ความฉลาดทางอารมณ์ คืออะไร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
716 คำ 142 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: บทความนี้มองความฉลาดทางอารมณ์ว่าเป็นความสามารถที่เรียนรู้ได้ เพื่ออ่านความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ ทบทวนแรงกระตุ้นแรก และทำให้พลังทางเทคนิคสมดุลกับปัญญาผ่านการศึกษาและวัฒนธรรม ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. used to referring to — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: แยก be used to + gerund ที่บอกความคุ้นเคยจาก used to + กริยารูปพื้นฐานที่บอกนิสัยในอดีต แล้วใช้อธิบายวิธีพูดหรือคิดที่ทำจนเป็นปกติ 2. beneath the surface. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจอุปมาที่ชี้ถึงอารมณ์ แรงจูงใจ หรือปัญหาจริงซึ่งยังไม่เห็นชัดในพฤติกรรม 3. extends far beyond — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: บอกว่าหัวข้อกว้างเกินขอบเขตที่คาดไว้ และนำไปสู่คำนิยามหรือขอบเขตที่กว้างขึ้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Emotional intelligence is the quality that enables us ไวยากรณ์

0:00

ความฉลาดทางอารมณ์คือคุณสมบัติที่ช่วยให้เรา

to confront with patience, insight, and imagination วลี

0:03

เผชิญหน้าด้วยความอดทน ความเข้าใจ และจินตนาการ

the many problems that we face

0:07

ต่อปัญหามากมายที่เราเผชิญ

ไวยากรณ์

โครงสร้าง enable + กรรม + to + คำกริยา ใน enables us to confront

ใน enables us to confront คำว่า enables ตามด้วยบุคคลหรือกลุ่มที่ได้รับความสามารถนั้น คือ us แล้วจึงตามด้วยกริยาแบบ to-infinitive คือ to confront โครงสร้างคือ enable + กรรม + to + คำกริยา หมายถึงสิ่งหนึ่งทำให้ใครบางคนมีความสามารถหรือมีหนทางที่จะทำบางอย่าง ในประโยคนี้ ความฉลาดทางอารมณ์ถูกนำเสนอว่าเป็นคุณสมบัติที่ทำให้พวกเราทุกคนสามารถเผชิญกับปัญหาได้ ต้องคง to ไว้หน้าคำกริยา เพราะ enable us confront ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง enable + กรรม + to + คำกริยา: This new ramp ____ wheelchair users ____ enter the library safely.

ดูคำตอบ

enables · to

วลี

confront ... with patience, insight, and imagination: ใช้ with บอกวิธีเผชิญ

ใน confront with patience, insight, and imagination the many problems วลีที่ขึ้นต้นด้วย with บอกว่าเราเผชิญกับปัญหาเหล่านั้นอย่างไร patience, insight และ imagination คือคุณสมบัติที่ใช้ขณะเผชิญปัญหา ไม่ใช่สิ่งที่ถูกเผชิญ กรรมตรงคือ the many problems ซึ่งถูกวางไว้หลังวลีบอกลักษณะที่มีสามส่วนเพื่อสร้างการเน้น ลำดับคำที่เป็นกลางกว่าคือ confront the many problems with patience, insight, and imagination

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ with เพื่ออธิบายวิธีเผชิญปัญหา?

  1. Leah confronted the problem with patience.
  2. Leah confronted Omar with the evidence.
  3. Leah confronted the problem after lunch.
ดูคำตอบ

Leah confronted the problem with patience.

in our affective relationship with ourselves

0:10

ในความสัมพันธ์ทางอารมณ์กับตัวเราเอง

and with other people.

0:13

และกับผู้อื่น

The term emotional intelligence may sound odd. วลี

0:15

คำว่าความฉลาดทางอารมณ์อาจฟังดูแปลก

วลี

may sound odd: การบอกความประทับใจแรกอย่างระมัดระวัง

ในประโยคนี้ may sound odd หมายถึง “อาจดูแปลกเมื่อได้ยินหรือคิดถึงเป็นครั้งแรก” sound เป็นกริยาเชื่อม ส่วน odd บอกความรู้สึกที่คำนี้ทำให้เกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าคำนี้ส่งเสียงออกมา may ทำให้การตัดสินฟังดูไม่เด็ดขาดและระมัดระวัง ผู้พูดจึงยังมีพื้นที่อธิบายต่อว่าทำไมคำนี้จึงสมเหตุสมผลได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างระมัดระวังว่าแนวคิดหนึ่งอาจดูแปลกในตอนแรก

  1. This plan may sound odd, but it could save us time.
  2. This plan is certainly wrong, and it will waste our time.
  3. This plan makes odd sounds, so it could save us time.
ดูคำตอบ

This plan may sound odd, but it could save us time.

We're used to referring to intelligence just as a general quality ไวยากรณ์

0:19

เราชินกับการเรียกความฉลาดว่าเป็นแค่คุณสมบัติทั่วไป

without unpicking a particular variety a person might possess. การใช้คำ

0:23

โดยไม่แยกแยะความฉลาดเฉพาะด้านที่บุคคลนั้นอาจมี

ไวยากรณ์

be used to referring to: be used to + กริยารูป -ing

ใน We're used to referring to... โครงสร้าง be used to หมายถึง “เคยชินกับ” to ตัวแรกเป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำกริยารูป -ing คือ referring ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน refer ส่วน to ตัวที่สองเป็นส่วนหนึ่งของ refer to something ดังนั้นโครงสร้างเต็มคือ be used to + referring to something โครงสร้างนี้บอกถึงสิ่งที่คุ้นเคยอยู่ในปัจจุบัน หากตัด be ออกเป็น used to refer ความหมายจะเปลี่ยนเป็นนิสัยในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “เคยชินกับ”: After six months in the bakery, Nina is ____ before sunrise.

ดูคำตอบ

used to waking up

การใช้คำ

unpicking เพื่อแยกวิเคราะห์แนวคิดที่ซับซ้อน

unpicking ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ภาพตามความหมายตรงตัวคือการเลาะด้ายเย็บออก แต่ในประโยคนี้หมายถึงการแยกแนวคิดกว้าง ๆ เรื่องสติปัญญาออกเป็นประเภทและรายละเอียดต่าง ๆ อย่างรอบคอบ หลัง without ใช้รูป -ing คือ unpicking ดังนั้น without unpicking จึงหมายถึง “โดยไม่ได้วิเคราะห์ทีละส่วนก่อน” คำนี้สื่อถึงการวิเคราะห์อย่างละเอียดเป็นชั้น ๆ มากกว่าการเพียงมองดูบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

unpick ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? “We need to unpick the argument before we accept its conclusion.”

  1. วิเคราะห์ข้อโต้แย้งโดยแยกส่วนประกอบและข้อสมมติออกมา
  2. เลาะด้ายจริง ๆ ออกจากข้อโต้แย้ง
  3. เลือกข้อโต้แย้งหนึ่งข้อจากรายการ
ดูคำตอบ

วิเคราะห์ข้อโต้แย้งโดยแยกส่วนประกอบและข้อสมมติออกมา

And therefore, we don't tend to highlight the value ไวยากรณ์

0:28

และดังนั้น เราจึงมักไม่ให้ความสำคัญกับคุณค่า

of a distinctive sort of intelligence

0:31

ของความฉลาดที่แตกต่างออกไปนี้

which currently does not enjoy the prestige it should. วลี

0:33

ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้รับการยกย่องเท่าที่ควร

ไวยากรณ์

don't tend to: รูปแบบที่มักเป็นเช่นนั้น ไม่ได้หมายถึง never

don't tend to หมายความว่าโดยทั่วไปแล้วบางสิ่งไม่เกิดขึ้น หรือไม่ใช่รูปแบบที่เกิดขึ้นเป็นปกติ ในประโยคนี้ ผู้คนมักไม่เน้นสติปัญญาประเภทนี้ แต่ก็อาจมีข้อยกเว้นได้ โครงสร้างคือ ประธาน + don't/doesn't tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น we don't tend to highlight และ she doesn't tend to complain โครงสร้างนี้เหมาะกับการกล่าวสรุปอย่างระมัดระวัง เพราะมีน้ำหนักเบากว่า never

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: “Mina doesn't tend to eat breakfast early” หมายความว่า Mina ไม่เคยกินอาหารเช้าเร็วเลย

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

วลี

enjoy the prestige: มีสถานะทางสังคมและได้รับความเคารพ

ใน enjoy the prestige คำว่า enjoy หมายถึง “มี” หรือ “ได้รับ” ไม่ได้หมายถึง “รู้สึกเพลิดเพลิน” ทั้งอนุประโยคบอกว่าความฉลาดประเภทนี้ยังไม่ได้รับความเคารพจากสาธารณชนและสถานะทางสังคมระดับสูงที่สมควรได้รับ prestige ในความหมายนี้มักเป็นคำนามนับไม่ได้ ส่วนท้าย the prestige it should ละคำที่ซ้ำคือ enjoy the prestige ไว้ โดยมีความหมายเต็มว่า “the prestige it should enjoy”

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง enjoy the prestige หมายความว่าอะไร

  1. หลีกเลี่ยงไม่ให้สาธารณชนสังเกตเห็น
  2. มีความเคารพจากสาธารณชนและสถานะทางสังคมในระดับสูง
  3. รู้สึกมีความสุขขณะได้รับคำชม
ดูคำตอบ

มีความเคารพจากสาธารณชนและสถานะทางสังคมในระดับสูง

Every sort of intelligence signals an ability

0:38

ความฉลาดทุกประเภทบ่งบอกถึงความสามารถ

to navigate well around a particular set of challenges, สำนวน

0:40

ในการรับมือกับชุดความท้าทายเฉพาะอย่างได้ดี

สำนวน

to navigate well around a particular set of challenges: คำเปรียบเทียบถึงการรับมือความท้าทาย

navigate ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการหาวิธีที่ได้ผลเพื่อผ่านกลุ่มปัญหาที่ซับซ้อน ไม่ได้เกี่ยวกับการเดินทางจริง ภาพเปรียบเทียบนี้เน้นการเลือกเส้นทาง การใช้วิจารณญาณ และการปรับตัวเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป around ไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงความท้าทายเท่านั้น ทั้งวลีอธิบายการเดินหน้าในสถานการณ์ที่ยากได้สำเร็จและรับมือกับอุปสรรคภายในนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “A mentor helped Sam navigate a complicated school system,” คำว่า navigate หมายความว่าอะไร

  1. หลีกเลี่ยงความยากลำบากทุกอย่าง
  2. หาวิธีที่ได้ผลเพื่อผ่านความยากลำบากที่ซับซ้อน
  3. เดินทางไปยังสถานที่หนึ่งโดยใช้แผนที่
ดูคำตอบ

หาวิธีที่ได้ผลเพื่อผ่านความยากลำบากที่ซับซ้อน

mathematical, linguistic, technical, commercial.

0:44

เช่น คณิตศาสตร์ ภาษา เทคนิค และเชิงพาณิชย์

When we say that someone is clever ลำดับความ

0:48

เมื่อเราพูดว่าใครบางคนฉลาด

but add that they've made a mess of their personal lives สำนวน

0:50

แต่เสริมว่าพวกเขาทำชีวิตส่วนตัวพังพินาศ

สำนวน

made a mess of: จัดการบางสิ่งได้แย่มาก

ใน made a mess of their personal lives วลี made a mess of ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงพวกเขาจัดการชีวิตส่วนตัวได้แย่มากจนเกิดปัญหาร้ายแรง ไม่ได้หมายความว่าบ้านของพวกเขารกจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ make a mess of + สิ่งที่ได้รับผลกระทบ คำกริยาเปลี่ยนตามกาล โดยในที่นี้ make เปลี่ยนเป็น made ส่วน of ใช้นำหน้างาน แผน สถานการณ์ หรือด้านของชีวิตที่ถูกจัดการอย่างย่ำแย่

แบบฝึกหัด

ใช้ make a mess of ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I ____ the booking and reserved the tickets for the wrong day.

ดูคำตอบ

made a mess of

or that they've acquired a fortune but are restless and sad

0:54

หรือพวกเขาร่ำรวยแต่ว้าวุ่นและเศร้าสร้อย

or that they are powerful but intolerant and unimaginative,

0:58

หรือมีอำนาจแต่ใจแคบและขาดจินตนาการ

we're pointing to a deficit in what deserves to be called ไวยากรณ์

1:03

เรากำลังชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องในสิ่งที่สมควรเรียกว่า

emotional intelligence.

1:06

ความฉลาดทางอารมณ์

ลำดับความ

When we say ... we're pointing to ...: การปูไปสู่ข้อสรุป

ประโยคนี้เริ่มด้วย When ดังนั้นช่วงยาวก่อนอนุประโยคหลักจึงเป็นส่วนปูเรื่อง ไม่ใช่ใจความหลัก ภายในส่วนปูเรื่องนั้น or เชื่อมกรณีที่ขัดแย้งกันสามกรณี โดยกล่าวถึงจุดแข็งก่อน แล้วจึงเสริมจุดอ่อนที่ร้ายแรง อนุประโยคหลัก we're pointing to a deficit ... ปรากฏหลังจากยกทุกกรณีครบแล้ว และรวบกรณีเหล่านั้นเป็นข้อสรุปเดียว สามารถนำรูปแบบการจัดข้อมูลนี้ไปใช้ได้เป็น When we say A but add B, or C but D, we're pointing to X.

แบบฝึกหัด

อนุประโยคหลักตอนท้าย we're pointing to a deficit ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. เปลี่ยนประโยคบอกเล่าให้เป็นคำถามโดยตรง
  2. จำกัดความคิดเห็นไว้เฉพาะกรณีแรกเรื่องความฉลาด
  3. เริ่มตัวอย่างที่สี่เกี่ยวกับคนอีกคนหนึ่ง
  4. รวบกรณีที่ขัดแย้งกันก่อนหน้านี้เป็นข้อสรุปโดยรวมหนึ่งข้อ
ดูคำตอบ

รวบกรณีที่ขัดแย้งกันก่อนหน้านี้เป็นข้อสรุปโดยรวมหนึ่งข้อ

ไวยากรณ์

what deserves to be called + ชื่อเรียก

ในประโยคนี้ what deserves to be called emotional intelligence เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่รวมความหมายของคำนามไว้ใน what โดย what หมายถึง “สิ่งที่...” ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม ภายในอนุประโยค what หมายถึงสิ่งที่ได้รับชื่อ ส่วน emotional intelligence คือชื่อที่มอบให้สิ่งนั้น อนุประโยคทั้งหมดเป็นส่วนเติมเต็มของคำบุพบท in รูปแบบ what deserves to be called + ชื่อ ใช้ตัดสินว่าสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะสมควรได้รับชื่อนั้นจริงหรือไม่ จึงเป็นการประเมินอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่การตั้งชื่อ

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบที่ตรงกับความหมายว่า “สิ่งที่สมควรได้รับชื่อนั้น” ให้สมบูรณ์: The judges debated ____ a masterpiece.

ดูคำตอบ

what deserves to be called

In social life, we can feel the presence

1:09

ในชีวิตสังคม เราสัมผัสได้ถึงการมีอยู่

of emotional intelligence in a sensitivity วลี

1:11

ของความฉลาดทางอารมณ์ผ่านความละเอียดอ่อน

to the moods of others

1:14

ต่ออารมณ์ของผู้อื่น

วลี

a sensitivity to the moods of others: ความไวต่ออารมณ์ของผู้อื่น

sensitivity ในที่นี้หมายถึงความสามารถในการสังเกตและตอบสนองต่อสัญญาณทางอารมณ์ที่ละเอียดอ่อน ไม่ได้หมายถึงปฏิกิริยาของผิวหนังหรืออาการแพ้ คำบุพบท to นำหน้าสิ่งที่ถูกสังเกต ซึ่งก็คือ the moods of others Moods คือสภาวะอารมณ์ชั่วคราว ไม่ใช่ลักษณะนิสัยที่คงที่ รูปแบบ a sensitivity to + คำนาม ใช้อธิบายความไวต่อผู้คน น้ำเสียง วัฒนธรรม หรือสัญญาณจากสิ่งแวดล้อมได้

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่เป็นธรรมชาติให้ประโยคสมบูรณ์: A good coach needs sensitivity ____ changes in a player's mood.

ดูคำตอบ

to

and in a readiness to grasp the surprising things

1:16

และความพร้อมที่จะเข้าใจเรื่องที่น่าประหลาดใจ

that may be going on for other people

1:19

ซึ่งอาจกำลังเกิดขึ้นกับผู้อื่น

beneath the surface. สำนวน

1:21

ภายใต้เปลือกนอก

สำนวน

“Beneath the surface” เมื่อกล่าวถึงความรู้สึกหรือความจริงที่ซ่อนอยู่

“Beneath the surface” ใช้ภาพของตำแหน่งทางกายภาพเพื่อพูดถึงสิ่งที่มองไม่เห็นจากพฤติกรรมภายนอกของคน ในประโยคนี้หมายถึงความรู้สึก แรงจูงใจ หรือความลำบากที่อาจอยู่ภายในใจของผู้อื่น วลีนี้ชวนให้มองให้ลึกกว่าความประทับใจแรก สิ่งที่ซ่อนอยู่อาจเพียงแค่สังเกตได้ยาก ไม่จำเป็นต้องมีใครจงใจปิดบัง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “beneath the surface” สื่อถึงอะไร?

  1. กลอุบายที่จงใจใช้เพื่อหลอกทุกคน
  2. ความรู้สึกหรือสถานการณ์ที่มองไม่เห็นในทันที
  3. ตำแหน่งจริงที่อยู่ใต้สิ่งของโดยตรง
ดูคำตอบ

ความรู้สึกหรือสถานการณ์ที่มองไม่เห็นในทันที

Emotional intelligence recognizes a role for interpretation

1:23

ความฉลาดทางอารมณ์รับรู้ถึงบทบาทของการตีความ

and knows that, for example,

1:27

และรู้ว่า ตัวอย่างเช่น

a fiery outburst might be a disguised plea for help สำนวน

1:29

การระเบิดอารมณ์รุนแรงอาจเป็นการขอความช่วยเหลือที่แฝงมา

สำนวน

“A disguised plea for help” ในฐานะความต้องการการสนับสนุนโดยอ้อม

“A disguised plea for help” อธิบายพฤติกรรมที่ดูเหมือนเป็นอย่างอื่น—ในที่นี้คือการระเบิดอารมณ์โกรธ—แต่จริง ๆ แล้วอาจแสดงความต้องการการสนับสนุน การขอความช่วยเหลือนั้นแสดงออกโดยอ้อมแทนที่จะพูดตรง ๆ คำว่า “might” ทำให้สิ่งนี้เป็นเพียงการตีความที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอน นอกจากนี้ “disguised” ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นต้องจงใจเสแสร้ง เขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพฤติกรรมของตนกำลังสื่ออะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “สัญญาณโดยอ้อมว่าใครบางคนต้องการการสนับสนุน”: Her sudden anger might be ____.

ดูคำตอบ

a disguised plea for help

or that a long political rant may be provoked by hunger

1:33

หรือการบ่นเรื่องการเมืองยาวเหยียดอาจเกิดจากความหิว

and that concealed within a forceful jolliness ไวยากรณ์

1:38

และสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ความร่าเริงเกินจริง

may be a sorrow that has been sentimentally disavowed.

1:41

อาจเป็นความเศร้าที่ถูกปฏิเสธทางความรู้สึก

ไวยากรณ์

that concealed within ... may be a sorrow: วลี past participle ที่ย้ายมาไว้ข้างหน้า

ในอนุประโยคนี้ concealed within a forceful jolliness ถูกย้ายมาไว้ต้นประโยค concealed เป็นคำกริยารูป past participle ในวลีรูปถูกกระทำ ไม่ใช่กริยาหลักที่ผันตามกาล วลีกริยาที่ผันตามกาลคือ may be และ a sorrow คือประธานทางไวยากรณ์ที่วางไว้ข้างหลัง ถ้าเรียงตามลำดับปกติจะได้ a sorrow may be concealed within a forceful jolliness การเลื่อน a sorrow ไปข้างหลังทำให้สิ่งที่ถูกซ่อนเป็นข้อมูลใหม่ที่ได้รับการเน้น ส่วน that ในที่นี้ใช้เปิดเนื้อหาของข้อความที่ใหญ่กว่า ไม่ได้อ้างถึงคำนาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้ความหมายของ concealed within a forceful jolliness may be a sorrow ในลำดับคำปกติได้ใกล้เคียงที่สุด

  1. A sorrow may force someone to become cheerful.
  2. A sorrow may be concealed within a forceful jolliness.
  3. A forceful jolliness may be concealed within a sorrow.
ดูคำตอบ

A sorrow may be concealed within a forceful jolliness.

In relation to ourselves,

1:46

สำหรับตัวเราเอง

emotional intelligence shows up in a skepticism โน้ต

1:48

ความฉลาดทางอารมณ์แสดงออกผ่านความกังขา

around our emotions, especially those of love,

1:51

ต่ออารมณ์ของเรา โดยเฉพาะความรัก

กริยาวลี

shows up ในความหมายว่า “ปรากฏให้เห็น”

shows up ในที่นี้หมายถึงมองเห็น สังเกตเห็น หรือเห็นได้ชัดขึ้น ความฉลาดทางอารมณ์เป็นคุณสมบัติเชิงนามธรรม จึงไม่ได้หมายถึงการเดินทางมาถึงสถานที่ใดตามความหมายตรงตัว รูปแบบคือ X shows up in Y โดย Y คือพฤติกรรม ผลลัพธ์ หรือสถานการณ์ที่เป็นหลักฐานของ X ในประโยคนี้ การตั้งข้อสงสัยต่ออารมณ์ของเราเป็นรูปแบบที่ทำให้มองเห็นความฉลาดทางอารมณ์ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค Her patience shows up in the way she explains the rule again คำว่า shows up หมายถึงอะไร

  1. มันปรากฏให้สังเกตได้
  2. มันถูกซ่อนไว้โดยตั้งใจ
  3. มันเดินทางมาถึงสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

มันปรากฏให้สังเกตได้

วลี

a skepticism around our emotions: การตั้งคำถามต่ออารมณ์อย่างรอบคอบ

ในที่นี้ a skepticism around our emotions หมายถึงนิสัยที่ตั้งคำถามกับสิ่งที่อารมณ์ดูเหมือนกำลังบอกเรา ก่อนจะยอมรับว่าสิ่งนั้นเป็นความจริงหรือเป็นคำตัดสินที่ฉลาด Skepticism ยังเปิดโอกาสให้เราพิจารณาอารมณ์และเรียนรู้จากมัน ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธ ไม่ไว้วางใจ หรือกดอารมณ์ทุกอย่างไว้

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ a skepticism around our emotions ในตัวอย่างได้ตรงที่สุด

  1. ตั้งคำถามกับอารมณ์อย่างรอบคอบก่อนจะถือว่าเชื่อถือได้
  2. ปฏิเสธอารมณ์และพยายามไม่รู้สึกอะไร
  3. คิดว่าความรู้สึกแรกถูกต้องเสมอ
ดูคำตอบ

ตั้งคำถามกับอารมณ์อย่างรอบคอบก่อนจะถือว่าเชื่อถือได้

desire, anger, envy, anxiety,

1:54

ความปรารถนา ความโกรธ ความอิจฉา ความวิตกกังวล

and professional ambition.

1:57

และความทะเยอทะยานในอาชีพการงาน

The emotionally intelligent refuse to just trust ไวยากรณ์

2:00

ผู้ที่มีความฉลาดทางอารมณ์ปฏิเสธที่จะเชื่อมั่น

their first impulses or the inherent wisdom

2:03

แรงกระตุ้นแรกของตนหรือสติปัญญาที่แฝงอยู่

of their feelings.

2:06

ในความรู้สึกของตนเอง

ไวยากรณ์

refuse to just trust their first impulses: ปฏิเสธที่จะเชื่อเพียงแรงกระตุ้นแรก

Refuse to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงการตัดสินใจอย่างตั้งใจว่าจะไม่ทำบางอย่าง ในที่นี้ trust เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน และ first impulses คือแรงกระตุ้นหรือปฏิกิริยาทันทีที่เกิดขึ้นก่อนการไตร่ตรอง Just หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” และจำกัดความหมายของ trust กล่าวคือ คนเหล่านี้ปฏิเสธที่จะอาศัยแรงกระตุ้นนั้นโดยไม่ตรวจสอบก่อน ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าพวกเขาปฏิเสธความรู้สึกทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างชัดเจนถึงการตัดสินใจโดยตั้งใจว่าจะไม่พึ่งพาเพียงปฏิกิริยาทันที

  1. I fail to have a first impulse; I stop and think.
  2. I refuse to just trust my first impulse; I stop and think.
  3. I refuse my first impulse to trust; I stop and think.
ดูคำตอบ

I refuse to just trust my first impulse; I stop and think.

They know that hatred may mask love, การใช้คำ

2:08

พวกเขารู้ว่าความเกลียดชังอาจปิดบังความรัก

การใช้คำ

mask ใน “hatred may mask love”

ในที่นี้ mask เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้บางสิ่งสังเกตเห็นหรือรับรู้ได้ยากขึ้น” ความเกลียดชังคืออารมณ์ที่แสดงออกมา ส่วนความรักอาจยังคงอยู่ข้างใต้ คำกริยาช่วย may บอกว่านี่เป็นเพียงคำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน X may mask Y หมายความว่า X อาจซ่อนสัญญาณของ Y โดยที่ Y ไม่ได้หายไป

แบบฝึกหัด

mask ใน “The bright paint may mask damage to the wall” หมายความว่าอะไร?

  1. พิสูจน์ว่าไม่มีความเสียหาย
  2. ซ่อมแซมความเสียหายทั้งหมด
  3. ทำให้สังเกตเห็นความเสียหายได้ยากขึ้น
ดูคำตอบ

ทำให้สังเกตเห็นความเสียหายได้ยากขึ้น

that anger may be a cover for sadness, สำนวน

2:11

ความโกรธอาจเป็นเครื่องปกปิดความเศร้า

สำนวน

a cover for ใน “anger may be a cover for sadness”

ในที่นี้ a cover for เป็นวลีคำนามที่หมายถึงสิ่งที่มองเห็นหรือเหตุผลที่พูดออกมา ซึ่งใช้ซ่อนความรู้สึก เหตุผล หรือจุดประสงค์ที่ลึกกว่า ความโกรธคืออารมณ์ที่อยู่บนผิวหน้า ส่วนความเศร้าคืออารมณ์ที่อาจซ่อนอยู่ข้างใต้ May be บอกว่านี่เป็นเพียงการตีความหนึ่งที่เป็นไปได้ ไม่ใช่กฎที่ใช้ได้กับความโกรธทุกครั้ง รูปแบบ X may be a cover for Y หมายความว่า X อาจเป็นสิ่งอำพรางหรือคำอธิบายภายนอกที่ใช้ซ่อน Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “เหตุผลภายนอกที่ปกปิดเหตุผลจริง”: Her sudden interest in cleaning was ____ avoiding her homework.

ดูคำตอบ

a cover for

and that we are prone to huge and costly inaccuracies วลี

2:15

และเรามักจะเกิดความเข้าใจผิดที่ยิ่งใหญ่และต้องแลกมาด้วยราคาแพง

in whom we desire and what we really seek.

2:18

ในสิ่งที่เราปรารถนาและสิ่งที่เราค้นหาอย่างแท้จริง

วลี

be prone to + คำนามหรือรูป -ing

be prone to หมายถึง มีแนวโน้มหรือมีโอกาสได้รับผลจากบางสิ่งได้ง่าย โดยเฉพาะสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ในที่นี้ are prone to บอกว่าคนเรามีแนวโน้มสูงที่จะเกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่และมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกี่ยวกับว่าเราปรารถนาใครและแท้จริงแล้วเราแสวงหาอะไร เป็นการบอกว่าความเป็นไปได้สูงขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลี เช่น prone to inaccuracies หรือรูป -ing เช่น prone to making errors ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงมีโอกาสได้รับผลจากบางสิ่งได้ง่าย: This fabric is ____ shrinking if it is washed in hot water.

ดูคำตอบ

prone to

Emotional intelligence is also what distinguishes ไวยากรณ์

2:21

ความฉลาดทางอารมณ์ยังเป็นสิ่งที่แยกแยะระหว่าง

those who are crushed by failure

2:24

ผู้ที่ถูกบดขยี้ด้วยความล้มเหลว

from those who know how to greet the troubles of existence สำนวน

2:26

ออกจากผู้ที่รู้วิธีรับมือกับปัญหาของชีวิต

ไวยากรณ์

what distinguishes A from B: สิ่งที่แยก A ออกจาก B

โครงสร้าง X is what distinguishes A from B หมายความว่า X คือคุณลักษณะที่แยก A ออกจาก B ในประโยคนี้ emotional intelligence คือ X ส่วน A คือ those who are crushed by failure และ B คือ those who know how to face life's troubles ตรงนี้ distinguish หมายถึงแยกออกเป็นคนละกลุ่ม ไม่ได้หมายถึงทำให้ใครโดดเด่น เนื่องจาก A เป็นอนุประโยค who ที่ยาว from B จึงปรากฏหลัง distinguishes A ไปมาก เมื่อต้องแยกโครงสร้างประโยคแบบนี้ ให้หา distinguishes ก่อน แล้วมองทุกอย่างตั้งแต่หลังคำนี้จนถึงก่อน from เป็น A และอ่านวลีหลัง from เป็น B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ distinguish และคำเชื่อมที่แสดงความต่าง: A clear thesis ____ a strong essay ____ a list of facts.

ดูคำตอบ

distinguishes · from

with a melancholy and at points darkly humorous resilience.

2:30

ด้วยความเศร้าสร้อย และในบางครั้งเป็นความยืดหยุ่นที่แฝงอารมณ์ขันร้ายกาจ

สำนวน

ต้อนรับความยากลำบากของชีวิตด้วย...ความเข้มแข็ง

ในประโยคนี้ greet ใช้ในเชิงอุปมา ความยากลำบากของชีวิตถูกมองเหมือนสิ่งที่เดินทางมาถึงและคนคนหนึ่งออกไปต้อนรับ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการเผชิญความยากลำบากในชีวิต ไม่ใช่การกล่าวทักทายมันตามตัวอักษร รูปแบบ greet + ความยากลำบากหรือเหตุการณ์ + with + ท่าที เน้นท่าทีที่ใช้เมื่อความยากลำบากมาถึง ในที่นี้ความเข้มแข็งเจือด้วยความเศร้าและบางครั้งก็มีอารมณ์ขันอันมืดหม่น จึงเป็นความเข้มแข็งที่มีความเศร้าอยู่ด้วย ไม่ใช่การมองโลกในแง่ดีอย่างไร้กังวล

แบบฝึกหัด

ข้อความที่เน้นไว้บอกอะไรเป็นหลักเกี่ยวกับวิธีที่คนเหล่านี้รับมือกับความยากลำบากในชีวิต

  1. พวกเขาดีใจที่ความยากลำบากมาถึงและเฉลิมฉลองให้กับมัน
  2. พวกเขาหลบซ่อนจากความยากลำบากจนกว่าปัญหาจะหายไป
  3. พวกเขาเผชิญความยากลำบากด้วยความเข้มแข็งที่อาจมีทั้งความเศร้าและอารมณ์ขันอันมืดหม่น
ดูคำตอบ

พวกเขาเผชิญความยากลำบากด้วยความเข้มแข็งที่อาจมีทั้งความเศร้าและอารมณ์ขันอันมืดหม่น

The emotionally intelligent appreciate the role

2:35

ผู้ที่มีความฉลาดทางอารมณ์จะเห็นคุณค่า

of well-handled pessimism สำนวน

2:37

ของการรับมือกับความมองโลกในแง่ร้ายได้ดี

within the overall economy of a good life.

2:39

ในภาพรวมของชีวิตที่ดี

สำนวน

สมดุลโดยรวมของชีวิตที่ดี

economy ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเงินหรือระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่เป็นอุปมาถึงการจัดวางและความสมดุลของส่วนต่าง ๆ ภายในองค์รวม within the overall economy of a good life จึงหมายถึงภายในโครงสร้างทั้งหมดขององค์ประกอบที่ทำให้ชีวิตเป็นชีวิตที่ดี well-handled จำกัดความหมายของ pessimism กล่าวคือ ความคิดที่ระมัดระวังหรือเป็นลบอาจมีบทบาทที่เป็นประโยชน์เมื่อได้รับการควบคุมและใช้อย่างสร้างสรรค์ ประโยคนี้ไม่ได้ยกย่องการมองทุกอย่างในแง่ลบตลอดเวลา

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the overall economy of a good life หมายถึงอะไร

  1. จำนวนเงินที่คนคนหนึ่งต้องใช้เพื่อมีชีวิตที่ดี
  2. แผนประหยัดทรัพยากรด้วยการมองโลกในแง่ร้ายอยู่เสมอ
  3. การจัดวางอย่างสมดุลของส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นชีวิตที่ดี
ดูคำตอบ

การจัดวางอย่างสมดุลของส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นชีวิตที่ดี

Emotional intelligence isn't an inborn talent.

2:42

ความฉลาดทางอารมณ์ไม่ใช่พรสวรรค์ที่มีมาแต่เกิด

It's always the result of education,

2:46

มันเป็นผลลัพธ์ของการศึกษาเสมอ

specifically education in how to interpret ourselves,

2:49

โดยเฉพาะการศึกษาถึงวิธีทำความเข้าใจตนเอง

in where our emotions arise from, ไวยากรณ์

2:52

ว่าอารมณ์ของเรามาจากไหน

in how our childhoods influence us,

2:55

ในเรื่องที่ว่าวัยเด็กมีอิทธิพลต่อเราอย่างไร

and in how we might best navigate

2:57

และวิธีที่เราสามารถรับมือให้ดีที่สุด

our fears and our wishes.

2:59

กับความกลัวและความปรารถนาของเรา

ไวยากรณ์

อนุประโยคคำถามแฝง where ใน where our emotions arise from

where our emotions arise from เป็นอนุประโยคคำถามแฝง หมายถึง “อารมณ์ของเราเกิดจากที่ใด” ในโครงสร้างที่ใหญ่กว่า education in ... อนุประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของบุพบท in และวางขนานกับอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how เพราะอยู่ภายในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า คือ where + ประธาน + กริยา ไม่ใช่ where + กริยาช่วย + ประธาน บุพบท from ที่บอกแหล่งที่มาสามารถอยู่ท้ายอนุประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ: where our emotions arise from

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำถามแฝงหลัง explores ได้ถูกต้อง?

  1. The course explores where our emotions arise from.
  2. The course explores from where do our emotions arise?
  3. The course explores where do our emotions arise from?
ดูคำตอบ

The course explores where our emotions arise from.

In the utopia, it would be routine ไวยากรณ์

3:02

ในอุดมคติ มันควรเป็นเรื่องปกติ

to be taught emotional intelligence from the youngest age

3:04

ที่จะได้รับการสอนเรื่องความฉลาดทางอารมณ์ตั้งแต่เด็กที่สุด

ไวยากรณ์

ใช้ it would be routine to be taught ... เพื่อบอกสิ่งที่เป็นปกติในสถานการณ์สมมติ

In the utopia กำหนดฉากเป็นอุดมคติที่จินตนาการขึ้น ดังนั้น would จึงบอกว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นเป็นปกติในสถานการณ์ที่ไม่เป็นจริงนั้น ในที่นี้ routine เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ปกติ” หรือ “เป็นมาตรฐาน” ไม่ได้หมายถึงตารางเวลา It เป็นประธานแทนที่ชี้ไปยังเนื้อหาจริงที่ตามมาคือ to be taught emotional intelligence ส่วน infinitive รูปถูกกระทำ to be taught เน้นสิ่งที่ผู้คนจะได้รับการสอน โดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้สอน

แบบฝึกหัด

เติมกรอบที่บอกแนวปฏิบัติในจินตนาการด้วย infinitive รูปถูกกระทำ: In an ideal school, it would be routine ____ regular feedback on your progress.

ดูคำตอบ

to be given

before we'd had the opportunity to make too many mistakes.

3:08

ก่อนที่เราจะมีโอกาสทำผิดพลาดมากเกินไป

It's because we have, until now, ไวยากรณ์

3:12

เป็นเพราะว่าจนถึงขณะนี้

not taken emotional education seriously enough วลี

3:14

ยังไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านอารมณ์มากพอ

that our species has grown ever more technically adept ไวยากรณ์

3:18

เผ่าพันธุ์ของเราจึงมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อยๆ

while retaining the level of wisdom of our earliest days

3:22

แต่ยังคงรักษาระดับสติปัญญาของยุคเริ่มแรกของเราไว้

with catastrophic results.

3:25

ซึ่งส่งผลที่ตามมาอย่างหายนะ

ไวยากรณ์

It's because ... that ...: การเน้นสาเหตุ

รูปแบบ It is because X that Y เป็นประโยค cleft ที่ใช้เน้นย้ำ โดย X ระบุสาเหตุที่ผู้พูดต้องการให้เป็นจุดสนใจ ส่วน Y บอกผลลัพธ์ ในประโยคนี้ สาเหตุที่ถูกเน้นคือการไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านอารมณ์อย่างจริงจังเพียงพอ และส่วนผลลัพธ์เริ่มที่ our species has grown until now อยู่ภายใน X และกำหนดขอบเขตเวลาของ have not taken ส่วน that ที่ตามมาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ seriously enough แต่เป็นสัญญาณว่าประโยคกลับเข้าสู่ผลลัพธ์หลัก รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้เขียนเน้นสาเหตุหนึ่งได้แม้ทั้งสาเหตุและผลลัพธ์จะยาว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบเน้นย้ำ It's because ... that ...: ____ the map was outdated ____ we took the wrong road.

ดูคำตอบ

It's because · that

วลี

take emotional education seriously enough: ให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านอารมณ์อย่างจริงจังเพียงพอ

Take + กรรม + seriously หมายถึงการปฏิบัติต่อบุคคล ความคิด คำเตือน หรือปัญหาว่าเป็นสิ่งสำคัญและควรได้รับความสนใจอย่างแท้จริง ในประโยคนี้ กรรมคือ emotional education ส่วน seriously บอกว่าผู้คนปฏิบัติต่อสิ่งนี้อย่างไร ไม่ได้บอกว่าเป็นการศึกษาประเภทใด Enough เพิ่มเกณฑ์ระดับที่จำเป็นต้องทำให้ถึง เนื่องจาก not ปรากฏก่อนหน้าใน we have not taken ... ความหมายจึงเป็นว่าความใส่ใจที่ให้มาจนถึงตอนนี้ยังไม่เพียงพอ ไม่ได้หมายความว่าการศึกษาด้านอารมณ์นั้นร้ายแรงในตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย take ... seriously enough: The school did not ____ the warning ____, so it was unprepared.

ดูคำตอบ

take · seriously enough

ไวยากรณ์

has grown ever more ... while retaining ...: การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและความเปรียบต่าง

Has grown ever more technically adept หมายความว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์มีทักษะด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน โครงสร้าง ever more + คำคุณศัพท์เน้นว่าระดับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเพียงครั้งเดียว While retaining ... นำความก้าวหน้านั้นไปตัดกับสิ่งที่ยังคงเหมือนเดิม ประธานโดยนัยของ retaining ยังคงเป็น our species กล่าวคือ มนุษย์มีความสามารถทางเทคนิคมากขึ้น แต่ยังรักษาระดับสติปัญญาแบบยุคแรกเริ่มไว้ ในที่นี้ while มีความหมายหลักว่า “ในทางตรงกันข้าม” ไม่ใช่เพียง “ในระหว่างที่”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองสำนวนที่ระบุไว้ ใช้ ever more เพื่อแสดงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และใช้ while เพื่อนำหน้าส่วน -ing ที่แสดงความเปรียบต่าง The camera became ____ advanced ____ retaining its simple controls.

ดูคำตอบ

ever more · while

We are now evolved monkeys with nuclear weapons. สำนวน

3:27

ตอนนี้เราเป็นลิงที่วิวัฒนาการแล้วและมีอาวุธนิวเคลียร์

สำนวน

evolved monkeys with nuclear weapons: อุปมาที่ใช้เตือน

Evolved monkeys with nuclear weapons เป็นอุปมาที่บีบความหมายให้สั้นและจงใจใช้ถ้อยคำรุนแรง โดยวาดภาพมนุษย์เป็นสัตว์ที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าไปถึงระดับสูงมาก แต่การตัดสินใจและการควบคุมอารมณ์ยังคงดั้งเดิม ประโยคนี้ไม่ใช่นิยามทางชีววิทยาตามตัวอักษร และไม่ได้ปฏิเสธวิวัฒนาการ พลังของประโยคเกิดจากความไม่เข้ากันระหว่าง monkeys ซึ่งสื่อถึงสติปัญญาที่จำกัดหรือความหุนหันพลันแล่น กับ nuclear weapons ซึ่งสื่อถึงพลังทำลายล้างมหาศาล ผู้พูดใช้ความต่างนี้เพื่อทำให้คำเตือนรุนแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

การตีความใดตรงกับอุปมา evolved monkeys with nuclear weapons ของผู้พูดมากที่สุด

  1. มนุษย์หยุดวิวัฒนาการแล้ว เพราะเทคโนโลยีทำทุกอย่างแทนมนุษย์ในปัจจุบัน
  2. อาวุธสมัยใหม่ได้รับการออกแบบครั้งแรกโดยนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาลิง
  3. มนุษย์ควรกลับไปใช้ชีวิตแบบบรรพบุรุษยุคแรกสุด
  4. มนุษย์มีเทคโนโลยีที่มีพลังทำลายล้างมหาศาล แต่สติปัญญาไม่ได้เติบโตในระดับเดียวกัน
ดูคำตอบ

มนุษย์มีเทคโนโลยีที่มีพลังทำลายล้างมหาศาล แต่สติปัญญาไม่ได้เติบโตในระดับเดียวกัน

It appears that the fate of civilization depends วลี

3:31

ดูเหมือนว่าชะตากรรมของอารยธรรมขึ้นอยู่กับ

on our capacity to master the mechanisms

3:34

ความสามารถของเราที่จะเชี่ยวชาญกลไก

of emotional education before it's too late. วลี

3:37

ของการศึกษาด้านอารมณ์ก่อนที่จะสายเกินไป

วลี

ขึ้นอยู่กับความสามารถของเราในการทำให้เชี่ยวชาญ

ใน depends on our capacity to master... คำว่า depends on เชื่อมผลลัพธ์เข้ากับเงื่อนไขว่าเรามีความสามารถมากพอที่จะทำสิ่งนั้นหรือไม่ ส่วน our หมายถึงผู้คนโดยรวม ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง โครงสร้างคือ depend on + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + capacity + to-infinitive ในที่นี้ master หมายถึงการเรียนรู้จนเข้าใจและจัดการกลไกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้หมายถึงการควบคุมผู้อื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ operate: The mission's success depends on our capacity ____ the equipment safely.

ดูคำตอบ

to operate

วลี

before it's too late: ก่อนที่จะสายเกินไป

Before it's too late เป็นวลีเตือนแบบตายตัวที่หมายความว่าต้องลงมือทำในขณะที่ยังมีโอกาสป้องกันผลลัพธ์ที่เลวร้ายหรือแก้ไขไม่ได้ late ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการมาถึงช้ากว่าเวลาบนนาฬิกา แต่หมายถึงโอกาสที่จะเปลี่ยนผลลัพธ์ได้หมดไปแล้ว วลีนี้ไม่บอกกำหนดเวลาที่แน่นอน จึงสร้างความเร่งด่วนได้โดยไม่ต้องระบุวันที่หรือเวลา

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยวลีตายตัว: Back up your files now, ____.

ดูคำตอบ

before it's too late

An emotional education extends far beyond วลี

3:41

การศึกษาด้านอารมณ์ครอบคลุมกว้างไกลกว่า

formal education as we've conceived of it to date. การใช้คำ

3:44

การศึกษาในระบบอย่างที่เราเข้าใจกันจนถึงปัจจุบัน

วลี

extends far beyond: กว้างไกลเกินกว่าขอบเขตหนึ่งมาก

ในประโยคนี้ extends far beyond หมายถึง “มีขอบเขตกว้างกว่า…มาก” การศึกษาด้านอารมณ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กรอบของการศึกษาในระบบ คำว่า far ในที่นี้เน้นระดับของ beyond ไม่ได้หมายถึงระยะทางจริง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X extends far beyond Y ซึ่งบอกว่า X ครอบคลุมมากกว่า Y อย่างมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ครอบคลุมมากกว่า…อย่างมาก”: A coach's job ____ teaching sports skills.

ดูคำตอบ

extends far beyond

การใช้คำ

as we've conceived of it to date: ตามที่เราเข้าใจมาจนถึงปัจจุบัน

ใน as we've conceived of it to date คำว่า as หมายถึง “ตามวิธีที่” ส่วน we've conceived of it หมายถึง “เราได้เข้าใจหรือนึกภาพสิ่งนั้นไว้” โดย it หมายถึง formal education และ to date หมายถึง “จนถึงปัจจุบัน” อนุประโยคทั้งหมดจำกัดความหมายไว้ที่นิยามเดิม กล่าวคือ กำลังพูดถึงการศึกษาในระบบตามความเข้าใจที่ใช้กันมาจนถึงตอนนี้ จึงเปิดทางให้เกิดความเข้าใจใหม่ที่กว้างกว่าเดิม

แบบฝึกหัด

as we've conceived of it to date หมายถึงอะไรในประโยคนี้? We need to rethink privacy as we've conceived of it to date.

  1. ตามวิธีที่เราเข้าใจสิ่งนั้นมาจนถึงปัจจุบัน
  2. ตามวิธีที่เราจะนิยามสิ่งนั้นในอนาคต
  3. เพราะเราได้ทำให้สิ่งนั้นเป็นข้อมูลล่าสุดอยู่เสมอ
ดูคำตอบ

ตามวิธีที่เราเข้าใจสิ่งนั้นมาจนถึงปัจจุบัน

Though it should ideally include courses

3:47

แม้ว่าในอุดมคติแล้วควรจะรวมเป็นหลักสูตร

in every year of school or college,

3:49

ในทุกปีของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย

emotional education is more than something

3:52

การศึกษาด้านอารมณ์เป็นมากกว่าสิ่ง

that should just take place in classrooms

3:54

ที่ควรเกิดขึ้นแค่ในห้องเรียน

at the hands of teachers สำนวน

3:56

ด้วยน้ำมือของครู

and come to a halt around the age of 21. วลี

3:57

และสิ้นสุดลงเมื่ออายุประมาณ 21 ปี

สำนวน

at the hands of teachers: ระบุผู้กระทำ

At the hands of teachers หมายถึง “ดำเนินการหรือถ่ายทอดโดยครู” วลีนี้ระบุว่าครูเป็นผู้ดำเนินการให้การศึกษาอารมณ์เกิดขึ้น hands ไม่ได้หมายถึงมือจริง ๆ และไม่ได้หมายความว่าการศึกษานั้นเป็นของครู โดยทั่วไป at the hands of + บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ใช้เชื่อมการกระทำหรือผลลัพธ์เข้ากับผู้ที่ดำเนินการหรือก่อให้เกิดสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ at the hands of ได้ถูกต้องเพื่อระบุผู้ที่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์

  1. The historic building was repaired by local artists.
  2. The historic building remained in the hands of careful managers.
  3. The historic building suffered damage at the hands of careless contractors.
ดูคำตอบ

The historic building suffered damage at the hands of careless contractors.

วลี

come to a halt: หยุดลงอย่างสมบูรณ์

Come to a halt หมายถึง “หยุดลงอย่างสมบูรณ์” come ทำหน้าที่เป็นคำกริยาที่บอกการเปลี่ยนสภาวะ ส่วน halt เป็นคำนามในวลีตายตัว to a halt ในประโยคนี้ สิ่งที่จะหยุดลงเมื่ออายุประมาณ 21 ปีคือ emotional education การใช้คำนี้นำเสนอการหยุดว่าเป็นจุดปลายของกระบวนการที่ดำเนินอยู่ จึงเน้นกระบวนการมากกว่าการใช้ stop ตรง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย come to a halt: When the power failed, the machines came ____.

ดูคำตอบ

to a halt

The central vehicle for the transfer of emotional intelligence สำนวน

4:00

สื่อกลางหลักในการถ่ายทอดความฉลาดทางอารมณ์

is culture from its highest to its most popular level.

4:03

คือวัฒนธรรมจากระดับสูงสุดไปจนถึงระดับมวลชน

สำนวน

สื่อกลางหลักในการถ่ายทอดความฉลาดทางอารมณ์

ในที่นี้ vehicle เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงวิธีหรือสื่อกลางที่นำบางสิ่งจากกลุ่มหรือคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกกลุ่มหรืออีกรุ่นหนึ่ง วัฒนธรรมถูกเรียกว่า central vehicle เพราะถูกนำเสนอว่าเป็นวิธีหลักในการถ่ายทอดความฉลาดทางอารมณ์ โครงสร้าง X is a vehicle for the transfer of Y นิยาม X ผ่านหน้าที่ของมัน ส่วน transfer ก็เป็นความหมายเชิงนามธรรม คือการถ่ายทอดหรือแบ่งปัน ไม่ใช่การเคลื่อนย้ายสิ่งของหรือการโอนเงินครั้งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ "the central vehicle for the transfer of emotional intelligence" หมายถึงอะไร?

  1. เป็นการโอนเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางวัฒนธรรม
  2. เป็นพาหนะที่จอดอยู่ใกล้ศูนย์วัฒนธรรมที่สุด
  3. เป็นวิธีหลักในการเผยแพร่ทักษะทางอารมณ์และแนวคิด
ดูคำตอบ

เป็นวิธีหลักในการเผยแพร่ทักษะทางอารมณ์และแนวคิด

Culture is the field that can ritualize

4:08

วัฒนธรรมคือขอบเขตที่สามารถทำให้เป็นพิธีกรรม

and consistently promote the absorption

4:10

และส่งเสริมการซึมซับอย่างสม่ำเสมอ

of wisdom.

4:13

ซึ่งสติปัญญา

The lessons might be embedded in a tragedy

4:15

บทเรียนอาจแฝงอยู่ในโศกนาฏกรรม

or a TV series,

4:18

หรือซีรีส์ทางโทรทัศน์

a pop song or a novel,

4:19

เพลงป๊อป หรือนวนิยาย

a work of architecture or a YouTube film.

4:20

งานสถาปัตยกรรม หรือภาพยนตร์บน YouTube

We can envisage the entire apparatus of culture ไวยากรณ์

4:23

เราสามารถจินตนาการถึงกลไกทั้งหมดของวัฒนธรรม

as a subtle mechanism designed to point us

4:26

ว่าเป็นกลไกอันแยบยลที่ออกแบบมาเพื่อนำทางเรา

towards greater emotional intelligence.

4:29

ไปสู่ความฉลาดทางอารมณ์ที่มากขึ้น

ไวยากรณ์

โครงสร้าง envisage A as B ... designed to ...

Envisage A as B หมายถึงการนึกภาพหรือทำความเข้าใจ A ผ่านแบบจำลอง B ในที่นี้ระบบวัฒนธรรมทั้งหมดถูกวางกรอบว่าเป็นกลไกอันละเอียดอ่อน ดังนั้น apparatus และ mechanism จึงเป็นคำเปรียบเทียบเชิงแนวคิด ไม่ใช่เครื่องจักรจริง วลีรูปกริยาช่องที่สาม designed to point us towards greater emotional intelligence ขยาย mechanism และระบุหน้าที่ที่ตั้งใจไว้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ envisage A as B แล้วตามด้วยข้อความที่อธิบายว่า B ทำอะไรหรือมีไว้เพื่อทำอะไร

แบบฝึกหัด

ใช้ envisage A as B เติมประโยคให้สมบูรณ์: We can ____ the volunteer network ____ a bridge designed to connect new families with local services.

ดูคำตอบ

envisage · as

We will never progress as a species ไวยากรณ์

4:32

เราจะไม่มีวันก้าวหน้าในฐานะเผ่าพันธุ์

and will indeed grow into ever greater

4:34

และจะเติบโตไปเป็น

technologically-armed menaces to ourselves

4:36

ภัยคุกคามที่มีอาวุธเทคโนโลยีทำร้ายตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ

until we've accepted the challenges and opportunities

4:40

จนกว่าเราจะยอมรับความท้าทายและโอกาส

of properly educating our selves in emotional intelligence.

4:43

ในการให้การศึกษาที่เหมาะสมแก่ตนเองในเรื่องความฉลาดทางอารมณ์

ไวยากรณ์

โครงสร้าง “will never ... until ...”

โครงสร้าง will never ... until ... ทำให้อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย until เป็นจุดเปลี่ยนที่จำเป็น กล่าวคือ ความก้าวหน้าจะเกิดขึ้นไม่ได้ก่อนที่เราจะยอมรับความท้าทายและโอกาสของการศึกษาด้านความฉลาดทางอารมณ์ ในที่นี้ until ไม่ได้เพียงเรียงเหตุการณ์ตามเวลา แต่ในคำเตือนที่หนักแน่นนี้ยังทำหน้าที่คล้ายเงื่อนไขด้วย การยอมรับความท้าทายเปิดโอกาสให้เกิดความก้าวหน้า แต่ไม่ได้รับประกันว่าความก้าวหน้าจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย “We will never progress as a species until we've accepted ...” ได้ดีที่สุด

  1. สามารถเพิกเฉยต่อความท้าทายได้โดยไม่กระทบความก้าวหน้า
  2. ความก้าวหน้าจะดำเนินต่อไปถึงช่วงเวลาที่ยอมรับเท่านั้น
  3. การยอมรับความท้าทายถูกเสนอว่าเป็นสิ่งจำเป็นก่อนที่จะเกิดความก้าวหน้าได้
  4. รับประกันว่าจะเกิดความก้าวหน้าทันทีที่ยอมรับความท้าทาย
ดูคำตอบ

การยอมรับความท้าทายถูกเสนอว่าเป็นสิ่งจำเป็นก่อนที่จะเกิดความก้าวหน้าได้

Our technical intelligence is great, of course.

4:48

แน่นอนว่าความฉลาดทางเทคโนโลยีของเรานั้นยอดเยี่ยม

It's led us to tame nature and conquer this planet. สำนวน

4:51

มันนำเราไปสู่การควบคุมธรรมชาติและพิชิตดาวเคราะห์ดวงนี้

สำนวน

ภาพเปรียบเทียบการพิชิตใน “tame nature and conquer this planet”

led us to หมายถึง บางสิ่งทำให้หรือเปิดทางให้มนุษย์ไปถึงผลลัพธ์เหล่านี้ ในบริบทนี้ ความฉลาดทางเทคนิคคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์ tame nature และ conquer this planet ทั้งสองวลีใช้ภาพเปรียบเทียบเรื่องการพิชิต โดยวาดภาพธรรมชาติว่าเป็นสิ่งที่ดุร้ายหรือเป็นศัตรูซึ่งเทคโนโลยีสามารถนำมาอยู่ใต้การควบคุมของมนุษย์ได้ ถ้อยคำนี้ครอบคลุมกว้างและจงใจให้ฟังทรงพลัง เป็นการยอมรับว่าความฉลาดทางเทคนิคมีอำนาจมหาศาล แต่ไม่ได้กล่าวตามตัวอักษรว่าพลังธรรมชาติทุกอย่างถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์แล้ว

แบบฝึกหัด

“tame nature and conquer this planet” มีผลหลักอย่างไรในประโยคนี้

  1. เป็นการนำเสนอการควบคุมด้วยเทคโนโลยีผ่านภาพเปรียบเทียบการพิชิตในระดับใหญ่
  2. อธิบายการฝึกสัตว์ป่าบนดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง
  3. กล่าวว่ามนุษย์หยุดใช้เทคโนโลยีแล้ว
  4. กล่าวตามตัวอักษรว่ากระบวนการทางธรรมชาติทุกอย่างถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ

เป็นการนำเสนอการควบคุมด้วยเทคโนโลยีผ่านภาพเปรียบเทียบการพิชิตในระดับใหญ่

But a wiser, saner future for the race ลำดับความ

4:55

แต่อนาคตที่ฉลาดขึ้นและมีสติมากขึ้นสำหรับเผ่าพันธุ์

must depend on a capacity to master

4:58

ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชี่ยวชาญ

and then seductively teach one another

5:01

และต่อยอดไปสู่การสอนกันและกันอย่างมีศิลปะ

the rudiments of emotional intelligence

5:03

ในความรู้พื้นฐานของความฉลาดทางอารมณ์

while there is still time. วลี

5:06

ในขณะที่ยังมีเวลา

ลำดับความ

But ... อนาคตที่ฉลาดและมีเหตุผลมากขึ้น ... ต้องขึ้นอยู่กับ...

But ส่งสัญญาณว่าข้อโต้แย้งกำลังหักมาสู่ข้อสรุปสุดท้าย หลังจากประเด็นก่อนหน้า ผู้พูดเปลี่ยนมาบอกว่าผลลัพธ์ที่ดีกว่าต้องอาศัยอะไร วลีนามยาว a wiser, saner future for the race เป็นประธาน และ the race ในที่นี้หมายถึงมนุษยชาติทั้งหมด must depend on ทำให้ข้อสรุปมีน้ำหนักว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เงื่อนไขคือความสามารถในการเข้าใจ rudiments หรือองค์ประกอบพื้นฐานของความฉลาดทางอารมณ์ให้เชี่ยวชาญก่อน แล้วจึงสอนกันและกัน master and then teach จัดข้อเสนอเป็นสองขั้นตอน ส่วน seductively ในที่นี้หมายถึงด้วยวิธีที่น่าดึงดูดและโน้มน้าวใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคที่เน้นมีหน้าที่อย่างไรในข้อโต้แย้งนี้

  1. ประโยคนี้แจกแจงทักษะหลายอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันและผู้คนอาจเลือกเรียนในภายหลัง
  2. ประโยคนี้อธิบายว่าความฉลาดทางอารมณ์ได้รับประกันอนาคตของมนุษยชาติแล้ว
  3. ประโยคนี้หักเข้าสู่ข้อสรุปว่า อนาคตที่ดีกว่าของมนุษยชาติจำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้และแบ่งปันพื้นฐานของความฉลาดทางอารมณ์
ดูคำตอบ

ประโยคนี้หักเข้าสู่ข้อสรุปว่า อนาคตที่ดีกว่าของมนุษยชาติจำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้และแบ่งปันพื้นฐานของความฉลาดทางอารมณ์

วลี

while there is still time: ขณะที่ยังพอมีเวลา

ในอนุประโยคนี้ while หมายถึงในช่วงเวลาที่เหลือซึ่งยังสามารถลงมือทำได้ วลีทั้งหมดเพิ่มความเร่งด่วน โดยบอกว่าโอกาสยังไม่หายไป แต่ก็อาจหายไปในไม่ช้า เมื่อวางไว้ท้ายประโยค วลีนี้ทำให้ข้อเสนอก่อนหน้ากลายเป็นคำเรียกร้องที่มีเวลาเป็นข้อจำกัด ความหมายใกล้กับ before it is too late แต่เน้นโอกาสที่ยังเหลืออยู่ในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยวลีภาษาอังกฤษห้าคำที่ขึ้นต้นด้วย while และหมายความว่าโอกาสในการลงมือทำยังไม่หายไป: The gate will close in five minutes, so go inside ____.

ดูคำตอบ

while there is still time

Thank you for watching, liking, and subscribing.

5:09

ขอบคุณที่รับชม กดไลค์ และกดติดตาม

If you want more, why not visit us in person

5:13

หากคุณต้องการมากกว่านี้ ทำไมไม่มาเยี่ยมชมเราด้วยตัวเอง

and attend a class or take a look at our shop

5:16

และเข้าเรียน หรือลองแวะชมร้านของเรา

at the link on your screen now.

5:19

ที่ลิงก์บนหน้าจอของคุณตอนนี้