึ่ง และคำสั่ง get over here สั่งให้คนนั้นมาหาผู้พูด ส่วนสั้น ๆ เหล่านี้รวมกันจึงให้โทนหนักแน่นและมีอำนาจ ไม่ใช่คำขอที่สุภาพ
แบบฝึกหัด
ตัดสินการใช้: ลูกค้าพูด “Right, you, get over here.” กับพนักงานร้านเพื่อขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ
- เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
a bit mean: การทำให้คำวิจารณ์เบาลง
ใน a bit mean คำว่า a bit ขยายคำคุณศัพท์ mean และตามความหมายตรงตัวทำให้ความใจร้ายดูมีระดับจำกัด คือ “ใจร้ายนิดหน่อย” ในการสนทนา วลีบอกระดับเล็กน้อยนี้ยังช่วยลดความตรงของการประเมินเชิงลบ ทำให้คำวิจารณ์ฟังดูไม่แรงเกินไป ดังนั้นบริบทและน้ำเสียงอาจบอกได้ว่าพฤติกรรมนั้นแย่กว่าความหมายตรงตัวของคำพูด
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The reply was a bit rude,” a bit ทำหน้าที่หลักอะไร?
- ลบการประเมินเชิงลบออกทั้งหมด
- แสดงว่าคำตอบเกิดขึ้นสองครั้ง
- ทำให้คำวิจารณ์ไม่ตรงเกินไป
ดูคำตอบ
ทำให้คำวิจารณ์ไม่ตรงเกินไป
were allowed to be mean ในความหมายของการอนุญาตทางสังคมแบบขบขัน
ในที่นี้ were allowed to be mean ไม่ได้หมายความว่ามีใครอนุญาตอย่างเป็นทางการ เมื่อพิจารณาร่วมกับการกล่าวถึงทศวรรษ 1980 ก่อนหน้านี้ allowed สื่ออย่างขบขันว่าในเวลานั้นสังคมดูเหมือนจะยอมรับพฤติกรรมที่เข้มงวดหรือไม่เป็นมิตรของแม่มากกว่าปัจจุบัน การใช้ be allowed to แบบนี้เปลี่ยนค่านิยมทางสังคมที่ไม่เป็นทางการให้ดูเหมือนเป็น “การอนุญาต” ในจินตนาการเพื่อสร้างอารมณ์ขัน เมื่อพบความคิดเห็นคล้ายกันเกี่ยวกับอดีต ให้สนใจว่าพฤติกรรมใดดูเหมือนเป็นที่ยอมรับ ไม่ใช่ว่าใครเป็นผู้อนุญาตอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ Mums were allowed to be mean. น่าจะหมายความว่าอย่างไร?
- แม่มีความสามารถทางร่างกายที่จะกลายเป็นคนใจร้าย
- มีกฎอย่างเป็นทางการที่อนุญาตให้แม่ทำตัวใจร้ายได้
- ผู้พูดสื่ออย่างขบขันว่าในสมัยนั้นสังคมยอมรับพฤติกรรมที่ไม่เป็นมิตรของแม่มากกว่า
ดูคำตอบ
ผู้พูดสื่ออย่างขบขันว่าในสมัยนั้นสังคมยอมรับพฤติกรรมที่ไม่เป็นมิตรของแม่มากกว่า
weren't much help either สำหรับเพิ่มข้อเท็จจริงเชิงลบอีกอย่าง
weren't much help หมายถึง “ให้ความช่วยเหลือที่เป็นประโยชน์น้อยมาก” หรือ “แทบไม่ได้ช่วยอะไร” คำว่า help เป็นส่วนเติมเต็มที่เป็นคำนามหลัง were ส่วน not much แสดงว่าปริมาณความช่วยเหลือมีน้อย Either ที่ท้ายอนุประโยคปฏิเสธหมายถึง “ก็ไม่...เหมือนกัน” โดยเพิ่มพ่อ ๆ เป็นอีกกรณีหนึ่งที่เป็นลบต่อจากข้อบ่นก่อนหน้า ในที่นี้ either ไม่ได้แสดงการเลือกระหว่างสองทาง
แบบฝึกหัด
คำบอกเส้นทางไม่ชัดเจน ประโยคใดเพิ่มอย่างเป็นธรรมชาติว่าแผนที่ก็ช่วยได้ไม่มากเช่นกัน?
- The map wasn't much help too.
- The map wasn't much help either.
- The map was much help either.
ดูคำตอบ
The map wasn't much help either.
Let's see who can + กริยารูปพื้นฐาน: เริ่มคำท้าแบบเป็นกันเอง
“Let’s see who can + กริยารูปพื้นฐาน” ใช้เริ่มการทดสอบ การเปรียบเทียบ หรือการแข่งขันแบบสนุก ๆ ในประโยคนี้หมายถึง “มาลองกันแล้วดูว่าใครตะโกนได้ดังที่สุด” ไม่ได้หมายถึงแค่ “มองดูใครสักคน” โครงสร้างนี้ทำให้กิจกรรมถัดไปเป็นเกมหรือการแข่งขันร่วมกัน แทนการสั่งตรง ๆ ว่า “Shout.” คำหลัง can ระบุการกระทำที่นำมาเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เริ่มคำท้าแบบเป็นกันเอง แทนที่จะออกคำสั่งหรือบอกสิ่งที่มองเห็น?
- Please build the tallest tower now.
- I can see the tallest tower.
- Let's see who can build the tallest tower.
ดูคำตอบ
Let's see who can build the tallest tower.
keep it down: ขอให้เบาเสียงลง
“Keep it down” เป็นสำนวนพูดแบบตายตัว หมายถึง “ลดระดับเสียง” หรือ “เงียบลงหน่อย” ในประโยคนี้ it หมายถึงเสียงพูดหรือเสียงรบกวนของเด็ก ๆ โดยรวม ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง รูปคำสั่งที่ไม่มีคำช่วยลดความแข็งเป็นคำขอหรือคำสั่งโดยตรงให้ควบคุมระดับเสียง ใช้บอกให้คนอื่นเงียบลงทันทีและรักษาระดับเสียงให้เบาต่อไปได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมบ้านของคุณกำลังคุยเสียงดังหลังเที่ยงคืน คำขอใดเหมาะที่สุดสำหรับขอให้พวกเขาเบาเสียงลง?
- Could you write it down, please?
- Could you put it down, please?
- Could you keep it down, please?
ดูคำตอบ
Could you keep it down, please?
“whatever your name is” ในฐานะคำเรียกที่แสดงความไม่ใส่ใจ
ในที่นี้ whatever your name is หมายความว่าผู้พูดไม่รู้ชื่อของอีกฝ่าย หรือไม่ใส่ใจมากพอที่จะถามให้แน่ชัด whatever ตรงนี้ไม่ได้มีความหมายกลาง ๆ ว่า “อะไรก็ได้” เมื่อใช้วลีนี้ในตำแหน่งที่ปกติควรเป็นชื่อหรือคำเรียก ผู้พูดกำลังทำเหมือนตัวตนของอีกฝ่ายไม่สำคัญ จึงฟังดูเมินเฉย รำคาญ หรือจงใจหยาบคาย
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: คุณเพิ่งพบเพื่อนร่วมงานคนใหม่ การพูดว่า “whatever your name is” เป็นวิธีถามชื่ออย่างสุภาพ
- จริง
- ไม่จริง
ดูคำตอบ
ไม่จริง
What are you on about? ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ
ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ be on about หมายถึง “กำลังพูดถึงอะไร” หรือ “หมายความว่าอะไรจากสิ่งที่พูด” คำว่า on เป็นส่วนหนึ่งของวลีกริยาเชิงสำนวน ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ What are you on about? ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายคำพูดที่ฟังดูสับสนหรือไม่สมเหตุสมผล น้ำเสียงอาจสื่อเพียงความงง หรือสื่อความไม่เชื่อแบบเริ่มรำคาญก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวน be on about ที่ใช้ในภาษาอังกฤษแบบบริติชอย่างไม่เป็นทางการให้สมบูรณ์: What are you ____?
ดูคำตอบ
on about
jinxed him: ทำให้กติกาเกม jinx มีผล
ในประโยคนี้ jinxed him หมายถึง Rad ทำให้เขาต้องอยู่ภายใต้กติกาของเกม jinx ผลคือเขาต้องเงียบจนกว่าจะมีคนพูดชื่อของเขา โครงสร้างคือ jinx + คน: Rad เป็นผู้ทำให้เกิด jinx และ him คือคนที่ได้รับผล วลีนี้ไม่ได้หมายความแค่ว่าเขาบังเอิญโชคร้าย
แบบฝึกหัด
ในฉากนี้ “Rad jinxed him.” หมายความว่าอย่างไร?
- เขาสังเกตว่าโดยทั่วไปเด็กชายคนนั้นโชคร้าย
- เขาทำให้กติกาเกมที่ห้ามเด็กชายพูดมีผลขึ้นมา
- เขาสอนเด็กชายให้พูดชื่อของตัวเอง
ดูคำตอบ
เขาทำให้กติกาเกมที่ห้ามเด็กชายพูดมีผลขึ้นมา
can't ... until ...: ข้อจำกัดที่สิ้นสุดในภายหลัง
รูปแบบ can’t + การกระทำ + until + เหตุการณ์ หมายความว่าการกระทำนั้นยังทำไม่ได้หรือไม่ได้รับอนุญาตก่อนที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น until บอกจุดที่ข้อจำกัดสามารถสิ้นสุดได้ ในที่นี้ can’t talk คือข้อจำกัด และ someone says his name คือเหตุการณ์ที่ทำให้ข้อจำกัดจบลง เขาต้องเงียบก่อน และหลังจากมีคนพูดชื่อของเขาแล้ว เขาจึงพูดได้
แบบฝึกหัด
เติมกติกาให้สมบูรณ์โดยใช้ can't ... until และคำกริยา leave: You ____ the bell rings.
ดูคำตอบ
can't leave until
Oh right: แสดงว่าเข้าใจหรือนึกออก
Oh right เป็นคำตอบสั้น ๆ ในภาษาพูดที่แสดงว่าผู้พูดเพิ่งเข้าใจข้อมูลใหม่ หรือข้อมูลนั้นทำให้นึกอะไรบางอย่างออก ในที่นี้หมายถึง “เข้าใจแล้ว” หรือ “ตอนนี้เข้าใจแล้ว” ไม่ใช่การตัดสินว่าสิ่งใดถูกต้อง วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดยอมรับคำอธิบายแล้วตอบต่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ ในบริบทอื่นยังใช้แสดงว่าเพิ่งนึกบางอย่างออกได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เพื่อนเตือนคุณว่าวันนี้ห้องสมุดปิดเร็ว “Oh right” แสดงความหมายใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- ผู้พูดกำลังบอกให้เพื่อนเลี้ยวขวา
- ผู้พูดกำลังพิสูจน์อย่างเป็นทางการว่าเพื่อนพูดถูก
- ผู้พูดเพิ่งเข้าใจหรือนึกข้อมูลนั้นออก
ดูคำตอบ
ผู้พูดเพิ่งเข้าใจหรือนึกข้อมูลนั้นออก
so you want me to say your name so you can talk again. ลำดับความ
1:17งั้นเธออยากให้ฉันเรียกชื่อเธอเพื่อที่เธอจะได้กลับมาพูดได้สินะ
so ... so: ตัวแรกนำเสนอข้อสรุป ตัวที่สองนำเสนอผลลัพธ์ที่ต้องการ
so ตัวแรกนำเสนอข้อสรุปที่ผู้พูดอนุมานจากข้อมูลก่อนหน้า คล้ายกับการถามยืนยันว่า “งั้นนี่คือสิ่งที่คุณต้องการใช่ไหม” โดยเชื่อมทั้งประโยคกลับไปยังคำอธิบายก่อนหน้า so ตัวที่สองเชื่อมการกระทำที่ถูกขอกับผลลัพธ์ที่ต้องการ การพูดชื่อมีจุดประสงค์เพื่อให้อีกฝ่ายพูดได้อีกครั้ง ดังนั้นการใช้แบบนี้จึงใกล้เคียงกับ so that
แบบฝึกหัด
ใน “So you want me to stay so you can finish the report,” so ทั้งสองตัวทำหน้าที่อะไร
- ตัวแรกนำเสนอจุดประสงค์ ส่วนตัวที่สองเปลี่ยนหัวข้อ
- ตัวแรกนำเสนอข้อสรุปจากข้อมูลก่อนหน้า ส่วนตัวที่สองนำเสนอผลลัพธ์ที่ต้องการ
- ทั้งสองตัวหมายถึง “มาก”
ดูคำตอบ
ตัวแรกนำเสนอข้อสรุปจากข้อมูลก่อนหน้า ส่วนตัวที่สองนำเสนอผลลัพธ์ที่ต้องการ
you're dreaming: การปฏิเสธความคิดที่ไม่สมจริง
ในประโยคนี้ you're dreaming ใช้ปฏิเสธความคิดของอีกฝ่าย เป็นสำนวนที่บอกว่าความคิดหรือความคาดหวังนั้นไม่สมจริง ผู้พูดคิดว่าจะไม่เกิดขึ้นหรือไม่ยอมรับสิ่งที่เสนอมา ไม่ได้หมายความตรงตัวว่าอีกฝ่ายกำลังนอนหลับและฝันอยู่ เมื่อเทียบกับการพูดเพียง no ประโยคนี้อาจฟังดูหยอก เหยียด หรือเยาะเย้ยมากกว่า
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง you're dreaming สื่อความหมายอะไร?
- ผู้พูดคิดว่าอีกฝ่ายกำลังนอนหลับ
- ผู้พูดคิดว่าความคาดหวังของอีกฝ่ายไม่สมจริงและปฏิเสธมัน
- ผู้พูดขอให้อีกฝ่ายเล่าความฝัน
ดูคำตอบ
ผู้พูดคิดว่าความคาดหวังของอีกฝ่ายไม่สมจริงและปฏิเสธมัน
mate ในฐานะคำเรียกแบบไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ mate เป็นคำที่ใช้เรียกอีกฝ่ายโดยตรง ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ คำนี้อาจมีความหมายใกล้กับ friend, pal หรือ man แต่ไม่ได้ยืนยันว่าผู้พูดทั้งสองเป็นเพื่อนกันจริง ๆ เพราะตามหลัง you're dreaming จึงทำให้คำปฏิเสธจบลงแบบกันเองแต่มีน้ำหนัก น้ำเสียงและความสัมพันธ์อาจทำให้ mate ฟังดูเป็นมิตร หยอกล้อ รำคาญ หรือท้าทายได้
แบบฝึกหัด
จริงหรือไม่: ใน Well, you're dreaming, mate. คำว่า mate ต้องแสดงว่าผู้พูดอบอุ่นและเป็นมิตรเสมอ
- ไม่จริง
- จริง
ดูคำตอบ
ไม่จริง
You know what I call this? I call it ...: การปูทางก่อนเน้นคำประเมิน
ตรงนี้ You know what I call this? เป็นคำถามที่ผู้พูดไม่ได้รอคำตอบจริง ๆ ผู้พูดไม่ได้หยุดให้ผู้ฟังช่วยตั้งชื่อ แต่ตอบเองทันทีด้วย I call it ... โดย call หมายถึงการเรียกหรือบรรยายสิ่งหนึ่งว่าเป็นอะไรบางอย่าง การวางคำถามไว้ก่อนคำตอบช่วยสร้างช่วงปูทางสั้น ๆ และเน้นคำตัดสินที่ตามมา โครงสร้างข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้คือ เริ่มด้วยคำถามเพื่อปูทาง แล้วจึงบอกความคิดเห็นของผู้พูดเอง
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง You know what I call this? I call it ... มีหน้าที่หลักในการจัดข้อมูลอย่างไร
- รายงานสิ่งที่คนอื่นพูดเป็นประจำ
- ปูทางก่อน แล้วจึงเน้นคำประเมินของผู้พูดเอง
- ขอให้ผู้ฟังบอกชื่ออย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
ปูทางก่อน แล้วจึงเน้นคำประเมินของผู้พูดเอง
a good start: คำชมเชิงประชดตามบริบท
ตามความหมายตรงตัว a good start เป็นคำชมเชิงบวกว่าสิ่งหนึ่งเริ่มต้นได้ดี แต่ตรงนี้ผู้พูดเรียกการที่เด็กพูดไม่ได้ว่า good เพราะความเงียบที่เกิดขึ้นเป็นผลดีต่อตัวเขาเอง คำชมนี้จึงเป็นการประชด เขาทำเหมือนว่าปัญหาของคนอื่นเป็นก้าวแรกที่น่ายินดี แทนที่จะชมความสำเร็จอย่างจริงใจ คำพูดเชิงบวกไม่ได้แสดงความเห็นชอบอย่างจริงใจเสมอไป ให้เปรียบเทียบคำพูดกับสถานการณ์และดูว่าใครเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ ความไม่สอดคล้องกันอาจบอกถึงการพูดแบบย้อนแย้งหรือประชด
แบบฝึกหัด
ในฉากนี้ ผู้พูดชอบความเงียบที่เกิดจากการที่เด็กพูดไม่ได้ a good start สื่อความหมายใด
- คำชมอย่างจริงใจต่อความสำเร็จของเด็ก
- ข้อความที่เป็นกลางว่าเหตุการณ์หนึ่งเพิ่งเริ่มขึ้น
- คำพูดเชิงประชดว่าปัญหาของเด็กเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ายินดี
ดูคำตอบ
คำพูดเชิงประชดว่าปัญหาของเด็กเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ายินดี
How do I jinx it so none of you can talk? ไวยากรณ์
1:24ฉันจะสาปยังไงให้พวกนายทุกคนพูดไม่ได้บ้างเนี่ย?
so none of you can talk: ผลลัพธ์ที่ปฏิเสธทั้งหมด
ตรงนี้ so นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ผู้พูดต้องการ คือคำสาปต้องทำให้ทุกคนในกลุ่มพูดไม่ได้ none of you หมายถึง “ไม่มีใครในพวกคุณเลยแม้แต่คนเดียว” ดังนั้น none of you can talk จึงเป็นการปฏิเสธทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงบางคนที่พูดไม่ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความอย่างชัดเจนว่าไม่มีใครในกลุ่มได้รับอนุญาตให้เข้าห้องเลยแม้แต่คนเดียว?
- One of you may enter the room.
- Not all of you may enter the room.
- None of you may enter the room.
ดูคำตอบ
None of you may enter the room.
was never going to talk again: อนาคตที่มองจากอดีต
was going to + คำกริยา ใช้มองไปข้างหน้าจากช่วงเวลาหนึ่งในอดีต เมื่อเติม never และ again แล้ว was never going to talk again หมายความว่า ณ เวลานั้น ผู้พูดเชื่อว่าตนจะไม่ได้พูดอีกเลย ในความทรงจำนี้ วลีดังกล่าวถ่ายทอดความเชื่อที่สิ้นหวังของผู้พูดในตอนนั้น ไม่ใช่แผนในปัจจุบัน และตัวประโยคเองก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าหลังจากนั้นผู้พูดไม่เคยพูดอีกจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในเรื่องที่เล่าด้วยอดีตกาล I was never going to see it again หมายความว่าอย่างไร?
- ในช่วงเวลานั้นของอดีต ฉันเชื่อว่าฉันจะไม่ได้เห็นมันอีกเลย
- ตอนนี้ฉันกำลังตัดสินใจว่าจะไม่เห็นมันอีก
- หลังจากนั้นฉันไม่ได้เห็นมันอีกอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
ในช่วงเวลานั้นของอดีต ฉันเชื่อว่าฉันจะไม่ได้เห็นมันอีกเลย
I'm not going to ...: การตัดสินใจที่หนักแน่นหรือการปฏิเสธ
ในประโยคนี้ I'm not going to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงการตัดสินใจในตอนนี้ของผู้พูดว่าจะไม่ทำบางอย่าง ผู้พูดกำลังปฏิเสธที่จะเอ่ยชื่ออีกฝ่าย ไม่ได้คาดการณ์อนาคตอย่างเป็นกลาง Be going to ใช้บอกเจตนาได้เช่นเดียวกับการคาดการณ์ ในโครงสร้างปฏิเสธ ประธาน + be + not going to + กริยารูปพื้นฐาน การตัดสินใจมักฟังดูเหมือนถูกกำหนดไว้แล้ว I won't ก็ใช้ปฏิเสธได้ แต่ I'm not going to เน้นแผนหรือเจตนาในปัจจุบันของผู้พูดชัดกว่า
แบบฝึกหัด
ใช้รูปปฏิเสธของ be going to เพื่อเติมการตัดสินใจที่หนักแน่นนี้ให้สมบูรณ์: I've made my decision: I ____ share my password.
ดูคำตอบ
am not going to
do you some good: บอกว่าบางสิ่งจะช่วยได้
Do someone some good เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงการเป็นประโยชน์ต่อใครบางคน หรือช่วยให้ความรู้สึกหรือพฤติกรรมของคนนั้นดีขึ้น ในที่นี้ do ไม่ได้หมายถึงการทำงานบางอย่างให้ใคร แต่หมายถึงการก่อให้เกิดผลที่เป็นประโยชน์ ใน will do you some good คำว่า will แสดงประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น you คือผู้ที่ได้รับผล และ some good บอกว่ามีประโยชน์จริงโดยไม่รับรองผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ ในประโยคนี้ผู้พูดนำเสนอข้อจำกัดที่ไม่น่าพอใจว่าเป็นสิ่งที่อาจช่วยผู้ฟังได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวน do someone some good: Some fresh air will ____.
ดูคำตอบ
do you some good
All holiday you've been mean to your little brother. ไวยากรณ์
1:39ตลอดวันหยุดลูกใจร้ายกับน้องชายมากเลยนะ
All holiday you've been mean: ใช้ present perfect กับช่วงเวลาที่ยังต่อเนื่องถึงปัจจุบัน
All holiday บอกช่วงเวลาตั้งแต่วันหยุดเริ่มต้นจนถึงตอนนี้ ส่วน you've been mean ใช้ present perfect คือ have been เพื่อสรุปพฤติกรรมที่ไม่ดีซึ่งเกิดอย่างต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำตลอดช่วงนั้น ประโยคนี้ไม่ได้พูดถึงการกระทำที่ใจร้ายเพียงครั้งเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ all + ช่วงเวลา + have/has been ... เมื่อช่วงเวลานั้นยังรวมถึงปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
วันหยุดยังไม่จบ เติมประโยคด้วย present perfect: All holiday, you ____ mean to your cousin.
ดูคำตอบ
have been
my turn now: บอกว่าตอนนี้ถึงตาของตัวเอง
My turn เป็นวลีนามตายตัวที่ใช้เมื่อหลายคนทำบางอย่างตามลำดับ ใน It's my turn now คำว่า turn หมายถึงโอกาสหรือลำดับของผู้พูด ไม่ได้หมายถึงการเลี้ยวหรือเปลี่ยนทิศทาง Now เน้นว่าตาของคนก่อนหน้าสิ้นสุดแล้ว และตาของผู้พูดได้เริ่มขึ้นแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวสำหรับเกมที่ทุกคนทำตามลำดับ: You went first, so now ____.
ดูคำตอบ
it's my turn
This is a chance for you to have a good think about it. โน้ต
1:50นี่เป็นโอกาสให้ลูกได้ลองทบทวนดูให้ดีนะ
This is a chance for you to ...: การให้โอกาสใครบางคนทำบางอย่าง
ในโครงสร้าง This is a chance for you to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำว่า chance หมายถึงโอกาส ไม่ใช่ความน่าจะเป็นที่บางอย่างจะเกิดขึ้น for you ระบุผู้ที่ได้รับโอกาส ส่วนกริยา infinitive ที่มี to ระบุสิ่งที่ทำได้ โครงสร้างนี้ยังใช้เสนอให้มองกิจกรรมที่จัดไว้หรือสถานการณ์ที่ไม่น่าพอใจว่าเป็นช่วงเวลาที่มีประโยชน์สำหรับทำบางอย่างได้ การนำเสนอในแง่บวกเช่นนี้อาจเป็นการให้กำลังใจอย่างจริงใจ หรือเป็นวิธีอธิบายจุดประสงค์ของผลที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายที่ถูกต้องเพื่อแสดงว่าโอกาสนี้เป็นของ you: This is ____ ask questions before the meeting ends.
ดูคำตอบ
a chance for you to
have a good think about it: พิจารณาอย่างรอบคอบในภาษาอังกฤษแบบบริติช
Have a good think about it หมายถึงใช้เวลาพิจารณาเรื่องนั้นอย่างรอบคอบ ในที่นี้ think เป็นคำนามนับได้ที่อยู่หลัง have และ a good ไม่ใช่คำกริยาหลัก Good เพิ่มความหมายของการคิดอย่างเต็มที่และไม่เร่งรีบ วลีนี้มักใช้แนะนำว่าอย่าเพิ่งตอบทันที และอาจมีน้ำเสียงกระตุ้นเบา ๆ ให้ทบทวน
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสนทนาแบบบริติชให้สมบูรณ์: Before you decide, have a good ____ about the offer.
ดูคำตอบ
think
Not about X, but about Y: การแก้จุดสนใจ
ในที่นี้ Not about her perm ปฏิเสธการตีความแรกว่า Nana พูดถูกเกี่ยวกับเรื่องใด ส่วน but about me บอกจุดสนใจที่แท้จริงว่า Nana พูดถูกเกี่ยวกับผู้พูด มีการละคำที่เข้าใจได้อยู่แล้วจากประโยคก่อนหน้า ความหมายเต็มจึงใกล้เคียงกับ She was right—not about her perm, but about me. Not about X, but about Y ใช้จัดข้อมูลโดยตัดจุดสนใจที่เข้าใจผิดออก แล้วแทนด้วยจุดสนใจที่ต้องการสื่อ ไม่ใช่ประโยคปฏิเสธที่สมบูรณ์และไม่เกี่ยวข้องกับข้อความก่อนหน้า แต่ต้องอาศัยแนวคิดหรือถ้อยคำที่เพิ่งกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยประโยค Not about her perm, but about me.?
- แก้จุดสนใจที่อาจทำให้เข้าใจผิดจากประโยคก่อนหน้า
- เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับประโยคก่อนหน้า
- บอกว่าผมดัดเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด
ดูคำตอบ
แก้จุดสนใจที่อาจทำให้เข้าใจผิดจากประโยคก่อนหน้า
I hadn't been a very good brother to Stripe. ไวยากรณ์
1:57ฉันไม่ค่อยเป็นพี่ชายที่ดีของ Stripe เท่าไหร่
hadn't been a very good brother: past perfect รูปปฏิเสธ
Hadn't been เป็นรูปย่อของ had not been และเป็น past perfect รูปปฏิเสธ ผู้พูดมองย้อนกลับจากจุดหนึ่งที่เกิดขึ้นภายหลังในอดีต แล้วประเมินช่วงเวลาก่อนหน้านั้นว่า จนถึงเวลานั้นเขายังไม่ได้ทำหน้าที่เป็นพี่ชายที่ดีของ Stripe Past perfect เพิ่มความสัมพันธ์ของเวลาอีกชั้นหนึ่ง Wasn't a very good brother เพียงบรรยายสภาพในอดีตโดยตรง แต่ hadn't been แสดงว่าสภาพนั้นเกิดก่อนอีกช่วงเวลาหนึ่งในอดีตของเรื่อง A good brother to someone หมายถึงการใส่ใจและสนับสนุนคนนั้น ไม่ใช่เพียงมีสถานะเป็นพี่น้องกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคสะท้อนความคิดนี้ด้วย past perfect รูปปฏิเสธ: By the time I apologised, I realised I ____ a very supportive friend.
ดูคำตอบ
hadn't been
deserved to be cursed: deserve + to be + กริยาช่อง 3
ใน deserved to be cursed คำว่า deserve ตามด้วย infinitive รูปถูกกระทำ to be cursed โดย I เป็นฝ่ายที่ถูกสาป ไม่ใช่ฝ่ายที่สาปคนอื่น deserve เพิ่มการตัดสินว่าผลนั้นยุติธรรมหรือสมควรได้รับ ในที่นี้ผู้พูดกำลังประเมินพฤติกรรมในอดีตของตนเองและยอมรับผิด หมายถึงผู้พูดคิดว่าการถูกสาปเป็นผลที่ตนสมควรได้รับ ไม่ใช่คำตัดสินที่เป็นกลางหรือทางกฎหมาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย infinitive รูปถูกกระทำหลัง deserve: After hiding the truth, I deserved ____ criticized.
ดูคำตอบ
to be