ออกกำลังกาย 🏋️ | ตอนใหม่ล่าสุด - ซีซั่น 3 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
228 คำ 177 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ในวันทำงานวันแรก พนักงานใหม่ถูกเพื่อนร่วมงานที่กระตือรือร้นเกินไปพาเดินชมสำนักงาน ตั้งแต่ลิฟต์เก่า เก้าอี้หมุน โรงอาหาร ไปจนถึงโต๊ะปิงปอง ขณะที่เธอพยายามจะเริ่มทำงานหลายครั้งและกังวลว่าเจ้านายจะมาเห็นตอนที่ไม่ได้ทำหน้าที่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. show you around — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจสำนวนที่ใช้บ่อยนี้ว่าเป็นการเสนอพาใครสักคนเดินชมสถานที่ที่ยังไม่คุ้นเคย พร้อมแนะนำบริเวณสำคัญต่าง ๆ ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ต้อนรับคนใหม่ในสำนักงาน โรงเรียน บ้าน หรือเมือง และเสนอความช่วยเหลืออย่างเป็นมิตรโดยไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าถูกบังคับ 2. should be getting to work. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้ว่า should เมื่อใช้กับรูปกำลังกระทำ สื่อว่าหน้าที่นั้นควรเริ่มดำเนินอยู่แล้วในตอนนี้ ในฉากนี้พนักงานใหม่ใช้เพื่อพยายามจบการพาชมอย่างสุภาพและบอกว่าตนต้องเริ่มทำงาน โดยไม่ตำหนิเพื่อนร่วมงานตรง ๆ หรือตัดบทสนทนาอย่างห้วนเกินไป 3. What if the boss catches me? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: มองเห็นว่า What if...? เป็นรูปแบบธรรมชาติสำหรับยกผลลัพธ์ที่อาจไม่ดีขึ้นมาและแสดงความกังวล ในบริบทที่ทำงาน catches me หมายถึงเจ้านายพบว่าเธอกำลังละเลยหน้าที่ ไม่ได้หมายถึงจับตัวจริง ๆ รูปแบบนี้จึงใช้บอกข้อกังวลก่อนตอบรับคำชวนที่อาจมีความเสี่ยงได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Okay, I can make this work. วลี

0:00

โอเค ฉันทำได้

วลี

make this work: หาทางทำให้สำเร็จ

Make this work หมายถึง “หาทางทำให้สถานการณ์หรือแผนที่กำลังพูดถึงดำเนินไปได้สำเร็จ” ในที่นี้ work เป็นคำกริยาที่แปลว่า “ใช้การได้ สำเร็จ หรือได้ผล” ไม่ใช่คำนามที่แปลว่า “งาน” โครงสร้าง make + something + work ใช้บอกการปรับเปลี่ยนหรือแก้ปัญหาเพื่อให้บางอย่างดำเนินต่อไปได้ โดยเฉพาะเมื่อเงื่อนไขไม่สมบูรณ์แบบ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The schedule changed, but I can make this work” คำว่า “make this work” หมายความว่าอะไร

  1. สร้างงานใหม่ขึ้นมา
  2. หาทางทำให้สถานการณ์สำเร็จ
  3. หยุดพยายามเปลี่ยนสถานการณ์
ดูคำตอบ

หาทางทำให้สถานการณ์สำเร็จ

Hey hey, hold the door. วลี

0:04

เฮ้ๆ จับประตูไว้หน่อย

วลี

hold the door: ช่วยเปิดประตูค้างไว้ให้คนอื่น

Hold the door หมายถึง “ช่วยให้ประตูเปิดค้างไว้ชั่วครู่เพื่อให้คนเดินผ่าน” hold ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงยกหรือถือประตู แต่หมายถึงกันไม่ให้ประตูปิด

แบบฝึกหัด

ประตูกำลังจะปิดก่อนที่คุณจะเดินไปถึง คำขอสุภาพข้อใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Could you lock the door, please?
  2. Could you close the door, please?
  3. Could you hold the door, please?
ดูคำตอบ

Could you hold the door, please?

Oh yes, there you go. วลี

0:05

โอ้ ได้สิ เชิญเลย

วลี

there you go: บอกว่าการช่วยเหลือเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ในประโยคนี้ there you go ไม่ได้ใช้บอกทิศทาง แต่ใช้บอกว่าการกระทำเล็ก ๆ หรือการช่วยเหลือเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีความหมายประมาณว่า เรียบร้อย หรือ เสร็จแล้ว มักใช้ปิดจังหวะการสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติหลังจากยื่นของให้ ซ่อมบางอย่างให้ เปิดทางให้อีกฝ่าย หรือเห็นว่าอีกฝ่ายทำสำเร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานปรับเก้าอี้ให้คุณเสร็จแล้วพูดว่า There you go. วลีนี้ทำหน้าที่อะไรในสถานการณ์นี้?

  1. บอกว่าเก้าอี้หายไปแล้ว
  2. แสดงว่าการช่วยเหลือนั้นเสร็จแล้ว
  3. บอกให้คุณไปอีกสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

แสดงว่าการช่วยเหลือนั้นเสร็จแล้ว

Thanks.

0:07

ขอบใจนะ

Ooh, I haven't seen you around. น้ำเสียง/เจตนา

0:08

โอ้ ไม่เคยเห็นหน้าเธอเลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I haven't seen you around: การเริ่มบทสนทนาอย่างสุภาพ

I haven't seen you around หมายความว่าผู้พูดยังไม่เคยเห็นอีกฝ่ายในสถานที่ที่ทั้งคู่ใช้ร่วมกันมาก่อน ในที่นี้ around หมายถึงในสถานที่หรือสภาพแวดล้อมทางสังคมนี้ ไม่ได้หมายถึงวนเป็นวงกลมรอบใคร การพูดในรูปของข้อสังเกตช่วยให้ผู้พูดเริ่มบทสนทนาและบอกเป็นนัยอย่างสุภาพว่าอีกฝ่ายอาจเป็นคนใหม่ โดยไม่ถามตรง ๆ ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

แบบฝึกหัด

ในที่ทำงาน มีคนพูดว่า I haven't seen you around. คนพูดน่าจะต้องการสื่ออะไรมากที่สุด?

  1. พวกเขามองไม่เห็นสิ่งของที่อยู่รอบตัวคุณ
  2. พวกเขาไม่ได้พบเพื่อนเก่าเมื่อเร็ว ๆ นี้
  3. พวกเขาไม่เคยเห็นคุณในสถานที่ร่วมกันนี้มาก่อน
ดูคำตอบ

พวกเขาไม่เคยเห็นคุณในสถานที่ร่วมกันนี้มาก่อน

Are you new?

0:09

เธอเป็นเด็กใหม่เหรอ?

Yeah, this is my first day. วลี

0:10

ใช่ วันนี้วันแรกของฉันเลย

วลี

my first day: วันแรกในสภาพแวดล้อมใหม่

my first day หมายถึงวันแรกที่ผู้พูดเริ่มงาน เริ่มเรียน เริ่มหลักสูตร หรือเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ ในประโยคนี้รู้กันอยู่แล้วว่าหมายถึงที่ทำงาน จึงไม่ต้องเติม at work ใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของ เช่น my, your หรือ her เพื่อบอกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของใคร ถ้าบริบทยังไม่ชัด ให้เติม at ตามด้วยสถานที่หรือสถาบัน หรือ as ตามด้วยบทบาท เช่น my first day at college; her first day as manager

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งเริ่มทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในวันนี้ ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าเวลาของคุณที่นั่นเพิ่งเริ่มต้น?

  1. Today is my first day at the company.
  2. Today is my last day at the company.
  3. Today is my second day at the company.
ดูคำตอบ

Today is my first day at the company.

Oh, well, I could show you around if you like. โน้ต

0:12

โอ้ งั้นเดี๋ยวฉันพาเดินดูรอบๆ เอาไหมล่ะ

วลี

show you around: พาใครสักคนเดินชมสถานที่

show someone around หมายถึงพาใครสักคนเดินดูส่วนต่าง ๆ ของสถานที่เพื่อให้เขาคุ้นเคยกับบริเวณนั้น around หมายถึงพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ไม่ได้หมายถึงการเดินเป็นวงกลม รูปแบบปกติคือ show + คน + around และอาจเติมสถานที่ไว้ข้างหลัง เช่น show her around; show them around the building ในคำบรรยาย you คือคนที่ได้รับการพาเดินชม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ show ... around และสรรพนาม her: Maya is new to the building, so I'll ____ before the meeting.

ดูคำตอบ

show her around

น้ำเสียง/เจตนา

if you like: ทำให้ข้อเสนอเป็นทางเลือก

เมื่อวาง if you like ไว้ท้ายข้อเสนอ จะหมายถึง “ถ้าคุณต้องการ” หรือ “ถ้าคุณสะดวก” ทำให้ผู้ฟังมีอิสระที่จะรับหรือปฏิเสธข้อเสนอ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ข้อเสนอ I could show you around ฟังนุ่มนวลขึ้น like ในการใช้แบบนี้ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” แต่อนุประโยคทั้งหมดใช้ขยายข้อเสนอที่กล่าวมาก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ผู้พูดสื่ออะไรด้วย “if you like” ในประโยค “I can carry that box for you if you like”?

  1. ผู้ฟังจำเป็นต้องถือกล่องใบนั้น
  2. ข้อเสนอนี้เป็นทางเลือก และผู้ฟังจะรับหรือปฏิเสธก็ได้
  3. ผู้พูดต้องการรู้ว่าผู้ฟังชอบกล่องหรือไม่
ดูคำตอบ

ข้อเสนอนี้เป็นทางเลือก และผู้ฟังจะรับหรือปฏิเสธก็ได้

I've worked here for ages. การใช้คำ

0:15

ฉันทำงานที่นี่มานานแล้ว

การใช้คำ

for ages: วิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่า “เป็นเวลานานมาก”

ใน for ages คำว่า ages เป็นการพูดเกินจริงอย่างตั้งใจ หมายถึง “เป็นเวลานานมาก” ไม่ได้หมายถึงการนับยุคทางประวัติศาสตร์ตามตัวอักษร วลีนี้เป็นภาษาสนทนาที่แสดงความรู้สึกส่วนตัวว่าผู้พูดรู้สึกว่าเวลานั้นยาวนาน เมื่อใช้กับ I've worked วลี for ages ระบุช่วงเวลาที่เริ่มต้นในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใน “We've been waiting for ages” คำว่า “for ages” หมายความว่าอะไร

  1. เป็นเวลานานมาก
  2. ในช่วงอายุที่แตกต่างกันหลายช่วง
  3. เป็นเวลาหลายยุคทางประวัติศาสตร์แบบแน่นอน
ดูคำตอบ

เป็นเวลานานมาก

Oh, thanks.

0:17

โอ้ ขอบใจนะ

It's a pretty boring job. การใช้คำ

0:18

เป็นงานที่น่าเบื่อมากเลยล่ะ

การใช้คำ

pretty boring: pretty ในฐานะคำวิเศษณ์บอกระดับ

ใน pretty boring คำว่า pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” โดยขยายคำคุณศัพท์ boring ดังนั้นผู้พูดจึงมองว่างานนี้น่าเบื่อพอสมควร ในที่นี้ pretty ไม่ได้แปลว่า “สวย” รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ pretty + คำคุณศัพท์ ในภาษาอังกฤษทั่วไป รูปแบบนี้บอกระดับที่ชัดเจนแต่ปกติไม่ถึงขั้นสุด ความแรงที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท เช่น pretty easy, pretty cold, pretty serious

แบบฝึกหัด

pretty หมายถึงอะไรใน “The room is pretty cold”?

  1. ค่อนข้างหรือทีเดียว
  2. สวย
  3. เพียงเล็กน้อยมาก
ดูคำตอบ

ค่อนข้างหรือทีเดียว

This is the lift. การใช้คำ

0:20

นี่คือลิฟต์

การใช้คำ

lift: คำนามในภาษาอังกฤษแบบบริเตนที่หมายถึง elevator

ใน This is the lift คำว่า lift เป็นคำนามนับได้ หมายถึงเครื่องที่พาคนขึ้นลงระหว่างชั้นในอาคาร ประโยคนี้ใช้ชี้บอกสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าว ในที่นี้ lift ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ยกขึ้น” การใช้เป็นคำนามแบบนี้เป็นมาตรฐานในภาษาอังกฤษแบบบริเตน

แบบฝึกหัด

เติมคำนามที่ใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริเตนและหมายถึง “ลิฟต์” ให้สมบูรณ์: The ____ is next to the stairs.

ดูคำตอบ

lift

You push this button.

0:21

เธอกดปุ่มนี้นะ

So then push what floor you want.

0:24

แล้วก็กดเลือกชั้นที่อยากไปเลย

This floor's just some um people and stuff. การใช้คำ

0:28

ชั้นนี้ก็มีแค่ อืม พวกคนแล้วก็ของน่ะ

การใช้คำ

and stuff: การจบรายการแบบคลุมเครือ

ในที่นี้ and stuff เป็นสำนวนภาษาพูดที่ใช้จบรายการแบบสบาย ๆ และหมายถึง “รวมถึงอย่างอื่นที่คล้ายกัน” รายละเอียดบางส่วนจึงไม่ได้ถูกระบุ และผู้ฟังไม่ควรคาดหวังข้อมูลที่แน่นอน เมื่อนำไปวางหลัง people คำอธิบายจะยิ่งฟังดูกว้างและไม่ใส่ใจ ผู้พูดรวมคนเข้ากับ stuff ที่ไม่ได้ระบุ แทนที่จะอธิบายอย่างละเอียดว่าใครหรืออะไรอยู่บนชั้นนี้

แบบฝึกหัด

ใน “We discussed deadlines, costs, and stuff,” คำว่า and stuff ทำหน้าที่อะไร

  1. รวมเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้อย่างคลุมเครือ
  2. ให้รายการที่ครบถ้วนและแม่นยำ
  3. หมายความว่ากำลังพูดถึงเฉพาะสิ่งของที่จับต้องได้
ดูคำตอบ

รวมเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้อย่างคลุมเครือ

The top floor's the best.

0:31

ชั้นบนสุดนี่แหละดีที่สุดเลย

Hi.

0:34

หวัดดี

Can I try?

0:36

ฉันลองทำได้ไหม?

Yeah, but the lift's a bit slow with two people. วลี

0:37

ได้สิ แต่ลิฟต์มันจะช้าหน่อยนะถ้ามีสองคน

วลี

a bit slow: การทำให้คำบรรยายเชิงลบฟังนุ่มนวลลง

A bit ที่อยู่หน้าคำคุณศัพท์ slow หมายถึง “เล็กน้อย” ดังนั้น a bit slow จึงบอกว่าช้าในระดับไม่มาก ในที่นี้เป็นการบอกระดับ ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนที่จับต้องได้ สำนวนนี้ยังช่วยลดความแรงของคำวิจารณ์ด้วย The lift is slow ฟังดูตรงกว่า ส่วน The lift is a bit slow ฟังดูนุ่มนวลและไม่ฟันธงมากนัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย a bit + คำคุณศัพท์ noisy เพื่อให้คำบ่นฟังนุ่มนวลขึ้น: The café is ____ for a phone call.

ดูคำตอบ

a bit noisy

It's very old.

0:40

มันเก่ามากแล้วล่ะ

Top floor.

0:42

ชั้นบนสุด

Hi everyone.

0:45

หวัดดีทุกคน

This is Larn.

0:46

นี่ลาร์นนะ

She's new.

0:47

เธอเป็นเด็กใหม่

I'm showing her around...

0:48

ฉันกำลังพาเธอเดินดูรอบๆ...

Let's take the stairs. วลี

0:51

ขึ้นบันไดกันเถอะ

วลี

take the stairs: เลือกบันไดเป็นเส้นทาง

ในประโยคนี้ take the stairs หมายถึงใช้บันไดหรือเลือกบันไดเป็นเส้นทาง ไม่ได้หมายถึงยกหรือขนบันไดจริง ๆ โครงสร้าง take + เส้นทางหรือพาหนะ แสดงการเลือกว่าจะเดินทางไปที่ใดด้วยวิธีไหน เช่น take the bus หรือ take a taxi

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่มี take และหมายถึงเลือกบันไดเป็นเส้นทาง: The lift is broken, so let's ____.

ดูคำตอบ

take the stairs

So, this is your chair.

0:56

เอาล่ะ นี่เก้าอี้ของเธอนะ

Hop on, I'll show you how it works. โน้ต

0:59

ขึ้นมานั่งสิ เดี๋ยวฉันสอนวิธีใช้ให้

กริยาวลี

Hop on: คำชวนแบบร่าเริงและเป็นกันเองให้ขึ้นไป

Hop on เป็นคำชวนหรือคำสั่งแบบสบาย ๆ และไม่เป็นทางการ หมายถึงขึ้นไปบนสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือประจำที่อยู่บนนั้น ในที่นี้ผู้ฟังถูกชวนให้ขึ้นไปนั่งบนที่นั่งหรืออุปกรณ์ เพื่อให้ผู้พูดสาธิตวิธีใช้งาน Hop มักหมายถึงกระโดดเบา ๆ แต่ hop on ในความหมายนี้ไม่จำเป็นต้องกระโดดจริง เมื่อเทียบกับ get on แล้ว จะให้โทนที่ฉับไว เป็นมิตร และขี้เล่นกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสองคำที่มี hop เพื่อชวนให้ขึ้นพาหนะอย่างร่าเริงและเป็นกันเอง: The bus is here. ____!

ดูคำตอบ

Hop on

ไวยากรณ์

how it works: ลำดับคำในอนุประโยค how ที่ฝังอยู่

ในประโยคนี้ how it works เป็นอนุประโยค how ที่ฝังอยู่ในประโยคใหญ่ โดยบอกข้อมูลที่ผู้พูดจะแสดงให้ดู นั่นคือเก้าอี้ทำงานอย่างไร เมื่ออนุประโยคนี้อยู่ในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how + it + works รูปแบบเดียวกันนี้ใช้หลังคำกริยาอย่าง show, tell, explain และ understand ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค how ที่ฝังอยู่ได้ถูกต้อง

  1. Can you explain how works it?
  2. Can you explain how it works?
  3. Can you explain how does it work?
ดูคำตอบ

Can you explain how it works?

You push this lever and it goes lower.

1:01

เธอกดคันโยกนี้แล้วมันก็จะต่ำลง

And you push it again for higher.

1:05

แล้วก็กดอีกครั้งเพื่อปรับให้สูงขึ้น

And when I get bored, I spin. ไวยากรณ์

1:13

แล้วพอเบื่อ ฉันก็จะหมุนๆ แบบนี้

ไวยากรณ์

get bored: get + คำคุณศัพท์เพื่อบอกการเปลี่ยนสภาวะ

ในที่นี้ get bored หมายถึงเริ่มรู้สึกเบื่อหรือเข้าสู่ภาวะที่เบื่อ โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์มักบอกการเปลี่ยนเข้าสู่ภาวะตามคำคุณศัพท์นั้น โดย get ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” โครงสร้างนี้นำไปใช้กับคำอื่นได้ เช่น get tired, get angry และ get ready ซึ่งล้วนบอกการเข้าสู่ภาวะใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Mia เริ่มรู้สึกเบื่อเมื่อต้องรอนาน?

  1. Mia is boring during long waits.
  2. Mia gets bored during long waits.
  3. Mia gets boredom during long waits.
ดูคำตอบ

Mia gets bored during long waits.

Come on, I'll show you the cafeteria. น้ำเสียง/เจตนา

1:18

มาสิ ฉันจะพาไปดูโรงอาหาร

น้ำเสียง/เจตนา

Come on ที่ใช้กระตุ้นให้อีกฝ่ายเคลื่อนไป

ในที่นี้ Come on เป็นคำพูดที่ใช้กระตุ้นให้ลงมือทำ มีความหมายใกล้กับ “ไปกันเถอะ” หรือ “ตามมา” ผู้พูดกำลังชวนให้อีกฝ่ายไปสู่ขั้นตอนถัดไป ไม่ได้เพียงสั่งให้เดินเข้ามาหาผู้พูด ในบริบทอื่น วลีนี้อาจใช้ให้กำลังใจ โน้มน้าว หรือแสดงความไม่อดทนก็ได้ คำที่ตามมาว่า “I'll show you the cafeteria” ทำให้รู้ว่าในที่นี้เป็นการชวนให้อีกฝ่ายตามไปอย่างเป็นมิตร

แบบฝึกหัด

ใน “Come on, I'll show you the cafeteria.” คำว่า Come on ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. บอกว่าโรงอาหารถูกต้อง
  2. กระตุ้นให้อีกฝ่ายตามไปและทำต่อ
  3. บอกว่าอีกฝ่ายกำลังเดินเข้ามา
ดูคำตอบ

กระตุ้นให้อีกฝ่ายตามไปและทำต่อ

Ah.

1:20

อา

All right, this is the cafeteria. ลำดับความ

1:24

เอาล่ะ นี่คือโรงอาหาร

ลำดับความ

All right ที่ใช้เปลี่ยนไปสู่ขั้นตอนถัดไป

All right ที่ต้นประโยคนี้บอกว่าผู้พูดกำลังเข้าสู่ส่วนถัดไปของการพาชม นั่นคือการแนะนำโรงอาหาร ช่วยให้ผู้ฟังตามลำดับของคำอธิบายได้ นี่เป็นการใช้ในฐานะคำเชื่อมการพูด คล้ายกับ “เอาละ ต่อไป...” ไม่ได้เป็นการตัดสินว่าบางสิ่งถูกต้อง และไม่จำเป็นต้องแสดงความเห็นด้วย

แบบฝึกหัด

All right ทำหน้าที่อะไรใน “All right, this is our final stop”

  1. บอกการเปลี่ยนช่วงและเริ่มส่วนถัดไปของการพาชม
  2. ยืนยันว่าจุดแวะทุกแห่งถูกต้อง
  3. ขอให้กลุ่มอนุมัติจุดแวะสุดท้าย
ดูคำตอบ

บอกการเปลี่ยนช่วงและเริ่มส่วนถัดไปของการพาชม

Do you want the sushi roll?

1:27

เธออยากกินซูชิโรลไหม?

Well, I really think I should be getting to work. น้ำเสียง/เจตนา

1:29

คือว่า ฉันคิดว่าฉันน่าจะไปเริ่มทำงานได้แล้วนะ

น้ำเสียง/เจตนา

should be getting to work: การเตือนตัวเองอย่างนุ่มนวล

ในที่นี้ I should be getting to work หมายถึงถึงเวลาที่ผู้พูดควรเริ่มทำงานแล้ว get to work หมายถึงเริ่มลงมือทำงาน ไม่ใช่เดินทางไปยังสถานที่ทำงาน I really think I should... ทำให้การเปลี่ยนกลับไปทำงานดูเป็นความรับผิดชอบของผู้พูดเอง รูป should be getting ทำให้การเปลี่ยนกิจกรรมฟังไม่ห้วนเกินไป ดังนั้นประโยคนี้จึงใช้ส่งสัญญาณอย่างสุภาพได้ว่าควรจบบทสนทนาแล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยค I should be getting to work คำว่า getting to work หมายถึงอะไร

  1. เดินทางไปสถานที่ทำงาน
  2. เริ่มทำภารกิจการงาน
  3. ได้รับข้อเสนองาน
ดูคำตอบ

เริ่มทำภารกิจการงาน

You want soy sauce? ไวยากรณ์

1:37

อยากได้โชยุไหม?

ไวยากรณ์

You want...?: คำถามแบบกันเองที่ละ do

You want soy sauce? เป็นรูปภาษาพูดแบบกันเองของ Do you want soy sauce? โดยละกริยาช่วย do ที่ต้นประโยค แต่บริบทและวิธีพูดยังคงบอกว่าเป็นคำถาม ผู้พูดใช้รูปสั้นนี้เพื่อเสนอของอย่างรวดเร็วหรือเช็กว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร นี่เป็นการละคำในภาษาสนทนา ไม่ใช่โครงสร้างมาตรฐานที่ควรนำไปใช้ในงานเขียนทางการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นรูปมาตรฐานเต็มของ You want soy sauce?

  1. Do you want soy sauce?
  2. Did you want soy sauce?
  3. Would you like soy sauce?
ดูคำตอบ

Do you want soy sauce?

Yeah, please.

1:38

อืม รบกวนด้วยนะ

No.

1:39

ไม่เอา

Dip and dip.

1:40

จุ่มๆ ชุบๆ

Here you go. วลี

1:42

นี่จ้ะ

วลี

Here you go. เมื่อตอนยื่นของให้

Here you go. เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ขณะยื่นของให้ใคร หรือมอบสิ่งที่อีกฝ่ายขอ ในประโยคนี้มีความหมายว่า “นี่ครับ/ค่ะ” หรือ “ของที่ขออยู่นี่แล้ว” ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นการกระทำทางสังคมหนึ่งอย่าง แม้จะมีคำว่า here และ go แต่ไม่ได้เป็นคำสั่งให้อีกฝ่ายไปยังสถานที่นี้

แบบฝึกหัด

คุณยื่นแซนด์วิชที่ลูกค้าสั่งให้ลูกค้า ควรพูดประโยคใดจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. You go here.
  2. Here you go.
  3. Here you walk.
ดูคำตอบ

Here you go.

Well, thanks for showing me around. วลี

1:46

เอาล่ะ ขอบใจนะที่พาเดินดูรอบๆ

วลี

thanks for showing me around: ขอบคุณด้วย thanks for + -ing

โครงสร้าง Thanks for + -ing ใช้ระบุการกระทำที่ผู้พูดรู้สึกขอบคุณ เพราะ for เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามมาจึงใช้รูป -ing โดยพูดว่า thanks for showing ไม่ใช่ thanks for show Show someone around หมายถึงพาใครเดินชมสถานที่ เพื่อให้เขาได้เห็นและคุ้นเคยกับสถานที่นั้น ดังนั้น thanks for showing me around จึงเป็นการขอบคุณอีกฝ่ายที่พาผู้พูดเดินชม

แบบฝึกหัด

ใช้ show ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมโครงสร้าง thanks for + -ing ให้สมบูรณ์: Thanks ____ me around the office.

ดูคำตอบ

for showing

I'm going to start work now.

1:48

ฉันจะไปเริ่มทำงานแล้วล่ะ

Hang on, you haven't seen the ping-pong table. กริยาวลี

1:50

เดี๋ยวก่อน เธอยังไม่เห็นโต๊ะปิงปองเลยนะ

กริยาวลี

Hang on: ขอให้อีกฝ่ายรอสักครู่

ในที่นี้ Hang on หมายถึง “รอสักครู่” หรือ “อย่าเพิ่งไป” ใช้หยุดการกระทำของอีกฝ่ายชั่วครู่เพื่อให้ผู้พูดพูดอะไรเพิ่ม ในความหมายนี้ให้เข้าใจ hang on เป็นสำนวนพูดหนึ่งชุด ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษรของกริยา hang ที่หมายถึงแขวนสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “รอสักครู่”: ____, I need to tell you one more thing.

ดูคำตอบ

Hang on

Uh, I think I'm meant to be doing my job. ไวยากรณ์

1:52

เออ ฉันคิดว่าฉันควรจะไปทำงานของฉันนะ

ไวยากรณ์

I'm meant to be doing...: การกระทำที่ควรกำลังดำเนินอยู่

ใน I'm meant to be doing my job โครงสร้าง be meant to บอกว่าหน้าที่ กฎ หรือสิ่งที่กำหนดไว้คาดหมายให้เกิดการกระทำนั้นขึ้น เป็นการบอกว่าสิ่งใดควรกำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่ผู้พูดตั้งใจจะทำด้วยตนเอง รูปแบบ be meant to be + -ing แสดงการกระทำที่คาดหมายว่าเป็นสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันหรือในเวลาอ้างอิงอื่น ในที่นี้ผู้พูดควรเริ่มทำงานอยู่แล้ว ประโยคจึงชี้อย่างนุ่มนวลว่าหน้าที่กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงไม่ตรงกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ be meant to be doing เพื่อแสดงว่ากิจกรรมที่ได้รับมอบหมายควรกำลังดำเนินอยู่แล้ว: It is 10 a.m., and I ____ the front desk, but my train is delayed.

ดูคำตอบ

am meant to be covering

What if the boss catches me? ไวยากรณ์

1:55

ถ้าเกิดเจ้านายจับได้ล่ะ?

ไวยากรณ์

What if ... catches me?:กังวลว่าจะถูกจับได้

What if + ประโยค? ใช้ยกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นและทำให้ผู้พูดกังวล ในที่นี้ผู้พูดกำลังถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเจ้านายพบ ไม่ได้ถามอย่างเป็นกลางว่าเจ้านายจะปรากฏตัวหรือไม่ ในบริบทนี้ catch someone หมายถึงพบหรือเห็นใครกำลังทำสิ่งที่ไม่ควรทำ ดังนั้น catches me จึงสื่อถึงการถูกจับได้ขณะฝ่าฝืนกฎหรือหลบเลี่ยงงาน ไม่ใช่การถูกจับตัวทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

มีอาแอบดูโทรศัพท์ในชั้นเรียน ประโยคใดสื่อความกังวลว่าจะถูกจับได้ดีที่สุด?

  1. What if the teacher catches me using my phone?
  2. What if the teacher sees my phone?
  3. What if the teacher finds my phone?
ดูคำตอบ

What if the teacher catches me using my phone?

Don't worry, the boss loves ping-pong. น้ำเสียง/เจตนา

1:57

ไม่ต้องห่วง เจ้านายชอบปิงปองจะตาย

น้ำเสียง/เจตนา

Don't worry:การพูดปลอบใจ

Don't worry เป็นวิธีพูดปลอบใจใครบางคนอย่างตรงไปตรงมาและใช้กันทั่วไป ไม่ได้เป็นคำสั่งตามตัวอักษรให้คนนั้นหยุดคิด แต่มีหน้าที่ทางสังคมเพื่อลดความกังวลและบอกว่าสถานการณ์นี้จัดการได้ หลังจากนั้นมักตามด้วยเหตุผล คำสัญญา หรือวิธีแก้ปัญหา ในตัวอย่าง อนุประโยคที่สองให้เหตุผลว่าทำไมผู้พูดจึงคิดว่าไม่จำเป็นต้องกังวล

แบบฝึกหัด

เติมคำปลอบใจด้วยสำนวนที่เน้นไว้: ____, I saved a copy of the document.

ดูคำตอบ

Don't worry

Come on.

1:59

มาเถอะ

Hey.

2:00

เฮ้