"ฉันจะเตะก้นเขาให้ดู": Aryna Sabalenka พูดถึงการแข่งกับ Nick Kyrgios ในศึกดวลข้ามเพศ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The Tonight Show Starring Jimmy Fallon
แนะนำวิดีโอ: อารีนา ซาบาเลนกา แชมป์เทนนิส เล่าถึงการเล่นที่เมดิสันสแควร์การ์เดน ช่วงที่สมาธิหลุดไปคิดเรื่องมื้อค่ำระหว่างแข่งขัน ลูกตีแม่นยำที่กลายเป็นไวรัล และเสียงร้องที่เธอควบคุมไม่ได้ นอกจากนี้ยังอธิบายเดิมพันของการพบกับนิก คีริออส ก่อนร่วมเล่นมุกเกี่ยวกับลายเซ็น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. a blowout — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าในบริบทกีฬา หมายถึงชัยชนะขาดลอยที่เกมเอียงไปข้างเดียว ไม่ใช่การระเบิดหรือยางแตก และนำไปบรรยายผู้เล่นหรือทีมที่ชนะด้วยคะแนนห่างมากได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. it's a lose-lose. / the win-win, — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ: มองออกว่ารูปคำสั้น ๆ ที่ตัดกันนี้สรุปสถานการณ์แข่งขันซึ่งฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่อีกฝ่ายได้ประโยชน์ทุกทาง และประยุกต์ใช้เมื่อพูดถึงการเจรจา ทางเลือก หรือความเสี่ยงที่ไม่สมดุล 3. You can catch Aryna / live on the Tennis Channel, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: ตีความ catch ว่า “รับชม” ในประกาศสื่อ และ live on ว่าเป็นการระบุช่องที่ถ่ายทอดแบบสด ใช้รูปแบบนี้เพื่อบอกผู้ชมว่าสามารถดูบุคคล รายการ หรือการแข่งขันกีฬาได้จากที่ใด
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Uh you did me a favor last time after you won the US Open. You came out in my monologue and surprised everybody. โน้ต
0:02เอ่อ คราวที่แล้วคุณช่วยผมไว้ หลังจากที่คุณได้แชมป์ยูเอสโอเพ่น คุณออกมาในช่วงเดี่ยวไมโครโฟนของผมแล้วทำเอาทุกคนเซอร์ไพรส์กันหมดเลย
did me a favor: โครงสร้าง do someone a favor
did me a favor เป็นรูปอดีตของ do someone a favor หมายถึงผู้พูดได้รับการช่วยเหลือที่เป็นการกระทำอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจะอยู่หลัง do ทันที เช่น do me a favor, do her a favor หรือ do us a favor ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังย้อนถึงสิ่งที่อีกฝ่ายเคยทำและมองว่าสิ่งนั้นช่วยตนเองได้ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้เมื่อต้องการพูดถึงความช่วยเหลือในอดีต ขอบคุณใครสักคน หรือขอให้ช่วยเรื่องเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “คุณช่วยฉันด้วยการกระทำอย่างหนึ่ง”: Yesterday, you ____ by picking up my package.
ดูคำตอบ
did me a favor
came out: ออกมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้ชมในรายการ
ในที่นี้ came out หมายถึงการเคลื่อนจากหลังเวทีหรือสถานที่อื่นที่ผู้ชมมองไม่เห็น เข้ามายังส่วนของรายการที่ผู้ชมมองเห็น เป็นการบรรยายการออกมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน come out มีหลายความหมาย ดังนั้นบริบทของเวทีและรายการจึงเป็นตัวกำหนดความหมาย ในบริบทที่มี monologue เวที ผู้ชม หรือม่าน คำนี้ใช้บรรยายผู้แสดงหรือแขกรับเชิญที่ออกมาปรากฏตัวได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The comedian came out from behind the curtain and waved to the crowd,” came out หมายถึงอะไร?
- เปิดเผยอัตลักษณ์ส่วนบุคคลต่อสาธารณะ
- ออกมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้ชม
- ถูกออกวางจำหน่าย
ดูคำตอบ
ออกมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้ชม
Thank you for having me.: ขอบคุณสำหรับคำเชิญ
Thank you for having me เป็นสำนวนสุภาพที่แขก ผู้ให้สัมภาษณ์ หรือผู้ได้รับเชิญใช้พูด ที่นี่ having หมายถึงการเชิญและต้อนรับใครสักคนในฐานะแขก ไม่ได้หมายถึงการครอบครองบุคคลนั้น ประโยคนี้ใช้ขอบคุณเจ้าภาพสำหรับคำเชิญหรือการต้อนรับ และเป็นคำตอบเปิดบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติหลังจากได้รับคำกล่าวต้อนรับ
แบบฝึกหัด
คุณเป็นแขกในช่วงเริ่มต้นการสัมภาษณ์ คำตอบใดขอบคุณผู้ดำเนินรายการสำหรับคำเชิญได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- Thank you for coming.
- Thank you for owning me.
- Thank you for having me.
ดูคำตอบ
Thank you for having me.
That was the fun part of winning the US Open. ไวยากรณ์
0:09นั่นเป็นส่วนที่สนุกของการได้แชมป์ยูเอสโอเพ่นเลยนะ
the fun part of winning: ส่วนที่สนุกของการชนะ
ใน the fun part of winning คำว่า part หมายถึงแง่มุมหนึ่งของประสบการณ์ และ fun ใช้บรรยายแง่มุมนั้น ส่วน winning เป็น gerund คือรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามหลังคำบุพบท of ใช้โครงสร้าง the + คำคุณศัพท์ + part of + คำนามหรือรูป -ing เพื่อประเมินแง่มุมหนึ่งของกิจกรรมหรือประสบการณ์ได้ เช่น the hardest part of learning
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ of และรูป -ing ของ plan: The difficult part ____ the trip is choosing the dates.
ดูคำตอบ
of planning
an exhibition ในบริบทกีฬา
ในบริบทเทนนิสนี้ an exhibition หมายถึงการแข่งขันนัดพิเศษเพื่อการแสดง ซึ่งจัดขึ้นโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อสร้างความบันเทิงให้ผู้ชม ประชาสัมพันธ์กีฬา หรือแสดงฝีมือของผู้เล่น การแข่งขันลักษณะนี้แยกจากตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการตามปกติ และโดยทั่วไปไม่มีผลต่ออันดับทางการ คำบอกใบ้รอบข้างอย่าง beat Naomi และ Madison Square Garden แสดงว่านี่คือกิจกรรมกีฬา ในที่นี้ exhibition ไม่ได้หมายถึงนิทรรศการศิลปะหรือสิ่งของที่เปิดให้สาธารณชนชม
แบบฝึกหัด
ในรายงานเกี่ยวกับนักเทนนิส exhibition น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- การแข่งขันกีฬาที่อยู่นอกการแข่งขันอย่างเป็นทางการตามปกติ และจัดขึ้นเพื่อความบันเทิงหรือการแสดงเป็นหลัก
- นิทรรศการศิลปะหรือสิ่งของที่เปิดให้สาธารณชนชม
- ทัวร์นาเมนต์ที่กำหนดอันดับทางการ
ดูคำตอบ
การแข่งขันกีฬาที่อยู่นอกการแข่งขันอย่างเป็นทางการตามปกติ และจัดขึ้นเพื่อความบันเทิงหรือการแสดงเป็นหลัก
Is that the thing? เพื่อยืนยันเหตุผลสำคัญ
ในคำพูดนี้ that ย้อนกลับไปหาความคิดที่เพิ่งเสนอไป คือการชอบนิวยอร์ก ส่วน the thing หมายถึงคำอธิบายหรือเหตุผลสำคัญ ดังนั้น Is that the thing? จึงถามโดยประมาณว่า “นั่นคือสิ่งที่อธิบายเรื่องนี้ใช่ไหม” ไม่ได้ถามถึงวัตถุจริง ๆ วลีนี้นำความคิดก่อนหน้ามาเสนอเป็นคำตอบที่เป็นไปได้หรือประเด็นหลัก ผู้ฟังจะระบุได้ว่า that และ the thing อ้างถึงอะไรจากประโยคที่อยู่ก่อนหน้าทันที
แบบฝึกหัด
Maya ขึ้นรถไฟเที่ยวเช้าทุกวัน เพื่อนของเธอพูดว่า “You like how quiet it is. Is that the thing?” เพื่อนกำลังตรวจสอบอะไร
- Maya มีสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งหรือไม่
- รถไฟตรงเวลาหรือไม่
- ความเงียบเป็นเหตุผลสำคัญหรือไม่
ดูคำตอบ
ความเงียบเป็นเหตุผลสำคัญหรือไม่
playing in front of everybody: เล่นต่อหน้าผู้ชม
ในบริบทกีฬานี้ playing หมายถึงการลงแข่ง และ in front of everybody หมายถึงขณะที่คนกลุ่มใหญ่กำลังดูอยู่ วลีนี้สื่อถึงประสบการณ์การเล่นต่อหน้าผู้ชมอย่างเปิดเผย ไม่ใช่แค่ตำแหน่งทางกายภาพที่อยู่ข้างหน้าคนอื่น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ กริยารูป -ing + in front of + people/a crowd/an audience เช่น speaking in front of the class, performing in front of a crowd หรือ playing in front of fans
แบบฝึกหัด
ใช้ playing และโครงสร้าง in front of เติมประโยคให้สมบูรณ์: Amir enjoys ____ a big crowd because the energy helps him focus.
ดูคำตอบ
playing in front of
What does it feel like to play Madison Square Garden? ไวยากรณ์
0:36ความรู้สึกที่ได้เล่นในเมดิสันสแควร์การ์เดนเป็นยังไงบ้าง?
What does it feel like to play ...?: ถามความรู้สึกต่อประสบการณ์
ใน What does it feel like to play ...? ผู้พูดกำลังถามถึงประสบการณ์ส่วนตัวของการทำสิ่งหนึ่ง รูปแบบคือ What does it feel like to + กริยารูปพื้นฐาน ...? คำถามนี้ชวนให้อธิบายความรู้สึก สัมผัส หรือความประทับใจโดยรวม แทนที่จะตอบเพียงข้อเท็จจริง ในที่นี้ it เป็นประธานสมมติ ส่วน infinitive ที่มี to ระบุว่ากำลังถามถึงประสบการณ์ใด
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยโครงสร้างสี่คำที่ใช้ถามถึงประสบการณ์ส่วนตัว: What ____ to perform on a huge stage?
ดูคำตอบ
does it feel like
in line with: ได้รับการยกให้อยู่ระดับเดียวกับผู้อื่น
ในบริบทที่พูดถึงความสำเร็จนี้ be in line with those people หมายถึง “ได้รับการนับรวมให้อยู่เคียงข้างคนเหล่านั้น” หรือ “ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มหรือระดับเดียวกับพวกเขา” ส่วน those people หมายถึงนักแสดงและนักกีฬาที่มีชื่อเสียงซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการต่อแถวจริง ๆ ความสัมพันธ์ต้องดูจากบริบท เมื่อใช้กับคนในการเปรียบเทียบความสำเร็จ วลีนี้อาจสื่อถึงสถานะที่ใกล้เคียงกัน แต่เมื่อใช้กับกฎ แผน หรือมาตรฐาน in line with มักหมายถึง “สอดคล้องกับ”
แบบฝึกหัด
ในประโยคจากวิดีโอ be in line with those people หมายความว่าอย่างไร
- ได้รับการจัดให้อยู่ระดับเดียวกับผู้ที่ประสบความสำเร็จเหล่านั้น
- รออยู่ในแถวจริงร่วมกับคนเหล่านั้น
- ทำตามคำสั่งของคนเหล่านั้น
ดูคำตอบ
ได้รับการจัดให้อยู่ระดับเดียวกับผู้ที่ประสบความสำเร็จเหล่านั้น
I'll definitely remember that moment for the rest of my life. วลี
0:49ฉันจะจำช่วงเวลานั้นไปตลอดชีวิตแน่นอน
for the rest of my life: ตั้งแต่ตอนนี้จนชีวิตสิ้นสุดลง
For the rest of my life หมายถึง “ตลอดช่วงเวลาที่เหลือทั้งหมดในชีวิตของฉัน” ตั้งแต่ตอนนี้จนชีวิตสิ้นสุดลง ในประโยคนี้วลีดังกล่าวขยาย remember และเน้นว่าจะไม่มีวันลืมช่วงเวลานั้น คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น for the rest of her life, for the rest of our lives และ for the rest of their lives ให้ใช้ lives เมื่อคำแสดงความเป็นเจ้าของหมายถึงคนมากกว่าหนึ่งคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง for the rest of ... เพื่อสื่อว่า “ตลอดชีวิตที่เหลือทั้งหมดของเธอ”: She will treasure this letter ____.
ดูคำตอบ
for the rest of her life
That was my first time, by the way, playing. ลำดับความ
0:52อ้อ นั่นเป็นครั้งแรกของฉันด้วยนะคะ ที่ได้เล่นที่นั่น
by the way: เพิ่มความคิดเห็นเสริม
by the way เป็นคำบอกหน้าที่ในบทสนทนาที่ใช้เสนอข้อมูลให้เป็นเพียงความคิดเห็นเสริม ไม่ใช่ประเด็นหลัก ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้เพื่อบอกว่าประสบการณ์การเล่นครั้งแรกเป็นข้อมูลที่กล่าวแทรกขึ้นมา เมื่อแทรกไว้กลางประโยค คำนี้จะขัดจังหวะกระแสข้อมูลหลักชั่วครู่ และในการเขียนมักคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค จากนั้นบทสนทนาก็กลับไปยังหัวข้อเดิม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสามคำตามบทเรียนที่หมายถึง “เพิ่มความคิดเห็นเสริม” ให้ถูกต้อง: ____, your package arrived this morning.
ดูคำตอบ
By the way
So, I was going to I I watch you and I'm just in awe การใช้คำ
0:58คือ ผมกำลังจะ ผม ผมดูคุณเล่นแล้วผมรู้สึกทึ่งมาก
in awe: ความทึ่งและความชื่นชมอย่างมาก
in awe หมายถึงการรู้สึกทึ่ง ชื่นชม หรือเคารพอย่างมาก เพราะคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งดูยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าการมองดูอีกฝ่ายทำให้รู้สึกประทับใจและทึ่งอย่างลึกซึ้ง ใช้ be in awe ได้โดยไม่ต้องระบุสาเหตุ หรือใช้ be in awe of + คนหรือสิ่งของ เมื่อต้องการบอกว่าอะไรทำให้เกิดความรู้สึกนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย in awe และคำบุพบทที่ใช้ก่อนกรรมของวลีนี้: The young musicians were ____ the violinist's skill.
ดูคำตอบ
in awe of
if you're in the big lead and you're like, okay, this is a blowout kind of, โน้ต
1:08ถ้าคุณนำอยู่ห่างๆ แล้วคุณคิดว่า โอเค นี่มันเหมือนจะชนะใสๆ แล้ว
“in the big lead”: ความหมายและทางเลือกที่เป็นธรรมชาติกว่า
ในประโยคนี้ in the big lead หมายถึงกำลังนำอยู่มากในการแข่งขันหรือเกม คำว่า lead เป็นคำนามที่หมายถึงความได้เปรียบของคนหรือทีมที่กำลังนำ สำนวนบอกสถานะที่ใช้ทั่วไปคือ be in the lead ส่วน in the big lead แม้จะเข้าใจได้ในภาษาพูดแบบทันทีทันใด แต่ไม่ใช่วิธีมาตรฐานในการเน้นว่าความได้เปรียบนั้นมากเพียงใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าทีมหนึ่งกำลังนำอยู่มาก
- Our team is in the lead at halftime.
- Our team has a big lead at halftime.
- Our team leads the halftime.
ดูคำตอบ
Our team has a big lead at halftime.
“a blowout”: การแข่งขันกีฬาที่ขาดลอยอยู่ฝ่ายเดียว
ในบริบทกีฬา a blowout หมายถึงเกมหรือผลการแข่งขันที่มีคะแนนต่างกันมาก ฝ่ายหนึ่งจึงชนะได้อย่างง่ายดายและผลการแข่งขันแทบจะแน่นอนแล้ว ในที่นี้ผู้พูดกำลังบอกว่าการนำมากอาจทำให้การแข่งขันดูขาดลอยอยู่ฝ่ายเดียว คำนี้เพียงคำเดียวไม่ได้บอกว่าคุณเป็นฝ่ายชนะหรือแพ้ มุมมองต้องดูจากบริบทหรือคำผสมอย่าง a blowout win และ a blowout loss ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการระเบิดหรือยางแตกตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ผลการแข่งขันแบบใดเหมาะจะเรียกว่า a blowout มากที่สุด
- ทั้งสองทีมยังเสมอกันจนถึงวินาทีสุดท้าย
- ทีมที่มีอันดับต่ำกว่าชนะด้วยคะแนนห่างหนึ่งแต้ม
- ทีมหนึ่งชนะ 92–61 หลังจากคุมเกมได้ตลอดการแข่งขัน
ดูคำตอบ
ทีมหนึ่งชนะ 92–61 หลังจากคุมเกมได้ตลอดการแข่งขัน
does your brain ever wander and you start thinking about other things besides tennis? สำนวน
1:11สมองคุณเคยลอยไปคิดเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากเทนนิสบ้างไหม?
your brain ever wander: ความสนใจล่องลอย
ในคำถาม Does your brain ever wander...? คำว่า wander ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ โดยถามว่าความสนใจของคุณเคยหลุดจากเรื่องเทนนิสแล้วเปลี่ยนไปคิดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ ไม่ได้หมายความว่าสมองเคลื่อนที่จริง ๆ ในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน your mind wanders เป็นคำที่ใช้คู่กันบ่อยและเป็นธรรมชาติมากกว่า หมายถึงความคิดล่องลอยไปโดยไม่มีทิศทางชัดเจน ซึ่งมักเกิดขึ้นขณะพยายามมีสมาธิ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าความสนใจของคนหนึ่งล่องลอยไประหว่างการบรรยาย
- Her mind wandered during the lecture.
- She wondered what the lecture would cover.
- She walked around during the lecture.
ดูคำตอบ
Her mind wandered during the lecture.
make the reservation: ทำการจองที่เจาะจง
Make a reservation เป็นคำกริยาและคำนามที่ใช้คู่กันตามปกติเพื่อหมายถึงการสร้างรายการจอง โดยเฉพาะกับร้านอาหาร โรงแรม หรือบริการอื่น ๆ ในตัวอย่าง ผู้พูดถามว่าทีมได้ดำเนินการจองนั้นเรียบร้อยแล้วหรือไม่ คำนำหน้านาม the แสดงว่าเป็นรายการจองที่เจาะจงและเข้าใจกันอยู่แล้วจากบริบท เมื่อกล่าวถึงรายการจองที่ยังไม่เจาะจงเป็นครั้งแรก ให้ใช้ make a reservation
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำที่ใช้คู่กันตามปกติซึ่งมี make และ reservation: We need to ____ for six people at eight.
ดูคำตอบ
make a reservation
Yes, and I start thinking like about the order,
1:25ใช่ค่ะ แล้วฉันก็จะเริ่มคิดถึงเรื่องการสั่งอาหาร
and then I have to bring myself back every time, like, กริยาวลี
1:29แล้วฉันก็ต้องดึงสติกลับมาทุกครั้งเลย แบบว่า
bring myself back: ดึงความสนใจของตัวเองกลับมา
ในประโยคนี้ bring myself back หมายถึง “ทำให้ตัวเองกลับมาจดจ่อกับงานตรงหน้าหรือช่วงเวลาปัจจุบัน” หลังจากใจลอย เป็นการกลับมาทางความคิด ไม่ใช่การพาร่างกายของตัวเองกลับไปยังอีกสถานที่หนึ่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ bring oneself back และมักตามด้วย to + สิ่งที่ต้องการกลับไปจดจ่อ เช่น bring myself back to the task สรรพนามสะท้อนจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น she brought herself back to the conversation
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่เหมาะสมของ bring oneself back: After I get distracted, I pause and ____ the task.
ดูคำตอบ
bring myself back to
not finished yet: ยังไม่เสร็จจนถึงตอนนี้
Not finished yet หมายถึงสิ่งหนึ่งยังคงไม่เสร็จจนถึงเวลาปัจจุบัน Yet เพิ่มมุมมองด้านเวลา คือการทำให้เสร็จยังไม่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ แต่มีโอกาสเกิดขึ้นภายหลัง โครงสร้างที่พบบ่อยคือ be + not + finished + yet โดย yet มักอยู่ท้ายประโยค เช่น The report is not finished yet หากใช้กริยาแบบผู้กระทำลงมือเอง ภาษาอังกฤษยังใช้ have not + กริยาช่องที่สาม + yet ได้ เช่น I have not finished yet
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หมายถึง “จนถึงตอนนี้” และสื่อว่างานอาจเสร็จภายหลัง: The design is not finished ____.
ดูคำตอบ
yet
to finish the job: ทำภารกิจให้เสร็จจนถึงตอนจบ
ในประโยคนี้ to finish the job หมายถึงทำภารกิจให้เสร็จและทำต่อจนถึงตอนจบ คำว่า job หมายถึงสิ่งที่ต้องทำ ไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่ได้รับค่าจ้าง ในโครงสร้างเต็ม have to finish the job คำว่า have to แสดงความจำเป็น ส่วน finish the job ระบุการกระทำที่ต้องทำ สำนวนนี้มักสื่อว่างานคืบหน้าไปแล้ว แต่ยังต้องทำให้ได้ผลลัพธ์สุดท้าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเตือนด้วยสำนวนที่หมายถึง “ทำภารกิจที่เหลือให้เสร็จ”: Only the final safety check remains, so we need ____.
ดูคำตอบ
to finish the job
got to make sure: สำนวนแสดงความจำเป็นที่ไม่เป็นทางการมาก
ในประโยคนี้ got to make sure หมายถึง “ต้องตรวจสอบหรือทำให้แน่ใจ” ส่วน make sure ใช้นำข้อเท็จจริงหรือผลลัพธ์ที่ต้องยืนยัน ซึ่งในที่นี้คือ it's right รูปเต็มที่เป็นมาตรฐานคือ You've got to make sure และ You have to make sure ส่วน You got to เป็นภาษาพูดกันเองมาก พบได้ในบทสนทนาสบาย ๆ หรือบทพูด แต่โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงในงานเขียนที่พิถีพิถัน
แบบฝึกหัด
ใช้รูปมาตรฐานแบบเต็มของ have got to เพื่อเติมคำเตือน: You ____ every name is spelled correctly before you publish the list.
ดูคำตอบ
have got to make sure
I also say uh you're really great follow on socials, การใช้คำ
1:55ผมจะบอกด้วยว่าเอ่อ คุณเป็นคนที่น่าติดตามในโซเชียลมาก
a great follow on socials: บัญชีที่น่าติดตาม
ในที่นี้ follow เป็นคำนามนับได้ หมายถึงบุคคลหรือบัญชีที่ผู้คนติดตามทางออนไลน์ การเรียกใครว่า a great follow หมายความว่าโพสต์ของคนนั้นน่าสนใจ มีประโยชน์ หรือควรติดตามต่อไป socials เป็นคำไม่เป็นทางการที่หมายถึงแพลตฟอร์มหรือบัญชีโซเชียลมีเดีย เมื่อรวมกัน a great follow on socials จึงเป็นคำชมว่าคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียของคนนั้นมีคุณภาพหรือมีคุณค่า
แบบฝึกหัด
เมื่อผู้พูดเรียกใครว่า a great follow on socials ผู้พูดหมายความว่าอย่างไร
- คนนั้นกดปุ่ม Follow ได้อย่างรวดเร็ว
- คอนเทนต์โซเชียลมีเดียของคนนั้นน่าติดตาม
- คนนั้นเก่งในการทำตามคำสั่งของผู้อื่น
ดูคำตอบ
คอนเทนต์โซเชียลมีเดียของคนนั้นน่าติดตาม
You you put your phone on the baseline of the court วัฒนธรรม
2:06คุณ คุณเอาโทรศัพท์ไปวางไว้ที่เส้นหลังของสนาม
the baseline of the court: เส้นหลังของคอร์ตเทนนิส
ในกีฬาเทนนิส baseline คือเส้นเขตที่ปลายทั้งสองด้านของคอร์ตและขนานกับตาข่าย เส้นนี้กำหนดขอบด้านหลังของพื้นที่เล่น ในประโยคนี้ การวางโทรศัพท์บน baseline หมายถึงวางไว้ที่เส้นด้านหลังของคอร์ตเทนนิส ไม่ใช่ตรงตาข่ายหรือตามเส้นข้าง
แบบฝึกหัด
ในกีฬาเทนนิส baseline อยู่ตรงไหน
- เส้นที่ปลายด้านหลังทั้งสองด้านของคอร์ตและขนานกับตาข่าย
- เส้นตามด้านข้างทั้งสองของคอร์ตและตั้งฉากกับตาข่าย
- ตาข่ายที่พาดผ่านกลางคอร์ต
ดูคำตอบ
เส้นที่ปลายด้านหลังทั้งสองด้านของคอร์ตและขนานกับตาข่าย
returned a serve: ความหมายของ return ในกีฬาเทนนิส
ในกีฬาเทนนิส returned a serve หมายถึงรับลูกเสิร์ฟของคู่แข่งแล้วตีลูกกลับไป ตรงนี้ return เป็นคำกริยาทางกีฬาในความหมายว่า “ตีโต้กลับ” ไม่ใช่ “คืนสิ่งของให้เจ้าของ” กรรม serve หมายถึงลูกเสิร์ฟที่คู่แข่งใช้เริ่มแต้ม ส่วน returned เป็นรูปอดีตที่แสดงว่าผู้เล่นฝ่ายรับได้ตีโต้ลูกนั้นกลับไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยคเทนนิส “She returned a serve,” เธอทำอะไร?
- เธอคืนลูกบอลให้เจ้าของ
- เธอตีลูกเสิร์ฟของคู่แข่งกลับไป
- เธอเริ่มแต้มด้วยการเสิร์ฟ
ดูคำตอบ
เธอตีลูกเสิร์ฟของคู่แข่งกลับไป
How many How many how many takes did it take for you to do that? การใช้คำ
2:23คุณต้องเทคไป คุณต้องเทคไปกี่เทคถึงจะทำได้แบบนั้น?
how many takes did it take: take ในฐานะคำนามและคำกริยา
ในบริบทการถ่ายทำหรือบันทึกเสียง takes เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ หมายถึงการลองบันทึกฉากหรือการแสดงแต่ละครั้ง How many takes ใช้ถามจำนวนครั้งที่ลอง ใน did it take คำว่า take เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ต้องใช้” การใช้คำซ้ำแบบนี้เป็นธรรมชาติ โดยโครงสร้างทั้งหมดถามว่าต้องลองบันทึกกี่ครั้งจึงจะได้ผลลัพธ์ตามต้องการ
แบบฝึกหัด
ใน “How many takes did it take to record the scene?” คำว่า takes และ take หมายถึงอะไรตามลำดับ?
- สิ่งของที่กำลังถือ; เอาออก
- การลองบันทึก; ต้องใช้
- ช่วงเวลา; ถ่ายทำ
ดูคำตอบ
การลองบันทึก; ต้องใช้
make sure that my team does some silly stuff after that
2:40ให้แน่ใจว่าทีมของฉันต้องทำอะไรบ้าๆ บอๆ หลังจากนั้น
I mean, did everyone freak out and just jump up and down and go โน้ต
2:44หมายถึง ทุกคนสติแตกแล้วก็กระโดดโลดเต้นไปมาเลยไหม
freak out: ตอบสนองอย่างรุนแรงจากอารมณ์เข้มข้น
ในประโยคนี้ freak out หมายถึงการตอบสนองอย่างรุนแรงจนแทบควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ปฏิกิริยานี้อาจเกิดจากความตกใจ ความตื่นเต้น ความกลัว หรือความเครียด แต่คำบรรยาย jump up and down ที่ตามมาชี้ว่าในที่นี้เป็นความประหลาดใจและตื่นเต้นมากกว่าความกลัว ต้องดูบริบทจึงจะรู้ว่าเป็นอารมณ์ใดกันแน่ ตัว freak out เองบอกเพียงว่าปฏิกิริยารุนแรง ไม่ได้ระบุอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ freak out เติมประโยคให้สมบูรณ์: The crowd ____ when the surprise guest walked onstage.
ดูคำตอบ
freaked out
jump up and down: กระโดดขึ้นลงซ้ำ ๆ เพื่อแสดงความตื่นเต้น
jump up and down หมายถึงการกระโดดในแนวดิ่งซ้ำ ๆ ในประโยคนี้ การกระทำดังกล่าวทำให้เห็นภาพคนที่กำลังตื่นเต้นหรือเฉลิมฉลองได้ชัดเจน แทนที่จะเพียงบอกว่าพวกเขาตื่นเต้นมาก วลีนี้ยังใช้บรรยายเพียงการเคลื่อนไหวทางกายโดยไม่มีอารมณ์ก็ได้ ต้องดูบริบทว่าการกระโดดนั้นเป็นการเฉลิมฉลอง ความใจร้อน การเล่น หรือเป็นเพียงการออกกำลังกาย
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ jump up and down เติมประโยคให้สมบูรณ์: The children ____ when their team won.
ดูคำตอบ
jumped up and down
and the the the crazy thing that we actually record that.
2:48และ และ ที่บ้าที่สุดคือเราถ่ายวิดีโอนั้นไว้ได้จริงๆ
Uh you've also become known for, kind of, you're grunting on the court. วลี
2:56เอ่อ คุณยังมีชื่อเสียงในเรื่องของ การที่คุณส่งเสียงร้องครางในสนาม
become known for: ค่อย ๆ สร้างชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จัก
become known for หมายถึง “กลายเป็นที่รู้จักเพราะลักษณะ กิจกรรม หรือความสำเร็จบางอย่าง” become แสดงการเปลี่ยนแปลง known บอกถึงชื่อเสียงที่เกิดขึ้น และ for นำเข้าสิ่งที่สร้างชื่อเสียงนั้น หลัง for มักตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ในประโยคพูดสดนี้ ผู้พูดหยุดหลัง for แล้วจึงระบุว่าเสียงร้องในสนามคือพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกับชื่อเสียงนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + become + known for + คำนาม/รูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ไฮไลต์: Over time, the small museum has ____ its hands-on science exhibits.
ดูคำตอบ
become known for
Let's just say: คำเกริ่นแบบอ้อม ๆ หรือกล่าวอย่างยั้งไว้
Let's just say เป็นคำเกริ่นในบทสนทนาที่ใช้ก่อนข้อความซึ่งผู้พูดตั้งใจพูดแบบจำกัดหรืออ้อม ๆ มักสื่อว่า “ฉันพูดได้มากกว่านี้ แต่พูดแค่นี้ก็พอ” จึงใช้ลดความตรงของคำวิจารณ์ บอกเป็นนัยถึงผลลัพธ์ที่น่าอึดอัด หรือปูทางสู่อารมณ์ขันแบบนิ่ง ๆ ได้ โดยทั่วไปไม่ได้เป็นคำชวนให้ทุกคนพูดพร้อมกันจริง ๆ แม้จะปรากฏเดี่ยว ๆ เหมือนในที่นี้ ก็ชี้ไปยังข้อสรุปหรือคำอธิบายที่ผู้พูดกำลังจะกล่าวต่อ
แบบฝึกหัด
มีคนพูดว่า "Let's just say the dinner did not look like the photo." ในที่นี้ Let's just say ทำหน้าที่อะไร?
- ระบุว่าอาหารมื้อนั้นเหมือนกับรูปทุกประการ
- ขอให้ผู้ฟังพูดประโยคนี้ซ้ำพร้อมกัน
- ใช้เกริ่นความคิดเห็นแบบอ้อมและพูดให้น้อยกว่าความจริง พร้อมบอกเป็นนัยว่ามีสิ่งอื่นผิดพลาดอีก
ดูคำตอบ
ใช้เกริ่นความคิดเห็นแบบอ้อมและพูดให้น้อยกว่าความจริง พร้อมบอกเป็นนัยว่ามีสิ่งอื่นผิดพลาดอีก
This has nothing to do with ...: เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ...
X has nothing to do with Y หมายความว่า X ไม่เชื่อมโยงหรือไม่เกี่ยวข้องกับ Y ในประโยคนี้ This หมายถึงประเด็นที่กำลังพูดถึง และสิ่งที่ตามหลัง with คือ grunting ซึ่งผู้พูดกำลังปฏิเสธความเกี่ยวข้อง โครงสร้างนี้ใช้แก้ความเข้าใจผิด ตัดสาเหตุหนึ่งออก หรือกำหนดขอบเขตของเรื่องที่กำลังสนทนาได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ have nothing to do with: The cancellation ____ the weather; a broken pipe forced the venue to close.
ดูคำตอบ
has nothing to do with
Uh the uh you uh but we heard that during the clip.
3:10เอ่อ ไอ้นั่นเอ่อ คุณเอ่อ แต่เราได้ยินเสียงนั่นในคลิปด้วยนะ
Uh do you know that you're making that noise in the moment?
3:16เอ่อ ในตอนนั้นคุณรู้ตัวไหมว่าคุณกำลังทำเสียงแบบนั้น?
zero control over it: ควบคุมเรื่องนั้นไม่ได้เลย
วลีคำนาม control over something หมายถึงความสามารถหรืออำนาจในการมีอิทธิพลต่อสิ่งหนึ่ง ใน zero control over it คำว่า zero เน้นว่าไม่มีอำนาจควบคุมเลย ไม่ใช่เพียงควบคุมได้น้อย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ have zero control over + คำนามหรือคำสรรพนาม โดย it ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่ผู้พูดไม่สามารถมีอิทธิพลต่อมันได้
แบบฝึกหัด
ใช้ zero เพื่อเน้นว่าไม่มีอำนาจควบคุมเลย และเติมคำบุพบทที่ถูกต้อง: I have ____ the final schedule.
ดูคำตอบ
zero control over
put the mic on someone: ติดไมโครโฟนให้ใครสักคน
ใน they put the mic on me โครงสร้าง put + สิ่งของ + on + คน หมายถึงติดหรือสวมสิ่งของนั้นไว้กับร่างกายของคนนั้น ทีมงานติดไมโครโฟนให้ผู้พูดเพื่อรับเสียงของเขา โครงสร้างนี้ใช้ได้กับอุปกรณ์ที่สวมติดตัว คนที่อยู่หลัง on คือคนที่ได้รับหรือสวมสิ่งของนั้น ส่วน mic เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ microphone
แบบฝึกหัด
เกิดอะไรขึ้นใน they put the mic on me?
- พวกเขาเปิดไมโครโฟนที่เป็นของผู้พูด
- พวกเขาวางไมโครโฟนไว้บนพื้น
- พวกเขาติดไมโครโฟนไว้กับร่างกายของผู้พูด
ดูคำตอบ
พวกเขาติดไมโครโฟนไว้กับร่างกายของผู้พูด
take off the mic: ถอดไมโครโฟนที่ติดอยู่กับตัว
ใน take off the mic คำว่า take off หมายถึงถอดไมโครโฟนที่สวมหรือติดอยู่กับร่างกาย เป็นการแยกอุปกรณ์ออกจากตัวคนจริง ๆ ในที่นี้ take off ใช้แบบมีกรรม คือผู้พูดถอดสิ่งของบางอย่าง การใช้นี้ต่างจากความหมายแบบไม่มีกรรมใน The plane took off ซึ่งหมายถึงเครื่องบินขึ้น หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างคำกริยากับคำประกอบเป็น take it off
แบบฝึกหัด
พิธีกรถอดไมโครโฟนที่ติดอยู่กับตัวออกจริง ๆ แต่ไม่ได้พูดถึงสถานะไฟของอุปกรณ์ ประโยคใดอธิบายการกระทำนี้?
- The host took off the mic.
- The host turned off the mic.
- The host put the mic on.
ดูคำตอบ
The host took off the mic.
but I think I think they shut the sound on my mic when I was hitting the ball.
3:37แต่ฉันคิดว่า ฉันคิดว่าพวกเขาปิดเสียงไมค์ฉันตอนที่ฉันตีบอลนะ
come on: การคัดค้านเล็กน้อย ไม่ใช่การเรียกให้เข้ามา
come on ในที่นี้ไม่ได้เป็นการบอกให้ใครเข้ามาใกล้ แต่เป็นปฏิกิริยาในการสนทนาที่มีความหมายใกล้เคียงกับ “มีเหตุผลหน่อย” หรือ “เอาน่า” วลีนี้แสดงการคัดค้านเล็กน้อยหรือความไม่เชื่อ เมื่อใช้ร่วมกับ I mean และ you know ผู้พูดจะฟังดูเป็นกันเองและมีอารมณ์หยอกล้อหรือเหนื่อยใจเล็กน้อย ไม่ได้กำลังออกคำสั่งตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
come on ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- แสดงการคัดค้านเล็กน้อยหรือความไม่เชื่อ
- ขอให้ใครคนหนึ่งเข้ามาใกล้
- เริ่มหัวข้อใหม่
ดูคำตอบ
แสดงการคัดค้านเล็กน้อยหรือความไม่เชื่อ
But does it but does it mean anything to you?
3:42แต่มัน แต่เสียงนั้นมันมีความหมายอะไรสำหรับคุณไหม?
What are you thinking about when you're when you are making that noise?
3:48คุณกำลังคิดอะไรอยู่ตอนที่ คุณกำลังทำเสียงแบบนั้น?
almost the only thing in my head when I'm playing the match,
3:54แทบจะเป็นสิ่งเดียวในหัวฉันเลยตอนที่เล่นแมตช์นั้น
makes you win: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน makes you win คำว่า makes ตามด้วยกรรม you และกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to คือ win จึงเป็นโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้บอกว่าบางสิ่งทำให้คนหนึ่งทำบางอย่างหรือทำให้เกิดผลลัพธ์ ในประโยคกรรตุวาจก ห้ามใส่ to หน้ากริยาตัวที่สอง ต้องพูดว่า it makes you win ไม่ใช่ it makes you to win กริยาหลังกรรมยังคงเป็นรูปพื้นฐาน แม้ makes จะเติม -s ตามประธานเอกพจน์บุรุษที่สามก็ตาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ win: This power-up makes you ____.
ดูคำตอบ
win
Here are you uh holding the 24 and 25 US Open women's singles championship trophies. วัฒนธรรม
4:05นี่คือภาพที่คุณเอ่อ กำลังถือถ้วยแชมป์หญิงเดี่ยวยูเอสโอเพ่นปี 24 และ 25
women's singles championship: ประเภทและตำแหน่งแชมป์หญิงเดี่ยวในเทนนิส
ในเทนนิส women's singles คือประเภทที่มีนักกีฬาหญิงฝั่งละหนึ่งคนแข่งขันกัน singles บอกว่าเป็นรูปแบบผู้เล่นหนึ่งคนต่อฝั่ง ส่วน championship หมายถึงการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งแชมป์หรือตำแหน่งแชมป์ที่ชนะมาในประเภทนั้น เมื่ออยู่หน้า trophies ทั้งวลีจะทำหน้าที่เป็นชื่อประเภทของถ้วยรางวัล หมายถึงถ้วยที่ได้จากการชนะประเภทหญิงเดี่ยวของยูเอสโอเพน ในที่นี้ singles ไม่ได้หมายถึงคนโสด
แบบฝึกหัด
ในการแข่งขันเทนนิส women's singles championship หมายถึงอะไร
- การแข่งขันของทีมที่มีนักกีฬาหญิงฝั่งละสองคน
- การแข่งขันสำหรับนักกีฬาที่ยังไม่ได้แต่งงาน
- การแข่งขันหรือตำแหน่งแชมป์ของประเภทที่มีนักกีฬาหญิงฝั่งละหนึ่งคน
ดูคำตอบ
การแข่งขันหรือตำแหน่งแชมป์ของประเภทที่มีนักกีฬาหญิงฝั่งละหนึ่งคน
Uh you have a big battle of the sexes match coming up later this month โน้ต
4:14เอ่อ ปลายเดือนนี้คุณจะมีแมตช์ใหญ่ ศึกดวลระหว่างเพศ
big battle of the sexes match: การแข่งขันที่ประชาสัมพันธ์เป็นศึกระหว่างชายกับหญิง
ในบริบทกีฬา battle of the sexes match คือการแข่งขันที่นำเสนอว่าเป็นการพบกันโดยตรงระหว่างนักกีฬาชายกับนักกีฬาหญิง คำว่า battle ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ส่วน match บอกว่านี่คือการแข่งขันกีฬา ไม่ใช่สงครามจริงหรือเพียงการทะเลาะกัน ชื่อนี้มีความเชื่อมโยงทางสื่อและประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะการแข่งขันเทนนิสปี 1973 ระหว่าง Billie Jean King กับ Bobby Riggs ในประโยคนี้ big เพิ่มน้ำหนักด้านการประชาสัมพันธ์และความสำคัญ แต่ไม่ได้ทำให้สำนวนนี้เป็นชื่อประเภทการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า battle of the sexes match มากที่สุด
- รอบชิงชนะเลิศหญิงคู่ที่มีผู้เล่นฝั่งละสองคน
- การอภิปรายอย่างเป็นทางการเรื่องความเท่าเทียมในที่ทำงานโดยไม่มีการแข่งขันกีฬา
- การแข่งขันเทนนิสสาธิตที่ประชาสัมพันธ์ว่าเป็นการพบกันโดยตรงระหว่างผู้เล่นชายกับผู้เล่นหญิง
ดูคำตอบ
การแข่งขันเทนนิสสาธิตที่ประชาสัมพันธ์ว่าเป็นการพบกันโดยตรงระหว่างผู้เล่นชายกับผู้เล่นหญิง
coming up: มีกำหนดจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้
ในประโยคนี้ coming up หมายถึง “มีกำหนดหรือคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้” โดยขยายคำว่า match และ later this month บอกเวลาว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร ใช้โครงสร้าง “เหตุการณ์ + coming up” เพื่อกล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่ใกล้เข้ามา เช่น We have a test coming up. วลีนี้ช่วยเกริ่นหรือเตือนให้อีกฝ่ายนึกถึงสิ่งที่อยู่ในกำหนดการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “มีกำหนดจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้”: Our school concert is ____ this Friday.
ดูคำตอบ
coming up
bring this back?: นำกิจกรรมหรือรูปแบบเดิมกลับมาอีกครั้ง
ในที่นี้ bring this back หมายถึง “ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นหรือมีอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง” คำว่า this หมายถึงการแข่งขันระหว่างชายกับหญิงที่กล่าวถึงก่อนหน้า ผู้พูดจึงกำลังถามว่าทำไมอีกฝ่ายจึงอยากนำการแข่งขันแบบนี้กลับมา โครงสร้าง bring + something + back ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ เมื่อกรรมเป็นกิจกรรม ประเพณี รายการ ฟีเจอร์ รูปแบบ หรือผลิตภัณฑ์ มักหมายถึงฟื้นฟู นำกลับมาใช้ใหม่ หรือจัดขึ้นอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “นำสิ่งที่เคยมีอยู่กลับมาใช้อีกครั้ง”: The library plans to ____ its weekend workshops next month.
ดูคำตอบ
bring back
I mean, I like to challenge myself and playing against the men male athlete. วลี
4:25ฉันหมายถึง ฉันชอบท้าทายตัวเองและได้เล่นกับผู้ชาย นักกีฬาชายค่ะ
like to challenge myself: เลือกเป้าหมายที่ยากเพื่อพัฒนาตนเอง
ใน like to challenge myself คำว่า challenge เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม และ myself ย้อนกลับไปอ้างถึงประธาน I วลีนี้หมายถึงการเลือกทำสิ่งที่ยากเพื่อทดสอบหรือพัฒนาความสามารถของตนเอง ไม่ใช่การชวนคนอื่นมาแข่งขันกับผู้พูด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + challenge + สรรพนามสะท้อนที่สอดคล้องกับประธาน: I challenge myself, she challenges herself, they challenge themselves ส่วน Like to แสดงว่านี่เป็นสิ่งที่ผู้พูดมักชอบหรือเลือกทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย challenge และสรรพนามสะท้อนที่สอดคล้องกับ I: I like to ____ by solving more difficult problems.
ดูคำตอบ
challenge myself
And also, I think we're kind of like bringing tennis to the next level สำนวน
4:35และอีกอย่าง ฉันคิดว่าเรากำลังยกระดับวงการเทนนิสไปอีกขั้น
bringing tennis to the next level: ช่วยยกระดับกีฬาเทนนิส
Bring something to the next level เป็นรูปแบบเชิงเปรียบเทียบที่หมายถึงการพัฒนาบางสิ่งอย่างชัดเจน หรือพาไปสู่ขั้นที่ก้าวหน้ากว่า ในที่นี้ bringing tennis to the next level หมายถึงการช่วยให้กีฬาเทนนิสพัฒนา มีผลงานดีขึ้น หรือมีอิทธิพลมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนย้ายทางกายภาพ โครงสร้างคือ bring + กรรม + to the next level รูป -ing ของ bringing สอดคล้องกับโครงสร้าง we're ... bringing ในประโยคนี้ ในบริบทอื่น take something to the next level ก็ใช้กันทั่วไปและมีความหมายเกือบเหมือนกัน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ bringing tennis to the next level หมายความว่าอย่างไร
- เปลี่ยนเทนนิสให้เป็นประเภทการแข่งขันที่ง่ายกว่า
- ย้ายอุปกรณ์เทนนิสขึ้นไปยังชั้นที่สูงกว่า
- ช่วยให้กีฬาเทนนิสพัฒนาหรือก้าวไปสู่ขั้นที่สูงขึ้น
ดูคำตอบ
ช่วยให้กีฬาเทนนิสพัฒนาหรือก้าวไปสู่ขั้นที่สูงขึ้น
visibility: การเป็นที่รับรู้และความสนใจจากสาธารณะ
visibility ในที่นี้หมายถึงระดับที่สิ่งหนึ่งได้รับความสนใจจากสาธารณะและสื่อ “The visibility that it got” สื่อว่าเหตุการณ์นั้นมีคนเห็น พูดถึง หรือรายงานข่าวอย่างกว้างขวางแล้ว ไม่ได้หมายถึงสายตาหรือระยะที่มองเห็นได้ ความหมายนี้พบบ่อยเมื่อพูดถึงแคมเปญ แบรนด์ กีฬา และประเด็นสาธารณะ ส่วน gain visibility หรือ increase visibility หมายถึงการเป็นที่สังเกตของผู้คนในวงกว้างมากขึ้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคเดิม visibility มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด
- ความสามารถในการมองเห็นของบุคคล
- ความคมชัดของภาพวิดีโอ
- ความสนใจจากสาธารณะและการเป็นที่รับรู้
- ระยะที่ผู้คนมองเห็นได้ในสภาพอากาศเลวร้าย
ดูคำตอบ
ความสนใจจากสาธารณะและการเป็นที่รับรู้
and But I remember the other battle of the sexes was like Billie Jean King.
4:44และ แต่ผมจำได้ว่าศึกดวลระหว่างเพศครั้งก่อนคือของ บิลลี่ จีน คิง นะ
historical moment: ช่วงเวลาที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
ในประโยคนี้ a historical moment หมายถึงช่วงเวลาที่ถูกมองว่าสำคัญมากพอที่จะได้รับการจดจำในฐานะส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ผู้พูดกำลังประเมินความสำคัญของช่วงเวลานั้น ไม่ได้เพียงบอกว่าเกิดขึ้นในอดีต historical อาจหมายกว้าง ๆ ว่า “เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์” ส่วน historic หมายเฉพาะเจาะจงกว่าว่า “สำคัญในประวัติศาสตร์” ในการใช้จริง historical moment ก็ใช้บ่อยในความหมายว่าสำคัญอย่างที่ตั้งใจในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
a historical moment ในประโยคเดิมหมายถึงอะไร
- ช่วงเวลาเก่าที่ไม่มีความสำคัญในปัจจุบัน
- ช่วงเวลาใด ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนวันนี้
- ช่วงพักสั้น ๆ ระหว่างวิชาประวัติศาสตร์
- ช่วงเวลาที่ถือว่าสำคัญมากพอที่จะได้รับการจดจำในฐานะส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์
ดูคำตอบ
ช่วงเวลาที่ถือว่าสำคัญมากพอที่จะได้รับการจดจำในฐานะส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์
but I think we're we're doing doing it for uh fun reason,
4:49แต่ฉันคิดว่าเรา เราทำไปเพื่อเอ่อ ความสนุกสนาน
to help tennis grow: help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน to help tennis grow คำว่า to help ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำนี้ว่า เป้าหมายคือสนับสนุนการพัฒนาของกีฬาเทนนิสและช่วยให้เข้าถึงผู้คนมากขึ้น โครงสร้างคือ help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ได้แก่ help + tennis + grow ในที่นี้ grow หมายถึงกีฬาชนิดนี้พัฒนา เข้าถึงผู้คนมากขึ้น หรือได้รับความนิยมมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงคนมีอายุมากขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาเป้าหมายรูปพื้นฐาน grow: New volunteers can help the club ____.
ดูคำตอบ
grow
already got a lot of attention: get attention หมายถึงได้รับความสนใจ
Get attention หมายถึง “เป็นที่สังเกตหรือได้รับความสนใจจากผู้คน สาธารณชน หรือสื่อ” ส่วน a lot of บอกว่าความสนใจนั้นมีจำนวนมาก Already แสดงว่าผลลัพธ์นี้เกิดขึ้นแล้วจนถึงตอนนี้ และอาจเกิดเร็วกว่าที่คาดไว้ ใน it's already got คำว่า it's หมายถึง it has ดังนั้น got จึงเป็นส่วนหนึ่งของรูป present perfect
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ get attention เพื่อบอกว่าแอปได้รับความสนใจจากสาธารณชนแล้ว
- Users have already paid close attention to the new app.
- The new app has already got a lot of attention.
- The new app has already drawn attention to a security problem.
ดูคำตอบ
The new app has already got a lot of attention.
It's going to be great, high level match for sure, วลี
4:58มันจะเป็นแมตช์ระดับสูงที่ยอดเยี่ยมแน่นอน
for sure: การแสดงความมั่นใจอย่างมากในภาษาพูด
ในประโยคนี้ for sure หมายถึง “อย่างแน่นอน” หรือ “ไม่ต้องสงสัย” เมื่อวางไว้ท้ายประโยค วลีนี้จะย้ำว่าผู้พูดมั่นใจว่าการแข่งขันจะยอดเยี่ยมและมีระดับสูง วลีนี้เพิ่มระดับความมั่นใจของผู้พูดโดยไม่ได้เปลี่ยนเหตุการณ์ที่กล่าวถึง และยังใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำตอบรับที่หนักแน่นได้ด้วย
แบบฝึกหัด
for sure เพิ่มความหมายอะไรให้กับประโยค “The roads will be busy tonight”?
- ความมั่นใจอย่างมากในการคาดการณ์
- ความสงสัยว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่
- การขอข้อมูลเพิ่มเติมอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ
ความมั่นใจอย่างมากในการคาดการณ์
kick his ass: การท้าทายอย่างหยาบคายว่าจะชนะ
ในที่นี้ kick his ass ไม่ได้หมายถึงการเตะตามตัวอักษร ในบริบทการแข่งขันนี้ หมายถึงการเอาชนะเขาอย่างขาดลอยหรือเด็ดขาด วลีนี้ทำให้คำพูดฟังเหมือนการท้าทายที่ก้าวร้าว และแสดงความเป็นปฏิปักษ์กับความกร่างมากกว่าประโยคกลาง ๆ อย่าง I’m going to beat him มาก
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ในการนำเสนออย่างเป็นทางการในที่ทำงาน การพูดว่า “We’re going to kick their ass” เป็นวิธีคาดการณ์ความสำเร็จที่สุภาพและเป็นมืออาชีพ
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
You don't understand ในฐานะคำเกริ่นเน้นย้ำ
ในประโยคนี้ You don't understand ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อบอกตามตัวอักษรว่าผู้ฟังไม่มีความสามารถในการเข้าใจ แต่ใช้เกริ่นอนุประโยคที่มี how ให้ฟังว่าน่าประหลาดใจหรือร้ายแรงกว่าที่ผู้ฟังตระหนัก ประเด็นสำคัญคือเขาเครียดมากเพียงใด รูปแบบ You don't understand how + adjective + subject + be เป็นวิธีพูดที่หนักแน่นเพื่อบอกว่าผู้ฟังกำลังประเมินระดับของความรู้สึกหรือสถานการณ์ต่ำเกินไป
แบบฝึกหัด
You don't understand มีหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้?
- จบการสนทนาอย่างสุภาพ
- บอกว่าผู้ฟังไม่สามารถเข้าใจภาษาอังกฤษได้
- เน้นว่าผู้ฟังอาจประเมินต่ำไปว่าเขาเครียดมากเพียงใด
- ถามว่าผู้ฟังรู้ความหมายของ stressed หรือไม่
ดูคำตอบ
เน้นว่าผู้ฟังอาจประเมินต่ำไปว่าเขาเครียดมากเพียงใด
it's a lose-lose ... the win-win สำหรับผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกัน
Lose-lose และ win-win เป็นคำประสมแบบซ้ำที่ใช้เรียกสถานการณ์ทั้งภาพรวม a lose-lose หมายถึงทุกทางเลือกหรือผลลัพธ์ที่มีล้วนแย่ ส่วน a win-win โดยทั่วไปหมายถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์ ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบจากมุมของแต่ละคน เขาเจอผลเสียไม่ว่าผลจะออกทางไหน ขณะที่ผู้พูดเชื่อว่าทุกผลลัพธ์เข้าทางเธอ ในบริบทนี้ win-win จึงขยายความเป็นว่าไม่ว่าทางไหนเธอก็ชนะ แทนความหมายปกติที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์
แบบฝึกหัด
เติมสองประโยคด้วยสำนวนที่ไฮไลต์พร้อมคำนำหน้านามที่เป็นธรรมชาติ ใช้สำนวนที่หมายถึงผลลัพธ์ทุกทางล้วนแย่ก่อน แล้วจึงใช้สำนวนที่หมายถึงทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์: When every option hurts both teams, it is ____. When both teams benefit, it is ____.
ดูคำตอบ
a lose-lose · a win-win
I thought it was interesting that I don't know if you still do this, น้ำเสียง/เจตนา
5:30ผมว่ามันน่าสนใจดี ผมไม่รู้ว่าคุณยังทำแบบนี้อยู่ไหมนะ
I don't know if you still do this ในฐานะคำเกริ่นที่สุภาพ
ในที่นี้ I don't know if you still do this เป็นถ้อยคำเกริ่นอย่างสุภาพก่อนที่ผู้พูดจะกล่าวถึงนิสัยในอดีต วลีนี้เปิดไว้ว่าบุคคลนั้นยังทำพฤติกรรมดังกล่าวอยู่หรือไม่ ผู้พูดจึงไม่ได้ถือว่านั่นยังเป็นข้อเท็จจริงในปัจจุบัน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ I don't know if you still + คำกริยา ซึ่งใช้เกริ่นคำถามหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้ฟังเคยทำ ในประโยคนี้ this ชี้ล่วงหน้าไปยังพฤติกรรมที่จะอธิบายต่อจากนั้น
แบบฝึกหัด
จุดประสงค์หลักของ I don't know if you still do this ก่อนกล่าวถึงนิสัยเดิมของบุคคลหนึ่งคืออะไร?
- เพื่อวิจารณ์อีกฝ่ายที่เปลี่ยนนิสัย
- เพื่อประกาศว่าผู้พูดลืมเรื่องทั้งหมดแล้ว
- เพื่อหลีกเลี่ยงการคิดเอาเองว่านิสัยนั้นยังดำเนินต่อไป
ดูคำตอบ
เพื่อหลีกเลี่ยงการคิดเอาเองว่านิสัยนั้นยังดำเนินต่อไป
there was a thing where you would sign your coach Jason's
5:33มีธรรมเนียมที่คุณจะเซ็นชื่อบนของเจสัน โค้ชของคุณ
would bring you good luck: รูปแบบ bring someone good luck
Bring someone good luck หมายถึงนำโชคดีมาให้ใครบางคน รูปแบบคือ bring + คน + good luck โดย you คือผู้ที่อาจได้รับประโยชน์ และ good luck คือผลลัพธ์ที่เชื่อว่าการกระทำนั้นจะนำมา ในที่นี้ would วางผลลัพธ์ที่คาดไว้นั้นไว้ในการเล่าถึงพิธีกรรมในอดีต ไม่ได้ทำให้วลีนี้เป็นคำขอที่สุภาพ
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่กล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่า สิ่งของชิ้นหนึ่งอาจนำโชคดีมาให้คนคนหนึ่ง
- He may bring this bracelet good luck.
- This bracelet may bring him good luck.
- This bracelet may wish him good luck.
ดูคำตอบ
This bracelet may bring him good luck.
I know I mean, people know how silly our team is, ไวยากรณ์
5:45ฉันรู้ หมายถึง คนก็รู้ว่าทีมเรามันบ้าบอแค่ไหน
know how silly our team is: ลำดับคำในอนุประโยค how ที่ซ้อนอยู่
ใน people know how silly our team is ส่วน how silly our team is คือสิ่งที่ผู้คนรู้ คำว่า how ขยาย silly และบอกระดับว่า ผู้คนรู้ว่าทีมมีพฤติกรรมเปิ่นมากเพียงใด เนื่องจากส่วนนี้เป็นอนุประโยค how ที่ซ้อนอยู่ในประโยค จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + กริยา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ know how busy the office is โดยไม่สลับลำดับแบบคำถามตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ลำดับคำที่ถูกต้องในอนุประโยค how หลัง knows
- Everyone knows how is the library busy.
- Everyone knows how busy the library is.
- Everyone knows how busy is the library.
ดูคำตอบ
Everyone knows how busy the library is.
And then he was just saying like, oh, sign my head.
5:52แล้วเขาก็พูดขึ้นมาว่า โอ้ เซ็นชื่อบนหัวฉันสิ
And it's actually been a while since I've done that. ไวยากรณ์
6:01และจริงๆ ฉันก็ไม่ได้ทำแบบนั้นมาสักพักแล้วค่ะ
it's actually been a while since I've done that: ช่วงเวลาที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
It's actually been a while since I've done that หมายความว่าเวลาผ่านมาพอสมควรนับจากครั้งล่าสุดที่ผู้พูดทำสิ่งนั้น ในบทสนทนาทั่วไป ประโยคนี้สื่อว่า “ช่วงหลังมานี้ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น” It's been เป็น present perfect จึงเชื่อมช่วงเวลานั้นมาจนถึงปัจจุบัน อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย since ระบุกิจกรรมซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลา ประโยคเดิมใช้ I've done that ส่วน since I did that ก็พบได้บ่อยมากเช่นกัน Actually แสดงการแก้ความเข้าใจเล็กน้อยหรือความแตกต่างจากสิ่งที่อีกฝ่ายอาจคาดไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเพื่อบอกว่าคุณกับอีกคนไม่ได้คุยกันมานานแล้ว: It's been a while ____ we talked.
ดูคำตอบ
since
I'm not I mean, I'm not I don't have a beautiful bald head like he does,
6:04ผมไม่ได้ หมายถึง ผมไม่ได้ ผมไม่ได้มีหัวล้านที่สวยงามเหมือนเขา
is quite big: ใช้ quite เพื่อบอกระดับที่เห็นได้ชัด
ในวลี is quite big คำว่า quite เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ขยาย big หมายความว่าลายเซ็นมีขนาดใหญ่อย่างเห็นได้ชัดหรือค่อนข้างใหญ่ ไม่ใช่แค่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย วลีนี้เป็นการประเมิน ไม่ใช่การบอกขนาดที่แน่นอน Quite ช่วยเพิ่มระดับของ big แต่ไม่ได้หมายถึง 'ใหญ่ที่สุด' หรือบอกว่าขนาดนั้นก่อให้เกิดปัญหาโดยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า The apartment is quite big. ในที่นี้ quite big มีความหมายตามธรรมชาติมากที่สุดว่าอะไร
- อะพาร์ตเมนต์ใหญ่ขึ้นเพียงเล็กน้อย
- อะพาร์ตเมนต์ใหญ่เกินกว่าจะใช้งานได้
- อะพาร์ตเมนต์มีขนาดใหญ่อย่างเห็นได้ชัดหรือค่อนข้างใหญ่
- อะพาร์ตเมนต์ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ดูคำตอบ
อะพาร์ตเมนต์มีขนาดใหญ่อย่างเห็นได้ชัดหรือค่อนข้างใหญ่
But I cannot All I have is a all I have is a Sharpie, ไวยากรณ์
6:21แต่ผมไม่สามารถ สิ่งที่ผมมีคือ สิ่งที่ผมมีคือปากกาชาร์ปี้
all I have is a Sharpie: เน้นสิ่งเดียวที่มีใช้
All I have is a Sharpie ใช้โครงสร้าง all + ประธาน + กริยา + be + ข้อมูลที่เน้น ในที่นี้ all I have ทำหน้าที่เป็นประธานและหมายถึง 'สิ่งเดียวที่ฉันมีใช้' ส่วน a Sharpie หลัง is คือสิ่งที่ถูกเน้น เมื่อเทียบกับ I have a Sharpie โครงสร้างนี้เน้นข้อจำกัด กล่าวคือผู้พูดไม่มีเครื่องมือหรือตัวเลือกอื่นที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ All I have is + นามวลี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเน้น All I have is ตามที่กำหนด: ____ a phone charger, so I cannot fix the laptop.
ดูคำตอบ
All I have is
not going to come off: ยังคงติดอยู่กับพื้นผิว
ในประโยคนี้ come off หมายถึง “หลุดออกจากพื้นผิวหรือถูกเอาออกจากพื้นผิว” ประธาน this คือสิ่งของหรือรอยที่ยังติดอยู่หรือยังมองเห็นได้ ไม่ใช่คนที่พยายามเอามันออก not going to เป็นการคาดว่าสิ่งนั้นจะไม่ถูกเอาออก มักเป็นเพราะวัตถุ รอย หรือชั้นเคลือบนั้นเอาออกได้ยาก วลีนี้พูดถึงการหลุดหรือการเอาออกจากพื้นผิว ไม่ใช่การแปล come กับ off แยกกันตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
not going to come off ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร
- มันจะไม่เริ่มตรงเวลา
- มันจะไม่ถูกเอาออกจากพื้นผิว
- มันจะไม่ถูกปิด
- มันจะไม่เคลื่อนเข้าหาผู้พูด
ดูคำตอบ
มันจะไม่ถูกเอาออกจากพื้นผิว
I cannot be that rude to you: ระดับและขอบเขตทางสังคม
ใน that rude คำว่า that เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ หมายถึง “ถึงระดับนั้น” หรือ “หยาบคายขนาดนั้น” โดยเข้าใจระดับได้จากพฤติกรรมที่กำลังพิจารณา cannot ในที่นี้แสดงถึงขอบเขตส่วนตัวหรือทางสังคม ไม่ใช่การขาดความสามารถ ผู้พูดกำลังบอกว่าการปฏิบัติต่ออีกฝ่ายอย่างหยาบคายถึงขนาดนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ จึงจะไม่ทำ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดต้องการสื่ออะไรเป็นหลักใน I cannot be that rude to you?
- คุณเคยหยาบคายกับฉัน
- ฉันไม่เข้าใจคำว่า rude
- ฉันไม่มีความสามารถทางร่างกายที่จะพูดอย่างหยาบคาย
- การปฏิบัติต่อคุณอย่างหยาบคายขนาดนั้นจะเกินขอบเขตทางสังคม ฉันจึงจะไม่ทำ
ดูคำตอบ
การปฏิบัติต่อคุณอย่างหยาบคายขนาดนั้นจะเกินขอบเขตทางสังคม ฉันจึงจะไม่ทำ
leave ... alone: วางกรรมไว้ระหว่าง leave กับ alone
leave + กรรม + alone หมายถึงไม่แตะ เปลี่ยน รบกวน หรือเข้าไปจัดการกับคนหรือสิ่งนั้น ในที่นี้ผู้พูดตั้งใจบอกว่าจะไม่แตะหรือทำอะไรกับหน้าผากของอีกฝ่าย คำบรรยายใช้ลำดับคำที่ไม่ปกติคือ leave alone your forehead ในภาษาอังกฤษมาตรฐานให้วางกรรมไว้ระหว่าง leave กับ alone เป็น leave your forehead alone ใช้รูปแบบนี้เมื่อต้องการกำหนดขอบเขตหรือตัดสินใจว่าจะไม่เข้าไปยุ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้ leave ... alone เติมประโยคให้มีความหมายว่า “อย่ารบกวน”: Please ____ the sleeping dog ____.
ดูคำตอบ
leave · alone
go for it: การอนุญาตและให้กำลังใจแบบเป็นกันเอง
go for it เป็นคำตอบแบบไม่เป็นทางการที่บอกให้อีกฝ่ายลงมือทำสิ่งที่กำลังคิดจะทำ ในที่นี้หมายความว่า ถ้าเป็นบุคคลนี้ที่ลงมือ ผู้พูดก็อนุญาตและไม่ขัดข้องกับการกระทำนั้น วลีนี้อาจสื่อถึงการอนุญาต เช่น “ได้เลย ทำเลย” หรือการให้กำลังใจ เช่น “ลองเลย ฉันสนับสนุนคุณ” แล้วแต่บริบท โดย it หมายถึงการกระทำหรือโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันอยู่แล้วจากบทสนทนา
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “I want to audition, but I'm nervous.” คำตอบใดเป็นการให้กำลังใจแบบเป็นกันเองให้ลงมือทำ?
- Go for it.
- That is out of the question.
- Leave it alone.
- You already missed it.
ดูคำตอบ
Go for it.
But I'm going to make it I'm going to make it look fancy. ไวยากรณ์
6:38แต่ฉันจะทำให้มัน ฉันจะทำให้มันดูเก๋ๆ นะ
make it look fancy: ทำให้บางสิ่งดูหรูหรา
ใน make it look fancy คำว่า make มีความหมายว่า “ทำให้” และใช้ในโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หลังกรรม it คือ look ส่วน fancy เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกลักษณะที่มองเห็นเป็นผลลัพธ์ โครงสร้างนี้หมายถึง “ทำให้บางสิ่งดูเป็นแบบใดแบบหนึ่ง” คำว่า look จำกัดความหมายไว้ที่รูปลักษณ์หรือความรู้สึกที่เห็น สิ่งนั้นอาจไม่ได้เปลี่ยนคุณสมบัติจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง make + กรรม + look + คำคุณศัพท์: Good lighting can ____ this small room ____ bigger.
ดูคำตอบ
make · look
I but I don't know how you how do you get Sharpie off my face? วลี
6:43ผม แต่ผมไม่รู้ว่าคุณ คุณจะลบรอยชาร์ปี้ออกจากหน้าผมยังไงล่ะเนี่ย?
get Sharpie off my face: เอาบางสิ่งออกจากพื้นผิว
ในที่นี้ get Sharpie off my face หมายถึงเอาหมึกหรือรอย Sharpie ออกจากผิวหน้าของผู้พูด ในรูป get + สิ่งของ + off + พื้นผิว คำว่า get มีความหมายเชิงปฏิบัติว่า “จัดการเอาออกให้ได้” ส่วน off แสดงการแยกออกจากพื้นผิว กริยานี้ไม่ได้บอกว่าเอาออกด้วยวิธีใด อาจล้าง เช็ด หรือขัดออกตามความเหมาะสมของสถานการณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง get + สิ่งของ + off + พื้นผิว: How can I ____ this ink ____ the desk?
ดูคำตอบ
get · off
“I'll help you out”: การเสนอความช่วยเหลือที่นำไปใช้ได้จริง
help someone out หมายถึงการให้ความช่วยเหลือที่นำไปใช้ได้จริงเมื่ออีกฝ่ายมีปัญหา มีงานมากเกินไป หรืออยู่ในสถานการณ์ลำบาก ในที่นี้ I'll ทำให้ประโยคเป็นการเสนอตัวช่วยอย่างเป็นมิตร โดยผู้พูดอาสาทำให้สถานการณ์ง่ายขึ้น ในกริยาวลีนี้ out ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ออกไปข้างนอก แต่เพิ่มความหมายว่าช่วยจัดการความต้องการเฉพาะหน้าหรือช่วยให้อีกฝ่ายผ่านพ้นความลำบาก รูปแบบทั่วไปคือ help + คน + out และสามารถใช้ with ระบุงานได้ว่า help someone out with something
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียน: The printer setup is confusing, but ____.
ดูคำตอบ
I'll help you out
“I'm pretty sure”: มั่นใจมากแต่ยังมีความไม่แน่นอนเล็กน้อย
I'm pretty sure หมายถึงผู้พูดเชื่อว่าสิ่งนั้นมีแนวโน้มสูงมากที่จะเป็นจริง แต่ยังเว้นความเป็นไปได้เล็กน้อยว่าตนอาจผิด ในที่นี้ pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่มีความหมายใกล้กับ quite หรือ fairly ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “สวย” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าวเพียงเล็กน้อย ทำให้การให้กำลังใจฟังดูมั่นใจแต่ไม่กลายเป็นการรับประกันอย่างเด็ดขาด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ I'm pretty sure + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความมั่นใจสูง แต่ยังเว้นพื้นที่ให้ความสงสัยเล็กน้อย?
- I guarantee the train leaves at six.
- I'm pretty sure the train leaves at six.
- I have no idea when the train leaves.
ดูคำตอบ
I'm pretty sure the train leaves at six.
catch Aryna ... live on the Tennis Channel: ดู Aryna ถ่ายทอดสดทางช่อง
ในคำโปรโมตสื่อนี้ catch Aryna หมายถึง “ชมหรือดู Aryna ปรากฏตัวในงาน” ไม่ได้หมายถึงการจับตัวเธอจริง ๆ คำว่า catch มักนำเสนอการถ่ายทอด การแสดง หรือการแข่งขันว่าเป็นโอกาสรับชมที่ไม่ควรพลาด live on the Tennis Channel บอกทั้งวิธีและสถานที่รับชม live หมายถึงการถ่ายทอดในขณะที่เหตุการณ์กำลังเกิดขึ้น และ on ใช้นำหน้าช่องทีวีหรือแพลตฟอร์มสตรีมมิง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ catch + คน/รายการ/การแข่งขัน + live on + ช่อง/แพลตฟอร์ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ catch ... live on ... เพื่อโปรโมตการถ่ายทอดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- You can catch the match live in the sports channel tonight.
- You can catch the match live on the sports channel tonight.
- You can catch the match on live the sports channel tonight.
ดูคำตอบ
You can catch the match live on the sports channel tonight.