พิษ (Poison) กับ พิษ (Venom): ต่างกันอย่างไร? - โรส อีฟเลท: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
647 คำ 194 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอวิทยาศาสตร์นี้อธิบายความต่างระหว่าง poison กับ venom จากวิธีที่สารพิษเข้าสู่ร่างกาย ยกกรณีสัตว์ที่น่าสนใจและการนำสารพิษไปใช้ทางการแพทย์ ก่อนปิดท้ายด้วยแนวทางที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจากพิษ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. what's the difference between poison and venom — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้โครงคำถามที่นำกลับมาใช้ได้เมื่อต้องการเปรียบเทียบแนวคิดสองอย่างที่มักสับสนกัน สามารถเปลี่ยนสิ่งที่นำมาเทียบเพื่อใช้ในการอภิปรายวิทยาศาสตร์ การถามในชั้นเรียน หรือการอธิบายที่ต้องแยกความหมายให้แม่นยำ 2. has to be inhaled, ingested, or absorbed, / has to be injected into a wound. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: สังเกตโครงสร้างกรรมวาจกและคำกริยาทางการแพทย์แบบเป็นทางการที่บอกช่องทางเข้าสู่ร่างกาย จึงอธิบายได้อย่างถูกต้องว่า poison เข้าทางการหายใจ การกลืน หรือการดูดซึม ส่วน venom ถูกฉีดเข้าสู่บาดแผล 3. Don't try any of the things you've seen on the internet or in movies. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่าคำสั่งปฏิเสธแบบตรงไปตรงมาช่วยห้ามคำแนะนำที่อันตรายและไม่น่าเชื่อถือได้อย่างไร รูปแบบนี้ใช้เตือนเรื่องความปลอดภัยอย่างหนักแน่น ชี้แหล่งข้อมูลที่น่าสงสัย และแนะนำให้อีกฝ่ายไปขอความช่วยเหลือที่เหมาะสม

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Would you rather be bitten by a venomous snake or touch a poisonous frog? ไวยากรณ์

0:06

คุณอยากถูกงูพิษกัด หรือไปสัมผัสกับกบมีพิษมากกว่ากัน?

ไวยากรณ์

Would you rather ... or ...? สำหรับคำถามให้เลือกสองทาง

Would you rather ใช้เปิดคำถามเพื่อถามว่าอีกฝ่ายอยากเลือกความเป็นไปได้ใดจากสองอย่าง ในประโยคนี้ทั้งสองตัวเลือกเป็นสถานการณ์สมมติและอันตราย แต่คำถามก็ยังให้ผู้ฟังเลือกหนึ่งอย่าง ใช้โครงสร้าง Would you rather + วลีกริยารูปพื้นฐาน A + or + วลีกริยารูปพื้นฐาน B? ในประโยคนี้ be bitten ... และ touch ... เป็นวลีกริยาที่วางขนานกัน rather ในที่นี้บอกความชอบ ไม่ได้แปลว่า “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว”

แบบฝึกหัด

เติมคำถามให้สมบูรณ์ด้วย Would you rather: ____ visit a museum or go to the park?

ดูคำตอบ

Would you rather

ไวยากรณ์

be bitten by a venomous snake: รูปกรรมวาจกของ bite

be bitten by a venomous snake เป็นรูปกรรมวาจก โดยนำผู้ที่ถูกกัดมาเป็นประธาน ส่วน by a venomous snake ระบุสัตว์ที่เป็นผู้ทำกริยา โครงสร้างคือ be + past participle + by + ผู้กระทำ bite มี past participle แบบไม่ปกติคือ bitten จึงใช้ be bitten ไม่ใช่ be bite เพราะอยู่หลัง would rather จึงคง be ไว้ในรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ bite และคำที่ใช้กล่าวถึงสัตว์ผู้ทำกริยา: During the hike, Mia was ____ a mosquito.

ดูคำตอบ

bitten by

Wait, what's the difference between poison and venom anyway? วลี

0:11

เดี๋ยวนะ แล้วความแตกต่างระหว่าง poison (พิษที่สัมผัสหรือกิน) กับ venom (พิษที่ฉีดเข้าสู่ร่างกาย) คืออะไรกันแน่?

วลี

What's the difference between X and Y?: การถามความแตกต่างระหว่างสองสิ่ง

What's the difference between X and Y? เป็นรูปแบบคำถามที่ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายว่าสิ่งของหรือแนวคิดสองอย่างที่เปรียบเทียบกันได้แตกต่างกันอย่างไร ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องการทราบความแตกต่างระหว่าง poison กับ venom โครงสร้างคือ the difference between X and Y โดย between นำหน้าสิ่งสองอย่างที่เปรียบเทียบกัน และ and ใช้เชื่อมทั้งสองอย่าง ให้แทน X และ Y ด้วยสิ่งสองอย่างที่ต้องการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำในรูปแบบนี้ให้คำถามสมบูรณ์: What's the difference ____ a comet ____ an asteroid?

ดูคำตอบ

between · and

Let's say you have the misfortune to be bitten by a venomous rattlesnake. โน้ต

0:15

สมมติว่าคุณโชคร้ายถูกงูหางกระดิ่งมีพิษกัด

ลำดับความ

Let's say: การแนะนำสถานการณ์สมมติ

Let's say ใช้แนะนำสถานการณ์สมมติที่ผู้ฟังควรจินตนาการเพื่อทำความเข้าใจคำอธิบายหรือตัวอย่าง ในที่นี้เป็นการตั้งสถานการณ์สมมติว่าถูกงูหางกระดิ่งมีพิษกัด โดยทั่วไปจะวางไว้หน้าประโยคย่อยที่สมบูรณ์: Let's say + ประธาน + กริยา สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วยการให้จุดเริ่มต้นที่ชัดเจน ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าทุกคนต้องพูดถ้อยคำบางอย่างออกมาดัง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำที่เรียนในบทนี้เพื่อแนะนำสถานการณ์สมมติ: ____ the power goes out. What should we do?

ดูคำตอบ

Let's say

วลี

have the misfortune to be bitten: โครงสร้าง have the misfortune to + กริยา

have the misfortune to do something ใช้บอกว่าเหตุการณ์ที่ตามมาเป็นประสบการณ์ที่โชคร้ายหรือไม่น่ายินดี ในประโยคนี้ to be bitten เป็น infinitive แบบถูกกระทำ จึงหมายถึงบุคคลนั้นถูกกัด ไม่ใช่เป็นฝ่ายกัด โครงสร้างคือ have the misfortune to + กริยารูปพื้นฐาน หากเป็นเหตุการณ์ที่ประธานถูกกระทำ ให้ใช้ have the misfortune to be + กริยาช่องที่ 3

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยา miss เติมโครงสร้างตายตัวให้สมบูรณ์: She had the misfortune ____ her flight after the highway closed.

ดูคำตอบ

to miss

When it bites you,

0:19

เมื่อมันกัดคุณ

the snake will eject venom from little sacs behind its eyes การใช้คำ

0:19

งูจะบีบพิษออกจากถุงเล็กๆ หลังตาของมัน

การใช้คำ

eject venom: ดันสารออกไปข้างนอก

ในคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์นี้ eject venom หมายถึงดันพิษออกจากถุงหรือช่องเปิด eject ทำให้เห็นภาพว่าพิษเคลื่อนออกมาภายใต้แรงดัน จึงแม่นยำกว่าคำกริยากว้าง ๆ อย่าง put out คำว่า eject ยังหมายถึงขับคนออกไปหรือดันวัตถุออกมาได้ แต่กรรม venom ทำให้ชัดเจนว่าในที่นี้หมายถึงการดันของเหลวออกมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ eject ในความหมายทางกายภาพเดียวกับ eject venom?

  1. The filter removes salt from the water.
  2. The nozzle ejects a narrow stream of water.
  3. The bottle stores a small amount of water.
ดูคำตอบ

The nozzle ejects a narrow stream of water.

through its hollow fangs and into your flesh.

0:22

ผ่านเขี้ยวที่กลวงและเข้าสู่เนื้อของคุณ

That venom will then travel through your bloodstream วลี

0:24

จากนั้นพิษจะเดินทางผ่านกระแสเลือด

all over your body.

0:26

ไปทั่วร่างกายของคุณ

วลี

travel through your bloodstream all over your body: เคลื่อนผ่านกระแสเลือดและแพร่ไปทั่วร่างกาย

ในที่นี้ travel หมายถึง “เคลื่อนที่หรือแพร่กระจาย” ไม่ใช่ “เดินทางไปเที่ยว” พิษเคลื่อนที่ไปตามกระแสเลือด ซึ่งพามันไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “travel through + เส้นทางหรือระบบ” ซึ่งบอกเส้นทางที่สิ่งหนึ่งเคลื่อนผ่าน ส่วน “all over your body” เพิ่มขอบเขตว่ามันสามารถไปถึงหลายส่วนทั่วร่างกายได้

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่ใช้ในโครงสร้าง “travel through + ระบบร่างกาย” ให้สมบูรณ์: The medicine travels ____ the bloodstream before reaching the liver.

ดูคำตอบ

through

In most cases,

0:27

ในกรณีส่วนใหญ่

snake venom contains neurotoxins,

0:28

พิษงูประกอบด้วยสารพิษต่อระบบประสาท (neurotoxins)

proteins that can do all sorts of nasty stuff like วลี

0:30

โปรตีนที่สามารถทำเรื่องเลวร้ายสารพัดอย่าง เช่น

วลี

do all sorts of nasty stuff like: เกริ่นตัวอย่างผลเสียด้วยภาษาที่ไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ “do all sorts of nasty stuff” เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ก่อให้เกิดผลที่เป็นอันตรายหรือไม่น่าพอใจหลายแบบ” คำว่า stuff เป็นคำนามนับไม่ได้ที่กล่าวแบบกว้าง ๆ ในที่นี้ โดยหมายถึงผลกระทบหรือผลที่ตามมา ไม่ใช่สารชนิดใดชนิดหนึ่ง คำว่า like ที่ท้ายวลีบอกว่าต่อไปจะมีตัวอย่าง วลีทั้งหมดจึงใช้เกริ่นรายการผลกระทบที่ซับซ้อนด้วยภาษาสบาย ๆ และเข้าใจง่าย

แบบฝึกหัด

“do all sorts of nasty stuff like” ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้?

  1. ใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการเพื่อเกริ่นผลเสียหลายอย่างและตัวอย่าง
  2. บอกว่าผลกระทบเหล่านั้นไม่เป็นอันตราย
  3. ระบุชื่อสารชนิดหนึ่งอย่างเจาะจง
ดูคำตอบ

ใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการเพื่อเกริ่นผลเสียหลายอย่างและตัวอย่าง

make your muscles fire uncontrollably, ไวยากรณ์

0:33

ทำให้กล้ามเนื้อของคุณกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้

ไวยากรณ์

make your muscles fire: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

make your muscles fire ใช้โครงสร้างบอกเหตุ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ประธานทำให้กรรม your muscles ทำกริยา fire เมื่อใช้ make ในรูป active ต้องใช้ fire โดยไม่มี to: make your muscles fire ไม่ใช่ make your muscles to fire ในที่นี้ fire หมายถึงเส้นประสาทหรือเส้นใยกล้ามเนื้อถูกกระตุ้นให้ส่งหรือตอบสนองต่อสัญญาณ ไม่ได้หมายถึง “ยิงปืน” หรือ “ติดไฟ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ shake: The medicine made my hands ____.

ดูคำตอบ

shake

burst your blood cells,

0:35

ทำให้เซลล์เม็ดเลือดของคุณแตก

and make you go completely numb. ไวยากรณ์

0:36

และทำให้คุณชาไปทั้งตัว

ไวยากรณ์

make you go completely + คำคุณศัพท์: ทำให้เกิดการเปลี่ยนสภาวะ

make you go completely numb รวม make + กรรม เข้ากับ go + คำคุณศัพท์ make แสดงสาเหตุ go แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะใหม่ และ completely เน้นระดับให้ชัดขึ้น ทั้งวลีหมายถึงทำให้ใครบางคนรู้สึกชาอย่างเต็มที่ ตรงนี้ go ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ make + กรรม + go + คำคุณศัพท์ เช่น make everyone go quiet

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ไม่มีความรู้สึก”: The cold made my fingers go completely ____.

ดูคำตอบ

numb

But you might get lucky. วลี

0:38

แต่คุณอาจโชคดี

วลี

might get lucky: ความเป็นไปได้ที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีเพราะโชคช่วย

might get lucky หมายถึงมีโอกาสที่เรื่องต่าง ๆ จะลงเอยด้วยดีเพราะโชคช่วย might ทำให้ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน ส่วน get lucky เป็นสำนวนที่ใช้เป็นปกติ โดย get สื่อถึงการเข้าสู่หรือลงเอยในสถานการณ์ที่โชคดี ไม่ได้หมายถึงการได้รับสิ่งของที่เรียกว่า “โชค” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเสนอความเป็นไปได้ของผลลัพธ์ที่ดีหลังคำเตือนซึ่งเชื่อมด้วย But กล่าวคือ ผลร้ายอาจไม่เกิดขึ้นเพราะบังเอิญโชคดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ได้ผลลัพธ์ที่ดีเพราะความบังเอิญ”: Most tickets are sold out, but we might ____ and find two at the door.

ดูคำตอบ

get lucky

Snakes don't always decide you're worth wasting venom on. ไวยากรณ์

0:39

งูไม่ได้ตัดสินใจเสมอไปว่าคุณมีค่าพอให้เสียพิษด้วย

ไวยากรณ์

you're worth wasting venom on: โครงสร้าง be worth + -ing

You're worth wasting venom on หมายถึง การใช้พิษกับคุณนั้นคุ้มกับต้นทุนที่เสียไป ประโยคนี้มีอารมณ์ขบขัน เพราะมองพิษเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดและงูอาจตัดสินใจไม่ใช้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ subject + be worth + -ing เริ่มจาก waste venom on you เมื่อ you เป็นประธาน on จะยังอยู่ท้ายประโยค: You are worth wasting venom on ต้องใช้ wasting ไม่ใช่ to waste

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่า การจ่ายค่าซ่อมแล็ปท็อปเก่าอีกครั้งนั้นไม่คุ้มค่า

  1. It isn't worth to spend more money on the old laptop.
  2. The old laptop isn't worth spending on more money.
  3. The old laptop isn't worth spending more money on.
ดูคำตอบ

The old laptop isn't worth spending more money on.

In fact, between 20 and 80% of snake bites are so-called dry bites, การใช้คำ

0:42

อันที่จริง การถูกงูกัดประมาณ 20 ถึง 80% เป็นสิ่งที่เรียกว่า "การกัดแห้ง" (dry bites)

การใช้คำ

so-called dry bites: ศัพท์สำหรับการกัดที่ไม่มีการฉีดพิษ

so-called ทำหน้าที่นำเสนอ dry bites ว่าเป็นชื่อที่ใช้เรียกการกัดของงูประเภทนี้ ในบริบทการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นข้อเท็จจริงนี้ คำดังกล่าวใช้แนะนำศัพท์อย่างเป็นกลาง ไม่ได้หมายความว่าชื่อนี้ไม่ถูกต้อง dry bite คือการกัดที่เกิดขึ้นจริง แต่งูไม่ได้ฉีดพิษเข้าไป คำว่า dry ในที่นี้เป็นความหมายเฉพาะทางและไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษร จึงไม่ได้บอกว่าแผลแห้งหรือเปียกเพียงใด

แบบฝึกหัด

so-called dry bites ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. การถูกงูกัดที่เกิดขึ้นเฉพาะในสภาพอากาศแห้ง
  2. การถูกงูกัดที่แผลแห้งแล้ว
  3. การถูกงูกัดที่ไม่มีการฉีดพิษ
ดูคำตอบ

การถูกงูกัดที่ไม่มีการฉีดพิษ

where the snake is just trying to send a message สำนวน

0:46

ซึ่งงูเพียงแค่พยายามส่งสัญญาณเตือน

without actually killing you.

0:48

โดยไม่ได้ต้องการจะฆ่าคุณจริงๆ

สำนวน

send a message: สื่อคำเตือนผ่านการกระทำ

ในที่นี้ send a message ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ การกัดของงูสื่อคำเตือน เช่น “อยู่ห่าง ๆ” โดยไม่มีข้อความที่เขียนหรือพูดจริง ๆ where หมายถึง “ในสถานการณ์นั้น” และ just trying to แสดงว่าจุดประสงค์ของงูจำกัดอยู่ที่การเตือน ซึ่งต่างจากการฆ่าคนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ send a message ในความหมายเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกับคำบรรยาย

  1. The coach benched the captain to send a message that lateness would not be tolerated.
  2. I need to send a message with the meeting time.
  3. Maya used her phone to send a message to her cousin.
ดูคำตอบ

The coach benched the captain to send a message that lateness would not be tolerated.

You see, venom takes energy and resources for the snake to make, โน้ต

0:50

อย่างที่คุณเห็น งูต้องใช้พลังงานและทรัพยากรในการสร้างพิษ

and they don't want to waste it on a warning shot. สำนวน

0:53

และพวกมันก็ไม่อยากเสียมันไปกับการกัดเพื่อเตือน

ลำดับความ

You see, ที่บอกว่าคำอธิบายกำลังตามมา

เมื่ออยู่ต้นประโยค You see, เป็นคำบอกลำดับความคิดในบทสนทนา โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะให้คำอธิบายหรือเหตุผลสำคัญของประเด็นหนึ่ง ไม่ได้สั่งให้ใครมองจริง ๆ แต่ช่วยจัดข้อมูลโดยพาจากข้อความหรือสิ่งที่สังเกตเห็นไปสู่เหตุผลเบื้องหลัง ในที่นี้ เหตุผลคือการสร้างพิษต้องใช้พลังงานและทรัพยากร

แบบฝึกหัด

You see, ที่ต้นตัวอย่างมีหน้าที่หลักอะไร?

  1. บอกให้ผู้ฟังมองงู
  2. แสดงว่าการสนทนาจบแล้ว
  3. ใช้เกริ่นนำคำอธิบายที่ตามมา
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นนำคำอธิบายที่ตามมา

ไวยากรณ์

Venom takes energy and resources for the snake to make: การบอกต้นทุนที่จำเป็น

ใน venom takes energy and resources for the snake to make คำว่า takes หมายถึง ต้องใช้ หรือ ใช้ไป ไม่ได้หมายถึง หยิบขึ้นมา พลังงานและทรัพยากรคือต้นทุนในการสร้างพิษ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ สิ่งของ + takes + เวลา/พลังงาน/เงิน/ทรัพยากร + (for someone) + to-infinitive สิ่งที่ถูกสร้างหรือทำให้เสร็จสามารถเป็นประธานได้ สิ่งที่ต้องใช้จะตามหลัง takes และ for someone ระบุผู้ที่ทำกริยาใน infinitive

แบบฝึกหัด

ใช้ take และ draw เติมโครงสร้างที่บอกต้นทุนที่จำเป็นให้สมบูรณ์: A detailed map ____ time and careful work ____.

ดูคำตอบ

takes · to draw

สำนวน

waste it on a warning shot: ใช้มันไปกับการกระทำเพื่อเตือน

ในวลี to waste it on a warning shot คำว่า it หมายถึงพิษ รูปแบบ waste X on Y หมายถึงการใช้ทรัพยากร X ที่มีจำกัดไปกับ Y ซึ่งผู้พูดมองว่าไม่คุ้มค่า ตามความหมายตรงตัว warning shot คือการยิงเพื่อเตือน ไม่ใช่เพื่อให้โดนหรือฆ่า ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบถึงการกัดเพื่อเตือน จึงไม่ได้มีการยิงปืนจริง ภาพเปรียบนี้มองพิษเหมือนกระสุนอันมีค่าที่สัตว์ไม่อยากใช้เพียงเพื่อเตือนเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไป: Do not waste your energy ____ an argument that does not matter.

ดูคำตอบ

on

When it comes to poison, on the other hand, ลำดับความ

0:55

ในทางกลับกัน เมื่อพูดถึง poison

ลำดับความ

When it comes to X, on the other hand: เปลี่ยนหัวข้อและแสดงความแตกต่าง

When it comes to poison ทำหน้าที่กำหนดขอบเขตของเรื่อง กล่าวคือผู้พูดกำลังเปลี่ยนมาพูดถึง poison แทนหัวข้อที่เพิ่งกล่าวไป ในรูปแบบนี้ comes to ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ ส่วน When it comes to X หมายถึง “เมื่อพูดถึง X” หรือ “ในเรื่องของ X” On the other hand ทำเครื่องหมายว่าหัวข้อใหม่เป็นอีกด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบ เมื่อใช้สองวลีนี้ร่วมกัน ผู้พูดจะระบุหัวข้อเปรียบเทียบใหม่ก่อน แล้วส่งสัญญาณว่าข้อมูลต่อไปจะแตกต่างจากประเด็นก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

When it comes to poison, on the other hand มีหน้าที่หลักในการเรียบเรียงเนื้อหาอย่างไร

  1. เปลี่ยนไปพูดถึง poison และแสดงความแตกต่างจากหัวข้อก่อนหน้า
  2. บอกว่า poison กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้จริง ๆ
  3. จบการอธิบายโดยไม่แนะนำการเปรียบเทียบ
ดูคำตอบ

เปลี่ยนไปพูดถึง poison และแสดงความแตกต่างจากหัวข้อก่อนหน้า

there's no warning shot.

0:57

ไม่มีการกัดเพื่อเตือนหรอกนะ

If you pick up a poisonous dart frog to admire its beautiful colors, กริยาวลี

0:59

หากคุณหยิบกบลูกศรพิษขึ้นมาเพื่อชื่นชมสีสันอันสวยงามของมัน

กริยาวลี

pick up: หยิบสิ่งของขึ้นมาถือ

ในที่นี้ pick up หมายถึงยกสิ่งของจากจุดที่วางอยู่ขึ้นมาถือไว้ กรรม a poisonous dart frog ชี้ว่าคำนี้ใช้ในความหมายทางกายภาพ ไม่ใช่ความหมายอื่นของ pick up เช่น ไปรับใครสักคนหรือเรียนรู้บางอย่าง pick up เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ จึงพูดได้ทั้ง pick up the frog และ pick the frog up แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง pick กับ up: ใช้ pick it up ไม่ใช้ pick up it

แบบฝึกหัด

ใช้ pick up กับคำสรรพนามให้เรียงลำดับถูกต้อง: The book is on the floor. Please ____.

ดูคำตอบ

pick it up

you've already gotten deadly poison all over your hands. วลี

1:03

คุณก็มีพิษร้ายแรงติดเต็มมือไปแล้ว

วลี

gotten deadly poison all over your hands: get ... all over ... เพื่อบอกว่าเปื้อนไปทั่ว

ใน you've already gotten... คำว่า gotten เป็นรูป past participle ของ get ในที่นี้หมายความว่าการสัมผัสกบทำให้พิษร้ายแรงมาเปื้อนมือ ไม่ได้หมายถึงการตั้งใจไปเอาพิษมา โครงสร้าง get + สาร + all over + พื้นผิวหรือส่วนของร่างกาย ใช้บอกว่าสารกระจายหรือเปื้อนอยู่หลายจุด all over your hands เน้นว่าเปื้อนเป็นบริเวณกว้าง แต่ไม่จำเป็นต้องหมายถึงผิวทุกส่วนถูกปกคลุมทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ทั่วหลายส่วนของ”: I got paint ____ my shirt.

ดูคำตอบ

all over

As it seeps into your skin and travels through your blood, ไวยากรณ์

1:06

เมื่อมันซึมเข้าสู่ผิวหนังและเดินทางผ่านกระแสเลือดของคุณ

the poison starts to interfere with your nerves, วลี

1:09

พิษจะเริ่มแทรกแซงเส้นประสาทของคุณ

วลี

starts to interfere with your ...: start to + interfere with

starts to + คำกริยา บอกว่าการกระทำหรือผลกระทบเริ่มเกิดขึ้น ส่วน interfere with + กรรม หมายถึงรบกวนสิ่งนั้นหรือทำให้สิ่งนั้นทำงานตามปกติไม่ได้ ในที่นี้พิษเริ่มรบกวนการทำงานตามปกติของเส้นประสาท ต้องมี with หน้าสิ่งที่ได้รับผลกระทบ: interfere with your nerves รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ start to interfere with + ระบบ กิจกรรม แผน หรือกระบวนการ

แบบฝึกหัด

เติมหนึ่งคำให้เป็นวลีที่ถูกต้อง: Heavy rain can interfere ____ satellite signals.

ดูคำตอบ

with

preventing your muscles from contracting. ไวยากรณ์

1:11

ป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อของคุณหดตัว

ไวยากรณ์

As it seeps ... and travels ...: as ที่บอกกระบวนการซึ่งกำลังดำเนินไป

ในที่นี้ As นำเข้าสู่กระบวนการที่เกิดขึ้นพร้อมกับเหตุการณ์หลัก ขณะที่พิษซึมเข้าสู่ผิวหนังและเคลื่อนผ่านกระแสเลือด พิษก็เริ่มส่งผลต่อเส้นประสาท as ในที่นี้จึงหมายถึง “ขณะที่” หรือ “เมื่อกระบวนการดำเนินไป” ไม่ได้หมายถึง “ในฐานะ” โครงสร้าง as + อนุประโยคใช้อนุประโยคที่บอกกระบวนการเป็นฉากหลัง แล้วให้ประโยคหลักบอกผลลัพธ์สำคัญ มักใช้เมื่อต้องการอธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างพัฒนาไปพร้อมกันอย่างไร

แบบฝึกหัด

ใน As it seeps into your skin... คำว่า as หมายถึงอะไร?

  1. หมายถึง “ในฐานะ”
  2. หมายถึง “ขณะที่” หรือ “เมื่อกระบวนการดำเนินไป”
  3. หมายถึง “เพราะกระบวนการจบไปแล้ว”
ดูคำตอบ

หมายถึง “ขณะที่” หรือ “เมื่อกระบวนการดำเนินไป”

ไวยากรณ์

prevent ... from contracting: prevent + กรรม + from + -ing

โครงสร้าง prevent + กรรม + from + -ing หมายถึงการป้องกันไม่ให้คนหรือสิ่งหนึ่งทำบางอย่าง ใน preventing your muscles from contracting คำว่า your muscles เป็นกรรม และ contracting คือการกระทำที่ถูกป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น คำว่า preventing ที่อยู่ต้นข้อความสามารถเชื่อมกับอนุประโยคก่อนหน้าเพื่อบอกผลที่เกิดขึ้นได้ ส่วนโครงสร้างด้านในยังเหมือนเดิม คือหลัง from ต้องใช้รูป -ing ไม่ใช่คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้ contract ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: The medicine prevents the muscles from ____.

ดูคำตอบ

contracting

If the frog's poison reaches your heart,

1:13

หากพิษของกบไปถึงหัวใจของคุณ

it can cause it to stop. ไวยากรณ์

1:15

มันอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

ไวยากรณ์

cause it to stop: cause + กรรม + to-infinitive

โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive หมายถึงสิ่งหนึ่งทำให้เกิดการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงกับอีกสิ่งหนึ่ง ใน cause it to stop คำว่า it เป็นกรรม และ to stop บอกผลที่เกิดขึ้น ในประโยคเต็ม it ตัวแรกหมายถึงสิ่งที่เป็นสาเหตุ ส่วน it ตัวที่สองหมายถึงหัวใจ โครงสร้างหลัง cause ยังคงเป็น กรรม + to + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้ stop เติมโครงสร้าง cause ให้สมบูรณ์: A power cut can cause the train ____.

ดูคำตอบ

to stop

The distinction between venom and poison is purely in the method of delivery. การใช้คำ

1:17

ความแตกต่างระหว่าง venom และ poison อยู่ที่วิธีการส่งผ่านพิษเท่านั้น

การใช้คำ

The distinction between venom and poison ... method of delivery: แยกความแตกต่างตามเส้นทางเข้าสู่ร่างกาย

the distinction between X and Y หมายถึงลักษณะที่ใช้แยกสองสิ่งออกจากกัน ในประโยคนี้ venom กับ poison ถูกจำแนกด้วยเกณฑ์เดียว คือสารอันตรายเข้าสู่ร่างกายอย่างไร purely หมายถึง “เพียงอย่างเดียว” ส่วน method of delivery หมายถึงเส้นทางที่สารเข้าสู่ร่างกาย ไม่ใช่วิธีส่งพัสดุ venom ถูกส่งเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล ส่วน poison เข้าสู่ร่างกายด้วยการสูดดม กินหรือดื่ม หรือซึมผ่านพื้นผิว

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อให้การเปรียบเทียบแบบเป็นทางการสมบูรณ์: The distinction ____ the two treatments lies in their method of delivery.

ดูคำตอบ

between

Poison has to be inhaled, ingested, or absorbed, การใช้คำ

1:21

Poison ต้องถูกสูดดม กลืนกิน หรือดูดซึม

and venom has to be injected into a wound.

1:24

ส่วน venom ต้องถูกฉีดเข้าไปในบาดแผล

การใช้คำ

has to be inhaled ... has to be injected: เส้นทางเข้าสู่ร่างกายในโครงสร้างแบบถูกกระทำ

รูปแบบ has to be + past participle ที่ใช้ซ้ำเป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำ ในที่นี้ has to บอกเงื่อนไขที่จำเป็นต่อคำจำกัดความ ไม่ใช่คำสั่ง รูปแบบนี้เน้นเส้นทางที่สารเข้าสู่ร่างกาย ไม่ได้เน้นว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ทำให้เกิดการกระทำ inhaled หมายถึงเข้าสู่ร่างกายด้วยการหายใจ ingested หมายถึงเข้าสู่ร่างกายด้วยการกินหรือดื่ม absorbed หมายถึงซึมผ่านพื้นผิว เช่น ผิวหนัง และ injected into a wound หมายถึงถูกส่งผ่านผิวหนังที่เป็นแผล ประโยคย่อยสองส่วนที่วางขนานกันใช้เส้นทางเหล่านี้เพื่อจำแนก poison กับ venom

แบบฝึกหัด

ใช้ inject เติมประโยคแบบถูกกระทำให้สมบูรณ์: To fit the definition of venom, the substance has to ____ into a wound.

ดูคำตอบ

be injected

Chemically, venoms and poisons are both considered toxins. การใช้คำ

1:27

ในทางเคมี ทั้ง venom และ poison ถือเป็นสารพิษเหมือนกัน

การใช้คำ

are both considered toxins.: การจัดประเภททางเคมีร่วมกัน

ในที่นี้ are both considered toxins หมายความว่า เมื่อมองในทางเคมี venom และ poison ต่างก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม toxins โครงสร้าง be considered + คำนามเป็นรูปประโยคถูกกระทำที่บอกว่าสิ่งหนึ่งถูกจัดประเภทหรือมองว่าเป็นอะไร ไม่ได้หมายถึงกำลังคิดถึงสารพิษ Both เน้นว่าวิธีจัดประเภทเดียวกันนี้ใช้กับประธานทั้งสอง ตัวประโยคจัดทั้งสองสิ่งไว้ในหมวดกว้างเดียวกันก่อน แล้วจึงแยกอธิบายวิธีที่อันตรายถูกส่งต่อได้

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ are both considered toxins ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. ทั้งสองอย่างถูกถือว่าเป็นท็อกซิน
  2. ทั้งสองอย่างแกล้งทำเป็นมีพิษ
  3. ทั้งสองอย่างกำลังคิดถึงสารพิษ
ดูคำตอบ

ทั้งสองอย่างถูกถือว่าเป็นท็อกซิน

So a snake bite is venomous. การใช้คำ

1:30

ดังนั้น รอยงูกัดจึงเป็น venomous

A poison dart frog is poisonous.

1:32

กบลูกศรพิษเป็น poisonous

การใช้คำ

is venomous. / is poisonous.: เลือกคำตามวิธีที่พิษเข้าสู่ร่างกาย

Venomous และ poisonous เกี่ยวข้องกับความเป็นพิษเหมือนกัน แต่ใช้แทนกันไม่ได้ Venomous ใช้บรรยายสัตว์หรือโครงสร้างที่ฉีด venom เข้าไปในร่างกายอื่น โดยมักใช้การกัดหรือต่อย ส่วน poisonous ใช้บรรยายสิ่งที่ก่ออันตรายเมื่อถูกสัมผัส ถูกกลืน หรือถูกดูดซึมด้วยวิธีอื่น ในตัวอย่างนี้ snake bite เกี่ยวข้องกับ venom ที่ถูกฉีดเข้าไป ส่วน poison dart frog อธิบายด้วย poison ที่อาจก่ออันตรายเมื่อสัมผัสหรือเข้าสู่ร่างกาย จุดสำคัญคือเส้นทางที่พิษเข้าสู่ร่างกาย ไม่ใช่แค่ความรุนแรงของพิษ

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์สองคำให้ตรงกับวิธีที่พิษเข้าสู่ร่างกาย: A scorpion is ____, but a toxic mushroom is ____.

ดูคำตอบ

venomous · poisonous

Brown recluse spiders are venomous.

1:35

แมงมุมแม่หม่ายสีน้ำตาลเป็น venomous

Puffer fish are poisonous.

1:38

ปลาปักเป้าเป็น poisonous

And some compounds can be poisons in one animal and venoms in another. ไวยากรณ์

1:40

และสารประกอบบางชนิดสามารถเป็น poison ในสัตว์ชนิดหนึ่ง และเป็น venom ในสัตว์อีกชนิดหนึ่ง

ไวยากรณ์

can be poisons in one animal and venoms in another:สารเดียวกันอาจเป็นพิษในสัตว์หนึ่งและเป็นพิษที่ฉีดเข้าสู่ร่างกายในอีกสัตว์หนึ่ง

ในที่นี้ can be poisons in one animal and venoms in another หมายความว่าสารประกอบชนิดเดียวกันอาจถูกจัดประเภทต่างกัน ขึ้นอยู่กับสัตว์และวิธีที่สารนั้นถูกใช้หรือส่งต่อเข้าสู่ร่างกาย in one animal ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพของสารภายในตัวสัตว์ รูปแบบ in one ... and ... in another ใช้เปรียบเทียบสองกรณี another หมายถึง “สัตว์อีกชนิดหนึ่ง” และช่วยไม่ให้ต้องพูดคำว่า animal ซ้ำ จึงเน้นว่าสารเดียวกันออกฤทธิ์ต่างกันในสัตว์ต่างชนิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: The same signal can be clear in one setting and confusing ____.

ดูคำตอบ

in another

Tetrodotoxin, a chemical 10,000 times more toxic than cyanide, ไวยากรณ์

1:44

เตโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) สารเคมีที่มีพิษร้ายแรงกว่าไซยาไนด์ 10,000 เท่า

ไวยากรณ์

มีพิษมากกว่าไซยาไนด์ 10,000 เท่า

วลี 10,000 times more toxic than cyanide เป็นการเปรียบเทียบที่ระบุตัวคูณ ในภาษาอังกฤษทั่วไป หมายความว่าสารนี้มีความเป็นพิษเป็น 10,000 เท่าของไซยาไนด์ โดยไซยาไนด์เป็นจุดอ้างอิงที่อยู่หลัง than โครงสร้างคือ number + times + comparative adjective + than + reference โดย more toxic than เป็นรูปเปรียบเทียบอยู่แล้ว ส่วน 10,000 ระบุขนาดของการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมคำในประโยคเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: This coating is five times more durable ____ the older coating.

ดูคำตอบ

than

is found in pufferfish, where it makes them poisonous.

1:48

พบได้ในปลาปักเป้า ซึ่งทำให้พวกมันเป็น poisonous

It's also found in the deadly blue-ringed octopus,

1:51

นอกจากนี้ยังพบได้ในหมึกสายวงน้ำเงินที่อันตรายถึงชีวิต

where it's a venom delivered by bite. ไวยากรณ์

1:53

ซึ่งมันกลายเป็น venom ที่ส่งผ่านการกัด

ไวยากรณ์

where it's a venom delivered by bite: where ที่บอกบริบททางชีววิทยา

where ในที่นี้ไม่ได้บอกสถานที่ทางภูมิศาสตร์ แต่เชื่อมกลับไปยังหมึกสายวงแหวนสีน้ำเงินที่กล่าวถึงก่อนหน้า และหมายถึง “ในสัตว์ชนิดนั้น” หรือ “ในบริบททางชีววิทยานั้น” อนุประโยคนี้อธิบายว่าเทโทรโดทอกซินทำหน้าที่อย่างไรในกรณีนี้ นั่นคือจัดเป็น venom หรือพิษที่ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกาย delivered by bite เป็นวลีขยายแบบถูกกระทำที่ย่อรูปและขยาย venom หมายถึงพิษเข้าสู่สัตว์อีกตัวผ่านการกัด โดย delivered บอกการกระทำ และ by bite บอกวิธี

แบบฝึกหัด

คำนามก่อนหน้าคือ blue-ringed octopus ในอนุประโยคจากคำบรรยายต่อไปนี้ where อ้างถึงอะไร? where it's a venom delivered by bite.

  1. คำถามเกี่ยวกับตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของมัน
  2. บริบททางชีววิทยาของหมึกสายวงแหวนสีน้ำเงิน
  3. เวลาที่เกิดการกัด
ดูคำตอบ

บริบททางชีววิทยาของหมึกสายวงแหวนสีน้ำเงิน

Some animals can even be both poisonous and venomous. วลี

1:56

สัตว์บางชนิดสามารถเป็นได้ทั้ง poisonous และ venomous

วลี

can even be both poisonous and venomous: โครงสร้าง both X and Y

both poisonous and venomous วางคำคุณศัพท์สองคำไว้ในโครงสร้าง both X and Y คำคุณศัพท์ทั้งสองขยายประธานเดียวกันคือ some animals จึงหมายความว่าสัตว์แต่ละชนิดในกลุ่มนี้อาจอยู่ในทั้งสองประเภทพร้อมกัน even เพิ่มความรู้สึกประหลาดใจหรือการเน้น หลังจากแยกสองประเภทออกจากกันแล้ว ผู้พูดชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ที่คาดไม่ถึงว่าสัตว์ตัวเดียวอาจเข้าข่ายทั้งสองประเภท โครงสร้างนี้ยังใช้เชื่อมคำหรือวลีที่ทำหน้าที่ขนานกันได้ เช่น both quiet and friendly

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปสองคำเพื่อทำให้โครงสร้าง both X and Y สมบูรณ์: The backpack is ____ light ____ strong.

ดูคำตอบ

both · and

Take the Asian tiger snake, for example. ลำดับความ

1:59

ยกตัวอย่างเช่น งูลายสาบคอแดง

ลำดับความ

Take X, for example: การนำเสนอตัวอย่างเฉพาะ

Take X, for example เป็นรูปแบบที่ใช้จัดลำดับเนื้อหา หมายถึง “ให้มอง X เป็นตัวอย่าง” ในที่นี้ take ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือขนย้ายสิ่งของจริง ๆ รูปแบบนี้ช่วยเปลี่ยนจากข้อความทั่วไปไปสู่กรณีเฉพาะที่สนับสนุนหรือแสดงให้เห็นข้อความนั้น โดย X คือ ตัวอย่างที่นำเสนอ

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ Take X, for example ให้สมบูรณ์: ____ solar panels, ____. They turn sunlight into electricity.

ดูคำตอบ

Take · for example

Not only does it have venom in its fangs, ไวยากรณ์

2:01

ไม่เพียงแต่มันจะมี venom ในเขี้ยวของมันเท่านั้น

but it also absorbs the toxins from the poisonous toads it eats การใช้คำ

2:03

แต่มันยังดูดซับสารพิษจากคางคกมีพิษที่มันกินเข้าไป

and then secretes those toxins from special glands on its neck,

2:06

แล้วคัดหลั่งสารพิษเหล่านั้นออกมาจากต่อมพิเศษที่คอ

rendering it poisonous too. ไวยากรณ์

2:10

ทำให้มันเป็น poisonous ไปด้วย

ไวยากรณ์

Not only does it ... but it also ...: การกลับลำดับหลัง not only ที่ต้นอนุประโยค

Not only A, but also B เชื่อมข้อเท็จจริงสองข้อ และนำเสนอข้อที่สองเป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่เสริมหรือขยายข้อแรก ในประโยคนี้ งูมีพิษอยู่ในเขี้ยว และยังดูดซึมแล้วขับสารพิษออกมาด้วย เมื่อ Not only อยู่ต้นอนุประโยคแรก ต้องสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย โดยใช้ Not only does it have ... ไม่ใช่ Not only it has ... เนื่องจาก does แสดงกาลแล้ว กริยาหลักจึงใช้รูปพื้นฐาน have ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย but ใช้ลำดับคำปกติ: but it also absorbs ....

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ Not only ที่ต้นอนุประโยคและ do-support ใน simple present: Not only ____ sing, but she also writes songs.

ดูคำตอบ

does she

การใช้คำ

absorbs the toxins from the poisonous toads it eats: ใช้ absorb something from a source เพื่อบอกการดูดซึมจากแหล่งที่มา

ในที่นี้ absorbs the toxins from the poisonous toads it eats หมายถึงงูนำสารพิษจากเหยื่อเข้าสู่ร่างกายของตัวเอง absorb ใช้บอกว่าสารเคลื่อนเข้าไปในร่างกายหรือวัสดุ จึงมีความหมายมากกว่าเพียงแค่กินคางคก รูปแบบคือ absorb something from a source โดย the toxins คือสิ่งที่ถูกดูดซึม และ the poisonous toads คือแหล่งที่มา ใน the poisonous toads it eats ส่วน it eats เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย toads และละคำสัมพันธ์ที่เป็นกรรม that ไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยควิทยาศาสตร์ด้วยคำกริยาเป้าหมาย absorb และคำบุพบทที่ใช้บอกแหล่งที่มา: Plants ____ water ____ the soil.

ดูคำตอบ

absorb · from

ไวยากรณ์

rendering it poisonous too: ใช้ render + กรรม + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกผลลัพธ์

rendering it poisonous too เป็นอนุประโยค -ing ที่อยู่ท้ายประโยคและบอกผลของการกระทำก่อนหน้า กล่าวคือ การหลั่งสารพิษทำให้งูมีพิษด้วย ในที่นี้ render หมายถึงทำให้กลายเป็นหรือทำให้อยู่ในสภาพหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการสร้างภาพ รูปแบบคือ render + กรรม + คำคุณศัพท์ โดยสรรพนาม it เป็นกรรม และ poisonous บอกสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ ส่วน too เพิ่มความหมายว่า “ด้วย” ให้กับผลนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ render และคำคุณศัพท์ unsafe: The storm ____ the bridge ____.

ดูคำตอบ

rendered · unsafe

Scientists are constantly finding new animals that employ toxins in weird, interesting ways. การใช้คำ

2:12

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสัตว์ใหม่ๆ ที่ใช้สารพิษในวิธีที่แปลกและน่าสนใจอยู่เสมอ

การใช้คำ

employ toxins in weird, interesting ways: employ แบบเป็นทางการที่หมายถึง “ใช้”

ตรงนี้ employ หมายถึง “ใช้” หรือ “นำมาใช้” กรรมของคำนี้คือ toxins ดังนั้นสัตว์เหล่านี้กำลังใช้สารพิษเป็นทรัพยากร ไม่ได้หมายถึงการว่าจ้างสิ่งใด ความหมายนี้ของ employ เป็นทางการกว่า use และพบบ่อยในงานเขียนวิทยาศาสตร์และวิชาการ รูปแบบ employ something in ... ways อธิบายว่านำสิ่งหนึ่งไปใช้ด้วยวิธีใด

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง employ toxins หมายความว่าอย่างไร?

  1. ว่าจ้างสารพิษให้เป็นคนงาน
  2. กำจัดสารพิษ
  3. ใช้สารพิษ
ดูคำตอบ

ใช้สารพิษ

Recently, researchers discovered the very first venomous crustacean. การใช้คำ

2:17

เมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยได้ค้นพบสัตว์จำพวกครัสเตเชียนที่มี venom ชนิดแรก

การใช้คำ

very first venomous crustacean: การเน้น first และความหมายของ crustacean

ใน the very first คำว่า very ใช้เน้น first วลีนี้หมายถึงตัวอย่างแรกที่เป็นที่รู้จักหรือมีการบันทึกไว้ พร้อมการเน้นย้ำมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงเพียง “เร็วมาก” crustacean คือสัตว์ในกลุ่มที่รวมปู กุ้ง และล็อบสเตอร์ ในที่นี้ the very first venomous crustacean หมายถึงสมาชิกชนิดแรกของสัตว์กลุ่มนี้ที่มีการบันทึกว่าสามารถสร้างและฉีดพิษได้

แบบฝึกหัด

ใน “Researchers discovered the very first venomous crustacean,” วลี the very first เน้นอะไร?

  1. เป็นตัวอย่างแรกที่เป็นที่รู้จัก พร้อมการเน้นย้ำเพิ่มเติม
  2. เป็นหนึ่งในตัวอย่างช่วงแรกหลายตัวอย่าง
  3. เป็นตัวอย่างที่อันตรายที่สุด
ดูคำตอบ

เป็นตัวอย่างแรกที่เป็นที่รู้จัก พร้อมการเน้นย้ำเพิ่มเติม

Out of 70,000 species of crustaceans, ไวยากรณ์

2:20

จากสัตว์จำพวกครัสเตเชียนทั้งหมด 70,000 สายพันธุ์

only this one little remipede is venomous.

2:22

มีเพียงรีมิพีดตัวเล็กๆ ตัวนี้เท่านั้นที่เป็น venomous

ไวยากรณ์

Out of X, only Y: เน้นข้อยกเว้นที่พบได้น้อย

Out of + จำนวนหรือกลุ่ม หมายถึง “จากทั้งหมดนั้น” ในรูปแบบ Out of X, only Y... ส่วน X กำหนดกลุ่มทั้งหมด และ only ชี้ว่า Y เป็นส่วนน้อยมากที่มีคุณสมบัติตามที่กล่าวไว้ ในประโยคนี้ การเปรียบเทียบสัตว์ 70,000 ชนิดกับรีมิพีดเพียงชนิดเดียวเน้นว่าสัตว์ชนิดนี้หายากมาก Out of ในการใช้นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกมาจากสิ่งใด

แบบฝึกหัด

เติมคำขึ้นต้นของรูปแบบ Out of X, only Y ให้สมบูรณ์: ____ 100 seedlings, only three survived the frost.

ดูคำตอบ

Out of

Speleonectes tulumensis has figured out how to create a cocktail of toxins สำนวน

2:25

Speleonectes tulumensis ได้รู้วิธีสร้างค็อกเทลสารพิษ

that it delivers through its tiny fangs.

2:29

ที่มันส่งผ่านเขี้ยวเล็กๆ ของมัน

สำนวน

figured out how to create a cocktail of toxins: วิธีที่เกิดจากวิวัฒนาการและคำเปรียบเปรยถึงส่วนผสม

Figure out how to do something หมายถึงการค้นพบหรือพัฒนาวิธีทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในงานเขียนวิทยาศาสตร์ที่เล่าอย่างมีชีวิตชีวา สามารถใช้ figured out บรรยายสัตว์ได้ แม้ว่าความสามารถนั้นจะเกิดจากวิวัฒนาการ ไม่ใช่การวางแผนอย่างมีสติ A cocktail of toxins เป็นการเปรียบเปรยถึงส่วนผสมของสารพิษหลายชนิด Cocktail ในที่นี้เปลี่ยนจากความหมายว่าเครื่องดื่ม มาเป็นแนวคิดกว้าง ๆ ว่าส่วนประกอบหลายอย่างถูกนำมารวมกันเพื่อให้เกิดผลบางอย่าง

แบบฝึกหัด

figured out how to create a cocktail of toxins หมายถึงอะไรในบริบทวิทยาศาสตร์นี้?

  1. มันพัฒนาวิธีสร้างส่วนผสมของสารพิษหลายชนิดขึ้นมา
  2. มันผลิตสารพิษชนิดเดียวที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า cocktail
  3. มันทำตามสูตรเครื่องดื่มที่ใช้ยาพิษอย่างมีสติ
ดูคำตอบ

มันพัฒนาวิธีสร้างส่วนผสมของสารพิษหลายชนิดขึ้นมา

Scientists aren't totally sure how this venom works yet, น้ำเสียง/เจตนา

2:31

นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจนักว่าพิษนี้ทำงานอย่างไร

น้ำเสียง/เจตนา

aren't totally sure ... yet: ตอนนี้ยังไม่แน่ใจทั้งหมด

ในประโยคนี้ aren't totally sure หมายถึง “ยังไม่มีความมั่นใจหรือความเข้าใจอย่างสมบูรณ์” สำนวนนี้เปิดโอกาสให้มีความรู้บางส่วนหรือข้อสันนิษฐานเบื้องต้นอยู่ และระมัดระวังกว่าการบอกว่านักวิทยาศาสตร์ไม่รู้อะไรเลย ในประโยคปฏิเสธนี้ yet หมายถึง “จนถึงตอนนี้” จึงแสดงว่าความไม่แน่ใจเป็นสถานะในปัจจุบัน ไม่ใช่ข้อสรุปถาวร และยังเปิดโอกาสให้งานวิจัยในอนาคตให้คำตอบที่ชัดเจนขึ้นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างระมัดระวังว่าตอนนี้คำตอบยังไม่แน่นอนทั้งหมด แต่ในอนาคตอาจชัดเจนขึ้นได้

  1. We aren't totally sure why the sensor fails yet.
  2. We will never know why the sensor fails.
  3. We know exactly why the sensor fails.
ดูคำตอบ

We aren't totally sure why the sensor fails yet.

but they think that it causes the unwitting victims' neurons to fire over โน้ต

2:34

แต่พวกเขาคิดว่ามันทำให้เซลล์ประสาทของเหยื่อที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ถูกกระตุ้นซ้ำแล้ว

and over and over again until it becomes paralyzed.

2:37

ซ้ำเล่า จนกว่าจะกลายเป็นอัมพาต

ไวยากรณ์

causes ... neurons to fire: cause + กรรม + to-infinitive

โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive หมายถึงสิ่งหนึ่งทำให้เกิดการกระทำหรือผลลัพธ์ ในที่นี้กรรมคือ the unwitting victims' neurons และ to fire คือการกระทำที่เกิดจากพิษ ในบริบทประสาทวิทยา neurons fire หมายถึงเซลล์ประสาทสร้างสัญญาณไฟฟ้าหรือเริ่มทำงานทางไฟฟ้า คำว่า fire ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ยิงอาวุธ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย fire โดยใช้โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive: An electrical pulse causes the neurons ____.

ดูคำตอบ

to fire

วลี

over and over and over again: การเน้นว่าทำซ้ำหลายครั้ง

Over and over again หมายถึงการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ใน over and over and over again มีการพูด over เพิ่มจากรูปแบบทั่วไป over and over again อีกหนึ่งครั้ง จึงเน้นว่าเซลล์ประสาทยังคงทำงานซ้ำหลายครั้งและเป็นเวลานาน ในประโยคนี้ over ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งหรือคำว่า “อยู่ด้านบน” แต่เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนที่ใช้บอกการเกิดซ้ำของการกระทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงอย่างเป็นธรรมชาติว่านาฬิกาปลุกดังซ้ำหลายครั้ง

  1. The alarm rang over and over again during the night.
  2. The alarm rang only once during the night.
  3. The alarm rang above the table during the night.
ดูคำตอบ

The alarm rang over and over again during the night.

Then the little remipede closes in, กริยาวลี

2:40

จากนั้นรีมิพีดตัวเล็กก็จะเข้ามาใกล้

กริยาวลี

closes in: ค่อย ๆ เข้าใกล้พร้อมความกดดัน

Close in เป็นกริยาวลีที่หมายถึงค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้คน สัตว์ หรือเป้าหมายอื่น โดยมักเพิ่มความรู้สึกกดดัน การไล่ตาม หรือการล้อม ไม่ได้บอกเพียงแค่ว่าระยะห่างลดลง ในประโยคนี้ รีมิเพดกำลังเคลื่อนเข้าไปหาเหยื่อที่ขยับไม่ได้แล้ว ดังนั้น closes in จึงสื่อว่าการเข้าใกล้นี้เป็นส่วนหนึ่งของการจับหรือการโจมตี ส่วน close ในที่นี้เป็นคำกริยา ไม่ได้หมายถึงปิดบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึงค่อย ๆ เข้าใกล้ โดยมักมีความกดดันร่วมด้วย: The search team began to close ____ on the missing hiker.

ดูคำตอบ

in

dissolving away the exoskeleton of its prey, กริยาวลี

2:42

ละลายเปลือกหุ้มของเหยื่อออก

กริยาวลี

dissolving away: ค่อย ๆ ละลายจนหายไป

ในที่นี้ dissolving away หมายถึงโครงร่างแข็งภายนอกของเหยื่อค่อย ๆ ถูกละลาย จนเนื้อวัสดุถูกกำจัดหรือหายไป คำว่า away เน้นทั้งกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องและผลลัพธ์ของมัน away ในที่นี้ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ไปยังที่ไกล ๆ เมื่ออยู่หลังคำกริยาการกระทำบางคำ away สามารถสื่อว่าการกระทำที่เกิดซ้ำหรือต่อเนื่องค่อย ๆ ทำให้บางสิ่งหมดไปหรือถูกกำจัด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ away เพิ่มความหมายอะไรให้กับ dissolving?

  1. กระบวนการละลายหยุดลงชั่วคราว
  2. โครงร่างแข็งภายนอกเคลื่อนออกไปไกลโดยไม่เปลี่ยนแปลง
  3. โครงร่างแข็งภายนอกค่อย ๆ ถูกละลายจนเนื้อวัสดุหายไป
ดูคำตอบ

โครงร่างแข็งภายนอกค่อย ๆ ถูกละลายจนเนื้อวัสดุหายไป

and sucking out the juices. กริยาวลี

2:45

และดูดน้ำของเหลวออกมา

กริยาวลี

sucking out the juices: ดูดของเหลวจากด้านในออกสู่ด้านนอก

sucking out the juices หมายถึงการใช้แรงดูดนำของเหลวออกจากภายในเหยื่อ กลุ่มคำนาม the juices เป็นกรรมของ suck และ out แสดงเส้นทางกับผลลัพธ์ กล่าวคือ ของเหลวเคลื่อนจากด้านในออกสู่ด้านนอก เมื่อกรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง suck out the juices และ suck the juices out หากระบุว่าของเหลวมาจากที่ใด มักใช้โครงสร้าง suck the juices out of the prey

แบบฝึกหัด

เติมคำที่แสดงการเคลื่อนจากด้านในสู่ด้านนอก: The device sucked ____ the liquid trapped in the tube.

ดูคำตอบ

out

But poisons and venoms aren't always all bad. ไวยากรณ์

2:46

แต่ poison และ venom ก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมด

ไวยากรณ์

aren't always all bad: การปฏิเสธบางส่วน

ใน aren't always all bad คำว่า not ที่อยู่ใน aren't ปฏิเสธ always ส่วน all bad หมายถึง “แย่ทั้งหมด” หรือ “มีแต่ผลเสีย” เมื่อรวมกัน วลีนี้หมายความว่าสารพิษและพิษจากสัตว์ไม่ได้เป็นโทษไปทั้งหมดในทุกสถานการณ์ นี่เป็นการปฏิเสธบางส่วน จึงยังเปิดโอกาสว่าในบางกรณีสารเหล่านี้อาจมีผลที่เป็นประโยชน์ ไม่ได้หมายความว่าสารพิษและพิษจากสัตว์ไม่เป็นอันตรายเสมอไป

แบบฝึกหัด

aren't always all bad ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. สารเหล่านี้เป็นอันตรายในทุกสถานการณ์
  2. สารเหล่านี้อาจเป็นอันตราย แต่ในบางสถานการณ์ก็อาจมีประโยชน์
  3. สารเหล่านี้ไม่เคยเป็นอันตราย
ดูคำตอบ

สารเหล่านี้อาจเป็นอันตราย แต่ในบางสถานการณ์ก็อาจมีประโยชน์

For thousands of years,

2:49

เป็นเวลาหลายพันปี

humans have looked for ways to harness the power of these toxic compounds for good. โน้ต

2:50

มนุษย์ได้มองหาวิธีการควบคุมพลังของสารประกอบที่เป็นพิษเหล่านี้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์

วลี

have looked for ways to harness the power of ... for good: ค้นหาวิธีใช้พลังเพื่อจุดประสงค์ที่เป็นประโยชน์

รูปแบบ look for ways to do something หมายถึง “พยายามหาวิธีทำบางสิ่ง” ในที่นี้ have looked บอกถึงความพยายามที่เริ่มขึ้นในอดีตและดำเนินต่อมาเป็นเวลายาวนานมาก Harness the power of something หมายถึง “ควบคุมพลัง ทรัพยากร หรือความสามารถที่มีอำนาจ แล้วนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ” ส่วน for good บอกจุดประสงค์ว่าสารประกอบที่เป็นพิษถูกนำมาใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อก่ออันตราย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบ look for ways to do และคำกริยา harness: Engineers are looking for ways ____ solar energy.

ดูคำตอบ

to harness

การใช้คำ

for good: เพื่อจุดประสงค์ที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ตลอดไป

ในที่นี้ for good หมายถึง “เพื่อจุดประสงค์ที่เป็นประโยชน์” หรือ “เพื่อช่วยเหลือแทนที่จะก่ออันตราย” คำว่า good ทำหน้าที่เป็นคำนาม หมายถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้คน ส่วนวลี harness the power of these toxic compounds บอกว่ากำลังพูดถึงวิธีใช้พลังนั้น อย่าแปล for good ว่า “ตลอดไป” โดยอัตโนมัติ ความหมายที่พบบ่อยนั้นไม่เข้ากับบริบทที่กล่าวถึงจุดประสงค์ในประโยคนี้ ต้องดูการกระทำรอบ ๆ เพื่อเลือกความหมายที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: “The team used its popularity for good by collecting food for families.” คำว่า “for good” หมายถึงอะไร

  1. เพื่อจุดประสงค์ที่เป็นประโยชน์
  2. โดยไม่เสียเงิน
  3. ตลอดไป
ดูคำตอบ

เพื่อจุดประสงค์ที่เป็นประโยชน์

Today, we have all sorts of medicines that come from toxins.

2:54

ทุกวันนี้ เรามียารักษาโรคสารพัดชนิดที่มาจากสารพิษ

The poison from cone snails is used as a painkiller. วลี

2:57

พิษจากหอยเต้าปูนถูกใช้เป็นยาแก้ปวด

วลี

is used as a painkiller: be used as + บทบาทหรือหน้าที่

be used as + วลีนาม หมายถึงสิ่งหนึ่งทำหน้าที่หรือมีบทบาทเฉพาะ ในประโยคนี้ พิษของหอยเต้าปูนทำหน้าที่เป็นยาแก้ปวด โดย as นำหน้าบทบาทนั้น รูปถูกกระทำ be used ทำให้เน้นที่สิ่งของและหน้าที่ของมัน ไม่ใช่ผู้ที่ใช้สิ่งนั้น หลัง as ใช้วลีนาม เช่น a painkiller, a filter หรือ a studio

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้มีความหมายว่าห้องนี้ทำหน้าที่เป็นสตูดิโอ: The empty room is used ____ a studio.

ดูคำตอบ

as

Many poisonous plants have been used to treat everything from malaria to irregular heartbeats. วลี

3:00

พืชมีพิษหลายชนิดถูกนำมาใช้รักษาโรคตั้งแต่มาลาเรียไปจนถึงอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ

วลี

have been used to treat everything from X to Y: การใช้งานแบบถูกกระทำจนถึงปัจจุบันและขอบเขตที่กว้าง

Have been used to treat เป็นโครงสร้าง present perfect แบบถูกกระทำ คือ have been + คำกริยาช่องที่ 3 โครงสร้างนี้บอกว่าก่อนถึงปัจจุบัน ผู้คนเคยใช้พืชเหล่านี้ในการรักษาในช่วงเวลาต่าง ๆ โดยเน้นที่พืช ไม่ใช่ผู้ที่นำพืชไปใช้ Everything from X to Y ใช้จุดปลายสองจุดเพื่อแสดงขอบเขตที่กว้าง มาลาเรียและภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นตัวอย่างที่บอกขอบเขตนั้น จึงหมายรวมถึงอาการอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ใช่เพียงสองอย่างนี้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับส่วนที่เน้นมากที่สุด

  1. พืชเป็นผู้กระทำและใช้มาลาเรียกับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเพื่อรักษาผู้คน
  2. ก่อนถึงปัจจุบัน ผู้คนเคยใช้พืชเหล่านี้กับอาการที่หลากหลาย รวมถึงตัวอย่างสองอย่างที่กล่าวถึง
  3. ผู้คนใช้พืชเหล่านี้เพียงครั้งเดียวและใช้กับอาการสองอย่างที่กล่าวถึงเท่านั้น
ดูคำตอบ

ก่อนถึงปัจจุบัน ผู้คนเคยใช้พืชเหล่านี้กับอาการที่หลากหลาย รวมถึงตัวอย่างสองอย่างที่กล่าวถึง

And scorpion venom might one day be used to treat heart disease. ไวยากรณ์

3:04

และพิษแมงป่องอาจถูกนำมาใช้รักษาโรคหัวใจได้ในสักวันหนึ่ง

ไวยากรณ์

might one day be used to...: การใช้งานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

might แสดงความเป็นไปได้ และ one day วางความเป็นไปได้นั้นไว้ในอนาคตที่ยังไม่ระบุเวลา be used to treat เป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำ จึงนำเสนอสารดังกล่าวในฐานะเครื่องมือที่อาจใช้รักษา ไม่ใช่ผู้ทำกริยา might one day be used to... เมื่อนำมารวมกัน ใช้อธิบายการใช้งานในอนาคตที่ยังไม่แน่นอนและยังไม่มีให้ใช้จริงอย่างระมัดระวัง ไม่ได้หมายความว่าการรักษานั้นใช้ได้ผลแล้วหรือจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างแบบถูกกระทำเพื่อบอกการใช้งานในอนาคตที่ยังไม่แน่นอน: This sensor might one day ____ to detect fires earlier.

ดูคำตอบ

be used

So what should you do if something bites or poisons you? ลำดับความ

3:07

แล้วคุณควรทำอย่างไรหากมีบางสิ่งมากัดหรือปล่อยพิษใส่คุณ?

ลำดับความ

ใช้ So what should you do if ...? เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่คำแนะนำที่นำไปใช้ได้

ในคำถามนี้ So เชื่อมคำอธิบายก่อนหน้าเข้ากับผลในทางปฏิบัติ โดยเปลี่ยนหัวข้อจากการเข้าใจอันตรายไปสู่การตัดสินใจว่าควรทำอะไร ความหมายใกล้กับ “เมื่อรู้ทั้งหมดนั้นแล้ว” ไม่ใช่แค่เพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อ ผู้พูดไม่ได้ต้องการให้ผู้ฟังตอบออกเสียงเป็นหลัก คำถามนี้บอกว่ากำลังจะเข้าสู่ส่วนถัดไปและดึงความสนใจไปยังคำแนะนำที่จะตามมา ผู้พูดมักใช้ So + คำถามเพื่อพาคำอธิบายเดินหน้าต่อ

แบบฝึกหัด

ในการบรรยายให้ข้อมูล คำถามที่ขึ้นต้นด้วย So นี้มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. ขอให้ผู้ฟังยุติการบรรยาย
  2. เปลี่ยนจากคำอธิบายไปสู่คำแนะนำที่นำไปใช้ได้
  3. กล่าวซ้ำรายละเอียดทั้งหมดจากคำอธิบายก่อนหน้า
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากคำอธิบายไปสู่คำแนะนำที่นำไปใช้ได้

Don't try any of the things you've seen on the internet or in movies. น้ำเสียง/เจตนา

3:11

อย่าลองทำสิ่งที่คุณเคยเห็นในอินเทอร์เน็ตหรือในภาพยนตร์เด็ดขาด

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Don't try any of the things ... เป็นคำเตือนด้านความปลอดภัยโดยตรง

Don't try ... เป็นประโยคคำสั่งปฏิเสธที่บอกผู้ฟังโดยตรงว่าอย่าทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด เมื่อใช้ any of the things คำเตือนจะครอบคลุมทุกสิ่งในกลุ่มนั้น หมายความว่าไม่ควรลองทำแม้แต่สิ่งเดียว อนุประโยค you've seen on the internet or in movies อยู่หลัง things และระบุว่าสิ่งที่ผู้พูดหมายถึงคือสิ่งใด คำเชื่อมอนุประโยคสัมพันธ์ that ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมถูกละไว้ โดยรูปเต็มคือ things that you've seen ... เมื่อรวมกันแล้ว ประโยคนี้เตือนไม่ให้เลียนแบบการกระทำที่อาจไม่น่าเชื่อถือหรือเป็นอันตราย

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “ไม่ลองแม้แต่วิธีเดียวที่ระบุไว้” เพื่อให้คำเตือนด้านความปลอดภัยสมบูรณ์: Don't try ____ the tricks you've seen online.

ดูคำตอบ

any of

Don't try to capture and kill the animal that bit you,

3:14

อย่าพยายามจับและฆ่าสัตว์ที่กัดคุณ

and don't use a tourniquet or knife on your wound. น้ำเสียง/เจตนา

3:17

และอย่าใช้สายรัดห้ามเลือดหรือมีดกับบาดแผลของคุณ

น้ำเสียง/เจตนา

don't use X or Y on your wound: คำสั่งห้ามโดยตรงเพื่อความปลอดภัย

คำสั่ง don't use ... เป็นคำสั่งห้ามโดยตรง ในโครงสร้าง use X on Y คำว่า on ระบุบริเวณร่างกายหรือพื้นผิวที่จะนำเครื่องมือหรือสารไปใช้ ในที่นี้ your wound คือจุดที่การกระทำนั้นมุ่งไปยัง เนื่องจาก don't ปฏิเสธทั้งวลี a tourniquet or knife จึงห้ามใช้ทั้งสองอย่าง กล่าวคือห้ามใช้ไม่ว่าอย่างใด tourniquet คืออุปกรณ์ที่ใช้จำกัดการไหลของเลือด แต่ในสถานการณ์นี้ประโยคบอกว่าอย่าใช้สายรัดห้ามเลือดหรือมีดกับบาดแผล

แบบฝึกหัด

คำเตือนนี้บอกให้ผู้ฟังทำอย่างไร

  1. ใช้สายรัดห้ามเลือดหรือมีดอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ห้ามใช้ทั้งสองอย่าง
  2. เลือกเครื่องมือที่ปลอดภัยกว่าสำหรับบาดแผล
  3. ห้ามใช้ทั้งสายรัดห้ามเลือดและมีดกับบาดแผล
ดูคำตอบ

ห้ามใช้ทั้งสายรัดห้ามเลือดและมีดกับบาดแผล

Most importantly, don't panic. ลำดับความ

3:20

ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าตื่นตระหนก

ลำดับความ

ใช้ Most importantly, ... เพื่อชี้ว่าสิ่งใดสำคัญที่สุด

เมื่อวาง Most importantly ไว้ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูลในระดับทั้งประโยค และบอกผู้ฟังว่าข้อความที่ตามมามีลำดับความสำคัญสูงที่สุดในรายการหรือการพูดคุยนั้น วลีนี้ขยายทั้งอนุประโยค don't panic ไม่ได้ขยายเฉพาะคำกริยา panic ใช้วลีนี้เพื่อชี้นำความสนใจเมื่อมีการให้คำสั่ง เหตุผล หรือแนวคิดหลายข้อแล้ว วลีนี้จัดลำดับข้อมูลตามความสำคัญ ไม่ได้หมายความเพียงว่านี่คือขั้นตอนแรกตามลำดับเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชี้อย่างเป็นธรรมชาติว่าคำสั่งหนึ่งมีลำดับความสำคัญสูงที่สุด

  1. For example, make sure everyone is safe.
  2. Most importantly, make sure everyone is safe.
  3. Meanwhile, make sure everyone is safe.
ดูคำตอบ

Most importantly, make sure everyone is safe.

Stay calm and seek medical attention. วลี

3:23

ตั้งสติและรีบไปพบแพทย์

วลี

Stay calm and seek medical attention: คำแนะนำด้านความปลอดภัยสองอย่างที่เชื่อมกัน

Stay calm หมายถึงควบคุมอารมณ์และไม่ตื่นตระหนก ส่วน seek medical attention หมายถึงไปขอรับการตรวจ การดูแล หรือการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ โดย attention ในที่นี้หมายถึงการดูแล ไม่ใช่การให้ความสนใจกับบางสิ่ง คำกริยารูปพื้นฐาน stay และ seek เชื่อมด้วย and เพื่อให้คำแนะนำโดยตรงสองอย่าง โครงสร้างนี้ใช้จับคู่การกระทำที่ควรทำทั้งสองอย่าง

แบบฝึกหัด

ในคู่มือความปลอดภัย seek medical attention บอกให้บุคคลนั้นทำอะไร?

  1. รออย่างสงบโดยไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร
  2. ขอความช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์
  3. ใส่ใจกับข่าวทางการแพทย์มากขึ้น
ดูคำตอบ

ขอความช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์

Treatment will mostly depend on what species you encountered. วลี

3:26

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่คุณเผชิญหน้าเป็นหลัก

วลี

depend on what species you encountered: การระบุปัจจัยที่เป็นตัวตัดสิน

Depend on หมายถึงถูกกำหนดโดยบางสิ่งหรือเปลี่ยนไปตามปัจจัยหนึ่ง และต้องมีคำบุพบท on หลัง depend ในที่นี้ what species you encountered เป็นอนุประโยคซ้อนที่ระบุปัจจัยซึ่งจะกำหนดวิธีรักษา ส่วน mostly แสดงว่าชนิดของสิ่งมีชีวิตเป็นปัจจัยหลัก แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นปัจจัยเดียว ภายในอนุประโยคซ้อนให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what species + you + encountered อย่าเปลี่ยนเป็นลำดับคำแบบคำถามตรง what species did you encounter

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้สำนวนตายตัว depend on: The cost will ____ what material you choose.

ดูคำตอบ

depend on

But if you forget the distinction between poison and venom ไวยากรณ์

3:30

แต่ถ้าคุณลืมความแตกต่างระหว่าง poison กับ venom

and tell the paramedics that you were poisoned by a viper, การใช้คำ

3:32

และบอกเจ้าหน้าที่กู้ชีพว่าคุณถูก poison จากงูแมวเซา

การใช้คำ

the paramedics: ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ฉุกเฉิน

Paramedics คือผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ผ่านการฝึกอบรมให้ประเมินและรักษาผู้ป่วยในสถานการณ์เร่งด่วน โดยมักให้ความช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุหรือในรถพยาบาลก่อนผู้ป่วยถึงโรงพยาบาล ในประโยคนี้ the paramedics คือผู้ที่คุณแจ้งเรื่องที่สงสัยว่าถูกงูพิษกัดเพื่อรับการดูแลฉุกเฉิน คำนี้ไม่ได้หมายถึงบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน แพทย์หรือพยาบาลก็อาจรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินได้ แต่ paramedic เป็นชื่อของบทบาทเฉพาะในการดูแลฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล

แบบฝึกหัด

บุคคลใดเรียกว่า paramedic ได้ตรงความหมายที่สุด?

  1. ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมและให้การดูแลทางการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาลหรือระหว่างนำส่งโรงพยาบาล
  2. ตำรวจที่ควบคุมการจราจรรอบบริเวณอุบัติเหตุ
  3. แพทย์หรือพยาบาลคนใดก็ตามที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาล
ดูคำตอบ

ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมและให้การดูแลทางการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาลหรือระหว่างนำส่งโรงพยาบาล

การใช้คำ

were poisoned by a viper: ถ้อยคำที่จงใจใช้แบบไม่แม่นยำ

ในประโยคนี้ were poisoned by a viper เป็นคำพูดที่จงใจให้ไม่แม่นยำนัก งูไวเปอร์ส่ง venom หรือพิษเข้าสู่ร่างกายผ่านการกัด ดังนั้นในภาษาอังกฤษทั่วไป การพูดว่า were bitten by a viper จึงเป็นธรรมชาติกว่า ส่วนศัพท์เฉพาะ envenomated ระบุว่าพิษได้เข้าสู่ร่างกายแล้ว ถ้อยคำนี้นำความแตกต่างระหว่าง poison กับ venom มาทำเป็นมุก ประเด็นที่ใช้ได้จริงคือ ในเหตุฉุกเฉิน การแจ้งให้ชัดว่าถูกงูกัดสำคัญกว่าการเลือกศัพท์ที่สมบูรณ์แบบ

แบบฝึกหัด

ในการสื่อสารเหตุฉุกเฉินทั่วไป ประโยคใดบอกได้ตรงและเป็นธรรมชาติที่สุดว่าเขาถูกงูไวเปอร์กัด

  1. He swallowed poison from a viper.
  2. He was poisoned by a viper.
  3. He was bitten by a viper.
ดูคำตอบ

He was bitten by a viper.

they'll probably forgive you and treat you anyway. น้ำเสียง/เจตนา

3:36

พวกเขาคงจะให้อภัยคุณและทำการรักษาให้คุณอยู่ดี

ไวยากรณ์

if you forget ... and tell ...: สองการกระทำในเงื่อนไขเดียว

อนุประโยค if มีการกระทำสองอย่างที่ใช้ประธาน you ร่วมกัน คือ forget the distinction และ tell the paramedics คำว่า and เชื่อมทั้งสองการกระทำไว้ภายในเงื่อนไขเดียวกัน ดังนั้น tell จึงไม่ใช่จุดเริ่มต้นของประโยคหลัก เครื่องหมายจุลภาคหลัง viper แสดงว่าเงื่อนไขสิ้นสุดลงแล้ว ประโยคหลักเริ่มที่ they'll probably forgive you และบอกผลที่น่าจะเกิดขึ้น เมื่ออ่านประโยคเงื่อนไขยาว ๆ ให้หาก่อนว่าส่วนที่อยู่ภายใต้ if สิ้นสุดตรงไหน แล้วจึงหาส่วนที่เป็นผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ข้อวิเคราะห์ใดแยกเงื่อนไขและผลลัพธ์ในประโยคนี้ได้ถูกต้อง?

  1. อนุประโยค if จบหลัง forget และประโยคหลักเริ่มด้วย tell
  2. อนุประโยค if มีทั้ง forget และ tell ส่วนประโยคหลักเริ่มด้วย they'll probably forgive you
  3. ทั้งประโยคเป็นอนุประโยค if และไม่มีประโยคหลัก
ดูคำตอบ

อนุประโยค if มีทั้ง forget และ tell ส่วนประโยคหลักเริ่มด้วย they'll probably forgive you

น้ำเสียง/เจตนา

probably forgive you and treat you anyway: การพูดให้สบายใจแม้จะมีความผิดพลาด

forgive you ในที่นี้เป็นคำพูดเชิงขำ ๆ ไม่ใช่การให้อภัยในความหมายทางกฎหมายหรือศาสนา หมายความว่าเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินจะไม่ถือสาที่คุณใช้ poison กับ venom สลับกัน probably ช่วยให้มุกฟังดูสบาย ๆ ไม่ได้บอกอย่างจริงจังว่าการรักษายังไม่แน่นอน anyway ที่ท้ายประโยคหมายถึง “ถึงอย่างนั้น” หรือ “ก็ยัง” ความผิดพลาดเรื่องศัพท์ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์ พวกเขายังคงรักษาคุณ

แบบฝึกหัด

treat you anyway ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาจะยังคงรักษาคุณแม้ว่าคุณจะใช้ศัพท์ผิด
  2. พวกเขาจะให้อภัยความผิดพลาด แต่ปฏิเสธการรักษา
  3. พวกเขาจะรักษาคุณก็ต่อเมื่อแก้ทุกคำถูกต้องแล้ว
ดูคำตอบ

พวกเขาจะยังคงรักษาคุณแม้ว่าคุณจะใช้ศัพท์ผิด