ประโยชน์ของสมองสองภาษา - มีอา นาคามูลลี: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าความสามารถของผู้ใช้สองภาษาแตกต่างกันอย่างไร อายุและวิธีที่เรียนภาษาส่งผลต่อการประมวลผลของสมองอย่างไร และเหตุใดการใช้หลายภาษาจึงอาจช่วยดูแลสุขภาพด้านการรู้คิด แม้ไม่ได้ทำให้คนฉลาดขึ้นเสมอไป ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. two active parts, speaking and writing, และ two passive parts, listening and reading. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจการแบ่งทักษะภาษาเป็นทักษะผลิตภาษา ได้แก่ การพูดและเขียน กับทักษะรับภาษา ได้แก่ การฟังและอ่าน แล้วใช้คำเหล่านี้อธิบายจุดแข็งที่ไม่เท่ากันของผู้เรียนในแต่ละภาษาได้อย่างแม่นยำ 2. The fact that และ has led to — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างเหตุและผลแบบเป็นทางการที่ใช้อนุประโยค fact เป็นประธานยาว และนำไปใช้เชื่อมข้อเท็จจริงหรือหลักฐานเข้ากับทฤษฎี ผลลัพธ์ หรือข้อสรุป 3. while bilingualism may not necessarily make you smarter, it does make — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้ while กับ may not necessarily เพื่อลดความเกินจริงของข้อกล่าวอ้าง แล้วใช้กริยาช่วย does เน้นข้อสรุปที่หลักฐานสนับสนุนจริงอย่างมีน้ำหนัก
คำอธิบายในบทเรียนนี้
chances are you belong to the world's bilingual and multilingual majority. โน้ต
0:18มีโอกาสที่คุณจะเป็นส่วนหนึ่งของประชากรส่วนใหญ่ของโลกที่พูดได้สองภาษาหรือหลายภาษา
If you answered...: การเปิดเรื่องแบบมีส่วนร่วม
ช่วงเปิดเรื่องใช้ If you answered... เพื่อพูดกับผู้ชมโดยตรง และชวนให้ผู้ชมเชื่อมโยงคำตอบของตนกับเนื้อหาที่กำลังจะตามมา ดังนั้นโครงสร้างเงื่อนไขนี้จึงทำหน้าที่เป็นตัวดึงความสนใจแบบมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่บอกเงื่อนไขเชิงตรรกะ คำตอบเชิงยืนยัน sí, oui และ huì นำหลายภาษาเข้ามาในประโยคก่อนที่จะกล่าวประเด็นหลัก คำตอบของผู้ชมจึงกลายเป็นสะพานจากการมีส่วนร่วมไปสู่หัวข้อเรื่องการใช้สองภาษาและหลายภาษา
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอเพิ่งถามคำถามผู้ชม ประโยคใดใช้คำตอบเป็นสะพานแบบมีส่วนร่วมเข้าสู่หัวข้อได้ดีที่สุด
- If you answered yes, this next example is for you.
- You may answer the question after the talk.
- The answer was written on the board yesterday.
ดูคำตอบ
If you answered yes, this next example is for you.
chances are: การคาดการณ์ที่มีความเป็นไปได้สูง
Chances are ใช้นำการคาดการณ์ที่น่าจะเป็นจริง โดยมีความหมายเท่ากับ it is likely that และเป็นสำนวนตายตัว ไม่ใช่ข้อความตามตัวอักษรเกี่ยวกับโอกาส ในประโยคนี้ ตามหลังด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ you belong to the world's bilingual and multilingual majority ผู้พูดใช้ข้อมูลก่อนหน้าเพื่ออนุมานอย่างค่อนข้างมั่นใจ แต่ยังคงเผื่อความไม่แน่นอนไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึงมีความเป็นไปได้สูง: The roads are icy, so ____ the game will start late.
ดูคำตอบ
chances are
belong to the world's bilingual and multilingual majority: อยู่ในกลุ่มคนสองภาษาและหลายภาษาซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของโลก
ในที่นี้ belong to หมายถึง “เป็นส่วนหนึ่งของ” หรือ “เป็นสมาชิกของ” กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ประธานเป็นคน และ the world's bilingual and multilingual majority เป็นชื่อกลุ่ม จึงไม่ได้พูดถึงการเป็นเจ้าของสิ่งของ majority หมายถึงส่วนที่มีจำนวนมากกว่าของประชากร ซึ่งโดยทั่วไปคือมากกว่าครึ่งหนึ่ง การเรียกคนสองภาษาและหลายภาษาว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของโลกสื่อว่า การใช้สองภาษาขึ้นไปเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องที่พบได้เฉพาะในคนส่วนน้อย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ belong to เพื่อแสดงการเป็นสมาชิกกลุ่ม ไม่ใช่ความเป็นเจ้าของ
- That blue jacket belongs to my brother.
- The bicycle belongs to Nora.
- Many volunteers belong to the neighborhood garden club.
ดูคำตอบ
Many volunteers belong to the neighborhood garden club.
And besides having an easier time traveling or watching movies without subtitles, วลี
0:23และนอกเหนือจากการเดินทางที่ง่ายขึ้นหรือดูหนังโดยไม่ต้องมีซับไตเติลแล้ว
besides having an easier time traveling: การเพิ่มประโยชน์เพิ่มเติม
ในที่นี้ besides หมายถึง “นอกจาก...แล้ว” หรือ “เพิ่มเติมจากนั้น” จึงใช้เพิ่มประโยชน์อีกข้อ ไม่ได้ใช้แทนประโยชน์ที่กล่าวไปแล้ว besides ในโครงสร้างนี้ทำหน้าที่เป็นบุพบท จึงตามด้วย having ซึ่งเป็นกริยารูป -ing ที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม Have an easier time + -ing หมายถึงกิจกรรมนั้นทำได้ง่ายขึ้นหรือยากน้อยลง ดังนั้น having an easier time traveling จึงหมายถึงการเดินทางง่ายขึ้น ไม่ได้หมายถึงการมีช่วงเวลาที่ง่ายในความหมายตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์: Besides ____ an easier time reading, Ben learns new words faster.
ดูคำตอบ
having
knowing two or more languages means that your brain may actually look and work differently than those of your monolingual friends. ไวยากรณ์
0:27การรู้สองภาษาขึ้นไปหมายความว่าสมองของคุณอาจดูและทำงานแตกต่างจากเพื่อนที่พูดภาษาเดียว
knowing two or more languages means that: การใช้วลี gerund เป็นประธาน
knowing two or more languages เป็นวลี gerund โดยรูป -ing และคำที่ตามมารวมกันเพื่อพูดถึงความสามารถหรือกิจกรรมหนึ่งอย่าง วลีทั้งหมดเป็นประธานเอกพจน์ของ means ดังนั้นจึงใช้ means ไม่ใช่ mean ในประโยคนี้หมายถึง “การรู้สองภาษาขึ้นไป” means that ใช้นำหน้าประโยคสมบูรณ์เพื่ออธิบายผลลัพธ์หรือความหมายของเรื่องนั้น โครงสร้างนี้ช่วยให้เราใช้กิจกรรม นิสัย หรือความสามารถเป็นหัวข้อ แล้วบอกว่ามันนำไปสู่อะไรหรือแสดงอะไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี gerund เป็นประธานและตามด้วย means that ได้ถูกต้อง
- Keeping a simple schedule means you knowing what to do next.
- Keep a simple schedule mean that you know what to do next.
- Keeping a simple schedule means that you know what to do next.
ดูคำตอบ
Keeping a simple schedule means that you know what to do next.
than those of your monolingual friends: การแทนคำนามในการเปรียบเทียบ
ในที่นี้ those of your monolingual friends ตั้งใจให้หมายถึง “สมองของเพื่อน ๆ ที่พูดได้เพียงภาษาเดียว” those ใช้แทนคำนามพหูพจน์ที่เข้าใจได้จากบริบท ส่วน of แสดงว่าสมองเหล่านั้นเป็นของใคร ดังนั้นสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือสมองกับสมอง ไม่ใช่สมองกับคน ถ้าเปรียบเทียบสมองหนึ่งข้างกับสมองของอีกหนึ่งคน ภาษาอังกฤษที่รอบคอบมักใช้ that of เช่น “Your brain works differently from that of your friend.” ถ้าคำนามที่ถูกแทนเป็นพหูพจน์ ให้ใช้ those of เช่น “Our brains work differently from those of our friends.”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ those of ได้ถูกต้องเมื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์พหูพจน์สองกลุ่ม
- Our test results are more consistent than that of the other class.
- Our test results are more consistent than those of the other classes.
- Our test results are more consistent than the other classes.
ดูคำตอบ
Our test results are more consistent than those of the other classes.
So, what does it really mean to know a language? ลำดับความ
0:34แล้วการรู้ภาษาจริงๆ แล้วหมายความว่าอย่างไร?
What does it really mean to know a language? ในฐานะคำถามวางกรอบ
What does it really mean to know a language? ไม่ได้ถามเพียงคำนิยามสั้น ๆ แต่เปลี่ยนประเด็นจากคำกล่าวทั่วไปว่าคนคนหนึ่งรู้ภาษา ไปสู่คำถามที่ลึกขึ้นว่าต้องมีความสามารถใดบ้างจึงจะถือว่ารู้ภาษานั้น really เพิ่มน้ำหนักในความหมายว่า “อย่างแท้จริงหรือในสาระสำคัญ” ในฐานะคำถามที่ใช้วางกรอบ คำถามนี้บอกผู้ฟังว่าส่วนต่อไปจะนิยามหรือแยกอธิบายแนวคิดหลัก รูปแบบ What does it really mean to + คำกริยา? สามารถใช้เปิดคำอธิบายเชิงลึกเกี่ยวกับแนวคิดที่คุ้นเคยได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเริ่มต้นนิยามเชิงลึกเกี่ยวกับการทำงานเป็นทีม
- The team has five members.
- What does it really mean to work as a team?
- Did the team practice yesterday?
ดูคำตอบ
What does it really mean to work as a team?
is typically measured in: การแนะนำด้านที่ใช้วัด
วลี is typically measured in ใช้รูปถูกกระทำ โดยความสามารถทางภาษาเป็นสิ่งที่ถูกประเมิน typically หมายความว่านี่เป็นวิธีที่ใช้กันโดยทั่วไป ไม่ใช่วิธีเดียวที่เป็นไปได้ ในประโยคนี้ in นำหน้าด้านต่าง ๆ ที่ใช้จัดการประเมิน ได้แก่ การพูด การเขียน การฟัง และการอ่าน ไม่ได้บอกสถานที่ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is typically measured in + หน่วยหรือด้านต่าง ๆ ซึ่งใช้อธิบายว่าโดยทั่วไป X ถูกวัดหรือประเมินอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้อย่างถูกต้องเพื่อแนะนำด้านต่าง ๆ ที่ใช้ประเมิน
- Fitness is typically measured in three areas: strength, endurance, and flexibility.
- Fitness is typically measured by three areas: strength, endurance, and flexibility.
- Fitness typically measures in three areas: strength, endurance, and flexibility.
ดูคำตอบ
Fitness is typically measured in three areas: strength, endurance, and flexibility.
two active parts ... two passive parts: ทักษะการผลิตภาษาและการรับภาษา
ในการแบ่งประเภทนี้ การพูดและการเขียนเป็น active parts สองด้าน เพราะผู้เรียนต้องสร้างภาษาออกมา ส่วนการฟังและการอ่านเป็น passive parts สองด้าน เพราะผู้เรียนรับและทำความเข้าใจภาษา ในที่นี้ active และ passive บอกทิศทางของการใช้ภาษา ไม่ได้บอกลักษณะนิสัยของผู้เรียน
แบบฝึกหัด
ตามการแบ่งประเภทนี้ คู่ใดถูกต้อง?
- speaking and writing — active skills
- listening and reading — active skills
- speaking and listening — passive skills
ดูคำตอบ
speaking and writing — active skills
While a balanced bilingual has near equal abilities across the board in two languages, โน้ต
0:46ในขณะที่ผู้พูดสองภาษาที่สมดุลจะมีความสามารถเกือบเท่ากันในทุกด้านของทั้งสองภาษา
balanced bilingual: ผู้ที่มีความสามารถใกล้เคียงกันในสองภาษา
balanced bilingual คือคนที่มีความสามารถโดยรวมในสองภาษาใกล้เคียงกัน ในประโยคนี้ across the board หมายถึงทักษะหรือด้านหลัก ๆ ของภาษา ไม่ใช่เพียงทักษะเดียว balanced ไม่ได้หมายความว่าความสามารถต้องเท่ากันทุกสถานการณ์อย่างสมบูรณ์ คำว่า near equal แสดงว่าเป็นการเปรียบเทียบโดยประมาณ
แบบฝึกหัด
คนแบบใดเหมาะที่จะเรียกว่า balanced bilingual มากที่สุด?
- คนที่มีความสามารถโดยรวมในสองภาษาใกล้เคียงกัน
- คนที่ใช้ภาษาที่สองได้อ่อนกว่าภาษาแรกมาก
- คนที่รู้เพียงไม่กี่วลีในภาษาที่สอง
ดูคำตอบ
คนที่มีความสามารถโดยรวมในสองภาษาใกล้เคียงกัน
across the board: ในทุกด้านที่เกี่ยวข้อง
across the board เป็นสำนวนที่หมายถึง “ในทุกด้านหรือทุกหมวดที่เกี่ยวข้อง” ในที่นี้หมายความว่า ผู้ใช้สองภาษาแบบสมดุลมีความสามารถเกือบเท่ากันในทักษะด้านต่าง ๆ ของทั้งสองภาษา สำนวนนี้ใช้สรุปรวมขอบเขตทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการเดินข้ามแผ่นไม้จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ในทุกหมวดที่เกี่ยวข้อง”: The school's test scores improved ____ this year.
ดูคำตอบ
across the board
most bilinguals around the world know and use their languages in varying proportions. วลี
0:52แต่ผู้พูดสองภาษาทั่วโลกส่วนใหญ่รู้และใช้ภาษาของตนในสัดส่วนที่แตกต่างกัน
in varying proportions: มีสัดส่วนสัมพัทธ์ต่างกัน
in varying proportions หมายถึง “โดยมีสัดส่วนสัมพัทธ์ที่แตกต่างกัน” ในที่นี้ ความสมดุลระหว่างภาษาของผู้ใช้สองภาษาไม่จำเป็นต้องเท่ากัน ผู้พูดอาจรู้หรือใช้ภาษาหนึ่งมากกว่าอีกภาษาหนึ่ง proportions ใช้บอกการแบ่งส่วนในชีวิตจริงได้ ไม่ได้หมายถึงตัวเลขในโจทย์คณิตศาสตร์เท่านั้น วลีนี้เน้นว่าส่วนต่าง ๆ มีสัดส่วนอย่างไรเมื่อเทียบกันภายในทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in varying proportions ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายสัดส่วนสัมพัทธ์ที่แตกต่างกัน?
- The two grains are mixed to varying degrees for each recipe.
- Each grain is varying the proportion for the recipe.
- The two grains are mixed in varying proportions for each recipe.
ดูคำตอบ
The two grains are mixed in varying proportions for each recipe.
And depending on their situation and how they acquired each language,
0:57และขึ้นอยู่กับสถานการณ์และวิธีการที่พวกเขาเรียนรู้แต่ละภาษา
be classified into ...: การแบ่งออกเป็นหมวดหมู่
be classified into หมายถึงการจัดคนหรือสิ่งของให้เข้าอยู่ในหลายกลุ่มหรือหลายประเภท เป็นรูปถูกกระทำของ classify something into categories โดยประธานเป็นสิ่งที่ถูกจัดประเภท และ into ใช้นำหน้ากลุ่มที่จัดได้ เช่น three general types ในประโยคนี้ they คือคนที่ถูกจัดประเภทตามสถานการณ์ของพวกเขาและวิธีที่พวกเขาเรียนรู้แต่ละภาษา สำนวนนี้นำเสนอระบบการจัดประเภท ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเป็นคนเลือกกลุ่มเอง
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: These animals can ____ three groups.
ดูคำตอบ
be classified into
For example, let's take Gabriella...: การยกกรณีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม
For example เป็นสัญญาณว่าจะยกตัวอย่างต่อไป ส่วน let's take Gabriella ใช้เลือกบุคคลหนึ่งคนมาเป็นกรณีที่จะพิจารณาหลังจากพูดถึงแนวคิดหรือการจัดประเภทโดยรวม ในที่นี้ take หมายถึงการพิจารณาหรือยกมาเป็นตัวอย่าง ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือเอาสิ่งของไป โครงสร้างนี้ช่วยจัดข้อมูลจากแนวคิดกว้าง ๆ ไปสู่กรณีเฉพาะ ทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าทำไมจึงพูดถึง Gabriella
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างสำหรับยกตัวอย่างเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, ____ a small bakery.
ดูคำตอบ
For example · let's take
whose family immigrates to the US from Peru when she's 2 years old.
1:07ซึ่งครอบครัวของเธออพยพมายังสหรัฐฯ จากเปรูเมื่อเธออายุ 2 ขวบ
compound bilingual: ผู้ใช้สองภาษาประเภทผสม
compound bilingual เป็นคำศัพท์เฉพาะทางในภาษาศาสตร์และการศึกษาการได้มาซึ่งสองภาษา หมายถึงบุคคลที่ภาษาทั้งสองเชื่อมโยงกับระบบแนวคิดร่วมกันหนึ่งระบบ ในที่นี้ compound หมายถึงการที่ภาษาทั้งสองรวมอยู่ในเครือข่ายแนวคิดเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงสารประกอบทางเคมีหรือคำประสมทั่วไป
แบบฝึกหัด
เด็กคนหนึ่งเรียนรู้สองภาษาผ่านกิจวัตรครอบครัวเดียวกัน และเชื่อมโยงทั้งสองภาษากับแนวคิดชุดเดียวกัน คำเรียกใดเหมาะสมที่สุด
- sequential bilingual: ภาษาที่สองซึ่งเรียนหลังจากภาษาแรก
- coordinate bilingual: สองภาษาที่เชื่อมโยงกับบริบทหรือระบบแนวคิดที่แตกต่างกัน
- compound bilingual: สองภาษาที่เชื่อมโยงกับชุดแนวคิดร่วมกันหนึ่งชุด
ดูคำตอบ
compound bilingual: สองภาษาที่เชื่อมโยงกับชุดแนวคิดร่วมกันหนึ่งชุด
Gabriella develops two linguistic codes simultaneously with a single set of concepts, การใช้คำ
1:14Gabriella พัฒนารหัสทางภาษาทั้งสองไปพร้อมๆ กันด้วยชุดแนวคิดเดียว
two linguistic codes ... a single set of concepts
two linguistic codes หมายถึงระบบภาษาสองระบบ หรือรูปแบบสองชุดที่สามารถใช้แสดงความหมายได้ ในประโยคนี้ code หมายถึงระบบภาษา ไม่ใช่ข้อความลับหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ a single set of concepts หมายความว่าระบบภาษาทั้งสองเชื่อมโยงกับความหมายพื้นฐานเดียวกัน เมื่อนำสองวลีที่เน้นมาพิจารณาร่วมกัน จึงหมายถึงการแสดงระบบแนวคิดร่วมกันหนึ่งระบบด้วยสองวิธี
แบบฝึกหัด
สองวลีที่เน้นในประโยคนี้อธิบายความสัมพันธ์แบบใด
- Two linguistic codes: ระบบภาษาสองระบบที่เชื่อมโยงกับชุดแนวคิดร่วมกันหนึ่งชุด
- One linguistic code: ระบบภาษาหนึ่งระบบที่เชื่อมโยงกับชุดแนวคิดร่วมกันหนึ่งชุด
- Two linguistic codes: ระบบภาษาสองระบบที่เชื่อมโยงกับชุดแนวคิดสองชุดที่แยกจากกัน
ดูคำตอบ
Two linguistic codes: ระบบภาษาสองระบบที่เชื่อมโยงกับชุดแนวคิดร่วมกันหนึ่งชุด
learning both English and Spanish as she begins to process the world around her.
1:20โดยเรียนรู้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาสเปนในขณะที่เธอเริ่มทำความเข้าใจโลกรอบตัว
Her teenage brother, on the other hand, might be a coordinate bilingual, โน้ต
1:25ในทางกลับกัน พี่ชายวัยรุ่นของเธออาจเป็น 'ผู้พูดสองภาษาแบบแยกส่วน' (Coordinate bilingual)
on the other hand: แนะนำอีกด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบ
on the other hand เป็นคำเชื่อมความคิดที่บอกผู้ฟังว่ากำลังเปลี่ยนจากด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบไปยังอีกด้านหนึ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนจากบุคคลหรือประเภทของผู้ใช้สองภาษาที่กล่าวถึงก่อนหน้า ไปยังพี่หรือน้องชายวัยรุ่นซึ่งเป็นกรณีที่แตกต่างกัน ไม่ได้หมายถึง “มืออีกข้าง” ตามตัวอักษร เมื่อแทรกวลีนี้ไว้หลังประธาน ต้องคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคทั้งสองด้าน และยังสามารถวางไว้ต้นประโยคได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแสดงความแตกต่างสี่คำจากบทเรียนนี้: The first route is shorter. The coastal route, ____, is more scenic.
ดูคำตอบ
on the other hand
coordinate bilingual: ระบบแนวคิดที่ค่อนข้างแยกจากกัน
ในการจัดประเภทที่ใช้ในที่นี้ coordinate bilingual หมายถึงผู้ใช้สองภาษาที่ภาษาทั้งสองเชื่อมโยงกับภาพแทนทางความคิดที่ค่อนข้างแยกจากกัน ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้หรือใช้สองภาษาในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน coordinate เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะทาง ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นกำลัง “ประสาน” สองภาษาอยู่
แบบฝึกหัด
ในแบบจำลองนี้ คำใดเหมาะที่สุดสำหรับบุคคลที่ภาษาทั้งสองเชื่อมโยงกับภาพแทนทางความคิดที่ค่อนข้างแยกจากกัน?
- balanced bilingual
- compound bilingual
- coordinate bilingual
ดูคำตอบ
coordinate bilingual
two sets of concepts: ระบบความหมายสองชุดที่แยกจากกัน
ในที่นี้ two sets of concepts หมายถึงกลุ่มความคิดหรือความหมายในใจสองกลุ่มที่แยกจากกัน คำว่า set หมายถึงกลุ่มที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ชุดสิ่งของที่จับต้องได้ ในคำอธิบายเรื่องภาวะสองภาษาแบบประสานนี้ แต่ละภาษาเชื่อมกับระบบมโนทัศน์ของตนเอง วลีนี้อธิบายว่าความหมายถูกจัดระบบอย่างไร ไม่ได้หมายถึงเพียงรายการคำศัพท์สองรายการ
แบบฝึกหัด
two sets of concepts หมายถึงอะไรในคำอธิบายเรื่องภาวะสองภาษาแบบประสานนี้
- แต่ละภาษาเชื่อมกับกลุ่มความหมายของตนเอง
- คำภาษาอังกฤษคำเดียวกันถูกเขียนสองครั้ง
- บุคคลนั้นมีชุดสิ่งของจริงสองชุด
ดูคำตอบ
แต่ละภาษาเชื่อมกับกลุ่มความหมายของตนเอง
learning English in school while continuing to speak Spanish at home and with friends.
1:31โดยเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนในขณะที่ยังคงพูดภาษาสเปนที่บ้านและกับเพื่อนๆ
Finally, Gabriella's parents are likely to be subordinate bilinguals, การใช้คำ
1:36สุดท้าย พ่อแม่ของ Gabriella น่าจะเป็น 'ผู้พูดสองภาษาแบบรอง' (Subordinate bilingual)
subordinate bilinguals: เข้าถึงความหมายใน L2 ผ่าน L1
subordinate bilinguals คือผู้ที่เข้าใจคำในภาษาที่สองโดยอาศัยภาษาแรกเป็นหลัก ในแบบจำลองนี้ คำใน L2 จะกระตุ้นคำที่มีความหมายตรงกันใน L1 ก่อน แล้วคำใน L1 จึงช่วยให้เข้าถึงมโนทัศน์ subordinate อธิบายเส้นทางสู่ความหมายที่ต้องพึ่งอีกภาษา ป้ายกำกับนี้กล่าวถึงวิธีที่สองภาษาเชื่อมกับมโนทัศน์ ไม่ได้ดูเพียงว่าภาษาใดแข็งแรงกว่า
แบบฝึกหัด
คำใดเหมาะกับสถานการณ์นี้มากที่สุด Maya เห็นคำใน L2 แล้วนึกถึงคำแปลใน L1 ก่อน จากนั้นจึงเข้าใจมโนทัศน์
- coordinate bilingual
- subordinate bilingual
- compound bilingual
ดูคำตอบ
subordinate bilingual
who learn a secondary language by filtering it through their primary language. สำนวน
1:41ซึ่งเรียนรู้ภาษาที่สองโดยกรองผ่านภาษาหลักของพวกเขา
ทำความเข้าใจผ่านภาษาหลักของตน
โครงสร้าง by + คำกริยาเติม -ing ใช้บอกวิธีการทำสิ่งนั้น ในที่นี้ filter ... through เป็นคำเปรียบเทียบถึงกระบวนการคิด ผู้เรียนตีความและทำความเข้าใจภาษาที่สองผ่านภาษาหลักของตน it หมายถึง a secondary language ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ไม่ได้หมายถึงการกรองของเหลวจริง ๆ แต่หมายถึงการใช้ภาษาหลักเป็นกรอบในการเข้าใจภาษาใหม่
แบบฝึกหัด
ในประโยค He filtered the news through his own experience สำนวนนี้หมายความว่าอย่างไร
- เขาปฏิเสธที่จะอ่านข่าวนั้น
- เขาตรวจข่าวนั้นเพื่อหาข้อผิดพลาดในการสะกด
- เขาลบรายละเอียดที่ไม่ถูกต้องออกจากข่าวนั้น
- เขาเข้าใจข่าวนั้นผ่านมุมมองจากประสบการณ์ของตนเอง
ดูคำตอบ
เขาเข้าใจข่าวนั้นผ่านมุมมองจากประสบการณ์ของตนเอง
Because all types of bilingual people can become fully proficient in a language, วลี
1:45เนื่องจากผู้พูดสองภาษาทุกประเภทสามารถเชี่ยวชาญในภาษาได้อย่างเต็มที่
มีความเชี่ยวชาญอย่างเต็มที่ในภาษาหนึ่ง
Fully proficient in a language หมายถึงความสามารถในภาษานั้นที่อยู่ในระดับสูงมากและครอบคลุม ไม่ใช่เพียงรู้คำศัพท์ไม่กี่คำหรือทำงานเล็ก ๆ ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง fully ใช้เน้นระดับของ proficient ส่วน in เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัว be proficient in ซึ่งตามด้วยภาษา ทักษะ หรือวิชาได้ นี่เป็นวิธีอธิบายความสามารถที่แข็งแรงอย่างเป็นทางการ แต่ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าคนนั้นเป็นเจ้าของภาษาหรือไม่เคยทำผิดเลย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับอธิบายอย่างเป็นทางการว่ามีความสามารถสูงในภาษาหนึ่ง
- เธอพูดภาษาสเปนได้ดี
- เธอรู้คำภาษาสเปนเพียงไม่กี่คำ
- เธอเพิ่งเริ่มเรียนภาษาสเปน
- เธอมีความสามารถสูงมากในภาษาสเปน
ดูคำตอบ
เธอมีความสามารถสูงมากในภาษาสเปน
regardless of accent or pronunciation: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
Regardless of ใช้เกริ่นเงื่อนไขที่ไม่ทำให้ผลลัพธ์หลักเปลี่ยนไป ในประโยคนี้ ความแตกต่างด้านสำเนียงหรือการออกเสียงถูกตัดออกจากการพิจารณา กล่าวคือ ข้อสรุปหลักยังคงเป็นจริงในทุกกรณี
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวให้สมบูรณ์: The program is open to everyone, regardless ____ age.
ดูคำตอบ
of
the difference may not be apparent to a casual observer.
1:52ความแตกต่างอาจไม่ชัดเจนสำหรับผู้สังเกตทั่วไป
have given neurolinguists a glimpse into how specific aspects of language learning affect the bilingual brain. วลี
1:58ได้ทำให้นักประสาทภาษาศาสตร์มองเห็นว่าแง่มุมเฉพาะของการเรียนรู้ภาษาส่งผลต่อสมองสองภาษาอย่างไร
have given neurolinguists a glimpse into: ทำให้เห็นหรือเข้าใจอย่างจำกัดแต่มีคุณค่า
โครงสร้าง give someone a glimpse into something หมายถึงทำให้คนหนึ่งได้เห็นหรือเข้าใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงสั้น ๆ หรือบางส่วน แต่ยังให้ข้อมูลที่มีคุณค่า ในที่นี้ ความก้าวหน้าด้านการสร้างภาพสมองทำให้นักประสาทภาษาศาสตร์ได้รู้บางอย่างว่าการเรียนภาษาส่งผลต่อสมองของผู้ใช้สองภาษาอย่างไร แต่ไม่ได้หมายความว่าเข้าใจเรื่องนี้ทั้งหมด have given เป็นรูป present perfect ของ give ซึ่งเชื่อมโยงความก้าวหน้าล่าสุดเข้ากับโอกาสในการเข้าถึงความรู้ที่ความก้าวหน้าเหล่านั้นมอบให้ในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? The diary gives readers a glimpse into life on the ship.
- บันทึกเล่มนี้ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพชีวิตบนเรืออย่างจำกัดแต่มีประโยชน์
- บันทึกเล่มนี้ให้ข้อมูลครบถ้วนทุกประการเกี่ยวกับชีวิตบนเรือแก่ผู้อ่าน
- บันทึกเล่มนี้ทำให้ผู้อ่านไม่สามารถเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับชีวิตบนเรือได้เลย
ดูคำตอบ
บันทึกเล่มนี้ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพชีวิตบนเรืออย่างจำกัดแต่มีประโยชน์
while the right hemisphere is more active in emotional and social ones.
2:11ในขณะที่สมองซีกขวามีความตื่นตัวมากกว่าในด้านอารมณ์และสังคม
brain's left hemisphere ... right hemisphere: สมองสองซีก
brain's left hemisphere และ right hemisphere หมายถึงสมองสองซีกตามโครงสร้างทางกายวิภาค ในที่นี้ hemisphere หมายถึงสมองหนึ่งซีก ไม่ใช่ครึ่งหนึ่งของโลก คำศัพท์คู่นี้จัดข้อมูลเป็นการเปรียบเทียบซ้ายกับขวา โดยบอกว่าสมองด้านใดมีส่วนเกี่ยวข้องมากกว่าโดยเปรียบเทียบในกระบวนการบางประเภท ชื่อเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าสมองทำงานเป็นสองระบบที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง
แบบฝึกหัด
ในบริบทประสาทวิทยานี้ left hemisphere และ right hemisphere หมายถึงอะไร
- ซีกโลกตะวันตกและซีกโลกตะวันออก
- ด้านซ้ายและด้านขวาของร่างกาย
- สมองสองซีกตามโครงสร้างทางกายวิภาค
ดูคำตอบ
สมองสองซีกตามโครงสร้างทางกายวิภาค
Though this is a matter of degree, not an absolute split. ลำดับความ
2:16แม้ว่านี่จะเป็นเรื่องของระดับ ไม่ใช่การแบ่งแยกอย่างเด็ดขาด
a matter of degree, not an absolute split: ต่างกันตามระดับ ไม่ได้แบ่งแยกอย่างเด็ดขาด
A matter of degree หมายความว่าความแตกต่างอยู่บนช่วงระดับ ไม่ใช่มีทั้งหมดหรือไม่มีเลย ส่วน not an absolute split ปฏิเสธความคิดที่แรงกว่าว่าทั้งสองด้านมีหน้าที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง เมื่อวางหลังข้อสรุปทั่วไปก่อนหน้า รูปแบบ A, not B จะจำกัดขอบเขตของข้อสรุปนั้นและป้องกันการตีความเกินจริง Though แสดงการยอมรับบางส่วน กล่าวคือให้คงความแตกต่างโดยรวมไว้ แต่เข้าใจว่าเป็นความแตกต่างแบบสัมพัทธ์ ไม่ใช่แบบเด็ดขาด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าความแตกต่างมีอยู่จริง แต่เป็นความแตกต่างตามระดับ ไม่ใช่การแบ่งแบบต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
- The difference is an absolute split with no overlap.
- There is no difference at all.
- The difference is a matter of degree, not an absolute split.
ดูคำตอบ
The difference is a matter of degree, not an absolute split.
while lateralization develops gradually with age, การใช้คำ
2:22ในขณะที่การแบ่งหน้าที่ของสมองซีกซ้ายและขวาค่อยๆ พัฒนาขึ้นตามอายุ
lateralization: การแยกหน้าที่ของสมองเป็นซีกอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ในประโยคนี้ lateralization หมายถึงการพัฒนาการแบ่งหน้าที่ระหว่างสมองซีกซ้ายและซีกขวาอย่างค่อยเป็นค่อยไป กล่าวคือ หน้าที่บางอย่างจะเชื่อมโยงกับสมองด้านใดด้านหนึ่งอย่างชัดเจนมากขึ้น คำนี้หมายถึงกระบวนการ ไม่ใช่ตำแหน่งของร่างกายด้านใดด้านหนึ่ง และในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขพื้นหลังที่ while นำเข้ามา Develops gradually with age บอกว่าการทำงานเฉพาะด้านนี้ก่อตัวขึ้นตามกาลเวลา การเข้าใจรายละเอียดนี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดประโยคจึงเชื่อมโยง lateralization เข้ากับสมมติฐานช่วงวิกฤต
แบบฝึกหัด
ในบริบทของวิทยาศาสตร์สมอง lateralization อธิบายอะไร
- สมองเคลื่อนไปทางด้านหนึ่งของกะโหลก
- หน้าที่หนึ่งมีความเชื่อมโยงกับสมองซีกใดซีกหนึ่งมากขึ้น
- ความเร็วที่เด็กคนหนึ่งเรียนรู้ภาษา
- คนคนหนึ่งหันร่างกายไปด้านใดด้านหนึ่ง
ดูคำตอบ
หน้าที่หนึ่งมีความเชื่อมโยงกับสมองซีกใดซีกหนึ่งมากขึ้น
has led to the critical period hypothesis. วัฒนธรรม
2:26ได้นำไปสู่สมมติฐานช่วงวิกฤต (Critical period hypothesis)
The fact that ... has led to ...: ข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ผลลัพธ์
โครงสร้าง The fact that ... has led to ... ใช้ข้อเท็จจริงทั้งชุดเป็นประธานของประโยค that-clause อธิบายว่าข้อเท็จจริงนั้นคืออะไร ส่วน has led to ใช้เกริ่นผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ผลลัพธ์คือ the critical period hypothesis while-clause เป็นข้อมูลพื้นหลังที่แทรกเข้ามา ดังนั้น involves จึงไม่ใช่กริยาหลักของประโยคทั้งหมด ให้อ่านตั้งแต่ The fact that ถึง has led to เป็นกรอบประธาน–กริยาชุดเดียว ในการใช้แบบนี้ has led to หมายถึงข้อเท็จจริงนั้นมีส่วนทำให้เกิดหรือช่วยก่อให้เกิดข้อสรุปในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เติมประโยคเหตุและผลแบบเป็นทางการนี้ได้ถูกต้อง และแสดงว่าผลลัพธ์ยังสำคัญอยู่ในปัจจุบัน: The fact that the old bridge is unsafe ___ the city's current plan to replace it.
- led to
- has led to
- has led for
- have led to
ดูคำตอบ
has led to
critical period hypothesis: สมมติฐานช่วงวิกฤต
สมมติฐานช่วงวิกฤตเสนอว่า ช่วงต้นของชีวิตมีระยะหนึ่งที่เอื้อต่อการเรียนรู้ภาษาเป็นพิเศษ และหลังจากนั้นการเรียนภาษาบางด้านอาจยากขึ้น ในคำนี้ critical หมายถึง “สำคัญเป็นพิเศษ” หรือ “มีผลชี้ขาด” ไม่ได้หมายถึง “อันตราย” ส่วน hypothesis คือคำอธิบายที่เสนอขึ้นเพื่อให้นักวิจัยทดสอบ ในประโยคนี้คำดังกล่าวทำหน้าที่เป็นพื้นฐานทางทฤษฎีสำหรับความแตกต่างในการเรียนภาษาที่เกี่ยวข้องกับอายุ
แบบฝึกหัด
critical period hypothesis หมายถึงอะไรในบริบทนี้
- ข้อเสนอว่าช่วงต้นของชีวิตเอื้อต่อการเรียนรู้ภาษาเป็นพิเศษ
- กฎที่กำหนดให้ทุกคนต้องเริ่มเรียนในวันเดียวกัน
- คำเตือนว่าการเรียนภาษาจะกลายเป็นเรื่องอันตราย
ดูคำตอบ
ข้อเสนอว่าช่วงต้นของชีวิตเอื้อต่อการเรียนรู้ภาษาเป็นพิเศษ
According to this theory, children learn languages more easily
2:29ตามทฤษฎีนี้ เด็กๆ เรียนรู้ภาษาได้ง่ายกว่า
because the plasticity of their developing brains lets them use both hemispheres in language acquisition, โน้ต
2:32เพราะความยืดหยุ่นของสมองที่กำลังพัฒนาช่วยให้พวกเขาใช้ทั้งสองซีกในการรับรู้ภาษา
the plasticity of their developing brains: ความสามารถในการปรับเปลี่ยนของสมองที่กำลังพัฒนา
ใน the plasticity of their developing brains คำว่า plasticity หมายถึงความสามารถของสมองในการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงระหว่างที่เติบโตและตอบสนองต่อการเรียนรู้หรือประสบการณ์ ส่วน developing ขยายคำว่า brains และแสดงว่าสมองเหล่านั้นยังอยู่ระหว่างการพัฒนา นามวลีทั้งหมดบอกเหตุผลที่นำด้วย because โดยหมายถึงความสามารถในการปรับตัวทางชีวภาพ ไม่ได้หมายถึงพลาสติกที่เป็นวัสดุ
แบบฝึกหัด
brain plasticity มีความหมายที่ถูกต้องว่าอะไร
- ความสามารถของสมองในการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงผ่านประสบการณ์
- รูปร่างของสมองที่คงที่ไม่เปลี่ยนแปลง
- ปริมาณวัสดุพลาสติกภายในสมอง
ดูคำตอบ
ความสามารถของสมองในการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงผ่านประสบการณ์
lets them use…: let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน
lets them use เป็นโครงสร้าง let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ them เป็นกรรม และ use ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน วลีนี้หมายความว่าความยืดหยุ่นของสมองที่กำลังพัฒนาทำให้พวกเขาใช้สมองทั้งสองซีกได้ เนื่องจาก plasticity เป็นประธานเอกพจน์ let จึงเปลี่ยนเป็น lets หลัง let ไม่เติม to และไม่เปลี่ยน use เป็น uses โครงสร้างนี้ยังใช้บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งอนุญาตหรือทำให้ใครบางคนทำอะไรได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาที่ถูกต้องลงในประโยค: The new reading app lets children ____ the text size.
ดูคำตอบ
adjust
language is lateralized to one hemisphere: การทำงานของภาษาเอนเอียงไปยังสมองซีกหนึ่ง
language is lateralized to one hemisphere ใช้รูปประโยคถูกกระทำทางวิทยาศาสตร์ be + lateralized + to + บริเวณของร่างกาย หมายความว่าการประมวลผลภาษาสัมพันธ์กับสมองซีกหนึ่งเป็นหลัก ไม่ได้กระจายเท่า ๆ กันในสมองทั้งสองซีก ในที่นี้ to แสดงความเกี่ยวข้องหรือความเอนเอียงด้านการทำงาน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ ส่วน usually the left บอกว่าซีกนั้นโดยปกติมักเป็นซีกซ้าย แต่ไม่ได้หมายความว่าสมองอีกซีกไม่มีบทบาทเลย
แบบฝึกหัด
ในประโยค Language is lateralized to one hemisphere คำว่า to one hemisphere หมายถึงอะไร
- ภาษาจะเคลื่อนที่เข้าไปในสมองซีกหนึ่งจริง ๆ
- สมองอีกซีกไม่มีบทบาทใด ๆ เลย
- การประมวลผลภาษาสัมพันธ์กับสมองซีกหนึ่งเป็นหลัก
ดูคำตอบ
การประมวลผลภาษาสัมพันธ์กับสมองซีกหนึ่งเป็นหลัก
may give you a more holistic grasp of its social and emotional contexts. วลี
2:47อาจทำให้คุณเข้าใจบริบททางสังคมและอารมณ์ของภาษานั้นได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
may give you a more holistic grasp of: อาจช่วยให้เข้าใจอย่างเป็นองค์รวมมากขึ้น
ในโครงสร้าง may give someone a more holistic grasp of something ประธานของประโยคอาจช่วยให้คนคนหนึ่งเข้าใจหัวข้อได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น รวมถึงเห็นความเชื่อมโยงระหว่างส่วนต่าง ๆ ในที่นี้ grasp เป็นคำนามที่หมายถึง “ความเข้าใจ” ส่วน holistic เพิ่มความหมายของการมองภาพรวมแทนที่จะมองเพียงส่วนเดียว May แสดงว่านี่เป็นผลที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่การรับประกัน โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ may give + บุคคล + a more holistic grasp of + หัวข้อ
แบบฝึกหัด
"may give you a more holistic grasp of the issue" หมายความว่าอย่างไร
- อาจช่วยให้คุณเข้าใจประเด็นนี้ในฐานะภาพรวมที่ส่วนต่าง ๆ เชื่อมโยงกัน
- อาจทำให้คุณใช้มือจับประเด็นนี้ได้จริง ๆ
- รับประกันว่าคุณจะจำรายละเอียดทุกอย่างได้
ดูคำตอบ
อาจช่วยให้คุณเข้าใจประเด็นนี้ในฐานะภาพรวมที่ส่วนต่าง ๆ เชื่อมโยงกัน
when confronting problems in the second language than in their native one. ไวยากรณ์
3:01เมื่อเผชิญกับปัญหาในภาษาที่สองมากกว่าในภาษาแม่ของตน
Conversely, เพื่อแสดงความสัมพันธ์แบบย้อนทิศ
Conversely เป็นคำเชื่อมประโยคที่บอกผู้อ่านให้มองความสัมพันธ์จากทิศทางตรงกันข้าม โดยเชื่อมข้อความใหม่กับข้อความก่อนหน้าและส่งสัญญาณถึงความเปรียบต่างแบบย้อนทิศหรือเป็นคู่ ไม่ใช่เพียงเพิ่มข้อมูล ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเปลี่ยนประเด็นจากข้อดีที่เกี่ยวข้องกับการเรียนภาษาในวัยเด็กไปยังข้อดีอีกแบบที่เกี่ยวข้องกับการเรียนเมื่อเป็นผู้ใหญ่ วิธีนำไปใช้คือใช้ Conversely, เมื่อข้อความที่สองนำเสนอด้านตรงข้ามหรือกลับทิศทางความสัมพันธ์ของข้อความแรก
แบบฝึกหัด
แผนแรกขึ้นค่าธรรมเนียมเมื่อความต้องการเพิ่มขึ้น ส่วนแผนที่สองลดค่าธรรมเนียมภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน คำเชื่อมใดแสดงความสัมพันธ์แบบย้อนทิศนี้ได้ชัดเจนที่สุด
- However,
- Conversely,
- On the contrary,
ดูคำตอบ
Conversely,
exhibit less emotional bias and a more rational approach: exhibit ในความหมายทางการว่า “แสดงให้เห็น”
ในประโยคนี้ exhibit หมายถึง “แสดงให้เห็น” หรือ “เผยลักษณะ” ที่สังเกตได้ ไม่ได้หมายถึง “นำบางสิ่งมาจัดแสดง” คำกริยานี้นำเสนอพฤติกรรมว่าเป็นสิ่งที่พบจากการสังเกตหรือการวิจัย คำกริยานี้ตามด้วยนามวลีสองส่วนที่เชื่อมด้วย and ได้แก่ less emotional bias และ a more rational approach ทั้งสองส่วนรวมกันสื่อถึงการตัดสินใจที่ถูกอารมณ์ชี้นำน้อยลงและการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผลมากขึ้น
แบบฝึกหัด
ในรายงานวิจัย “The participants exhibited less anxiety” หมายความว่าอย่างไร
- ผู้เข้าร่วมแสดงความกังวลน้อยลง
- ผู้เข้าร่วมซ่อนนิทรรศการที่เกี่ยวกับความกังวล
- ผู้เข้าร่วมเลิกรู้สึกถึงอารมณ์ทุกอย่างโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
ผู้เข้าร่วมแสดงความกังวลน้อยลง
than in their native one: one ใช้แทน language
ในการเปรียบเทียบนี้ than นำเข้าสู่อีกสถานการณ์หนึ่ง โดย in their native one ถูกนำมาเปรียบกับ in the second language คำว่า one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ language ดังนั้น native one จึงหมายถึง native language และช่วยหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำ one ที่ใช้แทนคำนามนี้หมายถึงอีกสิ่งหนึ่งในประเภทเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงบุคคล คำบุพบท in ยังคงอยู่เพราะเป็นการเปรียบเทียบการทำสิ่งหนึ่งด้วยภาษาหนึ่งกับอีกภาษาหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมคำแทนคำนามเอกพจน์เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าว jacket ซ้ำ: This jacket is warmer than the old ____.
ดูคำตอบ
one
But regardless of when you acquire additional languages,
3:05แต่ไม่ว่าคุณจะเรียนรู้ภาษาเพิ่มเติมเมื่อใด
being multilingual gives your brain some remarkable advantages.
3:08การพูดได้หลายภาษามอบข้อได้เปรียบที่น่าทึ่งให้กับสมองของคุณ
such as higher density of the gray matter that contains most of your brain's neurons and synapses, การใช้คำ
3:13เช่น ความหนาแน่นที่สูงขึ้นของเนื้อสมองสีเทา ซึ่งประกอบด้วยเซลล์ประสาทและจุดประสานประสาทส่วนใหญ่ของสมอง
gray matter: เนื้อเทา
Gray matter เป็นศัพท์ประสาทวิทยาที่หมายถึงเนื้อเยื่อในสมองและไขสันหลัง ซึ่งมีตัวเซลล์ประสาท เดนไดรต์ และไซแนปส์อยู่มาก ในประโยคนี้ ความหนาแน่นที่สูงกว่าของเนื้อเทาเป็นหนึ่งในความแตกต่างทางกายภาพของสมองที่กำลังอธิบายอยู่ ในที่นี้ matter หมายถึงสสารหรือเนื้อเยื่อ ไม่ใช่เรื่องหรือสถานการณ์ ให้อ่าน gray matter เป็นศัพท์เฉพาะคำเดียวทั้งชุด แทนที่จะนำความหมายทั่วไปของ gray และ matter มารวมกัน
แบบฝึกหัด
ในบทความประสาทวิทยา gray matter หมายถึงอะไร?
- วัตถุใด ๆ ที่บังเอิญมีสีเทา
- เนื้อเยื่อประสาทที่พบในสมองและไขสันหลัง
- เรื่องที่ยากหรือไม่ชัดเจน
ดูคำตอบ
เนื้อเยื่อประสาทที่พบในสมองและไขสันหลัง
and more activity in certain regions when engaging a second language. วลี
3:19และกิจกรรมที่มากขึ้นในบางพื้นที่เมื่อใช้ภาษาที่สอง
when engaging a second language: เมื่อใช้ภาษาที่สอง
ในที่นี้ engaging เป็นรูป -ing ของคำกริยา engage ในวลีแบบภาษางานวิจัยนี้ when engaging a second language หมายถึง “เมื่อใช้หรือกระตุ้นภาษาที่สองในความคิด” engaging ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า “น่าสนใจ” วลีนี้เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่ตัดให้สั้นลง ผู้ที่ใช้ภาษาที่สองสามารถเข้าใจได้จากประโยครอบข้าง และอนุประโยคนี้บอกว่ากิจกรรมในสมองที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นเมื่อใด
แบบฝึกหัด
ใน when engaging a second language คำว่า engaging หมายถึงอะไร?
- ทำให้ภาษานั้นน่าสนใจ
- สัญญาว่าจะแต่งงานกับผู้ที่พูดภาษานั้น
- ใช้หรือกระตุ้นภาษานั้นในความคิด
ดูคำตอบ
ใช้หรือกระตุ้นภาษานั้นในความคิด
can also help delay the onset of diseases like Alzheimer's and dementia by as much as 5 years. วลี
3:27ยังสามารถช่วยชะลอการเกิดโรคต่างๆ เช่น อัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมได้นานถึง 5 ปี
heightened workout a bilingual brain receives: คำเปรียบเทียบถึงการฝึกสมอง
ในที่นี้ workout เป็นคำเปรียบเทียบถึงการใช้ความคิดซ้ำ ๆ ส่วน heightened หมายถึงระดับที่สูงขึ้นหรือเข้มข้นขึ้น ดังนั้นวลีนี้จึงนำเสนอการใช้สองภาษาตลอดชีวิตว่าเป็นการฝึกความคิดเพิ่มเติม ไม่ใช่การออกกำลังกายทางกาย คำว่า a bilingual brain receives ระบุว่าเป็น workout แบบใด นั่นคือการฝึกความคิดที่สมองซึ่งใช้สองภาษาได้รับ โดยทั่วไป workout ยังใช้เปรียบเทียบถึงกิจกรรมที่ท้าทายและฝึกทักษะหรือความคิดซ้ำ ๆ ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
workout ในวลี “a workout a bilingual brain receives” หมายถึงอะไร?
- กระบวนการทางการแพทย์ที่ทำกับสมอง
- ชั้นเรียนออกกำลังกายที่สมองเข้าร่วม
- การฝึกความคิดซ้ำ ๆ จากการใช้สองภาษา
ดูคำตอบ
การฝึกความคิดซ้ำ ๆ จากการใช้สองภาษา
delay the onset of diseases: ทำให้โรคเริ่มช้าลง
Delay the onset of diseases หมายถึงทำให้โรคเริ่มหรือปรากฏช้าลง onset คือจุดที่โรค อาการ หรือกระบวนการที่เป็นอันตรายเริ่มขึ้น ดังนั้นวลีนี้จึงพบบ่อยในภาษาด้านสุขภาพและการแพทย์ที่เป็นทางการ Delay เพียงเลื่อนเวลาเริ่มต้นออกไป ไม่ได้หมายถึงป้องกันหรือรักษาโรค ในประโยคนี้ can help ยังทำให้ข้อความระมัดระวัง โดยกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะช่วย ไม่ใช่การรับประกันผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่หมายถึง “ทำให้อาการเริ่มช้าลง”: The new therapy may ____ severe symptoms.
ดูคำตอบ
delay the onset of
The idea of major cognitive benefits to bilingualism may seem intuitive now, โน้ต
3:33แนวคิดเรื่องประโยชน์ทางปัญญาที่สำคัญของการพูดสองภาษาอาจดูสมเหตุสมผลในตอนนี้
ประโยชน์ด้านการรู้คิดที่สำคัญของการใช้สองภาษา
ในวลีนี้ cognitive benefits หมายถึงผลดีต่อกระบวนการทางความคิด เช่น สมาธิ ความจำ และการคิด ส่วน major บอกว่าผลดีเหล่านี้มีมากหรือสำคัญ ไม่ได้หมายถึงเพียงรายการแรก ๆ ในรายชื่อ to bilingualism ในที่นี้เชื่อมผลดีดังกล่าวเข้ากับความสามารถในการใช้สองภาษา ทั้งวลีจึงหมายถึงข้อดีด้านการคิดที่สำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้สองภาษา โดย cognitive ไม่ได้หมายถึงแค่การรู้ข้อเท็จจริงมากขึ้น
แบบฝึกหัด
major cognitive benefits to bilingualism ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร
- ข้อดีที่สำคัญต่อกระบวนการทางความคิดซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้สองภาษา
- ปัญหาหลักที่เกิดจากการแปลทุกคำ
- หลักฐานอย่างเป็นทางการว่าบุคคลหนึ่งรู้สองภาษา
ดูคำตอบ
ข้อดีที่สำคัญต่อกระบวนการทางความคิดซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้สองภาษา
may seem intuitive now, but it would have surprised: มุมมองปัจจุบันกับปฏิกิริยาในอดีตที่สมมติขึ้น
ประโยคนี้เปรียบเทียบการตัดสินจากมุมมองปัจจุบันกับปฏิกิริยาในอดีตที่สมมติขึ้น may seem intuitive now หมายถึงคนในปัจจุบันอาจรู้สึกว่าแนวคิดนี้เป็นธรรมชาติหรือยอมรับได้ง่าย ส่วน but บอกถึงการเปลี่ยนมุมมอง would have surprised มีโครงสร้าง would have + กริยาช่องที่สาม ใช้จินตนาการว่าแนวคิดนี้จะส่งผลอย่างไรต่อผู้เชี่ยวชาญในยุคก่อน หากพวกเขาได้พบแนวคิดนี้ ประโยคไม่ได้บอกโดยตรงว่าผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นได้ยินแนวคิดนี้จริงและรู้สึกประหลาดใจ
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบต่างด้านเวลาโดยใช้ would have และกริยาช่องที่สามของ surprise: The device may seem ordinary now, but it ____ engineers a century ago.
ดูคำตอบ
would have surprised
Before the 1960s, bilingualism was considered a handicap that slowed a child's development การใช้คำ
3:40ก่อนทศวรรษ 1960 การพูดสองภาษาถือเป็นความเสียเปรียบที่ทำให้พัฒนาการของเด็กล่าช้า
bilingualism was considered a handicap: การใช้สองภาษาเคยถูกมองว่าเป็นข้อเสีย
ในประโยคนี้ bilingualism was considered a handicap หมายถึง ก่อนทศวรรษ 1960 ผู้คนมองว่าการรู้สองภาษาเป็นข้อเสียที่อาจขัดขวางพัฒนาการของเด็ก was considered เป็นโครงสร้างถูกกระทำที่ใช้รายงานความเชื่อในสมัยนั้นโดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้เชื่อ วลี Before the 1960s จำกัดมุมมองนี้ไว้ในอดีต จึงไม่ใช่ข้อสรุปของวิดีโอเอง ในที่นี้ handicap หมายถึงข้อเสียหรืออุปสรรคที่คนในอดีตเชื่อว่ามี ไม่ได้หมายถึงตัวบุคคล
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับประโยคนี้มากที่สุด
- ประโยคนี้รายงานความเชื่อเก่าว่าการใช้สองภาษาเป็นข้อเสีย
- ประโยคนี้บอกว่าวิดีโอเห็นด้วยว่าการใช้สองภาษาทำร้ายเด็กทุกคน
- ประโยคนี้บอกว่าเด็กก่อนทศวรรษ 1960 ไม่สามารถเรียนสองภาษาได้
ดูคำตอบ
ประโยคนี้รายงานความเชื่อเก่าว่าการใช้สองภาษาเป็นข้อเสีย
by forcing them to spend too much energy distinguishing between languages, ไวยากรณ์
3:46โดยบังคับให้พวกเขาใช้พลังงานมากเกินไปในการแยกแยะระหว่างภาษา
by forcing ... to spend ... distinguishing between ...: อธิบายกลไกที่ทำให้เกิดผลลัพธ์
by + V-ing ใช้บอกว่าผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้าเกิดขึ้นด้วยวิธีหรือกลไกใด ในที่นี้ by forcing... อธิบายว่าสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นข้อเสียดังกล่าวเชื่อกันว่าทำให้พัฒนาการของเด็กช้าลงได้อย่างไร โดย by หมายถึง “ผ่านการกระทำของ...” ไม่ใช่ “อยู่ข้าง ๆ” วลีนี้เชื่อมสามโครงสร้างเข้าด้วยกัน ได้แก่ force someone to do something, spend energy doing something และ distinguish between things ดังนั้น forcing them to spend ... distinguishing จึงหมายถึงการบังคับให้เด็กใช้พลังงานเพื่อแยกภาษาออกจากกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ force: The broken scanner slowed the team down by ____ them to enter every code by hand.
ดูคำตอบ
forcing
a view based largely on flawed studies. ลำดับความ
3:50ซึ่งเป็นมุมมองที่อิงจากการศึกษาที่มีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่
มุมมองที่อิงงานวิจัยที่มีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่
ในที่นี้ view หมายถึงความคิดเห็นหรือแนวคิด ไม่ใช่ทิวทัศน์ที่มองเห็นได้ วลีนี้ใช้เรียกจุดยืนที่กล่าวถึงก่อนหน้าอีกครั้ง และประเมินหลักฐานที่รองรับจุดยืนนั้น based largely on flawed studies เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อที่ขยายความ view หมายถึง “มีงานวิจัยที่มีข้อบกพร่องร้ายแรงเป็นหลักฐานสำคัญ” การใช้ถ้อยคำนี้ทำให้ความน่าเชื่อถือของจุดยืนดังกล่าวเป็นที่สงสัย แต่ไม่ได้บอกโดยตรงว่าทุกส่วนของจุดยืนนั้นผิด
แบบฝึกหัด
ในวลีนี้ a view หมายถึงอะไร
- วิธีดำเนินการวิจัย
- ความคิดเห็นหรือแนวคิด
- ทิวทัศน์ที่มองเห็นจากหน้าต่าง
ดูคำตอบ
ความคิดเห็นหรือแนวคิด
that reaction times and errors increase for some bilingual students in cross-language tests,
3:55ว่าเวลาตอบสนองและข้อผิดพลาดเพิ่มขึ้นสำหรับนักเรียนสองภาษาบางคนในการทดสอบข้ามภาษา
แม้ว่างานวิจัยที่ใหม่กว่าจะพบจริง: การผ่อนปรนและการเน้น
ในที่นี้ while ใช้เปิดประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงหรือการผ่อนปรน ไม่ได้แสดงความสัมพันธ์ด้านเวลา ผู้พูดยอมรับก่อนว่างานวิจัยพบผลลัพธ์อย่างหนึ่ง แล้วจึงเปิดทางให้มีประเด็นที่แตกต่างหรือช่วยถ่วงดุลในประโยคที่สมบูรณ์ did show เป็นการใช้ do เพื่อเน้นความหมายในอดีต โดย did เป็นตัวแสดงอดีต ส่วน show ยังคงเป็นรูปกริยาพื้นฐาน หมายความว่างานวิจัยแสดงผลลัพธ์นี้จริง และมักใช้เพื่อยอมรับหรือเน้นข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ while ในความหมายยอมรับข้อเท็จจริง และใช้ did แบบเน้นความหมายกับกริยารูปพื้นฐาน show
- While the sample was small, the trial did showed a clear benefit.
- While the sample was small, the trial did show a clear benefit.
- While the sample was small, did the trial show a clear benefit?
ดูคำตอบ
While the sample was small, the trial did show a clear benefit.
triggered more activity in, and potentially strengthened,
4:05ได้กระตุ้นกิจกรรมมากขึ้น และอาจเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ
the dorsolateral prefrontal cortex. การใช้คำ
4:08สมองส่วนหน้าเปลือกนอก (Dorsolateral prefrontal cortex)
the effort and attention needed to switch between languages: คำขยายหลังคำนาม
needed to switch between languages เป็นวลีที่ใช้กริยาช่องที่สามวางไว้หลัง effort and attention เพื่อขยายคำนาม วลีนี้บอกว่าความพยายามและความใส่ใจแบบใด นั่นคือสิ่งที่จำเป็นต่อการสลับไปมาระหว่างภาษา ในประโยคนี้ the effort and attention needed to switch between languages ทั้งวลีเป็นประธานของ triggered ไม่ใช่ needed ที่เป็นกริยาหลัก รูปเต็มคือ that are needed to... แต่ภาษาอังกฤษมักย่อรูปไว้หลังคำนามในคำอธิบายและงานเขียนเชิงวิชาการ
แบบฝึกหัด
ในประโยค The tools needed to build the kite are in the box กริยาหลักของประโยคคือคำใด
- are in
- needed
- build
ดูคำตอบ
are in
the dorsolateral prefrontal cortex: บริเวณเฉพาะของสมอง
the dorsolateral prefrontal cortex เป็นชื่อของบริเวณเฉพาะในสมอง ในประโยคนี้หมายถึงบริเวณที่เกิดกิจกรรมมากขึ้น และเป็นบริเวณที่อาจได้รับการเสริมความแข็งแรง คำนี้เป็นศัพท์กายวิภาคศาสตร์ ไม่ใช่การนำคำบอกทิศทางทั่วไปมาเรียงกัน พื้นฐานที่จำเป็นในที่นี้มีเพียงว่า prefrontal cortex อยู่บริเวณด้านหน้าของสมอง และ dorsolateral ระบุส่วนหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงของบริเวณนั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the dorsolateral prefrontal cortex หมายถึงอะไร
- A type of attention exercise
- A language-learning strategy
- A specific brain region
ดูคำตอบ
A specific brain region
This is the part of the brain that plays a large role in executive function, การใช้คำ
4:11นี่คือส่วนของสมองที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการ (Executive function)
executive function: ทักษะควบคุมกระบวนการคิด
Executive function เป็นคำศัพท์ทางจิตวิทยาและประสาทวิทยา หมายถึงชุดทักษะในการควบคุมกระบวนการคิด ทักษะเหล่านี้ช่วยให้คนเราวางแผน จดจำเป้าหมายไว้ จดจ่อ ต้านสิ่งรบกวนหรือแรงกระตุ้น และสลับไปมาระหว่างงานต่าง ๆ ในที่นี้ executive กล่าวถึงการที่สมองจัดการและควบคุมความคิดกับการกระทำ ไม่ได้หมายถึงผู้บริหารบริษัท
แบบฝึกหัด
ความสามารถใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ executive function?
- สังเกตว่าแอปเปิลมีสีแดง
- วางแผนหลายขั้นตอนและสลับงานเมื่อจำเป็น
- จำชื่อผู้บริหารบริษัทคนหนึ่งได้
ดูคำตอบ
วางแผนหลายขั้นตอนและสลับงานเมื่อจำเป็น
switching between tasks: การสลับระหว่างงาน
Switching between tasks หมายถึงการย้ายความสนใจและงานที่กำลังทำจากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่ง ซึ่งมักเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง Between แสดงให้งานเหล่านั้นเป็นตัวเลือกที่เราสลับไปมา โดยอาจหมายถึงงานสองอย่างหรือกลุ่มงานที่มีมากกว่านั้นก็ได้ รูป -ing คือ switching ใช้เรียกกิจกรรมหรือความสามารถนี้ รูปแบบที่พบบ่อยคือ switch between A and B เช่น switch between reading and writing
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสามคำจากบทเรียนนี้ตามเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Constantly ____ can make it harder to focus.
ดูคำตอบ
switching between tasks
and focusing while filtering out irrelevant information. กริยาวลี
4:19และการจดจ่อในขณะที่กรองข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป
filtering out: คัดข้อมูลที่ไม่ต้องการออก
ในที่นี้ filtering out หมายถึงการไม่ปล่อยให้ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องดึงความสนใจของคุณไป คำนี้เป็นรูป -ing ของกริยาวลี filter out และประโยคแสดงว่าการกระทำนี้เกิดขึ้นพร้อมกับ focusing คำว่า out จำเป็นต่อความหมายนี้ โครงสร้าง filter out + กรรม หมายถึงการแยกและนำส่วนที่ไม่ต้องการออกจากกระแส กลุ่ม หรือชุดที่ใหญ่กว่า
แบบฝึกหัด
เติมคำอนุภาคในกริยาวลีที่หมายถึง “นำข้อมูลที่ไม่ต้องการออก”: The app helps filter ____ spam messages.
ดูคำตอบ
out
it does make your brain more healthy, complex and actively engaged. วลี
4:26แต่มันทำให้สมองของคุณแข็งแรง ซับซ้อน และตื่นตัวมากขึ้นอย่างแน่นอน
while ... may not necessarily ..., it does make ...: จำกัดข้อกล่าวอ้างหนึ่งแล้วเน้นอีกข้อกล่าวอ้างหนึ่ง
while ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while จำกัดข้อกล่าวอ้างแรก โดย may not necessarily make you smarter บอกว่าผลลัพธ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน จากนั้นประโยคหลักจึงระบุข้อสรุปที่ผู้พูดสนับสนุนจริง ๆ ใน it does make... คำว่า does เป็นกริยาช่วยเพื่อเน้นในประโยคบอกเล่า ไม่ใช่เครื่องหมายของคำถาม คำนี้เพิ่มน้ำหนักให้ make และกริยาที่ตามมาต้องคงรูปพื้นฐานไว้ คือ does make ไม่ใช่ does makes โครงสร้างทั้งหมดหลีกเลี่ยงการกล่าวเกินจริงก่อน แล้วจึงยืนยันข้อกล่าวอ้างที่แคบกว่าอย่างหนักแน่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดจำกัดข้อกล่าวอ้างแรกอย่างถูกต้อง แล้วจึงยืนยันข้อกล่าวอ้างที่สองอย่างหนักแน่น?
- While the plan may not necessarily saves time, it does reduce confusion.
- While the plan may not necessarily save time, it does reduce confusion.
- While the plan may not necessarily save time, it does reduces confusion.
ดูคำตอบ
While the plan may not necessarily save time, it does reduce confusion.
actively engaged: ใช้ความคิดอย่างกระตือรือร้นและมีสมาธิ
actively engaged หมายถึงการใช้ความคิดอย่างกระตือรือร้นและมีสมาธิต่อเนื่อง ในที่นี้ใช้บรรยายว่าสมองกำลังประมวลผลข้อมูล ไม่ได้อยู่ในสภาพเฉื่อยหรือรับอย่างเดียว engaged นอกจากหมายถึง “หมั้นแล้ว” ยังหมายถึงมีส่วนร่วมหรือจดจ่อได้ ในบริบทการเรียน actively เน้นว่าการมีส่วนร่วมนั้นจริงจังและต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The puzzle kept Maya actively engaged.” actively engaged หมายถึงอะไร
- มีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นและมีสมาธิ
- อยู่ในที่นั้นแต่ไม่ได้สนใจ
- กำลังเตรียมจะแต่งงาน
ดูคำตอบ
มีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นและมีสมาธิ
And even if you didn't have the good fortune of learning a second language as a child, ไวยากรณ์
4:31และแม้ว่าคุณจะไม่มีโชคดีที่ได้เรียนภาษาที่สองตั้งแต่เด็ก
even if: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
even if บอกว่าเงื่อนไขหนึ่งอาจเป็นจริงหรืออาจเกิดขึ้น แต่เงื่อนไขนั้นไม่เปลี่ยนผลลัพธ์ การตัดสินใจ หรือคำแนะนำ นี่เรียกว่าเงื่อนไขเชิงยอมรับ ซึ่งต่างจาก if ทั่วไปตรงที่เพิ่มความหมายว่า “อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็ยังคงจริงอยู่” ในที่นี้ การไม่ได้เรียนภาษาที่สองตอนเป็นเด็กคือข้อเสียที่อาจมี อนุประโยคนี้เตรียมไปสู่ข้อสรุปถัดไปที่ยังคงเป็นจริงแม้จะมีข้อเสียนั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมที่แสดงว่าแผนจะไม่เปลี่ยน: ____ it rains, the science fair will continue indoors.
ดูคำตอบ
Even if
It's never too late to ... และ do yourself a favor
It's never too late to ... หมายความว่า การเริ่มตอนนี้ยังคุ้มค่า แม้จะรอมานานหรือพลาดโอกาสก่อนหน้านี้ไปแล้ว เป็นการชวนให้ลงมือทำแทนที่จะมัวเสียดาย Do yourself a favor ไม่ได้หมายถึงการมอบความช่วยเหลือให้ตัวเองตามตัวอักษร แต่หมายถึง “ทำสิ่งที่จะช่วยหรือเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง” เมื่อนำสองสำนวนนี้มาใช้ร่วมกัน จะเป็นการผลักดันผู้ฟังอย่างเป็นมิตรให้เริ่มทำสิ่งที่ดีต่อตัวเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสองสำนวนจากบทเรียนให้ตรงตามรูปเดิม: ____ learn a new skill, so ____ and begin today.
ดูคำตอบ
It's never too late to · do yourself a favor
ก้าวกระโดดทางภาษาจาก hello ไปสู่ hola
Make the linguistic leap เปรียบการเรียนรู้ที่จะใช้ภาษาอื่นเป็นการก้าวครั้งสำคัญอย่างกล้าหาญ ไม่ใช่การกระโดดจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ make the leap from A to B ซึ่งหมายถึงการข้ามช่องว่างที่มีนัยสำคัญจากขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้นหนึ่ง ในที่นี้ hello, hola, bonjour และ ni hao เป็นคำทักทายจากภาษาต่าง ๆ การเรียงคำเหล่านี้ทำให้แนวคิดนามธรรมเรื่องการเรียนภาษากลายเป็นคำชวนที่เห็นภาพ สดใส และกระตุ้นให้ก้าวต่อไป
แบบฝึกหัด
make the linguistic leap ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ก้าวจากจุดเริ่มต้นที่คุ้นเคยไปสู่การใช้ภาษาอื่น
- กระโดดจริง ๆ ขณะพูดคำทักทาย
- เรียนเฉพาะคำภาษาอังกฤษว่า hello
ดูคำตอบ
ก้าวจากจุดเริ่มต้นที่คุ้นเคยไปสู่การใช้ภาษาอื่น
a little exercise can go a long way. สำนวน
4:45การออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยสามารถให้ผลลัพธ์ที่ยาวไกล
when it comes to our brains: เมื่อพูดถึงสมองของเรา
when it comes to + คำนามหรือรูป -ing ใช้เพื่อเปิดประเด็นหรือจำกัดขอบเขตของเรื่องที่กำลังพูดถึง ในประโยคนี้วลีดังกล่าวเปลี่ยนจุดสนใจไปที่ our brains จึงหมายความว่าข้อความต่อไปนี้พูดถึงสมอง ไม่ใช่การออกกำลังกายโดยทั่วไป ให้เข้าใจวลีนี้ทั้งชุดว่า “เมื่อพูดถึง...” หรือ “ในด้าน...” ไม่ได้หมายความว่ามีบางสิ่งเดินทางมาถึงสมองจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนคงรูปให้สมบูรณ์: When it ____ to teamwork, listening is important.
ดูคำตอบ
comes
a little exercise can go a long way: การออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยก็ให้ผลได้มาก
ในประโยคนี้ go a long way เป็นสำนวนที่หมายถึง “มีประโยชน์มาก” หรือ “ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีมาก” ไม่ได้หมายถึงการเดินหรือระยะทาง a little exercise สื่อถึงความพยายามเพียงเล็กน้อย ส่วน can go a long way สื่อว่าผลลัพธ์อาจมากกว่าที่คาดจากความพยายามนั้นมาก รูปแบบ a little + คำนาม + can go a long way สามารถนำไปใช้ซ้ำเพื่อส่งเสริมให้ทำสิ่งเล็ก ๆ โดยเน้นว่าการกระทำนั้นอาจให้ประโยชน์มาก
แบบฝึกหัด
“A little kindness can go a long way” หมายความว่าอย่างไร
- ความเมตตาเพียงเล็กน้อยก็สร้างผลดีอย่างมากได้
- ความเมตตาเพียงเล็กน้อยสามารถเดินทางไปได้ไกลจริง ๆ
- ความเมตตามีประโยชน์เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น
ดูคำตอบ
ความเมตตาเพียงเล็กน้อยก็สร้างผลดีอย่างมากได้