ลัทธิสุญญวาทเชิงบวก: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Kurzgesagt – In a Nutshell
แนะนำวิดีโอ: จากความเล็กของมนุษย์ในจักรวาลอันกว้างใหญ่แต่มีจุดจบ เนื้อหาเปลี่ยนจากความกังวลต่อการดำรงอยู่สู่สุญนิยมเชิงบวก เมื่อไม่มีเป้าหมายจักรวาลกำหนดไว้ เรายังเลือกความหมาย เห็นค่าชีวิต ค้นหาคำตอบ และช่วยผู้อื่นได้ ประเด็นภาษาอังกฤษ: 1. the older we got, the more we learned — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: รู้จักโครงสร้างเปรียบเทียบคู่ “ยิ่ง…ก็ยิ่ง…” ที่เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างและใช้บอกว่าทั้งคู่ดำเนินไปพร้อมกัน 2. take it with a grain of salt. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจคำเตือนว่าอย่าเชื่อความเห็นเชิงอัตวิสัยทันที และใช้จำกัดน้ำหนักของคำแนะนำหรือความคิดเห็น 3. might as well — วัจนปฏิบัติและท่าที: ฟังออกว่าเป็นข้อเสนอที่ใช้ได้จริงและยอมรับสถานการณ์เล็กน้อย เมื่อแทบไม่มีเหตุผลให้คัดค้าน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
we became conscious and found ourselves in a strange place. วลี
0:05เราเริ่มมีจิตสำนึกและพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่แปลกประหลาด
find ourselves in: ตระหนักว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
ในที่นี้ found ourselves in หมายถึง “ตระหนักว่าเราอยู่ใน...” หรือ “ลงเอยด้วยการอยู่ใน...” ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นออกตามหาแล้วพบตัวเอง โครงสร้างคือ find + คำสรรพนามสะท้อนกลับ + สถานที่หรือสภาวะ และมักใช้บอกสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดหรือไม่ได้ตั้งใจเลือก คำสรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I found myself, she found herself, we found ourselves โครงสร้างนี้ตามด้วยสถานที่ได้ เช่น in a strange town สภาวะ เช่น in trouble หรือการกระทำ เช่น thinking about home
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ find oneself ที่หมายถึง “ตระหนักโดยไม่คาดคิดว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์นี้”: After following the wrong trail, Leo ____ alone in the forest.
ดูคำตอบ
found himself
The daytime sky had a tiny yellow ball that warmed our skin.
0:19ท้องฟ้าในตอนกลางวันมีลูกบอลสีเหลืองเล็กๆ ที่ให้ความอบอุ่นแก่ผิวของเรา
watch over: ปกป้องหรือดูแล
Watching over เป็นรูปที่แสดงการดำเนินต่อเนื่องของ watch over ในที่นี้หมายถึงการปกป้อง คุ้มครอง หรือดูแลเรา เป็นการบอกว่ามีสิ่งหนึ่งคอยปกป้อง ไม่ใช่เพียงมองเราจากตำแหน่งที่สูงกว่า โครงสร้างคือ watch over + บุคคล กลุ่ม หรือสิ่งของ ใช้บอกการปกป้องจริงจากคนคนหนึ่ง หรือความรู้สึกว่าได้รับการปกป้องในเชิงสัญลักษณ์หรือจิตวิญญาณก็ได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค “A nurse watched over the patient all night,” พยาบาลทำอะไร
- มองผู้ป่วยจากชั้นที่สูงกว่า
- พบผู้ป่วยหลังจากออกค้นหา
- ปกป้องและดูแลผู้ป่วย
ดูคำตอบ
ปกป้องและดูแลผู้ป่วย
This made everything much less scary and confusing.
0:31สิ่งนี้ทำให้ทุกอย่างน่ากลัวและน่าสับสนน้อยลงมาก
the more we learned about the world and ourselves.
0:36เราก็ยิ่งเรียนรู้เกี่ยวกับโลกและตัวเราเองมากขึ้น
the older ..., the more ...: โครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน
The older we got, the more we learned ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ the + comparative ..., the + comparative .... โครงสร้างนี้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองด้านเข้าด้วยกัน คือเมื่ออายุของเราเพิ่มขึ้น ปริมาณสิ่งที่เราเรียนรู้ก็เพิ่มขึ้นด้วย ในที่นี้ got เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง became ดังนั้น the older we got จึงมีความหมายเท่ากับ the older we became the ทั้งสองคำเป็นเครื่องหมายของโครงสร้างนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ ทั้งสองส่วนต้องมีความหมายเชิงเปรียบเทียบ และส่วนหลังบอกผลหรือการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ด้วยคำที่มีความหมายตรงข้ามกับ less: The less you worry about mistakes, ____ confident you become.
ดูคำตอบ
the more
We learned that the twinkling lights are not shining beautifully for us,
0:39เราเรียนรู้ว่าแสงที่ส่องแสงระยิบระยับนั้นไม่ได้ส่องแสงอย่างสวยงามเพื่อเรา
We learned that we're not at the center of what we now call the universe, ไวยากรณ์
0:43เราเรียนรู้ว่าเราไม่ได้เป็นศูนย์กลางของสิ่งที่เราเรียกในตอนนี้ว่าจักรวาล
what we now call the universe: อนุประโยคสัมพัทธ์ที่รวมความหมายคำนามไว้ใน what
What we now call the universe เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบที่ what รวมความหมายของคำนามไว้แล้ว โดยหมายถึง the thing that we now call the universe ภายในอนุประโยค what เป็นกรรมของ call ส่วน the universe เป็นชื่อที่ใช้เรียกกรรมนั้น และอนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นนามวลีหลัง of ในที่นี้ call หมายถึง “เรียกว่า” หรือ “ตั้งชื่อว่า” ไม่ใช่ “โทรศัพท์” ส่วน now นำเสนอ universe ว่าเป็นชื่อที่ใช้จากมุมมองปัจจุบัน จึงช่วยเน้นศัพท์ที่ใช้ในปัจจุบันได้โดยไม่จำเป็นต้องหมายความว่าชื่อนี้เพิ่งเปลี่ยน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ what ได้ถูกต้องเมื่อไม่มีคำนามหลักอยู่หน้าอนุประโยคสัมพัทธ์
- The device evolved into which we now call a smartphone.
- The device evolved into that we now call a smartphone.
- The device evolved into what we now call a smartphone.
ดูคำตอบ
The device evolved into what we now call a smartphone.
which make up bigger things that are not dead for some reason,
0:52ซึ่งประกอบกันเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่าที่ไม่ได้ตายด้วยเหตุผลบางอย่าง
made of ... make up: ทิศทางตรงกันข้ามของความสัมพันธ์แบบองค์ประกอบ
Be made of มองจากสิ่งที่เป็นองค์รวมไปยังวัสดุหรือส่วนประกอบของมัน โดย we คือองค์รวมที่ใหญ่กว่า และ many little dead things คือส่วนประกอบเล็ก ๆ Make up มองในทิศทางตรงกันข้าม สิ่งเล็ก ๆ เป็นประธานและรวมกันเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่า ในที่นี้ make up หมายถึง “ประกอบกันเป็น” ไม่ใช่ “แต่งเรื่อง” “แต่งหน้า” หรือ “คืนดีกัน”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ made of และ make up ในทิศทางที่ถูกต้อง
- The wall is made of bricks, and the wall makes up the bricks.
- The wall is made of bricks, and the bricks make up the wall.
- The bricks are made of the wall, and the bricks make up the wall.
ดูคำตอบ
The wall is made of bricks, and the bricks make up the wall.
and that we're just another temporary stage in a history going back over a billion years.
0:55และเราเป็นเพียงแค่อีกขั้นตอนชั่วคราวในประวัติศาสตร์ที่ย้อนกลับไปกว่าพันล้านปี
We learned in awe that we live on a moist speck of dust moving around a medium-sized star สำนวน
1:01เราเรียนรู้ด้วยความตื่นตะลึงว่าเราอาศัยอยู่บนเศษฝุ่นชื้นๆ ที่เคลื่อนที่รอบดาวฤกษ์ขนาดกลาง
a moist speck of dust ในฐานะอุปมาเปรียบโลก
ตามความหมายตรงตัว a speck of dust คืออนุภาคฝุ่นที่เล็กมาก ในที่นี้ผู้พูดย่อขนาดโลกให้เป็นผงธุลีชื้นเล็ก ๆ ที่เคลื่อนรอบดาวฤกษ์ โดย moist สื่อเป็นนัยถึงน้ำ ส่วน speck of dust ทำให้โลกดูเล็กจนแทบจินตนาการไม่ออก นี่เป็นอุปมาเกี่ยวกับขนาด ไม่ใช่การบอกว่าโลกทำมาจากวัสดุอะไร ความต่างระหว่างบ้านหลังเล็กกับจักรวาลอันกว้างใหญ่สร้างความรู้สึกยำเกรงและมุมมองใหม่
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ a moist speck of dust สื่อถึงสิ่งใดเกี่ยวกับโลกเป็นหลัก
- โลกถูกจัดประเภททางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นอนุภาคที่ประกอบด้วยฝุ่นเปียกเป็นส่วนใหญ่
- โลกดูเล็กมากในจักรวาลอันกว้างใหญ่ ขณะที่ moist สื่อเป็นนัยว่าโลกมีน้ำ
- ผู้พูดกำลังบรรยายก้อนดินที่พบอยู่ข้างดาวฤกษ์
ดูคำตอบ
โลกดูเล็กมากในจักรวาลอันกว้างใหญ่ ขณะที่ moist สื่อเป็นนัยว่าโลกมีน้ำ
in a quiet region of one arm of an average galaxy,
1:06ในบริเวณที่เงียบสงบของแขนข้างหนึ่งของกาแล็กซีธรรมดา
which is part of a galaxy group that we will never leave.
1:09ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มกาแล็กซีที่เราจะไม่มีวันไปจากที่นี่
And this group is only one of thousands that together make up a galaxy supercluster.
1:12และกลุ่มนี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายพันกลุ่มที่ประกอบกันเป็นกระจุกกาแล็กซียักษ์
But even our supercluster is only one in thousands that make up what we call the observable universe.
1:16แต่แม้แต่กระจุกกาแล็กซียักษ์ของเราก็เป็นเพียงหนึ่งในหลายพันที่ประกอบขึ้นเป็นสิ่งที่เราเรียกว่าจักรวาลที่สังเกตได้
We could throw words around like 200 billion galaxies or trillions of stars or bazillions of planets, โน้ต
1:27เราอาจจะพูดลอยๆ ว่ามีกาแล็กซี 2 แสนล้านแห่ง หรือดาวฤกษ์หลายล้านล้านดวง หรือดาวเคราะห์จำนวนนับไม่ถ้วน
throw words around: ใช้ศัพท์มากมายโดยไม่อธิบายให้ชัดเจน
ในประโยคนี้ throw words around หมายถึงการใช้ศัพท์ที่ฟังดูน่าประทับใจหรือตัวเลขมหาศาลอย่างพรั่งพรู โดยไม่ได้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจเสมอไป สำนวนนี้มีน้ำเสียงวิจารณ์เล็กน้อย และไม่ได้หมายถึงการขว้างคำพูดจริง ๆ โครงสร้าง throw + words/terms/names/numbers + around มักสื่อว่ามีการใช้ภาษาอย่างลวก ๆ ไม่แม่นยำ หรือเพื่อสร้างความประทับใจ แทนที่จะอธิบายอย่างรอบคอบ
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอใช้สถิติที่ดูน่าประทับใจอยู่เรื่อย ๆ แต่ไม่เคยอธิบายว่าตัวเลขเหล่านั้นแสดงอะไร คำอธิบายใดตรงกับสำนวนเป้าหมายมากที่สุด
- The presenter is briefly mentioning one neutral fact.
- The presenter is carefully defining each statistic.
- The presenter is throwing numbers around.
ดูคำตอบ
The presenter is throwing numbers around.
bazillions of planets: จำนวนมหาศาลแบบขบขันและไม่แม่นยำ
bazillions of planets ในที่นี้หมายถึงดาวเคราะห์จำนวนมากมหาศาลจนยากจะจินตนาการ bazillion เป็นคำเรียกจำนวนที่แต่งขึ้นเพื่อความขบขัน ดังนั้น bazillions จึงจงใจไม่บอกจำนวนที่แน่นอน เมื่อวางต่อจาก 200 billion และ trillions คำนี้ทำให้ระดับจำนวนเกินกว่าภาษาการนับตามปกติ และทำให้รายการมีความขี้เล่นมากขึ้น ควรเข้าใจว่าเป็นการพูดเกินจริง ไม่ใช่ปริมาณที่วัดได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ bazillions ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- I opened the group chat and found bazillions of new messages.
- The laboratory measured exactly bazillions of particles.
- The budget was calculated as 3.2 bazillions of euros.
ดูคำตอบ
I opened the group chat and found bazillions of new messages.
But size is not the most troubling concept we have to deal with.
1:42แต่ขนาดไม่ใช่แนวคิดที่น่าหนักใจที่สุดที่เราต้องรับมือ
ใช้ “or more precisely” เพื่อปรับคำพูดให้แม่นยำทันที
“Or more precisely” บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนถ้อยคำแรกที่กว้างให้เป็นถ้อยคำที่แคบและแม่นยำขึ้นทันที ในที่นี้ “time” ถูกทำให้ชัดเจนขึ้นเป็น “the time we have” จึงเปลี่ยนจุดสนใจจากเวลาโดยทั่วไปไปเป็นเวลาที่มีจำกัดของแต่ละคน ดังนั้น “or” ในที่นี้ไม่ได้เสนอทางเลือกสองอย่างที่เท่าเทียมกัน แต่จัดข้อมูลในรูปแบบ ถ้อยคำแรก → การแก้ไขหรือทำให้เจาะจงขึ้น ทำให้ผู้พูดพูดได้แม่นยำขึ้นโดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่แสดงว่าคำบอกเวลาที่สองเป็นคำแทนที่แม่นยำกว่าของคำบอกเวลาแรก: “The event starts this weekend—_____ at 9 a.m. on Saturday.”
- or more precisely
- in contrast
- as a result
ดูคำตอบ
or more precisely
“At your disposal” ในความหมายว่าพร้อมให้ใช้งาน
“At your disposal” หมายความว่าสิ่งหนึ่งพร้อมให้คุณใช้ ควบคุม หรือจัดสรรได้ตามต้องการ ในประโยคนี้ 5,200 สัปดาห์ถูกนำเสนอเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ซึ่งคุณตัดสินใจได้ว่าจะใช้อย่างไร วลีนี้มักอยู่ในโครงสร้าง be/have + สิ่งของ + at someone’s disposal เช่น “The tools are at our disposal” หรือ “We have the tools at our disposal” ในที่นี้ disposal หมายถึงความสามารถในการใช้ประโยชน์จากสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการทิ้งสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “พร้อมให้คุณใช้”: A quiet meeting room is ____ all afternoon.
ดูคำตอบ
at your disposal
break down: เมื่อกระบวนการหยุดทำงาน
ในประโยคนี้ break down หมายถึง “ค่อย ๆ หยุดทำงานหรือใช้การไม่ได้” ประธานคือ biological processes จึงสื่อว่าการทำงานของร่างกายที่ช่วยคงชีวิตจะไม่สามารถทำงานตามปกติได้อีกต่อไป นี่คือการใช้แบบอกรรมกริยา กล่าวคือระบบหรือกระบวนการนั้นหยุดทำงานเอง รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้กับเครื่องจักร ระบบ การเจรจา และกระบวนการที่เป็นระบบอื่น ๆ ซึ่งอาจหยุดทำงานหรือไม่คืบหน้า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ break down ในความหมายว่าระบบหยุดทำงาน?
- Please break the report down into three sections.
- After the bad news, he broke down and cried.
- The alarm system broke down during the storm.
ดูคำตอบ
The alarm system broke down during the storm.
and the dynamic pattern that is you will stop being dynamic.
2:13และรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาซึ่งก็คือคุณ จะหยุดการเปลี่ยนแปลง
Some believe that there is a part of us we can't see or measure,
2:20บางคนเชื่อว่ามีบางส่วนของเราที่เราไม่สามารถมองเห็นหรือวัดได้
might be it: อาจเป็นทั้งหมดที่มี
ในที่นี้ it ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่ได้ความหมายจากเนื้อหาที่กำลังพูดถึง โดยหมายถึง “ทั้งหมดที่มีอยู่” หรือ “ชีวิตเดียวที่มี” ดังนั้น this life might be it จึงหมายความว่าชีวิตนี้อาจเป็นทั้งหมดของการมีอยู่ของเรา และไม่มีชีวิตอื่นหลังจากนี้ Might แสดงความไม่แน่นอน ผู้พูดไม่ได้บอกว่านี่เป็นความจริงอย่างแน่นอน แต่บอกว่าเป็นความเป็นไปได้จริงอย่างหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายหรือโอกาสเดียว”: We may not get another chance. This ____.
ดูคำตอบ
might be it
end up dead forever: ผลสุดท้ายที่ลงเอย
end up + ส่วนเติมเต็ม ใช้บอกผลสุดท้ายที่เกิดขึ้นหลังผ่านกระบวนการบางอย่าง ซึ่งมักเป็นผลที่ไม่ได้วางแผนหรือไม่ได้ต้องการ ในประโยคนี้ dead เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพสุดท้ายว่า พวกเขาอาจอยู่ในสภาพตายในท้ายที่สุด และ forever ทำให้ผลนั้นดูเหมือนย้อนกลับไม่ได้ ส่วนเติมเต็มอาจเป็นคำคุณศัพท์ (end up exhausted) วลีบอกสถานที่ (end up at the wrong station) หรือรูป -ing (end up waiting) ส่วน might แสดงว่าผลนี้เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่ทำให้ flooded เป็นผลสุดท้ายซึ่งอาจไม่ได้วางแผนไว้: If we ignore the leak, the basement could ____ flooded.
ดูคำตอบ
end up
less scary than it sounds, though: แก้ความประทับใจแรก
less + คำคุณศัพท์ + than it sounds หมายความว่า ในสถานการณ์จริง คุณสมบัตินั้นมีระดับต่ำกว่าที่คำบรรยายทำให้เข้าใจในตอนแรก ในที่นี้ it sounds หมายถึง “ให้ความรู้สึกเช่นนั้นเมื่อได้ยินคำบรรยาย” ไม่ได้หมายถึงว่าวัตถุกำลังส่งเสียง though ที่ท้ายประโยคเติมข้อสังเกตเชิงขัดแย้งสั้น ๆ ในความหมายว่า “แต่ถึงอย่างนั้น” ผู้พูดยอมรับว่าถ้อยคำนั้นฟังดูน่ากลัว แล้วทำให้ผู้ฟังสบายใจขึ้นด้วยการบอกว่าความจริงเบากว่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าสถานการณ์จริงไม่ได้อันตรายเท่าที่คำบรรยายทำให้รู้สึก และเติมความขัดแย้งแบบไม่เป็นทางการไว้ท้ายประโยค
- The cave is less dangerous than it sounds, though.
- Although the cave looks dangerous, it is actually safe.
- The cave sounds less dangerous than it really is.
ดูคำตอบ
The cave is less dangerous than it sounds, though.
If you don't remember the 13.75 billion years that went by before you existed,
2:33ถ้าคุณจำช่วงเวลา 13.75 พันล้านปีที่ผ่านไปก่อนที่คุณจะเกิดไม่ได้
then the trillions and trillions and trillions of years that come after
2:37งั้นช่วงเวลาหลายล้านล้านปีที่จะตามมาในภายหลัง
in no time: “อย่างรวดเร็วมาก” พร้อมนัยตามตัวอักษร
ในภาษาอังกฤษทั่วไป in no time เป็นสำนวนที่หมายถึง “อย่างรวดเร็วมาก” หรือ “หลังจากรอเพียงครู่เดียว” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวสื่อว่าช่วงเวลาหลายปีหลังความตายจะดูเหมือนผ่านไปในทันที ถ้อยคำนี้ยังชวนให้นึกถึงความหมายตามตัวอักษรด้วย หากบุคคลหนึ่งไม่มีประสบการณ์รับรู้เวลาอย่างมีสติ ก็ไม่มี “เวลา” ให้บุคคลนั้นรู้สึก ช่วงเวลาหลายล้านล้านปีไม่ได้สั้นลงอย่างเป็นจริง ข้อความนี้กล่าวถึงประสบการณ์เชิงอัตวิสัย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “อย่างรวดเร็วมาก”: The café was empty, so we found a table ____.
ดูคำตอบ
in no time
That's how long forever feels: การวัดระยะเวลาตามความรู้สึก
That's ย้อนกลับไปอ้างถึงช่วงเวลาสั้นมากที่ใช้ในการนับถึงหนึ่ง ซึ่งเกิดจากคำสั่งสองประโยคแรก รูปแบบ That's how long X feels เปลี่ยนประสบการณ์สั้น ๆ นั้นให้เป็นมาตรวัดสำหรับอธิบาย X ในที่นี้ forever ถูกนำเสนอว่ารู้สึกยาวนานเพียงเท่ากับช่วงเวลานั้น ประโยคนี้กล่าวข้อสรุปสำคัญหลังจากผู้ฟังทำสิ่งเล็ก ๆ นั้นแล้ว ลำดับ “คำสั่ง-คำสั่ง-สรุป” ทำให้ข้อสรุปมีพลัง feels บ่งบอกประสบการณ์เชิงอัตวิสัย ไม่ใช่ระยะเวลาเชิงวัตถุ ประโยคนี้ไม่ได้อ้างว่าความเป็นนิรันดร์มีความยาวเพียงหนึ่งวินาทีจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอกล่าวว่า “Press the button. Count to three. That's how long the scan takes.” ประโยคสุดท้ายทำหน้าที่อะไร
- ใช้ช่วงเวลาที่นับถึงสามเพื่อแสดงระยะเวลาของการสแกน
- ขอให้ผู้ฟังคาดเดาว่าการสแกนจะเริ่มเมื่อใด
- บอกว่าการสแกนควรเริ่มหลังจากหยุดสามครั้งแยกกัน
ดูคำตอบ
ใช้ช่วงเวลาที่นับถึงสามเพื่อแสดงระยะเวลาของการสแกน
as far as we know: จำกัดข้อความไว้ที่ความรู้ในปัจจุบัน
ในประโยคนี้ as far as we know จำกัดขอบเขตของข้อความไว้ที่ความรู้และหลักฐานที่กลุ่มของผู้พูดมีอยู่ในขณะนี้ หมายถึง “จากสิ่งที่เรารู้ตอนนี้” ไม่ใช่ “สิ่งนี้เป็นความจริงอย่างแน่นอน” วลีทั้งหมดทำหน้าที่บอกท่าทีของผู้พูด ทำให้ข้อความระมัดระวังขึ้นและเปิดโอกาสให้หลักฐานใหม่มาเปลี่ยนข้อสรุปได้ far ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงระยะทางทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as far as we know เพื่อบอกว่าข้อความนั้นเป็นจริงเฉพาะตามข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน?
- We know for certain that the trail is still open.
- As far as we walked, the trail was still open.
- As far as we know, the trail is still open.
ดูคำตอบ
As far as we know, the trail is still open.
Our videos induce existential dread in many, people, and the last few minutes probably haven't helped. วลี
2:56วิดีโอของเราทำให้หลายคนเกิดความรู้สึกหวาดกลัวต่อการดำรงอยู่ และไม่กี่นาทีที่ผ่านมาก็คงไม่ได้ช่วยอะไร
induce existential dread: ก่อให้เกิดความวิตกกังวลอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการดำรงอยู่
Induce existential dread หมายถึง “ทำให้เกิดความกลัวหรือความวิตกกังวลอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการดำรงอยู่ ความหมายของชีวิต หรือความตาย” existential จำกัดความหมายของ dread ให้เกี่ยวข้องกับคำถามใหญ่เหล่านี้ ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้หมายถึงความเครียดทั่วไปเท่านั้น โครงสร้างคือ induce + ความรู้สึก + in + บุคคล: the videos induce existential dread in many people คำว่า induce เป็นกริยาแสดงการก่อให้เกิดที่ค่อนข้างเป็นทางการ และวลีที่มีน้ำหนักมากนี้อาจฟังจริงจังหรือจงใจสร้างความรู้สึกดราม่าก็ได้
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ดีที่สุดด้วยกลุ่มคำแบบเป็นทางการที่หมายถึงการก่อให้เกิดความวิตกกังวลอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการดำรงอยู่หรือความหมาย? The film ______ in some viewers.
- induced existential dread
- caused a minor inconvenience
- felt existential dread
ดูคำตอบ
induced existential dread
So, for once, we want to offer a different way of looking at these things, วลี
3:02ดังนั้น สำหรับครั้งนี้ เราอยากจะเสนอวิธีที่แตกต่างในการมองสิ่งเหล่านี้
offer a different way of looking at...: เสนอมุมมองอีกแบบ
ในที่นี้ offer หมายถึง “นำเสนอให้พิจารณา” ไม่ใช่ “มอบเป็นของขวัญ” ส่วน a different way of looking at these things หมายถึงอีกมุมมองหนึ่งสำหรับทำความเข้าใจเรื่องที่กำลังพูดถึงอยู่ คำว่า looking at ใช้ในเชิงนามธรรม ไม่ใช่การมองด้วยตาจริง ๆ โครงสร้าง offer a different way of + -ing ใช้ปรับกรอบการมองเรื่องหนึ่งโดยไม่บอกว่ามุมมองเดิมผิดทั้งหมด เป็นการเสนอมุมมองใหม่ให้ผู้ฟังเลือกนำไปพิจารณา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างเป้าหมายอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเสนอมุมมองใหม่
- I looked at the clock because the train was late.
- I’d like to offer you a seat while we discuss the delay.
- I’d like to offer a different way of looking at the delay: it gave us time to fix another problem.
ดูคำตอบ
I’d like to offer a different way of looking at the delay: it gave us time to fix another problem.
an unscientific, subjective point of view,
3:05เป็นมุมมองที่ไม่ใช่เชิงวิทยาศาสตร์ และเป็นมุมมองส่วนตัว
the philosophy of Kurzgesagt, if you want. น้ำเสียง/เจตนา
3:08เรียกได้ว่าเป็นปรัชญาของ Kurzgesagt ก็ได้
if you want ท้ายประโยคเพื่อทำให้คำเรียกฟังดูไม่ตายตัว
ในที่นี้ if you want ที่ท้ายประโยคเป็นรูปย่อของ if you want to call it that หรือ if you want to think of it that way ทำให้คำเรียก the philosophy of Kurzgesagt ฟังดูเป็นเพียงตัวเลือกและเป็นการเรียกแบบกว้าง ๆ วลีนี้แสดงความคิดเห็นต่อถ้อยคำที่ผู้พูดเลือกใช้ ไม่ใช่เงื่อนไขจริงที่ทำให้ปรัชญานั้นมีอยู่ คำแทรกแบบสบาย ๆ นี้แสดงว่าผู้พูดเว้นระยะจากคำเรียกดังกล่าวเล็กน้อย และไม่ได้นำเสนอว่าเป็นชื่อที่ถูกต้องเพียงชื่อเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ if you want ที่ท้ายประโยคเพื่อลดความหนักแน่นของคำเรียก แทนที่จะเสนอการกระทำ
- We can leave early if you want.
- It is a reset button for the mind, if you want.
- I can send you the notes if you want.
ดูคำตอบ
It is a reset button for the mind, if you want.
take it with a grain of salt: ยอมรับอย่างระมัดระวัง
ในประโยคนี้ take it with a grain of salt หมายถึง “อย่ายอมรับว่าสิ่งนั้นน่าเชื่อถือหรือเป็นความจริงทั้งหมด” ผู้พูดขอให้ผู้ฟังยังคงมีข้อสงสัยอยู่บ้างขณะพิจารณาความคิดเชิงอัตวิสัยที่จะกล่าวต่อไป สำนวนนี้สื่อถึงการยอมรับอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การปฏิเสธทั้งหมด กรรมของสำนวนอาจเป็นคำกล่าว ความคิดเห็น คำแนะนำ หรือรายงานที่ยังไม่แน่ชัดว่าน่าเชื่อถือเพียงใด
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเป้าหมายให้สมบูรณ์: This rumor came from an unknown account, so take it ____.
ดูคำตอบ
with a grain of salt
We don't know any more about human existence than you do.
3:12เราไม่ได้รู้เกี่ยวกับการดำรงอยู่ของมนุษย์มากไปกว่าคุณหรอก
We counter existential dread with optimistic nihilism. วัฒนธรรม
3:15เราตอบโต้ความหวาดกลัวต่อการดำรงอยู่ด้วยสุญนิยมแบบมองโลกในแง่ดี
optimistic nihilism: สร้างความหมายเมื่อไม่มีจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้
แนวคิดนิฮิลิสม์แบบมองโลกในแง่ดีมองว่า จักรวาลไม่ได้มอบความหมายที่มีอยู่ในตัวและกำหนดไว้ล่วงหน้าให้แก่ชีวิต แต่ถือว่าการไม่มีความหมายนั้นคือเสรีภาพ ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ หากไม่มีจุดมุ่งหมายระดับจักรวาลที่ถูกกำหนดไว้ มนุษย์ก็เลือกได้ว่าอะไรสำคัญและสร้างความหมายผ่านวิถีชีวิตของตน optimistic อธิบายการตอบสนอง ส่วน nihilism ระบุข้อเสนอพื้นฐานว่าไม่มีจุดมุ่งหมายเชิงวัตถุวิสัยที่เขียนไว้ล่วงหน้า เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้มองว่าการไม่มีความหมายที่กำหนดไว้เปิดพื้นที่ให้เลือกด้วยตนเอง ไม่ได้หมายความว่าการตัดสินใจไม่มีผลในโลกจริง
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับ optimistic nihilism ในบทเรียนนี้มากที่สุด
- ไม่มีอะไรสำคัญ ดังนั้นการเลือกจึงไม่มีผลลัพธ์จริง
- ชีวิตไม่มีความหมายระดับจักรวาลที่กำหนดไว้ล่วงหน้า มนุษย์จึงมีอิสระสร้างความหมายและเลือกว่าสิ่งใดสำคัญ
- มนุษย์ต้องค้นหาจุดมุ่งหมายลับหนึ่งเดียวที่เหมือนกันสำหรับทุกคน
- จักรวาลรับประกันว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี
ดูคำตอบ
ชีวิตไม่มีความหมายระดับจักรวาลที่กำหนดไว้ล่วงหน้า มนุษย์จึงมีอิสระสร้างความหมายและเลือกว่าสิ่งใดสำคัญ
to summarize ในฐานะคำบอกว่ากำลังสรุป
to summarize เป็นคำบอกทิศทางของเนื้อหา โดยบอกผู้ฟังว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปคือการย่อประเด็นสำคัญของเรื่องที่กำลังอภิปรายให้สั้นลง คำนี้อาจใช้สรุปเพียงแนวคิดเดียวหรือเพียงช่วงหนึ่งของการพูด จึงไม่ได้หมายความว่าการพูดทั้งหมดกำลังจะจบเสมอไป ในที่นี้ใช้เพื่อนำเข้าสู่คำจำกัดความสั้น ๆ ของแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
คำขึ้นต้นใดบอกผู้ฟังอย่างชัดเจนว่าประโยคนี้กำลังกล่าวประเด็นหลักซ้ำแบบสั้น ๆ?
- To summarize, the launch is delayed because of bad weather.
- For example, the launch was delayed last winter.
- By the way, the launch team changed its logo.
ดูคำตอบ
To summarize, the launch is delayed because of bad weather.
it seems very unlikely that 200 trillion trillion stars have been made for us.
3:23ดูเหมือนจะเป็นไปได้น้อยมากที่ดาวฤกษ์ 200 ล้านล้านล้านล้านดวงจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเรา
In a way, it feels like the cruelest joke in existence has been played on us.
3:28ในแง่หนึ่ง มันรู้สึกเหมือนถูกกลั่นแกล้งด้วยเรื่องตลกที่โหดร้ายที่สุดในชีวิต
only to realize this story is not about us. ไวยากรณ์
3:33เพียงเพื่อจะตระหนักได้ว่าเรื่องราวนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรา
only to realize สำหรับแสดงผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด
ในโครงสร้าง “เหตุการณ์หรือการกระทำ + only to + กริยารูปพื้นฐาน” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย only to จะแสดงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลังอย่างไม่คาดคิด โครงสร้างนี้มักสร้างจุดพลิกผันและอาจสื่อถึงความผิดหวัง การประชด หรือความประหลาดใจ ใน only to realize คำว่า realize หมายถึงตระหนักหรือเข้าใจ ในประโยคนี้ การค้นพบว่าเรื่องราวไม่ได้เกี่ยวกับเราเป็นผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ ไม่ใช่จุดประสงค์ของการกระทำก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ only to + กริยา เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดแทนที่จะบอกจุดประสงค์?
- Leo opened the box in order to pack the gift.
- Leo opened the box, only to realize that it was empty.
- Leo opened the box to check the contents.
ดูคำตอบ
Leo opened the box, only to realize that it was empty.
While it is great to know about electrons and the powerhouse of the cell,
3:36แม้ว่ามันจะยอดเยี่ยมมากที่ได้รู้เกี่ยวกับอิเล็กตรอนและแหล่งพลังงานของเซลล์
science doesn't do a lot to make this less depressing.
3:40แต่วิทยาศาสตร์ก็ไม่ได้ช่วยทำให้เรื่องนี้น่าหดหู่น้อยลงเลย
but so what? ในฐานะคำถามท้าทายเชิงวาทศิลป์
ในที่นี้ “but so what?” หมายถึง “ต่อให้เรื่องนั้นเป็นจริง แล้วทำไมมันจึงต้องสำคัญด้วย” “Okay” ยอมรับประเด็นก่อนหน้านี้สั้น ๆ ส่วน “but” เปลี่ยนทิศทางของเหตุผลไปอีกทาง “So what?” เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การขอข้อมูลจริง ๆ คำถามนี้โต้แย้งข้อสรุปที่ทำให้ท้อใจและเปิดทางให้มองเรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่ง น้ำเสียงและบริบททำให้ “So what?” ใช้ท้าทายผู้อื่น ลดความสำคัญของปัญหา หรือช่วยให้ผู้พูดก้าวข้ามความกลัวของตนเองได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานบอกคุณว่าพ่อหรือแม่ของเขาป่วยหนัก คุณตอบว่า “So what?” คำตอบนี้แสดงความเห็นอกเห็นใจในบริบทดังกล่าวหรือไม่?
- ใช่ เป็นการแสดงความห่วงใย
- ไม่ ฟังดูเหมือนไม่ใส่ใจ
ดูคำตอบ
ไม่ ฟังดูเหมือนไม่ใส่ใจ
You only get one shot at life, which is scary, สำนวน
3:45คุณมีโอกาสแค่ครั้งเดียวในชีวิต ซึ่งมันก็น่ากลัว
One shot at life: โอกาสครั้งเดียวที่ย้อนกลับมาไม่ได้
ใน “one shot at life” คำว่า “shot” เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงโอกาสหรือการลอง ไม่ได้หมายถึงการยิงปืนหรือภาพถ่าย โครงสร้าง “a/one shot at + คำนามหรือรูป -ing” หมายถึงโอกาสที่จะลองทำหรือประสบความสำเร็จในบางสิ่ง “Only” เน้นว่าโอกาสนี้ไม่สามารถเกิดซ้ำได้ ในประโยคนี้ ชีวิตถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่คุณมีโอกาสใช้เพียงครั้งเดียว ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมแนวคิดนี้จึงน่ากลัว
แบบฝึกหัด
ใน “Maya has one shot at winning the scholarship,” คำว่า “one shot at” หมายถึงอะไร?
- เธอมีภาพถ่ายของทุนการศึกษาหนึ่งภาพ
- เธอมีโอกาสเพียงครั้งเดียวที่จะได้ทุนการศึกษา
- เธอต้องยิงใส่ทุนการศึกษาหนึ่งครั้ง
ดูคำตอบ
เธอมีโอกาสเพียงครั้งเดียวที่จะได้ทุนการศึกษา
heat death (ภาวะความตายเชิงความร้อน)
heat death หรือภาวะความตายเชิงความร้อน เป็นศัพท์จักรวาลวิทยาที่หมายถึงสภาวะสุดท้ายแบบหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นกับเอกภพ พลังงานกระจายตัวสม่ำเสมอมากจนไม่เหลือความแตกต่างของพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงหรือทำงานได้ ในที่นี้ คำดังกล่าวทำให้ข้อโต้แย้งอยู่ในช่วงเวลาอนาคตที่ไกลมาก ไม่ได้หมายความว่าเอกภพถูกเผาเพราะร้อนเกินไป แต่ heat หมายถึงการกระจายตัวของพลังงาน
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ heat death ในจักรวาลวิทยามากที่สุด
- การตายของสิ่งมีชีวิตระหว่างคลื่นความร้อน
- การระเบิดที่เกิดจากเอกภพร้อนขึ้นเรื่อย ๆ
- สภาวะที่พลังงานกระจายอย่างสม่ำเสมอจนไม่สามารถทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อไปได้
ดูคำตอบ
สภาวะที่พลังงานกระจายอย่างสม่ำเสมอจนไม่สามารถทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อไปได้
every humiliation you suffer in your life will be forgotten.
3:52ความอัปยศอดสูทุกอย่างที่คุณต้องทนทุกข์ในชีวิตจะถูกลืมไป
Every mistake you made will not matter in the end.
3:55ความผิดพลาดทุกอย่างที่คุณทำก็จะไม่มีความหมายในท้ายที่สุด
the only principles relevant are the ones we decide on.
4:08หลักการเดียวที่เกี่ยวข้องก็คือสิ่งที่เราเป็นคนตัดสินใจ
หาก...ไม่มี... เราก็กำหนด...
ข้อความนี้ใช้ประโยคเงื่อนไขสองประโยคที่มีโครงสร้างขนานกัน คือ หากเอกภพไม่มี X มนุษย์ก็เป็นผู้กำหนด X คู่แรกใช้คำว่า principles ส่วนคู่ที่สองใช้ purpose การนำคำนามสำคัญแต่ละคำมากล่าวซ้ำในข้อสรุปช่วยเชื่อมเงื่อนไขเข้ากับข้อสรุปโดยตรง และทำให้ข้อโต้แย้งมีจังหวะสม่ำเสมอ ตรรกะนี้ยังเปลี่ยนสิ่งที่ดูเหมือนเป็นความขาดแคลนให้กลายเป็นความสามารถของมนุษย์ในการเลือก เมื่อไม่มีหลักการหรือจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า มนุษย์จึงมีเหตุผลที่จะเลือกสิ่งเหล่านั้นเอง ข้อความไม่ได้บอกว่าการกระทำไม่ต้องมีหลักการหรือไม่มีผลตามมา แต่กำลังเสนอว่าใครเป็นผู้มอบคุณค่าและจุดมุ่งหมาย
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดแสดงวิธีจัดโครงสร้างข้อโต้แย้งของข้อความนี้ได้ดีที่สุด
- ข้อความโต้แย้งว่าเอกภพมีหลักการและจุดมุ่งหมายที่ตายตัวอยู่แล้ว
- ข้อความนำเสนอข้อกล่าวอ้างสี่ข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกันและหลีกเลี่ยงการกล่าวคำสำคัญซ้ำ
- แต่ละเงื่อนไขกล่าวถึงสิ่งที่เอกภพไม่มี และแต่ละข้อสรุปกล่าวแนวคิดนั้นซ้ำในฐานะสิ่งที่มนุษย์เลือกได้
ดูคำตอบ
แต่ละเงื่อนไขกล่าวถึงสิ่งที่เอกภพไม่มี และแต่ละข้อสรุปกล่าวแนวคิดนั้นซ้ำในฐานะสิ่งที่มนุษย์เลือกได้
Humans will most certainly cease to exist at some point. การใช้คำ
4:16มนุษย์จะสูญพันธุ์ไปอย่างแน่นอนในจุดใดจุดหนึ่ง
cease to exist: การกล่าวถึงการสิ้นสุดของการมีอยู่อย่างเป็นทางการ
cease to exist หมายถึง “หยุดดำรงอยู่” หรือ “ไม่มีอยู่อีกต่อไป” ในประโยคนี้ประธานคือมนุษย์ทั้งเผ่าพันธุ์ จึงกล่าวถึงจุดจบที่อาจเกิดขึ้นของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ไม่ใช่การเสียชีวิตของบุคคลคนหนึ่ง โครงสร้างคือ cease + to-infinitive ซึ่งให้โทนเป็นทางการและเป็นนามธรรม และนำไปใช้ได้เมื่อเผ่าพันธุ์ องค์กร ระบบ หรือปรากฏการณ์หนึ่งหมดสิ้นไปโดยสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย cease และ to-infinitive ที่ถูกต้องซึ่งมีความหมายว่า “ไม่มีอยู่อีกต่อไป”: Without new members, the club may ____.
ดูคำตอบ
cease to exist
before we do: do ที่ใช้แทนวลีกริยาก่อนหน้า
ใน before we do คำว่า do ใช้แทนวลีกริยาก่อนหน้า cease to exist ส่วน we หมายถึง humans ดังนั้นความหมายเต็มที่เข้าใจได้คือ “before we cease to exist” การใช้ do แบบนี้ช่วยเชื่อมประโยคโดยไม่ต้องพูดวลีกริยาที่ชัดเจนอยู่แล้วซ้ำ ผู้ฟังเติมการกระทำที่ละไว้จากบริบทใกล้เคียง คำว่า do ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการกระทำใหม่หรือการ “ทำบางอย่าง” แบบกว้าง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาแทนคำเดียวที่ใช้แทน cancel the trip: The team may cancel the trip, but before they ____, they will check the weather.
ดูคำตอบ
do
we get to explore ourselves and the world around us. ไวยากรณ์
4:21เราจะได้สำรวจตัวเองและโลกรอบตัวเรา
get to explore: โอกาส ไม่ใช่หน้าที่
ในที่นี้ get to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการมีโอกาสทำบางสิ่ง โดยนำเสนอการสำรวจตัวเราเองและโลกว่าเป็นประสบการณ์อันมีค่าที่เราสามารถทำได้ ไม่ใช่หน้าที่ ใช้ get to + คำกริยาเมื่อการเข้าถึง การอนุญาต สถานการณ์ หรือโชคทำให้ประสบการณ์หนึ่งเกิดขึ้นได้
แบบฝึกหัด
เติม get to เพื่อให้ประโยคแสดงโอกาสที่น่ายินดี: During the workshop, we ____ build our own robot.
ดูคำตอบ
get to
The fact that we're even able to think about these things is already kind of incredible.
4:31ความจริงที่ว่าเราสามารถคิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ได้ก็ค่อนข้างน่าทึ่งแล้ว
It's easy to think of ourselves as separated from everything, วลี
4:36มันง่ายที่จะคิดว่าตัวเรานั้นแยกออกจากทุกสิ่งทุกอย่าง
think of ourselves as separated: มอง A ว่าเป็น B
Think of A as B หมายถึงการมีภาพในใจหรือมอง A ว่าเป็น B ในที่นี้ A คือ ourselves และ B คือ separated from everything ดังนั้นประโยคนี้จึงกล่าวถึงมุมมองทั่วไปที่เห็นว่ามนุษย์แตกต่างและแยกขาดจากสิ่งอื่นทั้งหมด ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย as ระบุตัวตน ประเภท บทบาท หรือสภาวะที่กำหนดให้ A ในตัวอย่างนี้ separated เป็นคำกริยาช่องสามที่ใช้เหมือนคำคุณศัพท์ และ from everything เติมรายละเอียดให้สภาวะนั้นสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง think of A as B: Many readers ____ the library ____ a quiet place to focus.
ดูคำตอบ
think of · as
We are as much the universe as a neutron star or a black hole or a nebula. ไวยากรณ์
4:41เราเป็นจักรวาลมากพอๆ กับดาวนิวตรอน หลุมดำ หรือเนบิวลา
as much the universe as a neutron star: สถานะเท่าเทียม ไม่ใช่ขนาดเท่ากัน
ในรูปแบบ be as much X as Y คำว่า much ไม่จำเป็นต้องวัดปริมาณเท่านั้น แต่ยังใช้วัดว่าสิ่งหนึ่งมีสถานะหรือคุณสมบัติ X อย่างเต็มที่หรือแท้จริงเพียงใด ในที่นี้หมายความว่า มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นการปรากฏรูปของจักรวาลอย่างแท้จริงไม่ต่างจากดาวนิวตรอน คำหลัง as ตัวที่สองคืออีกด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบ a neutron star, a black hole และ a nebula เป็นตัวอย่างที่วางขนานกันและมีสถานะเดียวกัน ประโยคนี้เปรียบเทียบสถานะของสิ่งเหล่านี้ในฐานะส่วนหนึ่งของจักรวาล ไม่ได้เปรียบเทียบขนาด มวล หรือพลังทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as much X as Y เพื่อบอกว่าสองสิ่งจัดอยู่ในประเภทเดียวกันอย่างเท่าเทียมกัน
- A podcast can be as large as a newspaper is.
- A podcast can report as much news as a newspaper does.
- A podcast can be as much a news source as a newspaper is.
ดูคำตอบ
A podcast can be as much a news source as a newspaper is.
the sensory organs of the universe ในฐานะอุปลักษณ์
the sensory organs of the universe เป็นอุปลักษณ์แทนสิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึก ดวงตา หู และอวัยวะรับสัมผัสอื่น ๆ ทำให้ร่างกายของสิ่งมีชีวิตรับรู้ได้ฉันใด มนุษย์ก็ทำให้จักรวาลตระหนัก คิด และรู้สึกผ่านส่วนหนึ่งของจักรวาลเองฉันนั้น วลีนี้เป็นส่วนขยายแบบ appositive ที่เรียก its thinking and feeling part ด้วยชื่ออีกแบบหนึ่ง เป็นการต่อยอดภาพเชิงปรัชญาของผู้พูด ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างทางวิทยาศาสตร์ว่าจักรวาลเป็นร่างกายทางชีวภาพที่มีอวัยวะจริง ๆ
แบบฝึกหัด
วลี the sensory organs of the universe มีหน้าที่หลักอย่างไร
- หมายความว่าจักรวาลมีดวงตา หู และอวัยวะทางชีวภาพอื่น ๆ จริง ๆ
- เป็นการเรียกสิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกในเชิงอุปลักษณ์ว่าเป็นช่องทางที่จักรวาลใช้รับรู้และรู้สึก
- เป็นชื่อของเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ใช้สังเกตดาวและเนบิวลา
ดูคำตอบ
เป็นการเรียกสิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกในเชิงอุปลักษณ์ว่าเป็นช่องทางที่จักรวาลใช้รับรู้และรู้สึก
We are truly free in a universe-sized playground.
4:52เรามีอิสระอย่างแท้จริงในสนามเด็กเล่นขนาดเท่าจักรวาล
So, we might as well aim to be happy and to build some kind of utopia here in the stars. น้ำเสียง/เจตนา
4:55ดังนั้น เราอาจจะตั้งเป้าหมายที่จะมีความสุขและสร้างดินแดนในอุดมคติบางอย่างขึ้นที่นี่ท่ามกลางดวงดาว
might as well สำหรับทางเลือกที่ปฏิบัติได้จริงโดยไม่มีการบังคับ
might as well + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอว่าการกระทำหนึ่งเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล เพราะไม่มีเหตุผลสำคัญที่จะไม่ทำ หรือไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าอย่างชัดเจน ในประโยคนี้ aim ตามหลังสำนวนดังกล่าว จึงเป็นการเสนอว่าการมุ่งหาความสุขคือข้อสรุปที่ปฏิบัติได้จริง สำนวนนี้มักมีน้ำเสียงยอมรับสถานการณ์อย่างสงบ ทำตามสภาพ หรือปลงเล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องทำ และ might ในที่นี้ก็ไม่ได้แสดงความไม่แน่นอนตามความหมายทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสามคำที่ใช้กับทางเลือกที่ปฏิบัติได้จริงเมื่อไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่า: The museum is closed, so we ____ explore the park nearby.
ดูคำตอบ
might as well
It's not as if we found out everything there is to know. น้ำเสียง/เจตนา
5:00มันไม่ใช่ว่าเราค้นพบทุกสิ่งที่ควรรู้แล้ว
It's not as if สำหรับปฏิเสธข้อสันนิษฐานที่แฝงอยู่
It's not as if + อนุประโยค ใช้ปฏิเสธความคิดที่อีกฝ่ายอาจกำลังถือเป็นข้อสันนิษฐาน หรือปฏิเสธข้อสรุปที่เกินจริง ความหมายใกล้เคียงกับ “ข้อสรุปนั้นจะสมเหตุสมผลก็ต่อเมื่อเรื่องนี้เป็นจริง แต่เรื่องนี้ไม่จริง” ในประโยคนี้ ผู้พูดโต้แย้งความคิดที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ ว่ามนุษย์ค้นพบทุกสิ่งที่สามารถรู้ได้แล้ว อนุประโยคหลัง as if แสดงข้อสันนิษฐานที่กำลังถูกปฏิเสธ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผู้พูดยอมรับ
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “You never help with the project.” คำตอบใดปฏิเสธข้อสันนิษฐานที่เกินจริงนี้ได้ดีที่สุด
- It's not as if I always help; I missed one meeting.
- It's not true that the project is difficult; I worked on it yesterday.
- It's not as if I never help; I worked on it yesterday.
ดูคำตอบ
It's not as if I never help; I worked on it yesterday.
We don't know why the rules of the universe are as they are,
5:03เราไม่รู้ว่าทำไมกฎของจักรวาลถึงเป็นอย่างที่เป็นอยู่
We have no idea what consciousness is or if we are alone in the universe. ไวยากรณ์
5:09เราไม่รู้เลยว่าจิตสำนึกคืออะไร หรือเราโดดเดี่ยวในจักรวาลหรือไม่
คำถามทางอ้อม: what consciousness is ... if we are alone
หลัง have no idea ส่วน what consciousness is และ if we are alone in the universe เป็นอนุประโยคคำถามทางอ้อมสองส่วนที่เชื่อมขนานกัน ส่วนแรกเริ่มด้วยคำถาม wh- ส่วนที่สองใช้ if ในความหมายเดียวกับ whether หรือ “หรือไม่” คำถามทางอ้อมใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือประธานอยู่หน้าคำกริยา จึงต้องวาง consciousness หน้า is และ we หน้า are การสลับตำแหน่งใช้ในคำถามตรงที่เป็นประโยคอิสระ เช่น What is consciousness? และ Are we alone in the universe?
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำถามทางอ้อมสองส่วนหลัง have no idea ได้ถูกต้อง
- We have no idea where the train is or whether it has left.
- We have no idea where is the train or whether has it left.
- We have no idea where the train is or has it left.
ดูคำตอบ
We have no idea where the train is or whether it has left.
wrapping up ในฐานะสัญญาณปิดท้าย
Wrapping up เป็นคำส่งสัญญาณในภาษาพูดที่บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเข้าสู่การสรุปหรือช่วงจบ ใน So, wrapping up, วลีนี้ทำหน้าที่จัดลำดับการพูด ไม่ได้หมายถึงการห่อสิ่งของจริง ๆ วลีนี้เป็นวลีเกริ่นนำแบบย่อที่เข้าใจได้ใกล้เคียงกับ As I wrap up เครื่องหมายจุลภาคแยกวลีนี้ออกจากใจความหลักที่ตามมา
แบบฝึกหัด
ใช้ wrapping up ซึ่งเป็นสัญญาณปิดท้ายแบบภาษาพูดจากบทเรียนนี้เพื่อเติมประโยค: So, ____, here are our three final decisions.
ดูคำตอบ
wrapping up
you've probably used up a good chunk of the time available to you. โน้ต
5:29คุณน่าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ที่คุณมีอยู่ไปแล้ว
used up: การใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดจนพร่องลง
ในประโยคนี้ used up หมายถึง “ใช้ไป” หรือ “ใช้จนหมด” เวลาถูกมองว่าเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด และวลีนี้เน้นว่าตอนนี้เหลือเวลาน้อยลงแล้ว คำว่า up เพิ่มความหมายว่าปริมาณถูกใช้จนพร่องลง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน ในที่นี้ สิ่งที่ถูกใช้ไปคือเวลาส่วนหนึ่งที่มากพอสมควร จึงไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเวลาทั้งหมดในชีวิตของคนนั้นหมดลงแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb จากบทเรียนที่หมายถึง “ใช้จนหมด”: We ____ all the printer paper during the project.
ดูคำตอบ
used up
a good chunk of: ส่วนที่ค่อนข้างใหญ่
ในประโยคนี้ a good chunk of หมายถึง “ส่วนที่ค่อนข้างใหญ่ของ” คำว่า good ทำหน้าที่เน้นปริมาณ โดยหมายถึง “มากพอสมควร” ไม่ได้หมายถึง “คุณภาพดี” หรือดีในแง่ศีลธรรม Chunk อาจหมายถึงก้อนของแข็งได้ แต่เมื่อใช้กับคำนามนามธรรม เช่น time, money หรือ work จะหมายถึงส่วนที่มากพอสมควรของทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนไม่เป็นทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “ส่วนที่ค่อนข้างใหญ่ของ” เพื่อเติมประโยค: The repairs took ____ our budget.
ดูคำตอบ
a good chunk of
there is no reason not to have fun and live as happily as possible. ไวยากรณ์
5:34ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่สนุกและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
no reason not to: คำปฏิเสธซ้อนที่สนับสนุนการกระทำ
โครงสร้าง there is no reason not to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าไม่มีอุปสรรคหรือเหตุผลที่สมควรในการคัดค้านการกระทำนั้น คำว่า not เป็นส่วนหนึ่งของกริยารูป infinitive เช่น not to have ดังนั้นคำปฏิเสธสองคำจึงทำให้ประโยคเอนเอียงไปทางการลงมือทำ ในที่นี้ผู้พูดสนับสนุนให้สนุกกับชีวิต สำนวนนี้นำเสนอคำแนะนำหรือการอนุญาตในรูปของข้อสรุปที่มีเหตุผล แทนที่จะเป็นคำสั่งโดยตรง ไม่ได้พิสูจน์ว่าการกระทำนั้นไม่มีความเสี่ยง แต่แสดงการประเมินของผู้พูดว่าไม่มีเหตุผลที่ดีพอที่จะคัดค้าน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างปฏิเสธซ้อนจากบทเรียน: “The event is free and we have time, so there is ____ go.”
ดูคำตอบ
no reason not to
live as happily as possible: โครงสร้าง as + คำกริยาวิเศษณ์ + as possible
ใน live as happily as possible คำว่า happily เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่ขยาย live โครงสร้าง as + คำกริยาวิเศษณ์ + as possible หมายถึง “ในระดับสูงสุดเท่าที่สถานการณ์เอื้ออำนวย” ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุดเท่าที่ทำได้จริง Possible กำหนดขีดจำกัดในทางปฏิบัติ ไม่ได้หมายความว่าการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเป็นเพียงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นเท่านั้น เมื่อใช้กับกริยาแสดงการกระทำ ให้ใช้คำกริยาวิเศษณ์เพื่อบอกว่าทำสิ่งนั้นอย่างไร แต่หลัง be ให้ใช้คำคุณศัพท์ เช่น be as happy as possible
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ as ... as possible และคำกริยาวิเศษณ์ที่สร้างจาก happy: “After graduation, Maya wants to live ____.”
ดูคำตอบ
as happily as possible
Bonus points if you make the life of other people better. สำนวน
5:39จะได้คะแนนโบนัสถ้าคุณทำให้ชีวิตของคนอื่นดีขึ้น
Bonus points if ...: ชมความพยายามเพิ่มเติมแบบขี้เล่น
Bonus points if ... ยืมภาษาที่ใช้ในเกมและการให้คะแนนมาใช้ ในที่นี้ไม่มีระบบคะแนนจริง ๆ แต่หมายถึง “จะดีหรือน่าชื่นชมเป็นพิเศษถ้า...” และเพิ่มน้ำเสียงชื่นชมแบบเบา ๆ ขี้เล่น โครงสร้างนี้เริ่มจากยอมรับหรือเห็นคุณค่าของการกระทำพื้นฐานก่อน แล้วจึงเสนอการกระทำในอนุประโยค if ว่าเป็นสิ่งเพิ่มเติมที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น จึงใช้ชมความพยายามที่เกินกว่าขั้นต่ำได้โดยไม่ทำให้การกระทำเพิ่มเติมนั้นฟังดูเป็นข้อบังคับ
แบบฝึกหัด
Bonus points if ในประโยค “Bonus points if you check the instructions twice” สื่อความหมายอะไร?
- ชื่นชมแบบขี้เล่นว่าการตรวจสองครั้งเป็นสิ่งเพิ่มเติมที่เลือกทำได้
- บอกว่าการตรวจสองครั้งเป็นส่วนหนึ่งของคะแนนอย่างเป็นทางการ
- เตือนว่าการตรวจสองครั้งจะทำให้ถูกหักคะแนน
ดูคำตอบ
ชื่นชมแบบขี้เล่นว่าการตรวจสองครั้งเป็นสิ่งเพิ่มเติมที่เลือกทำได้
More bonus points if you help build a galactic human empire.
5:42จะได้คะแนนโบนัสมากขึ้นไปอีกถ้าคุณช่วยสร้างจักรวรรดิมนุษย์ระดับกาแล็กซี
make you feel good: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน make you feel good คำว่า make เป็นคำกริยาเชิงเหตุ หมายถึง “ทำให้เกิด” โครงสร้างคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น you คือผู้ที่ได้รับผล และ feel คงอยู่ในรูปพื้นฐานโดยไม่มี to Good เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลังกริยาเชื่อม feel และอธิบายสภาวะหรืออารมณ์เชิงบวกที่บุคคลนั้นรู้สึก สามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้กับกรรม กริยา และส่วนเติมเต็มอื่นได้ เช่น make me laugh, make them wait หรือ make us feel calm
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน และคำคุณศัพท์ good: A sincere compliment can ____ on a hard day.
ดูคำตอบ
make you feel good
You get to decide whatever this means for you.
5:48คุณสามารถตัดสินใจได้เองว่าสิ่งนี้มีความหมายต่อคุณอย่างไร
come as a surprise to you: ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจ
ในสำนวนนี้ ผู้พูดกำลังบอกว่าข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นสิ่งที่ผู้ฟังคาดไม่ถึง come ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ แต่หมายถึง “ปรากฏหรือถูกรับรู้ว่าเป็นเช่นนั้น” ส่วน as a surprise บอกถึงผลที่ข้อมูลนั้นทำให้รู้สึกประหลาดใจ โครงสร้างคือ may come as a surprise to + บุคคล เมื่อใช้เป็นคำเกริ่น จะช่วยเตรียมผู้ฟังอย่างนุ่มนวลก่อนบอกข้อมูลที่คาดไม่ถึง สำนวนนี้อาจใช้ด้วยความจริงใจ หรือใช้พูดถึงข้อเท็จจริงที่เห็นได้ชัดให้เหมือนเป็นเรื่องน่าประหลาดใจเพื่อสร้างอารมณ์ขันก็ได้
แบบฝึกหัด
ผู้พูดส่งสัญญาณอะไรด้วย“This may come as a surprise to you”?
- ข้อมูลต่อไปอาจเป็นสิ่งที่ผู้ฟังคาดไม่ถึง
- มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนที่เข้าหาผู้ฟังจริง ๆ
- ผู้ฟังต้องเก็บข้อมูลนี้เป็นความลับ
ดูคำตอบ
ข้อมูลต่อไปอาจเป็นสิ่งที่ผู้ฟังคาดไม่ถึง
So many people spending hundreds of hours on research, วลี
6:08มีผู้คนมากมายที่ใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงในการค้นคว้า
ใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงไปกับการค้นคว้า
โครงสร้าง spend + จำนวนเวลา + on + คำนาม หมายถึงการใช้หรือทุ่มเทเวลานั้นให้กับงานหรือหัวข้อหนึ่ง ในตัวอย่าง hundreds of hours คือจำนวนเวลา และ research คือคำนามที่อยู่หลัง on ส่วน spend ในที่นี้หมายถึงการใช้เวลา ไม่ใช่การใช้เงิน
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำเพื่อทำให้โครงสร้าง spend + time + on + คำนามสมบูรณ์: Leo spent two hours ____ research for his report.
ดูคำตอบ
on
Our products are a piece of Kurzgesagt that you can touch, read, and have around you.
6:21สินค้าของเราคือส่วนหนึ่งของ Kurzgesagt ที่คุณสามารถสัมผัส อ่าน และมีไว้รอบตัวได้
they're a vital part of our dream to inspire people all around the world.
6:28สินค้าเหล่านั้นเป็นส่วนสำคัญของความฝันของเราที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก
Our carefully researched infographic posters are now part of so many people's homes,
6:32โปสเตอร์อินโฟกราฟิกที่ผ่านการค้นคว้ามาอย่างดีของเราตอนนี้ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในบ้านของผู้คนมากมาย
teaching them about evolution, black holes, and the night sky.
6:37สอนพวกเขาเกี่ยวกับวิวัฒนาการ หลุมดำ และท้องฟ้ายามค่ำคืน
While our gratitude journal helps improve lives every day.
6:41ในขณะที่สมุดบันทึกความรู้สึกขอบคุณของเราช่วยปรับปรุงชีวิตในทุกๆ วัน
A special thanks goes out to everyone who appreciates our weirder product ideas. วลี
6:45ขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับทุกคนที่ชื่นชอบไอเดียผลิตภัณฑ์แปลกๆ ของเรา
การกล่าวขอบคุณต่อสาธารณะด้วย A special thanks goes out to ...
“A special thanks goes out to ...” เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้กล่าวขอบคุณบุคคลหรือกลุ่มคนอย่างเปิดเผย ในที่นี้ goes out to หมายถึง “ส่งไปถึงหรือมอบให้แก่” ไม่ได้กล่าวถึงการเคลื่อนที่จริง ๆ สำนวนนี้เน้นผู้รับคำขอบคุณคนใดคนหนึ่งภายในข้อความที่ยาวกว่า จึงฟังเหมือนคำกล่าวขอบคุณต่อสาธารณะ มากกว่าการพูด Thank you แบบส่วนตัวต่อหน้า
แบบฝึกหัด
เติมคำกล่าวขอบคุณต่อสาธารณะด้วยสำนวนจากบทเรียน: ____ our volunteer team.
ดูคำตอบ
A special thanks goes out to
Every Kurzgesagt product you buy directly funds another moment we get to spend working on our videos,
6:50ผลิตภัณฑ์ Kurzgesagt ทุกชิ้นที่คุณซื้อจะให้ทุนสนับสนุนโดยตรงในทุกช่วงเวลาที่เราใช้เพื่อทำงานกับวิดีโอของเรา
and you get a special piece of Kurzgesagt in return.
6:56และคุณจะได้รับชิ้นส่วนพิเศษของ Kurzgesagt เป็นการตอบแทน
Thank you so much for being a part of our story and for making this channel possible. ไวยากรณ์
7:00ขอบคุณมากที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวของเราและทำให้ช่องนี้เป็นไปได้
for being ... and for making ...: เหตุผลของคำขอบคุณที่ขนานกัน
ในโครงสร้าง thank someone for doing something คำว่า for ใช้นำเหตุผลของการขอบคุณ และคำกริยาหลัง for ต้องอยู่ในรูป -ing ในที่นี้ ประธานที่เข้าใจได้ของทั้ง being และ making คือ you หรือคนที่กำลังได้รับคำขอบคุณ การใช้ for ซ้ำหน้า making ทำให้เกิดวลีบอกเหตุผลสองวลีที่ชัดเจนและขนานกัน คือ for being ... and for making .... บางครั้งอาจละ for ตัวที่สองได้ แต่การคงไว้ทำให้ประโยคขอบคุณยาว ๆ เข้าใจง่ายขึ้นและให้น้ำหนักกับเหตุผลทั้งสองเท่ากัน
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคำขอบคุณแบบขนานด้วยรูป for + -ing: Thank you ____ a patient teammate and ____ this project possible.
ดูคำตอบ
for being · for making
The bird humans of Kurzgesagt are eternally grateful.
7:05มนุษย์นกแห่ง Kurzgesagt รู้สึกขอบคุณตลอดไป