Breaking Bad - ฉาก "Say My Name" (ปี 5 ตอนที่ 7) | Rotten Tomatoes TV: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Rotten Tomatoes TV

ความยากในการเรียน
271 คำ 181 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ในการเจรจาธุรกิจยาเสพติดที่ตึงเครียด ผู้ผลิตเมทแอมเฟตามีนยืนยันว่าความบริสุทธิ์ของสินค้าและฝีมือของเขาจะสร้างกำไรได้มากกว่า เขาเสนอความร่วมมือด้านการจัดจำหน่าย ก่อนจะบังคับให้ผู้ค้ายาอีกฝ่ายยอมรับตัวตนและอำนาจของเขา ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. to make it look like — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การบอกจุดประสงค์ด้วยโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อต้องการกล่าวว่ามีคนดัดแปลงสิ่งหนึ่งให้ดูเหมือนอีกสิ่งหนึ่ง คุณจึงอธิบายการเปลี่ยนรูปลักษณ์โดยตั้งใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยอย่างการเติม to หน้า look 2. cut us in? — กริยาวลี: เข้าใจว่านี่คือการถามว่าเหตุใดใครบางคนจึงยอมให้อีกฝ่ายเข้าร่วมข้อตกลง แผนงาน หรือกิจการ พร้อมได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์ คุณสามารถใช้เมื่อพูดถึงการมีส่วนร่วมและการแบ่งกำไร โดยไม่ตีความ cut ตามความหมายตรงตัว 3. Say my name. — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่าคำสั่งสั้น ๆ นี้ไม่ได้ต้องการเพียงข้อมูลชื่อ แต่กดดันให้ผู้ฟังยอมรับชื่อเสียงและอำนาจของผู้พูด จึงช่วยให้สังเกตได้ว่าคำสั่งธรรมดาสามารถทำหน้าที่แสดงการครอบงำในการเผชิญหน้าได้อย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

My partner tells me that your crew switched to a P2P cook because of our success. วลี

0:04

คู่หูฉันบอกว่าคนของแกเปลี่ยนมาใช้วิธีปรุงแบบ P2P เพราะความสำเร็จของเรา

วลี

switched to a P2P cook: เปลี่ยนไปใช้ตัวเลือกใหม่

ใน switched to a P2P cook คำว่า switch to หมายถึงเลิกใช้ตัวเลือกหนึ่งแล้วเริ่มใช้อีกตัวเลือกหนึ่ง โดย to นำหน้าบุคคล วิธี ระบบ หรือผู้ให้บริการรายใหม่ ส่วนตัวเลือกเดิมจะระบุด้วย from หรือไม่กล่าวถึงก็ได้ ในที่นี้ cook เป็นคำสแลงในโลกอาชญากรรม หมายถึงผู้ผลิตเมทแอมเฟตามีน ไม่ใช่พ่อครัวในร้านอาหาร ส่วน P2P เป็นชื่อวิธีการผลิต วลีนี้จึงหมายความว่ากลุ่มดังกล่าวเริ่มพึ่งพาผู้ผลิตที่ใช้วิธีนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทหนึ่งคำในโครงสร้าง switch to + ตัวเลือกใหม่: After the trial, the office switched ____ a cloud-based system.

ดูคำตอบ

to

You dye your meth with food coloring to make it look like mine. ไวยากรณ์

0:09

แกย้อมสียาไอซ์ด้วยสีผสมอาหารเพื่อให้มันดูเหมือนของฉัน

ไวยากรณ์

to make it look like: บอกจุดประสงค์และทำให้เกิดรูปลักษณ์บางอย่าง

To make it look like mine บอกจุดประสงค์ของการย้อมสี นั่นคือเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้คล้ายกับสินค้าของผู้พูด โดย to ตัวแรกใช้บอกจุดประสงค์นี้ ภายในโครงสร้างบอกเหตุ ใช้ make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน ได้แก่ make + it + look ไม่ใช่ make it to look ส่วน like นำหน้าสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ และ mine หมายถึง my meth หรือ my product โดยไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างบอกจุดประสงค์ to make + กรรม + look ที่ไม่มี to ได้ถูกต้อง?

  1. We added soft lighting to make the set look like a cozy home.
  2. We added soft lighting to make the set to look like a cozy home.
  3. We added soft lighting for make the set look like a cozy home.
ดูคำตอบ

We added soft lighting to make the set look like a cozy home.

You already ape my product at every turn. โน้ต

0:13

แกเลียนแบบสินค้าฉันทุกฝีก้าวอยู่แล้ว

การใช้คำ

ape my product: คำกริยาเชิงดูหมิ่นที่หมายถึงการเลียนแบบ

ในที่นี้ ape เป็นคำกริยา หมายถึง “เลียนแบบหรือลอกเลียน” กรรมของคำกริยาคือ my product จึงเป็นการกล่าวหาว่าอีกฝ่ายนำลักษณะของผลิตภัณฑ์ของผู้พูดไปทำซ้ำ ape ในที่นี้ไม่ใช่คำกลาง ๆ คำนี้ทำให้การเลียนแบบดูไร้ความคิดริเริ่ม ทำตามอย่างไม่คิด หรือไร้ยางอาย ผู้พูดจึงกำลังดูแคลนผู้เลียนแบบด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ ape เพื่อวิจารณ์การเลียนแบบที่ขาดความคิดริเริ่ม

  1. The brand recycled its rival's empty packaging after the event.
  2. The brand displayed its rival's packaging at the trade show.
  3. The brand aped its rival's packaging to make its own box look similar.
ดูคำตอบ

The brand aped its rival's packaging to make its own box look similar.

สำนวน

at every turn: ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดสถานการณ์

At every turn เป็นสำนวนที่หมายถึง “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” หรือ “ในทุกขั้นตอนหรือทุกโอกาสของสถานการณ์” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเลี้ยวบนถนนจริง ๆ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้คำกล่าวหารุนแรงขึ้น โดยนำเสนอว่าการเลียนแบบผลิตภัณฑ์เป็นพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่การกระทำเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดกระบวนการ”: The organizers faced new objections ____.

ดูคำตอบ

at every turn

But now you have the opportunity to sell it yourself.

0:17

แต่ตอนนี้แกมีโอกาสที่จะขายมันด้วยตัวเอง

I need you to listen to me. น้ำเสียง/เจตนา

0:22

ฉันอยากให้แกฟังฉัน

น้ำเสียง/เจตนา

I need you to listen to me ในฐานะคำเรียกร้องที่หนักแน่น

ในประโยคนี้ I need you to listen to me ไม่ได้เป็นเพียงการบอกความต้องการส่วนตัวของผู้พูด แต่ทำหน้าที่เป็นคำเรียกร้องที่หนักแน่นให้อีกฝ่ายหยุดขัดจังหวะและยกช่วงการพูดให้ผู้พูด โครงสร้าง I need you to + คำกริยา นำเสนอคำสั่งในรูปของสิ่งที่ผู้พูดมองว่าจำเป็น แม้จะฟังไม่ห้วนเท่าคำสั่งตรง ๆ ว่า Listen to me แต่ก็ยังกดดันผู้ฟังและแสดงการควบคุมบทสนทนา

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาที่ตึงเครียด I need you to listen to me น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด?

  1. เป็นคำถามว่าอีกฝ่ายได้ยินหรือไม่
  2. เป็นการบอกความต้องการส่วนตัวของผู้พูดอย่างเป็นกลาง
  3. เป็นคำเรียกร้องที่หนักแน่นให้อีกฝ่ายหยุดและตั้งใจฟัง
ดูคำตอบ

เป็นคำเรียกร้องที่หนักแน่นให้อีกฝ่ายหยุดและตั้งใจฟัง

We're not going to give up this deal to be your errand boys. โน้ต

0:23

เราจะไม่ยอมทิ้งข้อตกลงนี้เพื่อไปเป็นเบ๊เดินยาให้แกหรอกนะ

กริยาวลี

give up this deal: ละทิ้งข้อตกลง

ใน give up this deal คำว่า give up หมายถึง “ละทิ้ง” หรือ “หยุดพยายามรักษาไว้” และ this deal เป็นกรรมของกริยาวลีนี้ ไม่ได้หมายถึงการยื่นข้อตกลงที่เป็นสิ่งของให้ใคร วลี infinitive ที่ตามมาอย่าง to be your errand boys บอกจุดประสงค์หรือผลลัพธ์ที่พวกเขาไม่ยอมรับ กล่าวคือ พวกเขาจะไม่สละข้อตกลงเพื่อรับบทบาทที่ต่ำกว่าเช่นนั้น ในที่นี้ to ไม่ได้นำหน้าผู้รับของ give

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ละทิ้ง”: After months of negotiation, they decided to ____ the deal.

ดูคำตอบ

give up

น้ำเสียง/เจตนา

be your errand boys: ปฏิเสธบทบาทที่ลดคุณค่า

errand boy คือคนที่ถูกใช้ให้ไปทำธุระหรือทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผู้อื่น เมื่อผู้ใหญ่เรียกตนเองว่าเป็น errand boys ของใคร สำนวนนี้สื่อถึงสถานะที่ต่ำ ขาดอิสระ และต้องคอยทำตามคำสั่ง โดย boys ในที่นี้เน้นบทบาทที่ถูกดูแคลน ไม่ได้หมายถึงอายุ ในประโยคนี้ be your errand boys บอกถึงผลลัพธ์ที่ผู้พูดยอมรับไม่ได้หากต้องทิ้งข้อตกลง ผู้พูดปฏิเสธการถูกลดสถานะจากฝ่ายที่เป็นอิสระให้กลายเป็นลูกน้องที่คอยทำงานจุกจิกให้ผู้อื่น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ be your errand boys สื่อความหมายใด?

  1. ยอมรับบทบาทผู้ช่วยแบบเป็นกลาง
  2. อธิบายว่าผู้พูดอายุน้อยเกินกว่าจะเข้าร่วมข้อตกลง
  3. ปฏิเสธการถูกปฏิบัติเป็นคนสถานะต่ำที่ต้องคอยทำตามคำสั่ง
ดูคำตอบ

ปฏิเสธการถูกปฏิบัติเป็นคนสถานะต่ำที่ต้องคอยทำตามคำสั่ง

Do you understand me? น้ำเสียง/เจตนา

0:26

แกเข้าใจฉันไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Do you understand me?: คำถามเชิงบังคับที่สร้างแรงกดดัน

Do you understand me? สามารถใช้ถามจริง ๆ ได้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจหรือไม่ แต่เมื่อพูดหลังคำสั่ง คำเตือน หรือการปฏิเสธอย่างหนักแน่น ประโยคนี้มักไม่ได้ใช้เพื่อขอข้อมูลเท่านั้น แต่เป็นการเรียกร้องให้อีกฝ่ายยืนยันว่ารับรู้แล้ว ในที่นี้ผู้พูดใช้ประโยคดังกล่าวเพื่อกดดันผู้ฟังว่าให้ยอมรับว่าจุดยืนของฉันเป็นที่สิ้นสุดแล้วและอย่าโต้แย้ง ความหนักแน่นนี้มาจากสถานการณ์ขัดแย้งและวิธีพูด ไม่ได้มาจากถ้อยคำเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: หลังคำสั่งที่เข้มงวด Do you understand me? มักเป็นเพียงการเชิญให้อีกฝ่ายถามคำถามอย่างอ่อนโยน

  1. ไม่จริง
  2. จริง
ดูคำตอบ

ไม่จริง

For what?

0:29

เพื่ออะไร?

To watch a bunch of junkies get a better high? การใช้คำ

0:31

เพื่อดูพวกขี้ยาเมายาได้ที่กว่าเดิมงั้นเหรอ?

การใช้คำ

a bunch of junkies: คำเรียกแบบไม่เป็นทางการที่ตีตรา

ในประโยคนี้ a bunch of หมายถึงคนกลุ่มหนึ่งในภาษาพูด ส่วน junkies เป็นคำเรียกเชิงดูหมิ่นอย่างรุนแรงสำหรับผู้ที่ถูกมองว่าติดยาเสพติด เมื่อรวมกัน a bunch of junkies ไม่ได้แค่ระบุกลุ่มคน แต่ยังแสดงความเหยียดหยามของผู้พูดและลดทอนคนเหล่านั้นให้เหลือเพียงป้ายตีตรา เมื่อเห็น a bunch of ตามด้วยคำนามเชิงลบที่ใช้เรียกคน ให้สังเกตท่าทีของผู้พูดควบคู่กับจำนวนคน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ a bunch of junkies ในประโยคนี้มากที่สุด?

  1. เป็นคำชมอย่างเป็นทางการสำหรับลูกค้าประจำ
  2. เป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่เป็นกลางสำหรับกลุ่มผู้ป่วย
  3. เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการที่ตีตราและแสดงความเหยียดหยาม
ดูคำตอบ

เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการที่ตีตราและแสดงความเหยียดหยาม

A better high means customers pay more. ลำดับความ

0:33

เมาได้ที่กว่าหมายความว่าลูกค้ายอมจ่ายแพงกว่า

ลำดับความ

A better high means customers pay more: X means Y ที่ใช้บอกผลลัพธ์

ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง X means Y เพื่อเรียบเรียงเหตุผลสั้น ๆ โดย X เป็นข้อเท็จจริง เงื่อนไข หรือการเปลี่ยนแปลง และ Y เป็นผลที่ตามมา ในที่นี้ a better high ถูกเสนอเป็นเหตุผลที่ทำให้ลูกค้าจ่ายมากขึ้น ในโครงสร้างนี้ mean ไม่ได้ใช้นิยามคำศัพท์ แต่เชื่อมหลักฐานหรือเหตุผลเข้ากับผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ คล้ายกับ leads to หรือ has the consequence that โครงสร้างที่กระชับนี้มีประโยชน์เมื่อต้องอธิบายว่าเหตุใดการเปลี่ยนแปลงจึงสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ mean เพื่อแสดงผลลัพธ์: A smaller class ____ everyone gets more feedback.

ดูคำตอบ

means

A higher purity means a greater yield. การใช้คำ

0:38

ความบริสุทธิ์สูงกว่าหมายความว่าผลตอบแทนมากกว่า

การใช้คำ

higher purity ... a greater yield ในการผลิตทางเคมี

purity บอกว่าวัสดุนั้นมีสารที่ต้องการอยู่มากเพียงใดเมื่อเทียบกับสิ่งเจือปน หรือหมายถึง “ความบริสุทธิ์” ในบริบททางเคมีและการผลิต yield คือปริมาณหรือสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ซึ่งได้จากกระบวนการหนึ่ง ใน a greater yield คำนำหน้านาม a และคำคุณศัพท์ขั้นกว่า greater แสดงว่า yield เป็นคำนาม ไม่ได้หมายถึง “ยอมถอย” ประโยคนี้เชื่อมโยงผลลัพธ์ที่วัดได้สองอย่างเข้าด้วยกัน คือเมื่อความบริสุทธิ์สูงขึ้น ผู้พูดคาดว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้มากขึ้น และจึงมีโอกาสได้กำไรมากขึ้นด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a greater yield หมายถึงอะไร? A higher purity means a greater yield.

  1. ปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้มากขึ้น
  2. ระดับความบริสุทธิ์ที่ต่ำลง
  3. ความเต็มใจที่จะยอมถอยมากขึ้น
ดูคำตอบ

ปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้มากขึ้น

That's $130 million of profit that isn't being pissed away by some substandard cook. สำนวน

0:42

นั่นคือกำไร 130 ล้านดอลลาร์ที่ไม่ต้องเสียไปเปล่าๆ กับคนปรุงยาห่วยๆ

สำนวน

pissed away: cách nói thô tục để chỉ “bị lãng phí”

piss away เป็นกริยาวลีที่หยาบคายและไม่เป็นทางการ หมายถึงใช้เงิน เวลา โอกาส หรือทรัพยากรมีค่าอื่น ๆ อย่างสูญเปล่าและไม่ระมัดระวัง ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว ใน isn't being pissed away โครงสร้างถูกกระทำแบบกำลังดำเนินอยู่แสดงให้เห็นว่ากำไรคือเงินที่ไม่ได้กำลังสูญเสียไปเพราะการทำงานที่ไร้ความสามารถ เมื่อเทียบกับ waste แล้ว วลีนี้ยังเพิ่มอารมณ์โกรธและดูถูกอย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

pissed away สื่อความหมายอะไรในที่นี้? That's $130 million of profit that isn't being pissed away by some substandard cook.

  1. กำไรถูกทำให้สูญเปล่าอย่างไม่ระมัดระวัง โดยพูดอย่างหยาบคาย
  2. กำไรถูกขับออกจากร่างกายในรูปของเสียตามความหมายตรงตัว
  3. กำไรได้รับการปกป้องอย่างระมัดระวัง โดยพูดอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

กำไรถูกทำให้สูญเปล่าอย่างไม่ระมัดระวัง โดยพูดอย่างหยาบคาย

Now you listen to me. น้ำเสียง/เจตนา

0:49

ทีนี้ฟังฉันนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Now you listen to me: now ต้นประโยคเพื่อยึดจังหวะการพูดและเพิ่มความหนักแน่นของคำสั่ง

ในประโยคนี้ now ไม่ได้เป็นเพียงคำบอกเวลา เมื่อวางไว้ต้นประโยค คำนี้จะบอกว่าบทสนทนากำลังเปลี่ยนช่วง ผู้พูดเป็นฝ่ายยึดจังหวะการพูดและยืนกรานให้อีกฝ่ายหยุดโต้เถียงแล้วฟังตนเอง การระบุประธาน you อย่างชัดเจนทำให้คำสั่งพุ่งตรงไปที่อีกฝ่ายมากขึ้น โครงสร้าง Now you + คำกริยา สามารถสื่อว่า “ตอนนี้ถึงตาคุณทำสิ่งนี้” และมักแสดงอำนาจหรือความไม่พอใจมากกว่าคำขอที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ในการโต้เถียง ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลักเมื่อพูดว่า 'Now you listen to me.'?

  1. เพียงบอกว่าการฟังกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้
  2. ถามอย่างสุภาพว่าอีกฝ่ายมีเวลาฟังหรือไม่
  3. ยึดจังหวะการพูดและเรียกร้องให้อีกฝ่ายสนใจอย่างหนักแน่น
ดูคำตอบ

ยึดจังหวะการพูดและเรียกร้องให้อีกฝ่ายสนใจอย่างหนักแน่น

You've got the greatest meth cook in America.

0:53

แกมีคนปรุงยาไอซ์ที่เก่งที่สุดในอเมริกา

No, the two greatest meth cooks in America right here.

0:55

ไม่สิ คนปรุงยาไอซ์ที่เก่งที่สุดในอเมริกาถึงสองคนอยู่ที่นี่

And with our skills,

0:59

และด้วยทักษะของเรา

you'll earn more from that 35% than you ever would on your own. ไวยากรณ์

1:01

แกจะได้เงินจาก 35% นั้นมากกว่าที่แกจะหาได้ด้วยตัวคนเดียวเสียอีก

ไวยากรณ์

earn more ... than you ever would: การเปรียบเทียบแบบสมมติที่ละคำกริยา

ในที่นี้ more ... than เปรียบเทียบผลลัพธ์ด้านรายได้สองแบบ คือเงินที่ผู้ฟังจะหาได้เมื่อใช้ทักษะของผู้พูด กับเงินที่ผู้ฟังจะหาได้หากทำงานด้วยตัวเอง ใน than you ever would on your own จะละคำกริยา earn ที่ซ้ำกันไว้และเหลือเพียงกริยาช่วย would คำว่า would ทำให้การทำงานด้วยตัวเองเป็นทางเลือกสมมติ ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นจริง ส่วน ever ช่วยเน้นการเปรียบเทียบโดยมีความหมายคร่าว ๆ ว่า “ในสถานการณ์เช่นนั้นไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบด้วยกริยาช่วยที่แสดงผลลัพธ์ซึ่งคาดไว้ในทางเลือกสมมติ ไม่ใช่ความสามารถหรือการคาดการณ์อนาคตโดยตรง: With our software, you'll finish more work than you ever ____ on your own.

ดูคำตอบ

would

Yeah.

1:06

เออ

So you say. น้ำเสียง/เจตนา

1:07

แกก็พูดได้สิ

น้ำเสียง/เจตนา

So you say. — คำตอบที่แสดงความสงสัย

เมื่อใช้ So you say. เป็นคำตอบสั้น ๆ เพียงลำพัง ผู้พูดยอมรับแค่ว่าอีกฝ่ายได้กล่าวอ้างเช่นนั้น แต่ไม่ได้ยอมรับว่าคำกล่าวนั้นเป็นจริง ความหมายใกล้กับ “นั่นคือสิ่งที่คุณอ้าง แต่ฉันยังไม่เชื่อ” ประโยคนี้ทำให้สิ่งที่อีกฝ่ายพูดเป็นเพียงเรื่องในมุมของเขา ในบริบทนี้จึงสื่อความสงสัย ไม่ใช่การเห็นด้วยอย่างจริงใจ

แบบฝึกหัด

ผู้ขายพูดว่า “There are no extra fees.” แล้วคุณตอบว่า “So you say.” คำตอบของคุณน่าจะแสดงท่าทีใดมากที่สุด

  1. ฉันได้ยินคำกล่าวอ้างของคุณแล้ว แต่ยังไม่เชื่อ
  2. ฉันได้ยินคำพูดไม่ชัดเจน
  3. ฉันเห็นด้วยอย่างเต็มที่และไม่ต้องการหลักฐาน
ดูคำตอบ

ฉันได้ยินคำกล่าวอ้างของคุณแล้ว แต่ยังไม่เชื่อ

Just wondering why we're so lucky. น้ำเสียง/เจตนา

1:09

แค่สงสัยว่าทำไมเราถึงโชคดีขนาดนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

Just wondering why we're so lucky. — การตั้งคำถามอย่างอ้อม ๆ

Just wondering... เป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ใช้ในบทสนทนาแบบไม่เป็นทางการ โดยละประธานและรูปหนึ่งของ be จากรูปเต็ม I'm just wondering... คำว่า just ทำให้คำถามฟังดูไม่ตรงเกินไปและเป็นกันเองขึ้น ในที่นี้ why we're so lucky ไม่ได้เป็นเพียงการดีใจกับโชคดี แต่สื่อว่าข้อเสนอดูดีผิดปกติ จนผู้พูดสงสัยว่าอาจมีเหตุผลหรือเงื่อนไขบางอย่างซ่อนอยู่ ดังนั้นรูปประโยคที่ดูสุภาพจึงแฝงการตั้งคำถามแบบไม่เชื่อใจ

แบบฝึกหัด

บริษัทแห่งหนึ่งยื่นข้อเสนอที่ดูเอื้อเฟื้อผิดปกติ ในสถานการณ์นี้ “Just wondering why we're so lucky.” น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด

  1. ใช้ถ้อยคำที่นุ่มนวลห่อหุ้มคำถามแบบสงสัยเกี่ยวกับเหตุผลของข้อเสนอ
  2. ถามว่าคำว่า lucky ออกเสียงอย่างไร
  3. เพียงฉลองความโชคดีโดยไม่ได้ตั้งคำถามกับข้อเสนอ
ดูคำตอบ

ใช้ถ้อยคำที่นุ่มนวลห่อหุ้มคำถามแบบสงสัยเกี่ยวกับเหตุผลของข้อเสนอ

Why cut us in? กริยาวลี

1:11

ทำไมถึงแบ่งให้เรา?

กริยาวลี

cut us in: ให้เราเข้าร่วมและแบ่งส่วนให้เรา

Cut someone in หมายถึงยอมให้ใครเข้าร่วมข้อตกลง แผน หรือกิจกรรม โดยปกติมักหมายถึงให้อีกฝ่ายได้รับส่วนแบ่งของเงิน ผลประโยชน์ หรือมีส่วนร่วมด้วย ในคำถามนี้ cut us in หมายถึงให้เราเข้าร่วมและให้ส่วนแบ่ง ไม่ได้หมายถึงตัดร่างกายใครจริง ๆ วลีนี้เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามต้องวางไว้ระหว่าง cut กับ in เช่น cut me in และ cut us in หากต้องการระบุข้อตกลงหรือผลประโยชน์ที่ให้เข้าร่วม ใช้ cut someone in on something เช่น cut us in on the profits

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ cut someone in และใช้ me เป็นกรรม: If the sale earns a commission, please ____ on it.

ดูคำตอบ

cut me in

Mike is retiring from our crew,

1:13

ไมค์กำลังจะวางมือจากทีมเรา

so his share of the partnership is available if you can handle his end. วลี

1:16

ดังนั้นส่วนแบ่งหุ้นส่วนของเขาจะว่างลง ถ้าแกรับช่วงต่อส่วนของเขาได้

วลี

can handle his end: รับผิดชอบส่วนงานของเขา

Handle his end หมายถึงสามารถดูแลหรือรับช่วงส่วนของงานหรือข้อตกลงที่เขารับผิดชอบได้ ในที่นี้ end หมายถึงฝั่งที่คนหนึ่งรับผิดชอบในข้อตกลงหรือหุ้นส่วนร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดหรือช่วงเวลาสุดท้าย ในประโยคนี้ การได้ส่วนแบ่งในหุ้นส่วนของเขาขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับช่วงความรับผิดชอบของเขา บริบทระบุว่าฝั่งของเขาคือ distribution หรือการจัดจำหน่าย แต่รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ handle someone's end of an arrangement

แบบฝึกหัด

can handle his end ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. สามารถตัดสินใจได้ว่างานของเขาจะจบเมื่อใด
  2. สามารถรับผิดชอบงานในส่วนของเขาได้
  3. สามารถจับปลายของสิ่งของด้วยมือได้
ดูคำตอบ

สามารถรับผิดชอบงานในส่วนของเขาได้

Distribution.

1:22

การกระจายสินค้า

And if you give him $5 million of the $15 million that you brought today.

1:24

และถ้าแกแบ่งเงิน 5 ล้านจาก 15 ล้านดอลลาร์ที่แกขนมาวันนี้ให้เขา

Just think of it as a finder's fee for bringing us together. วลี

1:28

คิดซะว่าเป็นค่านายหน้าที่ทำให้เราได้มาร่วมมือกัน

วลี

Just think of it as a finder's fee: มองว่าเป็นค่านายหน้า

โครงสร้าง think of X as Y หมายถึงการมองหรือเข้าใจ X ว่าเป็น Y ในประโยคนี้ ผู้พูดตีกรอบเงินก้อนนี้ใหม่ว่าเป็น finder's fee ไม่ได้ขอให้อีกฝ่ายใช้เวลาคิดตามความหมายตรงตัว finder's fee คือค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่ช่วยแนะนำให้คนรู้จักกัน หรือช่วยให้เกิดข้อตกลงหรือโอกาส คำว่า just ตอนต้นทำให้ชื่อเรียกที่เสนอดูเรียบง่ายและสมเหตุสมผล พร้อมทั้งชักจูงให้อีกฝ่ายยอมรับมุมมองนี้อย่างนุ่มนวล

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง think of X as Y ให้สมบูรณ์: Think of the first month ____ a trial period.

ดูคำตอบ

as

We have 40 pounds of product ready to ship. วลี

1:32

เรามีสินค้า 40 ปอนด์พร้อมส่ง

วลี

ready to ship: พร้อมจัดส่ง

ready to ship หมายถึงพร้อมอย่างสมบูรณ์ที่จะส่งให้ลูกค้าหรือส่งไปยังจุดหมาย ใน We have 40 pounds of product ready to ship วลีนี้อยู่หลังคำนามเพื่อขยายสินค้า หมายความว่ามีสินค้าอยู่และสามารถเริ่มจัดส่งได้ ในที่นี้ ship เป็นคำกริยาที่หมายถึงส่งสินค้าโดยวิธีขนส่งทั่วไปแบบใดก็ได้ ไม่ได้หมายถึงการขนส่งทางเรือโดยเฉพาะ ready to ship เจาะจงกว่า ready เพราะบอกชัดว่าสินค้าพร้อมสำหรับขั้นตอนถัดไปใด

แบบฝึกหัด

เติมข้อความอัปเดตจากคลังสินค้าด้วยวลีด้านโลจิสติกส์ที่หมายถึงพร้อมอย่างสมบูรณ์ที่จะส่ง: The boxes are packed and ____.

ดูคำตอบ

ready to ship

Ready to go.

1:36

พร้อมปล่อยของ

Are you ready?

1:39

แกพร้อมหรือยัง?

Who the hell are you? น้ำเสียง/เจตนา

2:00

แกเป็นใครวะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Who the hell are you? คำถามท้าทายตัวตนที่แฝงความเป็นศัตรู

การเติม the hell หลัง who ทำให้คำถามกลาง ๆ เกี่ยวกับตัวตนกลายเป็นการซักถามด้วยความโกรธและท้าทาย ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้ถามชื่ออย่างใจเย็น แต่กำลังกดดันให้อีกฝ่ายอธิบายว่าตัวเองเป็นใครหรือเหตุใดจึงอยู่ที่นั่น ในคำถามแบบ wh- โครงสร้างคือ “คำแสดงคำถาม + the hell + ส่วนที่เหลือของคำถาม” โดย the hell เป็นคำเน้นอารมณ์ที่ค่อนข้างหยาบ ไม่ได้หมายถึง “นรก” ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ใน “Who the hell are you?” คำว่า the hell ทำหน้าที่อะไร?

  1. ทำให้คำถามเป็นทางการและให้เกียรติมากขึ้น
  2. บอกว่าอีกฝ่ายมาจากนรก
  3. ทำให้คำถามกลายเป็นการซักถามที่หยาบและเป็นปฏิปักษ์
ดูคำตอบ

ทำให้คำถามกลายเป็นการซักถามที่หยาบและเป็นปฏิปักษ์

You know.

2:03

แกรู้

You all know exactly who I am.

2:05

พวกแกทุกคนรู้ดีว่าฉันเป็นใคร

Say my name. น้ำเสียง/เจตนา

2:11

พูดชื่อฉันสิ

น้ำเสียง/เจตนา

Say my name: คำสั่งให้ยอมรับตัวตนและอำนาจ

Say my name. เป็นประโยคคำสั่งตรง ๆ โดยประธานที่ละไว้คือ you และผู้พูดสั่งให้ผู้ฟังเอ่ยชื่อของผู้พูดเอง ในบริบทการเผชิญหน้าเช่นนี้ ผู้พูดรู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไรและไม่ได้ถามเพื่อขอข้อมูล เจตนาการสื่อสารที่แท้จริงคือบังคับให้อีกฝ่ายยอมรับตัวตน ชื่อเสียง หรืออำนาจของผู้พูด รูปประโยคที่สั้นและไม่มี please ทำให้คำสั่งฟังดูควบคุมและแข็งกร้าว

แบบฝึกหัด

ในการเผชิญหน้า ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลักเมื่อพูดว่า “Say my name.”?

  1. ถามว่าชื่อของผู้พูดสะกดอย่างไร
  2. ขอให้ผู้ฟังแนะนำตัวเองอย่างสุภาพ
  3. บังคับให้ผู้ฟังยอมรับตัวตนและอำนาจของผู้พูด
ดูคำตอบ

บังคับให้ผู้ฟังยอมรับตัวตนและอำนาจของผู้พูด

Do what?

2:13

ทำอะไรนะ?

I don't...

2:15

ฉันไม่...

I don't have a damn clue who the hell you are. สำนวน

2:15

ฉันไม่รู้อะไรเลยสักนิดว่าแกเป็นใคร

สำนวน

I don't have a damn clue: วิธีพูดอย่างหยาบว่าไม่รู้อะไรเลย

not have a clue เป็นสำนวนที่หมายถึงไม่มีความรู้หรือไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องหนึ่ง ในประโยคนี้ I don't have a clue หมายถึง “ฉันไม่รู้เลยว่าคุณเป็นใคร” ไม่ได้หมายถึงผู้พูดทำเบาะแสจริง ๆ หายไป damn ช่วยเน้นความหมายและเพิ่มอารมณ์หงุดหงิดหรือเป็นปรปักษ์ ดังนั้น I don't have a damn clue จึงแรงและหยาบกว่า I don't know มาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงตัวบทเรียน ซึ่งมีความหมายแรงและหยาบว่า “ไม่รู้อะไรเลย”: I don't ____ why the server keeps crashing.

ดูคำตอบ

have a damn clue

Yeah, you do. ไวยากรณ์

2:17

ไม่ แกรู้

ไวยากรณ์

Yeah, you do.: ใช้ do แทนวลีกริยาที่กล่าวไปแล้ว

ในคำตอบนี้ do ใช้แทนวลีกริยาที่พูดไปก่อนหน้า คือ have a clue ดังนั้น Yeah, you do. จึงหมายถึง “คุณรู้อยู่แล้ว” โดย do เป็นกริยาช่วยที่แทนเนื้อหาก่อนหน้า ไม่ใช่กริยาหลักที่หมายถึง “ทำบางสิ่ง” ข้อความก่อนหน้าเป็นปฏิเสธ แต่คำตอบนี้เป็นบอกเล่า จึงเป็นการโต้แย้งคำพูดของอีกฝ่ายโดยตรงโดยไม่ต้องพูดวลีกริยาทั้งหมดซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบสั้น ๆ ด้วยกริยาช่วยที่ใช้แทน remember his name: A: I don't remember his name. B: Yes, you ____.

ดูคำตอบ

do

I'm the cook.

2:18

ฉันคือคนปรุงยา

I'm the man who killed Gus Fring.

2:22

ฉันคือคนที่ฆ่า กัส ฟริง

Bullshit.

2:25

ตอแหล

Cartel got Fring. การใช้คำ

2:26

พวกแก๊งค้ายาเก็บฟริงต่างหาก

การใช้คำ

Cartel got Fring.: got someone ในบริบทอาชญากรรม

ในประโยคนี้ got เป็นการใช้ get แบบไม่เป็นทางการและต้องอาศัยบริบท โดยหมายถึงจับตัว เอาชนะ หรือฆ่าใครสักคน ไม่ได้หมายถึงรับหรือได้คนคนนั้นมา เนื่องจากบริบทใกล้เคียงบอกว่า Gus Fring ถูกฆ่า got Fring ในที่นี้จึงหมายถึง “ฆ่า Fring” ถ้อยคำสั้น ๆ นี้เน้นว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ นั่นคือกลุ่มค้ายาเป็นฝ่ายฆ่าเขา ในฉากอื่น get someone อาจหมายถึงจับตัวแทนที่จะเป็นฆ่า จึงต้องดูการกระทำรอบ ๆ เพื่อเลือกความหมายที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เมื่อพิจารณาข้อความก่อนหน้าว่า killed Gus Fring ประโยค Cartel got Fring. หมายความว่าอะไร?

  1. กลุ่มค้ายาได้รับบางอย่างจาก Fring
  2. กลุ่มค้ายาจ้าง Fring
  3. กลุ่มค้ายาฆ่า Fring
ดูคำตอบ

กลุ่มค้ายาฆ่า Fring

You sure?

2:28

แกแน่ใจเหรอ?

That's right.

2:40

ถูกแล้ว

Now,

2:41

ทีนี้

say my name.

2:43

พูดชื่อฉันสิ

Heisenberg.

2:51

ไฮเซนเบิร์ก

You're goddamn right. น้ำเสียง/เจตนา

2:54

มึงพูดถูกแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

You're goddamn right: การยืนยันอย่างหนักแน่นและหยาบคาย

You're right เป็นการแสดงความเห็นด้วยแบบปกติ ส่วน goddamn ใช้เน้น right ดังนั้น You're goddamn right จึงหมายถึง “คุณพูดถูกอย่างที่สุด” หรือ “ใช่เลย” แต่มีคำหยาบและน้ำเสียงรุนแรง วลีนี้อาจฟังดูเป็นผู้ชนะ ท้าทาย โกรธ หรือข่มขู่ ไม่ได้เพียงแค่เห็นด้วย แต่ยืนยันด้วยน้ำเสียงที่เน้นหนักและเผชิญหน้า

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: “You're goddamn right.” เหมาะที่จะใช้ในอีเมลทางการเมื่อต้องการแสดงความเห็นด้วยอย่างสุภาพ

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด