คุณสามารถแก้ปริศนาเทพเจ้าสามองค์ได้หรือไม่? - Alex Gendler: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
645 คำ 156 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ทีมที่ยานตกต้องแยกให้ออกว่าเจ้าเอเลียนสามตน ใครพูดจริง ใครโกหก และใครตอบแบบสุ่ม ทั้งที่ยังไม่รู้ว่า Ozo แปลว่าใช่หรือไม่ใช่ วิธีแก้ใช้คำถามซ้อนเพื่อทำให้ทั้งคำโกหกและความหมายที่ไม่รู้หมดผล แต่ตอนจบยังเหลือความกำกวมทางภาษาครั้งสุดท้ายไว้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "If I asked you whether 2 + 2 is 4, would you answer Ozo?" — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจการซ้อนคำถามสมมุติไว้ในอนุประโยคเงื่อนไข และใช้ If I asked you whether..., would you answer...? เพื่อถามว่าอีกฝ่ายจะตอบอย่างไรในสถานการณ์สมมุติ โครงสร้างนี้ยังช่วยให้ตามเหตุผลได้ว่าเหตุใดทั้งผู้พูดจริงและผู้โกหกจึงให้คำตอบที่ตีความได้ 2. regardless of what each word actually means. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตการใช้ regardless of ตามด้วยอนุประโยคคำถามทางอ้อม เพื่อกันตัวแปรหนึ่งออกจากการให้เหตุผลอย่างกระชับ สามารถใช้บอกว่าข้อสรุปยังคงเป็นจริง แม้จะไม่รู้ความหมาย ข้อเท็จจริง หรือสถานการณ์บางอย่าง 3. Too bad — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจสำนวนสั้น ๆ ที่แสดงความเสียดายและอาจมีน้ำเสียงหยอกล้อหรือประชด ในเรื่องนี้สำนวนดังกล่าวเน้นมุกปิดท้ายว่า ทีมได้ยินคำตอบของ Tee แล้วแต่ยังไม่รู้ว่า Ozo หมายถึงใช่หรือไม่ใช่ และในการสนทนาก็ใช้ชี้ผลลัพธ์ที่น่าเสียดายได้โดยไม่ต้องอธิบายยาว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Created by logician Raymond Smullyan, and popularized by his colleague George Boolos, ไวยากรณ์

0:06

สร้างสรรค์โดยนักตรรกวิทยา เรย์มอนด์ สมัลเลียน และทำให้เป็นที่รู้จักโดยเพื่อนร่วมงานของเขา จอร์จ บูลอส

ไวยากรณ์

Created by ... and popularized by ... ในฐานะวลี participle ต้นประโยค

Created by ... และ popularized by ... เป็นวลี past participle สองวลีที่เชื่อมกัน ทั้งคู่ขยายประธานในอนุประโยคหลักที่ตามมา คือ this riddle โดยวลีแรกบอกผู้สร้าง และวลีที่สองบอกผู้ที่ทำให้ปริศนานี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง วลีเหล่านี้ย่อใจความแบบถูกกระทำจาก it was created by ... และ it was popularized by .... วลีทั้งสองยังไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ จึงต้องอ่านต่อหลังเครื่องหมายจุลภาคเพื่อหาประธานและกริยาหลักที่ผันแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้ create และ popularize เติมวลี participle แบบถูกกระทำสองวลีที่ต้นประโยคให้สมบูรณ์: ____ a local engineer and ____ teachers, the app soon became popular.

ดูคำตอบ

Created by · popularized by

this riddle has been called the hardest logic puzzle ever. ไวยากรณ์

0:12

ปริศนานี้ถูกเรียกว่าเป็นปริศนาตรรกะที่ยากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ไวยากรณ์

has been called: present perfect รูปถูกกระทำ

Has been called เป็น present perfect รูปถูกกระทำ มีโครงสร้าง has + been + past participle called ประธาน this riddle เป็นผู้รับชื่อเรียกหรือคำประเมินจากคนอื่น ไม่ได้เป็นผู้ทำกริยาเรียกเอง รูปนี้เชื่อมคำบรรยายในอดีตกับปัจจุบัน หมายความว่าผู้คนใช้คำว่า the hardest logic puzzle ever มาจนถึงตอนนี้ และคำเรียกนี้ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน แต่รูปนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกคนเห็นด้วยกับคำประเมินดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ใช้ call ในรูป present perfect แบบถูกกระทำเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: For decades, this puzzle ____ one of the world's hardest riddles.

ดูคำตอบ

has been called

ไวยากรณ์

ปริศนาตรรกะที่ยากที่สุดตลอดกาล

ในที่นี้ the hardest logic puzzle เป็นนามวลีขั้นสูงสุด: hard → harder → hardest และโดยปกติใช้ the หน้า hardest ever ขยายขอบเขตการเปรียบเทียบให้ครอบคลุมช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน วลีนี้จึงเป็นการกล่าวอย่างหนักแน่นว่าไม่มีปริศนาตรรกะใดในกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบยากกว่านี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่มีเรื่องไหนแปลกไปกว่าเรื่องนี้

  1. This is the strangest story ever.
  2. This is the strange story ever.
  3. This is a stranger story ever.
ดูคำตอบ

This is the strangest story ever.

You and your team have crash-landed on an ancient planet. วลี

0:17

คุณและทีมของคุณได้ตกลงบนดาวเคราะห์โบราณ

วลี

have crash-landed on: ได้ลงจอดฉุกเฉินบน

Crash-land หมายถึงการนำเครื่องบินหรือยานอวกาศลงจอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมักลงอย่างรุนแรงและอาจเกิดความเสียหาย ไม่ใช่การลงจอดตามปกติ ส่วน on ใช้นำหน้าพื้นผิวหรือสถานที่ที่ไปถึง Have crash-landed เป็น present perfect การลงจอดเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ผลของมันทำให้เกิดสถานการณ์ปัจจุบัน กล่าวคือ ตอนนี้ทีมอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนั้นเพราะการลงจอดฉุกเฉินดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เครื่องบินลำหนึ่งมีปัญหาเครื่องยนต์และตอนนี้อยู่ในทุ่ง ประโยคใดอธิบายสถานการณ์ได้ถูกต้องที่สุด

  1. The plane has landed normally on a field.
  2. The plane has crash-landed on a field.
  3. The plane has flown over a field.
ดูคำตอบ

The plane has crash-landed on a field.

The only way off is to appease its three alien overlords, โน้ต

0:21

วิธีเดียวที่จะออกไปได้คือการเอาใจเจ้านายเอเลี่ยนทั้งสาม

ไวยากรณ์

The only way off is to: การบอกวิธีเดียวที่จะออกไป

ใน The only way off is to ... คำว่า off หมายถึงการออกจากสถานที่ พื้นผิว หรือยานพาหนะที่ผู้พูดอยู่ ไม่ได้หมายถึง ปิดเครื่อง แต่สื่อว่าต้องออกไปจากจุดที่อยู่ในขณะนั้น โครงสร้าง The only way off is to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะออกไปได้ สามารถละสถานที่ได้เมื่อบริบทชัดเจน แต่ถ้าไม่ชัดควรระบุสถานที่ เช่น The only way off the island is to take a boat

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์: The only way off the island ____ take a boat.

ดูคำตอบ

is to

การใช้คำ

appease its three alien overlords: การปลอบฝ่ายที่มีอำนาจเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา

Appease หมายถึงการปลอบหรือทำให้คนหรือกลุ่มที่โกรธ เรียกร้องมาก หรือมีอำนาจสงบลง โดยมักทำตามสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการหรือยอมผ่อนปรน คำนี้มักสื่อถึงการป้องกันปัญหา การลงโทษ หรือความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น ไม่ใช่เพียงการทำให้ใครมีความสุข ใน appease its three alien overlords ผู้พูดเสนอว่าการทำให้ผู้ปกครองเหล่านี้พอใจเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นในการออกไปได้ คำว่า overlords แสดงว่าพวกเขาเป็นฝ่ายควบคุม ดังนั้น appease จึงเน้นความไม่เท่าเทียมทางอำนาจและแรงกดดันเบื้องหลังการกระทำ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับ appease มากที่สุด

  1. คุณเล่าเรื่องตลกเพื่อสร้างความสนุกให้เพื่อนที่อารมณ์ดี
  2. คุณเสนอการประนีประนอมเพื่อทำให้ผู้ปกครองที่โกรธสงบลง
  3. คุณเลือกสีที่สว่างขึ้นให้ห้องที่เงียบสงบ
ดูคำตอบ

คุณเสนอการประนีประนอมเพื่อทำให้ผู้ปกครองที่โกรธสงบลง

Tee, Eff, and Arr,

0:26

ตี, เอฟ, และ อาร์

by giving them the correct artifacts. ไวยากรณ์

0:28

ด้วยการมอบวัตถุโบราณที่ถูกต้องให้พวกเขา

ไวยากรณ์

by giving them ...: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

โครงสร้าง by + คำกริยารูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ by giving them the correct artifacts ระบุการกระทำที่ใช้เป็นวิธี ในโครงสร้างนี้ by เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามมาจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ by giving ไม่ใช่ by give สามารถนำไปใช้เป็นโครงสร้าง ผลลัพธ์ + by + การกระทำรูป -ing ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย by + รูป -ing ของ check: Maya avoided mistakes ____ her work twice.

ดูคำตอบ

by checking

Unfortunately, you don't know who is who.

0:31

น่าเสียดายที่คุณไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

From an inscription, ลำดับความ

0:34

จากจารึก

you learn that you may ask three yes or no questions, วลี

0:35

คุณได้เรียนรู้ว่าคุณสามารถถามคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ได้สามคำถาม

each addressed to any one lord. ไวยากรณ์

0:39

โดยแต่ละคำถามสามารถถามเจ้านายคนใดก็ได้

ลำดับความ

From an inscription, you learn that ...: บอกแหล่งข้อมูลก่อนเนื้อหา

วลีเปิด From an inscription ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล จากนั้น you learn that ใช้นำเสนอกฎที่ทราบจากแหล่งข้อมูลนั้น การวางแหล่งข้อมูลไว้ก่อนช่วยจัดลำดับข้อความให้ชัดเจน คือบอกหลักฐานก่อนแล้วจึงบอกข้อมูล ในที่นี้ from หมายถึง “ใช้หรืออ้างอิงข้อมูลที่อยู่ในสิ่งนั้น” ไม่ใช่การเคลื่อนที่ออกจากสถานที่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุแหล่งที่มาของข้อมูลก่อน แล้วจึงบอกสิ่งที่ได้เรียนรู้?

  1. The library closes at six, according to the notice.
  2. We learn that the library closes at six.
  3. From the notice, we learn that the library closes at six.
ดูคำตอบ

From the notice, we learn that the library closes at six.

วลี

three yes or no questions: คำถามใช่หรือไม่สามข้อ

“Yes-or-no questions” คือคำถามที่คำตอบเป็นได้เพียงyesหรือno ใน“three yes or no questions” คำว่าthreeบอกจำนวนคำถาม ส่วนyes or noบอกประเภทของคำถาม ในงานเขียนที่ผ่านการเรียบเรียงแล้ว คำขยายประสมนี้มักใส่ยัติภังค์เมื่อวางหน้าคำนาม โดยเขียนว่า“three yes-or-no questions” แม้คำบรรยายหรือบทถอดเสียงจะไม่มียัติภังค์ ความหมายก็ยังเหมือนเดิม

แบบฝึกหัด

เติมกติกานี้ด้วยคำเรียกมาตรฐานสำหรับคำถามที่ตอบด้วยyesหรือno: You may ask three ____.

ดูคำตอบ

yes-or-no questions

ไวยากรณ์

each addressed to any one lord: แต่ละข้อถามลอร์ดหนึ่งคนที่เลือกได้

Eachย้อนกลับไปอ้างถึงquestionsในอนุประโยคก่อนหน้า Addressed to any one lordเป็นวลีคุณศัพท์กริยาช่องที่สามที่อธิบายคำถามแต่ละข้อ หมายความว่าคำถามนั้นมุ่งไปยังหรือถามลอร์ดคนหนึ่ง สามารถขยายโครงสร้างเป็น“with each question being addressed to any one lord.” รูปแบบeach + กริยาช่องที่สามที่กระชับนี้เพิ่มเงื่อนไขแยกให้กับสมาชิกแต่ละรายการในกลุ่ม ในที่นี้any one lordหมายความว่าสามารถเลือกลอร์ดหนึ่งคนเป็นผู้รับคำถามแต่ละข้อได้ โดยเลือกแยกกันในแต่ละข้อ และไม่ได้หมายถึงถามลอร์ดทุกคนพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

วลีที่เพิ่มเข้ามาในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? Mia packed three boxes, each labeled with a number.

  1. มีเพียงกล่องใบที่สามเท่านั้นที่มีป้ายตัวเลข
  2. กล่องเป็นฝ่ายติดป้ายให้ตัวเลขด้วยตัวเอง
  3. กล่องทุกใบมีป้ายตัวเลข
ดูคำตอบ

กล่องทุกใบมีป้ายตัวเลข

Tee's answers are always true, ไวยากรณ์

0:42

คำตอบของ ตี จะเป็นจริงเสมอ

Eff's are always false,

0:44

ของ เอฟ จะเป็นเท็จเสมอ

ไวยากรณ์

Tee's answers are always ... Eff's are always false: การละ answers

ส่วนแรก Tee's answers ระบุสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบไว้อย่างชัดเจน ส่วนหลัง Eff's หมายถึง Eff's answers โดยละคำนามพหูพจน์ answers ที่ซ้ำกัน เพราะมีการกล่าวไว้แล้วและเข้าใจได้จากโครงสร้างคู่ขนาน ในที่นี้ Eff's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของ และ are สอดคล้องกับคำนามพหูพจน์ที่ละไว้ การละคำแบบคู่ขนานนี้ทำให้การเปรียบเทียบสั้นและสมดุลขึ้น สามารถเติมส่วนหลังในใจเป็น Eff's answers are always false ได้ ในที่นี้ Eff's หมายถึง “ของ Eff” ไม่ใช่คำย่อของ Eff is

แบบฝึกหัด

ใน “Tee's answers are always true, Eff's are always false” Eff's หมายถึงอะไร

  1. Eff's answers
  2. Eff is
  3. Eff's question
ดูคำตอบ

Eff's answers

and Arr's answer is random each time. วลี

0:46

และคำตอบของ อาร์ จะเป็นการสุ่มในแต่ละครั้ง

วลี

answer is random each time: คำตอบสุ่มทุกครั้ง

Arr's answer is random each time อธิบายผลลัพธ์ของการตอบแต่ละครั้งที่แยกจากกัน วลี each time หมายถึง “ทุกครั้ง” หรือ “ในแต่ละโอกาส” ดังนั้นคำตอบใหม่อาจแตกต่างจากคำตอบก่อนหน้าได้ ไม่ได้หมายความว่าบุคลิกของ Arr เป็นสิ่งที่สุ่ม แต่หมายความว่าคำตอบของเขาไม่ได้อยู่ภายใต้กฎตายตัวว่าถูกหรือผิด และอาจเปลี่ยนไปทุกครั้งที่ Arr ตอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผลลัพธ์แบบสุ่มใหม่จะถูกกำหนดทุกครั้งที่หมุน

  1. The result is random each time you spin.
  2. The result was random once.
  3. The result is random all the time, even when no one spins.
ดูคำตอบ

The result is random each time you spin.

But there's a problem. ลำดับความ

0:50

แต่มีปัญหาอย่างหนึ่ง

ลำดับความ

But there's a problem: ใช้เกริ่นถึงอุปสรรค

But ส่งสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป ในประโยคนี้ there's a problem เป็นการบอกล่วงหน้าว่ามีอุปสรรคที่ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป เมื่อใช้เป็นประโยคสั้นที่แยกออกมา ผู้พูดจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทันทีและดึงความสนใจไปยังคำอธิบายถัดไป วิธีนี้ใช้กันทั่วไปเพื่อจัดลำดับคำอธิบายหรือสร้างความลุ้นเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคที่สองทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้? The route looks quick. But there's a problem: the bridge is closed.

  1. เพิ่มรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้องกับเส้นทาง
  2. ยืนยันว่าแผนนี้ไม่มีความยากลำบากใด ๆ
  3. บอกล่วงหน้าว่ามีอุปสรรคที่ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป
ดูคำตอบ

บอกล่วงหน้าว่ามีอุปสรรคที่ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป

You've deciphered the language enough to ask any question, โน้ต

0:51

คุณได้ถอดรหัสภาษามากพอที่จะถามคำถามใดๆ ก็ได้

การใช้คำ

deciphered the language: ถอดความหมายของระบบที่ไม่รู้จัก

To decipher a language หมายถึงการวิเคราะห์เพื่อหาความหมายของระบบการเขียนหรือสัญลักษณ์ที่ก่อนหน้านี้อ่านไม่ออกหรือยังเป็นปริศนา ในที่นี้ You've deciphered the language หมายความว่าการวิเคราะห์ทำให้เข้าใจและใช้ภาษาที่ไม่รู้จักนั้นได้มากพอ รูป present perfect ใน You've deciphered นำเสนอว่านี่คือความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้วจนถึงตอนนี้ Decipher ยังมีความหมายว่าต้องแก้สิ่งที่ยาก จึงเฉพาะเจาะจงกว่าการเข้าใจภาษาที่คุ้นเคยเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับคำกริยา decipher มากที่สุด?

  1. ผู้อ่านสรุปเรื่องสำหรับเด็กที่คุ้นเคย
  2. นักท่องเที่ยวสั่งอาหารกลางวันด้วยภาษาที่เธอพูดได้อยู่แล้ว
  3. นักวิจัยหาความหมายของระบบสัญลักษณ์ที่ไม่รู้จักได้
ดูคำตอบ

นักวิจัยหาความหมายของระบบสัญลักษณ์ที่ไม่รู้จักได้

ไวยากรณ์

enough to ask any: ถึงระดับที่จำเป็น

ในที่นี้ enough to ask หมายความว่า ภาษานั้นถูกถอดรหัสจนถึงระดับที่เพียงพอสำหรับการทำสิ่งถัดไป นั่นคือการถามคำถามแบบใดก็ได้ วลีนี้บอกว่าได้ถึงเกณฑ์ที่จำเป็นแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเข้าใจภาษานั้นอย่างสมบูรณ์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X + enough + to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าการกระทำ คุณสมบัติ หรือเงื่อนไขหนึ่งถึงระดับที่จำเป็นสำหรับอีกการกระทำหนึ่ง ในประโยคนี้ X คือวลีกริยา deciphered the language และการกระทำถัดไปคือ ask

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่แสดงว่าแรงของเลนาถึงระดับที่จำเป็น: Lena is strong ____ lift the box.

ดูคำตอบ

enough to

but you don't know which of the two words ไวยากรณ์

0:54

แต่คุณไม่รู้ว่าคำสองคำนี้

Ozo and Ulu means yes

0:56

โอโซ และ อูลู คำไหนแปลว่าใช่

and which means no.

0:59

และคำไหนแปลว่าไม่ใช่

ไวยากรณ์

which ... means yes and which means no: จับคู่ตัวเลือกสองอย่าง

ส่วนที่เน้นมีอนุประโยคคำถาม wh แบบฝังสองส่วนที่เชื่อมกันหลัง don't know ได้แก่ which ... means yes และ which means no ทั้งสองส่วนถามว่าคำสองคำตรงกับความหมายสองอย่างอย่างไร โดยคำหนึ่งหมายถึง yes และอีกคำหมายถึง no ในแต่ละอนุประโยค which เป็นประธานของ means จึงไม่ใช้ do/does หน้ากริยา ส่วน which ตัวที่สองละวลี of the two words Ozo and Ulu ที่ซ้ำออกไป which แต่ละตัวเลือกคำเพียงหนึ่งคำ จึงใช้กริยาเอกพจน์ means

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค which แบบฝังที่วางขนานกันสองส่วนอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อจับคู่กุญแจสองดอกกับประตูสองบาน

  1. I don't know which key does it open the front door and which does it open the back door.
  2. I don't know which key open the front door and which open the back door.
  3. I don't know which key opens the front door and which opens the back door.
ดูคำตอบ

I don't know which key opens the front door and which opens the back door.

How can you still figure out which alien is which? โน้ต

1:01

คุณจะยังหาคำตอบได้อย่างไรว่าเอเลี่ยนคนไหนเป็นใคร?

กริยาวลี

still figure out: คิดหาคำตอบได้แม้มีอุปสรรค

figure out เป็นกริยาวลี หมายถึงเข้าใจบางสิ่งหรือหาคำตอบได้ด้วยการคิด ตรวจสอบเบาะแส หรือลองหลายวิธี ในประโยคนี้หมายถึงการแยกเอเลี่ยนแต่ละตัวให้ถูกต้อง ไม่ได้ใช้ความหมายทั่วไปของ figure เมื่ออยู่เดี่ยว ๆ still เพิ่มความหมายว่า แม้จะมีอุปสรรคที่กล่าวถึงหรือเข้าใจได้จากสถานการณ์ สิ่งนั้นก็ยังเป็นไปได้ ดังนั้น still figure out จึงหมายถึงการคิดจนได้คำตอบแม้จะมีอุปสรรคดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ใช้ still figure out เติมประโยคให้สมบูรณ์: Even without the map, we can ____ how to get home.

ดูคำตอบ

still figure out

ไวยากรณ์

which alien is which? จับคู่เอเลี่ยนแต่ละตัวกับตัวตนที่ถูกต้อง

โครงสร้าง which + คำนามเอกพจน์ + is which ใช้เมื่อต้องจับคู่คนหรือสิ่งของหลายอย่างที่คล้ายกันกับชื่อ บทบาท ป้ายกำกับ หรือหน้าที่ของแต่ละอย่าง ใน which alien is which คำว่า which ตัวแรกเลือกเอเลี่ยนหนึ่งตัวจากกลุ่ม ส่วน which ตัวที่สองแทนหนึ่งในตัวตนที่เป็นไปได้ ในประโยคเต็ม which alien is which คือข้อมูลที่ต้องหาคำตอบ ไม่ได้ถามเพียงว่า Which alien? แต่ต้องการให้จับคู่เอเลี่ยนทุกตัวกับตัวตนที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างจับคู่ which ... is which เติมประโยคให้สมบูรณ์: The twins look alike, so I can't tell ____.

ดูคำตอบ

which twin is which

At first,

1:12

ในตอนแรก

this puzzle seems not just hard, ไวยากรณ์

1:13

ปริศนานี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ยาก

but downright impossible.

1:15

แต่มันเป็นไปไม่ได้เลย

ไวยากรณ์

ดูไม่ใช่แค่ยาก แต่แทบจะเป็นไปไม่ได้

รูปแบบ not just A, but B ไล่ระดับจากการประเมินหนึ่งไปสู่การประเมินที่แรงกว่า ในที่นี้ hard เป็นการประเมินแรก ส่วน downright impossible เป็นข้อสรุปที่หนักแน่นกว่า คำกริยา seems ครอบคลุมคำบรรยายทั้งสองส่วน Downright เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้เน้น โดยมีความหมายประมาณว่า “อย่างสิ้นเชิง” หรือ “เรียกได้ว่า” ในการตัดสินที่หนักแน่น คำนี้เน้น impossible ไม่ได้บอกทิศทาง

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ not just ... but ... ให้ถูกต้อง: The storm was ____ loud, ____ downright frightening.

ดูคำตอบ

not just · but

What good is asking a question น้ำเสียง/เจตนา

1:17

การถามคำถามจะมีประโยชน์อะไร

น้ำเสียง/เจตนา

ถามคำถามไปจะมีประโยชน์อะไร?

ในโครงสร้าง What good is + คำนามหรือวลี gerund? คำว่า good หมายถึงประโยชน์หรือคุณค่า คำถามนี้มักเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ กล่าวคือ ผู้พูดสงสัยอยู่แล้วว่าสิ่งของหรือการกระทำนั้นมีประโยชน์หรือไม่ ในที่นี้ asking a question เป็นวลี gerund ที่กำลังถูกประเมิน เนื่องจากคำตอบที่คาดไว้มักเป็น “ไม่มีประโยชน์” โครงสร้างนี้จึงสื่อความหงุดหงิด ความสงสัย หรือการไม่เห็นด้วย มากกว่าจะถามข้อมูลอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า What good is buying a map if we never look at it? เพื่อนน่าจะหมายความว่าอย่างไร

  1. เพื่อนต้องการรายการข้อดีทั้งหมดของแผนที่อย่างเป็นกลาง
  2. เพื่อนคิดว่าแผนที่เป็นอันตรายเสมอ
  3. การซื้อแผนที่คงไม่มีประโยชน์ถ้าเราไม่ดูมัน
ดูคำตอบ

การซื้อแผนที่คงไม่มีประโยชน์ถ้าเราไม่ดูมัน

if you can neither understand the answer ไวยากรณ์

1:18

ถ้าคุณไม่สามารถเข้าใจคำตอบ

nor know if it's true.

1:21

และไม่รู้ว่ามันเป็นความจริงหรือไม่

ไวยากรณ์

can neither understand... nor know...: ปฏิเสธการกระทำทั้งสองอย่าง

โครงสร้างคู่ neither...nor... เชื่อมตัวเลือกสองอย่างและปฏิเสธทั้งคู่ ในประโยคนี้เชื่อม understand the answer กับ know if it's true จึงหมายความว่าบุคคลนั้นทำไม่ได้ทั้งสองอย่าง คำกริยาช่วย can ใช้ร่วมกับกริยารูปพื้นฐานที่วางขนานกันทั้งสองคำ: can neither understand... nor know.... การวางสองส่วนให้มีรูปไวยากรณ์เหมือนกันทำให้ประโยคชัดเจนและกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย neither...nor...: The old scanner can ____ copy in color ____ send files by email.

ดูคำตอบ

neither · nor

But it can be done. วลี

1:23

แต่มันสามารถทำได้

วลี

can be done: แสดงว่างานหนึ่งสามารถทำให้สำเร็จได้

can be done มีรูปแบบ คำกริยาช่วย can + be + กริยาช่องที่สาม done ใช้บอกว่างานนั้นสามารถทำให้เสร็จได้โดยไม่ระบุว่าใครเป็นคนทำ But ที่ต้นประโยคแสดงความขัดแย้งกับความยากหรือข้อสงสัยที่กล่าวมาก่อนหน้า แม้จะมีปัญหานั้น งานก็ยังทำให้เสร็จได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่างานยากชิ้นหนึ่งสามารถทำได้โดยไม่ระบุว่าใครจะทำให้เสร็จ

  1. It can do.
  2. It can be done.
  3. We can do it.
ดูคำตอบ

It can be done.

The key is to carefully formulate our questions โน้ต

1:24

กุญแจสำคัญคือการกำหนดคำถามของเราอย่างระมัดระวัง

ลำดับความ

The key is to ...: การชี้กลยุทธ์หลัก

The key is to ... ใช้บอกผู้ฟังว่า การกระทำที่ตามมาคือวิธีแก้ปัญหาหลักหรือกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด ในที่นี้ key ไม่ได้หมายถึงกุญแจจริง ๆ แต่หมายถึงประเด็นสำคัญ ในประโยคนี้ to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน formulate โครงสร้างนี้ช่วยจัดคำอธิบายจากปัญหาหรือเป้าหมายไปสู่การกระทำที่สำคัญที่สุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ The key is to... ได้ถูกต้องเพื่อเกริ่นการกระทำหลัก

  1. The key to check the map before we choose a route.
  2. The key is checking the map before we choose a route.
  3. The key is to check the map before we choose a route.
ดูคำตอบ

The key is to check the map before we choose a route.

วลี

carefully formulate our questions: การออกแบบคำถามอย่างรอบคอบ

formulate a question ไม่ได้หมายถึงแค่การถามคำถาม แต่หมายถึงการวางเนื้อหาและถ้อยคำของคำถามอย่างตั้งใจ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ คำว่า carefully แสดงว่ามีการวางแผนและตรวจสอบถ้อยคำแล้ว ในประโยคนี้ our questions หมายถึงคำถามที่ผู้พูดจะเป็นผู้ถาม ทั้งวลีจึงนำเสนอการออกแบบคำถามอย่างแม่นยำว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญ

แบบฝึกหัด

ทีมวิจัยกำลังวางแผนเนื้อหาและถ้อยคำที่แน่นอนของแบบสอบถาม วลีใดเติมประโยคนี้ได้? We need to ______ before the survey begins.

  1. carefully answer our questions
  2. carefully ask our questions
  3. carefully formulate our questions
ดูคำตอบ

carefully formulate our questions

so that any answer yields useful information. ไวยากรณ์

1:27

เพื่อให้คำตอบใดๆ ก็ตามให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์

ไวยากรณ์

so that any answer yields useful: การบอกผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้

ในที่นี้ so that ใช้นำจุดประสงค์หรือผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ของการกระทำก่อนหน้า กล่าวคือ มีการจัดการกระทำนั้นเพื่อให้คำตอบที่เป็นไปได้ทุกแบบให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ action + so that + subject + verb ใน any answer yields useful information คำว่า any หมายถึงไม่ว่าจะได้คำตอบใด ส่วน yields หมายถึงสร้างหรือให้ ในข้อความที่ตัดมานี้ useful เป็นจุดเริ่มต้นของนามวลี useful information

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมบอกจุดประสงค์สองคำที่เรียนในบทนี้: We moved the sign closer ____ everyone could read it.

ดูคำตอบ

so that

First of all, ลำดับความ

1:31

อย่างแรกเลย

ลำดับความ

First of all: การระบุประเด็นแรก

First of all เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่บอกผู้ฟังว่ากำลังจะกล่าวถึงประเด็น เหตุผล หรือขั้นตอนแรก คำนี้ใช้จัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก่อนตามเวลา วางคำนี้ก่อนรายการแรก โดยปกติจะอยู่ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค รายการถัดไปอาจเริ่มด้วย next, second หรือ another point

แบบฝึกหัด

เติมวลีเปิดตายตัวที่เรียนในบทนี้เพื่อระบุขั้นตอนแรก: ____, wash the vegetables. Next, cut them into small pieces.

ดูคำตอบ

First of all

we can get around to not knowing what Ozo and Ulu mean กริยาวลี

1:32

เราสามารถเลี่ยงการไม่รู้ความหมายของ โอโซ และ อูลู

กริยาวลี

can get around to not knowing: หลีกเลี่ยงอุปสรรคจากการไม่รู้

ในที่นี้ต้องการสื่อว่า ผู้พูดสามารถหลีกเลี่ยงอุปสรรคจากการไม่รู้ว่าชื่อทั้งสองมีความหมายว่าอะไรได้ get around ในที่นี้หมายถึงหลีกเลี่ยงหรือเอาชนะความยากลำบาก ส่วน not knowing เป็นอนุประโยค -ing ที่ระบุอุปสรรคดังกล่าว หากใช้ภาษาอังกฤษมาตรฐานเพื่อสื่อความหมายนี้ ให้ใช้ get around + คำนามหรืออนุประโยค -ing เช่น get around not knowing what the words mean โครงสร้างอีกแบบคือ get around to + -ing ซึ่งหมายถึงในที่สุดก็หาเวลาทำบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงอุปสรรค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get around + อนุประโยค -ing ในความหมายว่าหลีกเลี่ยงอุปสรรค

  1. We can work around not having a printer by sending the form online.
  2. We can get around not having a printer by sending the form online.
  3. We can get around to sending the form online after dinner.
ดูคำตอบ

We can get around not having a printer by sending the form online.

by including the words themselves in the questions. ไวยากรณ์

1:35

โดยรวมคำเหล่านั้นเข้าไปในคำถามเสียเอง

ไวยากรณ์

the words themselves: เน้นคำเหล่านั้นเอง

ใน the words themselves คำว่า themselves เป็นสรรพนามสะท้อนกลับที่ใช้เพื่อเน้นความหมาย หมายถึงคำเหล่านั้นจริง ๆ และเน้นที่ตัวคำ ไม่ใช่คำแปล คำอธิบาย หรือคำบรรยาย ไม่ได้หมายความว่าคำเหล่านั้นกำลังกระทำบางอย่างต่อตัวเอง สรรพนามที่ใช้เน้นจะวางไว้หลังคำนามที่ต้องการเน้น และ themselves สอดคล้องกับคำนามพหูพจน์ words โครงสร้างนี้ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ใช้ได้คือคำต้นฉบับเหล่านั้นเอง

แบบฝึกหัด

เติมสรรพนามสะท้อนกลับที่ใช้เน้นลงในประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: We don't need a translation; we can use the words ____.

ดูคำตอบ

themselves

And secondly, ลำดับความ

1:39

และอย่างที่สอง

if we load each question with a hypothetical condition, วลี

1:40

ถ้าเราใส่เงื่อนไขสมมติลงไปในแต่ละคำถาม

ลำดับความ

And secondly, เพื่อเกริ่นประเด็นที่สอง

And secondly, บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่สองในการอธิบายตามลำดับ secondly ระบุตำแหน่งในรายการ ส่วน and เชื่อมหัวข้อนี้กับสิ่งที่พูดมาก่อนอย่างลื่นไหล คำเชื่อมแบบนี้ช่วยจัดข้อมูลให้ผู้ฟังติดตามได้ง่าย โดยแสดงว่าแนวคิดใหม่เป็นประเด็นหลักอีกข้อหนึ่ง ไม่ใช่เพียงรายละเอียดของประเด็นแรก

แบบฝึกหัด

หลังจากบอกเหตุผลข้อแรกแล้ว คำเชื่อมใดเกริ่นเหตุผลหลักข้อที่สองได้อย่างชัดเจน?

  1. And secondly,
  2. In conclusion,
  3. For example,
ดูคำตอบ

And secondly,

วลี

if we load each question with a hypothetical condition: ใส่เงื่อนไขลงในคำถามแต่ละข้อ

ในโครงสร้าง load X with Y จะมอง X เหมือนภาชนะและมอง Y เป็นสิ่งที่ใส่ลงไป ในที่นี้ each question ถูกใส่ a hypothetical condition ในเชิงเปรียบเทียบ ซึ่งหมายถึงเงื่อนไขที่จินตนาการขึ้นและไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริง เงื่อนไขนั้นจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของคำถาม if ที่ต้นประโยคทำให้อนุประโยคทั้งหมดเป็นเงื่อนไข โดยตั้งรูปแบบคำถามที่อาจเป็นไปได้นี้ไว้ เพื่อให้ผู้พูดอธิบายผลที่ตามมาต่อไป

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ load X with Y เติมประโยคให้สมบูรณ์: The editor ____ the article ____ technical details.

ดูคำตอบ

loaded · with

whether an alien is lying or not, ไวยากรณ์

1:43

การที่เอเลี่ยนจะโกหกหรือไม่นั้น

won't actually matter. วลี

1:45

จะไม่มีผลอะไรเลย

ไวยากรณ์

whether ... or not: …หรือไม่

Whether ... or not ใช้นำเสนอประเด็นที่มีคำตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ และรวมความเป็นไปได้ทั้งสองด้านไว้อย่างชัดเจน ในประโยคนี้ whether an alien is lying or not เป็นอนุประโยคคำนามที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ won't actually matter ตัวโครงสร้างนี้หมายเพียงว่า X อาจเป็นจริงหรืออาจไม่เป็นจริง ส่วนความหมายที่ว่าทั้งสองกรณีไม่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไปนั้นมาจากประโยคหลัก won't actually matter

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสองส่วนที่รวมทั้งกรณีใช่และไม่ใช่ให้สมบูรณ์: ____ the team wins ____, we will celebrate its effort.

ดูคำตอบ

Whether · or not

วลี

won't actually matter: จริง ๆ แล้วจะไม่สำคัญ

Matter ในที่นี้เป็นคำกริยาที่หมายถึงมีความสำคัญหรือส่งผลต่อผลลัพธ์ Won't actually matter หมายความว่าปัจจัยนั้นจะไม่ทำให้เกิดความแตกต่างที่สำคัญ Actually ใช้แก้ความคาดหมายเดิม ปัจจัยนั้นอาจดูเกี่ยวข้องในตอนแรก แต่ความจริงแล้วจะไม่ส่งผลต่อผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “จะไม่ส่งผลต่อผลลัพธ์จริง ๆ”: The starting order ____ because every runner gets a separate time.

ดูคำตอบ

won't actually matter

To see how that could work, ลำดับความ

1:47

เพื่อให้เห็นว่ามันทำงานอย่างไร

ลำดับความ

To see how that could work: จากแนวคิดไปสู่ตัวอย่าง

To see how that could work เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ เมื่อวางไว้ต้นคำอธิบาย วลีนี้จะบอกว่าเหตุใดจึงกำลังยกตัวอย่างหรือสาธิตต่อไป นั่นคือเพื่อทำความเข้าใจว่าแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึงอาจใช้การได้อย่างไร That ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดก่อนหน้า ส่วน could ทำให้น้ำเสียงเป็นการสำรวจความเป็นไปได้ แทนที่จะยืนยันล่วงหน้าว่าแนวคิดนั้นได้ผลแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: ____, let's test the plan with a simple example.

ดูคำตอบ

To see how that could work

imagine our question is whether 2 + 2 is 4. น้ำเสียง/เจตนา

1:49

ลองนึกภาพว่าคำถามของเราคือ 2 + 2 เท่ากับ 4 หรือไม่

น้ำเสียง/เจตนา

Imagine our question is whether ...: ตั้งประเด็นสมมติแบบใช่หรือไม่ใช่

Imagine ในที่นี้เชิญให้ผู้ฟังยอมรับสถานการณ์สมมติชั่วคราว แล้วใช้สถานการณ์นั้นเป็นฐานในการคิด คำนี้เป็นการชี้นำความคิด ไม่จำเป็นต้องเป็นคำสั่งให้สร้างภาพขึ้นมาในใจจริง ๆ Our question is whether ... ระบุประเด็นที่ต้องตัดสิน Whether นำเข้าสู่ความเป็นไปได้ที่ตอบได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ และอนุประโยคหลัง whether ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ whether 2 + 2 is 4 ไม่ใช่ whether is 2 + 2 4

แบบฝึกหัด

ประโยคใดตั้งคำถามสมมติแบบตอบว่าใช่หรือไม่ใช่เกี่ยวกับแบตเตอรี่สำรองได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Imagine our question is whether the backup battery is fully charged.
  2. Imagine is our question whether the backup battery is fully charged.
  3. Imagine our question is whether is the backup battery fully charged.
ดูคำตอบ

Imagine our question is whether the backup battery is fully charged.

Instead of posing it directly, ไวยากรณ์

1:53

แทนที่จะถามโดยตรง

ไวยากรณ์

Instead of posing it directly: เปลี่ยนจากการกระทำหนึ่งไปใช้อีกวิธี

instead of + รูป -ing ใช้บอกการกระทำที่ไม่ได้เลือก และชี้ว่าจะใช้วิธีอื่นแทน ในที่นี้ posing it directly หมายถึงการถามคำถามที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้แบบตรง ๆ โดย it หมายถึงคำถามนั้น pose a question เป็นวิธีพูดที่เป็นทางการกว่า ask a question วลีนี้ลงท้ายด้วยจุลภาค จึงปูทางสู่วิธีอื่นที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ใช้ give ในโครงสร้าง instead of + -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the answer directly, he explained the method.

ดูคำตอบ

Instead of giving

we say,

1:55

เราจะพูดว่า

"If I asked you whether 2 + 2 is 4, ไวยากรณ์

1:56

"ถ้าฉันถามคุณว่า 2 + 2 เท่ากับ 4 หรือไม่

would you answer Ozo?"

1:59

คุณจะตอบว่า โอโซ ไหม?"

ไวยากรณ์

If I asked you whether..., would you answer...?: คำถามสมมติแบบซ้อน

โครงด้านนอก If I asked you ..., would you answer ...? ใช้สมมติคำถามหนึ่งขึ้นมา แล้วถามว่าผู้ฟังจะตอบอย่างไร ในที่นี้ asked ใช้คู่กับ would เพื่อแสดงสถานการณ์สมมติ ไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีต คำถามที่สมมติไว้ถูกซ้อนไว้หลัง whether คือ whether 2 + 2 is 4 คำถามแบบตอบใช่หรือไม่ที่อยู่ภายในใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ดังนั้นประธานจึงอยู่หน้า is การใช้ is ในรูปปัจจุบันเป็นธรรมชาติเพราะข้อเท็จจริงทางคณิตศาสตร์ไม่เปลี่ยนตามเวลา ส่วนสิ่งที่ทั้งประโยคถามโดยตรงคือผู้ฟังจะตอบว่า Ozo หรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างคำถามสมมติแบบซ้อนเดียวกันได้ถูกต้อง?

  1. If I asked you whether he was ready, would you answer yes?
  2. If I asked you whether was he ready, would you answer yes?
  3. If I asked you was he ready, would you answer yes?
ดูคำตอบ

If I asked you whether he was ready, would you answer yes?

If Ozo means yes and the overlord is Tee,

2:01

ถ้า โอโซ แปลว่าใช่ และเจ้านายคนนั้นคือ ตี

it truthfully replies Ozo.

2:04

เขาจะตอบตามความจริงว่า โอโซ

But what if we ask Eff? น้ำเสียง/เจตนา

2:07

แต่ถ้าเราถาม เอฟ ล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

แต่ถ้าเราถาม Eff ล่ะ? — ทดสอบความเป็นไปได้อีกแบบ

But what if...? ใช้เสนอกรณีที่อาจทำให้แนวคิดเดิมเปลี่ยนไป ช่วยทดสอบแนวคิดเดิม หรือทำให้ต้องปรับแนวคิดเดิม What if มีความหมายประมาณว่า “ถ้าเกิดเรื่องนี้ขึ้น จะเป็นอย่างไร” เป็นการตั้งสมมติฐาน ไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดขึ้นจริง ในประโยคนี้ But เชื่อมการถาม Eff เข้ากับการพูดคุยก่อนหน้า โดยให้เป็นกรณีใหม่สำหรับการทดสอบ ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่ากฎหรือคำตอบเดิมยังใช้กับ Eff ได้หรือไม่ But อาจสื่อถึงการท้าทายหรือประเด็นใหม่ แต่ไม่ได้แปลว่าต้องคัดค้านข้อสรุปเดิมเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ But what if...? ได้ตรงต้อง เพื่อทดสอบแผนด้วยความเป็นไปได้ใหม่

  1. How if the power fails?
  2. But what if the power fails?
  3. But if the power fails?
  4. What if the power fails?
ดูคำตอบ

But what if the power fails?

Well,

2:09

เอาล่ะ

it would answer Ulu or no to the embedded question. การใช้คำ

2:09

เขาจะตอบว่า อูลู หรือไม่ใช่ สำหรับคำถามที่ซ้อนอยู่

การใช้คำ

to the embedded question: ระบุคำถามที่ฝังอยู่

embedded question หมายถึงคำถามที่อยู่ภายในประโยคหรืออนุประโยคที่ใหญ่กว่า คำนี้หมายถึงคำถามด้านใน ไม่ใช่ประโยคทั้งหมดที่ครอบคำถามนั้นไว้ ในประโยคนี้ to the embedded question ระบุว่าคำตอบมุ่งไปที่อะไร นั่นคือคำถามด้านในที่อยู่ในบทสนทนาที่ใหญ่กว่า Embedded อธิบายตำแหน่งของคำถามในโครงสร้าง ไม่ได้หมายความว่าคำถามนั้นเป็นความลับหรือยาก

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Do you know whether the library is open?" คำใดเป็น embedded question

  1. Do you know
  2. whether the library is open
  3. the library
ดูคำตอบ

whether the library is open

So it lies and replies Ozo instead. ลำดับความ

2:13

ดังนั้นเขาจึงโกหกและตอบว่า โอโซ แทน

ลำดับความ

So ... instead: ผลลัพธ์และการใช้สิ่งอื่นแทน

So ทำให้ข้อความทั้งประโยคเป็นผลจากขั้นก่อนหน้าในการให้เหตุผล และบอกผู้ฟังว่า “นี่คือสิ่งที่ตามมา” คำว่า instead ที่ท้ายประโยคแสดงว่าการตอบ Ozo เข้ามาแทนคำตอบที่จะให้หากพูดความจริง เมื่อใช้ so กับ instead ร่วมกัน จึงเห็นความสัมพันธ์สองอย่าง คือข้อสรุปจากเหตุผลก่อนหน้าและการเปลี่ยนไปใช้คำตอบตรงข้าม

แบบฝึกหัด

so และ instead ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?

  1. so ชี้ความขัดแย้ง และ instead บอกเหตุผลของการโกหก
  2. so นำเสนอเงื่อนไข และ instead เพิ่มคำตอบที่ถูกต้องเท่ากันอีกหนึ่งคำตอบ
  3. so ชี้ผลลัพธ์ และ instead ชี้ว่ามีคำตอบอื่นมาแทนคำตอบตามความจริงที่คาดไว้
ดูคำตอบ

so ชี้ผลลัพธ์ และ instead ชี้ว่ามีคำตอบอื่นมาแทนคำตอบตามความจริงที่คาดไว้

And if Ozo actually means no, ไวยากรณ์

2:17

และถ้า โอโซ มีความหมายว่าไม่ใช่

then the answer to our embedded question is Ulu, วลี

2:20

คำตอบสำหรับคำถามที่ซ้อนอยู่ของเราก็คือ อูลู

ไวยากรณ์

if Ozo actually means no, then: เงื่อนไขและผลลัพธ์

อนุประโยค if เปิดความหมายหนึ่งที่เป็นไปได้ของ Ozo โดยให้สมมติว่าจริง ๆ แล้วมันแปลว่า no หรือ “ไม่” คำว่า then ชี้ข้อสรุปที่ใช้ได้เฉพาะในแขนงการให้เหตุผลนี้ ส่วน And ที่ต้นประโยคเชื่อมแขนงใหม่นี้กับแขนงก่อนหน้า และ actually เน้นว่ากำลังทดสอบความหมายที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงใช้สมมติฐานเดิมต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบเงื่อนไข–ผลลัพธ์ if...then... ที่ชัดเจน: ____ the switch is on, ____ the green light should appear.

ดูคำตอบ

If · then

วลี

the answer to our embedded question: รูปแบบคำนาม answer to + คำนาม

ในที่นี้ answer เป็นคำนาม รูปแบบ the answer to a question หมายถึงคำตอบหรือผลลัพธ์ที่ใช้แก้คำถามนั้น คำบุพบท to เชื่อมคำตอบกับคำถามที่คำตอบนั้นตอบอยู่ สำหรับความสัมพันธ์นี้ใช้ to ไม่ใช้ of อนุประโยค the answer to our embedded question is Ulu ใช้โครงสร้าง answer to + question + be + answer และระบุว่า Ulu คือผลลัพธ์ของคำถามซ้อนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ถูกต้องในรูปแบบคำนาม: The answer ____ this question is simple.

ดูคำตอบ

to

and both Tee and Eff still reply Ozo, ไวยากรณ์

2:23

และทั้ง ตี และ เอฟ ก็ยังคงตอบว่า โอโซ

ไวยากรณ์

both Tee and Eff: โครงสร้างคู่ both A and B

โครงสร้างคู่ both A and B เชื่อมคนหรือสิ่งของจำนวนสองคนหรือสองสิ่งพอดี และบอกว่าข้อความเดียวกันเป็นจริงกับทั้งคู่ ในที่นี้ Tee และ Eff เป็นประธานสองตัว และแต่ละคนตอบว่า Ozo เมื่อ both A and B เป็นประธาน ปกติจะใช้คำกริยารูปพหูพจน์ จึงใช้ reply ในประโยคนี้ ไม่ใช้ replies

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคู่ที่หมายความว่าคนสองคนทำสิ่งเดียวกัน: ____ Leo ____ Maya chose the blue door.

ดูคำตอบ

Both · and

each for their own reasons. วลี

2:26

ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลของตนเอง

วลี

each for their own reasons: ผลลัพธ์เดียวกัน แต่เหตุผลของแต่ละคนต่างกัน

each for their own reasons มักเติมหลังประโยคที่บอกว่าหลายคนได้ผลลัพธ์เดียวกัน แต่ละคนหมายถึงการมองทีละคน ส่วน their own reasons หมายถึงแต่ละคนมีแรงจูงใจส่วนตัวที่แตกต่างกัน สำนวนนี้เปรียบเทียบผลลัพธ์ร่วมกันกับสาเหตุที่ต่างกัน own เน้นว่าเหตุผลเป็นของแต่ละคน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนมีเหตุผลร่วมกันเพียงข้อเดียว

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ถูกต้องเพื่อสื่อว่าผลลัพธ์เหมือนกัน แต่เหตุผลส่วนตัวของแต่ละคนต่างกัน: They all chose the same plan, ____.

ดูคำตอบ

each for their own reasons

If you're confused about why this works, น้ำเสียง/เจตนา

2:28

หากคุณสับสนว่าทำไมวิธีนี้ถึงได้ผล

น้ำเสียง/เจตนา

If you're confused about why this works: คำขึ้นต้นอย่างสุภาพเพื่อเข้าสู่คำอธิบาย

If you're confused about why this works เป็นประโยคเงื่อนไขที่เน้นผู้ฟัง ใช้เพื่อยอมรับว่าผู้ฟังอาจเข้าใจเรื่องนี้ได้ยาก ก่อนจะให้ความช่วยเหลือ ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าผู้ฟังกำลังสับสนแน่นอน แต่ if ทำให้น้ำเสียงดูนุ่มนวลและใส่ใจมากขึ้น Be confused about ใช้นำเข้าสิ่งที่ทำให้สับสน ส่วน why this works เป็นคำถามแบบแทรกอยู่ในประโยค เพราะอยู่หลัง about จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า this works ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถามตรง why does this work

แบบฝึกหัด

เติมคำขึ้นต้นที่ยอมรับอย่างนุ่มนวลว่าผู้ฟังอาจสับสน: ____, I'll show the key step.

ดูคำตอบ

If you're confused about why this works

the reason involves logical structure. ลำดับความ

2:31

เหตุผลนั้นเกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางตรรกศาสตร์

ลำดับความ

the reason involves logical structure: ชี้ปัจจัยหลัก

ประโยคนี้บอกผู้ฟังก่อนว่าคำอธิบายจะเริ่มจากจุดใด โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ logical structure ประโยคนี้ทำหน้าที่เหมือนป้ายบอกทางก่อนที่ผู้พูดจะอธิบายกฎอย่างเจาะจง ในที่นี้ involves หมายถึง “มีหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งหนึ่งในฐานะส่วนสำคัญ” รูปแบบ the reason involves X ใช้ระบุปัจจัยหลักโดยไม่จำเป็นต้องบอกว่า X เป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังจะอธิบายว่ากลตัวเลขทำงานได้อย่างไร ประโยคใดชี้ปัจจัยหลักได้ดีที่สุดก่อนที่จะให้รายละเอียด

  1. The reason lists every step in full.
  2. The reason involves a pattern in the last digits.
  3. The reason is sitting next to the numbers.
ดูคำตอบ

The reason involves a pattern in the last digits.

A double positive and a double negative การใช้คำ

2:33

การปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ และการยอมรับซ้อนการยอมรับ

both result in a positive. วลี

2:36

ล้วนส่งผลให้เกิดการยอมรับ

การใช้คำ

A double positive and a double negative: ขั้วทางตรรกะ

ในประโยคนี้ positive และ negative บอกขั้วทางตรรกะ ไม่ได้หมายถึงความรู้สึกที่ดีหรือไม่ดี a double positive หมายถึงขั้นตอนที่เป็นบวกหรือคงค่าไว้สองครั้ง ส่วน a double negative หมายถึงขั้นตอนที่เป็นลบหรือกลับค่าสองครั้ง ผู้พูดมองขั้นตอนเหล่านี้เป็นการประกอบกัน การคงค่าสองครั้งยังให้ผลเป็นบวก ส่วนการกลับค่าสองครั้งจะหักล้างการกลับค่าและให้ผลเป็นบวกเช่นกัน คำว่า both สรุปว่าการประกอบทั้งสองแบบให้ผลเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ในบริบททางตรรกะนี้ a double negative หมายถึงอะไร

  1. สิ่งที่เป็นลบสองอย่างซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. การปฏิเสธหรือการกลับค่าจำนวนสองครั้ง
  3. ทัศนคติที่มองโลกในแง่ร้ายมาก
ดูคำตอบ

การปฏิเสธหรือการกลับค่าจำนวนสองครั้ง

วลี

both result in a positive.: การใช้ result in เพื่อบอกผลลัพธ์

ใน both result in a positive, result in เป็นวลีที่ใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล หมายความว่าสองสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ตามมา คำบุพบท in ใช้นำหน้าผลลัพธ์ ไม่ใช่สาเหตุ ในที่นี้ a positive เป็นคำนามที่พูดแบบย่อ หมายถึงผลลัพธ์ที่เป็นบวกหรือคำตอบในทางบวกว่าหายหรือไม่ ผลลัพธ์ที่แน่นอนต้องดูจากบริบท ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าทั้งสองทางเลือกให้ผลลัพธ์เดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ถูกต้อง: A missing number can result ____ the wrong answer.

ดูคำตอบ

in

Now, we can be sure that asking either Tee or Eff a question put this way ไวยากรณ์

2:38

ตอนนี้เรามั่นใจได้ว่าการถามคำถามด้วยวิธีนี้กับ ตี หรือ เอฟ

ไวยากรณ์

a question put this way:วลี past participle หลังคำนาม

ใน a question put this way, put this way เป็นวลี past participle ที่วางไว้หลัง question หมายถึงคำถามที่เรียบเรียงหรือนำเสนอในลักษณะนี้ โดย question เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ ดังนั้น put ในที่นี้จึงมีความหมายแบบถูกกระทำ ไม่ได้หมายถึงการวางสิ่งของตามตัวอักษร โครงสร้างนี้เข้าใจได้ว่าเป็นรูปย่อของ a question that is put this way การวางคำอธิบายไว้หลังคำนามช่วยให้ประโยคกระชับ โดยเฉพาะในคำอธิบายและงานเขียนที่เป็นทางการหรือใช้ถ้อยคำอย่างรอบคอบ

แบบฝึกหัด

ข้อใดขยายความ a question put this way ได้ดีที่สุดโดยไม่เปลี่ยนความหมาย

  1. a question that puts this way
  2. a question that is put this way
  3. a question that is putting this way
ดูคำตอบ

a question that is put this way

will yield Ozo if the hypothetical question is true โน้ต

2:43

จะได้คำตอบเป็น โอโซ ถ้าคำถามสมมตินั้นเป็นจริง

and Ulu if it's false,

2:47

และเป็น อูลู ถ้ามันเป็นเท็จ

การใช้คำ

will yield Ozo: yield ในความหมายว่า “สร้างผลลัพธ์”

ใน will yield Ozo คำว่า yield เป็นกริยาที่มีกรรม หมายถึง “สร้างหรือให้ผลลัพธ์” โดย Ozo คือผลลัพธ์ที่กระบวนการหรือกฎซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้าสร้างขึ้น ความหมายนี้พบได้บ่อยในการอธิบายตรรกะ คณิตศาสตร์ การทดลอง และขั้นตอนต่าง ๆ เมื่อ yield ตามด้วยคำตอบ ค่า หรือผลลัพธ์โดยตรง ให้เข้าใจว่าแปลว่า “สร้างผลลัพธ์” ไม่ใช่ “ยอมจำนน”

แบบฝึกหัด

ใน “This method will yield a number” คำว่า yield หมายถึงอะไร

  1. ยอมถอยหรือยอมจำนน
  2. ให้คนอื่นผ่านไปก่อน
  3. สร้างผลลัพธ์
ดูคำตอบ

สร้างผลลัพธ์

ไวยากรณ์

if ... true and Ulu if ... false: การละคำในเงื่อนไขคู่ขนาน

เมื่อรวมกับคำก่อนหน้าคือ will yield Ozo ส่วนนี้จะเชื่อมผลลัพธ์แบบมีเงื่อนไขสองส่วนที่ขนานกัน ได้แก่ [will yield] Ozo if the hypothetical question is true และ [will yield] Ulu if it is false ในส่วนที่สอง มีการละ will yield เพราะเข้าใจได้ชัดเจนจากส่วนแรก เมื่อตีความประโยคสามารถเติมคำที่ใช้ร่วมกันกลับมาเป็น will yield Ulu if it's false การละคำแบบขนานนี้ทำให้กล่าวถึงทางเลือกคู่กันได้อย่างกระชับโดยไม่เปลี่ยนความหมาย

แบบฝึกหัด

ใน “The screen shows blue if the answer is correct and gray if it's wrong” คำใดถูกละไว้ก่อน gray

  1. The screen shows
  2. Gray means
  3. The answer is
ดูคำตอบ

The screen shows

regardless of what each word actually means. ไวยากรณ์

2:49

โดยไม่ต้องสนว่าแต่ละคำจะมีความหมายที่แท้จริงว่าอย่างไร

ไวยากรณ์

regardless of what ... means: ไม่ว่า...จะหมายความว่าอย่างไร

วลี regardless of บอกว่าสิ่งที่ตามหลังมาไม่มีผลต่อผลลัพธ์หรือข้อความหลัก ในที่นี้ สิ่งที่ไม่ทำให้ผลเปลี่ยนคือ what each word actually means ใน regardless of what each word actually means อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ทั้งหมดวางตามหลังบุพบท of สามารถใช้โครงสร้าง regardless of + อนุประโยค wh เพื่อบอกว่าตัวเลือก ข้อเท็จจริง เวลา หรือผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนประเด็นหลัก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างมาตรฐานด้วยคำหนึ่งคำ: The rule stays the same regardless ____ which player goes first.

ดูคำตอบ

of

Unfortunately,

2:52

น่าเสียดาย

this doesn't help us with Arr.

2:53

วิธีนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเราในกรณีของ อาร์

But don't worry, น้ำเสียง/เจตนา

2:56

แต่ไม่ต้องกังวล

น้ำเสียง/เจตนา

But don't worry: การทำให้สบายใจก่อนเสนอทางแก้

But don't worry ใช้ทำให้ผู้ฟังสบายใจหลังจากพูดถึงความยากหรือข้อจำกัด But แสดงการเปลี่ยนจากปัญหาไปอีกทิศทาง ส่วน don't worry บอกเป็นนัยว่ากำลังจะมีทางแก้ คำอธิบาย หรือขั้นตอนต่อไปที่ทำได้ แม้ don't worry จะมีรูปไวยากรณ์เป็นประโยคคำสั่ง แต่ในที่นี้ทำหน้าที่ปลอบใจอย่างเป็นมิตร ไม่ใช่การออกคำสั่งอย่างเคร่งครัด

แบบฝึกหัด

ผู้อธิบายเพิ่งบอกว่าวิธีหนึ่งใช้ไม่ได้ ประโยคใดทำให้ผู้ฟังสบายใจและเปลี่ยนไปสู่ทางแก้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. You shouldn't have tried that method.
  2. But don't worry, there's another way.
  3. That method won't work, so let's stop here.
ดูคำตอบ

But don't worry, there's another way.

we can use our first question วลี

2:57

เราสามารถใช้คำถามแรกของเรา

to identify one alien lord that definitely isn't Arr.

2:59

ในการระบุเจ้านายเอเลี่ยนคนหนึ่งที่รับรองว่าไม่ใช่ อาร์ อย่างแน่นอน

วลี

we can use our first question to...: โครงสร้าง use X to do Y

โครงสร้าง use X to do Y แสดงเครื่องมือหรือวิธีการพร้อมจุดประสงค์ X คือสิ่งที่นำมาใช้ช่วย ส่วน to + กริยารูปพื้นฐานบอกเป้าหมาย ในประโยคนี้ our first question คือเครื่องมือ และ identify one alien lord คือเป้าหมาย ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการอธิบายว่าสิ่งของ เบาะแส คำถาม หรือขั้นตอนหนึ่งมีไว้เพื่ออะไร

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง use X to do Y ให้สมบูรณ์: We can use this clue ____ identify the correct door.

ดูคำตอบ

to

Then we can use the second

3:03

จากนั้นเราสามารถใช้คำถามที่สอง

to find out whether it's Tee or Eff. กริยาวลี

3:05

เพื่อหาว่าเขาคือ ตี หรือ เอฟ

กริยาวลี

find out whether it's Tee or Eff: หาคำตอบว่าคือ Tee หรือ Eff

find out หมายถึงการได้ข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ โดยมักมาจากการตรวจสอบ การถาม หรือการใช้เหตุผล ในประโยคนี้ whether it's Tee or Eff คือข้อเท็จจริงที่ต้องค้นหา whether A or B เสนอความเป็นไปได้สองแบบ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ whether it's Tee ไม่ใช่ whether is it Tee

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ายังไม่รู้ตำแหน่งของกุญแจและต้องค้นหาว่ากุญแจอยู่ในสถานที่ใดจากสองแห่ง?

  1. We need to find the key in the bag or on the desk.
  2. We need to find out whether the key is in the bag or on the desk.
  3. We already know whether the key is in the bag or on the desk.
ดูคำตอบ

We need to find out whether the key is in the bag or on the desk.

And once we know that, ไวยากรณ์

3:08

และเมื่อเรารู้สิ่งนั้นแล้ว

we can ask it to identify one of the others.

3:09

เราสามารถขอให้เขาระบุตัวตนของอีกคนหนึ่งได้

ไวยากรณ์

And once we know that: ไปยังขั้นตอนถัดไปเมื่อเงื่อนไขสำเร็จ

ในประโยคนี้ once หมายถึง “ทันทีที่” หรือ “หลังจากที่” ส่วน once we know that บอกเงื่อนไขที่ต้องเกิดขึ้นก่อนที่เราจะถามคำถามถัดไปได้ that อ้างถึงข้อมูลที่ทราบแล้วก่อนหน้านี้ โครงสร้าง once + เงื่อนไข, ผลลัพธ์ แสดงว่าขั้นตอนต่าง ๆ ต้องพึ่งพากัน โดยต้องรู้ข้อมูลก่อนแล้วจึงทำสิ่งถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมจากตัวอย่างที่แสดงว่าขั้นตอนแรกต้องเสร็จก่อนขั้นตอนถัดไป: ____ we know the code, we can open the door.

ดูคำตอบ

Once

So let's begin.

3:13

งั้นมาเริ่มกันเลย

Ask the alien in the middle,

3:14

ถามเอเลี่ยนที่อยู่ตรงกลางว่า

"If I asked you whether the overlord on my left is Arr,

3:16

"ถ้าฉันถามคุณว่าเจ้านายทางซ้ายของฉันคือ อาร์ หรือไม่

would you answer Ozo?"

3:20

คุณจะตอบว่า โอโซ ไหม?"

If the reply is Ozo,

3:22

ถ้าคำตอบคือ โอโซ

there are two possibilities. ลำดับความ

3:24

จะมีความเป็นไปได้สองทาง

ลำดับความ

there are two possibilities: เริ่มการวิเคราะห์สองทาง

there are two possibilities บอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่มีอยู่ทำให้เกิดกรณีที่ต่างกันได้สองกรณี ประโยคนี้เตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับการวิเคราะห์สองส่วน ไม่ได้ให้คำตอบโดยตรง วลีนี้จัดระเบียบข้อมูลด้วยการบอกจำนวนทางแยกก่อน จากนั้นผู้พูดจึงอธิบายความเป็นไปได้แต่ละอย่างตามลำดับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเริ่มคำอธิบายที่จะพิจารณาสาเหตุที่เป็นไปได้สองอย่าง?

  1. There are two possibilities.
  2. Neither explanation is possible.
  3. There is one certain answer.
ดูคำตอบ

There are two possibilities.

You could already be talking to Arr, ไวยากรณ์

3:26

คุณอาจจะกำลังคุยกับ อาร์ อยู่แล้ว

in which case the answer is meaningless. ไวยากรณ์

3:28

ซึ่งในกรณีนี้คำตอบจะไม่มีความหมายอะไร

ไวยากรณ์

could already be talking: สถานการณ์ที่อาจกำลังเกิดขึ้น

could be + คำกริยา-ing แสดงว่าสถานการณ์หนึ่งอาจกำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าผู้ฟังกำลังคุยกับ Arr อย่างแน่นอน แต่เสนอว่า “กำลังคุยกับ Arr” เป็นคำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้ของบทสนทนาปัจจุบัน already เพิ่มความหมายว่าสถานการณ์นี้อาจเริ่มขึ้นหรือเป็นจริงแล้วก่อนเวลาปัจจุบัน หรือก่อนขั้นต่อไปของการให้เหตุผล โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + could + already + be + คำกริยา-ing

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้แม่นยำที่สุดว่าตอนนี้คุณอาจกำลังดูแผนที่ผิดอยู่

  1. You are definitely looking at the wrong map.
  2. You could be looking at the wrong map.
  3. You could look at the wrong map tomorrow.
ดูคำตอบ

You could be looking at the wrong map.

ไวยากรณ์

in which case: เชื่อมความเป็นไปได้กับผลที่ตามมา

in which case หมายถึง “ถ้าเป็นสถานการณ์นั้น” หรือ “ในสถานการณ์นั้น” โดย which ย้อนอ้างถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวไป ไม่ได้อ้างถึงคำนามเพียงคำเดียว เมื่อวางหลังเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้จะเชื่อมความเป็นไปได้นั้นกับผลที่ตามมาไว้ในประโยคเดียวกัน ในที่นี้ผลก็คือ หากความเป็นไปได้ก่อนหน้าเป็นจริง คำตอบนั้นจะไม่มีความหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการให้เหตุผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมที่ย้อนอ้างถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดก่อนหน้าและนำเข้าสู่ผลของมัน: The road may be flooded, ____ we should turn back.

ดูคำตอบ

in which case

But otherwise, ลำดับความ

3:31

แต่ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น

you're talking to either Tee or Eff,

3:32

คุณกำลังคุยกับ ตี หรือ เอฟ

ลำดับความ

But otherwise: เปลี่ยนไปยังกรณีที่เหลือ

otherwise ในที่นี้หมายถึง “ถ้าสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึงไม่ใช่กรณีที่เกิดขึ้น” ผู้พูดได้พิจารณาความเป็นไปได้หนึ่งไปแล้ว และ But otherwise จะพาไปยังทางเลือกที่เหลือ ซึ่งก็คือกรณีที่กำลังคุยกับ Tee หรือ Eff คำนี้ช่วยจัดระเบียบคำอธิบายที่มีสองทางเลือกโดยไม่ต้องพูดเงื่อนไขทั้งหมดซ้ำ ไม่ได้บอกถึงผลที่เกิดจากการไม่ลงมือทำ แต่เพียงหันความสนใจไปยังอีกกรณีหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในการวิเคราะห์แบบแยกกรณี “The signal comes from sensor A. Otherwise, it comes from sensor B,” คำว่า otherwise บอกอะไร?

  1. กรณีก่อนหน้าใช้ไม่ได้ ดังนั้นนี่คือทางเลือกที่เหลือ
  2. ทั้งสองกรณีเป็นจริงพร้อมกัน
  3. ถ้าตอนนี้ไม่มีใครลงมือทำ จะเกิดผลเสียตามมา
ดูคำตอบ

กรณีก่อนหน้าใช้ไม่ได้ ดังนั้นนี่คือทางเลือกที่เหลือ

And as we know, ลำดับความ

3:34

และดังที่เรารู้กัน

getting Ozo from either one ไวยากรณ์

3:36

การได้ โอโซ จากคนใดคนหนึ่ง

means your hypothetical question was correct

3:38

หมายความว่าคำถามสมมติของคุณถูกต้อง

ลำดับความ

And as we know: ทบทวนประเด็นที่วางหลักไว้แล้ว

As we know ย้อนกลับไปยังข้อมูลที่ผู้ฟังรู้อยู่แล้วร่วมกัน หรือข้อมูลที่ได้วางหลักหรือพิสูจน์ไว้ก่อนหน้านี้ คำนี้บอกว่าข้อความต่อไปเป็นการนำข้อมูลเดิมกลับมาใช้ ไม่ใช่การเสนอข้อมูลใหม่ ในที่นี้ ผู้ฟังถูกเตือนให้นำกฎที่รู้อยู่แล้วเกี่ยวกับความหมายของการได้รับ Ozo มาใช้อีกครั้ง ส่วน And ที่อยู่ต้นประโยคเชื่อมกฎที่ยกกลับมานี้เข้ากับขั้นตอนปัจจุบันของคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

ผู้พูดต้องการทบทวนกฎที่พิสูจน์ไว้ในขั้นตอนก่อนหน้า ประโยคใดจัดข้อมูลนี้ได้เหมาะสมที่สุด?

  1. As we know, this rule applies to both cases.
  2. Perhaps this rule applies, but we have not proved it.
  3. Here is a new rule that has not been discussed before.
ดูคำตอบ

As we know, this rule applies to both cases.

ไวยากรณ์

getting Ozo from either one ในฐานะประธานของ means

วลี getting Ozo from either one เริ่มด้วย getting ซึ่งเป็นรูป -ing แต่ทั้งวลีใช้เรียกเหตุการณ์หนึ่ง คือการได้รับคำตอบว่า “Ozo” จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง วลี gerund ทั้งหมดนี้เป็นประธานของ means ส่วน means เป็นกริยาหลัก โครงสร้าง Doing X means (that) Y ใช้การกระทำหรือผลลัพธ์เป็นหลักฐานสำหรับข้อสรุป ในที่นี้ ผลของการได้รับคำตอบว่า “Ozo” สนับสนุนข้อสรุปในอนุประโยคหลัง means

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Getting a reply means the message was delivered,” คำใดบ้างประกอบกันเป็นประธาน?

  1. Getting a reply
  2. the message
  3. means
ดูคำตอบ

Getting a reply

and the left overlord is indeed Arr.

3:41

และเจ้านายทางซ้ายคือ อาร์ จริงๆ

Either way, ลำดับความ

3:44

ไม่ว่าจะทางใด

you can be sure the alien on the right is not Arr.

3:45

คุณมั่นใจได้ว่าเอเลี่ยนทางขวาไม่ใช่ อาร์

ลำดับความ

Either way: สองความเป็นไปได้กับข้อสรุปเดียวกัน

Either way ย้อนกลับไปอ้างถึงตัวเลือกหรือความเป็นไปได้สองอย่าง และบอกว่าข้อสรุปต่อไปนี้เป็นจริงในทั้งสองกรณี ในประโยคนี้ การให้เหตุผลก่อนหน้ามีสองทาง แต่ไม่ว่าทางไหนก็ไม่เปลี่ยนข้อสรุปเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวทางขวา โดยทั่วไป Either way จะอยู่ต้นข้อสรุปร่วมและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค สำนวนนี้ช่วยจัดข้อมูลด้วยการปิดการพิจารณาทั้งสองทางแล้วไปยังผลลัพธ์ที่เหมือนกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมที่แสดงว่าข้อสรุปเหมือนกันสำหรับทั้งสองตัวเลือก: We can walk or take the bus. ____, we'll arrive before noon.

ดูคำตอบ

Either way

Similarly, ลำดับความ

3:49

ในทำนองเดียวกัน

if the answer is Ulu,

3:50

ถ้าคำตอบคือ อูลู

then you know the alien on the left can't be Arr. ไวยากรณ์

3:52

คุณก็จะรู้ว่าเอเลี่ยนทางซ้ายต้องไม่ใช่ อาร์

ลำดับความ

Similarly, if the answer is Ulu, then: การนำเสนอการให้เหตุผลแบบมีเงื่อนไขที่ขนานกัน

Similarly บอกผู้ฟังว่านี่เป็นกรณีที่ขนานกับกรณีก่อนหน้า คือใช้วิธีให้เหตุผลแบบเดียวกันกับคำตอบอีกแบบหนึ่ง ไม่ได้เริ่มกฎใหม่ทั้งหมด โครงสร้าง if the answer is Ulu, then ... จัดข้อมูลเป็น “เงื่อนไข—ข้อสรุป” โดยนำเสนอข้อสรุปว่าเป็นผลจากเงื่อนไขนั้น

แบบฝึกหัด

คำใดแสดงได้ดีที่สุดว่ากรณีที่สองกำลังถูกอธิบายแบบขนานกับกรณีแรก

  1. However
  2. Similarly
  3. Instead
ดูคำตอบ

Similarly

ไวยากรณ์

left can't be Arr.: การแสดงความเป็นไปไม่ได้ตามเหตุผล

ในที่นี้ can't be หมายความว่า จากเบาะแสที่มี การเป็น Arr นั้นเป็นไปไม่ได้ในทางเหตุผล ผู้พูดได้ตัดความเป็นไปได้ที่เอเลียนจะมีตัวตนเป็น Arr ออกแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเอเลียนไม่มีความสามารถที่จะกลายเป็น Arr คำกริยาช่วย can't ใช้บอกความเป็นไปได้ได้นอกเหนือจากความสามารถ ในประโยคที่เป็นการให้เหตุผล can't be ที่ตามด้วยชื่อหรือคำนามจะใช้ตัดตัวตนหรือสถานการณ์ที่ไม่สอดคล้องกับหลักฐานออก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ can't be เพื่อตัดความเป็นไปได้โดยอาศัยหลักฐาน

  1. The key can't be in the bag; I just checked it.
  2. The key may be in the bag; I haven't checked it.
  3. The key mustn't be in the bag; the label says not to put it there.
ดูคำตอบ

The key can't be in the bag; I just checked it.

Now go to the overlord you've determined isn't Arr โน้ต

3:55

คราวนี้ให้ไปหาเจ้านายที่คุณแน่ใจแล้วว่าไม่ใช่ อาร์

ไวยากรณ์

the overlord you've determined isn't Arr: การละ that ในอนุประโยคสัมพันธ์

คำว่า you've determined isn't Arr ขยาย the overlord และบอกว่าหมายถึงเจ้าเหนือหัวคนใด ในทางไวยากรณ์ ส่วนนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ รูปที่ชัดเจนกว่าเดิมคือ the overlord that you've determined isn't Arr ให้เริ่มจากความหมาย You've determined that the overlord isn't Arr. เมื่อวาง the overlord ไว้ข้างหน้าเป็นคำนามหลัก ตำแหน่งเดิมของมันหน้า isn't จะเว้นว่างไว้ สิ่งนี้แสดงว่า isn't Arr คือสิ่งที่คุณตัดสินเกี่ยวกับเจ้าเหนือหัว ไม่ใช่การกระทำที่สองซึ่งเชื่อมแบบขนานกับ determined

แบบฝึกหัด

ข้อความใดถอดความ “the candidate you've determined is ready” ได้ตรงที่สุด?

  1. the candidate that you've determined is ready
  2. the candidate who determined that you are ready
  3. the candidate who is ready to make a decision
ดูคำตอบ

the candidate that you've determined is ready

and ask,

3:59

แล้วถามว่า

ลำดับความ

Now go to ...: พาคำสั่งไปสู่ขั้นตอนถัดไป

ในคำสั่งนี้ Now ใช้บอกว่ากำลังเปลี่ยนขั้นตอน การตัดสินใจก่อนหน้านี้เสร็จแล้ว และผู้ฟังต้องทำสิ่งถัดไป จึงหมายถึง “เมื่อมาถึงจุดนี้ของขั้นตอน” หรือ “ต่อไป” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ตอนนี้” ในเชิงเวลา การใช้ Now ตามด้วยประโยคคำสั่งพบได้บ่อยในการสาธิตและคำแนะนำทีละขั้น ที่นี่ Now ทำให้ go to ... เป็นคำสั่งใหม่ ส่วนที่เหลือของวลีระบุว่าต้องไปที่ไหน

แบบฝึกหัด

ในคำแนะนำทีละขั้น Now ทำหน้าที่อะไรในประโยค “Now go to the desk you selected”?

  1. พาผู้ฟังไปสู่การกระทำถัดไป
  2. บอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว
  3. ยกเลิกคำสั่งก่อนหน้า
ดูคำตอบ

พาผู้ฟังไปสู่การกระทำถัดไป

"If I asked, are you Eff?"

4:00

"ถ้าฉันถามว่า คุณคือ เอฟ หรือเปล่า?

would you answer Ozo?"

4:02

คุณจะตอบว่า โอโซ ไหม?"

Since you don't have to worry about the random possibility, วลี

4:04

เนื่องจากคุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการสุ่มแล้ว

วลี

Since you don't have to worry about...: ไม่จำเป็นต้องกังวล

don't have to worry about หมายถึง ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลหรือคอยมองเรื่องใดเรื่องหนึ่งว่าเป็นปัญหา ในที่นี้ don't have to สื่อว่า “ไม่จำเป็น” ไม่ได้หมายความว่า “ห้ามกังวล” Since ใช้บอกเหตุผลของข้อความที่ตามมา: เมื่อไม่จำเป็นต้องพิจารณาความเป็นไปได้แบบสุ่มอีก ก็สามารถไปสู่ข้อสรุปถัดไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “ไม่จำเป็นต้องกังวล”: The map is saved offline, so you ____ losing the signal.

ดูคำตอบ

don't have to worry about

either answer will establish its identity. การใช้คำ

4:07

คำตอบใดคำตอบหนึ่งจะยืนยันตัวตนของเขาได้

การใช้คำ

either answer will establish its identity: คำตอบใดก็สามารถยืนยันตัวตนได้

ใน establish its identity คำว่า establish หมายถึง ระบุหรือยืนยันบางสิ่งด้วยหลักฐานหรือการให้เหตุผล ตัวตนนั้นมีอยู่แล้ว เป็นการค้นให้พบ ไม่ใช่สร้างขึ้นใหม่ Either answer หมายถึงคำตอบใดก็ได้จากสองคำตอบที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะได้คำตอบไหน ก็จะมีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุตัวตนของมัน

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The serial number helped establish the device's identity. establish ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ซ่อนไม่ให้คนอื่นรู้
  2. ระบุหรือยืนยันด้วยหลักฐาน
  3. สร้างขึ้นเป็นครั้งแรก
ดูคำตอบ

ระบุหรือยืนยันด้วยหลักฐาน

Now that you know whether its answers are true or false, ไวยากรณ์

4:11

เมื่อคุณรู้แล้วว่าคำตอบของเขาเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

ไวยากรณ์

Now that: ใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วนำไปสู่ขั้นตอนถัดไป

Now that ใช้เกริ่นถึงสถานการณ์ที่เป็นจริงแล้วหรือทราบแล้ว และนำสถานการณ์นั้นมาเป็นเหตุผลหรือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่จะตามมา ในประโยคนี้ ขั้นตอนการหาข้อมูลว่าคำตอบจริงหรือเท็จได้เสร็จสิ้นแล้ว โครงสร้างที่พบบ่อยคือ Now that + อนุประโยค แล้วตามด้วยผลลัพธ์ การตัดสินใจ หรือการกระทำขั้นต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมที่ใช้เกริ่นถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว: Now ____ everyone is here, we can start the game.

ดูคำตอบ

that

ask the same alien whether the center overlord is Arr.

4:14

ให้ถามเอเลี่ยนคนเดิมว่าเจ้านายตรงกลางคือ อาร์ หรือไม่

The process of elimination will identify the remaining one. การใช้คำ

4:19

กระบวนการคัดออกจะช่วยระบุคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ได้

การใช้คำ

The process of elimination: ตัดตัวเลือกที่เป็นไปไม่ได้

The process of elimination คือวิธีหาคำตอบด้วยการตัดตัวเลือกที่เป็นไปไม่ได้ออก ตัวเลือกที่เหลืออยู่ในตอนท้ายจะกลายเป็นคำตอบหรือความเป็นไปได้ที่น่าเชื่อถือที่สุด ในประโยคนี้ วิธีดังกล่าวจะช่วยระบุตัวเลือกที่เหลืออยู่ โดยอาศัยเหตุผลหรือหลักฐาน ไม่ใช่การเดาแบบสุ่ม

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่ใช้กล่าวถึงการตัดตัวเลือกที่เป็นไปไม่ได้: We solved the puzzle by using the process of ____.

ดูคำตอบ

elimination

The satisfied overlords help you repair your ship

4:23

เหล่าเจ้านายที่พึงพอใจได้ช่วยคุณซ่อมยาน

and you prepare for takeoff. วลี

4:26

และคุณเตรียมตัวที่จะออกเดินทาง

วลี

prepare for takeoff: prepare for + คำนาม

prepare for + คำนาม หมายถึงเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์หรือสถานการณ์หนึ่ง ในประโยคนี้ takeoff เป็นคำนามที่หมายถึงช่วงเวลาที่อากาศยานออกจากพื้น ดังนั้น you prepare for takeoff จึงหมายถึงเตรียมตัวให้พร้อมก่อนอากาศยานออกเดินทาง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับกลุ่มคำนามอื่นได้ เช่น prepare for the exam, prepare for winter และ prepare for a meeting

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง prepare for + คำนามให้สมบูรณ์: The crew is preparing ____ takeoff.

ดูคำตอบ

for

Allowed one final question. ไวยากรณ์

4:28

ได้รับอนุญาตให้ถามคำถามสุดท้าย

ไวยากรณ์

Allowed one final question: อนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อ

Allowed one final question เป็นอนุประโยคกรรมวาจกที่ย่อให้สั้น สามารถขยายเป็น Being allowed one final question หรือเมื่อเชื่อมกับประโยคหลักก็เข้าใจได้ว่าเป็น When someone was allowed one final question คำว่า Allowed แสดงว่าบุคคลนั้นได้รับอนุญาต ไม่ใช่เป็นผู้อนุญาตคนอื่น ประธานที่ละไว้ต้องเข้าใจจากประโยคหลักที่อยู่ใกล้กันหรือจากบริบทของเรื่อง ในประโยคเต็มอย่าง Allowed one final question, Lena asked about the key. ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ถามคือ Lena

แบบฝึกหัด

ใน Allowed one final question, Lena asked about the missing key. อนุประโยคเปิดหมายความว่าอย่างไร

  1. Lena ตอบคำถามสุดท้ายไปแล้ว
  2. Lena อนุญาตให้อีกคนถามคำถามสุดท้ายอีกหนึ่งข้อ
  3. Lena ได้รับอนุญาตให้ถามคำถามสุดท้ายอีกหนึ่งข้อ
ดูคำตอบ

Lena ได้รับอนุญาตให้ถามคำถามสุดท้ายอีกหนึ่งข้อ

You ask Tee if it's a long way to Earth,

4:30

คุณถาม ตี ว่าระยะทางไปโลกมันไกลไหม

and he answers Ozo.

4:33

และเขาตอบว่า โอโซ

Too bad you still don't know what that means. น้ำเสียง/เจตนา

4:36

แย่หน่อยที่คุณยังไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไร

น้ำเสียง/เจตนา

Too bad: ความเสียดายที่แฝงการหยอกล้อ

Too bad หมายถึง “น่าเสียดาย” หรือ “เป็นเรื่องน่าเสียดาย” ในประโยค Too bad you still don't know what that means วลีนี้วางหน้าประโยคย่อยที่บอกเรื่องน่าเสียดาย คือผู้ฟังยังตีความคำตอบนั้นไม่ได้ ในที่นี้ความเสียดายมีนัยหยอกล้อและประชดเล็กน้อย แม้จะได้คำตอบมาแล้ว แต่ปัญหายังไม่คลี่คลายเพราะผู้ฟังยังไม่รู้ว่าคำตอบนั้นหมายถึง yes หรือ no น้ำเสียงและบริบทเป็นตัวกำหนดว่า Too bad ฟังดูเห็นใจหรือเป็นการแซวเล่น

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้ Too bad เพื่อแซวเบา ๆ โดยไม่ฟังดูโหดร้าย

  1. เพื่อนของคุณเพิ่งสูญเสียสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิด Too bad!
  2. คุณไขปริศนาได้ แต่เขียนคำตอบลงในช่องผิด Too bad!
  3. มีคนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุ Too bad!
ดูคำตอบ

คุณไขปริศนาได้ แต่เขียนคำตอบลงในช่องผิด Too bad!