ชายหาด | ตอนเต็ม | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
432 คำ 166 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บลูอี้เดินข้ามชายหาดตามลำพังเพื่อนำเปลือกหอยไปให้แม่ดู ระหว่างทางคลื่นลบรอยเท้าที่เธอใช้ตามทางและสัตว์ต่าง ๆ ขวางหน้า แต่เธอก็รวบรวมความกล้าแล้วเดินต่อไป เมื่อทั้งคู่พบกัน เรื่องราวชี้ให้เห็นว่าแม่เห็นคุณค่าทั้งของการอยู่คนเดียวและการมีใครสักคนอยู่ด้วย ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. keep an eye on you. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าพ่อจะคอยมองและดูแลบลูอี้จากระยะไกล ไม่ได้หมายถึงการเก็บดวงตาไว้ตามตัวอักษร สามารถใช้ keep an eye on someone เมื่อต้องการบอกอย่างเป็นกันเองว่าจะช่วยเฝ้าดูหรือดูแลใครสักคน 2. Can't go backward, can't go forward. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าประโยคสองส่วนที่วางขนานกันและการใช้คำซ้ำทำให้ภาวะไปต่อก็ไม่ได้ถอยหลังก็ไม่ได้ของบลูอี้เด่นชัดและตึงเครียดขึ้น สามารถนำโครงสร้างสมดุลนี้ไปใช้เน้นสถานการณ์ที่ไม่มีทิศทางหรือทางเลือกใดเป็นไปได้ 3. But this is nice too, though. — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: มองเห็นว่า though ท้ายประโยคช่วยเชื่อมความชอบเดินคนเดียวของแม่กับความรู้สึกดีที่ได้อยู่กับบลูอี้อย่างนุ่มนวล ใช้รูปแบบนี้เพื่อเติมมุมมองที่อบอุ่น โดยไม่หักล้างความคิดเห็นก่อนหน้าอย่างตรงไปตรงมา

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum.

0:06

แม่

Dad.

0:11

พ่อ

Bingo.

0:17

บิงโก

Bluey.

0:22

บลูอี้

Beach!

0:30

ทะเล!

This episode of Bluey is called The beach. ไวยากรณ์

0:31

บลูอี้ตอนนี้มีชื่อว่า ทะเล

ไวยากรณ์

is called + ชื่อ: “มีชื่อว่า”

be called + ชื่อ หมายถึง “มีชื่อว่า…” ในประโยคนี้ is called ใช้บอกชื่อตอน The beach และ called ไม่ได้หมายถึง “ถูกโทรหา” โครงสร้างคือ ประธาน + be + called + ชื่อ โดย be ต้องเปลี่ยนให้สอดคล้องกับประธาน เช่น it is called, they are called

แบบฝึกหัด

ใช้ be called + ชื่อ เติมประโยคให้สมบูรณ์: Our new puppy ____ Coco.

ดูคำตอบ

is called

Mum,

0:36

แม่

beach.

0:36

ทะเล

Beach.

0:37

ทะเล

Beach.

0:38

ทะเล

Aw, poor Mum.

0:40

โธ่ แม่น่าสงสาร

She's all on her own. วลี

0:41

แม่อยู่คนเดียว

วลี

all on her own: อยู่คนเดียวอย่างสิ้นเชิง

on her own หมายถึง “ไม่มีใครอยู่ด้วย” ในที่นี้ all ช่วยเน้นว่าเธออยู่คนเดียวอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้เพียงหมายความว่าเธอทำบางอย่างได้ด้วยตัวเอง เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับบุคคล เช่น on my own, on your own, on his own หรือ on their own โครงสร้างเดียวกันอาจหมายถึง “โดยไม่มีใครช่วย” เมื่อใช้บรรยายการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ความหมายที่ตั้งใจต้องดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง all on + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + own เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya sat at the back of the bus ____.

ดูคำตอบ

all on her own

Mum likes being by herself.

0:43

แม่ชอบอยู่คนเดียวนะ

Oh, I wonder why. น้ำเสียง/เจตนา

0:45

โอ้ หนูสงสัยจังว่าทำไม

น้ำเสียง/เจตนา

I wonder why ในฐานะคำพูดแซวเบา ๆ แบบรู้ทัน

ในประโยคนี้ I wonder why มีรูปเหมือนการนึกตั้งคำถาม แต่ไม่ได้เป็นการคาดคั้นเอาคำตอบ ผู้พูดมองออกอยู่แล้วว่าเหตุผลที่คุณแม่ชอบอยู่คนเดียวนั้นเดาได้ง่าย จึงทำทีเป็นสงสัยเพื่อแสดงความคิดเห็นแบบรู้ทันและขำ ๆ จุดสังเกตที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือความไม่ตรงกันระหว่างคำพูดกับสถานการณ์ เมื่อเหตุผลชัดเจน I wonder why อาจสื่อว่า “คำตอบเดาได้ไม่ยาก” แต่ถ้าไม่มีเบาะแสแบบนี้ โดยปกติจะหมายถึงสงสัยจริง ๆ

แบบฝึกหัด

Lena ถือห่อบิสกิตเปล่าและมีเศษบิสกิตติดเสื้อ พี่ชายของเธอพูดว่า “I wonder why there are no biscuits left.” เขาน่าจะหมายความว่าอย่างไร

  1. เขาพูดแซวเพื่อสื่อว่า Lena เป็นคนกินบิสกิต
  2. เขาบอกว่ามองไม่เห็นเบาะแสเลยว่าเกิดอะไรขึ้น
  3. เขาคาดคั้นให้ Lena อธิบายทุกอย่างทันที
ดูคำตอบ

เขาพูดแซวเพื่อสื่อว่า Lena เป็นคนกินบิสกิต

Beach.

0:46

ทะเล

Here comes a big one. ไวยากรณ์

1:00

คลื่นลูกใหญ่มาแล้ว

ไวยากรณ์

Here comes + คำนาม เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งกำลังมา

Here comes + คำนาม เป็นคำพูดเตือนว่าคนหรือสิ่งหนึ่งกำลังมา โดยวาง here และคำกริยาไว้หน้าคำนามดังใน Here comes a big one เพื่อให้หันไปสนใจสิ่งที่กำลังเข้ามาใกล้หรือเพิ่งปรากฏ การเรียงแบบกลับลำดับนี้ให้ความรู้สึกทันเหตุการณ์และเห็นภาพชัด ในประโยคนี้ one ใช้แทนคำนามนับได้ที่เข้าใจกันจากบริบทแล้ว คือ a big wave ไม่ได้หมายถึงเลขหนึ่ง เมื่อประธานเป็นคำสรรพนาม ภาษาอังกฤษจะใช้ลำดับประธาน-กริยาตามปกติ คือ Here it comes ไม่ใช่ Here comes it

แบบฝึกหัด

เติมคำพูดบอกการมาถึงด้วยรูปแบบจากบทเรียน คุณเห็นรถไฟของคุณกำลังเข้ามา: “____ our train!”

ดูคำตอบ

Here comes

Ready? steady.

1:02

เตรียมตัว? ระวัง

I'm just gonna go for a walk along the beach. โน้ต

1:08

แม่แค่จะไปเดินเล่นริมหาดน่ะ

การใช้คำ

just gonna: พูดถึงแผนเล็ก ๆ แบบสบาย ๆ

gonna เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการที่ใช้กันบ่อยของ going to เมื่อนำหน้าแผนหรือความตั้งใจในอนาคต และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน เช่น gonna go ในที่นี้ just แปลว่า “แค่” หรือ “เพียง” ไม่ได้แปลว่า “เมื่อกี้” คำนี้ทำให้แผนฟังดูเป็นเรื่องเล็กและสบาย ๆ คือผู้พูดกำลังบอกว่านี่เป็นเพียงการไปเดินเล่นผ่อนคลายเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาพูดด้วยวลีสองคำที่เน้นไว้: I'm ____ check the door.

ดูคำตอบ

just gonna

วลี

go for a walk: ไปเดินเพื่อความเพลิดเพลินหรือผ่อนคลาย

go for a walk เป็นวลีตายตัวที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หมายถึงการออกไปเดินเพื่อความเพลิดเพลิน ออกกำลังกาย หรือผ่อนคลาย วลีนี้กล่าวถึงกิจกรรมการเดินเล่น ไม่ใช่การเดินทางไปยังจุดหมาย ให้จำทั้งวลีไว้ด้วยกัน ภาษาอังกฤษใช้ go for a walk ไม่ใช้ walk a walk ในประโยคตัวอย่าง along the beach บอกว่าสถานที่เดินเล่นอยู่ที่ไหน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่เน้นไว้ ซึ่งหมายถึง “ไปเดินเล่นเพื่อผ่อนคลาย”: We often ____ after dinner.

ดูคำตอบ

go for a walk

วลี

along the beach: เคลื่อนที่ไปตามแนวชายหาด

ในประโยคนี้ along the beach บอกเส้นทางของการเดิน คือเคลื่อนไปข้างหน้าตามแนวยาวของชายหาด ใช้ along + ถนน ทางเดิน แม่น้ำ กำแพง ชายหาด หรือสถานที่อื่นที่ทอดตัวยาวเป็นแนว เพื่อบอกว่าการเคลื่อนที่ไปตามแนวนั้น จึงตอบว่า “ไปตามเส้นทางไหน” ไม่ใช่แค่ “อยู่ที่ไหน”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการเคลื่อนที่ไปตามแนวยาวของชายหาด

  1. We looked at the beach.
  2. We sat on the beach.
  3. We walked along the beach.
ดูคำตอบ

We walked along the beach.

Why do you like walking by yourself?

1:11

ทำไมแม่ถึงชอบเดินคนเดียวล่ะคะ?

Hmm, not sure actually.

1:14

อืม แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

I just do. น้ำเสียง/เจตนา

1:17

แค่ชอบน่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I just do: ใช้ do แทนวลีกริยาที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

ใน I just do คำว่า do ใช้แทนวลีกริยาที่เข้าใจได้อยู่แล้วจากคำถามหรือข้อความก่อนหน้า ในที่นี้แทน like walking alone ผู้พูดจึงไม่ต้องพูดวลีทั้งหมดซ้ำ just เพิ่มความหมายว่า “ไม่มีเหตุผลอื่นจะอธิบาย ก็รู้สึกแบบนี้” คำตอบนี้ต้องอาศัยบริบท และ do ไม่ได้ระบุการกระทำใหม่ด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่ใช้แทน love old maps เพื่อไม่ต้องพูดซ้ำ: Why do you love old maps? — I don't know. I just ____.

ดูคำตอบ

do

See you soon little mermaid.

1:18

แล้วเจอกันนะเงือกน้อย

Wow, look at this shell.

1:25

ว้าว ดูเปลือกหอยนี่สิ

Wow.

1:26

ว้าว

Can I go and show Mum? วลี

1:28

หนูเอาไปให้แม่ดูได้ไหมคะ?

วลี

go and show Mum: การเชื่อมการกระทำที่ต่อเนื่องกัน

go and + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการไปที่ใดที่หนึ่งและทำสิ่งถัดไปเป็นลำดับการกระทำเดียวที่เป็นธรรมชาติ ใน go and show Mum ผู้พูดหมายถึง “ไปหาแม่แล้วเอาสิ่งนั้นให้แม่ดู” โดย and เชื่อมสองขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกัน ไม่ใช่กิจกรรมสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน after go and ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน จึงใช้ show ไม่ใช่ showing หรือ showed

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยลำดับ go and + กริยา: My brother is in the kitchen, so I'll ____ him my drawing.

ดูคำตอบ

go and show

Yeah, all right. น้ำเสียง/เจตนา

1:29

ได้สิ เอาเลย

น้ำเสียง/เจตนา

all right: การตอบรับคำขอ

ในที่นี้ all right เป็นคำตอบในการสนทนาที่ใช้รับคำขอและให้อนุญาต มีความหมายว่า “ตกลง” หรือ “ทำได้” ความหมายนี้มาจากหน้าที่ของคำในฐานะคำตอบ ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษรว่าทุกอย่างถูกต้อง Yeah ทำให้การตอบตกลงชัดเจนขึ้น ดังนั้น Yeah, all right ในบทสนทนานี้จึงสื่อว่าผู้พูดยอมรับคำขอ

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งถามว่า “Can I have one more minute?” คำตอบใดเป็นการอนุญาต?

  1. That's right.
  2. All right.
  3. Not at all.
ดูคำตอบ

All right.

Off you go. น้ำเสียง/เจตนา

1:30

ไปได้

น้ำเสียง/เจตนา

Off you go: คำบอกอย่างเป็นกันเองให้ไปหรือเริ่มได้

“Off you go” เป็นคำพูดที่บอกให้อีกฝ่ายออกไป ออกเดินทาง หรือเริ่มทำกิจกรรมได้แล้ว ในที่นี้ off ให้ความรู้สึกว่าออกจากจุดเดิมหรือเริ่มเดินทาง ไม่ได้หมายถึง “ปิดเครื่อง” มักใช้หลังจากอนุญาตแล้วหรือเมื่อทุกอย่างพร้อม จึงฟังคล้ายกับการบอกอย่างอบอุ่นว่า “เอาละ ไปได้แล้ว เริ่มได้เลย” มากกว่าจะเป็นคำสั่งห้วน ๆ

แบบฝึกหัด

ผู้ปกครองเพิ่งอนุญาตให้เด็กออกไปเล่นข้างนอก แล้วพูดว่า “Off you go.” ผู้ปกครองกำลังทำอะไรอยู่

  1. บอกเด็กอย่างอบอุ่นให้ออกไปและเริ่มเล่นได้
  2. ถามว่าเด็กสามารถไปได้หรือไม่
  3. บอกเด็กให้ปิดอะไรบางอย่าง
ดูคำตอบ

บอกเด็กอย่างอบอุ่นให้ออกไปและเริ่มเล่นได้

Bingo and I'll wait here.

1:31

บิงโกกับพ่อจะรอตรงนี้นะ

Really?

1:32

จริงเหรอคะ?

Is that Mum with the orange hat over there?

1:34

นั่นแม่ที่ใส่หมวกสีส้มตรงนั้นใช่ไหม?

Yeah, that's her.

1:37

ใช่ นั่นแหละแม่

And I can go all that way by myself? วลี

1:38

แล้วหนูเดินไปไกลขนาดนั้นคนเดียวได้เหรอ?

วลี

go all that way by myself: ไปตลอดระยะทางไกลนั้นด้วยตัวคนเดียว

ใน “go all that way” คำว่า all เน้นระยะทางทั้งหมดไปจนถึงสถานที่ที่กำลังพูดถึง ส่วน that way แสดงว่าระยะทางนั้นไกลมาก คำว่า go บอกถึงการเดินทางไป แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเดินเท้าเสมอไป “By myself” หมายถึงไม่มีคนอื่นไปด้วยหรือช่วยเหลือ เมื่อนำมารวมกัน คำถามนี้ใช้ขอคำยืนยันว่าสามารถไปตลอดระยะทางไกลนั้นคนเดียวได้จริงหรือไม่ และมักแฝงความประหลาดใจหรือตื่นเต้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ all that way และโครงสร้าง by + สรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้อง: I can go ____.

ดูคำตอบ

all that way by myself

Yeah,

1:40

ได้สิ

I'll keep an eye on you. สำนวน

1:41

พ่อจะคอยดูหนูเอง

สำนวน

keep an eye on you: คอยดูและดูแลคุณ

keep an eye on someone or something เป็นสำนวน หมายถึงคอยดูหรือตรวจดูคนหรือสิ่งของ เพื่อให้สังเกตเห็นปัญหาและช่วยได้เมื่อจำเป็น ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังทำให้อีกฝ่ายสบายใจว่าตนจะยังคอยดูแลอยู่ ให้จำ keep an eye on เป็นสำนวนทั้งชุด คำว่า on ตามด้วยคนหรือสิ่งที่เราคอยดู ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสตัวหรือดวงตาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวน keep an eye on เติมประโยคให้สมบูรณ์: Could you ____ my bag while I buy a ticket?

ดูคำตอบ

keep an eye on

For real life? การใช้คำ

1:42

จริงๆ นะคะ?

การใช้คำ

For real life? ในฐานะคำถามแบบเด็ก

For real life? เป็นคำถามแบบขี้เล่นและเหมือนเด็ก หมายถึง Is that really true? หรือ Is that really going to happen? ในประโยคนี้ สื่อถึงความประหลาดใจอย่างตื่นเต้น การเติมคำว่า life ทำให้ถ้อยคำนี้มีลักษณะเด่นและสะท้อนบุคลิกของตัวละคร ไม่ใช่คำถามที่ผู้ใหญ่มักใช้ และต่างจากนามวลี real life เช่นในประโยค Real life is different from a game.

แบบฝึกหัด

ผู้ใหญ่คนหนึ่งได้ยินข่าวดีที่ไม่คาดคิดในการสนทนาทั่วไป คำตอบใดเป็นวิธีถามว่าข่าวนั้นจริงหรือไม่ที่ใช้ได้กว้างและเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. For real?
  2. For real life?
  3. Really?
ดูคำตอบ

Really?

Yeah,

1:43

ใช่

just don't go in the water. น้ำเสียง/เจตนา

1:43

แค่อย่าลงไปในน้ำก็พอ

น้ำเสียง/เจตนา

just don't + คำกริยารูปพื้นฐาน: เพิ่มข้อจำกัดที่ชัดเจน

หลังจากอนุญาตแล้ว just don't + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เพิ่มข้อห้ามที่ชัดเจนหนึ่งอย่าง หมายถึง “ทำอย่างนั้นได้ แต่อย่าทำสิ่งนี้” ในประโยคนี้ ข้อจำกัดคือห้ามลงไปในน้ำ just ตรงนี้หมายถึง “เพียงแค่” หรือ “มีเงื่อนไขเดียวคือ” ไม่ได้หมายถึง “เพิ่งจะ” และคำกริยาหลัง don't ต้องเป็นรูปพื้นฐาน เช่น don't go, don't touch, don't open

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “มีเงื่อนไขเดียวคืออย่า” ลงในประโยค: You can play in the garden; ____ pick the flowers.

ดูคำตอบ

just don't

Okay.

1:45

โอเคค่ะ

But how will you get there with no legs, mermaid?

1:46

แต่ลูกจะไปที่นั่นได้ยังไงถ้าไม่มีขาล่ะ เงือกน้อย?

Oh yeah.

1:49

โอ้ ใช่

You can be King Neptune, วัฒนธรรม

1:50

พ่อเป็นราชาเนปจูนได้ไหมคะ

and you give me legs!

1:52

แล้วเธอก็ให้ขาฉัน!

วัฒนธรรม

King Neptune: เทพเจ้าแห่งท้องทะเลของโรมัน

Neptune คือเทพเจ้าแห่งท้องทะเลในตำนานโรมัน King Neptune เป็นภาพของเทพแห่งทะเลที่พบได้บ่อยในนิทานและการเล่นสมมติ คำว่า King ตรงนี้เป็นตำแหน่งแบบโลกแฟนตาซี ไม่ได้หมายถึงกษัตริย์สมัยใหม่ที่มีตัวตนจริง ภูมิหลังนี้ช่วยอธิบายความคิดของเด็กได้ว่า ในการเล่นเป็นนางเงือก ผู้ปกครองท้องทะเลที่ทรงพลังอาจใช้เวทมนตร์มอบขาให้นางเงือกได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคจากการเล่นสมมตินี้ King Neptune คือใคร?

  1. เทพเจ้าแห่งท้องทะเลจากตำนานโรมัน
  2. กษัตริย์สมัยใหม่ที่มีตัวตนจริง
  3. เพื่อนบ้านชื่อ Neptune
ดูคำตอบ

เทพเจ้าแห่งท้องทะเลจากตำนานโรมัน

Woo.

1:54

วู้ว

Legs.

1:56

ขา

Actually,

2:03

จริงๆ แล้ว

she's a bit far away. วลี

2:03

แม่อยู่ไกลไปหน่อยนะ

วลี

a bit far away: พูดว่าไกลแบบนุ่มนวลลง

ใน a bit far away คำว่า a bit หมายถึงเล็กน้อยหรืออยู่นิดหน่อย และขยาย far away ผู้พูดจึงบอกว่าระยะทางไกลพอให้สังเกตได้ แต่ไม่ได้บอกว่าไกลมาก โครงสร้าง a bit + คำคุณศัพท์มักใช้ลดความแรงของคำบรรยายให้ฟังนุ่มนวลขึ้น ตรงนี้ยังทำให้ความเห็นเรื่องระยะทางฟังดูอ่อนโยนและลังเลเล็กน้อยด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าสถานีอยู่ไกลเล็กน้อย โดยไม่ได้บอกว่าไกลมาก

  1. The station is very far away.
  2. The station is a bit far away.
  3. The station is a bit away far.
ดูคำตอบ

The station is a bit far away.

But little mermaid,

2:06

แต่เงือกน้อย

you can follow Mum's footsteps. วลี

2:07

ลูกเดินตามรอยเท้าแม่ไปได้

วลี

follow Mum's footsteps: เดินตามรอยเท้าจริง

ตรงนี้ follow Mum's footsteps ใช้ตามความหมายตรงตัว แม่ทิ้งรอยเท้าเป็นแนวไว้บนทราย และเจ้าหญิงเงือกน้อยใช้รอยเหล่านั้นเป็นทางนำเพื่อเดินไปตามเส้นทางเดียวกันได้ ฉากที่มีรอยเท้าจริงทำให้ footsteps หมายถึงเส้นทางที่เกิดจากก้าวของแม่ ในบริบทอื่น วลีคล้ายกันอาจหมายถึงการเดินตามแบบชีวิตหรืออาชีพของใครสักคน จึงควรมองหารอยเท้าจริงก่อนเลือกความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ครอบครัวหนึ่งกำลังเดินข้ามหิมะที่เพิ่งตก และมองเห็นรอยรองเท้าบูตของพ่อชัดเจน ประโยคใดหมายความว่าคนอื่นใช้รอยเท้าจริงเหล่านั้นเป็นทางนำ

  1. They follow in Dad's footsteps by becoming doctors.
  2. They follow Dad's footsteps.
  3. Dad follows their footsteps.
ดูคำตอบ

They follow Dad's footsteps.

Oh yeah,

2:10

โอ้ ใช่เลย

thanks King Neptune.

2:11

ขอบคุณค่ะราชาเนปจูน

Good luck.

2:13

ขอให้โชคดีนะ

I am the mermaid who got her legs. ไวยากรณ์

2:16

ฉันคือเงือกน้อยที่ได้มีขาแล้ว

ไวยากรณ์

the mermaid who got her legs: ใช้ who เพื่อระบุตัวละคร

who got her legs เป็นอนุประโยคขยายที่อยู่หลัง the mermaid และช่วยระบุว่าผู้พูดหมายถึงนางเงือกคนไหน who อ้างกลับไปที่ the mermaid และทำหน้าที่เป็นประธานของ got ในอนุประโยค รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “บุคคลหรือตัวละครที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์ + who + กริยาหรือเหตุการณ์” ในที่นี้ got her legs หมายถึงนางเงือกได้ขาแบบมนุษย์มาในเรื่อง

แบบฝึกหัด

เลือกอนุประโยคขยายที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: She is the girl ___.

  1. which found the key
  2. who she found the key
  3. who found the key
ดูคำตอบ

who found the key

But they only last a day, การใช้คำ

2:20

แต่มันอยู่ได้แค่วันเดียวนะ

little mermaid.

2:22

เงือกน้อย

การใช้คำ

last a day: last เป็นคำกริยาที่แปลว่า “คงอยู่”

ในที่นี้ last เป็นคำกริยาที่หมายถึงดำเนินต่อ คงอยู่ หรือยังใช้งานได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง สามารถวางระยะเวลาต่อท้ายได้โดยตรง เช่น last a day ส่วน only เน้นขีดจำกัดว่าไม่เกินหนึ่งวัน They หมายถึงขาของนางเงือก วลีนี้บอกว่าขาจะคงอยู่หนึ่งวัน ไม่ได้หมายถึง “วันสุดท้าย”

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ last ที่ถูกต้องในความหมายว่า “คงอยู่เป็นเวลา”: The class ____ an hour.

ดูคำตอบ

lasts

So enjoy them.

2:23

ดังนั้นจงสนุกกับมัน

Okay,

2:26

โอเคค่ะ

I will.

2:26

หนูจะสนุกให้เต็มที่

Woo.

2:29

วู้ว

Seagulls, can you please move? น้ำเสียง/เจตนา

2:36

คุณนกนางนวล ช่วยหลบหน่อยได้ไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

can you please move?: การขอให้อีกฝ่ายหลีกทางอย่างสุภาพ

Can you please + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ขอให้อีกฝ่ายทำบางอย่างอย่างสุภาพ ในประโยคนี้ move หมายถึงขยับหลบหรือหลีกทาง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนตำแหน่ง แม้ประโยคนี้จะอยู่ในรูปคำถาม แต่ผู้พูดไม่ได้ต้องการตรวจสอบความสามารถเป็นหลัก ผู้พูดกำลังขอร้องอย่างสุภาพและพูดกับนกนางนวลราวกับว่าพวกมันเข้าใจและตอบได้

แบบฝึกหัด

เติมคำขออย่างสุภาพโดยใช้ can, you และ please: ____ close the gate?

ดูคำตอบ

Can you please

A mermaid wants to get through. กริยาวลี

2:38

นางเงือกต้องการจะเดินผ่าน

กริยาวลี

get through: ผ่านสิ่งกีดขวางไปอีกด้าน

Get through ในที่นี้หมายถึงผ่านพื้นที่ที่ถูกขวาง แคบ หรือแออัด แล้วไปถึงอีกด้านหนึ่ง จุดสำคัญคือการเคลื่อนที่ผ่านสิ่งที่กีดขวางอยู่จริง ๆ ในประโยคนี้ให้เข้าใจ get through เป็นกริยาวลีเดียว โดย get ไม่ได้หมายถึงได้รับหรือได้มา ในบริบทอื่น get through อาจหมายถึงทำบางอย่างให้เสร็จหรือผ่านพ้นประสบการณ์ที่ยากลำบาก แต่ความหมายเหล่านั้นไม่ใช้ในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ผ่านสิ่งกีดขวาง”: The doorway is crowded, but we need to ____.

ดูคำตอบ

get through

Dad, can you

2:41

พ่อคะ พ่อช่วย

Oh, that's right. ลำดับความ

2:43

โอ้ จริงสิ

Dad's back there.

2:45

พ่ออยู่ข้างหลังนู่น

ลำดับความ

that's right: การนึกขึ้นได้และยืนยันข้อเท็จจริง

ในประโยคนี้ that's right หมายถึง “เพิ่งนึกขึ้นได้” ผู้พูดกำลังยืนยันข้อเท็จจริงกับตัวเอง ไม่ได้บอกคนอื่นว่าคำตอบของเขาถูกต้อง วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมความคิด โดยบอกจังหวะที่ข้อเท็จจริงบางอย่างกลับเข้ามาในความคิด แล้วประโยคถัดไปจึงบอกว่าข้อเท็จจริงนั้นคืออะไร ทำให้ผู้ฟังตามการเปลี่ยนความคิดได้

แบบฝึกหัด

that's right ทำหน้าที่อะไรใน “Oh, that's right. The library closes early today.”?

  1. บอกคนอื่นว่าคำตอบของคนนั้นถูกต้อง
  2. บอกว่าผู้พูดเพิ่งนึกข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งขึ้นได้
  3. บอกให้คนอื่นเลี้ยวขวา
ดูคำตอบ

บอกว่าผู้พูดเพิ่งนึกข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งขึ้นได้

Well...

2:50

เอ่อ...

Then

2:51

งั้น

Uh,

3:06

เอ่อ

you cheeky wave. การใช้คำ

3:07

เจ้าคลื่นจอมซน

การใช้คำ

you cheeky wave: การทำให้คลื่นเหมือนคนและการตำหนิแบบหยอกล้อ

ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ cheeky มักหมายถึง “ซน” หรือ “เสียมารยาทนิด ๆ” ในเชิงหยอกล้อ ใน you cheeky wave ผู้พูดพูดกับคลื่นราวกับว่ามันเป็นคนที่ตั้งใจทำตัวซน ประโยคนี้เป็นการตำหนิเบา ๆ แบบขำ ๆ ไม่ใช่การด่าอย่างรุนแรง รูปแบบ “you + adjective + noun” ช่วยทำให้สิ่งของดูเหมือนคนและแสดงปฏิกิริยาของผู้พูดโดยตรง

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: เด็กหยิบบิสกิตไปหนึ่งชิ้น แล้วผู้ปกครองยิ้มพร้อมพูดว่า “You cheeky monkey!” ตามปกติแล้วนี่เป็นคำด่ารุนแรงหรือไม่

  1. ไม่ใช่ ตามปกติแล้วเป็นการตำหนิเบา ๆ แบบหยอกล้อ
  2. ใช่ ตามปกติแล้วเป็นคำด่ารุนแรง
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ ตามปกติแล้วเป็นการตำหนิเบา ๆ แบบหยอกล้อ

You washed away my Mum's footsteps. กริยาวลี

3:08

เธอซัดรอยเท้าแม่ของฉันหายไปหมดเลย

กริยาวลี

washed away: ถูกกระแสน้ำชะจนหายไป

ในประโยคนี้ washed away หมายถึงน้ำพัดรอยบนทรายออกจากตำแหน่งเดิมจนรอยนั้นหายไป wash และ away ทำงานร่วมกัน โดย away เพิ่มความหมายว่าสิ่งนั้นถูกนำออกจากที่เดิม ไม่ใช่แค่ถูกล้างให้สะอาด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ wash something away และ wash away something ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ตรงกลาง เช่น wash it away ส่วนรูปอดีตที่ใช้ในประโยคนี้คือ washed away

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ wash away: The wave ____ the footprints before we took a photo.

ดูคำตอบ

washed away

Ooh.

3:12

โอ้

Pipis.

3:14

หอย

Pippies coming up for wee wees. โน้ต

3:17

หอยตัวน้อยขึ้นมาฉี่เหรอเนี่ย

วัฒนธรรม

Pippies: หอยตัวเล็กในทรายตามชายหาดออสเตรเลีย

ในที่นี้ Pippies หมายถึงหอยตัวเล็กที่ฝังตัวอยู่ในทรายตามชายหาดออสเตรเลีย ประโยคนี้บรรยายว่าพวกมันโผล่ขึ้นมาผ่านทรายเปียก ดังนั้นคำนี้จึงหมายถึงสัตว์ชายหาด ไม่ใช่ชื่อคน

แบบฝึกหัด

Pippies หมายถึงอะไรในฉากชายหาดนี้

  1. เด็กคนหนึ่งชื่อ Pippies
  2. คลื่นทะเลชนิดหนึ่ง
  3. หอยตัวเล็กที่อาศัยอยู่ในทราย
ดูคำตอบ

หอยตัวเล็กที่อาศัยอยู่ในทราย

การใช้คำ

wee wees: คำเด็ก ๆ ที่หมายถึงฉี่

“Wee wees” เป็นคำแบบเด็ก ๆ ที่หมายถึงการปัสสาวะหรือฉี่ ในประโยคนี้ “coming up for wee wees” หมายถึงโผล่ขึ้นมาจากทรายเพื่อฉี่ และการเลือกใช้คำนี้ทำให้คำอธิบายฟังดูขี้เล่นและเหมือนเด็กพูด รูปคำซ้ำนี้เป็นภาษาที่ใช้กับเด็กเล็ก ไม่ใช่คำที่เป็นกลางหรือเป็นทางการสำหรับการขับถ่ายนี้

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: การใช้ “wee wees” ในรายงานทางการแพทย์ที่เป็นทางการฟังดูเป็นธรรมชาติ

  1. ไม่ใช่ “Wee wees” เป็นภาษาเด็ก
  2. ใช่ “Wee wees” เป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ “Wee wees” เป็นภาษาเด็ก

Oh, hey mate. การใช้คำ

3:23

โอ้ ว่าไงเพื่อน

การใช้คำ

hey mate: คำทักทายที่เป็นมิตรและกันเอง

“Hey, mate” เป็นคำทักทายแบบกันเองและเป็นมิตร ในที่นี้ “mate” เป็นคำเรียกอีกฝ่ายที่มีความหมายประมาณว่า “เพื่อน” หรือ “พวกเดียวกัน” ไม่ได้หมายถึงคู่รัก คำเรียกนี้สื่อว่าผู้พูดมองอีกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ใช้กับเพื่อน คนรู้จัก หรือบางครั้งคนที่เพิ่งพบกันก็ได้ จึงไม่ได้แปลว่าต้องสนิทกันมากเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาแบบสบาย ๆ “mate” ใน “Thanks, mate” ทำหน้าที่อะไร

  1. ใช้เรียกอีกฝ่ายอย่างไม่เป็นทางการ
  2. ระบุว่าอีกฝ่ายเป็นคู่รักของผู้พูด
  3. มอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการให้อีกฝ่าย
ดูคำตอบ

ใช้เรียกอีกฝ่ายอย่างไม่เป็นทางการ

Where are you going, little matey? การใช้คำ

3:25

จะไปไหนเพื่อนตัวน้อย?

การใช้คำ

little matey: คำเรียกแบบขี้เล่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนชื่อเล่น

little matey เป็นคำเรียกเพื่อนตัวน้อย เช่น เด็กหรือสัตว์ ด้วยน้ำเสียงเอ็นดูและขี้เล่น ในที่นี้ผู้พูดปฏิบัติต่อปูเหมือนเป็นตัวละครที่เป็นมิตร คำว่า matey ไม่ใช่คำเรียกอย่างเป็นทางการ เมื่อเทียบกับ mate คำว่า matey ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังแสดงบทบาทและค่อนข้างเก่า เมื่อใช้กับ little อาจฟังดูเป็นภาษาเด็กและชวนให้นึกถึงวิธีพูดแบบโจรสลัดในภาพจำ ส่วนท้าย -y/-ey มักช่วยสร้างน้ำเสียงไม่เป็นทางการคล้ายชื่อเล่น แต่ผลนี้ขึ้นอยู่กับคำและบริบท

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดทำให้ “little matey” ฟังดูเอ็นดูและขี้เล่นอย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. พนักงานเรียกผู้อำนวยการบริษัทอย่างเป็นทางการ
  2. เด็กคนหนึ่งพูดกับปูของเล่นอย่างอ่อนโยนระหว่างเล่นเกม
  3. ทนายความเรียกผู้พิพากษาในศาล
ดูคำตอบ

เด็กคนหนึ่งพูดกับปูของเล่นอย่างอ่อนโยนระหว่างเล่นเกม

Pinchy pinchy.

3:27

หนีบ หนีบ

I'm the mermaid who got her crab legs.

3:29

ฉันคือเงือกน้อยที่ได้ขาปูมา

Where are you going, Pinchy?

3:33

จะไปไหนเหรอเจ้าก้ามปู?

Okay, see you.

3:35

โอเค ไว้เจอกันนะ

Ooh, the orange speck Mum is getting bigger. ลำดับความ

3:49

โอ้ จุดสีส้มของแม่เริ่มใหญ่ขึ้นแล้ว

ลำดับความ

the orange speck Mum is getting bigger: ใช้ขนาดที่มองเห็นเพื่อบอกว่ากำลังเข้าใกล้

คำว่า the orange speck Mum นำเสนอแม่ก่อนในลักษณะของจุดสีส้มเล็ก ๆ ที่ Bluey มองเห็นจากระยะไกล สีส้มมาจากหมวกของแม่ ส่วนระยะทางทำให้แม่ดูเหมือนเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ is getting bigger อธิบายขนาดที่มองเห็น ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายจริง ๆ เมื่อ Bluey เข้าใกล้ แม่จะกินพื้นที่ในสายตามากขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางภาพนี้จัดลำดับข้อมูลเพื่อให้ผู้ชมอนุมานได้ว่าระยะห่างระหว่างทั้งสองกำลังลดลง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The distant tower is getting bigger” การเปลี่ยนแปลงทางภาพนี้น่าจะบอกอะไรเรามากที่สุด?

  1. ผู้สังเกตกำลังเข้าใกล้หอคอย
  2. ผู้สังเกตกำลังออกห่างจากหอคอย
  3. หอคอยกำลังสูงขึ้นจริง ๆ
ดูคำตอบ

ผู้สังเกตกำลังเข้าใกล้หอคอย

Mum,

3:52

แม่คะ

I got a shell to show you. วลี

3:53

หนูมีเปลือกหอยมาให้ดูค่ะ

วลี

got a shell to show you: การมีสิ่งของและบอกจุดประสงค์

ใน I got a shell to show you คำว่า got หมายความว่าผู้พูดมีเปลือกหอยอยู่ในตอนนี้ ประโยคนี้เป็นภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการมากและใช้ในความหมายคล้าย have got จุดสำคัญไม่ใช่ช่วงเวลาที่พบหรือได้รับเปลือกหอยมา to show you อธิบายจุดประสงค์ของการมีเปลือกหอย คือผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายดู รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have got + สิ่งของ + to show + คน

แบบฝึกหัด

ข้อใดมีความหมายใกล้เคียงกับ I've got a photo to show you มากที่สุด

  1. ฉันให้คุณดูรูปถ่ายนั้นไปแล้ว
  2. ฉันมีรูปถ่ายที่อยากให้คุณดู
  3. ฉันอยากให้คุณเอารูปถ่ายมาให้ฉัน
ดูคำตอบ

ฉันมีรูปถ่ายที่อยากให้คุณดู

Oh, she can't hear you.

3:56

โอ้ แม่ไม่ได้ยินหรอก

Better keep going. น้ำเสียง/เจตนา

3:58

เดินต่อไปดีกว่า

น้ำเสียง/เจตนา

Better keep going: รูปย่อของโครงสร้าง had better

Better keep going เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ had better + คำกริยารูปพื้นฐาน ประธานที่ละไว้ต้องดูจากบริบท จึงอาจหมายถึง I'd better keep going, we'd better keep going หรือ you'd better keep going ในที่นี้ better ชี้ว่าการเดินต่อเป็นสิ่งที่ควรทำต่อไปตามสถานการณ์ ไม่ได้เป็นเพียงความหมายเปรียบเทียบของ good ในโครงสร้างนี้ better ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน จึงใช้ better keep ไม่ใช่ better to keep

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนตัวเองสั้น ๆ นี้ด้วย Better + catch the next train: The station closes soon. ____.

ดูคำตอบ

Better catch the next train

I'm coming.

3:59

หนูมาแล้ว

Jellyfish.

4:02

แมงกะพรุน

Ha ha, you can't sting me, jellyfish.

4:14

ฮ่าฮ่า แกต่อยฉันไม่ได้หรอก แมงกะพรุน

I am the mermaid who got her legs.

4:20

ฉันคือเงือกน้อยที่ได้มีขาแล้ว

An old castle.

4:29

ปราสาทเก่า

I wonder who lived here. ไวยากรณ์

4:31

สงสัยจังว่าใครเคยอยู่ที่นี่

ไวยากรณ์

I wonder who lived here: ลำดับคำในคำถามทางอ้อม

ใน I wonder who lived here คำว่า I wonder ใช้นำคำถามทางอ้อม เพื่อแสดงความสงสัยใคร่รู้ของผู้พูด ไม่ใช่การถามอีกฝ่ายโดยตรง อนุประโยคหลัง wonder ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ในที่นี้ who เป็นประธานของ lived ดังนั้นรูปธรรมชาติคือ who lived here ในคำถามทางอ้อมแบบเป็นกลาง จะไม่เติม did หรือสลับลำดับคำเพียงเพราะมีความหมายเป็นคำถาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าหลัง I wonder ได้ถูกต้อง

  1. I wonder where lives Maya.
  2. I wonder where does Maya live.
  3. I wonder where Maya lives.
ดูคำตอบ

I wonder where Maya lives.

Maybe this is where the other mermaids live. ไวยากรณ์

4:34

บางทีนางเงือกตัวอื่นๆ อาจจะอยู่ที่นี่ก็ได้

ไวยากรณ์

this is where the other mermaids live: การระบุสถานที่

ใน this is where the other mermaids live คำว่า where ใช้นำอนุประโยคที่ระบุสถานที่ซึ่ง this หมายถึง ส่วนนี้มีความหมายว่า “ที่นี่คือสถานที่ที่นางเงือกตัวอื่น ๆ อาศัยอยู่” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ This is where + ประธาน + กริยา ใช้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นในสถานที่หนึ่งหรือสถานที่นั้นใช้ทำอะไร นี่ไม่ใช่คำถามตรงที่ใช้ where ดังนั้นอนุประโยคจึงคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่ระบุสถานที่สำหรับรับประทานอาหารกลางวันให้สมบูรณ์: This is ____ we eat lunch.

ดูคำตอบ

where

Hello.

4:51

สวัสดี

Um, would you mind moving? น้ำเสียง/เจตนา

4:53

เอ่อ ช่วยหลบหน่อยได้ไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Would you mind moving?: การขอร้องอย่างสุภาพ

Would you mind + คำกริยารูป -ing? เป็นรูปประโยคสุภาพสำหรับขอให้อีกฝ่ายทำบางอย่าง แม้ความหมายตรงตัวจะถามว่าการกระทำนั้นรบกวนใจอีกฝ่ายหรือไม่ แต่หน้าที่ปกติคือทำให้คำขอฟังไม่ตรงเกินไป หลัง mind ต้องใช้คำกริยารูป -ing: พูดว่า would you mind moving ไม่ใช่ would you mind to move ในที่นี้ moving หมายถึงการเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อให้มีที่ว่าง

แบบฝึกหัด

เติมคำขอสุภาพด้วยรูปที่ถูกต้องของ move: Would you mind ____ your bag so I can sit down?

ดูคำตอบ

moving

I need to show this shell to my Mum.

4:55

หนูต้องเอาเปลือกหอยนี้ไปให้แม่ดู

Maybe I will just head back. กริยาวลี

5:00

บางทีฉันควรจะกลับดีกว่า

กริยาวลี

Head back: กลับไปยังสถานที่เดิม

head ใช้เป็นคำกริยาได้ โดยหมายถึง “ไป” หรือ “เคลื่อนไปในทิศทางหนึ่ง” ใน head back คำว่า back เพิ่มความหมายว่ากลับไปยังสถานที่หรือทิศทางก่อนหน้า โดย head ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอวัยวะส่วนศีรษะ วลีนี้ใช้เดี่ยว ๆ ได้เหมือนในประโยคนี้ หรือมีจุดหมายตามหลังก็ได้ เช่น head back home หรือ head back to the hotel

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสองคำที่มี head และหมายถึง “กลับไป” เติมประโยคให้สมบูรณ์: The rain is getting heavier, so let's ____ to the car.

ดูคำตอบ

head back

I think I've had enough walking by myself. วลี

5:03

ฉันคิดว่าฉันเดินคนเดียวมาพอแล้วล่ะ

วลี

I've had enough walking by myself: เมื่อถึงขีดจำกัดและไม่อยากทำต่อ

ใน I've had enough walking by myself โครงสร้าง have had enough + คำกริยา -ing หมายถึงกิจกรรมนั้นมาถึงขีดจำกัดของผู้พูดแล้ว และผู้พูดไม่ต้องการทำต่อ Walking by myself ระบุกิจกรรมว่าเป็นการเดินคนเดียว ไม่ใช่การเดินโดยทั่วไป วลีนี้อาจสื่อถึงความเหนื่อย ความหงุดหงิด ความกลัว หรือเพียงการตัดสินใจอย่างชัดเจนว่าจะหยุด วลีนี้มีน้ำหนักมากกว่า I don't want to เพราะสื่อว่าผู้พูดได้พบเจอสิ่งนั้นมามากพอแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง have had enough + -ing ให้สมบูรณ์: I've ____ waiting, so I'm going home.

ดูคำตอบ

had enough

Oh,

5:06

โอ้

Dad's just a blue speck.

5:07

พ่อกลายเป็นแค่จุดสีฟ้าแล้ว

Can't go backward, ลำดับความ

5:10

ถอยหลังก็ไม่ได้

can't go forward.

5:12

เดินหน้าก็ไม่ได้

ลำดับความ

Can't go backward, can't go forward: โครงสร้างขนานเน้นภาวะที่ไปทางไหนก็ไม่ได้

ทั้งสองส่วนใช้รูปแบบเดียวกันคือ can't go + ทิศทาง และเปลี่ยนเพียง backward เป็น forward โครงสร้างขนานนี้วางทิศทางตรงข้ามไว้คู่กัน ทำให้เข้าใจว่าเป็นปัญหาเดียวกันที่มีสองด้าน เมื่อทั้งสองทิศทางถูกปิดกั้น การพูดซ้ำสั้น ๆ จึงสร้างจังหวะที่เร็วและตึงเครียด พร้อมเน้นว่าผู้พูดติดอยู่ตรงนั้น ทั้งสองส่วนละประธาน I ที่เข้าใจได้จากบริบท จึงทำให้ความสนใจอยู่ที่การเคลื่อนที่ซึ่งถูกขัดขวาง

แบบฝึกหัด

การพูด can't go + ทิศทางซ้ำในประโยคนี้ให้ผลสำคัญอย่างไร

  1. เป็นคำสั่งสองข้อแยกกันที่บอกให้อีกคนไปทางไหน
  2. บอกว่าสามารถเดินหน้าได้ แต่ถอยหลังไม่ได้
  3. นำเสนอ backward และ forward ว่าเป็นสองทิศทางที่ถูกปิดกั้น และเน้นว่าผู้พูดติดอยู่
ดูคำตอบ

นำเสนอ backward และ forward ว่าเป็นสองทิศทางที่ถูกปิดกั้น และเน้นว่าผู้พูดติดอยู่

What am I gonna do? น้ำเสียง/เจตนา

5:15

ฉันจะทำยังไงดี?

น้ำเสียง/เจตนา

What am I gonna do?:คำถามกับตัวเองเมื่อรู้สึกกังวล

What am I gonna do? เป็นปฏิกิริยาที่พบบ่อยเมื่อผู้พูดรู้สึกจนมุม กังวล หรือไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ ประโยคนี้พูดกับตัวเองได้ จึงไม่จำเป็นต้องเป็นการขอคำตอบจากคนอื่นเสมอไป ในที่นี้ gonna เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to คำถามนี้เน้นว่าควรทำอะไรเป็นขั้นต่อไป ไม่จำเป็นต้องถามถึงแผนที่ตัดสินใจไว้แล้ว

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับการใช้ What am I gonna do? ในที่นี้มากที่สุด

  1. ผู้พูดประกาศอย่างสงบว่าทำงานเสร็จแล้ว
  2. ผู้พูดแนะนำชื่อตัวเอง
  3. ผู้พูดรู้สึกจนมุมและสงสัยว่าควรทำอะไรต่อ
ดูคำตอบ

ผู้พูดรู้สึกจนมุมและสงสัยว่าควรทำอะไรต่อ

Mum's footsteps.

5:18

รอยเท้าของแม่

Little mermaid's just gotta be brave. การใช้คำ

5:22

เงือกน้อยก็แค่ต้องกล้าหาญ

การใช้คำ

just gotta be brave:ความจำเป็นแบบไม่เป็นทางการและการให้กำลังใจตัวเอง

ใน just gotta be brave คำว่า gotta แทน got to เมื่อรวมกับ 's ข้างหน้าซึ่งในที่นี้หมายถึง has จะได้โครงสร้าง has got to be brave หมายความว่านางเงือกน้อยต้องหรือจำเป็นต้องกล้าหาญ just ทำให้ความกล้าหาญดูเป็นสิ่งเดียวที่ต้องทำในตอนนี้ ในประโยคที่ใช้ให้กำลังใจตัวเองนี้ ความจำเป็นเกิดจากการต้องเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่ใช่จากกฎอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมีความหมายเทียบเท่ากับ “She's just gotta be brave” มากที่สุดในการเขียนแบบเป็นกลาง

  1. She just has to be brave.
  2. She was just brave.
  3. She is just going to be brave.
ดูคำตอบ

She just has to be brave.

I am the mermaid who got her legs,

5:25

ฉันคือนางเงือกที่ได้มีขา

but only for a day.

5:27

แต่ก็แค่สำหรับวันเดียว

Thanks for moving, Mr. Pelican. น้ำเสียง/เจตนา

5:42

ขอบคุณที่หลบทางให้นะคะ คุณนกกระทุง

น้ำเสียง/เจตนา

Thanks for moving: ขอบคุณสำหรับการกระทำด้วย Thanks for + -ing

โครงสร้าง Thanks for + กริยารูป -ing ใช้ระบุให้ชัดว่าขอบคุณอีกฝ่ายสำหรับการกระทำอะไร ในประโยคนี้ moving หมายถึงการขยับหลบเพื่อเปิดทาง ผู้พูดจึงขอบคุณคุณนกกระทุงสำหรับการกระทำนั้นโดยเฉพาะ ในโครงสร้างนี้ for เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงต้องเป็นรูป -ing: ใช้ Thanks for moving ไม่ใช่ Thanks for move

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ help เติมประโยคให้สมบูรณ์: Thanks for ____ me carry this box.

ดูคำตอบ

helping

Bluey!

5:46

Bluey!

Mum.

5:48

แม่คะ

Did you come all this way by yourself?

5:57

ลูกเดินมาไกลขนาดนี้คนเดียวเลยเหรอ?

Yeah.

6:00

ใช่ค่ะ

I'm a mermaid who got her legs.

6:01

หนูคือเงือกน้อยที่ได้มีขาแล้ว

Past the jellyfish? ไวยากรณ์

6:03

ผ่านแมงกะพรุนมาเหรอ?

ไวยากรณ์

Past the jellyfish?: ประโยคย่อสำหรับถามย้ำเส้นทาง

Past the jellyfish? เป็นประโยคย่อในบทสนทนา ใช้ถามย้ำส่วนหนึ่งของเส้นทางที่กำลังพูดถึงอยู่ ความหมายโดยประมาณคือ Did you go past the jellyfish? โดยละประธานและกริยาไว้ เพราะเข้าใจได้จากบริบท past ในที่นี้เป็นคำบุพบท หมายถึงเคลื่อนผ่านหรือเลยสถานที่หนึ่งไป ไม่ใช่คำนาม past ที่หมายถึงอดีต ถ้าพูดเป็นคำถามเต็ม ให้ใช้ past หลังกริยาการเคลื่อนที่ เช่น Did you go past the jellyfish?

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังไล่บอกสถานที่ที่เธอเดินผ่าน ต้องการถามสั้น ๆ ว่าเธอผ่านทะเลสาบด้วยหรือไม่ ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. The past lake?
  2. Past the lake?
  3. Did you past the lake?
ดูคำตอบ

Past the lake?

Yeah, and the pelican.

6:05

ใช่ค่ะ แล้วก็นกกระทุงด้วย

And I saw a whole herd of crabs. การใช้คำ

6:07

แล้วหนูก็เห็นฝูงปูเต็มไปหมดเลย

การใช้คำ

a whole herd of crabs: การพูดเกินจริงอย่างขี้เล่นเพื่อสื่อถึงกลุ่มใหญ่

ในที่นี้ a whole herd of crabs หมายถึงปูกลุ่มใหญ่มาก คำว่า whole ช่วยเน้นปริมาณ โดยมองปูทั้งหมดเป็นฝูงใหญ่ฝูงเดียว จึงทำให้รู้สึกว่ามีปูเยอะเป็นพิเศษ โดยปกติ herd ใช้กับสัตว์อย่างวัว ช้าง หรือกวาง ไม่ค่อยใช้กับปู การจับคู่คำที่ไม่คาดคิดนี้ฟังดูขี้เล่นและเกินจริง จึงทำให้การค้นพบดูน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ ไม่ได้เป็นชื่อเรียกมาตรฐานของกลุ่มปู

แบบฝึกหัด

เหตุใดผู้พูดจึงใช้ a whole herd of crabs ในเรื่องเล่าที่มีชีวิตชีวานี้

  1. เพื่อบอกว่าปูแต่ละตัวมีสภาพครบถ้วน
  2. เพื่อพูดเกินจริงอย่างขี้เล่นว่ามีปูอยู่มากเพียงใด
  3. เพื่อใช้ศัพท์วิทยาศาสตร์มาตรฐานสำหรับกลุ่มปู
ดูคำตอบ

เพื่อพูดเกินจริงอย่างขี้เล่นว่ามีปูอยู่มากเพียงใด

You little star. สำนวน

6:10

เก่งมากเลยลูก

สำนวน

You little star: คำชมอย่างอบอุ่นและเอ็นดู

You little star เป็นคำพูดที่อบอุ่นและเอ็นดู ใช้ชมคนที่ทำสิ่งดี ๆ ได้สำเร็จ คำว่า star ใช้ในความหมายเปรียบเทียบ หมายถึงคนที่ทำได้ดีมากหรือช่วยเหลือได้มากเป็นพิเศษ little เพิ่มความอ่อนโยนเมื่อผู้ใหญ่พูดกับเด็กอย่างอบอุ่น หรือเมื่อคนที่สนิทกันมากพูดกันแบบขี้เล่น ไม่ได้หมายความว่าความสำเร็จของคนนั้นเล็กน้อยหรือไม่สำคัญ

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งหาของเล่นที่หายไปเจอ แล้วผู้ปกครองยิ้มและพูดว่า “You little star!” ผู้ปกครองหมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้ปกครองกำลังเตือนเด็กว่าอย่าอวดตัว
  2. เด็กตัวเล็กและดูเหมือนดาว
  3. ผู้ปกครองกำลังชมเด็กอย่างอบอุ่นว่าทำได้ดี
ดูคำตอบ

ผู้ปกครองกำลังชมเด็กอย่างอบอุ่นว่าทำได้ดี

Listen to this. ลำดับความ

6:12

ฟังนี่สิ

ลำดับความ

Listen to this: ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่จะพูดต่อไป

Listen to this ทำหน้าที่เป็นสัญญาณเรียกความสนใจก่อนจะพูดข้อมูลใหม่ เป็นการบอกผู้ฟังว่าแนวคิด ข่าว หรือส่วนของเรื่องที่จะตามมานั้นควรตั้งใจฟัง ในที่นี้ this ชี้ไปยังสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะพูดต่อไป ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งของที่มองเห็นได้ การชี้ไปยังเนื้อหาข้างหน้าแบบนี้ช่วยจัดลำดับบทสนทนา

แบบฝึกหัด

“Listen to this.” ในที่นี้มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะพูด
  2. หมายความว่าผู้พูดไม่ได้ยินประโยคก่อนหน้า
  3. ขอให้ผู้ฟังหาสิ่งของที่อยู่ใกล้ ๆ
ดูคำตอบ

ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะพูด

I love walking by myself.

6:31

แม่ชอบเดินเล่นคนเดียวจัง

Oh yeah?

6:34

โอ้ เหรอคะ?

Why's that?

6:35

ทำไมล่ะคะ?

Um, I don't know.

6:36

อืม แม่ก็ไม่รู้สิ

I just do.

6:38

แค่ชอบน่ะ

But this is nice too, though. น้ำเสียง/เจตนา

6:41

แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ

น้ำเสียง/เจตนา

But ... too, though: ทำให้สองมุมมองสมดุลกันอย่างนุ่มนวล

ประโยคนี้เริ่มด้วย But เพื่อหันไปพูดอีกด้าน แล้วใช้ too เพื่อบอกว่าสถานการณ์ตอนนี้ก็ดีเช่นกัน ผู้พูดจึงยังคงความชอบเดิมไว้ พร้อมกับเพิ่มมุมมองเชิงบวกอีกด้านหนึ่ง though ท้ายประโยคเติมความหมายยอมรับข้อที่ต่างออกไปแบบเป็นกันเอง ใกล้กับ ถึงอย่างนั้น หรือ แต่ก็เถอะ ในบทสนทนา But ที่ต้นประโยคและ though ที่ท้ายประโยคสามารถใช้ด้วยกันได้ โดย But แสดงการเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจน ส่วน though ช่วยให้คำพูดนุ่มนวลและจบอย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

“But this is nice too, though.” แสดงท่าทีแบบใด

  1. ผู้พูดปฏิเสธสถานการณ์ตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
  2. ผู้พูดยังคงความชอบเดิมไว้ แต่ก็ยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนี้ดีเช่นกัน
  3. ผู้พูดบอกว่าสองสถานการณ์เหมือนกันทุกประการ
ดูคำตอบ

ผู้พูดยังคงความชอบเดิมไว้ แต่ก็ยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนี้ดีเช่นกัน