ขอแนะนำ ชาร์ราลันดา และ เดนนิส | แกล้งกัน | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
คำอธิบายวิดีโอ: Bluey และ Bingo โต้แย้งกฎของพ่อที่ห้ามแกล้งกัน โดยยกสิ่งที่พ่อเคยทำกับพวกเธอ ทั้งเกมถามรหัสผ่าน การตั้งชื่อใหม่ และการแกล้งทำเป็นแม่ บทสนทนาในครอบครัวแสดงให้เห็นว่าเรื่องที่คนทำมองว่าสนุก อาจเป็นการหยอกที่ทำให้คนถูกแกล้งไม่สบายใจได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. teasing your sister. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า tease ในบริบทครอบครัวอาจหมายถึงการหยอก ล้อ หรือจงใจยั่วให้อีกฝ่ายรำคาญอย่างขี้เล่น ไม่ได้หมายถึงเพียงการเล่าเรื่องตลก ความเข้าใจนี้ช่วยแยกการหยอกด้วยความเอ็นดูออกจากพฤติกรรมที่ทำให้อีกฝ่ายอึดอัด และทำให้ตามทันว่าทำไมทุกคนจึงถกเถียงว่าการกระทำของพ่อควรเรียกว่า teasing หรือไม่ 2. getting a bit sick of — สำนวนและภาษาภาพพจน์: จำได้ว่านี่เป็นวิธีพูดตามธรรมชาติว่ากำลังเริ่มเบื่อ เอือม หรือรำคาญบางสิ่ง ไม่ได้เกี่ยวกับการเจ็บป่วยทางร่างกาย สามารถใช้กับสิ่งของ นิสัย หรือสถานการณ์ที่เกิดซ้ำเพื่อสื่อความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้น โดย a bit ช่วยลดความแรงของคำบ่นลงเล็กน้อย 3. I didn't say Dad. I said Mum. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: ใช้รูปประโยคเปรียบต่างนี้เมื่ออีกฝ่ายฟังคำพูดผิดหรือเข้าใจเป็นตัวเลือกที่ไม่ถูกต้อง ประโยคแรกปฏิเสธคำที่ผิด ส่วนประโยคที่สองบอกคำที่ตั้งใจพูด จึงช่วยแก้ความเข้าใจผิดในชีวิตประจำวันได้อย่างตรงไปตรงมาและแม่นยำโดยไม่ต้องอธิบายยืดยาว
คำอธิบายในบทเรียนนี้
teasing your sister: ความหมายของ tease someone
Tease someone หมายถึงล้อใครบางคน จงใจแกล้งให้รำคาญ หรือพยายามทำให้อีกฝ่ายมีปฏิกิริยา ในที่นี้ teasing your sister คือพฤติกรรมที่ผู้ปกครองต้องการให้ Bluey หยุดทำ teasing จะเป็นการหยอกเล่นอย่างเป็นมิตรได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายสนุกด้วย หากอีกฝ่ายไม่พอใจ ก็ไม่ใช่มุกที่สนุกร่วมกันอีกต่อไปและจะกลายเป็นการทำร้ายความรู้สึก ในบริบทครอบครัวนี้ tease ไม่ได้หมายถึงการจีบเชิงชู้สาว
แบบฝึกหัด
ใน 'Please don't tease Amir about his mistake,' คำว่า tease หมายถึงอะไร
- ล้อหรือแกล้งเขาเพื่อให้เขามีปฏิกิริยา
- ช่วยเขาแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างเงียบ ๆ
- ขอให้เขาอธิบายข้อผิดพลาดนั้น
ดูคำตอบ
ล้อหรือแกล้งเขาเพื่อให้เขามีปฏิกิริยา
I don't want any + คำนาม
I don't want any + คำนาม เป็นการบอกตรง ๆ ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่เป็นที่ยอมรับเลย ในที่นี้ teasing เป็นชื่อของพฤติกรรม ดังนั้นผู้พูดกำลังตั้งกฎและบอกให้ทุกคนหยุด ไม่ได้เพียงบอกความชอบส่วนตัว ในประโยคปฏิเสธ any ทำให้ขอบเขตครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งหมายถึงห้ามมี teasing แม้แต่น้อย สำนวนนี้หนักแน่นและชัดเจนกว่า I don't like teasing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคกำหนดขอบเขตที่หนักแน่นด้วยโครงสร้าง I don't want any + คำนาม ที่ตรงตามแบบ: I ____ shouting in the hallway.
ดูคำตอบ
don't want any
Let me through: ขอให้เปิดทางให้ผ่าน
Let me through ใช้ขอให้คนที่ขวางทางหรือควบคุมทางเข้าเปิดทางหรืออนุญาตให้ผู้พูดผ่าน ตรงนี้ through หมายถึงการผ่านจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งของสิ่งกีดขวาง ประตู ฝูงชน หรือจุดตรวจ โครงสร้างคือ let + คน + through เช่น let us through และ let the ambulance through ใช้แบบเดียวกัน ความหมายคืออนุญาตให้ใครสักคนผ่าน ไม่ใช่อนุญาตให้คนนั้นประสบกับบางสิ่ง
แบบฝึกหัด
มีคนขวางประตูแคบอยู่ ประโยคใดขอให้อีกฝ่ายอนุญาตให้คุณผ่านได้ตรงความหมายที่สุด
- Could you let me down?
- Could you get me through?
- Could you let me through?
ดูคำตอบ
Could you let me through?
Sorry, there's highly sensitive information back here. การใช้คำ
0:26ขอโทษที ข้างในนี้มีข้อมูลที่อ่อนไหวมากๆ อยู่
highly sensitive information: ข้อมูลที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างเข้มงวด
Highly sensitive information หมายถึงข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ปัญหาด้านความเป็นส่วนตัว หรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หากถูกเปิดเผยหรือจัดการอย่างไม่เหมาะสม highly เพิ่มระดับความหมายของ sensitive และ sensitive ในที่นี้หมายถึงต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ ไม่ได้หมายถึงอ่อนไหวทางอารมณ์ วลีนี้เป็นภาษาทางการที่ใช้ในเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ในประโยคนี้ การใช้ถ้อยคำแบบทางการในเกมธรรมดาของครอบครัวทำให้ผู้พูดฟังดูเหมือนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จึงเกิดความขบขัน
แบบฝึกหัด
ในวลี highly sensitive information คำว่า sensitive หมายถึงอะไร
- ข้อมูลเกี่ยวกับคนที่โกรธง่าย
- ข้อมูลที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างเข้มงวด
- ข้อมูลที่ตรวจพบโดยอุปกรณ์ที่ไวต่อการตอบสนอง
ดูคำตอบ
ข้อมูลที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างเข้มงวด
No one ... without ... สำหรับบอกเงื่อนไขที่จำเป็น
โครงสร้าง No one + คำกริยา + without + เงื่อนไข หมายความว่าทุกคนต้องมีหรือทำตามเงื่อนไขนั้นก่อน จึงจะทำสิ่งนั้นได้ ในประโยคนี้ ต้องมีรหัสผ่านจึงจะผ่านไปได้ without ไม่ได้เพิ่มเพียงรายละเอียดเล็กน้อย แต่เป็นคำที่กำหนดเงื่อนไขของกฎ และ No one ใช้กับคำกริยาบุรุษที่สามเอกพจน์ จึงใช้ gets ไม่ใช่ get
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้บอกเงื่อนไขที่จำเป็นให้กฎสมบูรณ์: No one may enter ____ a valid badge.
ดูคำตอบ
without
gets through: ผ่านทางเข้าหรือสิ่งกีดขวาง
ในประโยคนี้ gets through หมายถึงผ่านทางเข้า สิ่งกีดขวาง หรือจุดตรวจไปถึงอีกด้านหนึ่งได้สำเร็จ สิ่งที่ผ่านนั้นเข้าใจได้จากสถานการณ์ ส่วน without the password บอกเงื่อนไขของการผ่าน ในที่นี้ควรเข้าใจ get through เป็นสำนวนเดียวกัน get ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” ส่วน through ให้ความหมายของการเคลื่อนผ่านสิ่งกีดขวาง
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ get through เติมประโยคให้สมบูรณ์: After a short wait, we ____ security and reached our gate.
ดูคำตอบ
got through
what's wrong with ...?:คำถามเชิงโต้แย้งเพื่อปกป้องตัวเลือก
ในประโยคนี้ What's wrong with name change? ไม่ใช่คำถามกลาง ๆ เพื่อขอข้อมูล แต่เป็นคำถามเชิงโต้แย้งเพื่อปกป้องสิ่งที่เลือก ผู้พูดสื่อว่าการเปลี่ยนชื่อไม่ใช่เรื่องผิด และท้าให้อีกฝ่ายอธิบายเหตุผลที่คัดค้าน โครงสร้าง What's wrong with + คำนามหรือรูป -ing? ใช้ถามว่าปัญหาคืออะไร บริบทและน้ำเสียงจะบอกว่าเป็นคำถามจริง ๆ หรือเป็นการโต้แย้งในความหมายว่า “ทำไมเรื่องนั้นถึงเป็นปัญหา?”
แบบฝึกหัด
ผู้พูดใช้ “What's wrong with taking a day off?” เพื่อปกป้องตัวเลือกนี้ ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไร?
- ฉันอยากรู้ว่าวันไหนว่าง
- ฉันไม่คิดว่าการหยุดหนึ่งวันเป็นปัญหา
- ฉันกำลังถามว่าจะไปที่ไหนในวันหยุด
ดูคำตอบ
ฉันไม่คิดว่าการหยุดหนึ่งวันเป็นปัญหา
getting a bit sick of ...:เริ่มรู้สึกรำคาญนิดหน่อย
Get sick of + คำนามหรือรูป -ing เป็นสำนวนที่หมายถึง “เริ่มเบื่อหรือรำคาญบางสิ่ง” ไม่ได้หมายถึงการเจ็บป่วยทางร่างกาย ใน I'm getting ... คำว่า getting แสดงว่าความรู้สึกนั้นกำลังก่อตัวขึ้น A bit หมายถึง “นิดหน่อย” และช่วยลดความแรงของคำบ่น ผู้พูดยังคงแสดงความรำคาญ แต่เบากว่า I'm sick of ...
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ค่อย ๆ เริ่มรำคาญเล็กน้อย” ให้สมบูรณ์: I'm ____ hearing the same excuse every day.
ดูคำตอบ
getting a bit sick of
From now on: กฎใหม่ที่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้
From now on ใช้กำหนดให้ช่วงเวลาที่พูดเป็นเส้นแบ่ง กฎ ข้อตกลง กิจวัตร หรือสภาพใหม่เริ่มตั้งแต่ตรงนี้และคาดว่าจะดำเนินต่อไป เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่าสิ่งที่ตามมาจะมาแทนสถานการณ์เดิม ในที่นี้ วลีนี้ใช้เปิดกฎใหม่ว่าจะใช้ชื่อใดต่อไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดประกาศกฎที่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้และตั้งใจให้ดำเนินต่อไป?
- Until now, everyone left their shoes by the door.
- From now on, everyone leaves their shoes by the door.
- For now, everyone can wait by the door.
ดูคำตอบ
From now on, everyone leaves their shoes by the door.
be called Dennis: การถูกเรียกด้วยชื่อนั้น
Be called + name เป็นโครงสร้างประธานถูกกระทำ หมายถึง “เป็นที่รู้จักหรือถูกเรียกด้วยชื่อนั้น” โดยเน้นคนที่ได้รับชื่อซึ่งผู้อื่นใช้เรียก ใน I don't want to be called Dennis ผู้พูดไม่ยอมรับชื่อ Dennis ที่คนอื่นจะใช้เรียกตนเอง ในที่นี้ called หมายถึง “ถูกตั้งชื่อ” หรือ “ถูกเรียก” ไม่ใช่ “ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์”
แบบฝึกหัด
เติมรูปประธานถูกกระทำสองคำที่หมายถึง “ถูกเรียกด้วยชื่อนี้” ให้สมบูรณ์: She likes to ____ Mia.
ดูคำตอบ
be called
Yes, you do: กริยาช่วย do ในคำตอบที่ใช้แก้คำพูด
ใน Yes, you do คำว่า do ทำหน้าที่แทนวลีกริยาที่ละไว้ คือ want to be called Dennis ภาษาอังกฤษใช้กริยาช่วยเพื่อไม่ต้องพูดวลีทั้งหมดซ้ำ ในที่นี้ do ไม่ได้แปลว่า “ทำ” เนื่องจากเป็นคำตอบต่อ I don't want ... รูปบอกเล่า Yes, you do จึงแย้งข้อความปฏิเสธโดยตรงว่า “จริง ๆ แล้วเธอต้องการ” รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ตอบหรือแก้ข้อความ present simple ที่มีกริยาหลักได้
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยกริยาช่วยที่ใช้แทน need a coat: I don't need a coat. — Yes, you ____.
ดูคำตอบ
do
what about when ...: การยกตัวอย่างแย้ง
What about when + อนุประโยค ใช้นำสถานการณ์เฉพาะเข้ามาในการสนทนา ในประโยคนี้ ผู้พูดถามว่าคำกล่าวก่อนหน้านี้จะใช้กับกรณีที่อีกฝ่ายแกล้งทำเป็นผู้พูดอย่างไร ในการโต้แย้ง รูปแบบนี้มักทำหน้าที่เป็นตัวอย่างแย้ง เพื่อตรวจสอบว่ากฎหรือคำวิจารณ์ถูกนำมาใช้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ไม่ใช่เพียงคำถามกลาง ๆ เกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง
แบบฝึกหัด
กฎของโรงเรียนระบุว่า Phones must stay in bags during class. คำตอบใดใช้ What about when ...? เพื่อยกข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง?
- What about when the teacher asks us to use a phone?
- What does the teacher say about phones?
- When does the teacher ask us to use a phone?
ดูคำตอบ
What about when the teacher asks us to use a phone?
pretend to be + บุคคลหรือบทบาท
pretend to be + บุคคลหรือบทบาท หมายถึงการทำตัวราวกับว่าคุณเป็นบุคคลนั้นหรือมีบทบาทนั้น ใน pretend to be me คำว่า me ระบุบทบาทที่กำลังเลียนแบบ หลัง pretend คำว่า to be เชื่อมการแกล้งทำเข้ากับตัวตนหรือบทบาท เช่น pretend to be a doctor และ pretend to be Dad ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่ใช้ทั่วไป โครงสร้างนี้ใช้รูปกรรมของสรรพนามบุรุษหลัง be ดังนั้น pretend to be me จึงถูกต้อง ไม่ใช่ pretend to be I
แบบฝึกหัด
ใช้ pretend ตามด้วย infinitive เพื่อเติมโครงสร้างบอกบทบาทให้สมบูรณ์: During the game, we ____ firefighters.
ดูคำตอบ
pretend to be
All the time ในฐานะคำตอบบอกความถี่
All the time เป็นสำนวนบอกความถี่สั้น ๆ ที่หมายถึง “บ่อยมาก” หรือ “ครั้งแล้วครั้งเล่า” สำนวนนี้ใช้ตอบเดี่ยว ๆ ได้ เพราะคำถามหรือข้อความก่อนหน้าได้ระบุการกระทำนั้นไว้แล้ว ในที่นี้สำนวนนี้ใช้เน้นและอาจมีน้ำเสียงหยอกล้อหรือเกินจริง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงทุกวินาทีโดยไม่หยุดเลย
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติและหมายถึง “บ่อยมาก”? Leo forgets his hat ____.
- at the time
- all the time
- on time
ดูคำตอบ
all the time
What is it? เมื่อมีคนเรียกคุณ
เมื่อมีคนเรียกคุณ What is it? อาจหมายถึง “ต้องการอะไร” หรือ “อยากบอกอะไรฉัน” ในที่นี้ it ไม่ได้แทนสิ่งของ คำถามนี้เป็นการตอบรับที่ Bingo เรียก บริบทเป็นตัวกำหนดความหมาย หลังจากได้ยินคนเรียกว่า Mum! หรือ Dad! ให้เข้าใจว่าคำถามนี้ชวนให้อีกฝ่ายอธิบายว่าเรียกทำไม
แบบฝึกหัด
เด็กคนหนึ่งเรียกว่า “Dad!” แล้วพ่อตอบว่า “What is it?” พ่อน่าจะหมายความว่าอะไร?
- คุณชื่ออะไร?
- สิ่งของชิ้นนั้นเรียกว่าอะไร?
- ต้องการอะไรหรืออยากบอกอะไรฉัน?
ดูคำตอบ
ต้องการอะไรหรืออยากบอกอะไรฉัน?
ใช้ I didn't say X. I said Y. เพื่อแก้ไขข้อมูล
I didn't say X. I said Y. ใช้แก้ไขสิ่งที่อีกคนได้ยินหรือเข้าใจผิด ประโยคแรกปฏิเสธข้อมูลที่ผิดคือ X และประโยคที่สองให้ข้อมูลที่ถูกต้องคือ Y จุดสำคัญคือการเปรียบต่างระหว่าง X กับ Y ไม่ใช่เพียงการบอกว่าเคยพูดในอดีต รูปแบบนี้ใช้แก้ไขชื่อ วัน สถานที่ ตัวเลข หรือตัวเลือกได้
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ I didn't say X. I said Y. ตามนี้เพื่อเติมประโยคแก้ไขให้สมบูรณ์: I ____ Tuesday. I ____ Thursday.
ดูคำตอบ
didn't say · said
go get her: ไปตามใครสักคนมา
go get someone หมายถึงการออกไปจากจุดที่อยู่ ไปหาคนนั้น แล้วพาเขามายังที่ที่ผู้พูดอยู่ ในประโยคนี้ get her หมายถึง “ไปตามเธอมา” หรือ “ไปพาเธอมา” ไม่ใช่ “ได้ตัวเธอมา” ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ go รูปพื้นฐานสามารถตามด้วยกริยารูปพื้นฐานอีกคำได้ทันที เช่น go get, go ask และ go see โดย go บอกการเคลื่อนที่ ส่วนกริยาถัดไปบอกจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีไม่เป็นทางการสองคำที่หมายถึง “ออกไปแล้วพาผู้จัดการมาที่นี่”: The manager can help. I'll ____ her.
ดูคำตอบ
go get
my little boo bear: คำเรียกด้วยความรัก
my little boo bear เป็นคำเรียกด้วยความรักที่ฟังดูขี้เล่นและเหมือนสร้างขึ้นมาเองสำหรับคนที่ผู้พูดรัก มีหน้าที่คล้ายคำว่า “ที่รัก” หรือ “เจ้าตัวน้อย” คำนี้สื่อความอ่อนโยน จึงไม่จำเป็นต้องแปล boo และ bear แยกกันตามตัวอักษร ในฉากนี้ ถ้อยคำที่น่ารักเป็นพิเศษเลียนแบบน้ำเสียงอ่อนโยนของผู้ดูแล ไม่ใช่ตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ชื่อสายพันธุ์สัตว์ หรือชื่อที่บุคคลนั้นใช้เป็นประจำเสมอไป
แบบฝึกหัด
ในประโยคที่มีน้ำเสียงแบบครอบครัวนี้ my little boo bear น่าจะทำหน้าที่อะไร?
- บอกชื่ออย่างเป็นทางการของบุคคลนั้น
- ทำหน้าที่เป็นคำเรียกด้วยความรัก
- เป็นชื่อสายพันธุ์หมีที่มีอยู่จริง
ดูคำตอบ
ทำหน้าที่เป็นคำเรียกด้วยความรัก
Can't you tell by ...?: ใช้เบาะแสเป็นหลักฐานที่เห็นได้ชัด
Can't you tell by + เบาะแส? หมายถึง “เบาะแสนั้นยังไม่พอให้คุณจำได้หรืออนุมานคำตอบอีกหรือ” ในที่นี้ tell หมายถึง “ดูออกหรือแยกแยะได้” ส่วน by ใช้นำเบาะแสที่เป็นหลักในการตัดสิน คำถามปฏิเสธนี้มักไม่ใช่การถามความสามารถแบบเป็นกลาง แต่สื่อว่าผู้พูดคิดว่าเบาะแสนั้นชัดเจนอยู่แล้ว น้ำเสียงจึงอาจฟังดูขี้เล่น ประหลาดใจ หรือตำหนิเล็กน้อย ในประโยคนี้ การยก “เสียงอันไพเราะ” มาเป็นหลักฐานทำให้น้ำเสียงเป็นเชิงล้อเล่น
แบบฝึกหัด
ผู้พูดสื่ออะไรเมื่อพูดว่า “Can't you tell by her voice?”
- ผู้พูดไม่ได้ยินเสียงของเธอ
- ผู้พูดต้องการขออนุญาตบรรยายเสียงของเธอ
- เสียงของเธอน่าจะทำให้คำตอบชัดเจนอยู่แล้ว
ดูคำตอบ
เสียงของเธอน่าจะทำให้คำตอบชัดเจนอยู่แล้ว
which is a shame: แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า
ในโครงสร้าง อนุประโยคสมบูรณ์, which + ความคิดเห็น คำว่า which สามารถย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่อนุประโยคก่อนเครื่องหมายจุลภาคกล่าวไว้ ในที่นี้หมายถึงข้อเท็จจริงที่ว่า Dad ไม่อยู่ ไม่ได้หมายถึงตัว Dad เอง ใน which is a shame คำว่า a shame หมายความว่าสถานการณ์นั้นน่าเสียดายหรือน่าผิดหวัง ไม่ได้บอกว่า Dad เป็นคนน่าละอาย เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าอนุประโยค which เป็นความคิดเห็นเพิ่มเติมแบบไม่จำกัดความ
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนที่เน้นไว้เพื่อเสริมว่าสถานการณ์ทั้งหมดน่าเสียดาย: The outdoor concert was cancelled, ____.
ดูคำตอบ
which is a shame
such a handsome fellow: การเน้นคำประเมิน
โครงสร้าง such a + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ ใช้เน้นการประเมินคนหรือสิ่งของโดยรวม ในที่นี้ such a handsome fellow หมายถึงเขาเป็นผู้ชายที่หล่อมาก โดยมีน้ำเสียงเน้นและเกินจริงเล็กน้อย fellow ในที่นี้หมายถึง “ผู้ชาย” หรือ “หมอนั่น” ผู้พูดแกล้งทำเหมือนว่าคนอื่นกำลังชมตนเอง การใช้ถ้อยคำที่เน้นมากจึงช่วยสร้างมุกชมตัวเอง
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง such เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya is ____ thoughtful friend.
ดูคำตอบ
such a
That's not teasing: การปฏิเสธคำจำกัดความ
That's not + คำนามหรือรูป -ing ใช้ชี้ไปที่การกระทำหรือสถานการณ์ แล้วปฏิเสธคำจำกัดความที่อีกคนใช้เรียกสิ่งนั้น That's not teasing หมายถึง “พฤติกรรมนั้นไม่นับว่าเป็นการแหย่” ผู้พูดไม่ได้ปฏิเสธว่าพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้น แต่กำลังแก้ต่างโดยไม่เห็นด้วยกับวิธีที่อีกฝ่ายจัดประเภทพฤติกรรมนั้น
แบบฝึกหัด
มีคนเรียกคำเตือนของคุณว่าเป็นการบ่น ใช้ That's not + คำจำกัดความ เพื่อปฏิเสธการจัดประเภทนั้น: ____ complaining; it's a reminder.
ดูคำตอบ
That's not