อธิบายโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) อย่างย่อ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
3Blue1Brown
คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้แสดงว่าแชตบอตทำนายคำถัดไปอย่างไร ข้อความและการปรับพารามิเตอร์ฝึกโมเดลภาษาอย่างไร และ Transformer ใช้การประมวลผลแบบขนานกับ attention เพื่อสร้างข้อความที่ลื่นไหลอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. happen across — กริยาวลีนี้หมายถึงการพบสิ่งใดโดยบังเอิญโดยไม่ได้วางแผนค้นหา เหมาะกับการเล่าการค้นพบที่ไม่คาดคิด 2. well over — กลุ่มคำบอกปริมาณนี้หมายถึงมากกว่าเกณฑ์ที่ระบุไว้อย่างชัดเจน และเน้นส่วนต่างมากกว่าการใช้ over เพียงคำเดียว 3. rather than — โครงสร้างนี้เปรียบตัวเลือกที่ต้องการกับทางเลือกที่ไม่เลือก การใช้รูปไวยากรณ์ทั้งสองด้านให้ขนานกันทำให้สื่อการตัดสินใจได้ชัดเจน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Imagine you happen across a short movie script that describes a scene between a person and their AI assistant. กริยาวลี
0:01ลองจินตนาการว่าคุณบังเอิญเจอบทภาพยนตร์สั้นๆ ที่อธิบายฉากระหว่างคนกับผู้ช่วย AI ของพวกเขา
happen across: พบสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยบังเอิญ
happen across หมายถึงพบคนหรือสิ่งของโดยบังเอิญ โดยไม่ได้วางแผนจะค้นหา ในประโยคนี้ใช้เพื่อเปิดสถานการณ์สมมุติว่าผู้พูดบังเอิญพบบทภาพยนตร์สั้น โครงสร้างคือ happen across + กลุ่มคำนาม เช่น happen across a script, a photo หรือ an old friend รูปอดีตคือ happened across
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ happen across ในความหมายว่า “พบโดยบังเอิญ”?
- A box of letters happened across Nora while she was cleaning.
- While cleaning the attic, Nora happened across a box of old letters.
- Nora happened across the attic to put away a box.
ดูคำตอบ
While cleaning the attic, Nora happened across a box of old letters.
has been torn off: รูปถูกกระทำที่เน้นผลลัพธ์
ใน has been torn off คำว่า torn เป็นรูป past participle ของ tear และ off ทำให้เกิดกริยาวลี tear off ซึ่งหมายถึงเอาส่วนหนึ่งออกโดยฉีกให้แยกจากสิ่งที่ใหญ่กว่า โครงสร้าง has been + past participle คือ present perfect แบบถูกกระทำ เน้นผลที่เห็นในตอนนี้ว่าส่วนคำตอบหายไป โดยไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนฉีกออก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ tear off: The bottom half of the note is missing because it has been ____.
ดูคำตอบ
torn off
that can take any text and provide a sensible prediction
0:16ที่สามารถรับข้อความใดๆ แล้วให้คำทำนายที่สมเหตุสมผลว่า
You could then finish the script by feeding in what you have to the machine, กริยาวลี
0:21คุณก็สามารถเติมบทให้จบได้โดยการป้อนข้อมูลที่คุณมีลงในเครื่อง
feeding in: การป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบ
ในประโยคนี้ feeding in หมายถึงการส่งบทที่ยังไม่สมบูรณ์เข้าไปเป็นข้อมูลนำเข้าสำหรับระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้ระบบประมวลผล คำว่า feed ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้เกี่ยวกับอาหาร วลีนี้เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ใน feeding in what you have กรรมที่ยาวกว่าอย่าง what you have อยู่หลัง in แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ให้ใส่ไว้ระหว่างคำกริยากับอนุภาค: feed it in
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ feed in: Before the program can sort the cards, ____ the card numbers one at a time.
ดูคำตอบ
feed in
seeing what it would predict to start the AI's answer,
0:24ดูว่ามันจะทำนายคำเริ่มต้นคำตอบของ AI ว่าอย่างไร
over and over: ทำสิ่งเดิมซ้ำหลายครั้ง
Over and over หมายถึงหลายครั้ง โดยเป็นการทำสิ่งเดิมหรือเกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำ ๆ ในที่นี้หมายถึงการทำกระบวนการทั้งหมดซ้ำ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่เหนือสิ่งอื่น วลีนี้มักเพิ่มความรู้สึกถึงความพยายาม ความเบื่อ หรือความหงุดหงิด แต่ความรู้สึกที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Nina read the message over and over,” วลี over and over หมายถึงอะไร?
- หลายครั้ง
- อีกหนึ่งครั้งเป็นครั้งสุดท้าย
- จากบนลงล่าง
ดูคำตอบ
หลายครั้ง
A large language model is a sophisticated mathematical function
0:37โมเดลภาษาขนาดใหญ่คือฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน
that predicts what word comes next for any piece of text.
0:40ที่ทำนายว่าคำต่อไปสำหรับข้อความใดๆ จะเป็นคำว่าอะไร
what it does is assign: อธิบายหน้าที่จริง
โครงสร้าง what it does is + คำกริยารูปพื้นฐานใช้บอกการกระทำที่สิ่งหนึ่งทำ ในที่นี้ what it does หมายถึงการทำงานของระบบ และ is assign อธิบายว่าการกระทำนั้นคือการ “กำหนด” ระบบกำหนดค่าความน่าจะเป็นให้กับตัวเลือกหนึ่ง แทนที่จะเลือกตัวเลือกนั้นโดยตรงอย่างแน่นอน ใช้โครงสร้างเดียวกันเมื่อต้องการเน้นหน้าที่ กลไก หรือความรับผิดชอบ คำกริยาหลัง is ต้องคงเป็นรูปพื้นฐาน ดังนั้น assign จึงถูกต้อง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายหน้าที่ของระบบ
- What the scanner does is read the code.
- What the scanner does to read the code.
- What the scanner does is reads the code.
ดูคำตอบ
What the scanner does is read the code.
lay out: นำเสนอข้อความอย่างเป็นระเบียบ
ในประโยค what you do is lay out some text, lay out หมายถึงจัดเรียงและนำเสนอถ้อยคำให้อยู่ในลำดับหรือรูปแบบที่ชัดเจน some text คือเนื้อหาที่นำมาจัดระเบียบ วลีนี้เน้นการทำให้ข้อมูลมองเห็นและติดตามได้ง่าย ไม่ใช่แค่การวางสิ่งของลงบนพื้นผิว ในที่นี้ lay out เป็น phrasal verb ที่ต้องมีกรรม และกรรมคือ text ความหมายเดียวกันนี้ใช้กับคำแนะนำ แผน เหตุผล หรือข้อโต้แย้งที่นำเสนออย่างเป็นระเบียบได้
แบบฝึกหัด
เว็บไซต์แห่งหนึ่งนำเสนอคำแนะนำตามลำดับที่ชัดเจน วลีใดเติมประโยคให้เป็นธรรมชาติ The website ____ the instructions in three sections
- lays down
- lies down
- lays out
ดูคำตอบ
lays out
that describes an interaction between a user and a hypothetical AI assistant.
0:54ที่อธิบายการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้กับผู้ช่วย AI สมมติ
add on: เพิ่มบางอย่างเข้าไป
ในประโยคนี้ add on หมายถึง “แนบหรือเพิ่มบางอย่างเข้าไปจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว” เป็นการเพิ่มเนื้อหาต่อจากข้อความเดิม ไม่ใช่การบวกเลข อนุประโยคทั้งหมด whatever the user types in คือสิ่งที่ถูกเพิ่มเข้าไป รูปแบบนี้ยังใช้กับสิ่งเพิ่มเติม เช่น ค่าบริการ ฟีเจอร์ หมายเหตุ หรือขั้นตอนสุดท้ายได้ด้วย
แบบฝึกหัด
กริยาวลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคนี้? “The basic plan is ready, and you can ___ extra storage later.”
- type in
- add up
- add on
ดูคำตอบ
add on
types in: ป้อนข้อความด้วยแป้นพิมพ์
ในประโยคนี้ types in หมายถึง “ป้อนข้อความด้วยการกดปุ่มบนแป้นพิมพ์” เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามของ type in เพราะประธานคือ the user in เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ใช่คำบุพบทที่บอกสถานที่ วลีทั้งหมด whatever the user types in หมายถึงข้อความใด ๆ ที่ผู้ใช้ป้อนเข้ามา
แบบฝึกหัด
วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคนี้? “To find your order, ___ the tracking number and press Enter.”
- add on
- sign in
- type in
ดูคำตอบ
type in
that such a hypothetical AI assistant would say in response,
1:06ที่ผู้ช่วย AI สมมติจะพูดเพื่อตอบกลับ
tends to: บอกแนวโน้มที่มักเกิดขึ้น
หลัง “tends to” ต้องตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน โดยมีโครงสร้าง tend(s) to + คำกริยา ในที่นี้ “tends to look” หมายถึง ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ ผลลัพธ์มักจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า โครงสร้างนี้บอกแนวโน้ม ไม่ใช่การรับประกัน ใช้เมื่อบางสิ่งเกิดขึ้นบ่อย แต่ยังอาจมีข้อยกเว้นได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “โดยปกติ แต่ไม่เสมอไป”: On busy mornings, the bus ____ arrive a few minutes late.
ดูคำตอบ
tends to
if you allow it to select less likely words
1:15ถ้าคุณอนุญาตให้มันเลือกคำที่มีความเป็นไปได้น้อยกว่า
along the way: ระหว่างการเดินทางหรือกระบวนการ
“Along the way” เป็นวลีวิเศษณ์ที่หมายถึง “ระหว่างการเดินทาง” หรือ “ขณะที่กระบวนการหนึ่งกำลังดำเนินอยู่” ในประโยคนี้ way หมายถึงกระบวนการสร้างผลลัพธ์ ไม่ใช่ถนนจริง วลีนี้มักชี้ถึงเหตุการณ์ การค้นพบ หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงก่อนกระบวนการจะเสร็จสิ้น
แบบฝึกหัด
วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคเมื่อมีความหมายว่า “ระหว่างกระบวนการ”? We changed our plan several times ____, but we still finished the project.
- on the way
- by the way
- along the way
ดูคำตอบ
along the way
“at random” สำหรับการเลือกโดยไม่มีรูปแบบตายตัว
At random หมายถึงการใช้ความบังเอิญแทนรูปแบบที่วางแผนไว้ เพื่อเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือกำหนดลำดับ ในประโยคนี้ วลีนี้อธิบายว่าสิ่งหนึ่งอาจถูกเลือกระหว่างกระบวนการอย่างไร วิธีการสุ่มอาจเป็นสิ่งที่ตั้งใจใช้และออกแบบอย่างรอบคอบได้ วลีนี้บอกว่าผลลัพธ์ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ได้หมายความว่าคนหรือกระบวนการนั้นทำอย่างไม่ระมัดระวัง
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่หมายถึง “ด้วยวิธีการเลือกแบบสุ่ม” ให้สมบูรณ์: The survey software chose 200 names ____ from the full list.
ดูคำตอบ
at random
a given prompt typically gives a different answer each time it's run. การใช้คำ
1:23แต่พรอมต์ที่ให้ไปมักจะให้คำตอบที่ต่างกันในแต่ละครั้งที่รัน
“even though” เพื่อเปรียบต่างข้อเท็จจริงกับผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด
Even though ใช้นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนจะบอกสิ่งที่ขัดแย้งกัน โดยเสนอข้อเท็จจริงที่อาจทำให้ผลในประโยคหลักดูไม่น่าจะเกิดขึ้น ในประโยคนี้ การที่โมเดลเป็นแบบกำหนดแน่นอนถูกมองว่าเป็นเรื่องจริง แต่คำตอบก็ยังอาจต่างกันในแต่ละครั้งที่รัน รูปแบบคือ even though + อนุประโยค, ประโยคหลัก หรือ ประโยคหลัก + even though + อนุประโยค มีความหมายว่า “แม้จะมีข้อเท็จจริงว่า” ดังนั้นทั้งสองแนวคิดจึงถูกนำเสนอว่าเป็นจริงในสถานการณ์ปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
ผู้พูดรู้ว่าห้องสมุดกำลังจะปิด แต่ต้องการแสดงผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด เลือกคำเชื่อมที่เหมาะที่สุด: ____ the library was about to close, the staff let us finish our project.
- Even though
- Even if
- Because
ดูคำตอบ
Even though
a given prompt: given ในความหมายว่า “หนึ่งสิ่งที่กำหนดไว้”
ใน a given prompt คำว่า given อยู่หน้า prompt เพื่อช่วยระบุคำนาม และหมายถึง “พรอมป์หนึ่งที่กำลังพิจารณา” ในข้อความที่กล่าวโดยทั่วไป ดังนั้นประโยคนี้พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อรันพรอมป์เดียวกันที่เลือกไว้มากกว่าหนึ่งครั้ง ตรงนี้ given ไม่ได้บอกว่ามีใคร “มอบ” พรอมป์ให้ รูป a given + คำนามเอกพจน์ มักใช้เพื่ออธิบายว่าสิ่งหนึ่งเป็นจริงกับสมาชิกใดสมาชิกหนึ่งโดยเฉพาะในกลุ่ม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีในบทเรียนที่หมายถึง “พรอมป์หนึ่งโดยเฉพาะตัวใดก็ได้ที่กำลังพิจารณา”: In repeated tests, ____ may produce more than one answer.
ดูคำตอบ
a given prompt
For a standard human to read the amount of text that was used to train GPT-3,
1:34สำหรับคนธรรมดา หากจะอ่านข้อความจำนวนเท่ากับที่ใช้ฝึก GPT-3
Larger models since then train on much, much more.
1:44ตั้งแต่นั้นมา โมเดลที่ใหญ่กว่าก็ฝึกฝนด้วยข้อมูลที่เยอะกว่านี้มาก
You can think of training a little bit like tuning the dials on a big machine. ไวยากรณ์
1:48คุณสามารถนึกถึงการฝึกฝนว่าคล้ายกับการปรับปุ่มหมุนบนเครื่องจักรขนาดใหญ่
think of X like Y: การสร้างคำเปรียบเทียบ
Think of X like Y เป็นโครงสร้างสำหรับสร้างการเปรียบเทียบ think of ชวนให้ผู้ฟังนึกภาพ X ในใจ ส่วน like นำเข้าสู่สิ่งที่คุ้นเคยกว่าสำหรับใช้เปรียบเทียบ ซึ่งก็คือ Y ตรงนี้อธิบายการฝึกโดยเปรียบกับการปรับปุ่มบนเครื่องจักรขนาดใหญ่ โครงสร้างนี้เน้นความคล้ายกันที่ช่วยให้เข้าใจได้ แต่ไม่ได้บอกว่า X กับ Y เป็นสิ่งเดียวกันจริง ๆ ในการใช้นี้ like เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “คล้ายกับ” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ”
แบบฝึกหัด
เติมสองส่วนที่หายไปในโครงสร้างการเปรียบเทียบ: You can ____ a budget ____ a plan for where your money will go.
ดูคำตอบ
think of · like
is entirely determined by these many different continuous values,
1:53ถูกกำหนดโดยค่าต่อเนื่องที่แตกต่างกันมากมายเหล่านี้ทั้งหมด
Changing those parameters will change the probabilities
2:01การเปลี่ยนพารามิเตอร์เหล่านั้นจะเปลี่ยนความน่าจะเป็น
that the model gives for the next word on a given input.
2:04ที่โมเดลให้มาสำหรับคำต่อไปจากอินพุตที่กำหนด
is how they can have hundreds of billions of these parameters.
2:10คือการที่มันสามารถมีพารามิเตอร์เหล่านี้ได้หลายแสนล้านตัว
สิ่งที่ทำให้คำว่า large ใน large language model สมชื่อ
โครงสร้าง what puts X in Y หมายถึง “คุณลักษณะที่ทำให้ Y เป็น X อย่างแท้จริง” ในที่นี้ จำนวนพารามิเตอร์ที่มหาศาลอธิบายว่าทำไม large language model จึงสมควรมีคำว่า large คำว่า puts ไม่ได้หมายถึงการเอาบางสิ่งใส่เข้าไปจริง ๆ ผู้พูดใช้ large ซ้ำเพื่อเปลี่ยนชื่อทางเทคนิคให้เป็นการเล่นคำเล็ก ๆ โดย large ตัวแรกคือคุณลักษณะที่กำลังอธิบาย และตัวที่สองเป็นส่วนหนึ่งของชื่อ large language model
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ what puts X in Y เพื่ออธิบายว่าทำไมชื่อเรียกหนึ่งจึงสมเหตุสมผล?
- Fast service means answering customers quickly.
- We put the express package in the delivery truck.
- Our five-minute response time is what puts the fast in fast service.
ดูคำตอบ
Our five-minute response time is what puts the fast in fast service.
No human ever deliberately sets those parameters.
2:15ไม่มีมนุษย์คนไหนจงใจตั้งค่าพารามิเตอร์เหล่านั้น
but they're repeatedly refined based on many example pieces of text.
2:22แต่จะถูกปรับแต่งซ้ำๆ โดยอิงจากตัวอย่างข้อความมากมาย
One of these training examples could be just a handful of words, วลี
2:27หนึ่งในตัวอย่างการฝึกอบรมเหล่านี้อาจเป็นเพียงคำไม่กี่คำ
a handful of ในความหมายว่า “จำนวนเล็กน้อย”
a handful of หมายถึง “จำนวนเล็กน้อย” เมื่อวางหน้าคำนามนับได้รูปพหูพจน์ ในประโยคนี้ ตัวอย่างการฝึกอาจมีเพียงไม่กี่คำ จำนวนนี้เป็นการประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว แม้ handful จะมาจากแนวคิดเรื่องปริมาณที่ถือได้ในมือข้างเดียว แต่ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “จำนวนเล็กน้อยที่ไม่เจาะจง”: The tiny workshop has only ____ employees, so everyone knows each other.
ดูคำตอบ
a handful of
the way this works is to pass in all but the last word from that example ไวยากรณ์
2:32วิธีที่มันทำงานคือการส่งผ่านทุกคำในตัวอย่างยกเว้นคำสุดท้าย
all but + นามวลี: ทั้งหมดยกเว้นสิ่งที่ระบุ
ในประโยคนี้ all but the last word หมายถึง “คำทั้งหมด ยกเว้นคำสุดท้าย” สำนวนนี้ครอบคลุมทั้งกลุ่มก่อน แล้วตัดบุคคลหรือสิ่งที่ระบุหลัง but ออก ในที่นี้จะไม่ป้อนคำสุดท้าย แต่จะป้อนคำก่อนหน้าทั้งหมด รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ all but + นามวลี ซึ่งหมายถึง “ทั้งหมด ยกเว้น...” ไม่ใช่ “เกือบ”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The team finished all but the last task,” ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้อง
- ทีมทำเสร็จเฉพาะงานสุดท้าย
- ทีมทำงานทั้งหมดเสร็จ ยกเว้นงานสุดท้าย
- ทีมเกือบทำงานสุดท้ายเสร็จ
ดูคำตอบ
ทีมทำงานทั้งหมดเสร็จ ยกเว้นงานสุดท้าย
that it makes with the true last word from the example.
2:39ที่มันสร้างขึ้นกับคำสุดท้ายที่แท้จริงจากตัวอย่าง
An algorithm called backpropagation is used to tweak all of the parameters
2:43อัลกอริทึมที่เรียกว่า backpropagation (การแพร่กลับ) ถูกนำมาใช้เพื่อปรับแต่งพารามิเตอร์ทั้งหมด
a little more likely to choose the true last word
2:49มีโอกาสเลือกคำสุดท้ายที่แท้จริงได้มากขึ้นเล็กน้อย
in such a way that: เชื่อมวิธีการกับผลที่เกิดขึ้น
in such a way that เชื่อมการกระทำหรือวิธีการเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ส่วนก่อนวลีนี้อธิบายว่าทำอะไร ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะทำด้วยวิธีนั้น ในที่นี้มีการปรับพารามิเตอร์เพื่อให้โมเดลมีแนวโน้มเลือกคำสุดท้ายที่ถูกต้องมากขึ้น และเลือกคำอื่นน้อยลง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ do something in such a way that + อนุประโยคบอกผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีห้าคำที่เน้นว่าวิธีทำการกระทำก่อให้เกิดผลอย่างไร: He labeled the boxes ____ anyone could find the right one quickly.
ดูคำตอบ
in such a way that
When you do this for many, many trillions of examples,
2:56เมื่อคุณทำสิ่งนี้กับตัวอย่างหลายล้านล้านครั้ง
but it also starts to make more reasonable predictions
3:03แต่มันยังเริ่มทำนายได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น
โครงสร้าง not only ... but it also ที่ต้นประโยค
not only ... but it also ... เชื่อมผลลัพธ์สองอย่างที่มีโครงสร้างขนานกัน และเน้นว่าทั้งสองอย่างเป็นจริง ในประโยคนี้ ผลลัพธ์แรกคือการทำนายข้อมูลฝึกได้แม่นยำขึ้น ส่วนผลลัพธ์ที่สองคือการทำนายข้อความที่แบบจำลองไม่เคยเห็นได้อย่างสมเหตุสมผล เมื่อ not only อยู่ต้นอนุประโยคแรก ต้องสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย โดย does มาก่อน the model และ start ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน ส่วนอนุประโยคหลัง but ใช้ลำดับคำปกติว่า but it also starts ...
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเน้นความหมายแบบคู่ให้สมบูรณ์: ____ did the update reduce errors, ____ made the app faster.
ดูคำตอบ
Not only · but it also
the scale of computation involved in training a large language model
3:13ระดับการคำนวณที่ใช้ในการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่
คำคุณศัพท์เน้นอารมณ์ mind-boggling
mind-boggling หมายถึงสิ่งที่น่าประหลาดใจ ใหญ่โต หรือซับซ้อนมากจนยากจะจินตนาการ ในที่นี้ใช้บรรยายว่าปริมาณการคำนวณมหาศาลอย่างน่าทึ่ง คำนี้แสดงปฏิกิริยาที่รุนแรง ไม่ได้หมายถึงแค่ยากตามปกติ มักใช้บรรยายตัวเลข ขนาด ความซับซ้อน ความเร็ว หรือความสำเร็จที่ทำให้คนต้องหยุดและรู้สึกทึ่ง
แบบฝึกหัด
รายงานระบุว่าระบบหนึ่งประมวลผลข้อมูล 400 ล้านล้านรายการในหนึ่งวัน ประโยคใดแสดงความทึ่งต่อขนาดนี้ได้ดีที่สุด
- The number of records is difficult.
- The number of records is mind-boggling.
- The number of records is confusing.
ดูคำตอบ
The number of records is mind-boggling.
imagine that you could perform 1 billion additions and multiplications
3:20ลองจินตนาการว่าคุณสามารถคำนวณการบวกและคูณ 1 พันล้านครั้ง
Dùng “To illustrate,” để đưa ra ví dụ
To illustrate เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่พาผู้ฟังจากประเด็นทั่วไปหรือแนวคิดนามธรรมไปสู่ตัวอย่าง การคำนวณ หรือสถานการณ์สมมติที่เป็นรูปธรรม ในประโยคนี้ คำดังกล่าวใช้เกริ่นการทดลองทางความคิดที่เริ่มด้วย imagine illustrate ในที่นี้หมายถึง “ทำให้แนวคิดชัดเจนขึ้นด้วยการยกตัวอย่าง” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการวาดภาพ เมื่อใช้ To illustrate ขึ้นต้นประโยค โดยทั่วไปจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง
แบบฝึกหัด
เลือกคำขึ้นต้นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประโยคที่สอง: “Many small daily choices can save energy. _____ turning off one unused light each evening reduces waste.”
- As a result,
- To illustrate,
- In contrast,
ดูคำตอบ
To illustrate,
involved in training the largest language models?
3:30ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกโมเดลภาษาที่ใหญ่ที่สุด?
well over: cao hơn hẳn một con số
Well over หมายถึง “มากกว่าอย่างชัดเจน” เมื่อกล่าวถึงตัวเลข จำนวน ขีดจำกัด หรือระยะเวลา ในประโยคนี้ใช้เน้นว่าค่าประมาณมากกว่า 100 ล้านปีอยู่มากโดยไม่ได้บอกส่วนต่างที่แน่นอน ไม่ได้มากกว่าเพียงเล็กน้อย ในที่นี้ well เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ขยาย over โครงสร้างนี้ใช้กับจำนวนและขีดจำกัดได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น well over 50 people, well over budget และ well over an hour
แบบฝึกหัด
บริบท: ยอดเรียกเก็บสุดท้าย 2.4 ล้านดอลลาร์สูงกว่าตัวเลขประมาณการเดิม 1 ล้านดอลลาร์อย่างมาก เลือกวลีที่เติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดและเน้นส่วนต่างที่มาก: “The final bill was _____ $1 million.”
- well over
- just over
- almost
ดูคำตอบ
well over
This is only part of the story, though. สำนวน
3:45แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวเท่านั้น
only part of the story: คำอธิบายที่ยังไม่ครบถ้วน
“Only part of the story” หมายความว่าสิ่งที่เพิ่งกล่าวไปนั้นถูกต้อง แต่ยังไม่ครบถ้วน ในที่นี้ story หมายถึง “สถานการณ์หรือคำอธิบายทั้งหมด” ไม่ใช่เรื่องแต่ง วลีนี้จำกัดข้อสรุปก่อนหน้าและส่งสัญญาณว่ายังมีปัจจัยสำคัญอีกอย่างตามมา
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่บอกว่าตัวเลขประมาณการนี้ยังไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด: The repair cost is ____; we also need to consider how long the work will take.
ดูคำตอบ
only part of the story
This whole process is called pretraining.
3:47กระบวนการทั้งหมดนี้เรียกว่าการฝึกฝนล่วงหน้า (pretraining)
The goal of autocompleting a random passage of text from the internet
3:49เป้าหมายของการเติมข้อความสุ่มจากอินเทอร์เน็ตให้สมบูรณ์อัตโนมัตินั้น
is very different from the goal of being a good AI assistant.
3:53แตกต่างอย่างมากจากเป้าหมายของการเป็นผู้ช่วย AI ที่ดี
just as important, called reinforcement learning with human feedback.
4:00ที่สำคัญพอๆ กัน เรียกว่าการเรียนรู้แบบเสริมกำลังด้วยความคิดเห็นของมนุษย์ (RLHF)
To address this สำหรับเชื่อมปัญหากับวิธีรับมือ
“To address this” ใช้ขึ้นต้นประโยคเพื่อบอกจุดประสงค์ของการกระทำที่ตามมา กล่าวคือ การกระทำนั้นมีไว้เพื่อจัดการปัญหาที่เพิ่งกล่าวถึง โดย this ย้อนกลับไปหมายถึงปัญหานั้น คำขึ้นต้นนี้จัดข้อมูลเป็นลำดับ ปัญหา → การรับมือ ทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าเหตุใดจึงนำเสนอขั้นตอนถัดไป ในที่นี้ address เป็นคำกริยาที่หมายถึง “จัดการ” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงที่อยู่ หรือคำกริยาที่หมายถึงการกล่าวต่อผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาเป้าหมายเพื่อเชื่อมปัญหากับวิธีรับมือ: The waiting list was too long. To ____ this, the clinic added evening appointments.
ดูคำตอบ
address
undergo another type of training: ผ่านการฝึกอีกประเภทหนึ่ง
ในประโยคนี้ undergo another type of training หมายถึง “ประสบหรือผ่านกระบวนการฝึกเพิ่มเติม” แชตบอตเป็นฝ่ายที่ได้รับการฝึก ไม่ใช่ฝ่ายที่จัดการฝึกเอง undergo เป็นคำกริยาค่อนข้างเป็นทางการ มักใช้เมื่อประธานได้รับผลจากกระบวนการที่วางแผนไว้ เช่น การฝึก การทดสอบ การรักษา หรือการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างคือ undergo + นามวลี เช่น undergo training, undergo testing หรือ undergo major changes
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาที่เป็นทางการซึ่งหมายถึง “ผ่านกระบวนการฝึก”: Before working alone, every technician must ____ safety training.
ดูคำตอบ
undergo
and their corrections further change the model's parameters,
4:07และการแก้ไขของพวกเขาจะเปลี่ยนพารามิเตอร์ของโมเดลต่อไป
flag ในฐานะคำกริยา: ทำเครื่องหมายเพื่อให้ตรวจสอบ
flag ในที่นี้หมายถึง “ทำเครื่องหมายว่าสิ่งหนึ่งต้องได้รับความสนใจ การตรวจสอบ หรือการดำเนินการ” ผู้ปฏิบัติงานระบุการคาดการณ์ที่อาจไม่เป็นประโยชน์หรือมีปัญหา เพื่อให้ตรวจสอบและแก้ไขได้ เมื่อใช้เป็นคำกริยาในขั้นตอนการทำงาน flag มักตามด้วยกรรมตรง เช่น flag a comment, flag a transaction หรือ flag an error กรรมดังกล่าวคือรายการที่ต้องได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
ในขั้นตอนการตรวจสอบเนื้อหา "flag this comment" น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- ลบความคิดเห็นทันที
- เพียงจัดความคิดเห็นไว้ในหมวดหมู่ทั่วไป
- ทำเครื่องหมายความคิดเห็นเพื่อให้ได้รับความสนใจหรือการตรวจสอบ
ดูคำตอบ
ทำเครื่องหมายความคิดเห็นเพื่อให้ได้รับความสนใจหรือการตรวจสอบ
that are optimized for running many, many operations in parallel, วลี
4:22ที่ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อให้รันโอเปอเรชันจำนวนมากมายพร้อมๆ กัน (แบบขนาน)
optimized for running: be optimized for + รูป -ing
be optimized for + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง “ได้รับการออกแบบหรือปรับแต่งให้ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ในที่นี้ ชิปเหมาะเป็นพิเศษสำหรับการประมวลผลจำนวนมากพร้อมกัน ใน optimized for running คำว่า for เป็นคำบุพบท และ running เป็นรูป -ing ที่ระบุงาน โครงสร้างนี้ไม่ใช่ for + infinitive
แบบฝึกหัด
ใช้ optimize และ render ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This graphics card is ____ complex visual effects in real time.
ดูคำตอบ
optimized for rendering
Looking back at: กลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า
Looking back at the pretraining เป็นสัญญาณว่าหลังจากพูดเรื่องอื่นแล้ว ผู้พูดกำลังกลับไปยังหัวข้อที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ คือการฝึกล่วงหน้า ในที่นี้ looking back ไม่ได้หมายถึงการนึกถึงประสบการณ์ส่วนตัวในอดีต เมื่ออยู่ต้นประโยค Looking back at + นามวลี ช่วยจัดลำดับคำอธิบายที่ยาว โดยบอกผู้ฟังว่าจะกลับมาพิจารณาหัวข้อเดิมเรื่องใดก่อนที่ผู้พูดจะเพิ่มข้อสังเกตใหม่
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Looking back at the pretraining บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?
- กลับไปยังหัวข้อการฝึกล่วงหน้าที่พูดถึงก่อนหน้านี้เพื่อเสริมประเด็นใหม่
- นำเสนอการฝึกล่วงหน้าเป็นหัวข้อใหม่ทั้งหมด
- บรรยายว่ามีคนหันตัวกลับไปมองการฝึกจริง ๆ
ดูคำตอบ
กลับไปยังหัวข้อการฝึกล่วงหน้าที่พูดถึงก่อนหน้านี้เพื่อเสริมประเด็นใหม่
made possible by: ระบุปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้
ใน is only made possible by using special computer chips โครงสร้างกรรมวาจก be made possible by + คำนามหรือวลี -ing ใช้ระบุว่าอะไรทำให้ผลลัพธ์หนึ่งเกิดขึ้นได้ ไม่ได้อธิบายการทำหรือการผลิตตามความหมายทั่วไป ในที่นี้ this staggering amount of computation คือผลลัพธ์ ส่วน using special computer chips คือปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นได้ คำว่า only ทำให้ข้อความหนักแน่นขึ้น โดยผู้พูดบอกว่าผลลัพธ์นี้ต้องอาศัยปัจจัยดังกล่าว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เกิดขึ้นได้เพราะ”:The rapid rescue was ____ the new warning system.
ดูคำตอบ
made possible by
not all language models can be easily parallelized.
4:28ไม่ใช่ว่าโมเดลภาษาทั้งหมดจะสามารถนำมาทำแบบขนานได้ง่ายๆ
most language models would process text one word at a time. วลี
4:33โมเดลภาษาส่วนใหญ่จะประมวลผลข้อความทีละคำ
Prior to + คำนามหรือสำนวนบอกเวลา
Prior to มีความหมายเหมือน before และใช้วางสิ่งหนึ่งไว้ก่อนเวลาหรือเหตุการณ์ที่ระบุ ในที่นี้ Prior to 2017 กำหนดเส้นแบ่งเวลาแบบเป็นทางการสำหรับข้อความที่อธิบายว่าโมเดลภาษาส่วนใหญ่ประมวลผลข้อความอย่างไร ในวลีตายตัวนี้ to เป็นคำบุพบท หลังวลีนี้ใช้วันที่ นามวลี หรือรูป -ing ได้ แต่ใช้กริยารูปพื้นฐานไม่ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ prior to เป็นสำนวนบอกเวลาแบบเป็นทางการได้ถูกต้อง
- Prior the inspection, all equipment must be switched off.
- Prior to the inspection, all equipment must be switched off.
- Prior to inspect the equipment, switch off the power.
ดูคำตอบ
Prior to the inspection, all equipment must be switched off.
one word at a time: ครั้งละหนึ่งคำ
โครงสร้าง จำนวน + หน่วยนับได้ + at a time หมายถึงในแต่ละขั้นตอนหรือแต่ละรอบ จะจัดการหน่วยตามจำนวนนั้นเท่านั้น ในประโยคนี้ one word คือหน่วย จึงหมายถึงโมเดลประมวลผลข้อความตามลำดับ ไม่ได้จัดการทั้งข้อความพร้อมกัน สามารถเปลี่ยนจำนวนและหน่วยได้ เช่น one question at a time และ two files at a time ซึ่งใช้โครงสร้างเดียวกัน โครงสร้างนี้มักเน้นข้อจำกัดด้านจำนวนในแต่ละขั้นตอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความอย่างชัดเจนว่าโปรแกรมจัดการคำขอเพียงหนึ่งรายการในแต่ละขั้นตอน
- The program handles one request at a time.
- At one time, the program handled one request.
- The program handles every request at once.
ดูคำตอบ
The program handles one request at a time.
introduced a new model known as the Transformer.
4:39ก็ได้แนะนำโมเดลใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ Transformer
Transformers don't read text from the start to the finish.
4:43Transformer ไม่ได้อ่านข้อความตั้งแต่ต้นจนจบ
soak it all in: ซึมซับทุกอย่างอย่างเต็มที่
Soak it all in เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการรับและซึมซับข้อมูล ความรู้สึก บรรยากาศ หรือประสบการณ์อย่างเต็มที่ ในประโยคนี้ ประธานรับข้อความทั้งหมดเป็นภาพรวม ไม่ได้มีการนำสิ่งใดไปแช่ในของเหลวจริง ๆ ในรูปแบบที่ใช้บ่อย soak it in และ soak it all in คำสรรพนาม it จะอยู่ระหว่าง soak กับ in ส่วน All เพิ่มความหมายว่าทั้งหมดหรืออย่างครบถ้วน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ soak it all in อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงการหยุดและซึมซับประสบการณ์อย่างเต็มที่
- After reaching the summit, Lena poured water over her map.
- After reaching the summit, Lena stood quietly and soaked it all in.
- After reaching the summit, Lena ignored the view and left immediately.
ดูคำตอบ
After reaching the summit, Lena stood quietly and soaked it all in.
ใช้ “for that matter” เพื่อขยายขอบเขตของข้อความ
for that matter เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่แทรกเข้ามาในประโยค ในที่นี้ หลังจากพูดถึง Transformer ผู้พูดใช้คำนี้เพื่อขยายข้อความเดียวกันไปยังโมเดลภาษาอื่น ๆ ส่วนใหญ่ กล่าวคือ ขั้นตอนแรกนี้ใช้กับทั้งสองกลุ่ม โดยทั่วไปจะวางไว้หลังบุคคล สิ่งของ หรือกรณีที่เกี่ยวข้องซึ่งเพิ่งเพิ่มเข้ามา ไม่ได้เป็นการถามถึง matter แต่มีความหมายโดยประมาณว่า “กรณีที่เกี่ยวข้องนั้นก็เป็นจริงแบบเดียวกันด้วย”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The museum is free for children, and for students for that matter,” คำว่า for that matter ทำหน้าที่อะไร
- บอกว่าพิพิธภัณฑ์กำลังพูดถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ
- แก้ข้อความเดิมและบอกว่าเด็กต้องจ่ายเงิน
- เพิ่มนักเรียนเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ข้อความเดียวกันเป็นจริงด้วย
ดูคำตอบ
เพิ่มนักเรียนเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ข้อความเดียวกันเป็นจริงด้วย
The reason for this is that the training process only works with continuous values, ไวยากรณ์
4:57เหตุผลก็คือกระบวนการฝึกอบรมใช้ได้กับค่าที่ต่อเนื่องเท่านั้น
โครงสร้าง The reason for this is that ...
The reason for this is that ใช้เกริ่นเหตุผลในคำอธิบายที่สมบูรณ์และเป็นระบบ The reason for this ระบุผลลัพธ์หรือสถานการณ์ที่กล่าวถึงไปแล้ว ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุสาเหตุ ใช้ reason for + คำนามหรือคำสรรพนามเพื่อระบุสิ่งที่ต้องการอธิบาย แล้วตามด้วย be + อนุประโยค that เพื่อบอกสาเหตุ ในที่นี้ this หมายถึงการเชื่อมโยงแต่ละคำเข้ากับรายการตัวเลข
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายให้สมบูรณ์ด้วยกรอบนำเสนอเหตุผลจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: The file opens quickly after the first use. ____ the app saves a local copy.
ดูคำตอบ
The reason for this is that
so you have to somehow encode language using numbers,
5:02ดังนั้นคุณจึงต้องเข้ารหัสภาษาด้วยตัวเลขด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง
may somehow encode the meaning of the corresponding word.
5:07อาจเข้ารหัสความหมายของคำที่สอดคล้องกันในทางใดทางหนึ่ง
is their reliance on a special operation known as attention. วลี
5:12คือการพึ่งพาโอเปอเรชันพิเศษที่รู้จักกันในชื่อ attention (ความสนใจ)
What makes Transformers unique is ...: โครงสร้างเน้นประเด็น
What makes Transformers unique is ... เป็นโครงสร้างเน้นประเด็น อนุประโยค What makes Transformers unique ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน และหมายถึงปัจจัยที่ทำให้ Transformer มีเอกลักษณ์ ไม่ใช่คำถามโดยตรง คำตอบอยู่หลัง is คือ their reliance on ... รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ What makes X + adjective + is + the key reason or feature โดยยกคุณลักษณะที่ต้องอธิบายขึ้นมาก่อน แล้วจึงให้คำตอบ
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง What makes X adjective is Y เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ this backpack practical ____ its many pockets.
ดูคำตอบ
What makes · is
reliance on: คำนามและบุพบทที่ใช้คู่กัน
ใน reliance on คำว่า reliance เป็นคำนามที่หมายถึงการพึ่งพาหรือการต้องการการสนับสนุนจากบางสิ่ง ในประโยคนี้ their reliance on a special operation หมายความว่าระบบพึ่งพาการทำงานนั้น คำนามนี้ใช้ on หน้าสิ่งหรือบุคคลที่พึ่งพา เช่น reliance on technology และ reliance on a guide ต้องคง on ไว้ ไม่เปลี่ยนเป็น of หรือ to
แบบฝึกหัด
ใช้รูปคำนามของ rely และบุพบทที่ใช้คู่กันเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The hospital's ____ backup generators increased during the storm.
ดูคำตอบ
reliance on
talk to one another ในฐานะคำเปรียบเทียบทางเทคนิค
ในที่นี้ talk to one another เป็นการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตมีลักษณะเหมือนมนุษย์ รายการตัวเลขไม่ได้พูดจริง ๆ วลีนี้ช่วยให้จินตนาการการคำนวณที่เป็นนามธรรมได้ง่ายขึ้น โดยนำเสนอว่ารายการเหล่านั้นกำลังสื่อสารกัน ในบริบทนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงตัวแทนข้อมูลต่าง ๆ ส่งผลต่อกันด้วยการแลกเปลี่ยนหรือรวมข้อมูลด้านบริบท เมื่อมีการบอกว่าวัตถุทางเทคนิคพูด ฟัง รู้ หรือตัดสินใจ ให้มองหากระบวนการจริงที่การกระทำแบบมนุษย์นั้นใช้แทน
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The two software modules talk to one another before producing a result. talk to one another น่าจะหมายความว่าอะไร?
- โมดูลเหล่านั้นพูดออกเสียงเหมือนมนุษย์
- โมดูลเหล่านั้นแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
- โมดูลเหล่านั้นถูกเรียงไว้ข้างกัน
ดูคำตอบ
โมดูลเหล่านั้นแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
might be changed based on the context surrounding it
5:30อาจถูกเปลี่ยนแปลงโดยขึ้นอยู่กับบริบทที่ล้อมรอบมัน
to somehow encode the more specific notion of a river bank.
5:32เพื่อเข้ารหัสแนวคิดที่เจาะจงมากขึ้นของตลิ่งแม่น้ำ (river bank)
Transformers typically also include a second type of operation
5:37โดยทั่วไป Transformer ยังมีโอเปอเรชันอีกประเภทหนึ่ง
known as a feed-forward neural network,
5:40รู้จักกันในชื่อ โครงข่ายประสาทเทียมแบบป้อนไปข้างหน้า (feed-forward neural network)
to store more patterns about language learned during training.
5:45ในการจัดเก็บรูปแบบเกี่ยวกับภาษาเพิ่มเติมที่เรียนรู้ระหว่างการฝึก
All of this data repeatedly flows through many different iterations
5:49ข้อมูลทั้งหมดนี้จะไหลซ้ำๆ ผ่านการวนลูป (iterations) ที่แตกต่างกันมากมาย
as it does so สำหรับเชื่อมการกระทำที่เกิดพร้อมกัน
As it does so เชื่อมเหตุการณ์ถัดไปเข้ากับการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ it หมายถึง all of this data ส่วน does so ใช้แทน flows through many different iterations of these two fundamental operations วลีทั้งหมดหมายถึงในขณะที่ข้อมูลกำลังผ่านการดำเนินการที่เกิดซ้ำเหล่านั้น วลีนี้ช่วยให้คำอธิบายกระบวนการที่ยาวดำเนินต่อไปได้โดยไม่ต้องกล่าวกริยาวลีทั้งหมดซ้ำ ในโครงสร้างนี้ so ใช้แทนการกระทำก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึง therefore
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The robot scans each shelf. As it does so, it updates the store map. As it does so ในที่นี้หมายความว่าอะไร?
- ดังนั้น หุ่นยนต์จึงอัปเดตแผนที่
- หลังจากหุ่นยนต์อีกตัวสแกนชั้นวาง
- ขณะที่หุ่นยนต์สแกนชั้นวางแต่ละชั้น
ดูคำตอบ
ขณะที่หุ่นยนต์สแกนชั้นวางแต่ละชั้น
whatever information might be needed: ข้อมูลใดก็ตามที่อาจจำเป็น
วลี whatever information หมายถึง “ข้อมูลใดก็ตามที่ภายหลังพบว่าจำเป็น” แม้ว่าจะยังไม่รู้ล่วงหน้าว่าเป็นข้อมูลอะไร โดยทางไวยากรณ์ whatever นำหน้าโครงสร้างอนุประโยคสัมพันธ์แบบเลือกได้อย่างอิสระ Might be needed เป็นรูปถูกกระทำและตั้งใจคงความไม่แน่นอนไว้ might เปิดไว้ว่าอาจต้องใช้ข้อมูลใด ส่วน be needed บอกว่างานนั้นต้องการข้อมูลดังกล่าว ในที่นี้ whatever ไม่ได้แปลว่า “อะไรก็ได้ ไม่สำคัญ” และ might ก็ไม่ใช่เครื่องหมายของอดีตกาล
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ ‘The guide includes whatever details might be needed by first-time visitors,’ วลี ‘whatever details might be needed’ หมายความว่าอย่างไร
- รายละเอียดใดก็ตามที่ภายหลังอาจพบว่าจำเป็น
- เฉพาะรายละเอียดที่จำเป็นอย่างแน่นอนในอดีต
- รายละเอียดที่สุ่มเลือกโดยไม่สนว่าจะมีประโยชน์หรือไม่
ดูคำตอบ
รายละเอียดใดก็ตามที่ภายหลังอาจพบว่าจำเป็น
one final function is performed on the last vector in this sequence,
6:07ฟังก์ชันสุดท้ายอย่างหนึ่งจะถูกดำเนินการกับเวกเตอร์ตัวสุดท้ายในลำดับนี้
as well as everything the model learned during training,
6:16รวมถึงทุกสิ่งที่โมเดลเรียนรู้ระหว่างการฝึก
has had a chance to be influenced by: มีโอกาสได้รับอิทธิพลจาก……มาจนถึงตอนนี้
Has had ดูเหมือนเป็นคำซ้ำ แต่สองคำนี้ทำหน้าที่ต่างกัน has ใช้สร้าง present perfect ส่วน had เป็น past participle ของ have โครงสร้างนี้จึงวางโอกาสดังกล่าวไว้ในช่วงเวลาที่ต่อเนื่องมาถึงขั้นตอนปัจจุบัน หลัง a chance to ตามด้วย infinitive รูปถูกกระทำ be influenced by เวกเตอร์เป็นฝ่ายรับอิทธิพล ส่วนบริบทและข้อมูลจากการฝึกเป็นแหล่งของอิทธิพล ในที่นี้ chance หมายถึงมีเวลาหรือโอกาสให้อิทธิพลเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นเพราะโชค เมื่อรวมกัน วลีนี้บอกว่าเมื่อถึงขั้นตอนปัจจุบัน เวกเตอร์ตัวสุดท้ายได้เปิดรับอิทธิพลที่อาจมาจากแหล่งเหล่านั้น แต่ตัววลีเองไม่ได้ยืนยันว่าทุกแหล่งเปลี่ยนเวกเตอร์อย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
ใน ‘The design has had a chance to be influenced by user feedback,’ ข้อวิเคราะห์ใดถูกต้อง
- งานออกแบบส่งอิทธิพลต่อความคิดเห็นของผู้ใช้ และเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในอดีตที่จบแล้วเท่านั้น
- ความคิดเห็นของผู้ใช้ได้รับอิทธิพลจากงานออกแบบ และ has had แสดงเวลาในอนาคต
- งานออกแบบอาจได้รับอิทธิพล และมองว่าสถานการณ์ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
ดูคำตอบ
งานออกแบบอาจได้รับอิทธิพล และมองว่าสถานการณ์ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
the model's prediction looks like a probability for every possible next word.
6:22คำทำนายของโมเดลดูเหมือนเป็นค่าความน่าจะเป็นสำหรับทุกคำถัดไปที่เป็นไปได้
it's important to understand that the specific behavior is an emergent phenomenon การใช้คำ
6:32สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจก็คือพฤติกรรมเฉพาะตัวนั้นเป็นปรากฏการณ์ฉุกเฉิน (emergent phenomenon)
emergent phenomenon: พฤติกรรมที่เกิดจากการปฏิสัมพันธ์
Emergent phenomenon เป็นวลีคำนามเชิงเทคนิค หมายถึงรูปแบบหรือพฤติกรรมโดยรวมที่เกิดจากการปฏิสัมพันธ์ของส่วนย่อยจำนวนมาก แม้ไม่มีใครกำหนดผลลัพธ์โดยรวมนั้นไว้อย่างตรงไปตรงมา ในประโยคนี้ พฤติกรรมเกิดจากวิธีปรับพารามิเตอร์จำนวนมหาศาลระหว่างการฝึก ดังนั้น emergent จึงบอกที่มาของพฤติกรรม ไม่ได้หมายเพียงว่าพฤติกรรมนั้นเป็นสิ่งใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ emergent phenomenon ในความหมายว่าผลลัพธ์เกิดจากการปฏิสัมพันธ์เฉพาะจุดจำนวนมาก?
- A machine part built exactly from a blueprint is an emergent phenomenon because its shape was specified in advance.
- A newly announced movie is an emergent phenomenon simply because it is new.
- The wave moving through a crowd can be an emergent phenomenon produced by many local reactions.
ดูคำตอบ
The wave moving through a crowd can be an emergent phenomenon produced by many local reactions.
based on how those hundreds of billions of parameters
6:37ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าพารามิเตอร์หลายแสนล้านตัวเหล่านั้น
Although ... it's important to understand that: ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนแล้วชี้ประเด็นหลัก
Although เปิดประโยคยอมรับข้อเท็จจริงก่อน กล่าวคือยอมรับว่านักวิจัยเป็นผู้ออกแบบกรอบการทำงาน แต่ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงนี้เป็นข้อสรุปสุดท้าย จากนั้นประโยคหลักจึงย้ายจุดสนใจไปยังข้อจำกัดเกี่ยวกับที่มาของพฤติกรรมเฉพาะ วลี it's important to understand that ทำหน้าที่เป็นสัญญาณบอกประเด็นสำคัญ โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปคือข้อแก้ไขหลักต่อความเข้าใจที่ง่ายเกินไป เมื่อใช้ร่วมกัน ทั้งสองส่วนจะจัดข้อมูลเป็นลำดับว่า ข้อเท็จจริงแรกนั้นถูกต้อง แต่ข้อจำกัดที่ตามมาสำคัญกว่าที่ควรจดจำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การจัดข้อมูลแบบเดียวกัน คือยอมรับข้อเท็จจริงด้วย Although แล้วใช้ it's important to understand that เพื่อชี้ข้อแก้ไขหลัก?
- Because the shortcut saves time, it can also miss rare errors.
- Although the shortcut saves time, it's important to understand that it can miss rare errors.
- The shortcut saves time, and it's important to understand how shortcuts are designed.
ดูคำตอบ
Although the shortcut saves time, it's important to understand that it can miss rare errors.
makes it incredibly challenging to determine: make it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive
ใน makes it incredibly challenging to determine คำว่า make ตามด้วยกรรมรูปแบบ it แล้วจึงตามด้วยส่วนเติมเต็มกรรม incredibly challenging เนื้อหาที่แท้จริงอยู่ในอนุประโยค infinitive to determine why... กล่าวคือ สิ่งที่ยากขึ้นคือการระบุเหตุผล ใช้โครงสร้าง make it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive เพื่อบอกว่าสาเหตุหนึ่งทำให้การกระทำบางอย่างง่าย ยาก สะดวก หรือเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ในที่นี้ makes สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ This ส่วน it ไม่ได้หมายถึงโมเดลหรือผลการคาดการณ์ใดผลหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ make it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ได้ถูกต้อง โดยมี it เป็นกรรมรูปแบบ?
- The faded signs make it difficult to find the entrance.
- The faded signs make the entrance difficult to find.
- The faded signs make difficult to find the entrance.
ดูคำตอบ
The faded signs make it difficult to find the entrance.
What you can see is that: นำเสนอผลที่สังเกตได้
What you can see is that นำผลที่สังเกตได้มาวางไว้ก่อน อนุประโยค What ทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วนอนุประโยค that ระบุผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ผลลัพธ์คือคำที่สร้างขึ้นมีความลื่นไหล น่าสนใจ และมีประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด กรอบนี้แยกหลักฐานออกจากคำอธิบาย see หมายถึงสังเกตหรือรับรู้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงมองด้วยตา ผู้พูดจึงสรุปสิ่งที่มีหลักฐานรองรับได้โดยไม่อ้างว่ารู้ว่าเหตุใดผลนั้นจึงเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
คุณวัดได้ว่ามีการปรับปรุง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ ประโยคใดรายงานเฉพาะผลที่สังเกตได้?
- What you can see is that the new filter reduces the measured background noise.
- This proves that the new filter will remove background noise from every recording.
- The reason the recording is clearer is that the new filter removes the background noise.
ดูคำตอบ
What you can see is that the new filter reduces the measured background noise.
uncannily fluent: คล่องแคล่วอย่างน่าประหลาดและชวนขนลุกเล็กน้อย
ในที่นี้ uncannily fluent หมายถึงคล่องแคล่วอย่างน่าประทับใจผิดปกติจนแทบอธิบายได้ยาก uncannily ไม่ได้เพียงเพิ่มระดับความมาก แต่ยังแสดงความประหลาดใจของผู้พูด และอาจมีนัยแปลกหรือน่าขนลุกเล็กน้อย วลีนี้ประเมินว่าถ้อยคำที่สร้างขึ้นดูเป็นธรรมชาติและเหมือนมนุษย์เพียงใด ในบริบทอื่น uncannily + คำคุณศัพท์ มักหมายถึง “เป็น X อย่างเกินคาดจนรู้สึกแปลก” ไม่ใช่เพียง “X มาก”
แบบฝึกหัด
uncannily fluent ใน “The chatbot's answer was uncannily fluent” สื่อความหมายใดชัดที่สุด
- มันเพียงคล่องแคล่วในระดับสูง โดยไม่มีปฏิกิริยาของผู้พูด
- มันลื่นไหลเป็นธรรมชาติจนน่าประหลาดใจและรู้สึกแปลกเล็กน้อย
- มันมีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์มาก แต่ฟังดูมั่นใจ
ดูคำตอบ
มันลื่นไหลเป็นธรรมชาติจนน่าประหลาดใจและรู้สึกแปลกเล็กน้อย
and you're curious about more details on how Transformers and attention work,
7:06และคุณอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า Transformer และ attention ทำงานอย่างไร
boy do I have... ในฐานะประโยคอุทานเน้นย้ำ
ในที่นี้ boy เป็นคำอุทาน ไม่ใช่คำที่ใช้เรียกผู้ชาย รูปแบบ Boy, do I have... ใช้การสลับตำแหน่งระหว่างกริยาช่วยกับประธานเพื่อสร้างประโยคอุทาน โดยเน้นความหมายว่า “ฉันมีเนื้อหาให้คุณจริง ๆ” แม้ do จะอยู่หน้า I แต่นี่ไม่ใช่คำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ รูปแบบนี้เพิ่มความตื่นเต้น ความมั่นใจแบบขี้เล่น หรือความรู้สึกรอคอย และมักสื่อว่าผู้พูดมีเนื้อหาที่ดีเป็นพิเศษหรือมีอยู่มากให้แบ่งปัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคอุทานที่ตื่นเต้นด้วยรูปแบบเป้าหมาย: Boy, ____ a surprise for you!
ดูคำตอบ
do I have
One option is to jump into a series I made about deep learning กริยาวลี
7:12ทางเลือกหนึ่งคือเข้าไปดูซีรีส์ที่ผมทำไว้เกี่ยวกับ deep learning
“jump into” เพื่อบอกว่าเริ่มทันที
ในที่นี้ “jump into” หมายถึงเริ่มลงมือหรือเข้าไปมีส่วนร่วมกับบางสิ่งทันที มักให้ความรู้สึกกระตือรือร้นและไม่มีบทนำยาว ๆ ผู้พูดกำลังเสนอให้ผู้ชมเริ่มดูซีรีส์ ไม่ได้หมายถึงการกระโดดจริง ๆ โครงสร้างคือ jump into + กิจกรรม หัวข้อ โครงการ หรือเนื้อหา โดยทำให้ขั้นตอนถัดไปดูง่ายและเริ่มได้ทันที
แบบฝึกหัด
ในประโยค “After a quick introduction, we'll jump into the first activity,” คำว่า “jump into” หมายถึงอะไร
- นำกิจกรรมออกจากแผน
- กระโดดเข้าไปในกิจกรรมจริง ๆ
- เริ่มกิจกรรมทันที
ดูคำตอบ
เริ่มกิจกรรมทันที
where we visualize and motivate the details of attention การใช้คำ
7:16ซึ่งเราจะได้เห็นภาพและกระตุ้นให้เข้าใจรายละเอียดของ attention
“motivate the details” ในคำอธิบายเชิงเทคนิค
ในบริบททางเทคนิคนี้ “motivate” หมายถึงให้เหตุผลหรือแนวคิดเชิงสัญชาตญาณที่ช่วยให้เข้าใจแนวคิดหรือการเลือกในการออกแบบ ดังนั้น “motivate the details” จึงหมายถึงการแสดงว่ารายละเอียดเหล่านั้นมีไว้ทำไมและเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ได้หมายถึงการให้กำลังใจรายละเอียด การใช้แบบนี้มักตอบคำถามว่า “ทำไมจึงสร้างแบบนี้” มากกว่าเพียง “มีรายละเอียดอะไรบ้าง” กรรมของคำนี้อาจเป็นนิยาม วิธีการ สมมติฐาน สูตร หรือการเลือกในการออกแบบ
แบบฝึกหัด
ในการบรรยายเชิงเทคนิค “motivate the choice of this formula” น่าจะหมายถึงอะไร
- อ่านทุกสัญลักษณ์ในสูตรออกเสียงดัง ๆ
- ให้เหตุผลหรือแนวคิดเบื้องหลังการเลือกสูตรนี้
- กระตุ้นให้ผู้ฟังท่องจำสูตร
ดูคำตอบ
ให้เหตุผลหรือแนวคิดเบื้องหลังการเลือกสูตรนี้
I just posted a talk that I gave a couple months ago การใช้คำ
7:23ผมเพิ่งโพสต์งานบรรยายที่ผมไปพูดเมื่อสองสามเดือนก่อน
a couple months ago: การละ of ในภาษาอังกฤษที่ไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ a couple months ago บอกว่าผู้พูดบรรยายเมื่อใด โดยหมายถึงประมาณสองเดือนก่อนเวลาปัจจุบัน ปกติ a couple สื่อถึงจำนวนสอง แต่ในภาษาพูดสบาย ๆ ก็ใช้เป็นจำนวนโดยประมาณได้ ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ไม่เป็นทางการ a couple สามารถวางหน้าคำนามบอกเวลารูปพหูพจน์ได้โดยตรง จึงละ of ใน a couple months ส่วนรูปเต็ม a couple of months ก็ถูกต้อง และมักเหมาะกว่าในงานเขียนที่ระมัดระวังหรือเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ไม่เป็นทางการซึ่งใช้ a couple และละ of: I joined the chess club ____.
ดูคำตอบ
a couple months ago
about this topic for the company TNG in Munich.
7:25เกี่ยวกับหัวข้อนี้ให้กับบริษัท TNG ในเมืองมิวนิก
Sometimes I actually prefer the content that I make as a casual talk
7:29บางครั้งผมก็ชอบเนื้อหาที่ผมทำเป็นบรรยายแบบสบายๆ
การใช้ rather than เพื่อเปรียบเทียบทางเลือก
Rather than ใช้นำหน้าตัวเลือกที่ไม่ได้รับความชอบ ในที่นี้คำนี้เปรียบเทียบ a casual talk กับ a produced video ดังนั้นผู้พูดกำลังเปรียบเทียบรูปแบบสองแบบ ไม่ได้บอกว่าอะไรเกิดขึ้นก่อน การเปรียบเทียบจะชัดที่สุดเมื่อทั้งสองด้านมีรูปแบบที่สอดคล้องกัน เช่น a casual talk rather than a produced video หรือ talk casually rather than make a produced video โครงสร้างนี้ทำให้เข้าใจการเลือกระหว่างทางเลือกได้ง่าย
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Nora chose to bike rather than take the bus,” rather than แสดงความหมายใด?
- Nora เลือกขี่จักรยานและไม่เลือกขึ้นรถโดยสาร
- Nora คิดว่าทั้งสองทางเลือกเป็นไปไม่ได้
- Nora ขี่จักรยานก่อนแล้วจึงขึ้นรถโดยสาร
ดูคำตอบ
Nora เลือกขี่จักรยานและไม่เลือกขึ้นรถโดยสาร
but I leave it up to you which one of these feels like the better follow-on. สำนวน
7:33แต่ผมปล่อยให้คุณตัดสินใจเองว่าอันไหนจะเหมาะที่จะดูเป็นลำดับต่อไป
leave it up to you: มอบสิทธิ์ในการตัดสินใจให้อีกฝ่าย
ในประโยคนี้ leave it up to you หมายถึง “ให้คุณเป็นคนตัดสินใจ” คำสรรพนาม it หมายถึงการเลือกว่าสิ่งใดเหมาะจะเป็นเนื้อหาต่อไปมากกว่า ไม่ได้หมายถึงสิ่งของจริง ๆ โครงสร้าง leave + it/การตัดสินใจ + up to + บุคคล หมายถึงการมอบสิทธิ์ในการเลือกให้บุคคลนั้น มักใช้หลังจากเสนอหลายตัวเลือก และแสดงว่าผู้พูดยอมรับตัวเลือกใดก็ตามที่ผู้ฟังชอบมากกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดมอบสิทธิ์ในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายให้อีกฝ่ายอย่างสุภาพ
- I’ll leave you to it while you finish the report.
- I’ll leave it up to you which restaurant we choose.
- I’ve already chosen the restaurant for us.
ดูคำตอบ
I’ll leave it up to you which restaurant we choose.