จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณตัดฮิปโปแคมปัสออกไป? - Sam Kean: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
747 คำ 158 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เรื่องของ H.M. แสดงให้เห็นว่า การตัดฮิปโปแคมปัสช่วยให้อาการชักแทบหายไป แต่ทำให้เขาไม่สามารถสร้างความทรงจำใหม่ที่คงอยู่ได้นาน ต่อมาการทดลองของเบรนดา มิลเนอร์เผยว่า ความจำระยะสั้นกับระยะยาวใช้ระบบต่างกัน และความจำแบบบอกเล่าก็ต่างจากความจำเชิงทักษะ ซึ่งเปลี่ยนทิศทางการวิจัยความจำสมัยใหม่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. But this wasn't a scene from a horror film — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตวิธีที่ผู้บรรยายสร้างความคาดหมายอันน่ากลัวก่อน แล้วพลิกความเข้าใจด้วย But this wasn't... การเปลี่ยนจังหวะเช่นนี้ช่วยสร้างความระทึกและพาผู้ฟังจากบทเปิดที่น่าตื่นตะลึงไปสู่คำอธิบายเชิงข้อเท็จจริง 2. shed light on — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นการทำให้ประเด็นกระจ่างหรือให้หลักฐานที่ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น ไม่ใช่การส่องแสงตามตัวอักษร และใช้ได้เมื่ออธิบายว่าผลการค้นพบมีส่วนช่วยงานวิจัยหรือการตีความอย่างไร 3. even though he had no memory of previous attempts. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ even though เพื่อเชื่อมผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายกับข้อเท็จจริงที่ดูเหมือนขัดแย้งกัน ในที่นี้อนุประโยคยอมรับข้อเท็จจริงเน้นข้อสรุปสำคัญว่า H.M. ทำงานด้านการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น แม้จะจำการทดลองก่อนหน้าอย่างรู้ตัวไม่ได้เลย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

On September 1st, 1953,

0:06

ในวันที่ 1 กันยายน 1953

William Scoville used a hand crank and a cheap drill saw

0:09

William Scoville ใช้ข้อเหวี่ยงมือและเลื่อยเจาะราคาถูก

to bore into a young man's skull, การใช้คำ

0:13

เพื่อเจาะเข้าไปในกะโหลกศีรษะของชายหนุ่มคนหนึ่ง

การใช้คำ

to bore into: เจาะรูและทะลุเข้าไปข้างใน

ในที่นี้ bore เป็นคำกริยาที่บอกการกระทำทางกายภาพ หมายถึง “ทำรูหรือช่องทางด้วยการตัดเนื้อวัสดุออก” ใน to bore into a young man's skull คำว่า into แสดงการเคลื่อนจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน ไม่ได้หมายถึง “ทำให้ใครรู้สึกเบื่อ” โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ bore into + วัสดุหรือวัตถุแข็ง มักใช้บรรยายเครื่องมือหรือเครื่องจักรที่เจาะเข้าไปในหิน ไม้ กระดูก หรือวัสดุแข็งชนิดอื่น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The machine began to bore into the rock,” คำว่า bore into หมายถึงอะไร?

  1. เคลื่อนไปรอบพื้นผิวด้านนอกของหิน
  2. ทำรูด้วยการเจาะเข้าไปในหิน
  3. ทำให้ใครบางคนหมดความสนใจในหิน
ดูคำตอบ

ทำรูด้วยการเจาะเข้าไปในหิน

cutting away vital pieces of his brain กริยาวลี

0:15

ตัดชิ้นส่วนสำคัญในสมองของเขาออก

กริยาวลี

cutting away: ตัดเอาส่วนหนึ่งออก

Cutting away เป็นรูป -ing ของ cut away หมายถึงการตัดเอาส่วนหนึ่งของสิ่งใดสิ่งหนึ่งออก away เน้นผลลัพธ์ว่าเนื้อวัสดุที่ถูกตัดไม่ติดอยู่หรือไม่เหลืออยู่ในตำแหน่งเดิมแล้ว ในประโยคนี้ การกระทำดังกล่าวนำเนื้อเยื่อสมองบางส่วนออก ไม่ใช่เพียงทำให้เกิดช่องเปิด โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บรรยายการตัดไม้ที่เสียหาย กิ่งไม้แห้ง หรือผ้าส่วนเกินออกได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าไม้ที่ผุถูกตัดออกไป?

  1. The carpenter cut across the rotten wood.
  2. The carpenter cut away the rotten wood.
  3. The carpenter cut into the rotten wood.
ดูคำตอบ

The carpenter cut away the rotten wood.

and sucking them out through a metal tube. กริยาวลี

0:17

และดูดพวกมันออกมาผ่านท่อโลหะ

กริยาวลี

sucking them out: ใช้แรงดูดนำบางสิ่งออกมาจากข้างใน

ใน sucking them out คำว่า suck หมายถึงดึงด้วยแรงดูด ส่วน out บอกการเคลื่อนจากด้านในออกสู่ด้านนอก เมื่อรวมกัน suck something out จึงหมายถึงใช้แรงดูดนำบางสิ่งออกจากพื้นที่ปิด เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง them ต้องวางไว้ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค: suck them out ไม่ใช่ suck out them ส่วน through a metal tube บอกเส้นทางหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการดูด

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ suck และคำอนุภาค out: Yesterday, the vacuum nozzle ____ the dust ____ of the narrow gap.

ดูคำตอบ

sucked · out

But this wasn't a scene from a horror film ลำดับความ

0:20

แต่นี่ไม่ใช่ฉากจากภาพยนตร์สยองขวัญ

or a gruesome police report. การใช้คำ

0:22

หรือรายงานของตำรวจที่น่าสยดสยอง

ลำดับความ

But this wasn't a scene from a horror film: ปฏิเสธคำอธิบายที่ผู้ฟังคาดไว้

But ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากภาพน่ากลัวที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้ไปสู่คำอธิบายแบบอื่น this หมายถึงสถานการณ์นั้น ส่วน wasn't a scene from a horror film ปฏิเสธคำอธิบายที่น่าจะเกิดขึ้นว่านี่เป็นเรื่องสยองขวัญที่แต่งขึ้น รูปแบบ But this wasn't... ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยทำให้ผู้ฟังคาดเดาก่อน แล้วจึงปฏิเสธสิ่งที่คาดไว้เพื่อเปิดทางให้คำอธิบายจริงตามมา จึงไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเภทภาพยนตร์ แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่สร้างความระทึกใจ

แบบฝึกหัด

ในข้อความนี้ But this wasn't a scene from a horror film ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ยืนยันว่าผู้พูดกำลังวิจารณ์ภาพยนตร์สยองขวัญ
  2. ปฏิเสธการตีความว่าเป็นภาพยนตร์สยองขวัญซึ่งเกิดจากคำบรรยายก่อนหน้า
  3. ย้ายเรื่องไปยังเหตุการณ์ในอนาคตที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

ปฏิเสธการตีความว่าเป็นภาพยนตร์สยองขวัญซึ่งเกิดจากคำบรรยายก่อนหน้า

การใช้คำ

gruesome police report: รุนแรงและน่าสะเทือนใจ

gruesome หมายถึงน่าสยดสยองเพราะมีหรือบรรยายการบาดเจ็บ ความตาย หรือความรุนแรงอย่างเห็นภาพ ใน gruesome police report คำนี้สื่อว่ารายงานมีรายละเอียดที่โหดร้ายและสะเทือนใจ ไม่ใช่เพียงแค่น่ากลัว คำคุณศัพท์นี้สร้างน้ำเสียงที่มืดหม่นและหนักหน่วง ความหมายเดียวกันนี้ใช้บรรยายรายงาน การค้นพบ ฉาก หรือรายละเอียดที่ทำให้คนอยากเบือนหน้าหนีเพราะความโหดร้ายได้

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะบรรยายว่า gruesome?

  1. ตารางกิจวัตรที่ไม่มีรายละเอียดชวนไม่สบายใจ
  2. เรื่องที่ชวนลุ้นเล็กน้อยแต่ไม่มีความรุนแรง
  3. รายงานที่มีรายละเอียดอย่างเห็นภาพเกี่ยวกับการโจมตีที่รุนแรง
ดูคำตอบ

รายงานที่มีรายละเอียดอย่างเห็นภาพเกี่ยวกับการโจมตีที่รุนแรง

Dr. Scoville was one of the most renowned neurosurgeons ไวยากรณ์

0:24

ดร. Scoville เป็นหนึ่งในศัลยแพทย์ระบบประสาทที่มีชื่อเสียงที่สุด

of his time.

0:28

ในยุคของเขา

ไวยากรณ์

one of the most renowned neurosurgeons of his time: โครงสร้างที่บอกว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มระดับสูงสุด

โครงสร้าง one of the most + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ หมายถึงสมาชิกหนึ่งคนหรือหนึ่งสิ่งในกลุ่มที่อยู่ระดับสูงสุดด้านคุณสมบัตินั้น ในประโยคนี้ ดร. สโกวิลล์ถูกนำเสนอว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มศัลยแพทย์ระบบประสาทที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษในยุคนั้น คำนามหลัง one of ต้องเป็นพหูพจน์ เพราะเป็นการเลือกหนึ่งคนออกจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า จึงใช้ one of the ... neurosurgeons ไม่ใช่ one of the ... neurosurgeon ส่วน of his time จำกัดช่วงที่นำมาเปรียบเทียบไว้ที่ยุคของเขา ไม่ใช่ตลอดประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

ใช้คำในวงเล็บและโครงสร้าง one of the most + adjective + plural noun เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya is ____ on the team. (talented / player)

ดูคำตอบ

one of the most talented players

And the young man was Henry Molaison,

0:29

และชายหนุ่มคนนั้นคือ Henry Molaison

the famous patient known as H.M., วลี

0:32

ผู้ป่วยที่มีชื่อเสียงซึ่งรู้จักกันในชื่อ H.M.

วลี

known as H.M.: การแนะนำชื่อหรือรหัสที่เป็นที่ยอมรับ

Known as + ชื่อ รหัส ตำแหน่ง หรืออัตลักษณ์ หมายถึง “เป็นที่รู้จักหรือมักถูกเรียกด้วยชื่อหรืออัตลักษณ์นั้น” ในที่นี้ known as H.M. ขยายคำว่า patient และระบุรหัสที่ใช้เรียกเขาในบันทึกสาธารณะและงานวิจัย ในด้านไวยากรณ์ known as H.M. เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อแล้ว โดย the patient who was known as H.M. ย่อเป็น the patient known as H.M. เมื่อเทียบกับ called รูปนี้มักฟังเป็นทางการกว่าและเน้นชื่อเรียกสาธารณะที่ใช้กันเป็นประจำ ไม่ใช่การเรียกใครเพียงชั่วคราว

แบบฝึกหัด

ในวลี “the patient known as H.M.,” คำว่า known as H.M. หมายถึงอะไร

  1. ถูกเรียกเพียงครั้งเดียวในขณะนั้น
  2. รู้จักเป็นการส่วนตัวกับคนที่ชื่อ H.M.
  3. เป็นที่รู้จักหรือมักถูกเรียกด้วยรหัส H.M.
ดูคำตอบ

เป็นที่รู้จักหรือมักถูกเรียกด้วยรหัส H.M.

whose case provided amazing insights โน้ต

0:34

ซึ่งกรณีของเขาได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าทึ่ง

into how our brains work.

0:37

เกี่ยวกับวิธีการทำงานของสมองของเรา

ไวยากรณ์

whose case provided...: การแสดงความเป็นเจ้าของในอนุประโยคสัมพันธ์

ในอนุประโยคสัมพันธ์นี้ whose แสดงความเป็นเจ้าของหรือความเกี่ยวข้อง whose case หมายถึง “กรณีที่เป็นของหรือเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่เพิ่งกล่าวถึง” และประธานของ provided คือ case ไม่ใช่ตัวผู้ป่วย อนุประโยคนี้ยังบอกด้วยว่าบุคคลนั้นสำคัญอย่างไร กล่าวคือกรณีของเขาทำให้เกิดความเข้าใจอันมีค่าเกี่ยวกับการทำงานของสมอง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ person + whose + noun + verb ซึ่งเชื่อมบุคคลกับสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นโดยไม่ต้องขึ้นประโยคใหม่

แบบฝึกหัด

เติมคำสัมพันธ์ที่แสดงความเป็นเจ้าของให้สมบูรณ์: We interviewed a scientist ____ research changed medicine.

ดูคำตอบ

whose

วลี

provided amazing insights into: ทำให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น

ในประโยคนี้ provided amazing insights into หมายถึง “ทำให้นักวิจัยเข้าใจ...ได้ลึกซึ้งขึ้นมาก” ประธานคือ whose case และ into นำเข้าสิ่งที่ผู้คนเข้าใจได้ดีขึ้น ซึ่งก็คือ how our brains work รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ provide + คำคุณศัพท์ + insights into + คำนามหรือคำถามทางอ้อม ในที่นี้ insight หมายถึงความเข้าใจที่มีคุณค่าซึ่งได้จากหลักฐาน ไม่ใช่เพียงความคิดหรือข้อเสนอแนะทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ provide insights into และคำคุณศัพท์ valuable: Last year's survey ____ how teenagers use social media.

ดูคำตอบ

provided valuable insights into

As a boy,

0:40

ในวัยเด็ก

Henry had cracked his skull in an accident ไวยากรณ์

0:41

Henry กะโหลกศีรษะร้าวจากอุบัติเหตุ

and soon began having seizures,

0:43

และไม่นานก็เริ่มมีอาการชัก

blacking out, กริยาวลี

0:45

หมดสติ

ไวยากรณ์

had cracked: past perfect สำหรับเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดก่อน

Had cracked เป็น past perfect ซึ่งมีโครงสร้าง had + คำกริยาช่องที่สาม cracked รูปนี้แสดงว่าอาการบาดเจ็บที่กะโหลกเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในอดีตที่ตามมาคือ began having seizures ในการเขียนชีวประวัติและการเล่าเรื่อง past perfect ใช้ย้อนเส้นเวลาเพื่อบอกภูมิหลังหรือสาเหตุที่เกิดก่อนหน้า เมื่อช่วงเวลาก่อนหน้านั้นชัดเจนแล้ว ผู้เขียนสามารถกลับไปใช้ simple past เพื่อเล่าเหตุการณ์หลักต่อได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past perfect ของ damage เติมประโยคให้สมบูรณ์: By the time help arrived, the storm ____ several homes.

ดูคำตอบ

had damaged

กริยาวลี

blacking out: หมดสติ

ในบริบทด้านสุขภาพนี้ blacking out หมายถึงการหมดสติอย่างฉับพลัน ซึ่งมักเป็นช่วงสั้น ๆ ไม่ได้หมายถึงร่างกายเปลี่ยนเป็นสีดำจริง ๆ รูป -ing ทำให้ blacking out เป็นอีกอาการหนึ่งในรายการ ควบคู่กับอาการชัก โดยทั่วไป เมื่อ black out ใช้กับคนในคำบรรยายทางการแพทย์หรืออุบัติเหตุ ให้เข้าใจว่า “หมดสติ”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Lena felt dizzy and blacked out for a moment,” blacked out หมายถึงอะไร?

  1. เธอหมดสติไปชั่วครู่
  2. ผิวของเธอเข้มขึ้น
  3. เธอปิดไฟทุกดวง
ดูคำตอบ

เธอหมดสติไปชั่วครู่

and losing control of bodily functions. วลี

0:46

และสูญเสียการควบคุมการทำงานของร่างกาย

วลี

losing control of bodily functions: lose control of + คำนาม

Lose control of + คำนาม หมายถึงไม่สามารถสั่งการ จัดการ หรือควบคุมสิ่งหรือกระบวนการนั้นได้อีก ใน losing control of bodily functions คำหลัง of ระบุสิ่งที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว Bodily functions เป็นคำทางการและเป็นการกล่าวอ้อม ๆ ถึงกระบวนการพื้นฐานของร่างกาย ในคำบรรยายทางการแพทย์ที่จริงจัง วลีนี้อาจสื่อโดยเฉพาะถึงการควบคุมกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ไม่ได้ โดยไม่กล่าวรายละเอียดเหล่านั้นตรง ๆ โครงสร้างเดียวกันใช้กับสิ่งของและสถานการณ์อื่นได้ เช่น lose control of a car หรือ lose control of a situation

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lose control of: On the icy road, the driver ____ the car.

ดูคำตอบ

lost control of

After enduring years of frequent episodes, ไวยากรณ์

0:49

หลังจากทนทุกข์ทรมานกับอาการที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเป็นเวลาหลายปี

ไวยากรณ์

After enduring ...: ใช้ after + กริยาเติม -ing เพื่อบอกภูมิหลังก่อนหน้า

after + วลีคำนามกริยาใช้เสนอประสบการณ์เป็นภูมิหลังที่เกิดก่อนเหตุการณ์ในประโยคหลัก ในที่นี้ After enduring years of frequent episodes หมายถึงบุคคลนั้นทนกับอาการยากลำบากที่เกิดซ้ำมาหลายปีก่อนเหตุการณ์ถัดไป Enduring เพิ่มความหมายของการอดทนต่อความยากลำบากเป็นเวลานาน วลีเปิดประโยคแบบกระชับนี้ไม่ได้ระบุประธาน ดังนั้นโดยปกติประธานที่เข้าใจโดยนัยจึงเป็นประธานของประโยคหลักที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เขียนข้อความในวงเล็บใหม่โดยใช้ after + -ing: ____, she returned to work. (She endured months of treatment.)

ดูคำตอบ

After enduring months of treatment

and even dropping out of high school, กริยาวลี

0:51

และถึงขั้นต้องออกจากโรงเรียนมัธยม

กริยาวลี

dropping out of high school: ออกจากโรงเรียนมัธยมก่อนจบการศึกษา

Drop out of high school หมายถึงหยุดเรียนระดับมัธยมก่อนเรียนจบหลักสูตรหรือสำเร็จการศึกษา เป็นกริยาวลี โดย out of แสดงการออกจากกิจกรรมหรือสถาบัน ดังนั้น drop ในที่นี้จึงไม่ได้มีความหมายตรงตัวว่า “ตก” Dropping คือรูป -ing ของ drop ในประโยคที่กว้างขึ้น คำนี้เชื่อมต่อกับโครงสร้าง after + -ing ก่อนหน้า: after enduring ... and even dropping out of high school.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ drop out of: Nina ____ high school before finishing her final year.

ดูคำตอบ

dropped out of

the desperate young man had turned to Dr. Scoville, กริยาวลี

0:53

ชายหนุ่มผู้สิ้นหวังได้หันไปหา ดร. Scoville

กริยาวลี

had turned to: หันไปขอความช่วยเหลือจากใครบางคน

ในที่นี้ had turned to Dr. Scoville หมายถึงได้ไปขอความช่วยเหลือจากดร. สโควิลล์ ไม่ได้หมายถึงเพียงหันตัวหรือเดินไปทางเขา turn to someone มักหมายถึงการขอความช่วยเหลือ คำแนะนำ หรือการสนับสนุนจากคนนั้นเมื่อเกิดปัญหา had turned เป็นรูป past perfect ซึ่งแสดงว่าการไปขอความช่วยเหลือจากแพทย์เกิดขึ้นก่อนอีกช่วงเวลาหนึ่งในอดีตของเรื่อง

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past perfect ของ turn to เพื่อแสดงว่า Mia ได้ขอความช่วยเหลือ: By the time the meeting began, Mia ____ her teacher for help.

ดูคำตอบ

had turned to

a daredevil known for risky surgeries. การใช้คำ

0:57

ผู้บ้าระห่ำที่ขึ้นชื่อเรื่องการผ่าตัดที่มีความเสี่ยง

การใช้คำ

daredevil: คนใจกล้าที่ชอบเสี่ยงอันตราย

daredevil คือคนที่เต็มใจทำสิ่งอันตรายหรือมีความเสี่ยงสูงผิดปกติ คำนี้อาจแสดงความชื่นชมในความกล้า แต่ก็อาจสื่อว่าตัดสินใจไม่ดีหรือบ้าบิ่นได้เช่นกัน การเรียกคนที่ขึ้นชื่อเรื่องการผ่าตัดเสี่ยงสูงว่า daredevil เน้นว่าเขาเต็มใจรับความเสี่ยงร้ายแรง ไม่ได้หมายถึงเพียงมีทักษะหรือกล้าหาญ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ daredevil มากที่สุด

  1. คนที่มีลักษณะเด่นที่สุดคือการวางแผนอย่างรอบคอบ
  2. คนที่เผชิญสถานการณ์ยากลำบากแต่หลีกเลี่ยงอันตรายที่ไม่จำเป็น
  3. คนที่เต็มใจรับความเสี่ยงอันตราย
ดูคำตอบ

คนที่เต็มใจรับความเสี่ยงอันตราย

Partial lobotomies had been used for decades โน้ต

1:00

การผ่าตัดกลีบสมองบางส่วนถูกนำมาใช้เป็นเวลาหลายทศวรรษ

to treat mental patients

1:02

เพื่อรักษาผู้ป่วยทางจิต

วัฒนธรรม

Partial lobotomies: คำศัพท์ทางศัลยกรรมจิตเวชในประวัติศาสตร์

Partial lobotomies หมายถึงการทำโลโบโทมีในขอบเขตที่จำกัดกว่า โลโบโทมีเป็นศัลยกรรมจิตเวชในอดีตที่ศัลยแพทย์ตัดหรือทำลายเส้นทางประสาทในสมอง โดยมักเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อบริเวณสมองส่วนหน้า คำนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นเพียงการนำกลีบสมองออกไป ภูมิหลังขั้นต่ำที่ต้องรู้คือ การผ่าตัดแบบนี้เคยใช้รักษาโรคทางจิตเวชที่รุนแรงก่อนที่วิธีรักษาในปัจจุบันจะแพร่หลาย ต่อมากลายเป็นเรื่องที่มีข้อถกเถียงอย่างมาก เพราะอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรุนแรงที่ย้อนกลับไม่ได้และก่อให้เกิดปัญหาด้านจริยธรรม

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Partial lobotomies หมายถึงอะไร

  1. รูปแบบรายงานของตำรวจ
  2. ศัลยกรรมจิตเวชในอดีตที่ตัดหรือทำลายการเชื่อมต่อบางส่วนในสมอง
  3. ยาบรรเทาอาการปวดทั่วไป
ดูคำตอบ

ศัลยกรรมจิตเวชในอดีตที่ตัดหรือทำลายการเชื่อมต่อบางส่วนในสมอง

ไวยากรณ์

had been used for decades to treat...: past perfect แบบ passive

Had been used เป็น past perfect แบบ passive มีโครงสร้าง had + been + past participle โดยวางเหตุการณ์ที่สิ่งหนึ่ง “ถูกใช้” ไว้ก่อนจุดอ้างอิงอีกจุดหนึ่งในอดีต และเน้นสิ่งที่ได้รับการกระทำ For decades บอกระยะเวลาของการใช้ก่อนหน้านั้น ส่วน to treat mental patients บอกจุดประสงค์ เมื่อนำมารวมกัน โครงสร้างนี้หมายความว่า ณ จุดอ้างอิงในอดีตนั้น วิธีดังกล่าวมีประวัติการใช้งานมาหลายสิบปีแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect แบบ passive ของ use: By 1990, this simulator ____ for decades to train pilots.

ดูคำตอบ

had been used

based on the notion วลี

1:03

โดยอาศัยแนวคิดที่ว่า

that mental functions were strictly localized การใช้คำ

1:05

การทำงานของจิตใจนั้นถูกกำหนดตำแหน่งไว้อย่างเคร่งครัด

to corresponding brain areas.

1:07

ในพื้นที่สมองที่สอดคล้องกัน

วลี

based on: การบอกพื้นฐานของแนวคิด

วลี based on ใช้แนะนำข้อมูล หลักฐาน หรือแนวคิดที่สนับสนุนข้อสรุป การกระทำ หรือคำอธิบาย ในที่นี้สิ่งที่เป็นพื้นฐานคือ the notion that ... โดยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาของ notion โครงสร้างคือ based on + นามวลี คำว่า based เป็นกริยารูป past participle และวลีทั้งหมดมักขยายสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้า หรืออธิบายพื้นฐานที่ทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นหรือถูกดำเนินการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียน: The recommendation was ____ the survey results.

ดูคำตอบ

based on

การใช้คำ

mental functions were strictly localized to corresponding brain areas: การจับคู่หน้าที่ทางจิตกับบริเวณสมองอย่างตายตัว

ในบริบททางประสาทวิทยานี้ were localized to หมายถึง ถูกกำหนดตำแหน่งหรือถูกเข้าใจว่าอยู่ในสถานที่เฉพาะ โครงสร้างแบบถูกกระทำเชื่อมหน้าที่ทางจิตเข้ากับบริเวณสมองที่เชื่อว่าทำหน้าที่นั้น ส่วน corresponding หมายถึงแต่ละบริเวณสอดคล้องกับหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง strictly ทำให้ข้อกล่าวอ้างหนักแน่นขึ้น โดยนำเสนอว่าการจับคู่นี้ตายตัวและแบ่งเขตชัดเจน ประโยคนี้รายงานมุมมองทางทฤษฎีดังกล่าว แต่ตัวประโยคเองไม่ได้พิสูจน์ว่าหน้าที่ทางจิตทุกอย่างมีตำแหน่งเฉพาะเพียงแห่งเดียว

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ mental functions were strictly localized to corresponding brain areas ได้ตรงที่สุด

  1. มีความเชื่อว่าหน้าที่ทางจิตกระจายเท่า ๆ กันทั่วทั้งสมอง
  2. คำอธิบายเกี่ยวกับหน้าที่ทางจิตถูกปรับให้เหมาะกับผู้ชมในแต่ละท้องถิ่น
  3. มีความเชื่อว่าหน้าที่ทางจิตแต่ละอย่างจับคู่กับบริเวณสมองเฉพาะอย่างตายตัว
ดูคำตอบ

มีความเชื่อว่าหน้าที่ทางจิตแต่ละอย่างจับคู่กับบริเวณสมองเฉพาะอย่างตายตัว

Having successfully used them to reduce seizures in psychotics, ไวยากรณ์

1:10

หลังจากใช้มันสำเร็จในการลดอาการชักในผู้ป่วยโรคจิต

ไวยากรณ์

Having successfully used...: การกระทำที่เสร็จก่อนเหตุการณ์หลัก

Having successfully used เป็นโครงสร้าง perfect participle แบบ having + past participle โดยเสนอว่าการใช้ได้สำเร็จเสร็จสิ้นก่อนการกระทำในประโยคหลัก เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะย่อเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ช่วยอธิบายการตัดสินใจภายหลังให้เป็นข้อมูลพื้นหลัง ประธานที่ละไว้เป็นประธานเดียวกับประโยคหลัก คือ Scoville ดังนั้นผู้ใช้และผู้ตัดสินใจจึงเป็นคนเดียวกัน

แบบฝึกหัด

วลีต้นประโยคนี้หมายถึงอะไร: Having successfully tested the device, the team released it?

  1. การทดสอบและการเปิดตัวถูกนำเสนอว่าเกิดขึ้นพร้อมกัน
  2. คาดว่าการทดสอบที่สำเร็จจะเกิดขึ้นหลังการเปิดตัว
  3. การทดสอบที่สำเร็จเสร็จสิ้นก่อนการเปิดตัว
ดูคำตอบ

การทดสอบที่สำเร็จเสร็จสิ้นก่อนการเปิดตัว

Scoville decided to remove H.M.'s hippocampus, วัฒนธรรม

1:13

Scoville ตัดสินใจที่จะเอาฮิปโปแคมปัสของ H.M. ออก

วัฒนธรรม

H.M.'s hippocampus: โครงสร้างสมองที่ช่วยสร้างความทรงจำใหม่

ในที่นี้ hippocampus หมายถึงฮิปโปแคมปัส ซึ่งเป็นโครงสร้างในสมองที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างและทำให้ความทรงจำใหม่คงอยู่ ข้อมูลพื้นฐานนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมการตัดส่วนนี้ออกจึงอาจทำให้เกิดปัญหารุนแรงในการสร้างความทรงจำระยะยาวใหม่ H.M.'s แสดงความเป็นเจ้าของ จึงบอกว่าหมายถึงฮิปโปแคมปัสของ H.M.

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ hippocampus หมายถึงอะไร?

  1. แบบทดสอบที่ใช้วัดสติปัญญา
  2. โครงสร้างสมองที่สำคัญต่อการสร้างและทำให้ความทรงจำใหม่คงอยู่
  3. ยาที่ใช้ป้องกันอาการชัก
ดูคำตอบ

โครงสร้างสมองที่สำคัญต่อการสร้างและทำให้ความทรงจำใหม่คงอยู่

a part of the limbic system วัฒนธรรม

1:17

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบลิมบิก

that was associated with emotion, วลี

1:18

ที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์

วัฒนธรรม

the limbic system: คำศัพท์เกี่ยวกับสมองที่เชื่อมโยงกับอารมณ์และความจำ

ในวลี the limbic system คำว่า limbic เป็นคำคุณศัพท์ที่ระบุระบบชนิดหนึ่งในสมอง ไม่ได้หมายถึงแขนหรือขา Limbic system เป็นชื่อดั้งเดิมที่มีความหมายกว้าง ใช้เรียกกลุ่มโครงสร้างสมองที่มักกล่าวถึงในด้านอารมณ์และความจำ ในประโยคนี้ การจัดให้ฮิปโปแคมปัสเป็นส่วนหนึ่งของระบบดังกล่าวช่วยอธิบายว่าเหตุใดในเวลานั้นจึงเชื่อมโยงมันกับอารมณ์ แม้ว่ายังไม่ทราบหน้าที่เฉพาะของมันก็ตาม

แบบฝึกหัด

the limbic system ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. เส้นประสาทที่พบเฉพาะในแขนหรือขา
  2. เครื่องมือวัดความรุนแรงของอารมณ์
  3. กลุ่มโครงสร้างสมองที่มักกล่าวถึงในด้านอารมณ์และความจำ
ดูคำตอบ

กลุ่มโครงสร้างสมองที่มักกล่าวถึงในด้านอารมณ์และความจำ

but whose function was unknown.

1:20

แต่ยังไม่ทราบหน้าที่ของมัน

วลี

was associated with: แสดงความเชื่อมโยง ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้ว

Was associated with เป็นรูปถูกกระทำในอดีตของ be associated with ในที่นี้หมายความว่าสิ่งหนึ่งถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับอารมณ์ วลีนี้ระบุความสัมพันธ์ ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเหตุและผลที่พิสูจน์แล้ว จึงใช้ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เพื่อรายงานความเชื่อมโยงที่สังเกตพบหรือเป็นที่ยอมรับ โดยไม่กล่าวว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมข้อความวิจัยที่ระมัดระวังนี้ด้วยรูปอดีตของสำนวนที่เน้นไว้: In the study, higher screen time ____ poorer sleep.

ดูคำตอบ

was associated with

At first glance, วลี

1:23

เมื่อมองแวบแรก

the operation had succeeded.

1:24

การผ่าตัดประสบความสำเร็จ

วลี

At first glance: การบอกความประทับใจเบื้องต้น

At first glance หมายถึง “เมื่อเห็นหรือพิจารณาสิ่งใดเป็นครั้งแรก” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอความสำเร็จของการผ่าตัดเป็นเพียงความประทับใจเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันแล้ว วลีนี้บอกให้ผู้ฟังยังไม่ปักใจกับการประเมินนั้น เพราะรายละเอียดภายหลังอาจช่วยจำกัดความหรือหักล้างความประทับใจแรกได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่ใช้บอกว่าเป็นความประทับใจเบื้องต้นให้ครบประโยค: ____, the map looks accurate, but several roads are missing.

ดูคำตอบ

At first glance

H.M.'s seizures virtually disappeared, การใช้คำ

1:26

อาการชักของ H.M. แทบจะหายไป

การใช้คำ

virtually disappeared: แทบจะหายไป แต่ไม่ใช่ทั้งหมดอย่างเด็ดขาด

ใน virtually disappeared คำว่า virtually หมายถึง “เกือบจะ” หรือ “ในทางปฏิบัติถือว่าเป็นเช่นนั้น” อาการชักเกิดขึ้นน้อยมากจนแทบจะหายไป แต่ถ้อยคำนี้ไม่ได้ยืนยันว่าอาการหยุดลงทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น ในที่นี้ virtually เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ทำให้ disappeared ไม่เป็นข้อความแบบเด็ดขาดและมีความแม่นยำมากขึ้น ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “ทางออนไลน์” หรือ “ผ่านคอมพิวเตอร์”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “After the repair, the vibration virtually disappeared,” คำว่า virtually disappeared หมายถึงอะไร

  1. มันแทบจะหายไปทั้งหมด แม้อาจยังเหลืออยู่เล็กน้อย
  2. มันหายไปผ่านกระบวนการออนไลน์
  3. มีการรับรองว่ามันหายไปโดยสมบูรณ์และไม่เหลืออะไรเลย
ดูคำตอบ

มันแทบจะหายไปทั้งหมด แม้อาจยังเหลืออยู่เล็กน้อย

with no change in personality, วลี

1:28

โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพ

and his IQ even improved.

1:30

และไอคิวของเขาก็ดีขึ้นด้วยซ้ำ

วลี

with no change in personality: เพิ่มผลลัพธ์ที่ยังคงเดิม

ในประโยคนี้ with no change in personality เป็นวลีที่ขึ้นต้นด้วย with ใช้เพิ่มสภาพที่เกิดควบคู่ไปกับผลหลัก หมายความว่าบุคลิกภาพยังคงเดิม ขณะที่เกิดผลอีกอย่างที่กล่าวถึง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ with no change in + คำนามหรือนามวลี รูปแบบนี้ย่อผลลัพธ์เพิ่มเติมให้เป็นวลี แทนการใช้อนุประโยคเต็มอย่าง personality did not change

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย: The treatment reduced pain, ____ blood pressure.

ดูคำตอบ

with no change in

But there was one problem. ลำดับความ

1:32

แต่มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง

ลำดับความ

But there was one problem: ส่งสัญญาณถึงปัญหาสำคัญ

But แสดงความขัดแย้งกับข้อมูลเชิงบวกที่กล่าวมาก่อนหน้า จากนั้น There was one problem จะดึงความสนใจไปยังปัญหาหนึ่งที่ผู้พูดกำลังจะอธิบาย เมื่อใช้เป็นประโยคสั้นที่แยกออกมา ประโยคนี้จะเปลี่ยนทิศทางของเรื่องและสร้างความน่าติดตาม รูปแบบการจัดข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้คือ เสนอความสำเร็จที่ดูเหมือนเกิดขึ้นจริง ส่งสัญญาณว่ามีข้อยกเว้นสำคัญหนึ่งอย่าง แล้วจึงอธิบายข้อยกเว้นนั้น

แบบฝึกหัด

หลังจากกล่าวถึงผลลัพธ์เชิงบวกหลายอย่างแล้ว But there was one problem. ทำหน้าที่อะไรในการเล่าเรื่อง

  1. เปลี่ยนความสนใจไปยังปัญหาสำคัญที่จะอธิบายต่อไป
  2. เปิดหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ก่อนหน้า
  3. ยืนยันว่าผลลัพธ์เชิงบวกก่อนหน้าไม่มีข้อจำกัดใด ๆ
ดูคำตอบ

เปลี่ยนความสนใจไปยังปัญหาสำคัญที่จะอธิบายต่อไป

His memory was shot. สำนวน

1:34

ความจำของเขาถูกทำลายไปแล้ว

สำนวน

memory was shot: การทำงานบกพร่องอย่างรุนแรง

ในประโยคนี้ was shot เป็นภาคแสดงเชิงเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการ โดย shot บอกสภาพของ memory หลังคำกริยาเชื่อม was หมายถึงความสามารถในการจำของเขาบกพร่องอย่างรุนแรงและทำงานได้ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ได้หมายความว่ามีใครยิงความจำของเขาด้วยปืนจริง ๆ รูปแบบ be shot ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งหมดแรง สึกหรอ พัง หรือมีการทำงานที่เสียหายอย่างรุนแรงได้ คำนามที่อยู่รอบ ๆ จะบอกว่าหน้าที่ใดมีปัญหา

แบบฝึกหัด

ในประโยค "After years of heavy use, the laptop battery is shot," ผู้พูดต้องการสื่อว่าอะไร

  1. แบตเตอรี่สึกหรออย่างหนักและทำงานได้ไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป
  2. แบตเตอรี่เสียหายเพราะถูกกระสุนยิง
  3. แบตเตอรี่มีกำลังน้อยลงกว่าเดิมเพียงเล็กน้อย
ดูคำตอบ

แบตเตอรี่สึกหรออย่างหนักและทำงานได้ไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป

Besides losing most of his memories ไวยากรณ์

1:36

นอกจากการสูญเสียความทรงจำส่วนใหญ่

from the previous decade,

1:38

จากทศวรรษที่ผ่านมา

H.M. was unable to form new ones, ไวยากรณ์

1:39

H.M. ไม่สามารถสร้างความทรงจำใหม่ได้

ไวยากรณ์

Besides losing most of his memories: การเพิ่มข้อเท็จจริงด้วย besides + -ing

Besides losing most of his memories เป็นวลีบุพบทที่วางไว้ต้นประโยค ในที่นี้ besides เป็นคำบุพบท ดังนั้น losing จึงเป็น gerund หรือรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม วลีนี้นำเสนอการสูญเสียความทรงจำว่าเป็นข้อเท็จจริงหนึ่งอย่าง อนุประโยคหลักเพิ่มข้อเท็จจริงอีกอย่างที่เป็นจริงเช่นกัน รูปแบบ Besides + คำนามหรือ gerund, ประธาน + กริยา หมายถึง “นอกจาก X แล้ว ยังมี Y” โดยรวม X ไว้ ไม่ได้ตัด X ออก

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ plan หลัง besides: Besides ____ the route, Elena booked the hotel.

ดูคำตอบ

planning

ไวยากรณ์

was unable to form new ones: บอกว่าไม่สามารถทำได้และใช้คำแทนคำนามพหูพจน์

was unable to form ใช้โครงสร้าง be unable to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่า H.M. ไม่มีความสามารถที่จะสร้างบางสิ่ง ในบริบทนี้เป็นข้อจำกัดที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ใช่การลืมเพียงชั่วขณะ ones ใช้แทนคำนามนับได้พหูพจน์ memories ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ดังนั้น new ones จึงหมายถึง new memories และช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนามซ้ำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be unable to + คำกริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง และใช้ ones แทนคำนามพหูพจน์?

  1. The printer made the old copies but was unable to make new copies ones.
  2. The printer made the old copies but was unable to make new ones.
  3. The printer made the old copies but was unable making new ones.
ดูคำตอบ

The printer made the old copies but was unable to make new ones.

forgetting what day it was,

1:41

เขาลืมไปว่าวันนี้เป็นวันอะไร

repeating comments,

1:43

พูดซ้ำในสิ่งที่เคยพูดไปแล้ว

and even eating multiple meals

1:44

และถึงขั้นกินอาหารหลายมื้อ

in a row. วลี

1:46

ติดต่อกัน

วลี

in a row: เหตุการณ์เกิดติดต่อกันโดยไม่ถูกคั่น

in a row หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำอยู่ในลำดับที่ต่อเนื่องกัน โดยไม่มีผลลัพธ์อื่นหรือข้ามครั้งใดระหว่างนั้น ในที่นี้ multiple meals in a row หมายถึงกินอาหารมื้อหนึ่งแล้วตามด้วยอีกมื้อหนึ่งในลำดับผิดปกติเดียวกัน สำนวนนี้มักวางหลังจำนวนหรือเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ เช่น three wins in a row หรือ two nights in a row

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ติดต่อกัน”: The team won five games ____, with no losses between them.

ดูคำตอบ

in a row

When Scoville informed another expert, วลี

1:47

เมื่อ Scoville แจ้งให้ผู้เชี่ยวชาญอีกคนหนึ่งทราบ

Wilder Penfield,

1:50

คือ Wilder Penfield

of the results,

1:51

ถึงผลลัพธ์ที่ได้

he sent a PhD student วลี

1:52

เขาก็ส่งนักศึกษาปริญญาเอก

วลี

inform someone of something: แจ้งบางสิ่งให้ใครทราบอย่างเป็นทางการ

inform someone of something หมายถึงการแจ้งข้อมูลเฉพาะให้บุคคลหนึ่งทราบอย่างค่อนข้างเป็นทางการ ในประโยคนี้ another expert, Wilder Penfield คือผู้รับข้อมูล และ the results คือข้อมูลที่วางไว้หลัง of โครงสร้างคือ inform + บุคคล + of + ข้อมูล ชื่อ Wilder Penfield คั่นด้วยจุลภาคเพื่อระบุว่า another expert คือใคร โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างหลัก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง inform someone of something ให้ถูกต้อง: The lab informed the doctor ____ the test results.

ดูคำตอบ

of

named Brenda Milner

1:53

ชื่อ Brenda Milner

to study H.M.

1:55

ไปศึกษา H.M.

วลี

send someone to do something: ส่งใครไปทำงานบางอย่าง

send someone to do something หมายถึงการมอบหมายหรือจัดให้บุคคลหนึ่งไปทำงานบางอย่าง ในที่นี้ a PhD student คือผู้ที่ถูกส่งไป และ to study H.M. ระบุงานที่ต้องทำ named Brenda Milner ระบุว่านักศึกษาคนนั้นคือใคร ส่วนนี้อยู่ภายในนามวลี ดังนั้นโครงสร้างหลักคือ he sent a PhD student to study H.M. รูปอดีตของ send คือ sent

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง send someone to do something ในรูปอดีตให้สมบูรณ์: The manager ____ a technician ____ inspect the machine.

ดูคำตอบ

sent · to

at his parents' home,

1:56

ที่บ้านพ่อแม่ของเขา

where he now spent his days วลี

1:57

ซึ่งตอนนี้เขาใช้เวลาในแต่ละวัน

doing odd chores การใช้คำ

1:58

ทำงานบ้านจิปาถะ

การใช้คำ

doing odd chores: ทำงานเล็ก ๆ จิปาถะ

ใน odd chores คำว่า odd หมายถึงหลากหลาย จิปาถะ หรือทำเป็นครั้งคราว ไม่ได้หมายถึงแปลก ส่วน chores คืองานประจำที่จำเป็นต้องทำ ซึ่งมักเป็นงานภายในหรือรอบบ้าน doing odd chores จึงหมายถึงการจัดการงานเล็ก ๆ หลายอย่าง ไม่ใช่การทำงานใหญ่ที่เป็นงานหลักเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

odd ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? Leo spent the afternoon doing odd chores around the house.

  1. ผิดปกติและชวนสงสัย
  2. หลากหลาย เล็ก ๆ หรือจิปาถะ
  3. เกี่ยวข้องกับเลขคี่
ดูคำตอบ

หลากหลาย เล็ก ๆ หรือจิปาถะ

and watching classic movies

2:00

และดูภาพยนตร์คลาสสิก

for the first time,

2:01

ราวกับว่าเพิ่งดูเป็นครั้งแรก

over and over. วลี

2:02

ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

วลี

spent his days doing: บรรยายกิจวัตรที่ดำเนินต่อเนื่อง

Spend one's days doing something หมายถึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันไปกับกิจกรรมนั้น คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามประธาน เช่น he spent his days doing... แต่เมื่อเป็น she จะใช้ she spends her days doing.... ในประโยคนี้ spent แสดงว่ากิจวัตรนั้นอยู่ในอดีต ส่วน doing นำไปสู่กิจกรรมที่ทำ สำนวนนี้บรรยายวิถีชีวิตที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียวหรือจำนวนวันที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ spend one's days doing: After he moved to the farm, he ____ caring for the animals.

ดูคำตอบ

spent his days

วลี

over and over: ทำสิ่งเดิมซ้ำหลายครั้ง

over and over หมายถึง “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” หรือ “หลายครั้ง” เป็นวลีที่ใช้บ่อยในภาษาพูดเพื่อเน้นว่าการกระทำหรือประสบการณ์เดิมเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในที่นี้วลีนี้ตามหลัง for the first time เพื่อสร้างความขัดแย้งอย่างตั้งใจ กล่าวคือ เหตุการณ์หนึ่งเกิดซ้ำหลายครั้ง แต่ทุกครั้งกลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นประสบการณ์ครั้งแรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”: Leo practiced the same guitar chord ____.

ดูคำตอบ

over and over

What she discovered through a series ไวยากรณ์

2:04

สิ่งที่เธอค้นพบผ่านชุด

of tests and interviews

2:05

ของการทดสอบและการสัมภาษณ์

didn't just contribute greatly ลำดับความ

2:07

ไม่ได้เป็นเพียงส่วนสำคัญ

to the study of memory,

2:08

ในการศึกษาเรื่องความจำเท่านั้น

it redefined what memory even meant.

2:10

แต่มันยังกำหนดความหมายของความจำใหม่ด้วย

ไวยากรณ์

What she discovered...: ใช้อนุประโยค what เป็นประธาน

What she discovered through a series of tests and interviews เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและขึ้นต้นด้วย what อนุประโยคทั้งหมดหมายถึง “สิ่งที่เธอค้นพบจากการทดสอบและการสัมภาษณ์หลายครั้ง” และทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคเต็ม ภายในอนุประโยค what เป็นกรรมของ discovered การนำการค้นพบทั้งหมดมาเป็นประธานของประโยคใหญ่ทำให้ผู้เขียนเน้นที่การค้นพบและผลกระทบของมัน มากกว่าบุคคลที่ค้นพบ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “What the researchers found surprised everyone,” ส่วน “What the researchers found” ทำหน้าที่อะไร?

  1. วลีวิเศษณ์ที่บอกว่านักวิจัยค้นพบสิ่งนั้นเมื่อใด
  2. อนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม เป็นประธาน และหมายถึง “สิ่งที่นักวิจัยค้นพบ”
  3. คำถามโดยตรงที่ถามว่านักวิจัยค้นพบอะไร
ดูคำตอบ

อนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม เป็นประธาน และหมายถึง “สิ่งที่นักวิจัยค้นพบ”

ลำดับความ

didn't just contribute ... it redefined: ยกระดับความสำคัญของผลกระทบ

รูปแบบ didn't just X; it Y จัดข้อความจริงสองข้อให้เป็นการไล่ระดับความสำคัญ ข้อความแรกถูกนำเสนอว่าเป็นคำอธิบายที่ยังไม่ครบ ส่วนข้อความที่สองบอกผลกระทบที่ใหญ่กว่าหรือสำคัญกว่า ในประโยคนี้ contributing greatly เป็นระดับแรก ส่วน redefined ยกระดับข้อกล่าวไปถึงการเปลี่ยนความหมายของความทรงจำ ในรูปแบบนี้ just หมายถึง “เพียงแค่” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อไม่นานมานี้”

แบบฝึกหัด

โครงสร้างในประโยค “The discovery didn't just improve the test; it changed how doctors diagnose the disease.” เน้นอะไร

  1. สิ่งที่ค้นพบช่วยปรับปรุงการทดสอบ และผลลัพธ์ข้อที่สองสำคัญยิ่งกว่า
  2. การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
  3. สิ่งที่ค้นพบเพียงปรับปรุงการทดสอบและไม่มีผลกระทบที่กว้างกว่านั้น
ดูคำตอบ

สิ่งที่ค้นพบช่วยปรับปรุงการทดสอบ และผลลัพธ์ข้อที่สองสำคัญยิ่งกว่า

One of Milner's findings

2:13

หนึ่งในการค้นพบของ Milner

shed light on the obvious fact สำนวน

2:14

ได้ให้ความกระจ่างถึงข้อเท็จจริงที่ชัดเจน

สำนวน

shed light on: ทำให้เรื่องหนึ่งชัดเจนและเข้าใจง่ายขึ้น

Shed light on เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบที่หมายถึง “ให้ข้อมูลที่ทำให้บางสิ่งเข้าใจง่ายขึ้น” กรรมของสำนวนนี้มักเป็นคำถาม สาเหตุ ปัญหา กระบวนการ หรือหัวข้ออื่นที่ยังไม่ชัดเจน ในประโยคนี้ ข้อค้นพบหนึ่งช่วยทำให้ข้อเท็จจริงชัดเจนขึ้น ไม่ได้เกี่ยวกับแสงจริง ๆ คำว่า shed ในที่นี้เป็นรูปอดีตและมีรูปเหมือนกับกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ช่วยอธิบาย” ให้ประโยคสมบูรณ์: The lab results may ____ why the engine failed.

ดูคำตอบ

shed light on

that although H.M. couldn't form new memories, ไวยากรณ์

2:16

ที่ว่าถึงแม้ H.M. จะไม่สามารถสร้างความทรงจำใหม่ได้

he still retained information

2:19

เขายังคงเก็บข้อมูลไว้

long enough from moment ไวยากรณ์

2:21

ได้นานพอจากช่วงเวลาหนึ่ง

to moment to finish a sentence

2:22

สู่อีกช่วงเวลาหนึ่งเพื่อพูดให้จบประโยค

or find the bathroom.

2:24

หรือหาห้องน้ำเจอ

ไวยากรณ์

โครงสร้าง although ..., still ...: แม้มีอุปสรรค ผลก็ยังเกิดขึ้น

Although นำเสนอข้อเท็จจริงที่อาจทำให้ผลในประโยคหลักดูไม่น่าเกิดขึ้น ในที่นี้ การสร้างความทรงจำใหม่ไม่ได้คือข้อจำกัด ส่วน he still retained นำเสนอข้อเท็จจริงที่เหนือความคาดหมายแต่ยังคงเป็นจริง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ although + อนุประโยค แล้วตามด้วยประโยคหลักที่มี still ซึ่งมีความสัมพันธ์ว่า “แม้ A แต่ B ก็ยังเกิดขึ้น” although แสดงความหมายยอมรับข้อขัดแย้งอยู่แล้ว ส่วน still เน้นว่า B เกิดขึ้นแม้มี A

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ although ... still: ____ the trail was steep, we ____ reached the top before sunset.

ดูคำตอบ

Although · still

ไวยากรณ์

long enough ... to finish: มีเวลานานพอให้เกิดผลลัพธ์

Long enough ... to finish เชื่อมระยะเวลาที่เพียงพอกับผลลัพธ์ที่ระยะเวลานั้นทำให้เกิดขึ้นได้ long บอกความยาวของเวลา enough บอกว่าเวลานั้นถึงระดับที่ต้องการ และ to-infinitive บอกว่าสามารถทำอะไรได้เพราะมีเวลานั้น From moment to moment เสริมว่าข้อมูลคงอยู่เพียงในช่วงสั้น ๆ ที่ต่อเนื่องกัน ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้าง long enough to กล่าวคือ แม้เวลาจะจำกัด แต่ก็นานพอที่จะพูดให้จบประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำจากบทเรียนนี้: The backup battery lasted ____ to upload the file before it shut down.

ดูคำตอบ

long enough

When Milner gave him a random number,

2:26

เมื่อ Milner ให้ตัวเลขสุ่มแก่เขา

he managed to remember it วลี

2:28

เขาสามารถจำมันได้

for 15 minutes

2:29

เป็นเวลา 15 นาที

by repeating it to himself constantly. ไวยากรณ์

2:30

โดยการพูดซ้ำกับตัวเองอย่างต่อเนื่อง

วลี

managed to remember it: จำได้สำเร็จแม้จะยาก

Managed to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ทำบางอย่างได้สำเร็จ” โดยปกติสื่อว่าต้องใช้ความพยายามหรือมีความยาก ดังนั้น managed to remember จึงยืนยันว่าเขาจำได้จริง ไม่ได้เพียงแค่พยายามจำ ในประโยคนี้ for 15 minutes บอกว่าเขาเก็บข้อมูลนั้นไว้ในความจำได้นานเท่าไร ไม่ได้หมายความว่าเขาใช้เวลา 15 นาทีพยายามก่อนจะจำได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยืนยันว่าทำสำเร็จและยังสื่อด้วยว่าการกระทำนั้นยาก?

  1. Lena tried to open the stuck window.
  2. Lena planned to open the stuck window.
  3. Lena managed to open the stuck window.
ดูคำตอบ

Lena managed to open the stuck window.

ไวยากรณ์

by repeating it to himself: ใช้ by + กริยาเติม -ing เพื่อบอกวิธี

by + กริยาเติม -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ by repeating อธิบายว่าเขาจำได้อย่างไร คือเขาทวนข้อมูลนั้นซ้ำหลายครั้ง ในโครงสร้างนี้ by เป็นคำบุพบท ดังนั้นกริยาที่ตามมาจึงต้องอยู่ในรูป -ing โดยพูดว่า by repeating ไม่ใช่ by repeat ส่วน to himself หมายถึงเขาทวนกับตัวเอง ไม่ได้พูดซ้ำให้คนอื่นฟัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย by + รูป -ing ของ write: She memorized the address ____ it down.

ดูคำตอบ

by writing

But only 5 minutes later,

2:33

แต่เพียง 5 นาทีต่อมา

he forgot the test

2:34

เขาก็ลืมไปว่าการทดสอบ

had even taken place. วลี

2:35

ได้เกิดขึ้นด้วยซ้ำ

วลี

had even taken place: เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะลืม

take place เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือถ้าเป็นกิจกรรมที่มีการวางแผน ก็หมายถึง “จัดขึ้น” ในที่นี้ the test คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงไม่ควรแปล take และ place แยกจากกัน had taken place เป็น past perfect ซึ่งแสดงว่าการทดสอบเกิดขึ้นก่อนช่วงเวลาในอดีตที่เขาลืม ส่วน even ใช้เน้นว่าเขาลืมแม้กระทั่งข้อเท็จจริงที่ว่าเคยมีการทดสอบเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่บอกว่าการสัมภาษณ์เกิดขึ้นก่อนที่ Mia จะลืม และเน้นว่าเธอลืมแม้กระทั่งว่าการสัมภาษณ์เคยเกิดขึ้น

  1. Mia had forgotten that the interview had even taken place.
  2. Mia forgot that the interview would take place later.
  3. Mia had forgotten to take part in the interview.
ดูคำตอบ

Mia had forgotten that the interview had even taken place.

Neuroscientists had thought of memory วลี

2:38

นักประสาทวิทยาเคยคิดว่าความจำ

as monolithic,

2:40

เป็นสิ่งที่เป็นก้อนเดียวกัน

all of it essentially the same

2:41

ทั้งหมดนั้นมีความเหมือนกันโดยพื้นฐาน

วลี

think of X as Y: มองความทรงจำเป็นสิ่งที่เป็นเนื้อเดียวกัน

think of X as Y หมายถึงการมอง ทำความเข้าใจ หรือจัดประเภท X ว่าเป็น Y ในประโยคนี้ X คือ memory และ Y คือ monolithic ดังนั้นนักประสาทวิทยาจึงมองความทรงจำเป็นประเภทเดียวที่รวมเป็นหนึ่ง ไม่ใช่ระบบหลายแบบที่แตกต่างกัน ตามความหมายตรงตัว monolithic เกี่ยวข้องกับก้อนขนาดใหญ่เพียงก้อนเดียว แต่ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสิ่งที่เป็นเนื้อเดียวกันและไม่แบ่งแยก คำที่ตามมาว่า all of it essentially the same ยืนยันความหมายนี้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง think of X as Y ให้สมบูรณ์: Many people ____ failure ____ a chance to grow.

ดูคำตอบ

think of · as

and stored throughout the brain.

2:43

และถูกเก็บไว้ทั่วทั้งสมอง

Milner's results were not only ไวยากรณ์

2:45

ผลลัพธ์ของ Milner ไม่ได้เป็นเพียง

the first clue for the now familiar distinction วลี

2:47

เบาะแสแรกสำหรับความแตกต่างที่คุ้นเคยกันในปัจจุบัน

between short-term and long-term memory,

2:49

ระหว่างความจำระยะสั้นและความจำระยะยาว

วลี

ความแตกต่างระหว่างความจำระยะสั้นกับความจำระยะยาว

รูปแบบ distinction between X and Y ใช้ระบุความแตกต่างหรือเส้นแบ่งระหว่างสิ่งหรือแนวคิดสองอย่าง ในรูปแบบนี้ between อยู่หน้า X และ and อยู่หน้า Y โดยในที่นี้ X คือ short-term memory และ Y คือ long-term memory วลี now familiar ขยายคำว่า distinction หมายความว่าการแบ่งแยกนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าผู้คนคุ้นเคยกับการแบ่งแยกนี้อยู่แล้วตอนที่เบาะแสแรกปรากฏขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบตายตัวให้สมบูรณ์: The article explains the distinction ____ correlation ____ causation.

ดูคำตอบ

between · and

but showed that each uses

2:52

แต่ยังแสดงให้เห็นว่าแต่ละอย่างนั้นใช้

different brain regions.

2:53

ส่วนของสมองที่แตกต่างกัน

ไวยากรณ์

were not only ... but showed: เพิ่มข้อค้นพบข้อที่สอง

not only ... but ... เชื่อมข้อความสองส่วนที่กล่าวถึงประธานเดียวกัน และบอกว่าส่วนที่สองเพิ่มประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่ง ในที่นี้ ผลการศึกษาของมิลเนอร์เป็นเบาะแสแรกของการแบ่งแยกระหว่างความจำระยะสั้นกับความจำระยะยาว และยังแสดงให้เห็นว่าความจำสองประเภทนี้ใช้บริเวณสมองที่แตกต่างกัน ในโครงสร้างคู่กันนี้ but ไม่ได้แสดงความขัดแย้ง มักมี also ตามหลัง but แต่สามารถละได้ โดยประโยคต้นฉบับใช้ but showed ไม่ใช่ but also showed

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง not only ... but also: The new bus route ____ shortened the trip ____ made it cheaper.

ดูคำตอบ

not only · but also

We now know that memory formation ลำดับความ

2:55

ตอนนี้เรารู้แล้วว่าการสร้างความจำ

involves several steps.

2:57

เกี่ยวข้องกับหลายขั้นตอน

ลำดับความ

We now know that ...: การนำเสนอความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน

We now know that ... แสดงว่าข้อสรุปที่ตามมาเป็นส่วนหนึ่งของความรู้ในปัจจุบัน ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัว ในที่นี้ we หมายกว้าง ๆ ถึงสิ่งที่วงการวิทยาศาสตร์และสังคมได้เรียนรู้ ไม่ได้หมายถึงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในวิดีโอ ในฐานะกรอบจัดระเบียบข้อมูล สำนวนนี้ปิดช่วงที่กล่าวถึงประวัติการวิจัยก่อนหน้า แล้วเปิดเข้าสู่คำอธิบายตามความเข้าใจสมัยใหม่ คำว่า now เน้นการเปลี่ยนแปลงของความรู้ คือเมื่อก่อนไม่เข้าใจ แต่ปัจจุบันมีหลักฐานสนับสนุน

แบบฝึกหัด

ในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ We now know that ... มักส่งสัญญาณถึงอะไร

  1. การเปลี่ยนจากงานวิจัยก่อนหน้าไปสู่ความเข้าใจในปัจจุบันที่อิงหลักฐาน
  2. คำพูดที่อ้างจากนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งโดยระบุชื่อ
  3. การคาดเดาส่วนตัวที่ผู้พูดเพิ่งคิดขึ้น
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนจากงานวิจัยก่อนหน้าไปสู่ความเข้าใจในปัจจุบันที่อิงหลักฐาน

After immediate sensory data is temporarily transcribed ไวยากรณ์

2:59

หลังจากที่ข้อมูลทางประสาทสัมผัสโดยตรงถูกคัดลอกชั่วคราว

by neurons in the cortex,

3:02

โดยเซลล์ประสาทในคอร์เทกซ์

it travels to the hippocampus,

3:04

มันจะเดินทางไปยังฮิปโปแคมปัส

ไวยากรณ์

After ... is temporarily transcribed: การเรียงลำดับกระบวนการรูปถูกกระทำ

After นำหน้าอนุประโยคบอกเวลาที่ให้ขั้นตอนแรกของกระบวนการ เมื่อขั้นตอนนั้นเสร็จแล้ว เหตุการณ์ในประโยคหลัก it travels to the hippocampus จึงเกิดขึ้น ทำให้ผู้ฟังติดตามขั้นตอนต่าง ๆ ตามลำดับได้ Is temporarily transcribed เป็นรูปถูกกระทำของ present simple โดย sensory data เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ รูปถูกกระทำทำให้จุดสนใจอยู่ที่สิ่งที่เกิดขึ้นกับข้อมูล ส่วน by neurons in the cortex ระบุผู้กระทำในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปถูกกระทำของ present simple ของ label เพื่อเติมขั้นตอนแรกของกระบวนการให้สมบูรณ์: After the samples ____, they are placed in storage.

ดูคำตอบ

are labeled

where special proteins

3:06

ซึ่งมีโปรตีนพิเศษ

work to strengthen the cortical synaptic connections. โน้ต

3:08

ทำงานเพื่อเสริมสร้างการเชื่อมต่อของจุดประสานประสาทในคอร์เทกซ์

วลี

work to strengthen: การอธิบายหน้าที่ของกลไก

ใน work to strengthen คำว่า work หมายถึง “ทำหน้าที่” หรือ “ก่อให้เกิดผล” ไม่ได้หมายถึง “ทำงานเพื่อรับค่าจ้าง” ประธานคือ special proteins ดังนั้นวลีนี้จึงอธิบายว่าโปรตีนทำอะไรในกระบวนการทางชีววิทยา โครงสร้าง work to + กริยารูปพื้นฐานใช้บอกการกระทำหรือผลลัพธ์ที่กลไกหนึ่งช่วยให้เกิดขึ้น ในที่นี้ to strengthen ระบุผลดังกล่าว คือทำให้การเชื่อมต่อไซแนปส์ในเปลือกสมองแข็งแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “This coating works to prevent rust,” คำว่า works to prevent หมายความว่าอย่างไร

  1. ใช้เวลาฝึกป้องกันสนิม
  2. ทำหน้าที่ในลักษณะที่ช่วยป้องกันสนิม
  3. ทำงานรับค่าจ้างเพื่อป้องกันสนิม
ดูคำตอบ

ทำหน้าที่ในลักษณะที่ช่วยป้องกันสนิม

วัฒนธรรม

the cortical synaptic connections: นามวลีทางประสาทวิทยา

the cortical synaptic connections เป็นนามวลีทางประสาทวิทยาที่หมายถึงการเชื่อมต่อไซแนปส์ในเปลือกสมอง cortical ระบุบริเวณของสมอง ส่วน synaptic ระบุว่าการเชื่อมต่อนั้นเกี่ยวข้องกับไซแนปส์ ซึ่งเป็นจุดที่เซลล์ประสาทส่งผ่านสัญญาณ ในประโยคนี้ การเสริมความแข็งแรงให้การเชื่อมต่อเหล่านี้หมายถึงการทำให้สายสัมพันธ์ที่เซลล์ประสาทใช้สื่อสารกันมีเสถียรภาพหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น นี่คือข้อมูลพื้นฐานขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการเชื่อมโยงวลีนี้กับการทำให้ความทรงจำมั่นคง ตัววลีเองไม่ใช่ชื่อของความทรงจำชนิดหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “the cortical synaptic connections” หมายถึงอะไร

  1. ชื่อของความทรงจำระยะสั้น
  2. เส้นประสาทที่ผิวหนัง
  3. การเชื่อมต่อไซแนปส์ในเปลือกสมอง
ดูคำตอบ

การเชื่อมต่อไซแนปส์ในเปลือกสมอง

If the experience was strong enough ไวยากรณ์

3:11

หากประสบการณ์นั้นรุนแรงพอ

or we recall it periodically การใช้คำ

3:13

หรือเรานึกถึงมันเป็นระยะๆ

in the first few days,

3:15

ในช่วงสองสามวันแรก

ไวยากรณ์

If ... strong enough or ... recall it periodically: เงื่อนไขทางเลือกสองข้อ

อนุประโยค if นี้เสนอเงื่อนไขทางเลือกสองข้อสำหรับผลในประโยคหลัก ได้แก่ ประสบการณ์นั้นเข้มข้นมากพอ หรือเราระลึกถึงมันเป็นระยะ ๆ ในช่วงสองสามวันแรก คำสันธาน or เชื่อมเงื่อนไขทั้งสองภายในอนุประโยค if โครงสร้าง if A or B หมายความว่า A, B หรือทั้งสองอย่างสามารถทำให้เงื่อนไขเป็นจริงได้ โดยไม่จำเป็นที่ A และ B ต้องเกิดขึ้นพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

or ทำหน้าที่อะไรในอนุประโยค if นี้?

  1. บอกว่าต้องมีเงื่อนไขทั้งสองข้อ
  2. เสนอทางเลือกสองทางที่ทำให้เงื่อนไขเป็นจริง
  3. ใช้เกริ่นผลที่เกิดจากเงื่อนไข
ดูคำตอบ

เสนอทางเลือกสองทางที่ทำให้เงื่อนไขเป็นจริง

การใช้คำ

recall it: ดึงข้อมูลออกจากความทรงจำ

recall ในที่นี้หมายถึงการนำประสบการณ์ในอดีตกลับเข้าสู่ความทรงจำที่เรารับรู้อยู่ หรือก็คือการระลึกถึงอีกครั้ง ส่วนสรรพนาม it หมายถึงประสบการณ์ที่ถูกดึงออกมาจากความทรงจำ ในบริบทของการเรียนรู้และการรู้คิด recall เน้นการดึงข้อมูลกลับมาใช้ ซึ่งคือการเข้าถึงข้อมูลที่เก็บไว้ในความทรงจำแล้ว คำนี้อาจสื่อถึงการกระทำที่ตั้งใจหรือคล้ายการนึกคำตอบในแบบทดสอบมากกว่า remember ซึ่งมีความหมายกว้างกว่า แต่ recall ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ความพยายามเสมอไป

แบบฝึกหัด

คำกริยาใดเน้นความหมายของการดึงข้อมูลที่เรียนแล้วออกจากความทรงจำระหว่างการทดสอบได้ตรงที่สุด?

  1. recall
  2. remember
  3. remind
ดูคำตอบ

recall

the hippocampus then transfers วลี

3:16

ฮิปโปแคมปัสก็จะถ่ายโอน

the memory back to the cortex

3:18

ความจำนั้นกลับไปยังคอร์เทกซ์

for permanent storage. วลี

3:20

เพื่อการจัดเก็บอย่างถาวร

วลี

transfer ... back to ...: ย้ายบางสิ่งกลับไปยังสถานที่เดิม

Transfer something back to somewhere หมายถึงการย้ายหรือส่งบางสิ่งกลับไปยังสถานที่ที่เคยอยู่ก่อนหน้านี้ ในประโยคนี้ the hippocampus เป็นผู้ทำกริยา the memory เป็นสิ่งที่ถูกส่ง และ the cortex เป็นปลายทาง โครงสร้างคือ transfer + กรรม + back to + ปลายทาง คำว่า back เพิ่มความหมายว่า “กลับไป” หากไม่มี back โครงสร้าง transfer ... to ... จะบอกเพียงปลายทาง แต่ไม่บอกว่าเป็นสถานที่เดิม ส่วน then บอกว่านี่คือขั้นตอนถัดไปของกระบวนการ

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “กลับไปยังตำแหน่งเดิม”: The file had been moved out of the main folder. After the check, the system transferred it ____ the main folder.

ดูคำตอบ

back to

วลี

for permanent storage: ใช้ for + คำนามเพื่อบอกจุดประสงค์

For permanent storage เป็นโครงสร้าง for + คำนามที่บอกจุดประสงค์หรือการใช้งานที่ตั้งใจไว้ กล่าวคือ ความทรงจำถูกส่งไปเพื่อให้จัดเก็บได้อย่างถาวร โครงสร้างแบบสั้นนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และเทคนิค โดยมักขยายเป็น infinitive หรืออนุประโยคบอกจุดประสงค์ได้ เช่น to store it permanently แต่โครงสร้างที่ใช้ for จะเน้นหน้าที่หรือการใช้งานมากกว่าการกระทำ

แบบฝึกหัด

ในประโยค The samples were labeled for easy identification. วลี for easy identification บอกอะไร?

  1. จุดประสงค์ของการติดฉลากตัวอย่าง
  2. สถานที่ที่ติดฉลากตัวอย่าง
  3. ระยะเวลาที่ใช้ติดฉลาก
ดูคำตอบ

จุดประสงค์ของการติดฉลากตัวอย่าง

H.M.'s mind could form the initial impressions,

3:22

จิตใจของ H.M. สามารถสร้างความประทับใจในเบื้องต้นได้

but without a hippocampus ไวยากรณ์

3:25

แต่หากไม่มีฮิปโปแคมปัส

to perform this memory consolidation, วัฒนธรรม

3:26

เพื่อทำหน้าที่ในการรวบรวมความจำนี้

ไวยากรณ์

without a hippocampus to perform ...: without + คำนาม + to-infinitive

ในที่นี้ without a hippocampus บอกว่าสิ่งใดขาดหายไป ส่วน to-infinitive ใน to perform this memory consolidation อธิบายหน้าที่ที่ฮิปโปแคมปัสซึ่งขาดไปตามปกติจะทำ โครงสร้าง without + คำนาม + to-infinitive เชื่อมบุคคลหรือสิ่งของที่ขาดไปเข้ากับงานที่ต้องใช้สิ่งนั้นโดยตรง ส่วน but นำข้อจำกัดนี้ไปเปรียบต่างกับข้อมูลก่อนหน้าที่ว่าสมองของ H.M. สามารถสร้างความประทับใจเบื้องต้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมายและคำในวงเล็บ: ____, we had to stop searching. (without / a battery / to power / the flashlight)

ดูคำตอบ

Without a battery to power the flashlight

วัฒนธรรม

memory consolidation: การทำให้ความทรงจำใหม่มั่นคงขึ้น

Memory consolidation คือกระบวนการทำให้ความทรงจำที่เพิ่งก่อตัวและยังไม่มั่นคงมีความมั่นคงมากขึ้น เพื่อให้เก็บรักษาไว้ได้เมื่อเวลาผ่านไป ในประโยคนี้ this memory consolidation หมายถึงการทำให้ความประทับใจเบื้องต้นที่กล่าวถึงก่อนหน้ามั่นคงขึ้น คำนี้เรียกกระบวนการที่ต้องอาศัยการสนับสนุนจากฮิปโปแคมปัส ไม่ใช่ช่วงแรกที่ความประทับใจก่อตัวขึ้น

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงถึง memory consolidation ได้ดีที่สุด

  1. หมายเลขโทรศัพท์ที่เก็บไว้ถูกเรียกกลับเข้ามาในความคิด
  2. ข้อมูลใหม่มีความมั่นคงมากขึ้นหลังจากเรียนรู้ครั้งแรก
  3. ข้อมูลที่เข้ามาถูกเปลี่ยนให้เป็นร่องรอยความทรงจำเบื้องต้น
ดูคำตอบ

ข้อมูลใหม่มีความมั่นคงมากขึ้นหลังจากเรียนรู้ครั้งแรก

they eroded like messages สำนวน

3:29

พวกมันก็จะกัดเซาะเหมือนข้อความ

scrawled in sand.

3:30

ที่ถูกขีดเขียนลงบนผืนทราย

สำนวน

eroded like messages scrawled in sand: อุปมาแทนความทรงจำที่เลือนหาย

ในที่นี้ they หมายถึงความทรงจำหรือความประทับใจที่กล่าวถึงก่อนหน้าประโยคนี้ ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย like เป็นอุปมา โดยเปรียบร่องรอยในใจกับตัวหนังสือบนทรายที่ค่อย ๆ ถูกลบเลือน ภาพนี้ทำให้การสูญเสียความทรงจำที่เป็นนามธรรมมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น Eroded เน้นกระบวนการที่เกิดขึ้นทีละน้อย ส่วน scrawled in sand ทำให้ร่องรอยเหล่านั้นดูเปราะบางและอยู่เพียงชั่วคราว ไม่ได้หมายความว่ามีใครเขียนข้อความไว้บนชายหาดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

อุปมานี้สื่อถึงความทรงจำเหล่านั้นเป็นหลักว่าอย่างไร?

  1. ความทรงจำเหล่านั้นเปราะบางและค่อย ๆ หายไป
  2. ความทรงจำเหล่านั้นชัดเจนขึ้นเพราะถูกเขียนบันทึกไว้
  3. ความทรงจำเหล่านั้นคือข้อความจริงที่ทิ้งไว้บนชายหาด
ดูคำตอบ

ความทรงจำเหล่านั้นเปราะบางและค่อย ๆ หายไป

But this was not the only memory distinction Milner found. ลำดับความ

3:33

แต่นี่ไม่ใช่ความแตกต่างของความจำเพียงอย่างเดียวที่ Milner พบ

ลำดับความ

But this was not the only ...: ส่งสัญญาณถึงข้อค้นพบอีกอย่าง

รูปแบบ But this was not the only ... ชี้ย้อนกลับไปยังเนื้อหาก่อนหน้าและชี้ไปข้างหน้าพร้อมกัน This หมายถึงความแตกต่างด้านความทรงจำที่เพิ่งอธิบายไป ส่วน not the only ส่งสัญญาณว่าจะมีการนำเสนอความแตกต่างอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป ประโยคนี้ทำหน้าที่จัดลำดับคำอธิบาย ไม่ได้ปฏิเสธข้อค้นพบก่อนหน้า But แสดงการเปลี่ยนทิศทาง โดยข้อค้นพบแรกยังคงถูกต้อง แต่การอภิปรายกำลังขยายไปไกลกว่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบาย?

  1. ประโยคนี้เชื่อมความแตกต่างก่อนหน้าไปยังอีกความแตกต่างหนึ่งที่จะกล่าวถึงต่อไป
  2. ประโยคนี้จบหัวข้อและบอกว่าไม่มีข้อมูลอื่นแล้ว
  3. ประโยคนี้ปฏิเสธว่าความแตกต่างด้านความทรงจำก่อนหน้านั้นไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เชื่อมความแตกต่างก่อนหน้าไปยังอีกความแตกต่างหนึ่งที่จะกล่าวถึงต่อไป

In a now-famous experiment,

3:36

ในการทดลองที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

she asked H.M.

3:37

เธอขอให้ H.M.

to trace a third star

3:39

ลากเส้นตามรูปดาวดวงที่สาม

in the narrow space

3:41

ในพื้นที่แคบๆ

between the outlines การใช้คำ

3:42

ระหว่างโครงร่าง

of two concentric ones,

3:43

ของดาวสองดวงที่ซ้อนกันอยู่

การใช้คำ

between the outlines of two concentric ones: ระหว่างเส้นรอบรูปของรูปทรงร่วมศูนย์กลางสองรูป

วลีนี้ระบุตำแหน่งของบางสิ่งว่าอยู่ในช่องแคบระหว่างขอบเขตของรูปทรงสองรูป outlines หมายถึงเส้นด้านนอก ส่วน concentric หมายถึงรูปทรงทั้งสองมีจุดศูนย์กลางเดียวกัน แม้จะมีขนาดต่างกันได้ ones ใช้แทนคำนามนับได้รูปพหูพจน์ที่ระบุไว้แล้วในบริบทก่อนหน้า เช่น shapes หรือ stars ในที่นี้จึงสามารถกล่าวถึงรูปทรงร่วมศูนย์กลางสองรูปได้โดยไม่ต้องพูดคำนามนั้นซ้ำ

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นระบุว่าบางสิ่งอยู่ที่ใด

  1. ในช่องว่างระหว่างรูปทรงสองรูปที่มีศูนย์กลางต่างกัน
  2. ในช่องว่างระหว่างขอบเขตของรูปทรงสองรูปที่มีศูนย์กลางเดียวกัน
  3. ที่จุดศูนย์กลางของรูปทรงสองรูปที่มีขนาดเท่ากัน
ดูคำตอบ

ในช่องว่างระหว่างขอบเขตของรูปทรงสองรูปที่มีศูนย์กลางเดียวกัน

while he could only see his paper ไวยากรณ์

3:45

โดยที่เขาสามารถมองเห็นกระดาษ

and pencil through a mirror.

3:47

และดินสอของเขาผ่านกระจกเงาเท่านั้น

ไวยากรณ์

while ... could only see ... through a mirror: ข้อจำกัดที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

while ในที่นี้นำเข้าสู่เงื่อนไขพื้นหลังที่เป็นจริงอยู่ระหว่างการทำงานหลัก โดยมีความหมายด้านเวลาว่า “ในช่วงที่” ไม่ใช่ความหมายเชิงเปรียบต่างว่า “ในทางตรงกันข้าม” วลี could only see his paper and pencil through a mirror บอกว่าสิ่งที่เขามองเห็นถูกจำกัด เขามองกระดาษและดินสอโดยตรงไม่ได้และต้องดูภาพสะท้อนในกระจก อนุประโยคทั้งหมดจึงอธิบายข้อจำกัดที่เกิดขึ้นพร้อมกับการทำงานนั้น

แบบฝึกหัด

while ในประโยคนี้แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากงานนั้น
  2. เงื่อนไขที่เกิดขึ้นพร้อมกับงานหลัก
  3. ความขัดแย้งอย่างชัดเจนระหว่างความคิดเห็นสองอย่าง
ดูคำตอบ

เงื่อนไขที่เกิดขึ้นพร้อมกับงานหลัก

Like anyone else performing ไวยากรณ์

3:49

เหมือนกับคนอื่นๆ ที่ทำ

such an awkward task

3:50

งานที่น่าอึดอัดเช่นนี้

for the first time,

3:51

เป็นครั้งแรก

he did horribly.

3:52

เขาทำได้แย่มาก

ไวยากรณ์

Like anyone else performing ... for the first time: เช่นเดียวกับคนอื่นที่ทำสิ่งนั้นเป็นครั้งแรก

Like anyone else performing such an awkward task for the first time หมายถึง ในลักษณะเดียวกับคนอื่นที่กำลังทำภารกิจนี้เป็นครั้งแรก ในที่นี้ like ใช้เปิดการเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่าชอบ วลี -ing performing such an awkward task for the first time ขยาย anyone else และระบุว่ากำลังนำเขาไปเปรียบเทียบกับคนกลุ่มใด การวางส่วนเปรียบเทียบทั้งหมดไว้หน้าประโยคหลักทำให้ผลงานที่แย่ของเขาดูเป็นผลลัพธ์ปกติของการลองครั้งแรก

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ drive เพื่อเติมการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: Like anyone else ____ a manual-transmission car for the first time, Noah made a few mistakes.

ดูคำตอบ

driving

But surprisingly,

3:54

แต่น่าประหลาดใจ

he improved over repeated trials, วลี

3:55

เขาทำได้ดีขึ้นจากการทดลองซ้ำๆ

even though he had no memory ไวยากรณ์

3:57

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีความทรงจำ

of previous attempts.

3:59

ของความพยายามครั้งก่อนๆ เลยก็ตาม

วลี

improved over repeated trials: ดีขึ้นตลอดการทดลองซ้ำ

ใน he improved over repeated trials คำว่า over ระบุช่วงที่การเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ เกิดขึ้น กล่าวคือ ผลงานของเขาดีขึ้นขณะที่การทดลองแต่ละครั้งดำเนินต่อไป ไม่ได้หมายถึงการอยู่เหนือสิ่งใดในเชิงตำแหน่ง Repeated trials หมายถึงการลองหรือการทดสอบหลายครั้ง วลีทั้งหมดแสดงแนวโน้มการพัฒนาตลอดหลายครั้ง ไม่ใช่การดีขึ้นเพียงครั้งเดียวหลังจากการทดลองทั้งหมดสิ้นสุดแล้วเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ใน Her accuracy improved over six practice sessions คำว่า over สื่อความหมายใด?

  1. การพัฒนาค่อย ๆ เกิดขึ้นตลอดการฝึกหลายครั้ง
  2. การพัฒนาเกิดขึ้นหลังจากการฝึกทั้งหกครั้งสิ้นสุดแล้วเท่านั้น
  3. การพัฒนาอยู่เหนือการฝึกเหล่านั้นในเชิงตำแหน่ง
ดูคำตอบ

การพัฒนาค่อย ๆ เกิดขึ้นตลอดการฝึกหลายครั้ง

ไวยากรณ์

even though he had no memory of previous attempts: การยอมรับข้อเท็จจริงที่เป็นอุปสรรค

even though ใช้นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริง โดยเสนอข้อเท็จจริงที่ปกติแล้วจะทำให้ผลลัพธ์ดูน่าประหลาดใจ ในที่นี้ การจำความพยายามก่อนหน้าไม่ได้ดูเหมือนจะขัดกับการพัฒนาขึ้น แต่ประโยคหลักก่อนหน้านี้บอกว่าเขายังคงพัฒนาขึ้นอยู่ดี ในคำบรรยายนี้ อนุประโยคดังกล่าวไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง แต่ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และ even ช่วยเน้น though ให้แรงขึ้น กล่าวคือ อุปสรรคมีอยู่จริงแต่ไม่ได้ขัดขวางผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแสดงการยอมรับสองคำที่นำเสนออุปสรรคจริง: ____ Maya had never used the software before, she learned it quickly.

ดูคำตอบ

Even though

His unconscious motor centers สำนวน

4:00

ศูนย์ควบคุมการเคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัวของเขา

remembered what the conscious mind had forgotten.

4:02

จำได้ในสิ่งที่จิตสำนึกได้ลืมไปแล้ว

สำนวน

motor centers remembered what the conscious mind had forgotten: การทำให้ระบบสมองเหมือนบุคคลเพื่อสร้างความขัดแย้ง

ประโยคนี้ทำให้ระบบสมองสองส่วน ได้แก่ unconscious motor centers และ conscious mind มีลักษณะเหมือนบุคคลที่สามารถจำหรือลืมได้ remembered ไม่ได้หมายความว่าส่วนหนึ่งของสมองระลึกถึงการทดลองเหล่านั้นอย่างมีสติ แต่หมายความว่าการฝึกทิ้งผลที่คงอยู่ต่อการเคลื่อนไหวหรือทักษะ ความขัดแย้งแบบขนานใน motor centers remembered what the conscious mind had forgotten แยกการเรียนรู้ทักษะที่ยังคงอยู่จากการระลึกอย่างมีสติ อนุประโยค what หมายถึงสิ่งหรือข้อมูลที่จิตสำนึกได้ลืมไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตเหมือนบุคคลในประโยคได้ดีที่สุด

  1. ส่วนต่าง ๆ ของสมองพูดคุยกันอย่างมีสติเกี่ยวกับการทดลองก่อนหน้า
  2. เขาจำการทดลองทุกครั้งได้อย่างมีสติ แต่ลืมวิธีทำการเคลื่อนไหวนั้น
  3. ระบบการเรียนรู้ทักษะของเขายังคงเก็บผลจากการฝึกไว้ แม้ว่าเขาจะระลึกถึงการทดลองเหล่านั้นอย่างมีสติไม่ได้
ดูคำตอบ

ระบบการเรียนรู้ทักษะของเขายังคงเก็บผลจากการฝึกไว้ แม้ว่าเขาจะระลึกถึงการทดลองเหล่านั้นอย่างมีสติไม่ได้

What Milner had discovered ไวยากรณ์

4:06

สิ่งที่ Milner ได้ค้นพบ

was that the declarative memory วัฒนธรรม

4:07

คือความจำเชิงประกาศ

of names, dates, and facts

4:09

ของชื่อ วันที่ และข้อเท็จจริง

วัฒนธรรม

ความจำแบบบอกเล่าได้เกี่ยวกับชื่อ วันที่ และข้อเท็จจริง

ความจำแบบบอกเล่าได้คือความจำเกี่ยวกับข้อมูลที่เราระลึกได้อย่างรู้ตัวและมักถ่ายทอดเป็นคำพูดได้ วลี of names, dates, and facts ระบุเนื้อหาของความจำชนิดนี้ โดยชื่อ วันที่ และข้อเท็จจริงล้วนเป็นข้อมูลที่คนสามารถบอกออกมาได้ ในการศึกษาความจำ แนวคิดนี้มักสรุปว่าเป็น “รู้ว่าอะไร” ซึ่งต่างจากความจำเชิงกระบวนการที่ช่วยให้เรา “รู้ว่าทำอย่างไร” เมื่อต้องใช้ทักษะ

แบบฝึกหัด

ตัวอย่างใดใช้ declarative memory เป็นหลัก

  1. เล่นบันไดเสียงเปียโนที่ฝึกมาแล้วโดยอัตโนมัติ
  2. จำได้ว่าออตตาวาเป็นเมืองหลวงของแคนาดา
  3. รักษาสมดุลขณะขี่จักรยาน
ดูคำตอบ

จำได้ว่าออตตาวาเป็นเมืองหลวงของแคนาดา

is different from

4:11

นั้นแตกต่างจาก

ไวยากรณ์

What Milner had discovered was that ...: โครงสร้าง pseudo-cleft ที่เน้นสิ่งที่ค้นพบ

What Milner had discovered หมายถึง “สิ่งที่มิลเนอร์ค้นพบ” และทำหน้าที่เป็นประธาน ในทางไวยากรณ์เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบรวมที่ What มีความหมายของ “สิ่งที่” อยู่ในตัว ส่วน was that ... ระบุเนื้อหาของสิ่งนั้นด้วยอนุประโยคที่ตามมา ทำให้ What X discovered was that Y ทั้งชุดเป็นโครงสร้าง pseudo-cleft โครงสร้างนี้เลื่อนข้อมูลการค้นพบหลักไปไว้ด้านหลังและให้น้ำหนักข้อมูลที่ Y ในประโยคนี้เป็นการส่งสัญญาณว่าข้อสรุปกำลังจะตามมา ไม่ใช่การตั้งคำถาม และ What ไม่ใช่คำแสดงคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเน้น What ... was that ... ในรูปอดีต: What the researchers discovered ____ ____ regular breaks improved accuracy.

ดูคำตอบ

was · that

the procedural memory วัฒนธรรม

4:12

ความจำเชิงกระบวนการ

of riding a bicycle

4:14

ของการขี่จักรยาน

or signing your name.

4:15

หรือการเซ็นชื่อของคุณ

วัฒนธรรม

ความจำเชิงกระบวนการของการขี่จักรยานหรือเซ็นชื่อ

ความจำเชิงกระบวนการคือความจำเกี่ยวกับวิธีทำทักษะหรือการกระทำที่เรียนรู้แล้ว การขี่จักรยานและการเซ็นชื่อเป็นตัวอย่าง เพราะการฝึกทำให้ลำดับการเคลื่อนไหวคุ้นเคย จนมักไม่ต้องนึกถึงแต่ละขั้นอย่างมีสติ วลีนี้แยกความจำชนิดดังกล่าวออกจากความจำเกี่ยวกับข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ ความแตกต่างนี้อธิบายได้ว่าเหตุใดคนเราจึงทำงานที่ฝึกไว้ได้ดีขึ้น แม้จะจำการฝึกครั้งก่อนไม่ได้อย่างมีสติ

แบบฝึกหัด

ตัวอย่างใดแสดงความจำเชิงกระบวนการได้ดีที่สุด

  1. การจำวันที่ไปทัศนศึกษาของโรงเรียน
  2. การนึกหมายเลขโทรศัพท์ของเพื่อน
  3. การผูกเชือกรองเท้าโดยไม่ต้องคิดถึงทุกการเคลื่อนไหว
ดูคำตอบ

การผูกเชือกรองเท้าโดยไม่ต้องคิดถึงทุกการเคลื่อนไหว

And we now know that procedural memory

4:17

และตอนนี้เรารู้แล้วว่าความจำเชิงกระบวนการ

relies more on the basal ganglia โน้ต

4:19

อาศัยเบซัลแกงเกลีย

and cerebellum,

4:21

และซีรีเบลลัมมากขึ้น

วลี

relies more on: พึ่งพามากกว่า

rely on หมายถึง “พึ่งพา” หรือ “ต้องใช้เป็นแหล่งสนับสนุน” ใน relies more on คำว่า more เปรียบเทียบระดับการพึ่งพา กล่าวคือ ความจำเชิงกระบวนการพึ่งพาปมประสาทฐานและสมองน้อยในระดับที่มากกว่า การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงบริเวณสมองเหล่านี้ที่เกี่ยวข้อง แต่แสดงว่าบริเวณเหล่านี้ค่อนข้างสำคัญกว่าระบบที่กำลังนำมาเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่เรียนมา: Compared with the old design, the new system ____ solar power.

ดูคำตอบ

relies more on

วัฒนธรรม

ปมประสาทฐานและสมองน้อย

ปมประสาทฐานและสมองน้อยเป็นโครงสร้างของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว นิสัย และทักษะที่เรียนรู้ การเอ่ยชื่อโครงสร้างเหล่านี้ในประโยคนี้ช่วยอธิบายว่า ความจำเชิงกระบวนการพึ่งพาระบบสมองที่ต่างจากระบบซึ่งเกี่ยวข้องอย่างมากกับการสร้างความทรงจำใหม่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ เนื่องจากโครงสร้างเหล่านี้ไม่ใช่ส่วนที่ได้รับความเสียหายตามที่กล่าวถึง การเรียนรู้ทักษะจึงยังพัฒนาได้ แม้ความสามารถในการสร้างความทรงจำใหม่ประเภทอื่นจะบกพร่องอย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

เหตุใดผู้พูดจึงกล่าวถึง basal ganglia and cerebellum ในที่นี้

  1. เพื่ออ้างว่า H.M. จำข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ทั้งหมดได้
  2. เพื่อบอกว่าการทดลองวัดเฉพาะการมองเห็น
  3. เพื่อระบุโครงสร้างสมองที่รองรับความจำเชิงกระบวนการ
ดูคำตอบ

เพื่อระบุโครงสร้างสมองที่รองรับความจำเชิงกระบวนการ

structures that were intact การใช้คำ

4:22

โครงสร้างที่ยังคงสมบูรณ์

in H.M.'s brain.

4:24

ในสมองของ H.M.

การใช้คำ

โครงสร้างที่ยังคงสมบูรณ์

ในวลีนี้ intact หมายถึงไม่เสียหายและยังคงสมบูรณ์ อนุประโยคขยายคำนาม that were intact ขยาย structures และระบุโครงสร้างในสมองของ H.M. ที่ไม่ได้รับความเสียหาย ถ้อยคำนี้เชื่อมโยงโครงสร้างสมองที่ยังสมบูรณ์กับความสามารถที่โครงสร้างเหล่านั้นยังช่วยรองรับได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสมองทุกส่วนไม่ได้รับผลกระทบ

แบบฝึกหัด

structures that were intact ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. โครงสร้างที่ทำงานอย่างมากเป็นพิเศษ
  2. โครงสร้างที่ไม่ได้รับความเสียหาย
  3. โครงสร้างที่ถูกนำออกไปแล้ว
ดูคำตอบ

โครงสร้างที่ไม่ได้รับความเสียหาย

This distinction between knowing that ลำดับความ

4:25

ความแตกต่างระหว่างการรู้ว่า

and knowing how

4:27

และการรู้วิธี

has underpinned all memory research since. การใช้คำ

4:29

เป็นรากฐานของการวิจัยความจำทั้งหมดตั้งแต่นั้นมา

ลำดับความ

between knowing that and knowing how: ความรู้เชิงข้อเท็จจริงกับความสามารถเชิงปฏิบัติ

กรอบ between ... and ... นำความรู้สองประเภทที่มีโครงสร้างขนานกันมาเปรียบเทียบ knowing that หมายถึงความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงหรือข้อความที่สามารถบอกออกมาได้ ส่วน knowing how หมายถึงวิธีการหรือความสามารถที่จำเป็นต่อการทำทักษะหนึ่งให้สำเร็จ การใช้ knowing ซ้ำแล้วเปลี่ยนเพียง that เป็น how ช่วยย่อความแตกต่างขนาดใหญ่ให้เป็นคู่เปรียบเทียบที่จำง่าย นั่นคือ การมีข้อมูลไม่เหมือนกับการทำสิ่งนั้นได้จริง

แบบฝึกหัด

เติมคู่เปรียบเทียบด้วยวลี knowing ที่มีโครงสร้างขนานกัน: There is a difference between ____ the alarm is armed and ____ to switch it off.

ดูคำตอบ

knowing that · knowing how

การใช้คำ

has underpinned ... since: อิทธิพลพื้นฐานที่ดำเนินต่อเนื่องตามเวลา

ในที่นี้ underpin หมายถึง “ให้การสนับสนุนพื้นฐานหรือเป็นรากฐานให้กับสิ่งหนึ่ง” ความแตกต่างนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นแนวคิดที่งานวิจัยด้านความจำในเวลาต่อมาสร้างขึ้นบนแนวคิดนั้น ไม่ได้หมายถึงการค้ำงานวิจัยไว้ทางกายภาพ has underpinned เป็นรูป present perfect แสดงว่าอิทธิพลในฐานะรากฐานเริ่มขึ้นในจุดหนึ่งในอดีตและดำเนินต่อมาในช่วงหลัง รวมถึงจุดอ้างอิงในปัจจุบัน since ที่ท้ายประโยคหมายถึง “นับแต่นั้นมา” โดยเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นมาจากบริบทก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect ของ underpin: This principle ____ the safety policy since 2015.

ดูคำตอบ

has underpinned

H.M. died at the age of 82,

4:32

H.M. เสียชีวิตในวัย 82 ปี

after a mostly peaceful life

4:35

หลังจากชีวิตที่สงบสุขเป็นส่วนใหญ่

in a nursing home.

4:36

ในบ้านพักคนชรา

Over the years,

4:38

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

he had been examined by more than 100 neuroscientists, ไวยากรณ์

4:38

เขาได้รับการตรวจจากนักประสาทวิทยามากกว่า 100 คน

ไวยากรณ์

had been examined by ...: รูป past perfect แบบ passive

had been examined เป็นรูป past perfect แบบ passive ซึ่งมีโครงสร้าง had been + past participle โดยแสดงให้ he เป็นผู้รับการตรวจหรือการศึกษา ส่วน by more than 100 neuroscientists ระบุผู้ที่ทำการตรวจหรือศึกษา past perfect ใช้มองย้อนจากจุดหนึ่งในอดีตไปยังเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้านั้น ในที่นี้เป็นการสรุปการตรวจที่สะสมมาจนถึงจุดนั้น และ over the years เน้นว่ากินเวลายาวนาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect แบบ passive ของ examine: By 2010, the patient ____ by several research teams.

ดูคำตอบ

had been examined

making his the most studied mind ไวยากรณ์

4:42

ทำให้จิตใจของเขาเป็นสิ่งที่ถูกศึกษามากที่สุด

in history.

4:44

ในประวัติศาสตร์

ไวยากรณ์

making his ...: อนุประโยคบอกผลที่ใช้สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ

อนุประโยคกริยารูป -ing making his the most studied mind in history บอกผลที่เกิดจากข้อความก่อนหน้า ในโครงสร้าง make + กรรม + ส่วนเติมเต็มกรรม ส่วนเติมเต็มจะบอกว่ากรรมนั้นกลายเป็นอะไรหรือถูกมองว่าเป็นอะไร โดยส่วนเติมเต็มในที่นี้คือ the most studied mind in history his ในที่นี้เป็นสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้แทน his mind รูปย่อนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการพูด mind ซ้ำ หากเขียนเต็มจะเป็น making his mind the most studied mind in history การเปลี่ยน his เป็น him จะทำให้ตัวบุคคล ไม่ใช่จิตใจของเขา เป็นกรรม จึงเปลี่ยนจุดเน้นของโครงสร้าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของแทน Maya's design ในโครงสร้างบอกผลแบบเดียวกัน

  1. The judges selected Maya's design, making her the winner.
  2. The judges selected Maya's design, making hers the winner.
  3. The judges selected Maya's design, making she the winner.
ดูคำตอบ

The judges selected Maya's design, making hers the winner.

Upon his death, วลี

4:45

เมื่อเขาเสียชีวิต

วลี

Upon his death: การบอกเวลาแบบเป็นทางการด้วย upon + นามวลี

Upon his death เป็นวลีบอกเวลาแบบเป็นทางการที่สร้างจาก upon + นามวลี ในที่นี้หมายถึง “เมื่อเขาเสียชีวิต” หรือ “หลังจากเขาเสียชีวิต” และกำหนดเวลาของเหตุการณ์ที่อธิบายในอนุประโยคถัดไป รูปแบบนี้นำเสนอเหตุการณ์ในรูปนามวลี เช่น upon arrival, upon completion, upon his death หากใช้อนุประโยคเต็ม ให้เลือก when หรือ after: when he died / after he died

แบบฝึกหัด

เรียงคำที่กำหนดให้เป็นวลีบอกเวลาแบบเป็นทางการ: upon / death / his. ____, the instructions in his will took effect.

ดูคำตอบ

Upon his death

his brain was preserved and scanned ไวยากรณ์

4:46

สมองของเขาถูกเก็บรักษาและสแกน

before being cut into over 2,000 individual slices

4:48

ก่อนที่จะถูกตัดออกเป็นชิ้นบางๆ มากกว่า 2,000 ชิ้น

ไวยากรณ์

was preserved and scanned before being cut: ลำดับกระบวนการด้วยรูปถูกกระทำ

Was preserved and scanned เชื่อมการกระทำแบบถูกกระทำสองอย่างโดยใช้กริยาช่วย was ร่วมกัน His brain คือสิ่งที่รับการกระทำ ส่วนผู้ที่ทำแต่ละขั้นตอนไม่ได้ถูกกล่าวถึง Before being cut into ... เป็นวลีบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อรูป ประธานที่เข้าใจกันอยู่ก็คือ his brain และ before กำหนดลำดับว่า การเก็บรักษาและการสแกนเกิดขึ้นก่อน ส่วนการตัดเป็นชิ้นเกิดขึ้นภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำแบบย่อของ display: The sculpture was cleaned and photographed before ____ in the gallery.

ดูคำตอบ

being displayed

and photographed to form a digital map

4:52

และถ่ายภาพเพื่อสร้างแผนที่ดิจิทัล

down to the level of individual neurons, วลี

4:54

ลงไปจนถึงระดับของเซลล์ประสาทแต่ละเซลล์

วลี

down to the level of individual neurons: ละเอียดถึงระดับเล็กที่สุดที่ระบุ

down to the level of individual neurons บอกว่าแผนที่ดิจิทัลมีความละเอียดหรือแม่นยำเพียงใด โดยรายละเอียดลงไปถึงระดับเซลล์ประสาทแต่ละเซลล์ คำว่า down ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ลงด้านล่าง แต่หมายถึงการเปลี่ยนจากระดับกว้างไปสู่ระดับที่เล็กและละเอียดกว่า โดยใช้โครงสร้าง down to the level of + นามวลี

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงรายละเอียดลงไปถึงระดับที่ระบุ: The archive records every change ____ individual keystrokes.

ดูคำตอบ

down to the level of

all in a live broadcast ไวยากรณ์

4:57

ทั้งหมดนี้อยู่ในการถ่ายทอดสด

watched by 400,000 people.

4:59

ที่มีผู้เข้าชมถึง 400,000 คน

ไวยากรณ์

a live broadcast watched by 400,000 people: ส่วนขยายหลังคำนามแบบถูกกระทำ

ใน all in a live broadcast คำว่า all สรุปการกระทำที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ส่วน in a live broadcast บอกว่าสิ่งเหล่านั้นถูกนำเสนอที่ไหนหรือในรูปแบบใด watched by 400,000 people เป็นอนุประโยคกริยาช่องสามที่วางหลัง a live broadcast และขยาย broadcast ในความสัมพันธ์แบบถูกกระทำ โดยสามารถเขียนเต็มได้เป็น a live broadcast that was watched by 400,000 people ส่วนขยายหลังคำนามแบบกระชับนี้บอกว่าใครดูการถ่ายทอดสด ไม่ได้หมายความว่าการถ่ายทอดสดเป็นฝ่ายดูสิ่งใด

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดขยาย watched by 400,000 people ในวลี a live broadcast watched by 400,000 people ได้อย่างถูกต้อง?

  1. a live broadcast that watched 400,000 people
  2. a live broadcast that was watched by 400,000 people
  3. 400,000 people who were watched by a live broadcast
ดูคำตอบ

a live broadcast that was watched by 400,000 people

Though H.M. spent most of his life forgetting things, ลำดับความ

5:02

ถึงแม้ H.M. จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตเพื่อลืมสิ่งต่างๆ

he and his contributions

5:04

แต่เขาและการมีส่วนร่วมของเขา

to our understanding of memory

5:06

ต่อความเข้าใจของเราเกี่ยวกับความจำ

will be remembered for generations to come. วลี

5:07

จะถูกจดจำไปอีกหลายชั่วอายุคน

ลำดับความ

Though H.M. spent most of his life forgetting things ... will be remembered กับการปิดท้ายด้วยความขัดแย้ง

Though ใช้เปิดอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกัน โดยยอมรับก่อนว่า H.M. ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับการลืมสิ่งต่าง ๆ ส่วนใจความสำคัญอยู่ในประโยคหลัก คือเขาและผลงานของเขาจะเป็นที่จดจำ การวาง forgetting ไว้ก่อน remembered ทำให้เกิดการพลิกความคาดหมายอย่างตั้งใจ โครงสร้าง Though A, B ใช้ยอมรับข้อเท็จจริงที่ดูเหมือนจะนำไปสู่ข้อสรุปแบบหนึ่ง แล้วใช้ B เสนอข้อสรุปที่สำคัญกว่าและตรงข้ามกับสิ่งที่คาดไว้ ความขัดแย้งนี้ช่วยปิดท้ายเรื่องได้อย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดอธิบายได้ดีที่สุดว่า Though จัดโครงสร้างข้อมูลในประโยคนี้อย่างไร

  1. นำเสนอการลืมของ H.M. และผลงานทางวิทยาศาสตร์ของเขาเป็นเหตุการณ์สองอย่างตามลำดับเวลา
  2. เริ่มจากยอมรับว่า H.M. ใช้ชีวิตด้วยการลืมสิ่งต่าง ๆ แล้วใช้ประโยคหลักพลิกความคาดหมายและเน้นความสำคัญที่ยั่งยืนของเขา
  3. กล่าวว่าการลืมของ H.M. ทำให้คนรุ่นหลังลืมผลงานของเขาไปด้วย
ดูคำตอบ

เริ่มจากยอมรับว่า H.M. ใช้ชีวิตด้วยการลืมสิ่งต่าง ๆ แล้วใช้ประโยคหลักพลิกความคาดหมายและเน้นความสำคัญที่ยั่งยืนของเขา

วลี

for generations to come: ตลอดหลายชั่วคนในอนาคต

for generations to come หมายถึง ตลอดหลายชั่วคนในอนาคต คำว่า to come วางอยู่หลัง generations และหมายถึงคนรุ่นที่ยังมาไม่ถึงหรือคนรุ่นในอนาคต เมื่อใช้กับ will be remembered วลีที่ขึ้นต้นด้วย for จะบอกระยะเวลาของการถูกจดจำ หมายความว่าคนรุ่นแล้วรุ่นเล่าจะยังคงจดจำ ไม่ได้หมายความว่าต้องรอผ่านไปหลายรุ่นก่อนจึงจะเริ่มถูกจดจำ

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงตลอดหลายชั่วคนในอนาคต: Her courage will be remembered ____.

ดูคำตอบ

for generations to come