ประจำเดือนทำให้ผู้หญิงอารมณ์แปรปรวนจริงหรือ? Ft. iiSuperwomanii: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
1,006 คำ 202 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: คำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์แบบขบขันนี้แยกอาการก่อนมีประจำเดือนออกจากประจำเดือน และเชื่อมการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนกับอาการทางกายและอารมณ์ที่แตกต่างกัน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. What you may or may not realize is that เป็นกรอบวาทกรรมและวาทศิลป์ที่ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงซึ่งผู้ฟังอาจยังไม่รู้อย่างสุภาพ ช่วยเปลี่ยนจากเรื่องเล่าไปสู่คำอธิบายโดยไม่เหมาว่าผู้ฟังไม่มีความรู้ 2. a hot mess เป็นสำนวนเปรียบเทียบแบบกันเองสำหรับคนหรือสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิง ควรเข้าใจว่าเป็นการล้อตัวเองอย่างขบขัน ไม่ใช่แปล hot หรือ mess ตรงตัว 3. put up with เป็นกริยาวลีที่หมายถึงทนต่อความไม่สบายซ้ำ ๆ ใช้กับคน พฤติกรรม เสียงรบกวน หรืออาการไม่สบาย และแยกการอดทนออกจากการเห็นชอบ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This is Lilly, also known as Superwoman on YouTube. วลี

0:02

นี่คือ Lilly หรือที่รู้จักกันในชื่อ Superwoman บน YouTube

วลี

ใช้ also known as เพื่อบอกชื่อหรืออัตลักษณ์อีกแบบ

also known as ใช้เพิ่มชื่ออื่น ชื่อที่ใช้ต่อสาธารณะ ชื่อผู้ใช้ หรืออัตลักษณ์ของบุคคลหรือสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง ในประโยคนี้วลีดังกล่าวเชื่อม Lilly เข้ากับชื่อ Superwoman ที่เธอใช้บน YouTube known เป็นคำกริยาช่องสามในโครงสร้างถูกกระทำ ในประโยคนี้ also known as เป็นรูปย่อของ who is also known as โครงสร้าง X is also known as Y หมายถึงผู้คนรู้จักหรือเรียก X ว่า Y ด้วย ไม่ได้หมายความว่า X กำลังรู้เรื่องบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงตามบทเรียนนี้ซึ่งใช้แนะนำชื่อสาธารณะอีกชื่อหนึ่ง: The game designer Mei Tan, ____ PixelMei, will speak at noon.

ดูคำตอบ

also known as

And as a member of the female sex,

0:05

และในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง

she experiences her period on a monthly basis. วลี

0:07

เธอมีประจำเดือนทุกเดือน

วลี

ใช้ on a monthly basis บอกความถี่รายเดือนอย่างเป็นทางการ

on a monthly basis เป็นวลีบอกความถี่แบบเป็นทางการ ซึ่งหมายถึง every month หรือ monthly ในที่นี้วลีดังกล่าวบอกว่าเหตุการณ์เกิดซ้ำเป็นส่วนหนึ่งของรอบรายเดือน แต่ไม่ได้รับรองว่าจะเกิดในวันที่เดียวกันของทุกเดือน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ on a/an + คำคุณศัพท์ที่บอกช่วงเวลา + basis เช่น on a daily basis หรือ on an annual basis บุพบทวลีทั้งหมดทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณ์และตอบคำถามว่าเกิดบ่อยแค่ไหน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกความถี่แบบเป็นทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงทุกเดือน: The finance team checks these figures ____.

ดูคำตอบ

on a monthly basis

You see,

0:10

คืออย่างนี้นะ

the first time I got my period, ไวยากรณ์

0:11

ตอนที่ฉันมีประจำเดือนครั้งแรก

I had no idea what was going on. ไวยากรณ์

0:12

ฉันไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

ไวยากรณ์

the first time + อนุประโยค

the first time สามารถนำอนุประโยคบอกเวลาได้โดยตรงด้วยโครงสร้าง the first time + ประธาน + คำกริยา ในที่นี้ the first time I got my period กำหนดเวลาที่เหตุการณ์ในประโยคหลักเกิดขึ้น ในโครงสร้างนี้ time เชื่อมเหตุการณ์ครั้งแรกเข้ากับประโยคหลักอยู่แล้ว จึงไม่ต้องใช้ when ให้พูดว่า the first time I did it ไม่ใช่ the first time when I did it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่ใช้เชื่อมอนุประโยค: ____ I took the train alone, I missed my stop.

ดูคำตอบ

The first time

ไวยากรณ์

had no idea + อนุประโยค wh แบบฝัง

Had no idea หมายถึงไม่รู้อะไรเลย โดย had ทำให้ภาวะที่ไม่รู้นั้นอยู่ในอดีต ส่วน what was going on เป็นอนุประโยค wh แบบฝังที่เติมเนื้อหาให้ idea และระบุข้อมูลที่ผู้พูดไม่รู้ อนุประโยค wh แบบฝังเป็นส่วนหนึ่งของประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามตรงที่แยกออกมา หลัง have no idea ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: I have no idea where she is ไม่ใช่ I have no idea where is she ในประโยคเดิม what was going on บังเอิญมีลำดับคำที่มองเห็นเหมือนคำถามตรง What was going on? แต่มีหน้าที่และทำนองเสียงต่างกัน

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเป็นประโยคบอกเล่าที่สมบูรณ์หนึ่งประโยคและมีอนุประโยค wh แบบฝังหลัง had no idea?

  1. I had no idea what was going on.
  2. I had no idea. What was going on?
  3. What was going on?
ดูคำตอบ

I had no idea what was going on.

I walked into the washroom,

0:14

ฉันเดินเข้าไปในห้องน้ำ

took down my underwear,

0:17

ดึงกางเกงในลง

and I was like, การใช้คำ

0:18

แล้วก็แบบว่า

"What is this?"

0:19

“นี่มันอะไรเนี่ย?”

การใช้คำ

was like + ปฏิกิริยาที่ถ่ายทอดเป็นคำพูด

ในที่นี้ was like ใช้เกริ่นปฏิกิริยาของผู้พูดในขณะนั้น คำถามที่ตามมาแสดงสิ่งที่เธอพูด คิด หรือรู้สึกว่า “What is this?” ไม่ได้หมายความว่าเธอดูเหมือนสิ่งใด ในการเล่าเรื่องแบบกันเอง be like + คำพูดที่ยกมา สามารถใช้เป็นตัวเกริ่นคำพูดแบบไม่เป็นทางการได้ คำพูดนั้นอาจเป็นคำที่พูดจริงทุกคำ หรืออาจเป็นเพียงการสรุปความคิดในใจหรือท่าทีในตอนนั้น

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความนี้: When I opened the door, I was like, 'Why is everyone here?' was like ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. หมายความว่าผู้พูดชอบเปิดประตู
  2. ใช้เกริ่นปฏิกิริยาแบบไม่เป็นทางการของผู้พูดในรูปคำพูดที่ยกมา
  3. บอกว่าผู้พูดมีรูปร่างหน้าตาคล้ายใครบางคน
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นปฏิกิริยาแบบไม่เป็นทางการของผู้พูดในรูปคำพูดที่ยกมา

Because I never got the talk. วัฒนธรรม

0:21

เพราะไม่เคยมีใครอธิบายเรื่องนี้ให้ฉันฟัง

วัฒนธรรม

the talk ในฐานะคำเลี่ยงที่ใช้ในครอบครัว

ในที่นี้ the talk ไม่ได้หมายถึงบทสนทนาใด ๆ ทั่วไป ในบริบทครอบครัวและวัยแรกรุ่น คำนี้เป็นคำเลี่ยงที่คุ้นเคย หมายถึงการที่พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้อธิบายเรื่องเพศ การสืบพันธุ์ วัยแรกรุ่น หรือการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เกี่ยวข้องให้เด็กฟัง คำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะ the บอกเป็นนัยว่าเป็นบทสนทนาเฉพาะที่ผู้คนรู้จักอยู่แล้วจากบริบท นอกบริบทนี้ the talk อาจหมายถึงบทสนทนาสำคัญเรื่องอื่นที่ผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจตรงกันอยู่แล้ว จึงต้องใช้คำใบ้รอบข้างตัดสินความหมาย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the talk น่าจะหมายถึงอะไร? Before middle school, his parents decided it was time for the talk.

  1. การพูดคุยสบาย ๆ เกี่ยวกับหัวข้อใดก็ได้
  2. บทสนทนาในครอบครัวเกี่ยวกับวัยแรกรุ่น เรื่องเพศ หรือการสืบพันธุ์
  3. การกล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณะที่โรงเรียน
ดูคำตอบ

บทสนทนาในครอบครัวเกี่ยวกับวัยแรกรุ่น เรื่องเพศ หรือการสืบพันธุ์

So I was so concerned and like my mind was racing. สำนวน

0:23

ฉันเลยกังวลมาก ความคิดตีกันยุ่งไปหมด

สำนวน

my mind was racing: ความคิดแล่นไปมาอย่างรวดเร็ว

ในที่นี้ my mind was racing หมายถึงความคิดต่าง ๆ ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วมากและควบคุมได้ยาก ผู้พูดกำลังบรรยายสภาพจิตใจที่วิตกกังวล ไม่ใช่การเคลื่อนไหวของร่างกายหรือการคิดที่มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษ อุปมานี้กล่าวถึงความคิดราวกับว่ากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง โครงสร้าง one's mind is/was racing ยังใช้บรรยายความตื่นเต้นเมื่อมีแนวคิดหรือความเป็นไปได้มากมายผุดขึ้นมาพร้อมกันได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงมีความคิดรวดเร็วมากมายและหยุดได้ยาก: Before the audition, my ____.

ดูคำตอบ

mind was racing

Did I fall off my bike earlier today

0:26

วันนี้ก่อนหน้านี้ฉันตกจักรยานหรือเปล่า?

because I had no idea what was going on.

0:28

เพราะฉันไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

And I'm pretty sure most girls go through that denial phase วลี

0:31

และฉันค่อนข้างแน่ใจว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องผ่านช่วงที่ไม่ยอมรับความจริงนั้น

วลี

go through that denial phase: ผ่านช่วงที่ไม่ยอมรับความจริงนั้น

Go through that denial phase หมายถึงการประสบช่วงเวลาที่ไม่อยากเชื่อหรือยอมรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ในที่นี้ go through หมายถึงการประสบหรือผ่านเหตุการณ์ ส่วน that ชี้กลับไปยังช่วงหนึ่งที่เข้าใจอยู่แล้วจากสถานการณ์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ go through a phase ซึ่งนำเสนอความรู้สึก พฤติกรรม หรือระยะพัฒนาการว่าเป็นสิ่งชั่วคราวและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go through: After moving to a new school, he ____ a quiet phase before making friends.

ดูคำตอบ

went through

where it's like roadkill.

0:33

มันเหมือนเห็นซากสัตว์ถูกรถชนบนถนน

It's like you hate it

0:34

คือคุณเกลียดภาพนั้น

but you can't look away. กริยาวลี

0:35

แต่ก็ละสายตาไม่ได้

กริยาวลี

can't look away: หยุดดูไม่ได้

ในประโยคนี้ can't look away หมายถึงผู้พูดรู้สึกว่าไม่สามารถหยุดดูหรือหันความสนใจไปที่อื่นได้ ส่วน look away มีความหมายตรงตัวว่าละสายตาจากบางสิ่ง can't ในที่นี้บอกถึงแรงดึงดูดทางจิตใจที่รุนแรง ไม่ใช่การที่ดวงตาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ทางกายภาพ วลีนี้มักสื่อถึงปฏิกิริยาที่ขัดแย้งกัน คือบางสิ่งไม่น่าพอใจหรือชวนให้ไม่สบายใจ แต่ก็ดึงดูดมากพอที่จะทำให้ดูต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษแบบย่อสามคำที่มี look away: The clip is unsettling, but I ____.

ดูคำตอบ

can't look away

So I was just like,

0:36

ฉันเลยได้แต่คิดว่า

"I'm dying.

0:38

“ฉันกำลังจะตาย

I am dying."

0:39

ฉันกำลังจะตาย”

What you may or may not realize ลำดับความ

0:41

สิ่งที่คุณอาจจะรู้หรือไม่รู้ก็คือ

is that every single time a woman has her period,

0:42

ทุกครั้งที่ผู้หญิงมีประจำเดือน

it's because her body was preparing to get pregnant and have a child.

0:45

นั่นเป็นเพราะร่างกายของเธอเตรียมพร้อมที่จะตั้งครรภ์และมีลูก

ลำดับความ

What you may or may not realize is that: กรอบสุภาพสำหรับนำเสนอข้อมูล

คำขึ้นต้น What you may or may not realize is that เลื่อนข้อเท็จจริงหลักไปไว้ข้างหลัง และนำเสนอว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่ควรให้ความสนใจ ในทางไวยากรณ์ what you may or may not realize ทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วน is เชื่อมประธานนี้กับอนุประโยค that ซึ่งบรรจุข้อเท็จจริงที่กำลังนำเสนอ may or may not จงใจเปิดไว้ทั้งสองความเป็นไปได้ว่าผู้ฟังอาจรู้ข้อเท็จจริงนั้นอยู่แล้วหรืออาจยังไม่รู้ จึงช่วยให้ผู้พูดอธิบายหรือแก้ไขความเข้าใจได้โดยไม่ต้องบอกตรง ๆ ว่าผู้ฟังไม่มีความรู้

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดเหมาะที่สุดสำหรับนำเสนอข้อเท็จจริงโดยไม่ทึกทักว่าผู้ฟังรู้อยู่แล้วหรือไม่?

  1. What you may or may not realize is that bees communicate through movement.
  2. What you may not realize is that bees communicate through movement.
  3. You do not realize that bees communicate through movement.
ดูคำตอบ

What you may or may not realize is that bees communicate through movement.

You know,

0:48

ก็รู้นะ

the act that perpetuates our entire species.

0:49

กระบวนการที่ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ดำรงต่อไปได้

Yes,

0:52

ใช่

every single month

0:52

ทุก ๆ เดือน

the female body goes through an incredibly complex

0:53

ร่างกายผู้หญิงจะผ่านการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อ

and fascinating transformation called the menstrual cycle. วัฒนธรรม

0:56

และน่าทึ่ง ซึ่งเรียกว่า “รอบเดือน”

วัฒนธรรม

menstrual cycle: กระบวนการทั้งหมดที่เกิดซ้ำเป็นรอบ

ในประโยคนี้ menstrual cycle หมายถึงลำดับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในระบบสืบพันธุ์ที่เกิดขึ้นซ้ำเป็นรอบ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การตกไข่ การหนาตัวและหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก และการมีประจำเดือน คำว่า cycle ในที่นี้เน้นว่าขั้นตอนเหล่านี้เกิดซ้ำตามรูปแบบหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเฉพาะวันที่มีเลือดประจำเดือนเท่านั้น เพราะ menstruation เป็นเพียงช่วงหนึ่งของ menstrual cycle

แบบฝึกหัด

คำใดหมายถึงกระบวนการทั้งหมดที่เกิดซ้ำและรวมการตกไข่ การเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุโพรงมดลูก และการมีเลือดประจำเดือน?

  1. menstruation
  2. the menstrual cycle
  3. ovulation
ดูคำตอบ

the menstrual cycle

It all starts in the ovaries,

0:59

ทุกอย่างเริ่มต้นที่รังไข่

which each contain over 100,000 eggs.

1:00

ซึ่งแต่ละข้างมีเซลล์ไข่มากกว่า 100,000 เซลล์

Once a month,

1:03

เดือนละครั้ง

one egg will release,

1:04

ไข่หนึ่งใบจะถูกปล่อยออกมา

which spends roughly three days making its way to the uterus. วลี

1:05

และใช้เวลาประมาณสามวันเดินทางไปยังมดลูก

วลี

make its way to: การเคลื่อนไปยังจุดหมาย

ในประโยคนี้ making its way to หมายถึงการเคลื่อนไปยังจุดหมาย its หมายถึงเซลล์ไข่ และจุดหมายคือมดลูก เนื่องจากประโยคบอกว่าการเดินทางนี้ใช้เวลาสามวัน สำนวนนี้จึงเน้นกระบวนการเคลื่อนที่ที่เกิดขึ้นตามเวลา มากกว่าช่วงขณะที่ไปถึงเพียงชั่วขณะเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ make + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + way + to + จุดหมาย คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I ใช้ my, she ใช้ her และสิ่งของใช้ its ในที่นี้ make ไม่ได้หมายถึงสร้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ make one's way to: After the concert, Maya slowly ____ the exit.

ดูคำตอบ

made her way to

And while it's making its way there,

1:08

ระหว่างที่ไข่กำลังเดินทางไป

the uterus begins to create a lining,

1:09

มดลูกก็เริ่มสร้างเยื่อบุ

which is rich in nutrients วลี

1:11

ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหาร

วลี

rich in nutrients: โครงสร้าง rich in + คำนาม

rich in nutrients หมายถึง “มีสารอาหารอยู่มาก” ในที่นี้ rich สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ไม่ได้หมายถึงความร่ำรวย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be rich in + คำนาม เช่น rich in vitamins, rich in minerals, rich in history หรือ rich in detail บุพบท in เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคำที่ใช้คู่กันตามธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “มีสารอาหารมาก”: This dark green vegetable is ____.

ดูคำตอบ

rich in nutrients

and everything essential to begin life.

1:12

และทุกสิ่งที่จำเป็นต่อการเริ่มต้นชีวิต

Under the right circumstances, วลี

1:14

หากสภาวะเหมาะสม

a sperm will fertilize the egg

1:16

อสุจิจะปฏิสนธิกับไข่

and begin pregnancy in the womb.

1:17

และเริ่มการตั้งครรภ์ในมดลูก

วลี

Under the right circumstances: การกำหนดเงื่อนไข

Under the right circumstances หมายถึง “เมื่อมีเงื่อนไขที่จำเป็นหรือเหมาะสม” ในที่นี้ under ใช้แนะนำเงื่อนไขเชิงนามธรรม ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ เมื่อวางไว้ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้จะกำหนดกรอบให้ข้อความทั้งหมดว่า ผลลัพธ์อาจเกิดขึ้นได้ แต่ต้องเป็นเมื่อเงื่อนไขเหล่านั้นครบถ้วนเท่านั้น วลีนี้ไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่ลงท้ายด้วย circumstances และหมายถึง “ถ้ามีเงื่อนไขที่จำเป็น”: ____, the seedlings will grow quickly.

ดูคำตอบ

Under the right circumstances

Before this, however, ลำดับความ

1:19

แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้น

female ovaries increase production of the hormones estrogen and progesterone,

1:20

รังไข่จะเพิ่มการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน

and these hormones promote and maintain the special lining of the uterus.

1:24

ฮอร์โมนเหล่านี้ช่วยสร้างและคงสภาพเยื่อบุโพรงมดลูกชั้นพิเศษ

ลำดับความ

Before this, however, สำหรับขั้นตอนก่อนหน้าที่มีความขัดแย้ง

“Before this” พาผู้อ่านย้อนกลับไปยังช่วงก่อน “this” ซึ่งในที่นี้หมายถึงการปฏิสนธิและการเริ่มตั้งครรภ์ จึงช่วยให้คำอธิบายกระบวนการเพิ่มขั้นตอนที่ต้องเกิดขึ้นก่อน “However” แสดงว่าขั้นตอนก่อนหน้านี้ขัดแย้งกับผลที่เพิ่งกล่าวถึง หรือช่วยจำกัดความของผลนั้น คำนี้วางหลังวลีบอกเวลาและคั่นด้วยจุลภาคเพื่อบอกความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิด ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวลีบอกเวลา

แบบฝึกหัด

คู่มือกล่าวก่อนว่า “The alarm sounds when smoke reaches the sensor.” แล้วเสริมว่า “Before this, however, the sensor checks the air.” ส่วนต้นของประโยคที่สองบอกอะไร?

  1. ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าเซ็นเซอร์ตรวจสอบอากาศหรือไม่
  2. เซ็นเซอร์ตรวจสอบอากาศหลังสัญญาณเตือนดัง โดยไม่มีการเปลี่ยนมุมมอง
  3. เซ็นเซอร์ตรวจสอบอากาศก่อน และขั้นตอนนี้ขัดแย้งกับการเน้นเรื่องสัญญาณเตือน
ดูคำตอบ

เซ็นเซอร์ตรวจสอบอากาศก่อน และขั้นตอนนี้ขัดแย้งกับการเน้นเรื่องสัญญาณเตือน

But the hormones also enter the bloodstream

1:27

แต่ฮอร์โมนเหล่านี้ยังเข้าสู่กระแสเลือด

and travel throughout the body,

1:30

และเดินทางไปทั่วร่างกาย

including your brain.

1:31

รวมถึงสมองของคุณด้วย

It's here that estrogen and progesterone

1:33

ที่สมองนี่เอง เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน

are thought to interfere with other chemical messengers in the brain ไวยากรณ์

1:35

เชื่อกันว่าจะไปรบกวนสารเคมีส่งสัญญาณชนิดอื่นในสมอง

called neurotransmitters.

1:37

ที่เรียกว่าสารสื่อประสาท

ไวยากรณ์

are thought to สำหรับความเห็นที่รายงานแต่ยังไม่แน่นอน

“Are thought to” เป็นโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ: be + thought + กริยารูป infinitive ที่มี to หมายความว่าผู้คนหรือนักวิจัยคิดว่าประธานทำบางสิ่ง ไม่ได้หมายความว่าประธานเป็นผู้คิดเอง โครงสร้างนี้นำเสนอข้อความในฐานะความเห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว จึงพบได้บ่อยในงานเขียนวิทยาศาสตร์และข่าวเมื่อหลักฐานหรือกลไกยังไม่แน่นอน กริยาหลัง to บอกการกระทำที่เชื่อกันว่าเกิดขึ้น: are thought to interfere

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำสามคำที่หมายถึง “โดยทั่วไปผู้คนคิดว่านี่เป็นเรื่องจริง แต่ยังไม่แน่นอน”: These chemicals ____ affect memory.

ดูคำตอบ

are thought to

And this can lead to the notorious premenstrual syndrome โน้ต

1:39

และนี่อาจนำไปสู่อาการก่อนมีประจำเดือนอันเลื่องชื่อ

or PMS in women.

1:42

หรือ PMS ในผู้หญิง

วลี

lead to + คำนามหรือรูป -ing

ในที่นี้ lead to หมายถึงทำให้เกิดหรือมีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์ ประธานเป็นสาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผล ส่วนวลีนามหลัง to เป็นผลลัพธ์ ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยวลีนามหรือรูป -ing เช่น lead to problems และ lead to feeling tired คำกริยาช่วย can แสดงว่าผลลัพธ์นั้นเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย lead และคำบุพบทที่จำเป็น: Poor drainage can ____ flooding after heavy rain.

ดูคำตอบ

lead to

วัฒนธรรม

premenstrual syndrome หรือ PMS

Premenstrual syndrome เป็นศัพท์สุขภาพที่หมายถึงกลุ่มอาการทางร่างกายและอารมณ์ที่เกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน PMS เป็นอักษรย่อที่มาจากตัวอักษรแรกของ premenstrual syndrome และไม่ได้หมายถึงการมีประจำเดือนหรือช่วงที่มีประจำเดือนเอง ในที่นี้ or ใช้แนะนำ PMS ว่าเป็นอีกชื่อหนึ่งของคำเต็ม โครงสร้าง “คำเต็ม + or + คำย่อ” มักใช้เมื่อผู้พูดแนะนำชื่อแบบย่อเป็นครั้งแรก

แบบฝึกหัด

ในบทความสุขภาพ PMS หมายถึงอะไร?

  1. กลุ่มอาการทางร่างกายและอารมณ์ที่เกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน
  2. โรคใด ๆ ที่ส่งผลต่อผู้หญิง
  3. การมีเลือดประจำเดือนเอง
ดูคำตอบ

กลุ่มอาการทางร่างกายและอารมณ์ที่เกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน

More like period

1:44

น่าจะเรียกว่าประจำเดือน

my sucks.

1:46

สุดห่วยมากกว่า

Science.

1:49

วิทยาศาสตร์

So there's a whole bunch of chemicals in my brain,

1:51

แปลว่าในสมองฉันมีสารเคมีอยู่เต็มไปหมด

and they're all out of whack, สำนวน

1:52

และทุกอย่างก็เสียสมดุล

messing with my mind every single month.

1:54

คอยปั่นหัวฉันทุกเดือน

สำนวน

สำนวน out of whack

out of whack เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงการไม่ได้อยู่ในสภาพปกติ สมดุล หรือประสานกันอย่างเหมาะสม ในประโยคนี้หมายถึงสารเคมีในสมองรู้สึกแปรปรวนหรือไม่สอดคล้องกัน ไม่ได้หมายความว่ามีอะไรถูกตีจริง ๆ สำนวนนี้จงใจให้ความหมายกว้าง โดยบรรยายปัญหาที่รู้สึกได้โดยไม่ระบุสาเหตุหรือภาวะทางการแพทย์อย่างแม่นยำ และยังใช้กับระบบที่ส่วนประกอบ จังหวะเวลา หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ทำงานร่วมกันไม่เป็นปกติได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ไม่ได้อยู่ในสภาพปกติและประสานกัน” ลงในประโยค: After the update, the audio and video timing was ____.

ดูคำตอบ

out of whack

I mean,

1:57

ฉันหมายถึง

science is messing with my conscious.

1:58

วิทยาศาสตร์กำลังเล่นงานสติของฉัน

I'm irritable and anxious,

2:00

ฉันหงุดหงิดและวิตกกังวล

and I haven't even started my period yet. ไวยากรณ์

2:01

ทั้งที่ประจำเดือนยังไม่มาเลยด้วยซ้ำ

ไวยากรณ์

โครงสร้าง haven't even started ... yet

โครงสร้าง haven't/hasn't + even + กริยาช่องสาม + ... + yet ใช้ present perfect เพื่อบอกว่าเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดยังไม่เคยเกิดขึ้นเลยจนถึงตอนนี้ โดยปกติ yet อยู่ท้ายอนุประโยคปฏิเสธ ส่วน even อยู่หน้ากริยาช่องสามเพื่อเพิ่มความประหลาดใจหรือการเน้นย้ำ ในประโยคนี้ อาการต่าง ๆ เกิดขึ้นแล้วทั้งที่ประจำเดือนยังไม่เริ่ม โครงสร้างนี้แสดงสิ่งที่ผิดจากความคาดหมาย คือเหตุการณ์ที่ควรเกิดภายหลังยังค้างอยู่ แต่สภาวะที่เกี่ยวข้องกลับเกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ปฏิเสธของ start พร้อมวาง even และ yet ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: The guests arrive in ten minutes, and I ____ dinner ____.

ดูคำตอบ

haven't even started · yet

Which brings up an important point. ลำดับความ

2:03

ซึ่งนำไปสู่ประเด็นสำคัญ

ลำดับความ

Which brings up an important point ในฐานะวลีเชื่อมความ

Which อ้างกลับไปถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวมา ไม่ได้ชี้ไปที่คำนามเพียงคำเดียว อนุประโยคนี้ทำให้สถานการณ์นั้นเป็นเหตุผลที่ต้องหันมาสนใจประเด็นสำคัญในตอนนี้ ในฐานะวลีเชื่อมแบบภาษาพูด Which brings up an important point พาผู้ฟังจากตัวอย่าง ปฏิกิริยา หรือรายละเอียดข้างเคียง ไปสู่ใจความสำคัญที่ผู้พูดต้องการกล่าวต่อ การขึ้นประโยคใหม่ด้วย Which ทำให้ยังเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป

แบบฝึกหัด

Which brings up an important point ทำหน้าที่อะไรในข้อความนี้

  1. แก้ไวยากรณ์ของประโยคก่อนหน้า
  2. เชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้ากับประเด็นสำคัญที่จะกล่าวต่อ
  3. จบหัวข้อโดยไม่พูดต่อ
ดูคำตอบ

เชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้ากับประเด็นสำคัญที่จะกล่าวต่อ

PMS is not the same thing as your period, ไวยากรณ์

2:04

PMS ไม่ใช่สิ่งเดียวกับการมีประจำเดือน

which is perhaps one of the biggest myths out there.

2:07

และนี่อาจเป็นหนึ่งในความเข้าใจผิดที่แพร่หลายที่สุด

ไวยากรณ์

not the same thing as: ปฏิเสธว่าสองสิ่งเท่าเทียมกัน

ใน not the same thing as คำว่า not ปฏิเสธการเปรียบว่าสองสิ่งเป็นสิ่งเดียวกัน และ as ใช้นำสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is not the same thing as Y วลีนี้บอกอย่างชัดเจนว่าไม่ควรมองแนวคิดหรือประสบการณ์สองอย่างว่าเท่าเทียมกัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแก้ความเข้าใจผิดที่ว่า PMS กับประจำเดือนเป็นสิ่งเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำจากบทเรียนที่ใช้ปฏิเสธว่าสองสิ่งเท่าเทียมกัน: A refund is ____ store credit.

ดูคำตอบ

not the same thing as

It actually happens 7 to 14 days

2:10

จริง ๆ แล้ว PMS จะเกิดขึ้นล่วงหน้า 7 ถึง 14 วัน

before a girl even shows signs of bleeding. วลี

2:12

ก่อนที่ผู้หญิงจะมีสัญญาณเลือดออกเสียอีก

วลี

show signs of + คำนามหรือรูป -ing

ในประโยคนี้ shows signs of bleeding หมายถึงสัญญาณของเลือดประจำเดือนที่สังเกตได้เริ่มปรากฏให้เห็น โดย signs ในที่นี้หมายถึง “สัญญาณ” หรือ “หลักฐานบ่งชี้” ไม่ใช่ป้าย สัญลักษณ์ หรือท่าทาง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ show signs of + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกว่าบุคคล สถานการณ์ หรือสิ่งหนึ่งแสดงหลักฐานของภาวะหรือกระบวนการที่กำลังพัฒนา โดยมักใช้ก่อนที่ภาวะนั้นจะได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “แสดงสัญญาณที่สังเกตได้ของ” The laptop is beginning to ____ overheating, including a hot case and sudden shutdowns.

ดูคำตอบ

show signs of

This is because estrogen and progesterone levels peak

2:15

นั่นเป็นเพราะระดับเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนขึ้นถึงจุดสูงสุด

during the creation of the uterine lining.

2:17

ระหว่างการสร้างเยื่อบุมดลูก

Roughly 50 to 80% of women have experienced

2:19

ผู้หญิงประมาณ 50 ถึง 80% เคยมี

some degree of physical or psychological PMS symptoms. วลี

2:22

อาการ PMS ทางกายหรือทางจิตใจในระดับใดระดับหนึ่ง

วลี

some degree of สำหรับระดับที่มีอยู่จริงแต่ไม่ระบุแน่ชัด

ในประโยคนี้ some degree of ทำให้ข้อความตั้งใจไม่เป็นการเหมารวมเด็ดขาด กล่าวคือ ผู้หญิงเหล่านี้เคยมีอาการ PMS ในระดับหนึ่ง แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าทุกคนมีจำนวนหรือความรุนแรงของอาการเท่ากัน รูปแบบ some degree of + คำนาม ใช้บอกว่าระดับนั้นมากกว่าศูนย์ แต่ยังไม่ระบุความเข้มข้นที่แน่นอน เหมาะสำหรับการกล่าวอย่างระมัดระวังเมื่อภาวะหนึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละคนหรือแต่ละกรณี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายแบบระมัดระวังที่ตรงตัวและหมายถึง “ระดับที่มีอยู่จริงแต่ไม่ได้ระบุแน่ชัดของ” The review found ____ uncertainty in every estimate, but it did not claim that the uncertainty was high.

ดูคำตอบ

some degree of

But many aren't even aware that PMS

2:25

แต่หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า PMS

can occur so much earlier than the period ไวยากรณ์

2:27

สามารถเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือนได้ตั้งนาน

ไวยากรณ์

so much earlier than: เน้นความแตกต่างของเวลาที่มาก

ใน so much earlier than คำว่า earlier ใช้เปรียบเทียบเวลาสองช่วง และ than ใช้นำจุดอ้างอิงที่เกิดภายหลัง ซึ่งในที่นี้คือช่วงที่ประจำเดือนมา much ขยายคำขั้นกว่า earlier และ so ขยาย much อีกชั้น ทำให้เข้าใจว่าระยะเวลาต่างกันมากเกินคาด ใช้ so much + คำขั้นกว่า + than เพื่อเน้นความแตกต่างที่มาก และไม่ใช้ very earlier

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นได้อย่างถูกต้องว่าอาการเริ่มเร็วกว่าที่คาดไว้มาก?

  1. The symptoms started so much earlier than I expected.
  2. The symptoms started so much early than I expected.
  3. The symptoms started very earlier than I expected.
ดูคำตอบ

The symptoms started so much earlier than I expected.

as contemporary culture perpetuates the myth วลี

2:29

เพราะวัฒนธรรมร่วมสมัยยังคงตอกย้ำความเชื่อผิด ๆ

that it's menstruation or the period itself ไวยากรณ์

2:31

ว่าการมีประจำเดือนหรือตัวประจำเดือนเอง

that causes these hormonal changes.

2:33

เป็นสิ่งที่ทำให้ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

วลี

perpetuates the myth that: ทำให้ความเชื่อผิดยังคงอยู่

Perpetuates the myth that หมายถึง “ทำให้ความคิดผิด ๆ ที่คนจำนวนมากเชื่อยังคงอยู่ต่อไป” ในที่นี้ that นำเนื้อหาของความเชื่อผิดนั้น ซึ่งก็คือประจำเดือนเองทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน perpetuate เน้นการทำให้สิ่งที่มีอยู่แล้วดำเนินและแพร่ต่อไป ไม่ได้เน้นการสร้างขึ้นใหม่ ส่วน myth ในความหมายนี้คือความเข้าใจผิดที่พบได้ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องหมายถึงตำนานดั้งเดิม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าโฆษณาที่ปรากฏซ้ำ ๆ ทำให้ความเชื่อผิดที่มีอยู่แล้วยังคงอยู่ต่อไป?

  1. The advertising creates the myth that expensive products always work better.
  2. The advertising debunks the myth that expensive products always work better.
  3. The advertising perpetuates the myth that expensive products always work better.
ดูคำตอบ

The advertising perpetuates the myth that expensive products always work better.

ไวยากรณ์

It's ... that ...: เน้นสาเหตุ

โครงสร้าง it is/was + ส่วนที่ต้องการเน้น + that + อนุประโยค เป็นประโยคแยกเพื่อเน้นความหมาย ในที่นี้ menstruation or the period itself ถูกเน้นเป็นพิเศษว่าเป็นสาเหตุที่ถูกกล่าวอ้างของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แทนที่จะบอกสาเหตุอย่างเป็นกลาง เนื่องจากประโยคเน้นนี้อยู่ภายในวลี the myth that ผู้พูดจึงกำลังถ่ายทอดแนวคิดที่ผิดซึ่งวัฒนธรรมร่วมสมัยเผยแพร่ การเน้นดังกล่าวระบุเนื้อหาของความเชื่อผิด ๆ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดยอมรับความสัมพันธ์เชิงเหตุผลนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเน้น it was ... that ... เพื่อแก้ไขว่าอะไรเป็นสาเหตุของความล่าช้า?

  1. It was a server error that caused the delay.
  2. A server error caused the delay.
  3. It was clear that a server error caused the delay.
ดูคำตอบ

It was a server error that caused the delay.

PMS can manifest itself as psychological symptoms การใช้คำ

2:35

PMS อาจแสดงออกมาเป็นอาการทางจิตใจ

such as mood changes,

2:38

เช่น อารมณ์แปรปรวน

การใช้คำ

Manifest Itself As: ปรากฏในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

Manifest itself as หมายถึงปรากฏให้เห็นหรือรับรู้ได้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ในประโยคนี้ PMS คือภาวะพื้นฐาน ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เป็นตัวอย่างของอาการทางจิตใจที่ภาวะนี้แสดงออกมา สรรพนามสะท้อนกลับอ้างกลับไปยังประธาน โดยประธานเอกพจน์ที่ไม่ใช่บุคคลใช้ itself หลังคำกริยาช่วย can คำว่า manifest คงรูปเดิมไว้ จึงได้โครงสร้าง can manifest itself as

แบบฝึกหัด

เติมประโยคในรายงานด้วยสำนวนทางการที่หมายถึง “ปรากฏให้เห็นในรูปของ”: The software fault ____ repeated login failures.

ดูคำตอบ

manifested itself as

I hate you so much

2:39

ฉันเกลียดเธอมาก

but you're kind of cute at the same time.

2:40

แต่ขณะเดียวกันเธอก็น่ารักอยู่นะ

But I want to kill you.

2:42

แต่ฉันก็อยากฆ่าเธอ

anger, crying, and irritability.

2:44

รวมถึงความโกรธ การร้องไห้ และความหงุดหงิด

It's fine. น้ำเสียง/เจตนา

2:51

ไม่เป็นไร

It's fine.

2:51

ไม่เป็นไร

It's fine.

2:51

ไม่เป็นไร

น้ำเสียง/เจตนา

สัญญาณทางอารมณ์จากการพูด It's fine ซ้ำ

เมื่อพูดเดี่ยว ๆ It's fine อาจเป็นการบอกอย่างจริงใจว่าไม่มีปัญหา แต่ในที่นี้ การพูดประโยคเต็มซ้ำสามครั้งฟังเหมือนย้ำมากเกินไป ผู้พูดพยายามยืนยันว่าทุกอย่างเรียบร้อยมากจนการพูดซ้ำกลับสื่อถึงความหงุดหงิดหรือความเครียดที่เก็บกดไว้ รวมทั้งอาจเป็นการประชด แม้ถ้อยคำจะมีความหมายเชิงบวก แต่การพูดซ้ำ น้ำเสียง และบริบททางอารมณ์อาจทำให้เจตนากลับเป็นตรงกันข้าม ให้ถือการพูดซ้ำเป็นเบาะแส ไม่ใช่หลักฐานตายตัว เพราะประโยคเดียวกันที่พูดครั้งเดียวด้วยน้ำเสียงสงบอาจจริงใจอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าการตีความนี้สมเหตุสมผลหรือไม่: หลังจากถูกถามสามครั้งว่าอารมณ์เสียหรือเปล่า Mia พูดว่า It's fine. It's fine. It's fine. ด้วยน้ำเสียงตึงเครียดและหงุดหงิด การพูดซ้ำอาจบอกว่าเธอไม่ได้รู้สึกดีจริง ๆ

  1. ไม่สมเหตุสมผล
  2. สมเหตุสมผล
ดูคำตอบ

สมเหตุสมผล

It's fine.

2:52

ไม่เป็นไร

It's fine.

2:52

ไม่เป็นไร

It's fine.

2:53

ไม่เป็นไร

It's fine.

2:53

ไม่เป็นไร

It's fine.

2:54

ไม่เป็นไร

It's fine.

2:54

ไม่เป็นไร

Or as physical symptoms such as upset stomach,

2:55

หรือเป็นอาการทางกาย เช่น ท้องไส้ปั่นป่วน

difficulty sleeping, ไวยากรณ์

2:58

นอนหลับยาก

and even nausea.

3:00

และแม้กระทั่งคลื่นไส้

ไวยากรณ์

difficulty sleeping: difficulty + รูป -ing

ใน difficulty sleeping คำว่า difficulty หมายถึงการมีปัญหาในการทำบางสิ่ง และ sleeping คือรูป -ing ที่ระบุกิจกรรมที่ทำได้ยาก ในรายการอาการนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงหลับยากหรือนอนหลับได้ไม่ดี รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ difficulty + -ing เช่น have difficulty concentrating และ difficulty breathing นอกจากนี้ยังพูดว่า have difficulty in doing something ได้ แต่การใช้ -ing ต่อโดยตรงมักกระชับกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ difficulty + รูป -ing ของ concentrate: I have ____ when the room is noisy.

ดูคำตอบ

difficulty concentrating

One woman's PMS is not like the other,

3:03

อาการ PMS ของผู้หญิงแต่ละคนไม่เหมือนกัน

which is why health professionals have trouble โน้ต

3:05

นั่นจึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพประสบปัญหา

finding a clear understanding of how it all works.

3:07

ในการทำความเข้าใจอย่างชัดเจนว่าทั้งหมดนี้ทำงานอย่างไร

ลำดับความ

which is why: เชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้ากับผลที่ตามมา

ในประโยคนี้ which อ้างกลับไปถึงแนวคิดก่อนหน้าทั้งหมด นั่นคือ PMS ของผู้หญิงคนหนึ่งไม่เหมือนของอีกคนหนึ่ง ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่าง the other ในรูปแบบ X, which is why Y นั้น X คือเหตุผล และ Y คือผลที่ตามมา รูปแบบนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยเคลื่อนจากสถานการณ์ที่กล่าวไว้แล้วไปสู่ผลของสถานการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคด้านล่าง which ใน which is why อ้างกลับไปถึงอะไร? One woman's PMS is not like the other, which is why health professionals have trouble finding a clear understanding of how it all works.

  1. เฉพาะคำว่า the other
  2. ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
  3. แนวคิดทั้งหมดที่ว่า PMS แตกต่างกันไปในผู้หญิงแต่ละคน
ดูคำตอบ

แนวคิดทั้งหมดที่ว่า PMS แตกต่างกันไปในผู้หญิงแต่ละคน

ไวยากรณ์

have trouble finding: รูปแบบ have trouble + verb-ing

have trouble finding หมายถึงการหาบางสิ่งเป็นเรื่องยาก ในโครงสร้างนี้ trouble บอกถึงความยาก และ finding ระบุการกระทำที่ทำได้ยาก รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ subject + have/has/had trouble + verb-ing รูปของ have เปลี่ยนตามประธานหรือเวลา ส่วนคำกริยาที่บอกการกระทำยังคงอยู่ในรูป -ing

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ read เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Without her glasses, Maya has trouble ____ the small print.

ดูคำตอบ

reading

Other physical changes take place as well. กริยาวลี

3:09

ยังมีการเปลี่ยนแปลงทางกายอื่น ๆ เกิดขึ้นอีก

กริยาวลี

take place ในความหมายว่า “เกิดขึ้น”

take place เป็นวลีกริยาอกรรม หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “อุบัติขึ้น” ในประโยคนี้วลีดังกล่าวบอกว่าการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอื่น ๆ ก็เกิดขึ้นด้วย ส่วน place เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัวและไม่ได้หมายถึงสถานที่ เหตุการณ์ กระบวนการ หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะเป็นประธานทางไวยากรณ์ เช่น Changes take place

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “เกิดขึ้น” และมีระดับภาษากลางถึงค่อนข้างเป็นทางการ: “The annual safety inspection will ____ next Monday.”

ดูคำตอบ

take place

The amygdala in the brain,

3:11

อะมิกดะลาในสมอง

which controls emotion,

3:13

ซึ่งควบคุมอารมณ์

increases its activity.

3:14

จะทำงานมากขึ้น

We also see lower levels of the feel-good chemical serotonin การใช้คำ

3:15

เรายังพบว่าเซโรโทนิน สารเคมีที่ทำให้รู้สึกดี มีระดับลดลง

การใช้คำ

feel-good ใน feel-good chemical

ใน feel-good chemical คำว่า feel-good เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่เชื่อมด้วยยัติภังค์และขยาย chemical เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการและเข้าใจง่ายว่า “เกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่ดี” ในที่นี้คำดังกล่าวช่วยแนะนำเซโรโทนินด้วยภาษาทั่วไป ไม่ใช่คำนิยามทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ และไม่ได้หมายความว่าเซโรโทนินมีหน้าที่เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

feel-good ทำหน้าที่อะไรในวลี feel-good chemical?

  1. คำนี้บอกว่าตัวสารเคมีเองรับรู้ความรู้สึกหนึ่ง
  2. คำนี้เชื่อมโยงสารเคมีกับความรู้สึกที่ดีแบบไม่เป็นทางการ
  3. คำนี้ให้คำนิยามทางวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์ของสารเคมี
ดูคำตอบ

คำนี้เชื่อมโยงสารเคมีกับความรู้สึกที่ดีแบบไม่เป็นทางการ

and the neurotransmitter GABA,

3:19

รวมถึงสารสื่อประสาท GABA

which has anti-anxiety effects,

3:20

ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดความวิตกกังวล

meaning stress and anxiety run high. สำนวน

3:22

นั่นหมายความว่าความเครียดและความกังวลจะพุ่งสูง

สำนวน

run high: อยู่ในระดับที่รุนแรงมาก

ใน “stress and anxiety run high” คำว่า run high หมายถึงความเครียดและความวิตกกังวลอยู่ในระดับที่รุนแรงมาก คำว่า run ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวทางร่างกาย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ [สภาวะนามธรรม] + run high โดยผันกริยาให้สอดคล้องกับประธานตามปกติ เช่น emotions run high แต่ tension runs high โดยมากสำนวนนี้นำเสนอสภาวะที่สูงขึ้นอยู่แล้ว แทนที่จะเน้นช่วงเวลาที่สภาวะนั้นเพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่แปลว่า “อยู่ในระดับที่รุนแรงมาก”: During heated negotiations, tempers often ____.

ดูคำตอบ

run high

Oh, okay.

3:24

อ๋อ โอเค

So you're wondering why I feel this way

3:25

แล้วคุณสงสัยว่าทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนี้

when all this stuff is happening in my body?

3:26

ในเมื่อมีเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในร่างกายฉันเหรอ?

Because I can become a hot mess สำนวน

3:28

ก็เพราะฉันอาจมีสภาพเละเทะสุด ๆ

and I cannot control it.

3:30

และควบคุมตัวเองไม่ได้

สำนวน

a hot mess: คำไม่เป็นทางการสำหรับสภาพยุ่งเหยิง

ในประโยคนี้ a hot mess เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกคนซึ่งดูยุ่งเหยิงอย่างเห็นได้ชัด มีอารมณ์ท่วมท้น หรือไม่สามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ได้ สำนวนนี้ไม่เกี่ยวกับความร้อนตามตัวอักษร ผู้พูดใช้ become a hot mess เป็นการล้อเลียนตัวเองแบบเกินจริง รูปแบบ be/become + a hot mess ยังใช้บรรยายสถานการณ์หรือสิ่งของที่ยุ่งเหยิงมากได้ด้วย แต่จะมีการประเมินเชิงลบอย่างแรงเสมอ

แบบฝึกหัด

การใช้นี้เหมาะกับบริบทที่ระบุหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญทางคลินิกเขียนในรายงานทางการแพทย์ที่เป็นทางการว่า “The patient is a hot mess.”

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

It's like I want to make out with you กริยาวลี

3:32

เหมือนฉันอยากจูบกับเธอ

but I also don't want you to touch me.

3:33

แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้เธอแตะตัวฉัน

กริยาวลี

make out with someone: จูบกันอย่างใกล้ชิด

ในประโยคนี้ make out with you หมายถึงจูบคุณในแบบโรแมนติกและใกล้ชิด โดยมักจูบต่อเนื่องสักพักหรืออย่างเร่าร้อน ความหมายนี้ไม่สามารถเดาได้จากการแปล make และ out แยกกัน รูปแบบคือ make out with + คน ผู้พูดนำความรู้สึกว่าอยากจูบมาไว้คู่กับความรู้สึกว่าไม่อยากถูกแตะตัว เพื่อจงใจแสดงอารมณ์ที่ขัดแย้งกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค "At the end of the film, Mia does not want to make out with Alex," ข้อความ "make out with Alex" หมายถึงอะไร

  1. จำ Alex ได้จากระยะไกล
  2. บรรยายว่า Alex เป็นคนอีกแบบหนึ่ง
  3. จูบ Alex ในแบบโรแมนติกและใกล้ชิด
ดูคำตอบ

จูบ Alex ในแบบโรแมนติกและใกล้ชิด

Because like you're good looking and stuff การใช้คำ

3:35

เพราะแบบว่า เธอก็หน้าตาดีอะไรทำนองนั้น

การใช้คำ

and stuff: ปล่อยรายการแบบสบาย ๆ ไว้โดยไม่กล่าวให้ครบ

And stuff ใช้ปิดท้ายรายการที่เป็นกันเองและยังกล่าวไม่ครบ โดยบอกให้ผู้ฟังนึกถึงสิ่งอื่นที่คล้ายกันเอง แทนที่จะคาดหวังให้ระบุทุกรายการ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้เหตุผลฟังดูจงใจคลุมเครือและเป็นภาษาสนทนา คืออีกฝ่ายดูดีและมีคุณสมบัติที่น่าสนใจอื่น ๆ ซึ่งผู้พูดไม่ได้บอกรายละเอียด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนแบบสบาย ๆ ที่หมายถึง “และสิ่งอื่นที่คล้ายกัน”: We talked about games, music, ____.

ดูคำตอบ

and stuff

but I also hate you

3:36

แต่ฉันก็เกลียดเธอด้วย

and I want lots of chocolate.

3:38

และฉันอยากกินช็อกโกแลตเยอะ ๆ

And here I am thinking maybe I'm just having a bad day ลำดับความ

3:40

แล้วฉันก็นึกว่าตัวเองอาจแค่เจอวันแย่ ๆ

ลำดับความ

here I am thinking ในฐานะกรอบการเล่าเรื่องแบบมองย้อนกลับ

ในประโยคนี้ here I am thinking เป็นกรอบการเล่าเรื่องที่ทำให้เห็นภาพชัด ผู้พูดถอยออกมามองและนำเสนอความคิดที่ตนมีในตอนนั้น นั่นคือเธออาจแค่กำลังเจอวันที่แย่ Here ในที่นี้ชี้ถึงตำแหน่งของเธอในสถานการณ์ที่กำลังดำเนินไป ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่จริง กรอบนี้มักปูทางไปสู่ความเข้าใจเมื่อมองย้อนกลับไปหรือจุดพลิกผัน โดยทำให้ผู้ฟังจำข้อสันนิษฐานเดิมไว้และคาดว่าข้อมูลถัดไปอาจแก้ไขข้อสันนิษฐานนั้น จึงเหมาะสำหรับเล่าเรื่องความเข้าใจผิดหรือช่วงเวลาที่เพิ่งตระหนักบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบการเล่าเรื่องจากบทเรียน: The lights flicker, and ____ it's just an old bulb; then the whole building goes dark.

ดูคำตอบ

here I am thinking

or I'm being crazy ไวยากรณ์

3:42

หรือไม่ก็บ้าไปแล้ว

because it's not happening at the same time as my period.

3:42

เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับตอนมีประจำเดือน

ไวยากรณ์

I'm being crazy: be being + คำคุณศัพท์สำหรับพฤติกรรมชั่วคราว

Be being + คำคุณศัพท์ นำเสนอคำคุณศัพท์นั้นในฐานะพฤติกรรมปัจจุบันหรือวิธีปฏิบัติตัวชั่วคราวของคนคนหนึ่ง ไม่ใช่ตัวตนหรือลักษณะที่คงที่ ใน I'm being crazy ผู้พูดกำลังตำหนิวิธีคิดหรือวิธีตอบสนองของตนเองในขณะนั้น รูปแบบนี้เป็นธรรมชาติที่สุดเมื่อใช้กับคำคุณศัพท์ที่บรรยายพฤติกรรมได้ เช่น rude, selfish, unreasonable หรือ silly ไม่ใช่รูปกาลต่อเนื่องที่ใช้ได้กับคำคุณศัพท์ทุกคำ โดยปกติ I'm being tall ใช้ไม่ได้ เพราะ tall ไม่ใช่พฤติกรรม

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่แสดงพฤติกรรมชั่วคราวของ rude: Leo is usually polite, but today he ____ to everyone.

ดูคำตอบ

is being rude

But no, that could have just been PMS. ไวยากรณ์

3:45

แต่ไม่ใช่เลย นั่นอาจเป็นแค่ PMS

ไวยากรณ์

could have just been: การเสนอคำอธิบายเกี่ยวกับอดีตแบบไม่ฟันธง

Could have been ใช้เสนอคำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้เกี่ยวกับสถานการณ์ในอดีต โดยไม่ได้ยืนยันว่าเป็นความจริง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังทบทวนอารมณ์ก่อนหน้านั้นและเสนอว่าอาการก่อนมีประจำเดือนอาจเป็นสาเหตุ Just หมายถึง “แค่” หรือ “เพียง” ดังนั้น could have just been PMS จึงทำให้คำอธิบายดูจำกัดและไม่รุนแรงมากนัก การใช้แบบนี้แสดงความไม่แน่ใจเกี่ยวกับสาเหตุในอดีต ไม่ได้หมายความว่ามีโอกาสแต่ปล่อยให้พลาดไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ could have + just + be: We are not certain why the alarm sounded; it ____ a sensor error.

ดูคำตอบ

could have just been

But when menstruation or the period begins,

3:47

แต่เมื่อเริ่มมีประจำเดือน

these hormone levels drop sharply.

3:49

ระดับฮอร์โมนเหล่านี้จะลดฮวบ

After no fertilization occurs,

3:51

เมื่อไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น

estrogen and progesterone levels drop

3:53

ระดับเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดลง

and the body realizes it just ain't happening. การใช้คำ

3:54

และร่างกายก็ตระหนักว่าคราวนี้ไม่เกิดการตั้งครรภ์แน่

การใช้คำ

just ain't happening: การปฏิเสธที่ไม่เป็นทางการอย่างมาก

ในประโยคนี้ it หมายถึงการปฏิสนธิและการตั้งครรภ์ในรอบเดือนปัจจุบัน Just ain't happening หมายถึง “ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ๆ” หรือ “จะไม่เกิดขึ้นแล้ว” ประโยคนี้ทำให้ร่างกายดูเหมือนมนุษย์ที่รับรู้ผลลัพธ์นั้นได้ Ain't เป็นรูปปฏิเสธที่ไม่เป็นทางการอย่างมากและไม่ใช่รูปมาตรฐาน ใน it ain't happening คำนี้ใช้แทน isn't วลีนี้บอกผลลัพธ์เชิงปฏิเสธ ไม่ได้แสดงความไม่แน่ใจว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในรายงานวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนที่เป็นทางการ การเขียนว่า “The reaction ain't happening at this temperature.” เป็นสิ่งที่เหมาะสม

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

As a result, ลำดับความ

3:57

ผลก็คือ

it begins to literally shed the layer

3:57

ร่างกายจะเริ่มลอกชั้นเยื่อบุนั้นออกจริง ๆ

it had created for a potential fetus. ไวยากรณ์

3:59

ซึ่งเป็นชั้นที่สร้างไว้สำหรับทารกในครรภ์ที่อาจเกิดขึ้น

ลำดับความ

การใช้ As a result, เพื่อเกริ่นผลลัพธ์

As a result เป็นคำเชื่อมที่บอกผลลัพธ์ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเชื่อมการไม่เกิดการปฏิสนธิและการลดลงของระดับฮอร์โมนที่กล่าวไว้ก่อนหน้าเข้ากับการหลุดลอกที่เกิดตามมา จึงเป็นการเกริ่นผลลัพธ์ ไม่ใช่สาเหตุอีกข้อหนึ่ง เมื่ออยู่ต้นประโยค คำนี้ช่วยจัดลำดับเหตุและผล โดยข้อมูลก่อนหน้าให้สาเหตุ ส่วนอนุประโยคที่ตามมาให้ผลลัพธ์ ในตำแหน่งนี้โดยปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคต่อท้ายคำดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่สองด้วยคำเชื่อมบอกผลลัพธ์จากบทเรียน: The river rose above the bridge. ____, the road was closed.

ดูคำตอบ

As a result

ไวยากรณ์

had created เพื่อระบุการกระทำที่เกิดก่อน

Had created เป็น past perfect มีโครงสร้าง had + กริยาช่องสาม created จากจุดอ้างอิงที่เกิดภายหลังตอนเริ่มมีการหลุดลอก รูปนี้ย้อนกลับไปบอกว่าการสร้างชั้นดังกล่าวเสร็จสิ้นก่อนหน้านั้น Past perfect บอกลำดับเวลาแบบสัมพัทธ์ ไม่ได้หมายถึงเวลาที่นานมาแล้ว รูปนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการทำให้ชัดว่าสองขั้นตอนใดเกิดก่อน เมื่อเห็นลำดับชัดเจนแล้ว simple past ก็อาจเพียงพอ

แบบฝึกหัด

เติมรูป past perfect ของ create: By the time the designer presented the model, she ____ three earlier versions.

ดูคำตอบ

had created

And this shedding of the membrane and mucus

4:01

และเยื่อกับมูกที่หลุดลอกออกมานี้

has nowhere to go ไวยากรณ์

4:03

ไม่มีทางไปไหน

but out,

4:05

นอกจากออกจากร่างกาย

which of course has its pitfalls as well. สำนวน

4:06

ซึ่งแน่นอนว่าก็มีข้อเสียของมันเหมือนกัน

ไวยากรณ์

Has Nowhere to Go but Out: จุดหมายเดียวที่เหลืออยู่

ใน has nowhere to go but out คำว่า nowhere แสดงว่าไม่มีจุดหมายอื่นให้เลือก โครงสร้าง have nowhere to go but + จุดหมาย หมายความว่าจุดหมายนั้นเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ but ในที่นี้หมายถึง “นอกจาก” ไม่ใช่ “แต่” ดังนั้นวลีนี้จึงแสดงว่า out เป็นทิศทางเดียวที่เป็นไปได้ ในบริบทอื่น หลัง but อาจเป็นสถานที่หรือทิศทาง เช่น nowhere to go but home

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง nowhere ... but: With every nearby hotel full, we had ____ home.

ดูคำตอบ

nowhere to go but

สำนวน

Has Its Pitfalls: การเตือนเรื่องข้อเสียอย่างพอประมาณ

ใน has its pitfalls คำว่า pitfalls ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงข้อเสีย ความยากที่ซ่อนอยู่ หรือความเสี่ยงในกระบวนการหรือทางเลือก ไม่ได้หมายถึงหลุมหรือกับดักจริง ๆ ส่วน its ย้อนกลับไปอ้างถึงสิ่งที่เพิ่งกล่าวมา วลีนี้มักใช้เติมข้อสังเกตด้านลบอย่างพอประมาณลงในการพูดที่เป็นกลางหรือเป็นบวก การบอกว่าสิ่งหนึ่ง has its pitfalls แสดงว่าสิ่งนั้นอาจก่อปัญหาได้ แต่ไม่ได้ตัดสินว่าสิ่งนั้นแย่ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “มีข้อเสียที่อาจเกิดขึ้นในตัวเอง”: Working entirely from home ____, especially for new employees.

ดูคำตอบ

has its pitfalls

But this is when the really fun part starts

4:08

แต่นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของส่วนที่สนุกจริง ๆ

because although there's not the same amount of hormones

4:10

เพราะถึงแม้จะไม่มีฮอร์โมนปริมาณเท่าเดิม

raging around in my brain,

4:12

อาละวาดอยู่ในสมองฉัน

now I get to push an unused membrane, น้ำเสียง/เจตนา

4:14

ตอนนี้ฉันต้องขับเยื่อที่ไม่ได้ใช้ออกมา

mucus, and blood out of my system.

4:16

พร้อมกับมูกและเลือดออกจากร่างกาย

น้ำเสียง/เจตนา

get to + กริยาในความหมายประชด

get to + กริยารูปพื้นฐาน โดยปกติใช้เสนอการกระทำว่าเป็นโอกาสหรือสิ่งที่ได้รับอนุญาต คือสิ่งที่ประธานโชคดีที่ได้ทำหรือได้รับอนุญาตให้ทำ ในที่นี้ การกระทำหลัง get to เป็นกระบวนการทางร่างกายที่ไม่น่าพึงพอใจ ความขัดแย้งระหว่างกรอบคำพูดเชิงบวกกับเนื้อหาเชิงลบทำให้ get to มีความหมายประชด ผู้พูดไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นจริง ๆ ต้องใช้บริบทตัดสินว่า get to ใช้ตามความหมายตรงหรือเชิงประชด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ get to สื่อท่าทีแบบใด?

  1. โอกาสที่ยินดีอย่างจริงใจ
  2. กฎที่ผู้อื่นบังคับใช้
  3. การบรรยายกระบวนการที่ไม่น่าพึงพอใจแบบประชดด้วยถ้อยคำที่ฟังดูเป็นบวก
ดูคำตอบ

การบรรยายกระบวนการที่ไม่น่าพึงพอใจแบบประชดด้วยถ้อยคำที่ฟังดูเป็นบวก

It's honestly a lot of fun

4:18

พูดตามตรง มันสนุกมาก

because it causes cramping and bloating

4:21

เพราะทำให้ปวดเกร็งและท้องอืด

and the wonderful condition

4:23

แล้วยังมีภาวะสุดวิเศษ

of wanting to poop

4:24

ที่อยากถ่ายหนัก

but not being able to.

4:26

แต่ถ่ายไม่ออก

Of course, when it ends,

4:27

แน่นอนว่าเมื่อมันจบลง

the cycle gets to start all over again. สำนวน

4:28

วงจรก็จะเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น

สำนวน

all over again: ทำทั้งหมดซ้ำตั้งแต่ต้น

all over again หมายถึงบางสิ่งเริ่มจากจุดเริ่มต้นและกระบวนการทั้งหมดเกิดซ้ำอีกครั้ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นว่าเมื่อวงจรหนึ่งจบลง วงจรใหม่ก็เริ่มจากจุดเริ่มต้นอีกครั้ง วลีนี้ให้น้ำหนักมากกว่า again เพียงคำเดียว และมักสื่อถึงความเหนื่อยหน่าย ความหงุดหงิด หรือความรู้สึกว่าต้องวนซ้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ในบริบทอื่นอาจมีความหมายเป็นกลางได้ ควรเข้าใจเป็นวลีเดียว ไม่ใช่แปล all, over และ again แยกกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสามคำจากตัวอย่างที่เน้นการเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น: My changes were not saved, so I had to edit the document ____.

ดูคำตอบ

all over again

A cycle which is essential

4:30

วงจรที่จำเป็นอย่างยิ่ง

for the perpetuation of our species.

4:32

ต่อการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์เรา

So if I'm having an off day, dude, สำนวน

4:34

เพราะงั้นเพื่อน ถ้าวันไหนฉันอารมณ์ไม่ค่อยดี

just know I'm doing it for humanity.

4:36

ก็รู้ไว้ว่าฉันทำเพื่อมนุษยชาติ

สำนวน

Having an off day: ช่วงที่ฟอร์มตกชั่วคราว

have an off day หมายถึงมีวันหนึ่งที่รู้สึกหรือทำอะไรได้ไม่ดีเท่าปกติ เป็นภาวะตกลงชั่วคราว ไม่ใช่ความสามารถตามปกติของคนนั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้สำนวนนี้อย่างนุ่มนวลและอ้อม ๆ เพื่อบอกว่าอาการไม่สบายช่วงมีประจำเดือนอาจส่งผลต่อความรู้สึกหรือการกระทำของเธอในวันนั้น

แบบฝึกหัด

ปกติ Maya เล่นบาสเกตบอลเก่งมาก แต่วันนี้เธอพลาดลูกง่าย ๆ หลายครั้ง ประโยคใดอธิบายผลงานที่ตกลงชั่วคราวของเธอได้ดีที่สุด

  1. She's having the day off.
  2. She's having a great day.
  3. She's having an off day.
ดูคำตอบ

She's having an off day.

Because there's only a few consistent cycles in the universe.

4:39

เพราะในจักรวาลมีวัฏจักรที่สม่ำเสมออยู่เพียงไม่กี่อย่าง

The sun rises and sets, ลำดับความ

4:41

ดวงอาทิตย์ขึ้นและตก

tides come in and out,

4:43

น้ำขึ้นและน้ำลง

and my menstruation.

4:44

และประจำเดือนของฉัน

ลำดับความ

The sun rises and sets ... and my menstruation: ตอนจบที่คาดไม่ถึง

ประโยคนี้จัดข้อมูลเป็นรายการสามส่วนเกี่ยวกับวัฏจักรที่เกิดซ้ำ สองส่วนแรกใช้คำเป็นคู่ที่สมดุลกัน คือ rises and sets และ come in and out ทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีอนุประโยคเต็มที่มีโครงสร้างตรงกันอีกหนึ่งส่วน แต่รายการสุดท้ายมีเพียงนามวลี and my menstruation การจงใจทำลายโครงสร้างคู่ขนานนี้นำวัฏจักรส่วนตัวของร่างกายไปวางข้างวัฏจักรธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ตอนจบที่สั้นกว่าและคาดไม่ถึงจึงสร้างการเน้นแบบขบขัน

แบบฝึกหัด

สองรายการแรกสร้างจังหวะทางไวยากรณ์ที่ซ้ำกัน วลีสุดท้าย “and my menstruation” สร้างผลอย่างไร

  1. จงใจทำลายรูปแบบด้วยรายการที่สั้นกว่าและเป็นเรื่องส่วนตัว จึงเกิดการเน้นแบบขบขัน
  2. อธิบายสาเหตุทางวิทยาศาสตร์ของน้ำขึ้นน้ำลง
  3. ดำเนินรูปแบบประธานและคำกริยาแบบเดิมทุกอย่างโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ

จงใจทำลายรูปแบบด้วยรายการที่สั้นกว่าและเป็นเรื่องส่วนตัว จึงเกิดการเน้นแบบขบขัน

So appreciate.

4:45

เพราะงั้นก็เห็นคุณค่ากันหน่อย

That's right.

4:47

ถูกต้อง

Women are awesome, okay?

4:47

ผู้หญิงสุดยอดมาก เข้าใจไหม?

We'll be here signing autographs all night.

4:48

เราจะอยู่แจกลายเซ็นกันตรงนี้ทั้งคืน

Seriously, without the persistent nature of the menstruation cycle, ไวยากรณ์

4:50

เอาจริง ๆ ถ้าไม่มีรอบเดือนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

our very existence as a species

4:53

การดำรงอยู่ของเราในฐานะเผ่าพันธุ์

would be completely altered.

4:55

คงเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ไวยากรณ์

Without ... would be completely altered: เงื่อนไขสมมุติที่แฝงอยู่

วลีบุพบท without the persistent nature of the menstruation cycle ทำหน้าที่เสนอเงื่อนไขเชิงปฏิเสธ โดยให้จินตนาการว่าลักษณะที่ดำเนินต่อเนื่องนี้ไม่มีอยู่ ดังนั้น Without + นามวลีจึงทำหน้าที่แทนอนุประโยค if เช่น if this feature did not exist ได้ อนุประโยคผลลัพธ์ใช้ would + กริยารูปพื้นฐานใน would be completely altered เพื่อแสดงผลลัพธ์สมมุติ ไม่ใช่การคาดการณ์ว่ารอบเดือนจะหยุดลง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Without + เงื่อนไขที่จำเป็น, ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย Without และ would be เพื่อแสดงเงื่อนไขที่สมมุติว่าขาดหายไปและผลลัพธ์ของมัน: ____ regular backups, a server failure ____ much more damaging.

ดูคำตอบ

Without · would be

So while changes in mood

4:57

ดังนั้น แม้อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง

may be a byproduct of this incredible event, วลี

4:58

อาจเป็นผลข้างเคียงของเหตุการณ์อันน่าทึ่งนี้

we wager it's all worth it. โน้ต

5:01

เราก็เชื่อว่ามันคุ้มค่า

วลี

may be a byproduct of: การแสดงเหตุและผลรองอย่างระมัดระวัง

ในโครงสร้าง X may be a byproduct of Y คำว่า byproduct หมายถึงผลลัพธ์รองหรือผลที่เกิดขึ้นประกอบกับกระบวนการ ไม่ใช่จุดประสงค์หลักของกระบวนการนั้น คำนี้ใช้บรรยายผลกระทบที่เป็นนามธรรมได้ จึงไม่จำเป็นต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้หรือเป็นสิ่งที่เป็นอันตราย May ทำให้การกล่าวถึงเหตุและผลมีความระมัดระวัง โดยผู้พูดเสนอว่าความเชื่อมโยงนี้เป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันว่าได้รับการพิสูจน์แล้ว ในที่นี้ถ้อยคำดังกล่าวมองการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ว่าเป็นผลลัพธ์ที่อาจเกิดร่วมกับเหตุการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

ใน “The extra heat may be a byproduct of charging,” ข้อใดตีความได้ถูกต้องที่สุด?

  1. การสร้างความร้อนเพิ่มขึ้นเป็นจุดประสงค์หลักของการชาร์จอย่างแน่นอน
  2. การชาร์จอาจทำให้เกิดความร้อนเพิ่มขึ้นเป็นผลลัพธ์รอง
  3. ความร้อนที่เพิ่มขึ้นหยุดกระบวนการชาร์จอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

การชาร์จอาจทำให้เกิดความร้อนเพิ่มขึ้นเป็นผลลัพธ์รอง

การใช้คำ

We wager: การตัดสินที่มั่นใจและขี้เล่น

ใน we wager คำว่า wager เป็นคำกริยาที่ใช้เกริ่นการตัดสินหรือความเห็น หมายถึง “เราคิดอย่างค่อนข้างมั่นใจ” หรือ “เรากล้าคาดการณ์ว่าเป็นเช่นนั้น” ไม่ได้มีการวางเดิมพันจริง เมื่อเทียบกับ think ที่เป็นกลาง wager ทำให้ความเห็นฟังดูมั่นใจแบบขี้เล่นและมีลีลาเชิงวาทศิลป์ โครงสร้างคือ wager + อนุประโยค: we wager (that) it’s all worth it โดยมักละ that ได้

แบบฝึกหัด

ใน “We wager it will work,” หากไม่มีการเดิมพันจริง wager น่าจะหมายความว่าอะไร?

  1. เราคิดอย่างมั่นใจว่ามันจะได้ผล
  2. เราไม่รู้และไม่สนใจว่ามันจะได้ผลหรือไม่
  3. เรากำลังลงเงินเดิมพันว่ามันจะได้ผลหรือไม่
ดูคำตอบ

เราคิดอย่างมั่นใจว่ามันจะได้ผล

วลี

It's all worth it: เมื่อผลตอบแทนคุ้มกับต้นทุน

Be worth it หมายถึงประโยชน์หรือผลลัพธ์นั้นมากพอที่จะชดเชยต้นทุน ความพยายาม ความยากลำบาก หรือความไม่สบาย เป็นการประเมินความสมดุลโดยรวมระหว่างสิ่งที่ต้องเสียไปกับสิ่งที่ได้รับ ไม่ใช่การบอกราคาเป็นเงินของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ใน it’s all worth it คำว่า it ย้อนกลับไปหมายถึงกระบวนการทั้งหมดที่กล่าวถึงแล้ว ส่วน all แสดงว่าเมื่อพิจารณาทุกอย่างรวมกัน กระบวนการนั้นก็คุ้มค่า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is/was worth it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายความว่าผลลัพธ์ทำให้ความพยายามนั้นคุ้มค่า: After winning the final, she said all those early mornings were ____.

ดูคำตอบ

worth it

So thank you, women,

5:03

เพราะฉะนั้น ขอบคุณนะ ผู้หญิงทุกคน

for being strong enough ไวยากรณ์

5:04

ที่เข้มแข็งมากพอ

to put up with PMS and menstruation. กริยาวลี

5:05

จะรับมือทั้ง PMS และการมีประจำเดือนได้

ไวยากรณ์

คำคุณศัพท์ + enough + to: strong enough to

Strong enough to put up with ... หมายความว่าบุคคลนั้นมีความเข้มแข็งในระดับที่จำเป็นต่อการทนสิ่งนั้น ในที่นี้ enough บอกระดับของคำคุณศัพท์ strong ส่วน to put up with นำเสนอการกระทำที่ระดับดังกล่าวทำให้เป็นไปได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ adjective + enough + to + base verb เช่น old enough to vote และ clear enough to understand โดย enough อยู่หลังคำคุณศัพท์ ไม่ใช่อยู่ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ old, enough และ to: Leo is twelve, so he is not ____ drive a car.

ดูคำตอบ

old enough to

กริยาวลี

สำนวนสามคำ put up with

ในประโยคนี้ put up with หมายถึงทนหรืออดทนต่อสิ่งที่ไม่น่าพอใจ กรรมคือ PMS and menstruation วลีนี้สื่อถึงการรับมือกับความไม่สบาย ไม่ได้หมายถึงการเห็นด้วยหรือชื่นชอบสิ่งนั้น ให้จำ put up with เป็นหน่วยสมบูรณ์สามคำ โดยตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น put up with noise, put up with it และ put up with waiting ห้ามตัด with ออกและห้ามแยกวลีนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่แปลว่า “ทน”: The neighbors play loud music every night, and I cannot ____ it anymore.

ดูคำตอบ

put up with

We owe you for this one.

5:08

เรื่องนี้พวกเราติดหนี้พวกคุณจริง ๆ

Be sure to check out the amazing Lilly's YouTube channel iiSuperwomanii

5:09

อย่าลืมไปดูช่อง YouTube iiSuperwomanii ของ Lilly ผู้ยอดเยี่ยม

for more hilarious videos.

5:13

เพื่อชมวิดีโอฮา ๆ เพิ่มเติม

Seriously, she is one of the funniest people on YouTube.

5:15

จริง ๆ นะ เธอเป็นหนึ่งในคนที่ตลกที่สุดบน YouTube

We'll put a link in the description below.

5:17

เราจะใส่ลิงก์ไว้ในคำอธิบายด้านล่าง

And subscribe for more weekly science videos.

5:19

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์

No, but for real though, การใช้คำ

5:21

ไม่ แต่พูดจริง ๆ นะ

การใช้คำ

ใช้ for real though เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่น้ำเสียงจริงจัง

ในที่นี้ for real though เป็นคำบอกทิศทางของบทสนทนาที่ไม่เป็นทางการมาก ใช้ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการล้อเล่น การพูดเกินจริง หรือบรรยากาศหยอกล้อ ไปสู่ประเด็นที่จริงใจ แม้บทสนทนาโดยรวมยังมีความขำอยู่ วลีนี้ก็ทำให้สิ่งที่จะพูดต่อไปฟังเป็นคำพูดจริงจัง ในการใช้แบบนี้ though ไม่ได้นำอนุประโยคที่สมบูรณ์ แต่จะอยู่ท้ายวลีเพื่อสร้างความขัดแย้งเล็กน้อยระหว่างประเด็นจริงจังกับน้ำเสียงหรือความคิดก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาสบาย ๆ ผู้พูดส่งสัญญาณอะไรเมื่อพูดว่า for real though ก่อนประเด็นถัดไป?

  1. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการล้อเล่นมาพูดอย่างจริงใจ
  2. ผู้พูดกำลังบอกว่าสิ่งที่พูดก่อนหน้านั้นเป็นจริงตามความหมายตรงตัว
  3. ผู้พูดกำลังเริ่มบทสรุปที่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการล้อเล่นมาพูดอย่างจริงใจ

like you can get pretty crazy when you're on your period.

5:22

ตอนมีประจำเดือนคุณอาจเพี้ยนได้ไม่น้อยเลย

If you don't believe me,

5:25

ถ้าไม่เชื่อฉัน

this is actually a self-portrait I did while I was on my period.

5:25

นี่คือภาพเหมือนตัวเองที่ฉันวาดตอนมีประจำเดือนจริง ๆ

Nice.

5:33

สวยดี