ขอแนะนำ ชาร์ราลันดา และ เดนนิส | แกล้งกัน | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
219 คำ 133 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: Bluey และ Bingo โต้แย้งกฎของพ่อที่ห้ามแกล้งกัน โดยยกสิ่งที่พ่อเคยทำกับพวกเธอ ทั้งเกมถามรหัสผ่าน การตั้งชื่อใหม่ และการแกล้งทำเป็นแม่ บทสนทนาในครอบครัวแสดงให้เห็นว่าเรื่องที่คนทำมองว่าสนุก อาจเป็นการหยอกที่ทำให้คนถูกแกล้งไม่สบายใจได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. teasing your sister. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า tease ในบริบทครอบครัวอาจหมายถึงการหยอก ล้อ หรือจงใจยั่วให้อีกฝ่ายรำคาญอย่างขี้เล่น ไม่ได้หมายถึงเพียงการเล่าเรื่องตลก ความเข้าใจนี้ช่วยแยกการหยอกด้วยความเอ็นดูออกจากพฤติกรรมที่ทำให้อีกฝ่ายอึดอัด และทำให้ตามทันว่าทำไมทุกคนจึงถกเถียงว่าการกระทำของพ่อควรเรียกว่า teasing หรือไม่ 2. getting a bit sick of — สำนวนและภาษาภาพพจน์: จำได้ว่านี่เป็นวิธีพูดตามธรรมชาติว่ากำลังเริ่มเบื่อ เอือม หรือรำคาญบางสิ่ง ไม่ได้เกี่ยวกับการเจ็บป่วยทางร่างกาย สามารถใช้กับสิ่งของ นิสัย หรือสถานการณ์ที่เกิดซ้ำเพื่อสื่อความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้น โดย a bit ช่วยลดความแรงของคำบ่นลงเล็กน้อย 3. I didn't say Dad. I said Mum. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: ใช้รูปประโยคเปรียบต่างนี้เมื่ออีกฝ่ายฟังคำพูดผิดหรือเข้าใจเป็นตัวเลือกที่ไม่ถูกต้อง ประโยคแรกปฏิเสธคำที่ผิด ส่วนประโยคที่สองบอกคำที่ตั้งใจพูด จึงช่วยแก้ความเข้าใจผิดในชีวิตประจำวันได้อย่างตรงไปตรงมาและแม่นยำโดยไม่ต้องอธิบายยืดยาว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Bluey!

0:02

บลูอี้!

Bluey, stop teasing your sister. การใช้คำ

0:03

บลูอี้ เลิกแกล้งน้องสาวลูกได้แล้ว

การใช้คำ

teasing your sister: ความหมายของ tease someone

Tease someone หมายถึงล้อใครบางคน จงใจแกล้งให้รำคาญ หรือพยายามทำให้อีกฝ่ายมีปฏิกิริยา ในที่นี้ teasing your sister คือพฤติกรรมที่ผู้ปกครองต้องการให้ Bluey หยุดทำ teasing จะเป็นการหยอกเล่นอย่างเป็นมิตรได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายสนุกด้วย หากอีกฝ่ายไม่พอใจ ก็ไม่ใช่มุกที่สนุกร่วมกันอีกต่อไปและจะกลายเป็นการทำร้ายความรู้สึก ในบริบทครอบครัวนี้ tease ไม่ได้หมายถึงการจีบเชิงชู้สาว

แบบฝึกหัด

ใน 'Please don't tease Amir about his mistake,' คำว่า tease หมายถึงอะไร

  1. ล้อหรือแกล้งเขาเพื่อให้เขามีปฏิกิริยา
  2. ช่วยเขาแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างเงียบ ๆ
  3. ขอให้เขาอธิบายข้อผิดพลาดนั้น
ดูคำตอบ

ล้อหรือแกล้งเขาเพื่อให้เขามีปฏิกิริยา

But she was teasing me first.

0:07

แต่เขาแกล้งหนูก่อนนะ

You were teasing me second.

0:09

พี่แกล้งหนูเป็นคนที่สอง

I don't want any teasing, น้ำเสียง/เจตนา

0:11

แม่ไม่อยากให้มีการแกล้งกันนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I don't want any + คำนาม

I don't want any + คำนาม เป็นการบอกตรง ๆ ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่เป็นที่ยอมรับเลย ในที่นี้ teasing เป็นชื่อของพฤติกรรม ดังนั้นผู้พูดกำลังตั้งกฎและบอกให้ทุกคนหยุด ไม่ได้เพียงบอกความชอบส่วนตัว ในประโยคปฏิเสธ any ทำให้ขอบเขตครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งหมายถึงห้ามมี teasing แม้แต่น้อย สำนวนนี้หนักแน่นและชัดเจนกว่า I don't like teasing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคกำหนดขอบเขตที่หนักแน่นด้วยโครงสร้าง I don't want any + คำนาม ที่ตรงตามแบบ: I ____ shouting in the hallway.

ดูคำตอบ

don't want any

first or second.

0:13

ไม่ว่าจะคนแรกหรือคนที่สอง

But Dad always teases us.

0:15

แต่พ่อชอบแกล้งเราตลอดเลย

What?

0:17

อะไรนะ?

Me?

0:18

พ่อน่ะเหรอ?

When?

0:19

ตอนไหน?

Like password.

0:20

ก็อย่างเรื่องรหัสผ่านไง

Password?

0:23

รหัสผ่าน?

Let me through. น้ำเสียง/เจตนา

0:24

ให้หนูผ่านไปนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Let me through: ขอให้เปิดทางให้ผ่าน

Let me through ใช้ขอให้คนที่ขวางทางหรือควบคุมทางเข้าเปิดทางหรืออนุญาตให้ผู้พูดผ่าน ตรงนี้ through หมายถึงการผ่านจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งของสิ่งกีดขวาง ประตู ฝูงชน หรือจุดตรวจ โครงสร้างคือ let + คน + through เช่น let us through และ let the ambulance through ใช้แบบเดียวกัน ความหมายคืออนุญาตให้ใครสักคนผ่าน ไม่ใช่อนุญาตให้คนนั้นประสบกับบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

มีคนขวางประตูแคบอยู่ ประโยคใดขอให้อีกฝ่ายอนุญาตให้คุณผ่านได้ตรงความหมายที่สุด

  1. Could you let me down?
  2. Could you get me through?
  3. Could you let me through?
ดูคำตอบ

Could you let me through?

Sorry, there's highly sensitive information back here. การใช้คำ

0:26

ขอโทษที ข้างในนี้มีข้อมูลที่อ่อนไหวมากๆ อยู่

การใช้คำ

highly sensitive information: ข้อมูลที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างเข้มงวด

Highly sensitive information หมายถึงข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ปัญหาด้านความเป็นส่วนตัว หรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หากถูกเปิดเผยหรือจัดการอย่างไม่เหมาะสม highly เพิ่มระดับความหมายของ sensitive และ sensitive ในที่นี้หมายถึงต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ ไม่ได้หมายถึงอ่อนไหวทางอารมณ์ วลีนี้เป็นภาษาทางการที่ใช้ในเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ในประโยคนี้ การใช้ถ้อยคำแบบทางการในเกมธรรมดาของครอบครัวทำให้ผู้พูดฟังดูเหมือนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จึงเกิดความขบขัน

แบบฝึกหัด

ในวลี highly sensitive information คำว่า sensitive หมายถึงอะไร

  1. ข้อมูลเกี่ยวกับคนที่โกรธง่าย
  2. ข้อมูลที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างเข้มงวด
  3. ข้อมูลที่ตรวจพบโดยอุปกรณ์ที่ไวต่อการตอบสนอง
ดูคำตอบ

ข้อมูลที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างเข้มงวด

No one gets through without the password. โน้ต

0:29

ไม่มีใครผ่านไปได้ถ้าไม่มีรหัสผ่าน

ไวยากรณ์

No one ... without ... สำหรับบอกเงื่อนไขที่จำเป็น

โครงสร้าง No one + คำกริยา + without + เงื่อนไข หมายความว่าทุกคนต้องมีหรือทำตามเงื่อนไขนั้นก่อน จึงจะทำสิ่งนั้นได้ ในประโยคนี้ ต้องมีรหัสผ่านจึงจะผ่านไปได้ without ไม่ได้เพิ่มเพียงรายละเอียดเล็กน้อย แต่เป็นคำที่กำหนดเงื่อนไขของกฎ และ No one ใช้กับคำกริยาบุรุษที่สามเอกพจน์ จึงใช้ gets ไม่ใช่ get

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้บอกเงื่อนไขที่จำเป็นให้กฎสมบูรณ์: No one may enter ____ a valid badge.

ดูคำตอบ

without

กริยาวลี

gets through: ผ่านทางเข้าหรือสิ่งกีดขวาง

ในประโยคนี้ gets through หมายถึงผ่านทางเข้า สิ่งกีดขวาง หรือจุดตรวจไปถึงอีกด้านหนึ่งได้สำเร็จ สิ่งที่ผ่านนั้นเข้าใจได้จากสถานการณ์ ส่วน without the password บอกเงื่อนไขของการผ่าน ในที่นี้ควรเข้าใจ get through เป็นสำนวนเดียวกัน get ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” ส่วน through ให้ความหมายของการเคลื่อนผ่านสิ่งกีดขวาง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ get through เติมประโยคให้สมบูรณ์: After a short wait, we ____ security and reached our gate.

ดูคำตอบ

got through

Uh, coconut?

0:31

เอ่อ มะพร้าว?

Fish-fingers?

0:34

ปลาชุบแป้งทอด?

Password's not teasing.

0:39

รหัสผ่านไม่ใช่การแกล้งสักหน่อย

Password is teasing.

0:40

รหัสผ่านนั่นแหละคือการแกล้ง

Well, what about name change?

0:42

แล้วเรื่องเปลี่ยนชื่อล่ะ?

Well, what's wrong with name change? น้ำเสียง/เจตนา

0:45

เอ้า แล้วการเปลี่ยนชื่อมันผิดตรงไหนล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

what's wrong with ...?:คำถามเชิงโต้แย้งเพื่อปกป้องตัวเลือก

ในประโยคนี้ What's wrong with name change? ไม่ใช่คำถามกลาง ๆ เพื่อขอข้อมูล แต่เป็นคำถามเชิงโต้แย้งเพื่อปกป้องสิ่งที่เลือก ผู้พูดสื่อว่าการเปลี่ยนชื่อไม่ใช่เรื่องผิด และท้าให้อีกฝ่ายอธิบายเหตุผลที่คัดค้าน โครงสร้าง What's wrong with + คำนามหรือรูป -ing? ใช้ถามว่าปัญหาคืออะไร บริบทและน้ำเสียงจะบอกว่าเป็นคำถามจริง ๆ หรือเป็นการโต้แย้งในความหมายว่า “ทำไมเรื่องนั้นถึงเป็นปัญหา?”

แบบฝึกหัด

ผู้พูดใช้ “What's wrong with taking a day off?” เพื่อปกป้องตัวเลือกนี้ ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไร?

  1. ฉันอยากรู้ว่าวันไหนว่าง
  2. ฉันไม่คิดว่าการหยุดหนึ่งวันเป็นปัญหา
  3. ฉันกำลังถามว่าจะไปที่ไหนในวันหยุด
ดูคำตอบ

ฉันไม่คิดว่าการหยุดหนึ่งวันเป็นปัญหา

I'm getting a bit sick of your names, kids. สำนวน

0:48

พ่อเริ่มจะเบื่อชื่อของพวกลูกแล้วล่ะ เด็กๆ

สำนวน

getting a bit sick of ...:เริ่มรู้สึกรำคาญนิดหน่อย

Get sick of + คำนามหรือรูป -ing เป็นสำนวนที่หมายถึง “เริ่มเบื่อหรือรำคาญบางสิ่ง” ไม่ได้หมายถึงการเจ็บป่วยทางร่างกาย ใน I'm getting ... คำว่า getting แสดงว่าความรู้สึกนั้นกำลังก่อตัวขึ้น A bit หมายถึง “นิดหน่อย” และช่วยลดความแรงของคำบ่น ผู้พูดยังคงแสดงความรำคาญ แต่เบากว่า I'm sick of ...

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ค่อย ๆ เริ่มรำคาญเล็กน้อย” ให้สมบูรณ์: I'm ____ hearing the same excuse every day.

ดูคำตอบ

getting a bit sick of

I think I'm going to change them.

0:50

พ่อคิดว่าพ่อจะเปลี่ยนชื่อให้ใหม่

What?

0:51

อะไรนะคะ?

From now on, ลำดับความ

0:52

ตั้งแต่นี้ไป

ลำดับความ

From now on: กฎใหม่ที่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้

From now on ใช้กำหนดให้ช่วงเวลาที่พูดเป็นเส้นแบ่ง กฎ ข้อตกลง กิจวัตร หรือสภาพใหม่เริ่มตั้งแต่ตรงนี้และคาดว่าจะดำเนินต่อไป เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่าสิ่งที่ตามมาจะมาแทนสถานการณ์เดิม ในที่นี้ วลีนี้ใช้เปิดกฎใหม่ว่าจะใช้ชื่อใดต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดประกาศกฎที่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้และตั้งใจให้ดำเนินต่อไป?

  1. Until now, everyone left their shoes by the door.
  2. From now on, everyone leaves their shoes by the door.
  3. For now, everyone can wait by the door.
ดูคำตอบ

From now on, everyone leaves their shoes by the door.

your name is Sharrilanda.

0:53

ชื่อของลูกคือ Sharrilanda

Sharrilanda?

0:55

Sharrilanda?

And you're called Dennis.

0:57

และลูกชื่อ Dennis

Dennis?

0:59

Dennis?

Dad?

0:59

พ่อคะ?

Yes, Sharrilanda.

1:00

ว่าไง Sharrilanda

My name's not Sharrilanda.

1:02

หนูไม่ได้ชื่อ Sharrilanda นะ

Yes, it is, Sharrilanda.

1:04

ใช่สิ ลูกชื่อนี้แหละ Sharrilanda

I don't want to be called Dennis. ไวยากรณ์

1:05

หนูไม่อยากชื่อ Dennis

ไวยากรณ์

be called Dennis: การถูกเรียกด้วยชื่อนั้น

Be called + name เป็นโครงสร้างประธานถูกกระทำ หมายถึง “เป็นที่รู้จักหรือถูกเรียกด้วยชื่อนั้น” โดยเน้นคนที่ได้รับชื่อซึ่งผู้อื่นใช้เรียก ใน I don't want to be called Dennis ผู้พูดไม่ยอมรับชื่อ Dennis ที่คนอื่นจะใช้เรียกตนเอง ในที่นี้ called หมายถึง “ถูกตั้งชื่อ” หรือ “ถูกเรียก” ไม่ใช่ “ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์”

แบบฝึกหัด

เติมรูปประธานถูกกระทำสองคำที่หมายถึง “ถูกเรียกด้วยชื่อนี้” ให้สมบูรณ์: She likes to ____ Mia.

ดูคำตอบ

be called

Yes, you do, Dennis. ไวยากรณ์

1:07

ลูกอยากชื่อนี้ต่างหากล่ะ Dennis

ไวยากรณ์

Yes, you do: กริยาช่วย do ในคำตอบที่ใช้แก้คำพูด

ใน Yes, you do คำว่า do ทำหน้าที่แทนวลีกริยาที่ละไว้ คือ want to be called Dennis ภาษาอังกฤษใช้กริยาช่วยเพื่อไม่ต้องพูดวลีทั้งหมดซ้ำ ในที่นี้ do ไม่ได้แปลว่า “ทำ” เนื่องจากเป็นคำตอบต่อ I don't want ... รูปบอกเล่า Yes, you do จึงแย้งข้อความปฏิเสธโดยตรงว่า “จริง ๆ แล้วเธอต้องการ” รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ตอบหรือแก้ข้อความ present simple ที่มีกริยาหลักได้

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยกริยาช่วยที่ใช้แทน need a coat: I don't need a coat. — Yes, you ____.

ดูคำตอบ

do

Oh, Sharrilanda.

1:11

โธ่ Sharrilanda

Name change is not teasing.

1:12

การเปลี่ยนชื่อไม่ใช่การแกล้งนะ

Is it?

1:15

ใช่ไหม?

It is.

1:16

ใช่เลยล่ะ

Well, what about when you pretend to be me? โน้ต

1:17

แล้วตอนที่คุณทำเป็นแกล้งเป็นฉันล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

what about when ...: การยกตัวอย่างแย้ง

What about when + อนุประโยค ใช้นำสถานการณ์เฉพาะเข้ามาในการสนทนา ในประโยคนี้ ผู้พูดถามว่าคำกล่าวก่อนหน้านี้จะใช้กับกรณีที่อีกฝ่ายแกล้งทำเป็นผู้พูดอย่างไร ในการโต้แย้ง รูปแบบนี้มักทำหน้าที่เป็นตัวอย่างแย้ง เพื่อตรวจสอบว่ากฎหรือคำวิจารณ์ถูกนำมาใช้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ไม่ใช่เพียงคำถามกลาง ๆ เกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง

แบบฝึกหัด

กฎของโรงเรียนระบุว่า Phones must stay in bags during class. คำตอบใดใช้ What about when ...? เพื่อยกข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง?

  1. What about when the teacher asks us to use a phone?
  2. What does the teacher say about phones?
  3. When does the teacher ask us to use a phone?
ดูคำตอบ

What about when the teacher asks us to use a phone?

วลี

pretend to be + บุคคลหรือบทบาท

pretend to be + บุคคลหรือบทบาท หมายถึงการทำตัวราวกับว่าคุณเป็นบุคคลนั้นหรือมีบทบาทนั้น ใน pretend to be me คำว่า me ระบุบทบาทที่กำลังเลียนแบบ หลัง pretend คำว่า to be เชื่อมการแกล้งทำเข้ากับตัวตนหรือบทบาท เช่น pretend to be a doctor และ pretend to be Dad ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่ใช้ทั่วไป โครงสร้างนี้ใช้รูปกรรมของสรรพนามบุรุษหลัง be ดังนั้น pretend to be me จึงถูกต้อง ไม่ใช่ pretend to be I

แบบฝึกหัด

ใช้ pretend ตามด้วย infinitive เพื่อเติมโครงสร้างบอกบทบาทให้สมบูรณ์: During the game, we ____ firefighters.

ดูคำตอบ

pretend to be

What?

1:20

อะไรนะ?

I don't pretend to be you.

1:21

ผมไม่ได้ทำตัวเป็นคุณสักหน่อย

Yes, you do.

1:22

คุณทำ

All the time. วลี

1:24

ตลอดเวลาเลย

วลี

All the time ในฐานะคำตอบบอกความถี่

All the time เป็นสำนวนบอกความถี่สั้น ๆ ที่หมายถึง “บ่อยมาก” หรือ “ครั้งแล้วครั้งเล่า” สำนวนนี้ใช้ตอบเดี่ยว ๆ ได้ เพราะคำถามหรือข้อความก่อนหน้าได้ระบุการกระทำนั้นไว้แล้ว ในที่นี้สำนวนนี้ใช้เน้นและอาจมีน้ำเสียงหยอกล้อหรือเกินจริง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงทุกวินาทีโดยไม่หยุดเลย

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติและหมายถึง “บ่อยมาก”? Leo forgets his hat ____.

  1. at the time
  2. all the time
  3. on time
ดูคำตอบ

all the time

Mum.

1:25

แม่คะ

Mum.

1:27

แม่คะ

What is it, Bingo? น้ำเสียง/เจตนา

1:28

มีอะไรเหรอ บิงโก?

น้ำเสียง/เจตนา

What is it? เมื่อมีคนเรียกคุณ

เมื่อมีคนเรียกคุณ What is it? อาจหมายถึง “ต้องการอะไร” หรือ “อยากบอกอะไรฉัน” ในที่นี้ it ไม่ได้แทนสิ่งของ คำถามนี้เป็นการตอบรับที่ Bingo เรียก บริบทเป็นตัวกำหนดความหมาย หลังจากได้ยินคนเรียกว่า Mum! หรือ Dad! ให้เข้าใจว่าคำถามนี้ชวนให้อีกฝ่ายอธิบายว่าเรียกทำไม

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งเรียกว่า “Dad!” แล้วพ่อตอบว่า “What is it?” พ่อน่าจะหมายความว่าอะไร?

  1. คุณชื่ออะไร?
  2. สิ่งของชิ้นนั้นเรียกว่าอะไร?
  3. ต้องการอะไรหรืออยากบอกอะไรฉัน?
ดูคำตอบ

ต้องการอะไรหรืออยากบอกอะไรฉัน?

I didn't say Dad. น้ำเสียง/เจตนา

1:30

หนูไม่ได้เรียกพ่อนะ

I said Mum.

1:32

หนูเรียกแม่

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ I didn't say X. I said Y. เพื่อแก้ไขข้อมูล

I didn't say X. I said Y. ใช้แก้ไขสิ่งที่อีกคนได้ยินหรือเข้าใจผิด ประโยคแรกปฏิเสธข้อมูลที่ผิดคือ X และประโยคที่สองให้ข้อมูลที่ถูกต้องคือ Y จุดสำคัญคือการเปรียบต่างระหว่าง X กับ Y ไม่ใช่เพียงการบอกว่าเคยพูดในอดีต รูปแบบนี้ใช้แก้ไขชื่อ วัน สถานที่ ตัวเลข หรือตัวเลือกได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ I didn't say X. I said Y. ตามนี้เพื่อเติมประโยคแก้ไขให้สมบูรณ์: I ____ Tuesday. I ____ Thursday.

ดูคำตอบ

didn't say · said

Oh, okay.

1:33

โอ้ โอเค

I'll go get her. วลี

1:34

เดี๋ยวพ่อไปตามให้

วลี

go get her: ไปตามใครสักคนมา

go get someone หมายถึงการออกไปจากจุดที่อยู่ ไปหาคนนั้น แล้วพาเขามายังที่ที่ผู้พูดอยู่ ในประโยคนี้ get her หมายถึง “ไปตามเธอมา” หรือ “ไปพาเธอมา” ไม่ใช่ “ได้ตัวเธอมา” ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ go รูปพื้นฐานสามารถตามด้วยกริยารูปพื้นฐานอีกคำได้ทันที เช่น go get, go ask และ go see โดย go บอกการเคลื่อนที่ ส่วนกริยาถัดไปบอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีไม่เป็นทางการสองคำที่หมายถึง “ออกไปแล้วพาผู้จัดการมาที่นี่”: The manager can help. I'll ____ her.

ดูคำตอบ

go get

What is it, sweetheart?

1:37

มีอะไรจ๊ะ ลูกรัก?

What is it, my little boo bear? การใช้คำ

1:39

มีอะไรจ๊ะ เจ้าหมีน้อยของแม่?

การใช้คำ

my little boo bear: คำเรียกด้วยความรัก

my little boo bear เป็นคำเรียกด้วยความรักที่ฟังดูขี้เล่นและเหมือนสร้างขึ้นมาเองสำหรับคนที่ผู้พูดรัก มีหน้าที่คล้ายคำว่า “ที่รัก” หรือ “เจ้าตัวน้อย” คำนี้สื่อความอ่อนโยน จึงไม่จำเป็นต้องแปล boo และ bear แยกกันตามตัวอักษร ในฉากนี้ ถ้อยคำที่น่ารักเป็นพิเศษเลียนแบบน้ำเสียงอ่อนโยนของผู้ดูแล ไม่ใช่ตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ชื่อสายพันธุ์สัตว์ หรือชื่อที่บุคคลนั้นใช้เป็นประจำเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคที่มีน้ำเสียงแบบครอบครัวนี้ my little boo bear น่าจะทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกชื่ออย่างเป็นทางการของบุคคลนั้น
  2. ทำหน้าที่เป็นคำเรียกด้วยความรัก
  3. เป็นชื่อสายพันธุ์หมีที่มีอยู่จริง
ดูคำตอบ

ทำหน้าที่เป็นคำเรียกด้วยความรัก

I said I want Mum.

1:42

หนูบอกว่าหนูอยากเจอแม่

This is Mum.

1:44

นี่ก็แม่ไง

Can't you tell by my lovely voice? น้ำเสียง/เจตนา

1:46

ลูกจำเสียงอันแสนไพเราะของแม่ไม่ได้เหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

Can't you tell by ...?: ใช้เบาะแสเป็นหลักฐานที่เห็นได้ชัด

Can't you tell by + เบาะแส? หมายถึง “เบาะแสนั้นยังไม่พอให้คุณจำได้หรืออนุมานคำตอบอีกหรือ” ในที่นี้ tell หมายถึง “ดูออกหรือแยกแยะได้” ส่วน by ใช้นำเบาะแสที่เป็นหลักในการตัดสิน คำถามปฏิเสธนี้มักไม่ใช่การถามความสามารถแบบเป็นกลาง แต่สื่อว่าผู้พูดคิดว่าเบาะแสนั้นชัดเจนอยู่แล้ว น้ำเสียงจึงอาจฟังดูขี้เล่น ประหลาดใจ หรือตำหนิเล็กน้อย ในประโยคนี้ การยก “เสียงอันไพเราะ” มาเป็นหลักฐานทำให้น้ำเสียงเป็นเชิงล้อเล่น

แบบฝึกหัด

ผู้พูดสื่ออะไรเมื่อพูดว่า “Can't you tell by her voice?”

  1. ผู้พูดไม่ได้ยินเสียงของเธอ
  2. ผู้พูดต้องการขออนุญาตบรรยายเสียงของเธอ
  3. เสียงของเธอน่าจะทำให้คำตอบชัดเจนอยู่แล้ว
ดูคำตอบ

เสียงของเธอน่าจะทำให้คำตอบชัดเจนอยู่แล้ว

Dad.

1:48

พ่อ

Dad's not here,

1:49

พ่อไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก

which is a shame, ไวยากรณ์

1:51

ซึ่งน่าเสียดายมากเลยนะ

ไวยากรณ์

which is a shame: แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า

ในโครงสร้าง อนุประโยคสมบูรณ์, which + ความคิดเห็น คำว่า which สามารถย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่อนุประโยคก่อนเครื่องหมายจุลภาคกล่าวไว้ ในที่นี้หมายถึงข้อเท็จจริงที่ว่า Dad ไม่อยู่ ไม่ได้หมายถึงตัว Dad เอง ใน which is a shame คำว่า a shame หมายความว่าสถานการณ์นั้นน่าเสียดายหรือน่าผิดหวัง ไม่ได้บอกว่า Dad เป็นคนน่าละอาย เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าอนุประโยค which เป็นความคิดเห็นเพิ่มเติมแบบไม่จำกัดความ

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนที่เน้นไว้เพื่อเสริมว่าสถานการณ์ทั้งหมดน่าเสียดาย: The outdoor concert was cancelled, ____.

ดูคำตอบ

which is a shame

cuz he's such a handsome fellow, ไวยากรณ์

1:52

เพราะเขาเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาเอาการ

ไวยากรณ์

such a handsome fellow: การเน้นคำประเมิน

โครงสร้าง such a + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ ใช้เน้นการประเมินคนหรือสิ่งของโดยรวม ในที่นี้ such a handsome fellow หมายถึงเขาเป็นผู้ชายที่หล่อมาก โดยมีน้ำเสียงเน้นและเกินจริงเล็กน้อย fellow ในที่นี้หมายถึง “ผู้ชาย” หรือ “หมอนั่น” ผู้พูดแกล้งทำเหมือนว่าคนอื่นกำลังชมตนเอง การใช้ถ้อยคำที่เน้นมากจึงช่วยสร้างมุกชมตัวเอง

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง such เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya is ____ thoughtful friend.

ดูคำตอบ

such a

with big strong muscles.

1:54

แถมยังมีกล้ามเนื้อที่มัดใหญ่และแข็งแรงด้วย

That was Mum.

1:58

นั่นแม่ต่างหาก

No, it wasn't.

2:00

ไม่ใช่นะ

That's not teasing. น้ำเสียง/เจตนา

2:01

นั่นไม่ใช่การแกล้งสักหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

That's not teasing: การปฏิเสธคำจำกัดความ

That's not + คำนามหรือรูป -ing ใช้ชี้ไปที่การกระทำหรือสถานการณ์ แล้วปฏิเสธคำจำกัดความที่อีกคนใช้เรียกสิ่งนั้น That's not teasing หมายถึง “พฤติกรรมนั้นไม่นับว่าเป็นการแหย่” ผู้พูดไม่ได้ปฏิเสธว่าพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้น แต่กำลังแก้ต่างโดยไม่เห็นด้วยกับวิธีที่อีกฝ่ายจัดประเภทพฤติกรรมนั้น

แบบฝึกหัด

มีคนเรียกคำเตือนของคุณว่าเป็นการบ่น ใช้ That's not + คำจำกัดความ เพื่อปฏิเสธการจัดประเภทนั้น: ____ complaining; it's a reminder.

ดูคำตอบ

That's not