เราสามารถเรียนรู้อะไรจากเด็กวัยเตาะแตะได้บ้าง? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
938 คำ 166 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: นีลและเบธสำรวจพฤติกรรมของเด็กวัยหัดเดิน ตั้งแต่การอาละวาดไปจนถึงการพูดกับตัวเองเชิงให้กำลังใจ พร้อมอธิบายว่าเหตุใดผู้ใหญ่จึงควรเรียนรู้ที่จะปฏิบัติต่อตนเองด้วยความเมตตาแบบที่เด็กเล็กทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. known as the terrible twos. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง: เข้าใจว่านี่คือชื่อเรียกที่คุ้นเคยในภาษาอังกฤษสำหรับช่วงวัยราวสองขวบซึ่งมักมีความคับข้องใจและการระเบิดอารมณ์ ไม่ใช่การกล่าวถึง “สิ่งเลวร้ายสองอย่าง” ตามความหมายตรงตัว 2. Self-talk means the messages that you tell yourself — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: รู้ว่า self-talk หมายถึงข้อความเชิงให้กำลังใจหรือวิจารณ์ที่คนเราสื่อกับตนเอง ไม่ใช่เพียงบทสนทนาทั่วไป และใช้คำนี้ได้เมื่อกล่าวถึงเสียงภายในใจ อารมณ์ ความเครียด และการกำกับตนเอง 3. you're down on yourself — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าวลีที่ไม่ใช่ความหมายตรงตัวนี้หมายถึงการผิดหวังในตนเองหรือตัดสินตนเองอย่างรุนแรง และสังเกตได้ว่าใช้บรรยายทัศนคติเชิงลบที่หยุดได้ด้วยการพูดกับตนเองเหมือนพูดกับเพื่อนสนิท

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:04

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:12

สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:15

ผม Neil

And I'm Beth.

0:16

และฉัน Beth

You may have one or know someone who does ไวยากรณ์

0:17

คุณอาจจะมีลูกวัยนี้ หรือรู้จักคนที่มีลูกวัยนี้

and at one time you've been one yourself. วลี

0:20

และครั้งหนึ่งคุณเองก็เคยอยู่ในวัยนี้

ไวยากรณ์

does ใน know someone who does ที่ช่วยเลี่ยงการพูดซ้ำ

ใน know someone who does คำว่า does ใช้แทนกริยาวลี have one ที่กล่าวไปก่อนหน้า รูปที่พูดเต็มคือ know someone who has one โดย one หมายถึงเด็กวัยเตาะแตะ ภาษาอังกฤษมักใช้ do, does หรือ did แบบนี้เพื่อไม่ต้องพูดกริยาวลีเดิมซ้ำ ที่นี่ does เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนข้อความก่อนหน้า ไม่ใช่กริยาหลัก do ที่หมายถึง “ลงมือทำบางอย่าง”

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้แทน has a bicycle: Mia has a bicycle, and I know someone else who ____, too.

ดูคำตอบ

does

วลี

at one time you've been one: สภาวะในอดีต

at one time หมายถึง “เมื่อก่อน” หรือ “ในช่วงหนึ่งที่ผ่านมา” ใช้บอกสภาวะในอดีตโดยไม่ระบุวันที่แน่นอน ไม่ได้หมายความว่าเกิดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งพอดี ใน you've been one คำว่า one หมายถึงเด็กวัยเตาะแตะ ดังนั้น at one time you've been one รวมกันจึงหมายความว่า ตัวคุณเองก็เคยเป็นเด็กวัยเตาะแตะมาก่อน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ at one time ในความหมายว่า “เมื่อก่อน”?

  1. I rang the bell one time.
  2. Read one page at a time.
  3. At one time, this building was a school.
ดูคำตอบ

At one time, this building was a school.

I'm talking about toddlers.

0:23

ฉันกำลังพูดถึงเด็กวัยเตาะแตะ (toddlers)

A toddler is a young child usually between 2 and 4 years old วลี

0:25

เด็กวัยเตาะแตะ คือเด็กเล็กที่มักมีอายุระหว่าง 2 ถึง 4 ขวบ

who is learning to walk or toddling. ไวยากรณ์

0:30

ซึ่งกำลังหัดเดินหรือเตาะแตะ (toddling)

วลี

between 2 and 4 years old: การบอกช่วงอายุ

between 2 and 4 years old ใช้บอกช่วงอายุ โครงสร้างคือ between + อายุแรก + and + อายุที่สอง + years old ในที่นี้ usually บอกว่าช่วงอายุดังกล่าวเป็นเพียงเกณฑ์ทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัว หลัง between ต้องใช้ and ไม่ใช่ to

แบบฝึกหัด

เติมช่วงอายุด้วย between ... and: The class is for children ____ 8 ____ 10 years old.

ดูคำตอบ

between · and

ไวยากรณ์

who is learning to walk or toddling: การเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล

who is learning to walk or toddling เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย a young child คำว่า who ย้อนกลับไปหมายถึงเด็กคนนั้นและทำหน้าที่เป็นประธานของอนุประโยค โครงสร้าง คำนาม + who + คำกริยา ช่วยเพิ่มการกระทำหรือลักษณะของบุคคลได้โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ ในที่นี้ or เชื่อม learning to walk กับ toddling ซึ่งเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้สองแบบ และทั้งคู่ใช้ is ร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่มีโครงสร้างถูกต้องและหมายถึง “เด็กที่กำลังเรียนรู้การอ่าน”

  1. a child who is learning to read
  2. a child which is learning to read
  3. a child who learning to read
ดูคำตอบ

a child who is learning to read

It's an important stage in a child's development

0:33

นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการพัฒนาการของเด็ก

as they learn to move and understand the world around them. ไวยากรณ์

0:36

ในขณะที่พวกเขาเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไหวและเข้าใจโลกรอบตัว

ไวยากรณ์

as they learn...: เกิดขึ้นพร้อมกันและช่วยอธิบายเหตุผล

ในประโยคนี้ as นำข้อความที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงพัฒนาการสำคัญนั้น คือเด็กกำลังเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไหวและเข้าใจสิ่งรอบตัว ช่วงพัฒนาการและกระบวนการเรียนรู้นี้เกิดขึ้นพร้อมกัน และการเรียนรู้ก็ช่วยอธิบายด้วยว่าทำไมช่วงนี้จึงสำคัญ ตรงนี้ as เป็นคำเชื่อม มีความหมายประมาณว่า “ระหว่างที่กระบวนการนี้กำลังเกิดขึ้น” และมีนัยอ่อน ๆ ว่า “เพราะ” ไม่ได้หมายถึง “ในฐานะ” แบบใน work as a teacher

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง as they learn to move and understand the world around them แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. การเรียนรู้เกิดขึ้นในช่วงนั้นและช่วยอธิบายว่าทำไมช่วงนั้นจึงสำคัญ
  2. การเรียนรู้เกิดขึ้นแม้ว่าช่วงนั้นจะสำคัญ
  3. เด็กมีบทบาทหรืออาชีพเป็นผู้เรียน
ดูคำตอบ

การเรียนรู้เกิดขึ้นในช่วงนั้นและช่วยอธิบายว่าทำไมช่วงนั้นจึงสำคัญ

It's also known as the terrible twos. วัฒนธรรม

0:39

วัยนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อวัยทองสองขวบ (terrible twos)

วัฒนธรรม

known as the terrible twos: คำไม่เป็นทางการเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็ก

Be known as หมายถึง “เป็นที่รู้จักหรือถูกเรียกว่า” The terrible twos เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็ก หมายถึงช่วงอายุประมาณสองขวบที่เด็กบางคนอาจงอแงหรืออาละวาดบ่อยขึ้น และอยากทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองมากขึ้น Twos หมายถึงอายุสองขวบ ไม่ใช่คนหรือสิ่งของสองอย่าง ส่วน terrible เติมน้ำเสียงขำ ๆ หรือเหนื่อยใจกับช่วงที่ดูแลยาก ไม่ได้หมายความว่าเด็กเป็นคนไม่ดี และไม่ใช่ชื่อทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็ก the terrible twos โดยทั่วไปหมายถึงอะไร

  1. เด็กสองคนที่ประพฤติตัวไม่ดี
  2. ความผิดครั้งที่สองของเด็ก
  3. ช่วงที่ดูแลยากซึ่งเด็กบางคนพบเจอเมื่ออายุประมาณสองขวบ
ดูคำตอบ

ช่วงที่ดูแลยากซึ่งเด็กบางคนพบเจอเมื่ออายุประมาณสองขวบ

When toddlers can't do the things they want to, ไวยากรณ์

0:42

เมื่อเด็กๆ ไม่สามารถทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้

they experience frustration

0:45

พวกเขาจะรู้สึกหงุดหงิดขัดใจ

ไวยากรณ์

When ..., they ...: สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำและผลลัพธ์

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when บอกสถานการณ์ก่อน: เด็กวัยหัดเดินทำสิ่งที่ตนอยากทำไม่ได้ จากนั้นประโยคหลักบอกปฏิกิริยาที่ตามมา: พวกเขารู้สึกหงุดหงิด ในที่นี้ when บอกแบบแผนที่มักเกิดขึ้นหรือเกิดซ้ำ ไม่ได้หมายถึงเพียงช่วงเวลาหนึ่งในอดีต โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ When + ประธาน + กริยา, ประธาน + กริยา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง When + สถานการณ์, ผลลัพธ์ ได้ถูกต้องเพื่อบอกปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

  1. When the baby is hungry, crying.
  2. When the baby is hungry, she cries.
  3. When is the baby hungry, she cries.
ดูคำตอบ

When the baby is hungry, she cries.

which often leads to tantrums, วลี

0:47

ซึ่งมักจะนำไปสู่การร้องไห้อาละวาด (tantrums)

วลี

often leads to tantrums: ใช้ lead to เพื่อบอกเหตุและผล

Lead to หมายถึง “ทำให้เกิดผลลัพธ์” ใน which often leads to tantrums คำว่า which ย้อนกลับไปหมายถึง frustration และ tantrums คือผลลัพธ์ often หมายความว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง leads ลงท้ายด้วย -s เพราะสิ่งที่นำไปสู่ผลลัพธ์คือ frustration ซึ่งเป็นเอกพจน์

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกเหตุและผลให้สมบูรณ์: Too much noise can lead ____ mistakes.

ดูคำตอบ

to

a sudden and noisy outburst of anger. การใช้คำ

0:49

ซึ่งเป็นการระเบิดความโกรธออกมาอย่างกะทันหันและส่งเสียงดัง

การใช้คำ

a sudden and noisy outburst of anger: คำอธิบายความหมายของ tantrums

วลีคำนาม a sudden and noisy outburst of anger วางอยู่หลัง tantrums เพื่ออธิบายคำนั้น นี่คือโครงสร้างคำอธิบายที่วางเทียบกัน โดยวลีคำนามชุดที่สองใช้เรียกซ้ำหรือให้คำนิยามแก่ชุดแรก An outburst of anger หมายถึงความโกรธที่แสดงออกมาอย่างฉับพลันและรุนแรง โดยมักมีการตะโกนหรือพฤติกรรมที่ส่งเสียงดังร่วมด้วย คำนี้เน้นความฉับพลันและรุนแรงมากกว่าการแค่รู้สึกโกรธ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า an outburst of anger มากที่สุด

  1. เด็กคนหนึ่งค่อย ๆ รู้สึกเหนื่อยหลังจากเดินเป็นเวลานาน
  2. เด็กคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาทันทีและกระทืบเท้าเมื่อเกมจบลง
  3. เด็กคนหนึ่งรู้สึกผิดหวังเงียบ ๆ และวาดรูปต่อไป
ดูคำตอบ

เด็กคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาทันทีและกระทืบเท้าเมื่อเกมจบลง

We've probably all seen the tears and screams

0:52

พวกเราน่าจะเคยเห็นน้ำตาและเสียงกรีดร้อง

when a young child can't have what they want.

0:54

เวลาที่เด็กเล็กๆ ไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

Yes, the famous temper tantrums.

0:57

ใช่แล้ว การร้องอาละวาดอันโด่งดัง

But being a toddler is also an exciting time ลำดับความ

1:00

แต่การเป็นเด็กวัยเตาะแตะก็เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นเช่นกัน

as a child's personality starts to develop.

1:04

เพราะบุคลิกภาพของเด็กเริ่มก่อตัวขึ้น

ลำดับความ

But being a toddler is also an exciting time: การเปลี่ยนจุดเน้น

But เป็นสัญญาณว่าทิศทางของเรื่องกำลังเปลี่ยนไป หลังจากกล่าวถึงด้านลบหรือเรื่องยาก ประโยคนี้เปลี่ยนไปสู่มุมมองเชิงบวกว่า การเป็นเด็กวัยเตาะแตะเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น Also แสดงว่ามุมมองเชิงบวกนี้มีอยู่พร้อมกับความยากที่กล่าวมาก่อน และไม่ได้ลบล้างความยากเหล่านั้น เมื่ออยู่ต้นประโยค But ... also ... ช่วยให้ผู้ฟังสังเกตว่าผู้พูดกำลังสร้างสมดุลระหว่างสองด้านและย้ายจุดเน้นไปยังด้านที่สอง

แบบฝึกหัด

หลังจากอธิบายความยากหลายอย่างแล้ว ประโยคใดเปลี่ยนเรื่องไปสู่ด้านบวกได้ดีที่สุด โดยยังคงให้ทั้งสองด้านเป็นจริง

  1. But there are also many enjoyable moments.
  2. For example, another problem may appear.
  3. Because every moment is difficult.
ดูคำตอบ

But there are also many enjoyable moments.

So, what can we adults learn from toddlers? ลำดับความ

1:07

แล้วพวกเราที่เป็นผู้ใหญ่จะเรียนรู้อะไรจากเด็กๆ วัยนี้ได้บ้างล่ะ?

ลำดับความ

การใช้ So, what can we adults learn from toddlers? เป็นคำถามนำ

ในที่นี้ So เชื่อมคำถามกับบทนำก่อนหน้า และบอกว่ากำลังเปลี่ยนไปสู่ประเด็นหลักถัดไป จุดสนใจเปลี่ยนจากการพูดถึงเด็กวัยเตาะแตะ ไปสู่การถามว่าผู้ใหญ่เรียนรู้อะไรจากเด็กได้บ้าง ผู้พูดไม่ได้ต้องการคำตอบทันที ในรายการหรือการพูดนำเสนอ คำถามแบบนี้ทำหน้าที่เป็นคำถามนำ โดยบอกผู้ฟังว่าส่วนถัดไปจะสำรวจเรื่องอะไร

แบบฝึกหัด

คำถามนี้ทำหน้าที่อะไรในโครงสร้างของรายการ

  1. คำถามนี้จบการสนทนาโดยไม่เปิดหัวข้อใหม่
  2. คำถามนี้ขอให้ผู้ฟังตอบข้อเท็จจริงทันที
  3. คำถามนี้เสนอคำถามหลักที่รายการจะสำรวจ
ดูคำตอบ

คำถามนี้เสนอคำถามหลักที่รายการจะสำรวจ

That's what we'll be finding out in this program กริยาวลี

1:10

นั่นคือสิ่งที่เราจะมาหาคำตอบกันในรายการนี้

กริยาวลี

finding out: การค้นหาคำตอบหรือข้อมูล

find out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการค้นพบคำตอบหรือได้รู้ข้อมูล โดยมักเกิดจากการถาม ตรวจสอบ สังเกต หรือสืบค้น คำทั้งสองทำงานร่วมกันเป็นหน่วยเดียว โดย out ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ออกไปข้างนอก ในที่นี้ finding out ย้อนกลับไปกล่าวถึงคำถามในประโยคก่อนหน้า รายการจะสำรวจคำถามนั้นและเปิดเผยคำตอบ

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปในกริยาวลี find out ให้ประโยคสมบูรณ์: We checked the website to find ____ when the library opens.

ดูคำตอบ

out

along with some useful new vocabulary. วลี

1:12

พร้อมกับคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์

วลี

along with: การเพิ่มข้อมูลประกอบ

ในประโยคนี้ along with หมายถึง “พร้อมกับ” หรือ “นอกเหนือจากนี้ยังมี” สำนวนนี้บอกผู้ชมว่ารายการจะสำรวจคำถามหลักและนำเสนอ some useful new vocabulary ด้วย ในโครงสร้าง A along with B โดยทั่วไป A เป็นจุดสำคัญ ส่วน B เป็นข้อมูลที่มาด้วยกันหรือเป็นข้อมูลเสริม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “นอกเหนือจากนี้ยังมี” ลงในประโยค: The ticket includes museum entry, ____ a free guide.

ดูคำตอบ

along with

But first, I have a question for you, Beth.

1:15

แต่ก่อนอื่น ฉันมีคำถามมาถามคุณค่ะ Beth

Being a toddler is certainly an important stage in a child's growth,

1:17

วัยเตาะแตะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเติบโตของเด็กอย่างแน่นอน

but which of the following statements is true? วลี

1:21

แต่ข้อความใดต่อไปนี้เป็นความจริง?

วลี

which of the following statements is true? — การเลือกคำตอบที่ถูกต้องหนึ่งข้อ

นี่เป็นคำถามมาตรฐานในแบบทดสอบที่ให้ผู้ฟังเลือกข้อความที่เป็นจริงหนึ่งข้อจากรายการตัวเลือกที่กำลังจะตามมา which of the following หมายถึง “ข้อใดจากตัวเลือกต่อไปนี้” ส่วน statements หมายถึงแนวคิดที่สมบูรณ์ซึ่งตัดสินได้ว่าจริงหรือเท็จ ใช้กริยาเอกพจน์ใน is true เพราะคำถามคาดว่าจะมีข้อความที่ถูกต้องหนึ่งข้อ ถ้ามีคำตอบถูกได้มากกว่าหนึ่งข้อ สามารถถามว่า Which of the following statements are true?

แบบฝึกหัด

เติมคำขึ้นต้นสี่คำจากบทเรียนเพื่อให้เป็นคำถามมาตรฐานในแบบทดสอบ: ____ statements is true?

ดูคำตอบ

Which of the following

A,

1:24

A,

toddlers are attracted to shapes that resemble the human body. วลี

1:25

เด็กเตาะแตะจะดึงดูดกับรูปทรงที่คล้ายร่างกายมนุษย์

วลี

be attracted to: ถูกดึงดูดหรือสนใจบางสิ่ง

Be attracted to หมายถึง “สนใจหรือถูกดึงดูดโดยธรรมชาติ” ในประโยคนี้ รูปทรงเหล่านั้นดึงความสนใจของเด็กวัยหัดเดิน ไม่ได้สื่อถึงความรู้สึกโรแมนติก โครงสร้างคือ be + attracted + to + คำนาม คำสรรพนาม หรือคำกริยารูป -ing รูปของ be จะเปลี่ยนตามประธานและกาล

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “ถูกดึงดูดโดยบางสิ่ง”: Many insects are attracted ____ light.

ดูคำตอบ

to

B,

1:29

B,

toddlers are more active than at any other time in their lives. ไวยากรณ์

1:29

เด็กเตาะแตะมีความกระตือรือร้นมากกว่าช่วงเวลาอื่นใดในชีวิต

ไวยากรณ์

more active than at any other time in their lives: การเปรียบเทียบช่วงต่าง ๆ ของชีวิต

More active เป็นรูปขั้นกว่าของ active คำว่า than ใช้เริ่มการเปรียบเทียบ และ at any other time in their lives เปรียบเทียบเด็กวัยหัดเดินในช่วงนี้กับช่วงอื่นทั้งหมดในชีวิตของพวกเขาเอง ไม่ได้เปรียบเทียบกับคนอื่น Other ใช้ตัดช่วงที่กำลังกล่าวถึงออกจากกลุ่มเปรียบเทียบ โครงสร้าง “คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than at any other time...” หมายความว่า ช่วงนี้มีคุณสมบัตินั้นในระดับสูงที่สุดภายในกรอบเวลาที่กล่าวถึง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า ตอนนี้เธอมั่นใจมากกว่าช่วงอื่นทั้งหมดในชีวิตของเธอ

  1. She is as confident as she was at another time in her life.
  2. She is more confident than at any other time in her life.
  3. She was confident at another time in her life.
ดูคำตอบ

She is more confident than at any other time in her life.

Or C,

1:33

หรือ C,

toddlers can grow up to 3 cm during sleep time. การใช้คำ

1:34

เด็กเตาะแตะสามารถโตขึ้นได้ถึง 3 ซม. ในระหว่างการนอนหลับ

การใช้คำ

grow up to 3 cm: up to บอกค่าสูงสุด

ในที่นี้ grow หมายถึง “มีขนาดเพิ่มขึ้น” และ up to 3 cm ระบุปริมาณการเติบโตสูงสุดที่เป็นไปได้ การเติบโตจริงอาจน้อยกว่า 3 cm โดย 3 cm คือขีดจำกัดสูงสุด ตัวเลขช่วยให้เห็นการแบ่งกลุ่มคำว่า grow + up to 3 cm รูปแบบนี้ใช้กับคำกริยาอื่นได้เมื่อ up to ใช้บอกค่าสูงสุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่บอกค่าสูงสุด: This lift can carry ____ eight people.

ดูคำตอบ

up to

Hmm.

1:39

อืม

Uh I think toddlers can grow up to 3 cm while they sleep.

1:39

เอ่อ ฉันคิดว่าเด็กเตาะแตะสามารถโตได้ถึง 3 ซม. ในขณะที่นอนหลับค่ะ

Okay, Beth.

1:43

โอเค Beth

We'll find out if that's the correct answer later in the program.

1:44

เดี๋ยวเราจะมาหาคำตอบกันว่านั่นถูกต้องหรือไม่ในช่วงท้ายของรายการ

At 2 or 3 years old,

1:48

ในช่วงอายุ 2 หรือ 3 ขวบ

there's not much toddlers can do for themselves. วลี

1:50

ไม่มีอะไรที่เด็กๆ จะทำเพื่อตัวเองได้มากนัก

วลี

do for themselves: จัดการความต้องการของตนเอง

ในประโยคนี้ much หมายถึง “หลายสิ่ง” ดังนั้นใจความเต็มคือ “มีหลายสิ่งไม่มากนักที่เด็กวัยเตาะแตะทำเพื่อตัวเองได้” for themselves ย้อนกลับไปที่ toddlers และหมายถึงการจัดการความต้องการของตนเองแทนที่จะให้คนอื่นทำสิ่งเหล่านั้นให้ รูปแบบ do something for oneself มักใช้พูดถึงการดูแลตนเองหรือความเป็นอิสระ ต้องเปลี่ยนรูปคำสรรพนามสะท้อนกลับให้ตรงกับประธาน เช่น for myself, for yourself, for herself หรือ for themselves

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าเด็ก ๆ สามารถจัดการความต้องการบางอย่างของตนเองได้โดยไม่ต้องให้ผู้ใหญ่ทำแทน

  1. The children can do some things for themselves.
  2. The children can do some things for their teacher.
  3. The children can watch an adult do some things.
ดูคำตอบ

The children can do some things for themselves.

They depend on mom or dad to feed, clothe, วลี

1:53

พวกเขาพึ่งพาแม่หรือพ่อในการป้อนอาหาร สวมเสื้อผ้า

and care for them.

1:56

และดูแลพวกเขา

วลี

depend on someone to do something: พึ่งใครให้ทำบางอย่าง

depend on someone to do something หมายถึง “ต้องการหรือไว้วางใจให้คนนั้นทำบางอย่าง” ในประโยคนี้ mom or dad คือคนที่พวกเขาพึ่งพา ส่วน to feed, clothe, and care for them บอกว่าพวกเขาต้องการให้คนนั้นทำอะไร เมื่อกริยาหลายคำใช้ to ร่วมกัน ให้เขียน to เพียงครั้งเดียวหน้ารายการกริยา: to feed, clothe, and care for them ส่วน care for หมายถึง “ดูแล”

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง depend on someone to do something ให้สมบูรณ์: For the class trip, we depend ____ Ms Patel ____ book the coach.

ดูคำตอบ

on · to

So it's strange to think there's anything adults could learn. วลี

1:57

ดังนั้นมันจึงดูแปลกที่จะคิดว่ามีอะไรที่ผู้ใหญ่สามารถเรียนรู้ได้

วลี

it's strange to think ...: แสดงปฏิกิริยาต่อแนวคิดที่น่าประหลาดใจ

it's strange to think ... หมายความว่าแนวคิดที่ตามมาดูน่าประหลาดใจหรือยากจะจินตนาการ ในประโยคนี้ strange ประเมินแนวคิดที่ว่าผู้ใหญ่อาจมีบางอย่างให้เรียนรู้ ไม่ได้ใช้บรรยายว่าผู้ใหญ่เป็นคนแปลก การขึ้นต้นแบบนี้แสดงปฏิกิริยาของผู้พูดก่อน แล้วจึงนำเสนอความคิดที่สมบูรณ์ หลังจากนั้นมักตามด้วยอนุประโยคที่มีหรือไม่มี that ก็ได้: It's strange to think (that) + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอแนวคิดที่น่าประหลาดใจว่ารูปนี้เพิ่งถ่ายเมื่อห้าปีก่อนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. This photo thinks strangely that it was taken only five years ago.
  2. I'm strange to think this photo was taken only five years ago.
  3. It's strange to think this photo was taken only five years ago.
ดูคำตอบ

It's strange to think this photo was taken only five years ago.

But not according to Dr. Hasan Merali, ลำดับความ

2:01

แต่ไม่ใช่สำหรับดร. Hasan Merali

ลำดับความ

But not according to: การเกริ่นถึงแหล่งข้อมูลที่เห็นต่าง

But not according to + บุคคลหรือแหล่งข้อมูล ใช้ปฏิเสธแนวคิดที่เพิ่งกล่าวไป และบอกว่าแหล่งข้อมูลที่เอ่ยชื่อมีมุมมองต่างออกไป ในประโยคนี้หมายความว่า ดร. ฮาซัน เมราลีไม่เห็นด้วยกับแนวคิดในประโยคก่อนหน้า วลีเปลี่ยนเรื่องสั้น ๆ นี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยพาผู้ฟังจากมุมมองหนึ่งไปสู่อีกมุมมองหนึ่งก่อนอธิบายเหตุผลของแหล่งข้อมูลที่สอง according to ระบุว่าความเห็นหรือข้อมูลมาจากใคร ส่วน but not ทำให้ความขัดแย้งชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างแรกและบอกว่าทีมกู้ภัยมีมุมมองต่างออกไป: The path looks safe. ____ the mountain rescue team.

ดูคำตอบ

But not according to

author of a new book Sleep Well, Take Risks, Squish the Peas, ลำดับความ

2:04

ผู้เขียนหนังสือเล่มใหม่ 'Sleep Well, Take Risks, Squish the Peas'

and father to his own toddler,

2:09

และเป็นพ่อของเด็กวัยเตาะแตะเองด้วย

ลำดับความ

author of ... and father to ...: บอกสองบทบาทไว้หลังชื่อบุคคล

นามวลี author of ... และ father to ... ทั้งสองวลีอธิบายบุคคลคนเดียวกันซึ่งมีชื่ออยู่ก่อนส่วนนี้ นั่นคือ ดร. ฮาซัน เมราลี ทั้งสองวลีเชื่อมด้วย and โดยบทบาทแรกบอกความเกี่ยวข้องของเขากับหนังสือที่ตรงกับหัวข้อ ส่วนบทบาทที่สองบอกประสบการณ์โดยตรงในฐานะพ่อของเด็กวัยเตาะแตะ ส่วนขยายคำนามแบบวางเทียบนี้อยู่หลังชื่อบุคคลเพื่อเพิ่มข้อมูลพื้นฐาน โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ ในที่นี้ สองบทบาทช่วยกันแสดงว่าเหตุใดความคิดเห็นของเขาเกี่ยวกับเด็กเล็กจึงน่ารับฟัง

แบบฝึกหัด

คู่คำว่า author of ... และ father to ... ทำหน้าที่อะไรในการแนะนำบุคคลนี้?

  1. บอกว่าหนังสือเล่มนี้เขียนโดยเด็กวัยเตาะแตะ
  2. แนะนำบุคคลสองคนที่แตกต่างกัน
  3. ให้ทั้งคุณสมบัติทางวิชาชีพที่เกี่ยวข้องและประสบการณ์ส่วนตัวโดยตรง
ดูคำตอบ

ให้ทั้งคุณสมบัติทางวิชาชีพที่เกี่ยวข้องและประสบการณ์ส่วนตัวโดยตรง

who spoke with BBC Radio 4 program Woman's Hour. วัฒนธรรม

2:11

ซึ่งได้พูดคุยกับรายการ Woman's Hour ของสถานีวิทยุ BBC Radio 4

วัฒนธรรม

BBC Radio 4 program Woman's Hour: การสังเกตชื่อรายการ

BBC Radio 4 เป็นสถานีวิทยุระดับประเทศของสหราชอาณาจักร และ Woman's Hour เป็นชื่อรายการหนึ่งของสถานีนี้ ในประโยคนี้ คำที่เน้นไว้ระบุรายการสื่อที่บุคคลนั้นพูดคุยด้วย ให้เข้าใจ Woman's Hour ว่าเป็นชื่อเฉพาะ อย่าแปลแยกทีละคำเหมือนเป็นวลีทั่วไปที่หมายถึงหนึ่งชั่วโมงซึ่งเป็นของผู้หญิงคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

Woman's Hour ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. หนึ่งชั่วโมงที่ผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเจ้าของวิทยุ
  2. รายการหนึ่งทาง BBC Radio 4
  3. ชื่อของผู้ที่ถูกสัมภาษณ์
ดูคำตอบ

รายการหนึ่งทาง BBC Radio 4

When I see the toddlers by themselves, วลี

2:15

เมื่อผมเห็นเด็กๆ อยู่ตามลำพัง

วลี

by themselves: อยู่ตามลำพังหรือทำสิ่งใดโดยไม่มีคนช่วย

by themselves บอกว่าเด็กเล็กเหล่านั้นอยู่กันเอง โดยไม่มีคนอื่นมาด้วยหรือช่วยโดยตรง เนื่องจาก toddlers เป็นพหูพจน์ เด็ก ๆ จึงอาจยังอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มได้ วลีนี้ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเด็กแต่ละคนอยู่คนเดียวโดยสิ้นเชิง themselves ย้อนกลับไปอ้างถึง toddlers โครงสร้าง by + สรรพนามสะท้อนกลับใช้บอกได้ว่าไม่มีคนอยู่ด้วยหรือทำบางอย่างโดยไม่มีคนช่วย ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวบอกสภาพของเด็ก ๆ ไม่ได้บอกว่าใครได้รับประโยชน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย by + สรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้องเพื่อสื่อว่า “ไม่มีคนช่วย”: Maya and Leo built the model ____.

ดูคำตอบ

by themselves

they're doing a lot of things out loud.

2:17

พวกเขาจะพูดในสิ่งที่ทำออกมาดังๆ

Little Julie's putting on her mitts กริยาวลี

2:19

หนูน้อย Julie กำลังใส่ถุงมือของเธอ

saying Julie can do it.

2:20

แล้วพูดว่า Julie ทำได้

กริยาวลี

putting on her mitts: การสวมถุงมือมิตเทนลงบนมือ

ใน putting on her mitts คำว่า put on หมายถึงเอาถุงมือมิตเทนสวมลงบนมือ ในที่นี้ Julie's เป็นรูปย่อของ Julie is ดังนั้น is putting on จึงแสดงว่าการกระทำกำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น ใช้ put on + เสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกาย เมื่อต้องการพูดถึงการสวม เช่น เสื้อโค้ต รองเท้า แว่นตา หรือถุงมือมิตเทน ในที่นี้ mitts หมายถึง mittens ซึ่งเป็นถุงมือกันหนาวที่มีช่องหนึ่งสำหรับนิ้วโป้งและอีกช่องสำหรับนิ้วที่เหลือ

แบบฝึกหัด

เติมรูป -ing ที่ถูกต้องของ put on ลงในประโยค: It is cold outside, so Ava is ____ her mitts before she leaves.

ดูคำตอบ

putting on

And Coltan's over on the side and he's looking down at his boots

2:22

และ Coltan อยู่ทางด้านข้างและเขากำลังก้มมองรองเท้าบูทของตัวเอง

and they're on the wrong way วลี

2:24

ซึ่งมันใส่ผิดข้าง

and so he says, "Oh, Coltan did this wrong."

2:26

เขาจึงพูดว่า "โอ๊ะ Coltan ทำผิดแล้ว"

วลี

on the wrong way: สวมอยู่แล้วแต่ตำแหน่งหรือทิศทางไม่ถูกต้อง

ในอนุประโยค they're on the wrong way คำว่า on บอกว่ารองเท้าบูตถูกสวมอยู่แล้ว ส่วน the wrong way บอกว่าตำแหน่งหรือการจับคู่ซ้ายขวาไม่ถูกต้อง ในฉากนี้เด็กสังเกตว่าตนสวมรองเท้าบูตไม่ถูกต้อง แต่ประโยคไม่ได้ระบุชัดว่าสลับข้างซ้ายขวาหรือมีปัญหาเรื่องทิศทางแบบอื่น สามารถใช้โครงสร้างเดียวกันเพื่อบอกว่าสิ่งของถูกสวมแล้วแต่สวมผิดได้ คือ be + on + the wrong way โดยบริบทต้องทำให้รู้ชัดว่ากำลังสวมอะไรอยู่

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งสวมรองเท้าบูตผิด แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าผิดอย่างไร ประโยคใดตรงกับความหมายกว้าง ๆ นี้

  1. His boots are on the wrong way.
  2. He is going the wrong way in his boots.
  3. His boots are on the wrong feet.
ดูคำตอบ

His boots are on the wrong way.

And this idea of self-talk

2:29

และแนวคิดเรื่องการพูดกับตัวเองนี้

is really a way to decrease stress in anxiety-provoking situations. โน้ต

2:31

เป็นวิธีลดความเครียดในสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลได้อย่างแท้จริง

วลี

a way to decrease stress: ใช้ a way to + คำกริยาเพื่อบอกวิธีการ

ในประโยคนี้ a way to decrease stress หมายถึงวิธีหนึ่งในการลดความเครียด วลี infinitive to decrease stress บอกจุดประสงค์หรือผลของวิธีนั้น ใช้โครงสร้าง a way to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกวิธีทำบางสิ่ง เช่น a way to save time และ a way to solve the problem คำนำหน้านาม a แสดงว่านี่เป็นวิธีหนึ่งที่เป็นไปได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นวิธีเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย a way to: Taking three slow breaths is ____ calm down before a test.

ดูคำตอบ

a way to

การใช้คำ

anxiety-provoking: คำคุณศัพท์ประสมสำหรับสิ่งที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล

ในวลี in anxiety-provoking situations คำคุณศัพท์ประสม anxiety-provoking ขยายคำว่า situations และหมายถึง “ที่ทำให้หรืออาจทำให้เกิดความวิตกกังวล” คำนี้บอกแหล่งหรือสิ่งกระตุ้นความรู้สึก ไม่ได้บอกถึงคนที่กำลังรู้สึกวิตกกังวล ส่วน anxiety + provoking ทำงานร่วมกันเป็นคำขยายหนึ่งชุดที่วางหน้าคำนาม เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่าสองส่วนนี้รวมเป็นคำคุณศัพท์เดียว: anxiety-provoking situations

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์จากบทเรียน ซึ่งหมายถึง “อาจทำให้เกิดความวิตกกังวล”: For some people, speaking to a large audience can be ____.

ดูคำตอบ

anxiety-provoking

Dr. Merali

2:36

ดร. Merali

observed toddlers talking to themselves out loud.

2:37

สังเกตเห็นเด็กเตาะแตะพูดกับตัวเองเสียงดัง

When you talk out loud, วลี

2:40

เวลาที่คุณพูดเสียงดัง (out loud)

you speak so that other people can hear you. ไวยากรณ์

2:42

คุณพูดเพื่อให้คนอื่นได้ยินคุณ

วลี

talk out loud: พูดออกเสียงให้คนอื่นได้ยิน

talk out loud หมายถึงการพูดคำต่าง ๆ ด้วยเสียงจริง แทนที่จะเก็บไว้แค่ในความคิด ในประโยคนี้ out loud บอกวิธีพูดว่า คำเหล่านั้นถูกเปล่งออกมาและคนอื่นสามารถได้ยินได้ out loud ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้เสียงดังเสมอไป ประเด็นสำคัญคือมีการเปล่งเสียง ไม่ใช่เงียบอยู่ในใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Mia อ่านคำต่าง ๆ ออกเสียง โดยไม่ได้บอกว่าเธอกำลังตะโกน

  1. Mia reads the note loudly.
  2. Mia reads the note silently.
  3. Mia reads the note out loud.
ดูคำตอบ

Mia reads the note out loud.

ไวยากรณ์

so that ... can ...: การบอกจุดประสงค์

ใน so that other people can hear you คำว่า so that ใช้นำจุดประสงค์ของการพูด นั่นคือคุณใช้เสียงเพื่อทำให้คนอื่นสามารถได้ยินคุณ รูปแบบที่ใช้ประโยชน์ได้คือ การกระทำ + so that + ใครบางคน + can + คำกริยารูปพื้นฐาน ส่วนหลัง so that อธิบายว่าการกระทำนั้นมีไว้เพื่อทำให้อะไรเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่ใช้บอกจุดประสงค์: Hold the sign higher ____ everyone can see it.

ดูคำตอบ

so that

But it's what the toddlers were saying ไวยากรณ์

2:44

แต่สิ่งที่เด็กๆ พูดนั้น

that's really interesting.

2:47

น่าสนใจจริงๆ

ไวยากรณ์

It's what ... that's ...: ทำให้ข้อมูลสำคัญเป็นจุดสนใจ

โครงสร้าง It is X that ... เป็นประโยคเน้นที่ทำให้ X เด่นที่สุด ในที่นี้ X คือ what the toddlers were saying ซึ่งหมายถึงเนื้อหาที่เด็กเล็กเหล่านั้นกำลังพูด ดังนั้น ประโยคนี้จึงดึงความสนใจไปที่สิ่งที่เด็ก ๆ พูดเป็นพิเศษ ไม่ใช่เด็กเหล่านั้นโดยรวม รูปแบบที่เป็นกลางกว่าคือ What the toddlers were saying is really interesting.

แบบฝึกหัด

โครงสร้างเน้นนี้ทำให้ข้อมูลใดเป็นจุดสนใจ

  1. สถานที่ที่เด็กเล็กกำลังพูด
  2. เนื้อหาที่เด็กเล็กพูด
  3. อายุของเด็กเล็ก
ดูคำตอบ

เนื้อหาที่เด็กเล็กพูด

When a little girl called Julie learned how to put on her gloves, โน้ต

2:48

เมื่อเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ชื่อ Julie เรียนรู้วิธีสวมถุงมือ

ไวยากรณ์

called Julie: วลีแบบย่อที่บอกชื่อ

ใน a little girl called Julie วลี called Julie อยู่หลังคำนามและบอกชื่อของเด็กผู้หญิง วลีนี้เป็นวลี past participle ที่ย่อมาจาก a little girl who is called Julie. รูปแบบ คำนาม + called + ชื่อ เป็นวิธีสั้น ๆ ในการแนะนำชื่อของคน สัตว์ สถานที่ หรือสิ่งของ ในที่นี้ called หมายถึงชื่อว่า ไม่ได้หมายถึงโทรศัพท์หา

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: A dog called Max waited by the gate. called Max หมายความว่าอย่างไร

  1. โทรศัพท์หา Max
  2. ชื่อ Max
  3. ตะโกนเรียก Max
ดูคำตอบ

ชื่อ Max

กริยาวลี

put on her gloves: การสวมถุงมือให้เข้าที่มือ

ใน put on her gloves คำว่า put on หมายถึงการสวมถุงมือที่มือจนอยู่ในสภาพที่ใส่อยู่ โครงสร้าง put on + เสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายเน้นการลงมือสวม ไม่ใช่สภาพหลังสวมเสร็จ ในที่นี้กรรมอยู่หลัง phrasal verb ทั้งชุด: put on her gloves รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับเสื้อโค้ต รองเท้า หรือหมวกได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb เป้าหมายที่หมายถึง “สวมเสื้อผ้า”: It is cold, so ____ your coat before you go outside.

ดูคำตอบ

put on

she told herself,

2:52

เธอบอกกับตัวเองว่า

"Julie can do it." น้ำเสียง/เจตนา

2:54

"Julie ทำได้"

น้ำเสียง/เจตนา

Julie can do it: การให้กำลังใจตัวเองผ่านคำพูดกับตัวเองของเด็ก

Julie can do it ตามความหมายตรงตัวบอกว่าจูลีมีความสามารถที่จะทำสำเร็จ แต่เพราะจูลีพูดประโยคนี้กับตัวเอง หน้าที่หลักในที่นี้จึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง ไม่ใช่เพียงบอกข้อเท็จจริง เด็กเล็กบางครั้งใช้ชื่อตัวเองแทน I เวลาพูดกับตัวเอง ในสถานการณ์อื่น ใช้ I can do it เพื่อให้กำลังใจตัวเอง และใช้ You can do it เพื่อให้กำลังใจผู้อื่น

แบบฝึกหัด

ลีนารู้สึกกังวลเรื่องการอ่านออกเสียง เธอพูดประโยคใดเพื่อให้กำลังใจตัวเองได้

  1. I can do it.
  2. I did it yesterday.
  3. Can you do it for me?
ดูคำตอบ

I can do it.

This is a special kind of talking out loud

2:55

นี่คือรูปแบบพิเศษของการพูดออกมาดังๆ

known as self-talk. วลี

2:58

ที่เรียกว่าการพูดกับตัวเอง (self-talk)

วลี

known as self-talk: การใช้เพื่อบอกชื่อคำศัพท์

known as + ชื่อ หมายถึง “ถูกเรียกด้วยชื่อนั้น” ในที่นี้ known as self-talk ใช้ตั้งชื่อให้กับรูปแบบการพูดพิเศษที่เพิ่งอธิบายไป โครงสร้างเต็มสามารถเข้าใจได้ว่าเป็น which is known as self-talk เมื่อละ which is จะเหลือวลีคุณศัพท์ที่มีคำกริยาช่องสามแบบสั้นกว่า ซึ่งขยาย a special kind of talking out loud

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ถูกเรียกว่า” ลงในประโยค: This reading method is ____ skimming.

ดูคำตอบ

known as

Self-talk means the messages that you tell yourself การใช้คำ

3:00

การพูดกับตัวเอง หมายถึงข้อความที่คุณบอกกับตัวเอง

and the way in which you tell them. ไวยากรณ์

3:03

และวิธีการที่คุณใช้บอก

การใช้คำ

Self-talk: ข้อความที่คุณสื่อกับตัวเอง

Self-talk คือกระแสของข้อความ ความคิดเห็น หรือคำสั่งที่คุณสื่อกับตัวเอง เช่น “I can do this” หรือ “I always make mistakes.” ในประโยคนี้ messages หมายถึงเนื้อหาของความคิดเหล่านั้น ไม่ใช่ข้อความที่ส่งทางโทรศัพท์ Self-talk อาจพูดออกเสียงหรือเกิดขึ้นเงียบ ๆ ในใจก็ได้ ใจความสำคัญคือคนที่สร้างและรับข้อความเป็นคนคนเดียวกัน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ self-talk

  1. Kim ส่งข้อความเรื่องการแข่งขันให้โค้ช
  2. ก่อนการแข่งขัน Kim บอกตัวเองว่า “ฉันพร้อมแล้ว”
  3. Kim ฟังขณะที่โค้ชกำลังให้คำแนะนำ
ดูคำตอบ

ก่อนการแข่งขัน Kim บอกตัวเองว่า “ฉันพร้อมแล้ว”

ไวยากรณ์

the way in which you tell them: วิธีที่คุณบอกข้อความเหล่านั้นกับตัวเอง

the way in which you tell them หมายถึง “คุณบอกข้อความเหล่านั้นกับตัวเองอย่างไร” วลีสัมพันธ์ in which นำอนุประโยคที่ขยายคำนาม way ส่วน them ย้อนกลับไปหมายถึง messages ประโยคนี้แยกเนื้อหาออกจากวิธีพูด การพูดกับตัวเองครอบคลุมทั้งสิ่งที่คุณพูดกับตัวเองและวิธีที่คุณพูด

แบบฝึกหัด

เติมวลีสัมพันธ์แบบเป็นทางการที่มีสองคำลงในประโยค: The way ____ the coach explains the rule makes it easy to understand.

ดูคำตอบ

in which

It's your inner voice สำนวน

3:05

มันคือเสียงภายในใจของคุณ

and in toddlers,

3:06

และในวัยเด็ก

it's usually positive and encouraging.

3:07

มันมักจะเป็นไปในแง่บวกและให้กำลังใจ

สำนวน

your inner voice: เสียงภายในใจของคุณ

your inner voice เป็นคำเปรียบเทียบถึงคำพูด ความคิด และการตัดสินที่คุณมีต่อตัวเองอยู่ภายในใจ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเสียงที่หูได้ยิน ในที่นี้ inner voice เป็นอีกวิธีหนึ่งในการอธิบายการพูดกับตัวเอง การบอกว่าเสียงนี้เป็นเชิงบวกและให้กำลังใจแสดงว่าน้ำเสียงของความคิดภายในเหล่านั้นก็สำคัญเช่นกัน

แบบฝึกหัด

ในการพูดถึงการพูดกับตัวเอง your inner voice น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. เสียงที่เกิดจากการพูดเบามาก
  2. เสียงเบาของคนอื่นที่อยู่ในห้อง
  3. ความคิดและคำพูดส่วนตัวที่คุณมีต่อตัวเอง
ดูคำตอบ

ความคิดและคำพูดส่วนตัวที่คุณมีต่อตัวเอง

Unfortunately, as we grow up, กริยาวลี

3:10

โชคร้ายที่เมื่อเราโตขึ้น

our self-talk often becomes less encouraging ไวยากรณ์

3:12

การพูดกับตัวเองของเรามักจะให้กำลังใจน้อยลง

and more critical.

3:15

และวิจารณ์ตัวเองมากขึ้น

กริยาวลี

as we grow up: เติบโตขึ้นตามกาลเวลา

ใน as we grow up คำว่า grow up หมายถึงอายุมากขึ้น โดยเฉพาะการเติบโตจากวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่ คำนี้เป็นกริยาวลี ส่วน as เชื่อมความสัมพันธ์ด้านเวลา โดยบอกว่าการเปลี่ยนแปลงในข้อความหลักเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเติบโต as ในที่นี้หมายถึง “ขณะที่” หรือ “เมื่อ...ขึ้นเรื่อย ๆ” ไม่ได้หมายถึง “เพราะว่า”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ grow up ในความหมายว่าอายุมากขึ้นและเติบโตไปสู่วัยผู้ใหญ่

  1. Sales can grow by ten percent this year.
  2. This plant can grow up to one metre tall.
  3. My little brother is growing up quickly.
ดูคำตอบ

My little brother is growing up quickly.

ไวยากรณ์

less encouraging and more critical: การเปลี่ยนแปลงสองทิศทาง

less encouraging and more critical ใช้รูปเปรียบเทียบสองรูปเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงคนละทิศทาง less + คำคุณศัพท์ หมายถึงคุณสมบัติหนึ่งลดลง ส่วน more + คำคุณศัพท์ หมายถึงอีกคุณสมบัติหนึ่งเพิ่มขึ้น และ and เชื่อมการเปลี่ยนแปลงทั้งสองเป็นคำอธิบายที่สมดุล critical ในที่นี้หมายถึงมีแนวโน้มจะชี้ข้อบกพร่องหรือตัดสินในแง่ลบ คำนี้ตรงข้ามกับ encouraging และในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “สำคัญมาก”

แบบฝึกหัด

การแก้ไขทำให้น้ำเสียงดีขึ้น จงเติมประโยคด้วย less ... and more ...: After the rewrite, the message became ____ negative and ____ encouraging.

ดูคำตอบ

less · more

Instead of a positive loving inner voice, วลี

3:16

แทนที่จะมีเสียงในใจที่รักและคิดบวก

as adults,

3:19

ในฐานะผู้ใหญ่

we tend to tell ourselves, วลี

3:20

เรามักจะบอกกับตัวเองว่า

"You can't do it."

3:21

"คุณทำไม่ได้หรอก"

วลี

Instead of ...: บอกตัวเลือกที่ไม่ได้เลือกก่อน

Instead of ใช้นำหน้าคน สิ่งของ หรือการกระทำที่ไม่ได้เลือกหรือไม่ได้เกิดขึ้น แล้วประโยคหลักจะบอกสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ในประโยคนี้ เสียงในใจที่อ่อนโยนเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้น ส่วนข้อความต่อมาบอกว่าผู้ใหญ่มักพูดอะไรกับตัวเอง หลัง instead of ใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือคำกริยารูป -ing ได้ เช่น instead of tea, instead of me, instead of waiting เมื่อนำไว้ต้นประโยค จะช่วยสร้างความเปรียบต่างก่อนเข้าสู่ใจความหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย Instead of: ____ playing indoors, Maya went to the park.

ดูคำตอบ

Instead of

วลี

tend to tell ourselves: บอกแนวโน้มที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกแบบแผนที่มักเกิดขึ้นหรือมีแนวโน้มจะเกิด ไม่ได้หมายความว่าเกิดทุกครั้ง ในประโยคนี้ ผู้คนมักพูดกับตัวเองว่า “You can't do it” แต่รูปประโยคนี้ยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นได้ ใน tend to tell คำว่า tell เป็นคำกริยารูปพื้นฐานหลัง to ส่วน ourselves อ้างกลับไปที่ we ดังนั้นคนที่พูดกับคนที่ได้รับข้อความจึงเป็นคนกลุ่มเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกแบบแผนที่เกิดขึ้นเป็นประจำและยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น?

  1. Nora tends to check the weather before cycling.
  2. Nora always checks the weather before cycling.
  3. Nora never checks the weather before cycling.
ดูคำตอบ

Nora tends to check the weather before cycling.

or "You're no good." การใช้คำ

3:22

หรือ "คุณมันไม่ได้เรื่อง"

การใช้คำ

"You're no good." ในฐานะคำตัดสินเชิงลบแบบกว้างและรุนแรง

ใน "You're no good." คำว่า no good ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มหลัง are และเป็นการตัดสิน you ในทางลบแบบกว้าง ๆ ในที่นี้อาจหมายถึง “เธอไม่มีประโยชน์” “เธอยังดีไม่พอ” หรือ “เธอเป็นคนไม่ดีหรือไว้ใจไม่ได้” ตามบริบท ไม่ได้แปลว่า “เธอไม่มีสิ่งที่ดี” เนื่องจากไม่ได้ระบุทักษะหรือสถานการณ์อย่างเจาะจง คำตัดสินนี้จึงอาจฟังเหมือนมุ่งตำหนิทั้งตัวบุคคล ในตัวอย่างการพูดกับตัวเองเชิงลบนี้ ผู้พูดกำลังโจมตีคุณค่าหรือความสามารถของตนเอง แทนที่จะอธิบายความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอย่างใจเย็น

แบบฝึกหัด

การใช้ "You're no good." ข้อใดเป็นคำตัดสินที่กว้างและทำร้ายความรู้สึกของบุคคลหนึ่ง?

  1. โค้ชพูดว่า "You're not good at tennis yet."
  2. ระหว่างการทะเลาะ มีคนพูดประโยคเต็ม "You're no good." โดยไม่มีคำขยายเพิ่มเติม
  3. เพื่อนร่วมทีมพูดว่า "This plan is no good."
ดูคำตอบ

ระหว่างการทะเลาะ มีคนพูดประโยคเต็ม "You're no good." โดยไม่มีคำขยายเพิ่มเติม

Here's Dr. Merali again

3:24

นี่คือดร. Merali อีกครั้ง

explaining more to BBC Radio 4 program Woman's Hour.

3:25

อธิบายเพิ่มเติมกับรายการ Woman's Hour ของวิทยุ BBC Radio 4

We often get into the cycle of negative self-talk สำนวน

3:30

เรามักจะตกอยู่ในวงจรของการพูดกับตัวเองในแง่ลบ

สำนวน

"get into the cycle of negative self-talk":เข้าสู่รูปแบบความคิดลบที่เกิดซ้ำ

get into the cycle of ... หมายถึงเข้าไปหรือติดอยู่ในรูปแบบที่เกิดซ้ำ ที่นี่ cycle เป็นคำเปรียบเทียบ คือขั้นตอนหนึ่งนำไปสู่อีกขั้นตอนหนึ่ง แล้วรูปแบบเดิมก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ไม่ได้หมายถึงวงกลมจริง ๆ หรือจักรยาน negative self-talk หมายถึงคำพูดและความคิดเชิงวิจารณ์หรือบั่นทอนกำลังใจที่มุ่งเข้าหาตัวเอง เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้บอกว่าความคิดลบสามารถนำไปสู่ความคิดลบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นวงจร ในสถานการณ์ใหม่ โครงสร้างที่ใช้ซ้ำได้ทั่วไปคือ get into a cycle of + คำนามหรือการกระทำรูป -ing

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a cycle ในความหมายว่ารูปแบบที่เกิดซ้ำซึ่งคนคนหนึ่งติดอยู่ข้างใน?

  1. She got into a cycle of worrying and sleeping badly.
  2. She drew a circle around the answer.
  3. The child rode a bicycle around the park.
ดูคำตอบ

She got into a cycle of worrying and sleeping badly.

and I think one of the best strategies that we can do ไวยากรณ์

3:33

และผมคิดว่าหนึ่งในกลยุทธ์ที่ดีที่สุดที่เราทำได้

is give ourselves more positive self-talk.

3:35

ก็คือการให้ตัวเองได้พูดคุยในแง่บวกมากขึ้น

ไวยากรณ์

one of the best strategies ... is ...: เหตุผลที่กริยาหลักเป็นเอกพจน์

One of the best strategies หมายถึงกลยุทธ์หนึ่งอย่างที่เลือกมาจากกลุ่มกลยุทธ์ที่ดีที่สุด หลัง one of คำนามนับได้ต้องเป็นพหูพจน์ จึงใช้ strategies อนุประโยค that we can do ขยาย strategies แต่คำหลักของประธานทั้งหมดยังคงเป็น one เพราะ one เป็นเอกพจน์ กริยาเชื่อมหลักจึงเป็น is ไม่ใช่ are วลี give ourselves more positive self-talk หลัง is บอกว่ากลยุทธ์หนึ่งอย่างนั้นคืออะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ one of + คำนามพหูพจน์ และกริยาหลักเอกพจน์ได้ถูกต้อง

  1. One of the most useful tools are a timer.
  2. One of the most useful tool is a timer.
  3. One of the most useful tools is a timer.
ดูคำตอบ

One of the most useful tools is a timer.

So,

3:38

ดังนั้น

an easy way to do it ไวยากรณ์

3:38

วิธีง่ายๆ ในการทำเช่นนั้น

is when you're down on yourself and angry with yourself, สำนวน

3:40

ก็คือเวลาที่คุณรู้สึกแย่กับตัวเองและโกรธตัวเอง

ไวยากรณ์

an easy way to do it is ...: โครงสร้างสำหรับแนะนำวิธีทำ

An easy way to do it is ... เป็นโครงสร้างสำหรับแนะนำวิธีง่าย ๆ คำหลักของประธานคือ way วลี infinitive to do it บอกว่าวิธีนี้มีไว้ทำอะไร และ is เชื่อมประธานกับคำอธิบายที่ตามมา รูปแบบเต็มที่พบบ่อยคือ An easy way to + คำกริยา is to + คำกริยา เช่น An easy way to remember it is to draw a picture. ในคำบรรยาย เนื้อหาหลัง is เริ่มด้วย when ผู้พูดจึงบอกสถานการณ์ที่ใช้วิธีนี้ได้ก่อน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง An easy way to ... is to ... ให้สมบูรณ์: An easy ____ remember a new word is to use it in a sentence.

ดูคำตอบ

way to

สำนวน

be down on yourself: ตำหนิตัวเองรุนแรงเกินไป

be down on yourself หมายถึงมองตัวเองในแง่ลบหรือวิจารณ์ตัวเองรุนแรงเกินไป ในที่นี้ down on ต้องเข้าใจเป็นวลีเดียว ไม่ได้บอกว่าใครอยู่ตรงไหน ในประโยคนี้ you're down on yourself บอกว่าคนนั้นมองตัวเองอย่างไร ส่วน angry with yourself เพิ่มความรู้สึกโกรธ สำนวนนี้ใช้เมื่อใครคนหนึ่งสนใจแต่ข้อเสียของตัวเองและตัดสินตัวเองอย่างไม่เป็นธรรม

แบบฝึกหัด

Maya ทำผิดเพียงครั้งเดียว แต่ตอนนี้บอกว่าตัวเองทำอะไรไม่ดีเลย 'Maya is down on herself' หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอกำลังวิจารณ์คนอื่น
  2. เธอกำลังวิจารณ์ตัวเองรุนแรงเกินไป
  3. เธอกำลังยืนอยู่ใต้ใครบางคน
ดูคำตอบ

เธอกำลังวิจารณ์ตัวเองรุนแรงเกินไป

think about talking to yourself as a good friend น้ำเสียง/เจตนา

3:44

ให้ลองจินตนาการว่าคุณกำลังพูดกับเพื่อนสนิท

instead of actually you.

3:47

แทนที่จะเป็นตัวคุณเอง

น้ำเสียง/เจตนา

talking to yourself as a good friend: as + บทบาท

ใน talking to yourself as a good friend วลี as a good friend บอกบทบาทหรือท่าทีที่คุณใช้ตอนพูดกับตัวเอง คำแนะนำนี้คือให้ความอดทนและความเมตตาแก่ตัวเองแบบที่เพื่อนผู้ห่วงใยจะให้ แทนที่จะตำหนิตัวเองอย่างรุนแรง นี่เป็นรูปแบบ as + บทบาท โดย as ใช้บอกว่าคนหนึ่งมีหรือเลือกบทบาทใดขณะทำสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่ามีเพื่อนที่ดีอยู่ร่วมในการสนทนาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในคำแนะนำ 'Try talking to yourself as a good friend,' วลี 'as a good friend' หมายความว่าอย่างไร

  1. พูดกับเพื่อนของคุณเพียงคนเดียว
  2. รับบทบาทและท่าทีที่เมตตาแบบเพื่อนที่ดี
  3. พูดขณะที่มีเพื่อนที่ดียืนอยู่ใกล้ ๆ
ดูคำตอบ

รับบทบาทและท่าทีที่เมตตาแบบเพื่อนที่ดี

And you'll notice that difference

3:48

แล้วคุณจะสังเกตเห็นความแตกต่าง

in how you talk to yourself.

3:50

ในวิธีที่คุณใช้พูดกับตัวเอง

As an adult,

3:52

ในฐานะผู้ใหญ่

you might be down on yourself.

3:53

คุณอาจจะรู้สึกแย่กับตัวเอง (down on yourself)

If you're down on yourself,

3:56

ถ้าคุณ 'down on yourself'

you feel disappointed

3:57

คุณจะรู้สึกผิดหวัง

and self-critical about yourself.

3:59

และตำหนิตัวเอง

When this happens,

4:01

เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น

your self-talk gets very negative. วลี

4:02

การพูดกับตัวเองของคุณจะกลายเป็นแง่ลบเอามากๆ

วลี

gets very negative: get + คำคุณศัพท์เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงของสภาพ

ในที่นี้ get + คำคุณศัพท์ หมายถึง “กลายเป็น...” ใน gets very negative คำว่า gets แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ very เน้นความหมายของ negative ให้แรงขึ้น และ negative ใช้บรรยาย self-talk รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับการเปลี่ยนแปลงได้หลายอย่าง เช่น get tired, get cold หรือ get angry โดยเปลี่ยนรูป get ให้ตรงกับประธานและเวลาเป็น gets, got หรือ will get

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get + คำคุณศัพท์ได้ถูกต้องเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ

  1. The sky got dark before the storm.
  2. The sky got darkly before the storm.
  3. The sky got darkness before the storm.
ดูคำตอบ

The sky got dark before the storm.

For example,

4:05

ตัวอย่างเช่น

telling yourself you're no good.

4:05

บอกกับตัวเองว่าคุณมันไม่ได้เรื่อง

And this can lead to a negative cycle, การใช้คำ

4:08

และสิ่งนี้สามารถนำไปสู่วงจรเชิงลบ (negative cycle)

a pattern of repeating the same negative thoughts

4:10

รูปแบบการทำซ้ำความคิดลบเดิมๆ

over and over again. วลี

4:13

ครั้งแล้วครั้งเล่า

การใช้คำ

a negative cycle: รูปแบบที่เป็นผลเสียและเกิดซ้ำ

ในที่นี้ a negative cycle หมายถึงรูปแบบที่เป็นผลเสีย เกิดซ้ำ และทำให้ตัวมันเองดำเนินต่อไป cycle ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงวงกลมจริง ๆ หรือจักรยาน ข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคอธิบายวลีนี้ว่าเป็นรูปแบบของการคิดลบแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก วงจรแบบนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงหรือหยุดรูปแบบนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Worry causes poor sleep, and poor sleep causes more worry, creating a negative cycle.” คำว่า a negative cycle หมายถึงอะไร

  1. วงกลมที่วาดด้วยสีเข้ม
  2. ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งเดียวแล้วจบลง
  3. รูปแบบที่เป็นผลเสียซึ่งเกิดซ้ำและก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดูคำตอบ

รูปแบบที่เป็นผลเสียซึ่งเกิดซ้ำและก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วลี

over and over again: ซ้ำแล้วซ้ำอีก

over and over again หมายถึงการกระทำ เหตุการณ์ หรือความคิดเดิมเกิดซ้ำหลายครั้ง สำนวนนี้เน้นการทำซ้ำมากกว่า again เพราะ again อาจหมายถึงเพียง “อีกครั้ง” แต่ over and over again แสดงชัดเจนว่าเกิดซ้ำอยู่หลายครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวในประโยคให้สมบูรณ์: Ben asked the same question over and over ____.

ดูคำตอบ

again

This can be a problem,

4:15

สิ่งนี้อาจเป็นปัญหาได้

but not for toddlers

4:16

แต่ไม่ใช่สำหรับเด็กวัยนี้

who are naturally good at talking kindly to themselves วลี

4:17

ผู้ซึ่งเก่งโดยธรรมชาติในการพูดกับตัวเองอย่างอ่อนโยน

วลี

naturally good at talking kindly to themselves: โครงสร้าง good at + -ing

be good at + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงมีทักษะในการทำกิจกรรมหนึ่ง ๆ เนื่องจาก at เป็นคำบุพบท คำที่ตามหลังในที่นี้จึงเป็น talking ไม่ใช่ talk หรือ to talk naturally แสดงว่าความสามารถนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ kindly บอกลักษณะการพูด และ themselves แสดงว่าแต่ละคนกำลังพูดกับตัวเอง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ explain เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Mia is good at ____ hard ideas clearly.

ดูคำตอบ

explaining

and celebrating the little things, สำนวน

4:20

และเฉลิมฉลองกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ

like learning to get dressed. วลี

4:23

เช่น การหัดแต่งตัว

สำนวน

celebrating the little things: ชื่นชมความสำเร็จเล็ก ๆ

ในประโยคนี้ celebrating the little things หมายถึงการสังเกตเห็นความก้าวหน้าหรือความสำเร็จเล็ก ๆ และรู้สึกดีกับสิ่งเหล่านั้น ไม่ได้หมายถึงการจัดงานฉลองอย่างเป็นทางการ สำนวนนี้ทำให้ความก้าวหน้าในชีวิตประจำวันมีคุณค่า แม้แต่ทักษะง่าย ๆ อย่างการเรียนรู้ที่จะแต่งตัวเองก็สมควรได้รับการชื่นชมและกำลังใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “สังเกตและเห็นคุณค่าของความสำเร็จเล็ก ๆ”: Remember to ____, even when your only win is packing your bag on time.

ดูคำตอบ

celebrate the little things

วลี

get dressed: ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยและพร้อม

get dressed หมายถึงใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยและพร้อม ในที่นี้ get หมายถึง “เปลี่ยนเข้าสู่สภาพหนึ่ง” ส่วน dressed บอกสภาพที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว วลีนี้มองการแต่งตัวเป็นการกระทำหนึ่งอย่างที่ครบถ้วน และโดยปกติจะไม่มีชื่อเสื้อผ้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งตามหลังโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยและพร้อม”: Leo can ____ by himself before school.

ดูคำตอบ

get dressed

The solution for overcritical grown-ups, การใช้คำ

4:25

ทางออกสำหรับผู้ใหญ่ที่ชอบวิจารณ์ตัวเองมากเกินไป

according to Dr. Merali,

4:27

ตามที่คุณหมอ Merali กล่าวก็คือ

การใช้คำ

overcritical grown-ups: สำนวนไม่เป็นทางการที่มีนัยประเมินในทางลบ

ในบริบทนี้ overcritical grown-ups หมายถึงผู้ใหญ่ที่ตัดสินตัวเองรุนแรงเกินกว่าที่จะเป็นประโยชน์หรือสมเหตุสมผล คำนำหน้า over- หมายถึง “มากเกินไป” ดังนั้น overcritical จึงมีนัยประเมินในทางลบ grown-ups เป็นคำไม่เป็นทางการที่หมายถึง adults ตัววลีนี้เองอาจหมายถึงผู้ใหญ่ที่วิจารณ์คนอื่นมากเกินไปได้ด้วย แต่บริบทเรื่องการพูดกับตัวเองทำให้ในที่นี้หมายถึงการวิจารณ์ตัวเองมากเกินไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ overcritical grown-ups หมายถึงอะไร

  1. ผู้ใหญ่ที่ตัดสินตัวเองรุนแรงเกินไป
  2. เด็กที่วิจารณ์ผู้ใหญ่
  3. ผู้ใหญ่ที่ตรวจสอบทุกรายละเอียดอย่างรอบคอบ
ดูคำตอบ

ผู้ใหญ่ที่ตัดสินตัวเองรุนแรงเกินไป

pretend you're talking to a good friend

4:29

ให้แกล้งทำเป็นว่าคุณกำลังพูดกับเพื่อนสนิท

instead of to yourself,

4:31

แทนที่จะพูดกับตัวเอง

just like toddlers do. ไวยากรณ์

4:32

เหมือนกับที่เด็กๆ ทำเลย

ไวยากรณ์

just like toddlers do: ใช้ do แทนการกระทำที่กล่าวซ้ำ

ใน just like toddlers do คำว่า do ใช้แทนวลีกริยาที่เข้าใจกันแล้ว ในที่นี้ do ย้อนกลับไปถึงแนวคิดก่อนหน้าว่าให้พูดในแบบที่พูดกับเพื่อน จึงไม่ต้องกล่าวการกระทำทั้งหมดซ้ำอีกครั้ง do ในที่นี้เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนข้อความเดิม: ในปัจจุบันกาล ใช้ do กับ I, you, we, they หรือประธานพหูพจน์อื่น ๆ ใช้ does กับประธานบุรุษที่สามเอกพจน์ และใช้ did ในอดีตกาล

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้แทนการกระทำซ้ำให้ประโยคสมบูรณ์: I build sandcastles just like my friends ____.

ดูคำตอบ

do

It seems us adults can learn something from young children after all, การใช้คำ

4:34

ดูเหมือนพวกเราผู้ใหญ่จะสามารถเรียนรู้บางอย่างจากเด็กเล็กๆ ได้เช่นกัน

being kind to ourselves. วลี

4:38

นั่นคือการใจดีกับตัวเอง

การใช้คำ

us adults ในฐานะประธานแบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ us adults หมายถึง “พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่” วลีทั้งวลีเป็นประธานของ can learn จึงไม่ใช่กรรม แม้จะขึ้นต้นด้วย us การใช้ us นำหน้าคำนามที่เรียกกลุ่มคนในตำแหน่งประธานเป็นรูปแบบภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการและไม่เป็นมาตรฐาน ซึ่งพบได้ในภาษาอังกฤษแบบบริติชบางรูปแบบ ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน ตรงนี้จะใช้ we adults

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “we adults” เป็นประธานตามภาษาอังกฤษมาตรฐาน

  1. We adults can learn from children.
  2. Children can teach us adults.
  3. Us adults can learn from children.
ดูคำตอบ

We adults can learn from children.

วลี

being kind to ourselves: be kind to + สรรพนามสะท้อน

ในที่นี้ being kind to ourselves อธิบายว่า “สิ่ง” ที่ผู้ใหญ่เรียนรู้ได้คืออะไร นั่นคือการดูแลตัวเองด้วยความใส่ใจและอดทน แทนที่จะเข้มงวดกับตัวเอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be kind to + บุคคล หากบุคคลนั้นเป็นคนเดียวกับประธาน ให้ใช้สรรพนามสะท้อนที่สอดคล้องกัน เช่น be kind to yourself, ourselves หรือ themselves

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย be kind to และสรรพนามสะท้อนที่ถูกต้อง: After a tough day, we should be ____.

ดูคำตอบ

kind to ourselves

When they're not having tantrums, ลำดับความ

4:40

เวลาที่พวกเขาไม่อาละวาด

toddlers really are wonderful little creatures,

4:42

เด็กๆ ก็เป็นสิ่งมีชีวิตตัวน้อยๆ ที่แสนวิเศษจริงๆ

ลำดับความ

When they're not having tantrums: การใส่เงื่อนไขแบบขำ ๆ ก่อนกล่าวชม

อนุประโยค when ที่ขึ้นต้นประโยคกำหนดกรอบคำชมไว้ในช่วงที่เด็กวัยหัดเดินไม่ได้อาละวาด การบอกรายละเอียดนี้ก่อนทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าคำชมมีข้อยกเว้นแบบขำ ๆ ไม่ใช่การประเมินที่เด็ดขาดเสมอไป ลำดับข้อมูลนี้ยังสร้างมุกเล็ก ๆ ด้วย ผู้พูดกล่าวถึงด้านที่รับมือยากของเด็กก่อน แล้วจึงชมอย่างอบอุ่น ทำให้ความเห็นฟังดูเบาสบายและสมดุล

แบบฝึกหัด

อนุประโยคตอนต้นทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? When she isn't teasing her brother, Mia is very helpful.

  1. ถามว่ามีอาจะล้อน้องชายเมื่อไร
  2. บอกว่ามีอาไม่เคยช่วยเหลือใคร
  3. ใส่เงื่อนไขให้คำชมและทำให้น้ำเสียงดูขี้เล่น
ดูคำตอบ

ใส่เงื่อนไขให้คำชมและทำให้น้ำเสียงดูขี้เล่น

which reminds me of your question, ลำดับความ

4:45

ซึ่งทำให้ฉันนึกถึงคำถามของคุณ

Neil.

4:46

Neil

ลำดับความ

which reminds me of your question: การย้อนกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

which ในที่นี้ย้อนอ้างถึงความคิดทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวไป ไม่ได้ชี้ไปที่คำนามเพียงคำเดียว ในโครงสร้าง remind someone of something คำว่า me คือคนที่นึกขึ้นได้ ส่วน your question คือสิ่งที่กลับเข้ามาในความคิด อนุประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม หัวข้อปัจจุบันทำให้ผู้พูดนึกถึงคำถามก่อนหน้า จึงสามารถย้อนกลับไปยังคำถามนั้นได้โดยไม่เปลี่ยนเรื่องอย่างฉับพลัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอนุประโยคปัจจุบันที่ใช้ which และ remind me of: You mentioned the old playground, ____ our first day at school.

ดูคำตอบ

which reminds me of

Right.

4:47

ใช่แล้วครับ

I asked you which statement about toddlers was true.

4:47

ผมถามคุณว่าข้อใดเกี่ยวกับเด็กเตาะแตะที่เป็นความจริง

And I said it was that toddlers can grow up to 3 cm

4:50

และฉันตอบไปว่า เด็กเตาะแตะสามารถโตได้ถึง 3 ซม.

while they sleep.

4:55

ในขณะที่พวกเขานอนหลับ

Was I right?

4:56

ฉันถูกไหมคะ?

Uh

4:57

เอ่อ

I think you know that you're not right, น้ำเสียง/เจตนา

4:57

ผมคิดว่าคุณน่าจะรู้ตัวนะว่าคุณไม่ถูก

Beth.

4:59

Beth

น้ำเสียง/เจตนา

I think you know that you're not right: การแก้ไขแบบอ้อม ๆ ที่สื่อว่าอีกฝ่ายก็รู้อยู่แล้ว

ผู้พูดกำลังบอกว่าเบธผิด แต่ไม่ได้พูดตรงเท่ากับ You're wrong คำว่า I think ทำให้คำพูดฟังดูไม่หนักแน่นเกินไป ส่วน you know that สื่อว่าเบธน่าจะรู้อยู่แล้วว่าตัวเองพลาด นัยนี้อาจเพิ่มความรู้สึกตำหนิเล็กน้อย ประโยคอาจฟังเหมือนการแก้ไขอย่างนุ่มนวล แต่ก็อาจหมายถึง “เธอก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ควรเป็นแบบนั้น”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแก้ไขอีกฝ่ายแบบอ้อม ๆ และยังสื่อว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้อยู่แล้วว่าตัวเองพลาด

  1. I don't think this answer is right.
  2. I think you know that this answer isn't right.
  3. You're wrong about the answer.
ดูคำตอบ

I think you know that this answer isn't right.

That was the wrong answer.

5:00

นั่นเป็นคำตอบที่ผิดครับ

It's true that toddlers do grow when sleeping, ไวยากรณ์

5:01

จริงอยู่ที่เด็กจะโตขึ้นเวลาหลับ

but not as much as 3 cm.

5:04

แต่ไม่มากถึง 3 ซม. หรอกครับ

ไวยากรณ์

It's true that ... but not as much as ...: ยอมรับก่อนแล้วจึงจำกัดระดับ

It's true that ใช้เกริ่นส่วนที่ผู้พูดยอมรับ ส่วน but not as much as ที่ตามมาบอกว่าปริมาณหรือผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าที่มีคนกล่าวอ้าง ผู้พูดจึงเห็นด้วยก่อน แล้วค่อยแก้ส่วนที่พูดเกินจริง ในที่นี้ much หมายถึงปริมาณการเติบโต หลัง but มีการละ toddlers do not grow เพราะประธานและกริยาที่ซ้ำกันเข้าใจได้อยู่แล้ว ความหมายคือเติบโตน้อยกว่า 3 cm

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง “ยอมรับก่อนแล้วจึงจำกัด” แบบเดียวกับในบทเรียน: ____ the medicine helps, ____ some advertisements claim.

ดูคำตอบ

It's true that · but not as much as

In fact, ลำดับความ

5:07

ความจริงก็คือ

the correct answer was that being a toddler

5:07

คำตอบที่ถูกต้องคือ การเป็นเด็กวัยนี้

is the most active period of your whole life, ไวยากรณ์

5:09

เป็นช่วงเวลาที่กระตือรือร้นที่สุดในชีวิตของคุณแล้ว

ลำดับความ

In fact: ใช้เกริ่นการแก้ไขหรือข้อมูลที่ถูกต้องกว่า

In fact บอกผู้ฟังว่าข้อมูลถัดไปถูกต้องแม่นยำกว่า ในประโยคนี้วลีนี้นำเสนอคำตอบที่ถูกต้องและแทนที่หรือแก้การคาดเดาก่อนหน้า เมื่ออยู่ต้นประโยค ตัวบ่งชี้ทางวาทกรรมนี้ช่วยจัดลำดับสาร โดยเริ่มจากความคิดหรือสิ่งที่คาดไว้ แล้ว In fact จึงนำเสนอสิ่งที่เป็นจริง

แบบฝึกหัด

ตอนแรกคุณคิดว่าสระว่ายน้ำเปิดสิบโมง แต่ต่อมารู้ว่าเวลาที่ถูกต้องคือเก้าโมง ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับนำเสนอการแก้ไขนี้

  1. In fact, the pool opens at nine.
  2. Maybe the pool opens at nine.
  3. For example, the pool opens at nine.
ดูคำตอบ

In fact, the pool opens at nine.

ไวยากรณ์

the most active period of your whole life: ขั้นสูงสุดและขอบเขตการเปรียบเทียบ

the most active บอกว่าช่วงเวลาหนึ่งมีระดับความกระฉับกระเฉงสูงกว่าช่วงอื่นทั้งหมดที่นำมาเปรียบเทียบ เป็นรูปขั้นสูงสุดที่สร้างด้วย the most + adjective ในวลี the most active period of your whole life คำว่า period คือสิ่งที่ถูกเลือก ส่วน of your whole life บอกขอบเขตการเปรียบเทียบ คุณสามารถนำรูปแบบ the most + adjective + noun + of + range ไปใช้ต่อได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ the most + adjective โดยใช้ active: This was ____ week of the whole summer.

ดูคำตอบ

the most active

which isn't hard to believe if you live with one. น้ำเสียง/เจตนา

5:12

ซึ่งไม่ยากเลยที่จะเชื่อถ้าคุณอยู่กับพวกเขาสักคน

น้ำเสียง/เจตนา

which isn't hard to believe if you live with one: ความเห็นเบา ๆ ที่อาศัยประสบการณ์ร่วม

ในที่นี้ which ย้อนกลับไปกล่าวถึงข้อความทั้งหมดที่เพิ่งพูดไป isn't hard to believe หมายถึงเชื่อได้ง่าย ส่วน one ช่วยเลี่ยงการพูดซ้ำถึงคนหรือสิ่งหนึ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ซึ่งในประโยคนี้แทน a toddler อนุประโยค if ชวนผู้ฟังที่อยู่กับเด็กวัยเตาะแตะให้นำข้อความนั้นไปเทียบกับประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน จึงทำให้ข้อเท็จจริงดูคุ้นเคยและเพิ่มมุกเบา ๆ แบบรู้กันว่า คนที่รู้จักเด็กวัยนี้ย่อมเข้าใจได้ง่ายว่าทำไมข้อความนั้นจึงเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Cats often wake people up early, which isn't hard to believe if you live with one,” ส่วนท้ายทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. เพิ่มความเห็นเบา ๆ ว่าการอยู่กับแมวทำให้เชื่อข้อความนี้ได้ง่าย
  2. ถามว่าผู้ฟังเลี้ยงแมวมากกว่าหนึ่งตัวหรือไม่
  3. บอกว่าข้อความนี้น่าประหลาดใจแม้แต่สำหรับคนที่อยู่กับแมว
ดูคำตอบ

เพิ่มความเห็นเบา ๆ ว่าการอยู่กับแมวทำให้เชื่อข้อความนี้ได้ง่าย

Okay,

5:15

เอาล่ะ

let's recap the vocabulary we've learned in this program ลำดับความ

5:16

มาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนในรายการนี้กันเถอะ

about toddlers,

5:18

เกี่ยวกับเด็กเตาะแตะ (toddlers)

ลำดับความ

let's recap: สัญญาณว่าเริ่มทบทวน

Let's recap หมายถึงให้เราทบทวนสั้น ๆ ว่าได้เรียนหรือพูดถึงอะไรไปแล้ว เมื่อใช้เป็นคำเชื่อม จะบอกผู้ฟังว่าบทเรียน ช่วงเนื้อหา หรือการสนทนากำลังเข้าสู่การสรุป ไม่ใช่หัวข้อใหม่ recap ในที่นี้เป็นคำกริยา ให้วางสิ่งที่จะทบทวนไว้ข้างหลัง เช่น recap the vocabulary หรือ recap what we learned

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสัญญาณการทบทวนสองคำที่เรียนข้างต้น: Before we finish, ____ the three main ideas from today's lesson.

ดูคำตอบ

let's recap

young children who are toddling

5:19

เด็กเล็กๆ ที่กำลังหัดเดินเตาะแตะ

or learning to walk.

5:21

หรือเรียนรู้ที่จะเดิน

A tantrum is a noisy uncontrolled

5:23

การร้องไห้อาละวาด (tantrum) คือการร้องเสียงดังที่ไม่สามารถควบคุมได้

outburst of anger,

5:26

ในการระเบิดความโกรธออกมา

usually from a young child.

5:28

ซึ่งมักจะมาจากเด็กเล็ก

If you say something out loud,

5:30

หากคุณพูดอะไรบางอย่างออกมาดังๆ (out loud)

you say it in a way

5:31

คุณพูดในลักษณะที่

that other people can hear.

5:32

ให้คนอื่นสามารถได้ยิน

Self-talk refers to the messages that you tell yourself วลี

5:34

การพูดกับตัวเอง (self-talk) หมายถึงข้อความที่คุณบอกกับตัวเอง

and the way in which you tell them.

5:38

และวิธีการที่คุณใช้บอกข้อความนั้น

วลี

การใช้ refers to เพื่อนิยามคำศัพท์

ในที่นี้ refers to หมายถึง “หมายถึง” หรือ “กล่าวถึง” และใช้เพื่อนำเข้าสู่คำนิยามของ Self-talk รูปแบบคือ X refers to Y โดย X คือคำศัพท์ที่กำลังอธิบาย และ Y คือแนวคิดหรือสิ่งที่คำศัพท์นั้นใช้เรียก เมื่อใช้ในคำนิยาม refers to มักฟังเป็นทางการกว่า means เล็กน้อย และเน้นว่าคำหรือชื่อหนึ่ง ๆ ชี้ถึงอะไร

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามด้วย refers to: In this guide, screen time ____ time spent using a screen.

ดูคำตอบ

refers to

It's your inner voice.

5:40

มันคือเสียงในใจของคุณ

The phrase to be down on yourself

5:42

วลี to be down on yourself

means to feel disappointed

5:44

หมายถึงการรู้สึกผิดหวัง

and self-critical about yourself.

5:45

และวิจารณ์ตัวเองต่อตัวคุณเอง

And finally,

5:48

และสุดท้าย

a negative cycle

5:49

วงจรเชิงลบ (negative cycle)

is a pattern of repeating the same negative thoughts

5:50

คือรูปแบบการทำซ้ำความคิดลบแบบเดิมๆ

over and over again.

5:53

ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Something a toddler would never do.

5:55

ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กน้อยจะไม่มีวันทำ

Once again,

5:58

และอีกครั้ง

our 6 Minutes are up. สำนวน

5:58

เวลา 6 นาทีของเราหมดลงแล้ว

สำนวน

our 6 Minutes are up: เวลาที่กำหนดหมดแล้ว

ในที่นี้ our 6 Minutes are up หมายความว่าช่วงเวลาหกนาทีของรายการสิ้นสุดลงแล้ว และไม่มีเวลาที่กำหนดเหลืออยู่ ในสำนวนเกี่ยวกับเวลานี้ up ไม่ได้หมายถึง “ขึ้นไปข้างบน” วลี 6 Minutes เป็นพหูพจน์ จึงใช้ are หากใช้ time ซึ่งเป็นเอกพจน์ ให้พูดว่า Our time is up หรือ Time is up

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวน be up เติมประโยคให้สมบูรณ์: Your ten minutes ____, so please put down your pencils.

ดูคำตอบ

are up

But remember to join us again next time

6:00

แต่อย่าลืมมาร่วมรายการกับเราอีกครั้งในโอกาสหน้า

for more trending topics and useful vocabulary

6:02

สำหรับหัวข้อที่กำลังเป็นกระแสและคำศัพท์ที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม

here at 6 Minute English.

6:06

ที่นี่ ในรายการ 6 Minute English

Goodbye for now.

6:08

ขอลาไปก่อนนะ

Goodbye.

6:08

ลาก่อน

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:10

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com